นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ชั่วโมงต้องมนต์

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1
    • 2
    • 3

    นาทีวิกฤตินี้ทุกคนตกใจขวัญหนีดีฝ่อ วิญญาณณฤทธิ์ที่สิงร่างบุญสิตาบอกว่าเดี๋ยวตนจัดการเอง

    บุญสิตาบอกทุกคนให้นั่งด้านขวาเกาะเบาะไว้แน่นๆ ตนจะเอารถลงด้านซ้าย ลุงบุญลือถามว่าจะเอารถบรรทุกหรือต้นไม้ข้างทาง บุญสิตาตะโกนว่าลุงลงข้างทาง ลุงบุญลือหักพวงมาลัยให้รถไหลลงข้างทางท่ามกลางเสียงกรี๊ดของศรันย์กับจัสติน แล้วศรันย์ก็หมดสติไป

    เมื่อหยุดรถได้ พุฒิเมธถามบุญสิตากับลุงบุญลือว่าเป็นยังไงบ้าง ทั้งสองบอกว่าโอเค ปลอดภัย จัสตินก็ไม่เป็นอะไรโดยเฉพาะหน้าที่ต้องใช้ทำมาหากิน มีแต่ศรันย์ที่หมดสติไป

    “เดี๋ยวก็ฟื้น” บุญสิตาไม่กังวล แต่พอดูนาฬิกาก็บอกว่าไม่มีเวลาแล้ว ลืมตัวสั่งพุฒิเมธว่า “คุณจัดการประกันทางนี้นะ ฉันจะรีบไปหามิสเตอร์คิมก่อน เหลือเวลาอีกสามสิบนาที หวังว่าจะทัน”

    พุฒิเมธพยักหน้าโดยอัตโนมัติ บุญสิตากระโดดลงจากรถวิ่งข้ามถนน เรียกมอเตอร์ไซค์ไปสนามบิน ไปถึง มิสเตอร์คิมกำลังเอาตั๋วไปเช็กอินพอดี บุญสิตารีบเข้าไปเรียก มิสเตอร์คิมหันมองสงสัยว่าเธอเป็นใคร

    บุญสิตารีบแนะนำตัวเองเป็นภาษาเกาหลีว่า

    “ฉันชื่อซิน จากมาร์คเอนเตอร์เทนเมนต์ คุณพอมีเวลาคุยกับฉันสักนิดไหม แค่ห้านาทีเท่านั้นเอง” มองด้วยสายตาอ้อนวอน มิสเตอร์คิมคิดว่าคงเป็นเรื่องสำคัญจึงคุยด้วย

    ยืนคุยกันเพียงห้านาทีด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม บุญสิตาจับมือกับมิสเตอร์คิม ขอบคุณและขอให้เดินทางดีๆ พุฒิเมธวิ่งเข้ามาพอดี บุญสิตาบอกข่าวดีว่า

    “ฉันคุยกับมิสเตอร์คิมเรียบร้อยแล้ว เขาจะให้โอกาสบริษัทเราอีกครั้ง แต่เราคงต้องมาคุยกันอีกทีว่าบริษัทเราจะทำให้เขาเชื่อถือได้แค่ไหนหลังจากเสียมาร์คไป”

    “จริงเหรอ” พุฒิเมธถามทึ่ง หันไปพูดภาษาอังกฤษกับมิสเตอร์คิมขอโทษที่ไม่ได้มาคุยด้วยตัวเองพอดีเกิดอุบัติเหตุ มิสเตอร์คิมบอกว่าซินบอกตนแล้ว สายแล้วตนต้องรีบไปก่อน หวังว่าจะได้เจอกันอีก

    จับมือลากันแล้ว พุฒิเมธหันมองบุญสิตางงๆว่าเกิดอะไรขึ้น?

    พุฒิเมธถามว่าเธอพูดภาษาเกาหลีเป็นด้วยหรือ เธอบอกว่าตนเป็นติ่งเกาหลีจำเอาจากซีรีส์นั่นแหละ เขาถามว่าแล้วคุยกับมิสเตอร์คิมยังไงเขาถึงยอม เธอทำหน้าอำบอกว่า “ความลับ ไม่บอก”

    ณฤทธิ์ในร่างบุญสิตาแกล้งถามพุฒิเมธว่าเป็นห่วงตนหรือ รู้ใจตัวเองแล้วใช่ไหม พุฒิเมธถามเขินๆว่าเพ้ออะไรของคุณ ณฤทธิ์เลยเลิกแกล้ง ถามว่า “แล้วรันกับลุงบุญเป็นไงบ้าง”

    ศรันย์ฟื้นแล้ว จัสตินก็ไม่เป็นอะไร งานก็เรียบร้อยดี บุญสิตาถามว่าลุงบุญลือเป็นอย่างไร ถามไม่ทันขาดคำเสียงนาฬิกาหมดเวลาก็ดังขึ้น บุญสิตาหน้ามืดหมดสติไปทันทีเพราะวิญญาณณฤทธิ์ออกจากร่างไปแล้ว จัสตินเอายาให้ดม บ่นๆ “เป็นอะไรไปอีกเนี่ย”

    ครู่หนึ่งพอบุญสิตารู้สึกตัวก็แปลกใจเห็นทุกคนยืนดูตนอยู่ พุฒิเมธถามว่าจะไปหาหมอไหม เธอบอกว่าไม่เป็นไรแค่ตกใจนิดหน่อย

    “ความรู้สึกช้านะเพิ่งมาเป็นลมเอาตอนนี้” จัสตินแซวขำๆ บุญสิตายิ้มแห้งๆตามเคย

    แต่ลุงบุญลือต้องเข้าโรงพยาบาล แขนขวาใส่เฝือก ศีรษะมีรอยโดนกระจกบาดมีผ้าปิดไว้ ทุกคนให้กำลังใจและขอลุงอย่าทำอย่างนี้อีก

    ลุงบุญลือบอกว่าบางทีชะตาตนอาจจะยังไม่ถึงฆาต มองบุญสิตาถามว่า

    “รู้ไหมว่ามีหลายๆครั้งที่ลุงพยายามจะฆ่าตัวตายแต่ก็ไม่สำเร็จ แล้วก็มีหลายครั้งที่หนูเป็นคนมาขัดลุง เรียกสติลุงเอาไว้”

    บุญสิตาแปลกใจว่าตนช่วยลุงบุญลือตอนไหน?

    ลุงบุญลือจึงเล่าให้ฟังตั้งแต่เรื่องถูกรถมอเตอร์ไซค์ตัดหน้า ได้ยินบุญสิตาชมว่าแชมป์น่ารักเลยได้สติเหยียบเบรกทัน เรื่องเหล็กประกอบฉากล้มทับ และเตือนสติเรื่องดนุดลคิดสั้น

    ฟังลุงบุญลือแล้ว ณฤทธิ์จึงรู้ว่าที่ตนเข้าร่างบุญสิตาได้เพราะอย่างนี้เอง

    เมื่อแชมป์กับแม่มาเยี่ยมลุงบุญลือที่โรงพยาบาลต่างแสดงความเป็นห่วง แชมป์บอกว่าตนกับแม่ได้ข่าวอุบัติเหตุเกือบเป็นลม

    “ใช่...พ่อต้องดูแลตัวเองดีๆนะ อยู่กับรถกับราก็ต้องระวังให้มาก ถ้าไม่มีพ่อฉันกับลูกจะอยู่ยังไง”

    ฟังลูกกับภรรยาพูดแล้วลุงบุญลือน้ำตาไหลเพราะตัวเองเกือบพลาดไปแล้ว

    ooooooo

    ฝ่ายจัสตินกับศรันย์อยู่บนรถ ศรันย์โทร.บอกพุฒิเมธว่า ที่บ้านเอารถมารับตนเลยหลบแฟนคลับมานั่งในรถและบอกเอให้เอารถมาให้ แล้วฝากบอกยัยซินให้มาหาที่รถตน เดี๋ยวจะไปส่ง

    พุฒิเมธกันท่าว่าซินกลับไปแล้ว บอกให้ศรันย์กับจัสตินกลับไปก่อนเลย ต้องไปเคลียร์งานไม่ใช่หรือแล้วตัดสายเลย ศรันย์บ่นงงๆ “อะไรของเขานะ พูดยังไม่ทันจบก็วางไปแล้ว”

    ที่แท้พุฒิเมธอยู่กับบุญสิตา พอเธอถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เขาบอกว่าพวกพี่รันกลับไปแล้ว เดี๋ยวตนจะไปส่งเธอเอง

    ที่แท้พุฒิเมธมีอุบาย เขาพาบุญสิตาไปที่ริมร้านอาหารอ้างว่าหิว บุญสิตาบอกว่าตนกลับเองก็ได้ พุฒิเมธบอกว่าตนไม่อยากนั่งกินคนเดียวและเธอก็ต้องไปซื้ออาหารให้ด้วยเพราะตนไม่อยากเจอแฟนคลับ บอกให้เธอไปไปที่ร้านอาหารญี่ปุ่นถ่ายเมนูมาให้ดู ย้ำว่าอย่าลืมซื้อของตัวเองมาด้วย

    พอบุญสิตาซื้ออาหารมาแล้ว ไปจอดรถที่สวน สาธารณะนั่งกินกัน ปรากฏว่าบุญสิตากินกะหล่ำปลีกับน้ำสลัดอย่างเอร็ดอร่อย เขาบ่นว่า

    “ผมอุตส่าห์ตั้งใจให้ไปซื้ออาหารญี่ปุ่น แต่คุณกลับกินกะหล่ำปลีฝอยเนี่ยนะ” บุญสิตาให้ดูน้ำสลัดบอกว่าตนกินได้แต่ผัก “เลี้ยงง่ายดีเนอะไม่เบื่อหรือกินแต่ผัก”

    บุญสิตาบอกว่าอร่อยดี เขาทำหน้าเบ้บ่นว่าแค่เห็นก็เหม็นเขียวแล้วถามอย่างอยากรู้เรื่องของเธอว่ากินผักกินหญ้าแบบนี้มานานขนาดไหนแล้วเธอบอกว่าหลายปีแล้วเหมือนกัน เพราะอยากให้ผักเธอ พุฒิเมธเอาของตนให้อ้างว่าตนไม่ชอบกินผัก แล้วเปลี่ยนเรื่องถามว่า

    “วันนี้คงตกใจน่าดูเลยสิ” เธอบอกว่าชินแล้ว “นั่นสิต้องเป็นผมมากกว่าที่ตกใจ เพราะตั้งแต่เจอคุณก็เจอแต่เรื่องเสี่ยงตายตลอด”

    บุญสิตายิ้มแห้งๆตามเคยแล้วก้มหน้าก้มตากินกะหล่ำปลีฝอยต่อไป

    ooooooo

    กันต์ตำหนิซาร่าว่าบอกแล้วว่าอย่าให้ใครรู้เรื่องมิสเตอร์คิมจะมา

    “ซาร่าก็พยายามสุดๆแล้ว ให้ทำยังไง พวกมันคงมากับโชคจริงๆ ขนาดรถเบรกแตก เกือบตายกันยกคัน พวกมันยังหาทางไปหามิสเตอร์คิมทัน”

    “นั่นสิ จริงๆวันนี้พวกมันน่าจะรถคว่ำตายตามมาร์คไปเลย เรื่องจะได้จบๆ” กันต์แค้นใจมาก

    ที่บริษัทณฤทธิ์ ผ่านเหตุการณ์ที่รู้ว่าลุงบุญลือคิดฆ่าตัวตายโดยทำเป็นอุบัติเหตุหวังได้เงินประกันต่างก็มองตัวเองว่า ที่จริงลุงบุญลือเคยปรารภอยากจะคุยเรื่องของตัวเองให้ฟังแต่ทุกคนก็ติดโน่นติดนี่ไม่มีเวลาให้ จนแกคิดสั้น ดนุดลบอกว่าฟังเรื่องของลุงบุญลือแล้วปัญหาของตนเล็กไปเลย ถามว่าแล้วพี่ซินเป็นไงบ้าง

    “ไม่ต้องห่วงหรอกย่ะ รายนั้นสตรอง” ศรันย์ตัดบท

    จัสตินบอกว่าถ้าจะห่วงไปห่วงลุงบุญลือเถอะ ไม่รู้ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง

    ศรันย์เห็นด้วยว่าถึงกายจะปลอดภัย แต่ใจนี่คงต้องใช้เวลา ทุกคนเป็นห่วงลุงบุญลือขึ้นมา

    ooooooo

    ณฤทธิ์กับบุญสิตาไปหาลุงบุญลือที่บ้าน แชมป์บอกว่าพ่อไปวัดทั้งสองจึงตามไป เห็นบุญลือยืนเศร้าอยู่ที่มุมให้อาหารปลาริมน้ำจึงหยุดแอบดูไกลๆ ณฤทธิ์มองลุงบุญลือรำพึง...

    “ฉันหาคนที่อยากจะช่วยมาตั้งนาน ที่แท้คนที่มีปัญหากลับกลายเป็นคนใกล้ตัว แล้วก็เป็นคนที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีปัญหาด้วย” บุญสิตาบอกว่าตนอยู่กับลุงทุกวันแต่ไม่เอะใจอะไรเลย “ในฐานะบอส ฉันถือว่าเป็นเจ้านายที่ล้มเหลวมาก เขาทำงานให้ฉัน แต่ฉันกลับไม่ใส่ใจละเลยเขา”

    ณฤทธิ์รู้สึกผิด ก็พอดีบุญลือหันมาเห็นเอ่ยทัก “อ้าว...หนูซิน”

    “พอดีหนูไปที่บ้านลุง แชมป์บอกว่าลุงมาทำบุญที่วัด หนูเลยตามมาค่ะ”

    เมื่อมานั่งที่มุมสงบในวัด บุญสิตาส่งขนมให้บอกว่าทุกคนที่บริษัทฝากมาให้ ขอให้ลุงหายเร็วๆ แล้วบอกว่าหนูมีกำลังใจมาให้ด้วยค่ะลุง พลางเปิดวีดิโอ จากโทรศัพท์ ศรันย์กับจัสตินอวยพรว่า หายเร็วๆนะคะลุง...กลับมาทำงานไวๆนะ มาดริฟต์รถให้ผมนั่งอีก

    ยังมีภาพแชมป์และภรรยาลุงให้กำลังใจและอวยพรว่า

    “สู้ๆนะคะ ฉันก็จะสู้กับโรคนี้ให้หายเร็วๆเหมือนกัน จะได้อยู่กับพ่อกับลูกไปนานๆ”

    บุญสิตาให้กำลังใจว่าขนาดป้าป่วยอย่างนี้ยังสู้แล้วลุงจะทำลายชีวิตตัวเองไปทำไม ลุงบุญลือบอกว่า

    “ถึงใจสู้แต่ไม่มีเงินไปใช้หนี้ ก็เท่านั้น ชีวิตมันต้องอยู่ด้วยเงิน”

    บุญสิตามองไปเห็นคนพิการขายลอตเตอรี่อยู่ก็ให้กำลังใจลุงบุญลือว่ามันอาจจะมีปาฏิหาริย์ก็ได้ ณฤทธิ์จึงชวนซื้อลอตเตอรี่สักใบตนจะบอกเลขเด็ดให้ ลุงบุญลือบอกว่าตนไม่เชื่อปาฏิหาริย์แล้ว

    คนขายลอตเตอรี่พิการพูดอย่างอารมณ์ดีว่า

    “ทำไมปาฏิหาริย์จะไม่มีจริง ลุงโดนรถสิบล้อชน อาการโคม่าเฉียดตายสลบไปเป็นเดือน ทุกคนคิดว่าต้องตายแน่ยังรอดมาได้ ถึงตื่นมาจะไม่มีแขนแต่อย่างน้อยเราก็ยังมีชีวิต”

    “โชคดีจังเลยค่ะ ลุงดูเข้มแข็งมากเลยนะคะ” บุญสิตาให้กำลังใจ

    “เราก็ต้องสู้น่ะ เพื่อคนที่เรารัก คุณโชคดีแล้ว มีแขน มีขา ทำมาหากินได้ตั้งเยอะ ไม่เหมือนลุงไปที่ไหนเขาก็ไม่รับ โชคดีนะ มีลอตเตอรี่ให้ขาย ไม่ต้องไปเป็นภาระของคนอื่น ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้หรอก ปาฏิหาริย์มีจริง ลองเลือกดูสักเบอร์สิ”

    ณฤทธิ์แอบแซวว่าเปิดการขายได้สวยมาก ส่วนบุญสิตาก็ช่วยเลือกเอาเบอร์เก้าให้ ลุงบุญลือบอกว่า

    “หนูให้ค่ะ ขอให้ลุงก้าวต่อไปเหมือนเลขเก้านี้นะคะ ณฤทธิ์มองบุญสิตาอย่างประทับใจในความน่ารักของเธอ เมื่อพากันเดินมาส่งลุงบุญลือที่หน้าบ้าน ณฤทธิ์เอ่ยขอยืมร่างเธอหน่อยได้ไหม เธออนุญาต ณฤทธิ์จึงเข้าร่างเธอแล้วจับมือลุงบุญลือขอโทษที่ดูแลลุงไม่ดีไม่เคยรู้ปัญหาลุงเลย ขอโทษที่ทำให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้

    พอดีพุฒิเมธเดินมาเห็นรู้สึกแปลกใจ บุญสิตาบอกว่าตนมาเยี่ยมลุงบุญลือ เขาบอกว่าตนก็ตั้งใจมาเยี่ยมและเอาบัตรที่พักฟรีที่พัทยามาให้ลุงไปพักผ่อนกับครอบครัว ลุงบอกว่าไม่มีอารมณ์ไปเที่ยวไหนหรอก

    บุญสิตาลุ้นว่าถ้ามาร์คยังอยู่เขาคงอยากให้ลุงไปพักผ่อนให้ดีขึ้นค่อยกลับมาทำงาน บอกว่า...

    “ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายอื่นๆ เงินชดเชยระหว่างที่หยุดงานด้วย เดี๋ยวบริษัทจะออกให้” พูดแล้วถามพุฒิเมธว่า “ใช่ไหมคะคุณ บริษัทจะออกให้”

    พุฒิเมธเออออว่าใช่ พักให้เต็มที่เลย ค่าใช้จ่ายทั้งหมดบริษัทจะดูแลให้เอง ถ้าพร้อมเมื่อไหร่ค่อยกลับมาทำงาน บริษัทเรารอลุงเสมอ

    ลุงบุญลือซาบซึ้งจนน้ำตาคลอ แต่พอออกจากบ้านลุงบุญลือ พุฒิเมธก็เหน็บบุญสิตาว่าทำเนียนใหญ่เลยนะ ตนจะหักเงินเธอไปให้ลุง บุญสิตาแอบด่าว่าอย่างกไปหน่อยเลย เป็นมาร์คก็ต้องทำอย่างนี้ เขายอมรับว่าจริง ขณะนั้นเองมือถือของพุฒิเมธดังขึ้น เขารับสายแล้วตกใจบอกว่าจะรีบกลับไปเดี๋ยวนี้เลย

    “ที่บริษัทมีเรื่องอะไรอีก” ณฤทธิ์ที่สิงร่างบุญสิตาถามแล้วก็ถอนใจเบื่อๆ ที่มีปัญหาไม่เว้นแต่ละวัน

    เมื่อพุฒิเมธกลับถึงบริษัท ศรันย์เล่าว่า เจนนี่ไม่ยอมไปทำงานถ้าไม่ได้ออกงานคู่กับเขาแถมยังปฏิเสธไม่รับงานอะไรเลย บุญสิตาโมโหถามว่าตอนนี้นางอยู่ที่ไหนเดี๋ยวตนจัดการเอง พอศรันย์บอกว่าอยู่ห้องออกกำลังกาย บุญสิตาก็ลิ่วไปเลย สองหนุ่มมองตามงงว่านางจะไปทำอะไร

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    20 ต.ค. 2564

    09:40 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 21:10 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์