ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ลูกไม้หลากสี

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ธีรดนย์ยังไม่หนำใจ ใส่ไฟว่าชนกชนม์รักชนิกานต์จริงๆอย่างที่เขาเคยบอกไว้ไม่มีผิด สุตาภัญทนดู ต่อไปไม่ไหวชวนเขากลับ ชนกชนม์หันมาเห็นสุตาภัญ รู้ทันทีว่าเธอกำลังเข้าใจผิด ดันตัวชนิกานต์ออก รีบวิ่งมาขวางหน้าไว้ ขอร้องอย่าเพิ่งไป ให้มาช่วยทางนี้ก่อน ธีรดนย์ได้ทีใส่ไฟซ้ำ

“ช่วยอยู่เป็นสักขีพยานรักของนายสองคนน่ะหรือ”

“นายกำลังเข้าใจผิด เมื่อกี้ชนิกานต์คิดสั้นกระโดดน้ำ ฉันเพิ่งช่วยขึ้นมา”

“รีบพาชนิกานต์ไปพักก่อนเถอะธี อาการดีขึ้นแล้วค่อยกลับบ้าน” สุตาภัญร้อนใจจะกลับไปดู

ชนิกานต์ตามมาเสียก่อน ยืนยันว่าถึงตายก็ไม่กลับ ชนกชนม์กับสุตาภัญช่วยกันเกลี้ยกล่อมอย่างไรเธอก็ไม่ยอมกลับ อ้างว่าเหนื่อย ขอนอนพักก่อน แล้วบ่ายหน้าไปทางบ้านพัก สุตาภัญบอกธีรดนย์ให้ค้างที่นี่คืนหนึ่งก่อน พรุ่งนี้ค่อยว่ากันอีกที...

ระหว่างที่อยู่ลำพังกับเพื่อนรักในห้องพัก สุตาภัญอดถามไม่ได้ว่าทำไมต้องแกล้งจมน้ำด้วย ในบรรดาเพื่อนทั้งหมดเธอว่ายน้ำแข็งที่สุด ต่อให้น้ำลึกแค่ไหนก็ช่วยตัวเองได้ แล้วทำไมต้องทำแบบนี้

“ฉันอยากรู้ว่าชนกชนม์คิดยังไงกับฉัน และฉันก็รู้แล้วว่าเขาห่วงใยฉัน เขารักฉัน...บอกตามตรงนะ ตอนที่ธีบอกว่าชนกชนม์ชอบเธอแล้วฉันเห็นเธอกับเขากอดกันที่หาดทราย ฉันอดคิดไม่ได้ว่าเธอชอบชนกชนม์ แต่มันเป็นไปไม่ได้หรอก เพราะเธอรู้ว่าฉันรักชนกชนม์ เธอไม่เคยทำร้ายจิตใจฉันและไม่คิดแย่งแฟนเพื่อนจริงไหมตา” ชนิกานต์ดักคอ สุตาภัญเจ็บแปลบเข้าไปถึงหัวใจ จำต้องฝืนยิ้มแทนคำตอบ แล้วขอตัวไปตามน้อง...

ขณะที่สุตาภัญตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ที่เพิงขายขนมของยายแก้วในตลาด กฤติยานั่งใจลอยไม่มีแก่ใจจะทำอะไร นึกถึงเหตุการณ์เมื่อเช้าแล้วยิ่งเศร้า สุรเดชเข้ามาแหย่ เธอก็เอาแต่นั่งนิ่ง เขารู้ทันทีว่าเธอไม่มีอารมณ์จะเล่นด้วยรีบชิ่งออกมา แต่ต้องชะงัก เมื่อได้ยินเสียงเธอตะโกนไล่หลัง

“ช่วยพาฉันไปไหนก็ได้”

สุรเดชหันกลับมามอง แปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ไม่กล้าถาม ไม่นานนัก เขาพากฤติยาขึ้นมาบนดาดฟ้าของตึกร้างแห่งหนึ่ง เธอเดินหน้าเศร้าไปหยุดที่ขอบตึก ก่อนจะกรีดร้องระบายความอัดอั้นตันใจ สุรเดชได้แต่ยืนมองห่างๆด้วยความเป็นห่วง...

ด้านสุตาภัญเดินตามหาสุรัมภามาถึงหน้ารีสอร์ต เจอชนกชนม์ที่เดินสวนเข้ามา ต่างฝ่ายต่างอึ้ง เธอยังน้อยใจเรื่องที่เห็นเขากอดกับชนิกานต์ไม่หาย แกล้งประชดไล่เขาไปดูชนิกานต์ ส่วนตนเองจะไปตามหาน้องสาว ชนกชนม์ขอไปด้วยจะได้ช่วยกันอีกแรง

“ฉันบอกแล้วไงให้นายไปดูแลชนิกานต์...เธอต้องการนาย”

“แล้วเธอล่ะ...ไม่ต้องการฉันหรือ” ชนกชนม์ย้อนถาม สุตาภัญถึงกับอึ้ง ที่อีกฝั่งหนึ่งของถนน สุรัมภาเดินถือไอศกรีมวิ่งมาหยุดมองเพื่อจะข้ามถนนกลับรีสอร์ต เห็นชนกชนม์ชายในฝันของตนเองยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม อารามดีใจที่เจอเขา วิ่งข้ามถนนไม่มองอะไรทั้งสิ้น ชยางกูรขับรถมาด้วยความเร็วมีคนวิ่งตัดหน้ากระแทกเบรกเสียงดังสนั่น สุรัมภาตกใจ เห็นรถพุ่งเข้าหา กรีดร้องสุดเสียง ทั้งชนกชนม์และสุตาภัญต่างมองตะลึง

ooooooo

รถของชยางกูรหยุดอยู่ห่างสุรัมภาที่ยืนตัวสั่นไม่ถึงคืบ ชยางกูรโกรธจัดลงมาโวยลั่นว่าตาบอดหรือถึงได้ข้ามถนนไม่ดูรถ สุตาภัญรีบวิ่งไปหาน้องสาวด้วยความเป็นห่วง พอเห็นเธอปลอดภัยก็โล่งใจ

ชนกชนม์วิ่งตามมาสมทบ “น้องเธอเป็นยังไงบ้าง”

ทันทีที่เห็นหน้าชายในฝัน สุรัมภาทั้งตื่นเต้นดีใจทั้งยังช็อกที่รอดตายมาได้ เป็นลมล้มพับ ชนกชนม์รีบเข้าไปอุ้ม พากลับที่พัก โดยมีสุตาภัญตามประกบไม่ห่าง ชยางกูรมองตาม คิดแผนชั่วบางอย่างขึ้นมาได้...

ครู่ต่อมา ชนกชนม์อุ้มสุรัมภามาวางบนโซฟาภายในห้องพัก สุตาภัญจะตามเข้าไปแต่ชยางกูรคว้าแขนไว้เธอสั่งให้ปล่อย ชยางกูรรีบคลายมือออก ขอโทษที่ทำให้น้องสาวของเธอตกใจ เขาไม่ได้ตั้งใจจะชน น้องของเธอวิ่งตัดหน้ารถเขาเอง สุตาภัญประหลาดใจที่วันนี้เขามาแปลก พูดจาดีแถมยอมรับผิด

“ฉันขอโทษแทนน้องสาวด้วยแล้วกัน จบเรื่องก็กลับไปได้แล้ว” สุตาภัญว่าแล้วเดินเข้าห้อง ชยางกูรไม่ยอมกลับ ตามเข้ามาด้วย...

หลังจากชนกชนม์เอาผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าเช็ดตาให้สักพัก สุรัมภาค่อยๆรู้สึกตัว เห็นชายในฝันอยู่ตรงหน้าก็ยิ้มให้ เขายิ้มตอบ ก่อนจะแนะนำตัวเองว่าชื่อชนกชนม์ เด็กสาวซึ่งอาการดีขึ้น ค่อยๆลุกขึ้นนั่ง ถามว่าจำเธอได้ไหม เขาจำเธอได้ เด็กเปิ่นที่ชอบวิ่งให้รถชนเล่นใครจะลืมลง

“ใครบอก ภาเป็นคนมีเสน่ห์ต่างหาก ใครเห็นก็ชอบวิ่งเข้าหา” ทั้งคู่ต่างหัวเราะขำ สุตาภัญที่เพิ่งมาถึงถามน้องอย่างห่วงใยว่าเป็นอย่างไรบ้าง เธอดีขึ้นแล้ว แต่ยังมึนนิดหน่อย ชยางกูรซึ่งตามมาด้านหลังโวยใส่เธอลั่น

“โรคสำออย แกล้งเป็นลม หวังเรียกค่าทำขวัญสิท่า...เอาเท่าไหร่”

สุรัมภาไม่พอใจที่ชยางกูรพูดจาไม่เข้าหูเลย ด่ากลับ สองคนปะทะคารมกันดุเดือด สุตาภัญต้องรีบห้ามศึกก่อนเรื่องจะลุกลาม แล้วไล่ชยางกูรกลับ สุรัมภาไม่ยอมรามือจะเอาเรื่องเขาให้ได้ ชนกชนม์ต้องขอร้องให้เห็นแก่เขา เธอถึงได้ยอมสงบศึก เขายิ้มให้เป็นทำนองขอบใจแล้วพาน้องชายตัวดีออกไป

“ภารู้จักชนกชนม์ด้วยหรือ” สุตาภัญนิ่วหน้าสงสัย และถึงกับอึ้งเมื่อรู้ว่าเขาคือชายในฝันของน้อง...

ชนกชนม์อยากรู้ว่าชยางกูรต้องการอะไรกันแน่ถึงได้ตามมาที่นี่ เขาอ้างว่ามาเป็นกันชนไม่ให้ชนกชนม์ยุ่งกับผู้หญิงของเขา ชนกชนม์ไม่อยากพูดถึงสุตาภัญรีบตัดบทไล่เขากลับ มาไม่บอกใคร เดี๋ยวแม่จะเป็นห่วง

“มันจะยากอะไร ฉันโทร.บอกคำเดียวว่ามาเที่ยวกับเพื่อนมันก็จบ แต่ถ้าฉันบอกว่าแกมั่วสุมกับผู้หญิง คงสนุกแน่ ถ้าไม่อยากให้ฉันฟ้องคุณแม่ แกต้องช่วยฉันจีบสุตาภัญ” ชยางกูรยิ้มกวน ขณะที่ชนกชนม์หน้าเครียด...

ฝ่ายสุรัมภาทวงสัญญาที่พี่สาวเคยให้ไว้ว่าจะช่วยเป็นแม่สื่อให้เธอกับชายในฝัน สุตาภัญไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร จึงโกหกว่าชนกชนม์มีแฟนแล้ว เธอซักถามด้วยความสนใจว่าใครเป็นแฟนเขา ชนิกานต์มาทันได้ยินพอดี ออกตัวแรงอย่างไม่อายปากว่าเธอเองที่เป็นแฟนของชนกชนม์ แล้วขอตัวไปเลือกชุดสวยๆใส่อวดแฟนสักหน่อย สุรัมภาหน้าเศร้าขึ้นมาทันที ไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นความจริง

“ทำหน้ายังกับคนอกหัก เรายังไม่ได้เป็นแฟนกับพี่เขาสักหน่อย ไปๆอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าจะได้สดชื่นขึ้น”

“ภาไม่ยอมแพ้หรอก...พี่ตาต้องช่วยภา” สุรัมภามุ่งมั่นจะต้องพิชิตใจชายในฝันให้ได้

ooooooo

ค่ำแล้วกฤติยายังไม่หายเศร้าใจเรื่องแม่ สุรเดชสงสารเธอจับใจเข้ามาถามว่าไหวหรือเปล่า น้ำเสียงห่วงใย นั้นทำให้หญิงสาวบ่อน้ำตาแตกโผกอดเขาไว้แน่น สุรเดชถึงกับอึ้ง ตลอดเวลาที่รู้จักกันมา เธอไม่เคยให้เขาแตะต้องตัวแม้แต่น้อย คิดเอาเองว่าเธอคงใจอ่อนยอมเป็นแฟน เริ่มลูบไล้เนื้อตัว หญิงสาวเอะใจคว้ามือเขาไว้

“หยุด...อย่าทำอย่างนี้”

แทนที่จะหยุด สุรเดชกลับยิ่งรุกหนักข้อขึ้นซุกไซ้ร์ไปทั่ว กฤติยาดิ้นรนจนเป็นอิสระตบเขาฉาดใหญ่ แล้วชี้หน้าด่าไม่ยั้ง สุรเดชไม่พอใจ ต่อว่าว่าอ่อยให้กันขนาดนี้ยังมาทำเล่นตัวอีก

“ฉันให้กอดไม่ได้หมายความว่าฉันอยากมีเซ็กซ์ด้วย ฉันแค่ต้องการไออุ่นจากคนเข้าใจ” กฤติยาโวยจบวิ่งหนีลงข้างล่าง สุรเดชวิ่งตามมาทันตรงบันไดคว้าตัวเธอไว้ อธิบายว่าที่ทำลงไปก็เพราะรัก ไม่ได้คิดจะฟันแล้วทิ้ง กฤติยาต่อว่าว่าเคยถามกันสักคำไหมว่าเธอรักเขาหรือเปล่า สุรเดชทั้งโกรธทั้งน้อยใจ หาว่าที่เธอเปลี่ยนใจไม่ รักเขาเพราะเจอคนที่ดีกว่าหล่อกว่าอย่างธีรดนย์ เขารู้ได้จากสายตาหยาดเยิ้มที่เธอมองไอ้หมอนั่นวันแข่งรถ

“ฉันจะรักใครชอบใครก็ไม่เกี่ยวกับพี่ เพราะยังไงฉันก็ไม่รักพี่” กฤติยาพูดจบวิ่งหนีไปด้วยความผิดหวัง...

ในเวลาเดียวกัน สุตาภัญถึงกับหน้าเครียดที่เพื่อนรักกับน้องสาวต่างหมายปองชายคนเดียวกัน เหมือนน้ำท่วมปากจะบอกทั้งคู่ว่าเธอเองก็มีใจให้เขาก็พูดไม่ออก แถมน้องสาวยังขอร้องให้เธอช่วยเป็นแม่สื่อให้อีกต่างหาก สุตาภัญทำอะไรไม่ถูก ยืนมองทะเลอย่างอัดอั้นก่อนจะตะโกนสุดเสียง

“ฉันจะทำอย่างไรดีเนี่ย”

ทันใดนั้น มีเสียงตะโกนขึ้นด้านหลังทวนทุกคำที่เธอพูดเมื่อครู่ สุตาภัญนิ่วหน้าหันไปมอง เห็นชนกชนม์ยืนยิ้มอยู่ เขาถามว่ามีอะไรให้ช่วยไหม เธออ้ำๆอึ้งๆอยากจะบอกให้เขาไปหาสุรัมภาตามที่เตี๊ยมกันไว้ แต่เขาชิงพูดขึ้นเสียก่อนว่าเขาเองก็มีเรื่องจะให้เธอช่วย แล้วจูงมือเธอออกไปทันทีโดยไม่ถามความสมัครใจสักคำ...

อีกมุมหนึ่งของชายหาด ขณะสุรัมภากำลังนั่งรอชายในฝันอย่างใจจดจ่อ เหลือบไปเห็นชนิกานต์ในชุดเซ็กซี่แล้วก้มมองชุดตัวเอง ไม่เห็นสวยเหมือนของคู่แข่ง รีบกลับไปเปลี่ยนชุดใหม่...

หลังจากปล่อยให้ชนกชนม์จูงมือมาได้สักพัก สุตาภัญดึงมือออก ต่อรองว่าถ้าเขาอยากให้เธอช่วยต้องไปช่วยเธอทำบางอย่างก่อน ทั้งคู่ตกลงกันไม่ได้ว่าใครจะช่วยใครก่อนกัน จึงตัดสินปัญหาด้วยการเป่ายิงฉุบ สุตาภัญแพ้ จึงต้องยอมเดินตามชนกชนม์แต่โดยดี...

สุรัมภารออยู่นานสองนานไม่เห็นชนกชนม์โผล่มาสักที ตัดสินใจออกตามหา ชนิกานต์กำลังตามหาเขาอยู่เช่นกัน ได้ยินเสียงสุรัมภาตะโกนเรียกหาชนกชนม์ รีบเดินเข้ามาขอบใจที่เธอช่วยตามหาเขาให้

“ใครบอกล่ะคะ ภานัดเจอพี่ชนกชนม์ต่างหาก” สุรัมภาพูดจบ ออกเดินหาเขาต่อ ชนิกานต์ถึงกับอึ้ง พอ ตั้งสติได้เร่งฝีเท้าตามไปถามว่าเมื่อครู่นี้สุรัมภาพูดเล่นใช่ไหม เธอตอบชัดเจนว่าพูดจริง

“เธอรู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังแย่งแฟนพี่”

“พี่อย่าขี้ตู่สิคะ พี่ชนกชนม์ยังไม่เคยประกาศเป็นแฟนพี่สักหน่อย...จริงไหมคะ”

“งั้นเราไปหาพี่ชนกชนม์ด้วยกัน แล้วภาจะรู้ว่าเขารักพี่มากแค่ไหน” ชนิกานต์เดินออกไปอย่างมั่นใจ

ooooooo

ครู่ต่อมา ชนกชนม์พาสุตาภัญมาที่สะพานที่ยื่นไปในทะเลซึ่งถูกประดับด้วยคบไฟส่องประกายระยิบ ระยับสะท้อนกับผืนน้ำ เธอเดินไปยังปลายสะพานโดยไม่ทันสังเกตว่าชนกชนม์ไม่ได้เดินตามมาด้วย เมื่อมาถึงปลายทาง เห็นสถานที่ถูกตกแต่งสวยงาม เธอหันกลับไปจะชมชนกชนม์ กลับพบชยางกูรยืนอยู่แทนที่

“เธอชอบไหม”

“ฉันว่าคนหยาบคายอย่างนายไม่น่าคิดได้” สุตาภัญพูดจบจะเดินหนี ชยางกูรขวางไว้

“จะรีบไปไหนล่ะ พี่ชายฉันอุตส่าห์จัดฉากวางแผนให้เราได้อยู่ด้วยกัน เขาบอกว่าเธอชอบอะไรที่สวยๆเพ้อๆ โรแมนติก ตอนแรกฉันไม่เห็นด้วยหรอก ฉันว่ามันเสียเวลา แต่เห็นสีหน้าเธอตอนนี้แล้วต้องยอมรับว่าพี่ชายฉันมองขาด” ชยางกูรไม่พูดเปล่ามองเธอด้วยสายตาหื่นกระหาย สุตาภัญไม่พอใจจะเดินกลับ เขาคว้ามือเธอไว้

“เล่นตัวเพื่ออะไร อยากได้แหวน สร้อย กระเป๋าหรือ ดูท่าแล้วเธอยังบริสุทธิ์ฉันยอมจ่าย...ต้องการเท่าไร”

สุตาภัญโกรธจัด ตบหน้าเขาทันที “ฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัวที่นายจะซื้อได้ง่ายๆ แล้วจำไว้ด้วย ผู้หญิงไม่ใช่สินค้า” เธอพูดจบก็เดินหนี ชยางกูรหน้ามืดเข้ามารวบตัวเธอไว้...

ด้านชนกชนม์หลบไปเดินเล่นริมหาด เจอธีรดนย์เข้ามาซักไซ้ไล่เรียงว่าเห็นสุตาภัญหรือเปล่า เขาแนะให้ลองไปดูที่บ้านพัก ธีรดนย์ไปมาแล้วไม่เจอ เลยจะลองไปดูที่สะพาน ชนกชนม์กังวลใจไม่อยากให้เขาไปขัดขวางชยางกูร พยายามหลอกล่อให้ไปที่อื่น ธีรดนย์ไม่สนใจ มุ่งมั่นจะไปที่สะพานให้ได้

ชนกชนม์จะตาม แต่ชนิกานต์เข้ามาคว้าแขนไว้ สุรัมภาซึ่งเดินตามมาไม่รอช้า ถามว่าเขาเป็นแฟนชนิกานต์หรือเปล่า ชายหนุ่มยังไม่ทันจะตอบคำถาม มีเสียงร้องขอความช่วยเหลือของสุตาภัญดังขึ้นเสียก่อนชนกชนม์ตกใจรีบวิ่งไปที่สะพานทันที...

ธีรดนย์ซึ่งอยู่ใกล้กว่าไปถึงจุดเกิดเหตุก่อน เห็นชยางกูรกำลังลวนลามหญิงที่ตนแอบรัก ทนไม่ไหวเข้าไปกระชากเขาออกจากเธอ ประเคนกำปั้นใส่หน้าจนล้มคว่ำ แล้วจะเข้าไปซ้ำ ชนกชนม์เข้ามาห้ามเสียก่อน ธีรดนย์ ผลักอกเขาแล้วชกไปหนึ่งหมัด ฐานที่เขาสมรู้ร่วมคิดกับน้องชายวางแผนย่ำยีสุตาภัญ

ชนกชนม์หันไปต่อว่าน้องชายที่ทำเกินเหตุ ยังไม่ทันจะขอโทษสุตาภัญก็ถูกเธอตบหน้าหันเสียก่อน ชนิกานต์กับสุรัมภามาทันเห็นพอดี ไม่พอใจที่สุตาภัญตบหน้าชนกชนม์ ถามเสียงเครียดว่ามีเรื่องอะไรกัน

“ไอ้ชั่วนี่จะขืนใจตา พี่ชายมันก็สมรู้ร่วมคิดด้วย” ธีรดนย์ว่าพลางชี้หน้าชยางกูรอย่างเอาเรื่อง

สุรัมภาไม่เชื่อว่าชนกชนม์จะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย คนสันดานหยาบช้าอย่างชยางกูรคิดเองทำเองมากกว่าชยางกูรไม่พอใจจะเข้าไปทำร้ายสุรัมภา สุตาภัญเข้าไปขวางไว้

“หยุดหยาบคายป่าเถื่อนได้แล้ว ไม่งั้นฉันเอาเรื่องนายแน่”

ชยางกูรหยุดกึกไม่กล้าหือ ธีรดนย์ยุให้สุตาภัญแจ้งความเอาผิดกับสองพี่น้อง แต่เธอไม่ต้องการให้เรื่องถึงตำรวจ เดี๋ยวจะรู้ถึงหูพ่อของเธอด้วย จะพากันเดือดร้อนไปหมด แล้วหันไปชวนน้องสาวกลับที่พักเพื่อเก็บข้าวของเตรียมตัวกลับบ้าน ชนกชนม์ไม่สบายใจที่สุตาภัญเข้าใจตนเองผิด รีบเดินตาม

ooooooo

สุตาภัญสั่งให้น้องสาวรีบไปเก็บของและห้ามพูดถึงชนกชนม์ให้ได้ยินอีก สุรัมภาเห็นสีหน้าเอาจริงของพี่สาวแล้วไม่กล้าขัด รีบทำตามสั่ง สุตาภัญจะเข้าบ้านพัก แต่ชนกชนม์ปราดเข้ามาขวางไว้ พยายามอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้น เธอไม่อยากได้ยินคำแก้ตัวจะเดินหนี เขาคว้าตัวเธอไว้

“ปล่อยฉัน อย่าให้ฉันเกลียดนายมากไปกว่านี้”

“เธอจะโกรธจะเกลียดฉันยังไงก็ได้ แต่ขอให้เธอรู้ไว้ ฉันไม่คิดว่าชยางกูรจะทำร้ายเธอ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ฉันจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องนี้ ไม่อยากให้เธออยู่

กับใครนอกจากฉัน เพราะว่าฉัน...” ชนกชนม์ยังไม่ทันจะบอกว่ารัก สุทินเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน สุตาภัญตกใจแทบช็อกรีบดันตัวชนกชนม์ออก สุรัมภาเห็นพ่อมาค่อยๆหลบออกจากบ้านพักไปตามธีรดนย์กับชนิกานต์ให้มาช่วย รู้ดีว่าต้องเกิดเรื่องแน่ๆ

เป็นอย่างที่สุรัมภาคาดไว้ไม่มีผิด สุทินไม่พูดพล่าม ตรงเข้าตบตีสุตาภัญอุตลุด โทษฐานโกหกว่ามาทำงานแต่กลับมามั่วผู้ชาย สุรัมภา ธีรดนย์ และชนิกานต์ได้แต่ยืนดู ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย ชนกชนม์ทนไม่ไหวรั้งแขนสุทินไว้ ขอร้องให้พอได้แล้ว สุทินผลักเขาออกสั่งห้ามมายุ่งเกี่ยว พอเห็นหน้าเขาชัดๆ  สุทินจำได้ทันที

“แกคงไม่ขี่รถวินมารับผู้โดยสารไกลถึงที่นี่”

ชนกชนม์ยกมือไหว้ขอโทษสุทินที่คราวก่อนโกหกว่าเป็นมอเตอร์ไซค์รับจ้าง แล้วแนะนำตัวเองว่าเป็นเพื่อนเรียนมหาวิทยาลัยกับสุตาภัญ ชนิกานต์สบช่องรีบเข้ามาขอโทษเขาเช่นกัน ยอมรับผิดทุกอย่างว่าเป็นคนแต่งเรื่องโกหกพวกนี้เอง สุทินโกรธมากที่ทุกคนรวมหัวกันหลอกเขา ถ้าเขาไม่โทร.ไปเช็กที่คณะ คงเป็นไอ้งั่งหัวหงอกให้ทุกคนหลอกไปทั้งชีวิต สุรัมภาสำนึกผิดที่ทำให้พ่อเสียใจ เดินน้ำตาซึมเข้ามาขอโทษ

“ภา...ลูกทำอย่างนี้กับพ่อได้ยังไง พ่อไว้ใจลูกมากทำไมถึงทำอย่างนี้ บอกมาสิ...ทำไม”

สุตาภัญไม่อยากให้น้องเดือดร้อนจึงรับผิดเพียงผู้เดียวว่าเป็นคนบังคับให้น้องทำ สุทินนึกอยู่แล้วว่าเรื่องเลวๆพรรค์นี้สุรัมภาไม่มีทางคิดเองเป็น ชนกชนม์พยายามอธิบายว่าพวกเราไม่ได้ทำอะไรเสียหาย

“แกไม่มีสิทธิ์แสดงความคิดเห็น แล้วต่อไปนี้ห้ามยุ่งกับลูกสาวฉันเด็ดขาด” สุทินชี้หน้าชนกชนม์อย่างเอาเรื่อง แล้วหันไปสั่งให้ลูกๆไปเก็บของกลับบ้านชยางกูรยืนมองอยู่มุมหนึ่งยิ้มสะใจที่ทุกคนโดนเล่นงาน ธีรดนย์บอกชนกชนม์ให้กลับไปจัดการน้องชาย  อย่าให้มายุ่มย่ามกับสุตาภัญอีก  ไม่อย่างนั้นเขาจะเอาเรื่อง...

ทันทีที่กลับถึงบ้าน ชนกชนม์กระชากคอเสื้อ

ชยางกูรเข้ามาต่อยเพื่อเตือนสติว่าทีหน้าทีหลังอย่าทำแบบนี้อีกไม่ว่ากับผู้หญิงคนไหน ถ้าเขาไม่อยากติดคุกก็ควรเลิกพฤติกรรมเลวๆเสียที

“แกห่วงฉันเพราะเรื่องนี้หรือว่าหวงก้างกันแน่”

“ฉันชอบสุตาภัญ อย่ามายุ่งกับผู้หญิงของฉัน” ชนกชนม์เสียงเข้มก่อนจะเดินเข้าบ้าน ชยางกูรไม่สน

ถึงจะแฟนพี่ชาย ตนก็จะแย่งมาให้ได้...

การกระทำครั้งนี้ของสุตาภัญทำให้สุทินโกรธมาก เขาไม่ลงโทษด้วยการเฆี่ยนตีเหมือนที่เคยทำ กลับขังเธอไว้ในห้องแล้วเอาโซ่ใส่กุญแจมาคล้องประตูไว้ สั่งห้ามใครปล่อยเด็ดขาด โดยไม่สนใจเสียงอ้อนวอนของลูก

“คุณพ่อทำอย่างนี้กับตาไม่ได้นะคะ เปิดค่ะ...ขังตาไว้ไม่ได้นะคะ ตาไม่ใช่นักโทษของคุณพ่อ” สุตาภัญร้องไห้โฮ ทรุดตัวลงไปกองกับพื้นด้วยความเสียใจ

ooooooo

ชนิกานต์กับกัณฐิกาเปิดศึกนํ้าลายกันแต่เช้า คราวนี้กัณฐิกาที่เป็นฝ่ายหาเรื่องก่อน แดกดันเธอว่าไม่น่าจะกลับมา ทุกอย่างกำลังจะลงเอยด้วยดีแท้ๆ หรือว่าไม่มีที่ไป ชนิกานต์มาคิดดูแล้ว ขืนไปก็เท่ากับยอมแพ้ สู้กลับมาเฝ้าสมบัติของพ่อไว้ดีกว่า จะได้กันท่าไม่ให้ผู้หญิงหน้าไม่มียางอย่างเธอสูบไปจนหมดตัว

“มั่นใจว่าเป็นยันต์กันผีได้ก็เอาสิ เธอก็เห็นว่าพ่อเธอหลงฉันหัวปักหัวปําโดยไม่ต้องทำยาเสน่ห์ ทุกอย่างต้องเป็นของฉัน” กัณฐิกายิ้มอย่างมั่นใจ

“ฉันนี่แหละจะทำให้พ่อตาสว่าง เห็นธาตุแท้เล่ห์มารยาของเธอ แล้วก็เฉดหัวเธอออกไปจากบ้านนี้”

“เกมชักสนุกแล้วสิ ฉันชอบอะไรที่ท้าทาย” กัณ– ฐิกาตักข้าวต้มใส่ถ้วยกำลังจะนั่งกิน

ชนิกานต์แย่งถ้วยข้าวต้มไปต่อหน้าต่อตา เตือนว่าที่แม่เลี้ยงว่าตนเองร้ายกว่าที่เธอคิดนัก กัณฐิกาไม่พอใจ ลุกหนี ชนิกานต์มองตาม ก่อนจะผลักถ้วยข้าวต้มออก เธอแค่อยากแย่งไม่ได้อยากกิน กัณฐิกาแค้นใจคิดหาคนมาช่วยกำจัดชนิกานต์พ้นทาง จึงขอร้องณวัตรว่าหลังแต่งงานแล้วเธอจะพาญาติมาอยู่ที่นี่ด้วย ณวัตรยินดีต้อนรับญาติทุกคนของเธอ ขออย่างเดียวอย่าเป็นลูกติด กัณฐิกาถึงกับอึ้งเพราะตั้งใจจะเอากฤติยามาอยู่ด้วย

“ผมรับได้หากคุณเคยมีครอบครัวมาก่อน แต่ผมไม่พร้อมรับภรรยาที่มีลูกติด จะว่าผมเห็นแก่ตัวก็ได้ แต่ผมรักลูกมาก ผมไม่อยากให้ลูกผมน้อยใจที่ผมต้องแบ่งปันความรักให้ลูกคนอื่น”

“ขอให้คุณสบายใจได้ กัณยังไม่เคยมีลูกค่ะ” กัณ– ฐิกาโกหกหน้าตาเฉย ชนิกานต์ซึ่งแอบฟังอยู่อีกมุมหนึ่ง ยิ้มพอใจที่รู้ว่าพ่อยังรัก จังหวะนั้น มีเสียงมือถือของเธอดังขึ้น ชนิกานต์รีบเดินออกไปรับสาย สุตาภัญโทร.มาฟ้องว่าพ่อขังเธอไว้ในห้องตั้งแต่เมื่อคืนทำโทษที่โกหก และอยากให้เพื่อนรักหาทางช่วยเธอออกไปจากที่นี่

“จะให้ฉันช่วยยังไง ขืนฉันเข้าไปหาเธอ พ่อเธอเอาฉันตายแน่”

ธีรดนย์ผ่านมาได้ยินพอดี ตำหนิชนิกานต์ว่าเป็นตัวการทำให้สุตาภัญเดือดร้อน เป็นตายอย่างไรเธอก็ต้องช่วยเพื่อน แล้วแย่งมือถือมาพูดเอง ปลอบใจสุตาภัญว่าไม่ต้องเป็นห่วง เขาจะรีบหาทางไปช่วย เธอขอบใจเขามาก วางสายด้วยความสบายใจขึ้น

ชนิกานต์หมั่นไส้ธีรดนย์ที่ชอบทำตัวเป็นฮีโร่ต่อหน้าสุตาภัญ ถามเขาว่าไปรับปากอย่างนั้น มีแผนในใจแล้วหรือ เขาจะให้ณวัตรไปขอให้สุตาภัญมาช่วยงานแต่งงาน สุทินต้องเกรงใจณวัตรและยอมปล่อยตัวสุตาภัญออกมาแน่นอน ชนิกานต์เห็นด้วยกับความคิดนี้ รีบเข้าไปหาพ่อ เสนอตัวจะเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้กัณฐิกา แต่มีข้อแม้ว่าพ่อต้องเชิญครอบครัวของสุตาภัญมางานด้วย และต้องให้สุตาภัญเป็นเพื่อนเจ้าสาวคู่กับเธอ

“ลูกต้องการอะไร หรืออยากทำอะไรพ่อเต็มใจช่วยเสมอ”

“คุณน้าล่ะคะ เต็มใจให้หนูเป็นเพื่อนเจ้าสาวหรือเปล่าคะ” ชนิกานต์ยิ้มอ่อนหวานผิดจากเมื่อครู่ลิบลับ

“ถือเป็นข่าวที่น่ายินดี งานนี้ต้องเป็นงานแต่งที่อบอุ่นที่สุด”

“ค่ะ...จะเป็นงานแต่งที่อยู่ในความทรงจำไปอีกนาน” ชนิกานต์ยิ้มเจ้าเล่ห์วางแผนจะถล่มงานนี้ให้ราบ กัณฐิกาไม่ไว้ใจที่อยู่ๆเธอก็พูดจาดีด้วย

ooooooo

แผนของธีรดนย์และชนิกานต์สำเร็จด้วยดีสุทินจำใจปล่อยสุตาภัญเป็นอิสระ เพราะเธอต้องออกไปตัดชุดสำหรับใส่ไปงานแต่งงาน เขาไม่รู้ว่าลูกไปทำท่าไหน ณวัตรถึงได้มาขอตัวเธอไปช่วยงานถึงที่นี่ด้วยตัวเอง

“ถ้าคุณพ่อไม่ไว้ใจตา เพื่อความสบายใจ ตาไม่ไปก็ได้ค่ะ”

“ไม่ต้องประชดฉัน ถ้าฉันไม่เกรงใจที่คุณณวัตรเคยช่วยเหลือไว้ อย่าหวังว่าเธอจะได้ออกมาเร็วอย่างนี้ ส่วนวันงาน ฉันติดประชุมที่กรม ฉันจะให้แม่กับน้องไปคุมเธอ”

“ค่ะ...แล้วแต่คุณพ่อจะเห็นสมควร” สุตาภัญไม่วายประชด...

ธนกรเห็นเป็นโอกาสดีที่ชนกชนม์จะเรียกความเชื่อมั่นจากแม่ จึงเกลี้ยกล่อมชลนิภายอมให้ชนกชนม์เป็นคนนำเครื่องเพชรไปส่งให้เจ้าสาวของณวัตรในงานวันแต่งงาน ชลนิภาเตือนว่าถ้าชนกชนม์ทำงานนี้พลาด จะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก ชยางกูรได้ยินโดยตลอด คิดหาทางกลั่นแกล้งชนกชนม์...

ค่ำวันเดียวกัน กัณฐิกาแวะมาหากฤติยาที่บ้านแม่ เอาเงินค่าตัดชุดสวยๆสำหรับใส่ไปงานแต่งงานของตนมาให้ กฤติยาไม่สนใจเดินหยิบโน่นจับนี่ไปเรื่อยเปื่อย กัณฐิกาชักรำคาญสั่งให้เลิกทำเหมือนเธอไม่มีตัวตนสักที อย่าลืมว่าเธอเป็นแม่ กฤติยาย้อนถามแล้วแม่เห็นเธอเป็นอะไร

“เรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว ไม่ต้องรื้อฟื้น แกต้องไปงานแต่งฉัน”

“แล้วแม่จะให้หนูไปในฐานะอะไร” กฤติยามีปมด้อยเรื่องนี้ เพราะแม่ไม่เคยยอมรับเธอเป็นลูก หาว่าเธอเป็นตัวถ่วงทำให้หาสามีใหม่ไม่ได้ เธอยังจำเหตุการณ์เจ็บปวดใจเหล่านั้นได้ดีเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

“ในเมื่อแม่เลือกใช้ชีวิตตามที่แม่ต้องการ แม่จะมาห่วงหนูกับยายทำไม”

ไม่ว่ากฤติยาจะหาข้ออ้างอย่างไร กัณฐิกาก็ไม่สนใจ อย่างไรเสียทั้งคู่ต้องไปงานแต่งงานของตนให้ได้ แล้วหันไปกำชับยายแก้วว่า ต้องใส่เสื้อผ้าให้ดูดีมีราคา อย่าทำให้เธอต้องขายหน้าเด็ดขาด แล้วเอาเงินยัดใส่มือลูกก่อนจะผละจากไป กฤติยาน้ำตาไหลพรากปวดร้าวใจที่ต้องเป็นเครื่องมือของแม่ แม้ยายแก้วจะปลอบว่า คราวนี้แม่ของเธออาจจะ
ยอมรับเธอเป็นลูกจริงๆก็ได้ แต่กฤติยา ก็ยังไม่วางใจอยู่ดี

ooooooo

งานแต่งงานระหว่างณวัตรกับกัณฐิกาจัดขึ้น ภายในโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง ชนกชนม์พร้อมถุงใส่กล่องเครื่องเพชรมาถึงงานตามนัด ณวัตรขอให้สุตาภัญลงไปรับเครื่องเพชรให้ สุตาภัญในชุดเพื่อนเจ้าสาวสวยงามมาก จนชนกชนม์ตะลึง เดินลงจากบันไดชั้นสองเพื่อมารับเครื่องเพชร เกิดเหยียบพลาด เสียหลักจะร่วงตกบันได

โชคดีที่ชนกชนม์รับไว้ทัน ทั้งคู่มองสบตากันนิ่งงัน สุตาภัญได้สติรีบดันตัวเขาออก แล้วขอถุงใส่เครื่องเพชร ชนกชนม์ไม่ให้ ซ้ำยังเดินหนี หญิงสาวเดินตามขอร้องให้ส่งเครื่องเพชรมา งานใกล้เริ่มแล้ว ชนกชนม์ไม่ให้จนกว่าเธอจะยอมคืนดีด้วย สุตาภัญหลอกล่อจนได้เครื่องเพชรในที่สุด แล้วไล่เขากลับ

“ผมจะกลับก็ต่อเมื่อคุณให้อภัย แล้วกลับมาเป็นเจ้าชีวิตผมเหมือนเดิม” ชนกชนม์หันไปคว้าดอกไม้ในแจกันใกล้มือ แล้วคุกเข่าลงตรงหน้าสุตาภัญ ขู่ว่าถ้าไม่ให้อภัย ต้องเจอท่าไม้ตาย แล้วตะโกนลั่นห้องว่า

“แต่งงานกับผมนะครับ”

แขกที่เดินผ่านไปผ่านมาเหลียวมองเป็นตาเดียวกัน สุตาภัญอายมาก รีบบอกให้ชนกชนม์ลุกขึ้น เขาไม่ยอมลุก เธอขยับจะหนี เขาจับขาไว้ แล้วตะโกนขอแต่งงานกับเธออีกครั้ง สุตาภัญจำต้องให้อภัย จังหวะนั้น นิธิมางานแต่งงานกับพ่อและแม่ เห็นพี่ชายต่างมารดาก็ดีใจรีบวิ่งเข้ามาหา แต่สะดุดหกล้มเสียก่อน ชนกชนม์รีบวิ่งไปดู เด็กน้อยร้องไห้จ้า สุตาภัญตกใจรีบเข้าไปช่วย โดยวางถุงใส่กล่องเครื่องเพชรไว้ตรงนั้น

นัชชาเดินเข้ามากับวีรภัทรเห็นชนกชนม์กำลังกอดปลอบใจนิธิอยู่ ไม่พอใจรีบดึงลูกคืน ชนกชนม์ทักทายพ่อกับแม่เลี้ยงแล้วแนะนำสุตาภัญให้รู้จัก นัชชาไม่อยากให้วีรภัทรเสวนากับเขา รีบชวนเข้างาน ชนกชนม์

เห็นใกล้ถึงฤกษ์แล้ว หันไปเตือนสุตาภัญว่าควรเอาเครื่องเพชรไปให้เจ้าสาวได้แล้ว หญิงสาวตกใจ

“เครื่องเพชร!...ฉันวางไว้ตรงโน้น”

ทั้งคู่รีบวิ่งกลับมาดู เห็นถุงใส่เครื่องเพชรยังอยู่ดีก็โล่งใจ แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อถุงใส่เครื่องเพชรถึงมือกัณฐิกา ข้างในกลับเป็นกล่องทิชชูที่มีขนาดใกล้เคียงกับกล่องเครื่องเพชร เธอลมแทบจับ ใกล้ถึงฤกษ์แล้วไม่มีเครื่องเพชรใส่จะทำอย่างไรดี ชนก-ชนม์ถึงกับหน้าเสีย เมื่อครู่ยังเห็นอยู่เลย ต้องมีใครขโมยไปแน่ๆ ณวัตรไม่สนว่ามันจะหายหรือโดนขโมย แต่ภรรยาของเขาต้องมีเครื่องเพชรใส่

ชนกชนม์ขอร้องณวัตรอย่าเพิ่งโทร.บอกแม่ของเขา ขอเวลาเขาค้นหาให้ทั่วๆอีกครั้งหนึ่งก่อน แต่พอเขากับเพื่อนๆคล้อยหลัง ณวัตรรีบโทร.แจ้งชลนิภาทันที เธอรับปากจะไปถึงที่นั่นให้เร็วที่สุด วางสายแล้วนึกเจ็บใจตัวเองไม่น่าไว้ใจตัวซวยอย่างชนกชนม์ให้เอาเครื่องเพชรไปส่ง...

ชนิกานต์ ชนกชนม์ สุตาภัญ และธีรดนย์ช่วยกันออกค้นหาเครื่องเพชรจนทั่วทั้งล็อบบี้แต่ไม่พบ ธีรดนย์ถือโอกาสนี้ซ้ำเติมชนกชนม์ต่างๆนานา จนชนิกานต์ทนไม่ไหว ลากเขาออกไปอีกทางหนึ่งเพื่อไปแจ้งเจ้าหน้าที่โรงแรมให้รับรู้เรื่องนี้ และจะได้เช็กกล้องวงจรปิดของที่นี่ เผื่อจะจับโจรขโมยเพชรได้

“ฉันขอโทษนะ เป็นเพราะฉันคนเดียว” สุตาภัญเสียงอ่อย

“อย่าคิดอย่างนั้นเลย...ฉันไม่เข้าใจว่ามันหายไปได้อย่างไร ไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าในถุงนั่นเป็นเครื่องเพชร” ชนกชนม์สีหน้าครุ่นคิดสงสัย สุตาภัญแนะให้เขาลองไปถามพ่อของเขาดู เผื่อท่านจะเห็นอะไรบ้าง วีรภัทรให้ความร่วมมืออย่างดี แต่นัชชากลับไม่พอใจ คิดว่าทั้งคู่มาถามเพราะต้องการโยนความผิดให้พวกตน วีรภัทรเห็นท่าไม่ดี บอกให้เธอกลับไปก่อน เขาจะอยู่ช่วยลูกหาเครื่องเพชร นัชชาไม่พอใจมากที่วีรภัทรไล่กลับ...

ด้านชยางกูรกระหยิ่มยิ้มย่อง คิดจะเอาเครื่องเพชรที่ฉกได้ไปขายเอาเงินมาใช้ ลุกออกจากมุมปลอดคนกำลังจะกลับ เจอสุรัมภาที่จ้องมองด้วยความสงสัยว่าเขาถือกล่องอะไรอยู่ ชยางกูรไม่ตอบ เดินหนี เธอเข้ามาแย่ง แต่เขายื้อไว้ไม่ยอมปล่อย สุรัมภากัดมือเขาจมเขี้ยวจนต้องปล่อย แล้วรีบเปิดดูเห็นเครื่องเพชรอยู่ข้างใน

“นายมันชั่วมาก ขโมยเครื่องเพชรหวังให้พี่ชนกชนม์ถูกด่า ฉันจะแฉความชั่วของนาย”

ชยางกูรจนแต้ม เสนอจะให้เงินสุรัมภาถ้าเธอยอมปิดปากเงียบไม่แพร่งพรายเรื่องนี้ สุรัมภาไม่ต้องการเงินของเขา แต่ต้องการช่วยพี่ชนกชนม์ให้พ้นผิด และคนชั่วอย่างเขาต้องถูกลงโทษ ชยางกูรรีบเปลี่ยนข้อเสนอใหม่ ถ้าเธอต้องการเป็นคนดีในสายตาพี่ชายของเขา เธอต้องร่วมมือกับเขา สุรัมภาคิดคล้อยตาม

“เธอเป็นคนที่พบมัน หลังจากที่โจรทิ้งไว้ในถังขยะเพื่อหนีความผิด พี่ชายฉันเป็นพวกสำนึกในบุญคุณคน มันจะทำให้เธอชนะใจเขาได้” ชยางกูรว่าแล้วเอากล่องเครื่องเพชรใส่มือสุรัมภา

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"อ๊อฟ" ปั้น "บีบี" เป็นผู้จัด จับคู่ "ณเดชน์-โบว์" “มนต์รักหนองผักกะแยง”

"อ๊อฟ" ปั้น "บีบี" เป็นผู้จัด จับคู่ "ณเดชน์-โบว์" “มนต์รักหนองผักกะแยง”
10 พ.ค. 2564

00:15 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม 2564 เวลา 07:51 น.