นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    กามเทพออนไลน์

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    เช้าวันนี้ ขณะพราวกำลังเล่นงานพร้อมพลที่ปล่อยให้โรมเข้าบ้านเมื่อคืนนี้และมาใช้คอมพ์ของตน ก็ได้รับโทรศัพท์จากหอมถามว่าอยู่ไหน ลืมหรือเปล่าวันนี้นัดอะไรกันไว้

    “ไม่ได้ลืมแต่กำลังเฉ่งพี่พลอยู่ เมื่อคืนพี่พลปล่อยให้อีตาทนายหัวหมอเข้ามาในบ้าน” ออยถามว่าเขามาขอยอมความหรือ พราวบอกว่าตนไม่คุยด้วยและไล่ตะเพิดไป หอมเตือนว่าถ้าพราวอยากให้เรื่องนี้จบก็รีบมาเพราะตนนัดตำรวจที่รู้จักไว้แล้ว เล่าให้เขาฟังคร่าวๆ แต่เขาขอดูหลักฐานจากคลิปมือถือพราวก่อน

    “ได้...แต่แกรอฉันอีกแป๊บนะ ฉันมีเรื่องต้องเคลียร์กับอีตาทนายหัวหมอนั่นก่อน”

    พร้อมพลฟังอยู่ด้วย เตือนพราวว่าเจอไอ้โรคจิตนั่นเลยลืมโบนัสหนึ่งล้านเลยหรือ อย่าลืมว่าต้องคว้าเงินนั่นมาใช้หนี้ตน เพราะพวกโต๊ะบอลมันยังตามทวงยิกๆ ย้ำว่าชีวิตตนอยู่ในกำมือพราวนะ พราวบอกว่าเสร็จเรื่องนี้ค่อยว่ากัน ย้ำว่า

    “ใช้คอมพ์ของพราวก็อย่าไปยุ่งกับโปรแกรมอื่นล่ะ ใช้งานเสร็จแล้วก็รีบๆปิด” พูดแล้วพราวออกไป

    แต่พอพราวออกไป กุ๊กไก่ก็เข้ามา พร้อมพลยังแหยงกับคำขู่ของกุ๊กไก่เมื่อคืน กุ๊กไก่บอกว่าห้ามพูดเรื่องนั้นอีกแต่ให้ออกไปกับตนตอนนี้ ตนก็จะเก็บเอาไว้ทบยอดกับเขาทีเดียววันหลัง พร้อมพลงงๆว่ากุ๊กไก่จะให้ตนไปไหน

    โรมยังอยู่ที่ออฟฟิศ เขาคุยโทรศัพท์กับเสริมสุข บอกว่าไม่รู้ว่าท่านประธานสั่งลูกน้องมาหาตนตอนนี้ทำไม แต่คงไม่ใช่เรื่องดีแน่ พอวางสายมองไปที่หน้าออฟฟิศเห็นพราวมากดกริ่งเรียก โรมคว้ากระเป๋าเป้รีบไปหาพราวทันที ถามว่ามีใครตามเธอมาหรือเปล่า

    พราวระแวงว่าโรมจะมาไม้ไหนอีก เขาบอกว่าจะเล่าทุกอย่างให้เธอฟังแต่ไม่ใช่ที่นี่ โรมพาเธอไปที่สวน สาธารณะอ้างว่าที่สาธารณะคนเยอะแบบนี้น่าจะปลอดภัยกว่าอยู่กับตนที่ออฟฟิศ พราวถามว่าปลอดภัยจากอะไร?

    “จากคนที่ผมต้องเตือนให้คุณคิดให้ดี เพราะถ้าเรื่องนั้นไปถึงตำรวจ กว่าคดีจะจบคุณคงต้องเสียเวลาขึ้นศาล ยุ่งกับมันไปอีกนาน” พราวหาว่าเขาเล่นเกม ตัดบทว่าจะไม่ยอมเสียเวลาคุยกับเขาแล้ว เอาไว้เจอกันที่ศาลเลย โรมรีบคว้ามือไว้

    “ผมแค่อยากเตือนให้คุณเตรียมพร้อมรับมือ เพราะถ้าเรื่องถึงศาล พวกของไมค์คงไม่ยอมให้คุณเล่นงานง่ายๆ เขาต้องส่งทนายมือดีมาทำให้คดีนี้มันยุ่งยากจนคุณคิดไม่ถึง”

    “ขู่กันเหรอ”

    “ผมทำงานกับพวกเขามานาน รู้จักพวกเขาดี รู้ว่าเขาต้องทำยังไงกับสถานการณ์แบบนี้ ยิ่งอำนาจเงินของพวกเขายิ่งทำได้ทุกอย่าง” พราวถามว่าหมายถึงอะไร “นั่นคือสิ่งที่ผมจะเล่าให้คุณฟังเกี่ยวกับไมค์”

    โรมเอานิตยสารหัวนอกให้พราวดู เป็นภาพของไมค์กับชายวัยกลางคน ลงรูปเกือบเต็มหน้า มีข้อความข้างบน The Success of Mark Intertech พราวอ่านแล้วพึมพำ...

    “ความสำเร็จของมาร์คอินเตอร์เทค...ชื่อคุ้นๆ”

    “ถ้าคุณเป็นคนในแวดวงไอทีก็น่าจะคุ้นอยู่ เมื่อ 3 ปีก่อน มาร์คอินเตอร์เทคคือบริษัทเจ้าของกราฟฟิกซอฟแวร์ที่เคยได้รางวัล 1 ใน 10 โปรแกรมที่มีผู้ดาวน์โหลดใช้งานสูงสุด แค่เดือนเดียวก็ทำเงินได้ถึง 5 ล้านปอนด์”

    “อ๋อ...ฉันนึกออกแล้ว เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าไมค์คือคนที่คิดโปรแกรมนั้นขึ้นมา”

    “ส่วนผู้ชายที่อยู่ข้างๆ ก็คือมาร์ค เขาเป็นอาแท้ๆ ที่คอยดูแลไมค์มาตั้งแต่เด็กหลังจากที่เสียพ่อแม่ไปในอุบัติเหตุ แต่ถึงไมค์จะมีความเป็นอัจฉริยะทางคอมพิวเตอร์ เขาก็มีข้อบกพร่องบางอย่างที่มาร์คต้องปิดเอาไว้เพื่อไม่ให้กระทบภาพลักษณ์ของบริษัท”

    โรมบอกว่าไมค์มีอาการทางจิตที่ไม่สามารถควบคุมความต้องการได้ ยิ่งเขาต้องการมาก การแสดงออกคือการใช้ความรุนแรงให้ได้สิ่งนั้นมา พราวถามว่าตนเป็นเหยื่อคนแรกของเขาใช่ไหม? โรมพยักหน้า พราวโกรธ ถามเครียดว่า

    “ถ้าเขาอันตรายขนาดนั้นแล้วพวกคุณปล่อยเขาออกมาทำร้ายคนอื่นได้ยังไงทำไมไม่พาเขาไปรักษา หรือเพราะคิดแต่เรื่องผลประโยชน์ กลัวชื่อเสียงบริษัทล่มจม” โรมขอให้ฟังตนก่อน “คุณก็เหมือนพวกเขานั่นแหละ เห็นแก่ผลประโยชน์”

    พราวโมโหเดินหนีไป โรมรีบตามไปเรียก เธอไม่หยุด พราวเดินหนีพลันก็ได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้เรียกหาน้องมะลิ...น้องมะลิ พราวจำได้ว่าเป็นเสียงของโอปอลเดินเข้าไปถามว่าเกิดอะไรขึ้น โอปอลร้องไห้ขอให้พราวช่วยตนด้วย เพราะน้องมะลิลูกสาวที่ตนเพิ่งไปรับมาจากโรงเรียนแล้วพามาวิ่งเล่น แต่พอตนหันไปรับโทรศัพท์คุยกับแฟน น้องก็หายไปแล้ว

    พราวบอกให้ไปแจ้ง รปภ.ก่อน ตนจะช่วยหาน้องให้ ถามว่าหน้าตาเป็นยังไง?

    “น้องเขาตัวขาวๆ ตาโตๆ ใส่ชุดเอี๊ยมยีนส์ค่ะ”

    โรมตามมาได้ยินทั้งสองคุยกัน ถามว่านั่นใครหรือ? พราวบอกว่าลูกค้าของตน ไล่ให้เขาหลีกไปตนจะช่วยลูกค้าตามหาลูกสาว โรมเตือนว่าเธอไม่ควรเสียเวลาอยู่แถวนี้ ให้รีบเอาหลักฐานไปให้ตำรวจดีกว่า

    “หัวหมอไม่พอ ยังใจดำอีก...อยู่ห่างๆฉันไว้เลย” พราวด่าแล้วเดินออกไปเลย โรมมองตามอย่างเป็นห่วง

    ooooooo

    พราวเดินตามหาและร้องเรียกน้องมะลิไปตามสวนสาธารณะ โรมตามไปเตือนว่าตนเป็นห่วง อย่าได้ประมาทคนอย่างเจ้านายตนเด็ดขาด

    “ถ้าเจ้านายคุณจะกล้าทำร้ายฉันล่ะก็...เอาเลย ฉันไม่กลัวหรอก แล้วก็ช่วยโทร.บอกเขาด้วย ถ้าอยากเล่นงานฉัน เขานั่นแหละจะโดนเอาเรื่องให้ถึงที่สุด” พราวกระหนาบแล้วเดินตามหาน้องมะลิต่อไป

    ระหว่างนั้น โรมเห็นลูกหมาตัวขาวตาโตใส่เอี๊ยมยีนส์ตรงตามที่โอปอลบอก เขาถามพราวว่า

    “คุณพราว...ลูกสาวอดีตลูกค้าคุณที่หายไป คุณได้ถามหรือเปล่าว่าเป็นคนหรือหมา” พราวเอ็ดว่าก็เขาบอกว่าลูกสาวที่รับมาจากโรงเรียนพามาเดินเล่นแล้วหายไปไม่ได้บอกว่าพาหมามาเดินเล่น โรมติงว่าแต่คนที่เขารักหมาเหมือนลูกก็มีเยอะ แล้วชี้ให้พราวดูลูกหมาที่ลักษณะตรงตามที่โอปอลบอกทุกอย่าง พราวจึงหยิบโทรศัพท์โทร.ถามโอปอล

    “พี่โอปอลคะ...เอ่อ...น้องมะลิลูกสาวพี่ที่หายไป เป็น...เป็นลูกหมาใช่ไหมคะ” ฟังปลายสายแล้วพราวอึ้ง

    โรมเดาออก บอกว่าผมบอกแล้วไง พราวหันไปจิกตาใส่แล้วรีบบอกโอปอลว่าเจอน้องมะลิแล้วเดี๋ยวจะพากลับไปให้ โรมขำแทบกลั้นไม่อยู่ พราวหน้าแตกแต่ไม่วายปรามาสโรมแก้เกี้ยวว่า

    “เชอะ...ก็ไม่ได้ถูกไปซะทุกเรื่องหรอก” แล้วหันไปหาน้องมะลิแต่มะลิวิ่งหายไปในเครื่องเล่นเด็ก พราววิ่งตะครุบแต่สะดุดหัวคะมำ โรมพุ่งเข้าคว้าเอวไว้ในอ้อมอกอย่างแข็งแรง แซวว่า

    “ระวังหน้าแหกคุณพราว หน้าแตกทีแล้ว ถ้าหน้าแหกอีก ทีนี้หมอไม่รับเย็บแน่ครับ”

    พราวด่าแล้วดิ้นจะออก แต่ผมไปติดกระดุมเสื้อของโรมเลยขลุกขลักกันอยู่ตรงนั้น

    กุ๊กไก่เป็นห่วงพราวจึงชวนพร้อมพลสะกดรอยตามมา เจอพราวดิ้นขลุกขลักอยู่ในอกโรม กุ๊กไก่ตะโกน

    “ปล่อยพราวเดี๋ยวนี้ ไอ้หัวหมอ!!”

    กุ๊กไก่พุ่งเข้าไปผลักโรมกระเด็นแล้วดึงพราวออกมา ถามว่าเป็นยังไงมั่ง มันทำอะไรหรือเปล่า

    ooooooo

    กุ๊กไก่จะเอาเรื่องโรม ถูกพร้อมพลด่าว่าอย่ามโน เข้ามาก็เห็นอยู่แล้วว่าผมของพราวไปพันกับกระดุมเสื้อ โรม ถูกกุ๊กไก่ด่าว่าเข้าข้างโรม พราวบอกให้พอแล้วเสียเวลา ตามหาน้องมะลิให้เจอแล้วจะไปทำธุระให้เสร็จ

    พอหามะลิเจอ คนของมาร์คก็เข้ามาสั่งลูกน้องสองคนที่ตามพราวว่า ท่านประธานสั่งมา ถ้าโรมขัดขืนให้ใช้กำลังได้เลย โรมไม่รู้ตัวเตือนพราวว่าเสร็จแล้วก็รีบไปก่อนที่คนของท่านประธานจะมาเจอ เธอคนเดียวรับมือพวกเขาไม่ได้หรอก

    “เล่นงานคุณได้ฉันก็ไม่มีอะไรต้องกลัวแล้ว” พราวไม่ยี่หระเดินไปเลย พอดีโรมได้กลิ่นอึของน้องมะลิที่ติดเสื้อ มัวแต่วุ่นวายอยู่เลยไม่ทันเห็นว่าพราวไปทางไหน พอเดินตามหา ก็ได้ยินเสียงพราวร้องขอความช่วยเหลือ!

    พราวถูกลูกน้องมาร์คแย่งกระเป๋าถือไปเทแล้วเอามือถือไป โรม พร้อมพลกับกุ๊กไก่เดินมาเจอพอดี มันเอาปืนออกมาขู่ไม่ให้เข้ามา พร้อมพลทะเล่อทะล่าเข้าไปถูกพวกมันยันโครมเดียวกระเด็นไปชนกุ๊กไก่ล้มไปด้วย โรมพุ่งเข้าสู้กับคนที่มีปืน แต่ถูกอีกคนซัดท้องลงไปจุก แล้วพวกมันก็พากันหนีไป

    พวกมันเอามือถือของพราวไป แต่พราวแบ็กอัพข้อมูลไว้หมดแล้ว พอกลับถึงบ้านพราวเปิดโน้ตบุ๊กดู หน้าจอติดๆดับๆ แล้วปรากฏหัวกะโหลกและเสียงหัวเราะน่ากลัวขึ้น

    “ไมค์...ฝีมือไมค์! เขาแฮ็กเข้ามาในคอมพ์ฉัน เขาทำลายข้อมูลทุกอย่างที่ฉันเก็บไว้ทั้งในเครื่องทั้งในคราวด์ ฉันไม่เหลือหลักฐานเอาไว้เล่นงานเขาอีกแล้ว” พราวเอะใจดึงคอเสื้อพร้อมพลคาดคั้นว่าเมื่อเช้าที่ใช้คอมพ์ตนทำงานเกิดอะไรขึ้น!

    “พี่ไม่ได้ทำอะไร ทำงานแล้วก็เข้าอินเตอร์เน็ตหาข้อมูล เห็นมีโฆษณาโน่นนี่นั่นน่าสนใจพี่ก็เลย...เอ่อ...กดคลิกไปเรื่อยๆ ดูแว้บๆแค่นั้นเอง”

    “โธ่เอ๊ยพี่พล! ไอ้ที่พี่กดส่งเดชไปนั่นแหละพี่เสียรู้ไมค์ไปแล้ว เขาเจาะเข้าระบบจนรู้ไอพีแอดเดรสของพราวแล้วเขาก็แฝงตัวมาหลอกให้พี่กดรับไวรัสของเขา ให้มันเข้ามาทำลายข้อมูลทุกอย่าง...ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว”
    ทุกคนฟังแล้วหมดแรง มองหน้ากันเหวอ พูดไม่ออก

    ooooooo

    ที่บ้านมาร์ค มาร์คคุยโทรศัพท์กับไมค์ บอกว่าคนของตนทำตามที่เขาสั่งแล้ว ถามไมค์ว่าแน่ใจหรือว่าผู้หญิงคนนั้นไม่เหลือหลักฐานเอาไว้เล่นงานเขาอีก ไมค์บอกว่าพราวเป็นคนฉลาดแต่ก็ไม่ฉลาดไปกว่าตนหรอก

    มาร์คถามว่าเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ไมค์อยู่ไหนตนจะไปรับและกลับไปด้วยกันวันนี้เลย ไมค์ไม่กลับ บอกว่าตอนนี้ตนเป็นอิสระแล้ว จะไม่กลับไปให้มาร์คทำกับตนเหมือนเคยอีกเด็ดขาด

    “ไมค์...ฉันรับปาก ฉันจะไม่ทำกับแกแบบนั้นอีก ขอร้องล่ะ แกต้องกลับไปกับฉัน ไม่งั้นทุกอย่างพังหมดแน่”

    “ผมทำเงินให้คุณอามามากพอแล้ว นั่นมันไม่ใช่ปัญหาของผมอีก ช่วงนี้ผมอาจจะหลบไปกบดานเงียบๆ สักพัก แต่ไม่นานหรอก หึๆ” ไมค์พูดแล้วตัดสายเลย มาร์คหัวเสียพยายามต่อไปอีกแต่ไม่ติด ระหว่างนั้นลูกน้องเข้ามารายงานว่า

    “ท่านประธานครับ คุณโรมมาหาที่นี่ครับ”

    โรมถูกลูกน้องมาร์คสองคนล็อกไว้ไม่ให้เข้า มาร์คสั่งให้ปล่อย โรมเดินเข้าหามาร์ค พูดอย่างตึงเครียดว่า

    “ผมไม่คิดเลยว่าท่านจะกล้าทำถึงขนาดนี้ พอเสียทีเถอะครับ หยุดช่วยเหลือไมค์ เพราะยิ่งช่วยก็ยิ่งทำให้เขาเตลิดจนกู่ไม่กลับ”

    “ฉันหยุดไม่ได้ เธอก็รู้ว่าถ้าปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นเล่นงานไมค์ มูลค่าความเสียหายที่ตามมามันจะมหาศาลขนาดไหน” โรมด่ามาร์คว่าเขาเอาแต่ผลประโยชน์ของ ตัวเองแต่ไม่คิดถึงความเสียหายของผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อของไมค์ “ถ้าเธออยากแก้ไขเรื่องนั้นเธอก็กลับมาทำงานให้ฉันสิ ฉันจะถือว่าเรื่องที่เธอขัดแย้งกับฉันเป็นแค่ความเข้าใจผิด”

    “ท่านประธาน!! ดีแล้วครับที่ท่านยืนยันแบบนี้ ผมจะได้ถือว่างานเลวๆที่ผมเคยทำให้ท่านทั้งหมดคือการทดแทนบุญคุณที่ตอนนี้เราไม่มีต่อกันอีกแล้ว”

    “ได้!! ถ้าคุณจะเลือกทางนี้ ต่อไปคุณก็ต้องระวังตัวให้ดี”

    “ท่านมีผมเป็นศัตรู ท่านต่างหากที่ต้องควรระวังผมมากกว่า”

    โรมเดินออกไปอย่างผึ่งผาย มาร์คจิกตามองกำหมัดแน่นอย่างเจ็บใจ

    ooooooo

    วันต่อมาโรมไปหาพราวที่คิวปิดฮัท บอกว่าตนอยากมาขอโอกาสจากเธอ พราววางมาดขรึมบอกว่าจะยอมเสียเวลาฟังเขา ถามว่าที่บอกว่าต้องการแก้ไขความผิดพลาด มีแผนจะทำอะไร

    โรมเสนอตัวเป็นทนายให้ ถ้าเธออยากชนะพวกเขา ตนนี่แหละพร้อมจะช่วยให้เธอชนะได้ ตอนนี้ไมค์หายตัวไปแม้แต่มาร์คก็ไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน ตนมั่นใจว่าไมค์แค่หลบซ่อนรอให้เรื่องเงียบแล้วค่อยออกมาจัดการกับเธออีกครั้ง เพราะฉะนั้นนี่คือโอกาสที่ตนจะได้แก้ตัวและช่วยเธอ

    พราวนิ่ง โรมถามว่าเธอเห็นด้วยใช่ไหม พราวบอกว่าตนพูดว่าแค่น่าสนใจ เพราะต้องการให้ไมค์รับโทษที่เขาทำ ส่วนคำขอของเขา ขอเวลาคิดอีกที เชิญเขากลับไปได้แล้ว แต่พอโรมออกไป ออยก็เข้ามาบอกพราวว่าเจ๊ลีมีเรื่องอยากคุยด้วย

    วราลีเรียกพราวไปตำหนิว่าเกิดเรื่องใหญ่อย่างนี้ทำไมไม่เล่าให้เจ๊ฟัง พราวบอกว่าเห็นเจ๊ยุ่งๆอยู่ วันๆตนแทบไม่ได้เจอ เลยไม่อยากกวน วราลีย้ำว่า “แต่เจ๊มีหน้าที่ดูแลพวกเราทุกคน”

    “แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้วค่ะเจ๊ พราวอาจจะไม่มีหลักฐานไปเล่นงาน แต่ทนายเขาก็รับปากว่าจะช่วยจัดการให้”

    วราลีเผลอบ่นว่ามีแต่เรื่องให้ต้องปวดหัวแบบนี้ตนจะไปได้ยังไง ออยถามว่าเจ๊จะไปไหน วราลีรีบปฏิเสธว่าไม่มีอะไร เฉไฉบอกว่า หมายถึงงานปาร์ตี้ที่ต้องจัดให้ลูกค้าเดือนนี้เป็นคิวของพราวที่ต้องเป็นแม่งาน

    พราวเพิ่งนึกได้ วราลีบ่นว่ามิน่าบอสถึงได้เรียกเจ๊เข้าไปวีนเพราะลูกค้าสองสาวตัวแสบอีเมลมาเฉ่งว่าจ่ายเงินค่าต่อสมาชิกแล้วแต่ยังไม่ได้รับบัตรเชิญให้มาร่วมปาร์ตี้เดือนนี้เลย มิ้มกับออยบ่นว่าใจคอสองคนนั้นจะต้องมีสามีให้ได้ทุกเดือน รึไง บอกพราวว่างานเข้าแล้วล่ะ พราวพูดปลงๆว่า “ทำไงได้ล่ะ เราเลือกลูกค้าไม่ได้นี่”

    พราวขอเวลาหนึ่งวัน รับรองได้คอนเซปต์เจ๋งๆแน่

    “งั้นเจ๊ฝากพราวด้วยนะ ทุกคนด้วย ช่วยๆกันนะ” เจ๊ลีเป่าปากอย่างโล่งใจที่แก้ปัญหาไปได้เปลาะหนึ่ง แต่ก็ยังหนักใจเรื่องส่วนตัว

    กลับถึงบ้าน อาพอที่อยู่ด้วยกันถามวราลีว่าวันนี้ไปสมัครงานใหม่อีกแล้วหรือ จะลาออกจริงๆหรือ บอกว่าวันก่อนหอมเอาขนมมาให้เล่าว่าตั้งแต่ตัวเองกับหรรษามีแฟนแล้ว หาคู่ได้เยอะจริงหรือ?

    “สองคนนั้นก็แค่พวกข้าวใหม่ปลามัน เพ้อเรื่อยไปตามบอสนั่นแหละอย่าไปเชื่อ มันไม่เกี่ยวกันหรอก”

    “คุณไม่อยากอยู่บริษัทนี้เพราะไม่อยากหาผัวตามคำสั่งคุณภีมหรือคะ ตั้งล้านเชียวนะคะ”

    “อาพอ เรื่องหาผัว เอ๊ยแฟน...เนี่ยนะ ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับผู้หญิงยุคนี้หรอกนะ ฉันลาออกเพราะบริษัทมันกำลังจะเจ๊งต่างหาก เธอเองก็แนะนำอย่างนี้ไม่ใช่หรือยะ” อาพอพยักหน้ารับว่าใช่

    แต่ขณะวราลีกำลังจะขับรถออกไปก็ได้รับโทรศัพท์จากเบนว่าอัครกับทรงพลทะเลาะกันใหญ่แล้ว วราลีได้ยิน เสียงเบนด่าทรงพลว่าจะทำอะไร วางขวานเดี๋ยวนี้ เธอจึงรีบบ่ายหน้าไปที่บ้านเช่าของพวกเขา

    ไปถึงรู้ว่าอัครกับทรงพลทะเลาะกันเพราะหึงหวงสะคราญที่อ่อยคนนั้นทียั่วคนนี้ทีจนทั้งสองจะฆ่ากันตาย

    วราลีไปหว่านล้อมทั้งสองให้ค่อยๆพูดจากัน เป็นคนบริษัทเดียวกันทั้งนั้น บอกเบนให้ไปแย่งขวานมาเลย เบนนิ่งไปอึดใจแล้วแผดเสียงกรี๊ดแสบแก้วหูจนทุกคนต้องเอามือปิดหูแล้วเบนก็เข้าไปแย่งขวานจากทรงพล จากนั้นวราลีหว่านล้อมทีละคน บอกทรงพลที่ยังฮึดฮัดว่าเขาเป็นคนมีค่า เป็นคนดี ชีวิตเขามีค่ากว่าสองคนนี้...มีสติ...มีสติ...

    ครั้นพูดกับสะคราญก็พูดแบบเดียวกัน จนทรงพลกับสะคราญสำนึกผิด ทำให้อัครจิตตกไปด้วย เมื่อวราลีหว่านล้อมด้วยคำพูดเดียวกับสองคนนั้น อัครก็สำนึกผิด ตำหนิตัวเองว่าไม่น่าปล่อยให้เหล้ามาทำลายชีวิตตัวเอง อยู่บริษัทเดียวกันต้องรักกัน วันนี้ตนผิดเองที่ทำให้เบนกับวราลีต้องเหนื่อย...

    จัดการปัญหาแล้ว วราลีดูนาฬิกาบ่นว่าไปไม่ทันแล้ว อดอีกแล้ว เบนถามว่าจะไปไหน วราลีบอกว่าธุระเกี่ยวกับเอกสารติดต่อราชการอะไรทำนองนั้น เบนขอบคุณที่วราลีมาช่วยแก้ปัญหา พูดอย่างซึ้งใจว่า

    “บริษัทนี้ต้องมีคุณนะครับคุณวราลี” เธอถามว่ายังไง “คุณช่วยงานคุณภีมได้เยอะมาก รู้ใจคุณภีม รู้ว่าจะจัดการยังไงกับพวกเราในคิวปิดฮัท คุณมีความสำคัญกับคุณภีมและพวกเราทุกคนมาก ถ้าขาดคุณบริษัทจะเป็นไงก็ไม่รู้...”

    วราลีอึ้ง สีหน้าลำบากใจ เพราะตัวเองกำลังคิดจะลาออกอยู่แล้ว...

    ooooooo

    พราวขอเวลาวราลีหนึ่งวันในการคิดคอนเซปต์งานปาร์ตี้ที่ตนต้องรับผิดชอบ กลับมานั่งหน้าคอมพ์คิดเครียดว่าจะเสนอยังไงดี ขณะกำลังเครียดก็มีเสียงเตือนข้อความเข้าจากโปรแกรมแชตคิวปิดรูม พอเปิดดูเป็นข้อความจากลุงแพนด้า...

    โรมที่สวมรอยลุงแพนด้าคุยกับพราวอย่างถูกคอโดยเฉพาะทัศนะความรักที่บางคนเลือกจากหน้าตาเป็นสำคัญ แต่ลุงกลับบอกว่า “ผู้หญิงทุกคนมีความสวยอยู่ในตัวเอง แล้วแต่ว่าผู้ชายคนไหนจะมอง อย่างหนูนี่ลุงไม่ต้องเห็นหน้าก็รู้เลยว่าหนูเป็นลูกเป็ดขี้เหร่ที่สวยมาก”

    พราวเขินจนหน้าแดง พูดออกตัวว่า ตนรู้อยู่แล้วว่าตนไม่ใช่สเปกของลุง เราคุยกันอย่างเพื่อนแบบนี้สบายใจดีกว่า

    “จริงของหนู ความเป็นเพื่อนคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนเห็น ‘ความสวยจากภายใน’ ของกันและกัน และเปลี่ยนเป็นความรักได้โดยไม่รู้ตัว”

    ทัศนะของลุงแพนด้าจุดประกายในความคิดของพราวทันที เธอร้องอย่างดีใจว่า ใช่แล้ว!! คิดออกแล้ว...

    คิดออกแล้ว! พราวส่งข้อความกลับไปขอบคุณลุงแพนด้าที่ช่วยชี้ทางสว่างให้ บอกว่ารักลุงที่สุด จุ๊บๆ พร้อมสติกเกอร์น่ารัก โรมอ่านแล้วยิ้มอย่างมีความสุข เพ้อเบาๆ

    “รักลุงที่สุด...โอ้ยยยย ลุงก็รักหนูเหมือนกันลูกเป็ดขี้เหร่”

    ooooooo

    เมื่อได้คอนเซปต์ของงานแล้ว พราวนำเสนอภีมอย่างภูมิใจ ภีมฟังแล้วพึมพำงงๆ “Friendship Party”

    “ใช่ค่ะบอส เป็นปาร์ตี้รูปแบบใหม่ที่คิวปิดฮัทไม่เคยจัดมาก่อน เป็นงานที่ลูกค้าเราได้มาพบเพื่อนใหม่ ได้มาจับคู่เล่นเกมลับสมองประลองปัญญา ฝ่าด่านสุดหิน ผู้ชนะจะได้รางวัลแพ็กเกจควงคู่เพื่อนใหม่ไปผจญภัยที่รีสอร์ตกลางขุนเขา”

    “เพื่อนใหม่?”

    “ค่ะ...งานนี้ถึงไม่ได้แฟนแต่รับรองว่าได้เพื่อนใหม่ที่คาดไม่ถึงแน่นอน มิตรภาพจะเบ่งบานเร็วๆนี้”

    วราลีกับหอมที่ฟังอยู่ด้วยเห็นว่าเป็นไอเดียที่เริ่ดมาก ถูกภีมด่าว่าบ้ากันไปใหญ่แล้ว นี่เป็นคิวปิดฮัทไม่ใช่ค่ายลูกเสือจะได้พบปะจับมือไขว้กันร้องเพลงสามัคคีชุมนุม!!

    “บอสคะ แต่ความเป็นเพื่อนจะทำให้เรามองข้ามเรื่องหน้าตาหรือเปลือกนอกแล้วค่อยๆก่อตัวเป็นความรักที่ยั่งยืนกว่าเจอกันแค่ผิวเผินนะคะ”

    ออยเห็นด้วยกับพราว มิ้มก็สนับสนุน เพราะแบบนี้ลูกค้าจะได้ไม่กดดันตัวเอง กังวลว่ามาแล้วจะได้คู่หรือไม่แต่เขามาสนุกกันและได้เพื่อนกลับไปมันเริ่ดกว่า

    ภีมคิดหนัก ตัดสินใจอนุมัติ แต่อย่าลืมลูกค้าสามรายที่พราวต้องหาคู่ให้เขาให้ได้ ย้ำเข้มว่า

    “น้าผกามาศของผม และคุณซินดี้ แองจี้ งานนี้เขาไม่ได้ต้องการเพื่อน...เข้าใจไหมคุณพราว”

    “รับทราบค่ะบอส” พราวรับคำโล่งอกสบายใจ

    ปัญหาที่ยังคาอยู่คือการจัดการกับไมค์ โรมส่งหนังสือ สัญญาว่าจ้างเขาเป็นทนายให้พราว พราวยอมแต่งตั้งเขาเป็นทนาย แต่เขาต้องรับปากว่าจะสามารถหยุดไมค์ไม่ให้ไปทำร้ายคนอื่นอีก

    ขณะนั้นเองมีเสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น โรมออกมาดู เขาชะงักเมื่อเห็นผู้มาเยือนคือ เชอรี่! พราวเดินออกมาบอกว่าตนต้องกลับไปทำงานแล้ว เชอรี่มองพราวถามโรมว่าใคร เขาบอกว่าลูกความของตน เชอรี่มองเขม่นถามว่าลูกความหรือ?

    “เอ่อ...ค่ะ...ฉันเป็นลูกความคุณโรม ขอตัวก่อนนะคะ เรื่องที่คุยกัน คุณจัดการตามที่เห็นสมควรได้เลย ฉันต้องกลับไปทำงาน”

    เชอรี่มองพราวไม่วางตาบอกว่าหน้าตาคุ้นๆ เหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อนแต่คงไม่ใช่คนที่ตนคิดเพราะหน้าตาต่างกันราวฟ้ากับเหว ถามโรมว่ากำลังทำคดีอะไรให้เธออยู่หรือ โรมบอกว่าคดีไมค์ แล้วตัดบทชวนเข้าไปคุยกันข้างในดีกว่า

    โรมโอบพาเชอรี่เข้าไปด้วยความสงสารที่เธอเพิ่งหายจากการทำร้ายตัวเอง

    พราวจำเชอรี่ได้ เหตุการณ์ในอดีตที่ถูกเชอรี่กับพวก ดูถูกหัวเราะเยาะว่าตนเป็นแก้วหน้าม้า กระทั่งวันที่ตนเอาช็อกโกแลตรูปหัวใจไปให้ไมค์ในวันวาเลนไทน์ก็ถูกเชอรี่แกล้งขับรถเกือบชน ดีแต่เบรกทัน กล่องช็อกโกแลตกระเด็น พราวรีบหยิบกล่องช็อกโกแลตประคองไปอย่างเจ็บปวด ในขณะที่เชอรี่มองอย่างสะใจ

    โรมกับเชอรี่คุยกันถึงอดีต เชอรี่สารภาพว่าที่ตนไปคบไมค์เพราะต้องการประชดที่เลิกกับโรม จนวันนี้ตนก็ยังไม่อาจลืมเขาได้ อยากกลับมาเหมือนเดิมซึ่งอาจจะรักกันมากกว่าเดิมก็ได้ โรมบอกว่าเรื่องของเราจบไปแล้ว

    เชอรี่โผซบอกโรมออดอ้อน โรมค่อยๆดันเธอออกไปบอกว่าอย่าทำอย่างนี้เลย เธอถามว่าหรือเขามีคนอื่นแล้ว?

    โรมนิ่งไม่ตอบ

    ooooooo

    โรมซื้อโทรศัพท์ใหม่เป็นสมาร์ทโฟน เขาเอาไปให้อัทธ์ตั้งค่าให้ขณะพบกันที่สปอร์ตคลับ อัทธ์ตั้งค่าเสร็จเอามาให้บอกว่าตอนตั้งค่าให้ตนเห็นมีข้อความเข้าก็เลยเข้าใจว่า...อ๋อ...เป็นอย่างนี้นี่เอง...

    โรมบอกว่าไม่มีอะไรแค่เพื่อนคุยกัน อัทธ์แซวว่าเพื่อนที่วาดรูปดอกไม้สวยๆมาให้หรือ...ตนอยากมีเพื่อนอย่างนี้จัง พอโรมเอาไปเปิดดูเป็นดอกไม้ลายเส้นฝีมือลูกเป็ดขี้เหร่ พร้อมข้อความ “ส่งดอกไม้มาเยี่ยมแทนความคิดถึงค่ะ”

    โรมขอตัวไปคุยกับพราวที่มุมหนึ่งในสปอร์ตคลับ คุยเพลินจนเผลอบอกพราวว่าตนออกกำลังกายอยู่ที่สปอร์ตคลับ พราวเอะใจว่าออกกำลังกายทั้งที่เพิ่งผ่าตัดหัวใจหรือ โรมกลัวถูกจับได้ว่าสวมรอยลุงแพนด้า วางโทรศัพท์ไว้ข้างๆ คิดลังเลว่าหรือจะบอกความจริงไป พอหันดูโทรศัพท์ปรากฏว่าอัทธ์เอาไปเปิดอ่านอยู่ บอกว่าเห็นเขาอ่านแล้วเครียดเลยอยู่เฉยไม่ได้

    โรมถามว่าถ้าเป็นตัวอัทธ์เจอสถานการณ์แบบนี้จะทำยังไงดี ตนควรจะบอกความจริงไปไหม

    “โลกนี้ไม่มีความลับหรอกครับ มีแต่รู้ช้าหรือรู้เร็ว มันอยู่ที่ว่าคุณพร้อมที่จะให้ฝ่ายโน้นรู้หรือยัง และที่สำคัญ ...คุณมั่นใจรึเปล่าว่าฝ่ายโน้นเขาก็ชอบคุณเหมือนกัน เพราะถ้าไม่ คุณอาจจะต้องเสียเพื่อน”

    โรมฟังคำแนะนำของอัทธ์แล้วคิด ประเมิน...ชั่งใจ...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    พร้อมเสิร์ฟตอนใหม่ “กระเช้าสีดา” ฟังคำตอบ "นุ่น" หลัง "ก๊อต" สารภาพรัก

    พร้อมเสิร์ฟตอนใหม่ “กระเช้าสีดา” ฟังคำตอบ "นุ่น" หลัง "ก๊อต" สารภาพรัก
    17 ต.ค. 2564

    03:01 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม 2564 เวลา 04:36 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์