ข่าว

วิดีโอ



หางเครื่อง

อ่านเรื่องย่อ

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์ช่องอื่นๆ

นักแสดงนำ:

แก้วใส่หมวกดึงหรุบลงมาแล้วก้มหน้าก้มตาเดินไปอย่างกลัวคนเห็น กลัวคนจำได้ เมื่อมาถึงทางเปลี่ยว ก็หยิบมือถือขึ้นมากดดู

ที่หน้าจอ มีภาพข่าวของตัวเองและข่าวรถพิมุกประสานงากับสิบล้อสยอง แก้วร้องไห้อย่างหนักแต่ในยามนี้แม้แต่เสียงสะอื้นก็กลัวใครได้ยิน ต้องปิดปากกลั้นสะอื้นจนตัวสะเทือน

ที่ตลาด เช้านี้มีตำรวจสองนายไปหากิมที่แผงแจ้งว่าแก้วฆ่าคนตาย กิมลุกพรวดถลกผ้านุ่งแผดเสียงลั่น

“ไม่จริง ข้าไม่เชื่อ! ลูกข้าไม่มีทางเป็นฆาตกร นังแก้วมันไม่มีทางฆ่าใคร!”

“เราสอบปากคำพยานแล้ว ยืนยันนะครับว่าเป็นฝีมือของคุณแก้วจริงๆ” ตำรวจยืนยัน อีกทั้งบ่างกับเตี้ยก็รุมชี้หน้ากิมว่า แก้วเป็นคนทำให้พิมุกขับรถประสานงา ตำรวจหว่านล้อมกิมว่า “บอกมาเถอะครับ คุณแก้วติดต่อ มาบ้างหรือเปล่า แล้วตอนนี้เธออยู่ที่ไหนครับ”

กิมยืนกรานว่าตนไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น รู้อย่างเดียวว่าแก้วไม่ผิด แก้วไม่ได้ทำ เมื่อไล่แล้วตำรวจไม่ไปก็คว้าของที่แผงขว้างปาจนหมดแรงทรุดนั่งกุมหัวร้องไห้ลั่นตลาดอย่างไม่อายใคร

ooooooo

เทพหัวใจสลายเมื่อความรักของตนกับนภากำลังจะเบ่งบาน ต้องมาพังทลายหมดสิ้นเมื่อนภาถูกแก้วยิงตาย

เทพตัดสินใจไปสอนดนตรีเด็กที่โรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร ขำกับรวิออกมาส่ง ขำถามอย่างเป็นห่วงกลัวรายได้จะไม่พอใช้ เทพตอบอย่างสมถะว่า

“ศิลปินโนเนมอย่างฉันไม่ได้มีชีวิตอะไรฟู่ฟ่าอยู่แล้ว ยิ่งตอนนี้ไม่มีใครให้ต้องห่วงแล้วด้วย อยู่อย่างพอเพียงก็ไม่มีปัญหาอะไร” ก่อนขึ้นรถ เทพหันมาบอกทั้งสองว่า “อ้อ แล้วก็อย่าลืมเอาหลักฐานเพิ่มเติมไปให้ตำรวจด้วยล่ะ นภาเขาอุตส่าห์หามาให้”

“คุณเทพครับ” รวิเรียกแล้วเดินไปกราบที่ไหล่ของเทพ “ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง ผมจะไม่ลืมเลยว่าเคยมีพี่ชายคนหนึ่ง ที่ให้ทั้งโอกาสและคำสอน ขอบคุณจริงๆครับ”

เทพน้ำตาคลอเบ้า ตบไหล่รวิเบาๆด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจบรรยายได้...

ooooooo

ส่งเทพแล้ว สายๆ รวิก็สะพายกระเป๋าแซ็กโซโฟน บอกขำว่าจะไปดูว่าร้านไหนในเมืองจะรับนักดนตรีบ้างถ้าไม่มีก็จะลองไปดูที่จังหวัดอื่น

ขำใจหายถามว่าไปกันหมดแล้วร้านจะทำอย่างไร รวิบอกว่าตนไม่หวังกับร้านอีกแล้ว เอาเงินในกระเป๋าที่เทพเคยให้มาช่วยตบแต่งร้านยัดใส่มือขำ บอกว่าเอาไว้กินไว้ใช้ระหว่างหางาน ขำทำใจรับไม่ได้พลั้งปากบอกให้รวิเก็บไว้เพราะเดือนอุตส่าห์หามาให้ รวิจ้องหน้าขำถามเคืองๆว่า

“นี่มีฉันโง่เป็นควายอยู่คนเดียวใช่ไหม งั้นไอ้ที่ผ่านๆมาก็เงินของเดือนทั้งนั้นสิ”

“อย่าโกรธเลยรวิ เดือนเขากลัวว่าถ้ารู้ว่าเป็นเงินเขาแล้วแกจะไม่กล้าใช้ เรื่องทนายก็ด้วย เดือนเขาก็เป็นคนจัดการแนะนำมาให้”

“เพราะอย่างนี้ไง ฉันจะยอมให้เขาต้องเดือดร้อนเพราะฉันอีกไม่ได้” รวิจับมือขำให้กำเงินไว้ ตบไหล่ขำ บอกก่อนเดินออกจากบ้านไปว่า “แล้วฉันจะติดต่อมานะ”

ขำมองตามรวิไปตาละห้อย...

ooooooo

เมื่อแก้วที่ถูกวางตัวให้ขึ้นคอนเสิร์ตแทนเดือนหนีหายไปไม่มีใครติดต่อได้ ทางค่ายเพลงจึงต้องเลื่อนงานคอนเสิร์ตออกไปก่อนและจะให้ศิริพรขึ้นคอนเสิร์ตแทนแก้ว

ศิริพรดีใจที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผนของตน รับปากกับทางผู้รับผิดชอบว่าไม่ต้องห่วง ตนไม่ทำให้ทุกคนผิดหวังแน่

เวลาเดียวกัน เดือนกับป้อมช่วยกันเตรียมของใส่บาตรทำบุญให้นภาพรุ่งนี้ เดือนยังเศร้าจนป้อมต้องคอยปลอบ เดือนพูดอย่างสะเทือนใจว่า

“เดือนเคยคิดนะว่า ทำไมเดือนถึงได้เจอแต่คนร้ายๆ ทำไมเดือนถึงถูกแกล้งสารพัด แต่จริงๆแล้วเดือนลืมไปว่า รอบๆตัวเดือนมีคนที่รักและหวังดีกับเดือนอยู่ตั้งมากมาย ทั้งพี่ป้อม ขำ คุณเทพ แล้วก็...พี่นภา...”

เดือนเสียงเครือน้ำตาคลอเมื่อเอ่ยถึงนภา พูดอย่างซาบซึ้งว่า

“ถึงจะดูเหมือนพี่เขาจะไม่ค่อยชอบเดือน แต่จริงๆแล้วพี่เขาคือคนที่คอยสอนเดือนหลายๆอย่าง ถ้าพี่เขาไม่คอยสอนคอยเตือน เดือนอาจจะออกจากวงการนี้ไปแล้วก็ได้”

ป้อมบอกว่านภาเป็นคนปากร้ายแต่ใจดี ถามเดือนว่าลืมใครอีกคนไปหรือเปล่า เดือนถอนใจส่ายหน้าเศร้าบอกว่า

“ไม่ลืม แล้วก็จะไม่มีวันลืมด้วย...คนที่เดือนคอยทำให้เขาเดือดร้อนอยู่ประจำ คนที่คอยดูแลเดือนมาตลอด ถึงแม้วันนี้ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิมแล้วก็ตาม”

ooooooo

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ชีวิตก็ยังต้องดำเนินต่อไป

แม้ว่าวันนี้เดือนจะเจ็บปวดใจแทบสลายกับความสูญเสีย แต่เมื่อไปถ่ายหนังในฉากร้องเพลง เดือนก็ร้องเพลงเศร้าอย่างอินกับบทเพลงจนได้รับคำชมเชยจากผู้กำกับและทวีศักดิ์อย่างมาก

ระหว่างนั่งพักทวีศักดิ์บอกความรู้สึกส่วนตัวที่มีต่อเดือน บ่นเสียดายที่เราต่างมีเจ้าของแล้ว เดือนพยายามเลี่ยงที่จะคุยเรื่องนี้ จนทวีศักดิ์เสนอว่า ตนวางแผนจะพาเดือนเดินสายไปโปรโมตหนังโดยเอาเพลงในหนังไปร้องเหมือนเปิดมินิคอนเสิร์ต
กัน ถามเดือนว่าดีไหม

“ดีค่ะ” เดือนดีใจมาก ทวีศักดิ์เกริ่นให้รู้ว่าเดือนอาจจะต้องเหนื่อยหน่อยเพราะต้องไปโน่นมานี่บางทีอาจต้องออกต่างจังหวัด “ไม่เป็นไรค่ะเดือนยินดี เดือนไม่กลัวเหนื่อยค่ะ”

“งั้นก็เยี่ยมเลย ผมจะได้เอาเรื่องเข้าที่ประชุม”

เดือนดีใจมากที่การเดินสายจะไปที่บ้านด้วย บอกป้อมว่าจะได้กลับไปไหว้แม่และอีกไม่นานก็จะจัดงานแม่ให้ใหญ่อย่างที่ตั้งใจไว้ เดือนโทร.ไปบอกขำ ถามถึงรวิ

ขำบอกว่ารวิยังไม่ติดต่อกลับมาเลย แต่ถ้ารวิติดต่อมาเมื่อไรก็จะรีบโทร.บอกเดือนทันที วางสายจากเดือนแล้ว ขำก็บ่นงึมงำ

“แกอยู่ไหนของแก...รวิ...”

ขำยังสานฝันของตัวเองที่อยากเป็นพิธีกร แม้จะอยู่เฝ้าร้านเก็บร้านคนเดียวก็ยังแอ๊บแต่งชุดพิธีกรขึ้นไปทำหน้าที่พิธีกรต่อหน้าโต๊ะเก้าอี้ที่ล้มระเนระนาด พอเซ็งก็เก็บของต่อ เจอซองใส่รูปเก่าๆของนภา ทำให้นึกถึงคำเตือนก่อนไปของเทพที่ว่า อย่าลืมเอาหลักฐานที่นภาหามาได้ไปให้ตำรวจด้วย

ขำคว้าซองหลักฐานออกจากบ้าน พอนึกได้ก็วกกลับมาวางซองเอกสารไว้บนโต๊ะวิ่งเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า

รวิสะพายกระเป๋าแซ็กโซโฟนเดินหางานแต่ก็ผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า จนเงินใกล้หมด จึงจำต้องไปเป็นเด็กโบกรถที่ร้านอาหารเพื่อความอยู่รอด

ที่ร้านอาหาร รวิถูกโขกสับอย่างหนัก เจ้าของทั้งเขี้ยวทั้งเค็ม รวิทำงานอย่างไม่ย่อท้อหนักเอาเบาสู้แต่โชคไม่ดีวันนี้เหยียบตะปูถูกตำเท้าจนเลือดไหล ดีแต่ได้รับน้ำใจจากป้าแม่ครัว ช่วยเอายาใส่แผลให้ ได้รับน้ำใจจากลูกสาวแม่ครัวแอบเอาข้าวเอาน้ำให้กิน แต่พอเจ้าของร้านมาเห็นก็ด่ากราด

“มันใช่เวลากินเหรอนั่น! จัดแจงล้างห้องน้ำให้เรียบร้อยก่อนเลยนะ ไม่งั้นไม่ต้องกินอะไร แล้วนั่นล่ะไม่ทำการทำงานมานั่งเฝ้าผู้ชายรึไง!”

รวิได้แต่กำหมัดกัดฟันอย่างคับแค้นใจกับความใจดำของเจ้าของร้าน

ooooooo

พิมุกขับรถประสานงาจนถูกตัดขาทั้งสองข้าง ระหว่างพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนั้น มีเตี้ยกับบ่างมาเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด

ศิริพรมาเยี่ยมพิมุก ถูกเขาด่าว่าขับไล่ไสส่งอย่างไรก็ยังดื้อด้านมาเพื่อเยาะเย้ยทำสงครามประสาทกับเขา

“แก...อีปีศาจ! ฉันจะบอกตำรวจเรื่องที่แกเผาบ้านของเดือนแล้วก็บอกกับทุกคนว่าแกเป็นคนยังไง!” พิมุกกระชากศิริพรเข้าไปบีบคอ แต่ถูกศิริพาเอาตะกร้าของเยี่ยมกระแทกขาจนร้องลั่นต้องปล่อยมือจากคอศิริพร

“หยุดบ้าได้แล้ว คนที่แกต้องโกรธน่ะไม่ใช่ฉันแต่เป็นพวกนั้นต่างหาก คิดดูดีๆสิ ป่านนี้มันนั่งหัวเราะเยาะแกแล้ว แล้วที่แกอยู่ในสภาพนี้ก็เพราะพวกมันรวมหัวกัน แกเลยต้องกลายมาเป็นไอ้ด้วนแบบนี้!”

พิมุกแค้นขึ้นมาตามคำยุแหย่ของศิริพร!

ooooooo

ขณะกิมกำลังร้องไห้เป็นห่วงแก้วอยู่ที่บ้าน

นั้น ก็ได้รับโทรศัพท์จากแก้ว กิมดีใจยิ้มทั้งน้ำตา

หลังจากนั้น แก้วไปที่ค่ายเพลง เห็นศิริพรกำลังลงจากรถเก๋งป้ายแดงกรีดกรายจะเข้าไปในบริษัท แก้วเรียกเบาๆพอศิริพรหันมาเห็นแก้วในสภาพทรุดโทรมก็รีบลากหลบไปที่ลับตาคนถามว่ามาได้ยังไง เดี๋ยวตำรวจได้แห่กันมาหรอก แก้วบอกศิริพรต้องช่วยตนเพราะเราเคยทำอะไรมาด้วยกันตั้งหลายอย่างและเวลานี้ตนกำลังแย่ต้องการความช่วยเหลือ

“โทษทีนะ ไม่ใช่เรื่องของฉัน” ศิริพรยิ้มอำมหิต แก้วเลยขู่ว่าถ้าไม่ช่วยตนจะแฉทุกเรื่องที่ศิริพรเคยทำไว้

“ต๊าย...ฉันต้องกลัวด้วยเหรอเนี่ย ลืมไปแล้วเหรอว่าเธออยู่ในฐานะอะไรตอนนี้ ใครเขาจะไปเชื่อเธอ เรื่องทั้งหมดที่มันเกิดขึ้นน่ะ มันเกิดจากความโง่ของพวกแกทุกคนนั่นแหละ แค่โดนฉันปั่นนิดหน่อยก็เชื่อแล้ว แต่ก็ต้องขอบใจนะที่ทำให้ฉันขึ้นมาถึงตรงนี้ได้เร็วกว่าที่คิด”

ศิริพรผยองว่าตนกำจัดทั้งเดือนและแก้วสำเร็จแล้ว มีอำนาจมากพอจนใครจะทำอะไรตนไม่ได้แล้ว จึงอวดผลงานที่ตนทำไว้กับทุกคนให้แก้วฟังอย่างลำพองใจว่า เรื่องเดือนกับพิมุกนั้นไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้วเพราะเดือนไม่เล่นด้วยเหมือนที่พิมุกไม่เอาแก้ว

“ส่วนเรื่องงาน นังเดือนมันจำใจกลับมารับงานเพราะอยากจะเอาเงินไปช่วยรวิต่างหาก แหม...แต่ช่างเหมาะเจาะจริงๆ แกดันมาขโมยปืนฉันไปพอดี ทีนี้ฉันก็ไม่ต้องทำอะไรมาก แค่ปั่นให้แกกัดกันเอง ฉันก็ได้มาเป็นตัวจริงแทนแกแล้ว”

แก้วเพิ่งรู้ว่าตัวเองถูกศิริพรหลอกใช้แค้นจนพุ่งเข้าทำร้าย ศิริพรทำเป็นปัดป้องพลางตะโกนบอกให้แก้วมอบตัวเสีย ทำให้ชาวบ้านแถวนั้นวิ่งมาดู หลายคนจำแก้วได้ ศิริพรทำเป็นหวาดกลัวจนน่าสงสาร แต่ปากก็ร้องบอกแก้วให้ชาวบ้านได้ยินกันทั่วว่า

“แก้ว...มอบตัวเถอะนะ ยังไงฉันจะพยายามช่วยเธอเต็มที่” แก้วจ้องหน้าศิริพรอย่างอาฆาตแล้ววิ่งหนีไป ศิริพรยิ่งตะโกน “ตำรวจ...โทร.หาตำรวจเร็วค่ะ พรไม่อยากให้เพื่อนทำผิดไปมากกว่านี้”

พอชาวบ้านพากันวิ่งตามจับแก้ว ศิริพรก็แสยะยิ้มอย่างสะใจ ร้ายกาจ

ooooooo

เช้าวันต่อมา ทวีศักดิ์เริ่มโครงการตระเวนทัวร์คอนเสิร์ตเพื่อโปรโมตหนัง เขาพยายามให้เดือนไปรถคันเดียวกับตน เดือนพูดอย่างเจียมตัวว่าตนไปกับรถทีมงานก็ได้

“ได้ไง เดือนเป็นดารานะ ไปคันนี้แหละดีแล้วเดือน จะได้ดูแลกันได้ง่ายด้วย” ทวีศักดิ์ติง

“ก็เอาขึ้นหิ้งไว้ซะเลยสิ จะได้ดูแลได้ทุกซอกทุกมุม” เสียงสายสมรแทรกขึ้นแล้วเดินหน้าตาถมึงทึงเข้ามา สั่งลูกน้องทวีศักดิ์ให้เอากระเป๋าตนขึ้นรถไปด้วย ทำเอาทวีศักดิ์เซ็ง

สายสมรเจ้ากี้เจ้าการสั่งให้เดือนกับป้อมไปนั่งข้างหลังเพื่อตนกับทวีศักดิ์จะได้นั่งแถวหน้า แต่ทวีศักดิ์กลับไปนั่งหน้าคู่กับคนขับ สายสมรค้อนตาแทบกลับ กระแทกประตูปิดประชดจนรถสะเทือน

เมื่อไปถึงที่จัดงาน ทวีศักดิ์บอกทีมงานให้เตรียมเซตได้เลย ปรากฏว่าบรรดาแฟนคลับของเดือนพากันมาต้อนรับเดือน บ้างก็ชี้ชวนให้ดูกันอย่างตื่นเต้นดีใจ ทวีศักดิ์เห็นบรรยากาศแล้วบอกทีมงานอย่างคาดหวังว่า

“หลังจากโปรโมตเสร็จ หนังของผมต้องรายได้ทะลุแน่ ได้แฟนคลับของเดือนมาช่วย”

สายสมรกระฟัดกระเฟียดขึ้นไปนั่งพัดบนรถหน้าบอกบุญไม่รับ ทวีศักดิ์ไม่สนใจถามพวกเดือนว่าหิวกันหรือยังแถวนี้มีร้านอาหารเยอะเลย ขณะเดือนมองร้านอาหารกำลังคิด ป้อมก็ชี้ให้ดูว่าหอยทอดร้านนี้น่ากินจัง เดือนหันมอง

เป็นจังหวะที่รวิหิ้วถุงอาหารพะรุงพะรังผ่านไปพอดี รวิเอาถุงอาหารไปไว้ที่รถมอเตอร์ไซค์แล้วขี่ออกไป

ทั้งเดือนและรวิเลยต่างไม่เห็นกัน

ooooooo

ร้านอาหารที่รวิไปเป็นพนักงานโบกรถ วันนี้วงดนตรีมีปัญหาเพราะขาดนักดนตรีไปคนหนึ่ง

รวิไปซื้ออาหารกลับมาได้ยินพอดีจึงอาสาจะเล่นแทน ถูกเจ้าของร้านไล่ตะเพิดให้ไปโบกรถล้างห้องน้ำตามหน้าที่ตัวเอง หัวหน้าวงขอให้รวิลองดู เจ้าของร้าน ไม่อนุญาต เรียกรวิให้มารับอาหารของตัวเองแล้วไล่ จะไปกินที่ไหนก็ไปเลย

เวลาเดียวกัน ทวีศักดิ์ เดือนและป้อมนั่งกินอาหารกันอยู่ในร้าน เดือนกินไม่ลงอ้างว่าอากาศร้อนแต่ที่แท้ไม่สบายใจที่ทวีศักดิ์ทิ้งสายสมรไว้ในรถ พอบอกเขาว่าสายสมรยังไม่ได้ทานอะไรเลย ทวีศักดิ์ก็ตอบอย่างไม่ยินดียินร้ายว่า

“ช่างเขาสิ ไม่ใช่เด็กแล้วหิวก็น่าจะลงมาหาอะไรกิน เดือนน่ะห่วงตัวเองเถอะ กว่าจะแสดงก็ค่ำโน่น เดี๋ยวหิวแย่”

เดือนมองไปที่รถ เห็นสายสมรนั่งพัดอยู่ ครู่ใหญ่เดือนก็ถือแก้วชาเย็นกับผัดไทยไปให้

“ชาเย็นไม่หวานค่ะ คุณสายสมร” สายสมรมองขวับแล้วเบือนหน้าหนี “สักหน่อยเถอะค่ะ อากาศร้อนเดี๋ยวคอแห้งแย่นะคะ” สายสมรยังทำปึ่ง เดือนจึงวางไว้แล้วเอาห่อผัดไทยให้ “นี่ผัดไทยของชอบของคุณ เดือนวางไว้ด้วยกันนะคะ”

เดือนวางทั้งสองอย่างไว้แล้วจะไป สายสมรเรียกไว้ถามว่ารู้ได้ยังไงว่าตนชอบอะไร เดือนตอบยิ้มๆว่า

“เดือนไม่รู้หรอกค่ะ คนที่รู้และจำได้คือคุณทวีศักด์ค่ะ” พูดแล้วจะเดินไป นึกอะไรได้หันมาหยอดทิ้งท้ายว่า “อ้อ...ถ้าไม่ใช่คนสำคัญเขาคงไม่มาจำอะไรแบบนี้หรอกค่ะ”

พอเดือนเดินไป สายสมรหยิบชาเย็นขึ้นดู ยิ้มออกมาก่อนยกดื่มอย่างชื่นใจ

ooooooo

ระหว่างทวีศักดิ์คุมการจัดเตรียมเวทีและป้ายโปรโมตหนังโดยมีเดือน ป้อมกับทีมงานยืนดูอยู่ด้วยนั่น จู่ๆป้อมก็ปวดมวนท้องจนหน้าเบ้ เดือนบอกให้ไปเข้าห้องน้ำก็ส่ายหน้าบอกว่าเมื่อกี๊แวะไปดูมาแล้วไม่ไหว รอไปเข้าที่โรงแรมดีกว่า

ครู่หนึ่งทวีศักดิ์หันมาถามเดือนว่าเตรียมพร้อมไหม เดือนบอกว่าตนพร้อมแต่ป้อมไม่พร้อม ซักถามจึงรู้ว่าปวดท้องแต่ไม่อยากเข้าห้องน้ำแถวนี้ ทวีศักดิ์จึงชวนไปเข้าที่ร้านอาหารเพราะตนจะไปสั่งข้าวให้ทีมงานพอดี

ที่ร้านอาหารนี่เอง เดือนได้เจอกับรวิ ต่างตกใจที่เจอกันโดยไม่คาดคิด รวิเดินกะโผลกกะเผลกหนีไปอีกทาง เดือนเรียกรวิ แต่ถูกทวีศักดิ์ติงว่าตอนนี้อย่าเพิ่งดีกว่า

ส่วนรวิเดินหนีไปหน้าห้องน้ำว้าวุ่นใจไม่รู้จะทำอย่างไรเลยหยิบไม้ถูพื้นมาเช็ดถูพื้นอย่างแรง ป้อมออกจากห้องน้ำทำวี๊ดว้ายดีดดิ้นให้ขัดถูเบาๆน้ำกระเด็นถูกตน แต่พอรวิเงยหน้า ต่างมองกันตะลึง

เมื่อพากันไปนั่งคุยที่โต๊ะหลังร้าน รวิเล่าเรื่องของตนให้ฟังแล้วสรุปปลงๆว่า

“ทำไงได้ละพี่ป้อม จะมามัวเลือกงานก็อดตาย พอดี” ป้อมบอกให้กลับบ้านไปดีกว่าให้เขามาจิกหัวใช้แบบนี้ “กลับไปก็ไม่รู้จะทำอะไร แถมเรื่องของฉันก็ยังลือกันไม่เลิก เอาเถอะเดี๋ยวฉันลองดูลู่ทางอีกทีก่อน เผื่อเขาเปลี่ยนใจให้ฉันเล่นดนตรี”

เมื่อรวิตั้งใจเช่นนั้น ป้อมบอกว่าถ้าไม่ไหวก็กลับไปหาลู่ทางกับขำก็แล้วกัน ป้อมมอบเงินให้รวิจำนวนหนึ่งเอาไว้เผื่อฉุกเฉิน รวิไม่อยากรบกวนแต่ป้อมยัดเยียดให้จนได้ กำชับว่า

“แล้วส่งข่าวกันบ้างนะรวิ เรื่องคดีก็ไม่ต้องคิดมาก ล่ะ พี่ไปล่ะ”

ป้อมแยกกลับไปแล้ว รวิยังนั่งอยู่ ไม่รู้ว่ามีสายตาคู่หนึ่งจ้องจิกทั้งสองไม่วางตามาแต่ต้น

ooooooo

ที่ร้านอาหารนั้นเอง วงดนตรีเริ่มบรรเลงขับกล่อม ผู้มาทานอาหารแล้ว

เดือนกับทวีศักด์นั่งรออาหารที่มาสั่งอยู่ที่โต๊ะหนึ่ง เดือนบ่นอย่างไม่สบายใจว่าทำไมรวิต้องมาทำงานแบบนี้ มาเล่นดนตรีก็ได้เพราะที่นี่ก็มีวงเล่นอยู่ พอดีป้อมมาบอกเดือนว่าเจอรวิที่หน้าห้องน้ำเห็นกำลังขัดถูพื้นอยู่

“โธ่...พี่รวิ...แล้วพี่ได้คุยอะไรกับพี่รวิบ้าง พี่ป้อมแล้วพี่รวิเขาเป็นยังไง เหมือนขาเจ็บๆนะ เขาเป็นอะไรหรือ”

เดือนเป็นห่วงกังวลจนป้อมบอกให้ใจเย็นๆเพราะรวิคงอยากจะพยายามด้วยตัวเองให้ถึงที่สุดก่อน ทวีศักดิ์บอกว่าถ้ารวิยอมมาทำงานกับตนก็ยินดีจะจัดการให้

“รวิมันไม่รับความช่วยเหลือจากคุณหรอก”

ป้อมตัดบท ทวีศักดิ์ถามว่างั้นเราจะทำอย่างไรดี ต่างมอง หน้ากันไปมา

พอดีเจ้าของร้านเดินนำเด็กเสิร์ฟถือถุงอาหารมาส่ง เอ่ยอย่างนอบน้อมประสาพ่อค้าว่า

“ขอบคุณพวกคุณเดือนมากเลยนะครับ แหะๆ โอกาสหน้าเชิญใหม่นะครับ เอ่อ...ถ้าไงขอถ่ายรูปไว้ด้วยนะครับ”

ทั้งสามมองหน้ากันไปมา ต่างยิ้มให้กันเหมือนคิดอะไรใจตรงกันเย็นนี้เอง รวิก็ถูกเจ้าของร้านเรียกไปพบท่ามกลางเสียงซุบซิบๆของเพื่อนพนักงานตกค่ำ หลังจากเดือนร้องเพลงโปรโมตหนังและฝากหนังไว้กับแฟนคลับแล้ว พอลงจากเวทีเธอขอตัวกับป้อมและทวีศักดิ์แล้ววิ่งไปทางด้านนอกทันที

เดือนไปที่ร้านอาหารที่เจอรวิ แอบดูจากหน้าร้านมองเข้าไปที่เวทีดนตรี พยายามมองหาคนเป่าแซ็กโซโฟน เห็นรวิกำลังเป่าแซ็กโซโฟนอยู่อย่างไพเราะได้อารมณ์ เดือนยิ้มดีใจ โล่งใจ แล้วจึงค่อยๆถอยกลับ รวิเห็นหลัง เดือนอยู่ไวๆพยายามชะเง้อมองแต่ก็ไม่เห็นแล้ว
ooooooo

แก้วหนีเตลิดไปเพราะถูกศิริพรเรียกตำรวจจับ แอบโทร.นัดกิมออกไปพบที่ทางเปลี่ยว กิมเห็นสภาพของแก้วแล้วถามว่าทำไมเป็นถึงขนาดนี้

“แม่เอาเงินมาให้ฉันหรือเปล่า ฉันไม่มีเงินติดตัวแล้วเนี่ย”

“โธ่เอ๊ย...ข้าอุตส่าห์คิดว่าจะได้เป็นแม่นักร้อง ดูซิ...กลับต้องมาเห็นเอ็งหนีหัวซุกหัวซุนแบบนี้”

“ก็เพราะมัน ชีวิตฉันถึงได้เป็นแบบนี้ คอยดูนะ ฉันไม่ได้ดีมันก็อย่าหวังจะได้เลย” แก้วจิกตาอาฆาต กิมนึกว่าแก้วหมายถึงเดือน แก้วบอกว่าไม่ใช่เดือนที่ต้องชดใช้ แต่พอกิมถามว่าใคร แก้วพูดอย่างอาฆาตแค้นว่า “ไม่ต้องห่วงหรอก อีกไม่นานแม่ก็จะได้รู้เอง”


ฝ่ายพิมุกก็ยังตกเป็นเหยื่อของศิริพรต่อไป หลังจากถูกศิริพรเป่าหูยุแหย่แล้ว ก็ลงมือทำระเบิดเองเพื่อจะไประเบิดบ้านของรวิ แต่จะไปเองก็ไม่มีปัญญา คืนนี้จึงให้เตี้ยกับบ่างเข็นวีลแชร์ไปที่หน้าบ้านรวิ

“เพราะพวกมันทำให้ข้าเป็นแบบนี้ พวกมันจะต้องชดใช้ ข้าจะไล่จัดการพวกมันทีละตัว...ทีละตัวจนครบทุกคนเลยคอยดู” พิมุกจ้องบ้านรวิล้วงระเบิดทำเองออกมา

เตี้ยกับบ่างติงว่าเขาขับรถประสานงาเองไม่ใช่หรือ ขอร้องว่าอย่าทำเลย ถูกพิมุกด่าว่าปอดแหก แล้วสั่งให้เอาไฟแช็กให้ เตี้ยควักไฟแช็กให้แล้วถอยออกไปทันที พิมุกจุดไฟแช็กจ่อที่ชนวนระเบิดยิ้มเหี้ยม

ขำเดินผิวปากกลับมาเห็นพิมุกกำลังจุดไฟแช็กก็ตะโกนถามว่าทำอะไร! พิมุกหันไปแสยะยิ้ม พอขำเห็นชัดๆ ว่าพิมุกจุดชนวนระเบิดก็ตกใจสุดขีดพุ่งเข้าไปห้าม พิมุกเรียกเตี้ยกับบ่างที่ถอยออกไปยืนห่างๆ ให้เข้ามาช่วย ทั้งสองจึงเข้ามาช่วยกันลากขำออกไป ขำดิ้นยกเท้าถีบวีลแชร์ล้ม

พิมุกล้มหน้าคว่ำตะเกียกตะกายคว้าระเบิด ขึ้นมาจะขว้าง แต่แขนเสื้อเกี่ยวกับวีลแชร์ทำให้ขว้างไม่ได้จนชนวนลามมาถึงระเบิด พิมุกตาเหลือกพร้อมกับเสียงระเบิดตูม!

สิ้นเสียงระเบิด เตี้ยกับบ่างเห็นพิมุกนอนคว่ำ หน้าเลือดอาบ ที่น่าสยดสยองคือ แขนทั้งสองข้างของพิมุกขาดกระจุยจึงเหลือเพียงร่างที่ไร้ทั้งแขนและขาของพิมุกนอนโชกเลือดอยู่กับพื้น

เมื่อพาพิมุกไปส่งโรงพยาบาลแล้ว ขำพูดอย่างสมเพชว่า

“กรรมสนองมันแล้ว ผลของกรรมที่ไอ้พิมุกมันก่อไม่รู้จักจบจักสิ้น แกสองคนก็เหมือนกัน เตรียมเข้าไปอยู่ในคุกเถอะ”

เตี้ยกับบ่างแก้ตัวว่าตนทั้งสองพยายามห้ามพิมุกแล้วแต่เขาไม่เชื่อ

“ไม่รู้ล่ะ ยังไงแกสองคนก็มีส่วนร่วม นี่ถ้าฉันกลับไปไม่ทันบ้านรวิไม่เละไปแล้วหรือ เตรียมตัวกันไว้เถอะกรรมมันเริ่มทำงานของมันแล้ว กับบางคน ก็อีกไม่นานหรอก!”

ooooooo

รวิได้เป่าแซ็กโซโฟนกับวงที่ร้านอาหาร หัวหน้าวงชมว่าเล่นใช้ได้ อีกคนชมว่าฝีมือแบบมืออาชีพเลย

ขณะรวิกำลังดีใจที่จะได้เล่นดนตรีอาชีพที่ใจรักนั่นเอง ก็ได้รับโทรศัพท์จากขำเล่าเรื่องบ้านถูกพิมุกจะขว้างระเบิดใส่ รวิบอกขำว่าคงต้องกลับพรุ่งนี้ พูดประชด ชีวิตกับขำโดยไม่รู้ว่าเจ้าของร้านกับลูกน้องอีกคนมาแอบฟังอยู่ว่า

“คงไปมืดๆ น่ะ แหมไอ้ขำ...พ่อเล้าอย่างฉันนี่จะ มีหน้าไปเดินลอยหน้าลอยตาสบายอารมณ์ได้เหรอวะหึ... เออ...งั้นเดี๋ยวจะหาเด็กใหม่ๆที่ร้านเลย ไหนๆก็ไหนๆแล้ว”

เจ้าของร้านกับลูกน้องมองหน้ากันตกใจ รวิยังคงคุยกับขำว่า

“เออ...แค่นี้ล่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะออกแล้วโทร.บอก เฮ้อ...อุตส่าห์ได้เล่นดนตรีแล้วเชียว เออ...เอ็งเฝ้าไปก่อน แล้วก็อย่าเพิ่งบอกเดือนนะ เดี๋ยวตกใจกันไปใหญ่”

แต่พอรวิเดินกลับเข้ามาในร้าน ก็ถูกเจ้าของร้านเอากระเป๋าเสื้อผ้ากับแซ็กโซโฟนมาโยนกองกับพื้นไล่ออกจากร้านฐานเป็นพ่อเล้า รวิพยายามจะชี้แจงก็ถูกเจ้าของร้านตัดบทว่า

“ยังจะมาแก้ตัวอีก โกหกเก่งนักนะแก หน็อย...แล้วนี่ไม่รู้ไปหลอกน้องเดือนกับแฟนเขาอีท่าไหน ถึงได้ยอมมาอ้อนวอนขอให้แกได้เล่นดนตรี”

เจ้าของร้านพยักหน้าให้ลูกน้องสองคนที่ยืนข้างๆ

ทั้งสองขยับเข้าหารวิทำท่าจะจับโยนออกไป รวิคว้ากระเป๋าและแซ็กโซโฟนมองหน้าทุกคนงงๆแล้วจึงหันเดินออกไป

คืนนี้ รวิต้องไปนอนพักที่ศาลาริมทาง ถูกยุงกัดมาก จนรุ่งเช้าตื่นขึ้นมาก็จามติดๆ กัน ครั้นลุกขึ้นก็เวียนหัวจนนั่งแทบไม่ได้ แข็งใจเอาเงินมาดู ปรากฏว่าเหลือไม่มาก หันพึมพำกับแซ็กโซโฟนคู่ชีวิตว่า

“ไอ้เพื่อนยาก ถึงเวลาที่ต้องรบกวนแกอีกแล้ว...ช่วยหน่อยนะ”

รวิหยิบกระเป๋าแซ็กโซโฟนและกระเป๋าเสื้อผ้าขึ้นสะพายเดินเซๆออกไป

ooooooo

วันนี้ศิริพรมาที่ค่ายเพลงแต่เช้า แต่พอมาถึงก็จะออกไป บอกชูเกียรติว่าจะไปสปาเตรียมให้สวยเริ่ดในวันงานถูกชูเกียรติขัดคอว่าห่วงแต่สวยแล้วอย่างอื่นล่ะ ศิริพรพูดอย่างอวดดีว่าทุกอย่างตนพร้อมแล้ว ด่าชูเกียรติว่าทำหน้าที่ตัวเองไปดีกว่า สั่งอย่างวางอำนาจว่า

“เดี๋ยวช่วยส่งบัตรคอนเสิร์ตไปให้ค่ายหนังของเดือนด้วยนะ อ้อ...แล้วก็รายชื่ออื่นๆก็วางอยู่บนโต๊ะแล้วอย่าลืมล่ะ”

“ครับ” ชูเกียรติเผลอรับคำแล้วก็โมโหตัวเอง สบถตามหลังศิริพร “เฮ้ย...แก...นัง โธ่เว้ย!”

ระหว่างที่ศิริพรนอนให้นวดเท้าอยู่ที่สปานั้น มีโทรศัพท์เข้ามือถือ พอดูเบอร์ปลายทางก็บอกให้พนักงานนวดออกไปข้างนอกก่อนแล้วจึงกดรับ เป็นสายจากลิ้นจี่โทร.มาทวงค่าจ้าง ศิริพรถามไม่พอใจว่าค่าจ้างรับไปหมดแล้วไม่ใช่หรือ  ส่วนเรื่องพิมุกนั้น ศิริพรปัดว่าพิมุกทำเองก็ต้องรับผิดชอบเอง

พอรู้ว่าพิมุกแขนขาดทั้งสองข้าง ศิริพรหัวเราะเยาะว่าทำไมโง่อย่างนี้ แต่ไม่เกี่ยวกับตน พิมุกทำเองก็ต้องแก้ปัญหาเอง แต่พอวางสายแล้วก็ทำระริกระรี้ว่า

“อุ๊ยตาย...เห็นทีจะต้องมีของปลอบใจพิมุกหน่อยซะแล้ว”

ฝ่ายลิ้นจี่ เมื่อไม่ได้เงินจากศิริพร พอวางสายก็ด่าว่า “อีบ้า...เอาตัวรอดเลยนะมึง” แล้วโทษว่าเพราะขำ แท้ๆที่เอารูปไปให้ตำรวจ ถูกโรจน์ที่นั่งกอดขวดเหล้าพูดสมน้ำหน้าว่า

“แกมันโง่เอง ริอ่านจะเป็นแม่เล้า” ถูกลิ้นจี่ด่าว่าเหล้าที่กินอยู่นี่ไม่ใช่เงินจากแม่เล้าหรือ โรจน์ตัดรำคาญว่า “ฉันไม่รับรู้อะไรด้วย แกจัดการของแกเองแล้วกัน”ว่าแล้วก็หันไปดวดต่อ

“หน็อย...ถ้าฉันต้องเข้าซังเตจริงๆ ฉันไม่ยอมโดนคนเดียวหรอก ฉันจะซัดทอดให้หมด ทั้งแก ทั้งนังนั่นด้วย จำไว้!” ลิ้นจี่ทั้งแค้นทั้งกังวล

ooooooo

เดือนตระเวนขึ้นคอนเสิร์ตเพื่อโปรโมตหนังกับทวีศักดิ์  โดยมีสายสมรคุมไปตลอดรายการ เดือนดีใจที่พรุ่งนี้จะได้ไปเปิดแสดงที่บ้านแล้ว

ทวีศักดิ์ถามว่ารวิเป็นอย่างไรบ้าง เดือนเล่าอย่างสบายใจว่ารวิได้เล่นดนตรีตามที่พวกเราช่วยขอไว้กับเจ้าของร้านแล้ว  ทวีศักดิ์ดีใจด้วย แล้วชวนขึ้นรถ เดือนเลี่ยงไปนั่งกับป้อม บอกทวีศักดิ์ด้วยความจริงใจว่า

“คุณทวีศักดินั่งข้างคุณสายสมรเถอะค่ะ ดูเธอ ไม่ค่อยสบายอยู่ด้วย”

การวางตัวและจัดการของเดือนทำให้สายสมรสบายใจขึ้น ทวีศักดิ์เองก็ยอมรับกับสายสมรว่า แม้ตนจะเผลอไผลไปบ้างแต่เดือนทำให้ตนได้คิด เพราะเดือนมี คนรักอยู่แล้วและก็ไม่เคยคิดเปลี่ยนใจเลย สายสมรดักคอว่าเขาเลยอกหักใช่ไหม
“ผิดหวังเล็กๆมากกว่า แต่มันก็ช่วยดึงสติผมกลับมานะ ว่าจริงๆแล้วผมก็มีคนที่ผมรักอยู่แล้ว...เราผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะนะ ผมยังคิดไม่ออกเลยว่าถ้าไม่มีคุณผมจะอยู่ยังไง”

“คุณ...” สายสมรน้ำตาคลออย่างสะเทือนใจ

“เอาน่า ไม่ต้องห่วงนะ เรื่องผมกับเดือน เราจะเป็นแค่เจ้านายกับลูกน้องที่ดีต่อกันเท่านั้น กินยาซะก่อนเถอะ”

เมื่อมีความรัก ความเข้าใจและไว้วางใจกันแล้วสายสมรกลับเป็นฝ่ายบอกทวีศักดิ์ให้ดูแลเดือนให้ดีด้วย

ทุกคนจึงทำงานกันด้วยความสบายใจและสนุกกับงาน

ooooooo

เพื่อหาค่ารถกลับบ้าน รวิเล่นดนตรีเปิดหมวกที่ตลาด ถูกพวกแม่ค้าด่าและไล่ หาว่าหนวกหู รวิดูเงินในกระเป๋าแซ็กโซโฟนที่วางตรงหน้าแล้วยังขาดเล็กน้อย จึงเดินไปเปลี่ยนที่เล่นเพื่อให้ได้เงินพอเป็นค่ารถกลับบ้าน

หลังจากขำเอาหลักฐานไปให้ตำรวจแล้วคิดว่าพวกตนคงพ้นข้อสงสัย แต่ตำรวจบอกว่าอย่างไรเสียก็ต้องสอบสวนให้ถึงที่สุดตามกระบวนการ ขำทำตาปริ๊บๆให้ตำรวจ ดัดเสียงเร่งให้ช่วยจัดการให้เร็วๆด้วย

ฝ่ายพิมุก พอรู้สึกตัวขึ้นมารู้ว่าแขนขาดไปทั้งสองข้างก็สติแตกเอะอะโวยวายให้เอาแขนตนคืนมา...

ครู่หนึ่ง บ่างถือกล่องเข้ามาบอกว่ามีคนส่งมาให้พิมุก แล้วแกะออกพบจดหมายในกล่อง เตี้ยคว้าไปสะกดอ่านทีละคำ ได้ความว่า ของขวัญปลอบใจจากศิริพร  พอหยิบของในกล่องขึ้นมาดู ก็ทำให้พิมุกแผดเสียงอย่างบ้าคลั่ง เพราะมันคือนวม!

ขำดี๊ด๊าดีใจเตรียมโปสเตอร์รูปของเดือน เพื่อเอาไปให้เดือนเซ็นเพิ่มมูลค่าเอาไปขายหน้าเวที

“จะเอาอะไรไปขายใครวะไอ้ขำ” เสียงรวิถามพร้อมกับเดินเข้ามาในสภาพมอมแมมทรุดโทรม ขำตกใจที่เจอ รวิโดยไม่คาดคิดและตกใจสภาพทรุดโทรมของเขา  ถามว่าไปทำอะไรมาหรือ รวิบอกว่าเรื่องมันยาว แต่เหลือบเห็นรอยเลือดที่พื้นถามว่ารอยอะไร

“รอยเลือดเพื่อนรักแกไง”

“ไอ้พิมุก สรุปมันเป็นยังไงบ้างตอนนี้”

“ด้วนทั้งบนทั้งล่าง ตายทั้งเป็นเลยนะนั่น เป็นนักมวยแต่แขนขาไม่มี เฮ้อ...กรรมจริงๆ”

รวิหดหู่ใจ เลยเปลี่ยนเรื่องถามว่าขำจะไปไหน ขำบอกว่าที่ท้ายตลาดมีงานนิดหน่อย ชวนไปด้วยกันไหม รวิบอกว่าไม่ไหวอยากนอนพักมากกว่า ขำเลยขอไปทำมาหากินก่อน พอออกไปแล้วก็บ่นอย่างสมเพช

“โธ่เอ๊ยรวิ...สารรูปดูไม่ได้เลย เฮ้อ...”

ooooooo

ณ สถานที่จัดงานคอนเสิร์ต ศิริพรยืนดูการจัดเตรียมเวที เชิดหน้ารำพึงอย่างหยิ่งผยองว่า...

“สุดท้ายแล้ว ฉันก็คือผู้ชนะ...พวกโง่ๆ ก็สมควรต้องแพ้ไป...” กวาดตามองไปเห็นชูเกียรติกำลังยืนคุยอยู่กับผู้ชายท่าทางนักเลงสองคน ด้วยท่าทีกลัวๆ หงอๆ ยกมือไหว้ปะหลกๆ ศิริพรเหยียดยิ้มพึมพำ “พวกบ่อนมาทวงหนี้สินะ ดี...จัดการไป จะได้ไม่มีตัวเกะกะ”ที่ตลาด...

เดือนกับป้อมและทวีศักดิ์เดินแจกแฮนด์บิลหนังอยู่ บรรดาพ่อค้าแม่ค้าพากันมามุงดู บางคนชมว่าเดือนสวยขึ้นจนจำเกือบไม่ได้ บางคนถามว่าจำได้ไหมป้าที่สนิทกับแม่ช้อยของเดือนไง เดือนยิ้มแย้มให้ทุกคนอย่างเป็นกันเองเหมือนเมื่อครั้งที่ยังขายของที่ตลาดกับแม่

เดือนเดินไปทักกิม พอกิมเห็นเดือนเดินมาก็เบือนหน้าหนี แต่เดือนก็ยังทักทายด้วยความอ่อนน้อมถามว่า

“ป้ากิม...แก้วเขาติดต่อมาบ้างไหม” ถูกกิมแว้ด ใส่ว่าจะมาเยาะเย้ยแก้วรึไง “เปล่านะจ๊ะ เดือนถามเพราะเป็นห่วง ยังไงก็เคยเป็นเพื่อนกัน”

กิมไล่ตะเพิดหาว่าเดือนเสแสร้ง ทั้งยังหยิบของที่แผงปาใส่ จนป้อมเข้าไปปรามว่า

“นี่หยุดเลยนะนังกิม ลูกแกทำกับพวกฉันขนาดนี้ ไม่ตบล้างน้ำให้ก็บุญแล้วนะ”

ขำมาเจอถามเดือนว่ามีอะไรกัน เดือนบอกว่าตนถามป้ากิมเรื่องแก้ว กิมก็แว้ดขึ้นมาทันทีว่า

“พวกแกคิดจะรุมฉันใช่ไหม!”

“สิ่งที่นังแก้วทำกับทุกคนไว้ ไม่มีใครลืมหรอกนะ ถึงคราวที่ลูกป้าต้องชดใช้แล้ว ป้าอย่าคิดช่วยลูกในทางที่ผิดเลย” ขำแทรกเข้ามาเตือน พูดแล้วทุกคนก็หันเดินกลับไปอย่างไม่แยแสกับกิมที่จ้องจิกอย่างเจ็บใจ

ooooooo

ทั้งสามเดินมาด้วยกันเงียบๆ จนขำถามขั้นว่าจะเงียบกันอย่างนี้อีกนานไหม เดือนขอโทษเพราะมัวคิดอะไรเพลินอยู่

“เออ...ว่าแต่รวิมันกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ” ป้อมถามขึ้น ขำบอกว่าเมื่อเช้านี้เอง ยังหมาดๆอยู่เลย

“แล้วฉันมาแบบนี้ พี่รวิเขาก็คงหลบหน้าฉันเหมือนเดิมนั่นแหละ” เดือนปรารภอย่างยังน้อยใจอยู่ ขำบอกว่าไม่ต้องห่วงเพราะรวิยังไม่รู้ว่าเดือนมา ป้อมแทรกขึ้นว่า

“รู้ว่าเดือนมาน่ะยังไม่เท่าไหร่ แต่คนนี้สิ...” ป้อม หางตาไปทางทวีศักดิ์ ทุกคนเลยหยุดเดินหันมองตามป้อม

“โอเค ผมเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร เอาอย่างนี้แล้วกัน เดี๋ยวผมจะคุยกับเขาเอง” ทวีศักดิ์อ่านสายตาของทุกคนออกเป็นฝ่ายเสนอขึ้น ขำถามว่าอยากโดนรวิจับโยนออกมารึไง “ผมจะอธิบายทุกๆอย่างกับเขาเอง จะได้เข้าใจกัน”

ทั้งสี่เดินมาถึงหน้าบ้านรวิแล้วหยุดพร้อมกัน ทวีศักดิ์สูดลมหายใจลึกๆ ถามว่ารวิอยู่ข้างบนใช่ไหม ทุกคนพยักหน้า ทวีศักดิ์จึงเดินเข้าไป แต่เพียงไม่กี่ก้าวก็หันมาสั่งเสียทุกคนว่า

“เอ่อ...ถ้าอีก 15 นาที ผมยังไม่ลงมา ช่วยเรียกรถพยาบาลให้ด้วยนะ”

ทุกคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมพร้อมทันที ทำเอาทวีศักดิ์กลืนน้ำลายฝืดคอก่อนจะเดินเข้าบ้านรวิไป

ooooooo

ตกค่ำ เมื่อได้เวลาเปิดคอนเสิร์ต ป้อมเช็กเสื้อผ้าหน้าผมของเดือนแล้วบอกว่า

“เรียบร้อยเดือน เตรียมโชว์ได้ เอาให้มันส์เต็มที่เลยนะ”

เดือนยิ้มมั่นใจมองไปทางทวีศักดิ์บอกว่าตนพร้อมแล้ว ถามทวีศักดิ์ที่ยืนหันข้างให้ว่าไหวไหม พอทวีศักดิ์หันมาจึงเห็นว่าตาข้างหนึ่งเขียวปั้ด ที่มุมปากช้ำแดง มีสายสมรถือห่อน้ำแข็งคอยประคบให้ แต่ทวีศักดิ์ยังปากแข็งบอกเดือนว่า

“ผมไม่เป็นอะไร...อูยยย...อย่างน้อยผมก็บอกเขาไปแล้วว่า ตอนนี้ผมบริสุทธิ์ใจ ผมกับเดือนไม่มีอะไรกันจริงๆ”

เดือนขอบคุณแล้วขอตัวไปทักทายแฟนคลับที่มาห้อมล้อม พอเห็นเดือนเดินออกมาก็พากันกรี๊ดกร๊าดมีรวิยืนอยู่ด้วย แต่เร้นตัวในมุมมืดมองเดือนแล้วยิ้มดีใจ...

ส่วนขำ ไปนั่งขายโปสเตอร์มีลายเซ็นเดือนอยู่ด้านข้างเวที ขายดิบขายดีจนหยิบแทบไม่ทัน เดือนทำหน้าที่โฆษณาหนังอย่างฉะฉานเชิญชวนแฟนคลับไปดูหนังกันให้มากๆ

เมื่อเดือนเดินเข้ามาด้านหลังเวที ทวีศักดิ์เรียกเดือนไปบอกอย่างตื่นเต้นว่า

“ที่ออฟฟิศโทร.มาบอกว่ากระแสหนังเราดีมากนะ ยอดไลค์ในแฟนเพจก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในเว็บต่างๆ ก็มีคนพูดถึงเต็มไปหมด” เดือนกับเพื่อนดีใจกันสุดๆ “แล้วก็อีกเรื่องหนึ่ง ทางค่ายเพลงเก่าของเดือน เขาส่งบัตรเชิญคอนเสิร์ตมาให้แน่ะ มีหลายใบเลย จะไปกันทุกคนก็ได้นะ”

ป้อมทำเชิดพูดว่าคอนเสิร์ตของนางงิ้วใครจะไป แต่เดือนบอกว่าตนจะไป ทั้งป้อมและขำต่างติงว่าจะไปทำไม

“ครั้งหนึ่งเดือนเคยเกือบได้ยืนบนเวทีนั้นแล้ว เดือนอยากไปอีกค่ะ อย่างน้อยในฐานะคนดูก็ยังดี”

ป้อมเลยตกลงจะไปด้วยเผื่อศิริพรร้องไม่ดีจะได้ช่วยโห่ไล่ ทวีศักดิ์รับปากจะจัดการเรื่องบัตรให้ทุกคนเลย เดือนถามว่าแล้วของรวิ? ทวีศักดิ์ตอบทันทีว่า “แน่นอน ต้องเผื่อไว้ให้เขาด้วย”

เดือนยิ้ม ถอนใจ ทอดสายตาออกไปไกล...

ooooooo

เวทีคอนเสิร์ตจัดอย่างอลังการมาก ทวีศักดิ์พาสายสมรเข้าไปนั่ง เดือน ป้อม ขำ เดินตามกันเข้าไป ป้อมถามขำว่ารวิจะตามมาจริงหรือ

“อืม...มันบอกอย่างนั้นนะ ไอ้นี่ชอบทำตัวเป็นพระเอกมาทีหลัง เชอะ!”

นักร้องตัวรองๆ ออกมาร้องเรียกน้ำย่อยก่อน เมื่อใกล้เวลา ชูเกียรติเดินไปบอกศิริพรว่าใกล้ถึงคิวเธอแล้วสแตนด์บายได้เลย ศิริพรลุกขึ้นราวกับนางพญา ส่องกระจกดูตัวเองอย่างพอใจอีกครั้งแล้วปรายตามองชูเกียรติแต่หัวจดเท้าก่อนเดินออกไป

“ทำหยิ่งทำเชิดไปเถอะ ทีใครทีมันละกัน” ชูเกียรติมองตามแค้นๆ แล้วจึงเดินตามไป

ที่หน้าเวที มีสายตาอาฆาตของใครบางคนจ้องรอเวลาอยู่!

เมื่อศิริพรเดินออกไป มีไฟส่องตามทุกก้าวอย่างสวยงาม เมื่อมายืนตรงกลางเวที เธอกลับตีหน้าเศร้าเอ่ยกับแฟนเพลงว่า

“เพลงนี้ พรขอร้องแทนในส่วนของเพื่อนที่พรรักมากทั้งสองคน เดือนกับแก้ว พรอยากจะบอกเขาว่า ไม่ว่าจะเป็นยังไง เขาก็เป็นเพื่อนพรเสมอ”

คำพูดของศิริพรได้รับเสียงปรบมือกึกก้องจากแฟนเพลง แต่ถูกป้อมกับขำด่ากันไปตามธรรมเนียม

แต่แล้วจู่ๆไฟบนเวทีก็ดับพรึ่บพร้อมกับปืนกระบอกหนึ่งมาจ่อที่ศิริพรเธอตกใจถือไมค์ค้าง

แก้วนั่นเอง! ศิริพรทำใจแข็งถามเบาๆว่าจะทำอะไร แก้วถามเสียงดังอย่างจงใจให้ได้ยินกันทั่วว่า กลัว หรือ ศิริพรจะปิดไมค์ แก้วสั่งอย่าขยับ! แล้วสั่งทีมงานเปิดไมค์ให้เสียงดังที่สุด พอศิริพรรู้ว่าเสียงไมค์เริ่มดังขึ้น ก็ทำใจเย็นสู้เสือบอกแก้ว

“แก้วจ๊ะ ฉันว่าแก้วใจเย็นๆ ก่อนนะจ๊ะ ฉันสัญญาฉันจะช่วยแก้วเอง”

“หึๆช่วยเหรอ” แก้วหัวเราะเหี้ยม แล้วหันไปพูดกับคนดู “ทุกคนได้ยินไหมคะ มันบอกว่ามันจะช่วยแก้ว นังผู้หญิงสารเลวที่เป็นคนวางแผนทุกอย่างบอกว่าจะช่วยแก้ว!”

ศิริพรทำเป็นคนดีต่อหน้าแฟนเพลง ในขณะที่แก้วมาในมาดนางร้ายเอาปืนจ่อ ทั้งแฉทั้งสาวไส้ศิริพรต่อหน้าแฟนเพลงว่าตนถูกศิริพรหลอกเอาทุกอย่างไปเหลือแต่เรื่องชั่วๆ ไว้ให้ตนคนเดียว ศิริพรทำไก๋โบ้ยว่าแก้วเข้าใจผิด เพราะคนที่แย่งของเธอไปนั้นคือเดือนต่างหาก

“ศิริพร ถึงตอนนี้เธอควรจะเลิกแอ๊บได้แล้วนะ ธาตุแท้ของเธอน่ะมันปิดไม่อยู่แล้ว” แก้วหันไปถามคนดูว่าอยากรู้ไหมว่าผู้หญิงคนนี้ทำชั่วอะไรไว้บ้าง จะเอาเรื่องไหนก่อนดี พอดีแก้วมองลงมาเห็นเดือนมองอยู่ แก้วพูดกับเดือนว่า

“เดือน...ฉันนี่แหละที่ร่วมมือกับมันถ่ายคลิปเธอแล้วก็เอาไปปล่อย แล้วนังศิริพรนี่แหละ ที่เอาไปให้แม่เธอดูจนแม่เธอต้องตาย!”

เดือนลุกเดินไปใกล้เวทีพูดน้ำตาคลอ “เธอจริงๆ ด้วยสินะศิริพร!” ขำกับป้อมช่วยกันด่าไปบนเวที ศิริพรทำหน้าซื่อตาใสบอกว่าตนไม่รู้จริงๆ

ooooooo

ที่หน้างาน รวิมาแล้วยืนลังเลอยู่แถวจอทีวีว่าจะเข้าหรือไม่เข้าดี แต่เห็นสภาพผู้ชมคอนเสิร์ตพากันแตกตื่นหนีกันชุลมุนจึงแทรกเข้าไปดูที่จอทีวี เห็นแก้วถือปืนจ่อศิริพรอยู่!

ชูเกียรติสั่งเจ้าหน้าที่ให้โทร.เรียกตำรวจและสั่งกล้องให้ถ่ายทอดต่อไปเรื่อยๆห้ามหยุด บนเวที แก้วมองเดือนที่ยืนอยู่ด้านล่างเวที บอกเดือนว่าแม้แต่บ้านเดือนก็ถูกเผาโดยฝีมือศิริพร เดือนแค้น สะอึกจะขึ้นไปเล่นงานศิริพร ถูกขำดึงไว้

เดือนถามแก้วว่าที่บ้านตนถูกเผาไม่ใช่ฝีมือพิมุกหรือ แก้วบอกว่าศิริพรสร้างหลักฐานใส่ร้ายพิมุก แล้วตะคอกให้ศิริพรพูดมาว่าทำอะไรอีก ศิริพรยังปากแข็ง พอถูกแก้วเอาปืนจ่อขมับ ศิริพรเห็นรวิอยู่ข้างล่างก็ร้องขอความช่วยเหลือ

“ช่วยเหรอ ไอ้ที่แกแกล้งมารยาจนเขาเข้าใจผิดกัน แกยังไม่พออีกเหรอ หา!” แก้วตวาด

กิมเห็นข่าวทีวีขณะไปซื้อข้าวสารและไข่ในตลาด เห็นแก้วจิกผมศิริพรเอาปืนจ่อขมับ กิมถึงกับร้องไห้ อุทาน

“โธ่แก้ว...แกทำอะไรของแกอีกเนี่ย...”

แม้จะอยู่บนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตาย

ศิริพรก็ยังปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาของแก้วและกล่อมให้แก้วมอบตัวเสีย แก้วบอกว่าตนจะมอบตัวก็ต่อเมื่อฆ่าเธอแล้วเท่านั้น เดือนเข้ามาขอร้องแก้วให้ปล่อยศิริพรไปเสีย รวิก็หว่านล้อมว่าถ้าแก้วทำอะไรลงไปโทษจะหนักขึ้นไปอีก แก้วมองขวับถามว่า
“ทำไมล่ะ มันทำกับพวกเธอไว้ขนาดนี้ เธอยังจะห้ามฉันอีกเหรอ”

“ไม่มีประโยชน์หรอกแก้ว ใครทำอะไรไว้วันหนึ่งบาปกรรมก็จะตามคนคนนี้เอง” เดือนเอาหลักศาสนาเข้ากล่อม

ศิริพรอาศัยจังหวะที่แก้วหันไปฟังเดือน ผลักแก้วล้มลงแล้ววิ่งหนีพลางร้องขอความช่วยเหลือ ถูกแก้วยิงเข้าที่ท้องจนสะอึกชะงักแต่ยังพยายามถอยไปที่ขอบเวที เดือนตะโกนห้ามแก้ว แต่แก้วเลือดเข้าตาแล้ว เดินไปกระหน่ำยิงศิริพรอีกสามนัด ตะโกนบอกศิริพรว่า แล้วไปพบกันที่นรก

ศิริพรหงายตกเวทีตายในสภาพตาเบิกโพลง แก้วเดินมามอง ระเบิดหัวเราะออกมาอย่างสะใจ

เดือนเดินไปหาศิริพร แต่ตัวเองกลับเป็นลมไปก่อน ดีที่รวิประคองไว้ทัน

ครู่หนึ่งเดือนลืมตาขึ้น เห็นรวิกับชูเกียรติกำลังถูกตำรวจสอบถามร่างศิริพรถูกห่อด้วยผ้าขาวแบกออกไป

ส่วนแก้วถูกตำรวจใส่กุญแจมือในสภาพที่แก้วยิ้มสะใจตาขวาง

ooooooo

เดือนเห็นสภาพบนเวทีแล้ว บอกป้อมว่าตนไม่อยากให้เป็นแบบนี้ ไม่อยากให้ใครเป็นอะไร ป้อมบอกว่าพวกเขาทำกันเองเดือนไม่เกี่ยว

 ครู่หนึ่งทวีศักดิ์กับสายสมรเดินมาหาเดือน ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ทวีศักดิ์บอกว่าตนคุยกับตำรวจแล้วเดือนอาจจะต้องไปเป็นพยานแต่ไม่ต้องห่วงไม่มีอะไร สายสมรก็แสดงความห่วงใยถามเดือนว่าไหวไหม ไปหาหมอดีไหม

“ไหวค่ะ เดือนไม่เป็นอะไรค่ะ”

“ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอก เดี๋ยวฉันกับคุณทวีศักดิ์คงต้องไปคุยกับทางเสี่ยเขาก่อน น่าสงสาร คอนเสิร์ตล่มแบบนี้คงเสียหายเยอะ” สายสมรเอ่ย

“เดี๋ยวเราคงต้องไปให้ปากคำที่โรงพักกันนะ” รวิเดินมาบอกกับทุกคน เดือนพยักหน้ามองรวิแต่เขากลับเมินไปทางอื่น ทำให้เดือนถึงกับหน้าสลด ทุกคนที่จับตาดูอยู่ต่างพากันส่ายหน้า...

ooooooo

บรรดาผู้ที่ทำตัวเป็นอริกับเดือน ต่างประสบชะตาต่างกันตามกรรมแห่งตน ลิ้นจี่กับโรจน์ทะเลาะแย่งชิงสมบัติเท่าที่มีอยู่ เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง โรจน์ตัดช่องน้อยแต่พอตัวจะหนีจากลิ้นจี่ไป บอกว่า “ใครจะอยู่รอเข้าคุกกับแก ตำรวจเขาสืบจนรู้อะไรเป็นอะไรแล้ว ขืนอยู่ด้วยก็ซวยไปด้วยเท่านั้น” โรจน์ทิ้งลิ้นจี่ร้องไห้คร่ำครวญกับชะตากรรมที่กำลังจะประสบ

ส่วนพิมุก หลังจากด้วนทั้งขาทั้งมือจนเหลือแต่ตัวมีหัวติ่งออกมาหน่อยหนึ่ง ก็สติแตก ร้องโวยวายทวงแขนทวงขาของตนคืน อาละวาดด่าทอทำร้ายจนแม้กระทั่งบ่างกับเตี้ยที่ไม่เต็มบาทก็ยังทนอยู่ไม่ได้ พากันหนีออกนอกห้อง ทิ้งให้พิมุกโวยวายอย่างบ้าคลั่งอยู่ในห้องคนเดียว

แก้วถูกจับขังอยู่ในเรือนจำ ขำ ป้อม และเดือนกลับมาอยู่ที่บ้านเช่าของเดือน ส่วนรวิกับเทพพากันไปนอนวัด

เดือนซื้ออาหารและผลไม้มามากมาย บอกว่าจะเอาไปเยี่ยมแก้ว ระหว่างนั้นป้อมถามขำว่าได้ยินที่ตลาดเขาลือกันไหม ขำหูผึ่งถามว่าลือเรื่องอะไรหรือ

“อุวะ จะเรื่องอะไร ก็ต้องเรื่องเมื่อวานนี้ไง หนังสือพิมพ์ลงซะละเอียดยิบเลยรู้ไหม เห็นว่านังแก้วมันแฉหมดเลย ตั้งแต่เรื่องที่แกล้งเดือน กระทั่งเรื่องที่อีงิ้วมันยอมเป็นเมียไอ้เสี่ยนั่น” ป้อมเล่าไม่ทันจบ ขำก็ทำท่าตื่นเต้นกว่าเล่าว่า

“มีเด็ดกว่านั้นอีกนะพี่ป้อม ตำรวจเขาโทร.มาบอกลุงเทพว่า นังลิ้นจี่มันสารภาพแล้วว่า ยัยศิริพรเป็นคนจ้างให้สร้างเรื่องใส่ร้ายรวิ”

“งั้นหมายความว่า...” เดือนแทรกขึ้นอย่างตื่นเต้น

“ใช่แล้ว ตอนนี้รวิกับฉันไม่มีความผิดแล้ว รอเรื่องเรียบร้อยเมื่อไหร่เราก็จะเปิดร้านได้อีกครั้ง” ขำยิ้มหน้าบาน ส่วนป้อมก็ดี๊ด๊าว่าตนจะได้ไปเปิดร้านอีกแล้ว ขำชวนกลับไปกันพรุ่งนี้เลยดีไหม

“นั่นสิ ฉันจะได้กลับไปทำสิ่งที่สำคัญที่สุดด้วย” เดือนเห็นด้วย ขำกับป้อมมองหน้ากันสงสัยว่าเดือนจะทำอะไร

ooooooo

กิมไปเยี่ยมแก้วที่เรือนจำ พอเห็นหน้าแก้วก็ร้องไห้คร่ำครวญว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ แก้วบอกว่าตนโง่เองอย่าไปโทษใครเลย

ขณะนั้นเอง เดือนเดินเข้ามาโดยให้ขำ ป้อม รวิ และเทพรอข้างนอก พอกิมเห็นแก้วก็ว้ากใส่ว่ามาทำไม หาว่าเพราะเดือน แก้วถึงได้ตกอยู่ในสภาพนี้

 “พอเถอะแม่ ฉันบอกแล้วไงไม่ใช่ความผิดของเดือน ฉันเอง ความผิดของฉันเอง ถ้าฉันไม่อิจฉาจนหน้ามืดไปร่วมมือกับคนชั่ว มันคงไม่เป็นแบบนี้”

เดือนบอกว่าเรื่องผ่านไปแล้ว ช่างเถอะตนให้อภัยแก้วขอบใจ แต่ถึงจะอย่างไรความรู้สึกผิดก็ยังติดตัวตนไปตลอด

แก้วมองไปทางพวกรวิที่ยืนอยู่ข้างนอก เอ่ยขอโทษขำกับป้อมที่ตนคอยหาเรื่องตลอดมา ขอโทษเทพที่ตนทำให้ผู้หญิงที่เขารักที่สุดต้องตาย ขออโหสิให้ด้วยพลางคุกเข่าพนมมือร้องไห้

“ฉันกับนภาอโหสิให้เธอ” เทพเอ่ย แก้วลุกยืนหันไปทางรวิ บอกเขาว่า “รวิ เธอกับเดือนน่ะเหมาะสมกันที่สุดแล้ว อย่าปล่อยให้ใครมาทำให้เธอต้องผิดใจกันอีกเลยนะ”

ส่วนกิมก็สำนึกผิด ตำหนิตัวเองว่าไม่เคยสั่งสอนสิ่งดีๆให้แก้ว คอยแต่จะอิจฉา กลัวใครจะได้ดีกว่าลูกตัวเอง

“ไม่หรอกแม่ ไม่ใช่ความผิดของแม่หรอกฉันขอทุกคนอย่าโกรธอย่าเกลียดแม่เลย อะไรที่เราแม่ลูกเคยทำ ได้โปรดยกโทษให้เราด้วย” เดือนบอกว่าอย่าห่วงเลยพวกตนทุกคนไม่โกรธเธอกับแม่แล้ว แก้วบอกกิมอย่างเป็นห่วงว่า “แม่...ไม่มีฉันแล้วแม่ต้องดูแลตัวเองดีๆ ฉันขอโทษนะที่ไม่เคยดูแลแม่เลย”

สองแม่ลูกร้องไห้สะอึกสะอื้นท่ามกลางความสลดใจของคนรอบข้าง

ส่วนชูเกียรติเมื่องานพังก็ไม่มีเงินใช้หนี้ ถูกเจ้าหนี้ส่งลูกน้องมาทวง เมื่อไม่ได้เงินก็เอากระสอบคลุมอุ้มไปเลย

ooooooo

เทพยังคงเป็นพี่ชายที่ดีของรวิ เดินคุยกับรวิถามว่าตกลงเรื่องกับเดือนจะเอาอย่างไร จะกลับไปคบกันเหมือนเดิมหรือยังเพราะทุกเรื่องก็จบไปแล้ว

รวิบอกว่าตนไม่อยากให้ใครๆ มองว่าตนเกาะเดือนกิน เพราะตอนนี้เดือนกำลังดัง ส่วนตนเป็นแค่นักดนตรีกระจอกๆ แถมมีคดีติดตัวหาว่าเป็นพ่อเล้าด้วย เทพถามว่ารวิยังรักเดือนอยู่หรือเปล่า

“ก็ผมรักไงถึงได้ตั้งใจไว้แล้ว ถ้าผมยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ผมจะไม่กลับไปหาเดือนอีก เสร็จงานป้าช้อยแล้วผมจะไปเริ่มชีวิตใหม่ของผมเอง”

ในงานวันฌาปนกิจช้อยนั้น ป้อมถือโทรศัพท์มาบอกเดือนว่ามีสายเข้า ปรากฏว่าเป็นสายจากทวีศักดิ์ เดือนบอกว่าเสร็จงานแล้วจะรีบกลับไป

ขณะเดือนเอาดอกไม้จันทน์ไปวางนั้น เดือนบอกกล่าวกับแม่ช้อยว่า

“แม่จ๋า...เดือนกลับมาทำตามที่ตั้งใจไว้แล้วนะจ๊ะ แม่เห็นไหม มีคนมาร่วมงานของแม่เต็มไปหมดเลย ขอให้แม่ไปสู่สุคติ ไม่ต้องห่วงอะไรนะจ๊ะ ลูกสาวแม่คนนี้จะเป็นนักร้องที่ดีเหมือนที่เคยบอกแม่ไว้จ้ะ”

เสร็จจากงานแม่แล้ว เดือนเอาดอกไม้ไปวางที่รูปของศิริพรที่กำแพงวัด

“ฉันอโหสิให้เธอนะศิริพร ขอให้วิญญาณเธอไปสู่สุคติ” แต่พอหันหลังจะกลับก็เจอรวิ เดือนทักแต่รวิไม่พูดอะไรเดินผ่านเดือนไปวางดอกไม้หน้ารูปศิริพรแล้วจะเดินกลับ เดือนถามว่า “เรื่องของเรามันจบแค่นี้ใช่ไหม พี่ อยากให้มันเป็นแบบนี้ใช่ไหม พี่กับฉันเราไม่เหมือนเดิมกันแล้วใช่ไหม”

รวิหันมองหน้าเดือน พูดอย่างสุขุมเยือกเย็นว่า “ใช่...ถ้าเป็นแบบนี้ เราไม่ควรกลับไปเป็นเหมือนเดิม”

เดือนพยักหน้าพูดไม่ออกมีแต่น้ำตาที่ไหลอาบแก้ม รวิเองก็เศร้าเหงาพูดอะไรไม่ออกอีกเช่นกัน

ooooooo

ในที่สุดเดือนก็ได้กลับไปขึ้นคอนเสิร์ตที่ล่มไปเมื่อสองปีก่อน นักข่าวต่างพากันมาหาข่าวกับเดือนและป้อม แต่ทั้งสองก็ไม่ได้ให้ข่าวอะไรไป

คนที่ปูดข่าวนี้ออกมาคือดีเจคัมม่อน หรือขำนั่นเอง พูดจ้ออย่างมันอารมณ์ในเย็นวันหนึ่งว่า

“ได้เวลาเข้าสู่ช่วงอัพเดตงานเพลงกับวีเจคัมม่อนแล้ว เริ่มกันด้วยข่าวน้องเดือน งามพร้อม สาวน้อยเจ้าของเพลงหางเครื่อง ที่ขึ้นอันดับทะลุชาร์ต จะยอมกลับมาเป็นเกสต์คนพิเศษในงานคอนเสิร์ตรวมศิลปินที่เคยได้ชื่อว่าเป็นคอนเสิร์ตอาถรรพณ์กันมาแล้ว”

เดือนฟังอยู่ถึงกับบ่นขำว่าไม่เคยเปลี่ยนเลย ป้อมด่าว่าปากเสียไม่เปลี่ยน เดือนนึกได้เตือนป้อมอย่าลืมส่งบัตรไปให้เทพด้วย ป้อมถามว่าจะมีเวลาไปดูหรือ เพราะไหนจะโรงเรียนสอนดนตรี ไหนจะร้านที่ทำกับรวิอีกล่ะ พอได้ยินป้อมเอ่ยถึงรวิ เดือนก็หน้าขรึมลง ถามว่ารวิเป็นอย่างไรบ้าง

“ก็เห็นว่าดีขึ้นเรื่อยๆ นะ ปีหน้าคงขยายร้านอีกอ้อ...เห็นมีแพลนว่าจะไปขอสาวอยู่ด้วยนี่ อุ๊บ...” ป้อมรีบปิดปาก

เดือนเอ่ยเศร้าๆว่าฝากแสดงความยินดีด้วย เลยไม่ทันสังเกตเห็นป้อมที่ทำตาปริ๊บๆ อมยิ้มอย่างมีเลศนัย

เดือนถามขำหรือดีเจคัมม่อนว่าข้างนอกเป็นอย่างไรบ้าง ขำบอกว่าเต็มทุกแถว บอกว่าลุงเทพกับเฮียทวีก็มาแล้วนั่งเตี้ยอยู่แถวหน้าๆโน่น เดือนถามว่าแล้วรวิล่ะ

“รวิเหรอ เห็นว่าจะไปหาสาวน่ะ อุ๊ย...เผลออีกแล้ว” ขำทำท่าทะเล้น แต่เดือนไม่ทันสังเกตบอกขำว่าตนจะไปเตรียมตัวดีกว่าเพราะใกล้เวลาแล้ว แต่สมองอื้ออึงไปด้วยข่าวที่ป้อมกับขำบอกว่ารวิจะไปขอสาว ไปหาสาว จนเจ้าหน้าที่ต้องมาเตือนว่าให้ไปสแตนด์บายได้แล้ว เดือนจึงรู้สึกตัวรีบตามทีมงานไป

ooooooo

 เมื่อถึงคิวเดือนออกไปร้องเพลง เดือนร้องเพลงเศร้าๆ เข้ากับเนื้อเพลงหางเครื่องที่พรรณนาถึงความผิดหวัง

ทันใดนั้นไฟดับพรึ่บ ทุกคนตกใจ หลายคนยังฝังใจกับเหตุการณ์คราวนี้แล้ว สายสมรถามทวีศักดิ์ว่าจะแจ้งตำรวจเลยไหม ทวีศักดิ์ยกโทรศัพท์ขึ้น ถูกเทพจับมือไว้ส่ายหน้าแล้วพยักพเยิดให้ดูบนเวทีต่อไป

ท่ามกลางความมืดบนเวทีนั้น เสียงแซ็กโซโฟนแว่วมาอย่างไพเราะพร้อมกับไฟสว่างพรึ่บขึ้น เดือนเพ่งมองจนเห็นชัดว่าคือรวินั่นเอง รวิถือแซ็กโซโฟนมายืนยิ้มข้างๆเดือน

“หมายความว่าไงเนี่ย” เดือนถามงงๆ รวิจับมือเดือนที่ถือไมค์ขึ้นมา บอกเสียงแจ่มใสชัดเจนว่า

“พี่รักเดือนนะ”

“อะไรของพี่เนี่ย อยู่ๆก็มาพูดแบบนี้ ทีตอนนั้นพี่กลับเป็นฝ่ายไปจากฉันซะเอง”

“ตอนนั้นเราไม่เหมาะที่จะคบกันจริงๆนี่ พี่ไม่มีอะไรเลย แต่ตอนนี้พี่พร้อมแล้ว พร้อมที่จะดูแลเดือนไปตลอดชีวิต แล้วเดือนล่ะ พร้อมไหมที่จะให้พี่ดูแล”

เดือนยังปรับตัวปรับใจไม่ทัน เอ่ยขอโทษรวิ กำลังจะพูดต่อ ก็ถูกรวิขัดขึ้นว่า

“เดือน...แต่พี่รักเดือนจริงๆนะ ที่พี่พยายามจะมาถึงวันนี้...”

เดือนขอร้องให้พอไม่ต้องพูดแล้ว ทำเอารวิหน้าเสีย หันเดินคอตกจากไป พลันก็ได้ยินเสียงเดือนพูดต่อว่า

“พี่ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว เดือนพร้อมแล้ว เดือนพร้อมที่จะดูแล...เดือน...เดือนก็รักพี่นะ”

เสียงแฟนเพลงกรี๊ดยินดีและปรบมือกันสนั่นยาวนาน ป้อมกับขำถึงกับกระโดดโลดเต้นกันใหญ่

“ถ้างั้น...” รวิเอ่ยแค่นั้นก็ยกมือส่งสัญญาณกับนักดนตรี เพลงหางเครื่องท่อนเร็วดังขึ้น รวิจับแซ็กโซโฟนร่วมเล่นด้วย

บนเวทีรวิกับเดือนเต้นไปตามจังหวะเพลงอย่างสนุกสนานเบิกบาน คนดูพากันลุกโยกย้ายไปด้วยอย่างมีความสุข...

-อวสาน-


ละครหางเครื่อง ตอนที่ 19(ตอนจบ) อ่านหางเครื่อง ติดตามหางเครื่อง ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย 9 เม.ย. 2557 09:02 2014-04-10T23:34:17+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ