ข่าว

วิดีโอ



กามเทพซ้อนกล

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า-คอมเมดี้

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ขิม ปิยรส / ชญานิน / กุศลิน เมฆวิภาต

กำกับการแสดงโดย: อรรถพร ธีมากร

ผลิตโดย: บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: ภาคิน คำวิลัยศักดิ์,ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์

มิ้มตื่นเต้นดีใจจนทนไม่ได้กลับถึงบ้านก็ไปหาป้าอรที่บ้านทันที ป้าอรแปลกใจถามว่ามีอะไรหรือเปล่า มิ้มตื่นเต้นจนไม่อาจอ้อมค้อมได้ถามตรงๆว่า

“ป้าอรเป็นแม่ของคุณศรันย์ใช่ไหมคะ” ป้าอรตกใจถามว่ามิ้มเอาอะไรมาพูด “ต้องใช่สิ ก็คุณศรันย์ส่งรูปแม่ของเขามาให้มิ้มดู แล้วมันก็คือรูปของป้าอร นี่ไงคะ” มิ้มเปิดรูปในมือถือให้ป้าอรดู ป้าอรถึงกับผงะ

มิ้มถามว่าทำไมป้าอรต้องหนีศรันย์มาด้วย รู้ไหมว่าเขาตามหาตลอดเวลา ป้าอรพยายามเลี่ยงที่จะตอบอ้างว่าง่วงนอน มิ้มรู้ทันขู่ว่าถ้าป้าไม่ยอมรับตนจะโทร.เรียกศรันย์มาเดี๋ยวนี้ ป้าอรจึงจำต้องเล่าความจำเป็นให้มิ้มฟังว่า

“ไม่ได้นะ ถ้าศรันย์มาเจอป้าตอนนี้ เขาจะมีอันเป็นไป เขาจะต้องตาย!!!”

ป้าอรร้องไห้ มิ้มตกใจ ปลอบใจแล้วถามว่าเกิดอะไรขึ้นเล่าให้ตนฟังได้ไหม ป้าอรจึงเล่าให้ฟังอย่างละเอียดแล้วขอให้มิ้มสัญญาว่าจะไม่บอกศรันย์เรื่องนี้ มิ้มสัญญาว่าจะไม่ทำให้การรอคอยของป้าอรสูญเปล่า ให้กำลังใจว่าสู้ๆ อีกไม่นานแล้ว

“ขอบใจจ้ะมิ้ม ขอบใจ ป้าก็หวังเหลือเกินว่าทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี”

ฝ่ายต้น-ธนกฤต เมื่อได้โทรศัพท์ของศรันย์ไปแล้วก็หาวิธีการแฮ็กไลน์ โดยเอาโทรศัพท์ของศรันย์เปลี่ยนข้อมูลในไลน์ใส่อีเมลตัวเองจนสามารถเอาไลน์ของศรันย์มาใช้บนโทรศัพท์เครื่องใหม่ที่เตรียมไว้ได้ ต้นยิ้มอย่างสะใจส่งไลน์ให้ระริน ถามว่า “ทำอะไรอยู่ครับคุณริน”

ระรินเห็นเป็นไลน์จากศรันย์ จึงตอบไลน์ไปว่า

“ชิ...จะมาง้อเหรอ อยากได้ที่ดินกลับไปให้นังมิ้มล่ะสิ รินรู้ทันหรอก...อย่ามาทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้นนะคะ บอกให้รู้เลยว่ารินยังโกรธอยู่” แล้วตามด้วยสติกเกอร์งอนหนึ่งตัว

ต้นยิ้มร้ายเมื่อรู้ความสัมพันธ์และอารมณ์ของระรินที่มีกับศรันย์

วันนี้ มิ้มมีนัดกับศรันย์ที่บ้านแต่เช้า ป้าอรทำโจ๊กอยู่ จึงฝากโจ๊กเครื่องในไก่ที่ศรุธชอบไปให้ศรันย์กับศรุธ มิ้มบอกว่าป้าอรน่าจะไปเยี่ยมด้วยตัวเอง ป้าอรกลัวคนจำได้ มิ้มถามป้าอรว่าเราดูดวงแทนคนอื่นได้ไหมตนจะให้ดูให้ศรันย์ ป้าอรบอกว่าได้ให้มิ้มตั้งจิตอธิษฐานขอถามแทนเขาแล้วเลือกไพ่แทนเขาหนึ่งใบ

มิ้มเลือกได้ไพ่ 9 ดาบ ถามป้าอรว่าแปลว่าอะไร

“ไพ่ 9 ดาบเป็นไพ่เลขจำนวนเต็มหลักเดี่ยวที่สูงสุด แต่หมายเลขนี้แฝงความไม่สมบูรณ์อยู่ เพราะยังขาดอีกหนึ่งเลขจึงเต็มสิบ จะเกิดสถานการณ์ที่เครียดและวิตกกังวล”

มิ้มฟังแล้วคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดกับศรันย์ล่าสุด รวมทั้งเหตุการณ์อื่นๆ พึมพำว่า มิน่าถึงมีแต่เรื่องไม่ดี ป้าอรถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับศรันย์หรือ มิ้มไม่อยากให้ป้าอรไม่สบายใจ กลบเกลื่อนว่า ไม่มีอะไร

ooooooo

มิ้มเอาโจ๊กเครื่องในไก่มาฝากศรุธกับศรันย์ เขาบอกว่าของโปรดเลยรู้ใจจริงๆ ส่งให้ป้าแววเอาไปอุ่นเดี๋ยวให้พ่อกินเช้านี้เลย มิ้มถามอาการของคุณพ่อ เขาบอกว่าดีขึ้น และตนก็ลางาน 3–4 วันเพื่อดูแลพ่อ

ศรันย์บอกว่าทีแรกว่าจะชวนมิ้มไปซื้อโทรศัพท์แต่คงไปไม่ได้แล้วเพราะพยาบาลพิเศษโทร.มาลา วันนี้เลยไม่มีใครดูแลพ่อ มิ้มได้โอกาสบอกว่าป้าที่อยู่ข้างบ้าน ตนเป็นพยาบาลเก่าตอนนี้ไม่ได้ทำงานแล้วเรียกให้มาดูแลก็ได้เขาจะได้ออกไปซื้อโทรศัพท์กับตน

ศรันย์ลังเล มิ้มอวดว่าป้านวดเก่งมากนวดให้คนป่วยอัมพาตหายมานักต่อนักแล้ว ศรันย์จึงให้ลองเรียกมาดู มิ้มดีใจรีบออกไปโทร.บอกป้าอรว่าเดี๋ยวตนกับศรันย์ จะออกไปข้างนอกป้าเข้ามาเยี่ยมคุณศรุธได้เลย ป้าอรกลัวคนในบ้านเห็นแล้วจำได้

มิ้มบอกว่าป้าปลอมตัวเก่งออก ก่อนกลับตนจะไลน์บอกป้าจะได้ออกไปทัน ป้าอรดีใจมากวางสายแล้วรีบไปแต่งตัว

โทร.บอกป้าอรแล้วมิ้มรีบมาชวนศรันย์ออกไป เจอป้าแววถือถาดอาหารลงมาคุยอย่างดีอกดีใจว่า

“ท่านทานโจ๊กที่คุณศรันย์ให้มาหมดเกลี้ยงเลยนะคะ สงสัยจะอร่อยถูกปาก จะว่าไปโจ๊กเครื่องในแบบนี้หาที่อร่อยและไม่เหม็นคาวนี่ยากนะคะ เห็นแล้วก็อดนึกถึงคุณผู้หญิงไม่ได้”

มิ้มสะดุดกึกกลัวป้าแววจำป้าอรได้ เลยวางแผนว่าตนจะสอนทำโจ๊กให้ วันนี้ให้ป้าแววออกไปซื้อเครื่องในไก่ด้วยกันเพราะตนกับศรันย์จะออกไปห้างพอดี เดี๋ยวจะจดรายการของที่ต้องซื้อให้ ศรันย์หลงกลเรียกป้าแววออกไปด้วยกัน

พอศรันย์กับป้าแววเดินออกไป มิ้มก็ไลน์ถึงป้าอรขอสูตรทำโจ๊กเครื่องในไก่พร้อมเครื่องปรุงด่วน

พอไปถึงซุปเปอร์มาร์เกตในห้าง มิ้มเอาสูตรทำโจ๊กให้ป้าแววไปซื้อ ศรันย์บอกว่าซื้อแล้วให้รออยู่แถวนี้เสร็จแล้วตนจะมาหา ศรันย์กับมิ้มจึงเดินไปซื้อโทรศัพท์กัน

ooooooo

ป้าอรแปลงโฉมเข้าไปในบ้านศรันย์ สาวใช้มาใหม่ไม่รู้จักเชิญเข้าไปในห้องพักของศรุธ

อรดีโผเข้าหาศรุธเอามือมากุมไว้น้ำตาไหลถามว่า...

“คุณศรุธเป็นยังไงบ้างคะ ฉันขอโทษที่ต้องหนีไปมันจำเป็นเพื่อรักษาชีวิตลูกของเราไว้ แต่อีกไม่นานนะคะ อีกไม่นานแล้วที่ฉันจะกลับมาหาคุณได้” ศรุธน้ำตาไหลพยายามจะพูด “คุณไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น เดี๋ยววันนี้ฉันจะอยู่ดูแลคุณเอง...หิวไหมคะ ฉันคั้นน้ำส้มให้คุณด้วย เดี๋ยวฉันรินให้”

อรดีอยู่ดูแลศรุธ ทั้งสองต่างมีความสุขที่ได้อยู่กับคนที่รัก...

มิ้มไปซื้อโทรศัพท์กับศรันย์ เธอเลือกเบอร์ใหม่ให้เขา บอกว่าเบอร์นี้ดี ดีทั้งการเงิน การงาน และสุขภาพ ศรันย์หยอกว่าเปลี่ยนเบอร์แล้วจะมีแฟนใช่ไหม มิ้ม

บอกว่าเขามีอยู่แล้ว ศรันย์ถามหน้าขรึมจริงจังว่า

“มิลิน...คุณก็รู้อยู่แล้วว่าผมกับคุณรินไม่ได้เป็นอะไรกัน ที่ผมทำไปก็เพราะอยากช่วยเอาที่ดินคืนมาให้คุณ” มิ้มบอกว่ารู้แล้วและขอบคุณจริงๆ “ผมไม่ได้อยากได้คำขอบคุณ ผมอยากได้อย่างอื่น...ผมขอคุณเป็นแฟนได้ไหม...คุณยังไม่ต้องตอบผมตอนนี้ก็ได้ อีกสองวันจะเป็นวันเกิดผม ผมจะขอเป็นของขวัญวันเกิดอายุครบ 28 ปีของผม...นะ”

“เออ...ฉันหิวแล้ว เราไปหาอะไรกินกันเถอะ” มิ้มเขินจัดเปลี่ยนเรื่องแล้วเดินดุ่มๆไปเลย

ศรันย์มองตามยิ้มเอ็นดูอาการเขินของมิ้ม

เมื่อซื้อโทรศัพท์และได้เบอร์แล้วศรันย์บอกมิ้ม อย่าให้เบอร์นี้ใคร และให้มิ้มทำไลน์ใหม่ให้ด้วย

ครู่เดียวก็มีเสียงโทร.เข้าเครื่องมิ้ม เป็นสายจากหมวดปรัชวินทร์หมวดถามหาศรันย์มิ้มจึงส่งโทรศัพท์ให้เขา

“ครับหมวด...พอดีโทรศัพท์ผมหายน่ะครับ...ได้ครับได้...เดี๋ยวเจอกันที่บ้านผมนะครับ” วางสายแล้วบอกมิ้มว่า “หมวดปรัชวินทร์กำลังจะไปหาที่บ้าน เรารีบกลับกันเถอะ”

มิ้มตกใจเพราะป้าอรอยู่ที่บ้าน พยายามหาจังหวะไลน์บอกว่า “คุณศรันย์กำลังจะกลับมา” แต่ป้าอรไม่ได้ดู!

ooooooo

ต้นยังใช้ไลน์ในนามศรันย์คุยกับระริน หลอกถามเธอว่าเจอต้นบ้างไหม ต้นเป็นยังไงบ้าง

ระรินว่าต้นอย่างสาดเสียเทเสียว่าตามจีบตนทั้งเช้าทั้งเย็น ทั้งที่บอกแล้วว่าตนคบเขาเหมือนเพื่อน การจีบแต่ละอย่างก็เชยจนตนรับไม่ได้ ซ้ำยังแอบนินทาต้นว่า

“รินรู้ว่าเขาอิจฉาคุณศรันย์ แล้วที่เห็นว่ารินไปไหนต่อไหนด้วยเนี่ย เพราะเกรงใจนะคะเห็นว่าเป็นเพื่อนคุณศรันย์”

ต้นทนฟังระรินนินทาไม่ไหวเลยปิดเครื่องกำมือแน่น จิกตาแค้น

มิ้มร้อนใจที่ป้าอรยังไม่ได้อ่านไลน์ ระหว่างนั่งรถกลับก็แอบลุ้นจนรถมาถึงหน้าบ้านมิ้มจึงโทรศัพท์เข้าไปกะให้ป้าอรได้ยิน

ได้ผล! ป้าอรไปดูโทรศัพท์เห็นมิสคอลของมิ้มหลายครั้งบอกว่าศรันย์กำลังกลับก็ตกใจ แต่ทำอะไรไม่ทันแล้วเพราะรถของศรันย์มาจ่อที่ประตูแล้ว พร้อมๆกับรถของหมวดก็มาถึงพอดี มิ้มดีใจที่มีหมวดมาช่วย รีบวิ่งไปหาป้าอรแต่ไม่เห็นป้าอรแล้วเพราะป้าเข้าไปหลบอยู่ในห้องน้ำ มิ้มบอกให้ป้ารีบออกไปเพราะศรันย์กำลังมีแขก

ศรันย์กับหมวดเข้าไปนั่งคุยกันที่ห้องรับแขก หมวดเอาแฟ้มให้ศรันย์ดูเล่าว่า

“ในแฟ้มเป็นข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคุณนุดี เด็กผู้ชายที่อยู่กับคุณนุดีในตอนนั้นชื่อประกิต ไม่ทราบว่าคุณศรันย์รู้จักหรือเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนไหม”

ศรันย์บอกว่าไม่ทราบเลยจริงๆ หมวดบอกว่าตนมาเพื่อสอบถามคุณศรุธด้วย ศรันย์บอกว่าตอนนี้พ่อกำลังป่วยคงให้การอะไรมากไม่ได้ หมวดพยักหน้า เล่าต่ออีกว่า

“ตอนนี้ทางเรากำลังเร่งหารูปของนายประกิตให้เร็วที่สุดเพื่อที่จะนำมาให้คุณศรุธดูว่าคุ้นหน้าไหม ผมว่านายประกิตน่าจะเป็นกุญแจดอกสำคัญของเรื่องนี้”

ขณะศรันย์คุยกับหมวดอยู่นั้น เหลือบเห็นหลังมิ้มไวๆ จึงเรียกให้มาทักทายหมวด มิ้มรีบบอกป้าอรให้ออกทางด้านหลังพยายามเอาตัวบังป้าอรไว้ พอป้าอร ออกไปแล้วจึงมาหาศรันย์ เขาถามว่าเธอไปทำอะไรแถวนั้น มิ้มบอกว่าไปหาห้องน้ำ แต่ตอนนี้เรียบร้อยแล้ว

ศรันย์ติดกล้องวงจรปิดที่ห้องนอนพ่อแต่กล้องเสีย เขาจึงซื้อมาติดใหม่ มิ้มชมว่าเขารอบคอบดี ติดกล้องวงจรปิดไว้ดูแลคุณพ่อในห้องด้วย

ooooooo

ต้นยังคงปลอมเป็นศรันย์ไลน์คุยกับระรินจนเธอชมว่าหมู่นี้ไลน์คุยกับตนบ่อย เมื่อก่อนไม่เห็นใช้ ต้นแก้ตัวว่าเจ็บคอเสียงไม่มีพูดไม่ได้ ระรินนัดพรุ่งนี้กลางวันทานข้าวกัน ต้นหาทางเลี่ยงไลน์ตอบว่า

“ไม่สะดวกครับ ขอเป็นวันอื่นนะครับ ต้องกลับไปดูพ่อที่บ้าน” แล้วส่งรูปดอกไม้มาให้

“ไม่ให้ไปก็จะไปก็จะไป ไม่งั้นจะเรียกเซอร์ไพรส์ เหรอคะคุณศรันย์” ระรินพึมพำมองตัวเองในกระจกอย่างพอใจ

รุ่งขึ้น ขณะระรินขับรถออกจากบ้าน เธอได้รับข้อความจากต้นที่ปลอมเป็นศรันย์ไลน์มาถาม “ตื่นหรือยังครับ วันนี้จะออกไปไหนหรือเปล่า” ระรินกดปุ่มพูดแทนการพิมพ์ว่า ไม่บอก เดี๋ยวคุณศรันย์ก็รู้เอง ต้นฟังแล้วรู้ทันทีว่าเธอกำลังไปหาศรันย์ที่คลินิก เขารีบโทร.หาศรันย์ นัดให้มาพบกันเดี๋ยวนี้เลยเพราะมีเรื่องด่วน ศรันย์เห็นเพื่อนเรียกด่วนจึงออกไปทันที บอกมดแดงว่ามีธุระด่วน ถ้ามีอะไรโทร.หาได้แล้วรีบออกไปเลย

พอศรันย์คล้อยหลังไปเท่านั้น ระรินก็มาถึง มดแดงบอกว่าศรันย์เพิ่งออกไปเมื่อกี๊นี้เอง แต่พอระรินหันกลับก็ชนกับมิ้มที่เอาขนมมาส่งมดแดงพอดี เธอแหวใส่ว่าแกล้งตนหรือ มิ้มขอโทษถามว่าเจ็บตรงไหนไหมก็ถูกตะเพิดอย่ามายุ่ง พอดีมีเสียงไลน์เข้าเห็นเป็นชื่อศรันย์ก็ดี๊ด๊าขึ้นมาทันที

“อุ๊ย...คุณศรันย์ไลน์มาบอกว่าเย็นนี้เจอกัน เสียใจด้วยนะมิ้ม ยังไงคุณศรันย์ก็ต้องเป็นของฉันที่สวยกว่า รวยกว่าและพร้อมกว่า จนๆ ทำขนมส่งตามร้านงกๆ อย่างเธอไม่ได้แอ้มหรอก...บัยย์...”

มิ้มเรียกระรินจะถามอะไรแต่ไม่ทันแล้ว เลยนึกเอาเองว่าหรือศรันย์ให้ไลน์ระรินไปแล้ว

เมื่อออกไปเจอกัน ต้นบอกศรันย์ว่าพอดีมีโสมชั้นดีมากล่องหนึ่งอยากให้พ่อเขา ถามว่าพ่อเป็นยังไงบ้าง ศรันย์บอกว่าดีขึ้นแล้ว ต้นอยากไปเยี่ยม ศรันย์ถามว่าไปวันนี้เลยไหมจะได้เอายาไปให้พ่อเองเลย พ่อคงจะดีใจพาต้นไปเยี่ยมพ่อในห้องแล้วศรันย์ออกไปเอาน้ำมาให้ ทันทีที่ศรันย์ออกไปต้นก็เดินเข้าไปจ้องหน้าศรุธพูดอาฆาต

“ไงไอ้แก่ หนังเหนียวดีนะมึง จริงๆก็ไม่อยากจะกลับมาดูร่างง่อยๆของมึงหรอกแต่ลูกมึงมาแย่งระรินผู้หญิงของกู เหมือนที่มึงเคยแย่งนุดีเมียกู มึงจำได้ไหม เป็นง่อยแค่นี้ไม่พอหรอก กูจะทำให้มึงกลายเป็นผัก นอนเฉยๆ ค่อยๆตายอย่างช้าๆ และทรมาน มึงจะได้รู้ว่าความเจ็บปวดเป็นยังไง”

ต้นบีบคอศรุธจนหายใจไม่ออกโดยไม่รู้ว่ากล้องวงจรปิดจับภาพอยู่ พอดีศรันย์เอาน้ำเข้ามา ต้นจึงปล่อยมือทำเป็นช่วยห่มผ้าให้แทน ชมกับศรันย์ว่าพ่อเขาแข็งแรงขึ้นดูไม่เหมือนคนป่วยเลย ได้โสมชุดนี้รับรองลุกขึ้นมาเดินปร๋อเลย

เมื่อมิ้มคุยกับศรันย์ที่ร้านกาแฟเย็นนี้ มิ้มถามว่าเขาแน่ใจนะว่าไม่ได้ให้ไลน์ระรินไป แต่ทำไมวันนี้ระรินบอกว่าเขาไลน์มานัดพบกันเย็นนี้ ศรันย์บอกว่าก็เย็นนี้นัดกับเธออยู่นี่ไง มิ้มสงสัยว่าแล้วระรินนัดกับใคร นึกเป็นห่วงขึ้นมา

เวลาเดียวกัน ระรินให้คนขับรถไปส่งที่โรงแรมกึ่งบังกะโลที่ต้นนัดไว้แล้วให้คนขับรถเอารถกลับไปเลย ทันใดเธอก็ได้รับไลน์ว่า “เชิญเข้ามาได้เลยครับ ประตูไม่ได้ล็อก” ระรินรำพึงขำๆ ว่าวันนี้ศรันย์มาแปลกแต่พอเปิดประตูเข้าไป กลายเป็นต้นเดินเข้าหา! ระรินตกใจถอยกรูดถามว่าเล่นบ้าอะไร ไล่ให้ถอยไป ตนจะกลับพลางเอาโทรศัพท์จะโทร. ถูกต้นแย่งไปและขว้างทิ้งจนแตกกระจาย ระรินพยายามวิ่งไปจนถึงประตูแต่พอจะเปิดออกก็ถูกต้นคว้าตัวไว้และโป๊ะยาสลบที่หน้า อึดใจเดียวระรินก็หมดสติไป

มิ้มเป็นห่วงไม่รู้ว่าระรินนัดกับใคร พยายามโทร.หาแต่ก็ไม่มีคนรับสาย มิ้มบอกให้ศรันย์โทร.หาต้น เผื่อเขาจะอยู่ด้วยกัน

ooooooo

ที่บ้านป้าอร วันนี้ป้าดูดวงแต่เช้า พนมมือหลับตาพึมพำ “ช่วยบอกดวงชะตาของนายศรันย์ พิมพ์สอน ด้วยเถิดเจ้าค่ะ” แล้วเลือกไพ่หงายขึ้น ป้าอรช็อกเมื่อเห็นเป็นไพ่หอคอย The Tower

ทันใดนั้นมิ้มผลักประตูเข้ามาบอกป้าอรให้ดูดวงให้หน่อย เห็นสีหน้าป้าอรไม่ดีถามว่ามีเรื่องอะไรหรือเปล่า ป้าอรบอกว่าไม่มีและดูดวงให้มิ้ม แต่พอมิ้มเปิดก็ได้ไพ่หอคอยอีก ป้าอรหน้าเสีย มิ้มถามว่าเป็นยังไง

“ตะกี๊ป้าเปิดไพ่ดูให้ศรันย์เขาก็ได้ไพ่หอคอยเหมือนหนูมิ้ม” มิ้มถามว่าแย่มากไหม? ป้าอรจึงอธิบายให้ฟังว่า “ถ้าไพ่หอคอยออกมาก็หมายถึงมีคำเตือนส่งมาบอกเราว่า จะมีอันตรายเกิดขึ้นฉับพลัน อาจจะเป็นอุบัติเหตุ อุบัติภัยต่างๆ จนทำให้มีการสูญเสียเกิดขึ้นกะทันหัน แต่ไม่ต้องห่วงนะหนูมิ้ม ป้าจะช่วยหาทางแก้เอง ป้ารู้จักอาจารย์ท่านหนึ่ง สะเดาะเคราะห์แก้กรรมได้หมด เดี๋ยวป้าโทร.ไปเลย”

“ไม่เป็นไรค่ะป้า มิ้มยังโอเค ตอนนี้มิ้มห่วงคนอื่นมากกว่า” ป้าอรถามทันทีว่าใคร “ยัยรินน่ะค่ะ”

ป้าอรได้ยินแล้วอึ้ง...

ooooooo

มิ้มคุยกับออยเรื่องระรินหายตัวไปแปลกๆ เล่าเรื่องที่ระรินบอกว่าศรันย์นัดพบเย็นนั้นทั้งๆที่ตนอยู่กับศรันย์ บอกออยว่าสงสัยระรินจะคุยกับศรันย์ตัวปลอม ออยอาสาจะสืบให้ แต่ตอนนี้มีเรื่องใหญ่กว่า

มิ้มสงสัยว่าเรื่องอะไร ออยบอกว่า วันนี้เจ๊ลีมา!! มิ้มถามว่าแล้วบอสทำไงล่ะ!!

ภีมเข้าไปหาเจ๊ลีที่ห้องทำงานท่าทางเจื่อนๆ วราลีท่าทีเย็นชา ภีมถามว่าหมู่นี้มีอะไรหรือเปล่าโทร.ไปก็ไม่รับสาย ภีมเลียบๆเคียงๆ เหมือนจะพูดอะไรแต่ก็พูดไม่ออก วราลีรู้ทันนึกในใจว่า

“สำหรับคุณหนูภีม คำว่าขอโทษมันพูดยากเนอะ” ก็พอดีภีมนัดกินข้าวกลางวันด้วยกันให้เธอเลือกร้านอาหารเอง วราลีนึกในใจทันทีว่าทุกครั้งก็พูดอย่างนี้ สั่งอาหารก็เหมือนกันให้เธอสั่งแต่ก็เปลี่ยนตามใจตัวเองทุกครั้ง เยาะในใจว่าจะทำดีได้สักกี่น้ำ แม้กระทั่งจะขึ้นรถก็เปิดประตูรถให้ วราลีถามอย่างรู้จักเขาดีว่า เขาไหวไหม รู้ตัวไหมว่าทำอะไรอยู่

“ทำไมพูดแบบนี้ล่ะ”

“ฉันจะบอกให้นะ ธาตุแท้ของคุณภีม ดำรงราษฎร์ คือคุณหนูของแท้ คุณเกิดมาก็มีคนดูแล โลกใบนี้มีคุณเป็นศูนย์กลาง คุณไม่เคยต้องเอาใจ ไม่เคยดูแลใคร คุณเลยทำตัวไม่ถูกและก็อาย”

ภีมไม่ยอมรับ ถามว่าใครอาย...

“ฉันเป็นเลขาให้คุณมาสี่ปี คุณโทร.หาฉันตั้งแต่ตื่น ยันตีสองตีสาม คุณเอาแต่ใจขนาดไหนทำไมฉันจะไม่รู้”

ภีมถามว่ากะอีแค่คำว่าขอโทษจะอะไรนักหนาอยากได้ยินก็บอกให้ได้ แล้วรัวคำว่าขอโทษๆๆ ถามว่าพอใจหรือยัง วราลีบอกว่าการทำงานกับเขาเงินเดือนเขาให้เยอะแต่ก็ใช้งานโคตรคุ้ม แล้วขอลาออกเลย!

ภีมตกใจ เสียใจมาก วราลีเองก็กลืนน้ำลายฝืดคอ ทั้งสองมองหน้ากันอย่างหยั่งใจอีกฝ่าย...

พอมิ้มกับออยรู้ว่าเจ๊ลีจะลาออกก็ตกใจขอร้องอย่าทิ้งพวกตนไปเลย วราลีบอกว่าตนก็ไม่อยากลาออกแต่คงทำงานกับบอสต่อไปไม่ไหว ขณะนั้นเอง เบนก็โวยวายเข้ามาว่าบอสเรียกประชุมด่วนจี๋!

ปรากฏว่าพนักงานเหลือแค่สามคนคือเบน มิ้มและออย เพราะคนอื่นมาไม่ทัน เบนบอกว่าบ้างก็อยู่ต่างประเทศแต่จะบุ๊กไฟลท์กลับมาด่วนที่สุด

“ดี วราลีลาออกไปแล้ว งานคงหนักมากขึ้น เราต้องเตรียมแผนรับมือให้พร้อมที่สุด การที่วราลีไม่อยู่ จะต้องไม่กระทบกับบริษัทเด็ดขาด เข้าใจไหม?!”

ประชุมเสร็จ ออยกับมิ้มออกมาร้านสะดวกซื้อ ออยบอกว่าพรุ่งนี้งานหนักแน่เลย มิ้มเห็นด้วยคิดถึงป้าอรบอกว่าหมอดูดวงแม่นมากบอกว่าตนจะสูญเสียกะทันหันนี่เจ๊ก็ไปแล้ว ออยพูดแซวๆว่าป้าไม่แม่นจริง เพราะมิ้มไม่ได้เสียแต่กำลังจะได้ แล้วพยักพเยิดไปที่หน้าประตูร้าน เห็นศรันย์ยืนพิงมอเตอร์ไซค์เท่อยู่

“ฉันไปก่อนนะแก ไม่อยากขัดขวางคนจะลงจากคาน” ออยแซวแล้วเดินออกไปทักศรันย์ มิ้มสงสัยว่าศรันย์มาทำไม? พอออกไปถาม ศรันย์บอกว่าหมอดูบอกให้มา

ที่แท้ป้าอรโทร.ไปหาศรันย์ที่บ้านดัดเสียงบอกเขาตามที่อาจารย์แม่หมอแนะนำ บอกศรันย์ว่า

“สวัสดีจ้ะ ฉันเป็นหมอดูประจำตัวหนูมิ้ม ฉันมีเรื่องอยากจะขอร้องคุณสักหน่อย...”

ศรันย์เล่าให้มิ้มฟังว่า “หมอดูของคุณบอกให้ผมมาดูแลคุณ เพราะคุณมีเคราะห์หนัก เราสองคนจำเป็นต้องอยู่ด้วยกันจึงจะแคล้วคลาดปลอดภัย ถามจริงคนรอบตัวคุณมีแต่คนเชื่ออะไรแบบนี้หรือ”

มิ้มบอกว่าเขาไม่เชื่อก็ไม่ต้องมา ป้าอรคงโทร.ไปเพราะเป็นห่วงตน ศรันย์ถามว่าตนเคยเจอป้าอรไหม เขาเป็นใคร ทำไมถึงมาเป็นหมอดูประจำตัวเธอ

“ก็...ก็เป็นป้าข้างบ้านธรรมดาๆนี่แหละ ไม่ต้องไปสนใจหรอกคุณ ไร้สาระ” มิ้มพยายามตัดบท ศรันย์บอกว่าที่จริงตนก็ไม่ได้เชื่ออะไรป้าอรนี่หรอก มิ้มถามว่าไม่เชื่อแล้วมาทำไม เขาทำหน้ากรุ้มกริ่มบอกว่า

“ผมอยากเจอคุณ คิดถึงอ่ะ...” มิ้มเขินจนปิดไม่อยู่ ศรันย์ชวน “ไปกับผมนะ” แล้วยื่นหมวกกันน็อกให้มิ้มรับหมวกกันน็อกไปใส่มโนไปว่าคงได้เดตโรแมนติกแน่ๆ

ที่ไหนได้ศรันย์ชวนไปช่วยซื้อของเพราะแม่บ้านไม่ว่าง มิ้มห่อเหี่ยวเร่งให้รีบซื้อจะได้กลับ

ระหว่างเดินซื้อของกันนั้น มีหนุ่มซ่าคนหนึ่งเดินเข้ามาถามชื่อมิ้มและขอไลน์ ศรันย์เห็นดิ่งเข้ามาบอกว่า ไม่ได้นี่แฟนตน หนุ่มคนนั้นขอโทษเพราะเห็นมิ้มยืนอยู่คนเดียว มิ้มมองขวางๆ ถามเขาว่า “ใครเป็นแฟนคุณ”

“คุณไง” มิ้มสวนทันทีว่ายัง! “ก็ได้ ตอนนี้คุณยังไม่เป็นแฟนผม แต่อย่าลืมนะวันเกิดผม...ผมขออะไรคุณไว้...ผมรอคำตอบดีๆอยู่นะครับ” ว่าแล้วจับมือมิ้มชวนกลับบ้านกันเถอะ

มิ้มทั้งอึ้งทั้งเขินปลาบปลื้มกับความรักที่เริ่มผลิบาน...

ศรันย์มาส่งมิ้มที่บ้าน มิ้มขอบคุณแต่ไม่ต้องมาดูแลตนตามที่หมอดูบอกก็ได้ ศรันย์บอกว่าตนอยากดูแลเธอและอยากเจอหมอดูเธอด้วย มิ้มตกใจถามว่าเจอหมอดูตนทำไม!

“ก็ผมว่าเสียงป้าเขาคุ้นๆ เหมือนคนที่ผมรู้จัก เขาอยู่ข้างบ้านคุณใช่ไหม” พูดแล้วเดินไปกดกริ่งประตูเลย มิ้มปดว่าป้าเขาไม่อยู่หรอก พลันป้าอรก็ร้องมาแต่ไกลว่า มาแล้วจ้ะ ใครจ๊ะ...มิ้มเซ็งมากแก้สถานการณ์ด้วยการตะโกนสุดเสียงว่า

“มิ้มเองค่ะป้า คุณศรันย์หมอฟันปากซอยก็มาด้วยค่ะป้า ค่อยๆเดิน ไม่ต้องรีบออกมานะค้า”

ศรันย์มองหน้ามิ้มแปลกใจว่าทำไมต้องร้องบอกเสียงดังขนาดนั้น มิ้มยิ้มแห้งๆไม่พูดอะไร

ooooooo

ต้นพาระรินไปที่บ้านเชียงราย เฝ้าลูบไล้และมองใบหน้าระรินที่ยังสลบอยู่อย่างหลงใหล ระรินเริ่มรู้สึกตัว เขาทำเสียงล้อว่าอย่าเพิ่งตื่น ตนยังเตรียมของไม่เสร็จ แล้วทำให้เธอสลบไปอีกครั้ง

“อีกไม่นาน คุณจะได้อยู่กับผมที่นี่ตลอดไป” ต้นจูบหน้าผากระรินแล้วเดินออกไปจากห้อง ไปที่รูปปั้นนุดี แล้วเทปูนใส่ถังไว้ ผงปูนปลิวไปโดนรูปปั้น เขาเอาผ้าเช็ดหน้า บรรจงเช็ดผงปูนออก บอกรูปปั้นว่า

“พี่นุดีครับ วันนี้ผมพาเพื่อนมาอยู่กับพี่นุดีด้วยนะครับ เขา...คุณระริน พี่ต้องชอบเขาแน่ๆ คุณริน เขาเหมือนพี่ทุกอย่างเลยครับ”

ต้นลูบไล้รูปปั้น เหมือนมีเลือดเนื้ออย่างหลงใหล

ต่อมาระรินเริ่มรู้สึกตัว เธอขยับแขนขาไม่ได้มองไปจึงรู้ว่าถูกมัดตรึงไว้กับเตียง! เธอร้องกรี๊ด ทันใดนั้น ต้นเข้ามาพร้อมเทปกาวพูดอ่อนหวานว่าอย่าร้อง เจ็บคอเปล่าๆ ระรินตะโกนด่าและร้องขอความช่วยเหลือ ต้นเอามือปิดปากก็ถูกเธอกัดจนต้องปล่อย ปรามว่า

“อย่าบังคับให้ผมทำร้ายคุณ อยู่เงียบๆ เป็นเด็กดี เข้าใจไหมครับ ที่รัก” แล้วเอาเทปกาวปิดปากเธอ กระซิบข้างหูว่า “ยาสลบผมหมดแล้ว คืนนี้คุณต้องนอนเองนะครับ” จูบหน้าผาก ยิ้มร้าย แล้วเดินออกไป ระรินขยะแขยง แววตาระริกหวาดกลัว...น่าสงสาร

ooooooo

ป้าอรกำลังจะเปิดประตู พลันก็ชะงักช็อกเมื่อเห็นศรันย์ ป้าอรคิดไม่ทันว่าจะทำยังไงดี ขณะเดียวกันศรันย์ก็เดินลิ่วมาจะเข้าบ้าน มิ้มพยายามถ่วงเวลาบอกว่าป้ายังไม่ออกมาเลยจะขึ้นไปได้ยังไงพลางรั้งแขนไว้

“คุณแปลกๆนะวันนี้ มีอะไรปิดบังผมอยู่รึเปล่า??” ศรันย์มองหน้ามิ้มอย่างจับพิรุธ ทำเอามิ้มกลืนน้ำลายฝืดคอ ทันใดนั้นประตูเปิดออก ศรันย์หันมองทันทีแต่ไม่เห็นใครแล้ว ได้ยินแต่เสียงป้าอรบอกว่า

“เข้ามาได้เลยจ้า ตามสบายนะจ๊ะ ป้าขอไปเข้าห้องน้ำก่อน”

มิ้มถอนใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก มิ้มพาศรันย์ไปนั่งรอที่ห้องรับแขกแล้วไปเอาน้ำมาให้ ไปเจอป้าอรหลบอยู่หลังตู้เย็น ป้าอรถามว่าตนยังเจอลูกไม่ได้ จะทำยังไงดี

“มิ้ม...มิ้ม...” เสียงศรันย์ร้องเรียกพลางเดินเข้ามาในครัว ทั้งสองยิ่งตกใจ มิ้มออกไปรับหน้า ศรันย์บอกว่า “ผมจะมาบอกว่าผมจะกลับแล้ว ที่บ้านโทร.มาบอกว่าพ่ออาการไม่ค่อยดี” แล้วตะโกนลาป้าอร “ผมไปก่อนนะครับ สวัสดีครับคุณป้า”

“รีบไปเถอะค่ะ มิ้มไปส่งหน้าบ้าน” มิ้มรีบพาศรันย์ไปหน้าบ้าน ป้าอรมองตามอย่างเป็นห่วงทั้งศรันย์และศรุธ

เมื่อกลับไปถึงบ้าน ศรันย์ถามพยาบาลว่าทำไมอาการพ่อถึงทรุดลง พยาบาลเองก็ไม่รู้ส่งสร้อยให้ดูถามว่านี่ของคุณศรุธหรือเปล่า ศรันย์รับไปดูบอกว่าใช่ถามว่าทำไมมันถึงขาด พยาบาลบอกว่าเห็นอยู่บนเตียงมันก็ขาดอยู่แล้ว

ออยให้พราวช่วยแฮ็กไลน์มาให้มิ้ม บอกว่าระรินนัดเจอต้นที่โรงแรมถามมิ้มว่าแน่ใจหรือว่าคนที่พิมพ์นี่ไม่ใช่ศรันย์

“ไม่ใช่หรอก วันที่เขานัดเจอกัน ฉันอยู่กับคุณศรันย์” มิ้มดูแท็บเล็ตแล้วเห็นความผิดปกติชี้ให้ดูว่า “นี่ไงแก เริ่มแชตเยอะๆ ก็หลังจากวันที่คุณศรันย์ทำมือถือหาย...ต้องมีพวกมิจฉาชีพขโมยมือถือไปแชตหลอกรินแน่เลยแก”

ทั้งออยและมิ้มตกใจเป็นห่วงระริน เมื่อมิ้มโทร.ไปคุยกับศรันย์เขาบอกว่าเรื่องระรินตนให้หมวดจัดการให้ไม่ต้องห่วง มิ้มตัดสินใจจะไปเช็กที่โรงแรมก่อนเผื่อจะได้เรื่อง ศรันย์ถามว่าจะไปกับใครตนไปด้วยไหม มิ้มบอกให้เขาอยู่ดูแลพ่อดีกว่าตนมีเพื่อนไปด้วยแล้ว เขาเป็นคนที่เป็นห่วงระรินมากที่สุดด้วย

วางสายจากศรันย์แล้วมิ้มหยิบมือถือที่คุยกับต้นค้างอยู่บอกต้นว่าตนบอกศรันย์แล้วว่าไม่ต้องมาด้วย

“ครับ...เสียดายผมไปปฏิบัติธรรมมาหลายวัน เขาไม่ให้ใช้มือถือเลย ไม่งั้นคงรู้เรื่องคุณรินเร็วกว่านี้”

“เย็นนี้มิ้มไปรอที่โรงแรมนั้นเลยนะคะ จะได้รู้กันสักทีว่าไอ้โจรนั่นเป็นใคร”

ต้นบอกว่าระรินหายไปที่โรงแรมนั้นคนหนึ่งแล้วตนเกรงจะเกิดขึ้นกับมิ้มอีก นัดว่าตนเสร็จธุระแล้วค่ำๆ จะไปรับมิ้มที่บ้านแล้วไปด้วยกันปลอดภัยกว่า พอวางสายจากมิ้ม ต้นจิกตายิ้มร้าย

มิ้มจะออกไปตอนค่ำ ป้าอรถามว่าจะไปไหนค่ำๆมืดๆ ดวงยิ่งไม่ค่อยดีอยู่ มิ้มบอกว่าจะไปสืบเรื่องระรินไปกับต้นเพื่อนสนิทของศรันย์คนนี้ไว้ใจได้เป็นคนดีมาก เห็นป้าอรเป็นห่วงเลยเขียนเบอร์โทรศัพท์ไว้ให้ป้าอร บอกว่าถ้ามิ้มไม่กลับมาภายในเที่ยงคืนป้าโทร.ได้เลย พอดีต้นมาบีบแตรเรียกมิ้มรีบเดินออกไปขึ้นรถ

ป้าอรแอบดูเห็นต้นในรถรู้สึกคุ้นหน้าแต่นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน มองรถที่พามิ้มไปใจคอไม่ดี

ooooooo

มิ้มกับต้นไปที่โรงแรมกึ่งบังกะโลที่ระรินเข้าพัก มิ้มเอารูประรินให้พนักงานดูถามว่าเคยเห็นไหม น่าจะโดนจับไปที่โรงแรมนี้ พนักงานถามว่าแจ้งความหรือยังจู่ๆมาขอดูกล้องคงให้ดูไม่ได้ ต้นถามมิ้มว่างั้นพรุ่งนี้ค่อยมาพร้อมตำรวจเลยดีไหม

มิ้มยืนยันจะขอดูวันนี้ หว่านล้อมจนพนักงานยอมให้ดู ต้นหน้าเครียดกลัวจะมีรูปตนในกล้อง

ฝ่ายป้าอรอยู่ห้องรับแขกที่บ้าน จู่ๆก็มีลมพัดวูบเข้ามาทำให้กล่องที่วางอยู่หลังตู้หล่นลงมา ฝาเปิดรูปในกล่องกระจายออกมีรูปนุดีกับศรุธตอนที่มีปัญหากัน ที่สำคัญมีรูปต้นควงนุดีเข้าคอนโดด้วยป้าอรจำได้ว่าเป็นคนที่มิ้มเพิ่งบอกว่าเป็นเพื่อนศรันย์และเป็นคนดีมาก

หลังจากมิ้มดูภาพจากกล้องวงจรปิดแล้วก็อัดใส่มือถือ พอดีป้าอรโทร.มาแต่พอดีแบตหมดจึงไม่ได้คุยกัน

มิ้มถามต้นว่าเห็นหน้าคนร้ายชัดไหม ชี้ให้ดูตอนมันอุ้มระรินออกไป แต่วันนั้นเขาใส่หมวกปิดหน้าจึงดูไม่ชัด กระนั้นต้นก็ยืนอยู่ข้างหลังเตรียมรัดคอมิ้ม ถ้าดูออกว่าในรูปคือตน โชคดีที่มิ้มดูไม่ออกเพียงแต่บอกว่าหน้าคุ้นๆ พอดีพนักงานเข้ามามิ้มจึงขอให้ก๊อบปี้ไฟล์ให้ด้วย

ระหว่างนั่งรถกลับ มิ้มเหลือบเห็นเสื้อแจ็กเกตของต้นที่เบาะหลัง มันเป็นตัวเดียวกับที่ต้นใส่ในรูป พอรู้ตัวว่าถูกสงสัย ต้นก็เผยโฉมหน้าโปะยาสลบใส่มิ้มทันที เสียงมือถือเขาดังเขาก็ปิดเครื่องและบึ่งรถไป

ป้าอรร้อนใจเมื่อโทร.เข้าตามเบอร์ที่มิ้มให้ไว้ก็ปิดเครื่อง จึงโทร.ไปหาศรันย์ซึ่งก็กำลังกระวนกระวายเพราะไลน์หามิ้มแล้วไม่ตอบ ป้าอรบอกศรันย์ให้รีบไปช่วยมิ้ม ต้นพาตัวมิ้มไป ต้นเป็นคนไม่ดี มิ้มกำลังตกอยู่ในอันตราย

ศรันย์บอกให้ป้าไปกับตน ป้าอรบอกว่าตนไปด้วยไม่ได้ ขอร้องให้เขาเชื่อแล้วตัดสาย รีบโทร.ไปหาออยให้ช่วยหาที่อยู่ของต้นให้ด่วน

ทันใดนั้น พยาบาลเดินเข้ามาบอกว่าให้รีบไปดูศรุธ ศรันย์จึงรีบไปที่ห้องพ่อบอกพยาบาลให้รีบตามหมอ แต่ศรุธส่งสัญญาณให้ดูกล้องวงจรปิด เมื่อศรันย์ดูแล้วเขาพรวดพราดออกจากบ้านไปทันที พยายามโทร.หาต้นแต่ติดต่อไม่ได้

เมื่อไปถึงบ้านต้น แม่บ้านบอกว่าต้นไม่อยู่ไปเชียงรายหลายวันแล้ว เมื่อกี๊ก็มีผู้หญิงมาถามหา ถามว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมตามหากันดึกดื่น ศรันย์ดูนาฬิกาเป็นเวลาสี่ทุ่มกว่าแล้ว เขาวิ่งไปที่รถขับออกไปทันที

ที่แท้มิ้มถูกโปะยาสลบหมดสติอยู่ในรถต้น เขาขับบ่ายหน้าไปเชียงรายอย่างเร่งรีบ เมื่อไปถึงเชียงรายก็เอามิ้มที่ถูกมัดมือไพล่หลังไปนอนบนพื้นในห้องเดียวกับระริน พอมิ้มค่อยๆรู้สึกตัว ระรินบอกให้มิ้มลุกขึ้นมาช่วยตน มิ้มลุกไปดูเห็นระรินถูกมัดตรึงกับเตียงและมีเทปปิดปาก

มิ้มถอยหลังไปยังแจกันที่ตั้งอยู่ทำให้ตกแตกแล้วหยิบเศษกระเบื้องไปตัดเชือกที่ตรึงระริน พอมือข้างหนึ่งเป็นอิสระ ระรินบอกมิ้มให้พาตนหนีไปจากที่นี่ เมื่อช่วยกันแก้เชือกที่มัดได้แล้ว ทั้งสองก็ไปที่ประตูจะหนีไปด้วยกัน แต่เจอต้นนั่งจิบกาแฟถือปืนจ่อรออยู่แล้ว!

ต้นเอาปืนจ่อระรินสั่งให้มัดมิ้ม ถามว่าจะมัดเองหรือจะให้ตนฆ่าทิ้ง ระรินรีบมัดมิ้มไว้กับเสาบ้าน ต้นยิ้มพอใจบอกว่าดีมาก ของเธอตนจะทำให้เอง แล้วจับระรินมัดแต่ระรินสะบัดหลุดร้องโวยวายวิ่งไปที่ประตู ถูกต้นเอาปืนฟาดหัวจนทรุดหมดสติไป แล้วหันมองมิ้มพูดอย่างคนเป็นโรคจิตว่า

“ไม่ต้องกลัวเหงานะคุณมิ้ม คุณจะเป็นรายต่อไปครับ”

ป้าอรเป็นห่วงศรันย์และมิ้มมากไปโรงพักขอให้ตำรวจช่วย บอกว่าคนร้ายเป็นผัวเด็กของนุดี ตำรวจจำคดีของนุดีได้ รับรูปหน้าของต้นไว้เพื่อสืบหา

ศรันย์ขับรถไปหาบ้านของต้นที่เชียงรายแต่ทางซับซ้อนจำไม่ได้จึงโทร.ให้หมวดปรัชวินทร์บอกทาง หมวดบอกว่ามีคนแจ้งความไว้ที่นี่แล้วและตนกำลังจะไปอีก 20 นาทีเครื่องออกแน่ ศรันย์ถามจึงรู้ว่าคนที่มาแจ้งความคือป้าอรและรู้ผู้ชายคนนี้เกี่ยวข้องกับคดีนุดีด้วย ศรันย์งงว่าต้นกับนุดีคืออะไร แต่สัญญาณไม่ดีเสียงขาดๆหายๆ เขายิ่งเป็นห่วงมิ้ม

สัญญาณโทรศัพท์ดังขึ้นอีก ศรันย์รีบกดรับ กลายเป็นเสียงต้นถามมาอย่างร่าเริงว่าถึงไหนแล้วตนจัดสวนใหม่รออยู่ ศรันย์ถามว่ามิ้มอยู่ไหน ต้นเหลือบมองมิ้มบอกให้คุยกับศรันย์หน่อย บอกให้รีบมาตนเตรียมกาแฟสดพร้อมเบรกฟาสต์มื้อสุดท้ายไว้ให้แล้วด้วยแล้วเปิดสปีกเกอร์ให้มิ้มพูด

“คุณศรันย์ ช่วยรินด้วยนะคะ รินแย่แล้ว มันลากรินไปไหนไม่รู้”

ศรันย์เพิ่งรู้ว่าระรินอยู่ที่นี่ด้วย ถามว่าแล้วมิ้มเป็นอะไรหรือเปล่า

“ตอนนี้ยังไม่เป็น แต่ถ้าแกช้าหรือตุกติกก็ไม่แน่ อ้อ...ลืม จะบอกว่าแกไม่ต้องลำบากขับมาเองหรอก ทางมันซับซ้อนจอดรถตรงนั้นแหละ แชร์โลเกชั่นมาแล้วทิ้งโทรศัพท์ไปซะ ฉันกำลังส่งรถไปรับ อ๊ะๆแต่แชร์โลเกชั่นให้ฉันแค่คนเดียวนะ ถ้าฉันรู้ว่าแกแชร์เผื่อแผ่ตำรวจ ศพแฟนแกไม่สวยแน่”

พูดแล้วต้นตัดสายเลย ศรันย์จอดรถและแชร์โลเกชั่นไปที่ต้น พอดีสายจากหมวดเข้ามา ศรันย์ชั่งใจแล้วกดปิดเครื่องพยายามสงบสติอารมณ์เพราะนั่นหมายถึงชีวิตของมิ้ม!

ooooooo

ตำรวจมาเจอรถของศรันย์และโทรศัพท์ที่ทิ้งอยู่ ผู้กองวอแจ้งหมวดว่าจุดที่เจอนี้อยู่ห่างจากทางเข้าไร่ของต้นแค่สองกิโลคาดว่าเดินทางไม่เกินสิบห้านาที รถตำรวจที่ป้าอรนั่งมาด้วยจึงพุ่งไปอย่างเร็ว

ส่วนศรันย์ขึ้นรถสองแถวต่อไปยังไร่ของต้น แต่คนขับกลัวปล่อยเขาทิ้งแล้ววิ่งหนีไป ต้นจึงเดินเท้าไปจนถึงไร่เจอต้นรออยู่ ศรันย์ถามว่ามิ้มอยู่ไหนคุณริน อยู่ไหน ต้นบอกให้ใจเย็นๆ สาวๆสบายดี ตนเตรียมที่ยังไม่เสร็จ เตรียมไว้หนึ่งแต่ดันมาสอง พลางมองไปทางผนังปูนปั้น ศรันย์มองตามช่องปูนถามอย่างสยอง...

“นี่...แก...จะทำอะไร”

ต้นชวนศรันย์ดื่มกาแฟกันก่อน เขารินกาแฟพลางคุย...

“รู้ไหม...ฉันพยายามทิ้งอดีตไว้ข้างหลังมาเป็นสิบปี ฉันพยายามเริ่มต้นใหม่แล้ว จนฉันได้เจอคุณริน นางในฝันที่มีอะไรเหมือนรักแรกของฉันไม่มีผิด ฉันได้เจอแกเพื่อนสนิทคนเดียวที่ฉันรู้สึกดีด้วย อะไรๆมันเหมือนจะเข้าที่เข้าทางแล้ว แต่สุดท้าย แกมันก็สันดานเลว ไม่ต่างอะไรกับพ่อแก!!!”

ศรันย์บอกว่าตนไม่เคยมีอะไรกับระรินเลย ต้นไม่เชื่อ เขาเริ่มตาขวาง หน้าเหี้ยม บอกศรันย์ว่าตนไม่รอให้พวกเขารับกรรมในนรกกันหรอก แต่จะทำเหมือนที่แม่เคยทำ....ขณะนั้นเขาอายุ 15 ปี พ่อมีเมียน้อยทะเลาะกับแม่ แม่ถูกเมียน้อยตบ ต้นแอบดูอยู่หลังเสาใบหน้าฟกช้ำเพราะถูกพ่อทำร้าย พ่อเข้าไปลากแม่ออกมาและโอ๋เมียน้อย แม่วิ่งไปเอาปืนมา พ่อร้องห้ามเสียงหลง แม่หัวเราะคลั่งตะโกนใส่พ่อกับเมียน้อยว่า

“กลัวเหรอ...ทีมึงตีกูกับลูกมึงไม่เคยคิดว่ากูกับลูกจะเจ็บจะปวดแค่ไหน คนบ้าตัณหาอย่างมึงอย่างอีเลวนั่นรอจนตกนรกน่ะมันช้าไป กูนี่แหละนรกของมึง!” แม่ยิงพ่อกับเมียน้อยตายแล้วยิงตัวเองตายตาม!

เล่าเรื่องแม่ให้ฟังแล้ว ต้นบอกว่า “แม่สอนไว้ กูนี่แหละนรกของพวกมึง กูจะฆ่าพวกมึงให้หมด โลกนี้ต้องไม่มีที่ให้ชายชั่วหญิงชู้อย่างพวกมึงซุกหัว” ศรันย์พยายามหว่านล้อมแต่ต้นคลั่งเสียแล้ว บอกว่าศรันย์ต้องรับสองเท่าแทนพ่อเขาด้วย หัวเราะเหี้ยมบอกว่า “กูชอบมาก ที่เห็นพวกมึงตายอย่างทรมาน แววตานังนุดีตอนโดนฝังทั้งเป็นนั่นมันสุดยอดจริงๆว่ะ อ้อ...สาวๆของแกก็ด้วย...”

ระหว่างนั้นมิ้มได้ยินเสียงทั้งสองโต้เถียงกันจึงย่องจากห้องใต้ดินมาแอบดู เห็นศรันย์อยู่ในอันตรายเธอจึงใช้ไม้หน้าสามแถวนั้นย่องเข้าฟาดต้นจนล้มแน่นิ่งบอกศรันย์ว่าระรินต้องอยู่ในนั้นพลางชี้ไปที่ผนังปูนที่ฉาบไว้ยังไม่แห้งดี แต่ต้นฟื้นขึ้นมาแล้วเขาตามไปยิงถูกต้นแขนศรันย์ที่เอาตัวบังมิ้มไว้ ต้นเอาปืนจ่อตรงไปหาทั้งสองที่ล้มกองกับพื้น

ระหว่างนั้นตำรวจกำลังบ่ายหน้ามาที่ไร่ของต้นตามสัญญาณจีพีเอส แต่เป็นไร่ใหม่ที่เขาเคยพาพวกศรันย์มาพัก จึงเข้าไปตรวจค้นไม่เจอ ป้าอรที่มากับตำรวจ มองไกลๆสะดุดตารูปปั้นที่ผนังปูนแต่ไม่มีเวลาต้องรีบตามตำรวจไป

ooooooo

ต้นพาศรันย์กับมิ้มไปขังไว้ที่ห้องใต้ดิน ปล่อยไว้ไม่มัดมิ้มจึงทำแผลให้ศรันย์ เขาบอกให้เธอเย็บสดเพราะไม่มียาชาแต่โชคดีที่มีไวน์มาฆ่าเชื้อ มิ้มทำแผลให้ศรันย์ทั้งที่ตัวเองกลัวเลือดจนเกือบเป็นลม

ต้นย้อนกลับไปอุ้มระรินที่หมดสติมาไว้ที่หน้าผนังปูนปั้นแล้วกวนปูนอย่างมีความสุขไม่นานผนังปูนก็เลื่อนปิดสนิท!

เมื่อมิ้มทำแผลเสร็จและศรันย์ฟื้นแล้ว ทั้งสองหาทางหนีออกจากห้องใต้ดินได้สำเร็จ เป็นเวลาที่ตำรวจและป้าอรมาถึง ป้าอรสังหรณ์ใจเดินแยกไปอีกทาง ได้ยินเสียงเหมือนการต่อสู้กันอยู่หลังผนังปูนจึงย่องไปแอบดู เห็นศรันย์ต่อสู้กับต้นอยู่ ตัดสินใจหยิบอิฐที่พื้นช่วยศรันย์

ตำรวจมาถึงพอดีกระจายกำลังปิดล้อมทันที ประกาศให้ต้นปล่อยตัวมิ้มที่เขาจับเป็นตัวประกันอยู่ ต้นตะโกนไม่ปล่อยพลางลากมิ้มไปที่ผนังปูนที่ยังไม่แห้งดี ตำรวจยิงต้นแต่ศรันย์เอาตัวไปขวางจึงยิงไม่ได้ ป้าอรวิ่งไปเอาตัวบังศรันย์ถูกต้นแทงเข้าที่ท้องล้มลง

“แม่!!!” ศรันย์ร้องสุดเสียงวิ่งเข้าไปประคองแม่ มิ้มก็เข้าประคองป้าอรที่หมดสติไปแล้ว ศรันย์แผดเสียงร้องอย่างสติแตก “แม่...”

ต้นถูกตำรวจยิงที่ขาวิ่งหนีไปบังหลังผนังปูนปั้นที่ยังไม่แห้ง ถูกผนังล้มทับขาทั้งสองข้างกระดูกแหลกร้องอย่างเจ็บปวดอยู่ตรงนั้นเอง

ศรันย์กับมิ้มพาป้าอรไปโรงพยาบาล มิ้มขอโทษที่รู้ว่าป้าอรเป็นแม่แต่บอกเขาไม่ได้เพราะสัญญากับป้าอรไว้ และที่ป้าอรทำนั้นเป็นการปกป้องเขาไม่ให้ ได้รับอันตราย ขณะนั้นเองหมอออกมาบอกว่าคนไข้เสียเลือดมากต้องการเลือดเพิ่ม ทั้งมิ้มและศรันย์เลือดกรุ๊ปเดียวกับป้าอรจึงไปเจาะให้เลือด

ตำรวจนำร่างของระรินไปไว้ที่ห้องเก็บศพ หมวดบอกมิ้มว่าเรายังไม่ทราบสาเหตุของการตายแต่ที่หัวมีการกระทบกระเทือนจากของแข็ง มิ้มเสียใจที่ปกป้องเพื่อนไม่ได้ เรืองศักดิ์พ่อของระรินมารับศพลูกสาวโวยวายเหมือนคนบ้าว่าจะฟ้องคิวปิดฮัทที่ทำให้ลูกสาวตนรู้จักกับต้นและต้องมาตายอย่างทรมาน

บรรดาพวกที่อยู่คิวปิดฮัทต่างตกใจว่าต้องตกงานแน่ ศรันย์บอกว่าไม่ต้องกังวลเพราะตนมีวิธีคุยกับเรืองศักดิ์ มีหลักฐานที่จะยืนยันกับเรืองศักดิ์ได้ว่าความจริงเป็นอย่างไร

เมื่อหมวดปรัชวินทร์กับศรันย์นัดคุยกับเรืองศักดิ์ที่ร้านอาหาร หมวดเล่าว่าค้นพบสมุดบันทึกของต้นหลายเล่มเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญทีเดียว แล้วสรุปบันทึกของต้นให้เรืองศักดิ์ฟังว่า

ต้นเจอกับระรินก่อนที่จะไปสมัครใช้บริการที่คิวปิดฮัท ต้นแอบเห็นระรินเสิร์ชหาบริษัทจัดหาคู่ และได้ยินว่าพ่อกำลังจะจับเธอคลุมถุงชน ต้นจึงแอบถ่ายภาพระรินตั้งแต่วันแรกที่เจอ ศรันย์บอกว่าเป็นวันเดียวกับที่ตนเจอต้น เขาชวนไปสมัครเป็นสมาชิกคิวปิดฮัทเป็นเพื่อน ตนจึงได้เจอกับระรินเป็นครั้งแรก หลังจากนั้นระรินสมัครใจนัดเดตกับต้นเองไม่เกี่ยวกับใครทั้งนั้น

ศรันย์เล่าว่าตนรู้จักกับต้นมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เขาเป็นคนอ่อนโยนเป็นสุภาพบุรุษมากแต่พออายุ 19 เขาเห็นพ่อมีเมียน้อยและแม่ยิงพ่อตาย เขาช็อกไม่พูดอะไรกับใครอีกเลย จนถูกส่งไปบำบัดสภาพจิตแล้วก็หายไปเฉยๆ มรดกจากการเป็นทายาทคนเดียวมากพอที่เขาจะจ้างให้ลุงแก่ๆชาวสิงคโปร์รับเป็นลูกบุญธรรม ประวัติเดิมจึงหายไป

“แล้วยังไง พอมันอ้างว่ามันเป็นบ้า มันก็ลุกขึ้นมาฆ่าใครก็ได้งั้นสิ ผมไม่ยอมหรอก มันต้องชดใช้กรรมอย่างสาสม”

“ที่ต้นเป็นอยู่ตอนนี้ไม่ต้องรอตายตามกันไปผมว่าเขาก็ใช้กรรมยิ่งกว่าตายทั้งเป็นแล้วล่ะครับ”

สภาพของต้น-ธนกฤตคือ อยู่โรงพยาบาลบ้า ถูกจับมัดอย่างคนวิกลจริตขาถูกตัดทั้งสองข้าง เขาทั้งหัวเราะอย่างบ้าคลั่งและร้องอย่างหวาดกลัวเมื่อถูกผีเด็กและผีนุดีมาหลอกหลอน...

เรืองศักดิ์รู้ความจริงและสภาพของต้นก็ตัดสินใจไม่ฟ้องคิวปิดฮัทแต่ยังมีเรื่องที่จะต้องเคลียร์กับศรันย์ให้จบ

วันนี้ศรันย์กับมิ้มมาเยี่ยมป้าอรที่โรงพยาบาล เจอป้าฟื้นพอดี ทั้งสองดีใจมาก ศรันย์ตรงไปจับมือแม่มาแนบแก้มตัวเองน้ำตาคลอ เรียกเสียงเครือ...แม่...บอกว่าจะไม่ยอมให้แม่หายไปจากชีวิตตนอีกแล้ว ชวนกลับบ้านเรากันนะครับ...

เย็นนี้มิ้มไปงานสวดระรินที่วัด มิ้มขอโทษที่ตนช่วยเพื่อนไม่ได้ เจอเรืองศักดิ์ก็กราบขอโทษที่ช่วยระรินไม่ได้ บอกว่าทุกอย่างที่ตนทำไม่ใช่เพราะระรินเป็นลูกค้าแต่เพราะระรินเป็นเพื่อน แต่สุดท้ายตนก็ช่วยเพื่อนไม่ได้

มิ้มร้องไห้เสียใจ เรืองศักดิ์ลุกเดินไปโดยไม่พูดอะไรเลย เขาเดินไปยืนสงบใจที่หน้าศาลา นักข่าวสองคนมาสัมภาษณ์ความคืบหน้าของคดี ถ้าฆาตกรเป็นคนวิกลจริตจริง เขาจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

“ไม่ต้อง...ผมก็คงปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม...ผมอยากให้รินเขาไปอย่างสงบ ไม่ต้องมีใครไปขุดคุ้ยอะไรขึ้นมาให้มากความ” เมื่อนักข่าวเซ้าซี้ถามอีก เรืองศักดิ์ปรามว่า “ผมบอกแล้วว่าไม่อยากให้ใครมาขุดคุ้ยเรื่องอะไรลูกผมอีก ถ้าคุณยังจะคุ้ยแคะอะไรอีก คนที่ผมจะฟ้องก็คงเป็นพวกนักข่าวนี่แหละ”

พวกนักข่าวหน้าเสียถอยไป มิ้มกับศรันย์ได้ยิน ยิ้มให้กันอย่างโล่งอก

ooooooo

เมื่อเรื่องร้ายๆผ่านไปแล้ว ศรันย์ทวงของขวัญวันเกิดจากมิ้ม มิ้มอ้างว่าป้าอรบอกว่าเคราะห์เขายังไม่หมดจนกว่าจะถึงวันเกิด มิ้มพูดไม่ทันขาดคำก็มีลูกบอลลอยมากระแทกหัวศรันย์อย่างจังจนเลือดกำเดาไหล มิ้มตกใจ ดูแลอย่างเป็นห่วง

ศรันย์อ้างแม่อีกว่าแม่เคยปลอมเสียงมาบอกตนว่า ถ้าเราอยู่ด้วยกันดวงเราจะเสริมกันให้ผ่านเคราะห์ไปได้

“งั้นกลับกันเถอะ เดี๋ยวเคราะห์จะลอยมาอีก ไปเร็ว” มิ้มดึงเขาลุกขึ้น และพาเดินไปเลย

แล้วก็มีเรื่องให้ตกใจเมื่อทางโรงพยาบาลโทร.บอกศรันย์ว่าแม่เขาหายไปจากโรงพยาบาลเขากลัวแม่จะหนีหายไปอีก ไม่ทันไรที่บ้านก็โทร.มาเขายิ่งตกใจถามว่า “พ่อเป็นอะไร!”

ที่แท้ทั้งพ่อและแม่ต่างจัดงานเซอร์ไพรส์วันเกิดอายุครบ 28 ปีให้เขา อรดีบอกว่าแม่จะอยู่กับลูกตลอดไปจะไม่หนีไปไหนอีกแล้ว แล้วให้ศรันย์อธิษฐาน เขาบอกว่า

“ผมไม่ขออะไรมากไปกว่านี้อีกแล้วครับ นอกจากทุกคนที่อยู่ตรงหน้าผม ผมต้องการแค่นี้”

ooooooo

รุ่งขึ้น ศรันย์กับมิ้มไปทำบุญตักบาตรที่สนามหลวงเพราะเป็นที่ที่ทั้งสองเคยสาบานร่วมกัน มิ้มเอากล่องที่ป้าอรฝากมาให้ศรันย์บอกว่าทำบุญเสร็จให้เปิดกล่องนี้ พอศรันย์เปิดกล่องเห็นไพ่ The Sun พร้อมกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่อธิบายความหมายไว้ว่า ไพ่ใบนี้แสดงถึงดวงคนคนนั้นจะประสบความสำเร็จรุ่งโรจน์ เป็นไพ่ความรักที่ดีที่สุด นั่นหมายถึงจะพบได้คู่แท้ที่รอคอยกันมานานแสนนาน พร้อมคำอวยพรว่าขอให้ชีวิตของลูกแม่มีแต่แสงที่ส่องสว่างนะ

ศรันย์เอาสำเนาโฉนดที่เรืองศักดิ์เอามาคืนให้ส่งให้มิ้มบอกว่าไม่อยากให้ระรินมีเรื่องติดค้างอะไรกับใครอีก มิ้มดีใจมากที่ได้ที่ดินและบ้านคืนมา บอกว่าจะรีบหาเงินมาคืนให้เขา ศรันย์บอกว่าตนได้สิ่งที่ตามหามาทั้งชีวิตแล้วและก็ได้ตามสิ่งที่เธอตามหามาให้แล้วด้วย

ทันใดนั้นเป็นที่น่าอัศจรรย์ที่มีลมแรงพัดมา พัดไพ่ The World ปลิวมาตกที่ตักมิ้ม หมอดูตามมาเก็บบอกมิ้มว่าไพ่ใบนี้เป็นไพ่แห่งความสมบูรณ์แบบ ไพ่ของการเติมเต็มถ้าเป็นเรื่องความรักก็จะเจอเนื้อคู่ที่เติมเต็มให้ บอกว่า ยิ่งถ้าได้ไพ่ประกบคู่เดอะซันละก็ มีเฮ ได้แต่งแน่ แล้วมอบไพ่ใบนั้นให้มิ้มไว้เลย

มิ้มยื่นไพ่ให้ศรันย์เป็นของขวัญวันเกิด บอกเขินๆ ว่า เพราะป้าคนนั้นบอกว่ามันควรประกบคู่กัน ศรันย์ดีใจมาก ขอมิ้มแต่งงาน ย้ำว่า

“จากวันนี้ไม่ใช่พรหมลิขิตแล้ว แต่ผมจะลิขิตชีวิตคู่ของเราเอง” แล้วสวมแหวนให้มิ้ม

“รักษาคู่แท้ของคุณไว้ให้ดีนะคะ คนบนโน้น...ท่านจะได้หายเหนื่อย” มิ้มพูดกับกล้องเหมือนบอกทุกคน...

เพื่อนๆที่คิวปิดฮัทเฮดีใจที่มิ้มขายออกแล้ว ต่างมองมาที่พริมา พริมารีบบอกว่าไม่...ที่ไหนมีรักที่นั่นมีทุกข์ บอกว่าตนหนักใจที่บอสให้ดูแล CEO ที่จะมาเซ็นสัญญาร่วมทุนกับเรา เบนจี้แซวว่าพริมาอาจจะได้ฝรั่งหล่อล่ำก็ได้นะ ถามว่าฝรั่งซีอีโอชื่ออะไรนะ พริมาบอกว่า ชื่อ เควินเบลค แล้วกดดูหน้า กลับเห็นแต่บางส่วนดูลึกลับ พริมาจ้องอย่างสนใจ บ่นอุบอิบ

“ทำไมต้องลึกลับขนาดนี้ด้วยนะ”

ooooooo

จบตอน “กามเทพซ้อนกล”


ละครกามเทพซ้อนกล ตอนที่ 7(ตอนจบ) อ่านกามเทพซ้อนกล ติดตามกามเทพซ้อนกล ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย ภาคิน คำวิลัยศักดิ์,ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ 7 มิ.ย. 2560 08:19 2017-06-10T01:19:30+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ