ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ลูกไม้หลากสี

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

พอตั้งสติได้ กฤติยาหันไปถามธีรดนย์ว่าชนิกานต์ พูดความจริงใช่ไหม เขาไม่กล้าตอบ ได้แต่หลบสายตา เธอเดาได้ไม่ยากว่าเป็นเรื่องจริง ต่อว่าว่าไม่น่าทำแบบนี้ ชนิกานต์เข้ามาคว้าตัวกฤติยาเขย่าอย่างแรง

“รู้ความจริงแล้วก็อย่ามาแย่งธีไปจากฉัน ธีเป็นแฟนฉัน...ฉันรักธี”

กัณฐิ กาปราดมาดึงตัวชนิกานต์ออก ถามว่ามีเรื่องอะไรกัน เธอเปลี่ยนเป้าหมายหันไปเล่นงานกัณฐิกาแทน กล่าวหาว่านี่เป็นแผนชั่วของกัณฐิกา พอตัวเองไม่ได้ธีรดนย์ก็ส่งหลานสาวไปอ่อยเขาถึงในห้อง กัณฐิกาคาดคั้นให้กฤติยาบอกความจริงมาว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เธออับอายไม่กล้าพูด วิ่งหนีขึ้นห้อง

“เป็นไง หลานสาวแสนดีวิ่งหนีความจริงไม่กล้าสู้หน้าฉัน แกยอมรับได้แล้วว่าเป็นแผนชั่วของแก คิดจะเอาธีไปกินทั้งน้าทั้งหลาน” ชนิกานต์ยิ้มหยัน กัณฐิกาไม่พอใจมาก สั่งให้หยุดพูดเพ้อเจ้อได้แล้ว ถึงตนจะดูแย่ในสายตาเธอ แต่ก็ไม่เคยคิดใช้หลานตัวเองเป็นเครื่องมือ และไม่เคยคิดสกปรกอย่างที่เธอคิด แล้ววิ่งตามกฤติยาไป

“อย่ามาย้อนด่าฉัน กลับมาก่อน ลากตัวหลานแกมาคุยให้รู้เรื่อง” ชนิกานต์จะตาม แต่ธีรดนย์ขวางไว้ ขอร้องให้พอได้แล้ว เธอโผกอดเขาไว้แน่น อ้อนวอนให้รับปากจะรักเธอคนเดียว ธีรดนย์ทำไม่ได้เพราะไม่ได้รักชนิกานต์แต่รักสุตาภัญ ขอร้องเธอให้หยุดพูดหยุดคิดเรื่องนี้ ลืมมันไปให้หมดได้ไหม

“นายลืมฉันได้แต่นายลืมสิ่งที่ทำกับฉันไม่ได้” ชนิกานต์พูดจบวิ่งหนีทั้งน้ำตา ธีรดนย์ถึงกับหน้าเครียด...

กัณฐิ กาต้องการรู้ความจริงให้ได้ ตามไปคาดคั้นกฤติยาถึงในห้องนอนของฝ่ายหลัง เธอตัดสินใจสารภาพทุกอย่างให้ฟัง ขอโทษที่ตนเองไม่รักดี ปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้ผู้ชายทำให้แม่ต้องถูกชนิกานต์ด่าว่า แล้วจับมือแม่มาตบหน้าตัวเอง กัณฐิกาจับมือเธอไว้

“เพราะแม่ใช่ไหม ลูกถึงทำประชดแบบนี้ แม่ขอโทษ” กัณฐิการ้องไห้โฮดึงลูกมากอดแนบอก แต่แล้วนึกอะไรขึ้นมาได้ เดินหายไปจากห้องสักพัก กลับเข้ามาพร้อมกับยื่นยาคุมกำเนิดและน้ำหนึ่งแก้วให้กฤติยากิน

“...อะไรที่มันพลาดไปแล้วก็อย่าให้เกิดขึ้นอีก มันไม่ใช่เรื่องผิดบาปชั่วชีวิต เราแก้ไขแก้ตัวได้...ลูกนอนได้แล้ว ตื่นเช้ามาก็เป็นวันใหม่ ชีวิตใหม่” กัณฐิกาปลอบเสร็จขยับจะไป กฤติยาเรียกไว้

“แม่นอนกับแอนได้ไหม”

กัณฐิกาถึงกับน้ำตาซึม เดินกลับมากอดลูกอีกครั้ง กฤติยาอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูกที่แม่ยอมอยู่ด้วย...

ทางฝ่ายชนกชนม์หยิบสร้อยห้อยล็อกเก็ตรูป ครอบครัวตัวเองขึ้นมาดูแล้วร้องไห้คิดถึงแม่ ต้องใช้ยาเสพติดดับความคิดถึง พอยาออกฤทธิ์เขาเห็นแม่มาเยี่ยมถึงห้องเช่า จับเขานอนหนุนตัก ชนกชนม์ยิ้มมีความสุข แต่พอฤทธิ์ยาเริ่มสร่าง ภาพของแม่ก็หายไปด้วย เขาถึงได้รู้ว่าเมื่อครู่เป็นแค่ความฝัน...

ขณะที่ชนกชนม์เมายาจนเห็นภาพหลอน ธีรดนย์กลับถึงห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ทรุดตัวลงตรงหน้ารูปถ่ายของอุษา ก่อนจะก้มกราบ

“แม่เคยสอนให้ผมรู้จักควบคุมอารมณ์ ผมทำพลาดอีกแล้ว ผมอยากให้แม่อยู่กับผม...ผมขอโทษครับแม่” ธีรดนย์คร่ำครวญจบร้องไห้โฮ

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ชนกชนม์มาดักรอสุตาภัญหน้าอพาร์ตเมนต์เพื่อมอบสร้อยห้อยล็อกเกตรูปครอบครัวของเขาให้ ตอนนี้หัวใจของเธอว่างแล้วไม่ต้องดูแลใครอีก ช่วยดูแลครอบครัวเขาด้วย ชีวิตของเขาเป็นของเธอแต่ผู้เดียว

“วันไหนที่คุณไม่ต้องการผม เอาสร้อยคืนให้ผม”

“ฉันจะดูแลมันให้ดีที่สุด” สุตาภัญยิ้มหวานให้ ชนกชนม์ค่อยๆโน้มตัวจะหอมแก้ม เธอดันหน้าเขาออกต่อว่าว่าได้คืบจะเอาศอก แกล้งเอาข้อศอกกระทุ้งเขาไปหนึ่งที ก่อนจะเดินหนี ชนกชนม์รีบเดินตาม...

ทางฝ่ายสุรัมภายังคงฝันลมๆแล้งๆที่จะได้ชนกชนม์มาเป็นของตัว หยิบผ้าเช็ดหน้าที่เขาให้เช็ดน้ำตาเมื่อวานขึ้นมากอดจูบเสมือนเป็นตัวแทนของเขา...

ในเวลาเดียวกัน ชยางกูรเข้ามาบอกชลนิภาว่ามีเรียนแต่เช้า ไม่อยู่กินข้าวด้วย ชลนิภาดักคอว่าการโกหกเป็นบาปโดยเฉพาะโกหกพ่อแม่ เมื่อวานเธอไปพบกับอาจารย์ที่ปรึกษาของชยางกูรมา เขารายงานว่าชยางกูรไม่มาเรียนเกือบหนึ่งเดือนแล้ว อ้างว่าแม่ไม่สบายต้องอยู่เฝ้าไข้ อาจารย์ให้งานอะไรไปชยางกูรก็ไม่เคยส่งสักชิ้น

“ลูกคงไม่แก้ตัวว่าอาจารย์ใส่ร้ายลูก”

ชยางกูรจนแต้ม ขอโทษแม่ที่ทำตัวไม่ดี แล้วบีบน้ำตาขอความเห็นใจ ชลนิภาอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงทำตัวเหลวไหลไม่ไปเรียนหนังสือ เข้าบ่อนการพนันเป็นว่าเล่น

“เพื่อนมันหลอกกูรครับ กูรพยายามเลิกแต่มันโกง หลอกกูรเซ็นสัญญาเงินกู้ ถ้ากูรไม่ใช้หนี้ มันจะฆ่ากูร”

“ลูกติดหนี้เท่าไหร่”

พอรู้ว่าลูกเป็นหนี้พนันสูงถึง 5 ล้านบาท ชลนิภาถึงกับอึ้งไปชั่วครู่ ก่อนจะตัดสินใจให้เงินลูกไปใช้หนี้ แล้วบอกให้ลูกกลับตัวกลับใจ กลับมาเป็นลูกที่ดีของเธอเหมือนเดิม ชยางกูรกราบขอบคุณแม่ที่ยอมช่วยเหลือ...

ทางด้านธีรดนย์ไม่มีทางเลือกจำต้องอยู่ที่คฤหาสน์ของณวัตรต่อไป แต่ไม่รู้จะอ้างกับคุณท่านอย่างไรจึงขอความช่วยเหลือจากชนิกานต์ให้ร่วมมือกันโกหกว่าที่ธีรดนย์ต้องอยู่ที่นี่ต่อเพราะเธอมีงานกลุ่มร่วมกับเขา ถ้าเขาย้ายออกไปจะไม่มีใครช่วยเหลือเธอ ณวัตรไม่ติดใจสงสัยอะไร อนุญาตให้ธีรดนย์อยู่จนกว่าจะเรียนจบ

“เอ่อ...มาพร้อมหน้ากันก็ดีแล้ว นิกกี้ ธีรดนย์ ฉันมีเรื่องจะให้ช่วย”

ชนิกานต์กับธีรดนย์มองหน้ากันแปลกใจ ณวัตรจะให้ช่วยเรื่องอะไร...

ครู่ต่อมา ชนิกานต์กับธีรดนย์นำข่าวดีมาบอกสุตาภัญกับชนกชนม์ว่าณวัตรต้องการให้พวกเราช่วยกันคิดรูปแบบงานเปิดตัวหมู่บ้านโครงการใหม่ของท่าน โดยจะมีค่าจ้างให้ด้วย ท่านวางคอนเซปต์คร่าวๆว่าต้องเป็นบ้านแห่งความสุขและความอบอุ่นในครอบครัว สุตาภัญมีฝีมือด้านการจัดงานทุกคนในกลุ่มจึงมอบหน้าที่นี้ให้

“ตาขอเวลาคิดรูปแบบงานก่อน แล้วจะแจงอีกที

ว่าใครต้องทำอะไร” สุตาภัญยิ้มแย้มดีใจ ที่จะได้ทำงาน ที่ชอบแถมได้เงินอีกด้วย...

สุทินยังโกรธเสาวนิตย์เรื่องเมื่อวานไม่หาย ไม่ยอมแตะต้องอาหารที่เธอทำให้ เสาวนิตย์ขอโทษที่พูดไปแบบนั้น ไม่ได้ตั้งใจจะหักหน้าเขาต่อหน้าชลนิภา แค่อยากให้เขายอมรับความจริงเท่านั้น

“ความจริงที่ว่าลูกสาวเราทำตัวเหลวแหลกคบนักเลง ฉันให้อภัยไม่ได้”

เสาวนิตย์แนะให้ลองถามความจริงจากลูกเสียก่อน บางทีสิ่งที่เห็นอาจไม่จริงก็ได้ วิธีที่ดีที่สุดคือการหันหน้ามาคุยกัน สุทินแดกดันว่าถ้าเลือกได้ เขาขอให้เธอกลับไปเป็นใบ้เหมือนเดิมดีกว่าพูดเพ้อเจ้อแบบนี้ แล้วเดินหนีขึ้นห้อง เสาวนิตย์มองตาม แอบดีใจที่อย่างน้อยเขาก็เริ่มใจอ่อนเรื่องของลูกๆ

ooooooo

ในที่สุดก็ถึงวันงานเปิดตัวหมู่บ้านโครงการใหม่ของณวัตร วีรภัทรและครอบครัวถูกวางตัวให้เป็นพรี-เซ็นเตอร์กิตติมศักดิ์ของงานจึงมาถึงสถานที่จัดงานแต่เช้า สุตาภัญในฐานะโปรดิวเซอร์ใหญ่ของงานเข้ามาต้อนรับ

“เชิญด้านในค่ะ ตาจะแจ้งคิวงานและรายละเอียดทั้งหมด”

วีรภัทรจูงมือนัชชากับนิธิเดินตามสุตาภัญไปด้านหลังเวที...

อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก ชนกชนม์แอบมองพ่อกับแม่เลี้ยงด้วยความไม่สบายใจ สุรัมภาเข้ามาถามว่าทำไมไม่ไปพบพ่อตัวเอง ชนกชนม์ไม่กล้า คดีเก่าที่สวนสนุกยังเคลียร์กับพวกท่านไม่จบ

“ไม่ต้องกลัวค่ะ ถ้าพี่ชนม์ถูกดุร้องไห้งอแง ภาจะซับน้ำตาให้เอง” สุรัมภาหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาโชว์

ชนกชนม์จำได้ว่าเป็นของตัวเอง ขอคืน เธอไม่ให้ จะขอเก็บไว้เป็นของแทนใจ เขาถึงกับอึ้ง ยังไม่ทันจะพูดอะไรอีก สุตาภัญเข้ามาบอกว่าแจกคิวงานให้วีรภัทรกับครอบครัวเรียบร้อย ชนกชนม์ต่อว่าเธอว่าไม่น่าเชิญครอบครัวพ่อของเขามาเป็นพรีเซ็นเตอร์ เขาเกรงจะทำให้งานไม่ราบรื่น

“เชื่อฉัน วันนี้จะเป็นวันดีของนาย...ไปเปลี่ยนชุดกันได้แล้ว ใกล้ถึงเวลาเปิดงานแล้ว” สุตาภัญพูดจบ ไล่ต้อนทั้งคู่ไปหลังเวที ส่วนเธอเองแยกไปตรวจความเรียบร้อยที่ด้านหน้าเวทีอีกครั้ง...

ขณะที่ชนกชนม์กับเพื่อนๆ เตรียมขึ้นแสดงละครเปิดตัวหมู่บ้าน ชยางกูรแวะไปจ่ายหนี้พนันให้เฮียปรัชญาที่บ่อน และตั้งใจว่าจากนี้ไปจะไม่มาเหยียบที่นี่อีก แล้วขอตัวกลับ เฮียปรัชญาสั่งสมุนให้ขวางทางไว้ อ้างว่าชยางกูรจ่ายหนี้ยังไม่ครบ มีดอกเบี้ยค้างชำระเนื่องจากจ่ายหนี้ล่าช้าอีก 2 ล้านบาท

“พวกแกโกง ฉันไม่มีจ่ายให้แล้ว” ชยางกูรโวยลั่น สมุนชักปืนขึ้นมาข่มขวัญ

“แกยังมีทางเลือก เฮียไม่อยากได้เงิน แต่อยากได้คน เฮียต้องการแฟนพี่แก”

“แกชอบใครก็จัดการเอาเอง ฉันไม่ยอมเป็นขี้ข้าแก” ชยางกูรว่าแล้วจะเดินหนี เฮียปรัชญาชักปืนออกมาเล็งใส่แล้วทำเสียง “ปัง” ชยางกูรตกใจแทบช็อก เข่าอ่อนทรุดฮวบ เฮียปรัชญาหัวเราะชอบใจ กำชับชยางกูรให้ไปเอาตัวสุตาภัญมาสังเวยเขา ถ้ายังอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป...

การแสดงละครในงานเปิดตัวหมู่บ้านของณวัตรได้รับเสียงตบมือชื่นชมจากแขกผู้มาร่วมงานเสียงกึกก้องที่นำเสนอได้น่าสนใจ นักข่าวต่างกรูกันเข้ามาเก็บภาพผู้ร่วมแสดงเป็นการใหญ่ สุตาภัญถึงกับยิ้มปลื้ม ที่งานช่วงเช้าประสบความสำเร็จ

ooooooo

กฤติยาไม่อยากเป็นมือที่สามของใคร จึงหาทางออกโดยการยอมเป็นแฟนสุรเดชอย่างที่เขาต้องการมาตลอด แต่เธอตั้งข้อแม้ เขาจะต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก สุรเดชอดเคลือบแคลงใจไม่ได้

“ทำไมถึงเลือกพี่...อกหัก ประชดรักหรือใช้พี่เป็นเครื่องมือเย้ยใคร”

“ฉันเหนื่อยจะวิ่งไล่ตามคนอื่น...ฉันขอเลือกคนที่รักฉัน”

สุรเดชกระโดดตัวลอยด้วยความดีใจ โผกอดกฤติยาไว้แน่น เธอชวนเขาไปงานเปิดตัวหมู่บ้านของณวัตร

จะได้ประกาศเรื่องนี้ให้ทุกคนรับรู้ เปี๊ยกไม่พอใจที่

สุรเดชจะไปกับกฤติยา รอจังหวะที่เขามาขอกุญแจรถมอเตอร์ไซค์ ทักท้วงว่าต้องเอายาเสพติดซึ่งตนใส่ไว้

ใต้เบาะไปส่งให้เฮียปรัชญา สุรเดชจะไปกับแฟนก่อนแล้วค่อยไปส่งของให้ตอนเย็น เปี๊ยกเตือนว่าเฮียไม่ชอบรอใคร

“ช่างมัน...แฟนสำคัญกว่าเฮียเว้ย” สุรเดชกระชากกุญแจรถไปจากเปี๊ยกแล้ววิ่งไปหากฤติยา เขาถึงกับ

ส่ายหน้าที่เพื่อนหาเรื่องใส่ตัว จังหวะนั้นเฮียปรัชญาโทร.มาตามพอดี เปี๊ยกรับปากจะรีบเอาของไปส่งให้ แล้วตะโกนเรียกสุรเดชให้กลับมาก่อน แต่ไม่ทัน เขาเร่งเครื่องออกไปแล้ว...

ในเวลาเดียวกัน ที่งานเปิดตัวหมู่บ้าน ทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี ผู้มาร่วมงานต่างให้ความสนใจเข้าชมบ้านตัวอย่างกันอย่างคับคั่ง สุตาภัญได้รับคำชมจากณวัตรว่ามีไอเดียจัดงานดีมาก ทำให้มีลูกค้าหลายรายสั่งจองบ้านในโครงการ ชนิกานต์มีงอนที่พ่อชมแต่สุตาภัญ

ไม่เห็นชมลูกสาวตัวเองบ้าง ณวัตรคว้าลูกมากอด

“คนนี้ไม่ต้องพูดถึง ลูกพ่อเก่งที่สุด”

“น้าภูมิใจในตัวหนูนิกกี้นะจ๊ะ” กัณฐิกาแกล้งชมเพื่อเอาใจณวัตร ชนิกานต์ฝืนยิ้มให้ ก่อนจะบอกพ่อว่าขอตัวไปเตรียมงานด้านโน้นก่อน แล้วลากตัวสุตาภัญออกไป ณวัตรรู้ว่าลูกสาวยังไม่ยอมรับในตัวแม่เลี้ยงปลอบว่าอย่าไปถือสาเธอเลย แล้วถามหากฤติยา ทำไมป่านนี้ยังไม่เห็นมา กัณฐิกาอดเป็นห่วงเธอไม่ได้เช่นกัน...

ด้านนัชชาเห็นชนกชนม์มาช่วยงานณวัตร จึงถือโอกาสนี้ขอโทษเขาที่เข้าใจผิดเรื่องที่สวนสนุก นิธิเล่าให้เธอฟังแล้วว่าเขาช่วยแกไว้ ขอบใจเขามาก ชนกชนม์ไม่ได้ติดใจอะไร ขอแค่นัชชาเข้าใจ เขาก็ดีใจแล้ว นัชชาไม่รู้จะคุยอะไรด้วยอีก จูงมือนิธิออกไป วีรภัทรเองก็ขอโทษลูกเช่นกันที่ไม่เชื่อใจ

“ช่างมันเถอะครับ ผมจะจำวันนี้ไว้ วันที่พ่อกับน้านัชชารู้สึกดีกับผม”

วีรภัทรขอตัวไปดูแลนัชชากับนิธิก่อน พอเขาคล้อยหลังสุตาภัญเข้ามาแซวชนกชนม์ว่าปรับความเข้าใจกับพ่อและแม่เลี้ยงได้ ต้องยิ้มให้โลกแตกไปเลย ชนกชนม์แกล้งฉีกยิ้มให้ แล้วขอบใจเธอมากที่เชิญครอบครัวพ่อของเขามาเป็นพรีเซ็นเตอร์ในงาน ทำให้พวกเราปรับความเข้าใจกันได้ จังหวะนั้น สุรัมภาวิ่ง

เข้ามาบอกชนกชนม์ว่าแม่ของเขามา ทั้งคู่ตกใจเพราะไม่ได้วางแผนให้ชลนิภามางานนี้ หวั่นใจชอบกลว่าจะเกิดเรื่องขึ้นอีก...

เหตุการณ์ไม่ได้รุนแรงอย่างที่ชนกชนม์หวั่นใจ ชลนิภาแค่ถูกนัชชากระแนะกระแหนเท่านั้น ก่อนที่ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันไปแบบทางใครทางมัน...

ผ่านไปไม่นานนัก สุรเดชขี่มอเตอร์ไซค์พากฤติยามาถึงสถานที่จัดงาน กัณฐิกาไม่พอใจมากที่ลูกพากุ๊ยข้างถนนมาด้วย ปรี่เข้าไปไล่สุรเดชกลับ กฤติยา ขอร้องแม่อย่าไล่แฟนของเธอ กัณฐิกาถึงกับอ้าปากค้าง

“แนะนำอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ผมสุรเดช แฟนลูกสาวคุณแม่ครับ” สุรเดชว่าแล้วยื่นมือไปให้กฤติยาซึ่งจับมือเขาไว้อย่างว่าง่าย กัณฐิกาโวยลั่น นี่มันเรื่องอะไรกัน

“แอนพาพี่เดชมาช่วยงาน แอนขอตัวนะคะแม่” กฤติยาจูงมือสุรเดชพาเข้างาน เพราะไม่อยากตอบ

คำถามอะไรอีก กัณฐิกาไม่ชอบใจนักที่ลูกพาสุรเดชมาเปิดตัวในฐานะแฟน

ooooooo

ชนกชนม์ไม่อยากทำให้แม่ไม่สบายใจจึงขอตัวกลับก่อน สุตาภัญท้วงว่าท่านมางานนี้ก็เท่ากับอยากเจอเขา ชนกชนม์กลัวงานของณวัตรจะล่มเพราะตนเอง ขยับจะไป ชลนิภาเข้ามาขวางทางเสียก่อน สุตาภัญกับสุรัมภารู้งานชิ่งออกไปทันที ชลนิภาต่อว่าลูกว่าเกลียดเธอมากนักหรือ ถึงไม่อยากเจอหน้า

“เปล่าครับ ผมเกรงจะทำให้คุณแม่ไม่พอใจ ทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาอีก”

“รู้ตัวก็ดี เมื่อครู่แม่เลี้ยงเธอเล่นงานฉันก็เพราะพฤติกรรมแย่ๆของเธอ”

“ผมขอโทษครับ” ชนกชนม์ยกมือไหว้ ชลนิภาเบื่อฟังคำนี้ของเขา เมื่อไหร่จะบอกความจริงกับเธอสักที

“อาจารย์ที่มหาวิทยาลัยชมว่าเธอขยันเรียน ใช้เวลาว่างหารายได้เลี้ยงตัวเอง เขายังบอกอีกว่าเธอย้ายออกมาอยู่นอกบ้านเพื่อฝึกฝนตัวเอง ทำไมไม่บอกว่าฉันไล่เธอออกจากบ้าน หรือว่าเธออาย”

ชนกชนม์ไม่อายแต่ไม่อยากให้คนอื่นตำหนิ

แม่หรือมองแม่ไม่ดีและที่สำคัญไม่อยากให้ใครคิดว่าครอบครัวของเรามีปัญหา ชลนิภารู้สึกดีที่ลูกคอยปกป้อง ชนกชนม์อธิบายเสร็จ จะเดินออกไป ชลนิภาชวนเขาอยู่ร่วมทำกิจกรรมด้วยกัน คนอื่นจะได้ไม่คิดว่าเราสองคนมีปัญหา เขาดีใจมากที่แม่เปิดใจยอมรับเขามากขึ้น...

ไม่ใช่มีแต่ชลนิภาเท่านั้นที่เปิดใจยอมรับใน

ตัวลูก สุทินซึ่งได้รับเชิญมางานนี้กับเสาวนิตย์ก็เปิดใจยอมรับสุตาภัญกับสุรัมภามากขึ้นเช่นกัน...

อีกมุมหนึ่งของงาน ธีรดนย์กำลังจัดเตรียมซุ้มสำหรับทำกิจกรรม ชนิกานต์เข้ามาเอาอกเอาใจช่วยซับเหงื่อให้ เขาดึงมือเธอออก เตือนว่าเราสองคนตกลงกันแล้วว่าถ้าเขายอมอยู่บ้านเธอต่อไป เธอต้องวางตัวแค่เป็นเพื่อนของเขาเท่านั้น ถ้าไม่ทำตามที่ตกลงเขาจะย้ายออก

“ก็ได้...นายก็ห้ามยุ่งกับยัยแอน” สิ้นเสียงชนิกานต์ กฤติยาเดินเข้ามากับสุรเดชที่แสดงตัวเป็นแฟนอย่างออกนอกหน้า กฤติยารู้ดีว่าชนิกานต์ไม่ค่อยพอใจตนนัก รีบบอกว่าพาสุรเดชมาช่วยงานที่ซุ้มทำขนม ชนิกานต์เร่งให้รีบไปประจำที่ซุ้มได้แล้ว ใกล้เวลาเริ่มงานแล้ว สุรเดชเดินโอบกฤติยาออกไป ชนิกานต์ยิ้มพอใจที่หมดคู่แข่งหัวใจไปอีกหนึ่งคน ธีรดนย์มองตามแปลกใจที่กฤติยา คบหากับสุรเดช...

เมื่อซุ้มต่างๆพร้อมเปิดให้บริการ สุตาภัญประกาศผ่านไมโครโฟนเชิญแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมกิจกรรมครอบครัวหรรษา ภายในงานจะมีซุ้ม 3 ซุ้มให้เลือก มีซุ้มทำผ้าบาติก ซุ้มเพ้นท์เสื้อและซุ้มทำขนม ชนกชนม์กับชลนิภารวมทั้งครอบครัวของสุตาภัญร่วมกิจกรรมกับซุ้มทำผ้าบาติก ส่วนครอบครัวของวีรภัทรสนุกสนานอยู่ที่ซุ้มทำขนม ขณะที่ธีรดนย์ ชนิกานต์ ณวัตร และ กัณฐิกาอยู่ที่ซุ้มเพ้นท์เสื้อ

บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและมีความสุข สุรัมภาจะช่วยพ่อลงสีผ้าบาติกแต่สีหมด ถือถาดใส่สีไปเติมสีที่อยู่ด้านหลังซุ้มให้ เจอชยางกูรดักรออยู่ เธอตกใจทิ้งถาดจะวิ่งหนี เขาคว้าตัวไว้ ก่อนจะลากออกไปแถวมุมลับตาคน สุรัมภาขู่ทั้งที่กลัวตัวสั่น ถ้าพ่อของเธอมาเห็น รับรองเขาไม่รอดแน่

“คิดว่าฉันกลัวหรือไง ทำตามที่ฉันต้องการ...ฉันอยากได้ตัวพี่สาวเธอ”

“พี่ตาไม่เชื่อใจยอมไปกับฉันเหมือนคราวที่แล้วหรอก”

ชยางกูรข่มขู่ถ้าเอาตัวสุตาภัญมาให้ไม่ได้ จะประจานคลิปฉาวของสุรัมภาที่เขาถ่ายไว้ ส่วนจะเอาตัวสุตาภัญตอนไหนเมื่อไหร่ เขาจะโทร.มานัดเธออีกที กำชับห้ามคิดหนีหรือเล่นตุกติกเด็ดขาด ชยางกูรขู่จบผละจากไป สุรัมภายังไม่ทันจะขยับไปไหน เห็นเพทายเดินตรงมาหา หน้าตาตื่นขึ้นมาทันทีเหลียวหาคนช่วย...

สุทินเห็นสุรัมภาหายไปนานผิดปกติ เริ่มเป็นห่วงจะออกไปตาม สุตาภัญอาสาจะไปตามน้องให้เอง...

ชยางกูรเดินผ่านหน้างานกำลังจะกลับ เห็นชลนิภากับชนกชนม์ร่วมกันทำกิจกรรมอยู่ในซุ้มทำผ้าบาติก อย่างมีความสุขก็ไม่พอใจ หมายหัวชนกชนม์ไว้ จะไม่ยอมให้มาแย่งความรักของแม่ไปจากตนเองเด็ดขาด

ooooooo

ที่มุมปลอดคน สุรัมภาหันหลังจะวิ่งหนี เพทายคว้าตัวไว้อ้างว่ามาดีไม่ต้องกลัว เขารู้ว่าเธอยากเป็น อิสระไม่ต้องตกอยู่ใต้คำสั่งของชยางกูร เธออยากจะให้ช่วยอะไร เขายินดีทำให้ทุกอย่าง จะให้ฆ่าชยางกูรก็ย่อมได้ สุรัมภาไม่ต้องการอะไรมากแค่อยากให้ทำลายคลิปฉาวนั่นให้ เพทายเข้ามาลูบหน้าสุรัมภาอย่างหลงใหล

“ไม่มีปัญหา แล้วฉันจะได้อะไรเป็นรางวัลตอบแทน”

“นายต้องการเงินเท่าไหร่” สุรัมภาปากคอสั่นจะร้องไห้

เพทายยังไม่ให้คำตอบตอนนี้ แต่เสร็จงานเมื่อไหร่จะมาทวงรางวัลจากเธอเอง จังหวะนั้น มีเสียงตะโกนเรียกสุรัมภาดังขึ้น เพทายมองตามเสียงเห็นสุตาภัญกำลังเดินเข้ามา รีบหลบฉากออกไปทันที สุตาภัญเห็นน้องน้ำตาซึม ถามด้วยความตกใจว่าเป็นอะไรไป เธอแก้ตัวว่าดีใจและมีความสุขที่จะได้กลับบ้านจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่ สุตาภัญไม่ติดใจสงสัยอะไร ชวนน้องไปเอาสีให้คุณพ่อด้วยกัน...

อีกมุมหนึ่งใกล้ซุ้มทำผ้าบาติก สุรเดชรอจังหวะที่ชนกชนม์เอาผ้าบาติกที่ทำร่วมกับแม่ออกมาซัก รีบยื่นกุญแจรถมอเตอร์ไซค์ให้ ฝากเอารถไปคืนเปี๊ยก ชนกชนม์เข็ดขยาดครั้งที่แล้วยังไม่หายจึงไม่รับฝาก สุรเดชขู่ถ้าไม่ยอมทำตามที่บอกจะไปเล่าให้สุตาภัญฟังว่าเขาติดยา แล้วจ้ำพรวดๆออกไป ชนกชนม์ตกใจรีบวิ่งตาม แต่แล้วโล่งใจเมื่อเห็นสุรเดชแค่เอาขนมบัวลอยมาให้สุตาภัญ ชนกชนม์ทำท่าจะอยู่กินขนมกับเธอ สุรเดชมองอย่างรู้ทัน

“ถ้วยนี้ให้ตา...ไป...ฉันตักให้แกอีกถ้วย” เขาพูดจบลากชนกชนม์ออกไป สุทินซึ่งอยู่แถวนั้นสังเกตเห็นพฤติกรรมแปลกๆของสองหนุ่มแล้วอดสงสัยไม่ได้ สุตาภัญเองก็สงสัยเช่นกัน รีบตามไปดู...

ครู่ต่อมา สุรเดชลากชนกชนม์มาที่ลานจอดรถชี้ให้ดูว่ารถจอดอยู่ตรงไหน ยัดกุญแจรถใส่มือแล้วขอตัวกลับไปหากฤติยาที่ซุ้มทำขนม ขณะที่ชนกชนม์จะเดินไปที่มอเตอร์ไซค์ สุตาภัญมาคว้าแขนไว้ถามว่าจะไปไหน เขาต้องเอารถไปคืนเพื่อนของสุรเดช เธอซักว่ามีความลับอะไรปิดบังตนหรือเปล่า

“เปล่าครับ ไม่เชื่อค้นตัวได้เลย เอางี้ ถอดให้ดูหมดเลย” ชนกชนม์ทำท่าจะถอดเสื้อ สุตาภัญร้องเสียงหลง

“ทะลึ่งอีกแล้วนะ ฉันไม่ค่อยไว้ใจเพื่อนนายเลย ห้ามยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดนะ ถ้าฉันรู้ว่านายร่วมค้ายาหรือแม้แต่เสพตา อย่ามาเรียกฉันว่านางฟ้า...นายไปได้แล้ว”
ชนกชนม์รับปากจะรีบกลับมาให้ทันส่งสุตาภัญกลับบ้านไปกับพ่อและแม่ของเธอ...

ด้านสุรเดชยิ้มพอใจเมื่อเห็นชนกชนม์เดินไปที่มอเตอร์ไซค์ กฤติยาสังเกตเห็นอดถามไม่ได้ว่าเขายิ้มเจ้าเล่ห์เพราะใช้ชนกชนม์ไปส่งยาให้หรือเปล่า สุรเดชปฏิเสธทันทีว่าเปล่า เธอจ้องมองอย่างไม่เชื่อ เขาสาบานว่าถ้าโกหกขอให้ตายโหง กฤติยาเตือนว่าแช่งตัวเองเป็นลางไม่ดี ขอร้องไม่ให้พูดแบบนี้อีก เขาไม่อยากให้เธอสงสัยไปมากกว่านี้ชวนกลับไปทำขนมกันต่อ เปี๊ยกเข้ามาขวางไว้ บอกเสียงเครียดว่าเฮียปรัชญารอของอยู่

“เอ็งเอารถไปส่งเอง” สุรเดชกระซิบ กฤติยาแอบได้ยิน ซักทันทีว่าส่งอะไร สุรเดชไม่ตอบรีบลากเปี๊ยกไปที่ลานจอดรถ หญิงสาวมองตามสีหน้าไม่ค่อยสบายใจนัก...
ฝ่ายชนกชนม์ไม่ไว้ใจเพื่อนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงเปิดดูใต้เบาะ พบห่อยาเสพติดซุกอยู่ สุรเดชเดินเข้ามาปิดเบาะทันที ชนกชนม์ไม่พอใจที่ถูกเพื่อนหลอกใช้โวยวายลั่น สุรเดชรู้สึกผิดที่ดึงเพื่อนเข้ามาเกี่ยวข้อง ขอโทษชนกชนม์และรับปากจะเลิกยุ่งกับยาเสพติดเพื่อเพื่อนและคนรัก แล้วคว้ากุญแจรถไปจากมือชนกชนม์ ยังไม่ทันจะยื่นให้เปี๊ยก มีเสียงไซเรนรถตำรวจดังก้องเข้ามา ทั้งสามหนุ่มชะงัก มองหน้ากันเลิ่กลั่ก...

กฤติยาเห็นรถตำรวจแล่นมาตามถนน รู้ทันทีว่าต้องเกิดเรื่อง รีบวิงไปหาสุรเดช ธีรดนย์มองตามสงสัยก่อนจะวิ่งตาม ชนิกานต์ไม่ชอบใจที่เขาไปยุ่งเรื่องของ
กฤติยา ไล่ตามไปอีกทอดหนึ่ง ทั้งสุตาภัญกับครอบครัว รวมทั้งชลนิภาและผู้ร่วมงานเปิดตัวหมู่บ้านต่างหันมองไปทางรถตำรวจเป็นตาเดียวกัน

ooooooo

ชนกชนม์เห็นตำรวจปิดทางเข้าออกหมู่บ้านไว้หมด จึงแนะให้สุรเดชมอบตัวอย่าคิดหนีอีกเลย เขาไม่ยอมติดคุกโดดขึ้นมอเตอร์ไซค์จะหนี กฤติยาตามมาช่วยขอร้องอีกแรง สุรเดชเริ่มลังเล เปี๊ยกไม่รอช้าชักปืนขึ้นมาจี้จับชนกชนม์เป็นตัวประกัน ขู่ตำรวจไม่ให้เข้ามาถ้าไม่อยากเห็นเขาร่างพรุน

“วางปืนแล้วมอบตัวเสียดีๆ” สารวัตรประกาศลั่น

ชลนิภาเกรงชนกชนม์จะเป็นอันตราย ขอร้องตำรวจให้ทำตามที่คนร้ายบอก สารวัตรตัดสินใจสั่งให้ตำรวจเปิดทางให้ เปี๊ยกเอาปืนดันชนกชนม์ให้ขึ้นซ้อนท้ายสุรเดช ส่วนตัวเองนั่งหลังสุด ถือปืนจ่อชนกชนม์ไว้จากนั้นรถมอเตอร์ไซค์ก็เร่งเครื่องออกไป โดยมีรถตำรวจตามไปเป็นขบวน เหลือสารวัตรกับกำลังตำรวจอีกส่วนหนึ่งอยู่สอบปากคำพยาน กฤติยาจะตามสุรเดชแต่ธีรดนย์คว้ามือไว้ไม่ให้ไป กฤติยาพยายามสะบัดมือออก

“ปล่อย...ฉันจะขอให้พี่เดชปล่อยตัวพี่ชนม์”

“เธอไปได้ไง มันอันตราย...ฉันไปเอง” ธีรดนย์ ว่าแล้วขยับจะไป กฤติยาขอตามไปด้วย อ้างว่าสุรเดชเชื่อฟังเธอ ชนิกานต์ไม่ยอมไปด้วย กลัวจะโดนลูกหลงได้แต่มองตามทั้งคู่ขึ้นรถขับออกไปด้วยความเป็นห่วง...

สารวัตรต้องการสอบปากคำผู้ปกครองของชนกชนม์เป็นรายแรกเนื่องจากเกี่ยวข้องกับสุรเดชผู้ต้องหาค้ายาเสพติด ชลนิภาเถียงคอเป็นเอ็นว่าลูกชายของเธอไม่เกี่ยวข้องด้วย เขาถูกจับเป็นตัวประกันใครๆก็เห็น

“ลูกคุณเป็นเพื่อนสนิทกับพวกผู้ต้องหา ลูกคุณอาจร่วมมือในการหนี”

“ไม่จริง ลูกฉันไม่ได้ค้ายา” ชลนิภาพูดได้แค่นั้นก็เป็นลมล้มพับ วีรภัทรรีบเข้าไปดูแล นัชชาไม่พอใจแต่ไม่กล้าโวยวาย ขณะที่สุตาภัญเป็นห่วงชนกชนม์ คิดหาทางช่วย...

ไม่นานนัก สุรเดชขี่รถมาถึงสถานที่ตามนัด เปี๊ยกปล่อยตัวชนกชนม์เป็นอิสระเพราะคิดว่าหนีตำรวจพ้นแล้ว สุรเดชบอกให้เขารีบหนีไปเดี๋ยวจะพลอยติดร่างแหไปด้วย ชนกชนม์ขอร้องให้เพื่อนรักมอบตัว สุรเดชจะขอค้ายาครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย เพราะจะเอาเงินที่ได้หนีไปกับกฤติยาไปเริ่มต้นชีวิตใหม่

จังหวะนั้น เฮียปรัชญากับสมุนตามมาสมทบ เห็นชนกชนม์ก็คิดว่าเป็นสายตำรวจชักปืนจะยิง สุรเดชขวางไว้บอกว่าเป็นเพื่อนเขาเอง เพิ่งช่วยเขากับเปี๊ยกให้หนีรอดจากตำรวจ แล้วบอกให้เฮียจ่ายเงินค่ายามาก่อน

“ของมาเงินไป” เฮียปรัชญาต่อรอง

สุรเดชลังเลหันมองเปี๊ยกซึ่งถือห่อยาเสพติดอยู่ มีเสียงไซเรนรถตำรวจดังใกล้เข้ามา เฮียปรัชญาเร่งให้ส่งของให้ เปี๊ยกไม่ให้ วิ่งหนี สุรเดชเห็นท่าไม่ดีฉวยมือชนกชนม์วิ่งตาม เฮียปรัชญาหันไปสั่งการสมุน

“เอายามาให้ได้ แล้วตัดตอนพวกมันอย่าให้สาวมาถึงเฮีย” เฮียปรัชญาสั่งเสร็จ หลบออกไปพร้อมบอดี้การ์ด ขณะที่สมุนอีกสองคนไล่ตามสุรเดชกับพวก

ooooooo

ระหว่างที่ชนกชนม์ตกกระไดพลอยโจนไปกับสุรเดช สุตาภัญเป็นห่วงชายคนรัก จะตามไปสถานีตำรวจเพื่อช่วยเป็นพยานว่าชนกชนม์ไม่เกี่ยวข้องอะไรด้วย สุทินรู้เข้าไม่พอใจมาก สั่งห้ามยุ่งเกี่ยวให้กลับบ้านไปกับเขา เธอพยายามจะอธิบายว่าชนกชนม์บริสุทธิ์ไม่มีส่วนรู้เห็นเรื่องยาเสพติด แต่เขาไม่ฟัง

“ฉันให้อภัยเธอ ให้โอกาสเธอแล้ว แต่เธอทำลายโอกาสนั้นด้วยตัวเธอเอง” สุทินว่าแล้วเดินออกไป

เสาวนิตย์ขอร้องสุตาภัญให้ล้มเลิกความตั้งใจแล้วพาน้องกลับบ้านเรากันดีกว่า สุตาภัญยืนยันจะไปช่วยชนกชนม์ให้ได้ เสาวนิตย์เห็นลูกสีหน้ามุ่งมั่น จำต้องยอมให้เธอไป สุตาภัญขอให้น้องกลับไปกับแม่ สุรัมภาจะขออยู่เคียงข้างพี่สาว ถ้าจะกลับบ้านก็ต้องกลับด้วยกัน สุตาภัญซึ้งน้ำใจน้องมาก...

ไม่กี่อึดใจ สมุนของเฮียปรัชญาไล่ตามสุรเดชกับพวกจนทันเกิดการต่อสู้กันขึ้น ชนกชนม์เสียทีจะโดนสมุนยิง ธีรดนย์มาช่วยไว้ทันใช้ไม้หน้าสามฟาดสมุนสลบเหมือด ก่อนจะเข้าไปช่วยสุรเดชกับเปี๊ยกจัดการสมุนอีกคนหมอบราบคาบ เปี๊ยกสบช่องคว้าห่อยาเสพติดวิ่งหนี สุรเดชจะตาม กฤติยาคว้ามือไว้ขอร้องไม่ให้ไป

“พี่ต้องเอายาไปขาย เอาเงินหนีไปอยู่ด้วยกัน แอนรอพี่นะ” สุรเดชพูดจบวิ่งหน้าตั้งออกไป

ชนกชนม์เป็นห่วงเพื่อนตามไปช่วยอีกแรง กฤติยาทนนิ่งเฉยไม่ไหววิ่งตามโดยมีธีรดนย์ตามไปอีกทอดหนึ่ง ไม่นานนัก สุรเดชไล่ตามเปี๊ยกจนทัน ทั้งสองต่อสู้กันเพื่อแย่งห่อยา ชนกชนม์รีบเข้ามาแยกทั้งคู่ออกจากกัน เปี๊ยกชักปืนขึ้นมาขู่ชนกชนม์ถ้าไม่อยากตายก็ให้หลบไป ทันใดนั้น ตำรวจนำกำลังไล่ล่าจนทัน สั่งให้ทุกคนวางอาวุธและยอมมอบตัว เปี๊ยกไม่ยอมเข้าคุกยิงต่อสู้กับตำรวจถูกคมกระสุนตายอนาถ

“เดช...มอบตัวเถอะ” ชนกชนม์อ้อนวอน สุรเดชคว้าปืนของเปี๊ยกยิงเปิดทาง ถูกตำรวจนายหนึ่งล้มคว่ำแล้ววิ่งหนี ชนกชนม์ กฤติยาและธีรดนย์วิ่งตาม ขณะที่ตำรวจออกไล่ล่าอย่างไม่ลดละ...

ทั้งชนกชนม์ กฤติยาและธีรดนย์พยายามขอร้องสุรเดชให้วางอาวุธและมอบตัว แต่เขาไม่ยอมทำตามเพราะรู้ตัวดีว่าขืนติดคุกก็คงไม่ได้ออกมาอีก ฝากธีรดนย์ให้ช่วยดูแลกฤติยาให้ด้วย แล้วขอให้ชนกชนม์อภัยให้เขาที่ฉุดชีวิตเพื่อนตกต่ำ ชนกชนม์ยังไม่ทันจะพูดอะไร ตำรวจตามมาทันเสียก่อน

“หนีไป....อย่ามายุ่งกับฉัน” สุรเดชพูดจบหลอกล่อตำรวจให้ตามไปอีกทางหนึ่ง

เปิดโอกาสให้ชนกชนม์กับพวกหนีไปซ่อนตัว สุรเดชยิงต่อสู้กับตำรวจแต่สู้ไม่ได้ ถูกยิงร่างพรุนนอนจมกองเลือด ยาเสพติดกระจายเกลื่อนพื้น กฤติยาร้องไห้โฮ จะเข้าไปช่วย ธีรดนย์ดึงตัวไว้ขอร้องให้อยู่เงียบๆ...

ค่ำวันเดียวกัน ที่คฤหาสน์ของชลนิภา ทันทีที่ประมุขของบ้านรู้สึกตัวตื่นขึ้น ถามวีรภัทรที่คอยดูแลอยู่ใกล้ๆว่าชนกชนม์อยู่ไหน ได้ความว่าลูกหายตัวไปหลังจากตำรวจวิสามัญผู้ค้ายาไปสองศพ

“ชนกชนม์ค้ายาจริงหรือคุณ”

“ผมคิดว่าชนม์ติดร่างแหเพราะอยู่ร่วมเหตุการณ์กับเพื่อน ลูกไม่มีวันทำเรื่องเลวร้ายอย่างนั้น ผมอยากให้คุณเชื่อใจลูกบ้าง” วีรภัทรปลอบใจให้ชลนิภาคลายกังวล เธอนึกขึ้นได้ว่าไม่ควรให้เขาอยู่ที่นี่นานเกินไปเดี๋ยวจะมีปัญหา กับนัชชาอีก ขอร้องให้กลับไปได้แล้ว แต่ไม่ทัน นัชชาตามมาอาละวาดเสียก่อน หาว่าชลนิภาแกล้งเป็นลมเพื่อจะดึงวีรภัทรให้กลับมาอยู่ด้วย เขาขอร้องให้เธอพอได้แล้ว ยิ่งทำให้นัชชาโกรธและอาละวาดหนักข้อขึ้น

“กรุณาไปทะเลาะกันที่บ้าน ฉันไม่อยากฟังปัญหาในครอบครัวของพวกคุณ” ชลนิภาไล่อย่างสุภาพ

“ปัญหาในบ้านฉันเกิดมาจากเธอ” นัชชาโต้ไม่ยอมแพ้ วีรภัทรเกรงเรื่องจะบานปลายรีบดึงตัวนัชชาออกจากบ้าน เธอยังอาละวาดใส่สามีไม่เลิก หาว่าเขาปกป้องชลนิภา เพราะยังอาลัยอาวรณ์กันอยู่ ชลนิภาจะตามมาเล่นงานนัชชา แต่เปลี่ยนใจ หลบมุมแอบฟัง วีรภัทรไม่ได้ห่วงชลนิภาแต่ห่วงชนกชนม์ต่างหาก ไม่เข้าใจทำไมนัชชาถึงจงเกลียดจงชังลูกของเขานัก เธอไม่ได้รังเกียจแต่กลัวจะเสียวีรภัทรไป

“ภรรยาเก่าคุณดีกว่าฉันทุกอย่าง ทั้งฐานะ ชื่อเสียง เป็นคนเก่ง ฉันสู้เธอไม่ได้เลย เวลาคุณมาที่นี่หรือยุ่งเกี่ยวกับคนที่นี่ฉันอดระแวงไม่ได้” นัชชาระบายความในใจจบก็เดินจากไป ชลนิภาเข้ามาบอกให้วีรภัทรกลับไปได้แล้ว อย่าทำให้นัชชาต้องเสียความมั่นใจไปมากกว่านี้ และขอบคุณเขาที่คอยห่วงใยพวกตนเสมอ ต่อไปนี้เธอจะดูแลตัวเองไม่ให้ใครต้องมาเดือดร้อนเพราะเธออีก

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ธีรดนย์ประคองกฤติยาที่ยังคงเสียใจต่อการจากไปของสุรเดชกลับเข้าบ้าน พยายามปลอบให้เธอคลายความเศร้า ชนิกานต์ไม่พอใจมาก เข้าไปกระชากกฤติยาออก โวยลั่นว่าเคยบอกแล้วใช่ไหมไม่ให้มายุ่งกับผู้ชายของเธอ ธีรดนย์รีบกันชนิกานต์ออกห่าง ยิ่งทำให้เธอไม่พอใจที่เขาเข้าข้างกฤติยา

“ฉันไม่แย่งธีไปจากเธอหรอก ฉันมีแฟนแล้ว”

ชนิกานต์หาว่ากฤติยาเอาสุรเดชมาบังหน้า ไม่รู้ว่าเขาถูกตำรวจยิงตายไปแล้ว หนำซ้ำยังต่อว่าเธอฉอดๆ กฤติยาเสียใจที่สุรเดชตายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ถูกต่อว่าหนักเข้าถึงกับปล่อยโฮวิ่งหนีเข้าตึกใหญ่ พอชนิกานต์รู้

ความจริงเรื่องสุรเดชจากธีรดนย์ก็สำนึกผิดคิดหาทางชดใช้...

ฝ่ายเพทายคิดหาทางลบคลิปฉาวของสุรัมภาที่ชยางกูรเก็บไว้ในมือถือ บุกมาหาเขาถึงบ้าน ชยางกูรเกรง แม่จะเห็นรีบเข้าไปไล่ เพทายอ้างว่ามาที่นี่เพื่อมาส่งข่าวเรื่องสุรเดชถูกตำรวจยิงตาย แล้วทำทีขอยืมมือถือ โกหกว่าของตัวเองแบตเตอรี่หมด ชยางกูรไม่อยากให้แต่เขากระชากไปจากมือ ทำท่าเหมือนจะกดเบอร์ แต่กลับส่งสัญญาณให้สมุนที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดเข้ามาเพื่อเบนความสนใจ ชยางกูรกลัวมาก จะเดินหนีเข้าบ้าน

“ไม่ต้องกลัว แค่มาเตือนว่าอย่าลืมคำสั่งเฮีย” สมุนเสียงเข้ม

ชยางกูรไม่ลืม กำลังวางแผนจะเอาตัวสุตาภัญไปให้เฮียปรัชญา แล้วกระชากมือถือคืนจากเพทาย ไล่ส่งให้กลับกันได้แล้ว ถ้าแม่ของเขามาเห็นเข้าจะเกิดเรื่อง เพทายพยักหน้ารับรู้ เดินนำสมุนหลบออกไป ชยางกูร จะเปิดดูข้อมูลในมือถือ แต่มีเสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้นเสียก่อน เดินไปดู เห็นชนกชนม์ยืนรออยู่ รีบไล่ตะเพิด
“ฉันหนีตำรวจ ฉันจะไปมอบตัวสู้คดี ฉันไม่ได้ขายยา ฉันจะให้คุณแม่หาทนายความสู้คดี”

“คุณแม่ไม่อยากเห็นหน้าแก คุณแม่สั่งทุกคนในบ้านไม่ให้แกเข้ามาเหยียบบ้านหลังนี้ เพราะแกไม่ใช่ลูกคุณแม่...ไปได้แล้วไอ้หมาหัวเน่า”

“ขอฉันพบคุณแม่ครั้งสุดท้าย อย่างน้อยให้ฉันได้กราบขอโทษท่าน”

“รักคุณแม่ก็อย่ามาเสนอหน้าให้คุณแม่ตรอมใจ กลับไปซะ” ชยางกูรเกรี้ยวกราด

ชนกชนม์เดินคอตกกลับไป ผิดหวังที่ไม่ได้พบแม่ ชยางกูรมองตามสะใจ ก่อนจะเดินเข้าบ้าน เจอชลนิภายืนอยู่ ถามว่าใครมากดกริ่ง เขาแต่งเรื่องว่าแรงงานต่างด้าวมาขอ สมัครงาน แต่ไม่มีใบอนุญาตทำงาน เขาเลยไล่ไปแล้ว ชลนิภาพยักหน้ารับรู้ แล้วถามว่าเอาเงินไปใช้หนี้พนันเรียบร้อยหรือยัง

“เรียบร้อยแล้วครับคุณแม่ กูรจะไม่เข้าบ่อนไม่ยุ่งกับพวกมันอีก กูรจะไม่ทำให้คุณแม่เสียใจครับ” ชยางกูรสวมกอดแม่ไว้ ชลนิภายิ้มพอใจ แต่ในใจกลับเป็นกังวลเรื่องชนกชนม์...

ในเวลาเดียวกัน ที่คฤหาสน์ของณวัตร ชนิกานต์รู้สึกผิดที่ต่อว่าธีรดนย์เมื่อครู่ เลยจะมาขอไถ่โทษด้วยการช่วยเปลี่ยนผ้าปูที่นอนให้เขาใหม่ ธีรดนย์ไม่ยอมให้ทำเข้าไปแย่ง ชนิกานต์ขอร้องถ้าเขาไม่ให้ช่วยแสดงว่ายังไม่ให้อภัย ธีรดนย์หมดทางปฏิเสธจำยอมให้เธอปูที่นอนให้ ชนิกานต์ยังมีเซอร์ไพรส์เล็กๆเป็นของแถมให้เขาด้วย เมื่อตอนกลางวันระหว่างที่ทำกิจกรรมในงานเปิดตัวหมู่บ้าน เธอแอบทำปลอกหมอนบาติกให้เขา

“ฉันทำด้วยใจเลยนะ มอบให้คนพิเศษ...” ชนิกานต์ชะงักเมื่อเห็นสายตาไม่พอใจของธีรดนย์ รีบเปลี่ยนจากคำว่าคนพิเศษเป็นเพื่อนสนิทแทน ธีรดนย์ยิ้มพอใจ แล้วไล่เธอออกจากห้อง ชนิกานต์กลับทิ้งตัวลงนอนบนเตียง จะทดลองดูว่าผ้าขึงตึงหรือยัง แล้วยื่นมือให้เขาฉุดลุกขึ้น ธีรดนย์จำต้องดึงมือเธอ แต่เธอแกล้งดึงกลับ เขาไม่ทันตั้งตัวล้มทับลงบนตัวเธอพอดี ตาสบตากันนิ่งงัน ธีรดนย์เคลิ้มจะจูบ เธอเบือนหน้าหนี

“เพื่อนกัน ไม่ทำอย่างนี้”

“ออกไปได้แล้ว ฉันจะนอน” ธีรดนย์ไล่กลบเกลื่อน...

ขณะที่ชนิกานต์มีความสุขเล็กๆน้อยๆที่ได้ทำอะไรให้ชายที่ตนหลงรัก ชนกชนม์ต้องตกใจแทบช็อกเมื่อรู้จากแมนเพื่อนร่วมแก๊งลูกเทวดาว่าสุตาภัญไปหาที่บ้านเช่า กลัวเธอจะเข้าไปเห็นอุปกรณ์เสพยา พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความคิดคำนึงของชนกชนม์

วันนั้น สุตาภัญบ่นอยากให้เขากลับไปอยู่บ้านแม่ ไม่อยากให้อยู่ที่นี่เพราะสภาพแวดล้อมไม่ดี กลัวเพื่อนของเขาจะชวนเขาไปขายยาอีก ชนกชนม์ยืนยันว่าไม่เคยคิดจะทำอย่างนั้น

“แล้วเคยเสพยาไหม...ถ้าเคยจะได้เลิกคบ”

“เฮ้ย...ถึงกับเลิกคบเลยหรือ” ชนกชนม์ใจเสีย

“ตารับไม่ได้ ตาถือว่าคนติดยาคบไม่ได้ เขาจะรักเราได้ยังไงในเมื่อเขาไม่รักตัวเอง”

ชนกชนม์ตื่นจากภวังค์ คำพูดของสุตาภัญทำให้เขายิ่งเป็นกังวล เปลี่ยนจากเดินเป็นวิ่งกลับบ้านแต่ไม่ทันกาล สิ่งที่เขากลัวเป็นความจริงขึ้นมา สุตาภัญเห็นอุปกรณ์เสพยาที่เขาแอบซุกไว้ใต้เตียง เธอถึงกับตะลึงไม่อยากจะเชื่อว่าเขาทำแบบนี้ วิ่งหนีออกจากห้องทันที

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”
16 มิ.ย 2564

05:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 10:32 น.