นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ซินเดอเรลล่ารองเท้าแตะ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ดาหลาฉีกยิ้มต้อนรับคณะทัวร์ชาวเกาหลี พอลูกค้าเดินผ่านไปก็หุบยิ้มทันทีแอบบ่นกับดารัณว่าเมื่อยหน้าไปหมดแล้ว

    แอปเปิ้ลมายืนจนเกือบติด คว้าแขนดาหลาบอกอย่างตื่นเต้นว่า

    “มาทางนี้ค่ะ ฉันมีเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงที่ชื่อฮันนี่มาบอกคุณค่ะ” พลางพาไปที่มุมลับตา

    ฟังแอปเปิ้ลแล้วดาหลาถาม “นี่หมายความว่า นังฮันนี่กำลังสวมเขาให้คุณชาย?!!”

    “ใช่ค่ะ จากที่แอปเปิ้ลประมวลเหตุการณ์ แอปเปิ้ลคิดว่า นังฮันนี่เป็นพวกสิบแปดมงกุฎที่ต้องการปอกลอกคุณชายมาบำเรอแฟนของตัวเอง”

    “แสดง ว่านายบื้ออะไรนี่ก็เป็นแมงดาน่ะสิ” ดาหลาแววตาเจ้าเล่ห์วางแผนว่า “เราต้องจับนังฮันนี่ให้ได้คาหนังคาเขา ทำให้คุณชายเห็นถึงความร้ายกาจของมัน”

    “ใช่ค่ะ และถ้าเราทำสำเร็จ คุณชายก็จะต้องเกลียดนังฮันนี่ ส่วนนังห่านก็จะต้องโดนไล่ออก” แอปเปิ้ลพูดอย่างสะใจแล้ว แต่พอดาหลาบอกว่าไม่ใช่แค่ห่าน แต่ยังมีนายบื้ออีกคนที่ต้องโดนไล่ออก แอปเปิ้ลก็หน้าเจื่อนเป็นห่วงบื้อขึ้นมา

    บื้อกลับมาหามือถือไม่เจอ ถอยมาชนสุรเดชที่มายืนอยู่ข้างหลัง สุรเดชฉวยโอกาสกอดหมับ ยื่นหน้าเข้าไปจนบื้อต้องเบือนหลบ ถามบื้อว่าหาอะไรอยู่หรือ

    “มือถือครับ ผมจำได้ว่าวางไว้ตรงนี้ แต่ไม่รู้หายไปไหน”

    สุรเดชจะซื้อให้ใหม่เพราะคิดจะซื้อของให้อยู่แล้ว ก็พอดีเสียงจากประชาสัมพันธ์ประกาศว่า

    “ประกาศ...ผู้ใดทำมือถือหาย กรุณามารับที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ชั้น 1 ขอบคุณค่ะ”

    “มือถือผม...ผมไปก่อนนะครับ” บื้อรีบเดินออกไป สุรเดชมองตามไปอย่างสุดแสนเสียดาย

    บื้อ ไปรับมือถือ ถามประชาสัมพันธ์ว่าใครเป็นคนเอามาให้หรือ ประชาสัมพันธ์บอกว่าลูกค้า บื้อพยักหน้ารับมือถือแล้วเดินกลับไป พอบื้อคล้อยหลัง แอปเปิ้ลที่ซุ่มดูอยู่ก็เดินออกมา หันไปพูดกับประชาสัมพันธ์คนนั้น...

    “ขอบใจนะที่ช่วย แล้วฉันจะเอาเทสเตอร์เครื่องสำอางจากจีจี้มาให้”

    ooooooo

    เช้านี้ พรเพ็ญยืนตรงหน้าพนักงานทุกคนข้างๆมี คุณชายกับดาหลายืนคู่กันอยู่ แถวหน้าของพนักงานมีห่าน บื้อ เจ๊มะพร้าว แอปเปิ้ล และจีจี้ ทุกคนตั้งใจฟังพรเพ็ญที่ยกโทรโข่งขึ้นประกาศ

    พรเพ็ญแจ้งว่าเช้านี้มี เรื่องสำคัญที่จะประกาศนั่นคือ “มีพนักงานของเราคนหนึ่ง ทำความผิดมหันต์ยากที่จะให้อภัย พนักงานคนนี้มีเจตนา ตั้งใจที่จะหลอกลวงคุณชาย” พนักงานจ้องเขม็ง พรเพ็ญมองกราดไปทั่วแล้วมาหยุดที่ห่านประกาศว่า “พนักงานคนนั้นก็คือ นางสาวหฤทัย มุ่งหมายมั่น”

    ห่านสะดุ้งเฮือก “ฉัน...ฉันไปทำอะไรให้คุณชายหรือคะ”

    “ยัง จะปากแข็งอีกเหรอคะคุณฮันนี่!” ดาหลาพูดแทรกขึ้น ห่านหน้าถอดสี ดาหลายังพูดต่ออย่างสะใจว่า “ฉันกับคุณชายรู้ความจริงหมดแล้วว่าแกกับคุณฮันนี่ คือคนเดียวกัน!!”

    ไม่เพียงเท่านั้น คุณชายยังเดินมาพูดใส่หน้าห่านอย่างไม่พอใจมากว่า

    “คุณ ทำกับผมแบบนี้ได้ยังไง!! คุณโกหกผม! ทั้งๆ ที่เราสัญญาว่าจะไม่โกหกกัน” ห่านพยายามจะชี้แจง แต่ถูกคุณชายตัดบท “ไม่ต้องอธิบาย ทุกอย่างมันชัดเจนดีอยู่แล้วว่า ‘คุณตั้งใจ’ ผมเสียความรู้สึกกับคุณจริงๆ คุณทำให้ความทรงจำดีๆ ที่ผมมีต่อคุณมันหายไปหมดสิ้น ผมเกลียดคุณ...ได้ยินไหม ผม-เกลียด-คุณ!!!”
    พอคุณชายพูดจบ ดาหลาก็เข้ามาควงแขนออกไปบอกว่าอย่าเสียใจกับคนที่ไม่เห็นค่าคุณชายเลย ส่วนคุณชายก็ขอโทษดาหลา ที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาตนไม่เคยพูดดีกับเธอเลย ตนเพิ่งรู้วันนี้เองว่าเธอคือคนที่จริงใจกับตนที่สุด

    ห่านหัวใจแทบสลาย นาทีนี้ เธอหันไปทางไหนก็ถูกมองอย่างรังเกียจ ถูกตำหนิด่าว่า แม้แต่เจ๊มะพร้าวกับแหม่ม กระทั่งบื้อก็แสดงความรังเกียจเธอ ซ้ำบื้อยังตอกย้ำให้เจ็บปวดอีกว่า

    “ฉันเคยเตือนเธอแล้วห่าน แต่เธอไม่ฟัง ฉันทนเห็นหน้าเธอต่อไปไม่ได้อีกแล้ว...ลาก่อน...”

    ห่าน สะดุ้งเหงื่อผุดเต็มหน้า ปฏิเสธอย่างตระหนก “ไม่...ไม่นะ...ทุกคนอย่าทิ้งฉันไป...อย่า...!!” แต่พอตื่นรู้สึกตัวเต็มที่ ห่านก็ถอนใจโล่งอก เมื่อมันเป็นแค่ความฝัน แต่ฝันนี้ก็ทำให้ห่านเริ่มกังวลใจขึ้นมา

    เช้าวันรุ่งขึ้น ห่านจึงใส่บาตร คุกเข่าไหว้พระ แล้วเงยหน้าขึ้นถาม

    “คุณพระคุณเจ้าคะ คือ...หนูมีเพื่อนคนนึง เขาโกหกคนที่เขารักว่าเขาเป็นคนรวย แต่เขาไม่ได้ตั้งใจจะโกหกนะคะ เขากลัวว่าถ้าบอกความจริงจะทำให้คนที่เขารักเกลียดเขา พระคุณเจ้าว่าเพื่อนหนูควรจะทำยังไงดีคะ”

    “การโกหกเพียง 1 เรื่อง ก็สามารถทำลายสัม– พันธภาพทั้งมวลและทำลายชีวิตทุกด้าน มันก็เหมือนการเล่นพนัน ทุกครั้งที่เราโกหก เรากำลังพนันกับการถูกจับโกหก”

    ห่านคิดตาม เริ่มใจไม่ดี

    “มุสาวาทที่เพื่อนของโยมกำลังทำ คือมายา แสดงอาการหลอกคนอื่นว่าตัวเองเป็นแบบนั้นเป็นแบบนี้ อาตมาแนะนำให้เพื่อนของโยมบอกความจริง ถ้าคนรักของเพื่อนโยมเขารักเพื่อนโยมด้วยหัวใจบริสุทธิ์ เขาจะให้อภัย”

    ห่านเดินกลับเข้าบ้าน ใจยังกังวล คิดหนักเห็นบื้อกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่เลยเดินเข้าไปที่ริมรั้วเรียกบื้อ แต่บื้อไม่ได้ยิน เลยหยิบก้อนหินก้อนเล็กๆ เขวี้ยงเฉียดๆ แต่บื้อตกใจหันสายยางมาทางห่าน น้ำฉีดเข้าหน้าห่าน เต็มๆ ห่านยกมือปาดน้ำที่หน้าพูดประชด

    “ขอบใจที่ช่วยล้างหน้าให้...” บื้อขอโทษยิ้มแหยๆ “ไม่ต้องมายิ้ม ฉันมีเรื่องสำคัญอยากคุยกับนาย”

    ห่านกำลังจะพูดต่อก็พอดีมือถือบื้อดังขึ้น บื้อบอกห่านว่าแป๊บนะแล้วกดรับสายหันหลังคุย เป็นสายจากน้องนุช

    “...ครับคุณน้องนุช...เสื้อที่เราไปซื้อด้วยกันใส่ไม่ได้...คืนนี้ผมพาไปเปลี่ยนเองครับ ได้สิครับ แล้วเจอกันนะครับ” พูดเสร็จวางสายแล้วหันมาจะคุยกับห่านต่อ ปรากฏว่าห่านหายไปแล้ว บื้อมองหาพึมพำ “หายไปไหนแล้ว...”

    ผลที่ทุกคนในบ้านห่านได้รับเช้านี้คือ อดอาหารเช้า แหม่มถามว่าไม่ทำอาหารหรือ ห่านตอบห้วนๆว่า

    “ไม่ทำ ไม่มีอารมณ์”

    ooooooo

    ไปถึงห้างฯแล้ว ห่านยังไม่หายหงุดหงิด จนบ่นกับตัวเองว่าทำไมหงุดหงิดแบบนี้เนี่ย

    ห่านไปเข้าห้องน้ำ ขณะล้างมือมองในกระจกเห็นแอปเปิ้ล ปีโป้ และจีจี้เดินเรียงหน้าเข้ามาหา ห่านเห็นท่าไม่ดีทำทีว่าห้องน้ำเต็มจะออกไป เจอดาหลาตรงประตูพอดี เธอถามอย่างหาเรื่อง “จะหนีความจริงไปไหน?”

    ห่านใจหายแว้บระแวงว่าพวกเขาจะรู้เรื่องของตน ทำใจกล้าเสียงแข็งถามว่า “ความจริงเรื่องอะไร”

    “เรื่องแกกับนังฮันนี่ยังไงล่ะ!!” ดาหลาจ้องจิกเหมือนห่านเป็นจำเลย แต่นั่นกลับทำให้ห่านใจชื้นขึ้นมา ยิ่งเมื่อถูกทั้งแอปเปิ้ล ปีโป้กับจีจี้รุมกันจิกเรื่องนี้ ห่านเลยทำใจดีสู้เสือถามว่า

    “ฉะ...ฉัน...ฉันกับคุณฮันนี่...ทำไมเหรอ...”

    “ความจริงแล้ว แกกับคุณฮันนี่เป็น...เป็นคนรู้จักกัน” แอปเปิ้ลโพล่งออกไปเหมือนจับเท็จจุดตายของห่านได้ ไม่เพียงเท่านั้น เพื่อแสดงให้เห็นความเก่งกาจของตน แอปเปิ้ลคุยโวว่า

    “ฉันเห็นรูปคุณฮันนี่ในมือถือบื้อเต็มไปหมด นั่นแสดงว่าคุณฮันนี่กับบื้อต้องมีอะไรที่พิเศษต่อกัน ส่วนแก... ก็คือตัวหลอก แกทำให้ทุกคนเข้าใจว่าแกกับบื้อเป็นแฟนกัน”

    “ถูกต้อง! ทั้งแก ทั้งนังฮันนี่และนายบื้อ ร่วมมือกันหลอกคุณชาย!!” ดาหลาสรุป ปีโป้กับจีจี้เป็นลูกคู่ร้องรับว่าช่ายยยย...ดาหลาพูดต่อเหมือนกำลังเล่นปาหี่ “สารภาพมาซะตอนนี้ ถ้าไม่อยากให้ฉันแจ้งตำรวจจับพวกแกข้อหาหลอกลวงกระทำชำเรา”

    แอปเปิ้ลสะดุ้งติงว่าแค่หลอกลวงก็พอกระมัง

    ดาหลาพยักหน้ารู้ตัวว่าพูดเลยเถิด แล้วหันไปเล่นงานห่านต่อ

    “สารภาพความจริงมาซะ เพราะคนที่ฉันต้องการเล่นงานคือนังฮันนี่ไม่ใช่แก ถ้าแกยอมพูดความจริง ฉันอาจจะไม่เอาเรื่อง” พูดแล้วเอามือถือออกมาพร้อมที่จะกดเพื่ออัดเสียงสารภาพของห่าน

    ห่านนิ่งไป คิดแก้ปัญหาให้เนียน แล้วตีหน้าเศร้าเล่าว่า

    “ที่คุณพูดมาทั้งหมดถูกต้อง แต่...มันถูกต้องแค่ครึ่งเดียว ความจริงฉันกับบื้อมีปัญหากันมาสักพักแล้ว หลังจากบื้อกลับมาจากสวิตฯ  บื้อก็มาบอกฉันว่าเขาแอบชอบคุณฮันนี่ ฉันเสียใจมาก แต่บื้อก็บอกว่าเขาจะลืมคุณฮันนี่ให้ได้ ฉันนึกว่าเขาลืมไปแล้ว แต่ที่ไหนได้...เขายังมีคุณฮันนี่อยู่ในใจเสมอ”

    ห่านดราม่าสุดๆ บีบน้ำตา มองหน้าทุกคนที่ฟังกันอ้าปากค้าง...

    “แต่วันนี้...ฉันจะไม่ทนอีก ขอบใจมากนะแอปเปิ้ล... ที่ทำให้ฉันตาสว่าง ฉันจะไปบอกเลิกกับบื้อเดี๋ยวนี้!!”

    ทั้งสี่มองหน้ากันเหวอ ถามกันว่าทำไมเรื่องถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ แอปเปิ้ลเห็นห่านเดินอ้าวไป ก็บอกพรรคพวก

    “อย่ามัวพูดมาก รีบตามไปดูกันเถอะ”

    ทั้งสี่บ้างวิ่งบ้างเดิน รีบเดินตามห่านไปอย่างอยากรู้อยากเห็น

    ooooooo

    ห่านไปถึงแผนกชุดชั้นในชาย เห็นบื้อกำลังคุยอยู่กับน้องนุชที่แวะมาคุยกับบื้อรอเวลาที่นัดกับคุณชายไว้ ห่านตีหน้าเศร้าสุดฤทธิ์เข้าไปหา

    “บื้อ!!” ห่านเรียกเสียงสะท้าน พอบื้อกับน้องนุชหันมอง เห็นพวกแอปเปิ้ลเดินตามห่านมาเป็นพรวนก็งง พริบตานั้น ห่านตบหน้าบื้อฉาดใหญ่ ทุกคนตรงนั้นมองกันตาค้าง ห่านด่าลั่น “คนหลายใจ...เราเลิกกัน!!!”

    แล้วหันหลังเดินออกไปทันที พึมพำกับตัวเองเบาๆ “ขอโทษนะบื้อ”

    ดาหลาที่ตามมาดูด้วย หันไปปรามแอปเปิ้ลกับพวกว่า หมดสนุกแล้วใช่ไหม คราวหลังจะมาบอกอะไรก็กรุณาตรวจสอบให้ดีก่อนเพราะมันเสียเวลา ด่าแล้วหันเดินพรวดๆไป แอปเปิ้ลหันมองห่านอย่างเจ็บใจที่จนแล้วจนรอดก็เล่นงานห่านไม่สำเร็จสักที เดินฮึดฮัดออกไป จีจี้กับปีโป้รีบจ้ำตามต้อยๆ
    น้องนุชรีบมาดูบื้อถามอย่างเป็นห่วงว่าเจ็บมากไหม เอายาหม่องออกมาให้บื้อทา แต่บื้อป้ายๆส่งเดช เธอจึงเอามาบรรจงทาให้

    ที่แผนกเครื่องสำอาง จีจี้แจ้นไปบอกเจ๊มะพร้าวว่า ห่านเลิกกับบื้อแล้ว แหม่มได้ยินเลยนึกไปถึงเมื่อเช้าที่ห่านอารมณ์ไม่ดี ถามเจ๊ว่าหรือนี่เป็นเหตุให้ห่านหงุดหงิดเมื่อเช้า?

    เจ๊กับแหม่มย่องไปส่งสัญญาณเรียกห่านออกไปพบกันที่มุมลับตา ทั้งสองถามห่านว่า “แกตบหน้าบื้อ!!”

    “ครั้งนี้แกทำไม่ถูกนะห่าน  ป่านนี้บื้อเสียใจแย่แล้ว” เจ๊ตำหนิ

    “โอ๊ยยยย หยุด!! ฟังฉันก่อน ที่ฉันทำแบบนี้เพราะมีเหตุผล” ห่านร้องอย่างสุดทนแล้วเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง ทั้งสองจึงเข้าใจ ชมห่านว่าไหวพริบดีเลยเอาตัวรอดได้ แหม่มถามว่าป่านนี้บื้อมิโกรธเธอแย่แล้วหรือ ห่านบอกทั้งสองว่า

    “ฉันไปขอโทษบื้อก่อนนะ” แต่พอไปถึงแผนกขายชุดชั้นในชาย พนักงานที่นั่นบอกว่าไม่รู้บื้อหายไปไหน

    ที่แท้บื้อไปกินอาหารกับโย่งที่ห้องอาหารพนักงาน บื้อถูกพวกพนักงานพูดกระทบกระแทกเสียดสีว่านอกใจแฟน เท่านั้นไม่พอ ยังถูกโย่งต่อว่าที่ทำกับห่านแบบนั้นจะทำให้ตนจีบแหม่มไม่ติดไปด้วยเพราะทั้งสองเป็นเพื่อนรักกัน

    “หยุด!! ฉันฟังคนอื่นด่ามามากพอแล้ว ฉันไม่อยากฟังแกด่าอีก” บื้อตวาดโย่งอย่างสุดทน แต่โย่งก็ยังกล่าวโทษไม่หยุด บื้ออยู่ในภาวะน้ำท่วมปากพูดได้แค่ว่า “มันไม่ใช่อย่างที่แกเข้าใจ แต่ฉันพูดไม่ได้!” แล้วรีบออกจากห้องอาหารไปให้พ้นๆจากสายตาตำหนิที่รุมกันจ้องจิกตน

    ooooooo

    เมื่อถึงเวลานัดกับคุณชาย น้องนุชไปหาที่ห้อง คุยกันเรื่องงานเสร็จแล้ว น้องนุชบอกคุณชายว่า บื้อถูกแฟนบอกเลิก ตนอยู่ในเหตุการณ์ตลอด เห็นบื้อโดนตบด้วย

    ทั้งสองเห็นใจบื้อ คุณชายถามว่าเราจะช่วยอะไรบื้อได้บ้าง น้องนุชเสนอว่า...

    “เย็นนี้เราชวนบื้อไปหาอะไรหนุกๆ ทำกันดีกว่า เป็นการให้กำลังใจ”

    คุณชายเห็นด้วย บอกว่าตนจะชวนฮันนี่ไปด้วย ตกบ่ายห่านก็ได้รับโทรศัพท์จากคุณชาย เธอตอบตกลงด้วยความดีใจ ครั้นคุณชายจะไปรับก็รีบปฏิเสธ

    “ไม่ต้องค่ะ ฮันนี่ออกมาคุยกับคุณแม่ พอเสร็จธุระแล้วจะตามไปเจอที่นั่นเลย ว่าแต่ทำไมคุณชายถึงนัดกะทันหันแบบนี้ล่ะคะ”

    “บื้อน่ะสิครับ บื้ออกหัก ผมกับน้องนุชก็เลยอยากปลอบใจ”

    ห่านอึ้ง เพราะยังรู้สึกผิดที่ตบหน้าบื้อไปเต็มแรงเมื่อเช้านี้

    ขณะที่น้องนุชยังคุยกับคุณชายอยู่ในห้องนั้น ดาหลามาเคาะประตู เมื่อได้รับอนุญาตเธอเข้าไปทักทายน้องนุชตามมารยาท น้องนุชจะลุกออกไป คุณชายเรียกไว้บอกว่าเรายังคุยกันไม่จบ แล้วบอกดาหลาว่ามีอะไรให้พูดได้เลยเพราะน้องนุชเป็นเพื่อนสนิทรู้ได้ทุกเรื่องอยู่แล้ว

    “ก็ดีค่ะ จะได้ช่วยๆกันฟัง ดาหลารู้มาว่าพนักงานแผนกชุดชั้นในชายที่คุณชายพาไปสวิตกับคุณฮันนี่แอบคบกัน ดาหลาก็แค่มาเตือนเพราะเป็นห่วงคุณชาย ไม่อยากให้คุณชายโดนหลอก ดาหลามาบอกแค่นี้แหละค่ะ”

    พูดแค่นั้นแล้วดาหลาก็หันไปยิ้มกับน้องนุชก่อนเดินออกไป เพียงหันหน้าพ้นสายตาคุณชาย ใบหน้าที่ยิ้มหวานของเธอก็เปลี่ยนเป็นร้ายกาจในพริบตา

    “ชาย...ฉันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ความจริง” น้องนุชเอ่ย

    “ฉันรู้ ฉันไม่เชื่อที่คุณดาหลาพูดหรอก เขาพยายามจะทำให้ฉันเข้าใจคุณฮันนี่ผิด แต่ฉันเชื่อใจคุณฮันนี่ เพราะเราสัญญากันแล้วว่าจะไม่โกหกและจะไม่มีความลับ ต่อกัน” คุณชายพูดอย่างมั่นใจทั้งที่แอบกังวลอยู่ลึกๆ

    ส่วนน้องนุช พอออกจากห้องทำงานคุณชาย เดินไปก็คิดทบทวนเหตุการณ์ที่ประสบด้วยตัวเอง แล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า “หรือว่าบื้อจะชอบคุณฮันนี่จริงๆ??”

    ooooooo

    “อะไรหนุกๆ” ที่น้องนุชกับคุณชายพาบื้อกับห่านมา คือที่ปีนเขาจำลอง...

    น้องนุชกับคุณชายและบื้อมาถึงก่อน บื้อตื่นเต้นมาก บอกว่าเคยฝันอยากเข้ามาปีนเขาจำลองนี้นานแล้วแต่ไม่ได้เป็นสมาชิกจึงไม่มีสิทธิ์

    น้องนุชบอกว่าเจ้าของที่นี่เป็นเพื่อนกับตน จึงขออนุญาตเป็นพิเศษ บื้ออยากปีนเขามากขอลองเลยได้ไหม น้องนุชอนุญาตขำ ๆ แล้วเดินไปชวนคุณชาย แต่คุณชายขอรอฮันนี่ก่อน น้องนุชจึงไปสมทบกับบื้อใส่อุปกรณ์แล้วปีนเขาไปด้วยกัน

    คุณชายรออยู่ไม่นาน ฮันนี่ก็เข้ามาแต่งตัวสีสันจัดจ้าน คุณชายยิ้มกว้างรีบเดินไปรับ

    “สวัสดีครับคุณฮันนี่” ห่านยิ้มหวานให้ ถามว่าแล้วน้องนุชกับบื้อล่ะ “นู่นครับ...” คุณชายชี้ให้ดูสองคนกำลังปีนเขากันอย่างใกล้ชิดสนุกสนาน จับสังเกตท่าทีของห่านที่มีต่อบื้อ เอ่ยลองเชิงว่า “วันนี้มีคนมาบอกว่าคุณกับบื้อแอบคบกัน”

    “ไม่จริงนะคะ” ห่านตกใจหันขวับปฏิเสธพัลวัน “คุณชายอย่าไปเชื่อนะคะ ฉันกับบื้อจะแอบคบกันได้ยังไง ในเมื่อตั้งแต่กลับจากสวิส ฉันยังไม่เจอเขาเลยคุณชายอย่าไปเชื่อข่าวโคมลอยพวกนั้นนะคะ”

    คุณชายเห็นอาการของห่านแล้วหัวเราะ เธอถามว่าหัวเราะอะไร คุณชายพูดทั้งที่ยังยิ้มเต็มหน้าว่า

    “ความจริงผมไม่เชื่อเรื่องที่เขาบอกหรอกนะครับ ผมแค่เล่าให้คุณฮันนี่ฟัง แต่เห็นคุณฮันนี่พูดไม่หยุดขนาดนี้ ผมรู้แล้วล่ะว่าเรื่องนี้ไม่มีทางเป็นไปได้” ห่านแอบถอนใจโล่งอก คุณชายจับมือชวน “เราไปหาพวกเขากันดีกว่านะครับ”

    น้องนุชเท้าแพลงปีนเขาต่อไม่ได้ เธอทำหน้าเสียดาย เหมือนเด็กที่ไม่ได้ดั่งใจ บื้อเห็นแล้วหัวเราะทั้งขำและเอ็นดู คุณชายกับห่านเดินมาถึง คุณชายถามว่าหัวเราะอะไรกันอยู่ น้องนุชบอกว่าไม่มีอะไร คุณชายตัดพ้ออย่างน้อยใจว่า

    “เดี๋ยวนี้มีความลับกับฉันเหรอ”

    “คนเราทุกคนมันก็ต้องมีเรื่องส่วนตัวที่ไม่อยากให้คนอื่นรู้” น้องนุชลอยหน้ากวนๆ คุณชายเลยโอบห่าน บอกว่า

    “แต่ฉันกับคุณฮันนี่ไม่มีความลับต่อกัน ใช่ไหมครับ” คุณชายหันมองห่านตาหวาน “ดีนะที่ฉันเลือกแก

    เป็นเพื่อน เพราะถ้าได้แกเป็นแฟน มีหวังปวดหัวตาย”

    ทั้งสองพูดเหย้าแหย่กันแรงๆ อย่างเพื่อนสนิท บื้อเสนอว่า ให้น้องนุชไปนั่งพักก่อนดีกว่า พอน้องนุชลุกขึ้นคุณชายจึงเห็นว่าเธอเจ็บเท้า เลยบอกให้บื้อสอนห่านปีนเขา ตนจะพาน้องนุชไปนั่งพักเอง ทำเอาทั้งห่านและบื้อทำหน้าไม่ถูก

    “นายดูสนิทสนมกับคุณน้องนุชมากเลยนะ” ห่านเปิดฉาก บื้อไม่สนใจใส่อุปกรณ์ให้เสร็จก็ผละออก ห่านลุกขึ้นจะปีนแต่ปีนไม่ขึ้น มือลื่นหลุดเซล้มลงบนพื้น บื้อยืนมองเฉย ห่านหันไปแว้ดใส่ “ทำไมไม่ช่วยรับ”

    บื้อตอบห้วนๆ ว่า “ไม่ทัน” ห่านถามว่าไม่ทันหรือไม่อยากช่วยกันแน่  บื้อไม่ตอบหันไปใส่อุปกรณ์ของตัวเอง ห่านยืนมองนิ่งแล้วตัดสินใจขอโทษบื้อที่ตบหน้าเขาไปเมื่อเช้านี้ บื้อยังไม่หายเคืองปีนเขานำไปโดยไม่สนใจห่าน เธอพูดอ้อนอย่างรู้สึกผิดว่า

    “ฉันไม่ได้ตั้งใจ ที่ทำลงไปเพราะมีความจำเป็น นายหันมาคุยกับฉันหน่อยได้ไหม!!” บื้อไม่สนใจยังคงตั้งหน้าตั้งตาปีนเขา ห่านโมโหพาลหาเรื่องว่า “เรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้น ถ้านายไม่แอบถ่ายรูปฉันที่สวิต...นายถ่ายรูปฉันทำไม!!”

    “หน้าตาเธอตอนนั้นมันน่าเกลียด ฉันก็เลยถ่ายเก็บไว้ดูขำๆ ตอนเครียดน่ะสิ”

    “ไอ้บื้อบ้า!!”

    บื้อเห็นคุณชายเดินมาเลยเงียบ คุณชายเรียกห่าน ห่านหันมองเลยทำให้มือลื่นร่วงลงมา คุณชายพุ่งเข้ามาอุ้มห่านได้ทัน บื้อหันมองหน้าจ๋อย ห่านเองก็แอบมองบื้ออย่างเป็นห่วงความรู้สึก

    ooooooo

    หลังจากเลิกปีนเขาแล้ว คุณชายเสนอไปหาอะไรทานกันดีไหม น้องนุชขอตัวเพราะต้องเตรียมงานพรุ่งนี้ บื้อก็ขอตัว คุณชายหันมาทางห่าน บอกว่าเหลือเราสองคน

    “ฮันนี่ก็ไปไม่ได้เหมือนกันค่ะ...ขอโทษด้วยนะคะ ฮันนี่นัดทานข้าวกับครอบครัว” ครั้นคุณชายขอไปด้วย บอกว่าอยากไปสวัสดีคุณพ่อคุณแม่เธอ

    “เอ่อ...คือ...วันนี้ไม่สะดวก ไว้ให้ฮันนี่บอกพวกท่านก่อนนะคะ” พูดแล้วขอตัวอ้างว่าคนรถรออยู่ แอบปรายตามองบื้อทำนองเตือนให้ไปทำหน้าที่

    เมื่อคุณชายไปแล้ว ห่านบอกบื้อว่า ในฐานะเป็นคนขับรถต้องพาตนกลับ บื้อบอกว่ามีแต่รถสองประตูยี่สิบหน้าต่าง ถามว่านั่งได้รึเปล่า

    “สบายมาก ฉันชอบรถที่มีหน้าต่าง ลมมันเย็นดี” ว่าแล้วเดินนำไป บื้อถอนใจเฮือกใหญ่แล้วเดินตามไป

    พอขึ้นรถมีที่นั่งคู่ว่างอยู่ห่านรีบเข้าไปนั่งริมหน้าต่างหมายให้บื้อมานั่งข้างๆ แต่ถูกชายคนหนึ่งมานั่งเสียก่อน บื้อเลยไปนั่งตัวอื่น ห่านหงุดหงิดมากหาเรื่องจนชายคนนั้นทนไม่ได้ต้องเปลี่ยนที่นั่ง ห่านจึงเรียกบื้อให้มานั่งกับตน

    ระหว่างนั้น ห่านบอกว่า “ฉันตัดสินใจแล้ว ว่าฉันจะ... ฉันจะบอกความจริงคุณชายว่าฉันเป็นใคร ฉันไม่อยากโกหกเขาอีกแล้ว”

    บื้อดีใจมาก บอกว่าดีแล้วตนจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง พอห่านถามว่าเป็นห่วงตนหรือ บื้อพูดหน้าตาเฉยว่าตนไม่อยากตกนรกไปกับเธอด้วย เลยถูกห่านกระหน่ำทุบเสียร้องลั่น บื้อจับแขนห่านไว้พอดีรถเบรกเอี๊ยดดดด...หัวเลยชนกันโป๊ก! ต่างจับหน้าผากตัวเองเจ็บจนหัวเราะกันขำๆ

    ระหว่างเดินในตรอกเข้าบ้าน ห่านถามว่าถ้าตนบอกความจริงแล้ว คุณชายจะเกลียดตนไหม

    “นี่จะเป็นข้อพิสูจน์ ว่าคุณชายรักที่ตัวตนของเธอหรือแค่ภายนอก ถ้าเขารักเธอที่เป็นเธอ ฉันเชื่อว่าเขาจะทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้อยู่กับเธอไปตลอดชีวิต”

    ฟังเหตุผลของบื้อแล้ว ห่านใจชื้นขึ้น หันยิ้ม “ขอบใจนะบื้อ...นายเป็นคนที่เข้าใจฉันดีที่สุด” พูดแล้วกอดหมับเลย บื้อยืนนิ่งยกมือเหมือนจะกอดตอบแต่ไม่กล้า เลยยืนนิ่งหน้าเศร้าสุดๆ

    ooooooo

    คุณชายขอให้น้องนุชเป็นเพื่อนไปซื้อแหวน คนขายหยิบแหวนมาให้ดูบอกว่านี่คือแหวนคู่รัก

    น้องนุชถามว่าเขาจะขอฮันนี่แต่งงานหรือ คุณชายบอกว่าไม่ เป็นแหวนที่จะทำให้ทุกคนรู้ว่าฮันนี่มีเจ้าของ แล้ว แม้น้องนุชจะพูดขำๆว่าน้ำเน่าจริงๆ แต่ก็ช่วยเลือกให้

    คุณชายเอากล่องแหวนมาวางไว้ที่โต๊ะแล้วรีบไปประชุม ระหว่างนั้นดาหลาซื้อแซนด์วิชมาฝาก ตุ๊กติ๊กบอกให้เข้าไปรอในห้องก็ได้ เธอเอาแซนด์วิชไปวางที่โต๊ะ แล้วหยิบกระดาษขึ้นมาจะเขียนโน้ตบอกว่าตนทำแซนด์วิชมาให้ใส่หัวใจทั้งดวงลงไปด้วย หวังว่าคุณชายคงชอบ แต่พอเอากล่องแซนด์วิชไปวางที่โต๊ะ เห็นกล่องแหวน หยิบขึ้นดูอย่างอยากรู้อยากเห็น

    คุณชายเข้าประชุมแต่บังเอิญหยิบแฟ้มผิดมา โทร.หาตุ๊กติ๊กก็ไม่รับสายจึงเดินมาหยิบเอง เจอดาหลากำลังเปิดกล่องแหวนดู คุณชายไม่พอใจมาก พูดเสียงเข้มว่า “คุณไม่มีสิทธิ์มาหยิบของของคนอื่นดู”

    ดาหลาตัดพ้อว่าทำไมพูดกับตนแบบนี้ ทำเหมือนตนเป็นคนอื่น อย่าลืมว่าคุณหญิงแม่ต้องการให้เราแต่งงานกัน

    “นั่นเป็นความต้องการของคุณแม่ไม่ใช่ผม อีกอย่างนึง แหวนที่คุณเห็น ผมซื้อให้คุณฮันนี่ ผมขอตัวไปประชุมก่อนครับ” พูดแล้วรีบเดินกลับไปที่ห้องประชุม

    “บ้าเอ๊ยยยย!!!” ดาหลาสบถ แล้วคว้ากล่องแซนด์วิชปาทิ้ง กำมือขบกรามแน่น

    อึดใจเดียวเธอนึกอะไรออก โทร.หารื่นฤดีทำเสียงร้องไห้แต่เดินดูเสื้อผ้าในห้างฯ เพลินๆฟ้องว่า คุณชายซื้อแหวนให้ผู้หญิงคนนั้น รื่นฤดีถามว่าแน่ใจได้ยังไงดาหลาบอกว่าคุณชายบอกตนว่าซื้อแหวนวงนี้ให้ฮันนี่ คร่ำครวญว่าตนคงไม่มีวาสนาได้เป็นสะใภ้คุณแม่แน่แล้ว

    “ไม่ได้นะ แม่ไม่ยอม แม่จะจัดการเรื่องนี้ให้หนูเอง หนูรอแม่อยู่ที่ห้างฯ แม่จะไปหาเดี๋ยวนี้!”

    แหม่มกำลังจัดเสื้อผ้าอยู่ ได้ยินที่ดาหลาพูดทั้งหมด ค่อยๆโผล่มามองดาหลาที่เดินกรีดกรายไปอย่างครุ่นคิด

    ooooooo

    เจ๊มะพร้าวกับแหม่มต่างดีใจที่นังห่านจะได้เป็นนางซินฯ และจะได้ลงจากคานเสียที แต่ห่านกลับไม่ดีใจ ขอตัวจากทั้งสองไป เจ๊กับแหม่มมองตามห่านไปอย่างไม่เข้าใจ

    ห่านไปเล่าให้บื้อฟัง ว่าคุณชายซื้อแหวนให้ บื้อถามว่าเธอเริ่มลังเลแล้วใช่ไหม ห่านส่ายหน้า ชี้แจงว่า

    “ฉันไม่ได้ลังเล ยิ่งรู้แบบนี้ฉันยิ่งต้องบอกให้คุณชายรู้เร็วที่สุด ฉันจะนัดคุณชายเจอเย็นนี้ ถ้าคุณชายจะเกลียดฉัน ฉันก็จะไม่โกรธ ให้มันจบตอนนี้ดีกว่าต้องยืดเยื้อต่อไป ไม่งั้นเราก็จะเจ็บด้วยกันทั้งคู่”

    บื้อดีใจมาก จับไหล่ทั้งสองข้างของห่าน “โชคดีนะ ฉันจะเป็นกำลังใจให้” ทั้งสองยิ้มให้กันหน้าห่างกันไม่ถึงศอก

    แอปเปิ้ลถือแก้วน้ำจะเอามาให้บื้อ มองภาพนั้นอย่างเจ็บใจ บีบแก้วจนมือสั่นน้ำกระฉอก กลับไปบอกปีโป้กับจีจี้ว่า

    “บื้อกับนังห่านคืนดีกันแล้ว ฉันเห็นพวกมันอยู่ด้วยกัน”

    “ฉันว่าแกตัดใจเหอะ บื้อคงไม่ใช่เนื้อคู่ของแก” ปีโป้แนะ

    “ฉันไม่ยอมแพ้นังห่าน ไม่มีวัน!!!” แอปเปิ้ลจิกตาแค้น

    ฝ่ายห่าน เมื่อตัดสินใจและได้กำลังใจจากบื้อแล้ว ก็โทร.นัดคุณชายเย็นนี้พบกัน คุณชายยิ้มกริ่มหยิบกล่องแหวนออกมาดู พลันก็มีเสียงเคาะประตู คุณชายรีบเก็บกล่องแหวนใส่กระเป๋ากางเกง

    อึดใจเดียว รื่นฤดีกับดาหลาก็เข้ามา คุณชายถามว่า ทำไมแม่จะมาไม่โทร.บอกก่อนเหมือนทุกครั้ง

    “แม่อยากมาเซอร์ไพรส์ลูกบ้างไม่ได้รึไง...แม่มารับลูกไปทานข้าวเย็น” คุณชายบอกว่าตนยังไม่เลิกงาน “ลูกเป็นผู้บริหาร จะเข้างานเลิกงานตอนไหนก็ได้”

    คุณชายยังรู้สึกไม่ดี เพราะผู้บริหารควรจะเป็นแบบ อย่าง กลับถูกรื่นฤดีหาว่าเถียง แล้วขอแบบหักคอเอาว่า

    “ถือว่าแม่ขอก็แล้วกัน แหกกฎบริษัทสักวัน แค่นี้คงทำเพื่อแม่ได้ใช่ไหม”

    ooooooo

    คุณชายไม่อาจเลี่ยงได้ แต่ระหว่างทานอาหาร ท่าทางไม่มีความสุขกระวนกระวายจนรื่นฤดีถามว่าเป็นอะไร

    คุณชายบอกตามตรงว่ามีนัดกับเพื่อนเย็นนี้ รื่นฤดีก็ให้เลื่อนไปเสีย พูดแบบไม่ให้คุณชายเลี่ยงได้เลยว่า  เพื่อนจะสำคัญกว่าแม่กว่าดาหลาได้ไง แต่ยิ่งใกล้เวลานัดคุณชาย ก็ยิ่งกระวนกระวาย รื่นฤดีถามว่า “ลูกไม่เป็นอะไรแน่นะ”

    “ผมอยากไปห้องน้ำน่ะครับ”

    “ก็ไปสิ แล้วก็มานั่งบิดไปบิดมาอยู่ได้ ลูกคนนี้นี่...”

    คุณชายได้โอกาสรีบลุกออกไปทันที ตรงไปหานายสมคนขับรถขอให้ช่วยอะไรหน่อย

    กลับเข้ามานั่งได้ไม่นาน คุณชายก็ได้รับโทรศัพท์แจ้งว่าที่ห้างฯเกิดเรื่อง มีลูกค้าโดนลิฟต์หนีบ เขาไม่ยอมความถ้าไม่ได้พบตน รื่นฤดีกับดาหลาจะไปช่วยแก้ปัญหาด้วย

    “ไม่ได้ครับ! เออะ...ผมไม่อยากให้คุณแม่กับคุณดาหลาต้องมายุ่งยาก เรื่องแค่นี้ผมจัดการเองได้” แล้วหันไปจับมือดาหลาอย่างเอาใจ “ขอโทษนะครับที่อยู่ทานข้าวด้วยไม่ได้แล้ว ถ้ายังไงฝากทานข้าวเป็นเพื่อนคุณแม่ผมด้วยนะครับ”

    รื่นฤดีสั่งว่าได้ความอย่างไรโทร.บอกแม่ด้วย คุณชายรีบลุกไป ดีใจจนลืมมือถือไว้ที่โต๊ะ!

    ออกจากร้านอาหารมาเจอสม คุณชายมอบเงินให้จำนวนหนึ่ง สมไหว้ขอบคุณบอกว่าวันหลังเรียกใช้บริการบ่อยๆก็ได้ ถามว่าคุณชายจะไปอย่างไร เพราะตอนนี้รถติดมากคงไม่ทันแน่

    คุณชายดูนาฬิกาแล้วมองไปเห็นมอเตอร์ไซค์รับจ้าง รีบยกมือเรียกใช้บริการทันที

    ห่านไปถึงร้านอาหารที่นัดกันไว้แล้ว พนักงานเชิญเข้าไปนั่งรอในห้อง ห่านเข้าไปนั่งคอยคุณชายงงๆ

    ooooooo

    รื่นฤดีบอกดาหลาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มยินดีว่าท่าทางคุณชายจะเริ่มอ่อนกับเธอแล้ว ดาหลาตอบเขินๆว่าตนก็รู้สึกอย่างนั้นเหมือนกัน

    พูดกันไม่ทันขาดคำ เสียงมือถือที่คุณชายลืมไว้ดังขึ้น ต่างมองหาจึงเห็นมือถือคุณชายวางอยู่ ดาหลาหยิบขึ้นดูถึงกับหน้าเสีย รื่นฤดีถามว่ามีอะไรหรือ ดาหลาพูดหน้ายังช็อกๆว่า

    “คุณชายตั้งเตือนว่า มีนัดกับนังฮันนี่เย็นนี้...ถ้าอย่างนั้น เรื่องที่เกิดขึ้นในห้างฯ ก็คงไม่ใช่ความจริง”

    ทั้งรื่นฤดีและดาหลามองหน้ากันอึ้งสุดๆ

    เป็นเวลาที่คุณชายไปถึงร้านอาหารที่นัดห่านไว้พอดี เขาขอโทษห่านที่มาช้า

    “ไม่เป็นไรค่ะ ฮันนี่รอคุณชายไม่นาน...เออะ...คุณชายคะ เรื่องที่ฮันนี่จะบอกคุณชาย...”

    คุณชายเอานิ้วแตะปากห่านไว้ มองอย่างมีความหมาย บอกว่า “ผมขอบอกเรื่องของผมก่อนนะครับ...” พลาง คุณชายหยิบกล่องแหวนออกจากกระเป๋ากางเกง ห่านเดาได้ว่าคืออะไร เมื่อเห็นแหวนเพชรเม็ดโตน้ำงามวามวาวในกล่อง ห่านก็ถึงกับตะลึง คุณชายเอ่ยด้วยแววตาอ่อนโยนว่า

    “นี่เป็นแหวนคู่รัก ผมอยากให้คุณฮันนี่รับเอาไว้” ห่านบอกว่ามากเกินไปตนรับไม่ได้ คุณชายถามว่า “ทำไมล่ะครับ...หรือว่าคุณฮันนี่ไม่รักผมแล้ว”

    “ไม่ใช่ค่ะ...แต่...แต่...” ห่านพูดไม่ออก

    “แต่อะไรครับคุณฮันนี่...” คุณชายประคองมือห่านขึ้น “ได้โปรดอย่าปฏิเสธผมเลยนะครับ ถ้าคุณฮันนี่ไม่รับแหวน ผมคงเสียใจไปชั่วชีวิต” น้ำเสียงและแววตาของคุณชายทำให้ห่านยิ่งพูดไม่ออก คุณชายวางมือห่านลง หยิบแหวนออกมาบรรจงสวมให้ที่นิ้วนางซ้ายของห่าน

    ห่านที่รู้สึกสับสน ลังเล แล้วกลายเป็นตื้นตัน...

    “แหวนวงนี้คือตัวแทนของผม ไม่ว่าคุณฮันนี่จะอยู่ไหน ผมจะอยู่ข้างๆคุณเสมอ อย่าถอดออกนะครับ”

    “ค่ะ...” ห่านตอบรับ ตกอยู่ในภวังค์

    คุณชายดีใจมาก หยิบแหวนวงใหญ่ส่งให้ห่านใส่ที่นิ้วนางซ้ายตนบ้าง เสร็จแล้วดึงห่านเข้าไปกอดแน่น ห่านตกสู่ภวังค์จนลืมหมดทุกสิ่งทุกอย่าง จนเมื่อคุณชายผละออกบอกเธอว่า “ถึงตาคุณฮันนี่แล้ว คุณฮันนี่มีเรื่องอะไรจะบอกผม?”

    “เอ่อ...ฮันนี่...ฮันนี่ลืมไปแล้วค่ะ และอีกอย่าง มันก็ไม่สำคัญเท่าเรื่องของคุณชาย เราสั่งอะไรมาทานกันดีกว่าค่ะ ฮันนี่หิวแล้ว”

    “ผมออกไปเรียกพนักงานก่อนนะครับ” คุณชายลุกเดินออกไป ห่านมองแหวนในนิ้วนางตนอย่างมีความสุข...

    ooooooo

    เวลาเดียวกัน...ที่บ้านเช่า ค่ำนี้บื้อซื้อของกิน มาเพียบ เลี้ยงทั้งโย่ง แหม่ม ลุงจ๊อดและโจ๊กลุงหลานขาประจำ

    “ฉันเปิดทางให้แล้วนะเว้ย” บื้อแอบกระซิบบอกโย่งเมื่อแหม่มเดินเข้ามา

    แต่แหม่มอ่านเกมออก ดักคอบื้อว่า ดูมีความสุขมีเรื่องดีๆอยากเล่าสู่กันฟังไหม บื้ออมยิ้มบอกว่าไม่มี พอแหม่มไม่เชื่อก็ยอมรับว่า

    “ฉันดีใจที่ห่านคิดจะบอกความจริงกับคุณชายว่าตัวเองเป็นใคร ที่ห่านนัดเจอกับคุณชายวันนี้ก็เพราะเรื่องนี้แหละ” ถูกแหม่มดักคอว่า ทำไมบื้อต้องดีใจด้วย บื้อตอบไม่สบตาว่า “ก็...ฉันไม่อยากให้ห่านโกหก มันบาป”

    “แค่นั้นจริงอ่ะ??” บื้อยืนยันว่าจริง แหม่มดักคอว่า “งั้นก็แล้วไป ฉันนึกว่าที่เธอดีใจเพราะถ้าห่านบอกความจริงกับคุณชาย คุณชายอาจจะโกรธห่านจนเลิกกัน และถ้าเป็นแบบนั้น เธอก็จะมีโอกาส”

    “โอกาสอะไร” บื้อทำหน้างง

    “อย่าปิดฉันอีกเลยบื้อ ฉันรู้ว่าเธอชอบห่าน ลึกๆเธอก็อยากให้ห่านกับคุณชายเลิกกันใช่ไหมล่ะ”

    บื้ออึกอักทำเป็นบ่นว่าไปกันใหญ่แล้ว ไม่ใช่สักหน่อย แล้วเดินไปเลย แหม่มมองตามพูดอย่างรู้ทันหมั่นไส้ว่า

    “ผู้ชายปากแข็ง”

    ooooooo

    คุณชายกลับถึงบ้านวันนี้ ถูกรื่นฤดีตำหนิอย่างรุนแรงที่หลอกว่าที่ห้างมีปัญหา ที่แท้ไปกินข้าวกับฮันนี่ ถามว่าผู้หญิงคนนั้นทำให้ลูกกล้าโกหกแม่เลยหรือ

    “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณฮันนี่ ที่ผมต้องโกหกเป็นเพราะคุณแม่บังคับผม คุณแม่ไม่ยอมรับในสิ่งที่ผมเลือก ผมถึงไม่อยากบอกความจริง”
    ระหว่างนั้นชนะศึกพยายามแทรกเข้ามาไกล่เกลี่ย แต่ถูกรื่นฤดีไล่จนต้องเดินคอตกออกไป รื่นฤดียื่นคำขาดกับคุณชายว่า

    “แม่จะพูดกับลูกเป็นครั้งสุดท้าย ถ้าลูกยังเลือกที่จะคบแม่นั่น ก็ไม่ต้องมาเรียกแม่ว่าแม่อีกต่อไป เชิญเก็บข้าวของแล้วออกไปจากบ้านนี้ได้เลย”

    คุณชายนิ่งเครียด แล้วเดินจ้ำออกไปทันที ตรงไปห้องนอนเก็บของใส่กระเป๋า ชนะศึกเข้ามาถามว่าจะไปจริงๆหรือ

    “ครับ ผมไม่มีทางเลิกคบกับคุณฮันนี่แน่นอน เพราะฉะนั้นมันก็เหลือทางออกทางเดียว คือผมต้องไปจากที่นี่” ชนะศึกแก้ต่างให้รื่นฤดีว่า แม่เขาพูดไปเพราะความโกรธ “ผมรู้ว่าคุณแม่พูดจริง ผมอาจจะดูเป็นลูกที่อกตัญญู แต่ผมก็รักตัวเอง และผมก็ต้องการจะแต่งงานกับคนที่ผมรักเท่านั้น ผมขอโทษครับคุณพ่อ”

    คุณชายไปหาน้องนุช เธอจัดห้องให้อยู่ที่บ้าน เพราะคุณพ่อคุณแม่ไปทัวร์ยุโรปพอดี

    รุ่งขึ้น เมื่อรื่นฤดีรู้ว่าคุณชายออกจากบ้านไปแล้วตั้งแต่เมื่อคืนก็โวยวายกับชนะศึกว่าทำไมไม่ห้ามลูก

    สายๆเมื่อดาหลารู้เรื่องนี้ก็ถามรื่นฤดีว่าคุณชายไปไหน ไปอยู่กับใคร พอรื่นฤดีบอกว่าไม่รู้ ก็โวยวายว่า

    “คุณแม่ไม่รู้ได้ยังไงคะ คุณแม่เป็นแม่ของคุณชายนะคะ” แล้วขอวางสาย “แค่นี้ก่อนนะคะคุณแม่ ดาหลาปวดหัวจวนจะระเบิดแล้ว” พอวางสายก็หันบอกดารัณว่า “คุณชายทะเลาะกับคุณหญิงแม่เรื่องนังฮันนี่ ก็เลยเก็บเสื้อผ้าออกไปจากบ้านค่ะ...นี่ดาหลาหมดหวังในตัวคุณชายแล้วใช่ไหมคะ”

    “ยังลูก ลูกยังไม่หมดหวัง เพราะว่าตอนนี้แม่มีข้อมูลเด็ดเกี่ยวกับนังฮันนี่!” ดารัณจิกตาพูดอย่างสะใจ

    ooooooo

    คืนนี้...พอห่านกลับมาถึงบ้าน บื้อรีบถามอย่างตื่นเต้นว่าบอกคุณชายไปแล้วใช่ไหม คุณชายว่ายังไงบ้าง??

    ห่านกรายมือให้ดูแหวน บอกว่าคุณชายให้แหวนตนเลยพูดไม่ออก ขอโทษบื้อยอมรับว่าตนทำไม่ได้จริงๆ บื้อได้แต่ฝืนยิ้มถามว่าจะขอโทษตนทำไม หัวใจเธอ...มันเป็นของเธอ แล้วขอตัวเข้าบ้านไปอย่างเจ็บปวดใจ

    ส่วนแหม่ม พอเห็นแหวนก็ตื่นเต้นนึกถึงเจ๊มะพร้าวว่า ถ้าเจ๊เห็นจะต้องกรี๊ดห้างแตกแน่ ห่านติงว่าตนจะใส่ได้ยังไง เพราะอยู่ที่ห้างตนคือห่านไม่ใช่ฮันนี่

    “เออจริงด้วย...ถ้างั้นแกก็ต้องถอดแหวนเก็บไว้ที่บ้านน่ะสิ”

    “ไม่!” ห่านเดินไปหาสร้อยเส้นเล็กๆในลิ้นชักแล้วเอาแหวนร้อยสร้อยห้อยคอ บอกแหม่มว่า คุณชายย้ำว่าห้ามถอดออก ตนจึงต้องห้อยคอติดตัวไปตลอด

    “อย่าให้ใครเห็นเข้าก็แล้วกัน” แหม่มเตือน

    ห่านหันไปส่องกระจกดูแหวนที่คอด้วยสีหน้าตื้นตันดีใจ...มีความสุข

    ooooooo

    ดารัณนัดรื่นฤดีออกมาพบที่ร้านกาแฟ เล่าข้อมูลเด็ดของตนให้ฟังว่า

    “ฉันให้นักสืบที่เก่งที่สุดในประเทศไทย สืบหาประวัติครอบครัวของยัยฮันนี่ แต่ไม่พบ ไม่มีนักธุรกิจทำฟาร์มผักออร์กานิคที่ชื่อคุณสมชายหรือคุณเคเค และในแวดวงไฮโซ ก็ไม่มีเซเล็บที่ชื่อฮันนี่ ไม่มีใครรู้จักเธอคนนี้เลยสักคนเดียว คุณหญิงว่ามันแปลกไหมคะ”

    ดาหลาฟันธงว่าฮันนี่เป็นเศรษฐีจอมปลอม รื่นฤดีเป็นห่วงว่าคุณชายกำลังตกอยู่ในอันตราย จะรีบไปบอกให้รู้ตัว

    “ไม่ได้นะคะคุณแม่ ถ้าบอกไปตอนนี้ คุณชายไม่เชื่อแน่ แถมต้องพาลโกรธคุณแม่เอาอีกแน่ๆ” ดาหลาติง

    “เราต้องใจเย็นและวางแผนให้รัดกุมที่สุดก่อนค่ะคุณหญิง” ดารัณทำหน้าเจ้าเล่ห์

    ooooooo

    โจ๊กที่แอบชอบคุณหนูจ๋า แต่คุณหนูจ๋ามองข้ามไปเพราะมีใจให้บื้อ

    แล้ววันนี้ โอกาสทองเป็นของโจ๊ก เมื่อคุณหนูจ๋า รถมายางแตกแถวบ้านเช่า โจ๊กช่วยจัดการเปลี่ยนยางและขับรถไปส่งคุณหนูจ๋าไปมหาวิทยาลัย จากนั้นจะเอายางไปปะและจะกลับมารับคุณหนูจ๋าตอนเย็น

    แต่พอขับรถออกไปได้ครู่เดียว เห็นสมุดของคุณหนูจ๋าตกอยู่ในรถ จึงย้อนกลับไป เจอคุณหนูจ๋าถูกคนร้ายชิงกระเป๋าไปพอดี โจ๊กเลยกลายเป็นพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วย วิ่งไล่ชกนักวิ่งราวจนล้มคว่ำ กระเป๋าคุณหนูจ๋ากระเด็นไป นักวิ่งราวชักมีดออกมาตวัดถูกแขนโจ๊ก แต่โจ๊กก็แย่งมีดมาได้ คนร้ายเห็นท่าไม่ดีเลยวิ่งหนีไป

    วีรกรรมของโจ๊ก ประทับใจคุณหนูจ๋ามาก โจ๊กเป็นห่วงคุณหนูจ๋า บอกว่า...

    “ผมว่าผมอยู่รอรับคุณหนูจ๋าดีกว่า แล้วเราค่อยเอายางรถไปปะด้วยกัน หลังจากที่คุณหนูจ๋าเลิกเรียนแล้ว”

    “ก็ได้...” คุณหนูจ๋ายิ้มอย่างสบายใจ

    งานนี้ โจ๊กโกยคะแนนจากคุณหนูจ๋าไปเต็มๆ

    ooooooo

    วันนี้ น้องนุชจัดโปรโมตโรงเรียนและการท่องเที่ยวในสวิตรวมทั้งสาธิตการทำอาหาร โดยเชฟจากสวิต เรียกลูกค้าโดยเฉพาะกลุ่มเด็กวัยรุ่นได้มากมาย

    คุณชายมาช่วยดูแลและเป็นกำลังใจให้น้องนุช ปรากฏว่ารื่นฤดี ดาหลาและดารัณก็มางานนี้ เมื่อน้องนุชสวัสดีรื่นฤดี ดารัณถามว่าใคร ดาหลาบอกว่า “เพื่อนสนิทคุณชายค่ะ”

    รื่นฤดีเห็นคุณชาย รีบเข้าไปทัก “ตาชาย...แม่ขอโทษนะลูก ที่เมื่อวานแม่เกรี้ยวกราดกับลูกมากเกินไป”

    คุณชายอึ้ง ส่วนดาหลา และดารัณ ต่างยิ้มในหน้าอย่างรู้กัน

    “แม่นั่งคิดนอนคิดทั้งคืน แม่ตัดสินใจว่าแม่จะไม่บังคับลูกอีกต่อไป ไหนๆ ลูกก็คิดจะจริงจังกับหนูฮันนี่ แม่ว่าครอบครัวเรากับครอบครัวเขาก็ควรจะทำความรู้จักกันเอาไว้” รื่นฤดียิ้มแย้ม จนคุณชายสบายใจ

    “ได้ครับ ผมจะรีบบอกคุณฮันนี่...ขอบคุณคุณแม่มากนะครับ” คุณชายกอดแม่ไว้ด้วยความดีใจ

    รื่นฤดีลอบสบตากับดาหลาและดารัณอย่างสมใจที่แผนสำเร็จโดยง่าย

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “พีค” เจ้าสาวสวยเลือกได้ลุ้นแต่ง “โต๋” หรือ “ฌอห์ณ” ใน “หว่อ อ้าย หนี่ เธอที่รัก”

    “พีค” เจ้าสาวสวยเลือกได้ลุ้นแต่ง “โต๋” หรือ “ฌอห์ณ” ใน “หว่อ อ้าย หนี่ เธอที่รัก”
    26 ต.ค. 2564

    02:01 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 26 ตุลาคม 2564 เวลา 06:59 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์