ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

กามเทพปราบมาร

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ภีมขับรถไปบ้านวราลีพลางเหลือบมองดอกกุหลาบที่วางอยู่เบาะข้างตัว เป็นเวลาที่วราลีเดินออกจากบ้านมาและมีสายเข้า เป็นสายจากแดนชน เธอปล่อยให้ดังอีกครู่หนึ่งจึงกดรับ ทำเสียงปกติทั้งที่ตื่นเต้นมาก

“โหล...กำลังจะนอน เราถึงบ้านแล้วเหรอ”

ภีมเสียความรู้สึกอย่างมาก เขาถือกุหลาบเดินไปปาลงถังขยะอย่างแรง!

วันรุ่งขึ้น ขณะเดินคุยกับเบนมาตามทางเดินเข้าบริษัท เบนยุว่าอย่ายอมแพ้กระดูกอ่อนเบอร์เล็ก เขากระดูกใหญ่และแข็งแรงกว่า ภีมถามเสียงเข้มว่า

“ใครว่าผมยอมแพ้ ผมไม่ได้เอาตัวเองลงไปแข่งกับไอ้กระดูกอ่อนเลยด้วย ผมรู้จักลี ผู้หญิงสตรอง มีสติ และไม่สนสตางค์อย่างลี ไม่มีทางไปได้กับเด็กชิลด์ อย่างแดน” เบนถามว่าถ้าเขามั่นขนาดนี้แล้วจะดราม่าทำไม “เพราะมีหัวใจ เห็นผู้หญิงที่ตัวเองรักกับผู้ชายอื่น มันก็ต้องมีสะท้านกันบ้าง”

เบนเลียนเสียงภีมที่ว่า “เพราะผมยังมีหัวใจ” บอกว่าถ้าเขาทำตามหัวใจเรียกร้องตั้งแต่แรก ก็ฟินาเล่ไปแล้ว พอดีมีสายเข้า เบนเลยรับสาย “สวัสดีครับ

คุณเควิน” นิ่งฟังแล้วถามเสียงดังอย่างตื่นเต้น... “ว่าไงนะครับ!”

พอเข้าไปในบริษัท ภีมเห็นวราลี นันทิสากับหอมหมื่นลี้กำลังจัดกระถางและแจกันต้นไม้เล็กๆบนโต๊ะ ก็ถามว่าทำอะไรกัน หอมหมื่นลี้บอกว่า

“น้องแดนชนส่งต้นรัก เอ๊ย...ต้นไม้ให้เจ๊แต่งโต๊ะทำงาน เราก็เลยช่วยกันจัดของ”

“อีกไม่นาน บอสต้องได้จ่ายเงินรางวัลก้อนสุดท้ายให้เจ๊แน่ๆ” นันทิสายิ้มร่า

“แต่คุณลีเพิ่งประกาศเอาไว้เมื่อวันก่อนว่าจะขออยู่เป็นโสดอย่างสง่า อย่าบอกนะว่าจะยอมให้เด็กอ่อน คราวหลานมาทำให้คุณเสียสัจจะ” ภีมขัดคอหน้าตึง

วราลีเลยทำเสียงเซ็กซี่ยั่วว่า

“แต่เด็กหนุ่มกระดูกอ่อนเคี้ยวอร่อย ฉันยอมเสียสัจจะดีกว่าเสียจริตที่อดกินเด็ก” เห็นภีมหน้าตึงก็บอกว่า “หน้าตึงขึ้นมาเลย ไม่ต้องกลัวเสียเงินขนาดนั้นหรอกค่ะ ฉันยังไม่คิดอะไรกับแดน”

ภีมยังมีอารมณ์ ถามว่าไม่คิดแล้วยอมให้เขาจีบทำไม หอมบอกว่าถ้าเป็นตนตนก็ยอม นันทิสาว่าตนก็ยอม แล้วหัวเราะกันคิกคัก ทำให้ภีมยิ่งอารมณ์เสีย พอดีเบนหน้าตื่นเข้ามาบอกว่า

“บอสครับคุณเควินโทร.มาบอกว่า บริษัทคิวปิด-ฮัทได้เข้าชิงบริษัทจัดหาคู่ยอดเยี่ยมประจำทวีปเอเชีย...ตอนนี้ เหลือเข้าชิง 5 บริษัทมีจากจีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ กรรมการกำลังพิจารณารอบสุดท้ายอยู่ คุณเควินแอบกระซิบบอกว่า...เราเป็นตัวเก็ง ตอนนี้เราควรสร้างจุดเด่นให้บริษัทแตกต่างจากบริษัทจัดหาคู่อื่นๆ เพราะกรรมการกำลังพิจารณารอบสุดท้ายกันแล้ว”

ภีมตาเป็นประกายตื่นเต้นยิ้มแย้มขึ้นมาทันที

นี่เป็นสิ่งที่เขาต้องการมานาน เพราะถ้าได้รางวัลนี้ก็จะเป็นการยืนยันให้ครอบครัวเห็นว่าสิ่งที่เขาทุ่มเทมานั้น สำเร็จแล้ว

วราลีฟังเบนแล้ว สั่งงานอย่างมืออาชีพทันทีว่า

“งั้นคอร์สอบรม ‘รักคือให้’ เราต้องจัดให้ดี เพอร์เฟกต์ที่สุด เอาให้เป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ กรรมการจะได้มองเห็นว่าบริษัทเราควรค่าที่สุดแก่รางวัล รออะไรอยู่ล่ะคะสาวๆ ทำงานเพื่อบอส เพื่อคิวปิดฮัทค่ะ”

“เพื่อบอส! เพื่อคิวปิดฮัท!” สาวๆตะโกนเป็นคำขวัญกันอย่างเข้มแข็งคึกคัก วราลีกับภีมยิ้มให้กันอย่างพร้อมสู้

ooooooo

ต่อมาเมื่อประชุมบริษัท สาวกามเทพทุกคน ออกความคิดเห็นกันอย่างเคร่งเครียดจริงจังเพื่อเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่

“ฉันคิดว่า เวลาเราทำสื่อโฆษณาเราต้องเน้นใจความของความรักคือการให้ ของบริษัทเราว่ามีขึ้น เพื่อให้ประชาชน หรือคนที่สนใจอยากจะเป็นสมาชิกของคิวปิดฮัทได้ลองเข้ามาฟัง แลกเปลี่ยนความคิด เพื่อหาคำตอบให้ตัวเองว่าความรักในรูปแบบไหนที่เขาต้องการ” วราลีกล่าวกับที่ประชุม ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย

การประชุมดำเนินไปหลายวัน ทุกคนออกความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวางตามหน้าที่รับผิดชอบของแต่ละคน พริมาเสนอว่า

“หลักการของเรา เราต้องการให้ลูกค้าตกลงคบหากันอย่างจริงใจ หลังจากออกเดตกันได้ 2 เดือนและแต่งงานกันภายใน 8 เดือนนับจากเดือนแรก”

“บริษัทของเราจะการันตีตัวตนและข้อมูลของสมาชิกทุกท่านด้วยการตรวจสอบข้อมูลอย่างเข้มงวด เราจะมีแพ็กเกจจับคู่อย่างเป็นความลับ ไม่มีการโพสต์รูปสมาชิกลงในอินเตอร์เน็ตหรือเว็บไซต์ใดๆทั้งสิ้น” หอมเสนอ

“เราวางแผนที่จะเชิญสื่อทั้งไทยและต่างประเทศกว่า 100 สื่อและเขียนหนังสือเกี่ยวกับออกเดต 6 เล่ม ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ” หรรษาเสริม

“ทีมงานแม่สื่อของเราจะคัดเลือกระดับการศึกษา เช่น ป.โทจากต่างประเทศส่วนมากพูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วและเข้าใจความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมของแต่ละคู่” นันทิสาพูดต่อ

“พวกเราต้องพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าการจัดหาคู่ไม่ใช่แค่ธุรกิจ แต่เป็นงานที่เรารักและห่วงใย เราทำงาน ด้วยใจ ดูแลจับคู่และให้คำแนะนำสมาชิกเสมือนคนในครอบครัวของเราเองและเราต้องให้สิ่งที่ดีที่สุดแก่สมาชิกของเรา” เบนยืนพูดหน้าห้องถึงหลักการในการทำงานอย่างเคร่งขรึม

ทุกคนในบริษัทต่างช่วยกันคิดค้นเพื่อหาวิธีต่อสู้กับคู่แข่งให้ชนะ...เพื่อบอสและเพื่อคิวปิดฮัท

ขณะนั้นเองมือถือของวราลีที่วางอยู่ข้างตัวดังขึ้น เธอหยิบดู เป็นข้อความแชตจากแดนชนเข้ามา หน้าจอเป็นรูปต้นกระบองเพชร ตามด้วยข้อความว่า

“ถ้ารู้สึกสายตาล้าต้องจ้องต้นไม้ สีเขียวจะทำให้รู้สึกดีขึ้น แต่ถ้าล้าหัวใจต้องจ้องที่...” แล้วตามด้วยภาพถ่ายเซลฟี่ วราลีดูแล้วหัวเราะคิกคัก วางไว้แล้วประชุมต่อ

พวกน้องๆต่างสะกิดกันดูเจ๊ที่หัวเราะคิกคักถูกอก ถูกใจ ส่วนภีมแอบดูอาการของวราลีอย่างจับผิด

ooooooo

ภีมจับผิดวราลีเห็นเธอมีข้อความเข้ามือถือถี่ยิบก็อดรนทนไม่ได้ถามขณะเข้าร้านสะดวกซื้อว่าหมกมุ่นอยู่แต่กับมือถือ เล่นแชตทั้งวันจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว วราลีบอกว่าตนไม่ได้แชต แค่อ่านที่น้องเขาส่งมาเตือนเรื่องรักษาสุขภาพ

พอภีมรู้ว่าคุยกับแดนชนก็ยิ่งไม่พอใจ วราลีชมอย่างไม่คิดอะไรว่า น้องเขาน่ารักมาก เป็นห่วงเป็นใยตนตลอด ตนไม่รู้สึกดีอย่างนี้มาเกือบสิบปีแล้ว

ภีมประชดด้วยการขอซื้อแคลเซียมเม็ดจากร้านสะดวกซื้อ วราลีถามว่าซื้อไปทำไม ก็ระบายอารมณ์ว่า

“ให้คุณไง ผู้หญิงใกล้วัยทองอย่างคุณ คิดกินแคลเซียมเม็ดเถอะอย่ากินเด็กกระดูกอ่อนเลย เพราะมันไม่ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนให้คุณได้ แถมยังเสี่ยงเป็นโรคทรัพย์จางอีกด้วย” พูดแล้วเดินออกจากร้านไปเลย

“บอส!!!” วราลีโดนด่าก็ได้แต่ยืนเจ็บใจ

แดนชนเพียรแชตเพียรโทร.คุยกับวราลี วันนี้ก็โทร.ถามว่างานเป็นยังไงบ้าง พอเธอบอกว่ายุ่งเหมือนเดิม ก็พูดกึ่งตัดพ้อกึ่งห่วงใยว่า “ตั้งแต่เราคุยกันมาสองอาทิตย์ พี่ลีไม่เคยว่างเลย”

“รอให้งานสัมมนาพรุ่งนี้เสร็จ พี่ก็จะว่างขึ้น”

“แต่ผมต้องการเวลาว่างจากพี่เย็นนี้เลยได้ไหมฮะ เพราะวันนี้วันเกิดผม”

หรรษา นันทิสา กับมิลินเดินผ่านมาได้ยินเจ๊คุย ก็หยุดแอบฟัง

แดนชนอ้อนว่า อยากชวนพี่มากินเลี้ยงวันเกิดตน แล้วแชร์โลเกชั่นร้านตนให้ กำชับว่าห้ามซื้อของขวัญมาเด็ดขาด เพราะตนจะขอของขวัญจากพี่เอง วราลีขอโทษที่ไปไม่ได้จริงๆ เพราะยังต้องทำงาน

“แล้วแต่พี่ลีตัดสินใจก็แล้วกัน แต่ยังไงผมจะรอพี่ลี” แดนชนตัดบทแล้วต่างวางสายเศร้าๆ

แต่พวกน้องๆ ไม่ยอม ทั้งสามช่วยกันเก็บข้าวของและงานบนโต๊ะ กระทั่งจับตัววราลีให้ลุกขึ้นเอากระเป๋าถือให้ วราลีถามว่าพวกเธอทำอะไรกัน?

“เจ๊ต้องไปเดต” สามสาวพูดพร้อมกัน พอวราลี

บอกว่าเจ๊ต้องทำงาน มิลินก็บอกว่าไม่มีอะไรให้ทำแล้ว และพวกเราจะทำให้เจ๊เอง นันทิสาหว่านล้อมว่า

“ไปเถอะเจ๊ พาตัวเองออกไปมีความสุข เจ๊ยังโสดและแซ่บ มันไม่ผิดเลยที่เจ๊จะออกไปทำความรู้จักกับผู้ชาย ไม่ใช่เก็บตัวอยู่แต่กับงาน บ้านและบอส ชีวิตเหี่ยวเฉาตายกันพอดี ไปๆ ไม่ต้องทำงานแล้ว”

วราลีมองน้องๆอย่างหนักใจ พอเคี่ยวเข็ญให้เจ๊ออกไปเดตได้แล้ว พวกสาวๆก็พากันหัวเราะคิกคักที่เจ๊จะได้ลิ้มรสความสดชื่นจากการออกเดต พลันก็ต้องหยุดกึกเมื่อเจอภีมเดินหน้าตึงมาถามว่า “เห็นคุณลีไหม?”

มิลินใจกล้าออกหน้าบอกว่าเจ๊กลับไปแล้ว ภีมถามว่าทำไมเขาไม่บอกตน นันทิสาช่วยแก้ต่างให้ว่า

“เออะ...คือ...คือเจ๊นึกว่าลืมล็อกประตูบ้าน พวกเราเห็นว่างานทางนี้ไม่มีอะไรแล้วก็เลยให้เจ๊รีบกลับไปดูค่ะ”

“ทำไมถึงเซ่อซ่าอย่างนี้” ภีมบ่นกับตัวเองแล้วเดินเลยไป สามสาวโล่งใจเหมือนรอดตาย...

ooooooo

วราลีไปตามโลเกชั่นที่แดนชนแชร์มาให้ พอถึงบริเวณนั้นก็จอดรถเดินหาบ้านเลขที่ จนเจอบ้านหลังเล็กที่ถูกดัดแปลงเป็นร้านกาแฟในสวน มีต้นไม้น่ารัก เธอตะลึงความน่ารักของบ้านแล้วสะดุดตาที่ป้ายชื่อร้านว่า “วราลี”

แดนชนใส่ผ้ากันเปื้อนโผล่ออกจากร้านร้องทักตื่นเต้นดีใจ...

“พี่ลี...” เห็นวราลียังมองชื่อร้านอึ้งอยู่ เขาพูดอย่างภูมิใจว่า “ชื่อของผู้หญิงน่ารักคนนึงฮะ เธอเป็นคนแรกบนโลกที่เชื่อมั่นในตัวผม และเห็นด้วยกับสิ่งที่ผมคิด ถ้าพี่ลีรู้จักเธอ...ฝากบอกเธอด้วยนะฮะว่าผมชอบเธอมาก”

ถูกชมและบอกชอบซึ่งหน้าทำเอาวราลีเขิน ถามแก้เขินว่า “เอาให้พี่ละลายตายกันไปข้างไหมคะน้อง”

“ก่อนตาย ผมจะขอของขวัญวันเกิดจากพี่ลีก่อน”

วราลีถามว่าจะเอาอะไร แดนชนขอโทรศัพท์เธอมาเก็บไว้ บอกว่า นี่คือหนึ่งในกฎชีวิตสโลว์ไลฟ์คือ “ใช้ชีวิตแบบโลว์เทค” บอกว่าตนขอเวลาพี่แค่สองชั่วโมงเอง พอวราลีส่งโทรศัพท์ให้ แดนชนก็ปิดเครื่อง เอ่ยเชิญอย่างภูมิใจว่า

“ขอต้อนรับเข้าสู่ดินแดนของแดนชน คนแอบชอบผู้หญิงสูงวัย”

แดนชนผายมือเชิญวราลีเข้าข้างใน วราลีหัวเราะอย่างมีความสุข

แต่หารู้ไม่ว่าภีมกำลังหัวเสียและเป็นห่วงเธอมากโทร.เข้ามือถือแล้วติดต่อไม่ได้เพราะปิดเครื่อง บ่นอยู่คนเดียว

“ทำไมต้องปิดมือถือ หายไปไหน”

วราลีเดินเข้าไปในบ้านสวนหลังน่ารักของแดนชนถามว่าเขาตบแต่งร้านเองหรือ แดนชนคุยอย่างภูมิใจว่า

“ฮะ...ผมอยากให้ร้านนี้เป็นร้านจากมือผมจริงๆ ผมค่อยๆทำ ค่อยๆตบแต่งไป รูปทุกรูปผมก็วาดเอง สีก็ทาเองผักก็ปลูกเองทุกต้น” วราลีถามว่าใช้เวลานานไหม “เกือบปี...ผมไม่รีบนี่ฮะ...เชิญฮะพี่ สลัดผักออแกนิกจากแปลงของผม รับรองสะอาดปลอดภัยไร้สารเคมี ลองชิมสิฮะ”

วราลีตักผักเคี้ยวตุ้ยๆ แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อแดนชนติงว่า

“อย่ารีบเคี้ยว ค่อยๆเคี้ยวอาหารใช้เวลาละเลียดกับมัน หนึ่งในกฎของชีวิตสโลว์ไลฟ์ฮะ” พอเธอค่อยๆเคี้ยวเหมือนเคี้ยวเอื้อง แดนชนก็บรรยายต่อ “ปล่อยให้ต่อมรับรสบนลิ้นสัมผัสถึงกลิ่นคลอโรฟิลด์ ดื่มด่ำกับสิ่งที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อเป็นอาหารให้แก่ร่างกายของเรา”

วราลีทำตามที่แดนชนบอก เคี้ยวอยู่นานพอกลืนเขาถามทันทีว่าเป็นยังไงบ้างเธอตอบว่า ดีจ้ะ แดนชนก็เอาน้ำผักสีเขียว 5 อย่างให้ แล้วก็นั่งเคี้ยวสลัดกันอย่างมีความสุข

ใกล้ค่ำ...แดนชนพาวราลีไปนั่งที่ระเบียงริมน้ำ เป็นเก้าดี้เอนนอนสองตัวหันหน้าไปทางแม่น้ำ วราลีเอ่ยสบายๆว่า

“เชื่อไหมว่าพี่ไม่เคยใช้เวลากินอาหารนานเท่านี้มาก่อน” มองทิวทัศน์ที่พระอาทิตย์กำลังตกดิน อุทานตื่นเต้น “ว้าว...วิวสวยจัง”

“หันมาชื่นชมกับธรรมชาติรอบตัว...หนึ่งในกฎชีวิตสโลว์ไลฟ์ครับ” วราลีติงว่ากฎเยอะจัง “ไม่เยอะหรอกครับแล้วก็ทำตามได้ง่ายๆ ลองอีกข้อนะฮะ...ขจัดความเครียดด้วยการสูดหายใจเข้าออกลึกๆ”

แดนชนลุกยืนหันหน้าไปทางแม่น้ำ หลับตา กางแขนแล้วสูดหายใจเข้าเต็มปอด...แล้วค่อยๆปล่อย ทำแล้ว

บอกว่า อยากให้เธอลาออกจากงานแล้วมาใช้ชีวิตแบบตน เพราะเธอทำงานหนักมาตลอดชีวิต ตนเป็นห่วง เห็นวราลีเงียบ พอหันมองอีกที วราลีหลับไปแล้ว

แดนชนเข้าไปเอาผ้ามาคลุมให้ มองใบหน้าที่สวยน่ารักในยามหลับของเธอแล้วนึกอะไรขึ้นมาได้ กลับเข้าไปในห้องอีกครั้ง...ออกมาแล้วก็วาดรูปวราลีที่หลับอยู่อย่างมีความสุข

ooooooo

ภีมร้อนใจขับรถไปที่บ้านวราลีเห็นประตูบ้านปิด บ้านมืดสนิท เขาบ่นว่าไหนว่ากลับบ้านแล้ว...ฉุกคิดถึงท่าทีมีพิรุธของสามสาวตอนเขาถามหาวราลี ภีมโทร.หาพริมา พอเธอรับสายเขาถามว่า มีใครอยู่ข้างๆ เธอไหม?

พริมาบอกว่าไม่มี บอสมีอะไรหรือ ภีมบอกว่าตนไม่อยากให้มีใครคอย “เสี้ยม” ให้เธอโกหกตน แล้วสั่งเสียงเข้มว่า

“บอกความจริงกับผมมาเดี๋ยวนี้ คุณลีไปไหน?” พริมายังปดคำเดิมว่าเจ๊ลืมล็อกกุญแจ “แต่ตอนนี้ผมอยู่หน้าบ้านคุณลี คุณลียังไม่กลับ ประตูบ้านก็ล็อกแน่นหนาดี” ถูกจับโกหกได้พริมาก็ไปไม่เป็น ภีมจับจุดของเธอได้ ขู่ว่า “พูดโกหกผิดศีลห้า ตายไปต้องตกนรกปากเท่ารูเข็ม ไม่ต้องรอให้ตาย...วจีกรรมที่คุณสร้างไว้ก็จะทำให้จิตใจฟุ้งซ่าน คิดทำอะไรก็ไม่เกิดบุญเกิดกุศล ความรักกับคุณเควินที่กำลังงอกงามก็อาจจะถูกผลกรรมเล่นงาน”

“เจ๊ไปเดตกับน้องแดนชนค่ะ!” พริมาทนไม่ได้โพล่งบอกไปทันที ภีมอึ้งเมื่อรู้ว่าวราลีไปบ้านแดนชน

ฝ่ายพริมาพอบอกภีมไปแล้วก็ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ รีบโทร.บอกแพรวพราว

ที่บ้านแดนชน วราลีหลับสบาย ตื่นมาอีกทีก็ตกใจเมื่อแดนชนบอกว่าสี่ทุ่มแล้ว ถามว่าทำไมไม่ปลุกพี่ เหลือบเห็นรูปที่แดนชนวาดตน

ขณะหลับดูแล้วชมว่าวาดเก่งจัง เขาปากหวานตามเคยว่า “ฝีมือไม่เท่าไหร่แต่นางแบบสวย”

“ให้พี่หรือเปล่า” วราลียิ้มเขิน

“ฝากพี่ไว้ก่อนก็ได้ครับ พี่ลีเอากลับไปบ้านก่อน ผมจะได้มีเรื่องไปหาพี่ลีที่บ้าน”

วราลีรับรูปไว้ ส่ายหน้ายิ้มนึกเอ็นดูว่า...หาเรื่องหยอดกันได้ทุกคำจริงๆ...เจ้าเด็กน้อย...

ooooooo

วราลีกลับมาถึงยังไม่ทันเข้าบ้าน ออยก็ขับรถเข้ามาจอดพอดี พราวเดินมาถามว่าเจ๊หายไปไหนทำไม ติดต่อไม่ได้ วราลีบอกว่าตนเผลอหลับที่บ้านแดนชน ออยกับพราวตกใจถามว่าไปทำอะไรกันถึงกับหลับ!

วราลีบอกว่าคุยกันจนหลับ ถามว่าพวกเธอมาทำอะไร พราวบอกว่าพริมบอกว่าบอสมาหาเจ๊ที่บ้าน คาดคั้นถามว่าเจ๊หายไปไหน พวกตนตกใจเป็นห่วงกลัวบอสจะโมโหเจ๊เลยรีบมาดู

“เจ๊ยังไม่เจอบอสเลย สงสัยกลับไปแล้ว” วราลีพูดอย่างไม่คิดอะไร พลางถือกระเป๋า เอกสารและรูปที่แดนชนวาดให้จะเข้าบ้าน หอมถามว่ารูปอะไร ออยกรี๊ดบอกว่ารูปเจ๊ตอนหลับด้วยโรแมนติกจัง แล้วออยก็คิดอะไรได้เอามือถือมาถ่ายรูปวาด แล้วแชร์ให้สาวๆ

คิวปิดฮัทและแชตกับเบน แล้วเบนก็แชตกับภีม มีรูปวาดของวราลีลงชื่อแดนชนพร้อมข้อความ

“ผู้หญิงจะสตรองแค่ไหน ถ้าเจอแบบนี้เข้าไปสติกระเจิงทุกราย...อย่าประมาท!”

ภีมเห็นแล้วฉุนขาด!

เบนอยู่กับผู้เข้าอบรมจำนวนมากในห้องประชุม แต่ภีมยังไม่มา วราลีไปยืนคอยภีมอยู่หน้าลิฟต์พอเห็นเขามาก็รีบยกวอขึ้นพูด “ทุกคน บอสมาถึงแล้ว หนูษาสแตนด์บายรอเลย” แล้วเข้าไปถามภีมว่าทำไมมาช้าจัง

ภีมยังไม่หายโมโหตอบประชดประชัน ยียวน วราลีบอกว่าคนเข้ามาอบรมพร้อมแล้ว กำหนดการคือให้บอสพูดเปิดงาน ถามว่าบอสเตรียมคำพูดทักทายผู้เข้าอบรมไว้แล้วใช่ไหม ภีมกระชากเสียงว่า “ผมรู้หน้าที่ของตัวเองดี” แล้วเดินเข้าลิฟต์ไป วราลีบ่นมึนๆว่า เป็นอะไรของเขา ตามเข้าลิฟต์ไป ถามว่าโกรธตนเรื่องเมื่อวานที่กลับโดยไม่บอกใช่ไหม

หลังจากประชดประชันแล้ว ภีมบอกว่าตนไม่โกรธแต่ผิดหวัง พอลิฟต์เปิดภีมออกไป วราลีตามไปถาม

อย่างอยากรู้ว่าเขาผิดหวังตนเรื่องอะไร หรรษาเตรียมไมค์ลอยมารีบเอากล่องไมค์เหน็บหลังกางเกงให้ภีม ภีมกำลังอารมณ์ขึ้น ตอบวราลีว่า

“ไม่คิดว่าจะลงจากคานถึงกับต้องยอมทำอะไรง่ายๆ”

“ฉันยอมอะไร พูดออกมา...ฉันยอมอะไร”

“ยอมไปนอนต่อหน้าเด็กน้อยหน้าใส คุณรู้จักกับเขามานานแค่ไหน คุณถึงใจง่ายไว้ใจเขา กล้าไปนอนหลับให้เขาวาดรูปอยู่ในบ้านเขา แล้วถ้าเขาลักหลับคุณขึ้นมาใครจะช่วยคุณได้”

วราลีโมโหตอบประชดว่าดีสิเผื่อเราไปกันได้ดีตนจะได้เงินล้านตามนโยบายของบอส ภีมโมโหไปขวางหน้าบีบแขนเธออย่างแรงทำให้กล่องไมค์ในมือหรรษาเกือบตก ชิ้นส่วนหลุดกระเด็น หรรษารีบตามไปเก็บมือไปเขี่ยถูกปุ่มเปิดไมค์มีแสงไฟแต่หรรษาไม่เห็นเพราะมัวตามไปเก็บชิ้นส่วนที่กระเด็น

เบนกำลังพูดกับแขกที่มาอบรมว่า พนักงานในบริษัทคิวปิดฮัทมีความรักที่น่าอิจฉา...พลันเสียงภีมที่กำลังโมโหวราลีก็ดังแทรกเข้ามาอย่างดัง

“ผมจ้างให้พวกคุณมีแฟน เพื่อให้รู้จักความรัก ไม่ใช่ความใคร่”

คนในห้องมองหน้ากันเลิ่กลั่ก เบนตกใจ พลันเสียงวราลีก็โต้ว่า

“งั้นบอสก็ควรจะเอาเงินจ้างตัวเองให้มีแฟนด้วย บอสจะได้หัดรู้จักความรักและไว้ใจคนอื่นให้เป็น” ภีมโต้ว่าตนรู้จักความรักดี “การที่บอสทำบริษัทจัดหาคู่มานานไม่ได้แปลว่าจะทำให้บอสรู้จักความรักนะคะ”

“ใช่! ผมเริ่มทำธุรกิจนี้เพราะผมไม่มีอะไรจะทำ! ผมไม่เคยสนใจความรักบ้าบอ! ผมรู้แต่ว่าทำแล้วมันรวยง่ายดีไม่ต้องลงทุนอะไรมาก แต่พอผมอยู่กับมันมาห้าปี...”

หรรษาเพิ่งเห็นว่าไมค์เปิดรีบบอกภีมกับวราลี ทันใดนั้น! ประตูห้องประชุมเปิดผลัวะ ลูกค้ากรูออกมาจากห้องโวยวายลั่นว่า “เราจะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไป ไอ้บริษัทลวงโลก” ภีมกับวราลีถึงกับช็อก!!

กลายเป็นข่าวอันโอชะที่ซินดี้กับแองจี้คาบไปถล่มกันมันในรายการของตน ตบท้ายอย่างสะใจว่าให้คอยติดตามกันต่อไปว่าบริษัทนี้จะอยู่หรือจะไป

ooooooo

เมื่อบรรดาสมาชิกของคิวปิดฮัทเกิดวิกฤติศรัทธาจนความเชื่อถือลดฮวบฮาบ ทางบริษัทจัดหาคู่ที่กำลังประเมินผลงานของคิวปิดฮัทเพื่อจัดอันดับ จึงส่งเหมือนดาว นักดูแลภาพลักษณ์ขององค์กรจากอเมริกามาช่วยกู้วิกฤติ

รถหรูคันหนึ่งมาจอดที่หน้าบริษัท เหมือนดาวมองตึกคิวปิดฮัทแล้วยิ้มในหน้าอย่างหมายมาดกับการมาครั้งนี้...

ที่ทางเข้าบริษัทคิวปิดฮัท ทรงพลกับอัครมงคลกำลังกันนักข่าวที่จะมาสัมภาษณ์ภีมให้ได้จนเกือบจะมีเรื่องกัน พลันเหตุการณ์ก็ชะงัก เมื่อเสียงเหมือนดาวแทรกขึ้นว่า

“พรุ่งนี้คุณภีมจะมาตอบคำถามทุกคน ส่วนจะแถลงข่าวกี่โมง ที่ไหน ยังไง เราจะแจ้งให้ทราบอีกที อ้อ...

ฉันอยากให้พวกคุณรู้ไว้อีกอย่าง คนอย่างภีม เตชะดำรงกุล เป็นคนที่ซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเองที่สุด เขาไม่มีวันทนอยู่กับสิ่งที่เขาไม่รักได้นาน”

“คุณเป็นใคร ทำไมถึงรู้จักคุณภีม” นักข่าวพากันงง เหมือนดาวเพียงแต่ยิ้มอย่างถือตัว แต่ไม่ตอบ

เวลาเดียวกันภีมกำลังโทรศัพท์คุยกับเควินว่าตนกำลังคิดหาทางแก้ปัญหาอยู่ แต่เมื่อฟังเควินแล้ว ภีมบอกว่า

“ถ้าคุณเควินตัดสินใจแล้ว ผมก็ไม่มีปัญหา...ครับ” พอวางสายเบนถามว่าเควินว่ายังไง “คุณเควินส่ง image maker จากเมืองนอกมาช่วยแก้ปัญหาให้เรา” วราลีติงว่าเราแก้ปัญหากันเองน่าจะดีกว่า

“ถ้าดีกว่า แล้วทำไมถึงปล่อยให้ความน่าเชื่อถือของบริษัทลดลงไปถึงหกสิบเปอร์เซ็นต์ หรือต้องรอให้ครบร้อยก่อนจึงจะยอมรับกันว่า crisis ครั้งนี้ใหญ่เกินกว่าที่พวกคุณจะรับมือ”

เหมือนดาวพูดแทรกขึ้น ทุกคนหันมอง เหมือนดาวก้าวเข้ามาจ้องหน้าวราลีอย่างท้าทาย ภีมกับเบนตะลึง

แต่เหมือนดาวนิ่งเพราะรู้อยู่แล้วว่าจะต้องมาเจอภีม เธอบอกเขาว่า

“ค่ะ...คุณเควินสั่งให้ฉันบินมาช่วยคุณ ฉันยินดีมากที่ได้ร่วมงานกับคุณอีกครั้งนะคะภีม”

เหมือนดาวยิ้มหวานให้แต่ภีมนิ่ง สาวคิวปิดฮัทต่างมองหน้ากัน หอมกระซิบถามเบนว่า “ชีเป็นใคร?”

“แฟนเก่าคุณภีม”

“แฟนเก่า!” หอม พราวกับพริมอุทานพร้อมกัน ที่นิ่งเงียบแต่เสียใจที่สุดคือวราลี...

ooooooo

เหมือนดาวมาอย่างผู้มาช่วยแก้ปัญหาของบริษัท เธอพูดถึงการทำงานของคิวปิดฮัทอย่างสมเพชว่าทีมงานมีสติปัญญากันแค่พาคู่รักออกรายการจัดโปรโมชั่นลดราคาแพ็กเกจ มันไม่ช่วยทำให้ภาพลักษณ์องค์กรดีขึ้น

“ลืมสิ่งที่พวกคุณทำให้หมดแล้วทำตามที่ฉันสั่ง อย่างแรกที่ภีมควรทำ จัดแถลงข่าวขอโทษ” วราลีท้วงติงว่าบอสไม่ได้ทำผิดอะไร เขาแค่พูดความจริง “ความจริงที่ทำให้ภาพลักษณ์บริษัทเสียหาย นั่นแหละผิด ต่อให้ภีมไม่ได้รู้สึกผิด เขาก็ต้องขอโทษ เพราะสังคมไทยใจอ่อน ขี้สงสาร บีบน้ำตาทำดราม่านิดหน่อยเรื่องก็จบ”

วราลีโต้ว่าคนไทยชอบคนที่ทำผิดแล้วสำนึกผิด ไม่ใช่ “แกล้ง” สำนึกผิด เสนอให้พบกันครึ่งทาง แถลงข่าวตามที่เหมือนดาวแนะนำแต่วัตถุประสงค์เพื่อให้ทุกคนเข้าใจสิ่งที่บอสคิด ไม่ใช่ให้บอสแกล้งขอโทษ บรรดาสาวกามเทพทุกคนเห็นด้วยกับเจ๊ มิลินชมว่าไอเดียเจ๊ลีของเราบรรเจิดประเสริฐศรี

เหมือนดาวถูกหักหน้าในที่ประชุม ได้แต่จ้องหน้าวราลีอย่างเอาเรื่อง

ภีมเดินตามหาเหมือนดาว เมื่อเจอเขาเชิญเธอไปดูโต๊ะทำงานที่จัดไว้ให้ แต่เหมือนดาวไม่ได้สนใจโต๊ะทำงาน เธอถามว่าไม่คิดจะคุยเรื่องอื่นที่ไม่ใช่เรื่องงานกับตนบ้างหรือ ภีมจึงถามเรื่องสามีของเธอ

เหมือนดาวตอบทันทีว่าเราเลิกกันแล้ว พอภีมแสดงความเสียใจด้วย เธอกลับบอกว่าตนพอใจกับสถานภาพแม่ม่ายเพราะทำให้ตนเรียนรู้ว่าคนแบบไหนที่ควรเลือกให้เข้ามาอยู่ในชีวิต

“เชิญคุณตามสบายก่อนนะ” ภีมตัดบทแล้วเดินไป เหมือนดาวมองตามอย่างหมายมาด คิดถึงอดีตเมื่อ 6 ปีก่อน...

เวลานั้นทั้งสองเรียนจบปริญญาโทที่อเมริกาแล้วและคบหากันอยู่ คุณพ่อของภีมเป็นเจ้าของโรงพยาบาลดำรงราษฎร์ ต้องการให้ภีมกลับไปบริหารโรงพยาบาลแทน เหมือนดาวฝันอนาคตของตนว่า...

“ดีกรีปริญญาโทจากอเมริกาและภรรยาของเจ้าของโรงพยาบาลดำรงราษฎร์...ต่อไปนี้ใครก็จะมาดูถูกไม่ได้ว่าฉันเป็นแค่เด็กในสลัม”

แต่เธอฝันสลายเมื่อภีมบอกว่าตนยังไม่กลับและจะยังไม่แต่งงานด้วย ย้ำเจตนาที่บอกกับคุณแม่ไว้ว่าจะสร้างอนาคตของตนด้วยตัวเอง บอกเธออย่างมุ่งมั่นว่า “ผมมีคุณอยู่เคียงข้าง เราจะสร้างอนาคตด้วยกัน สร้างความภูมิใจด้วยกันดาว”

“ฉันภูมิใจในตัวเองมามากพอแล้วค่ะภีม ถ้าคุณไม่กลับไปทำตามที่คุณพ่อคุณต้องการ เราก็เลิกกัน”

เธอเดินจากเขาไปในนาทีนั้นเลย เดินอารมณ์เสียออกมาชนกับเจตต์อย่างแรง เจตต์ขอโทษและตะลึงในความสวยของเธอ ส่วนเหมือนดาวก็เจอเป้าหมายใหม่คว้าไว้ทันที

ขณะกำลังคิดถึงอดีต เจตต์ก็โทร.เข้ามือถือ เหมือน–ดาวปิดสายทำหน้ารังเกียจด่า

“ไอ้บ้า!!” เธอมองตามภีม พึมพำ “ฉันจะไม่ยอมให้คุณไปจากชีวิตของฉันอีกแล้วนะคะภีม”

ooooooo

เมื่อวราลีรู้ว่าภีมหายไปนานเพราะพาเหมือน-ดาวไปดูโต๊ะทำงานก็ประชดว่า นึกว่าหายไปไหน ที่แท้ไปจัดโต๊ะทำงานให้แฟนเก่า แต่ก็แก้ต่างให้ตัวเองว่าไม่ได้หึงภีม ถ้าจะหึงเขาเอาเวลาไปหึงผู้ชายอื่นดีกว่า

พอดีแดนชนโทร.เข้ามา วราลีพูดกับกล้องว่า “ผู้ชายคนนี้ไงคะ...” กดรับสายทักเสียงหวาน “จ้ะ...แดน”

ถามว่าแดนชนโทร.มามีเรื่องอะไรหรือ แดนชนบอกว่าเย็นนี้ตนปิดร้านแล้วจะแวะไปเอารูปที่ฝากไว้

วราลีบอกว่าตนจะไปหาเขาที่ร้านดีกว่า

วราลีชวนภีมไปหาแดนชนด้วยกันเพื่อเขาจะได้รู้จัก ไม่มองแดนชนในแง่ร้าย แต่เมื่อไปถึงร้าน วราลีก็คุยมุ้งมิ้งกันสองคนจนภีมรู้สึกเหมือนตนเป็นส่วนเกิน จนเมื่อแดนชนจะชงเครื่องดื่มให้ ภีมขอกาแฟดำ วราลีบอกว่าไม่ได้ ค่ำแล้วคืนนี้จะนอนไม่หลับ แดนชนจึงเปลี่ยนเป็นน้ำแอปเปิ้ลกับผักกาดหอมสูตรนี้คลายเครียด วราลีเห็นด้วย เอาสองแก้วเลยหวานน้อยด้วย

แดนชนให้วราลีพาภีมไปที่มุมโปรดแล้วขอตัวไปทำเครื่องดื่ม

วราลีพาภีมไปนั่งที่ระเบียงริมน้ำ ภีมเห็นพระอาทิตย์กำลังตกกับผิวน้ำที่ลมพัดอ่อนๆ สวยงาม ผ่อนคลายสบายใจ วราลีบอกว่าคืนก่อนตนนั่งเล่นตรงนี้เผลอหลับไปแดนชนเลยวาดรูปให้ ย้ำว่าตนกับน้องยังเป็นเพื่อนและพี่น้องกันอีกนาน ตนไม่อยากให้บอสเข้าใจผิด ภีมถามว่าแคร์ความรู้สึกของตนด้วยหรือ

“แน่นอนค่ะ เพราะบอสเป็นบอสของฉัน” ภีมจึงขอโทษทำปากจู๋ให้ตบลงโทษ “บอสนี่! ถ้าบอสรู้สึกผิด อยากให้ฉันทำโทษ ฉันขอแค่อย่างเดียวค่ะ เลิกอคติกับแดน แดนเป็นเด็กน่ารัก เป็นเด็กรุ่นใหม่ที่มีความฝัน มีความคิดดีๆให้คนวัยอย่างเราได้เรียนรู้อีกเยอะ ถ้าบอสเปิดใจกับแดน บอสจะรู้สึกดีกับเขาเหมือนที่ฉันรู้สึก”

ภีมนิ่งฟัง คิด แต่อดหมั่นไส้ขึ้นมาตงิดๆไม่ได้ ยิ่งเมื่อแดนชนเอาเครื่องดื่มมาให้ บอกวราลีว่าของพี่ลี อาจจะหวานไปนิดเพราะตนใส่ใจเข้าไปด้วย ทำให้ ภีมยิ่งหมั่นไส้ ครู่หนึ่ง เมื่อวราลีขอไปถ่ายรูปแปลงผัก เมื่ออยู่กันลำพัง แดนชนถามภีมว่า “ผมต้องทำยังไงถึงจะเอาชนะใจพี่ลีได้” บอกว่าตนอยากให้พี่ลีรักตน ถ้าเป็นแฟนกันตนจะมีความสุขมาก

“ถ้าอยากเอาชนะใจลี ไม่ยากเลยน้องรัก” ภีมนึกแผนในใจตอบแดนชนอย่างสนิทสนม แดนชนพาซื่อดีใจตั้งใจฟัง

ส่งวราลีกับภีมกลับไปแล้ว แดนชนนั่งทบทวนคำแนะนำของภีมที่จะเอาชนะใจวราลีว่า เธอชอบฮอลแลนด์ดอกโตเท่าถ้วยกาแฟ เธอเคยพูดว่าถ้ามีผู้ชายเอากุหลาบมาให้ทุกวัน ตนรักตายเลย แดนชนวางแผนที่จะให้กุหลาบดอกโตวราลีทุกวันเพราะอยากให้เธอ “รักตายเลย”

คืนนี้วราลีโทร.หาแดนชนแต่เขาไม่ได้รับสาย เธอเป็นห่วงรุ่งขึ้นจึงไปหาที่ร้านกาแฟ จึงรู้ว่าเขาไม่เป็นอะไรแต่กำลังวางแผนจะทำเซอร์ไพรส์วราลีด้วยการเทเงินหมดหน้าตักสร้างโรงปลูกกุหลาบให้เหมือนต่างประเทศ จะได้ตัดกุหลาบดอกโตสีสดให้พี่ลีทุกเช้า เล่าแล้วถามว่า

“พี่ลีชอบไหมฮะ”

“ไม่ชอบ! และแดนก็ห้ามทำด้วย เพราะมันต้องใช้เงินมาก” แดนชนบอกว่าตนมีเงิน วราลีบอกให้เก็บไว้ทำอย่างอื่น แดนชนยืนยันว่าทำเพื่อพี่ลีนี่แหละตนมีความสุขที่สุดแล้ว “แดน! ถ้าแดนยังดื้อจะทำ เราไม่ต้องคุยกันอีกเลย”

พูดแล้ววราลีลุกไปเลย แดนชนร้องเรียกพลางเดินตามไป ถามว่าพี่ลีโกรธเรื่องอะไร

“พี่ผิดหวัง พี่คิดว่าคนอย่างแดนจะคิดอะไรได้มากกว่าทุ่มเทเพื่อผู้หญิงที่เพิ่งรู้จักกันไม่ถึงเดือน” แดนชนบอกว่าตนชอบพี่ลีและก็อยากให้พี่ลีชอบตนด้วย “แดนไม่จำเป็นต้องมีโรงปลูกดอกกุหลาบ พี่ก็ชอบแดนได้ เราสองคนไปด้วยกันได้ดีแต่เราต้องใช้เวลาอดทนรอคอยให้เราแน่ใจก่อนว่าเราชอบกันจริง”

แดนชนบอกว่าตนแน่ใจว่าพี่ลีคือคนที่ใช่ วราลีหงุดหงิดพูดอย่างผิดหวังว่า “แดนเป็นอย่างที่บอสบอกพี่ไว้จริงๆ”

“หมายความว่ายังไงพี่ลี!” วราลีตัดบทว่าช่างเถอะ “ช่างไม่ได้ฮะพี่ลี พี่ลีบอกผมมาเดี๋ยวนี้ว่าคุณภีมบอกอะไรพี่ลี”

“บอสเตือนพี่ว่าให้ดูแดนไปนานๆ เพราะสิ่งที่แดนเป็นอยู่ตอนนี้ มันไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของแดน”

แดนชนไม่พอใจถามว่าเขามีสิทธิ์อะไรมาว่าตน “บอสเขาหวังดีกับพี่ พี่กลับล่ะ”

“ไอ้บอส!!!” แดนชนคำรามจิกตาแค้น

ooooooo

ที่บริษัทคิวปิดฮัทกำลังเตรียมงานแถลงข่าว เหมือนดาวพยายามแสดงความเป็นผู้นำในการแถลงข่าว แต่ภีมกลับถามถึงวราลีเพราะต้องการให้เธอช่วยเลือกเนกไทให้ เหมือนดาวกีดกันว่าอย่าผูกเนกไทเลย จะทำให้เขาดูสบายขึ้น

เหมือนดาวขอมือภีมไปลูบคลำให้กำลังใจอย่างที่เคยทำสมัยคบหากัน ภีมรู้ทันแต่เขาไม่คิดอะไร เหมือนดาวเห็นเบนมายืนอยู่แถวหน้าห้องถามว่ามายืนทำไม หาว่าเพราะเบนคอยคุมอย่างนี้ภีมถึงยังโสด

เบนบอกว่าภีมโสดก็จริงแต่หัวใจไม่ว่าง เพราะเขากำลังฟอลอินเลิฟกับผู้หญิงคนหนึ่ง เหมือนดาวถามว่าใคร เบนบอกว่าไม่ใช่ตนไม่อยากบอกแต่บอสสั่งห้ามไว้ แต่ก็ใบ้สามคำให้ว่า “อยู่ แถว นี้” ทำให้เหมือนดาวสงสัยว่าใคร?

แดนเจ็บใจที่ถูกภีมหลอกให้ทำในสิ่งที่วราลีไม่ชอบ วันนี้เขาปั่นจักรยานบ่ายหน้าไปคิวปิดฮัทด้วยสีหน้าเคร่งเครียด วราลีขับรถมาติดไฟแดงเห็นแดนชนแต่เรียกไม่ทัน ฉุกคิดว่าเขาไปไหน หรือไปหาบอส!

แดนชนไปถึงคิวปิดฮัทถามหาภีม อัครมงคล นึกว่าจะมางานแถลงข่าว ไม่ทันบอกแดนชนก็เข้าลิฟต์แล้ว

วราลีมาถึงลงจากรถนึกได้ว่าลืมขนมจึงกลับไปหิ้วถุงขนมที่รถ เห็นจักรยานของแดนชนจึงรู้ว่าเขามาที่นี่จริงๆ

แดนชนเข้าลิฟต์เจอภีมอยู่ในนั้นพอดี เบนเห็นความหล่อของแดนชนก็อารมณ์เตลิดไปชั่วขณะ แต่พอเห็นแดนชนกระชากคอเสื้อภีมถามว่าโกหกตนทำไม เบนได้สติเข้าไปบอกแดนชนให้ปล่อยภีมเดี๋ยวนี้ ถูกแดนชนหันมาตะคอกตาขวางว่า “อย่ายุ่ง” เบนก็หัวหดถอยกรูด พอดีเห็นนันทิสาวิ่งหน้าตื่นออกมาจากออฟฟิศ เบนทำปากบอก

“ไปตามคนมาเดี๋ยวนี้”

นันทิสารีบโทร.ตามคนทันที

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"เข้ม-อ๊อฟ" ขอบคุณแฟนละคร “เผาขน” ฟาดเรตติ้งเปิดตัวสูงสุดของปี

"เข้ม-อ๊อฟ" ขอบคุณแฟนละคร “เผาขน” ฟาดเรตติ้งเปิดตัวสูงสุดของปี
17 พ.ค. 2564

12:00 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 17 พฤษภาคม 2564 เวลา 22:17 น.