นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ซินเดอเรลล่ารองเท้าแตะ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    เพื่อแสดงตัวให้รื่นฤดีเห็นและยอมรับว่าตนเป็น “ไฮโซฮันนี่” กลับถึงบ้านคืนนี้ ห่านกับแหม่มไปเคาะประตูบ้านบื้อเพื่อ “ขอความร่วมมือ” อีกครั้ง แต่เคาะอย่างไรก็ไม่มีเสียงตอบรับ คิดว่าคงหลับไปแล้ว แต่เกรงพรุ่งนี้จะเตรียมการไม่ทัน ห่านเลยวางแผนปลุก แกล้งเปิดเสียงไซเรนจากไฟฉายดังลั่นจนแหม่มเองก็สะดุ้งโหยงรีบเอามืออุดหู แล้วห่านก็ป้องปากตะโกน

    “ไฟไหม้! ไฟไหม้!!”

    ได้ผล! ทั้งลุงจ๊อด โจ๊ก โย่ง และบื้อวิ่งออกมาจากบ้าน โย่งยกโต๊ะออกมาได้ทั้งตัว ลุงจ๊อดก็แบกตู้เย็นออกมาได้ทั้งหลัง ส่วนบื้อกอดหมอนออกมาได้ใบเดียว

    พอทุกคนออกมา ห่านบอกหน้าตาเฉยว่าล้อเล่น แหม่มช่วยชี้แจงว่าที่ห่านต้องทำแบบนี้เพราะมีเรื่องอยากคุยกับบื้อ

    “ใช่...ไปคุยกันที่บ้านฉัน แค่นายคนเดียวเท่านั้น”

    เมื่อพาบื้อเข้าบ้านแล้ว พอฟังห่านบอกเรื่องที่จะขอความร่วมมือ บื้อร้องอย่างรับไม่ได้ว่า

    “ให้ฉันยืมรถเฮียเจ้าของร้านจักรยาน และให้ฉันปลอมเป็นคนขับรถ เพื่อรับใช้คุณฮันนี่อีกงั้นเหรอ?...ฉันไม่ทำ!!”

    “อย่าลืมสิว่า นายกับฉันกินช็อกโกแลตร่วมสาบานกันแล้ว ถ้านายผิดคำสาบาน นายต้องโดนหมากัด ถูกรถชน โดนหญิงทิ้ง เดินไปไหนก็ขอให้เหยียบแต่ขี้หมา”

    โดนแช่งเสียขนาดนี้ บื้อเลยยอมช่วย บ่นอุบอิบว่า “ฉันไม่น่าหลงกลเธอเลยจริง ๆ ยัยตัวยุ่ง”

    “ทำใจซะเถอะ นายกับฉันลงเรือลำเดียวกันแล้ว” ห่านพูดตามหลังแล้วรีบไปนอน กลัวพรุ่งนี้หน้าจะไม่เฟรช

    ooooooo

    บ่ายวันรุ่งขึ้น ห่านก็ให้เจ๊มะพร้าวแต่งหน้าให้ เจ๊แต่งให้สุดฝีมือ มีแหม่มคอยยืนเชียร์อยู่ข้างๆ

    ระหว่างนั้น จีจี้ผ่านมาเห็นก็สงสัยว่าห่านแต่งหน้าทำไม จะไปไหน นึกถึงที่แอปเปิ้ลบอกไว้ว่าช่วงนี้ให้พยายามเกาะติดเจ๊มะพร้าวเผื่อจะได้ข้อมูลอะไรดีๆ มาบ้าง เลยแถเข้าไปทำเจ๊าะแจ๊ะ ถามว่าห่านแต่งหน้าเสียเช้ง จะไปไหนหรือ เลยถูกเจ๊ด่า “สาระแน”

    “ทำไมแกถึงไม่ด่าอีเจ๊กลับไปหา!” แอปเปิ้ลโมโหเมื่อฟังจีจี้เล่า ปีโป้บอกว่าห่านให้เจ๊มะพร้าวแต่งตัวแบบนี้ แสดงว่าต้องไปงานอะไรที่มีความสำคัญ แอปเปิ้ลเห็นด้วย จีจี้ถามว่าแล้วเราต้องทำยังไงถึงจะรู้ว่าห่านไปไหน??

    ทั้งสามขมวดคิ้วคิด แต่ไม่มีใครเดาออก

    พอหกโมงเย็น ห่านก็โทร.บอกบื้อให้ไปเจอกันที่หลังห้างฯ อย่าให้ใครเห็น แล้วห่านก็รีบไปเข้าห้องน้ำ เมื่อสามตัวแสบไปเจอห่านที่ห้องน้ำ จึงสมคบกันปิดประตูไม่ให้ห่านออกจากห้องน้ำ พอห่านตะโกนให้เปิดประตู แอปเปิ้ลก็สวนเข้าไปว่า

    “ถ้าแกอยากออกจากห้องน้ำ แกต้องบอกฉันมาก่อนว่าแกจะไปไหน ถึงต้องแต่งหน้าซะสวย”

    ห่านบอกว่าตนให้เจ๊ลองเครื่องสำอาง ก็ไม่มีใครเชื่อ ยืนยันไม่เปิดประตูให้จนกว่าห่านจะบอกว่าแต่งหน้าจะไปไหน ห่านดูนาฬิกาเห็นใกล้จะหกโมงครึ่งแล้วยิ่งร้อนใจ

    “ใกล้เวลานัดคุณชายแล้ว...ทำไงดี...” ตัดสินใจโทร.หาเจ๊มะพร้าว “เจ๊...ช่วยฉันด้วย”

    เจ๊กับแหม่มเดินอ้าวไป เจอโย่งที่เข้ามาเจ๊าะแจ๊ะแหม่ม เจ๊เลยชวนไปด้วย สามต่อสาม กำลังจะได้สูสีกัน

    ooooooo

    เจ๊มะพร้าวเดินอ้าวเข้าไปในห้องน้ำหญิงสั่งให้ปล่อยเพื่อนตนเดี๋ยวนี้ สามสาวตัวแสบหันขวับเห็นเจ๊เดินบ๊ะเข้ามา แอปเปิ้ลสะอึกออกมา ท้าทายว่าไม่ปล่อยมีอะไรไหม

    ปีโป้ปากแบะแผดเสียงหัวเราะ เลยโดนเจ๊ตบผัวะ! ทุกคนตกใจ เจ๊หันสั่งแหม่มให้ช่วยห่านออกมา พอแหม่มเดินเข้าไปก็ถูกแอปเปิ้ลมาขวางตบหน้าเพียะ! โย่งโมโหมากพุ่งเข้าตวาด

    “อย่าทำอะไรแหม่มของฉันนะ!!”

    โย่งถูกแอปเปิ้ลเอานิ้วจิ้มสองตาจนร้องลั่น ส่วนที่เหลือเลยกระโจนเข้าจิกทึ้งกันอุตลุด แหม่มร้องบอกให้โย่งไปเปิดประตูให้ห่าน โย่งปวดตาไปไม่ไหว แต่พอแหม่มบอกว่าถ้าช่วยห่านออกมาได้ตนจะไปกินข้าวด้วยเท่านั้น โย่งก็พุ่งเข้าไปกอดจีจี้พยายามดึงออกจากตรงประตู

    จีจี้ถูกโย่งกอดก็ระทวยย้วยไปทั้งตัว โย่งลากออกมาแล้วตะโกนบอกห่านให้รีบออกมา เจ๊มะพร้าวที่กำลังพันตูอยู่กับแอปเปิ้ลตะโกนบอกห่าน “รีบไปนังห่าน”

    ห่านหนีออกไปได้แล้ว แอปเปิ้ลประกาศอย่างแค้นใจว่า

    “วันนี้นังห่านโชคดี แต่วันหน้าไม่มีทางโชคดีเหมือนวันนี้แน่ ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าพวกแกมีความลับอะไรกัน”

    แหม่มเบ้หน้าใส่ว่าจ้างให้ก็ไม่มีทางรู้ ปีโป้เลยอำว่า พูดแบบนี้แสดงว่ามีความลับจริงๆ

    ขณะเจ๊มะพร้าวกับแหม่มกำลังเดินออกจากห้องน้ำนั้น ได้ยินเสียงโย่งร้องขอความช่วยเหลือโหยหวน ทั้งสองหันไปดูเห็นจีจี้กำลังกอดโย่งแนบแน่นจนตัวโย่งเกือบฝังเข้าไปในร่างตุ๊ต๊ะของจีจี้ เจ๊พูดอย่างสยองว่า

    “งานนี้ช่วยไม่ไหวล่ะน้องโย่ง ช่วยตัวเองเถอะ”

    บื้อคอยห่านอยู่หลังห้างฯจนเกือบทุ่มยังไม่เห็นมาก็ร้อนรน ไม่รู้ห่านเป็นอะไรหรือเปล่า อึดใจต่อมาห่านก็วิ่งกระหืดกระหอบมา บื้อถามว่า

    “เธอไปไหนมา!! แล้วทำไมถึงยังไม่เปลี่ยนชุดอีก??”

    “อย่าเพิ่งถามได้ป่ะ ขึ้นรถก่อนเหอะ ซิ่งเลยนะนายบื้อ เอาให้ทันหนึ่งทุ่มล่ะ”

    “ดีแต่สั่ง...เฮ้อ...” บื้อบ่น แต่ก็รีบทำตามคำสั่ง

    ห่านเปลี่ยนชุดในรถ แม้จะหลบๆ บังๆ แต่ก็ทำเอาบื้อแทบหัวใจวาย

    ooooooo

    เพราะคุณชายเคยรับปากกับห่านขณะอยู่สวิต ว่าจะทำเปปเปอร์สเต๊กให้ชิม วันนี้คุณชายจึงเข้าครัวลงมือทำตามสัญญา

    รื่นฤดียิ่งไม่พอใจที่ “ผู้หญิงคนนั้น” ทำให้ลูกชายถึงกับเข้าครัวทำอาหารต้อนรับเอง จนเมื่อได้เวลาหนึ่งทุ่มตรงก็ลงมาที่โต๊ะอาหาร ถามคุณชายอย่างไม่พอใจว่าทำไม “แม่ฮันนี่” ถึงยังไม่มา ก็พอดีมีเสียงรถเข้ามา คุณชายยิ้มดีใจนึกว่าห่าน

    “คงจะมาแล้วล่ะครับ”

    คุณชายยิ้มสดชื่นเดินไปรับ กลายเป็นดาหลากับดารัณสองแม่ลูก คุณชายยิ้มเจื่อนทันที รื่นฤดีพูดดักคอว่า

    “แม่ชวนหนูดาหลากับคุณดารัณให้มาทานข้าวด้วยกัน หวังว่าลูกคงไม่ขัดข้องนะจ๊ะ”

    คุณชายพูดไม่ออก แต่พอเข้านั่งที่โต๊ะ รื่นฤดีก็เริ่มเล่นงานห่านพูดอย่างไม่พอใจอีกว่า

    “แม่ให้โอกาส 15 นาที แต่ก็ยังไม่มา แบบนี้เรียกว่าเป็นคนยังไงนะคะคุณดารัณ”

    “ไม่รู้จักกาลเทศะค่ะคุณหญิง” ดารัณลอยหน้าตอบ

    “ผมว่าต้องเกิดอะไรขึ้นกับคุณฮันนี่แน่ๆครับ คุณฮันนี่ไม่ใช่คนแบบนี้” คุณชายแก้ต่างให้ห่าน เลยถูกรื่นฤดีแขวะว่า รู้ได้ยังไงในเมื่อเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน

    พอดีห่านโทร.เข้ามือถือคุณชาย เขารีบรับสายถามว่าตอนนี้ถึงไหนแล้ว

    “อีกไม่เกิน 10 นาที ฮันนี่จะถึงบ้านคุณชายค่ะ ฮันนี่ขอโทษนะคะ พอดีมีอุบัติเหตุนิดหน่อย” คุณชายถามว่าเธอเป็นอะไรหรือเปล่า “ฮันนี่ไม่เป็นอะไรค่ะ ถ้าไงฝากขอโทษคุณแม่ของคุณชายด้วยนะคะ แล้วเจอกันค่ะ”

    วางสายแล้วห่านรีบจัดแต่งเสื้อผ้าหน้าผมให้ดูเป๊ะ บื้อเหลือบมองทางกระจกอย่างปวดใจ

    แต่พอมาถึงบ้านคุณชายจริงๆ ห่านกลับกังวล กลัว ไม่กล้าลง บื้อให้กำลังใจจนห่านลงไป แต่พอห่านลงไป บื้อกลับเจ็บลึกนั่งมองตาละห้อย

    ooooooo

    คุณชายพาห่านมาที่โต๊ะ จัดให้เธอนั่งติดกับตนและดาหลานั่งอีกข้างของตน

    ดาหลาเปิดฉากรุกตามแผน ตักโน่นตักนี่ที่คุณชายชอบให้ พอรื่นฤดีชงว่าน่ารักช่างรู้ใจคุณชาย ดาหลาก็ พรรณนายาวเหยียดละเอียดยิบว่าคุณชายชอบอะไรบ้าง

    พูดให้เห็นว่าตนรู้ใจคุณชายทุกอย่าง

    ห่านเริ่มใจเสียเพราะตัวเองไม่รู้เลยว่าคุณชายชอบอะไรและไม่ชอบอะไร เลยก้มหน้าก้มตากินเงียบๆ

    รื่นฤดีเหลือบมองห่านแล้วเริ่มแผนต่อไป ทำทีว่าครั้งที่แล้วยังคุยกันไม่จบ ยังไม่รู้เลยว่าพ่อเธอชื่ออะไร ห่านตอบทันทีว่า พ่อชื่อสมชาย รื่นฤดีทำหน้าสงสัยจับเท็จว่าคราวที่แล้วเธอบอกว่าชื่อ เคเค

    เรื่องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเอาตัวรอด ห่านมีเชาวน์พิเศษอยู่แล้ว เธอตอบทันทีอย่างไร้พิรุธว่า สมชายเป็นชื่อจริงของพ่อส่วนเคเคเป็นชื่อเล่นที่เรียกกันตอนอยู่เมืองนอก เอาตัวรอดได้เรื่องหนึ่งแล้ว ห่านยังคุยเขื่องเรื่องอาชีพของพ่อว่าเป็นคนทำผักออร์กานิกส่งออกต่างประเทศแต่ละปีทำกำไรได้หลายล้าน พอคุณชายอยากไปชมสวนผักออร์กานิกเธอเชื้อเชิญด้วยความยินดี

    แต่พอนึกได้ก็ใจไม่ดีนึกบ่นตัวเอง “ตายแล้ว...ปากหนอปาก ไม่น่าโม้ไปเยอะเลยเรา แล้วแบบนี้จะไปหาฟาร์มผักออร์กานิกได้ที่ไหนเนี่ย???”

    พอดีคุณชายนึกขึ้นได้ บอกเธออย่างภูมิใจว่า มีเมนูพิเศษสำหรับเธอโดยเฉพาะ แล้วลุกไปยกมา

    “เปปเปอร์สเต๊กที่ผมรับปากว่าจะทำให้คุณฮันนี่ทาน”

    “คุณชายไม่ลืม” ห่านทำหน้าปลื้มสุดๆ

    “อะไรที่ผมรับปากคุณฮันนี่แล้ว ผมไม่มีทางลืม เพราะคุณฮันนี่คือคนสำคัญของผม”

    คุณชายเอาอกเอาใจห่านจนสามหญิงที่โต๊ะอาหารจิกตามองอย่างไม่พอใจ ยิ่งเมื่อห่านจับมีดกับส้อมจะหั่นเนื้อ คุณชายจัดแจงช่วยแล้วป้อนให้ด้วย รื่นฤดีทนไม่ได้พูดขัดขึ้นว่า

    “ตรงนี้ไม่ได้อยู่กันแค่สองคน ยังมีแม่ คุณดารัณ แล้วก็หนูดาหลาอีก” พอชนะศึกถามว่าแล้วตนล่ะ ก็ถูกพูดอย่างไม่ไว้หน้าว่า “อย่างคุณไม่อยู่ในสายตา” ทำเอาชนะศึกทำหน้าไม่ถูก

    ห่านขอโทษ คุณชายถามว่าขอโทษทำไม คนรักกันเขาก็ทำกันแบบนี้ ดาหลาปรี๊ดแตกทันทีถามว่าหมายความว่ายังไง คุณชายตอบยิ้มๆว่า

    “ก็หมายความตรงตัว คุณฮันนี่เป็นคนรักของผม และตอนนี้เราก็กำลังคบกัน นี่คือสิ่งที่ผมอยากบอกให้ทุกคนรู้ในวันนี้ครับ”

    “โอ๊ยยยย...” ดารัณร้องออกมาอย่างทนไม่ไหว พอทุกคนหันมองถามว่าเป็นอะไร ก็บอกว่า รู้สึกเวียนหัวแล้วขอกลับบ้านเลย ดาหลาลุกไหว้ลาตามแม่ไป แต่พอออกมาพ้นหน้าทุกคนแล้วก็เดินฮึดฮัด ดาหลาถามว่าแม่หายแล้วหรือ ดารัณตอบหน้าตาเฉยว่า “แม่ไม่ได้เป็นอะไร”

    บื้อนั่งรอห่านอยู่ในรถ เห็นสองแม่ลูกเดินผ่านมาจะไปที่รถ จึงลดกระจกลงแอบฟัง ได้ยินดารัณเสี้ยมสอนดาหลาว่า

    “คุณชายก็แค่บอกว่าเป็นคนรักเท่านั้น ยังไม่ได้แต่งงาน และถึงแต่งงานเราก็แย่งได้ ไม่มีปัญหา รักแท้คือการแย่งชิง รักไม่จริงคือการเสียสละ ลูกเคยได้ยินไหม เรายังมีโอกาสอีกมากเลยจ้ะลูก เพียงแต่วันนี้ไม่ใช่วันของเรา ถ้าเราทำอะไรวู่วามเราจะเสียเปรียบ เพราะฉะนั้น เราต้องค่อยๆคิด วางแผนให้รัดกุม ทำให้นังฮันนี่มันเละเป็นโจ๊ก และเมื่อนั้น!...”

    “คุณชายก็จะเป็นของเราดาหลา”

    สองแม่ลูกยิ้มกริ่มพากันไปขึ้นรถ บื้อเป็นห่วง ห่านจนแทบนั่งไม่ติด จนเมื่อคุณชายเดินออกมาส่งห่าน ยังพิรี้พิไรจับมือหอมมือกันอยู่ พอห่านขึ้นรถบื้อก็กระชากรถออกทันที พอออกพ้นบ้านแล้วห่านแว้ดใส่

    “นายจะรีบออกรถมาทำไม ฉันยังไม่ทันได้บ๊ายบายกับคุณชายเลย”

    “จะตายอยู่แล้วยังไม่รู้ตัวอีก” บื้อเสียงเข้มใส่

    ห่านถามว่าหมายความว่ายังไง บื้อเลยจอดรถข้างทางลงจากรถปิดประตูปัง ห่านฉุนลงตามไป ถามว่าเป็นบ้าอะไร “ฉันจะเป็นบ้าก็เพราะเธอนั่นแหละ ฉันได้ยินคุณดาหลากับแม่ของเขาพูดกันว่า จะจัดการเธอให้เละเป็นโจ๊ก เรื่องมันชักจะไปกันใหญ่แล้ว ฉันขอ...หยุดเถอะ”

    ห่านตอบอย่างเด็ดเดี่ยวว่าเป็นตายยังไงตนก็หยุดไม่ได้ จะไม่ยอมให้แม่ลูกคู่นั้นมาทำลายความฝันของตนเด็ดขาด บื้อฉุนขาดถามว่าจะให้ตนเป็นห่วงไปถึงไหน ประกาศถอนตัว ไม่ขอยุ่งกับเรื่องของเธออีก แล้วจะเดินกลับไปที่รถ ห่านวิ่งมาขวางหน้า อ้อนถาม

    “ถ้านายไม่ช่วยฉัน แล้วฉันจะทำยังไง” บื้อบอกว่านั่นมันเรื่องของเธอ ห่านจับแขนบื้อเขย่า “ทำไมนายเป็นคนแบบนี้ นายทิ้งฉันได้ลงคอเหรอนายบื้อ...นายไม่สงสารฉันบ้างเหรอ...” แต่พอบื้อยืนกรานว่าไม่ช่วยอีกแล้ว ห่านก็ด่าเช็ด “ไอ้บื้อบ้า! ไอ้คนไม่มีน้ำใจ! ไอ้คนนิสัยไม่ดี ฉันจะไม่พูดกับนายอีกแล้ว!!!”

    แต่คราวนี้บื้อเจ็บลึก ตัดสินใจว่าขืนอยู่ใกล้ห่าน ต่อไปก็จะไม่มีวันตัดใจจากเธอได้ เลยตัดสินใจเดินขึ้นรถขับพรืดไปเลย ห่านยืนตะโกน

    “เฮ้ย!! ทิ้งกันจริงๆเหรอเนี่ย”

    บื้อเอารถไปคืนเฮียแล้วไปที่ท่ารถจะเดินทางไปชลบุรี แต่รถเที่ยวสุดท้ายเพิ่งออกไป ต้องรอรถเที่ยวแรกพรุ่งนี้เช้า บื้อเลยนั่งรอที่ท่ารถจนเช้า

    ooooooo

    ห่านกลับมาถึงก็ตรงไปที่บ้านบื้ออย่างเอาเรื่อง ตะโกนเรียกจนโย่งออกมาบอกว่าบื้อกลับบ้านที่ชลบุรีแล้ว พอกลับมาเล่าให้แหม่มฟัง แหม่มสงสัยว่าทำไมบื้อรีบกลับ

    “คงโกรธที่ฉันด่าเขา” แหม่มถามว่าด่าเรื่องอะไร “บื้อบอกว่าจะไม่ช่วยฉันแล้ว ฉันก็เลยด่าแต่ไม่ได้ด่าแรงสักหน่อย ผู้ชายอะไร ขี้งอนเหมือนผู้หญิง”

    แหม่มเอะใจถามว่าหรือบื้อจะชอบห่าน ห่านปฏิเสธพัลวันว่าเป็นไปไม่ได้เพราะบื้อคอยจิกกัดตนตลอดเวลา

    รุ่งขึ้นห่านขอบตาคล้ำเหมือนไม่ได้นอนทั้งคืน พอแหม่มถามก็บอกว่าไม่สบายใจเรื่องบื้อ รู้สึกไม่ดีที่ว่าบื้อไปเมื่อวาน พอดีโย่งโผล่มาทวงแหม่มที่สัญญาว่าจะไปกินข้าวด้วย ห่านถามว่า บื้อไปถึงชลบุรีหรือยัง แสดงความเป็นห่วงแล้วบอกให้โย่งโทร.ไปเช็กดู พอโย่งจะโทร.ห่านก็ฉุกคิดแผนใหม่ได้ ร้องห้าม “เฮ้ย...ไม่ต้องโทร.แล้ว”

    บื้อกลับไปถึงร้านอาหารทะเลของน้าตุ้มกับน้าเต๊ะ สองน้าดีใจมากที่บื้อกลับมา พอรู้ว่าบื้อยังไม่ได้กินข้าวตั้งแต่วานเย็น ก็จัดแจงทำอาหารให้กิน ปรากฏว่าบื้อสวาปามจานแล้วจานเล่า ตั้งแต่เช้ายันเที่ยงก็ยังไม่อิ่ม น้าตุ้มกระซิบกับน้าเต๊ะว่า อาการแบบนี้คุ้นๆ แล้วสองน้าผู้ร่าเริงก็พูดพร้อมกัน “อกหัก!!”

    สองน้าทบทวนพฤติกรรมของบื้อว่า ตอนอยู่ ป.6 แอบรักรุ่นพี่พอไม่สมหวังก็กินข้าวตั้งแต่ค่ำยันตีสอง พอเรียน ม.5 แอบรักรุ่นน้อง อกหักก็กินข้าวตั้งแต่สามทุ่มถึงหกโมงเช้า แล้วสองน้าก็ชวนกันจะไปถามบื้อว่าอกหักมาหรือ ขณะเกี่ยงกันว่าใครจะเป็นคนถามก็พอดีโย่งโผล่มา ตามด้วยห่านและแหม่ม สองสาวทำเสียงร่าเริงร้อง “เซอร์ไพรส์สสสสส”

    ooooooo

    บื้อแนะนำห่านแก่น้าตุ้มน้าเต๊ะว่าเป็นเพื่อนที่ทำงาน น้าตุ้มถามว่ากินอะไรกันมาหรือยัง โย่งตอบก่อนเพื่อนว่ายัง น้าเต๊ะเลยให้รอแป๊บนึง กำลังทำอาหารให้บื้อเป็นรอบสองอยู่

    ห่านพยายามจะญาติดีกับบื้อ แต่บื้อทำหมางเมิน ลุกเดินไปทางอื่น จนแหม่มสะกิดบอกห่านว่า

    “ท่าทางบื้อจะโกรธแกมากนะเนี่ย”

    ห่านมองตามบื้อไปอย่างกังวลใจ เห็นบื้อไปยืนแช่น้ำที่ริมทะเล ก็ทำเป็นไปยืนข้างๆ กางแขนทำเสียงสบ๊าย...สบาย

    “อากาศดีจังเลยนะ” แต่มือไปตวัดหน้าบื้อเข้าเต็มๆ บื้อร้องลั่น ห่านรีบขอโทษ ถามว่าเจ็บไหม บื้อตอบแบบมะนาวไม่มีน้ำว่าไม่ แล้วเดินหนี ห่านฉุนเลยแว้ดใส่ “มันจะมากไปแล้วนะ ฉันถ่อมาง้อนายถึงนี่ยังจะไม่หายโกรธอีก”

    “ฉันไม่ได้โกรธ”

    “ไม่โกรธแล้วกลับบ้านทำไม” บื้อบอกว่าคิดถึงบ้าน “ไม่จริง โกรธฉันใช่ป่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะต่อว่านาย ฉันพูดจริงๆนะบื้อ” ลงทุนอ้อนใหม่เห็นบื้อยังนิ่ง ห่านเลยวักน้ำใส่ บื้อหันขวับพรวดเข้าอุ้มห่านโยนลงทะเล แล้วหัวเราะชอบใจ

    “ฮ่าๆๆ ยัยลูกหมาตกน้ำ ฮ่าๆๆ”

    พอห่านลุกขึ้นได้ก็วักน้ำใส่ บื้อวิ่งหนีพลางวักน้ำใส่ห่านบ้าง เลยกลายเป็นไล่วักน้ำใส่กันหัวเราะครื้นเครง หายเคืองหายงอนกันไปไม่รู้ตัว

    ooooooo

    น้องนุชที่เคยโทร.บอกคุณชายว่าจะมากรุงเทพฯ เพื่อเตรียมโปรโมตโรงเรียนและการท่องเที่ยว วันนี้น้องนุชมาถึงแล้ว คุณชายไปรับที่สนามบินทักทายกันอย่างเพื่อนซี้ แล้วพากันไปทานข้าว

    “ทำไมแกไม่ชวนคุณฮันนี่มาด้วยล่ะ” น้องนุชถาม คุณชายเกรงเธอจะไม่ทานร้านแบบนี้ “ถ้างั้นคืนนี้ชวนคุณฮันนี่มาทานข้าวด้วยกัน ชวนบื้อมาด้วยนะ”

    แล้วต่างช่วยกันโทร.ชวน คุณชายโทร.ชวนห่าน และน้องนุชโทร.ชวนบื้อ ทั้งสองตอบรับด้วยความดีใจ

    รุ่งขึ้น ทั้งสี่ก็พากันกลับ น้าเต๊ะกับน้าตุ้มมาส่งที่รถ พอรถออกไป น้าเต๊ะก็คุยกับน้าตุ้มว่า

    “ท่าทางไอ้บื้อจะชอบนังหนูนี่จริงๆ”

    “นั่นสิ” น้าตุ้มพยักหน้า แล้วทั้งสองน้าก็ถอนใจพร้อมกัน

    กลับถึงบ้าน ห่านไปยืนที่หน้าต่างที่ตรงกับหน้าต่างบ้านบื้อ โทร.หาบื้อบอกว่าตนจะออกไปก่อนแล้วอีกสิบห้านาทีบื้อค่อยตามไป บื้อโอเค ห่านเรียกไว้วานให้ช่วยเลือกชุดให้ตน บื้อโบ้ยให้แหม่มช่วย

    “ฉันอยากได้มุมมองผู้ชาย ฉันอยากรู้ว่าใส่ชุดแบบไหน ผู้ชายถึงจะชอบ นะบื้อนะ...นะ...ช่วยฉันหน่อยเหอะ นะ...”

    พอบื้อยอม ห่านก็เอาชุดมาทาบกับตัวให้บื้อช่วยดู จนบื้อพยักหน้า ห่านยิ้มดีใจถือชุดเดินตัวปลิวกลับไป

    เมื่อไปเจอกันที่ร้านอาหารตามนัด ต่างดีใจที่ได้เจอกันอีกครั้ง คุณชายกับห่านเอาอกเอาใจกันจนบื้อหงุดหงิดก้มหน้าก้มตากินเอ๊า...กินเอา จนข้าวแค้นคอ น้องนุชหยิบแก้วน้ำให้ ความใส่ใจกันนี้ทำให้ทั้งคุณชายและห่านมองแปลกๆ

    หลังอาหาร น้องนุชขอไปเดินเล่นแถวนี้ก่อนเพราะห่างไปนาน คุณชายจึงบอกบื้อว่าจะไปส่ง

    “ไม่เป็นไรครับ ผมกลับเอง คุณชายไปส่งคุณฮันนี่ เถอะครับ” ว่าแล้วหันเดินออกไปเลย

    คุณชายจึงหันเชิญห่านขึ้นรถ บื้อหันมองหัวใจแทบสลาย พอหันจะเดินต่อก็เจอน้องนุชกลับมาพอดี

    ปรากฏว่าน้องนุชลืมมือถือไว้ที่ร้าน พอไปถึงพนักงานก็เอาคืนให้ เธอดีใจมากบอกบื้อว่า

    “ถ้ามือถือหายไปฉันแย่แน่ เพราะเบอร์โทร.สำคัญๆ อยู่ในนี้หมด ฉันไปนะ”

    “เดี๋ยวครับ” บื้อนึกอะไรขึ้นมาได้ พอน้องนุชหันมา บื้ออาสา “ผมว่า ผมพาคุณนุชเที่ยวได้นะครับ ตอบแทนที่คุณดูแลผมเป็นอย่างดีตอนอยู่ที่สวิต”

    น้องนุชดีใจที่มีเพื่อน พลันก็ชะงักเมื่อตุ๊กตุ๊กของลุงจ๊อดแฉลบเข้ามาจอด ลุงจ๊อดถามทำหน้าอำๆ ว่าแฟนหรือ บื้อรีบบอกว่าไม่ใช่ แต่ลุงจ๊อดก็เชิญขึ้นรถ ขับตุ๊กตุ๊ก พาทั้งสองไปย่านท่องเที่ยว แกแอบมองจากกระจกส่องหลัง เห็นทั้งสองคุยกันกะหนุงกะหนิงทั้งยังผลัดกันถ่ายรูป และถ่ายรูปคู่กันอย่างร่าเริง ลุงจ๊อดแอบดู อมยิ้มไปกับเขาด้วย

    ลุงจ๊อดขับตุ๊กตุ๊ก มาที่สะพานพุทธ แล้วพาเดินชมบรรยายอย่างไกด์มืออาชีพตั้งแต่ตึกรามบ้านช่องกระทั่งต้นไม้ใบหญ้า แกบรรยายอย่างไม่มีทีท่าจะจบ จนน้องนุชพูดขำๆ ว่า “ลุงแกจะพูดถึงเช้าไหมเนี่ย”

    “นั่นสิครับ ผมว่าเราไปทางโน้นกันดีกว่า” แล้วพากันเดินไป ปล่อยลุงจ๊อดบรรยายไปเรื่อย พอหันมาอีกทีไม่เห็นทั้งสองแล้ว แกเกาหัวมองหา บ่นอุบอิบ

    “หายไปไหนกันหมดวะเนี่ย?”

    ooooooo

    ส่วนคุณชาย ขับรถพาห่านไปจอดริมแม่น้ำ แล้วชวนชมวิวแม่น้ำตอนกลางคืนบอกว่าสวยมาก

    “ผมเคยฝันว่าถ้าผมมีคนรัก ผมจะชวนเธอมานั่งดูแม่น้ำด้วยกัน ตอนนี้ฝันของผมเป็นจริงแล้ว...” คุณชายจับแขนห่านสองข้างหันหน้ามา “ผมรักคุณฮันนี่มากนะครับ แค่ผมคิดว่า ถ้าเกิดอะไรขึ้นที่จะทำให้

    ผมต้องเสียคุณไป ผมก็เจ็บแล้ว...ผมมีเพื่อนหลายคนที่ผิดหวังในความรัก เพราะเขามีความลับต่อกัน...ผมไม่อยากให้คู่ของเราเป็นแบบนั้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ขอให้พูดกันตรงๆ อย่าโกหก...คุณฮันนี่รับปากผมได้ไหม...”

    ห่านพยายามปั้นหน้าให้เป็นปกติทั้งที่แทบจะกลั้นใจตายตรงนั้น กลืนน้ำลายฝืดคอพยายามทำเสียงปกติรับคำ...

    “ไม่โกหก...ค่ะ”

    คุณชายดีใจมากดึงห่านเข้าไปกอด นาทีนี้ ห่านใจไม่อยู่กับตัว มีแต่ความกังวลจนไม่รับรู้อะไรในอ้อมกอดนั้นเลย

    กลับถึงบ้าน...ห่านนอนไม่หลับ สมองและสองหูแว่ววนเวียนอยู่กับคำพูดของคุณชายที่ริมแม่น้ำ นอนถอนใจเฮือกๆ

    “เวรแล้วไอ้ห่าน...ถ้าคุณชายรู้ว่าแกโกหก เขาจะโกรธแกมากแค่ไหน!?”

    ooooooo

    รุ่งขึ้น...ที่ห้างฯคึกคักเป็นพิเศษ เมื่อพรเพ็ญถือโทรโข่งประกาศกับพนักงานในห้างฯ

    “วันนี้เป็นวันแรกของมิดไนท์เซลส์ ขอให้ทุกคนตั้งใจทำงาน บริการลูกค้าด้วยความขยันขันแข็ง ยิ้มแย้มแจ่มใส ดูแลลูกค้าประหนึ่งเป็นคนในครอบครัวของเรา ทุกคนพูดพร้อมกัน”

    พนักงานพูดพร้อมกัน “ดูแลลูกค้าประหนึ่งเป็นคนในครอบครัวของเรา” พรเพ็ญยังไม่พอใจสั่งให้พูดใหม่ดังๆ เมื่อพนักงานพูดพร้อมกันอีกครั้งจึงพอใจสั่งสลายการชุมนุมแยกย้ายกันไปปฏิบัติหน้าที่

    “บื้อ...” ห่านเรียกเบาๆ “ฉันมีเรื่องอยากคุยด้วย” แล้วเดินนำไป บื้อเดินตามงงๆ

    แอปเปิ้ลมองทั้งสองบอกปีโป้ว่าท่าทางลับๆล่อๆ น่าสงสัย บอกให้ปีโป้ไปก่อน แล้วสะกดรอยห่านกับบื้อไป

    ห่านพาบื้อไปยังมุมที่ค่อนข้างลับตา เล่าเรื่องที่คุณชายพูดเมื่อคืนนี้ให้ฟัง เห็นบื้อนิ่ง อึ้ง ห่านถามว่าไม่พูดอะไรบ้างรึ

    “ฉันเคยบอกเธอไปแล้วว่าให้เธอหยุด แต่เธอยืนยันว่าไม่ แล้วเธอจะให้ฉันพูดอะไรอีก”

    “ก็...พูดอะไรก็ได้ให้ฉันรู้สึกดีขึ้น” ห่านเริ่มฮึดฮัดขัดใจ บื้อมองหน้าถอนใจยาวบอกเธอว่า...

    “ยังไงก็ไม่มีวันรู้สึกดีขึ้น เพราะเธอรู้แก่ใจว่าสิ่งที่เธอทำมันผิด เธอกำลังโกหกคุณชาย และนั่นเป็นสิ่งที่คุณชายไม่ชอบ” พูดแล้วเห็นห่านเงียบ บื้อพูดต่อ “ถ้าเธอสารภาพความจริง คุณชายอาจจะโกรธจนไม่มองหน้าเธออีก แต่ถ้าเธอยังโกหกต่อไป เธอก็คงจะมีแค่ความสุขลมๆแล้งๆบนความหวาดระแวงไปตลอด จนกว่าความลับจะแตก และเมื่อถึงวันนั้น...”

    บื้อหยุดแค่นั้น ห่านพูดอย่างคิดไม่ตกว่า

    “นายอาจจะมองว่าฉันโง่ที่ตักตวงความสุขของวันนี้โดยที่ไม่คำนึงถึงผลของวันข้างหน้า แต่ฉันยอมโง่ เพราะถ้าฉันไม่ยอมคว้าความสุขในวันนี้ไว้ ฉันก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสมีความสุขแบบนี้อีกเมื่อไหร่”

    “แล้วไอ้ความสุขที่เธอว่าน่ะ มันคือความสุขในแบบที่เธอต้องการแน่เหรอห่าน?”

    ห่านอึ้งไปเพราะตัวเองก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน ขณะนั้นเอง บื้อเหลือบเห็นแอปเปิ้ลยืนหันรีหันขวางเพราะตามมาแล้วไม่เห็นห่านกับบื้อ บื้อรีบเอามือปิดปากห่านกระซิบ “ฉันเป็นแอปเปิ้ล!”

    บื้อดันตัวห่านเข้าติดกำแพงแล้วยื่นหน้าเข้าไป ห่านตกใจถามว่าจะทำอะไร บื้อทำปากบอกให้อยู่เฉยๆ พอดีแอปเปิ้ลเห็นหลังบื้อกำลังก้มเข้าหาห่านก็ตกใจรีบหลบแอบดู นึกว่าบื้อกำลังจูบห่าน ถึงกับกำมือแน่นกัดฟันพึมพำ

    “น่าเกลียด! บัดสีที่สุด! กลางวันแสกๆ!! ทนดูไม่ได้แล้ว” พูดแล้วสะบัดพรืดจ้ำอ้าวกลับไป

    พอแอปเปิ้ลไปแล้ว บื้อถอยออกมา ต่างมองหน้ากันไม่สนิทตา ห่านลืมเรื่องที่คุยกันไปเลย บอกบื้อว่าจะไปทำงานก่อนแล้วเดินอ้าวไปเลย บื้อมองตามถอนใจเฮือกใหญ่กับความตื่นเต้นที่ใจยังเต้นตึ้กตั้กๆ จนอกกระเพื่อมอยู่

    ooooooo

    ห่านกลับไปถึงเห็นลูกค้ากำลังลองรองเท้ากันเต็มร้านไปหมด ห่านรีบเข้าไปบริการลูกค้า หอบกล่องรองเท้าหลายกล่องมาให้ลูกค้าลอง

    แอปเปิ้ลหมั่นไส้แกล้งเขี่ยกล่องรองเท้าไปขวางทาง ห่านไม่เห็นเดินสะดุดจนกล่องรองเท้าในมือร่วง รองเท้ากระเด็นเกลื่อน ห่านรู้ว่าถูกแกล้งแต่ไม่อยากมีเรื่องต่อหน้าลูกค้าจึงรีบก้มเก็บรองเท้า จู่ๆก็มีมือหนึ่งช่วยเก็บรองเท้ายื่นมาให้ตรงหน้า ห่านรับ เงยหน้าขอบคุณ พลันก็อุทาน

    “คุณน้องนุช!!”

    “ทำไมรู้จักชื่อฉันคะ” น้องนุชถาม ห่านอึกอักคิดไม่ทัน แล้วห่านก็เกือบช็อกเมื่อเห็นคุณชายเดินมาหาน้องนุชแล้วพากันเดินออกไป น้องนุชหันมองห่านอีกทีแต่ไม่เห็นแล้ว พอน้องนุชกับคุณชายเดินออกไป ห่านออกจากที่ซ่อนถอนใจเฮือก

    “เกือบซวยแล้วมั้ยล่ะ”

    น้องนุชยังติดใจที่พนักงานขายรองเท้ารู้จักตน คุณชายถามว่าพนักงานที่ใส่แว่นใช่ไหม คนนั้นเป็นแฟนของบื้อ อาจเป็นเพราะบื้อเอารูปถ่ายที่ไปเที่ยวให้ดูเลยจำได้ พอน้องนุชหายงง คุณชายเอามือขยี้หัวน้องนุชอย่างที่เคยทำ น้องนุชเลยจี้เอวคุณชายเอาคืนแล้ววิ่งหนี บังเอิญไปชนดาหลาเข้า น้องนุชรีบขอโทษ

    “ขอโทษแล้วฉันหายเจ็บไหมล่ะ นี่ห้างสรรพสินค้านะยะ ไม่ใช่สนามเด็กเล่น โตแล้วยังจะทำตัวเป็นเด็กอีก” ดาหลาเหวี่ยงใส่ พอดีคุณชายวิ่งตามน้องนุชมา ดาหลาเปลี่ยนสีหน้าทันที หันไปทักอ้อนๆ “คุณชายขา...”

    คุณชายเห็นบรรยากาศไม่ปกติถามว่าเกิดอะไรขึ้น น้องนุชบอกว่าตนชนดาหลา คุณชายหันบอกดาหลาว่านั่นเพื่อนตนเอง ดาหลาถามเหวอๆ “...เพื่อน...เอ่อ...เพื่อนคุณชายเหรอคะ”

    “ครับ...เพื่อสนิท สนิทมาก เรารู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆ” พูดแล้วโอบน้องนุช “เป็นเพื่อนที่ผมรักมากที่สุดด้วย”

    ดาหลารีบขอโทษบอกว่าตนไม่รู้ว่าเป็นเพื่อนคุณชาย น้องนุชบอกว่าไม่เป็นไร แต่คุณชายไม่ยอมขัดขึ้นว่า

    “แกไม่เป็นแต่ฉันเป็น” แล้วหันถามดาหลาหน้าตึง “ถ้าน้องนุชไม่ใช่เพื่อนผม คุณจะเอาเรื่องเขาใช่ไหม”

    ดาหลาอึกอักพยายามจะหาข้อแก้ตัว คุณชายไม่สนใจ ไม่ต้องการคำตอบ หันไปโอบน้องนุชพาเดินออกไป

    ดาหลากำมือจิกตามองตามอย่างโกรธแค้น พาลไปลงที่ห่าน...

    “เพราะแกคนเดียวนังฮันนี่!! ฉันต้องกำจัดแกให้พ้นไปจากชีวิตคุณชายให้ได้ แกคอยดู!!!”

    พากันเดินออกมานั่งที่ร้านกาแฟแล้ว คุณชายเล่าเรื่องดาหลาให้น้องนุชฟัง น้องนุชถามคุณชายอย่างไม่อยากเชื่อว่า

    “ผู้หญิงคนนั้นคือคนที่แม่แกจะให้แกแต่งงานด้วย?” คุณชายพยักหน้า น้องนุชยุว่า “อย่ายอมเชียวนะ”

    “แกนี่สมกับเป็นเพื่อนรักฉันจริงๆ ฉันไม่มีทางยอม ต่อให้ฉันรักคุณแม่มากแค่ไหนก็ตาม”

    “ฉันเห็นใจแกจริงๆ” น้องนุชเอ่ย คุณชายจับมือน้องนุชพูดอย่างซึ้งใจว่า

    “มีแกให้กำลังใจอยู่ข้างๆ ฉันไม่มีวันท้อง่ายๆ”

    น้องนุชกับคุณชายต่างยิ้มให้กำลังใจกัน...

    บ่ายวันเดียวกันนี้เอง ห่านก็แทบช็อกอีกครั้งเมื่อน้องนุชมาที่แผนกรองเท้า เรียกห่านอย่างคุ้นเคย ห่านถามเหวอๆ ว่าทำไมรู้จักชื่อตน น้องนุชบอกว่า “ฉันรู้ทุกอย่างค่ะ”

    “ทำไมคุณรู้” ห่านหน้าซีด พอน้องนุชบอกว่าคุณชายบอก ห่านตกใจผงะ “นี่คุณชายก็รู้เหรอคะ? หัวขาดแน่ๆ!”

    “แต่คุณเป็นแฟนกับคุณบื้อ ไม่ทำให้หัวขาดหรอกค่ะ” แล้วน้องนุชก็เล่าว่า ตนถามคุณชายว่าห่านรู้จักชื่อตนได้อย่างไร คุณชายบอกว่าบื้อคงเอารูปของตนให้เธอดู ห่านถอนใจเหมือนรอดตาย ผสมโรงหน้าตาเฉยว่า...

    “ใช่ค่ะใช่...บื้อเอารูปที่ไปเที่ยวสวิตฯมาให้ฉันดูค่ะ แล้วก็บอกว่าคุณเป็นเพื่อนคุณชายชื่อน้องนุช”

    ooooooo

    ที่แผนกขายชุดชั้นในชาย วันนี้สุรเดชพาเด็กๆ ของตนมาซื้อกางเกงในโปรโมชั่น บอกเด็กๆให้เลือกเอาได้ตามสบาย แล้วตัวเองก็ควงบื้อไปให้ช่วยเลือกให้
    บื้อถูกควงไป ลืมมือถือทิ้งไว้บนชั้น

    แผนกของแหม่มขายดีจนสินค้าหมดในเวลาอันรวดเร็ว พอว่างแหม่มก็ไปหาเจ๊มะพร้าว บอกว่าตนสงสัยว่าบื้อจะแอบชอบห่าน จีจี้แอบได้ยินก็แจ้นไปบอกแอปเปิ้ลต่อ

    “จะแอบชอบได้ไง ก็เขาเป็นแฟนกัน” แอปเปิ้ลย้อนถามแล้วก็นึกขึ้นมาได้เอง จิกตาพึมพำไม่พอใจ “แสดงว่าบื้อโกหก!”

    แอปเปิ้ลเดินลิ่วไปที่แผนกขายชุดชั้นในชาย สีหน้าเอาเรื่องสุดๆ กวาดตาไปทั่วก็ไม่เห็นบื้อ เลยลองโทร.หา

    อึดใจหนึ่งเสียงมือถือบื้อดังขึ้น แอปเปิ้ลเดินไปตามเสียง เห็นมือถือของบื้อวางอยู่บนชั้น แอปเปิ้ลกดวางสาย หยิบมือถือของบื้อขึ้นมาดู จังหวะที่หยิบมือไปถูกบางปุ่ม ทำให้โชว์แฟ้มภาพบนหน้าจอ

    แอปเปิ้ลชะงัก กดเปิดดู แล้วตัวเองก็แทบช็อกเพราะมีแต่รูปที่บื้อแอบถ่ายห่านตอนปลอมตัวเป็นฮันนี่ไปสวิตฯด้วยกัน แอปเปิ้ลตาวาว

    “คุณฮันนี่!!! ทำไม??? หรือว่า...ความลับของนังห่านก็คือ...บื้อกับคุณฮันนี่เป็นแฟนกัน ส่วนนังห่านคือตัวหลอก!!”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “พีค” เจ้าสาวสวยเลือกได้ลุ้นแต่ง “โต๋” หรือ “ฌอห์ณ” ใน “หว่อ อ้าย หนี่ เธอที่รัก”

    “พีค” เจ้าสาวสวยเลือกได้ลุ้นแต่ง “โต๋” หรือ “ฌอห์ณ” ใน “หว่อ อ้าย หนี่ เธอที่รัก”
    26 ต.ค. 2564

    02:01 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 26 ตุลาคม 2564 เวลา 06:15 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์