นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ซินเดอเรลล่ารองเท้าแตะ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ฮันนี่ ในคราบสาวไฮโซ ใส่รองเท้าส้นสูง แบรนด์เนม ใส่แว่นดำ ต่างหู ดูดี สะพายกระเป๋าแพงระยับ เดินอย่างมั่นใจสง่างามราวนางแบบที่เดินอยู่บนแคทวอร์ค

    ทุกย่างก้าวที่ฮันนี่เดินผ่าน สายตาทุกคู่มองเธอเป็นตาเดียว ชายหนุ่มและไม่หนุ่มมองกันตาเป็นประกาย บางคนถึงกับสะดุดพื้นหน้าแทบคะมำ
    ฮันนี่ยิ้มอย่างมีความสุขกับความโดดเด่นเป็นสง่าของตัวเอง...

    เสียงรถเมล์จอดเอี้ยดดด กระชากฮันนี่จากภวังค์!

    ความจริงที่อยู่กับตัวฮันนี่ คือ “ห่าน” เด็กสาวในชุดธรรมด๊า...ธรรมดา รวบผมหลวมๆมีหลุดมาหร็อมแหร็ม ใส่รองเท้าส้นสูงเก่าๆ กระดำกระด่าง ใส่แว่นสายตากรอบมอๆ และสะพายกระเป๋ารุ่นป้ารุ่นยาย

    “ฮึ่ย!! กำลังฝันเพลินๆ!! อารมณ์เสีย!!!” ห่านบ่นเซ็งๆ ที่แม้แต่ความฝันที่ทำให้มีความสุขเล็กๆน้อยๆ ก็ยังถูกทำลาย ยิ่งเมื่อรถเมล์จอด ทุกคนกรูกันแย่งขึ้นรถ เบียดเสียดกัน ห่านถูกชนกระเด็น “ไม่เห็นคนรึไง!! ชนมาได้ บ้าเอ๊ย!!” ห่านด่าแล้วพุ่งเข้าเบียดแทรกขึ้นรถเมล์จนสำเร็จ

    กว่าจะแย่งขึ้นรถเมล์ได้ก็แทบต้องเอาชีวิตเข้าแลก แต่พอรถแล่นมาได้ไม่นาน รถเจ้ากรรมก็เกิดเสียกลางสะพาน ผู้โดยสารแย่งกันลงจากรถอีก เช้านี้ ห่านจึงรู้สึกสมเพชตัวเองอย่างที่สุด

    “รอรถคันใหม่...กว่าจะมาไปสายชัวร์ ฮึ่ยยย!!!” ห่านทำได้แค่บ่น

    เมื่อไม่เห็นรถมาสักทีเลยตัดสินใจเดินลงสะพาน แต่แดดเริ่มกล้า ห่านเลยเปิดกระเป๋าค้นหาครีมกันแดด พอเจอก็หยิบออกมาเกิดหลุดมือตกกลิ้งไปตามสะพาน ห่านวิ่งไล่เก็บ เจอรถจักรยานของบื้อที่พุ่งลงจากสะพานพอดี บื้อร้องลั่น

    “เฮ้ย!! หลบ!!” บื้อหักหลบแต่ก็ยังเฉี่ยวห่าน

    จนได้ ห่านร้องเสียงหลงเสียหลักแต่ยังพยายามทรงตัวบนรองเท้าส้นสูงเซไปเซมา เจ้ากรรม! ส้นรองเท้าเกิดหักขึ้นมาอีก เลยล้มจ้ำเบ้าหมดสภาพกลางสะพาน เคราะห์ซ้ำกรรมซัดเสียจริงๆ!

    “โอ๊ย!!” ห่านกุมข้อเท้าตัวเองมองตามรถจักรยานไป ปรากฏว่าไปไกลลิบแล้ว “จำไว้!! อย่าให้เจอนะ แม่จะหักคอ คอยดู๊!!” คำรามราวกับนางสิงห์ร้าย แล้วฮึดฮัดฟึดฟัดอยู่คนเดียว

    ooooooo

    ห่านเป็นเด็กกำพร้า เติบโตขึ้นมาในบ้านทอตะวัน เธอจึงแกร่ง กร้าน สู้ชีวิต มีความฝันว่าสักวันจะได้เจอเจ้าชายเหมือนซินเดอเรลล่า แต่ทุกวันนี้ เธอคือพนักงานขายรองเท้าสตรีในห้างสยามมอลล์

    ห่านไปถึงห้างเจอเจ๊มะพร้าว เพื่อนรุ่นพี่ที่ขายเครื่องสำอางและแหม่มเพื่อนที่ขายอยู่แผนกชุดสตรีรออยู่ เพื่อนสนิททั้งสองทักว่ามาเสียฉิวเฉียด เร่งให้รีบไปตอกบัตรเดี๋ยวไม่ทันเวลา แต่พอห่านจะไปก็ถูกแหม่มคว้ามือไว้ถามว่า ทำไมวันนี้ถึงดูเตี้ยผิดปกติ เจ๊มะพร้าวบอก ว่าห่านมันไม่ได้ใส่ส้นสูง แหม่มถามว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะรองเท้าส้นสูงกับห่านเหมือนของคู่ชีวิตกันเลยทีเดียว

    “โอ๊ย...เรื่องมันสั้นแต่เซ็ง เดี๋ยวค่อยเล่าให้ฟัง” ห่านตอบอย่างหงุดหงิดแล้วรีบไปตอกบัตร

    พอได้ฟังห่านเล่าเรื่องสั้นแต่เซ็งแล้ว เจ๊มะพร้าวพูดอารมณ์ดีว่า

    “เอาน่า ถือว่าฟาดเคราะห์ก็แล้วกัน เผื่อฝันร้ายจะกลายเป็นดี จักรยานเฉี่ยว ส้นหัก อาจได้พบรักแท้” ห่านถามว่ามันเกี่ยวกันไหมเจ๊ “ก็ไม่เกี่ยว แต่เจ๊อยากพูดให้แกหายเซ็ง เพราะไม่ชอบเห็นแกเป็นห่านเหี่ยวๆ ใช่ไหมนังแหม่ม”

    “ใช่!! ที่สุด!!” แหม่มตอบหนักแน่นแล้วทั้งสองก็ยิ้มให้ห่าน

    ห่านส่ายหน้านิดๆยิ้มหน่อยๆแบบว่า...บนความซวยเล็กๆก็ยังมีเพื่อนน่ารักตัวใหญ่ๆอยู่เคียงข้าง...

    ooooooo

    ที่ห้างนี่เอง แม้ห่านจะมีเจ๊มะพร้าวกับแหม่มเป็นเพื่อนซี้ แต่ห่านก็มีแอปเปิ้ลกับปีโป้พนักงานขายรองเท้าที่แข่งกันทำยอดขาย เป็นคู่ปรับที่มีเรื่องค่อนแคะกระทบกระทั่งกันเป็นประจำ

    วันนี้แอปเปิ้ลเห็นห่านกับเจ๊มะพร้าวและแหม่มมาเกือบไม่ทันเวลา ก็พูดกับปีโป้กระแนะกระแหนว่า

    “ปีโป้...เธออย่าเอาเยี่ยงอย่างพวกทำงานเช้าชามเย็นชาม แบบว่าเริ่มงานตรงเวลา เลิกงานตรงเวลา ทำงานแบบเนี้ยไม่มีวันเจริญหรอก”

    ปีโป้ฟังแล้วงงติงว่า มาตรงเวลา เลิกตรงเวลาก็ถูกแล้วนี่ แอปเปิ้ลลอยหน้ายกตัวอย่างว่า

    “มันต้องอย่างฉัน เข้าทำงานก่อนเวลา ทำงานล่วงเวลา แบบนี้ถึงจะเป็นยอดคน”

    “ยอดคนจอมชะเลียน่ะสิ” ห่านสอดขึ้นอย่างทนฟังไม่ไหว แอปเปิ้ลหาเรื่องทันทีถามว่า ว่าใคร ห่านตอบอย่างไม่ยี่หระว่า “ว่าเธอแหละนังแอ๊บ”

    แอปเปิ้ลรู้ว่าถูกห่านหลอกด่าว่าแอ๊บ กำลังจะเข้าไปเอาเรื่อง เสียงออดเข้าทำงานก็ดังขึ้นเลยชะงัก มองห่านแบบ “ฝากไว้ก่อน”

    ooooooo

    พนักงานพากันมายืนเข้าแถวให้พรเพ็ญผู้จัดการอาวุโสถือโทรโข่งคู่กายมาตรวจความเรียบร้อยตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้า

    คนแรกคือแอปเปิ้ลที่แต่งมาเพียบตั้งแต่หัวจรดเท้า ได้รับคำชมว่า “เพอร์เฟกต์หาที่ติไม่เจอ-ผ่าน”

    มาที่ปีโป้ แค่ก้มมองรองเท้าก็ชะงักเพราะสภาพเยินมาก ตะคอกใส่โทรโข่ง “เน่ามาก!!”

    มาถึงกลุ่มเจ๊มะพร้าว แหม่มและห่าน แหม่มถูกตำหนิเรื่องหัวฟูเป็นฝอยขัดหม้อ แหม่มชี้แจงว่าพ่อแม่หัวฟู ถ้าตนไม่ฟูมีหวังครอบครัวร้าวฉานแน่ พรเพ็ญจึงบอกให้มัดเสียให้เรียบร้อยกว่านี้ ถึงเจ๊มะพร้าวที่ใส่ขนตาปลอมเป็นแผง พอถูกว่า เจ๊ก็ชี้แจงว่า ตนขายเครื่องสำอางก็ต้องจัดเต็มหน่อย พรเพ็ญพยักหน้าหงึกบอก “ผ่าน”

    พอมาถึงห่าน พรเพ็ญมองหน้าบอกว่า “จืดชืด ซูบซีดอย่างกับคนป่วย ทาสีปากให้สดใส ที่นี่ห้างสรรพสินค้าไม่ใช่โรงพยาบาล”

    ระหว่างนั้น บื้อวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามายืนต่อจากห่าน ทุกคนหันมอง ห่านถามเจ๊ว่าใคร ไม่คุ้นหน้าเลย

    “น้องบื้อ มาใหม่ แผนกชุดชั้นในชาย” เจ๊มะพร้าวบอกอย่างรู้ดี แหม่มเปรยๆว่า ขายชุดชั้นในชายหน้าตาไม่ให้เลย

    พรเพ็ญมองบื้ออย่างพินิจพิจารณา แล้วยกโทรโข่งตะคอก “รกรุงรังอย่างกับคนป่า ฉันไม่ว่าถ้าเธอจะไว้ผมยาว เพราะมันเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่ถ้าจะทำงานที่นี่ต้องมัดให้เรียบร้อย อย่าให้มีผมตกมาสักเส้นไม่อย่างนั้นฉันจะให้เธอเซ็นใบตักเตือน” บื้อรับทราบหน้าจ๋อยๆ “และต่อไปถึงช่วงเวลาสำคัญ Exercise MUSIC!!!”

    พรเพ็ญวางโทรโข่งแล้วนำออกกำลังกายท่าง่ายๆสบายๆ

    ooooooo

    ลูกค้าร่างอ้วนคนหนึ่งเข้ามาซื้อรองเท้า สั่งห่านให้เอารองเท้าเบอร์เจ็ดมาลอง พยายามยัดเท้าอวบอ้วนเข้าไปอย่างไรก็ยัดไม่เข้า ห่านแนะนำว่าน่าจะลองเบอร์เก้า กลับถูกลูกค้าเอ็ดว่า จะรู้ดีกว่าตนเจ้าของเท้าได้ไง สั่งให้เอาแบบอื่นมาลองอีก

    ปรากฏว่า พยายามอย่างไรก็ใส่ไม่เข้า ให้ห่านมาช่วย ห่านมาย่อยองๆใส่ให้ ออกแรงดันกันจนรองเท้ากระเด็นโดนตัวห่าน ห่านฉุนกำมือแน่นนึกอยากด่า แต่พอรู้สึกตัวก็บ่นกับตัวเองว่า

    “เฮ้อ...มันก็ทำได้แค่ในความคิดเท่านั้นแหละว้า ...เพราะยังไงลูกค้าก็คือพระเจ้า”

    แต่พอตกบ่ายเท่านั้น เจ๊อ้วนคนเดิมก็กลับมาที่ร้าน บอกว่ารองเท้ากัดจะเอามาคืน ห่านนึกสมน้ำหน้าในใจ แต่ปั้นยิ้มบอกว่ายินดี แต่ตนกำลังจะไปพบผู้จัดการบอกให้ไปเปลี่ยนที่แผนกรองเท้า ไปหาพนักงานชื่อแอปเปิ้ลกับปีโป้ได้เลย

    พอลูกค้าเดินกะเผลกไป ห่านยิ้มมุมปาก “เจอลูกค้าเรื่องมากแบบนี้ นังแอ๊บแบ๊วกับนังปลากะโห้ตายแน่ๆ ฮิๆๆ”

    ที่แผนกชุดชั้นในชาย...บื้อกำลังร้องเชิญชวน เรียกลูกค้าอยู่ สุรเดชเจ้าของบริษัทออร์กาไนซ์เซอร์ท่าทางตุ้งติ้งที่แอบปิ๊งบื้อ ก็เข้ามาทักทายอ่อนหวาน สั่งกางเกงในแบบหุ่นโชว์หนึ่งโหล บื้อถามว่าเพิ่งซื้อยกโหลไปเมื่อวานไม่ใช่หรือ

    “มันก็ใช่ พี่ยังไม่ได้ใช้เลยด้วยซ้ำ แต่พอมาเห็นหน้าน้องบื้อทีไร พี่ก็อยากช่วยอุดหนุน ถ้าน้องบื้อทำยอดสูงๆก็ได้เปอร์เซ็นต์ด้วยใช่ม้า...” สุรเดชลอยหน้าจีบปากจีบคอ

    “ก็นิดหน่อยครับ”

    “ก็นั่นน่ะสิ บอกให้ลาออกมาทำงานบริษัทออร์กาไนซ์เซอร์ของพี่ก็ไม่ยอมมา หน้าตาหล่อแบบน้องบื้อ พี่จะปลุกปล้ำ เอ๊ย...ปลุกปั้นให้ดังเป็นพลุแตกเอง”

    “เออ...ผมไปเอาสินค้าให้พี่สุก่อนนะครับ” บื้อรีบตัดบทเดินออกไป สุรเดชมองตามตาเชื่อมอย่างปลื้มสุดๆ

    ooooooo

    ที่ห้องอาหารพนักงาน บรรดาพนักงานต่างมากินอาหารกันเป็นกลุ่มๆ แต่พอบื้อเดินเข้ามาทุกคนก็ชะงักมองความหล่อของบื้ออึ้งทึ่ง

    สาวๆกลุ่มหนึ่งกระซิบกระซาบชี้ให้ดูกัน บอกว่านั่นคือพนักงานคนใหม่ แผนกชุดชั้นในชาย อีกคนบ่นเสียดายว่าหน้าตาแน๊ว...แนว ทำไมไปขายกางเกงลิง อีกคนพูดเพ้อๆ ว่าหล่อๆ เซอร์ๆแบบนี้ น่าจะอยู่แผนกเครื่องดนตรีหรือไม่ก็แผนกกีฬา แล้วก็พากันส่งยิ้มหวานให้เมื่อบื้อเดินผ่านมา แต่บื้อเดินผ่านไปอย่างไม่สน ทำเอาสามสาวเหวอ

    ห่าน เจ๊มะพร้าวและแหม่ม เดินถือถาดอาหารมานั่งที่โต๊ะ เจ๊คุยอย่างมีความสุขว่าวันนี้เฮงมาก ขายเครื่องสำอางชุดใหญ่ให้กะเทยนางหนึ่งได้สำเร็จ ส่วนแหม่มก็คุยว่าตนขายชุดได้ถึง 3 ชุด ขายราคาเต็มด้วย ไม่ใช่ของเซลล์

    ห่านฟังแล้วเซ็ง เพราะตนขายรองเท้าไม่ได้สักคู่ บ่นว่าเจอแต่ลูกค้าเรื่องมาก เห็นแอปเปิ้ลกับปีโป้เดินมาก็อดถามไม่ได้ว่า

    “ไงจ๊ะแอป...” แอปเปิ้ลมองขวับ ห่านก็รีบต่อ “...เปิ้ล วันนี้มีคนเอารองเท้ามาเปลี่ยนรึเปล่า” แอปเปิ้ลตอบว่ามี ห่านดูอาการแล้วพูดอย่างมั่นใจว่า “น่าเห็นใจจังเลยนะ คงเจอลูกค้าเหวี่ยงใส่ล่ะสิท่า วันนี้ถึงได้ดูหงอยๆ จ๋อยๆแบบนี้”

    “พวกเราไม่ได้หงอยแล้วก็ไม่ได้จ๋อย แต่ที่พวกเรานิ่งเฉย เพราะกลัวคนแถวนี้จะอิจฉาต่างหาก” แล้วหันไปหัวเราะร่ากับปีโป้ก่อนเดินมาพูดตรงหน้าห่านว่า “ลูกค้าที่เอารองเท้ามาเปลี่ยนไซส์ ซื้อรองเท้ากับฉันอีก 5 คู่ ถ้าขายได้อย่างนี้ทุกวันมีหวังได้รางวัลพนักงานขายดีเด่นแน่ อย่างว่าแหละแข่งเรือแข่งพายน่ะแข่งกันได้แต่แข่งบุญวาสนามันแข่งกันไม่ได้”

    ห่านฉุนขาดทำท่าจะมีเรื่องกัน  เจ๊มะพร้าวกับแหม่มช่วยกันห้าม แอปเปิ้ลได้ที เยาะเย้ยต่อว่า ขายรองเท้าได้เดือนละไม่ถึงโหลแบบนี้ ใครเขาจะเอาไว้ “ผลงานไม่มี ความดีไม่ปรากฏแบบนี้ คุณพรเพ็ญไม่เก็บไว้แน่  จริงไหมปีโป้” เท่านั้นไม่พอยังเยาะเย้ยว่า “ชื่อห่านก็น่าจะไปอยู่แผนกขายคอห่าน อาจทำยอดได้ทะลุเป้าก็ได้”

    โดนถึงขนาดนี้ ห่านไม่ทนแล้ว คว้าแก้วน้ำสาดใส่หน้าแอปเปิ้ล ฝ่ายนั้นทั้งโกรธทั้งอายเลยโผนเข้าเล่นงาน ปีโป้เห็นท่าไม่ดีจะเดินหนี ถูกเจ๊มะพร้าวกับแหม่มโดดขวางเลยได้บรรเลงกันอีกกลุ่ม

    บื้อกับโย่ง รปภ.เพื่อนสนิทเดินเข้ามาพอดี บื้อรีบเข้าห้ามคู่ห่านกับแอปเปิ้ล ถูกลูกหลงจากฝ่ามือแอปเปิ้ลเข้าฉาดใหญ่จนหน้าหัน ยังไม่ทันตั้งตัวก็เจอฝ่ามือห่านเข้าอีกข้าง เลยมึน โย่งเป่านกหวีดแล้วรีบเข้าไปห้าม

    “มันเกิดอะไรขึ้น!!” พรเพ็ญมาเจอตะโกนใส่โทรโข่งอย่างโกรธจัด ทุกคนหยุดค้างท่าไหนท่านั้นทันที

    ปรากฏว่าทุกคนถูกเซ็นใบเตือน ห่านบ่นว่าถ้าโดนอีกทีมีหวังถูกตัดเงินเดือนแน่ ยิ่งทำยอดไม่ได้อยู่ด้วย เจ๊บอกว่าเดือนนี้ห่านต้องทำยอดให้ได้ ไม่อย่างนี้ไม่มีทางสู้แอปเปิ้ลได้ แหม่มให้กำลังใจว่า “ฉันกับเจ๊จะช่วยแกเอง”

    ฝ่ายบื้อโดนตบเข้าไปสองข้างสองฉาด ทำเอาหูอื้อ บ่นกับโย่งว่า

    “อยู่ดีไม่ว่าดี โดนตบเฉยเลย...ฉันจะเอาจักรยานไปซ่อมเบรก ไงไปเจอกันที่บ้านแล้วกัน”

    “อย่ากลับดึกนะ พรุ่งนี้ต้องขนของย้ายบ้านกันแต่เช้า” โย่งยํ้า บื้อพยักหน้าหงึกเดินกุมแก้มไป

    ooooooo

    คืนนี้ พอเลิกงานห่านไปรอรถเมล์ที่ป้าย พอรถมาก็วิ่งไปแย่งกันขึ้นเป็นกิจวัตรประจำวัน บื้อวิ่งมาทันขึ้นคันเดียวกันพอดี

    ขณะรถแล่นฉวัดเฉวียนตามความคึกคะนองของคนขับที่ทั้งกระตุก กระชาก กระแทก ผู้โดยสารเต็มคันรถโยกคลอนกันไปตามจังหวะรถ บื้อยืนคิดฝันว่าตัวเองกำลังโซโลกีตาร์อย่างเท่อยู่บนเวที พลันก็ตกใจเมื่อถูกนักศึกษาสาวที่ยืนข้างๆ ตบหน้าเพียะ! บื้อตกใจถามว่าตบตนทำไม

    “แกจับก้นฉัน” นักศึกษาคนนั้นโวยวายให้ทุกคนได้ยิน ทุกสายตาเลยมองมาที่บื้อ ห่านจำได้ว่าบื้อทำงานที่เดียวกับตน พึมพำอย่างสมเพชว่า “ไม่น่าเล้ย...ไอ้โรคจิต”

    บื้อพยายามชี้แจงแต่ไม่มีใครเชื่อ พอดีรถเมล์เบรกเอี๊ยดดดด บื้อถลาไปชนหน้าอกห่าน คราวนี้เลยโดนเต็มๆเพราะเห็นกันจะจะ ผู้โดยสารในรถช่วยกันจับบื้อโยนลงรถไป พอรถแล่นออกไป ชายคนหนึ่งที่ยืนข้างๆห่าน มองบื้อแล้วยิ้มเยาะ บื้อรู้ทันทีว่าเป็นฝีมือหมอนี่เอง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว โมโหสุดๆแต่ก็ทำได้แค่สบถ “โธ่เว้ย!!”

    ห่านกลับถึงห้องเช่ายังไม่หายแค้น ต้มบะหมี่สำเร็จรูปมานั่งกิน บอกกับตัวเองว่า

    “คอยดูนะ ฉันจะเอาเรื่องนายไปแฉประจานทั่วห้าง เอาให้นายทนอยู่ไม่ได้แล้วลาออกไปเลย!”

    ระหว่างนั้น ทีวีมีการถ่ายทอดการประกวดนางสาวไทยสยามอยู่พอดี ผู้ที่ได้เป็นนางสาวไทยสยามคือ ดาหลา เธอสวยสง่าท่ามกลางความชื่นชมของทุกคน

    “สักวันฉันต้องสวยเลิศแบบนี้ให้ได้” ห่านบอกกับตัวเองแล้วดูดบะหมี่พรืดดดด...ประชดชะตาของตัวเอง

    ooooooo

    ที่ละแวกบ้านเช่าราคาถูก ลุงจ๊อดเช่าบ้านอยู่กับไอ้โจ๊กหลานชายผู้คลั่งไคล้กีตาร์ มาเจอกับบื้อเพิ่งย้ายมาที่บ้ากีตาร์พอกัน ทั้งสองเลยกลายเป็นคู่หู ที่พอเลิกงานแล้วก็มาเล่นกีตาร์กันจนดึก

    ที่น่าอัศจรรย์คือ บื้อกับโย่งมาเช่าบ้านติดกับบ้านเช่าของห่านพอดี๊...พอดี! เลยเป็นเรื่อง ห่านหนวกหูเสียงกีตาร์นอนไม่หลับ ทนไม่ไหว ลุกขึ้นตะโกนให้เกรงใจคนอื่นบ้าง บื้อกับโจ๊กที่กำลังดวลกีตาร์กันเมามันไม่ได้ยิน เลยคว้าก้อนหินขว้างเข้าไปในบ้าน ถูกกระจกเงาที่แขวนอยู่แตกเพล้ง!

    นักดวลกีตาร์ทั้งสองหยุดกึก โย่งไปหยิบก้อนหินดูถามเพื่อนว่า “มาจากไหน?” บื้อไปเอาก้อนหินจากโย่งมองไปที่บ้านห่านที่ติดกันทันที

    ห่านปาก้อนหินแล้วซุ่มดูผลงานอยู่ เห็นบื้อเดินมาดูก็ตกใจ จำได้ว่าคือไอ้หื่นบนรถเมล์ ทั้งเจ็บใจทั้งกลัว ซุ่มเงียบกริบ พอบื้อขยับจะกลับห่านลุกขึ้นจะหนีเข้าบ้าน ปรากฏว่าเสื้อเกี่ยวกับลวดหนามไปไม่ได้? บื้อชะงักเห็นไม่มีใครก็จะกลับแต่ผ้าขาวม้าถูกลวดหนามเกี่ยวเลยเห็นห่านพอดี!

    “เธอ!!” บื้อจำได้ พอดีผ้าขาวม้าถูกลวดหนามเกี่ยวหลุด ห่านหลับตาปี๋ร้องลั่น ลุงจ๊อด ไอ้โจ๊ก และโย่งได้ยินเสียงวิ่งมาดู เห็นบื้อยืนโทงๆผ้าขาวม้ากองที่เท้าก็ตาเหลือก บื้อก้มมองตัวเองตกใจรีบคว้าผ้าขาวม้าขึ้นนุ่ง หันไปอธิบายกับห่าน แต่สู้เสียงด่าโขมงโฉงเฉงของเธอไม่ได้ ด่าไม่ทันจบก็หันไปคว้าถังนํ้าใกล้ตัวสาดโครมเข้าให้ บื้อหลบแว้บนํ้าเลยไปถูกลุงจ๊อด ไอ้โจ๊ก และโย่งเปียกไปตามกัน ห่านตกใจรีบขอโทษ เลยเห็นโย่งเธอยิ่งหน้าเสีย บื้อเองก็ยืนเป็นบื้อทำอะไรไม่ถูก

    พอกลับเข้าบ้าน บื้อถามโย่งว่า ย้ายบ้านตอนนี้ทันไหม โย่งบอกว่าจ่ายค่าเช่าล่วงหน้าไปสามเดือนจะเอาเงินที่ไหนไปเช่าบ้านใหม่ บื้อเลยถอนใจบ่นกลุ้มๆ

    “เฮ้อ...ทำไมต้องมาอยู่ข้างบ้านยัยนั่นด้วย”

    ooooooo

    วันต่อมา ห่านเห็นบื้อเอาจักรยานออกมา ห่านเชิดใส่ บื้อส่ายหัวยิ้มๆแล้วขี่จักรยานแซงหน้าห่านไป ทำให้ห่านจำได้ว่า คือคนที่เฉี่ยวตนล้มบนสะพาน พึมพำอย่างแค้นใจ

    “ที่แท้ก็นายนั่นเอง!”

    พอบื้อไปถึงที่ทำงาน เห็นบรรดาพนักงานยืนซุบ– ซิบๆกันเป็นกลุ่มๆ พลันก็ตกใจผงะเมื่อแอปเปิ้ลกับปีโป้พรวดมาขวางหน้า ตีโพยตีพายโมเมว่าเขานอกใจตน บื้อตกใจถามว่า “ใครบอก” สองสาวเลยยิ่งเสียใจมองหน้าถามว่า

    “แสดงว่ามันจริงใช่ไหม”

    “ยัยตัวแสบข้างบ้าน!!” บื้อนึกออกทันที เขาเดินอ้าวไปที่แผนกขายรองเท้า แอปเปิ้ลกับปีโป้รีบตาม พอเจอหน้าห่าน บื้อตะคอกว่า “ฝีมือเธอใช่ไหม”

    “ใช่...ฉันเองแหละที่เป็นคนบอกให้สาวๆทุกคนระวังนายเอาไว้ให้ดี เพราะว่านายเป็นไอ้โรคจิต บ้ากาม...” บื้อพยายามจะชี้แจงแต่ห่านพูดไม่หยุด “นอกจากความเลวข้างต้นแล้ว นายยังไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษ ขี่จักรยานชนฉันบนสะพานวันก่อนแล้วก็ไม่ขอโทษ”

    “หา!” บื้อตกใจ แต่พอนึกย้อนหลังก็จำได้บอกว่า “ฉันไม่ได้ตั้งใจ”

    “จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ นายก็ทำรองเท้าฉันพัง เพราะฉะนั้นมันก็ต้องมีการเอาคืนกันบ้างเล็กๆ น้อยๆ”

    พอดีแอปเปิ้ลกับปีโป้ตามมาถึง เลยรุมกันว่าห่าน ทะเลาะกันขโมงโฉงเฉง จนพรเพ็ญมาเจอ ยกโทรโข่งทันที

    “ทำอะไรกัน!!” ทุกคนหยุดกึก หันไปยิ้มให้พรเพ็ญ พร้อมใจกันโกหกว่ากำลังช่วยกันดูรองเท้าเพราะมีรอยเปื้อน

    “แล้วไป...นึกว่ายังไม่เข็ดจากที่โดนเซ็นตักเตือนเมื่อวันก่อน” เมื่อทั้งสามทำเป็นรักกันมากก็ชม “ดีมาก ฉันอยากเห็นความรักความสามัคคีในทุกภาคส่วนของห้างเรา” พอเห็นบื้อยืนอยู่ก็ถาม “แล้วเธอมาทำอะไรที่แผนกรองเท้า เธออยู่แผนกชุดชั้นในชายไม่ใช่เหรอ หรือมาจีบใครแถวนี้ คิดจะเอาเวลาทำงานมากระชับพื้นที่กันเรอะ” แล้วไล่ให้ไปทำงานเสีย

    ooooooo

    คุณชาย...หนุ่มหล่อนักเรียนนอกจากสวิต-เซอร์แลนด์ ถ่อมตนมารยาทดี ที่สำคัญไม่แบ่งชั้นวรรณะกับใคร เป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของคุณหญิงรื่นฤดีกับคุณพ่อชนะศึกเจ้าของห้างสยามมอลล์แห่งนี้...

    คุณชายกลับมาก็ได้รับการติดต่อจากสุรเดชให้ถ่ายแบบขึ้นปกให้นิตยสารเล่มแรกในชีวิตของตน รื่นฤดีมาดูแลเป็นเพื่อนลูกชาย ถ่ายแบบเสร็จรื่นฤดีบอกว่าตนต้องขึ้นไปเซ็นเอกสารสำคัญสี่ห้าเรื่อง ถามว่าจะขึ้นไปด้วยกันไหม

    “ผมขอเดินเล่นอยู่แถวนี้ดีกว่าครับ”

    เป็นที่ฮือฮากันทั้งห้างเมื่อนางสาวไทยสยามจะมาโชว์ตัวที่ห้าง แหม่มชวนห่านไปดูกัน ห่านซึ่งหน้าซีดไม่สบายแต่ก็อยากไปดูนางสาวไทยสยาม บอกแหม่มว่าขอไปเข้าห้องนํ้า แป๊บเดียวเอง แล้วจะตามไป

    ดาหลา นางสาวไทยสยามมาถึงแล้ว พวกเด็กๆ พากันห้อมล้อมขอถ่ายรูปและจับมือคนสวย ดาหลาพูดกับเด็กๆอย่างเอ็นดูแสนรักว่า

    “ถ้ารักพี่ดาหลา อย่าลืมตั้งใจเรียนหนังสือกันนะคะ” แต่พอเด็กๆ ผละไป เธอทำหน้าเบ้บ่น “เด็กบ้าตัวเหม็นกันจริงๆ พี่ติ๋มคะ ดาหลาขอไปห้องนํ้าก่อนนะคะ จะไปล้างมือ” เธอหันไปบอกพี่เลี้ยงแล้วรีบไปล้างมือที่ห้องนํ้า

    ooooooo

    ห่านเข้าห้องน้ำล้างหน้าให้สดชื่นแล้วหันดึง กระดาษ ซับหน้าให้แห้ง เอาหน้ากากอนามัยใส่ตามเดิมสะบัด หัวไล่ความมึน พลันก็พึมพำเมื่อเห็นดาหลาเดินเข้ามาล้างมือ

    “นางสาวไทยสยาม!”

    ดาหลาล้างมือเสร็จหันมองหน้าห่าน ห่านชะงักสงสัยว่ามองตนทำไม จนได้ยินเธอถาม

    “จะยืนตรงนี้อีกนานไหม หลีกไปสิ ฉันจะเอากระดาษ”

    ห่านจากตะลึงเป็นเหวอ แล้วก็ยิ่งเหวอ เมื่ออยู่ดีๆ ก็ถูกนางสาวไทยสยามเหวี่ยงใส่ซะงั้น แต่ก็รีบขยับออกให้ดาหลามาดึงกระดาษไปเช็ดมือ

    ทันใดนั้นห่านเกิดหน้ามืดจะล้ม เลยคว้าไหล่ดาหลาตามสัญชาตญาณ ดาหลาตกใจหันขวับถามว่าจะทำอะไร! ก็พอดีห่านจะเป็นลมเซชนดาหลาล้มไปด้วยกัน ห่านเป็นลมหมดสติทับอยู่บนตัวดาหลาหน้าแนบหน้าเธอที่หันไปอีกข้าง

    “นังบ้า! ล้มทับฉันมาได้ ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้!” เห็นห่านยังนอนนิ่งยิ่งโมโห “นี่!! ทำไมไม่ขยับเลย หรือว่ามันจะตายไปแล้ว...ไม่นะ...” ดาหลาลนลานผลักห่านพ้นตัวแล้วรีบลุกขึ้นคว้ามงกุฎที่หล่นครอบผมวิ่งหน้าตื่นออกไปกระแทกไหล่คุณชายที่กำลังจะเข้าห้องน้ำชายก็ไม่สนใจหันมองแล้วเดินหนีไปเลย

    คุณชายจะเข้าห้องน้ำ เหลือบเห็นเท้าห่านที่นอนอยู่บนพื้นห้องน้ำหญิงโผล่ออกมาก็ตกใจรีบเข้าไปดู พบห่านนอนไม่ได้สติอยู่ที่พื้น จึงอุ้มพาไปห้องพยาบาล ระหว่างทางห่านปรือตาเห็นคุณชายเบลอๆ แต่รู้สึกหล่อมาก...คุณชายก้มบอกว่า

    “ทำใจดีๆ นะครับ ผมกำลังพาคุณไปห้องพยาบาล”

    แล้วห่านก็หมดสติไปอีกครั้ง พอรู้สึกตัวขึ้นมาอีกทีเห็นเจ๊กับแหม่มมายืนอยู่ เจ๊ถามห่านว่าจำเจ๊กับแหม่มได้ไหม ห่านค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งแหม่มรีบช่วยประคอง ห่านบอกเจ๊กับแหม่มว่า ตนไม่ได้ล้มหัวฟาดพื้นแค่เป็นลมเฉยๆ

    “ฉันกับเจ๊เป็นห่วงแกแทบแย่ แล้วนี่ใครพาแกมาส่งที่ห้องพยาบาล” แหม่มถาม ห่านนิ่งทบทวนจำได้ตอนเห็นหน้าคุณชายเบลอๆ พึมพำเหมือนเพ้อ

    “เทพบุตร”

    เจ๊กับแหม่มมองหน้ากันอย่างเป็นห่วง เจ๊เอามือจับหน้าผากบอกแหม่มว่าตัวก็ไม่ร้อนไม่น่าเพ้อ

    “ฉันเห็นเทพบุตรจริงๆ สงสัยจะเป็นเทวดาประจำตัวมาช่วยฉัน” ห่านยิ่งพูดเจ๊กับแหม่มก็ยิ่งใจไม่ดี

    แหม่มเสนอจะพาห่านไปหาหมอหรือไม่ก็กลับไปนอนพักที่บ้านดีกว่า เดี๋ยวตนกับเจ๊จะบอกคุณพรเพ็ญให้ ห่านพยักหน้าแต่แววตายังเพ้อถึงเทพบุตร เจ๊กับแหม่มดูอาการแล้วยิ่งใจไม่ดี

    ooooooo

    ดารัณเห็นดาหลาในสภาพเยินๆกลับมา ก็ถามอย่างตกใจว่าไปทำอะไรมา ดาหลาอึกอักนิดหนึ่งก่อนเล่าหน้าตาตื่น ว่าไปห้องน้ำเจอคนเข้ามารุม กว่าจะฝ่าฝูงชนออกมาได้เล่นเอาแทบตาย

    “เกิดเป็นคนดังก็งี้แหละลูก มันต้องทำใจว่าจะมีแต่คนเข้ามารุมรัก แม่ว่าลูกไปทำผมแต่งหน้าใหม่ดีกว่า ลูกของแม่จะได้สวยสมกับเป็นนางสาวไทยสยาม แล้วอีกอย่าง วันนี้ลูกจะได้เจอคนสำคัญ”

    “ใครคะ” ดาหลามองหน้าถาม ดารัณยิ้มให้แต่ไม่ตอบ

    หลังจากคุณชายส่งห่านไปที่ห้องพยาบาลแล้วจึงขึ้นไปที่ห้องทำงานของรื่นฤดีซึ่งกำลังจะออกมาพอดี ถามลูกว่าไปเดินเล่นที่ไหนมาหรือ

    “ไม่ได้ไปเดินที่ไหนหรอกครับ ผมเจอพนักงาน ห้างฯ เป็นลมก็เลยพาไปส่งห้องพยาบาล”

    “โถลูกแม่...ช่างแสนดีอะไรอย่างนี้ แบบนี้จะไม่ให้แม่ภูมิใจได้ยังไง ไปกันเถอะ แม่จะพาลูกไปพบคนสำคัญ”

    คุณชายมองแม่อย่างสงสัยแต่ไม่ถาม

    จนเมื่อไปที่งานโชว์ตัวนางสาวไทยสยาม แล้วพิธีกรประกาศให้ผู้บริหารห้างสรรพสินค้าสยามมอลล์ขึ้นมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีกับดาหลา รื่นฤดีจะให้คุณชายขึ้นมอบแทน พอคุณชายปฏิเสธ รื่นฤดีก็หว่านล้อมว่า

    “ลูกนั่นแหละจ้ะขึ้นไป เพราะอีกไม่นานลูกก็จะขึ้นเป็นผู้บริหารของที่นี่ เชื่อแม่นะ”

    คุณชายถอนใจรับช่อดอกไม้จากรื่นฤดีขึ้นไปบนเวที พลันนักข่าวก็พากันรัวชัตเตอร์ พอดีเจ๊กับแหม่มประคองห่านผ่านมา ห่านเห็นคุณชายก็ชะงักกึก แหม่มตกใจถามว่าจะเป็นลมอีกหรือ

    “เทพบุตร...นั่นไง...พ่อเทพบุตรของฉัน...” ห่านพึมพำเคลิ้ม

    เจ๊กับแหม่มมองคุณชายที่กำลังถ่ายรูปคู่กับดาหลาก็ถึงกับตะลึงอึ้งไปเช่นกัน ห่านมองคุณชายยิ้มเพ้อๆอย่างหลงใหล

    เมื่อรื่นฤดีและคุณชายกลับถึงบ้าน คุณชายถาม

    แม่ว่า คนสำคัญที่แม่ว่าคือดาหลาใช่ไหม รื่นฤดียิ้มพอใจชมเปาะว่า...

    “ลูกนี่ฉลาดจริงๆ หนูดาหลาเป็นคนน่ารัก แล้วก็เป็นคนดี คบหากันไว้แม่ว่าไม่เสียหาย”

    “ดีจริงเหรอครับคุณแม่” ถามแล้วได้ยินรื่นฤดีย้อนถามว่าพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง คุณชายนึกเห็นภาพตอนที่ดาหลาลนลานออกจากห้องน้ำและคุณชายเข้าไปเจอห่านนอนเป็นลมที่พื้นห้องน้ำ แต่ตอบแม่ว่า “ไม่มีอะไรครับคุณแม่”

    “แม่รับประกันได้ว่าหนูดาหลาดีจริงๆ งามทั้งใบหน้า งามทั้งภายใน แม่อยากให้ชายเปิดใจ รู้จักกับหนูดาหลาให้มากขึ้น เชื่อแม่นะ” คุณชายนิ่ง รื่นฤดีนึกขึ้นได้รีบบอกอีก “อ้อ...ยังมีอีกหนึ่งเรื่อง เตรียมตัวสำหรับการเปิดตัวลูกในวันพรุ่งนี้ด้วยนะจ๊ะ” พูดแล้วจับแก้มคุณชายเบาๆอย่างแสนรักก่อนเดินออกไป

    “เฮ้อ...” คุณชายถอนใจกับกำหนดการมากมายที่ตนต้องทำ...ตามกำหนด

    ooooooo

    รุ่งขึ้น ที่บอร์ดประกาศของห้างฯ มีรูปคุณชายติดอย่างสวยงามพร้อมข้อความอักษรตัวโต

    “คุณ คุณชาย นฤนารถวรเดช ประธานบริหารคนใหม่ของห้างสรรพสินค้า สยามมอลล์”

    “ไอ้ห่าน!! นี่มันพ่อเทพบุตรของแกนี่หว่า?!!” แหม่มร้องอย่างตื่นเต้น เจ๊ตื่นเต้นยิ่งกว่า ชมห่านว่าตาถึงจริงๆ เล่นของสูงเสียด้วย แต่ห่านกลับจ๋อยถามเพื่อนว่า

    “ฉันจะทำยังไงดี ฉันคิดเอาไว้ว่าถ้าเจอเขาอีกครั้ง ฉันจะขอบคุณเขา แต่นี่กลายเป็นว่าเขาอยู่สูงจนเกินเอื้อม”

    เจ๊มะพร้าววางแผนให้ห่านได้ไปขอบคุณคุณชายในโอกาสเปิดตัวนั่นเลย ทำหน้าเจ้าเล่ห์พาห่านกับแหม่มไปซุ่มวางแผนกันเงียบๆ พอทั้งสองฟังแผนของเจ๊ก็ตกใจ ห่านติงว่าขืนทำแบบนั้นแล้วเขาจับได้มีหวังถูกไล่ออกแน่ เผลอๆอาจต้องไปกินข้าวแดงในคุกด้วย!

    “มันไม่ยากหรอกเชื่อเจ๊สิ เรื่องนี้จะเป็นความลับของเราสามคน ไม่มีทางที่คนอื่นจะมารู้ได้ ถ้าไม่มีใครเปิดปากบอก”

    แล้วเจ๊มะพร้าวก็ทบทวนแผนการ อันดับแรกให้ห่านแกล้งทำเป็นป่วยแล้วลากลับบ้าน จากนั้นก็หาทางจิ๊กรองเท้าส้นสูงสวยๆใส่กระเป๋าสักคู่ เสร็จแล้วให้ไปหาแหม่มที่บูธให้แหม่มเลือกชุดสวยสักชุดใส่กระเป๋าไว้ ส่วนตนจะเอาเทสเตอร์เครื่องสำอางที่แจกฟรีให้พนักงานพร้อมกระเป๋าถือมาให้

    แผนการทั้งหมดจากสมองเจ้าเล่ห์ของเจ๊มะพร้าว สำเร็จลุล่วงไปแบบแทบหัวใจวายกันทั้งห่านและแหม่ม มีแต่ของเจ๊คนเดียวที่เอาเทสเตอร์เครื่องสำอางมาใช้ได้โดยไม่ผิด แต่พอได้ของแล้วยังต้องผ่านด่าน รปภ.ที่มีโย่ง คอยตรวจกระเป๋าพนักงานอย่างเข้มงวด ก่อนออกจากห้าง

    แต่ได้หัวโจกอย่างเจ๊วางแผนให้ ทุกอย่างก็ผ่านไปได้แม้จะไม่ฉลุยแต่ก็รอดตัว รอดออกมาได้ก็พากันไปแต่งตัวในห้องน้ำโรงแรมหรูที่จัดงาน พอห่านแต่งตัวเสร็จทั้งเสื้อผ้าหน้าผมออกมา แหม่มกับเจ๊ต่างมองตะลึง ห่านถามว่ามันโอเคใช่ไหม

    “มันเกินคำว่าโอเคอีกแก งามมาก” แหม่มปลื้มเพื่อนมาก เจ๊ดูไปดูมาเห็นว่ายังขาดอะไรบางอย่าง นึกได้เดินไปหยิบดอกไม้เล็กๆที่ประดับแจกันในห้องน้ำเอามาเสียบผมเอากิ๊ปหนีบไว้ เลยเหมือนห่านใส่มงกุฎดอกไม้สวยหวานยิ่งขึ้น

    “เพอร์เฟกต์! แม่ซินเดอเรลล่าของเจ๊!” เจ๊เป็นปลื้มสุดๆ ห่านเองพอได้ยินคำว่า “ซินเดอเรลล่า” ก็ถึงกับเคลิ้ม เพราะเคยฝันอยากเป็นและวันนี้ก็ได้กลายเป็นเจ้าหญิงจริงๆแล้ว

    เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว ห่านกลับกลัวถูกจับได้จะถอย เจ๊ต้องปลุกใจและเร่งให้รีบเข้าไป

    “ลุยเลยเพื่อน สู้ๆ!!” แหม่มลุ้นสุดๆ ห่านพ่นลมหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง รู้สึกเหมือนกำลังจะเดินไปสู่หลักประหาร!

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    23 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 10:36 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์