นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ซินเดอเรลล่ารองเท้าแตะ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ห่านยังไม่หมดสัญญาที่ต้องรับใช้บื้อ วันนี้หลังจากเอาอาหารกินเหลือจากร้านอาหารในโรงแรมหรูกลับมาให้กินแล้วยังต้องมาเก็บถ้วยล้างจานกองพะเนินอีก ทำไปบ่นไปอย่างเจ็บใจ...

    “คอยดูนะ ถ้าฉันได้ไปจากที่นี่ ถ้าฉันได้แต่งงานกับคุณชาย...ฉันจะไม่มีวันหวนกลับมาอีกเลย...”

    แล้วห่านก็ต้องตกใจเมื่อบื้อเอาจานอีกตั้งใหญ่มากระแทกให้ล้าง ปรามว่า “ล้างไป ไม่ต้องบ่น!”

    “ต๊าย...นี่นายนึกว่านายเป็นใครยะ ถึงมาออกคำสั่ง อ๋อ...ได้ลงหนังสือพิมพ์ ออกทีวีแค่นี้นึกว่าดังตาย นึกว่าเป็นซุปตาร์รึไงยะ...คุณบื้ออออ”

    บื้ออ้าปากจะเถียงแต่ไม่ทัน ห่านใส่ต่อ “โห...แกล้งทำดีสร้างภาพ อยากดังก็บอกมาเหอะ”

    “ใครกันที่สร้างภาพ ฉันไม่เคยแกล้งทำอะไรทั้งนั้น แต่ถึงจะแกล้งขึ้นมาจริงๆอย่างที่เธอว่า ฉันก็ยังแกล้งทำความดี ไม่ได้ ‘โกหกสร้างภาพ’ เหมือนอย่างที่เธอกำลังทำอยู่”

    ห่านบาดใจจนน้ำตาคลอ พอบื้อเห็นน้ำตาก็เสียงอ่อนลง “มันเรื่องจริง...โกหกแล้วสบายใจหรือเปล่า...เหนื่อยไหม? กลัวไหม? ว่าเขาจะจับได้ หรือไม่ก็ความลับแตกขึ้นมาสักวัน”

    “ไม่มีวันนั้นแน่นอน!!” ห่านสะอึกเข้าไปเผชิญหน้า จ้องเขม็ง ลดเสียงลงแต่เข้มและขู่ในที “ถ้านายไม่ปากโป้งสักคน ความลับของฉันไม่มีวันแตกแน่!!”

    บื้อสวนไปทันทีว่าความลับไม่มีในโลก ห่านตัดบทอย่างถือดีว่า ตนไม่รู้ ไม่สนอะไรทั้งนั้น แล้วพูดอวดโอ่ว่า “เพราะอีกไม่กี่วันนี้ ฉันก็จะได้ไปสวิตเซอร์แลนด์กับคุณชายของฉันแล้ว”

    “สวิตเซอร์แลนด์?! เธอจะไปสวิตเซอร์แลนด์กับคุณชายสองต่อสอง??!!”

    ไม่เพียงเท่านั้น บื้อยิ่งอึ้ง เมื่อห่านบอกว่าคุณชายจะพาอีกคนหนึ่งไปด้วย เป็นผู้ชายอาจเป็นคนใช้อะไรทำนองนั้น บื้อติงอย่างเป็นห่วงว่า มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้วนะ ส่ายหน้าพึมพำ “เป็นไปไม่ได้...”

    “ได้!! ในโลกนี้มันมีอะไรตั้งเยอะแยะที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่มันก็เป็นไปได้!! คอยดูละกัน ฉันนี่แหละจะทำให้นายดู!!” ห่านจ้องหน้าบื้อจริงจังอย่างใกล้ชิด บื้อใจหวิวๆ ทั้งหวั่นไหว ห่วงใย และไม่เชื่อ

    ooooooo

    วันรุ่งขึ้น ก็เป็นที่รู้กันทั่ว เมื่อคุณชายประกาศหลังการออกกำลังกายก่อนทำงานว่า

    “ทุกคนคงจะเห็นข่าวว่ามีพนักงานของเราคนหนึ่ง ได้สร้างชื่อเสียงให้กับห้างฯของเรา คนคนนั้นก็คือคุณบัญชา” ทุกสายตามองบื้อที่ยืนอึ้งอยู่ คุณชายมองบื้อพูดกับเขาว่า “เพื่อเป็นการตอบแทนความดีของคุณ ผมมีรางวัลพิเศษที่จะให้ และรางวัลพิเศษที่ผมจะให้คุณบัญชาคือ ผมจะพาคุณไปดูงานกับผมที่สวิตเซอร์แลนด์”

    เสียงพนักงานฮือฮาอย่างยินดีด้วยกับบื้อ พรเพ็ญเอ่ยขึ้นว่า

    “ปรบมือสิคะทุกคน ปรบมือแสดงความยินดีกับนายบัญชาพนักงานดีเด่นของเรา”

    เสียงปรบมือกึกก้อง คุณชายเดินไปตบบ่าบื้อที่ยังยืนอึ้งอยู่เบาๆ ทุกคนเดินไปแสดงความยินดีกับบื้อ มีแต่ห่านเท่านั้นที่กลับยืนนิ่งหน้าเครียด

    ห่านรับไม่ได้ หาทางไม่ให้บื้อไปสวิตเซอร์แลนด์ด้วย หน้ามืดจนตามบื้อเข้าไปในห้องน้ำชาย ทั้งกล่อมทั้งขู่ไม่ให้บื้อไปสวิตเซอร์แลนด์ บื้อถามว่าทำไมตนจะไปไม่ได้?

    “นายลืมข้อตกลงของเราแล้วเหรอ เวลาที่ฉันเป็นฮันนี่ นายห้ามมาอยู่ใกล้ฉันเด็ดขาด ขืนเราไปด้วยกัน ความลับแตกแน่ แล้วถ้าเกิดคุณชายรู้ความจริง ความฝันฉันก็ต้องพัง ชีวิตฉันก็ต้องพัง เพราะทั้งยัยนางงาม ยัยแอ๊บ ยัยปลากะโห้อีก ทุกคนจะต้องรุมประณามฉัน แล้วฉันก็จะไม่มีที่ให้ยืนอยู่บนโลกใบนี้”

    บื้อย้อนถามว่าไหนเธอบอกว่าไม่กลัวความลับแตกไง ห่านอ้างหน้าตาเฉยว่าก็คิดว่าบื้อไม่ได้ไปด้วย ถ้าเขาไปด้วยก็ต้องเปิดเผยความลับ บื้อมองหน้าถามว่า
    “แล้วทำไมฉันต้องเปิดเผย”

    ห่านดีใจมากโผเข้ากอดบื้อถามว่า “นายจะไม่พูด ไม่เผยความลับของฉันให้คุณชายรู้ใช่ไหม”

    “ใช่...เอ๊ย...ไม่! ไม่รู้” บื้อรู้สึกตัว เลยถูกห่านแช่งทันทีว่าพูดแล้วเอาคืนมะรืนนี้ตาย

    แต่แล้วก็กอดบื้อแน่นอีก คราวนี้โมเมขอบใจบื้อยกใหญ่ ทั้งยังขอให้ช่วยอะไรตนอีก บื้อถามว่าอะไร

    “ไม่ไปสวิสกับคุณชาย!! อย่าไปสวิสกับคุณชายเด็ดขาด บอกไปเลยว่านายป่วย หรือญาติป่วยกะทันหันอะไรก็ได้”

    “เธอนี่มันใจร้ายจริงๆ” บื้อด่าแล้วเดินงุดๆ ออกไป ห่านจ้ำตาม บรรดาผู้ชายที่เข้ามาฉี่ต่างเอี้ยวตัวบังอาวุธของตนมองตามห่านไปงงๆ

    ooooooo

    แอปเปิ้ลกับปีโป้ฟังไม่ได้ศัพท์จับเอาไปกระเดียด แจ้นไปแสดงความยินดีกับดาหลาที่จะได้ไปเที่ยวสวิสกับคุณชาย ดาหลาฟังแล้วงง เลยทำทีเอาอาหารกลางวันไปให้คุณชายในห้องเพื่อเลียบเคียงถาม

    ไม่ทันได้ถาม ตุ๊กติ๊กก็เข้ามาบอกคุณชายว่ามีเอกสารด่วน คุณชายเลยฉวยโอกาสขอตัวไปที่โต๊ะอาหารเย็นบ้านคุณชายซึ่งมีดาหลาและดา–รัณมาร่วมทานด้วย ระหว่างทานอาหารดาหลาถามขึ้นว่า

    “คุณพ่อกับคุณแม่ไปสวิสกับคุณชายด้วยรึเปล่าคะ”

    เป็นคำถามที่ทุกคนแปลกใจ คุณชายแปลกใจว่าดาหลารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร รื่นฤดีกับชนะศึกแปลกใจที่คุณชายจะไปสวิส ถามว่าจะไปเมื่อไหร่ ไปทำไม เมื่อคุณชายชี้แจงให้ฟัง รื่นฤดีเสนอให้พาดาหลาไปด้วยเชื่อว่าเธอจะช่วยงานได้เยอะ

    “ไม่ต้องรบกวนคุณดาหลาหรอกครับ ผมมีคนไปด้วย เป็นพนักงานที่ห้างฯ คราวนี้ผมไปทำงานและต้องไปหลายเมือง การเดินทางค่อนข้างลำบาก ผมเกรงใจคุณดาหลาครับ” คุณชายรีบชี้แจง รื่นฤดีพาซื่อเห็นด้วย พูดเอาใจดาหลาว่าเอาไว้เราค่อยไปกันคราวหน้า แม่กับพ่อจะได้ไปช็อปปิ้งให้สนุกเลย ดาหลารับคำหน้าเจื่อนๆ

    ข้างฝ่ายห่าน เมื่อบื้อยืนยันจะไปสวิสแน่นอน ห่านจึงจัดปาร์ตี้เอาใจเพื่อลดแรงเสียดทานจากบื้อ

    แหม่มถามว่าห่านจะไปตั้ง 7 วัน จะหาเหตุผลอะไรมาลางาน ห่านเพิ่งนึกได้หน้าเครียดไปอีก

    แต่ทุกปัญหาต้องมีทางออก ห่านออกอุบายหลอกพรเพ็ญว่าจะลาไปช่วยที่บ้านทำนา พูดเอาใจพรเพ็ญว่าตนไม่รับเงินเดือนช่วงที่ลาเพราะเกรงใจที่ลาไปหลายวัน

    “บริษัทไม่มีกฎแบบนั้น ถ้าเธอกลับไปช่วยงานที่บ้านจริง ฉันก็อนุญาต แต่ไม่ใช่ว่าโกหกแล้วไปทำอย่างอื่นนะแม่หฤทัย” พรเพ็ญจ้องหน้าอย่างจับพิรุธ ห่านยืนยันว่าไปทำนาจริงๆ แต่มือที่ไพล่หลังแอบเอานิ้วไขว้กันไว้

    เพื่อให้เพื่อนได้ไปในคราบของฮันนี่สาวไฮโซ แหม่มกับเจ๊มะพร้าวช่วยกันหาเครื่องใช้ เครื่องกันหนาวให้ บางอย่างที่ไม่แพงนักก็ซื้อของเลียนแบบ บางอย่างที่แพงเจ๊ก็ไปขอยืมจากเพื่อนที่ขายเสื้อผ้าราคาแพง มีข้อแม้อย่างเดียวคืออย่าทำเสียหายและเอาไปคืนให้เรียบร้อย

    “เออน่า...ไม่ต้องห่วง ฉันมีความสุขจริงๆล่ะแหม่ม มีความสุขมาก...มากเสียจนกลัวว่ามันจะจากฉันไปเร็ว”

    “ห่าน...แกอย่าเพิ่งคิดถึงอนาคตเลยนะ คิดถึงปัจจุบัน ทำทุกวันให้ดีที่สุด ถ้าถึงวันที่ทุกอย่างมันจบลง แกจะได้มีความทรงจำดีๆ เอาไว้ให้คิดถึงไง”

    “แกนี่เป็นเพื่อนเลิฟฉันจริงๆ ที่เข้าใจฉันทุกอย่าง ให้กำลังใจฉันทุกเรื่อง ไม่เหมือน...” แหม่มถามว่าเหมือนใคร ห่านไม่บอกชื่อ แต่แช่งลอยๆ “ใครบางคน!! เจ้าประคู้น...ขอให้มันมีอันเป็นไป ขอให้จับไข้หัวโกร๋น ปวดท้อง ท้องเสียจู๊ดๆ รึไม่ก็ขอให้มันตกเครื่องไปเมืองนอกไม่ได้ทีเทิ้ด...เพี้ยง!” ห่านพนมมือท่วมหัว

    ปรากฏว่าบื้อที่นอนหลับอยู่ดีๆ กลิ้งตกเตียงโครม พอทะลึ่งพรวดขึ้นได้ก็งงว่าตัวเองเป็นอะไร โย่งแซวว่าสงสัยตื่นเต้นจะได้ไปเที่ยวเมืองนอกมั้ง...บื้อตัดบทให้นอน แล้วตัวเองก็นอนตาวาววิบวับว่าพรุ่งนี้ก็จะได้ไปเมืองนอกแล้ว...

    ooooooo

    ทั้งสามเดินทางไปถึงสวิตเซอร์แลนด์ เข้าพักในโรงแรมหรู เพื่อนของชนะศึกคุณพ่อของคุณชาย ได้รับการต้อนรับจากเจ้าของโรงแรมอย่างอบอุ่น

    ปัญหาที่ห่านต้องเครียดคือการทักทายและสนทนากับเจ้าของโรงแรมเป็นภาษาอังกฤษ ห่านพอเดาได้งูๆปลาๆ ก็กล้อมแกล้มเอาตัวรอดได้ แต่บื้อกลับทักทายได้อย่างฉะฉานจนห่านงง แอบกระซิบถามว่า พูดภาษาอังกฤษได้ยังไง

    “ก็ได้สิ...ได้ดีกว่าเธอละกัน” พูดแล้วยักคิ้วให้อย่างเหนือกว่า

    “คุณฮันนี่ คุณบื้อ เราไปดูห้องพักกันเถอะ” คุณชายชวนขัดจังหวะขึ้น ระหว่างไปห้องพัก คุณชายคอยเทกแคร์ห่านอย่างสุภาพบุรุษจนบื้อแอบมองห่านอย่างหมั่นไส้ที่ทำตัวราวกับเจ้าหญิง

    ห่านตื่นเต้นกับห้องพักหรู รู้สึกตัวเองเหมือนตกอยู่ในความฝัน จนเมื่อได้เวลานัดที่คุณชายจะพาไปเที่ยวทะเลสาบกัน ห่านดีใจมากรีบลงไป แต่แล้วก็เสียความรู้สึกเมื่อรู้ว่าคุณชายชวนบื้อไปด้วย

    ระหว่างเที่ยวชมทะเลสาบ มีโทรศัพท์เข้ามือถือ คุณชายจึงเดินแยกไปคุยโทรศัพท์ เหลือแต่ห่านอยู่กับบื้อ ทั้งสองเลยถอดหน้ากากออก พูดคุยกันดิบๆแบบบื้อกับห่าน

    บื้อมองตามคุณชายที่แยกไปคุยโทรศัพท์ พูดเปรยๆ แต่จงใจกรีดอารมณ์ของห่านว่า “แฟนโทร.มาชัวร์”

    “คุณชายยังไม่มีแฟนย่ะ!!” ห่านแว้ดใส่

    “รู้ได้ไง เขาเคยบอกเธอหรือ? ไง...ไม่เคยบอก ใช่ป่ะ” บื้อรุกจนห่านพูดไม่ออก เดินหน้าหงิกออกไป บื้อเดินตามกระทุ้งต่อ “ผู้ชายเพอร์เฟกต์อย่างคุณชาย ทั้งหล่อทั้งรวย มีเหรอจะเหลือ”

    “ไอ้บ้าบื้อ!! เงียบไปเลย ยังไงฉันก็เชื่อว่าคุณชายยังไม่มีแฟน นายไม่ต้องมาพูดให้ฉันหวั่นไหวหน่อยเลย” ห่านหันขวับ ตาวาวราวกับงูจะฉก แล้วเดินหนี บื้อตามไปอีก ห่านหันแว้ดใส่ “ตามฉันมาทำไม”

    พอบื้อบอกว่าไม่ได้ตาม ห่านก็บ่นว่าเมื่อไหร่คุณชายจะมาเสียที ยกมือขึ้นเป่าให้อุ่น บื้อเหล่ๆ แล้วถอดเสื้อตัวเองเดินไปจะคลุมให้ ห่านรู้ตัวหันขวับบอกว่าตนไม่หนาว แต่เสียงที่พูดสั่น ฟันกระทบกันกึกๆ

    “เธอนี่มันจอมหลอกลวงจริงๆ หลอกว่าไม่ใช่ตัวเอง หลอกว่าตัวเองไม่หนาว แล้วยังจะหลอกอะไรอีกเนี่ย”

    ห่านทำปากแข็งว่าไม่หนาว แต่พอบื้อไม่ง้อก็หันมาคว้าเสื้อจากบื้อไปคลุมเพราะทนหนาวไม่ไหว

    ทั้งสองเดินหนีกันไปจนถึงน้ำพุ ห่านให้บื้อถ่ายรูปให้ เป็นจังหวะที่น้ำพุเปิดพอดี ห่านตกใจเซจะล้ม บื้อโผเข้ารับไว้เลยเหมือนกอดกัน เป็นจังหวะที่คุณชายกลับมาพอดี ถามอย่างเป็นห่วงว่า “คุณฮันนี่เป็นอะไรมากไหมครับ” แล้วเปลี่ยนแผนชวนกลับโรงแรมกันดีกว่า พลางประคองห่านพาเดินกลับ

    บื้อมองตามอย่างหมั่นไส้...แต่ใจกลับวูบๆ พิกล...

    ooooooo

    ระหว่างที่ห่านกับบื้อไม่อยู่ โย่งได้โอกาสสานสัมพันธ์กับแหม่ม ตกเย็นก็ชวนกลับบ้านด้วยกัน แหม่มเลยหลอกใช้ให้ไปช่วยถือของที่ตลาดนัด ซื้อของจนโย่งทั้งหิ้วทั้งหนีบจนเกือบจะต้องคาบ แหม่มแอบดูยิ้มสะใจที่ได้แกล้งโย่ง

    พอกลับถึงบ้านโย่งวางของแล้วอ้อนขอน้ำเย็นสักแก้ว แหม่มบอกให้ไปรอข้างนอกเพราะตนอยู่คนเดียวไม่อยากให้คนนินทา โย่งออกไปอย่างว่าง่าย แต่พอออกไปแหม่มก็ปิดประตูปัง โย่งเคาะประตูเรียก

    “แหม่มๆ ปิดประตูทำไม แหม่ม...”

    “กลับบ้านไปซะ แล้วก็อย่ามายุ่ง อย่ามาตอแยวอแวกับฉันอีก” แหม่มตะโกนออกมาอย่างไร้เยื่อใย

    โย่งเศร้า กลับไปเล่าให้ลุงจ๊อดฟัง ลุงจ๊อดสอนโย่งว่า จีบผู้หญิงมันต้องค่อยเป็นค่อยไป ต้องอดทน ต้องพยายาม ชี้ให้โย่งเห็นจุดที่ต้องปรับปรุงของตัวเอง ทั้งการพูดเสียงดังเกินเหตุและโทนเสียง โจ๊กติงว่าทำแบบนี้ถ้าแหม่มจับได้ว่าโย่งเสแสร้งไม่ดีแน่

    เสียงโทรศัพท์ของโจ๊กดังขัดจังหวะขึ้น เป็นสายจากคุณหนูจ๋า โทร.มาถามหาบื้อ โจ๊กบอกว่าบื้อไปต่างประเทศอีกอาทิตย์หนึ่งถึงจะกลับ ถามว่ามีอะไรที่ตนจะช่วยได้ไหม

    คุณหนูจ๋าจึงให้โจ๊กพาไปซื้อสายกีตาร์ให้ ระหว่างรอสายกีตาร์กับคุณหนูจ๋า โจ๊กเห็นอูคูเลเล่ จึงหยิบเล่นแก้เก้อ คุณหนูจ๋าชมว่าโจ๊กเล่นได้เพราะมาก ขอให้สอนตนด้วย โจ๊กรับสอนให้ด้วยความดีใจ

    ooooooo

    วันรุ่งขึ้น น้องนุชมาหาคุณชายที่โรงแรม ทั้งสอง ต่างดีใจมาก น้องนุชตีแขนคุณชายอย่างสนิทสนม ส่วนคุณชายก็ขยี้หัวน้องนุชอย่างมันเขี้ยว

    ทีแรกห่านก็รู้สึกเจ็บแปลบที่ทั้งคู่สนิทสนมกันมาก แต่พอรู้ว่าทั้งสองเรียนและโตมาด้วยกัน เป็นเพื่อนที่สนิทกันมากก็โล่งใจ

    น้องนุชพาทั้งสามไปที่โรงเรียนกลียอง แนะนำว่าเป็นโรงเรียนสอนการโรงแรมที่ดีที่สุดในโลก คุณชายเสริมว่า ตนกับน้องนุชก็เรียนจบจากที่นี่ แล้วบอกน้องนุชว่า “คุณฮันนี่จบจากเท็กซัส”

    “อ๋อ...จบด้านไหนเหรอคะ”

    ห่านอึกอัก เลยทำลูกเล่นว่า “แฮ่...ไม่ใช่การบริหาร และการโรงแรมอย่างคุณชายและคุณน้องนุชแน่ๆค่ะ ไม่ต้องกลัวว่าฮันนี่จะแย่งงาน” พูดแล้วหัวเราะ จนน้องนุชกับคุณชายพลอยหัวเราะไปด้วย คุณชายกระซิบถามน้องนุชว่า เป็นไง?

    “น่ารักดี...ผ่าน”

    บื้อกระอักกระอ่วนใจกับลีลาลื่นเป็นปลาไหลของห่าน แต่ก็ทำได้แค่ส่ายหัวยิ้มฝืดๆกับตัวเอง

    ooooooo

    โย่งยังพยายามที่จะเอาชนะใจแหม่ม วันนี้เห็นเจ๊มะพร้าวกับแหม่มนั่งกินอาหารในห้องอาหารพนักงาน ก็เอาดอกไม้ซ่อนไว้ข้างหลังเดินเข้าไปหา ดัดเสียงหล่อพูด...

    “ดอกไม้ที่ว่าสวย เมื่ออยู่กับแหม่มยังเฉาได้เลยนะครับ” แล้วถือวิสาสะนั่งข้างๆ แหม่ม “ผมมีเรื่องอยากปรึกษา” แหม่มมองอย่างระแวงว่าโย่งจะมาไม้ไหน โย่งดัดเสียงหล่อถาม “ข้อหาลักลอบแอบชอบผู้อื่น โดยไม่ได้รับอนุญาต ผิดกฎหมายมาตราไหนครับ”

    “จะไปรู้เรอะ!”

    “แหม่มมีเข็มกะด้ายไหม?”

    “เอาไปทำไม?!”

    “จะเอามาเย็บหัวใจ เพราะเห็นหน้าแหม่มทีไร ใจมันจะขาดดดด...”

    เจ๊มะพร้าวสำลักอาหารพรวดออกมา แหม่มเองก็จุกพูดไม่ออก โย่งยิ้มแฉ่งนึกว่าทีเด็ดของตนได้ผล

    “เออ...แหม่ม ไปทำงานก่อนนะ ฝากเก็บจานด้วย” เจ๊มะพร้าวสุดจะทนนั่งต่อไปได้ ลุกเดินออกไป แหม่มบอกให้รอด้วย หันมองโย่งอย่างไม่พอใจ โย่งขยับจะพูดอะไรอีก แหม่มยกมือห้ามจนฝ่ามือเกือบติดหน้าโย่ง

    “หยุด!! ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว” ว่าแล้วลุกสะบัดไป โย่งรีบตามบอกว่ายังมีอะไรอีกหลายอย่างจะพูดกับเธอ แต่แหม่มจ้ำอ้าวไม่เหลียวหลัง อารามรีบเลยสะดุดขาตัวเองจะล้ม โย่งพุ่งเข้าพยุงไว้ในวงแขน อ้าปากจะพูดอีก แหม่มรีบห้าม “ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น...ถ้านายพูดอีกคำเดียว ฉันจะไม่ขอเจอหน้านายอีก”

    โย่งรีบเอามือปิดปากตัวเองแน่น แหม่มหันเดินอ้าวไปแบบอยากจะบ้าตาย โย่งมองตามตาละห้อย...

    ooooooo

    น้องนุชพาทั้งสามเยี่ยมชมวิธีปูเตียงและการพับผ้าขนหนูเป็นรูปสัตว์ ตลอดจนเรียนรู้ว่าน้ำยาแบบไหนใช้ได้ดีกับพื้นประเภทไหน

    ห่านดูแล้วบ่นเสียดายว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะขอให้คุณหญิงแม่ส่งตนมาเรียนที่นี่ จะได้เป็นกุลสตรีที่เก่งสารพัดอย่าง บื้อหมั่นไส้ดักคอว่า

    “คุณฮันนี่ขอคุณหญิงแม่มาเรียนตอนนี้ก็ยังไม่สายนะครับ” ถูกห่านถลึงตาใส่ บื้อรีบแก้ตัว “ผมแค่เสนอแนะ”

    น้องนุชสนับสนุนข้อเสนอแนะของบื้อ ห่านพูดออกตัวว่าตนอายุมากเกินกว่าที่จะเรียนแล้ว น้องนุชพูดให้กำลังใจว่าที่นี่คนอายุ 50 ก็ยังมาเรียนกัน บื้อได้ทีแกล้งยุห่านให้เขียนใบสมัครเลย เธอแอบจิกตาใส่บื้อแล้วหันไปยิ้มหวานพูดกับคุณชายและน้องนุชว่า

    “ฮันนี่อยากเรียนมากเลยนะคะ แต่คุณหญิงแม่คงไม่ยอม เพราะฮันนี่เพิ่งกลับมาจากอเมริกาไม่กี่เดือน แล้วอีกอย่างท่านไม่อยากให้ลูกสาวคนเดียวของท่านต้องไปอยู่ไกลๆ อีกน่ะค่ะ”

    บื้อทั้งอึ้งทั้งทึ่ง ที่ห่านเอาตัวรอดได้ชนิดจับไม่ติดไล่ไม่จนจริงๆ แต่ก็ยังหาทางแกล้งห่าน ยอว่าห่านปูเตียงเก่ง คุณชายบอกว่าอยากเห็นจัง ห่านถูกต้อนเข้ามุมเลยจำต้องปูเตียงอย่างทุลักทุเล จนคุณชายกับน้องนุชทนไม่ได้ต้องมาช่วยจึงสำเร็จ กระนั้นคุณชายก็ยังให้กำลังใจชมว่า

    “เก่งมากครับ” แล้วหันไปถามน้องนุช “แค่นี้ก็เก่งมากแล้วใช่ไหม”

    น้องนุชยิ้มให้กำลังใจว่าขนาดไม่ได้เรียนทำได้แค่นี้ก็นับว่าเก่งแล้ว ห่านพูดออกตัวแต่ก็ยังคุยโวในทีว่า ตนไม่ถนัดงานบ้านเพราะที่บ้านมีคนใช้ทำให้ตลอด ทำเอาบื้อหมั่นไส้จนเกือบทนไม่ได้

    น้องนุชชวนไปดูที่อื่นต่อ คุณชายเดินตามน้องนุชไป ห่านเลยหันไปด่าบื้อที่ป่วนตน แต่พอเงื้อมือจะทุบก็เจ็บเอวแปล๊บเพราะปูเตียงเมื่อครู่นี้ เลยถูกบื้อหัวเราะเยาะว่า “เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะคุณฮันนี่”

    “ไอ้บ้า!! ฉันอยากจะฆ่าแก!!”

    ครั้นไปถึงแผนกทำอาหาร น้องนุชอวดว่าคุณชายทำเปปเปอร์สเต๊กอร่อยมาก ระหว่างนั้นทั้งสองหยอกล้อถึงอดีตที่คุณชายทำเปปเปอร์สเต๊กให้น้องนุชทดลองชิมจนท้องเสียกันอย่างสนุกสนาน ห่านมองแล้วแอบเจ็บจี๊ดในใจ แกล้งขัดขึ้นว่า

    “ถ้ายังไงกลับกรุงเทพฯแล้ว คุณชายทำเปปเปอร์สเต๊กให้ฮันนี่ทานบ้างจะได้ไหมคะ”

    “ได้สิครับ รับรองท้องไม่เสีย” คุณชายพูดติดตลก น้องนุชบอกห่านว่าอย่าเชื่อ เลยถูกคุณชายล็อกคออย่างมันเขี้ยว ห่านเลยยิ่งเซ็ง บื้อเห็นสีหน้าห่านอ่านใจเธอออก เลยชวนเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศให้ห่านหายเซ็งว่า

    “แหม...ได้กลิ่นหอมๆ แล้วมันหิวจังครับ”

    “จริงสิ...น่าจะหิวกันแล้ว เราไปทานอาหารกันเถอะค่ะ” น้องนุชนึกได้เลิกหยอกกับคุณชาย พาไปทานอาหารกัน

    ooooooo

    พอไปถึงโต๊ะอาหารที่จัดอย่างเป็นทางการ ห่านกับบื้อมองช้อน ส้อม มีดที่มีหลายอันตรงหน้างงๆ นักเรียนเข้ามาเสิร์ฟซุปให้ทุกคน

    “ลองชิมดูนะครับ คุณฮันนี่ อร่อยมาก” คุณชายเอ่ย ห่านยังจัดการไม่ถูก ตอบค่ะๆ แต่ยังงงๆ บื้อเห็นห่านยังงงเลยบอกคุณชายว่า ตนใช้ช้อน ส้อม อะไรเยอะแยะนี่ไม่ถูกเลย

    “ขอโทษทีที่ลืมบอก ง่ายๆ เลยนะ ให้เริ่มใช้อุปกรณ์จากด้านนอกสุดเข้ามา”

    คุณชายสอนบื้อ แต่ห่านแอบดูแอบจำ พอคุณชายสอนเสร็จถามบื้อว่า แค่นี้เองโอเคไหม ห่านเผลอตอบ “โอเคค่ะ” คุณชายจึงให้ทุกคนทานกันเลย

    เพราะแอบจำตอนคุณชายสอนบื้อ ห่านเลยใช้อุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างมั่นใจ เมื่อนักเรียนมาเก็บจานออกไปหมดแล้ว ห่านเอาผ้าขึ้นเช็ดปาก ชมว่า

    “อาหารอร่อยมากค่ะ อิ่มจนท้องจะแตก”

    บื้อชมประชดว่าเก่งมาก ห่านมองตาเขียวถามว่า หมายความว่าไง!

    “คุณฮันนี่เก่งมาก ทานเก่งมาก ตัวนิดเดียวทานหมดทุกจานเลย”

    ห่านไม่ขำแต่ต้องทำเป็นหัวเราะกัดฟันขอบคุณบื้อที่ชม น้องนุชจึงชวนไปหาอะไรทำช่วยย่อยกันดีกว่า

    นั่นคือ พาไปแผนกทำช็อกโกแลต น้องนุชกับคุณชายช่วยสอนการทำช็อกโกแลต ไม่นานคุณชายก็ชวนน้องนุชเป็นเพื่อนไปห้องน้ำหน่อย ห่านฟังแล้วสะอึก บ่นอุบอิบ

    “แค่ไปห้องน้ำก็ต้องไปด้วยกัน ทุเรศ!!”

    “ห่างกันไม่ได้ไง...คนเขารักกันเขาก็ต้องตัวติดกัน” บื้อแกล้งยั่ว เลยถูกห่านเอาอุปกรณ์ตีหัว ยืนยันเสียงเขียวว่าไม่จริง คุณชายบอกว่าเป็นแค่เพื่อนสนิทกับคุณนุชเท่านั้น “เฮ้ย...เจ็บนะ นี่...คุณฮันนี่ ฉันพูดตรงๆ นะ เลิกหลอกตัวเองได้แล้ว เธอไม่เหมาะสมกับคุณชายเขาหรอก คุณน้องนุชเขาทั้งสวย มีสมอง มีฐานะ เหมาะสมกับคุณชายมากกว่าเธอ”

    “นี่แน่ะ หยุดพูด หุบปาก!!” ห่านตีหัวบื้ออีกสองป้าบ บื้อคลำหัวป้อยๆ บอกว่าที่พูดนี่เพราะเป็นห่วง “ห่วง?! จะมาห่วงฉันทำไม ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับนาย!”

    “ก็เออ...ไม่ได้เป็นอะไรกัน...แต่ก็เห็นว่าบ้านใกล้กัน ทำงานที่เดียวกัน...แล้วก็เกิดมากระจอกเหมือนกัน ก็ไม่อยากให้ฝันสูง ตกลงมามันจะเจ็บ จะเป็นห่านปีกหัก!!”

    แม้ห่านจะอึ้งไปกับการเตือนสติของบื้อ แต่ก็ยังดื้อ รั้น ไม่ยอมรับความจริง ทำเสียงเข้มว่า

    “ไม่! ไม่มีทาง!! ทำไม คนเราเกิดมากระจอกแล้วต้องกระจอกไปตลอดชีวิตรึไง!!”

    บื้ออึ้งไปกับความฉุนเฉียวเกรี้ยวกราดของห่าน

    “แล้วคนอย่างนาย มันเจ๋งยังไงถึงกล้ามาดูถูกฉัน คอยดูนะ คนอย่างฉัน ไม่มีวันจะเป็นห่านปีกหักอย่างที่นายว่า แต่สักวัน ฉันต้องเป็นนางพญาผึ้ง!!  เป็นราชินีผึ้ง!! ส่วนนายก็เป็นไอ้บ้าบื้อกระจอกอยู่อย่างนี้ต่อไปแล้วกัน!!”

    ด่าแล้วห่านวิ่งออกไปเลย บื้อถอนใจบ่นงงๆ

    “อ้าว...อะไรวะเนี่ย???”

    ooooooo

    บื้อตามห่านไปอีก ถูกห่านด่าว่าเป็นเปรต เป็นเจ้ากรรมนายเวรรึไงถึงเดินตามมาขอส่วนบุญ! บื้อเคือง พูดแทงใจดำว่า

    “โกรธตัวเอง น้อยใจตัวเอง แล้วพาลมาลงที่ ฉัน...มีสิทธิ์อะไร? ก็แค่อยากจะเตือนให้เจียมตัว อย่าเพ้อ อย่าดราม่า” ห่านหันขวับมาจะเถียง ถูกบื้อชี้หน้า “อย่าหาว่าทวงบุญคุณเลยนะ แต่ไปคิดดูดีๆ ถ้าไม่มีฉันคอยช่วยไว้ตั้งกี่ครั้งกี่หน ป่านนี้เธอมีหวังเละเป็นโจ๊กห่านไปแล้ว ยัยห่าน...ยัยห่าน...ยัยห่าน!!!” บื้อเรียกย้ำเหมือนจะให้ห่านจำตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง

    ได้ผล...ห่านคิดทบทวนหลายเหตุการณ์ที่บื้อช่วยมาตั้งแต่แรกจนกระทั่งสุดท้ายเรื่องใช้ช้อน ใช้ส้อม บนโต๊ะอาหาร บื้อยังด่าอย่างอารมณ์ค้างว่า

    “ไม่ขอบใจสักคำแล้วยังมาด่า หาว่าเป็นเปรต เป็นเจ้ากรรมนายเวร เวร!! เวรของไอ้บื้อแท้ๆ”

    บื้อทำเป็นไม่พอใจมาก จนห่านชักเสียวว่าถ้าไม่มีบื้ออยู่ด้วยตนซวยแน่ เพราะต้องรับสถานการณ์อยู่คนเดียว เลยกลับลำ ทำเป็นง้อ พอบื้อสะบัดหน้าใส่ก็แกล้งแหย่ว่า “ตุ๊ดป่าวเนี่ย?” บื้อเลยหันมาด่า ห่านโดนด่าแทนที่จะโกรธกลับเอ่ยขอโทษ ที่เมื่อกี๊ตนของขึ้นไปหน่อย พูดอย่างเห็นความดีของบื้อว่า

    “ฉันมาคิดๆดู ไอ้ที่นายพูดมามันก็จริงเนาะ” บื้อดีใจนึกว่าห่านจะเลิกหลอกตัวเองอย่างตนพูด ที่ไหนได้ ห่านกลับบอกว่า “ฉันหมายถึงว่า ที่นายบอกว่าถ้าไม่มีนายคอยช่วย ป่านนี้ฉันคงเละไปแล้วตะหากล่ะ เพราะฉะนั้น จากนี้ไปนายจะทิ้งฉันไม่ได้ นายต้องคอยช่วยเหลือฉันตลอดไป!” พอบื้อร้องเฮ้ย! ห่านลอยหน้าบอกว่า “ช่วยไม่ได้เพราะนายดันมารู้ความลับของฉันตั้งแต่แรก”

    บื้อปฏิเสธวุ่นวายว่าไม่เอา ไม่รับ เลยถูกห่านเอานิ้วจิ้มลงในหม้อช็อกโกแลต บีบปากบื้อเอานิ้วป้ายปากบื้อแล้วเอากลับมาป้ายปากตัวเองโมเมว่า

    “นี่แน่ะ!! ช็อกโกแลตร่วมสาบาน ฉันถือว่านายสัญญา สาบานกับฉันแล้วว่าจะไม่ทิ้งฉัน จะอยู่กับฉันตลอดไป!”

    ทั้งสองมองตากันอย่างใกล้ชิด ต่างอึ้ง...

    เมื่อน้องนุชที่คุณชายแกล้งให้พาไปห้องน้ำเพื่อวางแผนที่จะทำเซอร์ไพรส์ฮันนี่กลับเข้ามา เธอถามทั้งสองว่าทำอะไรกันอยู่ เห็นปากบื้อเปื้อนช็อกโกแลตก็เข้าไปเช็ดให้ ห่านเห็นแล้วใจวูบๆวาบๆ พิกล แต่พอเช็ดให้บื้อเสร็จน้องนุชก็หันมาจะเช็ดให้ห่าน

    “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเช็ดเองได้...เอ่อ...คุณชายล่ะคะ ...คุณชายไปไหน”

    “เออ...จริงสิ ชายติดธุระด่วนเลยฝากให้ฉันช่วยเทคแคร์คุณสองคนก่อนน่ะค่ะ” น้องนุชตอบยิ้มอย่างมีเลศนัย

    ห่านเห็นน้องนุชเช็ดช็อกโกแลตที่ปากให้บื้อแล้วใจหนึ่งวูบๆวาบๆ แต่อีกใจก็แอบคิดว่า...

    “ถ้านายบื้อจีบคุณน้องนุชสำเร็จ...เราก็จะหมดคู่แข่ง...ฮิๆๆ”

    ooooooo

    ดาหลากับดารัณมาทานข้าวกับรื่นฤดีและชนะศึกทุกเย็น จนเหมือนคนในครอบครัวเดียวกันไปแล้ว

    ได้เวลาอาหาร ชนะศึกยังไม่ลงมา ดาหลาจึงอาสาไปตาม ไปถึงหน้าห้องเห็นประตูแง้มๆอยู่ได้ยินเสียงชนะศึกคุยโทรศัพท์กับคุณชาย ดาหลาเลยหยุดแอบฟัง

    “หนูดาหลามาที่นี่ทุกวัน ตั้งแต่แกไปสวิต ครั้งนี้แม่แกเอาจริงแน่...ฉันรู้...ว่าแกไม่ได้ชอบหนูดาหลา แต่แม่แกชอบ แล้วแกจะทำยังไง...ว่าไงนะ นี่หนูฮันนี่อยู่สวิตกับแก!!...อย่าให้แม่แกรู้เชียวเจ้าชาย มีหวังแม่แกช็อกตายแน่”

    แต่คนที่ช็อกคือดาหลา เธอหันหลังกลับไปขอตัวกลับบ้านกับรื่นฤดี ดารัณถามว่าเป็นอะไร พอดีชนะศึกเข้ามา ดาหลาเลยโบ้ยให้ถามคุณพ่อเอาเอง ชนะศึกถามงงๆว่า “แล้วพ่อจะไปรู้ได้ไงจ๊ะว่าหนูเป็นอะไร”

    “เมื่อสักครู่ตอนที่ดาหลาไปตามคุณพ่อ ดาหลาได้ยินคุณพ่อคุยโทรศัพท์กับคุณชายค่ะ ดาหลาก็เลยทราบว่าคุณชายไปสวิตกับคุณฮันนี่” พูดแล้วบีบน้ำตาคร่ำครวญว่าตลอดมาตนไม่ได้อยู่ในสายตาคุณชายเลย แล้วยกมือไหว้ลากลับไป

    รื่นฤดีบอกดารัณให้รีบไปปลอบใจดาหลาแล้วหันมาทางชนะศึก เห็นกำลังย่องจะหลบไปพอดีอ้างว่าจะไปเข้าห้องน้ำ รื่นฤดีไม่ยอมให้ไปคาดคั้นว่าชนะศึกกับคุณชายช่วยกันปกปิดเรื่องผู้หญิงคนนั้นไม่ให้ตนรู้ใช่ไหม!

    “ผมไม่รู้เรื่อง ผมเองก็เพิ่งรู้เมื่อตะกี๊ว่าลูกไปกับคุณฮันนี่”

    “ตาชายนะตาชาย กล้าโกหกแม่ได้ยังไง ถ้าตาชายกลับมาเมื่อไหร่ ฉันจะจัดงานหมั้นให้ตาชายกับหนูดาหลาทันที”

    “ซวยแล้วเจ้าชายเอ๊ย...เฮ้อ...” ชนะศึกแอบบ่น

    ฝ่ายดารัณกลับถึงบ้านก็ชมดาหลาว่าฝีมือการแสดงของลูกสุดยอด ดาหลาบอกแม่สีหน้าแช่มชื่นว่า

    “ดาหลาได้พรสวรรค์ข้อนี้จากคุณแม่นั่นแหละค่ะ ยังไงดาหลาก็ต้องเป็นคนที่ยืนเคียงข้างคุณชายเพียงคนเดียวเท่านั้น คนอื่นไม่มีสิทธิ์” เธอจิกตาร้ายกาจ ดารัณพยักหน้ามองลูกอย่างพอใจ

    ooooooo

    น้องนุชพาห่านกับบื้อไปชมปราสาท Chillon ซึ่งเป็นปราสาทเก่าแก่กว่าพันปี ทั้งสองตื่นตาตื่นใจมาก แต่พอพาเดินต่อไปไม่กี่ก้าวก็หยุด เมื่อมี Butler ตรงมาผายมือเชิญห่าน

    ห่านงงๆ ตื่นๆ น้องนุชบอกว่าไปกับเขาเถอะไม่ต้องกลัว

    เมื่อห่านออกมาอีกทีทั้งน้องนุชและบื้อมองอึ้งในความสวยสง่าของเธอ น้องนุชเอ่ยอย่างยินดีว่า

    “ห่วงว่าคุณฮันนี่จะมีความสุขกับอาหารมื้อค่ำนะคะ...คุณชายรออยู่ค่ะ” เมื่อ Butler พาห่านไปแล้ว น้องนุชหันมาชวนบื้อกลับโรงแรม บื้อบอกว่าอยากเดินเล่นแถวนี้ก่อน แต่ที่แท้อยากรู้ว่าห่านกับคุณชายจะทำอะไรกัน

    ห่านเหมือนตกอยู่ในความฝันอีกครั้ง เมื่อได้รับการต้อนรับดูแลจากคุณชายราวกับตนเป็นเจ้าหญิง ยิ่งเมื่อคุณชายชูแก้วไวน์ขึ้นเอ่ย “อาหารมื้อนี้เป็นมื้อพิเศษของผมกับคนพิเศษของผมเท่านั้นครับ” ห่านก็แทบตัวลอย

    ส่วนบื้อที่แอบดูทั้งสองทานกันไปคุยกันไปอย่างยิ้มแย้มมีความสุข ก็เดินจากไปเงียบๆ เศร้าๆ

    วันต่อมา ห่านกับบื้อได้ไปชมหิมะขาวโพลนกัน ห่านตื่นเต้นที่ได้เห็นหิมะเป็นครั้งแรก จนถูกบื้อขัดคอให้รู้ตัว ห่านเลยต้องรีบแก้ว่าเพิ่งได้เห็นหิมะเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน เพราะปกติตนกับครอบครัวมักจะไปเล่นสกีกันเป็นประจำทุกปีอยู่แล้ว บื้อหมั่นไส้ที่ห่านคุยเว่อร์ไม่กระดากปาก เลยเสนออีกว่า “ผมต้องรบกวนคุณฮันนี่ให้สอนผมเล่นสกีหน่อยนะครับ”

    “คุณฮันนี่ครับ ผมกับน้องนุชต้องเข้าไปคุยงานกันสักครู่...ฝากคุณฮันนี่ด้วยนะครับคุณบื้อ” คุณชายเอ่ย

    พอคุณชายกับน้องนุชแยกไป ห่านก็หันมาเล่นงานบื้อทันทีถามว่าเขาจงใจแกล้งตนใช่ไหม บื้อโต้ว่าเธอต้องขอบใจตนด้วยซ้ำที่พูดเตือนสติให้รู้ว่าเธอกำลังแสดงออกว่าไม่เคยเห็นหิมะมาก่อน ห่านเลยเสียงอ่อนแต่ไม่วายคุยอวดว่า

    “เมื่อวานที่ฉันดินเนอร์กับคุณชายที่ปราสาท นายรู้ไหมว่าคุณชายเทคแคร์ฉันดีมากกก...และคุณชายก็บอกฉันว่าคุณนุชไม่ใช่คนพิเศษของคุณชาย มันก็แปลว่ามีโอกาสที่คุณชายจะชอบฉัน”

    “เงียบได้แล้ว!! หนวกหู...ฉันต้องการชมวิวอย่างสงบ” บื้ออารมณ์บูดกะทันหันจนห่านหน้าเสีย เลยปั้นหิมะปาหัวบื้อจนร้องลั่นแล้วหันเอาคืน เลยกลายเป็นสองคนปั้นหิมะปาใส่กันไปมาจากปากันโกรธๆกลายเป็นปาไปหัวเราะไปอย่างสนุกสนาน พอห่านโดนจังๆ ก็ร้องเจ็บ บื้อรีบมาดู ปรากฏว่าถูกหลอก พอบื้อเผลอ ห่านก็คว้าหิมะโปะใส่หัวเขาขาวโพลน

    “นายนี่มันบื้อสมชื่อจริงๆ นายตามฉันไม่ทันหรอกนายซื่อบื้อ” ห่านหัวเราะชอบใจปัดมือไปมาแล้วเดินไป

    บื้อเห็นห่านหัวเราะตาเป็นประกายอย่างธรรมชาติก็ยิ้มออกมา พอรู้ตัวก็ถามตัวเองว่า “ยิ้มทำไมวะเรา...เฮ้อ...”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “พีค” เจ้าสาวสวยเลือกได้ลุ้นแต่ง “โต๋” หรือ “ฌอห์ณ” ใน “หว่อ อ้าย หนี่ เธอที่รัก”

    “พีค” เจ้าสาวสวยเลือกได้ลุ้นแต่ง “โต๋” หรือ “ฌอห์ณ” ใน “หว่อ อ้าย หนี่ เธอที่รัก”
    26 ต.ค. 2564

    02:01 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 26 ตุลาคม 2564 เวลา 05:51 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์