นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ชั่วโมงต้องมนต์

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1
    • 2
    • 3

    คืนนี้กันต์คุยโทรศัพท์กับคนที่ว่าจ้างให้ถ่ายรูปพวกเด็กในสังกัดของมาร์คที่ขอเพิ่มเงินค่าจ้าง กันต์รับปากแต่ขอรวบรวมเงินสักพักก่อนแล้วจะติดต่อไป

    กันต์บ่นกับซาร่าที่นั่งฟังอยู่ด้วยว่าพอมันเห็นว่ารูปพวกนั้นเป็นข่าวใหญ่มันเลยจะขอเพิ่มเงิน

    “ก็จ่ายไปเถอะค่ะ เงินแค่นิดหน่อย ถ้ามันทำให้คุณขายบริษัทนี้ได้มันก็คุ้มออก”

    “หวังว่าข่าวพวกนี้จะทำให้พ่อไอ้มาร์คถอดใจจากบริษัทนี้ได้สักที ผมจะได้ขายบริษัทให้มันจบๆ”

    ซาร่าอ้อนว่าขายบริษัทได้แล้วเราจะได้ใช้ชีวิตด้วยกันอย่างเปิดเผยเสียที กันต์บอกว่าเธอก็ต้องช่วยเป็นหูเป็นตาในบริษัทให้ตนด้วยเพราะตอนนี้พวกนั้นไม่ไว้ใจตนแต่ยังไว้ใจเธออยู่

    ณฤทธิ์ยืนฟังอยู่ เขาผิดหวังและแค้นมากเมื่อรู้ว่าเรื่องป่วนในบริษัททั้งหมดเป็นฝีมือของกันต์ คำราม...

    “ฉันจะทำลายแก จะทำให้แกสองคนเลิกกันให้ได้!”

    เมื่อกลับบ้านเห็นสมบัตินั่งอ่านข่าวในไอแพดอยู่ก็เข้าไปพูดอย่างซึ้งว่า

    “สุดท้ายก็มีแค่พ่อที่ผมไว้ใจได้มากที่สุด เป็นคนเดียวที่รักผมมากที่สุด ผมจะทำยังไงดีครับ ผมถึงจะจัดการพวกที่มันจ้องจะทำลายบริษัทผมออกไปได้สักที...คุณพ่อเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ คุณพ่อต้องช่วยผมรักษาบริษัทนี้ไว้ให้ได้นะครับ”

    พอดีพุฒิเมธเข้ามา เขามานั่งตรงที่ณฤทธิ์นั่งอยู่ ณฤทธิ์จึงลุกออกไป สมบัติถามว่าเจนนี่เป็นอย่างไรบ้าง พุฒิเมธเล่าเรื่องนัทที่เดิมทีคิดว่าเป็นคนร้ายแต่ที่แท้เป็นคนที่คอยช่วยเหลือเจนนี่ตลอดมา ส่วนเรื่องมีดเปื้อนเลือดนั้นคนอื่นเอาไปวางและนัทจะไปเอาออกแต่เกิดเข้าใจผิดกัน

    พุฒิเมธขอให้สมบัติช่วยเช็กกล้องวงจรปิดที่หน้าห้องแต่งตัวคาดว่าน่าจะมีภาพคนร้ายติดอยู่

    “ได้ แต่อาจต้องใช้เวลาหน่อยนะ เพราะมันผ่านมาหลายวันแล้ว”

    “ครับ ผมอยากรู้จริงๆว่าใครเป็นคนเอามีดมาขู่เจนนี่”

    ooooooo

    สายวันนี้ ศรันย์สั่งเอให้จัดการแก้ข่าวลือทั้งหมด กระทู้ไหน โพสต์ไหน ที่พูดรุนแรงเกินเหตุก็แจ้งลบให้หมด สั่งเอเสร็จเดินออกมาก็เจอซาร่า เธอบอกว่าเมื่อคืนเขาเฝ้าเจนนี่ทั้งคืนเลยซื้อของมาฝาก แล้วแซะต่อว่า

    “เจนนี่ป่วย มีข่าวแบบนี้ตารางงานคงป่วนไปหมดเลยสิคะ...งานโฆษณาที่ดิวเจนนี่ให้ซาร่าทำแทนก็ได้นะคะ บริษัทจะได้ไม่เสียเครดิต”

    เมื่อศรันย์ปฏิเสธนิ่มๆว่าเรื่องต่างๆตนจะคุยกับลูกค้าเอง ส่วนข่าวลือปล่อยไปสักพักเดี๋ยวมันก็จางหายไป เมื่อถูกปฏิเสธซาร่าแก้เกี้ยวว่าตนหวังดีอยากให้เจนนี่ได้พักผ่อน ศรันย์บอกว่าตอนนี้เจนนี่ทำงานอยู่ที่กองถ่ายเรียบร้อยแล้ว ซาร่าได้แต่เจ็บใจที่ทำอะไรเจนนี่ไม่ได้เลย

    ที่กองถ่ายโฆษณา...แม้ว่าเจนนี่จะไปทำงานแต่อยู่ในสภาพที่ย่ำแย่จนทุกคนเป็นห่วง แต่เจนนี่ก็พยายามทำงาน บอกกับทุกคนว่าตอนนี้ลูกค้ายอมจ้างก็ดีขนาดไหนแล้ว

    ขณะนั้นเองมีเสียงเคาะประตูห้องแต่งตัว ทีมงานบอกโหน่งที่มาเปิดประตูว่า

    “บอสที่กองมาค่ะ บอกว่าอย่าเพิ่งถ่ายทำอยากจะคุยกับคุณเจนนี่และคุณพุฒิเมธเรื่องข่าวก่อน”

    ทุกคนในห้องตกใจนึกว่าคงโดนยกเลิกสัญญา เจนนี่ใจเสียถามว่าเขาคงไม่ถอดงานตนใช่ไหม

    เมื่อไปคุยกันที่ห้องประชุมจึงรู้ว่าลูกค้าไม่ได้มายกเลิกงานแต่ต้องการจะคุยว่าเราจะแก้สถานการณ์ยังไงดี แล้วเสนอว่า

    “เราแกล้งบอกว่าข่าวที่ปล่อยออกมาเป็นการสร้างกระแส โปรโมตสินค้า โปรโมชั่น ‘โซเชียลไม่อั้น เม้าท์สนั่น 24 ชั่วโมง’ ดีไหม”

    ณฤทธิ์พูดทันทีว่าไม่ดีหรอกแต่ไม่มีใครได้ยิน พุฒิเมธชมว่าเป็นความคิดที่ดี แต่ตนว่าอย่าดีกว่า ถ้าเกิดข่าวหลุดไปว่าเป็นการแก้ข่าวจะยิ่งเป็นผลเสียต่อบริษัท เจนนี่เห็นด้วยบอกว่าตนไม่อยากหลอกลวงใครอีกแล้ว

    “แล้วจะเอายังไงกันดีล่ะ” ลูกค้าถาม

    วิญญาณณฤทธิ์คิดออก บอกบุญสิตาให้หลีกไปเดี๋ยวตนจะจัดการเองแล้วกระโจนเข้าสิงร่างบุญสิตาทันที พริบตาเดียวบุญสิตาก็เปลี่ยนบุคลิกเป็นณฤทธิ์ กวาดตามองรอบๆพูดอย่างมั่นใจว่า

    “ฉันมีไอเดียค่ะ เราปรับเนื้อหาโฆษณาที่กำลังจะถ่ายให้เข้ากับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นดีไหมคะ เป็นข้อคิดให้คนดู สวยๆ เก๋ๆ ไรงี้”

    ลูกค้าบอกให้ลองว่ามา บุญสิตาบอกว่า “เม้าท์แต่พอดี ยังมีคนที่อยู่ข้างคุณ...ให้อารมณ์เจนนี่สำนึก และได้บทเรียนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว” พุฒิเมธเห็นด้วยว่าน่าจะสร้างกระแสได้ บุญสิตาบอกลูกค้าว่าถ้าเขาสนใจตนจะคุยกับผู้กำกับเรื่องไอเดียนี้ให้เอง

    “ตกลง” ลูกค้าตอบท่ามกลางความโล่งใจของทุกคน

    ooooooo

    เมื่อผู้กำกับสั่งถ่ายทำ เจนนี่พูดตามบทพยายามทำสีหน้าสดใสแต่กลับยิ่งกังวลเพราะเครียด จนผู้กำกับสั่งคัตหลายเทกมาก เจนนี่ยิ่งรู้สึกกดดันแม้จะขอโทษแต่ถูกผู้กำกับเหวี่ยงใส่ว่า

    “แค่พูดสั้นๆ แค่พูดแบบตั้งใจแต่ให้ดูเหมือนไม่ตั้งใจ ด้วยสีหน้าสดใส ทำไมทำไม่ได้ มันยากนักรึไง”

    บุญสิตาเอาน้ำมาให้ดื่มขอให้ใจเย็นๆ ผู้กำกับบอกให้ไปพักทำสมาธิใหม่ก่อนค่อยมาถ่ายใหม่ บ่นใส่เป็นชุดว่า

    “บทก็มาเปลี่ยนกะทันหัน นักแสดงก็เล่นไม่ได้ เดินก็ไม่ธรรมชาติ หน้าอมทุกข์ขนาดนี้ใครจะอยากมาซื้อของ...ดูสิ แสงก็จะหมด อากาศยังไม่เป็นใจ”

    วิญญาณณฤทธิ์หมดความอดทนด่าผู้กำกับคืนเป็นชุดถามว่าที่ว่ามานี้ผู้กำกับทำเองได้ทุกอย่างหรือ ด่าแล้วรู้สึกตัวรีบหยุด แต่ทั้งกองเงียบกริบมองเธออึ้ง

    บุญสิตาตามเจอเจนนี่นั่งซึมอยู่ที่ห้องแต่งตัว ถือโอกาสอบรมว่านั่งเศร้าทำไม เธอทำตัวเองแท้ๆ ถ้าเธอไม่โพสต์รูป ไม่วุ่นวายกับโลกโซเชียลเกินไป ทุกอย่างก็ไม่เป็นอย่างนี้ แล้วพาเธอไปยังที่แห่งหนึ่ง...

    ที่นั่นมีแฟนคลับยืนเรียงแถวถือป้ายให้กำลังใจให้สู้ๆ และจะอยู่เคียงข้างพี่เจนนี่เสมอ ที่สำคัญยังมีพ่อกับแม่ที่มาให้กำลังใจอีกด้วย ขณะเดียวกันณฤทธิ์ในร่างบุญสิตารวมทั้งพ่อและแม่ก็ให้กำลังใจว่า

    “เธอไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกนะ เห็นไหมมีตั้งหลายคนที่รอดูรอชมผลงานเธออยู่นะ”

    พ่อกับแม่ก็บอกว่าเธอไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวบนโลกยังมีพ่อกับแม่ที่อยู่ข้างลูกเสมอ มีปัญหาอะไรอย่าเก็บไว้คนเดียวอีก และ “พ่อกับแม่รักลูกนะ” เจนนี่ซาบซึ้งจนน้ำตาไหล ณฤทธิ์ในร่างบุญสิตารีบตอกย้ำว่า

    “เรารู้ว่าเธอรู้สึกยังไง เสียใจแค่ไหน แต่ถ้ายังเสียใจแบบนี้ไปเรื่อยๆมันจะกลายเป็นเสียเวลา เธอต้องเดินไปข้างหน้าให้ได้ เข้าใจไหม”

    เจนนี่น้ำตาไหล มองไปที่กลุ่มแฟนคลับซึ่งมีนัทอยู่ด้วย นัทตะโกนว่า “พวกเรารักพี่นะครับ”

    “ทำไมถึงรักฉัน ทำเพื่อฉันขนาดนี้”

    ได้รับกำลังใจจากแฟนคลับและพ่อแม่แล้ว เมื่อถ่ายโฆษณาอีกครั้ง เจนนี่ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา นึกถึงบรรดาแฟนคลับและพ่อแม่แล้วเธอพูดความรู้สึกจากใจว่า

    “ในช่วงเวลาที่แย่ ก็ยังมีคนที่รักอยู่เคียงข้างคุณเสมอ ไม่ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหน กำลังใจก็ไปถึง”

    “ส่งความรู้สึกดีๆ คุยแต่เรื่องดีๆ กับคนที่คุณรัก Dtalk” พุฒิเมธพูดต่ออย่างสนิทเนียน

    ในที่สุดการถ่ายทำก็ผ่านไปด้วยดีท่ามกลางความโล่งอกของทุกคน

    ooooooo

    เมื่อแก้ปัญหาเจนนี่ได้ระดับหนึ่งแล้ว เป้าหมายต่อไปคือสืบหาคนที่แอบถ่ายภาพดารานักแสดงในสังกัดไปเผยแพร่สร้างความเสื่อมเสียแก่บริษัทมากมาย

    ที่ร้านอาหารกึ่งผับมีดนตรีสด ที่ตบแต่งร้านด้วยภาพวิวสวยๆ ช่างภาพคนหนึ่งเดินเข้ามาที่โต๊ะประจำของตน เจ้าของร้านเดินเข้าไปคุย บอกว่ามีแต่คนชมว่าภาพที่ร้านสวยอยากจ้างให้เขาไปถ่ายรูปให้ด้วย

    “ถ่ายรูปพวกนี้เงินไม่พอกินหรอก แอบถ่ายรูปดารา เซเลบ ไฮโซไปขายได้เงินดีกว่าเยอะ” พอเจ้าของร้านเดินไป เขาหยิบโทรศัพท์มาโทร.พูดกับปลายสายว่า “ผมรออยู่ที่เดิม คุณมาถึงหรือยัง...เตรียมเงินสดเท่านั้นนะ ถึงแล้วก็โทร.มา”

    ที่แท้ปลายสายคือกันต์นั่นเอง!

    ที่หน้าร้านพวกพุฒิเมธ ณฤทธิ์ บุญสิตา ศรันย์และจัสตินมาจอดรถพอดี ศรันย์บอกว่าตนโทร.เช็กแล้วช่างภาพคนนั้นมาที่ร้านนี้ทุกวัน พอถามว่ารู้ได้ไงก็ไม่ยอมบอก ณฤทธิ์จึงเข้าไปดูลาดเลาถ้าเจอแล้วจะมาบอก

    พอเข้าไปศรันย์เห็นซันที่เล่นดนตรีอยู่ก็สะดุดตาในความหล่อใสสะกิดให้จัสตินดู จัสตินบอกว่านั่นคือซันน้องชายบุญสิตา พอบุญสิตาเห็นซันก็ของขึ้นที่มาเล่นดนตรีในสถานที่อย่างนี้ เข้าไปถาม ซันบอกว่าตนมาหาเงินค่าเทอม

    บุญสิตาถามว่าทั้งค่าเทอม ค่าเรียนพิเศษ ค่าขนมตนให้ไปหมดแล้ว ซันจึงยอมรับว่าแม่เป็นหนี้พนันที่บ่อนหลายแสนมานานแล้ว มันส่งนักเลงมาข่มขู่เรา ครั้งนี้ถ้าเราไม่คืนเงินให้มัน มันจะเอาครอบครัวเราถึงตายแน่ บุญสิตาถามว่าทำไมไม่เคยบอกกันเลย

    “ใครจะกล้าบอกพี่ ช่วงนี้พี่แปลกๆ อารมณ์ขึ้นๆลงๆ เกิดพี่เครียดอาละวาดขึ้นมาจะทำไง เวลาพี่โมโหน่ากลัวกว่าเจ้าหนี้อีก”

    ศรันย์ จัสตินและพุฒิเมธยืนดูอยู่สงสัยกันว่าบุญสิตามีปัญหาอะไรกับน้องหน้าเครียดเชียว

    “คงมีปัญหาที่บ้านแหละ” จัสตินเดา พุฒิเมธมองสองพี่น้องด้วยความเป็นห่วง

    ขณะนั้นกันต์มาหาช่างภาพจ่ายเงินแล้วบอกว่านี่เป็นงวดสุดท้ายและให้ปิดปากให้เงียบสนิทด้วย ช่างภาพบอกว่าอยากได้รูปใครอีกให้บอก ตนมีสต๊อกไว้หลายคน

    ณฤทธิ์ได้ยินและเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เขาจะถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐาน แต่ไม่มีโทรศัพท์ คิดถึงบุญสิตาขึ้นมา หายตัวไปตามหาทันที

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เคน ธีรเดช" มาแน่ เซอร์ไพรส์ "ดวงตาที่ 3" ตอนจบ “เจมส์-มิว" ดีใจได้ร่วมงาน

    "เคน ธีรเดช" มาแน่ เซอร์ไพรส์ "ดวงตาที่ 3" ตอนจบ “เจมส์-มิว" ดีใจได้ร่วมงาน
    16 ต.ค. 2564

    01:25 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม 2564 เวลา 22:20 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์