ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ลูกไม้หลากสี

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ไม่นานนัก เพทายอุ้มสุรัมภาเข้าไปในห้องพักของโรงแรมแห่งหนึ่ง ปอนไม่พูดพล่ามจัดแจงถอดเสื้อตัวเองออก เพทายหันมาเห็นก็โวยลั่นให้ออกไปรอข้างนอกก่อน ตนเสร็จเมื่อไหร่เขาค่อยต่อคิว

“เสียเวลา แซนด์วิชเลยดีกว่า” ปอนโยนเสื้อลงบนเตียง เพทายเหวี่ยงคืน แล้วไล่เขาออกไปรอข้างนอก

ปอนออกจากห้องอย่างเซ็งจัด ตะโกนกลับมาว่าให้เขาเร่งมือด้วย เพทายมองไปยังเด็กสาวที่นอนสลบไสลอยู่บนเตียง ไม่คิดจะแบ่งของดีอย่างนี้ให้ใคร แล้วเดินเข้าไปสูดดมกลิ่นอายสาวจนทั่วตัว

“ของสดของดีมันหอมน่ากินจริงๆเธอเองก็คงอยากกินของอร่อย” เพทายพูดจบคว้าผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำ...

ทางด้านชยางกูรหลอกสุตาภัญมายังโรงแรมเดียวกัน เธอจะโทร.แจ้งตำรวจให้มาจัดการแต่ชยางกูรห้ามไว้ ขืนเรื่องถึงตำรวจก็จะถึงหูพ่อกับแม่ของเธอด้วย เธอไม่กล้าเสี่ยงรีบวางสายแล้ววิ่งตามชยางกูรเข้าไปในโรงแรม สอบถามกับพนักงานประจำเคาน์เตอร์ว่าเมื่อครู่นี้มีวัยรุ่นสองคนพาผู้หญิงมาเปิดห้องพักห้องไหน

“ตั้งแต่หัวค่ำยังไม่มีใครเปิดห้องเลย” พนักงานโกหกหน้าตาย

ชยางกูรกระชากคอเสื้อเขาเข้ามาใกล้ ตะคอกใส่หน้าว่าเขากับเพื่อนไล่ตามพวกนั้นมา ยังมีหน้ามาโกหกอีก พอสุตาภัญเผลอ ชยางกูรแอบยัดเงินใส่มือพนักงานแล้วขยิบตาให้ เขารู้งานรีบส่งกุญแจห้องให้ แต่ไม่ใช่ห้องเดียวกันกับที่สุรัมภาอยู่ สุตาภัญหลงกลเดินตามไปขึ้นลิฟต์

เป็นจังหวะเดียวกับชนกชนม์และธีรดนย์นั่งรถแท็กซี่มาจอดหน้าโรงแรม ชนกชนม์มองรถของน้องชายที่จอดอยู่ ก่อนจะวิ่งตามธีรดนย์เข้าไปที่เคาน์เตอร์ต้อนรับ ถามพนักงานว่าเมื่อครู่นี้มีชายหญิงคู่หนึ่งมาเปิดห้องพักหรือเปล่า เขาโกหกเป็นแพตเทิร์นว่าตั้งแต่หัวค่ำยังไม่มีใครเปิดห้องเลย

“อยากถูกปิดโรงแรมเพราะสมรู้ร่วมคิดคดีข่มขืนก็เอา” ธีรดนย์ขู่จบหยิบมือถือขึ้นมาทำท่าจะโทร.แจ้งตำรวจ พนักงานตกใจ คว้ากุญแจมาสเตอร์คีย์ที่ไขได้ทุกห้อง เดินนำไปที่ลิฟต์...

ขณะเดียวกัน สุตาภัญรีบไขกุญแจเข้ามาในห้องต้องแปลกใจที่ไม่พบใคร หันหลังจะกลับ ชยางกูรขวางทางไว้ เธอสั่งให้หลีกไปจะรีบไปช่วยน้อง

“อย่าไปกวนใจพวกเขาเลยป่านนี้น้องเธอคงสนุกกับเพื่อนฉันไปแล้ว”

สุตาภัญเพิ่งตระหนักว่านี่เป็นแผนชั่วของชยางกูร คิดจะเอาเธอกับน้องมาทำมิดีมิร้าย ร้องตะโกนขอความช่วยเหลือลั่น ชยางกูรตกใจพุ่งเข้ามาปิดปากไว้ แล้วรวบตัวไปที่เตียงก่อนจะขึ้นคร่อม สุตาภัญแทงเข่าเข้าจุดสำคัญ เขาถึงกับจุกลงไปกองกับพื้น เธอฉวยโอกาสวิ่งไปที่ประตู ชยางกูรคว้าขาเธอไว้...

อีกมุมหนึ่งของโรงแรม ชนกชนม์กับธีรดนย์ถูกพนักงานเจ้าเล่ห์หลอกพาไปยังชั้นอื่นเพื่อถ่วงเวลาชนกชนม์ไม่พอใจตะคอกถามว่าตกลงห้องไหนกันแน่ ถ้าไม่บอกจะอัดให้คว่ำ พนักงานรีบบอกทันทีว่าอยู่ชั้นบนสุดแต่อ้างว่าจำเบอร์ห้องไม่ได้ ธีรดนย์กระชากกุญแจไปจากมือเขาแล้ววิ่งนำชนกชนม์ไป เมื่อมาถึงชั้นเป้าหมาย ธีรดนย์โยนกุญแจให้เพื่อน แล้วแยกย้ายกันตามหาสุตาภัญ

ooooooo

สุตาภัญขัดขืนต่อสู้สุดฤทธิ์ พยายามจะไปให้ถึงประตูห้อง ชยางกูรตั้งหลักได้กระชากเธอให้หันมาแล้วตบอย่างแรงจนเธอล้มคว่ำลงบนเตียง

“เธอบังคับให้ฉันต้องใช้ความรุนแรงกับเธอเองนะ” ชยางกูรว่าแล้วถอดเสื้อผ้า เดินยิ้มเหี้ยมเข้าหา

“อย่านะ...อย่าทำอะไรฉันเลย”

ก่อนที่สุตาภัญจะเสียทีให้คนชั่วช้า ชนกชนม์เข้ามาช่วยไว้ทัน ต่อยชยางกูรทรุดลงไปกองกับพื้น สุตาภัญโผกอดชนกชนม์ไว้ร้องไห้โฮ เขากอดตอบปลอบว่าไม่ต้องกลัว เขาจะปกป้องเธอเอง ธีรดนย์เข้ามาเห็นภาพบาดตา ชักสีหน้าขึ้นมาทันที ทั้งคู่รีบผละออกจากกัน ธีรดนย์แค้นใจชยางกูรมากที่คิดจะข่มขืนสาวที่ตนรักเข้าไปกระชากตัวขึ้นมาต่อยไม่ยั้งจนเขาแน่นิ่ง สุตาภัญต้องเข้ามาห้าม

“พอเถอะ...รีบไปช่วยภา พวกมันจับตัวภามาที่นี่ เราต้องไปช่วย” จากนั้น ทั้งสามคนก็รีบออกจากห้อง...

ด้านสุรัมภารู้สึกตัวลืมตาขึ้นมองไปรอบๆพบว่าตัวเองอยู่ในห้องพักของโรงแรม ชักใจไม่ดี จังหวะนั้น เพทายออกจากห้องน้ำเห็นเธอฟื้นคืนสติ ย่างสามขุมเข้าหา สุรัมภาคว้าโคมไฟหัวเตียงขว้างใส่ เขาหลบทัน แล้วโดดรวบเธอไว้หมายจะเผด็จศึก เด็กสาวคว้าที่เขี่ย บุหรี่ฟาดเขาหัวแตกเลือดอาบ แล้ววิ่งหนีไปทางประตูห้อง...

ธีรดนย์รู้ดีว่าแม้พวกตนจะมีกุญแจมาสเตอร์คีย์อยู่ในมือ แต่กว่าจะไขครบทุกห้อง สุรัมภาคงจะเสร็จพวกชั่วนั้นเสียก่อน แนะให้ลงไปถามพนักงานคนนั้น ถ้ายังไม่ยอมเปิดปากตนจะเรียกตำรวจมาจัดการเอง สุตาภัญกับชนกชนม์เห็นด้วยกับข้อเสนอของธีรดนย์ เดินผ่านห้องที่สุรัมภาอยู่ ตรงไปยังลิฟต์...

คล้อยหลังแค่อึดใจเดียว สุรัมภาเปิดประตูห้องออกมา เห็นหลังชนกชนม์กับพวกไวๆยังไม่ทันจะอ้าปากเรียก เพทายเข้ามาทางด้านหลังปิดปากไว้เสียก่อน แล้วลากเธอกลับเข้าห้อง ชนกชนม์กำลังจะเดินเข้าลิฟต์ได้ยินเสียงประตูปิดดังปัง หันไปมองพบแต่ความว่างเปล่า ไม่ได้สนใจอะไรอีกเดินเข้าลิฟต์กดลงชั้นล่าง...

ทางฝ่ายเพทายลากสุรัมภามาที่เตียง ซุกไซ้ไปตามซอกคอ เธอดิ้นรนขัดขืนแต่สู้แรงเขาไม่ได้ แต่แล้วประตูห้องเปิดผลัวะ ชยางกูรก้าวเข้ามาข้างใน สุรัมภาดีใจคิดว่าเขามาช่วยรีบวิ่งไปหลบด้านหลัง ชยางกูรต่อยหน้าเพทายโครม แล้วขยิบตาให้เป็นทำนองขอจัดการเอง ก่อนจะพาสุรัมภาออกไป เพทายไม่พอใจที่ถูกชยางกูร แย่งผู้หญิงไปต่อหน้าต่อตา คิดหาทางแก้แค้น...

ครู่ต่อมา สุตาภัญ ชนกชนม์ และธีรดนย์มายืนตรงหน้าพนักงานคนเดิม คาดคั้นให้บอกมาว่าวัยรุ่นสองคนพาเด็กสาวมาเปิดห้องพักห้องไหน พนักงานอ้าปากจะโกหกอีก แต่เจอชนกชนม์เงื้อกำปั้นรอ กลัวหัวหด รีบเดินนำไปยังห้องเป้าหมาย แต่กลับไม่พบใคร สุตาภัญทั้งเครียดทั้งเจ็บที่ถูกชยางกูรซ้อมถึงกับเป็นลมล้มพับ...

สุรัมภาหลงเชื่อว่าชยางกูรจะพาไปส่งบ้าน เขากลับหลอกเธอเข้าโรงแรม เธอพยายามอ้อนวอนขอร้องให้เขาปล่อย โดยเธอจะช่วยเชียร์พี่สาวให้รักเขาเป็นการตอบแทน ชยางกูรไม่รับข้อเสนอ

“รักหรือ...มันเลยเส้นรักมาแล้ว แต่ฉันต้องการเอาชนะ ฉันต้องการจัดการพี่สาวเธอ...หักหน้าพี่ชายฉัน”

“นายไม่ได้ชอบฉัน ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วย”

“เกี่ยวสิ พี่สาวเธอเล่นตัว เธอก็ต้องชดใช้ในสิ่งที่พี่สาวเธอทำกับฉัน” ชยางกูรว่าแล้วโถมใส่สุรัมภาทันที

ooooooo

ผ่านไปพักใหญ่ สุตาภัญค่อยๆรู้สึกตัว มองไปรอบๆพบว่าตัวเองนอนอยู่บนโซฟาที่บ้าน ร้องหาน้องสาวลั่น พอรู้จากธีรดนย์ว่าเธอยังไม่กลับ ชนกชนม์เช็กดูทุกห้องในโรงแรมแล้วก็ไม่พบ สุตาภัญยิ่งเป็นกังวลจะออกไปตามหาน้องให้ได้

“ใจเย็นๆ ภาอาจไม่ได้เป็นอะไรอย่างที่เราคิดก็ได้ ภาคงสับสนต้องการอยู่คนเดียว พอรู้สึกดีขึ้นภาต้องกลับมา” ชนกชนม์ปลอบ สุตาภัญคลายความกังวลลง จับมือเขาไว้ขอบใจที่ช่วยเหลือ ธีรดนย์ไม่ชอบใจนัก รีบเข้าไปกันท่า พร้อมกับประกาศความเป็นเจ้าของ

“ขอบใจนายมากที่ช่วยเป็นธุระให้ตา นายกลับไปได้แล้ว ฉันจะดูแลแฟนฉันเอง”

ชนกชนม์ไม่อยากอยู่เป็นส่วนเกิน จึงขอตัวกลับ สุตาภัญพยักหน้ารับรู้ แล้วยิ้มให้ ธีรดนย์เห็นสายตาที่เธอมองเขาเต็มไปด้วยความลึกซึ้ง คิดหาทางตัดไฟแต่ต้นลม เดินตามชนกชนม์จนทันกันตรงหน้าบ้านของเขา ขอร้องให้เขาช่วยจัดการกับน้องชายตัวเอง อย่าให้มายุ่งกับสุตาภัญอีก ชนกชนม์ขอโทษแทนน้องชายด้วยและรับปากจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก

“แล้วอีกอย่าง ฉันไม่ชอบที่นายใกล้ชิดกับตา ไม่ว่าจะด้วยความจำเป็นหรือเหตุบังเอิญ นายอยู่ห่างตาไว้ นายก็รู้ว่าตาเป็นแฟนฉัน...เพื่อนกันไม่หักหลังกัน” ธีรดนย์ย้ำประโยคสุดท้ายหนักแน่นก่อนจะเดินออกไป ชลนิภาได้ยินที่ธีรดนย์พูดพอดี มองลูกชายคนโตอย่างสงสัย ก่อนจะถามว่าชยางกูรไปไหน...

คนที่ชลนิภาถามถึงกำลังโยนเงินให้สุรัมภาหนึ่งปึกไว้เป็นค่าแท็กซี่กลับบ้าน เธอเจ็บใจมาก จะเอาเรื่องเขาถึงตำรวจฐานข่มขืนเธอ เขาขู่ว่าถ้าสุรัมภาไม่อยากเป็นดาราหน้าจอมือถือก็ให้หุบปากไว้ แล้วเปิดคลิปที่ถ่ายเหตุการณ์ในห้องนี้ไว้ให้ดู สุรัมภาตกใจ ถึงกับร้องไห้โฮ

“ครั้งแรกก็งี้ล่ะ อีกหน่อยก็ชิน” ชยางกูรพูดจบ หัวร่อร่าออกจากห้อง ทิ้งเธอไว้อย่างนั้นคนเดียว...

ทางด้านชลนิภาเห็นชนกชนม์นิ่งเงียบ ถามซ้ำอีกครั้งว่าชยางกูรไปไหน เขาตัดสินใจเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังว่าน้องไปเที่ยวผับแล้วไปก่อเรื่อง ชลนิภาไม่เชื่อ หาว่าชนกชนม์ใส่ความน้องเพราะอิจฉา

“คุณแม่จะคิดอย่างไรก็ช่าง แต่ความจริงคือชยางกูรคิดจะข่มขืนเพื่อนผม”

ธนกรตกใจ สั่งให้ชนกชนม์เล่าความจริงมาให้หมด ชลนิภาไม่พอใจที่สามีเกิดอยากรู้เรื่องบัดสีที่ชนกชนม์ปั้นแต่งขึ้นเพื่อใส่ร้ายลูกของเขาเอง ธนกรอยากรู้ความจริงมากกว่าปิดหูปิดตารับฟังแต่สิ่งที่อยากได้ยิน

“ชยางกูรลวงเพื่อนผมไปข่มขืนที่โรงแรม ผมตามเข้าไปช่วยไว้ได้ ผมบอกคุณแม่...คุณแม่จะได้มีสติคิดหาวิธีช่วยเหลือลูกรักคุณแม่ ก่อนตำรวจจะมาลากคอเข้าคุก”

จังหวะนั้น ชยางกูรซึ่งสวมหมวกใส่แว่นดำเข้ามาในบ้าน ตัดพ้อต่อว่าพี่ชายว่าเมื่อไหร่จะเลิกใส่ร้ายตนสักที คราวก่อนก็เรื่องแข่งรถ ครั้งนี้หาว่าเขาขืนใจผู้หญิงอีก ทั้งที่ความจริงแล้ว ชนกชนม์ต่างหากที่ทำ เขาแต่งเรื่องว่าไม่อยากให้พี่ชายตัวเองทำผิดกฎหมายและทำลายชื่อเสียงของแม่ พยายามจะเข้าไปช่วยเหลือผู้หญิงคนนั้น

แต่พี่กลับทำร้ายเขา แล้วเปิดหมวกถอดแว่นดำออกโชว์ใบหน้าฟกช้ำ ชลนิภาเชื่อทุกคำที่ชยางกูรพูด หันมาเล่นงานชนกชนม์อย่างหนักถึงขนาดตัดแม่ตัดลูกขับไล่ออกจากบ้าน ชนกชนม์ถึงกับอึ้ง เธอเห็นเขายืนเฉย คว้าของใกล้มือขว้างใส่หัวแตกเลือดอาบ ชยางกูรแอบยิ้มสะใจขณะที่ธนกรสงสารชนกชนม์มาก

“ที่ผ่านมา เวลาคุณแม่ด่าว่าผมเป็นตัวซวย ทำให้ธุรกิจคุณแม่พัง ทำให้พ่อทิ้งคุณแม่ไป ผมพยายามหลอกตัวเองว่าคุณแม่คงพูดด้วยอารมณ์โมโห แต่ผมเพิ่งรู้ความจริงวันนี้เอง คุณแม่เกลียดผมจริงๆ ผมขอโทษครับที่ผมเป็นตัวซวย ทำให้ชีวิตคุณแม่มีปัญหา ต่อไปนี้...

ผมจะไม่อยู่สร้างความเดือดร้อนให้คุณแม่อีกแล้ว ไม่ว่าคุณแม่จะเกลียดชังผมมากแค่ไหน แต่ขอให้คุณแม่รู้ไว้ว่าผม...ยังรักคุณแม่เสมอครับ”

ชนกชนม์ตัดพ้อจบก้มกราบแทบเท้าแม่แล้วเดินจากไปทั้งน้ำตา

ooooooo

ขณะที่ธีรดนย์กับสุตาภัญพยายามโทร.เข้ามือถือของสุรัมภาด้วยความเป็นห่วง เจ้าตัวเดินเข้ามาในบ้าน สุตาภัญดีใจรีบวิ่งเข้าไปถามไถ่ว่าไม่เป็นอะไรใช่ไหม เธอเป็นห่วงแทบแย่ สุรัมภาปัดมือพี่สาวออก

“ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน เธอไม่ใช่พี่ฉัน” สุรัมภาพูดจบวิ่งขึ้นห้อง

สุตาภัญวิ่งตาม แต่เธอปิดประตูล็อกกลอนไม่ให้เข้า พยายามเคาะประตูเรียกให้เปิด แต่ไร้ผล ด้านสุรัมภาวิ่งเข้าห้องน้ำเปิดฝักบัวรดตัวทั้งที่สวมเสื้อผ้าหวังจะล้างคราบราคีออกจากตัว แต่รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ถึงกับทรุดลงร้องไห้ น้ำตาแทบเป็นสายเลือด...

ธีรดนย์เห็นสุตาภัญเดินน้ำตาคลอลงมาหา ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ได้ความว่าสุรัมภาไม่ยอมคุยด้วย เอาแต่ตะโกนว่าเกลียดเธอซ้ำๆ สุตาภัญตำหนิตัวเองที่เป็นพี่ที่ไม่เอาไหนทำให้น้องเสียใจ ธีรดนย์ไม่อยากให้เธอโทษตัวเอง ตอนนี้สุรัมภาคงกำลังสับสน ปล่อยให้อยู่คนเดียวสักพักอาจจะดีขึ้น

“จำไว้นะตา ในวันที่คุณไม่มีใคร ขอให้คุณรู้ไว้ ผมจะอยู่กับคุณเสมอ”ธีรดนย์เช็ดน้ำตาให้ แล้วดึงเธอเข้ามากอดปลอบใจ ชนกชนม์ยืนมองอยู่หน้าบ้านทนเห็นภาพบาดตาไม่ไหวหันหลังเดินกลับ สุตาภัญเห็นเขาพอดี รีบผละจากอ้อมกอดธีรดนย์ จ้ำพรวดๆไปหน้าบ้าน แต่ชนกชนม์หายไปแล้ว...

ชนกชนม์หมดทางไปจึงบากหน้าไปขอนอนบ้านพ่อสักคืน แม้จะรู้ว่าแม่เลี้ยงไม่ชอบขี้หน้า วีรภัทรกลับอ้างว่าคืนนี้มีแขกมาค้างที่บ้านไม่มีห้องว่างให้เขาพัก บอกให้ไปเปิดโรงแรมอยู่ แล้วยื่นเงินค่าห้องให้

“ไม่ต้องครับ ผมไปพักกับเพื่อนได้ ผมไปก่อนนะครับ เดี๋ยวเพื่อนรอ”

วีรภัทรพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะกลับเข้าบ้าน ชนกชนม์ แอบได้ยินพ่อคุยกับแม่เลี้ยง จึงได้รู้ความจริงว่าท่านไม่ได้มีแขกมาพักด้วยอย่างที่อ้าง เขาเดินน้ำตาคลอจากไปด้วยความเสียใจที่พ่อไม่ต้องการเขาเช่นกัน...

หลังจากส่งธีรดนย์กลับไปแล้ว สุตาภัญพยายามต่อโทรศัพท์หาชนกชนม์ แต่เขาไม่รับสาย...

ที่พึ่งสุดท้ายของชนกชนม์คือบ้านของสุรเดช แม้จะเป็นที่สุมหัวของพวกขี้ยา แต่เขาไม่มีทางเลือก จำต้องพักค้างคืนที่นี่ สุรเดชส่งยาเสพติดให้เขาลอง ชนกชนม์ตั้งใจมั่นว่าจะไม่แตะต้องของพวกนี้ จึงเอาขว้างทิ้ง แล้วเดินตรงไปที่ห้องนอนห้องเดิมที่เคยมาค้าง สุรเดชมองตามไม่สบอารมณ์

ooooooo

กฤติยามากราบอัฐิยายแก้วที่วัดแต่เช้า เจอกัณฐิกาที่นำพวงมาลัยดอกไม้มาไหว้ท่านเช่นกัน ไม่พอใจมากตรงเข้าไปต่อว่าต่อขานที่ท่านเห็นการไปฮันนีมูนกับสามีใหม่สำคัญกว่าพิธีรดน้ำศพแม่ตัวเอง กัณฐิกาอ้างว่าที่ทำไปก็เพื่อลูก เพราะต้องเอาใจคุณณวัตรเพื่อที่เขาจะได้ยอมให้เธอเอาลูกไปอยู่ด้วย

“นี่หนูต้องกราบขอบพระคุณแม่ใช่ไหม ที่เสียสละทำทุกอย่างเพื่อหนู” กฤติยาแดกดัน

“เราไม่มีใครอีกแล้ว ครอบครัวเราเหลือเพียงเราสองคน ต่อจากนี้แม่จะดูแลลูกเอง” กัณฐิกาโผกอดลูก

กฤติยาผลักเธอออก “หนูไม่มีแม่...แม่หนูตายแล้ว” เธอตะโกนใส่หน้าแม่เสร็จ ผละจากไป...

ในเวลาเดียวกัน ที่คฤหาสน์ของณวัตร ชนิกานต์น้อยใจพ่อมากที่มีของติดมือมาฝากทุกคนแม้แต่กฤติยายกเว้นเธอคนเดียวที่ไม่ได้ ธีรดนย์ได้ทีเย้ยว่าตอนนี้

ชนิกานต์ไม่ใช่คุณหนูคนโปรดของคุณท่านอีกต่อไปแล้ว บอกอุษาผู้เป็นแม่ว่าขอตัวก่อน ทนดมกลิ่นหัวเหม็นเน่าไม่ไหว แล้วเดินหัวเราะชอบใจออกไป

“คุณหนูอย่าถือสานะคะ” อุษาขอร้อง

“หัดสั่งสอนลูกบ้าง ไม่งั้นจะไม่ได้อยู่บ้านนี้”

ชนิกานต์พูดจบ วิ่งตามธีรดนย์จนทันกระชากถุงใส่เสื้อของฝากที่พ่อเธอให้ ทิ้งลงพื้นใช้เท้าขยี้ซ้ำโทษฐานว่าเธอเป็นหมาหัวเน่า เขาผลักเธอออก หยิบเสื้อตัวนั้นขึ้นมาแล้วหัวเราะเยาะเย้ยว่ารู้ตัวก็ดีแล้ว เธอโกรธจัดตรงเข้าตบตีเขาอุตลุด ธีรดนย์คว้ามือไว้

“ระวังตัวไว้ให้ดีแล้วกัน วันนี้คุณท่านไม่เห็นหัว วันหน้าอาจถูกตัดหางปล่อยวัด ไม่มีใครสนใจเหมือนที่แฟนเธอทิ้งไว้ที่ผับเมื่อคืน น่าสงสารจริงๆเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไร้ค่า ใครๆก็เขี่ยทิ้ง”

ชนิกานต์เถียงคอเป็นเอ็นว่าชนกชนม์รักเธอ ไม่อย่างนั้นจะอยากเป็นแฟนเธอทำไม ธีรดนย์เหน็บแนมว่าที่ชนกชนม์ยอมรับเธอเป็นแฟนก็เพราะเวทนาสงสาร ชนิกานต์ย้อนให้บ้างว่าสุตาภัญเองก็ไม่ได้อยากจะคบเขาแต่เป็นเพราะชนกชนม์ประกาศเป็นแฟนกับเธอ สุตาภัญกลัวเสียหน้าก็เลยต้องหาใครสักคนมาควงแก้เก้อ  ธีรดนย์ยัวะจะพิสูจน์ให้เธอเห็นว่าสุตาภัญรักเขา ไม่ใช่แค่มีไว้ควงเล่นๆ

“ฉันก็จะทำให้แกเห็นว่าชนกชนม์รักฉัน” ชนิกานต์พูดจบเดินจากไป ธีรดนย์ชักจะหวั่นใจเรื่องสุตาภัญ...

ไม่นานนัก ชนิกานต์มาที่บ้านชนกชนม์ ถึงได้รู้ว่าเขาถูกแม่เฉดหัวออกจากบ้านเนื่องจากทำเรื่องเสื่อม

เสีย ชนิกานต์ไม่เชื่อว่าคนดีๆอย่างชนกชนม์จะทำแบบนั้น พยายามพูดแก้ต่างให้ ชลนิภาไม่อยากฟังสั่งให้แป๋วไปส่งแขก ระหว่างเดินไปที่ประตูรั้ว ชนิกานต์ซักถามแป๋วว่าเกิดอะไรขึ้น เธอยังไม่ทันจะเปิดปากพูด ชยางกูรเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ชนิกานต์มีปากเสียงกับชยางกูรพอหอมปากหอมคอก่อนจะแยกย้ายกันไป

ooooooo

ที่มหาวิทยาลัย สุตาภัญโกรธจัดเมื่อรู้จากชนิกานต์ว่าชนกชนม์ถูกไล่ออกจากบ้าน เธอมั่นใจชยางกูรต้องเป็นต้นเหตุเรื่องนี้ ชนิกานต์งง ตกลงเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ชลนิภาพูดเหมือนชนกชนม์ไปข่มขืนใครมา

“ชนกชนม์ไม่ได้ทำ และเธอไม่ต้องไปสนใจว่าใครทำ ให้รู้ไว้ว่าชนกชนม์เป็นคนดีเท่านั้นพอ” สุตาภัญพูดจบจํ้าพรวดๆออกไป ชนิกานต์ตะโกนถามไล่หลังว่าจะไปไหน เธอก็ไม่ตอบเดินหายไปทางหลังคณะ ชนิกานต์หันกลับมาอีกทีเจอธีรดนย์ยื่นดอกกุหลาบให้ เธอรับมางงๆ ไม่รู้ว่าให้เนื่องในโอกาสอะไร

เขามาแสดงความเสียใจและสะใจที่แฟนของ

ชนิกานต์ถูกเฉดหัวออกจากบ้าน ชนิกานต์โมโหขยี้กุหลาบในมือ แล้วซัดใส่หน้าเจ้าของ ด่าซํ้าว่ากล้าดีอย่างไรมาเยาะเย้ยตน นอกจากเป็นขี้ข้าที่ใช้ไม่ได้แล้ว ยังเป็นเพื่อนที่เลวมาก ชนกชนม์ลำบากต้องระหกระเหินแทนที่จะช่วยกลับซํ้าเติม

“เพื่อนแล้วไง คนอย่างมันเอาตัวรอดได้น่า”

“อย่าลืมว่าเขาเป็นแฟนฉัน แกต้องให้เกียรติและเคารพเขาเสมือนเจ้านายแก เป็นขี้ข้า...อย่าลืมกำพืด” ชนิกานต์ด่าจบ เดินสะบัดออกไป ธีรดนย์ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่มองตามเจ็บใจ...

ขณะชยางกูรกำลังนั่งกินขนมอย่างสบายใจ สุตาภัญเดินหน้าบึ้งเข้ามาคว้าแก้วน้ำที่วางอยู่แถวนั้นสาดหน้า ด่าซ้ำว่าเลวมาก คิดข่มขืนเธอไม่พอ ยังโยนความผิดให้พี่ชายตัวเอง คนแบบนี้ต้องจับขังคุกถึงจะสำนึก

“อย่าคิดไกลถึงแจ้งความเลย หน้าบางอย่างเธอไม่กล้าแม้แต่บอกพ่อแม่ด้วยซ้ำ...ฉันสืบเรื่องเธอมาหมดแล้ว กลับบ้านผิดเวลาก็กลัวตัวสั่น นับประสาอะไรจะกล้าบอกว่าไปเที่ยวผับ ไหนจะเรื่องน้องสาวแย่งผู้ชาย ดักตบเพื่อนสนิทอีก...เอาสิ กล้าไหมล่ะ” ชยางกูรลอยหน้าท้าทาย

สุตาภัญหมั่นไส้ตบหน้าเขาทันที ประกาศลั่นว่าเรื่องนี้ไม่จบง่ายๆแน่ เธอต้องปกป้องศักดิ์ศรีตัวเอง...

ในเวลาต่อมา สุตาภัญมาขอพบชลนิภาที่บ้าน อ้างว่ามีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับชยางกูรจะแจ้งให้ทราบ ชลนิภาหูผึ่ง ถามว่ามีเรื่องอะไร สุตาภัญเล่าให้ฟังว่าลูกชายสุดที่รักของเธอคิดจะข่มขืนตน แต่ชนกชนม์มาช่วยไว้ทัน และที่มาที่นี่ไม่ได้ต้องการมาเอาเรื่อง แค่อยากจะเรียกร้องความยุติธรรมให้ชนกชนม์ซึ่งไม่ได้ทำผิดอะไร เขาต่างหากที่ช่วยเหลือเธอให้รอดพ้นจากชยางกูร

“ฉันไม่เชื่อ แกต้องเป็นผู้หญิงของชนกชนม์ มันสั่งให้แกสร้างเรื่องหลอกฉันเพื่อล้างมลทินชั่วของมัน หวังให้ฉันใจอ่อนรับมันกลับเข้าบ้าน ฉันไม่หลงกลพวกแกหรอก เธอออกไปได้แล้ว”

“ขอให้คุณอารับรู้ไว้นะคะ ชนกชนม์เป็นสุภาพบุรุษและเป็นลูกที่ดี แต่หากคุณอายังปิดหูปิดตาตัวเอง สักวันคุณอาต้องเสียใจเพราะลูกรักของคุณอา”

ชลนิภาตวาดลั่นว่าไม่ต้องมาสั่งสอน แล้วไล่เธอไปให้พ้นหน้า ธนกรมองตามเด็กสาวสีหน้าครุ่นคิด สุตาภัญยังไปไม่ทันพ้นประตูรั้ว เจอชนกชนม์พอดี เธอต้องการให้ เขาเข้าไปข้างในบ้านด้วยกัน ชลนิภาจะได้รู้ความจริงเสียทีว่าลูกชายสุดเลิฟของตนเลวแค่ไหน ชนกชนม์กลับขอร้องเธออย่าเอาเรื่องชยางกูร เขาไม่อยากเห็นน้องต้องหมดอนาคต สุตาภัญฉุนขาด

“ฉันผิดหวังในตัวนายมาก ฉันรู้สึกอับอายที่ต้องมาพูดเรื่องตัวเองเพื่อช่วยนาย แต่นายกลับไม่ปกป้องศักดิ์ศรีของนาย และไม่เคยคิดถึงความรู้สึกฉัน สุดท้ายแล้ว นายก็เป็นคนเห็นแก่ตัวเหมือนกับน้องนาย การที่นายทำอย่างนี้เท่ากับนายสมรู้ร่วมคิดกับชยางกูรข่มขืนฉัน” สุตาภัญต่อว่าจบ เดินจากไปทั้งน้ำตา

ชนกชนม์ยอมให้สุตาภัญเข้าใจตนเองผิดๆดีกว่าจะทำให้แม่ต้องเสียใจและผิดหวังในตัวชยางกูร เพราะท่านผิดหวังในตัวเขามามากพอแล้ว ด้านสุตาภัญเสียใจกับการกระทำครั้งนี้ของชนกชนม์ ในเมื่อเขาขอไม่ให้เอาเรื่องชยางกูร เธอก็จะให้ แต่จากนี้ไป เธอจะไม่ยุ่งเกี่ยวอะไรกับเขาอีก

ooooooo

กฤติยาตัดสินใจทำตามคำขอสุดท้ายของยายแก้วที่อยากเห็นตนกับแม่อยู่พร้อมหน้าเป็นครอบครัวเดียวกัน เธอแปลงโฉมตัวเองเป็นสาวเปรี้ยว หอบข้าวของไปอยู่กับแม่ที่คฤหาสน์ของณวัตรในฐานะลูกบุญธรรมอย่างที่แม่ต้องการ ต่อหน้าคนอื่นกฤติยาจะเรียกแม่ว่าคุณน้าเพื่อไม่ให้ใครสงสัย

ณวัตรดูจะพอใจในตัวกฤติยามาก เธอเองก็พอจะมองออก จงใจกราบขอบคุณที่อกเขาที่อนุญาตให้มาอยู่ที่นี่ กัณฐิกาไม่ค่อยพอใจนัก รีบดึงตัวกฤติยาออกห่าง

“ไปจ้ะ...น้าจะพาหลานไปห้องพัก” กัณฐิกาพูดจบเดินนำกฤติยาขึ้นไปข้างบน ณวัตรมองตามกฤติยาด้วยสายตาชื่นชอบ อุษาซึ่งเห็นเหตุการณ์โดยตลอดรู้ดีว่าคุณท่านคิดอะไรอยู่...

ทันทีที่กัณฐิกาพาลูกเข้าห้องพัก ต่อว่าว่าคิดจะทำอะไรกันแน่ ทำไมถึงต้องแต่งตัวโป๊แบบนี้ กฤติยาอ้างว่าแม่เป็นคนบอกเธอเองให้มาใช้ชีวิตหรูหรา เธอก็ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่ คนอื่นจะได้ไม่รู้ว่ามาจากสลัม

กัณฐิกาไม่อยากต่อความด้วยเปลี่ยนเรื่องพูด “ลูกให้อภัยแม่แล้วใช่ไหม ถึงยอมมาอยู่กับแม่”

“หนูไม่ได้มาอยู่กับแม่ หนูมาอยู่กับคุณน้าค่ะ”

“จะเรียกอะไรก็ช่างเถอะ แม่ดีใจนะที่ลูกมา ชีวิตลูกหลังจากนี้ไม่ลำบากอีกแล้ว แม่จะทำให้ชีวิตหนูมีความสุข เป็นครอบครัวที่อบอุ่นพร้อมหน้าพ่อแม่ลูก” กัณฐิกาว่าแล้วเข้ามากอด กฤติยาดันเธอออกอ้างว่าไม่ชิน กัณฐิกาไม่ค่อยพอใจนัก จะลุกออกจากห้อง แต่นึกอะไรขึ้นมาได้ หันกลับมาเตือนลูกว่า

“ต่อไปสำรวมกิริยาด้วย โตเป็นสาวแล้วอย่าประเจิดประเจ้อกับคุณณวัตรให้มากนัก”

ooooooo

สุตาภัญพยายามจะปรับความเข้าใจกับน้องสาว แต่เธอไม่ยอมคุยด้วยเดินหนีเข้าห้องปิดประตูตามหลัง สุตาภัญดันประตูไว้ ติงน้องว่าอย่าโกรธเธอด้วยเรื่องชนกชนม์ เพราะเขาไม่มีค่าพอ

“พี่ไม่มีสิทธิ์มาว่าพี่ชนกชนม์ของภา” สุรัมภาพูดจบปิดประตูใส่หน้าพี่สาว จังหวะนั้นมีเสียงเตือนจากมือถือ ว่ามีข้อความเข้า เธอรีบกดดูเห็นข้อความมาจากชยางกูร

“คิดถึงจังเลย อยากกอด อยากหอม อยาก...” สุรัมภาขยะแขยงมาก โยนมือถือทิ้ง...

ทางด้านชนกชนม์ทนอยู่เฉยๆต่อไปไม่ไหว เงินในกระเป๋าใกล้จะหมดเต็มทีแล้ว ขอร้องสุรเดชให้ช่วยหางานให้ เขาเคยคุยไว้ว่าเป็นผู้กว้างขวางแถวนี้ น่าจะหางานให้ตนได้ไม่ยาก ครู่ต่อมา สุรเดชพาชนกชนม์มาที่ผับของเฮียปรัชญา ซึ่งเป็นร้านเดียวกับที่ธีรดนย์มาเล่นดนตรี สุรเดชจะฝากงานเป็นเด็กเสิร์ฟให้ ไม่ต้องใช้สมอง ใช้แต่ร่างกายและหน้าตา ชนกชนม์ทำหน้างงไม่เข้าใจ

“หล่ออย่างแกทิปเยอะแน่...จริงๆนะฮะ” สุรเดชแกล้งจีบปากจีบคอ แล้วควงแขนชนกชนม์เข้าไปหลังร้าน จึงไม่เห็นรถของชยางกูรแล่นมาจอด เพทายเดินนำชยางกูร ขึ้นไปที่บ่อนการพนันซึ่งอยู่ชั้นบนของผับ...

ทางฝ่ายสุรเดชพาชนกชนม์มาถึงห้องห้องหนึ่งซึ่งมีนักเลงหน้าเหี้ยมยืนคุมอยู่ บอกให้เพื่อนรักรอที่นี่ก่อน เขาจะเข้าไปคุยกับเฮียปรัชญาเอง สุรเดชหายเข้าไปในห้องสักพักก็กลับออกมาแจ้งชนกชนม์ว่าเรียบร้อย คืนนี้ให้เริ่มงานได้เลย ชนกชนม์ทึ่งไม่คิดว่าจะง่ายดายขนาดนี้...

ชยางกูรติดใจบ่อนอย่างจังทั้งๆที่มาเป็นครั้งแรก เพทายยืนมองอย่างพอใจที่หลอกเขามาเล่นการพนันสำเร็จ เฮียปรัชญาเข้ามาตบไหล่เขา เอาเงินค่าเหนื่อยสำหรับเหยื่อรายใหม่ยื่นให้ แล้วมองไปที่ชยางกูร

“ลูกค้าเกรดเอเสียด้วย...ไม่ใช่แค่รวยแต่ต้องโง่ด้วย” เฮียปรัชญาว่าแล้วหัวเราะชอบใจ...

คํ่าวันเดียวกัน ชนิกานต์ถึงกับสติแตกที่เจอกฤติยาอยู่ในบ้านของตน ปราดเข้าไปผลักไสให้ออกไปกฤติยายืนนิ่งไม่ตอบโต้ ยิ่งทำให้ชนิกานต์โกรธตบเธอหน้าหงาย แล้วตามเข้าไปจะซํ้า เธอคว้ามือไว้แล้วตบคืนสองทีซ้อน ประกาศกร้าวจะไม่ยอมให้ใครมาตบฟรีๆ ศึกย่อยๆระเบิดขึ้น สองสาวตบตีกันอุตลุด ธีรดนย์ได้แต่ยืนดูอยู่ห่างๆ กัณฐิกากระชากตัวชนิกานต์ออก สั่งให้หยุดทำร้ายลูกของเธอเดี๋ยวนี้

“แกยอมรับแล้วใช่ไหมว่าแกสองคนเป็นแม่ลูกกัน” ชนิกานต์สีหน้าเอาเรื่อง

“ถึงเราจะเป็นน้าหลาน แต่กฤติยาเป็นลูกบุญธรรมฉัน” กัณฐิกาโกหกหน้าด้านๆ

กฤติยาผิดหวังที่แม่ไม่ยอมรับว่าเป็นลูก ชนิกานต์ด่าว่ากัณฐิกาที่คิดจะเอาลูกมาช่วยกอบโกยสมบัติพ่อของเธอ แล้วขู่กฤติยาว่าจะทำให้อยู่ที่นี่อย่างไม่มีความสุข กฤติยาไม่อยากมาที่นี่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอเจอฤทธิ์เดชของชนิกานต์เข้าไปถึงกับถอดใจ ณวัตรขอร้องไม่ให้ไป เธอเป็นหลานสาวของกัณฐิกาก็เท่ากับเป็นหลานเขาด้วย อยู่ที่นี่ให้สบายไม่ต้องกังวลอะไรทั้งสิ้น ชนิกานต์ไม่พอใจที่พ่อหักหน้าต่อหน้าศัตรู อาละวาดหนักข้อขึ้น

กฤติยาทนไม่ไหววิ่งหนีออกจากบ้าน ณวัตรบอกให้กัณฐิกาไปตามหลานกลับมา ชนิกานต์ไม่พอใจต่อว่าพ่อต่างๆนานา ณวัตรเหลืออดตบหน้าสั่งสอนไปหนึ่งที ชนิกานต์ปล่อยโฮ คร่ำครวญว่าพ่อหมดรักเธอแล้ว

“ลูกต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง ถ้าลูกไม่มอบความรักให้ใครก็จะไม่มีใครรักลูก ยังไม่สายที่จะเริ่มต้นใหม่” ณวัตรสั่งสอนเสร็จ รีบตามกัณฐิกาออกไป ชนิกานต์เสียใจที่พ่อไม่สนใจ เพิ่มความเกลียดชังสองแม่ลูกทวีคูณ...

ขณะกฤติยากำลังจะวิ่งไปที่ประตูใหญ่ ธีรดนย์มาขวางไว้ เกลี้ยกล่อมจนเธอเปลี่ยนใจยอมอยู่ที่นี่ต่อไป กัณฐิกาเห็นทั้งคู่ใกล้ชิดสนิทสนมกันรีบเข้าไปกั้นกลาง จับเนื้อตัวธีรดนย์ไว้ตลอดเวลา

“ธีรดนย์ ฉันขอบใจมากที่ช่วยพูดจนหลานใจอ่อน ยอมอยู่ที่นี่ และขอโทษเธอที่พลอยเดือดร้อนไปด้วย”

กฤติยามองท่าทางที่แม่แสดงออกต่อธีรดนย์ด้วยความสงสัย ณวัตรตามมาสมทบ กัณฐิกาจึงปล่อยมือจากชายหนุ่มมาประคองกฤติยาแทน ณวัตรอ้างว่าคุยกับชนิกานต์รู้เรื่องแล้ว ต่อไปกฤติยาจะอยู่ที่นี่ได้อย่างสบายใจ แล้วเสนอตัวจะพาเธอเข้าบ้าน กัณฐิกาไม่อยากให้เขาใกล้ชิดลูก รีบกันท่า

“ไม่เป็นไรค่ะ กัณพาไปเอง” กัณฐิกาพากฤติยา

กลับเข้าตัวตึก ธีรดนย์มองตามพอใจที่กฤติยาจะอยู่ที่นี่ต่อไป ณวัตรเห็นสายตาที่เขามองแล้วไม่ชอบใจนัก สั่งให้เขาคอยดูแลชนิกานต์ให้ดี อย่าให้อาละวาดทำร้ายกฤติยาอีกและเตือนว่าอย่ารับคำอย่างเดียวต้องทำให้ได้ตามที่สั่งด้วย

ooooooo

ธีรดนย์เดินกลับที่พักด้วยอารมณ์ขุ่นมัว บอกกับแม่ว่าอีกไม่นานเขาจะพาท่านไปจากที่นี่ไปให้พ้นจากคำว่าคนรับใช้ สัญญาว่าชีวิตพวกเราจะดีขึ้น เขาจะเล่นดนตรีเก็บเงิน และจะตั้งใจเรียนให้จบมีงานดีๆทำ จะได้พาแม่ออกไปอยู่บ้านของเราเอง อุษาลูบหัวธีรดนย์ ด้วยความรัก

“จ้ะลูก อย่าให้แม่รอนานนะ...ไปอาบน้ำได้แล้ว จะได้ไปร้องเพลง”...

ด้านชนกชนม์ทำงานที่ผับของเฮียปรัชญาเป็นวันแรก มีลูกค้าเกย์ชื่อชาติเกิดติดใจเขาขึ้นมาคอยเรียกใช้บริการอยู่ตลอด ทำให้กัปตันของร้านไม่ค่อยพอใจ หาว่าเขาประจบสอพลอรอทิปจากลูกค้า สั่งให้คอยรับบริการลูกค้าโต๊ะอื่นด้วย ชนกชนม์ไม่อยากมีปัญหาตั้งแต่ทำงานวันแรก ก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตัวไป...

ชยางกูรลงมาจากบ่อนได้เงินติดมือมาก้อนใหญ่ เพทายชวนไปฉลองความโชคดีที่ร้านเจ้าประจำ แต่ชยาง–กูรเหลือบเห็นชนกชนม์ในชุดเด็กเสิร์ฟเสียก่อน คิดแผนชั่วขึ้นมาได้ รีบส่งข้อความไปเรียกตัวสุรัมภาให้มาเจอกันที่นี่ ขู่ว่าถ้าไม่มา จะส่งคลิปประจาน สุรัมภาไม่มีทางเลือกลอบออกจากบ้าน แต่ไม่รอดสายตาสุตาภัญ...

ทางฝ่ายชนิกานต์ตั้งใจจะมาดื่มที่ผับแห่งนี้เพื่อหนีปัญหาทางบ้าน แปลกใจที่เห็นชนกชนม์มาทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟ ตามไปดู เจอเขากำลังเสิร์ฟอาหารให้ชยางกูร ซึ่งด่าว่าเขาต่างๆนานา ชนิกานต์ไม่พอใจ ปราดเข้าไปผลักอกชยางกูร แล้วด่าซ้ำสาดเสียเทเสีย เขาไม่พอใจเงื้อมือจะตบสั่งสอน ชนกชนม์คว้ามือเขาไว้ แล้วดึงชนิกานต์ ออกมา ชยางกูรมองตามแค้นใจ พอหันกลับมาอีกที เจอสุรัมภายืนอยู่ จัดแจงไล่เพทายทันที

“แกกลับไปได้แล้ว ผัวเมียจะคุยกัน” ชยางกูรพูดจบสั่งให้สุรัมภามานั่งข้างๆ...

กัปตันของร้านเห็นชนกชนม์ยืนหลบมุมคุยอยู่กับชนิกานต์ ก็เข้ามาต่อว่าว่าตกลงมาทำงานหรือมาจีบสาวกันแน่ ชนกชนม์ไม่อยากต่อความยาวด้วย ขอให้ชนิกานต์กลับไปก่อน เขามีงานต้องทำ แล้วรีบเข้าไป ต้อนรับแขก เธอไม่ยอมกลับ ยัดเงินให้กัปตันหนึ่งพันบาท สั่งให้หาโต๊ะให้นั่ง...

สุรัมภาอยากรู้ว่าชยางกูรนัดให้มาที่นี่ทำไม เขาแค่อยากให้เธอได้เจอสุดที่รักของเธอ แล้วพยักพเยิดไปทางที่ชนกชนม์ยืนอยู่ ชนกชนม์เห็นสุรัมภาแล้วอดเป็นห่วงไม่ได้ บอกให้กลับบ้าน เดี๋ยวเขาจะพาไปส่งขึ้นแท็กซี่ ชยางกูรสั่งให้เธออยู่ก่อน สุรัมภาไม่กล้าขยับไปไหน แต่แล้วชยางกูรเกิดเปลี่ยนใจขึ้นมาดื้อๆ

“ฉันเห็นหน้าแกแล้วกินอะไรไม่ลง ไปหาอะไรอร่อยๆกินที่อื่นดีกว่า...ไปสุรัมภา...ลุกขึ้น”

สุรัมภาทำตามอย่างว่าง่าย ชนกชนม์รู้ทันทีว่าต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากล ชยางกูรเอาเงินค่าอาหารวางไว้บนโต๊ะ แกล้งทิ้งแบงก์พันบาทลงกับพื้นเป็นค่าทิปให้ชนกชนม์แล้วกึ่งจูงกึ่งลากสุรัมภาออกไป ชนกชนม์ก้มเก็บเงินที่พื้น พอเงยหน้าขึ้นมาอีกที ต้องแปลกใจเมื่อเจอสุตาภัญยืนอยู่

“นายเห็นภาไหม...ฉันเห็นรถของชยางกูรอยู่ที่นี่”

ชนกชนม์ยังไม่ทันจะตอบ สุตาภัญชิงพูดขึ้นก่อนว่าไม่น่าเสียเวลาถาม ถึงเขารู้ก็คงไม่บอกอะไร เพราะถ้ามีอะไรเกิดขึ้นเขาต้องเข้าข้างน้องชายอยู่แล้ว ชนกชนม์พยายามจะอธิบายแต่เธอไม่ฟังก้าวฉับๆออกไป ชนิกานต์เห็นหลังเพื่อนรักไวๆ รีบลุกตาม ชนกชนม์จะตามสุตาภัญแต่กัปตันขวางไว้เสียก่อน

“จะอู้งานไปถึงไหน ไปรับออเดอร์ลูกค้า...ถ้าไม่ทำงานก็ออกไปซะ”

ชนกชนม์ตัดสินใจลาออกทันที แล้ววิ่งไปนอกร้าน...

ที่มุมมืดตรงลานจอดรถ สุรัมภาเดินหน้าเศร้าตามชยางกูรมาที่รถของเขา พยายามขอร้องให้เขาลบคลิปอุบาทว์นั่นทิ้ง ชยางกูรเปิดมือถือเรียกคลิปขึ้นมาดู ก่อนจะลบทิ้ง สุรัมภาดีใจมาก ขยับจะไป

“เดี๋ยวสิ...ลบแล้วก็ถ่ายใหม่ได้” ชยางกูรว่าแล้วผลักเธอเข้าไปที่เบาะรถด้านหลัง

ก่อนเหตุร้ายจะเกิดซ้ำสอง ชนกชนม์กระชาก ชยางกูรออกมา ต่อยไม่ยั้งจนล้มกลิ้งล้มหงาย ชยางกูรสู้ไม่ได้ ชักปืนขึ้นมาเล็งสุรัมภาขู่ไม่ให้เขาเข้ามาใกล้ไม่อย่างนั้นจะยิงเธอทิ้ง เขาไม่กล้าขยับได้แต่มองน้องชั่วขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว โดยมีรถอีกคันหนึ่งแล่นตาม สุรัมภาโผกอดชนกชนม์อย่างเสียขวัญ

เขาพยายามจะสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น เธอไม่ตอบเอาแต่ร้องไห้ ชนิกานต์กับสุตาภัญตามมาเห็นสุรัมภากำลังซบอกชนกชนม์อยู่ ชนิกานต์ไม่พอใจมาก บอกให้เพื่อนไปเคลียร์กับน้องสาวให้เรียบร้อย ไม่อย่างนั้นเธอจะตบเพื่อนที่ไม่รู้จักสั่งสอนน้องให้เลิกแย่งแฟนเธอ ชนิกานต์เห็นสุตาภัญยืนนิ่ง ปราดเข้าไปเคลียร์เอง

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”
16 มิ.ย 2564

05:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 10:52 น.