ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

กามเทพหรรษา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

หรรษาสรุปว่าหลังจากนั้นตนก็ติดแบล็กลิสต์ ถูกแฟนบอกเลิกเพราะเกือบย่างสดเขา นี่คือแฟนคนที่สาม ทรงสะคราญบอกว่าตอนแรกนึกว่าหนูษาแค่ซุ่มซ่ามแต่ไม่นึกว่าจะ...วินาศสันตะโรขนาดนี้

“หมอดูบอกว่าหนูษาเป็นดวงกินผู้ชาย เลยไม่อยากมีแฟน ไม่อยากให้ใครต้องมาตายเพราะหนูษา”

“ไร้สาระ เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นเพราะความประสาทของคุณมากกว่า มันไม่มีใครเกิดมาเพื่อโชคร้ายตลอดไปหรอกน่า ไปจัดการเรื่องคุณทิมให้ได้ ทำให้เสร็จ คุณจะได้มั่นใจ มีความศรัทธาในตัวเอง ต่อไปจะได้มีแฟน... โอเค้”

หรรษาจำต้องพยักหน้า แต่เมื่อไปคุยกับแมน

แมนบอกว่าตนไปดูดวงให้แล้ว เขาบอกว่าดาวพระเคราะห์เสวยอายุเธอ หรรษาไม่เข้าใจ แมนอธิบายว่าเป็นศัพท์โหราศาสตร์แปลว่าดวงไม่ดี แต่ก็ถึงเวลาที่เธอจะโชคดีแล้ว

แมนเอาสร้อยข้อมือหินนำโชคซุปเปอร์มงคล 9 ประกอบด้วยหินที่มีพลังพิเศษ 9 ประการให้ บรรยายพลังพิเศษ 9 ประการแล้วบอกให้จับดูมันจะอุ่นๆและบางครั้งถ้าเรามีเซ้นส์พอจะเห็นแสงเปล่งประกายออกมา

แมนใส่สร้อยให้หรรษา ปรากฏมีแสงออกมาวับหนึ่งพร้อมเสียงกรุ๊งกริ๊ง หรรษาร้องอย่างตื่นเต้นว่าเห็นแล้วๆๆ

“จริงหรือแก โฮ้ย...ตายๆ สาธุๆ ดวงดีๆ น้องฉันจะโชคดีแล้ว” แมนยกมือท่วมหัวดีใจกับหรรษา

ooooooo

วันต่อมา หรรษาใส่สร้อยข้อมือหินซุปเปอร์มงคล 9 ไปหาทิมที่โรงแรมแกรนด์พิชยะ ขณะนั่งรอก็จับสร้อยข้อมือภาวนาให้ดวงดีๆช่วยตนด้วย

ไม่นานทิมก็เดินเข้ามาตรวจงาน มีทีมงานสองสามคน มี รปภ.เดินตามและเจ้าหน้าที่คอยดูแล หรรษาตะลึงในความหล่อ สง่า เนี้ยบแต่หัวจดเท้า มีความเป็นผู้นำ เฉียบขาด ยิ่งดูก็ยิ่งเหมือนเทพบุตรในเทพนิยาย สมบูรณ์แบบไม่มีที่ติ

พอจับสร้อยข้อมือ จู่ๆก็เกิดประกายวิ้งๆขึ้นมาเหมือนคราวที่แล้ว หรรษาดีใจจนเนื้อเต้นเชื่อว่าเวลานี้แหละ เวลาของโชคดี หรรษาเดินอย่างมั่นใจไปหยุดตรงหน้าทิม ทิมมองอย่างไม่รู้จักสงสัยว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร ทันใดแพทก็เข้ามาแทรกกลางบังหรรษาจนมิด เธอพยายามจะพูดกับทิมถูกแพทขวางบอกว่าตนจำเธอได้ บอกทิมว่าเธอเป็นคนของคิวปิดฮัท

ทิมพยักหน้ารับรู้แล้วเดินเลี่ยงไป หรรษาพยายามตาม ถูกแพทขวางบอกว่าเราไม่รับคำขอโทษ ทนายของเราจะติดต่อไปเอง หรรษาพยายามร้องเรียกทิม

เมื่อเขาไม่สนใจเธอตะโกนสุดเสียง

“คุณทิมคะ...คุณทิม...ฉันท้อง!”

ได้ผล! ทิมหยุด เดินกลับมายืนตรงหน้าหรรษา มองเธอด้วยแววตาแผ่รังสีอำมหิตจนหรรษากลืนน้ำลาย ฝืดคอ

“เมื่อกี๊ว่า...ท้องหรือ” ทิมถามเสียงเย็นเยียบ หรรษากลัวมาก พูดเสียงอ่อยว่า ท้อง...เสียค่ะ แล้วรีบบอกว่าตนเป็นคนจัดงานเลี้ยงที่ทำให้เขาเสียชื่อ ยังไงก็ต้องมาขอโทษด้วยตัวเอง สารภาพว่า

“หนูษาผิดเองที่ไม่ตรวจข่าวสารที่ออกไป จนมีภาพหลุด นี่เป็นความผิดจรรยาบรรณใหญ่หลวงของบริษัทจับคู่ ได้โปรดรับคำขอโทษ อย่าดำเนินคดีกับบริษัทเราเลยนะคะ”

ทิมจ้องหน้าถามว่า รู้ไหมว่าตนต้องฟังคำขอโทษวันละกี่ครั้ง วิธีจัดการของตนคืออะไรรู้ไหม หรรษาตื่นเต้นประหม่าตอบมั่วๆ ว้าวุ่น

ทิมบอกว่าตนพิจารณาคนภายในหนึ่งนาทีก็เสร็จ แล้วมองหรรษาแต่หัวจดเท้าเริ่มวิจารณ์ตั้งแต่เสื้อผ้า

การเรียกแทนตัวเองที่ไม่ได้บอกชื่อจริง ใช้มุกท้องเสียเพื่อเรียกร้องความสนใจ เห็นสร้อยซุปเปอร์มงคล 9 นั่นก็เป็นสัญลักษณ์ของคนขี้เกียจไม่อยากลงทุนทำอะไรด้วยความสามารถ คิดแต่จะวอนขอโชคชะตา

ยิ่งฟังทิมวิจารณ์ หรรษาก็ซีดลง...ซีดลง รู้สึกตัวเล็กลง...เล็กลง แล้วจู่ๆสร้อยข้อมือก็ขาดผึงหินกระจายเต็มพื้น เธอโวยทั้งๆที่กลัวว่าขนาดสร้อยซุปเปอร์มงคล 9 ยังกลัวเขาเลย

“ผมมองคุณเสร็จแล้ว บอกได้เลย คุณคือคนที่ไม่ประสบความสำเร็จอะไรในชีวิต หรือที่จริงแทบไม่เคยเพียรพยายามอะไรสักอย่าง คนพวกนี้เวลาทำงานก็จะสะเพร่าสร้างปัญหา เหมือนที่เกิดกับผม เราควรรับคำขอโทษจากคนเหล่านี้ไหม ผมบอกเลยว่า ไม่! คำว่าอภัยผมให้ได้กับคนที่พยายามเต็มที่แล้วเท่านั้น”

หรรษารู้สึกหน้าตัวเองถูกฉีกเป็นริ้วๆ จนแทบแทรกแผ่นดินหนี ในขณะที่ทิมยังคงพูดไม่หยุด...

“ส่วนพวกคุณทั้งหมด” ทิมมองพวกพนักงาน “พวกคุณปล่อยให้คนแบบนี้เข้ามาได้ยังไง จะไล่ผู้หญิงคนนี้ออกไปหรือพวกคุณจะออกจากงาน...เลือกเอา!”

แพทสั่งให้เอาตัวหรรษาออกไป หรรษาถูก รปภ.เข้ามาลากออกไป เธอยังตะโกนขอโทษทิมไม่ขาดปาก แต่ก็ถูกลากไปทิ้งไว้ที่ประตูเหมือนขยะ!

ooooooo

เมื่อหรรษากลับมาร้องไห้กับวราลีที่คิวปิดฮัท เธอพูดภาษาต่างดาวที่วราลีเคยฟังรู้เรื่องก็ฟังไม่รู้เรื่อง จึงให้เธอเขียน ภีมเห็นด้วยแต่พอเขียนออกมายิ่งไม่รู้เรื่อง วราลีบอกให้ตั้งสติดีๆ ค่อยๆพูด

“คุณทิมดุมาก หนูรับมือไม่ไหว ขอโทษค่ะ” หรรษาพูดจบภีมก็ตบโต๊ะปังว่าเรื่องแค่นี้เอง ภีมบอกว่าถ้าเป็นคนอื่นทำผิดขนาดนี้ตนไล่ออกแล้ว แต่นี่เพราะคิวปิดฮัทอยากให้เธอเติบโตจึงให้อยู่ต่อ

หรรษางง วราลีหว่านล้อมว่า

“คนเราทุกคนพัฒนาได้นะ ตอนเด็กหนูษาอาจจะเจอครอบครัวไม่ดี เจอครูไม่ดี หรือจะเป็นเพราะตัวเองก็แล้วแต่ ตอนนี้โตแล้ว ต้องใช้อุปสรรคในที่ทำงานนี้ทำให้เราเติบโตนะคะ”

“ถ้าถูกด่าแล้วไม่ยอมรับ ไปด่าเขาตอบในเฟซบุ๊ก ไปลาออกแล้วบอกว่าตัวเองถูกคนอย่างนี้คือคนที่สปอยด์ตัวเอง ไม่พัฒนาหรอกครับ คนที่กล้ายอมรับความผิดพลาดของตนเองแล้วแก้ไขต่างหากถึงจะเจริญ” เบนสอน

“สู้นะ ต้องสู้” วราลีปลุกใจ หรรษาฟังตั้งนานพอได้ยินคำนี้ก็หน้าเสียถามว่า สู้ต่อหรือ? ภีมดัดเสียงหล่อกล่อมว่า

“กลับไปอีกครั้งนะครับ” แล้วก็ทนกดอารมณ์ตัวเองไม่ไหว กลับมาเป็นตัวเองโวย “โฮ้ย ไม่ไหวโว้ย กลับไปหาคุณทิมใหม่! เจรจาอีกครั้งเข้าไปนะหนูษา”

“ฮือ...” หรรษาร้องไห้ฮือเอาหัวโขกโต๊ะอย่างอัดอั้น แต่เมื่อเป็นคำสั่งก็ต้องไป

ooooooo

หรรษาปลอมตัวไปดักที่หน้าคฤหาสน์ของทิม รู้ว่าเขาเป็นคนตรงเวลามาก พอ 09.30 น. เป๊ะ รถก็ออกจากประตูบ้าน

วันนี้เขาไปตรวจคลังสินค้าของแกรนด์พิชยะที่จัดขายสินค้าและของที่ระลึก แพทพามาที่คลังสินค้า แต่คุณพรผู้จัดการคลังสินค้าจะมาสายหนึ่งชั่วโมงเพราะลูกตกบันไดที่โรงเรียน ทิมไม่พอใจที่แค่ลูกตกบันไดก็ลางานจะมาสายหนึ่งชั่วโมง เจ้าหน้าที่จึงพาชมแทน

ทิมตรวจพบว่าแชมพูลาเวนเดอร์ของที่ระลึกของโรงแรมหมดไปจากคลังถามว่าทำไมไม่สั่งใหม่ รู้ไหมว่าค่าเสียหายที่เกิดจากเรื่องนี้คุณพรที่เป็นผู้จัดการจะหามาคืนได้ยังไง ตอบได้ไหม เจ้าหน้าที่จ๋อยตอบไม่ออก

“ที่ผมลงมาจัดการเอง แสดงว่ามีแต่คำถามสำคัญ เวลาของผมมีมูลค่ามาก คุณแพทหักเงินเดือนเดือนนี้คุณพรครึ่งหนึ่ง ฐานที่แยกเรื่องส่วนตัวกับงานไม่ออก ผมจะออกไปเดินดูคลังสินค้า คุณแพทไปตามคุณพรมาพบผมให้เร็วที่สุด”

“ให้ผมไปด้วยไหมครับ” แพทถาม

“ไม่ต้อง คุณไปตามคุณพรเถอะ”

ooooooo

ทิมเดินไปคลังสินค้าคนเดียว หรรษาติดตามอย่างใกล้ชิด บอกตัวเองว่าจังหวะนี้แหละหนูษาสู้ๆ

ทิมเข้าไปในคลังสินค้าใหม่เป็นห้องปิดมีทางเข้าออกทางเดียวคือประตูหน้า ในห้องอีกด้านมีหน้าต่างลูกกรง เป็นโกดังที่ยังสร้างไม่เสร็จดี มีสายไฟและลังใหญ่ใส่โฟมถูกทิ้งร้างไว้ ทิมเดินเข้าไปดูโดยเปิดประตูทิ้งไว้

“คุณทิมคะ” หรรษาตามมาร้องเรียก ทิมตกใจ ถามว่าเธอเข้ามาได้ยังไง สะกดรอยตนหรือ “หนูษา...เอ้อ... ดิฉันอยากมาเจรจา” หรรษากลั้นใจพูดทั้งที่กลัวแทบตาย

ทิมหาว่าเธอมาคุกคามเวลาส่วนตัวของตนอีกแล้ว ไล่ให้ออกไป หรรษากลัวมากหลุดภาษาต่างดาวออกมาค่อยๆถอยออกไป ถูกทิมตวาดว่า

“ผมบอกให้ออกไปไม่ใช่ถอยหลังเข้าไป” หรรษายิ่งกลัวตื่นเต้นหลุดภาษาต่างดาวออกมายาว คิมยิ่งโมโหเพราะฟังไม่รู้เรื่อง “จ้างคนแบบนี้เอาไว้ทำไมเนี่ยเป็น ผมนะไล่ออกตั้งแต่สามวันแล้ว”

หรรษายังควบคุมตัวเองไม่ได้พูดภาษาต่างดาวออกมาอีก ทิมหงุดหงิดเอือมระอาด่าว่าคนแบบนี้ไร้ประโยชน์ขัดขวางความเจริญ บอกเธอว่า

“เอางี้ วิธีแก้ง่ายมาก อย่าพูดตอนตื่นเต้น นับหนึ่งถึงสามในใจก่อนพูด อย่าพูดเป็นก้อนๆ พูดสิ่งที่ตัวเองคิด ให้เรียงประธาน กริยา กรรม”

หรรษาพยายามทำตามคำแนะนำ เธอพูดอย่างคล่องราบรื่นว่า

“คิวปิดฮัทขอลงโฆษณาขอโทษคุณได้ไหมคะ เพื่อชดใช้ความผิดของเราน่ะค่ะ” หรรษาอัศจรรย์ตัวเองที่พูดได้เป๊ะชัดถ้อยชัดคำ ร้องออกมาอย่างตื่นเต้น “อุ๊ย...คุณเก่งโคตร หาวิธีมาตั้งนาน”

“คำว่าเก่งโคตรไม่มี มีแต่โคตรเก่ง และมันไม่สุภาพ ภาษาไทยเป็นภาษาที่มีระดับชั้น มีคำราชาศัพท์ มีแบบสุภาพและแบบลำลอง ต้องรู้จักแยกแยะ” ทิมอบรมการใช้ภาษาเสียยืดยาวแล้วเข้าเรื่อง “คำตอบของการต่อรองครั้งนี้คือ ไม่ ยิ่งลงโฆษณาคนก็ยิ่งรู้สิว่า ผมไปงานหาคู่ ผมยิ่งเสียชื่อเสียง”

หรรษาต่อรองขอชดใช้เป็นเงิน เขาปฏิเสธทันทีว่าไม่ เพราะเงินตนเยอะแล้ว ที่ตนฟ้องก็เพื่อสอนให้รู้ว่า ทำงานแบบมืออาชีพคืออะไร การลงโทษจะช่วยผลักดันเธอไม่ให้ทำแบบนี้กับลูกค้าคนอื่น สรุปแบบปิดประตูตายว่า

“เพราะฉะนั้น จบการเจรจา! ออกไปจากคลังสินค้าของผม ออกไป!”

หรรษาร้องไห้ฮือๆเดินออกไป แต่ทันใดนั้นประตูห้องเก็บสินค้าก็ปิดปัง! ขังทั้งทิมและหรรษาไว้ หรรษาตกใจงง หยุดร้องไห้ ทิมตะโกนถามว่าใครอยู่ข้างนอก แล้วเดินไปดูระบบประตู กดปุ่มเปิดประตูก็ไม่ติด

เมื่อมีเหตุการณ์ที่ร้ายแรงกว่า ความไม่พอใจต่อกันก็ผ่อนคลายลงร่วมกันแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หรรษาเสนอให้ใช้คีย์การ์ดแต่รหัสเปิดปิดถูกทำลาย หรรษาเสนอให้ใช้มือถือโทร.ขอความช่วยเหลือ ของทิมไม่มีสัญญาณของเธอก็ไม่มีสัญญาณ จึงพยายามเดินหาสัญญาณเพื่อจะโทร. มัวเดินหาสัญญาณถอยหลังมาชนกันโทรศัพท์ตกไปในกล่องโฟมต้องควานหากันวุ่น

ที่มุมหน้าต่างมีไฟจากไฟแช็กลึกลับโยนเข้ามาบนกองกระดาษที่มีน้ำมันเทราดไว้ ทั้งสองมองไปไฟก็ลุกควันโขมงแล้ว หรรษาสำลักควันเป็นลมก่อน ไม่นานทิมก็สำลักควันเป็นลมไปอีกคน

มือลึกลับคือ นิพัทธ์ที่ยักยอกสินค้ามาซ่อนและต้องการมาเช็กสินค้าที่ยักยอกเอามาซ่อนไว้ในคลังขนไปหรือยัง เมื่อเห็นว่าขนย้ายไปก่อนที่คิมจะมาตรวจโกดังเขาก็โล่งใจ

ไม่นาน รปภ.ก็วิ่งกรูกันเข้ามา แพทเข้ามาร้องเรียกทิม พนักงานอีกสองคนรีบเข้าประคองทิมและหรรษาพาส่ง โรงพยาบาล แพทเข้ามาบอกทิมว่าเขาสำลักควันไฟ หมอตรวจร่างกายแล้วไม่น่ามีอะไร ทิมตำหนิแพทว่าทำงานยังไง ตนหายไปตั้งนานเลขาอย่างเขาไม่เฉลียวใจบ้างหรือ แพทขอโทษ ทิมทั้งด่าและบ่นอย่างหัวเสียว่า

“ไอ้คลังสินค้านั่นก็เหมือนกัน ไม่มีความปลอดภัยอะไรเลย เกิดเรื่องขึ้นมาได้ยังไง ผมจะเรียกมาไล่ออกให้หมด”

หมวดปรัชวินเดินเข้ามา แพทแนะนำว่าหมวดเป็นผู้ดูแลคดีนี้ หมวดแจ้งว่ามีคนไปตรวจสถานที่แล้ว ก็มีอะไรแปลกๆอยู่ คือโกดังสินค้าใหม่จู่ๆมีถังน้ำมันที่ซื้อมามีคราบ ทิมตกใจโพล่งว่า

“วางเพลิง!”

หมวดพยักหน้าว่าเบื้องต้นน่าจะเป็นอย่างนั้น ถามว่าเขามีศัตรูที่ไหนหรือเปล่า แพทบอกว่ามีเสี่ยไพโรจน์ที่แพ้การประมูลซื้อที่ดินที่ภูเก็ต มีนายสกลที่เสียรายได้หลายสิบล้านเพราะทิมให้สัมภาษณ์ว่าบริษัทเขาไม่ได้มาตรฐาน และมีคิวปิดฮัท ที่กำลังฟ้องร้องกันอยู่ หมวดปรัชวินถามทิมว่า

“ตัวคุณเองน่าจะรู้ดีที่สุดว่า เรื่องนี้เกี่ยวกับคุณไหมหรือแค่ต้องการทำลายทรัพย์สินของคุณเฉยๆ”

“คิวปิดฮัท??” ทิมพึมพำ คิดถึงหรรษาขึ้นมาทันที พอดีเธอทำเนียนเดินมานั่ง ทิมตรงเข้ากระชากแขนเธอขึ้นโวยทันทีว่าพวกเธอใช่ไหมที่วางเพลิงเพราะไม่พอใจที่ตนไม่ยอมประนีประนอมกับวิธีที่เสนอ ต้องการขู่ตนใช่ไหม

หรรษาตกใจประหม่าเถียงภาษาต่างดาวออกมาแต่พอตั้งสติได้อย่างที่ทิมเคยบอก เธอก็เถียงว่าตนไม่รู้เรื่อง ทิมยังคงด่าไม่หยุด ถามว่าคนระดับอย่างตนเป็นอะไรไปลูกน้องจะทำยังไง ด่าใส่หน้าว่า

“คนอย่างคุณ บริษัทอย่างคุณ มันพวกไร้คุณภาพพวกกาก! พวกสมองกลวง!!”

หรรษาโกรธอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน หลับตาตั้งสติทำตามที่ทิมสอน พอลืมตาก็ด่าเป็นไฟ

“คุณมันชอบดูถูกคนอื่น ไม่เห็นแปลกที่จะมีคนวางเพลิงคุณ วันๆปากกรรไกรของคุณด่าคนกี่คนรู้ไหม บางทีคำด่าพวกนี้มันเจ็บนานยิ่งกว่าเอามีด เอาปืนมายิงกันเสียอีก”

“นี่คุณ...” ทิมชี้หน้านิ้วสั่นระริก หรรษางับนิ้วแต่เขาหลบทันเลยด่าต่อ “ใช่ ชีวิตฉันไม่ได้มีค่าเท่าคุณ แต่ฉันก็รักชีวิตกากๆของฉันเหมือนกัน ถ้าฉันจะลอบวางเพลิงคุณ ฉันจะอยู่ตรงนี้ทำไม” หรรษาชี้นิ้วใส่ทิมบ้าง

“คุณด่าคนรอบตัวตลอดเวลา ไม่ต้องคิดมากัดนิ้วฉันเลยนะ ปากขนาดนี้ ใจดำขนาดนี้ ใครๆก็อยากฆ่าคุณทั้งนั้นแหละ ไม่จำเป็นต้องเป็นคิวปิดฮัทหรอก!”

ทิมช็อก หรรษาปาดน้ำตา แปลกใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมพูดได้ขนาดนี้ แพทอึ้ง ปรัชวินสังเกตทุกคน ทิมท่าทีอ่อนลง สั่งแพทว่า

“จ่ายค่าทำขวัญให้เขา” บอกหรรษาว่า “คุณห้ามพูดถึงเรื่องในวันนี้ให้ใครฟังเด็ดขาด”

“ฉันรับไม่ได้หรอกค่ะ ฉันขอตัว” พูดแล้วเดินเชิดออกไปอย่างไม่ยี่หระ

ทิม แพท และหมวดปรัชวิน มองหน้ากันนิ่ง

เมื่อทิมนั่งรถที่พนามารับกลับ เขามองไปนอกหน้าต่างเครียดที่จู่ๆก็รู้ว่ามีคนจะฆ่าตน...

ooooooo

ระหว่างที่พนาขับรถพาทิมกลับบ้านนั้น เขาโทร.บอกเปลวพ่อบ้านว่าทิมกำลังกลับ เปลวเร่งแม่บ้านเตรียมทุกอย่างให้พร้อม

“เรียบร้อยค่ะ” แม่บ้านคนหนึ่งรายงาน เปลวถามอีกคนเรื่องโต๊ะอาหารแก้วน้ำอย่าให้มีคราบเด็ดขาด ก็ได้รับรายงานว่า “เพอร์เฟกต์ค่ะ” ทุกคนตอบรวดเร็วเข้มแข็งราวกับทหาร แล้วเร่งงานกันมือเป็นระวิง ครู่เดียวทุกอย่างก็เนี้ยบ

ทิมกลับถึงคฤหาสน์ก็บ่นพนาที่ลงมาเปิดประตูรถให้ว่า รถติดมากเสียเวลาไปตั้งเยอะ คราวหน้าศึกษาเส้นทางให้ดีกว่านี้ ตำหนิปิดท้ายว่า “อายุป่านนี้แล้วต้องรู้แล้วสิว่าเวลามีค่าแค่ไหน” พนาได้แต่ยิ้มรับ
ทิมเดินเข้าบ้าน มีแม่บ้านมาตั้งแถวรับตลอดทาง เปลวถามตามหน้าที่พ่อบ้านว่าจะให้จัดอาหารพิเศษให้ไหม

“เอาอาหารธรรมดาให้ดีก่อนเถอะ เมื่อเช้าข้าวกะเพราหวานเกินไปแล้วยังมีน้ำส้มคั้น...” ทิมหยุดกึกเมื่อนึกถึงคำด่าของหรรษาที่ว่าเขาชอบดูถูกคนอื่นไม่เห็นแปลกที่จะมีคนมาวางเพลิง

ถึงเวลาอาหาร ทิมนั่งมองอาหารบนโต๊ะ ครุ่นคิดเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้...จำได้ว่าแพทเคยเอารูปคู่แข่งทางธุรกิจให้ดู...เสี่ยไพโรจน์ที่แพ้การประมูลซื้อที่ดินที่ภูเก็ต เมื่อเสี่ยมาแสดงความดีใจด้วยที่เขาชนะการประมูล ทิมสวนไปว่า

“ยังไงเราก็เป็นคู่แข่งกัน ไม่ดีใจก็ไม่ดีใจไม่เป็นไรหรอกครับ เมื่อคราวที่แล้วที่คุณใช้เส้นสายประมูลเอาที่ดินที่เชียงรายไปผมโกรธคุณมาก ผมยังไม่ดีใจด้วยเลย”

“ไอ้หนู! แกมันรุ่นลูก หัดมีสัมมาคารวะบ้างนะโว้ย คนมาทักดีๆ คุยด้วยดีๆนิสัยแบบนี้ระวังจะอยู่ไม่ถึงแก่”

คู่แข่งอีกคนคือนายสกลที่แพทรายงานว่าสกลเสียรายได้ไปหลายสิบล้านเพราะเขาให้สัมภาษณ์นักข่าวว่าผู้บริหารที่วันๆเอาแต่ควงดาราสวยเซ็กซี่ไปเที่ยวเปลี่ยนคนทุกเดือน ตนไม่ชอบวงการโรงแรมของเราผู้บริหารต้องเป็นคนที่น่าเชื่อถือไม่ใช่ไฮโซรักสนุก

สกลเดินมาได้ยิน ตรงเข้าไปชี้หน้าทิมด่า “ไอ้ทิม นี่มันเรื่องส่วนตัว แกมายุ่งอะไรด้วยวะ แกมืออาชีพจริงก็พูดแต่เรื่องงานสิวะ เปลี่ยนแฟนบ่อยเป็นคนไม่ดีตรงไหนวะ หาเรื่องกันนี่หว่า เดี๋ยวเจอ...เดี๋ยวเจอ!”

ขณะกำลังคิดเครียดนั้น ทิมได้ยินเสียงที่หน้าบ้าน เขาลุกไปดูที่หน้าต่าง เห็นธรณ์หัวเราะอยู่ในกลุ่มแม่บ้านที่ไปช่วยเอาของลงจากรถนิพัทธ์ที่มาส่ง ธรณ์หยอกล้อเฮฮากับพวกแม่บ้านที่มาช่วยกันหิ้วถุงผลไม้จากรถอย่างสนิทสนม

ทิมคิดถึงอดีตสมัยธรณ์เรียนอยู่ชั้นม.6 และทิมอยู่ในชุดนักศึกษาทั้งสองเคยทะเลาะกัน ครั้งนั้นเขาปรามธรณ์ว่า

“ฉันเกิดมาเพื่อเป็นที่หนึ่ง แกเป็นแค่น้องถึงยังไงแกก็สู้ฉันไม่ได้หรอกยอมรับความพ่ายแพ้เสียเถอะไอ้หนูน้อย”

ทิมนึกถึงอดีตที่เขาเคยด่านิพัทธ์ที่ทำงานไม่ได้ดั่งใจว่า

“คุณเป็นผู้จัดการของแกรนด์พิชยะ คุณแก้ปัญหาได้แค่นี้หรือ ผมอายุงานน้อยกว่าคุณยี่สิบปีต้องให้ผมมาสอน เขาเรียกว่าอะไรนะ ถอนหงอกใช่ไหมครับ คุณออกไปได้แล้ว”

นึกถึงคำขู่ของไพโรจน์และสกล นึกถึงที่ตนไล่นิพัทธ์คนเก่าแก่รุ่นพ่อ แล้วนึกถึงคำด่าของหรรษาเมื่อกลางวันที่ว่า

“คุณด่าคนรอบตัวตลอดเวลาปากขนาดนี้ใจดำขนาดนี้ ใครๆก็อยากฆ่าคุณทั้งนั้นแหละ ไม่จำเป็นต้องเป็นคิวปิดฮัทหรอก” คิดแล้วเขาถอนใจเครียด

ooooooo

เมื่อธรณ์มาเจอทิมที่โต๊ะอาหารเขาถามว่าเรื่องไฟไหม้เป็นยังไง ทิมบอกว่าเป็นอุบัติเหตุ

เห็นทิมนิ่ง ธรณ์บอกว่าเห็นคุณนิพัทธ์บอกว่ามีผู้หญิงอยู่ในโกดังกับพี่ด้วย ใครหรือ? ทิมของขึ้นหาว่านิพัทธ์เป็นคนของธรณ์มีอะไรก็รายงานให้เจ้านายฟังทุกเรื่อง

ธรณ์ติงว่านิพัทธ์เป็นคนเก่าแก่ตั้งแต่รุ่นพ่อ วันนี้เขาอยู่ออฟฟิศและฟังจากแพทอีกที ตนไปเจอแกตอนเลิกงาน แกเลยชวนคุยเรื่องของสดแล้วพาตนไปเที่ยวตลาดกัน

“ไม่เห็นมีใครอยากพาฉันเที่ยวบ้างเลย ทุกคนคงอยากให้ฉันตายเสียเหลือเกิน”

“ก็จริงนะ พี่น่ากลัวเกินไปใครก็ไม่กล้าเข้าใกล้ ถ้าพี่ตายแล้วเปลี่ยนให้ผมมาบริหารแทนทุกคนคงแฮปปี้กว่านี้มาก”

ธรณ์พูดไม่ได้คิดอะไรแต่ทิมอึ้ง ธรณ์เลยบอกว่าตนพูดเล่น ชมว่าโรงแรมแกรนด์ยิ่งใหญ่มีสาขาทั่วประเทศได้ขนาดนี้เพราะพ่อกับพี่ทำงานหนัก ตบท้ายว่า “พวกเราทุกคนติดหนี้บุญคุณพี่ ไม่มีใครลืมหรอก”

วันต่อมาทิมไปฟิตเนสเจอโรมทนายความหนุ่มหล่อละลายใจสาว เขาถามว่าโรมรับทำคดีฟ้องร้องที่เขาทำให้เราเสียชื่อเสียงไหม โรมบอกว่าตนไม่ถนัด ทิมบอกว่าที่จริงตนมีทนายอยู่ แต่กำลังชั่งใจว่าจะฟ้องเขาหรือยกเลิกดี

“เอาจริงเลยนะ เรื่องฟ้องร้องน่ะ ไม่ส่งผลดีกับใครทั้งนั้น เคยได้ยินไหม ซุนวูกล่าวว่า กลยุทธ์ที่ดีที่สุดคือชนะโดยไม่ต้องออกรบ การเจรจานี่แหละครับดีที่สุด”

“ก็จริงของคุณนะ”

“ดูจากสภาพคุณ ถ้าออกกำลังกายยังไม่หายเครียด ก็ไปเที่ยวเถอะครับไปตากสมองบ้าง คนเราไม่ใช่เครื่องจักรนะคุณ ตึงมากๆระวังลานมันจะขาด”

ทิมฟังแล้วถอนใจบอกว่า ก็ดีเหมือนกันนะ

ooooooo

ที่ร้านโชห่วย โส่ยเห็นหรรษาเครียดก็บอกว่าให้ลาออกมาขายของด้วยกัน ลูกคนเดียวพ่อเลี้ยงได้ บอกว่าพ่อผ่านชีวิตมามากทำงานเครียดแล้วหาเงินมารักษาตัวเองตอนบั้นปลายชีวิตน่ะ อย่าเป็นอย่างนั้นเลย เชื่อพ่อเถอะ

ขณะนั้นเองมีเจ้าหน้าที่เอาหมายศาลแจ้งว่าบ้านถูกธนาคารยึดให้ย้ายออกเสีย โส่ยต้อนรับอย่างกระตือรือร้นมาก

หรรษาเบื่อพ่อตัวเองที่ถูกธนาคารยึดบ้านแล้วยังไม่ทุกข์ร้อน สวยบอกว่าเดี๋ยวไปเจรจากับศาลก็อยู่ได้อีกเป็นปี หรรษาถามว่าถ้าต้องย้ายออกจริงๆจะทำยังไง โส่ยบอกว่าก็ไปเช่าบ้านอยู่ ถามว่าเอาเงินที่ไหน ก็ว่า “เอาจากแกสิ แกทำงานมีเงินเดือนก็ต้องเงินแก” หรรษาถามว่าก็ไหนพ่อบอกให้ลาออกจากงานไง

โส่ยตัดบทว่าบอกแล้วว่าอย่าเครียดเดี๋ยวเป็นมะเร็ง ให้อยู่กับปัจจุบันเรื่องอนาคตก็ไปคิดเอาในอนาคต

หรรษาเซ็งมากกับความไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับอะไรเลยของพ่อกับพี่สาว เธอไปดึงประกาศออก พูดอย่างเด็ดเดี่ยวว่า

“ไม่!”...ชีวิตฉันต้องไม่จบแบบนี้ ฉันจะเครียด ฉันจะเป็นมะเร็ง ฉันจะมีสุขภาพเลว ฉันต้องออกไปสู้กับคุณทิม!”

“ประสาท” โส่ยกับสวยพูดใส่หรรษาพร้อมกัน แล้วต่างก็หันไปทำสิ่งที่ตนสนใจอย่างสบายใจ....

ooooooo

เมื่อตั้งใจแน่วแน่แล้วหรรษาก็เริ่มงานอย่างมุ่งมั่นโดยมีการะเกดเป็นกุนซือให้ วันต่อมาจึงไปหาทิม การะเกดโทร.เช็กเมื่อรู้ว่าไปถึงหน้าคฤหาสน์ของทิมแล้วก็ย้ำว่า

“ทำตามแผนที่เราวางไว้นะ ในข่าวล่าสุด โปรเจกต์ที่คุณทิมกำลังลงทุนคือโรงแรมที่พนมเปญ”

ป้าวันมาเปิดประตู หรรษาบอกว่าตนมีเรื่องด่วน โปรเจกต์ที่พนมเปญรู้ไหมว่าคุณทิมไปไหน ป้าวันงงๆ แต่จำได้ว่าวันก่อนขณะไปรินกาแฟให้ทิมที่โต๊ะอาหารได้ยินเขาพูดโทรศัพท์เรื่องโปรเจกต์ใหม่ที่พนมเปญ เขาบอกปลายสายว่าจะไปต่างจังหวัดสามสี่วัน บอกเปลวว่าจะไปล่องเรือยอชต์ที่พัทยาไปคนเดียว สั่งอย่ารบกวน

ป้าวันนึกได้ร้อง “อ๋อพนมเปญ” เสียงเข้าโทรศัพท์ การะเกดได้ยินบอกหรรษาว่าเข้าทางแล้ว ลุยตามแผนเลย

หรรษาลุยต่อตามแผนที่ตั้งใจมาคือพูดมั่วๆไว้พูดให้ฟังไม่รู้เรื่องจนป้าวันงง ถามว่าทำไมเธอไม่โทร.ไปคุยเอง เธอบอกว่าท่านปิดเครื่อง ถามว่าบอกที่อยู่มาได้ไหม ป้าวันอึกอักลังเล หรรษาเลยพูดรัวเร็วมั่วแถมภาษาต่างดาวเข้าไปด้วย ป้าวันฟังไม่รู้เรื่อง กลัวรับผิดชอบไม่ไหวตัดบทว่า “คุณทิมอยู่พัทยา ไปลงเรือยอชต์ค่ะ”

“โอ้ว...ขอบคุณมากรีบไปเลยนะคะ ขอบคุณ... ขอบคุณ...” หรรษาผละไปอย่างลิงโลด

ooooooo

ทิมนั่งใจลอยรอเจ้าหน้าที่จัดการเรือให้ ข้างตัวมีกระเป๋าเดินทางหลายใบ จู่ๆหมาตัวหนึ่งวิ่งเข้ามาเห่าเขา เจ้าหน้าที่เดินเข้ามาบอกว่าตรวจเรือและวางของจำเป็นทุกอย่างให้หมดแล้วพร้อมออกเดินทางได้เลย พร้อมมอบเอกสารและกุญแจให้ทิมมองชายคนนั้นอย่างผิดสังเกต...

หรรษามาถึงท่าเรือยอชต์ กำลังมองหาทิมก็ได้รับโทรศัพท์จากแมนแต่สัญญาณไม่ดีพูดกันไม่รู้เรื่องต่างจึงวางหูเซ็งๆ ขณะหรรษากำลังกวาดตามองหาทิม ก็ถูกหมาเห่ากรรโชกจนตกใจวิ่งหนีเห็นธงของแกรนด์พิชยะเลยวิ่งลงไปหลบในเรือ เป็นจังหวะที่ทิมออกเรือพอดี

เรือลอยลำอยู่กลางทะเล ทิมที่ยังนั่งเหม่อว้าวุ่นใจเรื่องถูกตามฆ่าและเรื่องธรณ์ สะดุ้งเมื่อเห็นเงาของหรรษาทอดมาพอหันไปมองก็ผงะถามว่าเธอมาอยู่บนเรือได้ยังไง ลุกพรวดไปจับตัวเขย่าอย่างแรง หรรษากำลังเมาเรือถูกจับเขย่าซ้ำอีกเลยอ้วกใส่เขาเต็มๆ สะบัดหลุดวิ่งไปที่กราบเรือโก่งคออ้วกต่อ ทิมช็อกกับสภาพของตัวเองที่เลอะอ้วก

ทิมถอดเสื้อเปื้อนอ้วกออก นั่งอกเปลือยกล้ามโตหน้าถมึงทึงมองหรรษาที่หน้าซีดหน้าเซียวเพราะทั้งเมาเรือและกลัวอยู่ตรงหน้า ถามเสียงเย็นเยียบว่าเธอขึ้นเรือมาได้ยังไง! ถ้าคิดจะมาขอให้อย่าฟ้องล่ะก็...เสียใจเพราะจะฟ้องเพิ่มอีกข้อหาคือบุกรุกเรือตน หรรษาต่อรองว่า เขาไม่เอาเงินขอเปลี่ยนเป็นใช้บริการโรงแรมรับทัวร์ของบริษัทตลอดสามปีได้ไหม

ทิมฉุนขาดจะกลับเรือไปส่งเธอที่ฝั่งและแจ้งจับเธอข้อหาบุกรุกด้วย หรรษานั่งเซ็งที่เจรจาต่อรองไม่ได้ผล

มีอุปสรรคจนได้ เมื่อทิมสตาร์ตเรือไม่ติดตรวจน้ำมันก็ยังเต็มถัง หรรษาถือโอกาสนี้อ้อนวอนขอให้เขาถอนฟ้องอีก ทิมหัวเสียเดินหาสาเหตุเรือสตาร์ตไม่ติดเดินหาถังน้ำมัน หรรษาตามตื๊อเห็นเขาวุ่นอยู่ถามว่าหาอะไรหรือก็ถูกตวาดให้หลีก แล้วเดินกลับไปที่ห้องคอนโทรล หรรษาตามไปเขาหันมาถามว่าที่ท่าเรือเธอเห็นใครมาป้วนเปี้ยนบนเรือตนไหม เธอบอกว่านอกจากตนแล้วก็ไม่เห็นใคร ถามว่ามีอะไรให้ตนช่วยไหม เขาตะคอกว่าช่วยอะไร จะอ้วกใส่อีกใช่ไหม

“คุณจะด่าฉันใช่ไหม ฉันด่าตัวเองเลยก็ได้ค่ะ” แต่ที่เธอด่าตัวเองไม่สะใจเขา ทิมโวยวายตะโกนด่าใหม่...

“เธอมันโปรโตซัวไร้สมอง! หลุมดำในกาแล็กซี! พยาธิในลำไส้ใหญ่! เจอครั้งแรกฉันเสียชื่อ ครั้งที่สองไฟไหม้ ครั้งนี้ฉันติดทะเล เราติดทะเลแล้วโว้ย!!” ทิมตะโกนเหมือนสติแตก

ooooooo

ธรณ์อยู่ที่บ้านสนุกกับการทำขนมหน้าผลไม้ที่ซื้อมาแจกทุกคน เปลวชมว่าอร่อยน่าจะทำขายที่โรงแรมเรา ธรณ์บอกไม่เอาเครียดไป สู้ทำเล่นๆแบบนี้สนุกกว่า

พอดีหม่อมหลวงชื่นมาบอกว่าแพทโทร.มาว่าพรุ่งนี้มีประชุมให้เขาไปกับแม่แทนพี่เขา ธรณ์บอกว่าตนทำแทนพี่ชายผู้เก่งกล้าไม่ไหว โวยว่ามะรืนก็ต้องไปบริษัทหาคู่อีก ขอร้องว่าอย่าทรมานตนเลย ออดอ้อนขอไม่ไป

เปลวพูดว่าพี่น้องคู่นี้ไม่เหมือนกันเลย หม่อมหลวงชื่นจึงเล่าความหลังให้ฟังว่า...

ตอนเด็กธรณ์ชอบอ่านการ์ตูนแต่ทิมชอบเรื่องเครื่องจักรกล พ่อจึงสนิทกับทิมมากกว่า ธรณ์มองพ่อที่ชื่นชมหุ่นยนต์ที่ทิมประกอบและไม่สนใจตนอย่างน้อยใจ จนโตเป็นวัยรุ่นธรณ์เอาดอกกุหลาบให้สาว สาวก็ไม่รับบอกว่าไม่ชอบเขา ธรณ์ถามว่าแล้วเธอชอบใคร สาวมองไปทางทิมเป็นนัยแล้วเดินหนี ธรณ์ทั้งอายและเซ็ง

ซ้ำยังทะเลาะกันรุนแรง เมื่อธรณ์จบ ม.6 ด้วยคะแนนสูงสุดในรุ่นแล้วขอให้ครูขึ้นรูปตนในหอเกียรติยศ แต่ครูไม่ให้เพราะคะแนนยังแพ้ทิม ซ้ำถูกทิมปรามาสให้ยอมรับความพ่ายแพ้ของตัวเอง ยังไงเป็นน้องก็สู้พี่ไม่ได้หรอก ธรณ์จึงเสนอพ่อด้วยอารมณ์ชั่ววูบให้แบ่งโรงแรมให้ตนครึ่งหนึ่ง ตนจะบริหารแข่งกับพี่ ก็ถูกทิมปรามาสว่าคนจับจดไม่มีจุดมุ่งหมายอย่างเขาอย่าเพิ่งทำโรงแรมเลยเพราะเป็นงานหนักซ้ำซาก คนรักสนุกอย่างเขาไม่มีทางทำได้

ธรณ์ฮึดขึ้นมาตัดสินใจไม่เรียนการโรงแรม เปลี่ยนมาเรียนศิลปะ ทิมถามว่าเรียนทำไมใช้ทำงานที่โรงแรมเราไม่ได้

“เพราะมันเป็นวิชาที่พี่เรียนได้ห่วยแตกไงล่ะ วิชาศิลปะจะทำให้ผมเป็นที่หนึ่งโดยไม่มีเงาของพี่อยู่เลย”

พูดถึงอดีตแล้วธรณ์บอกแม่ว่าตอนนั้นเลือดร้อนแต่ตอนนี้อยากขอบคุณทิมที่ทำให้ตนค้นพบตัวเอง วิชาศิลปะทุกอย่างสำหรับตนมันน่าสนุกจริงๆ

“งานโรงแรมนี่ต่างหากที่อยู่ในสายเลือดของลูก ไม่รู้ล่ะ พรุ่งนี้ไปประชุมกับแม่”

ธรณ์ถูกแม่ตัดบทยื่นคำขาด ธรณ์ก็ถอนใจเซ็ง

ooooooo

ฝ่ายทิมหัวเสียที่ถูกหรรษาตามตื๊อไม่พอ ซ้ำเรือยังมาเสียอีก เมื่อแก้ปัญหาไม่ได้ก็จะโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากฝั่งก็ไม่มีสัญญาณอีก หรรษากระตือ-รือร้นช่วยหาสัญญาณโทรศัพท์ ต่างชูโทรศัพท์หาสัญญาณชนกันจนโทรศัพท์ตกน้ำอีก

หรรษาตกใจกลัวทิมโกรธรีบบอกว่า “หนูษาเองค่ะ หนูษาลงไปงมหาเอง” แล้วกระโดดลงน้ำไปเลย อึดใจเดียวก็ตะเกียกตะกายขึ้นมาร้องขอความช่วยเหลือเพราะนึกได้ว่าตัวเองว่ายน้ำไม่เป็นและลืมใส่ชูชีพด้วย ทิมสบถอย่างเซ็งสุดขีด

“โฮ้ย...นังวินาศสันตะโร!”

หรรษาถูกทิมด่าและประกาศว่ากลับไป คนแรกที่ตนจะจัดการคือเธอและคิวปิดฮัท

หรรษาถูกด่าจนรู้สึกตัวเองเกิดมาไร้ค่าจริงๆ บอกว่ากลับไปจะลาออกจากงานกลับไปเป็นแม่ค้าที่ร้านโชห่วย
ขณะที่ในทะเลทิมกับหรรษากำลังตึงเครียดกัน บนฝั่งหลังจากแมนโทร.คุยกับหรรษาแล้วสัญญาณขาดหายไปก็เป็นห่วงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับหรรษา โทร.ถามโส่ยก็ไม่รู้เรื่อง การะเกดโทร.ถามแมนว่ารู้เรื่องหรรษาไหม ก็ยิ่งตึงเครียด

ความสับสนวุ่นวายเพิ่มขึ้น เมื่อโส่ยถูกเจ้าหนี้มาทวงหนี้พอดี โส่ยรับหน้าเจ้าหนี้ทั้งที่ถือโทรศัพท์คุยกับแมนอยู่ เจ้าหนี้ถามโส่ยว่าจำตนได้ไหม โส่ยบอกว่าจำได้เพื่อนสนิท แมนคิดว่าโส่ยบอกว่าหรรษาไปกับเพื่อนสนิทก็เบาใจ แมนถือโทรศัพท์สองเครื่องคุยกับโส่ยและการะเกด เสียงของสองฝ่ายดังเข้าสาย เลยพูดกันไม่รู้เรื่อง โส่ยโต้ตอบกับเจ้าหนี้ก็กลายเป็นเหมือนพูดกับแมนและการะเกด เมื่อแมนฟังโส่ยพูดกับเจ้าหนี้ก็คิดว่าพูดกับตน แต่พูดอะไรไม่รู้เรื่องบ่นปวดหัวแล้ววางสาย

“จริง ปวดหัวมากเลย ลาล่ะ” แมนกับการะเกดวางสายพร้อมกัน เจ้าหนี้ที่ฟังอยู่ได้ยินก็โวยเอาเรื่อง
“ใครจะลาก็ลาไป แต่อั๊วไม่ลา ไหนล่ะเงิน มีเท่าไหร่เอามาเดี๋ยวนี้”

โส่ยยิ้มแห้งๆจ๋อยสนิท เมื่อเจอตัวจริงของจริงยืนจ้องอำมหิตอยู่ตรงหน้า!

ooooooo

หรรษากับทิมติดอยู่กลางทะเลจนสี่ทุ่ม ทิมบ่นไม่มีมือถือดูหุ้นไม่ได้ ดอกเบี้ยธนาคารสหรัฐฯขึ้นหรือลงก็ไม่รู้ พรุ่งนี้มีประชุมนัดสำคัญ บ่นงึมงำหงุดหงิดถอนใจเฮือกๆ

ตรงกันข้าม หรรษาชื่นชมกับสายลมและท้องทะเลสวยเย็นสบาย รำพึงเคลิ้มว่าได้อยู่บนเรือยอชต์ชาตินี้ไม่มีปัญญามาเที่ยวเองแน่ แล้วก็ร้องเกือบพร้อมกันแต่อารมณ์คนละขั้ว ทิมร้อง “โอ๊ยเครียด!” หรรษาร้องร่าเริง “ยะฮู้...ฮัดเช้ยยยย!”

ตกกลางคืน หรรษาเอาถ้วยพลาสติกมาเคาะโต๊ะเคาะมือเป็นเพลงสนุกๆ ทิมเดินตามเสียงเพลงมาเห็นความร่าเริงน่ารักของหรรษา แววตาที่มีแต่เครียดก็อ่อนโยนลงอย่างประทับใจภาพนั้น หรรษาหันมาเห็นเขาชี้ไปที่กองเสื้อแล้วเดินจากไป

หรรษาตื่นเต้นถามว่าเอามาให้ตนใส่หรือ รีบขอบคุณ ทิมหันมองหน้านิ่ง เขาส่ายหน้าระอาความโก๊ะของเธอ หรรษาถามว่าตนรบกวนเขาใช่ไหม เขาถามว่า ไม่มีของเล่นสินะ

“ค่ะ ไม่มี” แล้วเล่าหน้าตาสดใสแช่มชื่นว่า “แม่ตาย มีพ่อคนเดียว เปิดขายโชห่วย กำลังจะโดนฟ้องล้มละลายค่ะ” หรรษาเล่าชีวิตที่อัตคัดของตนจนทิมพึมพำว่ารู้จักอายไหมนี่ เรื่องแบบนี้ ใครเขาเล่าให้คนอื่นฟังบ้าง แต่หรรษาก็ยังเล่าจนทิมงึมงำว่าจะสดใสไปถึงไหนวะ?

หรรษายังร่าเริงสดใส ทิมบ่นว่าโดนด่ายังไม่สำนึกอีก ระอาหนักเข้าก็ลุกไป ชี้ให้เธอเอาเสื้อผ้าของตนเปลี่ยนเสีย บ่น

“ฉันรู้สึกสกปรกแทน...อีกอย่าง เสื้อเก่าแล้วเอาไปเหอะ”

วันต่อมา หรรษาในชุดรุ่มร่ามของทิม เอากระเป๋าพยาบาลออกมาทายาให้ตัวเอง หัวใจกระดาษที่ต่อกันสนิทที่อยู่ในกระเป๋าหลุดออกมา ทิมสะดุดตาจำได้พึมพำ

“เอ๊ะ..นี่มัน มาจากในงานของคิวปิดฮัทนี่?”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"คิมเบอร์ลี่" เก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ออกแรงปะทะ "น้ำหนึ่ง" ใน "สองเสน่หา"

"คิมเบอร์ลี่" เก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ออกแรงปะทะ "น้ำหนึ่ง" ใน "สองเสน่หา"
6 พ.ค. 2564

06:31 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 6 พฤษภาคม 2564 เวลา 19:53 น.