ตอนที่ 7
เจ้านางอินยามองฉากรักสามเส้าระหว่างเจ้าแสงมิน มรันมาและติสสาด้วยแววตาสะใจ หวังลึกๆว่าเมื่อแม่ทัพหนุ่มอกหักจากมรันมาจะย้อนมาซบอก แต่ดูเหมือนความหวังจะริบหรี่เพราะติสสาอาลัยอาวรณ์คนรักจนทุกคนเริ่มเครียด มรันมาโผกอดเจ้าแสงมินเหมือนต้องการหาที่พึ่ง ติสสาทนไม่ไหวถลาไปกระชากออกและพร่ำบอกรักเสียงอ่อน
“แต่ข้าเกลียดเจ้า ข้าเกิดมาเพื่อเจ้าแสงมิน ร่างกายข้ามีเจ้าแสงมินเป็นเจ้าของ ข้ารักเจ้าแสงมินคนเดียว”
“ไม่จริง...น้องน้อยสัญญาว่าหัวใจรักจะเป็นของพี่ชายคนเดียว”
เจ้าแสงมินแกล้งกระชับอ้อมแขน ติสสาแทบคลั่งและผวาเข้าหา เจ้าปันแสงกระโจนขวางและต่อสู้กับแม่ทัพใหญ่อุตลุด แต่เพราะมัวมองมรันมา ติสสาจึงพลาดท่าให้เจ้าปันแสง ถูกกริชกรีดกลางหลังจนเห็นรอยเลือดเป็นทางยาว
“ดูแล้วจำให้ถึงสำนึกสุดท้าย เจ้าเป็นได้แค่กรวดทรายไร้ค่าที่มรันมาเหยียบย่ำเพื่อก้าวไปสู่อ้อมอกเจ้าแสงมิน”
ติสสาทรุดตัวกับพื้น หัวใจร้าวรานด้วยความช้ำใจที่เห็นคนรักตระกองกอดกับชายอื่น เจ้าแสงมินพามรันมาเดินจากไปแล้ว ติสสาจะผวาตามแต่ถูกเจ้าปันแสงถีบจนหน้าคว่ำ ใจแทบขาดที่รั้งคนรักไว้ไม่ได้
ฝ่ายเจ้านางจันทเทวี เมื่อทราบจากกาหลงว่ามรันมาหลงรักเจ้าแสงมินหัวปักหัวปําก็ไม่เชื่อ แล่นไปถึงตำหนักเจ้านางอินยาเพื่อเอาเรื่องเพราะเชื่อว่าเป็นคนบงการทั้งหมด เจ้านางอินยาไม่หวั่นแถมโต้กลับเสียงกร้าว
“แม่เจ้าไม่เคยสั่งสอนเหรอจันทเทวี ว่ากิริยาที่เจ้าทำมันไม่มีสกุลรุนชาติ”
“แม่ข้าสอนเสมอให้รักษากิริยา วาจาและใจให้บริสุทธิ์ ไม่ริษยาอาฆาตเพราะจะทำให้จิตใจต่ำกว่าชาติกำเนิด”
“จันทเทวี...ก้มหัวลงขอโทษข้าเดี๋ยวนี้”
“ไม่...ข้าไม่เหมือนพี่ปรันมา ข้าอดทนกับคนจิตใจหยาบช้าไม่ได้ และข้าก็จะไม่ขอโทษ”
เจ้านางอินยาตบหน้าเจ้านางจันทเทวีเต็มแรงและตวาดใส่ไม่ไว้หน้า “ข้ารู้ว่าเด็กขาดพ่อแม่อย่างเจ้ายากจะสั่งสอนให้เติบโตอย่างสง่างามได้สักเสี้ยวของเจ้าปันแสง อย่าให้ข้าต้องสั่งสอนแทนแม่ของเจ้าที่ตายไปเลย ข้าละอายที่สุดที่ศรีพิสยามีเจ้านางไร้ปัญญาอย่างเจ้า...ไสหัวไป!”
เจ้านางจันทเทวีน้ำตาคลอและผละออกไป เจ้านางอินยาหัวเราะไล่หลัง...สมน้ำหน้า อยากลองดีกับข้าดีนัก!
ooooooo
ระหว่างที่ติสสาคลุ้มคลั่งเพราะพิษรัก จะเป็นจะตายที่เสียคนรักไปต่อหน้าต่อตา เจ้าแสงมินกับมรันมาก็พรอดรักอย่างมีความสุขในตำหนักเจ้านางอินยา เจ้าปันแสงกับเจ้านางอินยาไม่อยากขัดความสุขแต่คิดว่าต้องยื้อเวลาไว้ก่อน เพราะต้องการให้เจ้าแสงมินทำตามสัญญาที่จะยกกองทัพมายึดศรีพิสยาจากเจ้าปรันมา
เจ้านางอินยาสั่งอุตลาให้ถือเสื้อผ้าเข้ามาในห้องและเอ่ยกับเจ้าแสงมินเสียงหวาน
“ให้มรันมาไปแต่งตัวใหม่กว่านี้เถอะ ข้าอยากให้เวลาสำราญของท่านซาบซึ้งตรึงใจที่สุด”
เจ้าแสงมินจำต้องถอยห่าง มองตามสองแม่ลูกและมรันมาด้วยความหงุดหงิด
“พิธีรีตองอะไรนักหนาวะ แต่งตัวทำไมให้เสียเวลาถอด คลั่งจนจะบ้าแล้วโว้ย!”
อุตลาพามรันมาไปแต่งตัวอีกห้องและอดแขวะไม่ได้เพราะหมั่นไส้อดีตเพื่อนนางข้าหลวงร่วมตำหนักที่ได้ดีกว่า มรันมาไม่ยี่หระและขู่จะให้ทหารของเจ้าแสงมินมาจัดการถ้ายังไม่หยุดพล่าม อุตลากลัวหัวหดและจำใจไปรอข้างนอกอย่างเซ็งๆ กาหลงรอจังหวะที่มรันมาอยู่ตามลำพังจึงเข้าไปเตือนสติ
“เจ้าเป็นอะไรมรันมา เจ้ารักกษัตริย์แสงมินไม่ได้นะ เจ้ารักอยู่กับแม่ทัพติสสา”
มรันมาหัวเสียทันทีที่ได้ยินชื่อติสสา ตวาดไล่และเรียกอุตลามาจัดการ เสียงร้องครวญครางของกาหลงไม่ได้ทำให้มรันมารู้สึกผิด เสน่หามนต์ดำทำให้มัวลุ่มหลงและคิดถึงแต่เจ้าแสงมินจนลืมเลือนทุกอย่าง
หลังจากถูกเฆี่ยนตีแทบตาย กาหลงก็กระเสือกกระสน ไปหาติสสาถึงเรือนแต่ไม่พบ มารุตกับเมฆาถลามาหาและถามด้วยความห่วงใยว่านางข้าหลวงเพื่อนสนิทของ มรันมาถูกทำโทษด้วยสาเหตุใด
“จะอะไรเสียอีก มรันมาน่ะสิ...หน้ามืดตามัวรักอยู่แต่เจ้าแสงมิน แล้วนี่แม่ทัพติสสาไปไหน หรือว่าจะยอมยกคนรักให้เจ้าแสงมินไปกอดจูบได้ตามใจชอบ!”
เวลาเดียวกันที่ตำหนักเจ้านางอินยา...เจ้าแสงมินก็มองมรันมาในชุดใหม่ด้วยแววตาตื่นตะลึง ความงามเนื้อสาวทำให้หัวใจชายหนุ่มเต้นระรัว อยากดึงร่างน้อยมากอดจูบให้หนำใจแต่ก็ถูกเจ้าปันแสงขวางไว้อีก อ้างว่าให้รีบพามรันมาออกจาศรีพิสยาให้เร็วที่สุดเพราะเชื่อว่าติสสาต้องไม่ยอมหยุดแค่นี้
ooooooo
เจ้าแสงมินกลัวไม่ได้ตัวมรันมาจึงชิงยกขบวนออกจากศรีพิสยาในเช้าวันรุ่งขึ้น เจ้านางอินยากับเจ้าปันแสงตามมาส่งด้วยรอยยิ้มแสนหวานเคลือบยาพิษ โดยเฉพาะเจ้านางอินยาที่รอคอยเวลานี้มานานแสนนาน
“ในที่สุดก็ถึงเวลาเสียที ภาพนี้ที่ข้าอยากเห็น ไล่นังมรันมาลูกทาสไปให้พ้นจากศรีพิสยา”
“แสงมินที่ได้มรันมาไป จะต้องตอบแทนด้วยกองทัพที่หนุนบัลลังก์ศรีพิสยาของข้า”
กาหลงเฝ้าดูเหตุการณ์ด้วยความกังวลและตามหาติสสาพร้อมกับมารุตกับเมฆาจนเจอเขานั่งตรอมใจที่น้ำตกแสงจันทร์ แม่ทัพหนุ่มระเบิดความผิดหวังว่าคงไม่มีประโยชน์จะยื้อมรันมาไว้เพราะเธอคงอยากครองรักกับเจ้าแสงมิน
“นี่คือสิ่งตอบแทนสาสมที่สุด ข้าต้องเสียน้องน้อยไปเพราะความโง่ที่ไม่มีวันให้อภัยได้ของข้าเอง”
กาหลงกลัวไม่ทันการณ์เพราะเจ้าแสงมินใกล้ยกขบวนออกไปทุกทีเลยจำใจโพล่งออกไปเสียงเครียด
“ท่านต้องไปห้ามมรันมา ตอนนี้เจ้าแสงมินกำลังจะเอาตัวมรันมาไปจากท่านตลอดชีวิตแล้ว”
ติสสาตาเหลือก วิ่งพรวดออกไปไม่เหลียวหลัง โดยมีมารุตกับเมฆาตามติดเพื่อระวังภัยให้เจ้านายเต็มที่ ภาพมรันมาย่อตัวอำลาเจ้านางอินยากับเจ้าปันแสงและขึ้นเสลี่ยงเคียงข้างเจ้าแสงมินทำให้ติสสาร้อนรนอย่างหนัก ถลาไปรั้งไว้และตั้งท่าจะดึงลงมา อสุนีพุ่งหาแต่ต้องเจอกับมารุตและเมฆา เจ้าปันแสงเห็นท่าไม่ดีเลยปราดเข้ามาขวาง
“หยุดตรงนั้นติสสา...ต่อหน้าองค์กษัตริย์ จง เจียมตัวว่าเป็นแค่แม่ทัพ ทำผิดวินัยทหารก็ถูกตัดหัวเสียบประจานได้เหมือนกัน นี่หรือคนระดับขุนพล ไร้เกียรติ...ทำตัวโซเหมือนหมา”
“พอแล้วปันแสง...เมตตาสุนัขอกหักเถอะอย่าใจร้าย... อย่าให้เกิดสิ่งอัปมงคลในวันแห่งความสุขของเรา”
เสียงหัวเราะของเจ้าแสงมินเสียดแทงหัวใจติสสา แม่ทัพหนุ่มอ้อนวอนเสียงอ่อนให้มรันมาเปลี่ยนใจ
“ข้าเต็มใจไปเองเพราะข้ารักเจ้าแสงมิน รักผู้ชายดีพร้อมคนนั้นมากจนไม่มีหัวใจให้ชายคนไหนอีกแล้ว”
ติสสาเจ็บหัวใจเหมือนโดนแทง มองคนรักด้วยสายตาปวดร้าว “สายตาน้องน้อยเกลียดพี่ชายถึงเพียงนี้”
“ไม่ใช่แค่สายตา...หัวใจข้าก็เกลียดท่าน”
เวลาเดียวกันที่ตำหนักหลวง...เจ้าปรันมากับเจ้านางจันทเทวีรับฟังเรื่องอุบาทว์จากกาหลงแล้วโกรธจัด โดยเฉพาะเจ้าปรันมาที่รีบไปขัดขวางขบวนของเจ้าแสงมินจนทุกคนแตกตื่น
“ฉันไม่ได้งมงาย แต่ฉันศรัทธาในตัวคุณนรสิงห์ ฉันไม่รู้หรอกว่าเขามีอิทธิฤทธิ์อภินิหารหรือพลังอะไรสะกดพวกเราได้ แต่ฉันเชื่อว่าคุณนรสิงห์เขาหวังดีกับฉัน เชื่อตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็นหน้าเขา”
คฑารัตน์ยิ้มเคลิ้มๆเมื่อนึกถึงใบหน้าคมเข้มของชายชรา วิวรรธน์อดน้อยใจไม่ได้จนต้องตัดพ้อออกไป
“เออ...วิวมันไม่ดี วิวมันไม่เท่ เป็นวิวมันก็ผิดแล้ว ไปเกิดใหม่ซะทีสิไอ้วิว”
คฑารัตน์กับวิวรรธน์เดินนำลิ่วไปแล้ว ทิ้งรัดเกล้าให้นั่งฟังผู้กองหนุ่มขอร้องเรื่องไม่ให้กลับไปบ้านนรสิงห์อีก แต่เธอก็ไม่รับปากเพราะคิดว่าเป็นเรื่องที่ต้องรู้ให้ได้ว่ามันมีอะไรเกี่ยวกับชีวิตเธอในปัจจุบันกันแน่!
ooooooo
พัทธยากับยอดชายเริ่มนั่งไม่ติดเพราะทีมทำงานหายไปกว่าครึ่งค่อนวันโดยที่ติดต่อใครไม่ได้เลย จึงตัดสินใจไปบ้านอภิมุขเพื่อสอบปากเพิ่มเติมโดยเอายอดชายไปด้วย ความเป็นห่วงที่มีต่อเพชรดาทำให้ผู้กองหนุ่มอึดอัด จึงเร่งเครื่องให้ไปถึงเร็วที่สุดเพราะอยากเห็นหน้าเธอให้สบายใจว่าไม่เป็นอะไรอย่างที่พูดจริงๆ
เวลาเดียวกันที่บ้านอภิมุข...เพชรดากำลังเจอศึกหนักจากอภิวัฒน์กับสิริรัตน์ที่มาคาดคั้นถามหาบัญชีพิเศษของอภิมุข เมื่อเพชรดายืนกรานว่าไม่มีอันอื่นนอกจากบัญชีที่ใช้จ่ายในบ้านก็ทำให้สิริรัตน์ปรี๊ดแตกและลงมือทำร้ายเพชรดาอย่างบ้าคลั่ง แต่เสียงกรีดร้องครวญครางขอให้ช่วยของน้องสาวต่างมารดาไม่ได้ทำให้อภิวัฒน์สงสารหรือเห็นใจ
“เจ็บซะบ้างก็ดีนะเพชร เผื่อจะช่วยกระตุ้นประสาทแกให้เป็นผู้เป็นคนขึ้นมาบ้าง แล้วก็อย่าขอความเห็นใจ ฉันเคยเตือนแกแล้วว่าความอดทนของฉันมันจำกัด เอาเงินพี่ดำทั้งหมดมาให้ฉันเดี๋ยวนี้!”
อภิวัฒน์เหยียบมือเธอและบดขยี้กับพื้น “หรือจะให้บ้านนี้ต้องละเลงด้วยเลือดอีก วันนี้ถ้าไม่ได้เงิน แกตายแน่!”
เพชรดาพยายามดึงมือออกแต่ไม่ได้ผล แม้จะอ้างความเป็นพี่น้องร่วมบิดาก็ยิ่งไม่ได้เรื่อง พี่ชายคนรองกลับถางถากถึงแม่ของเธอด้วยความเหยียดหยาม
“ฉันไม่เคยนับลูกคนใช้เป็นสายเลือดเดียวกันเลย อดีตมันอาจจะนานจนแกเลอะเลือนไปบ้าง ไม่เป็นไร...ฉันจะเร่งความจำให้แกนะ แม่แกเป็นคนใช้ที่พ่อฉันหาเศษหาเลยด้วยก็เท่านั้น...จำได้หรือยัง”
สิริรัตน์หัวเราะสะใจ เพชรดาจึงรวบรวมแรงดึงมือออกจนได้และรีบลุกหนีไปที่บันได สิริรัตน์ตามติดและยกเท้าถีบเพชรดาจากด้านหลังจนเธอเสียหลักกลิ้งลงบันไดมากองแทบเท้าพัทธยากับยอดชายที่เพิ่งมาถึงและถือวิสาสะเข้ามาในฐานะเจ้าหน้าที่พิเศษเจ้าของคดีอภิมุข
เหตุการณ์เพชรดาตกบันไดทำให้พัทธยาโกรธจัดและตั้งท่าเอาเรื่องอภิวัฒน์กับสิริรัตน์เต็มที่ โดยเริ่มจากให้ทั้งสองไปให้ปากคำที่สำนักงานสืบคดีในข้อหาพยายามฆ่า สิริรัตน์ตาเหลือกและปฏิเสธเสียงสั่นว่าไม่ได้ทำ
“ด้านหลังคุณเพชรมีสองคน ถ้าไม่ใช่คุณสิริรัตน์... ก็ต้องเป็นอีกคน” พัทธยาย้อนถาม
“ไม่ต้องมาสงสัยฉัน ฉันไม่ทำอะไรชั่วๆแบบนี้แน่ เพชรนี่น้องรักของฉันนะ”
เพชรดาอ้าปากค้างกับคำให้การแบบหน้ามือเป็นหลังเท้าของพี่ชาย ส่วนสิริรัตน์ก็มองเขาด้วยแววตากราดเกรี้ยวที่ปล่อยให้เธอกลายเป็นผู้ต้องสงสัยคนเดียว พัทธยายุให้เพชรดาพูดความจริง แต่สายตาหาเรื่องของอภิวัฒน์กับสิริรัตน์ทำให้พูดไม่ออกและตัดสินใจบอกว่าเป็นแค่อุบัติเหตุ พัทธยาอึ้งไปอึดใจและประกาศกร้าวต่อหน้าทุกคน
“คุณเพชรอาจจะเห็นแก่พี่น้อง แต่ผมมาเพื่อจับฆาตกร ไม่สนใจว่าใครจะเป็นพี่น้องใคร”
ผู้กองหนุ่มเกลี้ยกล่อมให้พูดความจริงอีกครั้ง แต่เธอยืนกรานว่าเป็นอุบัติเหตุ อภิวัฒน์ได้ทีเลยขู่จะแจ้งข้อหาบุกรุก แต่กลับถูกพัทธยาตอกกลับไม่ไว้หน้า
“ผมมีสิทธิ์มาที่นี่ในฐานะตำรวจเจ้าของคดี แล้วการที่ผมมาโดยไม่ได้นัด มันก็ทำให้คดีนี้คืบหน้าไปมาก เพราะสิ่งที่ผมกับยอดชายเห็นเมื่อกี้...มันคือการพยายามฆ่าปิดปากพยาน”
อภิวัฒน์นั่งไม่ติดเพราะจนด้วยหลักฐานคาตา แม้จะไม่ได้ตั้งใจแต่เหตุการณ์ก็ชวนให้เข้าใจแบบนั้น “เพชรมันก็บอกแล้วว่าลื่นล้มเอง คุณทำเกินหน้าที่แล้ว หรือว่าอยากปิดคดีเร็วๆเพื่อเลื่อนขั้นตัวเอง”
สิริรัตน์เริ่มวิตกเพราะกลัวความผิดเลยโวยวายเสียงดังจนอภิวัฒน์ต้องตวาดให้สงบ พัทธยาเห็นว่าคงไม่มีใครยอมพูดความจริงเลยเปลี่ยนเป็นพูดกดดันแทน
“บ้านนี้ต้องอยู่ใต้อำนาจคุณทุกคน พอหมดบารมีพี่ชายคนโต คนที่รออยู่ก็พร้อมผงาดขึ้นมาเป็นใหญ่แทนที่”
อภิวัฒน์โกรธมากและสวนกลับอย่างดุเดือด แต่พัทธยายังนิ่งและสั่งยอดชายเสียงเรียบ
“โทร.ให้คนของเรามาดูแลความปลอดภัยให้คุณเพชรตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงจนกว่าคุณอภิวัฒน์กับคุณสิริรัตน์จะยอมไปให้การที่สำนักงานสืบคดี”
ยอดชายรับคำ พัทธยากวาดตามองทุกคนในบ้านช้าๆแล้วออกจากบ้านไป ทิ้งอภิวัฒน์ให้สติแตกอยู่กับสิริรัตน์ ส่วนเพชรดาก็มองตามผู้กองหนุ่มด้วยแววตาเป็นกังวล...กลัวเหลือเกินว่าจะต้องเกิดเรื่องยุ่งยากตามมา
ooooooo
เย็นวันเดียวกันที่บ้านสถบดี...พัทธยากับวิวรรธน์มานั่งคุยกันแต่ด้วยความกังวลที่แตกต่าง วิวรรธน์ยังวนเวียนกับเรื่องลึกลับที่บ้านนรสิงห์จนสถบดีรำคาญ ส่วนพัทธยาก็กระวนกระวายเรื่องเพชรดาว่าอาจกำลังตกอยู่ในอันตรายเพราะอาจถูกฆ่าปิดปากจากการเป็นตัวตั้งตัวตีรื้อคดีอภิมุข
สถบดีกับวิวรรธน์หยุดเถียงกันและแซวพัทธยายิ้มๆว่าท่าจะอาการหนักเพราะหลงรักพยานปากสำคัญ
“พวกแกจะเห่าหอนล้อเลียนฉันแก้เหงาปากก็ตามสบาย แต่คนอย่างฉัน...ผู้กองพัทธยา งานเป็นงาน ไม่มีเรื่องส่วนตัวมาเกี่ยวอยู่แล้ว ฉันตรงไปตรงมา ไอ้พวกทำชั่วทำเลว ต่อให้เป็นเทวดาหน้าไหนฉันก็จะลากมารับโทษให้หมด”
ฝั่งบ้านอภิมุขก็เกิดเรื่องวุ่นวายอย่างที่เพชรดาหวาดกลัวไม่มีผิด เหตุการณ์บุกรุกบ้านของพัทธยาและสภาพเพชรดาตอนถูกทำร้ายทำให้อภิวัฒน์กับสิริรัตน์ตกที่นั่งลำบากและไม่มีทางเลือก ต้องไปให้การที่สำนักงานสืบคดีในวันรุ่งขึ้นตามความต้องการของพัทธยา
เพชรดาถูกรุมหนักคนเดียวเพราะถูกหาว่าเป็นต้นเหตุเรื่องทั้งหมด มาริษายืนฟังและพอปะติดปะต่อเรื่องราวได้ก็พูดกับเพชรดาว่าเห็นด้วยถ้าเธอจะให้การตามความจริงว่าถูกทำร้ายเพราะไม่ชอบหน้าสิริรัตน์และหมั่นไส้สามีเป็นทุน
สิริรัตน์เงื้อมือจะตบแต่มาริษาไม่หวั่นแถมขู่จะเอาเรื่องให้ถึงคุกถึงตะรางแน่ถ้าถูกทำร้าย สิริรัตน์หน้าเสียและลดมือลง ตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากกว่านั้น ต้องรอจนมาริษาปลีกตัวไปแล้วจึงหันมาเอาเรื่องเพชรดาเพื่อระบายความแค้นใจ
“ตาหนึ่ง...หลานรักของแกจะต้องนอนตายเหมือนหมาข้างถนน ส่วนแก...เพื่อนผู้ชายของฉันทั้งกลุ่มจะมาช่วยลากแกไปนอนรอรับความสุขทีละคน ผลัดกันไปทั้งวันทั้งคืนจนแกรับไม่ไหว แล้วก็โพสต์ประจานแกให้ว่อนอินเตอร์เน็ต!”
สิริรัตน์กระแทกเสียงและเดินออกไป ทิ้งอภิวัฒน์ให้เหยียดยิ้มแล้วเดินไปพูดกับน้องสาวต่างมารดาใกล้ๆ
“เข้าใจแล้วใช่ไหมว่าใครๆก็ไม่ต้องการแก แล้วอย่าหวังว่าไอ้พัทธ์มันจะมาช่วยนะ ฉันว่าแกตายก่อนว่ะ”
เพชรดาเจ็บใจมากแต่ต้องข่มอารมณ์และกลับขึ้นห้อง ส่วนอภิวัฒน์กับสิริรัตน์ก็แยกไปคุยกันตามลำพังถึงเรื่องบ้าบอที่เกิดขึ้นเมื่อบ่าย มาริษาผ่านมาเห็นก็อดแขวะไม่ได้
“กำลังวางแผนเอาตัวรอดกันอยู่หรือเปล่า ทำอะไร...คิดได้น้อยก็แบบนี้แหละ”
“จะซ้ำเติมกันไปถึงไหนมาริษา ถ้าผมเดือดร้อนคุณเองก็จะจนตรอกเหมือนกัน”
“บ้านนี้มีเรื่องอื้อฉาวมากพอแล้ว อย่าให้ฉันต้องบากหน้าอายคนอื่นไปมากกว่านี้ มีสามีทั้งคน...ไม่เชิดหน้าชูตาก็อย่าให้มันเหม็นเน่าว่าเกลือกกลั้วไม่เลือก”
สิริรัตน์แทบคลั่ง ปราดไปหาหมายจะตบแต่อภิวัฒน์ห้ามไว้และไล่กลับห้องทั้งคู่ สองสาวจ้องหน้ากันอย่างไม่ลดละ...ทีใครทีมันแล้วกัน!
ฝ่ายเพชรดาก็นั่งจมกับความเศร้าในห้อง พัทธยาโทร.มาหาและปลอบไม่ให้คิดมากเพราะเขาต้องสอบปากคำอภิวัฒน์กับสิริรัตน์เพื่อเอาความจริงออกมาให้ได้ รวมถึงเรื่องคดีฆ่าตัวตายของอภิมุขด้วย เพชรดารับคำ สั้นๆและขอวางสาย ไม่สบายใจแม้แต่น้อยเพราะเชื่อว่าเรื่องคงไม่จบง่ายๆ
คืนเดียวกันที่บ้านรัดเกล้า...ยอดชายตามไปนั่งเล่นและรายงานเรื่องวุ่นวายที่บ้านอภิมุข โดยเฉพาะความขัดแย้งของบรรดาผู้หญิงในบ้าน คฑารัตน์ตาโต ยิ่งมั่นใจว่าข้อสันนิษฐานของตนจะเป็นจริง
“อย่างที่ฉันสงสัยเลยใช่ไหม ผู้หญิงคือฆาตกรเหนี่ยวไก”
“ผู้หญิงที่ถูกผู้ชายบงการสิครับ คุณอภิวัฒน์น่ะโหดมาก”
ต่างจากรัดเกล้าที่คิดว่าผู้หญิงในบ้านนี้ล้วนมีกรรม มีแต่เรื่องลำบากใจจนกลืนไม่เข้าคายไม่ออก โดยเฉพาะเพชรดาซึ่งดูจะเป็นที่รังเกียจของทุกคน คฑารัตน์กับยอดชายปลอบไม่ให้คิดมากเพราะเชื่อว่าความจริงจะเปิดเผยในอีกไม่นาน รัดเกล้าก็อยากคิดเช่นนั้น แต่อะไรบางอย่างบอกเธอว่ามันคงไม่ง่ายอย่างที่คิด
ooooooo
เช้ารุ่งขึ้นที่สำนักงานสืบคดี...เมื่ออภิวัฒน์กับสิริรัตน์ไปถึงก็กวาดตามองเจ้าหน้าที่ทุกคนอย่างไม่เป็นมิตร โดยเฉพาะพัทธยาที่จะงัดข้อกับอภิวัฒน์เมื่อวันวาน สองสมาชิกจากบ้านอภิมุขถูกแยกออกจากกันเพื่อสอบปากคำทีละคน โดยอภิวัฒน์เป็นฝ่ายถูกพัทธยากับคฑารัตน์สัมภาษณ์ก่อน
“อยากถามอะไรก็ถามเลย ผมตอบได้ทุกคำถาม แต่ถ้าพวกคุณไม่เป็นธรรม ผมฟ้องกลับแน่!”
การสอบสวนเริ่มต้นหลังจากนั้นไม่นานเมื่อรัดเกล้าเข้ามาเป็นพนักงานพิมพ์รายงานการสอบสวน หลังจากไปส่งสิริรัตน์ซึ่งโวยวายเหวี่ยงคนโน้นคนนี้ตลอดทางที่ไปห้องรับรอง โดยมีสถบดีกับวิวรรธน์สังเกต การณ์จากอีกห้อง คฑารัตน์มองท่าทางกระวนกระวายของอภิวัฒน์แล้วเริ่มถามถึงเรื่องธุรกิจของเขา
อภิวัฒน์ยักไหล่น้อยๆและบอกว่าไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง คฑารัตน์แกล้งเลิกคิ้วแล้วสวนกลับดื้อๆ
“เหรอคะ...แล้วที่ต้องกู้เงินจากหลายแบงก์มาพยุงบริษัทก่อนถูกฟ้องล้มละลายตามหลักฐานที่เราได้มา”
“พูดอะไรมั่วๆ ใครล้มละลาย พวกคุณไม่เข้าใจ นี่มันวิธีทำธุรกิจของผม”
พัทธยาเห็นอาการหลบสายตาของอภิวัฒน์ก็ขยับมาจ้องหน้าแล้วแกล้งถามเสียงเรียบ
“งั้นคุณต้องอธิบายให้ฟังเรื่องธุรกิจของคุณแล้วล่ะครับ เพราะที่คุณเพชรดาเคยปากคำไว้ไม่ใช่อย่างที่คุณบอก”
อภิวัฒน์เริ่มร้อนรน “เพชรมันเล่าอะไร มันโกหก มันใส่ร้ายผมว่ายังไง”
“จะให้ผมบอกเพื่อที่คุณจะกลับไปทำร้ายน้องสาวคุณอีกหรือ” พัทธยาย้อนถาม
อภิวัฒน์หน้าซีดเมื่อถูกกระแทกถูกจุด “กล่าวหาบ้าๆ คนอย่างผมรวยแล้ว ไม่คิดจะทำร้ายใคร”
คฑารัตน์คอยจับสังเกตอาการพิรุธ ส่วนพัทธยาแกล้งถามเรื่องอุบัติเหตุของเพชรดาเมื่อวันก่อนอีกรอบ
“แล้วที่คุณเพชรดาตกบันได คุณอภิมุขถูกยิงก็คงเป็นอุบัติเหตุหรือครับ”
“อย่าแกล้งโง่ประชดผม ทีมสอบสวนชุดก่อนก็บอกแล้วว่าพี่ดำยิงตัวตาย แต่สาเหตุอะไรผมไม่รู้ จะการเมืองหรือเรื่องส่วนตัวก็เป็นไปได้ทั้งนั้น มันงี่เง่ามากที่พวกคุณเอาความคิดฝังใจของเพชรมาพลิกคดี ปรักปรำผมกับสิริรัตน์”
พัทธยาไม่พอใจที่เขาพูดถึงเพชรดาไม่ดีเลยย้อนถามตรงๆว่าคนอย่างเพชรดาเป็นยังไง
“มันก็เป็นบ้าน่ะสิ มันเก็บกด คบใครที่ไหนนอกจากไอ้หนึ่ง เพชรมันช็อกที่พี่ดำฆ่าตัวตายเลยสร้างเรื่องหลอกว่าพี่ดำถูกฆ่า นานๆมันก็ประสาทหลอน เที่ยวคิดว่าใครต่อใครจะฆ่ามันหมด แต่ที่ไร้สาระกว่าก็คือมีคนเชื่อมันด้วย”
อภิวัฒน์แสยะยิ้มและยืนยันว่าเพชรดาให้ปากคำใส่ร้ายตนเพื่อหาประโยชน์เข้าตัวเอง พัทธยานิ่วหน้าแล้วแย้ง
“จากหลักฐานทางการเงินและคำให้การของคุณเพชร คุณกำลังมีปัญหาขาดทุนต้องใช้เงินก้อนใหญ่จากพี่ชายมาพยุงบริษัทที่ลงทุนผิดพลาด”
“คนฉลาดอย่างผมน่ะหรือจะลงทุนผิดพลาด ผมโตในครอบครัวนักธุรกิจนะ เพชรใส่ร้ายผมเพราะมันเกลียดผม”
“มีเหตุผลอะไรครับที่น้องสาวต้องเกลียดพี่ชาย”
“ที่พูดมาทั้งหมดนี่มันไม่เข้าหูเลยหรือ คุณรู้ไหมว่าเพชรมันบ้า มันเป็นรอยด่างพร้อยของตระกูลเรา”
พัทธยา คฑารัตน์และรัดเกล้านิ่งไปอึดใจเมื่อได้ยินคำให้การของอภิวัฒน์
“ผมยังจำได้ วันแรกที่พี่ดำรับมันมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเข้ามาอยู่ในบ้าน...”
อภิวัฒน์เล่าว่าเพชรดาถูกรับตัวจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าตั้งแต่อายุสิบห้า เด็กสาวหวาดระแวงจนทุกคนในบ้านอึดอัด แต่เขาในฐานะพี่ชายคนรองก็เอื้ออาทรกับเธอเสมอเพราะเห็นว่าเป็นน้องสาว พัทธยาไม่ค่อยเชื่อนักแต่พยายามข่มใจฟัง อภิวัฒน์อ่านสายตาเรียบเฉยไม่ออกจึงพูดถึงน้องสาวคนละแม่อย่างคนรู้ดี
“เพชรเอาแต่น้อยใจว่าตัวเองเป็นลูกคนใช้ คิดว่าบ้านเรารังเกียจและขับไล่ไสส่งแม่เขาออกไป ยิ่งโต เพชรก็เลยยิ่งทำตัวแปลกแยก จนในที่สุดก็อาละวาดไม่เลือกหน้า”
อภิวัฒน์ยังจำได้ดีว่าเพชรดาโวยวายจนแตกตื่นกันทั้งบ้านเพราะเข้าใจว่าแม่เธอถูกไล่ออกจากบ้านราวกับหมูกับหมา จนเธอต้องมีจุดจบในบ้านเด็กกำพร้า เขาพยายามอธิบายว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดแต่เธอกลับเห็นเป็นความหวังดีจอมปลอม เหตุการณ์ชุลมุนเกิดขึ้นหลังจากนั้น เมื่อเพชรดาขว้างปาข้าวของกระจุยกระจายจนต้องวิ่งจับตัวกันให้วุ่น อภิมุขซึ่งนิ่งเงียบมาตลอด ปราดไปตบหน้าน้องสาวคนละแม่อย่างแรงให้สงบสติอารมณ์
อภิวัฒน์เล่าให้ฟังต่อว่าเพชรดากับอภิมุขไม่ได้มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันตั้งแต่เริ่ม และอาการทางจิตของเพชรดาก็หนักข้อขึ้นเรื่อยๆจนเขาคิดจะส่งตัวไปบำบัด
“ฉันไม่ได้บ้า พวกแกไม่ใช่พี่ชายฉัน พวกแกมันชั่ว พวกแกไล่แม่ฉัน พวกแกปล่อยให้แม่ฉันตาย!”
เพชรดาดิ้นรนขัดขืน อภิมุขพยายามรวบตัวไว้แต่ก็ทุลักทุเลเต็มที อภิวัฒน์จึงตัดสินใจเรียกรถพยาบาลและรีบดำเนินการติดต่อแพทย์ในต่างประเทศเพื่อส่งเพชรดาไปรักษาตัว
“เราพยายามอดทน ชดเชยให้เพชรทุกอย่าง แต่ความหวังดีก็ไม่ได้ซึมซับลงในจิตใจหลอนๆของเพชรเลย ทุ่มเงินไปเป็นล้าน แต่อาการก็ไม่ดีขึ้นจนผมเองที่เป็นคนเสนอพี่ดำว่าเราต้องรักษาเพชรให้ดีที่สุด”
แต่การณ์กลับไม่ง่ายอย่างที่คิดเพราะเมื่อเพชรดาทราบเรื่องว่าต้องถูกส่งตัวไปรักษาที่ต่างประเทศก็อาละวาดอย่างหนัก และโผไปรัดคออภิมุขด้วยความโกรธจัด
“จำไว้...ฉันจะแก้แค้นแทนแม่ฉัน...ทุกคนในครอบครัวนี้ต้องตายด้วยมือฉัน!”
ooooooo










