ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ลูกไม้หลากสี

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ชนิกานต์ตื่นแต่เช้า นอนมองกล่องใส่แหวนเพชรที่พ่อให้อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นไปเปิดดู เห็น แหวนวงสวยที่ตัวเองเคยบอกท่านว่าอยากได้ เธอหยิบขึ้นมาสวม ยิ้มดีใจที่พ่อยังจำได้ อยากจะทำอะไรดีๆ ตอบแทนท่านบ้าง รีบอาบน้ำแต่งตัว แล้วลงไปที่ห้องทำงานของพ่อ ลงมือจัดข้าวของรกๆบนโต๊ะทำงานให้

ธีรดนย์ผ่านมาเห็นเธอก้มๆเงยๆอยู่แถวโต๊ะ ทำงานคุณท่าน ย่องมาทางด้านหลัง ถามว่าทำอะไรอยู่ เธอสะดุ้งโหยงหันขวับ ไม่กล้าบอกความจริง ได้แต่ยืนบังโต๊ะเอาไว้ ธีรดนย์ดันตัวเธอออก เผยให้เห็นโต๊ะที่ถูกจัดอย่างเป็นระเบียบ ชนิกานต์อายจะเดินหนี เขาคว้ามือไว้ได้ เห็นแหวนเพชรสวมอยู่ที่นิ้วเธอ ถึงบางอ้อทันที

“อยากตอบแทนคุณท่านที่ให้แหวนเพชรล่ะสิ”

“ยุ่งน่า” ชนิกานต์เอ็ดกลบเกลื่อน ขยับจะเดินหนี ธีรดนย์ยื้อไว้ ทำความดีทำไมต้องอาย ไว้ละอายใจตอนทำชั่วไม่ดีกว่าหรือ เธอขอร้องเขาอย่าหาเรื่องกันแต่เช้า แล้วเดินหนี ธีรดนย์มองตามเห็นเธอตรงรี่เข้าครัว คิดว่าจะไปป่วนอะไรในนั้น รีบตามไปดู...

ขณะที่ชนิกานต์เลือกทำความดีตอบแทนพ่อ สุรเดชกลับทำชั่ว ขโมยเงินที่ชนกชนม์ได้จากการถ่ายแบบไปซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่เอี่ยมมาใส่โชว์สาว เจ้าของเงินถึงกับควันออกหู กระชากคอเสื้อเขาเข้ามาใกล้

“แกไม่รู้หรือไง กว่าฉันจะหาเงินมาได้ แทบเสียตัว แล้วเงินนั่นต้องไปจ่ายค่าเทอม”

“อ้าว...แล้วก็ไม่บอก งั้นเอาเสื้อผ้ารองเท้าไปจ่ายแทนค่าเทอม” สุรเดชว่าแล้วทำท่าจะถอดชุดให้ ชนกชนม์โกรธจัด เดินออกไปอย่างหัวเสีย สุรเดชคิดแผนการบางอย่างได้ รีบตามมาปลอบว่าอย่าไปเครียดกับเงินไม่กี่ พันบาท มาทำงานให้ตนแป๊บเดียวก็ได้เป็นหมื่นแล้วแล้วส่งห่อยาเสพติดให้

“เลิกทำตัวเป็นคนดีได้แล้ว คนดีมีแต่ในนิยาย ชีวิตจริงมักจะอดตาย”

“อดตายดีกว่าทำผิดกฎหมายและที่สำคัญ ฉันจะไม่ฆ่าคนทั้งเป็น” ชนกชนม์ปัดห่อยากระเด็น แล้วผละจากไป สุรเดชรีบหยิบห่อยาขึ้นมา ตะโกนไล่หลัง สุดท้ายแล้วชนกชนม์จะต้องกลืนน้ำลายตัวเอง...

ครู่ต่อมา ชนกชนม์มายืนเกาะประตูรั้วบ้านชลนิภา คิดถึงบ้านคิดถึงแม่เหลือเกินอยากจะเข้าไปหา แต่พอเห็นรถของเธอแล่นตรงมาที่ประตูรั้ว เขากลับวิ่งไปแอบกลัวจะโดนตะเพิด ชลนิภาเห็นใครบางคนวิ่งผ่านหน้าบ้าน สั่งให้คนขับหยุดรถ กวาดตามองหาไม่เห็นใคร ทันทีที่รถของแม่คล้อยหลัง ชนกชนม์ออกจากที่ซ่อนมองตามตาละห้อย ไม่ทันเห็นสุตาภัญย่องมาทางด้านหลัง เขาหันกลับมาอีกทีเจอเธอยืนอยู่ตรงหน้าตกใจร้องลั่น

“ขวัญเอ๊ยขวัญมา อยู่กับเนื้อกับตัวนะขวัญจ๋า” สุตาภัญเป่ามนต์เพี้ยงๆให้ ทำเหมือนเขาเป็นเด็กๆแล้วถามว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่าถึงมายืนหน้าเครียดอยู่ตรงนี้ ชนกชนม์ไม่กล้าเล่าให้ฟัง ปฏิเสธว่าไม่มีอะไร

“มี...ปัญหาเรื่องการเงินใช่ไหม”

ชนกชนม์งง รู้ได้อย่างไร สุตาภัญแอบไปเช็กที่สำนักทะเบียนของมหาวิทยาลัยมา รู้ว่าเขายังไม่ได้ชำระค่าเทอม เสนอให้เอาเงินเก็บของเธอไปจ่ายก่อน ถ้ามีค่อยเอามาใช้คืน แต่ถ้าไม่มีก็ให้ถือว่าเธอติดหนี้เขาตั้งแต่ชาติปางก่อน ชนกชนม์ปฏิเสธทันทีว่าไม่เอา สุตาภัญว่าถ้าไม่ยอมให้ช่วยแสดงว่าเธอไม่ใช่เพื่อน ชนกชนม์หนีไม่ออกจำต้องรับความช่วยเหลือ เธอบอกให้เขาไปรอที่สวนสาธารณะ เดี๋ยวจะกลับไปเอาเงินที่บ้านมาให้

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ธีรดนย์เห็นชนิกานต์หั่นผักเตรียมทำอาหารด้วยท่าทางเก้ๆกังๆ พร้อมกับดูตำรา อาหารไปด้วยก็อดขำไม่ได้ กระเซ้าว่าคนชั่วกลับใจคิดจะทำอะไร ชนิกานต์รีบเอาตัวบังวัตถุดิบที่เตรียมไว้แล้ว ไล่เขาออกจากครัว ธีรดนย์เห็นท่าทางแม่ครัวมือใหม่ แล้วเกรงจะทำไม่สำเร็จอาสาจะช่วย เธอปฏิเสธทันทีว่าไม่ต้อง

“อย่าอวดดีน่า ทำสุ่มสี่สุ่มห้า คุณท่านกินเข้าไปท้องเสียขึ้นมาเป็นเรื่องอีก”

ชนิกานต์ชักคล้อยตาม สุดท้ายต้องยอมให้ธีรดนย์ช่วย กฤติยายืนมองอยู่อีกมุมหนึ่งไม่ชอบใจนักที่เห็นทั้งคู่ช่วยกันทำกับข้าวไป หยอกล้อกันไปสนุกสนาน แม้บางทีจะมีทะเลาะกันบ้างก็ตาม...

ขณะที่สุตาภัญกำลังจะขึ้นไปหยิบเงินให้ชนกชนม์ ได้ยินเสียงถ้วยชามตกแตก หันไปมองในครัวเห็นแม่นอนกองอยู่กับพื้น มีเศษถ้วยชามเกลื่อน รีบวิ่งเข้าไปประคอง รู้ทันทีว่าท่านเป็นไข้

“ตัวแม่ร้อนมาก แม่ยังไม่หายดีเลย แม่ไปพักเถอะ”

“วันนี้คุณพ่อไปตีกอล์ฟกับหัวหน้า แม่ต้องไปช่วยดูแล...แม่ฝากลูกเก็บกวาดด้วย” เสาวนิตย์ว่าแล้วฝืนจะลุกขึ้น แต่กลับทรุดลงอีกครั้ง จังหวะนั้น สุทินตะโกนเร่งให้เสาวนิตย์รีบออกมาเร็วๆ มัวแต่โอ้เอ้จะเลยเวลานัด เขาเห็นเธอเงียบไป ตะโกนเร่งอีก สุตาภัญรีบหิ้วถุงกอล์ฟเข้ามาหา สุทินแปลกใจเสาวนิตย์หายไปไหน

“คุณแม่ไม่สบายค่ะ ให้ท่านพักเถอะ ตาไปช่วยคุณพ่อเอง”

สุทินไม่มีทางเลือกจำต้องเอาลูกไปแทน...

ด้านชนกชนม์มาถึงสวนสาธารณะของหมู่บ้าน เจอสุรัมภานั่งซึมอยู่คนเดียว เป็นห่วงจะเข้าไปทัก แต่มีข้อความจากสุตาภัญเข้ามาในมือถือชนกชนม์เสียก่อนว่า ต้องไปธุระกับพ่อ จะเอาเงินไปให้ที่มหาวิทยาลัย เขาอ่านจบเงยหน้าขึ้นมอง เจอสุรัมภายืนอยู่ตรงหน้า ก่อนจะโผกอดเขาด้วยความดีใจ ชนกชนม์รีบแกะมือเธอออก รู้ดีว่าเธอคิดอย่างไรกับเขา พยายามเว้นระยะห่างความสัมพันธ์ เพื่อตัดปัญหา

“...ภาออกมานั่งเหงาคนเดียว มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าบอกพี่ได้นะ พี่ชายคนนี้ยินดีช่วยเหลือน้องสาวเสมอ”

“ไม่ค่ะ...ภาไม่ต้องการพี่ชาย ภาต้องการคนรักและคนรักของภาคือพี่ชนกชนม์” สุรัมภาวิ่งหนีไปทั้งน้ำตา ชนกชนม์เป็นห่วงเธอมาก แต่เลือกที่จะไม่ตามเพราะไม่ต้องการให้ความหวัง หันหลังเดินจากไป สุรัมภาโผล่ออกมาจากหลังต้นไม้ เห็นหลังชนกชนม์ไวๆ เสียใจที่เขาไม่ตามมาง้อ...

ที่คฤหาสน์ของณวัตร ชนิกานต์ยืนดูกับข้าวฝีมือตัวเองที่จัดวางเต็มโต๊ะอาหารด้วยความภูมิใจ

“คุณท่านคงปลื้มใจที่ลูกสาวเข้าครัวทำอาหารให้กิน” ธีรดนย์กระเซ้า

“ไม่ต้องพูดมาก ไปยกน้ำมา” ชนิกานต์ว่าแล้วดันตัวเขากลับเข้าครัว ขณะธีรดนย์กำลังเปิดตู้หาเหยือกน้ำ กฤติยารีบหยิบมาวางให้ เขาแปลกใจเธอรู้ได้อย่างไร เธอได้ยินชนิกานต์สั่งเขา ธีรดนย์แกล้งทำเสียงดุ
“นี่ แอบฟังเราคุยกันหรือ”

“เปล่านะ ฉันได้ยินเสียงกุกกักในครัวก็เลยเข้าไปดู เห็นธีกับนิกกี้ช่วยกันทำอาหาร”

“นั่น ยอมรับหมดเปลือก อย่างนี้ต้องลงโทษ” ธีรดนย์เห็นเธอหน้าเสีย รีบบอกว่าล้อเล่น แล้วขอตัวไปเอาน้ำก่อน กฤติยาตามไปช่วย เพราะต้องการอยู่ใกล้ชิดเขา

ooooooo

ระหว่างที่ชนิกานต์ตรวจดูความเรียบร้อยของโต๊ะอาหารเป็นครั้งสุดท้าย กัณฐิกาเดินเข้ามาเห็นกับข้าวบนโต๊ะถึงกับออกปากชม วันนี้ป้าอุษาทำอาหารหน้าตาน่ากินมาก ชนิกานต์คุยอวดว่าเป็นฝีมือของเธอเอง กัณฐิกาไม่สนใจฟัง เอื้อมมือจะตักกับข้าวกิน เธอรีบดึงจานอาหารออก

“สำหรับคุณพ่อคนเดียวเท่านั้น คนอื่นห้ามแตะต้องโดยเฉพาะคนนอกอย่างเธอ”

“คุณณวัตรคงตื้นตันใจจนน้ำตาไหล เมื่อลูกสาวสวยใสไร้สมองแปลงโฉมเป็นแม่ศรีเรือน”

“อย่ามายั่วโมโหฉันนะ ฉันกำลังอารมณ์ดี หลบไป... ฉันจะไปตามคุณพ่อ” ชนิกานต์เดินกระแทกไหล่แม่เลี้ยงตัวแสบจะออกไป ณวัตรเดินสวนเข้ามาพอดี หญิงสาวกำลังจะชวนพ่อกินข้าว แต่ยัยตัวแสบชิงพูดเอาหน้าเสียก่อนว่าอาหารพร้อมแล้ว ณวัตรมาที่โต๊ะอาหารไม่สนใจจะมองลูกสาวตัวเองด้วยซ้ำ

“อาหารน่ากินมาก คุณกัณทำหรือครับ...คุณรู้ได้ไงว่าผมชอบกิน...ของโปรดของผมทั้งนั้นเลย”

แทนที่กัณฐิกาจะปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ กลับนิ่งเฉยทำให้ณวัตรเข้าใจผิดคิดว่าเธอทำอาหารเหล่านี้เอง ชนิกานต์โกรธมากเอาอาหารเททิ้ง ณวัตรตะโกนห้ามลั่น เสียงดังเข้าไปถึงในครัว ธีรดนย์กับกฤติยาแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น เสียงห้ามปรามไม่ได้ทำให้ชนิกานต์หยุดอาละวาด ณัวตรต้องเข้าไปดึงลูกออกจากโต๊ะอาหาร

“ลูกจงเกลียดจงชังคุณกัณไปถึงไหน เธอมีน้ำใจทำอาหารให้เรากิน แล้วลูกทำอะไรบ้างนอกจากรังควานกลั่นแกล้งคุณกัณ” ณวัตรต่อว่าเสียงลั่น

ชนิกานต์น้อยใจมากที่พ่อเห็นกัณฐิกาดีทุกอย่าง ส่วนเธอไม่ว่าจะทำอะไรเลวไปหมด ไม่เคยมีดี ตัดพ้อเสร็จวิ่งหนีออกจากห้อง กัณฐิกายิ้มสะใจ ธีรดนย์เดินเข้ามากับกฤติยาสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น

“ดูฝีมือเพื่อนแก อาละวาดเทอาหารที่คุณกัณเป็นคนทำให้ฉัน” ณวัตรโวย

“คุณน้าไม่ได้ทำค่ะ คนที่ทำอาหารคือนิกกี้ค่ะคุณอา”

ณวัตรตกใจที่รู้ความจริงจะตามไปขอโทษลูก กัณฐิกาห้ามไว้อย่าเพิ่งไปพูดตอนนี้ปล่อยให้เธอใจเย็นก่อน กฤติยาไม่อยากให้พ่อลูกผิดใจกัน เร่งณวัตรให้รีบไปหาลูก เขาออกจากห้องทันที กัณฐิกามองตามไม่พอใจ...

ด้านชนิกานต์หนีมาร้องไห้อยู่คนเดียวที่สนามหญ้าข้างบ้าน ณวัตรตามมาปรับความเข้าใจแต่เธอไม่ฟังโวยวายต่อว่าเขาลั่นบ้าน แล้วระบายแค้นถอดแหวนเพชรปาใส่หน้าพ่อโดนคิ้วแตกเลือดซึม

“ลูกทำเกินไปแล้วนะ เอะอะก็เอาแต่ใช้อารมณ์ ทำตัวงี่เง่าแบบนี้ถึงไม่มีใครรัก” ณวัตรโวยเสร็จ เดินหัวเสียเข้าบ้าน ธีรดนย์ต้องเตือนชนิกานต์ให้ไปขอโทษท่าน ทั้งๆที่รู้ตัวว่าทำไม่ดี เธอยังเถียงข้างๆคูๆว่าไม่ทำอะไรผิด พ่อต่างหากที่ไปชมนังนั่น เธออุตส่าห์ไปช่วยจัดของและทำอาหารให้ท่านตั้งหลายอย่าง ยังมาด่าเธออีก

“แล้วทำไมไม่พูดดีๆเข้าใจผิดก็อธิบายให้เข้าใจ ทำผิดก็ขอโทษ มันไม่มีอะไรยากเลย ปัญหามันแก้ง่ายนิดเดียวเอง...ท่องคาถาให้ขึ้นใจ อย่ากลัวเสียหน้า อย่ากลัวเสียฟอร์ม”

ชนิกานต์พยักหน้ารับรู้ขอบใจเขาแล้ววิ่งเข้าตัวตึก ธีรดนย์รู้สึกดีที่เธออ่อนลงยอมฟังคำแนะนำของตน...

ทางฝ่ายสุรัมภาทนเก็บความอัดอั้นตันใจไม่ไหว ตัดสินใจจะเล่าเรื่องที่ถูกชยางกูรข่มขืนให้แม่ฟัง แต่ยังไม่ทันจะอ้าปากพูด เสาวนิตย์หน้ามืดเพราะพิษไข้ เป็นลมล้มพับไปเสียก่อน

ooooooo

ไม่นานนัก สุทินกับสุตาภัญมาถึงสนามกอล์ฟ เกรียงศักดิ์นายของสุทินต่อว่าเขาที่ปล่อยให้นั่งรอ สุทินรู้สึกผิดมากยกมือไหว้ขอโทษ แล้วแนะนำสุตาภัญให้รู้จักเจ้านายของเขา เกรียงศักดิ์แปลกใจ เสาวนิตย์ไปไหน ทำไมไม่มาด้วย สุตาภัญรายงานว่าแม่ไม่สบายนอนพักอยู่ที่บ้าน สุทินไม่พอใจที่ลูกตอบคำถามแทนทำตาดุใส่

“คุณเสาวนิตย์ป่วยเป็นอะไรมากไหม”

“ไม่มากค่ะ ไข้ขึ้นเพราะโดน...เอ่อ...โดนฝนเป็นไข้หวัดค่ะ”

สุทินโล่งใจที่สุตาภัญไม่เปิดเผยความจริง รีบเปลี่ยนเรื่อง ชวนเกรียงศักดิ์ไปออกรอบกันได้แล้ว พงษ์ภูมิลูกชายของเกรียงศักดิ์ตามมาสมทบพอดี สุทินรีบยกมือไหว้ทั้งๆที่ตนเองอาวุโสกว่า แถมเขาไม่รับไหว้พ่อของเธออีกต่างหาก สุตาภัญไม่ชอบขี้หน้าผู้ชายคนนี้ขึ้นมาทันที พงษ์ภูมิถูกใจสุตาภัญ สั่งให้สุทินไปดูแลพ่อของเขา ส่วนเขาจะดูแลสุตาภัญให้เอง เธอเริ่มไม่ไว้ใจผู้ชายคนนี้...

สุตาภัญยิ่งขยะแขยงพงษ์ภูมิมากขึ้นเมื่อเขาพยายามจะหาเศษหาเลยกับเธอตลอด แถมไม่ให้เกียรติเธอกับพ่อ เธอจึงหาเรื่องว่ากระทบกลับไปบ้าง ทำให้เขาไม่พอใจ คิดจะเอาชนะเธอให้ได้ เมื่อตีกอล์ฟมาถึงหลุม 3 พงษ์ภูมิทักพ่อของเขาว่ารองเท้าเปื้อน เกรียงศักดิ์ก้มมองรองเท้าตัวเองแล้วหันมองสุทินซึ่งรีบคว้าผ้าเช็ดหน้าออกมาจะเช็ดรองเท้าให้ สุตาภัญทนไม่ได้คว้ามือท่านไว้

“คุณพ่อจะทำอะไรคะ”

สุทินไม่พอใจปัดมือลูกออก แล้วก้มลงไปเช็ดรองเท้าให้เกรียงศักดิ์ สุตาภัญเศร้าใจมากที่พ่อลดศักดิ์ศรีตัวเองเพื่อเลียเจ้านาย พงษ์ภูมิเหมือนจะรู้ทันความคิดของเธอ เข้ามายืนข้างๆ

“พ่อเธอฉลาด รู้จักเอาตัวรอด เธอเองก็ต้องเรียนรู้ไว้บ้างว่าควรทำตัวยังไงกับคนที่มีอำนาจเหนือกว่า” พงษ์ภูมิว่าแล้วเดินไปขึ้นรถกอล์ฟ แล้วหันมาสั่งสุตาภัญให้ขึ้นรถ เธอไม่พอใจ แต่จำต้องนั่งไปกับเขา...

ขณะที่สุตาภัญเริ่มทนพฤติกรรมของเจ้านายพ่อและลูกชายของเขาไม่ไหว ชนกชนม์มาซ้อมดนตรีกับวงของธีรดนย์ที่ผับเพื่อระบายอารมณ์หงุดหงิด ธีรดนย์ชวนเขาให้มาร้องเพลงด้วยกันจะได้มีรายได้ ชนกชนม์ไม่อยากเบียดเบียนเพื่อน ถ้าเอาเขามาเพิ่มอีกคนหนึ่ง หารเงินกันแล้วจะเหลือไม่กี่บาท

“แล้วนายจะหาเงินจากไหน” ธีรดนย์ถามด้วยความเป็นห่วง

ชนกชนม์ยังคิดไม่ออก ธีรดนย์เตือนเพื่อนรัก อย่างไรเสียก็อย่าหมดหนทางจนต้องขึ้นไปข้างบน ชนกชนม์รู้ดีว่าเขาหมายถึงบ่อนพนันของเฮียปรัชญา ส่ายหน้าแล้วเดินออกไป เมื่อมาถึงหน้าผับ เห็นรถของชยางกูรจอดอยู่ เป็นห่วงน้องขึ้นมาทันที รีบวิ่งไปที่ชั้นสอง เจอนักเลงคนเดิมที่เฝ้าอยู่หน้าประตูทางเข้าบ่อน ถามว่าจำเขาได้ไหมคนที่เป็นเพื่อนของสุรเดช

“จำได้แม่นเลยล่ะ”

ชนกชนม์คิดว่าเขาไม่ว่าอะไร ขยับจะเข้าไปข้างใน แต่นักเลงไม่ให้เข้าลากเขาออกไป เตือนว่าถ้าไม่อยากเจ็บตัวไปให้พ้นๆหน้า ชนกชนม์จะขอไปหาน้องชายเท่านั้น ไม่ได้คิดจะเข้าไปก่อกวน นักเลงรำคาญชักปืนขึ้นมาขู่ ชนกชนม์ไม่รอช้า เผ่นแน่บ

ooooooo

หลังจากได้นอนพัก เสาวนิตย์ค่อยยังชั่วขึ้นไข้ ลดลงแล้ว เห็นสุรัมภานั่งซึมอยู่ เดินเข้ามาถามว่าก่อนแม่จะเป็นลม เธอมีอะไรจะเล่าให้ฟังไม่ใช่หรือ สุรัมภาเริ่มลังเลที่เล่า เสาวนิตย์เห็นลูกอึกๆอักๆชักสงสัย

“ลูกไปทำอะไรมา...เรื่องผู้ชายหรือเปล่า...คุณพ่อเหนื่อยเพื่อพวกเรามามากแล้ว อย่าสร้างปัญหาให้คุณพ่อไม่สบายใจอีก แม่ขอนะ”

“ค่ะ...ภาจะไม่สร้างปัญหาให้คุณพ่อคุณแม่ไม่สบายใจ”

“ลูกรักของแม่” เสาวนิตย์ดึงลูกสาวคนเล็กมากอด สุรัมภาน้ำตาคลอไม่สามารถเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นได้...

ทางด้านสุตาภัญอดสูใจมากที่พ่อของเธอแกล้งตีกอล์ฟแพ้เจ้านายเพียงเพราะต้องการเอาใจ พอเห็นพ่ออยู่เพียงลำพัง เดินเข้าไปถามตรงๆว่ายอมก้มให้เกรียงศักดิ์เพื่ออะไรกันแน่ ตำแหน่งหน้าที่หรือการเลื่อนยศ

“ฉันทำเพื่อพวกเธอ...เรามีบ้านหลังใหม่ มีกินมีใช้สบายขึ้นไม่ใช่เพราะหน้าที่การงานหรือไง”

“ตาไม่อยากให้คุณพ่อก้มหัวให้เขาดูถูกเรา...” สุตาภัญยังคุยกับพ่อไม่จบ พงษ์ภูมิเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน พูดขึ้นลอยๆว่าช่วยเอาถุงกอล์ฟไปเก็บที่รถตู้ของเขาด้วย สุทินคิดว่าสั่งตนเอง ขยับจะไป

“เดี๋ยว...ผมหมายถึงลูกสาวอา” พงษ์ภูมิว่าแล้วเหลือบมองสุตาภัญซึ่งมองสุทินเป็นทำนองไม่อยากไปกับผู้ชายคนนี้ สุทินไม่สนใจ สั่งให้เธอไปช่วยเขา เธอจำต้องแบกถุงกอล์ฟตามพงษ์ภูมิด้วยความไม่พอใจ...

เมื่อมาถึงรถตู้ พงษ์ภูมิออกอุบายให้สุตาภัญเอาถุงกอล์ฟไปใส่ไว้ในรถ พอจะถอยออกมาเขาผลักเธอเข้าไปข้างในแล้วเริ่มลวนลาม สุตาภัญร้องขอความช่วยเหลือลั่น พงษ์ภูมิเห็นท่าไม่ดีรีบปิดประตูรถ สุทินยืนมองเหตุการณ์อยู่จะเข้าไปช่วย แต่เกรียงศักดิ์เรียกไว้ บอกให้ไปดูแลเรื่องอาหารให้ สุทินชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจไปช่วยลูก กระชากพงษ์ภูมิออกจากรถ แล้วพาสุตาภัญลงมา

“แกรู้ตัวหรือเปล่า กำลังเล่นกับใคร” พงษ์ภูมิโวยลั่น

สุทินต่อยเขาเปรี้ยงถึงกับเซถลา เกรียงศักดิ์ตามมาสมทบแสร้งถามว่าเกิดอะไรกันขึ้น สุทินไม่กล้าฟ้อง บอกว่าไม่มีอะไร ลูกของเขาไม่ค่อยสบายขอตัวกลับก่อนแล้วพาสุตาภัญออกไปทันที เกรียงศักดิ์หันไปต่อว่าลูกชาย ทีหน้าทีหลังหัดเลือกสถานที่บ้าง อย่าให้เดือดร้อนมาถึงตน...

ฝ่ายชนกชนม์ไม่อยากให้น้องกลายเป็นผีพนันจึงนัดธนกรมาพบที่สวนสาธารณะในหมู่บ้านเพื่อปรึกษาเรื่องนี้ ปรากฏว่าเขารู้เรื่องชยางกูรแล้ว และเคยห้ามแล้ว แต่ลูกไม่ฟัง ชนกชนม์แนะให้บอกชลนิภา

“อาพยายามแล้ว แม่ชนม์ไม่ฟังใครแม้แต่อา อาเองก็ไม่ต่างจากชนม์ ยังดีที่แม่เขายังไม่ไล่ออกจากบ้าน ขอบใจชนม์มากที่ตั้งใจดี อาต้องหาทางช่วยเหลือชยางกูรให้ได้” ธนกรพูดจบ ควักเงินให้ชนกชนม์ไว้ใช้ เขาทำท่าจะไม่รับ ธนกรต้องคะยั้นคะยอให้รับ ขอร้องชนกชนม์อย่าเห็นเขาเป็นคนอื่น เขาก็เหมือนพ่อของชนกชนม์เช่นกัน ทั้งคู่มัวแต่เครียดเรื่องชยางกูร ไม่ทันเห็นชลนิภาจอดรถแอบมองอยู่ ไม่พอใจที่ธนกรให้เงินชนกชนม์

ooooooo

ทั้งสุทินและสุตาภัญต่างนั่งเงียบๆจมอยู่ในความคิดของตัวเองมาตลอดทาง จนกระทั่งถึงบ้าน สุตาภัญกราบขอบคุณพ่อที่ปกป้องเธอ และเธออยากให้พ่อทำอย่างนี้กับแม่กับน้อง ให้เกียรติพวกเราบ้าง

“ไม่ต้องมาสั่งสอนฉัน” สุทินเสียงเขียวขึ้นมาทันที

“ตารู้ว่าคุณพ่อถูกกดดัน เก็บกดจากการทำงาน แต่คุณพ่อไม่ควรเอาสิ่งที่คุณพ่อไม่ชอบมาใช้กับคนในบ้าน ถึงคุณพ่อจะสูญเสียอำนาจในการทำงาน คุณพ่อก็ไม่จำเป็นต้องแสดงอำนาจกับพวกเรา ยังไงพวกเราก็รักและเคารพคุณพ่อ...คุณพ่อคือผู้นำครอบครัว อำนาจมีพลังแค่ชั่วครู่ชั่วยาม แต่ความรักและความเข้าใจทำให้เรารักกันตลอดชีวิต” สุตาภัญได้แต่หวังว่าพ่อจะเอาคำพูดของเธอไปไตร่ตรอง และเลิกทำร้ายแม่

แต่เธอคิดผิด สุทินเก็บความไม่พอใจนี้ไปลงกับเสาวนิตย์แล้วกำชับว่าทีหลังอย่าให้ลูกมาสอนเขาอีก...

ทันทีที่ธรกรก้าวเท้าเข้าบ้านก็โดนชลนิภาเล่นงานที่แอบไปพบชนกชนม์ แล้วถามดักคอว่าลูกชั่วของเธอมาใส่ความอะไรชยางกูรอีก ถูกไล่ออกจากบ้านยังไม่วายเสี้ยมคนในบ้านให้ทะเลาะกัน

“คุณเองก็เหมือนกัน อย่าไปยุ่งหรือให้เงินมัน ไม่งั้นฉันจะยึดบัตรคุณทั้งหมด” ชลนิภาขู่

“ได้ครับ คุณอยากทำอะไรตัดสินใจได้เลย จะปลดผมออกจากบริษัทหรือไล่ออกจากบ้านก็ได้ แต่ผมขอเถอะ อย่าถึงกับเอาโซ่มาล่ามผมไว้เลย ให้เกียรติสักหน่อยว่าผมก็ได้ชื่อเป็นสามีคุณ” ธนกรพูดจบ เดินขึ้นห้อง ชลนิภามองตามไม่พอใจที่ถูกแดกดัน ตั้งใจไว้ถ้าลูกกูรของเธอเรียนจบเมื่อไหร่ เธอจะให้บริหารงานแทนเขา...

คนที่ชลนิภาคิดจะฝากความหวังทั้งหมดไว้ในอุ้งมือ เล่นการพนันจนหมดตัว ต้องไปขอยืมเงินจากเฮียปรัชญาเพิ่ม แต่คราวนี้เฮียปฏิเสธ จะยืมเงินใหม่ต้องใช้หนี้เก่าสามล้านบาทเสียก่อน
“เฮียไม่ใว้ใจผม” ชยางกูรตัดพ้อ

“เฮียรู้ว่าสามล้านจิ๊บๆน้องขโมยเพชรเม็ดโตมาก็ได้สิบล้านแล้ว ว่าไป เฮียก็อยากได้แหวนเพชรมากะพริบใส่ตาให้บอดสักวงสองวงเหมือนกัน” เฮียปรัชญาหัวเราะชอบใจ ขณะที่ชยางกูรผิดหวังที่เขาไม่ให้ยืมเงิน

ooooooo

ชนิกานต์คิดอยู่หลายตลบ ก่อนตัดสินใจไปขอโทษพ่อ แต่พอเปิดประตูห้องนอนของท่านเข้าไป เจอกฤติยาหรือแอนอยู่ในห้องกับพ่อสองต่อสอง ปรี๊ดแตกทันที ระเบิดอารมณ์ใส่พ่อไม่ยั้งที่คิดจะเคลมทั้งน้าทั้งหลาน แล้วเดินสะบัดออกจากห้อง กฤติยาจะตามไปอธิบายว่าเธอเข้ามาทำแผลให้ณวัตร แต่เขาร้องห้ามไว้

“ไม่ต้อง...ปล่อยไปเถอ หนูแอนมาช่วยทำแผลให้อาก่อนแล้วกัน”

“คุณอาน่าจะให้คุณน้าทำให้นะคะ”

“คุณกัณออกไปข้างนอกยังไม่กลับ แต่ถ้าหนูไม่เต็มใจทำให้ ไม่เป็นไร”

กฤติยาจำต้องรับปากจะทำแผลให้ ณวัตรคิดไม่ซื่อออกอุบายให้เธอไปล็อกประตูห้องก่อน เดี๋ยวชนิกานต์จะเข้ามาอาละวาดอีก กฤติยาไม่ได้เอะใจ ทำตามอย่างว่าง่าย ณวัตรยิ้มพอใจ...
กัณฐิกาเพิ่งกลับเข้ามา ได้ยินเสียงชนิกานต์เดินโวยวายลงบันไดมา แดกดันว่าไปกินผึ้งที่ไหนมาที่ได้บ่นมากมายขนาดนี้ ชนิกานต์แหวกลับทันทีว่าตนกินแค่ผึ้ง แต่หลานสาวของเธอกำลังจะกินผัวของน้าตัวเอง ถ้าไม่เชื่อก็ให้ขึ้นไปดูที่ห้องนอนของพ่อ แล้วจะรู้เองว่าทำไมกฤติยาถึงได้อยากมาอยู่ที่นี่จนตัวสั่น...

ทางด้านกฤติยาล็อกประตูห้องเสร็จ หันกลับมาอีกที ต้องแปลกใจที่เห็นณวัตรถอดเสื้อออก โดยอ้างว่ากลัวเสื้อเปื้อนเวลาทำแผล หญิงสาวไม่ติดใจสงสัยอะไร ใส่ยาเอาปลาสเตอร์ปิดแผลให้ แล้วคว้ากล่องปฐมพยาบาลเดินไปที่ประตูห้อง

ณวัตรเข้ามากอดไว้ แม้จะตกใจ แต่หญิงสาวยังมีสติ ค่อยๆถอยไปพิงประตู ใช้มือหนึ่งควานหาลูกบิดเพื่อเปิดล็อกส่วนอีกมือหนึ่งคอยกันณวัตรไว้ กัณฐิกาเข้าห้องไม่ได้ประตูล็อก ทำท่าจะทุบประตู เป็นจังหวะเดียวกับกฤติยาเปิดประตูผลัวะออกมา ณวัตรตกใจที่เห็นกัณฐิกายืนอยู่ ชนิกานต์พรวดเข้าไปในห้องทันที

“ตาไม่บอดก็แหกตาดูสิ พ่อฉันจะกินหลานสาวเธอ...ไม่ใช่สิ หลานสาวเธอต่างหากที่จะกินพ่อฉัน”

“หนูแอนมาทำแผลให้ผม...ใช่ไหมจ๊ะหนู” ณวัตรแก้ตัวน้ำขุ่นๆ กฤติยาไม่อยากอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ขอตัวเอากล่องปฐมพยาบาลไปเก็บ ชนิกานต์รั้งไว้ ในเมื่อหน้าด้านกล้าแย่งผัวของน้าก็ต้องกล้ายอมรับความจริง กฤติยายืนยันว่าไม่ได้เป็นอย่างที่เธอว่า ชนิกานต์บังคับให้เธอสารภาพความเลวออกมาให้หมด

“ปล่อยหลานฉันไปเถอะค่ะ หลานฉันไม่มีนิสัยแบบนั้น...คุณพ่อหนูก็บอกแล้วนี่คะว่าหลานฉันมาช่วยทำแผล ถึงหนูจะไม่เชื่อกฤติยาก็ควรเชื่อใจคุณพ่อนะคะ”

กฤติยาสะบัดมือชนิกานต์ออก แล้วผละจากไป ชนิกานต์ไม่พอใจ หันไปเล่นงานกัณฐิกา หาว่าสองน้าหลานรวมหัวกันมาจับพ่อของเธอ ณวัตรอยากให้เรื่องจบๆ สั่งให้ลูกหยุดใส่ความใครต่อใครได้แล้ว เขายังไม่ได้เอาเรื่องที่เธอทำคิ้วเขาแตก ชนิกานต์โกรธที่เรื่องกลับตาลปัตรเดินกระแทกเท้าออกไป

“กัณขอโทษคุณณวัตรนะคะที่ไม่ได้อยู่ดูแลคุณ”

“ไม่เป็นไร หนูแอนเธอทำหน้าที่แทนคุณแล้ว”

“มีอะไรก็เรียกใช้หนูแอนได้นะคะ หนูแอนว่านอน สอนง่าย” กัณฐิกาว่าแล้วเข้ามาเอาอกเอาใจ ณวัตรยิ้มพอใจที่เธอเชื่อใจ ไม่รู้ว่าเขาตั้งใจจะเคลมกฤติยา...

ความจริงแล้วกัณฐิการู้อยู่เต็มอก ต่อหน้าณวัตรไม่กล้าแสดงความหึงหวงให้เห็น พอได้อยู่ลำพังกับกฤติยา กัณฐิกาเล่นงานลูกอุตลุดทั้งด่าว่าทั้งตบตี กระชากสร้อยเพชรที่ณวัตรให้กฤติยาขาดกระจุย แถมพาลหาว่าเธอโปรยเสน่ห์ใส่ธีรดนย์ และสั่งให้เลิกทำตัวแพศยาได้แล้ว

“มันยากนะคะแม่...ที่จะให้แอนเลิกนิสัยยั่วยวนผู้ชาย เพราะเชื้อแพศยาของแม่อยู่เต็มตัวแอน”

กัณฐิกาตบหน้าเธอฉาดใหญ่ฐานยอกย้อน เตือนว่าอย่ามายุ่งกับผู้ชายของตนหรือให้ท่าธีรดนย์อีก กฤติยาเชิดหน้าไม่สะทกสะท้าน แต่เมื่อแม่ออกไปแล้ว เธอหยิบรูปถ่ายของยายแก้วที่วางบนโต๊ะหัวเตียงขึ้นมา

“ยายอย่าโกรธแอนนะจ๊ะ แอนไม่ได้คิดแย่งผู้ชายของแม่ แอนแค่อยากให้แม่รู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดเมื่อไม่มีใคร เหมือนที่แม่เคยทอดทิ้งแอน” กฤติยากอดรูปยายแก้วร้องไห้โฮ

ooooooo

ที่มหาวิทยาลัย สุตาภัญผิดหวังเล็กน้อยที่ไม่ได้ช่วยชนกชนม์เพราะเขาได้เงินค่าเทอมจากธนกรแล้ว

“ถ้าอยากจะช่วย ก็หางานให้ผมทำ ผมอยากมีเงินไว้ใช้...รับผมเป็นคนใช้บ้านคุณก็ได้ ผมปัดกวาดเช็ดถูงานสวนงานครัว ซ่อมท่อเปลี่ยนหลอดไฟ ทำได้ทุกอย่าง”

“แค่แมลงวันตัวผู้บินเข้าบ้านยังโดนช็อตเลย หมดสิทธิ์จ้ะ” แต่แล้วสุตาภัญนึกอะไรขึ้นมาได้...

ครู่ต่อมา ชนกชนม์ในชุดญี่ปุ่น เดินแจกใบปลิวโฆษณาร้านอาหารอยู่ริมถนน สุตาภัญซื้อน้ำมาให้เขาดื่มแก้กระหาย แล้วถามว่างานถูกใจไหม เขาส่ายหน้า อาชีพนี้ส่งเสริมให้คนทำลายสิ่งแวดล้อม พยักพเยิดไปที่ถังขยะใกล้ๆเห็นใบปลิวโฆษณาเกลื่อนพื้น สุตาภัญเดินไปเก็บมันขึ้นมา แล้วหันมาทางชนกชนม์

“เราช่วยโลกได้...รียูส นำกลับมาใช้ใหม่” เธอแจกใบปลิวเหล่านั้นให้คนที่เดินผ่านไปมา พร้อมกับโฆษณาร้านอาหารไปด้วย ชนกชนม์เข้าไปช่วยเธอเก็บใบปลิวแล้วแจกจ่ายต่อไป จังหวะนั้น ชนิกานต์กับธีรดนย์ตามมาสมทบ ถามว่าทำอะไรกันอยู่ พอรู้ว่าชนกชนม์ต้องการหางานทำ ธีรดนย์ชวนไปร้องเพลงกับวงของเขา

“บอกแล้วไง ไม่อยากเป็นตัวหาร”

ชนิกานต์เสนอให้ชนกชนม์เอาบัตรเครดิตของเธอไปใช้ก่อน แต่เขาไม่รับ อยากทำงานหาเงินด้วยตัวเอง สุตาภัญมาคิดๆดูแล้ว ถ้าเป็นลูกจ้างคงจะไม่รอด ดังนั้นจะให้ชนกชนม์เป็นเจ้าของกิจการเอง

“เงินทุนต่ำอย่างพวกเราเนี่ยนะ” ธีรดนย์ทักท้วง สุตาภัญว่าเรื่องเงินน้อยไม่เป็นปัญหา แต่มันอยู่ที่สมองต่างหาก ทุกคนต่างสงสัย กิจการที่เธอว่าคืออะไร...

ขณะที่ชนกชนม์กับเพื่อนๆกำลังหางานสุจริตทำ ชยางกูรกลับถูกการพนันครอบงำ ไม่มีเงินเล่นก็วางแผนขโมยเครื่องเพชรของแม่ไปใช้หนี้พนัน ส่วนเงินที่เหลือจะได้เอาไว้เล่นพนันต่อไป เขารอจังหวะที่แม่กับพ่อออกไปทำงาน จัดแจงจะย่องขึ้นห้องของแม่ ธนกรรู้ทันแม้ตัวจะไม่อยู่คุม แต่สั่งให้แป๋วคอยตามประกบชยางกูรไม่ห่าง เขาหาทางกำจัดเธอไปพ้นทาง หยิบเงินให้หนึ่งพันบาท

“หน้าหมู่บ้านมีตลาดนัด ไปซื้อเสื้อผ้าสวยๆใส่”

“แป๋วไปก็บกพร่องในหน้าที่...งั้นเก็บเงินไว้ซื้ออาทิตย์หน้าก็ได้ค่ะ” แป๋วว่าแล้วเอื้อมมือจะรับเงิน ชยางกูรชักมือกลับ ถ้าไม่เอาวันนี้ก็อด แป๋วเห็นแก่เงิน ยอมตกลงด้วย รับเงินแล้ววิ่งปรู๊ดออกไปทันที ชยางกูรรอจนเธอลับสายตา รีบไปที่ห้องของแม่ ตรงไปยังตู้เซฟ พยายามจะเปิดแต่ไม่มีรหัส

“มันต้องมีซ่อนที่ไหนบ้างล่ะ” ชยางกูรกวาดตามองหากล่องเก็บเครื่องเพชรของแม่

ooooooo

กิจการที่สุตาภัญว่าคือเปิดแผงขายเสื้อ หลังจากไปเหมาเสื้อราคาถูกมาได้ ชนกชนม์กับธีรดนย์ช่วยกันขนมากองไว้บนโต๊ะ ธีรดนย์อดเป็นกังวลไม่ได้ เสื้อแบบนี้มีขายกันเกลื่อน ใครจะมาซื้อ

“เราก็สร้างมูลค่าเพิ่ม ทำให้มันไม่เหมือนใคร ปักลาย ใส่ลูกเล่นเพิ่มเติม” สุตาภัญแนะ

“สกรีนด้วย ฉันออกแบบเอง” ชนกชนม์ว่าแล้วคว้ากระดาษมาวาดแบบคร่าวๆแม้จะไม่รู้ว่างานนี้จะเจ๋งหรือจะเจ๊ง แต่ในเมื่อลงทุนไปแล้ว ทุกคนต่างช่วยกันตกแต่งเสื้อ อย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย...

ด้านธนกรนั่งรถมายังไม่ถึงครึ่งทาง สั่งให้คนขับวกรถกลับ เขาลืมแบบเครื่องเพชรไว้ที่ห้อง ชลนิภาห้ามไว้

“ไม่ต้อง...ฉันมีนัดลูกค้าไม่อยากสาย คุณเรียกแท็กซี่ไปเอาแบบแล้วไปบริษัทเอง”

ธนกรน้อยใจที่ชลนิภาไม่สนใจ แต่ไม่อยากทำตัวให้มีปัญหา ยอมลงจากรถ เขาเรียกแท็กซี่อยู่หลายคันแต่ไม่มีคันไหนจอด จึงต้องวิ่งฝ่าการจราจรที่คับคั่งไปอีกฝั่งหนึ่งของถนน สักพักมีแท็กซี่จอดรับ ชลนิภานึกสงสารสามีตัวเอง สั่งคนขับให้วกรถกลับบ้าน

“คุณผู้ชายคงดีใจนะครับที่คุณผู้หญิงเป็นห่วงท่าน”

“ไม่ต้องพูดมาก ไปได้แล้ว” ชลนิภาสั่งเสียงเข้ม...

ไม่นานนัก ธนกรกลับถึงบ้าน แปลกใจที่ไม่เห็นใคร รีบวิ่งขึ้นไปดูที่ห้องนอน เจอชยางกูรกำลังหยิบแหวนเพชรออกจากกล่องใส่เครื่องประดับของชลนิภา เขาโวยวายลั่นว่าลูกขโมยเครื่องเพชรของแม่ ชยางกูรถึงกับหน้าเสียรีบปฏิเสธว่าเปล่า
“พ่อรู้แล้ว ลูกติดหนี้พนัน ขโมยแหวนเพื่อจะหาเงินไปใช้หนี้ใช่ไหม”

จังหวะนั้น ชลนิภาตามเข้ามา สั่งให้ธนกรหยุดใส่ร้ายลูกของเธอ ชยางกูรดีใจที่เห็นแม่ รีบวิ่งไปหา ธนกรขอร้องชลนิภาเลิกโอ๋ลูกได้แล้ว ให้ท้ายกันจนเสียคนกลายเป็นหัวขโมย ชลนิภาหันมาถามลูกว่าตกลงเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ชยางกูรแต่งเรื่องว่าเห็นห้องแม่ไม่ได้ล็อก กล่องใส่เครื่องประดับวางอยู่นอกลิ้นชัก เขากลัวแป๋วจะเข้ามาขโมย ก็เลยจะเก็บให้ พ่อยังมากล่าวหาว่าเขาขโมยของ

“โกหก...พ่อเห็นลูกกำลังขโมยเพชร”

ชลนิภาสั่งให้ธนกรค้นตัวลูกจะได้หมดข้อสงสัย แต่ถ้าไม่พบอะไร เขาต้องรับผิดชอบ ชยางกูรถึงกับหน้าจ๋อย ธนกรค้นทั้งในกระเป๋าเสื้อและกางเกงแต่ไม่พบอะไร

“กูรบอกแล้วว่ากูรไม่ได้ขโมย คุณพ่อไม่ไว้ใจกูร” ชยางกูรพูดจบ วิ่งออกจากห้อง ชลนิภาไม่พอใจมาก ที่ธนกรคอยจับผิดลูกตัวเอง จากนี้ไปเธอจะไม่เชื่อคำพูดของเขาอีก ธนกรถึงกับอึ้ง จำต้องรับสภาพ แล้วนึกขึ้นได้ไหนชลนิภาบอกว่าต้องรีบไปหาลูกค้า แล้วกลับมาที่นี่ทำไม หรือว่าไม่ไว้ใจเขา

“ใช่...เหมือนที่คุณไม่ไว้ใจลูก” ชลนิภาประชด ทั้งๆที่ความจริงกลับมารับเขา ธนกรผิดหวังมาก เดินไปหยิบแบบเครื่องเพชรจะออกจากห้อง ชลนิภาหมดอารมณ์จะเข้าบริษัท วานเขาเอาของไปส่งลูกค้าให้ด้วย

“ครับ...ท่านประธาน” ธนกรค้อมหัวให้ชลนิภา ก่อนจะออกไป...

ฝ่ายชยางกูรรีบกลับห้องตัวเอง เปลี่ยนสีหน้าจากเศร้าสร้อยเป็นยิ้มสะใจ หยิบแหวนเพชรเม็ดเป้งของแม่ที่ซ่อนไว้ในรองเท้าสำหรับใส่ในบ้านออกมา...

ด้านชลนิภาเดินไปดูกล่องเครื่องประดับ จำได้ว่าเมื่อเช้าเอาเก็บใส่ลิ้นชักเรียบร้อยแล้ว ทำไมลูกถึงบอกว่าวางอยู่ข้างนอก เอะใจเปิดกล่องดู แหวนเพชรหายไปหนึ่งวง รีบวิ่งไปที่ห้องนอนลูกไม่พบใคร ตามไปหน้าบ้านเจอแป๋วกลับมาพร้อมถุงใส่เสื้อผ้าที่เพิ่งซื้อ ถามว่าหายไปไหนมา อู้งานหรือ แป๋วปฏิเสธว่าไม่ได้อู้งาน คุณชยางกูรอนุญาตให้ไป แถมใจดีเป็นพิเศษให้เงินช็อปปิ้งตั้งหนึ่งพันบาท ชลนิภาครุ่นคิดสงสัยในพฤติกรรมของลูกรัก

ooooooo

ในที่สุดแผงขายเสื้อของชนกชนม์ก็เปิดทำการ ทีแรกขายไม่ได้เพราะชนิกานต์วีนใส่ลูกค้าจนเปิดหนีกันหมด ธีรดนย์แนะให้แสดงละครสั้นเพื่อโปรโมตสินค้าในร้าน ได้ผลเกินคาด ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาเริ่มสนใจเข้ามามุงดู เมื่อละครจบต่างปรบมือชอบใจ และช่วยกันอุดหนุนเสื้อในร้านหมดภายในพริบตา

หลังจากทำยอดขายได้ถล่มทลาย ชนกชนม์ สุตาภัญ ธีรดนย์ และชนิกานต์ไปที่ร้านอาหารข้างถนนแห่งหนึ่ง เพื่อฉลองความสำเร็จให้กับเถ้าแก่ชนกชนม์ ธีรดนย์อยากเป็นเถ้าแก่บ้าง ขอลงขันเป็นหุ้นส่วนด้วย

“เอาเป็นว่า ทุกคนในที่นี้ เป็นหุ้นส่วน เราหารสี่ โอเคหรือเปล่า” ชนกชนม์เสนอ สุตาภัญขอสละส่วนแบ่งยินดีช่วยโดยไม่หวังอะไรตอบแทน

“ขอบใจนะตา...แฟนฉันน้ำใจสุดยอดไหมไอ้ชนม์” ธีรดนย์หันไปพยักพเยิดกับชนกชนม์

ชนิกานต์คุยอวดบ้าง “แฟนชนม์ก็สุดยอดย่ะ...ไม่ต้องแบ่งให้นิกกี้นะ ขอให้ชนม์รักนิกกี้มากขึ้นก็พอ”

“พรุ่งนี้ผมจะสกรีนเสื้อให้มากขึ้น จะได้เงินเยอะๆ ผมจะอยู่ได้ด้วยตัวเอง...เอ้า...ชน” ชนกชนม์พูดจบ ยกแก้วน้ำหวานชนกับแก้วของเพื่อนๆ ทุกคนต่างยิ้ม ให้กันมีความสุข...

กว่าธีรดนย์จะกลับถึงบ้านก็เย็นมากแล้ว อุษาถามด้วยความเป็นห่วงว่าไปไหนมาทำไมกลับเอาป่านนี้เขาคุยให้แม่ฟังว่าเข้าหุ้นกับเพื่อนเปิดแผงขายเสื้อขายดีมาก อีกไม่นานเราสองคนแม่ลูกจะมีเงินเก็บมากพอที่จะไปจากที่นี่ อุษาเป็นห่วงคุณท่านกับคุณหนู ถ้าเราไม่อยู่แล้วใครจะดูแล

“แม่เลิกเป็นห่วงคนอื่นหันมาสนใจตัวเองบ้าง ผมอยากให้แม่มีความสุข มีชีวิตใหม่ที่ดีขึ้น”

“จ้ะ...แม่ไปเตรียมอาหารให้คุณท่านก่อน ลูกรีบไปรดน้ำต้นไม้ได้แล้ว”

ธีรดนย์รับคำ รีบถอดเสื้อเปลี่ยนชุด ไม่ทันสังเกตเห็นกัณฐิกายืนมองร่างกำยำของเขาอย่างพึงพอใจ

ooooooo

กัณฐิกาไม่ได้แค่มองเท่านั้น แต่มีแผนจะรวบหัวรวบหางธีรดนย์ด้วย รอจังหวะที่เขารดน้ำต้นไม้ เข้าไปแย่งสายยางจะขอรดน้ำเอง ธีรดนย์ไม่ให้ทำแย่งคืน ยื้อยุดสายยางกันไปมา น้ำฉีดใส่เปียกปอนด้วยกันทั้งคู่  กัณฐิกาทำทีมีเมตตาจะช่วยเขาถอดเสื้อที่เปียกออก ธีรดนย์เอามือกันไว้ ขอถอดเอง เธอทำตาดุใส่

“ดื้อนัก...ฉันฟ้องคุณณวัตรว่าเธอแกล้งฉีดน้ำใส่ฉัน”

ธีรดนย์จำต้องยอมให้กัณฐิกาถอดเสื้อให้ เธอไม่หยุดแค่นั้น เอามือลูบไล้ใบหน้าเช็ดน้ำให้ กฤติยาเห็นการกระทำของแม่แล้ว รู้ทันว่าต้องการใกล้ชิดธีรดนย์หยุดมองอย่างสนใจ ชนิกานต์เพิ่งเลี้ยวรถเข้าบ้านเห็นแม่เลี้ยงตัวแสบกำลังแต๊ะอั๋งธีรดนย์อยู่ จอดรถดูท่าที ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกไม่เหมาะสม จับมือกัณฐิกาออก

“ผมขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนครับ” ธีรดนย์ว่าแล้วหันหลังเดินออกไป กัณฐิกาเจ้าเล่ห์แกล้งลื่นหกล้มข้อเท้าแพลง ขอให้ธีรดนย์ช่วยพาไปส่งห้อง เขารู้ไม่เท่าทันเล่ห์กลรีบอุ้มเธอขึ้นมา ชนิกานต์มองออกว่านังแม่เลี้ยงมารยา กดแตรเสียงดังลั่น อุษาวิ่งออกมาดูเห็นสถานการณ์ตึงเครียด หวั่นจะเกิดเรื่อง กัณฐิกาเห็นท่าไม่ดีบอกธีรดนย์ให้ปล่อยเธอลง ชายหนุ่มเห็นขาเธอเจ็บ อาสาจะพยุงให้

“ไม่เป็นไร ฉันไม่อยากให้หนูนิกกี้เข้าใจผิด ต่อว่าฉันได้อีก” กัณฐิกาแสร้งเดินกะเผลกๆมาตามทางรถแล่นเพื่อจะเข้าตึกใหญ่ ชนิกานต์ค่อยๆเคลื่อนรถตามช้าๆก่อนจะเหยียบคันเร่งพุ่งใส่ กัณฐิกาหันมาเห็น ถึงกับตาเหลือก ที่เดินกะเผลกๆเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นวิ่งหนี ยิ่งเห็นรถของชนิกานต์ใกล้เข้ามายิ่งเร่งฝีเท้า อารามรีบร้อนสะดุดขาตัวเองล้ม รถของชนิกานต์พุ่งมาจอดเฉียดตัวกัณฐิกาไปนิดเดียว ก่อนจะลงมาชี้หน้าด่า

“อย่าสวมเขาให้พ่อฉัน นี่แค่เตือน คราวหน้าเป็นของจริง”

อุษารีบวิ่งมาประคองกัณฐิกาพาเข้าตึกใหญ่ ธีรดนย์ปราดเข้ามาต่อว่าชนิกานต์ที่ทำอะไรไม่รู้จักคิด เธอไม่สน ผละจากไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อุษาจะพากัณฐิกาขึ้นห้อง แต่กฤติยาเข้ามาขวางไว้ อาสาจะดูแลคุณน้าให้เอง รอจนอุษาพ้นสายตาแล้ว จึงหันไปพูดกับกัณฐิกา

“แอนคงไม่ต้องช่วยดูแลก็ได้ แม่ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย ส่วนเมื่อกี้ก็แค่ตกใจ ในชีวิตแม่ผ่านคดีเมียหลวงไล่ตบ เอาน้ำกรดสาดมาเยอะ คงจะชิน”

“ไม่ช่วยก็ไม่ต้องมาเยาะเย้ยฉัน” กัณฐิกาพูดจบเดินตัวปลิวขึ้นห้อง กฤติยาพูดไล่หลังด้วยความเป็นห่วงถ้าแม่ไม่อยากเจ็บตัวก็ควรเลิกมั่วไม่เลือกสักที กัณฐิกาไม่พอใจที่ลูกบังอาจมาสั่งสอน บอกให้เธอเอาคำพูดพวกนี้เตือนตัวเองจะดีกว่า กฤติยาผิดหวังที่แม่ไม่สำนึก คิดจะทำอะไรบางอย่างเพื่อเตือนสติ...

ฝ่ายธีรดนย์ไม่พอใจมาก ยังตามไปต่อว่าชนิกานต์อีกว่าเกือบจะฆ่าคนตายยังไม่รู้จักสำนึกผิด เธอเถียงคอ เป็นเอ็น ที่ทำไปทั้งหมดเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของพ่อ เขาก็เห็นไม่ใช่หรือว่านังแม่มดนั่นมารยาเล่นละครตบตาแกล้งเจ็บขา เดินไม่ได้ พอเธอขับรถจะชนกลับวิ่งหนีตัวปลิว

“คุณกัณตกใจกลัวก็ต้องเอาตัวรอด”

“นี่แกโง่ หรือว่ารักเขามากถึงออกรับแทนทุกเรื่อง”

ธีรดนย์ไม่ได้คิดจะปกป้องใคร แต่พูดตามที่เห็น คุณกัณฐิกาเป็นผู้ใหญ่ที่มีน้ำใจและความเมตตาให้กับทุกคนในบ้าน มีแต่ชนิกานต์เท่านั้นที่คิดอคติ มองเธอในแง่ร้ายตลอด

“ฉันรู้แล้วล่ะ แกโกรธที่ฉันขัดจังหวะ ถ้าฉันไม่ขวาง ป่านนี้แกคงได้อุ้มมันขึ้นเตียงไปเรียบร้อยแล้ว”

ธีรดนย์โกรธที่ชนิกานต์หาว่าเขาคิดจะเคลมเมียผู้มีพระคุณ ด่าเธอกลับไปบ้าง ทั้งสองคนมีปากเสียงกันรุนแรง ธีรดนย์ประกาศลั่น ถ้าเก็บเงินได้มากพอเมื่อไหร่จะไปจากที่นี่ เธอจะไม่มีวันได้โขกสับเขาอีก ชนิกานต์ใจหายวูบ ไม่อยากให้เขาไป

ooooooo

ค่ำวันเดียวกัน ชยางกูรเดินผิวปากเข้าบ้านอย่างสบายอารมณ์ แต่ต้องชะงักเมื่อเจอชลนิภานั่งรออยู่

“ลูกกูรเห็นแหวนเพชรไหม แหวนแม่หายไปวงหนึ่ง”

“วงนี้ใช่ไหมครับ” ชยางกูรเอาแหวนออกมาให้แม่ดู แล้วชี้แจงว่าที่หยิบแหวนไปก็เพื่อจะเอาไปเป็นต้นแบบในการออกแบบใหม่ให้แตกต่างออกไป ที่ผ่านมามีเพียงชนกชนม์กับพ่อเท่านั้นที่ออกแบบ เขาอยากแสดงฝีมือบ้างก็เลยให้เพื่อนที่เก่งดีไซน์ช่วยสอนให้ แล้วหยิบภาพสเกตช์แบบแหวนให้แม่ดู

“ที่กูรปิดบังเมื่อบ่ายนี้ กูรอยากเซอร์ไพรส์คุณแม่...คุณแม่อย่าโกรธกูรนะครับ”

“แม่จะโกรธลูกได้ยังไง ลูกทำทุกอย่างเพื่อแม่ เพื่อบริษัทของเรา ลูกเป็นความหวังเดียวของแม่” ชลนิภาเป็นปลื้ม ดึงลูกเข้ามากอด ชยางกูรยิ้มพอใจที่แม่เชื่อเรื่องโกหกของเขา...

ครู่ต่อมาชยางกูรเข้าห้องปิดประตูล็อก เดินไปที่เตียงนอน หยิบเงินฟ่อนใหญ่โปรยขึ้นเพดาน แล้วล้มตัวลงนอนดูเงินที่ปลิวว่อน วันนี้เทพแห่งโชคเข้าข้างเขา เล่นพนันได้เงินมาหลายล้าน นอกจากไถ่แหวนเพชรคืนจากเฮียปรัชญาได้แล้ว ยังเหลือเงินอีกจำนวนมาก ชยางกูรมองเงินที่เกลื่อนเต็มเตียงอย่างมีความสุข

“หน้าโง่ตัวไหนที่บอกว่าการพนันมีแต่เสียกับเสีย” เขาฉุกคิดถึงคำเตือนของชนกชนม์ขึ้นมาได้

“ฉันไม่อยากให้นายถลำลึกไปมากกว่านี้ ต่อไปนายอาจไม่เหลืออะไรเลย แม้แต่รถคันนี้ก็ต้องเสียให้บ่อน”

ชยางกูรหัวเราะสะใจ “...มันมีแต่ได้กับได้เว้ย”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"อาเล็ก" บุกทวงคืนร่าง “กระทิง” ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย ใน “แค้นรักสลับชะตา”

"อาเล็ก" บุกทวงคืนร่าง “กระทิง” ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย ใน “แค้นรักสลับชะตา”
19 มิ.ย 2564

10:25 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 19 มิถุนายน 2564 เวลา 18:29 น.