ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

กามเทพจำแลง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เควิน เบลค หนุ่มเพลย์บอยตัวพ่อเชื้อสายจีน สัญชาติอเมริกัน มีทรรศนะต่อกามเทพและความรักว่าเป็นแค่เกมไพ่จับคู่ ความรักคือความสำราญที่เราต้องสนุกกับมัน และกามเทพก็แค่รู้ว่าไพ่ที่อยู่ในมือของอีกฝ่ายเป็นอะไรก็มีชัยไปกว่าครึ่ง!

แต่พริมา หรือพริม กามเทพจากคิวปิดฮัทผู้เคร่งครัดในศีลธรรมจนเพื่อนๆให้สมญาว่า “แม่ชี” มีทรรศนะต่อความรักว่าคือการเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยง คือบ่วง ความรักทำให้เรามีความสุขแค่ชั่วคราว แต่ความดีจะทำให้เรามีความสุขตลอดไป คิวปิดฮัทจึงต้องคัดสรรสิ่งที่ดีให้ลูกค้า พริมแสดงทรรศนะความรักออกมาทีไร มักมีเสียงตอบรับจากรอบข้าง...สาธุ...พร้อมกันทุกครั้ง

วันนี้พริมนำลูกค้าคิวปิดฮัทแต่งชุดขาวเข้าโบสถ์มาถือศีลสวดมนต์อยู่หน้าพระประธาน สวดศีลห้าแล้วพริมพูดกับกล้องเหมือนจะบอกทุกคนว่า

“ทรัพย์สินเงินทองและความรักคือของนอกกาย เกิดมาไม่มีอะไร ตายไปก็เอาอะไรไปไม่ได้”

“สาธุ” ลูกค้าพนมมือจดหน้าผาก...ขานรับพร้อมกัน

เพราะเป็นคู่ที่มีทรรศนคติต่างกันสุดโต่ง คิวปิดกามเทพตัวจริงจึงต้องแปลงกายเป็นชายวัยกลางคนมาอุ้มสม

คิวปิดเห็นความแรงของทั้งคู่ จึงขอให้พรหมลิขิตช่วยตามหาหัวใจอีกครึ่งดวงที่กามเทพทำตกหายไป ให้ได้กลับมารวมเป็นหนึ่งเดียวกัน...

อุบัติการณ์จึงเกิดขึ้นกับมนุษย์ตาดำๆที่ต่างกันสุดขั้วนี้ ต้องเผชิญกับเรื่องราวอันแสนวุ่นวาย...

ooooooo

ที่อเมริกา...หน้าห้องพักผู้ป่วยในโรงพยาบาล มีชื่อที่ประตูว่า Mr.Greg Blacke V.I.P เขาคือพ่อของเควิน เบลค เควินเดินออกมาคุยกับหมอที่หน้าห้อง หมอบอกว่า

“คุณเกรกเกิดอาการอ่อนเพลียอย่างรุนแรง ถ้าปล่อยไว้อาการจะยิ่งทรุดลงไปอีก” เควินถามอย่างไม่พอใจว่าไหนหมอบอกว่าโรงพยาบาลจะดูแลอย่างดีที่สุด “แต่ผู้ป่วยมีอาการซึมเศร้า ไม่มีกำลังใจรักษาตัว มันยากที่เราจะทำอะไรได้”

เบลค อินเตอร์คอร์ป เป็นธุรกิจของตระกูลเบลค ปัจจุบันมีมาธาร์พี่สาวคนโตของตระกูลเป็นผู้ดูแลธุรกิจทุกอย่าง มาธาร์มีอิทธิพลต่อเควินมาก ส่วนเควินเป็นทายาทรุ่นที่ 3 เกรก พ่อของเควินป่วยเป็นอัมพฤกษ์และหมดกำลังใจที่จะรักษาตัวเพราะภรรยาที่เป็นคนไทยทิ้งเขากับลูกไป เกรกมาตามหาภรรยาที่เมืองไทยทุกปีจนกระทั่งป่วยเป็นอัมพาต

เมื่อหมอบอกเควินว่าขืนปล่อยเกรกไปแบบนี้ เวลาของคนป่วยคงเหลือไม่มาก วันนี้เควินจึงถามพ่อว่า

“พ่ออยากได้อะไรบอกผมนะ ผมจะรีบไปหามาให้” เกรกนิ่ง เควินถามว่า “พ่อยังคิดถึงแม่อยู่ไหม” เกรกจึงหันมองอย่างมีปฏิกิริยาตอบสนอง เควินถามว่า “มีวันไหนที่พ่อไม่คิดถึงแม่หรือเปล่า” เกรกส่ายหน้าช้าๆ เควินถามอีกว่า “พ่อยังอยากเจอแม่อยู่ไหม”

“ยะ...อยาก...เจอ...มา...ตลอด” เกรกพูดอย่างลำบาก เควินเห็นตื้อไปอย่างสะเทือนใจ เขาปรึกษากับป้ามาธาร์ว่าจะไปตามหาแม่ให้พ่อ ก็ได้รับการคัดค้านว่าไม่มีประโยชน์ ผู้หญิงคนนั้นไม่มีวันกลับมา จะไปตามหาที่ไหนยังไม่รู้เลย “ผมจะลอง มันอาจทำให้พ่อดีขึ้น ป้าห้ามผมไม่ได้หรอก”

มาธาร์โมโหด่าเขาว่าหัวดื้อเหมือนพ่อไม่มีผิด แต่เควินไม่สนใจ เขาเปิดเซฟ หยิบล็อกเกตหัวใจครึ่งดวงของพ่อออกมา มองล็อกเกตอย่างชั่งใจ บอกป้ามาธาร์อย่างตัดสินใจแล้วว่า

“ผมจะไปประเทศไทย ไปตามหาแม่แทนพ่อเอง”

ooooooo

ในประเทศไทย...ที่ห้องประชุมคิวปิดฮัท หอมหมื่นลี้เปิดเว็บไซต์ของโซลเมทดอทคอมพลางอธิบาย...

“โซลเมทดอทคอมคือบริษัทจับคู่ชั้นนำในอเมริกาและแคนาดา มีสาขาอีกหลายประเทศในยุโรป”

“โซลเมทกำลังจะขยายเครือข่ายมาที่เอเชีย” ภีมพูดแทรกเสียงดัง “เป้าหมายของเราคือให้โซลเมทเลือกคิวปิดฮัท...ร่วมทุนเป็นเฮดออฟฟิศเชียลเอเชีย”

“ข่าวของโซลเมทรู้กันทั่ววงการ บริษัทอื่นก็คงคิดเหมือนเรา ฉันจะทำรายงานวิเคราะห์คู่แข่งในเอเชียให้เอง” วราลียกมือเสนอตัว

ภีมไม่สนใจหักหน้าวราลีด้วยการหันไปสั่งหอมหมื่นลี้ให้ไปทำมา พริมมองหน้าภีมกับวราลีกระซิบถามงงๆว่า“เกิดอะไรขึ้นเจ๊” ถูกภีมเรียกปรามเสียงเข้ม แล้วถามว่า รู้จักผู้บริหารรุ่นใหม่ของโซลเมทไหม พริมตอบกลัวๆกล้าๆว่า

“เคยได้ยินค่ะ เป็นคนฮ่องกงสัญชาติอเมริกัน เกิดเมืองไทยแต่โตที่ซานฟรานฯชื่อเควิน เบลค ค่ะ”

ภีมฟังแล้วมองหน้าพริมอย่างมีแผน ดูรูปเควินในโปรเจกเตอร์ของห้องประชุมถามว่าทำไมรูปไม่ชัด หอมหมื่นลี้บอกว่าเขาไม่ชอบออกสื่อ รูปที่เปิดเผยกับสาธารณะจึงมีน้อยมาก

วราลีก็ยังอุตส่าห์บอกว่าเคยมีเว็บข่าวเอารูปเควินลงก็ถูกฟ้องละเมิดสิทธิ์จนต้องลบรูปกันแทบไม่ทัน แต่ภีมทำเป็นหูทวนลมทำให้เงียบกันทั้งห้องประชุม พริมเลยช่วยกู้สถานการณ์ ถามหอมหมื่นลี้ว่าแล้วยังไงต่อ

“ตระกูลเบลคเป็นเจ้าพ่อธุรกิจอาหารสัตว์และขนมหวานในอเมริกา ข่าวลือว่าเควิน เบลค เป็นเพลย์บอยตัวยง”

“เพลย์บอยเหนือหมู่เพลย์บอย คือเจ้าชู้มากๆ ยิ่งกว่าเพลย์บอยทั่วไป” วราลีเสริมอย่างรู้จริง

“สายรายงานว่าเควินกำลังเดินทางมาพักผ่อนส่วนตัวที่ประเทศไทยกับอีวาน่าคู่ควงรายล่าสุดที่เป็นนางแบบวิคตอเรียซีเคร็ต ผมต้องการส่งตัวแทนไปชักจูงให้เควิน เบลค มาร่วมลงทุนกับคิวปิดฮัทของเรา” วราลีเสนอตัวไปทำงานนี้ ภีมเมินหันไปสั่งพริมว่า “พริมา!!คุณจบจิตวิทยามา เหมาะที่สุด”

พริมอึ้ง เหวอ วราลีหน้าเจื่อน ภีมสั่งพริมอีกว่า “คุณต้องใช้เสน่ห์ของผู้หญิง...ทำทุกวิถีทางเพื่อให้เควินสนใจคิวปิดฮัทให้ได้”

สาวคิวปิดทุกคนตกใจ หอมปากไวถามภีมว่า “บอสให้พริมเอาตัวเข้าแลกเลยเหรอคะ”

“เออ!!” ภีมกระชากเสียงประชด ทำเอาสาวๆ ตาเหลือก พริมเป็นลมซบไหล่เจ๊ลีไปเลย

ภีมลุกพรวดออกจากห้องประชุม เจ๊ลีตามมาทักท้วงว่าให้พริมทำแบบนั้นไม่ได้ ภีมทำหูทวนลมเดินไปสั่งสะคราญให้ไปเช็ดกระจกห้องน้ำ สั่งอัครไปส่งเอกสารและสั่งทรงพลให้ไปเอารถมา ภีมสั่งแทบไม่หายใจเหมือนจงใจไม่เว้นช่องให้วราลีพูดแล้วเดินลิ่วไปเลย

“นี่บอสเห็นฉันเป็นธาตุอากาศรึไง” วราลีเหวอ

“คงอยากปรับตัวให้ชิน ก่อนที่คุณลีจะไม่อยู่แล้วมั้งครับ” เบนเอ่ย

“หา!! คุณลีจะลาออก?!” แก๊งแม่บ้านตกใจ วราลีได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ

ฝ่ายพริมถูกภีมประกาศิตเช่นนั้นก็เครียด เล่นโยคะพลางสวดแผ่เมตตาให้ภีม หอมมาเห็นถามว่าไหวไหมพริม เล่นโยคะไปคุยไปว่า “ความอดทนนำมาซึ่งประโยชน์สุข” หอมบอกว่าหว่านเสน่ห์ใส่ผู้ชายไม่ยากหรอก พริมก็บอกว่า “ความโกรธไม่ดีเลย” หอมถามว่าเควิน เบลค ชอบผู้หญิงแบบไหน พริมยังคงพูดตามความเชื่อของตนว่า

“ความรักเป็นบ่วงนะ เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว ไยต้อง เอาตัวไปผูก”

“สาธุ...แต่คงต้องควงบ่วงโคบาลคล้องคอคุณเควินมาให้คิวปิดฮัทให้ได้ก่อน”

พริมโกรธที่หอมเข้าข้างภีม โต้ว่าจะพามาให้ได้ แต่ไม่ใช่วิธีของร็อตไวเลอร์ หอมยังยุต่อว่า คิดอีกทีอาจจะเป็นโอกาสดีที่จะได้ผู้ชายมาก็ได้ รางวัลอยู่แค่เอื้อม

“ไม่เด็ดขาด!! สมบัติเงินรางวัลเป็นของนอกกาย แล้วฉันก็ไม่อยากหาเรื่องรักมาให้ชีวิตมืดมนอีกแล้วด้วย ชาตินี้ขอทุ่มเทกายใจให้โยคะ สร้างบุญมุ่งสู่นิพพานดีกว่า”

หอมสะดุดหูถามว่าพูดเหมือนเคยมีแฟน พริม ถอนหายใจเฮือกแล้วเดินออกไป...กระนั้นก็ยังถูกภีมไลน์มาย้ำว่า

“วันนี้ต้องทำงานให้สำเร็จ ถ้าพลาด...” ภีมส่งสติกเกอร์คอขาดมาขู่ พริมเดินไปใต้ต้นไม้ใหญ่กรวดน้ำ...

“ข้าพเจ้าขออุทิศบุญกุศลให้แก่ภีม...เอ้อ... เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายของข้าพเจ้า หากข้าพเจ้าได้เคยล่วงเกินสิ่งใดในอดีตชาติ หรือปัจจุบัน...” พอพริม ท่องถึงตอนนี้ก็มีเสียงท่องบทเดียวกันประสานเข้ามาจากหลังต้นไม้ว่า “จะภพภูมิใดก็ตาม ขอให้ท่าน” พริมแปลกใจหยุดท่องชะโงกดู เสียงนั้นยังท่องต่อไปว่า

“ได้รับผลบุญนี้ และโปรดอโหสิกรรมให้ด้วยเทอญ”

ท่องจบเจ้าของเสียงปริศนาก็เดินอ้อมต้นไม้ออกมา คิวปิดนั่นเอง เขาถามว่า

“มาทำบุญแต่ทำไมสีหน้าอมทุกข์มีอะไรก็ระบายให้ฟังได้นะ” พริมนึกว่าคิวปิดเป็นคนมาทำบุญ คิวปิด ยังคงหว่านล้อมว่า “ความทุกข์บางเรื่องพูดกับคนรู้จักไม่ได้ ถึงต้องมีคนแปลกหน้าไว้ช่วยฟังเหมือนโลกโซเชียล สมัยนี้ดราม่ากันทุกวัน” พริมเริ่มคล้อยตาม คิวปิดเดาว่า “หน้าตาคุณผู้หญิงบ่งบอกว่ากำลังวุ่นวายใจเรื่องความรัก”

“เข้าใจผิดแล้วค่ะ ตัวฉันไม่ได้สนใจความรักมานานแล้ว เคยมีคนสอนให้ฉันรู้ว่า ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์”

คิวปิดมองหน้าพริมอย่างสนใจ เธอจึงพูดถึงความรักว่า

“ความรักคือการเอาชีวิตไปผูกกับคนอีกคน...เราอยากจะทำให้คนที่เรารักพอใจ...กว่าจะรู้ตัวอีกทีเราอาจจะเสียอะไรหลายอย่างแล้วก็ได้...เสียทั้งเวลา...เพื่อน... ครอบครัว...และตัวตนของเราเอง...”

พริมนึกถึงสมัยเรียนมหาวิทยาลัย คมกริชเพื่อนนักศึกษาชายได้เข้ามาคุยด้วย ไม่นานเขาก็แสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเธอ จะพูดจะคุยกับใครก็ไม่พอใจ ทำจนพริมทั้งอายเพื่อนและเครียด เพื่อนๆก็ไม่มีใครกล้ามาคุยกับพริมอีกเลย แล้ววันหนึ่งคมกริชก็เดินหัวเสียเข้ามาขอยืมเงินบอกว่าได้เงินมาแล้วจะใช้คืน

พริมถามว่าเสียบอลอีกแล้วหรือไหนว่าเลิกแล้วไง เขาบอกว่าครั้งสุดท้ายแล้วจริงๆ พอพริมบอกว่าไม่มีแล้ว ก็ชักสีหน้าถามว่า ไม่มีหรือไม่ให้ คมกริชหัวเสียอาละวาดหนัก ทำลายข้าวของ ตะโกนอย่างบ้าคลั่ง

“โธ่เว้ย!! แล้วกูจะหาจากไหนวะ เฮงซวย!!”

พริมตกใจมากวิ่งหนีออกจากห้องไป...เล่าอดีตให้คิวปิดฟังแล้วพริมบอกว่า

“สำหรับฉัน...คงไม่แสวงหาความรักเพื่อให้เกิดบ่วงอะไรกับตัวเองอีกแล้วล่ะค่ะ” แต่พอหันมอง คิวปิดก็หายไปแล้ว พร้อมกับมีไลน์จากหอมมาเร่งว่า

“พร้อมแปลงโฉมให้ไปรับซีอีโอเพลย์บอยแล้ว รีบมาที่บริษัทนะจ๊ะ”

อ่านไลน์แล้ว พริมถอนใจเฮือกใหญ่...

ooooooo

พริมจะออกจากวัดผ่านร้านขายหินนำโชคไป แต่แล้วก็เกิดลมหมุนเธอรีบเอามือปิดกระโปรงวุ่นวาย พอลมหยุดก็พบตัวเองมายืนอยู่หน้าร้านขายหินนำโชค คิวปิดยืนอยู่ที่ร้านชี้ให้พริมาดูของที่วางขายบนแผงบอกเธอว่า

“พรหมลิขิตให้คุณผู้หญิงเป็นเจ้าของล็อกเกตเส้นนี้” พริมถูกใจหยิบขึ้นดู คิวปิดพูดก่อนเดินไปว่า “คู่กันแล้ว...ไม่แคล้วกัน” แม่ค้ารีบบอกว่าถ้าชอบป้าลดราคาพิเศษให้เลย พริมมองล็อกเกตอย่างถูกใจ

บนเครื่องบิน...เควิน เบลค แปลงร่างจากนักธุรกิจเป็นลุคหนุ่มเกาหลี ทำสีผมใส่คอนแทกเลนส์สี ไม่ใส่แว่น นั่งดูล็อกเกตของพ่ออย่างครุ่นคิด พยายามจะเปิดแต่เปิดไม่ออก...

เมื่อพริมซื้อล็อกเกตมาแล้วก็พยายามเปิดดูแต่เปิดไม่ออก ทั้งเควินและพริมต่างถอดใจเก็บล็อกเกตใส่กระเป๋า

มาถึงสนามบิน เควินออกมาเจออีวาน่านางแบบสาวสวยยืนพิงรถรออยู่ เควินเข้าไปหอมแก้มทักทายแล้วขึ้นรถออกไป วินาทีเดียวกันหอมก็ได้รับรายงานจากสายรีบบอกพริมว่าเควิน เบลค หลบออกจากสนามบินไปได้แล้วสายกำลังส่งพิกัดมาให้

เควินโทร.บอกมาธาร์ว่าอีวาน่าจัดการเรื่องที่พักให้แล้วป้าไม่ต้องเป็นห่วง หันยิ้มเจ้าเล่ห์กับอีวาน่าบอกว่า

“พวกที่มาตามล่าตัวผม ไม่มีทางหาเจอหรอก...เรื่องอะไรจะอยู่กับที่ให้จับได้ล่ะ”

อีวาน่าพาเควินไปที่คลับเฮาส์ขนาดใหญ่ในหมู่บ้านไฮโซ พริมตามถึงหน้าคลับเฮาส์เห็นนักข่าวออกันอยู่เต็มแล้วรวมทั้งมีตแอนด์ลันช์ด้วย บอกหอมว่า “แต่ไม่ต้องห่วงพริมจะทำเต็มที่”

แต่เควินวางแผนลึกกว่านั้น เมื่อเข้าไปในคลับเฮาส์แล้ว เขาให้ตัวปลอมควงอีวาน่าออกไปทางหน้าบ้านมีรถกอล์ฟมารับไป ส่วนเควินตัวจริงก็ปกปิดใบหน้ามิดชิดลอบออกไปทางด้านหลัง

บรรดานักข่าวที่ออกันอยู่ด้านหน้าบ้านถูกลวงให้ตามเควินตัวปลอมที่นั่งรถกอล์ฟไปหมดรวมทั้งพริมด้วย แต่ไปได้ระยะหนึ่ง พริมที่วิ่งรั้งท้ายถูกคิวปิดเข็นรถขนต้นไม้มาขวางทำให้พริมหลุดจากขบวนตามรถกอล์ฟ

“ทางมันถูกกำหนดไว้แล้ว” คิวปิดที่เข็นรถขนต้นไม้กระหยิ่มแล้วเข็นรถผ่านไป แต่พริมก็มองไม่เห็นกลุ่มที่วิ่งตามรถกอล์ฟแล้วมองซ้ายมองขวาตัดสินใจเลี้ยวไป ปรากฏว่าเลี้ยวผิดทาง!

คิวปิดลวงทิศ พรางตาจนรถกอล์ฟหลุดไปจากสายตานักข่าว แต่พริมกลับเห็นและวิ่งตามไป คิวปิดกลายมาเป็นคนขับรถกอล์ฟ มองพริมที่วิ่งตามมาอย่างพอใจ

เควิน เบลค หลบออกจากคลับเฮาส์ตรงไปที่บริษัทรถเช่า ขณะออกมาที่รถ พริมก็วิ่งพรวดเข้ามาชนอย่างจังจนกระเป๋าหล่น ล็อกเกตกระเด็นออกมา พริมกับเควินเห็นพร้อมกัน พลันก็เกิดลมหมุนเหมือนหยุดเวลาไปชั่วขณะ

พอได้สติพริมก้มเก็บล็อกเกตกำแน่นไว้ที่หน้าอกจะวิ่งตามรถกอล์ฟไป ถูกเควินขวางดักซ้ายดักขวา พริมา คิดว่าเป็นพวกโรคจิตเลยเตะผ่าหมากด่า “ไอ้โรคจิต” เควินล้มไปกองกับพื้นร้องบอกว่า ไม่ใช่...ผมแค่... แต่พริมวิ่งตามรถกอล์ฟไปอย่างเร็วแล้วย้ำเตือนตัวเองว่า

“ไม่ได้!! ฉันจะพลาดงานนี้ไม่ได้ ฉันต้องตามเควิน เบลค ให้ได้”

ฝ่ายเควินพอหายจุกก็ลุกขึ้นไล่ตามพริมไปจะดูล็อกเกตให้แน่ใจว่าเป็นของแม่ตนหรือเปล่า ในขณะที่พริมก็วิ่งหนีเอาเป็นเอาตายเมื่อนึกถึงสติกเกอร์รูปคอขาดที่ภีมส่งมาให้ บอกตัวเองว่า “ไม่ได้!! ฉันจะพลาดงานนี้ไม่ได้!!”

คิวปิดที่ขับรถกอล์ฟอยู่ จู่ๆก็ขับรถเลี้ยวไปอีกทาง หลุดจากพริมที่กำลังวิ่งไล่กวดจนหลุดไป และเควินก็วิ่งไล่ตามพริมเอาจริงเอาจังแต่ก็ไม่เห็นเธอแล้ว ต่างเหนื่อยหอบถอดใจ พอดีวราลีโทร.มาพริมจึงนึกได้ว่าตัวเองมีภารกิจ

“แย่แล้ว...เจ๊ลีทำไงดี พริมคลาดกับเควิน เบลค แล้ว บอสต้องตัดหัวเสียบประจานหน้าคิวปิดฮัทแน่เลย แล้วจะไปตามตัวเขาได้ยังไง คิวปิดฮัทจะร่วมทุนกับโซลเมทได้ยังไงล่ะเนี่ย”

ฝ่ายเควินก็กลับเข้าไปนั่งเจ็บใจในรถที่ตามพริมไม่ทัน เก็บความคิดเรื่องแม่ไว้แล้วขับรถออกไป

ooooooo

กลับถึงห้องนอน พริมเหนื่อย นอนหลับฝันฝ่ายจนสะดุ้งตื่น เห็นกระเป๋าที่หล่นของหกเกลื่อนพื้น พอก้มเก็บเห็นฝาล็อกเกตเปิดอยู่ ในนั้นเป็นรูปเกรกสมัยหนุ่ม หน้าคล้ายเควินมาก แต่พริมนึกไม่ออกเลยปิดฝาไว้ตามเดิม

พอเอะใจว่าคุ้นๆ จะเปิดดูอีกทีปรากฏว่าเปิดไม่ออกแล้ว! เธอมองงงๆว่าล็อกเกตเปิดได้ยังไง?

ฝ่ายเควินเข้าพักในโรงแรม เขาโยนกระเป๋าเป้ลงที่พื้นอย่างสับสน ทิ้งตัวลงนอนล็อกเกตในกระเป๋ากางเกงไหลออกมา เขาหยิบขึ้นมาดูแปลกใจที่เห็นฝาล็อกเกตแง้มออก เปิดดูเห็นรูปวดีสมัยสาวๆ เขาเพ่งมองรูปแม่อย่างเจ็บปวด อยากเจอ พลันก็นึกถึงที่ป้ามาธาร์พูดว่า

“เขาไม่ต้องการแกแล้ว” เขานึกน้อยใจปิดฝาล็อกเกตบอกกับตัวเองว่า

“ไม่...เราทำเพื่อพ่อ ไม่มีอะไรมากกว่านั้น” แล้วกำล็อกเกตไว้แน่น

รุ่งขึ้นพริมเอาล็อกเกตไปให้เบนดู เบนบอกว่าของมือสองมีเจ้าของเก่าติดมาด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้ พริมติงว่าพูดเพ้อเจ้อ แล้วเอาคล้องคอไว้ เบนถามว่าเปิดดูไม่ได้ใช่ไหม พริมบอกว่าตนก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนั้นมันเปิดออกมาเองได้ยังไง

“พริมา!!” เสียงโหดของภีมดังขึ้น พริมตกใจถอยไปแอบหลังเบน “ผมให้เวลาอีก 1 อาทิตย์ คุณต้องหาเควินให้เจอไม่งั้นไล่ออก!!” เข้ามาประกาศิตเหี้ยมแล้วออกไปเลย พริมถามเบนว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมบอสถึงดุดันพลุ่งพล่านขนาดนั้น

แก๊งแม่บ้านเพิ่งรู้ว่าวราลีจะลาออกทุกคนตกใจกังวลช่วยกันหว่านล้อมถามว่าคุณลีไม่อยู่แล้วใครจะรับมือบอสได้

สะคราญถามว่า “คุณลีจะทิ้งคิวปิดได้จริงๆ เหรอคะ คนที่สร้างคิวปิดไม่ได้มีแค่บอสแต่เป็นบอสกับคุณลีนะคะ”

วราลีฟังแล้วคิดหนัก สับสน ภีมแอบฟังอยู่อีกมุมหนึ่งลุ้นอยากรู้ว่าวราลีรู้สึกยังไง?

ooooooo

เควินเดินสำรวจโรงแรมสยามบูรพาซึ่งเป็นโรงแรมเก่ากลายเป็นตึกร้าง พอเดินถึงระเบียงที่ทรุดโทรม เขานึกถึงอดีตในวัยที่เขาเพิ่งอายุได้ 7 ขวบ เวลานั้นโรงแรมยังใหม่ ผู้คนคึกคัก แม่จูงมือเขาเดินอย่างสนุกสนาน...

แต่วันนี้สภาพทรุดโทรมจนน่าเศร้า...เควินยังจำได้ว่าแม่ซื้อดอกบัวให้และพาเขาเข้าวัดสอนให้ไหว้พระ เควินถอนใจเศร้าคิดถึงแม่ เขาออกมาเรียกแท็กซี่เพื่อไปตามหาเพื่อนแม่ตามนามบัตรที่ได้มา

แต่ไปถึง เอานามบัตรถามชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาแถวนี้ ทุกคนส่ายหน้าไม่รู้จัก เควินเดินถามหาจนเหนื่อยใจ...

ฝ่ายพริมกลัวตกงาน เข้าวัดไหว้พระอธิษฐานเบื้องหน้าพระประธานว่า “ขอให้ลูกแคล้วคลาดการตกงาน ขอให้บุญกุศลที่เคยสร้างช่วยหนุนนำ...ต่อให้เควิน เบลค อยู่สุดหล้าฟ้าเขียวก็ขอให้ลูกตามเจอ...ลูกรู้ว่าตนเป็นที่พึ่งแห่งตน แต่ตอนนี้พึ่งตัวเองไม่ไหว คุณพระคุณเจ้าหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดๆ ช่วยลูกด้วย...สาธุ”

บนดาดฟ้าสูง คิวปิดได้ยินคำขอของพริม หัวเราะหึๆ ตอบว่า “บอกแล้วว่า เป็นพรหมลิขิต” แล้วยกนิ้ววาดเป็นวงกลมในอากาศเหมือนเสกอะไรบางอย่าง...พริม ที่นั่งพนมมือภาวนาอยู่ จู่ๆที่นิ้วก้อยก็มีเส้นด้ายเรืองแสงขึ้นแล้วกลายเป็นเส้นด้ายสีแดง พริมลืมตาขึ้นเหมือนคนไม่ได้สติถูกเส้นด้ายที่คิวปิดจูงอยู่ เดินเหม่อลอยออกมาจากโบสถ์...

เควินอยู่ที่อีกมุมหนึ่งของวัด...นึกถึงอดีตที่แม่พามาไหว้พระ แม่สอนว่า “ถ้าลูกมีศรัทธา ถ้าลูกเชื่อในความดี สิ่งศักดิ์สิทธิ์จะคอยปกป้องคุ้มภัย ลูกจะสมปรารถนาในสิ่งที่หวัง” คิดถึงคำสอนของแม่แล้วเขาถามว่า “ถ้าศรัทธามีจริง ทำไมไม่ทำให้ผมสมหวัง ผมเคยสวดอ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกวันให้แม่กลับมาหา แต่แม่ก็ไม่เคยกลับมา แล้วจะให้ผมเชื่ออะไรได้อีก”

พริมเดินเหม่อลอยมาถึงจุดที่เควินยืนอยู่ เควินคุ้นหน้าว่าเคยเจอกัน พลันพริมก็ยืนโงนเงนคล้ายจะเป็นลม เควินตกใจตะโกน “คุณ!! ระวัง!!” แต่พริมวูบตกจากที่ต่างระดับ เควินถลาไปรับตัวไว้ทัน กระดุมเสื้อของพริมช่วงบนหลุดไปหนึ่งเม็ด ทำให้ล็อกเกตที่ห้อยคอโผล่ออกมา เควินมองตะลึงอุทาน

“ล็อกเกตของแม่...” พลางจะเอื้อมมือไปจับ พริมได้สติรู้สึกตัวเห็นตัวเองอยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่มก็ช็อก ยิ่งเห็นเขาเอื้อมมือจะมาจับล็อกเกตก็ยิ่งตกใจนึกว่าเป็นพวกโรคจิต เธอร้องกรี๊ดข่วนหน้าเขาแควก! ลุกขึ้นมายังเตะผ่าหมากจนเควินจุกล้มลง พริมวิ่งหนีสุดชีวิต

ooooooo

เควินตะโกนบอกให้ฟังตนก่อน แต่พริมวิ่งเตลิดขึ้นรถขับไปแล้ว มีมอเตอร์ไซค์รับจ้างผ่านมาพอดี เขาเรียกให้จอดและขับตามรถพริมไป

หารู้ไม่ว่า มอเตอร์ไซค์รับจ้างคือคิวปิดที่สวมรอยมา เควินบอกให้ตามรถคันหน้าไปให้ทัน คิวปิดขานรับร้องอย่างกระตือรือร้นว่า “ได้เลย” แล้วออกรถแท่กๆๆ ตามไป เควินร้อนใจกลัวไม่ทันเร่งให้เร็ว คิวปิดเลยกระชากรถจนล้อเหินตัวหงายเงิบ เควินเสียงร้องลั่น

“ไม่ได้จ้างไปนรก ยังไม่อยากตาย...!!”

พริมเลี้ยวรถเข้าหมู่บ้านแว้บบบบ...เควินบอกไม่ทันคิวปิดแว้นเลยไปต้องวกกลับมาวนหา พอจอดรถหน้าบ้านพริม เควินควักแบงก์พันให้บ่นหงุดหงิดที่ไล่ตามหาบ้านพริมจนอ้อมรอบหมู่บ้าน พอคิวปิดไปแล้วเควินแอบปีนรั้วเข้าไปส่องมองในบ้าน...

พริมเอานมอุ่นๆมาให้พลับวัย 7 ขวบลูกของแพรไหมพี่สาว พลับอ้อนอยากฟังนิทาน น้าพริมจึงเอาหนังสือนิทานธรรมะมาอ่านให้ฟัง

“กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว...”

เควินมองไม่เห็นจึงปีนต้นไม้แอบดู ได้ยินพริมอ่านนิทานเรื่องครอบครัวมดถูกพายุพัดจนแม่มดหล่นลงไป...เควินชะงักกึกเพราะเป็นนิทานที่แม่เคยเล่าให้ตนฟังตอนเด็กๆเหมือนกัน เลยสงสัยว่าพริมจะเป็นน้องต่างพ่อของตน คิดว่าแม่คงเล่าให้ฟังเพื่อหลอกเด็กสร้างศรัทธาในครอบครัวไม่ต่างจากที่เคยทำกับตน เลยยิ่งเข้าใจแม่ผิด ชะเง้อมองหาแม่แต่ไม่เห็นจึงจะปีนลง หมาข้างบ้านเห็นก็เห่ากันเกรียว เควินเหงื่อแตกพลั่กปีนลงเลยห้อยต่องแต่งอยู่ที่ระเบียง

พริมได้ยินเสียงหมาเห่าก็โผล่หน้าต่างออกมาดูไม่เห็นอะไรจึงผลุบเข้าไปข้างล่าง คิวปิดขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาจอด เอ่ยกระหยิ่มยิ้ม...

“ศรัทธาในความรัก จะเป็นสายใยนำพาความผูกพันของครอบครัวกลับมา” แล้วรับเควินซ้อนท้ายขี่แท่กๆๆไป

ooooooo

รุ่งขึ้นเควินโทร.คุยกับป้ามาธาร์ เขาบอกว่าที่บ้านนั้นไม่เห็นแม้แต่เงาของแม่ ป้ามาธาร์ถามงงๆว่า

“แล้วล็อกเกตไปอยู่กับเขาได้ยังไง ถูกขโมยไปหรือวดียกให้?”

ขณะเควินลงเรือข้ามฟากนั่นเอง เห็นพริมใส่หูฟังฟังธรรมะหน้าตาอิ่มบุญมีความสุข เควินรีบดึงหมวกบังหน้าแอบดูพริมไม่วางตา เห็นเธอขึ้นเรือแล้วเอาเงินหยอดกล่องบริจาคก็นึกหมั่นไส้...

“สวยสร้างภาพเหมือนที่พ่อเคยโดนหลอกจนต้องทุกข์ใจอย่างทุกวันนี้...ผมต้องถามผู้หญิงคนนี้ ให้รู้เรื่อง!”

เมื่อพริมเดินไปที่หน้าลิฟต์ออฟฟิศคิวปิดฮัท เควินตามไปร้องเรียก พอพริมเห็นเควินก็ด่าไอ้โรคจิตและร้องขอความช่วยเหลือ ขู่ว่าถ้าไม่ไปจะแจ้งตำรวจ

พอขึ้นถึงชั้นออฟฟิศ พริมรีบออกไป เควินตามไปดักจะคุยด้วยให้ได้ พริมร้องขอความช่วยเหลือสุดเสียง พริบตาเดียวกองกำลังพิทักษ์พริมาก็มายืนเรียงหน้าจังก้า มีวราลี หอมหมื่นลี้ และแก๊งแม่บ้านมีอาวุธร้ายแรงเป็นอุปกรณ์ทำความสะอาด วราลีประกาศกร้าว

“อย่าแตะต้องพริมแม้แต่ปลายเล็บ ไม่งั้นอย่าหาว่าพวกเราไม่เตือน”

พริมวิ่งไปแอบข้างหลังทันที เควินเห็นดังนั้นรีบกดลิฟต์หนีไปก่อนที่จะถูกกวาดเป็นขยะ

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น เควินโทร.เล่าให้ป้ามาธาร์ฟัง เขาบอกว่าตนไม่เป็นไรแค่โดนเบาๆ แต่ตนไม่ยอมแพ้ง่ายๆหรอก

ป้ามาธาร์ถามว่าแล้วพวกคิวปิดฮัทมาเกี่ยวอะไรด้วย เควินเหลือบเห็นป้ายประชาสัมพันธ์งานเลี้ยงน้ำชาของคิวปิดฮัท เขาบอกป้ามาธาร์ก่อนตัดสายว่า

“ผมจะตามเป็นปลิงสิงเป็นเงาจนกว่าเรื่องนี้จะเคลียร์”

เช้าวันเดียวกันที่คิวปิดฮัท วราลียังเป็นเดือดเป็นแค้นที่พริมถูกล่วงละเมิดด้วยสายตา ประกาศว่าเรื่องนี้ต้องเคลียร์ เบนถามว่าแจ้งความเลยดีไหม หอม

เห็นด้วยมโนเตลิดไปว่าเกิดหมอนั่นเป็นฆาตกรต่อเนื่อง ฆ่าหั่นศพล่ะ!

“ต่อไปนี้ห้ามไปไหนคนเดียวเด็ดขาด ต้องมีเจ๊ลีไปด้วย มีอะไรจะได้แบ่งกัน...เอ๊ย...จะได้ช่วยกัน”

“ขอบใจ แต่ฉันใช้จิตดูใจและปลงได้แล้วว่า จะไม่ทำร้าย ไม่สร้างกรรมต่อกัน อะไรจะเกิด...ก็ต้องเกิด” พริมใช้ธรรมะเข้าข่ม บอกทุกคนด้วยใบหน้าอิ่มบุญ ทุกคน ฟังแล้ว เปล่งเสียงพร้อมกัน...ซ้า...ธุ

“ไปๆ แยกย้ายกันเตรียมเซตงานจับคู่เลี้ยงน้ำชา พรุ่งนี้ได้แล้ว” เจ๊ลีเตือน ทุกคนจึงแยกย้ายกันไปเตรียมงาน

ooooooo

งานเลี้ยงน้ำชาจัดในสวนสวยสไตล์อังกฤษ ทุกคนเตรียมงานอย่างขะมักเขม้น

เควินปลอมเป็นพนักงานเข้ามาช่วยจัดงานเนียนๆ แต่ไม่พ้นสายตาอัครกับทรงพล ทั้งสองจับเควินโยนออกไป อัครตีหน้ายักษ์เสียงเข้มใส่ว่า “คุณพริมสั่งไว้!”

“ลูกครึ่งหล่อตี๋ มีปอยไฮไลต์ ไม่มีสิทธิ์เข้า!!” ทรงพลสำทับ

เควินถูกจับโยนออกมาก็หน้าจ๋อย เถียงไม่ออกแต่บอกด้วยสายตาแบบ...ฝากไว้ก่อน!

งานเลี้ยงน้ำชาเริ่มแล้ว... ในบรรยากาศสวนสวยโรแมนติกจนพริมตบะแตก เคลิ้มจนแอบพูดกับกล้องว่า

“บรรยากาศมุ้งมิ้งแบบนี้ ถ้ามีคนรักมายืนข้างๆ คงฟิน...โรแมนติกได้อีก...ว่าไหม??” เหลือบมองซ้ายขวาแล้วหลับตาทำสมาธิ สูดลมหายใจเข้า วาดแขนออกแล้วโยคะท่านักรบ...

ทันใดนั้น! ลมพัดมาวูบหนึ่งรอบตัวพริม จนล็อกเกตที่คอเด้งออกมาจากเสื้อเกิดแสงสว่างวาบ...พริมหลับตาไม่รู้เรื่อง แต่พอลืมตาขึ้นก็เห็นเควินโผล่มาอยู่ตรงหน้าแล้ว ทั้งสองผงะตกใจร้องลั่น พริมวิ่งหนีแต่สะดุดบางอย่างเซจะล้ม เควินช่วยประคองไว้ แรงเหวี่ยงแรงดึงทำให้พริมตกอยู่ในอ้อมกอดของเควินทั้งตัว

“กรี๊ดดดด...ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้!” พริมร้องเสียงดังจนทุกคนแถวนั้นวิ่งมาดู แต่พอเห็นเควินกอดพริมอยู่ต่างก็ชะงัก พริมยังร้องตะโกนตัวสั่น “ช่วย...แกะ...ไอ้โรคจิต...ออกไปที”

ภีมมองเควินเขม็ง เควินกลัวภีมจำได้รีบปล่อยพริมและเดินหนีไป แต่ภีมมองตามเควินไปอย่างคาใจ แล้วจ้ำตามไปจนถึงมุมหนึ่งของสวนสวย ภีมตัดสินใจเรียก“มิสเตอร์เควิน เบลค!” เควินชะงักแต่จะเดินต่อ ภีมพูดอย่างมั่นใจว่า “ผมเคยเจอคุณในงานเลี้ยงที่อเมริกา คุณคือ CEO ของโซลเมทดอทคอม!”

“คุณต้องการอะไร” เควินจนมุมหันมาถามหยั่งเชิง

“ผมควรจะถามคุณมากกว่าไหม ว่าคุณต้องการอะไรถึงเข้ามาในงานเลี้ยงจิบน้ำชาของคิวปิดฮัท?”

“เอ้อ...ผมรู้มาว่าคิวปิดฮัทต้องการพบ ส่งคนไปสนามบิน คุณต้องการพบผมเรื่องอะไร”

เควินตีเนียน ภีมเดินเข้าไปหายิ้มอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า รู้ว่าเหตุผลที่แท้จริงของเควินไม่ได้มีแค่นี้

ทั้งสองจ้องหน้ากันอย่างดูเชิง ทั้งบุคลิกและชั้นเชิงของทั้งสองที่เผชิญหน้ากันนั้น...ช่างเป็นมวยถูกคู่จริงๆ!

ooooooo

เมื่อแบไพ่กันแล้ว เควินเดินดูการทำงานของคิวปิดฮัทอย่างสนใจ ภีมนั่งคุยกับเควินในบรรยากาศที่แขกกำลังแนะนำตัวกันเองและแลกเกมจิ๊กซอว์ตามหัวใจอีกครึ่งดวงกันสนุกสนาน

“ผมอยากให้คุณได้เห็นการทำงานและศักยภาพทีมงานของเรา...เพื่อพิจารณาคิวปิดฮัทเป็นคู่ค้า เฮดออฟฟิศในเอเชียของโซลเมทดอทคอม...”

ขณะนั้น วราลีกับหอมหมื่นลี้ในชุดกามเทพกำลังต้อนรับแขก แต่ตาก็คอยมองเควินอย่างไม่วางใจ

อีกมุมหนึ่ง พริมในชุดกามเทพ สยายผมดูสวยเซ็กซี่ เดินออกมาอย่างสวยงาม...ภีมมองพริมคุยกับเควินว่า...

“แต่ที่คุณคอยตามพริมา น่าจะมีสาเหตุอื่น...ซึ่งผมมั่นใจว่าต้องเป็นเรื่องสำคัญ เราอาจแลกเปลี่ยนความช่วยเหลือกันได้นะคุณเควิน”

เควินมองพริมตะลึง...เผลอยกชาร้อนซดลวกปากจนสะดุ้ง มองการจัดงานอย่างพอใจ และมองพริมไม่วางตา...

พริมา วราลี และหอมหมื่นลี้ ต่างสงสัยว่าทำไม ภีมปล่อยให้เควินนั่งอย่างสบายอารมณ์อยู่ในงาน??

วันรุ่งขึ้นพริมนั่งสวดมนต์ กรวดน้ำอยู่ที่โต๊ะทานอย่างตั้งใจ...

“ป่านนี้ยังตามหาตัวเควิน เบลคไม่เจอเลย” ยกมือสาธุภาวนา... “ขอให้บอสเป็นสุข...เป็นสุขเถิด หากครั้งนี้รอดคมเขี้ยวรอตไวเลอร์ไปได้...ลูกจะถวาย...” พลันก็สะดุ้งเมื่อโทรศัพท์ที่โต๊ะดัง และเสียงภีมสั่งเสียงเข้มให้ไปพบที่ห้อง

พริมาทำหน้าสยอง ลนลานอุ้มพระกับของขลังบนโต๊ะลุกขึ้น วราลีถือถ้วยกาแฟเข้ามาเห็น รีบยื้อไว้บอกว่า

“ดึงสติไว้ ของขลังไม่ต้อง...” แล้วบิ๊วต์เรียกพลัง “แม่ชีสายอึดต้องไม่เหลือแต่ชื่อ ถ้าบอสอาละวาดพ่นไฟ ปล่อยให้เจ๊จัดการเอง” แล้วถือถ้วยกาแฟเดินนำพริมไปอย่างมั่นใจ พอเข้าไปในห้องภีม ก็ทักทายเสียงหวานอย่างมีจริต

“Good Morning My boss...”

“ผมมีเรื่องคุยกับพริมเป็นการส่วนตัว” ภีมเสียงเข้มหน้าขรึมไม่เล่นด้วย วราลีหน้าเป็นไม่ออกหันกลับทำท่าเอานิ้วปาดคอทำปากขมุบขมิบว่า พระคุ้มครองนะ แล้วก้าวเท้ายาวๆออกไปเลย

พริมหน้าเหวอที่ต้องอยู่เผชิญหน้าภีมคนเดียว รีบพูดออกตัวว่า

“พริมขอโทษที่ล่าตัวมิสเตอร์เบลคไม่ได้ หักโบนัส ตัดเงินเดือน เลื่อนจ่ายโอที...”

“ผมมีงานอื่นให้คุณทำ” ภีมขัดขึ้นหน้านิ่ง พริมตกใจถามว่าบอสจะไล่ออกหรือ “ถึงผมจะโหดแต่ไม่เหี้ยมขนาดนั้น ตอนนี้มิชชั่นของคุณคือ...ดูแลเพื่อนผมที่มาจากอเมริกาทุกเรื่องตลอดเวลาที่อยู่เมืองไทย หน้าที่สิ้นสุดเมื่อเขากลับ” พริมติงว่างานนี้น่าจะเป็นหน้าที่ของเจ๊ลี ถูกภีมสวนทันควันว่า “ไม่ได้!!” พริมสะดุ้งรัวรับปากลนลาน

“ตกลงค่ะ ฉันยินดีทำทุกอย่างเป็นการไถ่โทษที่ทำงานพลาด”

“ดี...อย่าลืมว่าต้องดูแลเขาให้ดีกว่าที่ดูแลผม” พริมแปลกใจถามว่าเพื่อนบอสจะมาไฟลท์ไหน ต้องไปรับกี่โมง ภีมไม่ทันตอบก็มีเสียงเอะอะโวยวายที่นอกห้อง วราลีโผล่พรวดเข้ามา ชูนามบัตรของภีมถามแค้น

“นามบัตรอนุญาตให้เข้าพื้นที่? อันนี้นามบัตรกับลายเซ็นบอสของจริงใช่ไหม”

ภีมแอบขำแต่ยังตีหน้าขรึมให้ดูขลัง เขารู้ว่าเควินมาถึงแล้ว ไม่ทันพูดอะไรเควินก็เดินเข้ามา ภีมลุกขึ้นไปจับมือกันอย่างคุ้นเคย พริมกับวราลีมองหน้าภีมกับเควินอึ้ง ช็อก

“ขอแนะนำให้รู้จักคุณกวินเพื่อนผม ซึ่งพริมจะต้องดูแลตลอดเวลาที่อยู่เมืองไทย”

พริมกับวราลีช็อกอีกครั้ง พอตั้งหลักได้วราลีจะโวย เควินรู้ทันรีบออกตัวอย่างขอร้อง

“...Please!...”

พริมากับวราลีชะงักกึก เหมือนถูกปิดปากไปทันที

ooooooo

เควินเล่าชีวิตในวัย 7 ขวบที่เขาอยู่กับพ่อแม่อย่างอบอุ่นมีความสุขให้ภีมกับพริมฟังว่า...

“ผมเป็นลูกครึ่งอเมริกัน-ฮ่องกง พ่อผมเป็นนักธุรกิจฮ่องกงในอเมริกา ชื่อเกรก....ส่วนแม่เป็นคนไทยชื่อวดี ผมโตที่อเมริกามาตลอด...พ่อกับแม่พาผมมาเที่ยวเมืองไทยเกือบทุกปี...จนผมอายุ 11 แม่บินมาธุระที่เมืองไทยคนเดียว หลังจากนั้นก็ไม่ได้กลับไปและไม่ติดต่อเราอีกเลย...พ่อบินมาตามหาหลายครั้ง แต่ก็ไม่พบ แม่หายสาบสูญไปจากชีวิต ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้...”

พริมสะเทือนใจน้ำตาไหลพรากๆ ทิชชูซับน้ำตาเป็นกอง ถามทั้งที่ยังสะอื้นว่า“ทั้งหมดที่เล่ามา...จริงใช่ไหม ฉันเชื่อไปเต็มๆ แล้วนะ”

“ผมมาเมืองไทยเพื่อตามหาแม่ และที่ตามคุณมาตลอดก็เพราะ...ล็อกเกตนั่น” กวินชี้ล็อกเกตที่คอพริม “พ่อสั่งทำเป็นพิเศษให้แม่ในวันครบรอบปีที่คบกัน และแยกเป็นสองชิ้น ของผมเป็นล็อกเกตของพ่อ มีรูปแม่ข้างใน ส่วนของคุณที่ใส่เป็นของแม่มีรูปพ่อใส่ไว้”

พริมส่งล็อกเกตให้กวิน เขานำล็อกเกตทั้งสองมาต่อกันเป็นรูปหัวใจพอดี! พริบตานั้นล็อกเกตมีประกายสว่างเรืองขึ้นแล้วดับวูบไป กวินกับพริมสบตากันตะลึงต่างคิดว่าตาฝาด ภีมนั่งเฉยเพราะไม่เห็น กวินมองล็อกเกตอย่างไม่อยากเชื่อ

“ตั้งแต่แม่หายไป ล็อกเกตก็ไม่เคยเปิดออก ทำไมจู่ๆ...”

“หรือคิวปิดจะแผลงฤทธิ์ใส่...เมื่อคู่แท้ได้มาพบกัน” ภีมแซว ทำเอาพริมเขิน ขอโทษเขาที่ตนคิดว่าเป็นพวกโรคจิต กวินก็ขอโทษบอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจกอดเธอเหมือนกัน ภีมได้ฟังถึงกับสำลักกาแฟ ผสมโรงอวยทันที “เข้าขา...เอ๊ย...เข้าใจกันก็ดีแล้ว เริ่มงานดูแลคุณกวินตามที่สั่ง”

“แล้วซีอีโอขอโซลเมทล่ะคะ” พริมถามอย่างกังวล

ภีมสั่งยกเลิกทุกมิชชั่น เคลียร์ทุกงานในมือ ช่วยคุณกวินตามหาแม่ให้พบ พริมรับคำแล้วลุกออกไป กวินมองจนพริมออกไปแล้ว จึงหันขอบคุณภีม บอกว่ามีอีกเรื่องที่จะให้เขาช่วย ภีมดักคอว่า

“ปิดว่าคุณเป็นใคร ผมจะเก็บเป็นความลับสุดยอด คุณอยากให้ใครไปช่วยงานเพิ่มก็บอกมา แต่ว่า...ห้ามยุ่งกับวราลีเด็ดขาด” กวินถามว่าหวงหรือ เป็นแฟนหรือ? “เปล๊า...ก็แค่...เป็นผู้ช่วยคนสำคัญของผม ขาดเขางานไม่ค่อยเดิน”

แม้ภีมจะเก๊กหน้าขรึมซ่อนพิรุธเต็มที่ แต่ตบตากวิน เพลย์บอยตัวพ่อไม่ได้ เขามองอย่างรู้ทัน...

เมื่อพริมเล่าให้วราลี หอมหมื่นลี้ และแก๊งแม่บ้านฟัง ทุกคนน้ำตาคลอด้วยความสงสารกวิน พริมติงว่าตนสิน่าเวทนาที่ต้องมาประกบคนที่ไม่รู้จัก วราลีกับหอมอวยว่าล็อกเกตคู่รักของพ่อกับแม่แต่ลูกชายมารับช่วงต่อจนได้เจอกับพริมอาจเป็นสร้อยเนื้อคู่เหมือนในนิยายก็ได้

“ฉันไม่คิดมีคู่...จะขออยู่คนเดียวรับใช้พระศาสนาไปตลอดชีวิต การได้ช่วยคุณกวินก็เหมือนได้ทำบุญใหญ่ช่วยสรรพสัตว์” พริมเอ่ยเขินๆ แต่ทุกคนยกมือไหว้...สาธุ

ขณะนั้นเองจอไอแพดที่สะคราญถือเดินผ่านไป มีเสียงคิวปิดในมาดพิธีกรเกี่ยวกับธรรมะกล่าวปิดรายการว่า “ไม่มีใครหนีพรหมลิขิตไปได้...โลกนี้ไม่มีความบังเอิญ...ธรรมะสวัสดีครับ”

ooooooo

พริมเริ่มงานแล้ว เธอเอากุญแจรถเช่ากับโทรศัพท์มือถือไปให้กวินบอกว่าเผื่อเขาไปไหนมาไหนจะได้สะดวก มือถือเมมเบอร์บอสกับเบอร์ฉุกเฉินอื่นๆ ไว้เรียบร้อย ถามว่าอยากได้อะไรเพิ่มไหม

“อยากได้...คุณ...เอ๊ย...เบอร์คุณ” ส่งยิ้มบาดใจจนพริมเลือดกำเดาไหล “คุณเป็นอะไรรึเปล่า นอนพักก่อนเถอะ” กวินรีบเข้าไปดู พริมผวารีบถอยออก พูดแก้เกี้ยวว่าอากาศร้อนเส้นเลือดฝอยเลยแตก แล้วขอตัวเข้าห้องน้ำ

กวินถือวิสาสะจะอุ้ม พริมโวยว่าธรรมเนียมไทยถือว่าเสียมารยาท กวินแย้งว่าปล่อยให้ผู้หญิงเป็นอะไรไปต่อหน้าเสียมารยาทกว่า อ้างว่าเธอถูกส่งมาดูแลตนก็จริงแต่สุภาพบุรุษอย่างตนมีหน้าที่เทกแคร์สุภาพสตรีเช่นกัน แล้วจับมือเธอขึ้นบีบจมูกไว้เอาผ้าห่อน้ำแข็งประคบให้

พริมประทับใจ เผลอสบตากันนิ่งงันชั่วขณะ พอพริมรู้สึกตัวก็ผละออกขอตัว แต่กวินหาข้ออ้างยื้อไว้

“เอ่อ...เดี๋ยว ผมมีเรื่องให้ช่วย...”

กวินพาพริมไปนั่งกินพิซซ่าแบ่งเป็นสองหน้า เนื้อวัวกับมังสวิรัติต่างกันอย่างสิ้นเชิง กวินถามว่ากินแต่ผักหญ้าจะไปฟินอะไร พริมบอกว่าทุกวันพระตนเลี่ยงกินเนื้อสัตว์ ละกินด้วยจิตเมตตาและเพื่อสุขภาพ ฟินตรงนี้

กวินกดเบอร์พริม เสียงเรียกเข้าเป็นเสียงสวดมนต์ เขากดวาง แซวว่า เคร่งธรรมะไปไหม ชีวิตต้องใช้ให้คุ้มแล้วยิ้มเจ้าชู้ ทำเอาพิซซ่าร่วงจากมือพริม ไปไม่เป็นได้แต่พึมพำ... “ทางโลกกับทางธรรมคงจูนกันยาก”

“คุณคงลำบากใจที่ต้องอยู่ใกล้ไอ้โรคจิตนะ” กวินถามแขวะ พริมขอโทษที่เข้าใจผิด “ไม่เป็นไร พี่ชายย่อมให้อภัยน้องสาวได้เสมอ”

“พี่ชาย? ฉันมีพี่แพรไหมเป็นพี่สาวคนเดียว พ่อแม่เดียวกันด้วย นอกจากมุกที่พ่อแม่เคยเล่าว่าลอยน้ำมาเลยเอาไม้เขี่ยเก็บมาเลี้ยง...จะเป็นจริง”

“ถ้าอย่างนั้นคุณได้ล็อกเกตมายังไง??” กวินเข้าประเด็นทันที พริมบอกว่าซื้อจากแม่ค้าในวัดที่เจอกัน “แม่เดือดร้อนถึงกับต้องขายล็อกเกตกินเลยเหรอ...รึว่ามีครอบครัวใหม่ เลยไม่เคยเห็นค่าของที่พ่อให้”

“สรุปง่ายๆแบบนี้ไม่แฟร์กับแม่คุณนะ คิดบวกเข้าไว้ยังไงฉันก็ยินดีช่วยคุณเต็มที่” กวินซึ้งใจกุมมือพริมบีบแน่น พริมใจเต้นแรงรีบดึงมือออก “อิ่มแล้วใช่ไหม งั้นก็รีบไปตามเบาะแสแม่คุณกันเถอะ” พริมรีบลุกขึ้น แอบกำหนดลมหายใจ ดึงสติไม่ให้กระเจิง...

ooooooo

เมื่อพริมพากวินเข้าวัดไปกราบพระ กวินนึกถึงตอนเด็กที่แม่พาเข้าวัด ตนกราบพระก้นโด่งจนแม่ขำ เขาเหลือบมองพริมเห็นกราบพระอย่างสงบสวยงามก็อดรำพึงไม่ได้ว่า

“เราต่างกันลิบ ผมเป็นคริสต์แต่แทบไม่ได้เข้าโบสถ์...” เขามองชาวบ้านที่ไหว้พระแก้บนก็เปรยว่า “ผมก็เคยเชื่อแบบพวกเขา เคยขอพรให้แม่กลับมา แต่...คำขอไม่เป็นจริง”

“คุณต้องศรัทธาในสิ่งศักดิ์สิทธิ์สิคะ ไม่งั้นคุณจะเจอล็อกเกตเส้นนี้ได้ยังไง ศรัทธาจะช่วยดึงพลังด้านบวก หนุนนำให้เราทำในสิ่งที่หวังไว้สำเร็จ”

“มันเป็น ‘ความบังเอิญ’ ที่ถูกที่ถูกเวลามากกว่า ผมถึงตามหาล็อกเกตเจอ” กวินไม่เชื่อ

พริมเชื่อว่าเพราะศรัทธาจึงโน้มนำให้กวินกับตนได้พบกันที่วัด และวันก่อนจู่ๆเขาก็โผล่ไปในงานเลี้ยงน้ำชา พริมเอะใจว่าหรือจะเป็นอภินิหารล็อกเกต

“เป็น FC หนังแฟนตาซีกับธรรมะชาแนลมากไปไม่ดีนะคุณ” กวินขำก๊าก พริมค้อนที่ถูกเหน็บปรามเสียงเข้ม...

“ถ้าคิดต่างก็อย่าทำลายศรัทธากัน ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นธรรมะล้วนจัดสรร พูดไปบัวใต้น้ำอย่างคุณคงไม่เข้าใจ”

พริมลุกไปเคืองๆ กวินมองตามแอบขำว่าเป็นเรื่องไร้สาระ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้
28 ก.พ. 2563
08:15 น.