ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

กามเทพหรรษา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ทิมจำได้ว่ารูปหัวใจนี้ได้มาจากงานของคิวปิดฮัท หรรษาตอบอย่างอัศจรรย์มากว่า

“ตอนแรกฉันมีซีกเดียว แต่พอวันหนึ่งก็ไปเจออีกซีกลอยมาตอนไปตามคุณที่ร้านหมอฟัน ไม่รู้ของใคร เข้ากั๊น...เข้ากัน อาจเป็นเนื้อคู่กับฉันก็ได้”

ทิมฟังแล้วเซ็งเพราะจำได้ว่าเป็นของตน ทำไก๋ถามว่าเธอรู้หรือว่ามันเป็นของใคร เธอส่ายหน้า ตาบ้องแบ๊ว ทิมตัดบทว่างั้นก็ไม่ต้องรู้หรอก ไม่วายดูถูกว่าซีพียูต่ำๆอย่างเธอ คิดเยอะรู้เยอะร่างกายมันโหลดช้าเดี๋ยวจะแฮงก์ ยกตัวอย่างว่าเวลาทองคำแท่งอย่างตนไปคลุกกับโคลนอย่างเธอมันไม่มีทางสปาร์กได้หรอก คนละธาตุ คนละเคมี

หรรษาพยายามคิดว่าเขาหมายความว่าอะไร แต่คิดจนปวดหัวก็คิดไม่ออก เลยหันไปทำกับข้าว ทิมมองยิ้มเหยียดแบบว่า...อย่างนี้หรือจะมาคู่กับตน ดูนาฬิกาแล้วหงุดหงิด บ่น...

“เก้าโมงแล้ว ยังไม่มีใครมารับอีกหรือนี่น่าจะรู้ได้แล้วนะ ประชุมนัดสำคัญถ้าไม่มีฉันจะประชุมกัน
ยังไง โฮ้ย...ไม่เอะใจกันบ้างหรือไง”

หารู้ไม่ว่าถึงเขาไม่อยู่ คุณหญิงชื่นผู้เป็นแม่ก็แก้ปัญหาด้วยการบอกแกมบังคับให้ธรณ์ไปประชุมแทน คุณหญิงกับธรณ์และกรรมการระดับสูงนั่งรออังค์กูณฑ์อยู่ ธรณ์นั่งสบายๆรอไปเล่นเกมในมือถือไปเหมือนไม่สนใจอะไร

ครู่เดียวแพทก็เปิดประตูเดินนำอังค์กูณฑ์และทีมเข้ามา ความหล่อของอังค์กูณฑ์ ทำให้ชื่นถึงกับอุทาน

“อู๊...รูปงามนะพ่ออังค์กูณฑ์ ถ้าแม่เป็นสาวๆคงจะเคลิ้มน่าดู” ธรณ์สบตาอังค์กูณฑ์แล้วแอบเขิน

อังค์กูณฑ์เสนองานอย่างเท่ หล่อ เก่ง...

“รูปแบบโรงแรมที่ผมมาเสนอในวันนี้ เป็นสไตล์เทรดิชั่นแนลครับ นี่ตรงหน้าคือแกรนด์พิชยะ สาขาพนมเปญที่จะกลายเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่...เดี๋ยวผมมีไฟล์ที่สองเป็นระบบภายในโรงแรม คุณหญิงชอบไหมครับ”

“ชอบจ้ะ”

การประชุมดำเนินมาถึงช่วงท้าย ธรณ์ที่ท่าทางไม่สนใจการประชุมแต่ที่จริงรู้เรื่องทั้งหมดดี พูดขึ้นว่า

“ผมอนุมัติ ตามราคาที่คุณเสนอ!” อังค์กูณฑ์ดีใจมาก ชื่นถามว่าไม่รอทิมก่อนหรือ ธรณ์ยิ้มอย่างมีแผนเสนอว่า “แต่ผมขออย่างอื่นเพิ่ม คือโรงแรมที่ชะอำเราจะรีโนเวทใหม่ให้มีซัมเมอร์แคมป์ คุณออกแบบสนามเด็กเล่นให้เราฟรี ถือเป็นของแถม”

กรรมการและแพทอึ้ง อังค์กูณฑ์ถามอิดออดว่าให้ตนออกแบบใหม่อีกชิ้นฟรีเลยหรือ ธรณ์ถามว่า

“ให้ได้ไหมล่ะ ถ้าได้คุณก็ได้งานต่อเนื่องวินๆทั้งสองฝ่าย”

“คุณต่อรองเก่งมาก ตกลงครับ” ธรณ์ยิ้มยินดี อังค์กูณฑ์จึงลากลับ กรรมการทุกคนพยักหน้าพอใจปรบมือเห็นด้วย

“นัดแรกผ่าน กรรมการทุกคนพอใจมาก” คุณหญิงสรุป ธรณ์ยิ้มภูมิใจ

ooooooo

ที่โต๊ะกินข้าวบนเรือยอชต์ หรรษาทำอาหารเสร็จยกมาตั้งโต๊ะ แต่เสื้อผ้าที่ใส่รุ่มร่ามทำให้เกี่ยวแก้วน้ำหกใส่อาหาร

“โฮ้ย...เละหมด ไม่ต้องกินกันพอดี” ทิมโวยแล้วด่าต่อ “เฮ้อ...ยายวินาศสันตะโรเอ๊ย ทนไม่ไหวแล้วโว้ย มานี่เลย” ทิมลากเธอไปโยนที่โซฟาแล้วขึ้นคร่อมสั่ง “ถอดเสื้อ ถอดกางเกง นี่เป็นคำสั่ง”

“เฮ้ย...ไม่!” หรรษาตกใจกอดอกแน่น ที่แท้ทิมแค่ตัดแขนเสื้อและกางเกงที่รุ่มร่ามออกจนดูกุดทั้งน่ารักและเซ็กซี่บอกว่าคราวนี้ข้าวของจะได้ไม่พัง

ทิมดูนาฬิกาแล้วพึมพำ...

“บ่ายสอง ประชุมเรื่องไล่คนออก คนคนนี้ทำบริษัทโดนฟ้องเรื่องระบบน้ำเสีย ดูแลระบบน้ำเสียยังไง ปล่อยให้รั่วไปโดนระบบน้ำกินของชาวบ้าน ชาวบ้านเอาเรื่องมาฟ้องร้องโรงแรม...ถ้าผมอยู่ผมจะอัดให้เละเลย”

ที่กรุงเทพฯ...บ่ายสองที่ประชุมเข้าวาระที่ 2 คุณหญิงถามว่าให้ไล่ออกเลยใช่ไหม แพทบอกว่าเรื่องนี้ทิมโกรธมากให้ไล่ออกสถานเดียว แต่ที่ยากคือต้องเจรจาให้เขาเซ็นยอมรับความผิด คดีกับชาวบ้านจะได้ง่าย

แต่ธรณ์กลับบอกอาคมพนักงานคนนั้นว่าจะให้โอกาสเขา แพทกับคุณหญิงติงว่าทิมให้ไล่ออกสถานเดียว ธรณ์ถามอาคมว่า ปีที่แล้วคุณแม่ไม่สบายเป็นมะเร็งใช่ไหม

“ครับ ผมเป็นลูกคนเดียว ผมต้องขับรถไปมาดูแลที่โรงพยาบาลที่พัทลุง”

ธรณ์บอกที่ประชุมว่าอาคมเป็นคนเก่งเรื่องการบำบัดน้ำเสียทำงานดีมาตลอด ช่วงที่เกิดเหตุตรงกับช่วงที่แม่เขาป่วยพอดี แล้วบอกอาคม ให้เซ็นรับผิดในคดีเสีย ค่าเสียหายกับชาวบ้านทางเราจะช่วยครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งให้เขาทำงานชดใช้ ถามว่าตกลงไหม อาคมดีใจมากที่ไม่ถูกไล่ออก

หลังการประชุมคุณหญิงเตือนธรณ์ว่าทำงานใหญ่ใจดีแบบนี้ไม่ได้นะ แพทเสริมว่าคุณทิมต้องไม่พอใจแน่

“เอกสารยังอ่านไม่หมดเลย ทำไมตัดสินใจอย่างนี้ล่ะลูก”

“อ่านไม่หมดแต่ผมมีข้อมูล ผมคุยกับคุณนิพัทธ์แล้ว คุณอาคมเป็นคนเก่ง ถ้าไล่ออก นอกจากตกงานเขาจะเจอคดีจนหมดอนาคต ส่วนบริษัทเราก็หาคนเก่งขนาดนี้มาดูระบบบำบัดน้ำเสียไม่ได้”

คุณหญิงชื่นถามแพทว่าจริงหรือ แพทบอกว่ามีส่วนจริง แต่คุณทิมบอกว่าคนผิดต้องได้รับโทษ

“อยู่มายี่สิบปีเพิ่งทำผิดแค่ครั้งเดียวเฉพาะตอนชีวิตมีปัญหาแค่นี้ยังไม่รู้อีกหรือว่าคนคนนี้เป็นคนรับผิดชอบงาน”

คุณหญิงบอกว่า ถ้าเป็นทิมเขาจะบอกว่าคนเราทำผิดครั้งที่หนึ่งก็ย่อมต้องมีครั้งที่สอง ธรณ์บอกว่าแม่เขาตายแล้ว ผิดอีกไม่ได้แล้ว คุณหญิงถามว่าเขาไม่ได้เข้าออฟฟิศ ไม่ได้อ่านเอกสาร เอาแต่เล่นสนุก แล้วทำไมรู้เยอะจัง

“ผู้ใหญ่ในบริษัทญาติเรา คนเก่าคนแก่ ผมก็คุยกับเขาสิ สมองครับแม่ มีสมองก็พอ”

ทั้งคุณหญิงและแพทอึ้ง ทึ่ง ไม่เคยรู้เลยว่าธรณ์ก็ทำงานบริหารได้ดี เพียงแต่มีสไตล์ที่เป็นของเขาเอง

การจัดการปัญหาของธรณ์เป็นที่กล่าวขวัญและพอใจของพนักงานมาก ทุกคนมองผู้บริหารด้วยความรู้สึกดีและยิ้มแย้ม เมื่อแพทชี้ให้ดู คุณหญิงบอกว่า “นั่นสิ เมื่อก่อนมีแต่ก้มหน้ากันงุดๆ เพราะกลัวนายทิม” ชมธรณ์ว่าเก่งจะมัวเที่ยวอยู่ทำไม มาช่วย...ธรณ์ขัดขึ้นทันทีว่าตนมาช่วยเฉพาะตอนที่พี่ทิมไม่อยู่ ‘ทำได้’ ไม่ใช่ ‘อยากทำ’ แล้วขอตัวไปรอที่รถ

แพทเริ่มกังวลว่าทำไมทิมไม่ติดต่อมาเลย ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบกลับ นิพัทธ์บอกว่าคงอยากพักสมองจริงๆ คุณหญิงบอกว่าดีแล้วให้เขาพักไปเถอะ แล้วขอตัวกลับ

ooooooo

วันต่อมา คุณหญิงชื่นก็พาธรณ์ไปที่คิวปิดฮัท หอมหมื่นลี้กับแพรวพรรณต้อนรับอย่างกระตือรือร้น ขอบคุณที่มาเยี่ยมบริษัทวันนี้ คุณนายบอกว่าห่วงลูกอยากให้เขาออกเรือนเร็วๆ สมัคร “กระท่อมกามเทพ” ให้แต่ไปแป๊บเดียวก็กลับ

คุณหญิงบอกว่าวันนี้ร้อนใจเลยพามาถามถึงที่นี่ดูว่า ทางกระท่อมกามเทพจะช่วยธรณ์หาคู่ดีๆได้ไหม ธรณ์ติงว่าไม่ต้องช่วย อายสาวๆเขาแย่ พลางส่งสายตาให้สองสาว แต่ทั้งสองไม่ตอบสนองเพราะไม่อยากมีแฟน ทำเอาธรณ์อึ้ง

“ว่าแต่ที่นี่ให้บริการยังไงบ้างจ๊ะ” คุณหญิงถามต่อ

“คุณทิมและคุณธรณ์สมัครเข้ามาเป็นสมาชิกวีไอพี นั่นหมายถึงใช้บริการได้หมดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ค่ะ จะเริ่มอธิบายระบบออนไลน์ก่อนนะคะ” แพรวพรรณเริ่มแนะนำกิจการการจับคู่ โดยหอมหมื่นลี้เริ่มขึ้นก่อนว่า

บริษัทจับคู่ของเรามีฐานข้อมูลคนโสดที่แม่นยำและเป็นจริง ผู้สมัครทุกคนต้องยื่นเอกสารแสดงสถานภาพที่เป็นจริงโดยเฉพาะโสดหรือแต่งงานแล้วต้องชัดเจน แพรวพรรณแนะนำแอพพลิเคชั่นให้ธรณ์แชตกับคนโสดที่อยู่ในฐานข้อมูล อันนั้นเป็นโปรแกรมการจับคู่ เช่นคุณธรณ์ต้องการคู่แบบไหนหน้าตายังไง อายุเท่าไหร่ก็มาจับคู่กับผู้หญิงที่เป็นสมาชิกของเรา

ทั้งสองช่วยกันแนะนำอย่างละเอียดกระทั่งลูกค้าต้องการกี่คน แต่ละคนจะมีความเหมาะสมกี่เปอร์เซ็นต์

คุณหญิงตื่นเต้นมากถามว่าอันนี้ธรณ์ลองหรือยัง เขาตอบเซ็งๆ เบื่อๆว่า “ยังครับ”

เมื่อเจ้าหน้าที่แต่ละส่วนแนะนำแล้ว พริมาบอกว่าถ้าตกลงก็เป็นอันว่ากามเทพเราทำหน้าที่สำเร็จ คุณหญิงให้จัดนัดดูตัวกันเลย ธรณ์โวยว่าตนไม่ได้อยากมีแฟนตอนนี้ แต่การะเกดตัดบทเชิญไปพบภีมก่อน

เป็นเวลาที่ภีมเชิญซินดี้กับแองจี้มาคุยเรื่องคิวปิดฮัทถูกฟ้องเรื่องเปิดเผยข้อมูลลูกค้า บอกทั้งสองว่า ตนจะฟ้องรายการของเธอด้วย ซินดี้มีแผนจะจีบทิม จึงอาสาจะเจรจากับเขาเอง อ้างว่าเพื่อเป็นการไถ่โทษให้บริษัทคิวปิดฮัท งานนี้ถึงต้องเอาตัวเข้าแลกก็ยอม

การะเกดพาคุณหญิงกับธรณ์มาขอพบภีม ซินดี้ถามทันทีว่าคุณทิมมาด้วยหรือเปล่า

“สงสัยจะมาเรื่องคดี รีบเชิญเข้ามาเลย” พอธรณ์เห็นภีม เขามองทั่วร่าง อุทาน...

“อู๊วววว กามเทพสวยแล้วหัวหน้ากามเทพยิ่งหล่อ...”

ภีมเจรจาขอความกรุณาเรื่องบริษัทถูกฟ้อง คุณหญิงบอกว่านั่นเป็นเรื่องที่ทิมต้องการปกป้องชื่อเสียงตัวเองงานนี้บริษัทคงต้องคุยกับเขาเอง แต่ก็รับปากว่าจะหาโอกาสช่วยคุยให้ ระหว่างนั้นซินดี้พยายามแสดงตัวเป็นผู้ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้เพื่อจะได้เจรจากับทิมเอง ภีมรู้แกวจึงให้การะเกดกับพริมาตามตนออกไป

พออยู่กันตามลำพัง ซินดี้อ่อยว่าตนมีบัตรชมโขนประจำปีที่หายากมากอยู่หลายใบ เอาไว้ตอนไปเยี่ยมที่บ้านแล้วจะเอาไปให้ คุณหญิงดีใจเพราะพยายามหาซื้อแต่ยังซื้อไม่ได้ จึงเชิญสองสาวไปทานข้าวที่บ้านจะแนะนำทิมให้รู้จักด้วย สองสาวเลื่อนลงนั่งพับเพียบกับพื้นยกมือไหว้อย่างอ่อนน้อมเอ่ยพร้อมกัน

“เป็นพระคุณอย่างยิ่งค่ะ”

“ไม่เป็นไร มิได้จ้ะ”

ธรณ์มองเซ็งๆที่แม่หลงคารมสองสาวเข้าแล้ว

ooooooo

ที่เรือยอชต์...เมื่อต้องติดอยู่กลางทะเล ทิมพาลโมโหคนในบริษัทที่ไม่มีคนเฉลียวใจตามหาตนเลย จึงนั่งตกปลา หาอาหาร ตกอยู่นานปลาก็ไม่กินเหยื่อ เขาจ้องหรรษานิ่งจนเธอถามว่า “คุณมองอะไรคะ”

ทิมถามเสียงอ่อนโยนว่าเมื่อวานเธอโวยวายว่าเธอซุ่มซ่ามแล้วยังดวงซวยด้วยหรือ หรรษาพยักหน้าขอบคุณที่รับฟัง ตนยอมรับว่าตอนนั้นตนสติแตก เขาสั่งเธอให้ไปยืนห่างออกไป พอห่างได้ที่ปลาก็ติดเบ็ด เขาร้องอย่างโล่งอกว่า

“โฮ้ย...รอมาสามชั่วโมง เอาตัวซวยออกไปไกลๆ ปลาติดเบ็ดเลย เยี่ยม! เยี่ยม!!”

หรรษาอึ้ง จ๋อย ยิ่งรู้สึกว่าตัวเป็นตัวซวยจริงๆ

ทิมพยายามทำน้ำจืดไว้กินไว้ใช้ เขาดีใจมากที่ทำได้สำเร็จทำเพิ่มไว้สำรองแล้วใส่ถุงไปวางไว้อย่างดี เป้าหมายต่อไปคือรอเรือผ่านมา ทิมวิ่งลงเคบินจะไปหยิบขวดเปล่า

หรรษามาเห็นปลาที่ขังไว้ในกล่องโฟมก็พนมมือสวดสัพเพสัตตา จำได้แค่นั้นก็สวดแค่นั้น ขอโทษปลาที่พรุ่งนี้จะถูกตนกินแล้ว วันนี้ขอให้ใช้ชีวิตสุดท้ายอย่างมีความสุข แล้วเอาน้ำจืดในถุงเทรดปลาในลังโฟม ทิมถือขวดเดินกลับมาเห็นแทบช็อก พุ่งไปกระชากถุงน้ำจากเธอโวยว่ารู้ไหมว่าตนต้องใช้เวลาแค่ไหนกว่าจะได้น้ำจืดถุงนี้มา!

หรรษาตกใจบอกว่าตนกลัวปลาตายเพราะขาดน้ำ ทิมเอ็ดว่าคนที่จะขาดน้ำตายคือเรา! นี่เป็นปลาทะเลมันไม่ต้องการน้ำจืด! เธอขอโทษร้องไห้ฮือๆบอกว่าตนลืม ทิมขบเขี้ยวเคี้ยวฟันถีบลังข้างๆแผดเสียงจนหรรษาสะดุ้ง

“โฮ้ยยยย! กลับไปเนี่ยไปลาออก กลับไปทำงานที่ร้านเน่าๆที่เธอบอกเลยนะ คนอย่างเธออยู่ใกล้ใครก็มีแต่พังกับพัง! ยายวินาศสันตะโร ฉันจะตายก็เพราะเธอนี่แหละ!!”

หรรษาซุกตัวอยู่ในซอกหลืบรู้สึกตัวผิดอย่างมหันต์ น้ำตาไหลพรากๆแต่จดจำคำด่าที่เจ็บแสบของทิมได้ทุกคำ...

เมื่อถึงเวลาทำอาหาร หรรษาควานหาแก๊สกระป๋องเหลืออยู่เพียงกระป๋องเดียวจะถามทิมก็กลัวถูกด่าเลยไปหาไม้แห้งมากองเอาพลุไฟมาจุดเตรียมปิ้งปลา พึมพำภูมิใจว่า

“ขอทำมื้อพิเศษ ชดใช้ให้คุณทิมหน่อยเถอะ”

ครู่เดียว ทิมที่นอนในห้องก็ทะลึ่งพรวดเมื่อได้ยินเสียงร้อง “ช่วยด้วยๆ ไฟไหม้!” ทิมวิ่งไปตักน้ำทะเลดับไฟ แต่หรรษาคว้าขวดน้ำจืดเทใส่ ทิมมองช็อก...อีกแล้ว! ยายวินาศสันตะโร!!

เมื่อดับไฟแล้ว ทิมนั่งด่าหรรษาว่า โยนลงทะเล ก็แล้ว ถีบข้าวของก็แล้ว ตนหมดคำด่า หมดความรู้สึก ตอนนี้มันชา...ชาไปหมด หรรษาร้องไห้ฮือๆบอกว่ากลับไปตนจะลาออกแน่นอน จะหายตัวไปจากชีวิตเขา ไปจากชีวิตทุกๆคนเลย

ทิมโมโหเดือดไม่รู้จะทำอย่างไรกับเธอ ไล่ไปให้ห่างๆเลย แต่หรรษาวิ่งดับไฟเท้าแพลงลุกไม่ไหว ในที่สุดเขาก็ต้องทายานวดเท้าให้ กำชับว่า ให้คอยทายาและช่วงนี้อย่าเพิ่งลงน้ำหนักที่เท้านี้

จู่ๆหรรษาก็เอามือจับหน้าเขาไว้บอกให้เขาอยู่นิ่งๆ จ้องหน้าเขาใกล้จนทิมหวั่นไหว ที่แท้เธอแค่เห็นผมหงอกและจะถอนให้เขา เมื่อเห็นทิมสงบลง เธอถามว่ารู้จักการ์ตูนตัวนั้นไหมตัวนี้ไหม ทิมไม่รู้จักสักตัว เธอถามว่าเขาโตมากับอะไร

“ต่อหุ่นยนต์เล่นเองตั้งแต่เจ็ดขวบ แปดขวบเรียนบัญชี สิบสองขวบเรียนการตลาด ฉันไม่ได้เสียเวลาไปกับเรื่องไร้สาระอย่างการ์ตูนหรอก”

หรรษาบอกว่ามิน่าล่ะถึงไม่ค่อยยิ้ม ไม่เคยหัวเราะคงไม่เคยเล่นสนุกเลย ทิมบอกว่าตนก็ไม่รู้สึกว่าตัวเองขาดอะไรและที่จริงตนกะจะมาล่องเรือเพื่อคลายเครียดแต่ดันมามีเด็กบ้าที่ไหนก็ไม่รู้ทำให้ต้องมาติดอยู่กลางทะเลแบบนี้

“ด่าฉันอีกแล้ว ที่จริงนะ เรื่องไร้สาระมันก็มีคุณค่าของตัวมันเองนะคุณ พอหัวเราะขึ้นมา บรรยากาศการสนทนามันก็ดีขึ้น คุณไม่เคยใช้มุกเล่าเรื่องตลกอะไรในที่ประชุมหรือคะ คุณภีมเจ้านายฉันเขายังทำเป็นเลย ฉันจะรู้สึกว่าเขาใจดีขึ้น คนใจดี ใครๆก็อยากทำงานด้วย จริงไหมล่ะค่ะ”

ทิมฟังอึ้ง ยายเด็กวินาศสันตะโรนี่ก็พูดอะไรแบบนี้ ก็เป็นด้วย...

คืนนี้หรรษาถามทิมว่าถ้ามีคนตามฆ่าเขาจริงๆ เขาจะทำยังไง ทิมกังวลขึ้นนิดหนึ่งแต่บอกทันทีว่า

“ไม่มีทาง ฉันจะไม่ยอมให้ใครก็ตามที่ลอบฆ่าฉันสมหวังหรอก” แล้วเขาก็ทำหน้าตึงเครียดบอกเธอว่าอย่าขยับเพราะแมงกะพรุนยักษ์ขึ้นมาบนเรือเรา ถ้าขยับ มันอาจจะตวัดหนวดพิษฆ่าเธอก็ได้ หรรษาตกใจโผเข้าหาเขาร้องให้เขาช่วยด้วย พอรู้ว่าถูกเขาหลอกก็ทำหน้างอน ทิมหัวเราะบอกว่า

“ก็อย่างที่เธอว่าไง บางทีเรื่องไร้สาระก็มีประโยชน์ หรรษาทำตาโตบอกให้เขาหันมองนั่นสิ! ทิมหันมองแล้วตาโตเมื่อเห็นปรากฏการณ์ทะเลเรืองแสงสีเขียวอมฟ้า หรรษาบอกว่านั่นคือแพลงก์ตอนบลูมไม่น่าเชื่อว่าจะเห็นกับตาวันนี้

“สิ่งมหัศจรรย์แท้ๆ เจอเรื่องดีๆเสียทีนะ เราต้องรอดแน่ เราต้องรอดค่ะ” หรรษามองหน้าทิมอย่างตื่นเต้น ความสดใสของเธอ ทำให้หัวใจทิมหวั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเป็น

ooooooo

ธรณ์ยังคงไปประชุมกลุ่มโรงแรมแกรนด์พิชยะกับคุณหญิงแม่ วันก่อนประชุมรายงานจำนวนหุ้นมีตัวเลขมากมาย บรรยากาศน่าเบื่อมาก ธรณ์บอกว่าข้อมูลพวกนี้อ่านที่บ้านก็ได้ บ่นว่าทิมจัดวาระการประชุมน่าเบื่อ ตนทนไม่ไหวแล้ว

แล้วธรณ์ก็ลุกเดินดูผู้บริหารวิจารณ์และแนะนำการแต่งตัวเรียงตัวไปจนครบแล้วช่วยจัดแต่งทรงผมของผู้บริหารคนสุดท้ายวิจารณ์ว่า “ทรงผมเรียบเป๊ะ มันก็ดูภูมิฐานดี แต่ถ้าอยากจะให้มันสนุกกว่านี้ต้องลองจัดแต่งด้วยเจลดู ขอโทษนะครับ” ธรณ์ยกมือไหว้ผู้บริหารคนนั้นแล้วจัดการเปลี่ยนทรงผมเขาท่ามกลางความงุนงงและตกใจของคุณหญิง

ทำเสร็จแล้วธรณ์บอกว่า การปรับเปลี่ยนบุคลิกภาพ จะทำให้เราทุกคนรู้สึกดีต่อตัวเอง พลังชีวิตก็จะสดใสขึ้น” คุณหญิงติงว่าเขาชวนเสวนาเรื่องแต่งองค์ทรงเครื่องเสียเวลาไปตั้งสองชั่วโมง

“เรื่องไร้สาระก็มีคุณค่าของมัน เสียเวลานิดหน่อยผมคิดว่าคุ้มครับ” ธรณ์ยักคิ้วหลิ่วตาให้คุณหญิงแม่แอบทะเล้น ทุกคนมองหน้ากันอย่างกังวลกับการกระทำของธรณ์ที่ “แหกกฎ” ที่ทิมยึดถืออย่างเคร่งครัดตลอดมา

แต่พอการประชุมครั้งต่อมา ผู้บริหารทุกคนแต่งตัวเก๋ไก๋ สไตล์ใหม่ตามคำแนะนำของธรณ์คราวที่แล้ว ทำให้ผู้บริหารทุกคนดูหนุ่มสาวขึ้นคนละหลายปี ธรณ์ยิ้มร่า บอกทุกคนว่า

“การได้ทำอะไรใหม่ๆ ไม่ซ้ำซากจำเจแบบนี้แหละครับ จะทำให้เรารู้สึกมีไฟเหมือนเป็นวัยรุ่นตลอดเวลา”

คุณหญิงยิ้มปลื้มชมว่าวันนี้ทุกคนแต่งตัวโก้เก๋ดูดีขึ้นพะเรอเกวียน ธรณ์แซวว่าสมัยนี้ต้องพูดว่าเฟี้ยวฟ้าวมะพร้าวแก้ว ผู้บริหารอีกคนบอกว่าพูดแบบลูกสอนก็ต้อง คือดีย์ อีกคนว่าต้องเลอค่า อีกคนแทรกว่าสุดติ่งจิงกะเบล ธรณ์หัวเราะบอกว่า

“วันนี้ เราเริ่มต้นด้วยเสียงหัวเราะ รับรองความคิดต้องไหลลื่นกว่าเมื่อวาน”

เมื่อเข้าประชุมแพทกับนิพัทธ์มองบรรยากาศประเมินกันว่า

“เวลาคุณธรณ์ทำงานเนื้อหาสาระของเธอสู้คุณทิมไม่ได้ แต่คนที่คุยด้วยมักจะตอบรับคุณธรณ์ดีมาก”แพทประเมิน

“ความสุขในที่ทำงาน บรรยากาศในการเจรจา มีผลต่อประสิทธิผลในการทำงาน สิ่งที่คุณธรณ์ทำก็นับเป็นความสำเร็จอย่างนึงเหมือนกันนะครับ” นิพัทธ์เสริมแล้วพูดกับคุณหญิง “คุณชื่นครับ ผมทำงบการตลาดไตรมาสแรกมาให้ดูนะครับ แล้วเตรียมงบการตลาดไตรมาสสุดท้ายมาให้คุณหญิงพิจารณาด้วยครับ”

คุณหญิงรับทราบหันถามแพทว่าทิมติดต่อมาหรือยัง แพทบอกว่ายังเดี๋ยวตนจะพยายามติดต่อให้ได้ ได้เรื่องยังไงจะรายงานคุณหญิงอีกที

การะเกดเป็นห่วงหรรษาที่หายเงียบไป โทร.ไปหาโส่ยก็ไม่รู้เรื่องเพราะโส่ยกำลังถูกเจ้าหนี้มายึดของในบ้านเอะอะโวยวายกันเสียงขรม จนเธอต้องวางสายไปกลุ้มๆเป็นห่วงหรรษา

ooooooo

วันนี้หมวดปรัชวินมาหาธรณ์ขณะเขาไปตรวจคลังสินค้าที่เกิดปัญหาเพื่อขอเช็กกล้องวงจรปิดที่โกดังเพื่อเก็บไว้ประกอบคดี ธรณ์จึงรู้ว่าที่โกดังเคยเกิดไฟไหม้เพราะเขาถามทิมแล้วแต่ทิมบอกว่าแค่อุบัติเหตุ

แพทบอกว่าทิมไม่อยากให้ไม่สบายใจเลยสั่งไม่ให้บอกใคร หมวดขอคุยกับทิม แพทบอกว่าทิมไปพักผ่อนติดต่อไม่ได้มาหลายวันแล้ว หมวดถามว่าแล้วพวกเขาก็เฉยอยู่หรือ เล่าประสบการณ์ของตำรวจให้ฟังว่า

“นี่คือสถานการณ์อันตรายที่เราไม่ควรนิ่งนอนใจ คนที่คิดทำร้ายคุณทิมอาจจะลักพาตัวคุณทิมหรืออะไรสักอย่าง”

ธรณ์ฟังแล้วตกใจเครียด บอกแพทให้อยู่จัดการทางนี้อย่าให้แม่รู้ บอกหมวดให้พาตนไปตามหาพี่ทิมเอง

เมื่อไปที่ยอชต์คลับ เจ้าหน้าที่เช็กหาตำแหน่งจีพีเอสของทิมได้ แต่ติดต่อไม่ได้เพราะวิทยุในเรืออาจจะเสีย

ธรณ์โล่งอก หมวดชวนเอาเรือออกตามหาทิมตอนนี้เลยได้ไหม

“วันนี้วันหยุดยาว นักท่องเที่ยวเยอะตอนนี้เรือมีคนจองหมดแล้ว ขอเวลาหาเรือสักครู่นะครับ” เจ้าหน้าที่บอกแล้วเดินออกไป ธรณ์พยักหน้าเบาใจขึ้น แต่หมวดปรัชวินนิ่วหน้าดูจะเครียดกว่าธรณ์เสียอีก

ooooooo

ความเป็นคนสนุกสนานร่าเริงของธรณ์ทำให้หมวดถามว่าเขาไม่ห่วงพี่ชายเลยหรือ

“ใครบอกว่าไม่ห่วง แต่ในเมื่อเรายังทำอะไรไม่ได้ กังวลไปก็ไม่มีประโยชน์ว่าแต่เรื่องลอบวางเพลิงนั่นน่ะจะมีใครคิดทำร้ายพี่ทิมจริงหรือครับ”

“หลักฐานชัดเจนครับและจากสถิติมักจะเป็นคนสนิท” หมวดมองธรณ์อย่างสังเกตแต่ธรณ์ติงว่าอย่างพี่ทิมนี่หรือจะมีศัตรู ไม่น่าเชื่อ “คุณขึ้นเป็นผู้บริหารแทนคุณทิมและทำได้ดีเสียด้วย อืม...เมื่อก่อนขัดแย้งกันมากหรือครับทำไมถึงไม่เข้ามาบริหารตั้งแต่ต้น”

ธรณ์นึกคำอธิบายไม่ออก ทำให้ปรัชวินยิ่งสงสัย ธรณ์ติงว่าเขามองตนเหมือนไม่ไว้ใจ คนสนิทที่ว่านี่สงสัยตนหรือ หมวดย้อนถามว่า “ก็ใช่ไหมล่ะ” ทำให้ธรณ์หน้าเสียถามว่าตนเนี่ยนะจะทำร้ายพี่ทิมทำไม นั่นมันในหนัง หมวดบอกว่าหนังก็มาจากความเป็นจริง ทำให้ธรณ์เห็นว่าไม่ใช่เรื่องเล่นแล้ว เสียความรู้สึกเลยท้า...

“เอาเลย อยากสงสัย อยากพิสูจน์อะไรก็เอาให้เต็มที่เลย ผมคือคนสุดท้ายในโลกที่จะทำร้ายพี่ทิม”

เจ้าหน้าที่ยอชต์คลับยังเช็กไม่ได้ว่าเรือของทิมอยู่ที่ไหน ปรัชวินโวยว่าทำงานช้าอย่างนี้ ป่านนี้พวกโจรมันฉวยโอกาสยิงเขาตายไปแล้วมั้ง เจ้าหน้าที่บอกว่ามีเมสเซสเข้ามาจากกรุ๊ปแจงว่าพบเรือของทิมแล้ว หมวดสั่งติดต่อยามชายฝั่งด้วย

หมวดกับธรณ์นั่งสปีดโบ๊ตไปกับเจ้าหน้าที่ไปหาเรือของทิม เจ้าหน้าที่ส่องกล้องไปในทะเลบอกว่าอีกร้อยเมตรจะถึงเรือของทิมแล้ว หมวดกับธรณ์ยิ้มออกโล่งใจ ในที่สุดก็พบเรือของทิมแต่พอเข้าใกล้กลายเป็นเรือของนักท่องเที่ยวตามมาผิดลำ!

เมื่อกลับมาสำนักงาน ธรณ์ได้รับโทรศัพท์จากแพทบอกให้รีบกลับเพราะช่วงบ่ายคุณหญิงจะเข้าบริษัทถ้าไม่เห็นเขาอยู่ตนแย่แน่ ธรณ์บอกว่าขอเวลาอีกนิดเดียวเสร็จแล้วจะรีบกลับ หมวดได้ยินบอกว่าให้เขากลับไปก่อนก็ได้ตนจะอยู่เอง

ธรณ์ไม่วางใจนักหมวดบอกว่าทิมบริจาคเงินสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานตนโดยตลอดเจ้านายกำชับให้ตนดูแลคดีนี้อย่างดีไม่ต้องห่วง ธรณ์จึงกลับไปรับหน้าแม่ที่จะเข้าบริษัทบ่ายนี้

ooooooo

บนเรือยอชต์...ทิมเห็นเท้าหรรษาบวมกว่าเมื่อวานและไข้สูง หรรษาลุกขึ้นจะไปทำอาหาร ถูกทิมสั่งให้นอนลงเดี๋ยวกินข้าวแล้วกินยาเลย พลางเปิดกล่องค้นหายา ปรากฏว่ายาแก้ไข้หมด

หรรษาพยายามลุกขึ้น ด่าตัวเองดักหน้าเพื่อไม่ให้ถูกเขาด่าแล้วหลับตาลงอย่างอ่อนเพลีย ทิมบอกอย่านอนตากลมให้เข้าไปนอนข้างใน แล้วอุ้มขึ้นเลย

“เฮ้ยคุณ...คุณ!!” หรรษาร้องจะดิ้นก็ไม่มีแรง เมื่ออุ้มเข้าไปนอนห่มผ้าให้แล้ว ทิมบอกว่ายาหมดแล้วตนจะเช็ดตัวใช้น้ำรักษาให้แม้ในยามไข้สูงจนน่าเป็นห่วงแต่หรรษาเธอไม่ห่วงตัวเอง บอกทิมอย่ามาดีกับตนเพราะผู้ชายที่มาดีกับตนต้องมีอันเป็นไปทุกคน แล้วเพ้อว่าเขาต้องรอด... ต้องรอด แล้วพูดภาษาต่างดาวออกมาอีกยาว สุดท้ายบอกเขาว่าปล่อยให้ตนตายไปเถอะ คนอย่างตนไม่มีประโยชน์พลางปัดมือวุ่นวาย

“เพ้อใหญ่แล้วไข้คงขึ้นสูง เฮ้อ...อย่ามาตายต่อหน้าฉันนะผู้หญิงบ้า โฮ้ย...ไม่มีใครมาช่วยฉันจริงๆ ใช่ไหม ชีวิตทิม พิชยธรไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรเลย พอถึงเวลาก็ถูกคนปล่อยทิ้งทะเลเอาได้ง่ายๆ ฉันต่างหากที่ทำให้เธอเดือดร้อนไอ้คนเลวพวกนั้นมันจ้องเอาชีวิตฉันต่างหากไม่ใช่เธอ ฉันต่างหากที่ต้องตาย ไม่ใช่เธอ” ทิมเครียดหนัก

“เราต้องตายบนเรือนี้...เรากำลังจะตาย...” หรรษาเพ้อไม่หยุด ทิมเศร้า ท้อหนัก...

ooooooo

เช้านี้ ทิมตื่นมองไปในท้องทะเล เขาตื่นเต้นเมื่อเห็นเรือลำหนึ่ง เขาขยี้ตามองจนแน่ใจแล้ววิ่งออกไปถอดเสื้อโบกตะโกนสุดเสียง “ช่วยด้วย...คุณ...ช่วยด้วย...”

ตะโกนไม่พอยังหาทุกวิธีเพื่อให้ฝ่ายโน้นได้ยินหรือเห็น ทิมเอานกหวีดมาเป่าขอความช่วยเหลือ หรรษาได้ยินเสียงลุกโงนเงนกึ่งนั่งกึ่งนอนร้องบอกทั้งที่ไข้สูง “ระวังนะคะคุณทิม เรือพวกนั้นอาจจะมาทำร้ายคุณ”

เรือลำนั้นเห็นสัญญาณขอความช่วยเหลือเบนหัวเรือมา ทิมดีใจมากตะโกนบอกหรรษาว่าเรารอดแล้ว แต่เธอก็ยังบอกให้เขาระวังตัว พลางก็เพ่งมองไปที่เรือ ไข้สูงทำให้สายตาเห็นภาพหลอนเป็นคนร้ายเป็นชายชุดดำหน้าตาดุดันเธอยังพยายามบอกทิมว่า เป็นผู้ร้ายให้ระวังตัว

ที่แท้ผู้ที่อยู่ในเรือนั้นคือนักท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวเหล่านั้นมาถึงเรือก็เข้าช่วยเหลือทิมอย่างเป็นห่วง แต่สายตาของหรรษาเห็นเป็นคนร้ายกรูกันเข้ามาและยิงปืนใส่ เธอหวีดร้องสุดเสียงแล้วหมดสติไป

หรรษารู้สึกตัวอีกทีที่โรงพยาบาลยังเห็นภาพหลอนตะโกน “อย่ายิง...อย่า...” พยาบาลบอกว่าเธออยู่โรงพยาบาลแล้วเรียกจนเธอรู้สึกตัวถามพยาบาลว่าตนยังไม่ตายหรือ พยาบาลบอกว่าไม่ตายและไม่ได้โดนยิงมีนักท่องเที่ยวไปพบและช่วยไว้

เจ้าของเรือถามทิมขณะเอาน้ำมาให้เขาว่าติดอยู่บนเรือมากี่วันแล้ว ทิมบอกว่าประมาณ 5-6 วัน นักท่องเที่ยวชมว่าโชคดีมากที่ยังเอาตัวรอดมาได้ เจ้าของเรือว่า แปลกที่พวกเขาหายมาหลายวันขนาดนี้ ทำไมไม่มีใครออกตามหาเลย

เป็นคำถามแทงใจดำที่ทำให้ทิมจุกจนหน้าเครียด นักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งคุยกันเรื่องทิมกับหรรษาอย่างตื่นเต้น คนหนึ่งหยิบกล้องมาถ่ายภาพทิมที่ประคองหรรษาที่ยังไข้สูงอยู่ แต่ภาพออกมาดูเหมือนนั่งกอดกันอย่างคนรัก

เมื่อมาถึงยอชต์คลับที่ท่าเรือ ทิมด่าเจ้าหน้าที่อย่างรุนแรงที่ตนหายไปเป็นอาทิตย์แต่ทางนี้ไม่เช็กเลยว่าเกิดอะไรขึ้น

หมวดเข้ามารายงานว่าหรรษาถึงโรงพยาบาลแล้วหมอดูอาการอยู่ไม่ต้องเป็นห่วง ทิมพยักหน้าแล้วโวยวายต่อ ถามว่าไม่มีใครอยู่รับตนเลยหรือทำไมมีแต่ตำรวจคนเดียว หมวดบอกว่าครอบครัวเขาไม่รู้เรื่องถ้าตนไม่ไปตามเรื่องกล้องวงจรปิดเขาก็คงติดอยู่กลางทะเลอีกหลายวัน ทิมโวยอีกว่าขนาดรู้แล้วยังไม่มีใครมารอรับตนเลยหรือ

หมวดบอกว่าธรณ์มาแล้วแต่ถูกตามตัวกลับด่วน ถามว่าตกลงมันเกิดอะไรขึ้น ทิมบอกว่ามีใครบางคนพยายามบุกขึ้นเรือเพื่อทำร้ายตน

“นั่นไง อย่างที่ผมคิดไม่มีผิด หลายชั่วโมงที่รอคุณ ผมสอบสวนคนในนี้ คนร้ายอาศัยช่วงที่ยอชต์คลับจัดออฟฟิศใหม่ โยกย้ายเอกสารออกไปเพื่อไม่ให้ตามเรือลำจริงเจอทำให้เราเสียเวลาไปสองวัน” ทิมถามว่าเจอไหม หมวดส่ายหน้าบอกว่า

“แปลกมาก พนักงานที่ดูแลเอกสารคนนี้เพิ่งเข้ามาทำงานได้หนึ่งเดือนและลาออกไปแล้วตอนนี้ยังตามตัวไม่ได้”

ทิมเครียดมากโพล่งว่าหนีไปได้อีกแล้ว! จี้หมวดว่าเป็นตำรวจทำอะไรสักอย่างสิ! หมวดบอกว่าตำรวจทำเต็มที่แล้วทางฝ่ายเขาก็ต้องช่วยด้วย ย้ำว่า “ถ้าพบเบาะแสอะไรก็ขอให้แจ้ง ที่สำคัญระหว่างการสืบสวนขอให้คุณจำไว้ว่าจะไว้ใจใครไม่ได้เด็ดขาด” ทิมถอนใจบอกว่าตนอยากกลับบ้าน หมวดพยักหน้าอย่างเข้าใจ

ooooooo

หรรษาโทรศัพท์บอกโส่ยว่าตนอยู่โรงพยาบาล สวยพูดสอดเข้ามาในสายว่าไปเที่ยวแล้วดันซุ่มซ่ามสะดุดอะไรล้มอีกล่ะ โส่ยตัดบทว่าผู้หญิงซุ่มซ่ามก็น่ารักดี ถามว่าไปเที่ยวสนุกไหม

ทั้งโส่ยและสวยถามถึงแต่ความสนุกสนานที่หรรษาไปเที่ยว ถามเรื่องค่าใช้จ่ายที่อยู่โรงพยาบาล พอหรรษาบอกว่าที่บริษัทมีประกัน พี่การะเกดจัดการให้เดี๋ยวพี่เขาก็จะมาอยู่เป็นเพื่อนสามสี่วัน โส่ยพูดอย่างสบายใจว่าหนูเกดไปอยู่ด้วย ตังค์ก็ไม่ต้องจ่าย บอกหรรษาให้พักผ่อนให้เต็มที่ ไม่แม้แต่คิดจะไปเยี่ยม แม้หรรษาจะชินชากับพ่อและพี่ แต่ก็อดเซ็งไม่ได้ หันไปบอกพยาบาลว่า “ถ้ามีผู้หญิงที่ชื่อการะเกดมาหา ให้เข้ามาได้เลยนะคะ”

เมื่อกลับถึงสำนักงานกลุ่มโรงแรมพิชยะ ก่อนแยกกัน ทิมขอบคุณหมวดสำหรับทุกอย่าง บอกว่าตนโชคดีมากที่ได้หมวดมาดูแลคดีให้ หมวดเตือนว่า

“มีเรื่องหนึ่งที่คุณควรรู้ โดยสถิติแล้ว ระหว่างคู่แข่งทางธุรกิจกับคนสนิทในครอบครัว อย่างหลังคือคนที่อันตรายกว่า เวลามีเหตุลอบฆ่าทำร้ายคนที่รู้จักกันคนในครอบครัวเป็นผู้กระทำเสียส่วนใหญ่ ผมอยากให้คุณระมัดระวังเรื่องนี้เอาไว้”

ทิมอึ้ง ยิ่งมาเห็นธรณ์สนิทสนมกับผู้บริหารก็ยิ่งเจ็บแปลบขึ้นมา ธรณ์ดีใจที่เห็นทิมกลับมามองมือถือบ่นว่าหมวดโทร.มาหลายครั้งแต่ตนไม่ได้รับสายมือไปโดนปุ่มปิดเสียงตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แม้ทิมจะรู้สึกผิดหวังน้อยใจเจ็บลึก แต่ก็ไม่พูด

พอดีแพทเดินมาทัก ทิมบอกว่าบรรยากาศที่นี่ดูปกติเหลือเกินทั้งที่ไม่มีตน แล้วยิ่งหงุดหงิดเมื่อเห็นทุกคนหัวเราะหัวใคร่กันอย่างมีความสุข ถามเสียงขุ่นว่าทำไมทุกคนไม่อยู่ในออฟฟิศทำงานกัน ออกมาเดินเล่นไร้สาระอะไรกันข้างนอก แพทบอกว่านี่ห้าโมงเย็นได้เวลาเลิกงานแล้ว ทิมดูนาฬิกาแล้วหน้าแตก!

เมื่อเข้าห้องทำงาน ทิมโวยแพทว่าทำงานประสาอะไรรีพอร์ตสักชิ้นก็ไม่มี ถามว่า

“ไม่มีผมสักคนคงทำอะไรกันไม่ได้เลยใช่ไหม!”

แพทรายงานว่าเรื่องแบบโรงแรมที่พนมเปญเรียบร้อยแล้ว คุณธรณ์เซ็นให้ดำเนินการแล้ว ทิมชะงักถามว่า นายธรณ์หรือ แพทบอกว่าคุณชื่นให้คุณธรณ์มาทำงานแทนทุกวัน แล้วรายงานอีกว่า เรื่องผู้จัดการระบบบำบัดน้ำเสียคุณธรณ์ก็จัดการทุกอย่างเรียบร้อย เรื่องสรุปงบประจำปีกับกรรมการผู้ถือหุ้นก็เสร็จแล้ว ไปเคลียร์เรื่องแชมพูที่หยุดผลิตก็ตัดสินใจไปแล้ว ยืนยันว่า “เป็นฝีมือของคุณธรณ์ทั้งหมดจริงๆครับ”

ทิมเครียดเพราะดูเหมือนธรณ์จะมาแทนที่เขาแล้วจริงๆ พาลด่าว่าให้ธรณ์มาทำงานใหญ่อย่างนี้ได้ยังไง ตัดสินใจถูกผิดก็ไม่รู้ ทำไมแพทไม่ทักท้วงคุณแม่ ไม่หยุดยั้งนายธรณ์ เลื่อนประชุมรอตนกลับมาก่อน ปาเอกสารใส่เกือบโดนแพทถามว่า

“ถ้างานผิดพลาดล่ะรับผิดชอบกันไหวหรือ ก็มาลงที่ผมแก้ไขอยู่คนเดียวนั่นแหละ โฮ้ย...พวกกาก สมองกลวง แค่นี้ทำไมไม่รู้จักคิดนะคุณแพท!”

แพทขอโทษแล้วไปเก็บเอกสาร มีเสียงเคาะประตู แม่บ้านเอากาแฟมาให้ ทิมมโนเห็นเป็นหรรษาที่ก้มหน้ามาถามว่า

“เชื่อมั่นในตัวเราอีกนิดได้ไหม ให้โอกาสเราอีกครั้ง ได้ไหม...รอเราได้ไหม...”

ทิมสะดุ้งเมื่อเห็นเป็นแม่บ้าน แต่คำพูดของหรรษาเตือนสติทำให้เขามองแพทด้วยสายตาอ่อนลง เอ่ยเบาๆ

“ผมไม่น่าโวยวายใส่คุณ ขอผมอยู่คนเดียวสักพัก” ส่วนแพทก็ขอโทษอีกครั้ง คราวหน้าจะทำให้ดีกว่านี้

แต่ที่ทางเดินในสำนักงานโรงแรม นิพัทธ์เหลียวมองซ้ายขวาอย่างระวัง แล้วกดโทรศัพท์พูดแววตาร้าย...

“ไอ้ทิมมันกลับมาแล้ว...แกมีแผนใหม่ๆอะไรไหม... เออ...จัดการเลย จัดการให้เรียบร้อยล่ะอย่าให้พลาดอีก”

ooooooo

เพราะปิดเรื่องทิมไม่ให้แม่รู้ เมื่อทิมกลับมาจึงทำเหมือนไปพักผ่อนมา คุณหญิงถามว่าสนุกไหม คงชอบมากเพราะไม่เคยเห็นลูกไปพักร้อนนานขนาดนี้ อวดว่าธรณ์ไปทำงานทุกวันทำได้ดีด้วย แม่เพิ่งรู้ว่าธรณ์นี่คมในฝัก

ธรณ์บอกว่าพี่ทิมมาแล้ว งั้นพรุ่งนี้...ถูกคุณหญิงแม่ขัดอย่างรู้ทันว่า

“ไม่ได้ แกต้องไปทำงานต่อ พี่ทิมมีงานมากขึ้นทุกวัน เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ” ธรณ์แย้งว่าอย่างตนหรือจะไปสู้พี่ทิมได้

สองแม่ลูกเถียงกันทีเล่นทีจริง สุดท้ายคุณหญิงขู่ธรณ์ว่าถ้าไม่ไปทำงานแม่จะตัดบัตรเครดิตทุกใบ แล้วเปลี่ยนเรื่องถามว่ากินอะไรกันมาแล้วหรือยัง จะได้ให้เขาตั้งโต๊ะให้ ทิมขอตัวบอกว่าตนไม่หิว เพลียๆและขอตัวไปนอน

ธรณ์เดินตามทิมเข้าไปในห้องนอนถามว่าพี่โอเคไหม เห็นหมวดบอกว่าแฟนพี่ถึงกับไม่สบายเข้าโรงพยาบาลเลยหรือ ทิมโวยว่าใครบอกว่าเขาเป็นแฟน ธรณ์บอกว่าเรื่องส่วนตัวตนไม่ยุ่งหรอกดีใจเสียอีกที่พี่มีความรัก

ทิมยืนยันว่าไม่ใช่แฟนแต่เป็นอุบัติเหตุที่เขาอยู่ตรงนั้น ธรณ์เลยถามว่าอุบัติเหตุเรื่องลอบทำร้ายพี่จริงหรือ

“มีคนอยากให้ฉันตายเยอะแยะ แกก็ด้วยไม่ใช่หรือ!” ทิมตึงเครียดขึ้นมา แต่ธรณ์กลับหัวเราะพูดว่า

“ก็ใช่...ซะเมื่อไหร่ ฮะฮะฮ่า งั้นผมไปก่อนนะ” บอกก่อนออกไปว่า “ผมรักพี่มากนะ ไม่มีใครทำร้ายคนดีๆอย่างพี่หรอก พักผ่อนนะพี่” แล้วเดินออกไปสบายๆตามแบบของเขา

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

รู้จัก "วินนี่ ศิภัชรดา" มิสทีน 2017 นางเอกน้องใหม่ "ฟ้า หิน ดิน ทราย"

รู้จัก "วินนี่ ศิภัชรดา" มิสทีน 2017 นางเอกน้องใหม่ "ฟ้า หิน ดิน ทราย"
14 พ.ค. 2564

07:20 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2564 เวลา 08:07 น.