ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ลูกไม้หลากสี

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ขณะสุตาภัญกำลังช่วยเพื่อนๆเก็บของ เจอถุงใส่เสื้อที่ชนกชนม์ซื้อให้แม่ รีบคว้าถุงออกตามหาเจ้าของจนพบเขากำลังต่อสู้อยู่กับเพทายที่ลานจอดรถของห้าง ส่วนสุรเดชถูกชยางกูรกับเพื่อนอีกสองคนล้อมไว้ เธอรีบหลบข้างเสาแอบมอง ชนกชนม์ฝีมือเหนือกว่าต่อยคู่ต่อสู้ล้มคว่ำ เพทายสู้ไม่ได้ชักมีดพกขึ้นมาขู่...

ด้านชลนิภาวิ่งตามหาลูกชายจนทั่วแต่ไม่พบ ธนกร

บอกให้เธอรออยู่ตรงนี้ก่อน เขาจะบอก รปภ.ให้ไปช่วยระงับเหตุ แล้ววิ่งออกไปอีกทางหนึ่ง ชลนิภาเป็นห่วงชยางกูรมาก ทนรออยู่เฉยๆไม่ไหว ตามหาต่อไป...

สุรเดชถูกเพื่อนของชยางกูรสองคนรุมอัดจนล้มกลิ้งล้มหงาย ชยางกูรย่างสามขุมเข้าหาหมายจะกระทืบซ้ำ เขาเห็นท่าไม่ดีชักมีดออกมา อีกฝ่ายถึงกับผงะ ถอยร่น เพื่อนทั้งสองของชยางกูรชักมีดออกมาบ้าง สุรเดชหน้าเสียยิ้มแหย ค่อยๆยันตัวลุกขึ้นยืน

“มีดนี่เป็นของปลอม เอาไว้ขู่แย่งไอติมเด็ก...เราจบนะ” สุรเดชทิ้งมีด แล้วหันหลังจะเดินหนี

ชยางกูรไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ โดดถีบเขาล้มคว่ำ พยักพเยิดให้เพื่อนเข้าไปลากตัวเขาขึ้นจากพื้นให้หันมาประจันหน้าด้วย ชยางกูรกระชากสร้อยคอห้อยป้ายเหล็ก เขียนคำว่า “ลูกเทวดา” ออกจากคอของศัตรู

“น้ำหน้าอย่างแกเป็นได้แค่ แก๊งลูกหมา”

“หยามกันมากไปแล้ว” สุรเดชโกรธจัด ดิ้นหลุดจนเป็นอิสระ พวกของชยางกูรจะตามเข้าไปจับตัว เขาทำทีเอื้อมมือไปด้านหลังเหมือนจะหยิบปืน “อยากเป็นไข้โป้งก็เข้ามาสิวะ”

ชยางกูรกับพวกชะงัก สุรเดชชักมือออก ทำมือเป็นรูปปืน เล็งใส่พร้อมกับส่งเสียง “ปังๆ” พวกนั้นตกใจหลบกันวุ่นวาย สุรเดชหัวเราะชอบใจก่อนจะวิ่งหนี

ชยางกูรแค้นใจมากไล่ตาม...

ในระหว่างที่สุรเดชกำลังเสียทีให้ชยางกูรกับพวก มีเสียงมอเตอร์ไซค์ดังกระหึ่มไปทั่ว สักพัก แก๊งลูกเทวดาก็ปรากฏตัวขึ้น ขี่รถฉวัดเฉวียนล้อมหน้าล้อมหลังชยางกูรกับพวกไว้

“เหล่าเทวดามาช่วยแล้วเว้ย...เข้ามาสิวะ ไอ้หมาหมู่” สุรเดชหัวเราะชอบใจที่เห็นชยางกูรตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก ชนกชนม์ต่อยเพทายจนล้มคว่ำ มีดกระเด็นตกพื้น เขาคว้ามันขึ้นมาทำท่าจะแทง สุตาภัญซึ่งแอบมองอยู่ ร้องห้ามเสียงลั่น ชนกชนม์หันไปยิ้มให้เธอก่อนจะทิ้งมีด

“ลูกผู้ชายตัวจริง เขาไม่ทำร้ายคนไม่มีทางสู้หรอก” ชนกชนม์ว่าแล้วเดินไปหาสุตาภัญ จึงไม่เห็นเพทายเก็บมีดขึ้นมาพุ่งจะแทงด้านหลัง สุตาภัญตกใจร้องเตือน ชนกชนม์พลิกตัวกลับล็อกมือเพทายไว้ แล้วดึงมีดไป

“คิดเป็นนักเลงอย่าทำตัวหมาลอบกัด” แล้วอัดทั้งเข่าเขย่าทั้งศอกจนเพทายทรุดฮวบ หญิงสาวชวนเขาไปจากที่นี่ ชนกชนม์เป็นห่วงน้องกับเพื่อนรีบวิ่งไปหา...

ทางฝ่ายชลนิภาวิ่งตามหาชยางกูรมาตามทาง อารามรีบร้อนสะดุดขาตัวเองหกล้ม วีรภัทรเข้ามาช่วยพยุงให้ลุกขึ้นด้วยความเป็นห่วง เธอไม่ชอบใจผลักเขาออก จะเดินเอง พอทิ้งน้ำหนักลงเท้าก็เจ็บแปลบขึ้นมาเซจะล้ม วีรภัทรต้องช่วยประคองไว้ ไม่ทันสังเกตเห็น นัชชายืนหน้าหงิกมองอยู่กับนิธิที่อีกมุมหนึ่ง

ooooooo

หลังจากซ้อมชยางกูรจนหนำใจแล้ว สุรเดช

ชักมีดขึ้นมาวนตามใบหน้าเขา นี่ถ้าไม่ใช่น้องของเพื่อนรัก ป่านนี้ตายไปนานแล้ว แต่กฎต้องเป็นกฎ ใครจะหยามแก๊งลูกเทวดาไม่ได้ ถ้าหยามมันต้องเจ็บตัว

“รอยแผลเป็นบนหน้า มันจะเตือนให้แกระลึกไว้เสมอว่า อย่าล้อเล่นกับลูกเทวดา”

สุรเดชทำทีจะเอามีดกรีดหน้าชยางกูร แต่ชนกชนม์คว้ามีดไปโยนทิ้งเสียก่อน ขอให้จบเรื่องกันแค่นี้ สุรเดชฮึดฮัดไม่ยอมจบ ผลักเขาพ้นทางจะเอาเรื่องชยางกูรให้ได้ ชนกชนม์ขวางไว้ ขอร้องให้ปล่อยน้องของเขา ถ้ายังคิดว่าเราเป็นเพื่อนกัน สุรเดชกระชากคอเสื้อเขาเข้ามาใกล้ กระซิบเบาๆ

“ฉันแกล้งขู่มันไปงั้นแหละ แกจะได้เป็นฮีโร่ปกป้องมัน” แล้วผลักเขาออก แสร้งโวยวายลั่น “ ก็ได้...ฉันยอมให้ทานชีวิตน้องแก เพราะแกเป็นเพื่อนรัก” สุรเดชยิ้มกวน ก่อนจะชี้หน้าชยางกูร “ต่อไปก็สำนึกในบุญคุณพี่แกบ้าง ไม่งั้นแกตายไปแล้ว” สุรเดชสั่งสอนจบ ค้นตัวชยางกูรยึดมือถือไว้ ชดใช้ที่เขากระทืบมือถือของตนพังแล้วถ่ายภาพคู่กับเขาเผื่อโพสต์ลงในเฟซบุ๊ก

จังหวะนั้น รปภ.ห้างกรูกันเข้ามาสั่งให้ทุกคนหยุด สุรเดชแกล้งขู่ว่ามีระเบิดปิงปอง ทำทีล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วโยนใส่ พวก รปภ.ตกใจ โดดหลบกันจ้าละหวั่น เขาหัวเราะชอบใจที่หลอกพวกนั้นได้ วิ่งไปขึ้นมอเตอร์ไซค์ สตาร์ตเครื่องจะหนี กฤติยาออกจากที่ซ่อนโดดขึ้นซ้อนท้าย แล้วรถก็พุ่งฝ่าพวก รปภ.ออกไป

ชนกชนม์รีบเข้าไปดูอาการน้อง ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง เขากลับปัดมือ สั่งไม่ให้มายุ่ง เพทายกับพวกวิ่งเข้ามาสมทบ ชวนชยางกูรตามไปเล่นงานสุรเดชคืน แต่ธนกรเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน เพทายกับพวกจำต้องชิ่งหนี ชนกชนม์บอกให้ธนกรพาน้องกลับไปก่อน แล้วจะเล่าเรื่องนี้ให้ฟังทีหลัง จากนั้นเขากลับไปหาสุตาภัญซึ่งยื่นถุงใส่เสื้อของชลนิภาให้ แล้วขอตัวกลับมหาวิทยาลัย ต้องไปถึงให้ทันก่อนที่พ่อของเธอจะมารับ

เธอมองนาฬิกาข้อมือแล้วใจหาย เกรงจะไปไม่ทันเวลา ชนกชนม์อาสาจะไปส่งให้ แล้วพาเธอซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์บึ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานนัก ทั้งคู่มาถึงหน้าคณะนิเทศศาสตร์ สุตาภัญลงจากรถ ถอดหมวก กันน็อกออก โล่งใจที่ไม่เห็นรถของพ่อจอดอยู่ ขอบใจชนกชนม์มากที่ช่วยมาส่ง

“ฉันต่างหากที่ต้องขอบใจเธอที่เอาของมาให้แถมยังเป็นห่วงฉัน ไม่เคยมีใครเป็นห่วงฉันเหมือนเธอเลย”

ต่างยิ้มให้กันด้วยความจริงใจ สุตาภัญหันไปมองอีกด้านหนึ่งของคณะ ต้องตกใจที่เห็นพ่อเดินหน้าบึ้งเข้ามาหา เธอยังไม่ทันตั้งตัว ถูกพ่อยิงคำถามเป็นชุดว่าคนที่ขี่มอเตอร์ไซค์มาส่งเป็นใคร ไม่ใช่เพื่อนของเธอทำไมถึงอยู่ด้วยกัน เธออึกๆอักๆคิดคำตอบไม่ทัน ชนกชนม์หัวไว ทำทีโวยวายทวงค่ารถ หญิงสาวตั้งสติได้รีบเออออไปด้วย ก่อนจะควักเงินจ่ายให้ สุทินไม่ติดใจสงสัยอะไรเพียงแต่ต่อไปนี้ห้ามลูกนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างอีก...

ที่มุมหนึ่งของห้าง วีรภัทรนวดข้อเท้าให้ชลนิภาสักพัก อาการเจ็บบรรเทา ปากที่เคยหุบเงียบเริ่มเหน็บแนมอดีตสามี แถมขู่จะกีดกันไม่ให้พบชนกชนม์ เขายอมให้เป็นอย่างนั้นไม่ได้ ชลนิภาอ้าปากจะด่าอีก แต่หันไปเห็นธนกรประคองลูกชายสุดเลิฟในสภาพบอบช้ำเสียก่อน รีบกะเผลกๆไปหา

วีรภัทรมองตาม สีหน้าเป็นกังวลที่ภรรยาเก่ายังโกรธแค้นและไม่ให้อภัยเขา พอหันกลับมาอีกทีเจอนัชชากับนิธิยืนมองอยู่ รีบเข้าไปบอกว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ชวนสองแม่ลูกกลับ นัชชาตบหน้าเขาด้วยความน้อยใจ

“กลับไปดูแลเมียเก่าและลูกคุณซะ ฉันดูแลลูกได้” แล้วจูงมือนิธิออกไป

ooooooo

ชนิกานต์กลับถึงบ้านอย่างอารมณ์เบิกบานเมื่อนึกถึงตอนที่ชนกชนม์เข้ามาช่วยปกป้องเธอจาก ชยางกูร ธีรดนย์คันปากขึ้นมาทันที เหน็บแนมว่าแฟนของเธอเป็นกุ๊ยไม่ใช่คนดีอย่างที่เธอคิด

“ถามจริงเถอะ ทำไมแกถึงไม่ชอบหน้าชนกชนม์ หรือว่าแกหึงที่ฉันรักเขา”

“เลิกคิดถึงเรื่องนั้นได้เลย เป็นตายร้ายดียังไง ฉันไม่หน้ามืดเอาเธอเป็นแฟน”

ชนิกานต์เองก็ไม่เอาเขาเหมือนกัน แถมขู่จะกีดกันทุกวิถีทางไม่ให้เขาสมหวังกับสุตาภัญ แล้วเดินเข้าตัวตึก ธีรดนย์มองตามเจ็บใจ ตะโกนไล่หลัง วันไหนที่ชนิกานต์ผิดหวังหรือเสียใจ เขาจะเป็นคนซ้ำเติมเธอให้จมดิน

“ฝันไปเถอะ คนอย่างชนิกานต์สะกดคำว่าเสียใจไม่เป็น” ชนิกานต์ยิ้มสะใจ

แต่แล้วต้องหุบยิ้มเมื่อเจอกัณฐิการอต้อนรับอยู่ คุยว่าวันนี้ทำอาหารที่เธอโปรดไว้ให้กิน แล้วเดินนำเธอไปยังโต๊ะอาหาร พยายามเอาใจเธอสุดฤทธิ์ ชนิกานต์ไม่เล่นด้วยหยิบจานใส่กับข้าวเทราดหัวกัณฐิกาทีละจานๆ เธอร้องลั่นด้วยความตกใจ ธีรดนย์รีบวิ่งเข้ามาคว้ามือ

ชนิกานต์ไว้ สั่งให้หยุดเดี๋ยวนี้ เธอไม่สนใจคว้าจานอาหารจะละเลงหน้ากัณฐิกาอีก ชายหนุ่มเข้าไปขวางไว้

“หยุดบ้าได้แล้ว ไม่เห็นรึไงว่าคุณกัณฐิกาปวดแสบ ปวดร้อนไปทั้งตัว...คุณกัณฐิกาไปล้างหน้าล้างตัวเถอะครับ ผมจะพาไป” ธีรดนย์ประคองเธอออกไป ชนิกานต์มองตามไม่พอใจที่เขาปกป้องนังนั่น...

หลังจากกัณฐิกาล้างคราบอาหารออกจนหมด ธีรดนย์ ขอตัวไปทำงานต่อ ยังไม่ทันขยับ เธอคว้าแขนเขาไว้ ขอบใจที่ช่วยเหลือ ชายหนุ่มพยักหน้ารับ เดินจากไปไม่คิดอะไร กัณฐิกามองตาม แววตาบ่งบอกว่าพึงพอใจชายหนุ่มผู้อ่อนวัยกว่า ชนิกานต์ยืนมองอยู่พักใหญ่ อดแขวะไม่ได้

“แกมันร่านจริงๆ พ่อฉันไม่อยู่ก็คิดจะกินเด็กในบ้าน...อย่าคิดนะว่าฉันไม่รู้เท่าทันแก”

“หนูกำลังเข้าใจผิด” กัณฐิกาแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ชนิกานต์ หมั่นไส้ ตบเธอฉาดใหญ่จนล้มคว่ำ ก่อนจะเดินจากไป แต่แล้วต้องชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นภาพของกัณฐิกาอยู่ในกรอบรูปที่เคยใส่ภาพของแม่เธอ ถึงกับร้องกรี๊ดๆลั่นบ้าน สักพัก กัณฐิกาตามเข้ามาถามกวนๆว่าไม่ชอบรูปนี้หรือ เธอจะได้เอารูปใบใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมมาใส่

ชนิกานต์สติแตก ปรี่เข้าไปตบตีกัณฐิกาอุตลุด คราวนี้ยัยตัวแสบตบกลับ แถมเบิ้ลคืนสองเท่า ชนิกานต์ขู่จะฟ้องพ่อ กัณฐิกาไม่กลัวท้าให้ไปฟ้อง อยากรู้เหมือนกันว่าพ่อของเธอจะเชื่อใคร ระหว่างเมียใหม่ที่เร่าร้อนเอาใจเก่งหรือว่าลูกสาวงี่เง่าขี้วีนไร้เหตุผลอย่างเธอ ชนิกานต์โกรธจัด พุ่งเข้าหา

ทั้งคู่ตบตีกันไม่ยั้ง ณวัตรเข้ามาเห็น สั่งให้หยุด ชนิกานต์ฟ้องพ่อเป็นการใหญ่ว่าถูกกัณฐิกาทำร้าย รวมทั้งเรื่องที่นังนี่เอารูปแม่ของเธอออกแล้วใส่รูปตัวเองแทน

“พอได้แล้ว พ่อไม่อยากฟังเรื่องโกหกไร้สาระ คุณกัณไม่ใช่คนหยาบคายก้าวร้าว ลูกต่างหากที่เป็นฝ่ายทำร้ายและรังแกคุณกัณ แล้วเรื่องรูปพวกนั้น พ่อเป็น

คนบอกให้คุณกัณทำอย่างนั้นเอง พ่อคิดว่าถ้าพ่อต้องเริ่มชีวิตใหม่กับใครสักคน พ่อควรลืมอดีตได้แล้ว และที่สำคัญพ่อควรให้เกียรติผู้หญิงคนนั้นในฐานะภรรยาอย่างสมบูรณ์ ถึงเวลาแล้วที่พ่อต้องหาใครสักคนมาดูแลลูก พ่อจะแต่งงานกับคุณกัณเร็วๆนี้”

หัวเด็ดตีนขาดชนิกานต์จะไม่ยอมให้พ่อแต่งงานกับนังนี่ กัณฐิกาสวมบทสาวใจพระ ขอร้องให้ณวัตรยกเลิกงานแต่งงาน ไม่อยากทำให้พ่อลูกต้องหมางใจกัน เธอจะขอเป็นฝ่ายไปเองจะไม่อยู่ขวางหูขวางตาใคร

ธีรดนย์แอบฟังอยู่ด้านนอก ซึ้งน้ำใจกัณฐิกาที่ยอมเสียสละ ขณะที่ณวัตรเข้าไปคว้าตัวเธอไว้

“ผมไม่ยอมสูญเสียผู้หญิงที่ดีที่สุดไป ผมเปลี่ยนใจแล้ว ผมจะแต่งงานกับคุณอาทิตย์หน้า...ส่วนลูกเตรียมตัดชุดได้แล้ว พ่อจะให้ลูกเป็นเพื่อนเจ้าสาว” ณวัตรสั่งเสียงเข้ม ชนิกานต์ประกาศลั่นจะไม่ยอมไปร่วมงานแต่งงานของพ่อเด็ดขาด จะรอไปงานเดียวคืองานศพของผู้หญิงคนนี้

ณวัตรไม่พอใจที่ลูกก้าวร้าว ตบสั่งสอนไปหนึ่งทีแล้วประคองกัณฐิกาออกไป ชนิกานต์ถึงกับปล่อยโฮที่พ่อไม่รักไม่ตามใจเธอเหมือนเมื่อก่อน

ooooooo

อุษาเพิ่งกลับเข้ามาได้ยินเสียงชนิกานต์ร้องไห้คร่ำครวญดังมาจากตึกใหญ่ รีบเดินมาดู เห็นลูกชายตัวเองยืนหัวเราะชอบใจอยู่ตรงทางเข้าตัวตึก เอ็ดลั่นว่ามัวแต่หัวเราะอะไรอยู่ ทำไมไม่เข้าไปดูคุณหนู

“ผมก็แค่สะใจที่มีคนปราบคุณหนูขี้วีนได้สักที”

อุษาไม่เข้าใจว่าเขาพูดเรื่องอะไร ธีรดนย์เล่าเรื่องผู้หญิงคนใหม่ของนายท่านที่กำราบคุณหนูขี้วีนอยู่หมัด อุษาตำหนิลูกที่เห็นความทุกข์ของคนอื่นเป็นเรื่องสนุก ขยับจะเข้าไปดูชนิกานต์ ธีรดนย์รั้งไว้ อาสาจะไปดูให้เอง อุษากำชับว่าห้ามเยาะเย้ยหรือซ้ำเติมคุณหนูอีก

“ครับ...ผมจำได้ดี แม่เคยสอนว่าคนล้มอย่าข้าม” ธีรดนย์ยิ้มให้แม่ ก่อนจะเดินเข้าข้างใน...

ธีรดนย์รับปากแม่ดิบดี แต่พอเห็นหน้าชนิกานต์เท่านั้นกลับเหยียบย่ำซ้ำเติมให้ยิ่งเครียดหนักขึ้น จนอาการลมชักกำเริบ ทีแรกเขาคิดจะปล่อยเธอไว้อย่างนั้น แต่นึกสงสารขึ้นมา เปลี่ยนใจเข้าไปดูแล...

ขณะเดียวกัน ที่บ้านของชลนิภา ธนกรยังคาใจเรื่องที่ห้างสรรพสินค้าไม่หาย เรียกชยางกูรมาซักถามเป็นการใหญ่ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาปั้นเรื่องว่าถูกแย่งมือถือก็เลยไปแย่งคืน ธนกรไม่เชื่อ เพราะท่าทางที่ลูกกับเพื่อนวิ่งไล่ชายคนนั้นเหมือนมีเรื่องบาดหมางกันมานาน ไม่ใช่แค่เรื่องมือถือ ชลนิภารำคาญสั่งให้ธนกรเลิกถามได้แล้ว

“คุณจะปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปแล้วเกิดปัญหาใหม่ตามมาอย่างนั้นหรือ...คุณไม่เคยสงสัยบ้างหรือไง ทำไมก๊วนวัยรุ่นที่วิ่งไปกับลูกกูรไม่ใช่เพื่อนที่มหาวิทยาลัย ท่าทางเป็นนักเลงด้วยซ้ำ”

ชลนิภาเห็นด้วยกับข้อสังเกตของธนกร สั่งให้ลูกสุดสวาทเล่าความจริงมาให้หมด ขณะที่ชยางกูรกำลังจนแต้ม ชนกชนม์ออกรับหน้าแทนน้องว่านักเลงพวกนั้นเป็นเพื่อนของเขาเอง  เห็นน้องเดือดร้อนก็เลยเข้าไปช่วย ชลนิภาไม่เคยมองชยางกูรเป็นเด็กเกเร จึงเชื่อหมดใจว่าเป็นความผิดของชนกชนม์ แต่ธนกรไม่เชื่อ รู้แก่ใจดีว่าชนกชนม์ ต้องการปกป้องน้องได้ แต่หวังว่าสักวัน ชยางกูรจะรักพี่ชายเหมือนที่พี่ชายรักเขา...

ทางฝ่ายวีรภัทรพยายามอธิบายให้นัชชาฟังว่าระหว่างเขากับชลนิภาจบกันไปนานแล้ว ไม่มีถ่านไฟเก่าให้คุอีกแล้ว นัชชาไม่เชื่อเพราะดูท่าทางที่เขาประคองชลนิภาแล้วเหมือนยังมีเยื่อใยให้ แต่ถ้าจะให้เธอเชื่อ เขาต้องเลิกติดต่อกับคนบ้านนั้น แล้วทุกอย่างจะจบลงด้วยดี วีรภัทรถึงกับอึ้ง...

แทนที่ชยางกูรจะสำนึกบุญคุณ กลับบอกชนกชนม์ว่า ไม่ว่าเขาจะทำดีกับตนมากแค่ไหน ตนก็ไม่มีวันรู้สึกดีๆตอบ ชนกชนม์ไม่เคยคาดหวังอะไรอยู่แล้ว แค่ได้ปกป้องน้องก็ทำให้เขามีความสุข ชยางกูรไม่ซึ้งด้วย ที่มาหาก็แค่อยากจะรู้ว่าเขาเป็นแฟนสุตาภัญหรือเปล่า ชนกชนม์ไม่กล้าเผยความรู้สึกจึงโกหกว่าเธอเป็นแค่เพื่อน

“ดี...ฉันจะจีบ”

“อย่าไปยุ่งกับเธอเลย ฉันว่านายสองคนไม่เหมาะกันหรอก”

“ยังไม่ได้คบจะรู้ได้ยังไงว่าไม่เหมาะ แกหึงหรือ ช่างเถอะ ฉันไม่น่าถามแกให้เสียเวลา ต่อให้เธอเป็นแฟนแก ฉันก็จะแย่ง” ชยางกูรหัวเราะชอบใจ ก่อนจะเดินจากไป ชนกชนม์ไม่สบายใจนักที่น้องสนใจสุตาภัญ...

ทางด้านสุรัมภายังเพ้อถึงชายในฝัน ซึ่งเจอกันตอนที่ไปส่งสุตาภัญที่มหาวิทยาลัย เอาดอกกุหลาบที่เขาให้เพื่อปลอบขวัญที่ขี่มอเตอร์ไซค์เกือบชนเธอมาอวดพี่สาว สุตาภัญฉุกคิดถึงภาพชนกชนม์หอบกุหลาบช่อใหญ่มาที่คณะเมื่อเช้าถึงกับชะงัก พยายามมองโลกในแง่ดีว่าคงไม่บังเอิญขนาดนั้น สุรัมภาเห็นพี่สาวเงียบไป เข้าไปเขย่าตัวขอร้องให้ช่วยเป็นแม่สื่อให้ สุตาภัญยังไม่รู้เลยว่า เขาเป็นใครจะเป็นแม่สื่อให้ได้อย่างไร

“เขาอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกับพี่ตา อาจจะรู้จักกันก็ได้ นะๆๆ...คนนี้น้องขอ” สุรัมภาอ้อน สุตาภัญจำต้องรับปาก แต่อดเป็นกังวลไม่ได้ กลัวว่าชายในฝันของน้องสาวจะเป็นชนกชนม์...

ด้านชนิกานต์นอนสลบไสลหลังจากชักอยู่พักใหญ่ โดยมีธีรดนย์คอยบีบนวดคลายกล้ามเนื้อให้ เธอนอนละเมอทั้งน้ำตาเสียใจที่พ่อไม่รัก เขาเช็ดน้ำตาให้ด้วยความสงสาร

“ถ้าเธออ่อนโยน อ่อนหวานเหมือนที่เธอเป็นตอนนี้ก็คงดี ทุกคนคงรักเธอได้ไม่ยาก” ธีรดนย์เคลิ้มไปกับท่าทีนั้น ก้มลงจะจูบชนิกานต์ แต่แล้วนึกขึ้นได้ หยุดกึก “ฉันไม่มีวันให้อภัยคนร้ายกาจอย่างเธอได้”

ooooooo

หลังจากหายหน้าไปนาน จนกฤติยาลืมไปแล้วว่ายังมีแม่ อยู่ๆกัณฐิกาก็โผล่มาที่บ้าน บอกกับยายแก้วผู้เป็นแม่ว่าต่อไปนี้ไม่ต้องลำบากออกไปขายขนมอีกแล้ว เธอจะส่งเงินมาให้ใช้ทุกเดือน แม่ต้องลำบากเพื่อเธอมามาก ขอให้เธอได้ทดแทนคุณดูแลแม่บ้าง แล้วส่งเงินปึกใหญ่ให้ ยายแก้วไม่รับ

“ให้กูอดตายดีกว่ากินของที่ได้มาด้วยเรื่องชั่วๆ ไปชิงผัวขายตัวมั่วผู้ชาย ข้าไม่เอา...บาป”

“...ฉันจะบอกให้นะ เงินนี่ฉันได้มาด้วยความรักความเสน่หา เขาให้ด้วยความเต็มใจ ฉันไม่ได้ขายตัวแลกเงินอย่างที่แม่ว่า”

จังหวะนั้น กฤติยาถือถาดขนมออกมา กัณฐิกาพยายามจะพูดคุยด้วย แต่เธอไม่แม้แต่จะปรายตามอง ทำเหมือนกัณฐิกาเป็นอากาศธาตุ กฤติยาบอกยายแก้วว่าจะไปเปิดร้านให้ก่อน ยายไม่ต้องรีบไปก็ได้ วันนี้เธอไม่มีเรียน แล้วยกถาดขนมออกไป กัณฐิกาตะโกนไล่หลัง

“ไปอยู่กับแม่นะ ลูกไม่ต้องลำบากอยากเรียนอะไรก็ได้เรียน อยากได้อะไรแม่จะซื้อให้ ลูกจะมีเสื้อผ้าสวยๆใส่ มีรถนั่งโก้ๆ คุณณวัตรเขาใจดี เขาจะเป็นพ่อที่ดีของลูก”

กฤติยาหันขวับ “พ่อคนที่เท่าไหร่คะแม่...ตั้งแต่เกิดมา หนูยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพ่อหนูเป็นใคร นอกจากฟังชาวบ้านสาธยายว่าหนูเกิดจากความไม่ตั้งใจ ที่โสเภณีพลาดท่าเสียทีให้ลูกค้า พอ 5 ขวบหนูก็มีพ่อใหม่...ครบ 7 ขวบ หนูก็มีพ่อเลี้ยงใหม่อีกสามคน ไม่ทันครบ 10 ขวบ หนูก็มีพ่อใหม่เกือบโหล หนูคงเป็นลูกที่มีความสุขที่สุดในโลกที่มีพ่อมากกว่าทุกคน” แดกดันจบเธอปล่อยโฮด้วยความอัดอั้น

“ใครเป็นพ่อของลูกก็ไม่สำคัญ ยังไงลูกก็เป็นลูกแม่ ตอนนี้แม่สบายแล้ว แม่จะพาลูกไปอยู่ด้วย เราจะได้มีความสุขกันตามประสาแม่ๆลูกๆ” กัณฐิกาพยายามข่มอารมณ์ไว้ กฤติยาไม่ไป เพราะมีพ่อใหม่ไม่ซ้ำหน้ามากพอแล้ว แต่จะขอมีแม่เพียงคนเดียวและแม่คนนั้นก็คือยายแก้ว เธอจะอยู่กับยายไปจนวันตาย

“อย่าเรื่องมากนักได้ไหม ฉันให้เวลาแกคิดดูให้ดี จะเป็นสก๊อยในสลัมหรือเป็นคุณหนูในคฤหาสน์ใหญ่” กัณฐิกาว่าแล้วเอาเงินยัดใส่มือลูก เธอไม่ต้องการเงินของแม่ กัณฐิกาถามเสียงห้วน ถ้าไม่ต้องการเงินแล้วต้องการอะไร ใครๆก็อยากได้เงินกันทั้งนั้นเพราะเงินซื้อได้ทุกอย่าง แล้ววางเงินทิ้งไว้ก่อนจะเดินจากไป กฤติยาทรุดตัวลงนั่งกับพื้น น้ำตาไหลพราก ยายแก้วสงสารหลานจับใจ ดึงตัวมากอด

“ยายจ๋า...หนูไม่ได้ต้องการอะไรจากแม่ หนูอยากให้แม่กอดหนูสักครั้ง”

ooooooo

ชนิกานต์หนีออกจากบ้านตั้งแต่เช้า ไม่มีใครรู้ ว่าไปไหน ธีรดนย์โทร.ไปตามบ้านเพื่อนก็ไม่เจอ โทร.เข้ามือถือของเธอก็ไม่รับสาย อุษาเกรงจะเกิดเรื่องไม่ดี บอกให้เขาลองไปดูตามบ้านเพื่อนๆ เผื่อคุณหนูจะไปที่นั่น

“ไม่ต้อง...ที่ผ่านมาฉันตามใจมากเกินไป ลูกถึงได้ใจ เอะอะไม่ได้ดั่งใจก็สร้างเรื่องเรียกร้องความสนใจ คราวนี้ฉันจะดัดนิสัย หนีไปก็ต้องกลับเองได้ ฉันขอสั่งห้ามออกตามหาเด็ดขาด” ณวัตรสั่งเสียงเฉียบ...

ด้านชนกชนม์ไม่เข้าใจทำไมแม่ถึงจงเกลียดจงชังตนนักหนา พอรู้ว่าเขาเป็นคนซื้อเสื้อให้ ทั้งๆที่ชอบ แม่กลับโยนมันคืนเขา แถมกำชับว่าต่อไปไม่ต้องซื้ออะไรมาให้อีก เธอไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณคนไม่เอาไหนอย่างเขา แล้วเดินสะบัดขึ้นห้องอย่างไม่สบอารมณ์ ชยางกูรได้ทีเหยียบซ้ำ สั่งให้แป๋วเอาเสื้อตัวนี้ไปทำผ้าขี้ริ้ว ธนกรเห็นใจลูกเลี้ยง ปลอบว่าสักวันแม่ของเขาต้องใจอ่อนและเห็นในความดีที่เขาทำ

“ผมยอมรับครับว่าท้อ แต่ผมไม่ถอย” ชนกชนม์ยิ้มสู้ ธนกรดีใจที่เขายังยิ้มได้...

ชนิกานต์อยากหนีไปอยู่ต่างจังหวัดสักระยะหนึ่ง เพราะไม่ต้องการรู้เห็นการแต่งงานของพ่อกับนังมารร้าย จึงแวะมาขอให้สุตาภัญไปเป็นเพื่อน เธอปฏิเสธทันควันว่าไปไม่ได้ พ่อของเธอคงไม่ยอมแน่ๆ

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ฉันเตรียมการไว้แล้ว” ชนิกานต์ยิ้มเจ้าเล่ห์ ครู่ต่อมา เธอเอาเอกสารโครงการปฏิบัติการทำข่าวท้องถิ่นไปให้สุทินดู เขาไม่เข้าใจทำไมลูกต้องไปทำกิจกรรมที่ต่างจังหวัด

“กลุ่มของเราทำหัวข้อปัญหาประมงชายฝั่งค่ะ ต้องไปสัมภาษณ์ชาวประมงที่นั่น” ชนิกานต์อธิบาย

สุทินซักถามเป็นการใหญ่ว่าไปพักที่ไหน สุตาภัญทำหน้าที่อะไร แล้วในกลุ่มมีใครไปบ้าง อาจารย์ท่านไหนเป็นคนดูแล ชนิกานต์ถนัดเรื่องโกหกอยู่แล้ว ตอบได้ทุกคำถาม แล้วรวบรัดตัดความยื่นเอกสารให้สุทินเซ็นยินยอม แม้เอกสารเหล่านั้นจะเหมือนของจริงทุกอย่าง แต่สุทินก็ไม่ยอมให้ลูกไป เพราะไม่เห็นความจำเป็นอะไรที่ต้องออกภาคสนาม เรียนรู้จากตำราเอาเองก็ได้ ชนิกานต์อ้างว่านี่เป็นวิชาหลัก ถ้าไม่ให้ไปก็เรียนไม่จบ

“ฉันจะเชื่อได้อย่างไรว่า พวกเธอไปทำงานไม่ได้หนีเที่ยว” สุทินจ้องหน้าสองสาวอย่างจับผิด

“ทางคณะจึงออกเอกสารชี้แจงไงคะ ถ้าคุณอายังกังวลใจ โทร.สอบถามจากอาจารย์ประจำวิชาได้เลยค่ะ เบอร์โทรศัพท์อยู่บนหัวเอกสาร...หนูต่อเบอร์ให้ก็ได้นะคะ” ชนิกานต์สู้สายตาสุทิน เพื่อความสมจริง เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเซ็นเอกสารยินยอมให้...

ในเวลาต่อมา สุตาภัญพร้อมด้วยเป้สัมภาระก็พร้อมออกเดินทาง เธออดชมเพื่อนรักไม่ได้ว่าวางแผนการได้เฉียบมาก ตระเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมสรรพรวมทั้งเบอร์โทรศัพท์ปลอมๆนั่นด้วย

“แน่นอน...ฉันเตี๊ยมให้เกอด้าเพื่อนเราสวมบทเป็นอาจารย์ ยัยนี่แอ็กติ้งเป็นเลิศ รีบไปกันเถอะ” ชนิกานต์กับสุตาภัญยังไม่ทันจะก้าวขาออกจากบ้าน สุทินเรียกไว้เสียก่อน สั่งให้สองสาวเอาสุรัมภาไปด้วย จะได้มีคนคอยควบคุมแทนเขา สุรัมภารับปากจะดูแลพี่สาวไม่ให้คลาดสายตา และจะโทร.มารายงานพ่อทุกชั่วโมง สุตาภัญกับชนิกานต์มองหน้ากันเซ็งๆ...

เพราะคุณแม่ขอร้อง ธีรดนย์จำต้องออกตามหาชนิกานต์ไปตามบ้านเพื่อน แต่ก็ไม่พบ จึงแวะมาถามหาที่ บ้านของชนกชนม์เป็นที่สุดท้าย ชนกชนม์อดเป็นห่วงชนิกานต์ไม่ได้ ถามว่าโทร.เช็กกับสุตาภัญหรือยัง เขาโทร.แล้วแต่เธอไม่รับสาย ชนิกานต์คงไม่กล้าไปหลบที่บ้านเพื่อนซี้ เพราะพ่อของสุตาภัญดุมาก ถ้ารู้ว่าชนิกานต์หนีออกจากบ้าน คงลากตัวไปส่งนานแล้ว

“อย่าเพิ่งคิดไปเองสิ บ้านของสุตาภัญอยู่ใกล้นิดเดียว น่าจะลองไปดู”

ธีรดนย์ตวาดลั่นว่าไม่ต้องมาสั่งสอน แล้วเดินหัวเสียออกไป ชนกชนม์ตะโกนไล่หลังขอเฟซบุ๊กของชนิกานต์กับสุตาภัญด้วย เผื่อสองคนนั่นจะอัพเดตสถานะ จะได้รู้ว่าอยู่ที่ไหน ธีรดนย์หยุดกึก หันกลับมาทันที...

เมื่อมาถึงรีสอร์ตริมทะเล สุรัมภาถึงได้รู้ว่าเรื่องมาออกภาคสนามเป็นเรื่องโกหก ขู่จะฟ้องพ่อ ทั้งชนิกานต์และสุตาภัญพยายามติดสินบนน้อง ถ้าอยากได้อะไรจะ ให้หมดทุกอย่าง ขออย่าให้รู้ถึงหูพ่อ

สุรัมภาไม่สนใจหยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาพ่อ สอง สาวถึงกับหน้าเสีย แต่แล้วเธอกลับรายงานว่าทุกอย่างเรียบ ร้อยดี พี่ทั้งสองกำลังอบรมอยู่ กลุ่มของพี่ๆมีแต่ผู้หญิง อาจารย์ที่มาคุมก็เป็นผู้หญิง พ่อไม่ต้องเป็นห่วง แล้วกดวางสายสีหน้ายิ้มๆ สุตาภัญถึงกับถอนใจโล่งอก อดถาม ไม่ได้ว่านึกอย่างไรถึงได้ช่วยเราสองคน

“คุณพ่อไม่ได้สั่งให้ภามาหรอก แต่ภาขออาสามาเอง อ้างว่ามาคุมพวกพี่ ภาอยากแปลงร่างเป็นนกน้อยเริงร่าท้าลมทะเลให้ฉ่ำปอด” สุรัมภาว่าแล้วชวนชนิกานต์ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า

สุตาภัญคิดอะไรขึ้นมาได้ หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปตัวเอง กำลังจะแชร์ลงเฟซบุ๊ก ชนิกานต์ย้อนกลับมาพอดี ถามว่าจะทำอะไร เธออ้างว่าถ่ายรูปเล่น เพื่อนรักมองอย่างรู้ทัน สั่งห้ามทำอย่างนั้นเด็ดขาด ตนไม่อยากให้ใครรู้ว่าอยู่ที่นี่ แล้วไล่สุตาภัญไปเปลี่ยนเสื้อผ้า พอชนิกานต์คล้อยหลัง เธอรีบแชร์รูปลงเฟซบุ๊กทันที...

ภาพของสุตาภัญกับที่อยู่ของรีสอร์ตปรากฏหราอยู่ในเฟซบุ๊กบนหน้าจอโน้ตบุ๊กของชนกชนม์ ธีรดนย์จะตามไปที่นั่น ชนกชนม์ขอไปด้วย อ้างว่าจะไปช่วยเกลี้ยกล่อมชนิกานต์ให้กลับบ้าน ธีรดนย์นิ่งคิดครู่หนึ่ง

“ได้...ครั้งนี้ฉันยอมนาย...นายเป็นหนี้บุญคุณฉัน ฉันขออะไรนายก็ต้องให้ฉัน”

ชนกชนม์รับคำ ทั้งคู่ไม่เห็นชยางกูรแอบฟังอยู่อีกมุมหนึ่งด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ooooooo

ไม่นานนัก ธีรดนย์กับชนกชนม์มาถึงรีสอร์ตซึ่งเป็นที่พักของสุตาภัญกับพวกแต่ไม่เจอใคร พนักงานที่นั่นแจ้งว่าพวกเธอออกไปเล่นน้ำ ธีรดนย์กับชนกชนม์แยกย้ายกันตามหา...

สามสาวเล่นน้ำทะเลกันอย่างมีความสุข โดยไม่ลืมเก็บภาพความประทับใจครั้งนี้ไว้ด้วย หลังจากวิ่งเล่นกันจนเหน็ดเหนื่อย ชนิกานต์เดินไปซื้อน้ำมะพร้าวมาให้ เห็นสุตาภัญนั่งก่อปราสาททรายอยู่ที่ชายหาด ทักท้วงว่าจะเสียเวลาทำไปทำไม เดี๋ยวคลื่นซัดมาก็พังหมดแล้ว

“พังก็สร้างใหม่ได้นี่ ตราบใดที่เรายังมีแรงและมีความรัก” สุตาภัญว่าแล้วชวนเพื่อนรักสร้างปราสาททรายด้วยกัน ขณะปราสาทกำลังเป็นรูปเป็นร่าง สุรัมภาแกล้งขว้างลูกบอลใส่ปราสาทพัง สองเพื่อนซี้ช่วยกันไล่จับ สุตาภัญจับตัวไว้ได้ แต่เธอดิ้นจนหลุด แล้ววิ่งหนี ชนิกานต์ไล่ตาม สุตาภัญได้แต่ยืนมอง พอหันกลับมาอีกทีต้องแปลกใจที่เห็นชนกชนม์ยืนอยู่ ถามเขาว่ามาทำไม แล้วรู้ได้อย่างไรว่าเธออยู่ที่นี่

“ก็เธอเป็นคนโพสต์ลงในเฟซบุ๊กนี่ เธอจงใจให้ธีรดนย์รู้ว่าเธออยู่ที่นี่ เพราะเธอไม่อยากให้ที่บ้านชนิกานต์กังวลใจ” ชนกชนม์มองเธออย่างรู้ทัน สุตาภัญยอมรับว่าที่ต้องทำแบบนั้นเพราะอยากให้คนที่บ้านชนิกานต์มาตาม เธอจะได้รู้สึกว่ามีคนรักและเป็นห่วง ชนกชนม์รู้สึกว่าฉายาที่ชนิกานต์ตั้งให้เธอว่านางฟ้าเบอร์ห้า ช่างสมกับเธอจริงๆ เธอเป็นคนมีจิตใจดีงาม เป็นห่วงเป็นใยคนอื่นๆ...

ชนิกานต์ไม่พอใจมากที่เห็นธีรดนย์ตามมาถึงนี่ ขับไล่ไสส่งให้กลับไป เขาไม่ยอมกลับถ้าเธอไม่ไปด้วยชนิกานต์คิดว่าพ่อสั่งให้เขามาตาม ตอนนี้ท่านคงเป็นห่วงเธอแทบแย่แล้วใช่ไหม

“เลิกจินตนาการเพ้อเจ้อได้แล้ว คุณท่านไม่ได้สั่งให้มารับ แถมยังกำชับไม่ให้ออกตามหาเธอด้วยซ้ำ คุณท่านเอือมระอากับพฤติกรรมของเธอเต็มทน ไม่คิดตาม ยังใช้ชีวิตปกติ ไม่รู้ร้อนรู้หนาวสักนิด”

หญิงสาวทั้งเสียใจทั้งผิดหวังที่พ่อไม่สนใจ พาลด่าว่าธีรดนย์แล้วจะเดินหนี เขากระชากแขนไว้ทำให้เธอเสียหลักเซเข้ามาในอ้อมกอด ทั้งสองสบตากันนิ่งงัน ชนิกานต์ตั้งสติได้ผลักเขาออกแล้ววิ่งหนี...

ฝ่ายชนกชนม์ได้อยู่ลำพังกับสุตาภัญ ตัดสินใจเผยความในใจที่มีต่อเธอซึ่งเธอเองก็มีใจให้เขาเช่นกันจากนั้น ทั้งคู่ชวนกันแข่งเก็บเปลือกหอยเพื่อเอาไปตกแต่งปราสาททราย จังหวะหนึ่งเกิดใจตรงกันคว้าเปลือกหอยชิ้นเดียวกัน ชนกชนม์จี้เอวให้เธอปล่อยมือ สุตาภัญบ้าจี้ทรุดลงไปกับพื้นดึงเขาล้มไปด้วย โดยเธอนอนทับ     อยู่บนตัวเขา ใบหน้าเกือบชิดกัน ชนิกานต์กับธีรดนย์เข้ามาเห็นพอดี ร้องถามว่าทำอะไรกัน

ทั้งคู่รีบลุกขึ้น ปฏิเสธว่าไม่มีอะไร แค่แย่งเปลือกหอยกันแล้วเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย ชนิกานต์น้อยใจที่ ชนกชนม์ดูจะสนใจสุตาภัญมากกว่าตนเอง เลยพาลต่อว่าเพื่อนรักที่เอารูปไปลงเฟซบุ๊กทำให้ธีรดนย์ตามมาถูกธีรดนย์ไม่พอใจที่ชนิกานต์หาเรื่องสุตาภัญ ทำให้ทั้งคู่มีปากเสียงกัน เขาพูดแทงใจดำเธอว่าที่ไม่มีใครรัก เพราะเธอเอาแต่ใจตัวเองไม่เคยนึกถึงคนอื่น เหมือนที่พ่อของเธอพูดไว้ไม่มีผิดว่าเธอเกิดมามีแต่สร้างปัญหา

“ได้...ในเมื่อฉันเป็นตัวปัญหา ฉันก็จะไม่อยู่ให้รกโลก ฉันตายไปทุกคนคงจะมีความสุข” ชนิกานต์พูดจบวิ่งหนีออกไปทั้งน้ำตา สุตาภัญจะตาม แต่ธีรดนย์คว้าแขนไว้ บอกว่าไม่ต้องไปสนใจ ชนิกานต์แค่เล่นละครบีบน้ำตา ทำทีขู่ฆ่าตัวตายแต่ไม่เคยทำอย่างที่ขู่สักครั้ง ชนกชนม์ไม่อยากเสี่ยง อาสาจะไปดูเธอให้...

ครั้งนี้ชนิกานต์เอาจริง วิ่งหนีไปที่สะพานซึ่งยื่นไปในทะเลแล้วโดดลงไปหวังฆ่าตัวตาย ชนกชนม์โดดลง ไปช่วยไว้ได้ทัน อุ้มเธอขึ้นมาวางบนสะพาน หญิงสาวค่อยๆได้สติ เห็นชนกชนม์อยู่ตรงหน้าโผกอดไว้แน่นเหมือนต้องการที่พึ่ง และให้เขาสัญญาว่าจะไม่ทิ้งเธอไปไหน ชนกชนม์ว่าเพื่อนย่อมไม่ทิ้งกันอยู่แล้ว

“ฉันอยากเป็นแฟนนาย ฉันรักนายนะ” ชนิกานต์อ้อนวอน ชนกชนม์เจอไม้นี้เข้าไปถึงกับทำอะไรไม่ถูกสุตาภัญตามมาด้วยความเป็นห่วง กลับเห็นภาพบาดตาบาดใจ ขณะที่ธีรดนย์ยิ้มพอใจที่เห็นทั้งคู่กอดกัน

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"ฟิล์ม-เอสเธอร์" พระนางคู่กัด ใน "พายุทราย" เจอหน้าเป็นตบ เอะอะเป็นจูบ

"ฟิล์ม-เอสเธอร์" พระนางคู่กัด ใน "พายุทราย" เจอหน้าเป็นตบ เอะอะเป็นจูบ
9 พ.ค. 2564

03:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม 2564 เวลา 10:34 น.