ข่าว

วิดีโอ



ชั่วโมงต้องมนต์

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-คอมมาดี้

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ตฤณณา

กำกับการแสดงโดย: กิตติศักดิ์ ชีวาสัจจาสกุล

ผลิตโดย: บริษัท ที.วี.ซีน จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: มาสุ จรรยางค์ดีกุล, รณิดา เตชะสิทธิ์, ธนิน มนูญศิลป์

พุฒิเมธขับรถไปได้ไม่นานก็เหลือบเห็นกล่องนาฬิกาที่ให้เป็นของขวัญบุญสิตาตกอยู่ที่เบาะรถ

เขาหยิบขึ้นบ่นๆ

“ลืมของเราได้ยังไงเนี่ย” แล้วรีบขับรถย้อนกลับไป

คนร้ายพาบุญสิตาเข้าบ้านไปค้นหารูปแต่ไม่เจอ บุญสิตาพยายามต่อสู้จะวิ่งออกมา ถูกมันเหวี่ยงจนล้มเป็นลมหมดสติไป พวกมันกลัวเรื่องจะแดงเพราะกันต์สั่งให้ทำแค่ขู่จึงรีบหนีกลับ พุฒิเมธมาเห็นพวกมันออกมาขับรถหนีไปอย่างเร็วก็เป็นห่วงวิ่งเข้าไปในบ้าน เห็นบุญสิตานอนหมดสติเหมือนคนตายอยู่ที่มุมห้อง

พุฒิเมธรีบเข้าไปเรียกและพาขึ้นนอนบนเตียง ขณะเดียวกันณฤทธิ์ก็ปรากฏขึ้นบ่นว่าตนไม่อยู่แป๊บเดียวเกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไง นึกถึงเวลาที่บอกว่า “เพราะเธอดึงเขาเข้าไปอยู่ในโลกความตายมาก...ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆซินอาจต้องตายไปพร้อมกับเธอ” ณฤทธิ์ตกใจพยายามเรียกซินให้รู้สึกตัว

พอซินรู้สึกตัวเธอบอกพุฒิเมธว่าตนไม่เป็นอะไรแค่สลบไปเฉยๆ คนร้ายไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าตน แค่มาหารูปของกันต์กับไฮโซที่มาร์คกำลังรวบรวมไว้เป็นหลักฐานเท่านั้น พุฒิเมธเชื่อว่าเป็นฝีมือกันต์แน่ๆ

เมื่อกันต์รู้ว่าไม่ได้รูปที่ต้องการก็สั่งคนร้ายไม่ต้องทำอะไรแล้วเดี๋ยวเรื่องวุ่นวาย พอวางสายจากคนร้ายกันต์ก็ได้รับโทรศัพท์ทวงหนี้ เขาพูดอย่างหัวเสียว่าเพิ่งจ่ายไปสามล้านทวงอีกแล้วหรือ ฟังปลายสายแล้วบอกว่ากำลังรีบหาเงินไปให้

วางสายทวงหนี้ก็มีสายจากวัฒน์เข้ามา กันต์

ปรับเสียงทันทีปั้นเสียงสุภาพ แต่แล้วก็ผิดหวังเมื่อวัฒน์บอกว่าไม่ซื้อหุ้นบริษัทแล้วเพราะรอไม่ไหวจะต้องลงทุนอย่างอื่นแทน

กันต์หงุดหงิดมาก พอดีสาวแก่ไฮโซเจ้าของร้านมาเห็นถามว่ามีเรื่องอะไรหน้าเครียดเชียว กันต์เปลี่ยนสีหน้าปั้นยิ้มบอกว่า “ผมกำลังพยายามหาทางขายหุ้นบริษัทน่ะครับ”

“งั้นพี่จะช่วยดูให้ก็แล้วกัน เผื่อเพื่อนพี่มีใครอยากลงทุนธุรกิจบันเทิง พี่จะบอกให้นะ”

“ขอบคุณมากนะครับ” กันต์ยิ้มสดชื่นเป็นมิตร เอื้อมมือจับมือหญิงเจ้าของร้าน หญิงนั้นเห็นกันต์เอาใจก็ยิ้มพอใจ

เมื่อเรื่องบานปลาย ณฤทธิ์เตือนบุญสิตาช่วงนี้ให้ระวังตัวด้วย เสนอว่าถึงเวลาที่เมธต้องบอกเรื่องนี้กับคุณพ่อแล้ว ท่านอาจจะช่วยอะไรพวกเราได้

เมื่อสมบัติรู้ว่ากันต์เป็นคนฆ่ามาร์คก็ถึงกับช็อก และไม่รู้ว่าการพยายามทำร้ายซินวันนี้จะเกี่ยวกับกันต์

ด้วยหรือเปล่า สมบัตินิ่งเครียดไปครู่หนึ่งจึงบอกพุฒิเมธว่า

“พ่อจะหาทางกำจัดกันต์ พ่อจะไม่ปล่อยให้เขาทำร้ายใครหรืออยู่ใกล้บริษัทของมาร์คอีกแล้ว” บอกวรรณนาที่ถามว่าเขาจะขายบริษัทหรือว่า “ถ้าต้องขายบริษัทหรือเสียเงินมากแค่ไหน แต่ถ้ามันซื้อความปลอดภัยของคนที่ผมรักได้ผมก็ยอม”

“แต่เฮียมาร์ครักบริษัทนี้มากนะครับ” พุฒิเมธท้วงติง

ooooooo

เช้าวันใหม่ กันต์ก็ได้รับการติดต่อเรื่องการซื้อหุ้นและให้ราคาดีมาก เขาดีใจมากบอกว่าจะรีบคุยกับหุ้นส่วนดู ซาร่าแนะว่าเขาควรคุยกับพ่อมาร์คดูอีกที ถ้าได้ราคาดีเขาอาจเปลี่ยนใจขายก็ได้

กันต์นัดคุยกับสมบัติก็ได้รับคำตอบว่าเดี๋ยวเจอกัน และเมื่อเจอกันสมบัติบอกทันทีว่า

“ผมจะขายหุ้นบริษัททั้งหมดให้...แต่มีข้อแม้ ผมไม่อยากให้เด็กๆในบริษัทตกงานหรือมีผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น ผมอยากให้คุณช่วยคุยกับ

ผู้บริหารคนใหม่ว่าให้ดูแลเด็กๆที่มาร์คปั้นมา พนักงานบริษัทที่เคยช่วยงานมาร์คต่อจากเราด้วย”

“ไม่มีปัญหาครับ”

“ที่สำคัญ ผมขอให้คุณเลิกยุ่ง เลิกวุ่นวายกับทุกคนในบริษัท และถอนตัวจากบริษัทไป”

“ผมแค่ต้องการเงิน ถ้าได้เงินผมจะไปทันที”

“หวังว่าคุณจะรักษาสัญญานะ...ผมจะให้ทนายเตรียมเรื่องทั้งหมด คุณพร้อมเมื่อไหร่ก็ติดต่อมาได้เลย”

สมบัติพูดแล้วเดินออกไปเลย กันต์ยิ้มพอใจที่ทุกอย่างเป็นไปตามความต้องการของตน เขารีบโทร.หานายหน้าบอกว่าตนรวบรวมหุ้นที่ต้องการเรียบร้อยแล้ว จะซื้อเมื่อไหร่ให้นัดวันมาเลย

กันต์บอกซาร่าอย่างย่ามใจว่า ได้ยินว่าผู้ถือหุ้นคนใหม่เป็นผู้หญิงไม่ค่อยรู้เรื่องในวงการ ตนเลยจะต่อรองว่าจะเข้ามาบริหารแทนให้เขาดู

บุญสิตาถามพุฒิเมธว่าคุณพ่อเขาจะขายหุ้นจริงๆ หรือ เขายืนยันว่าใช่เพราะวิธีนี้จะช่วยเด็กๆในบริษัท ที่เฮียปั้นมาได้ ทุกคนจะมีงานทำเหมือนเดิม ณฤทธิ์เองก็รับได้ขอแค่ให้เด็กๆมีงานทำเหมือนเดิมก็พอ

“ขอให้ทุกคนในบริษัทเปิดใจรับผู้บริหารคนใหม่ด้วย ผมกลัวทุกคนจะรับไม่ได้นี่สิ” พุฒิเมธกังวล

จริงดังที่พุฒิเมธกังวล ศรันย์เชื่อว่าต้องเป็นบริษัทของวัฒน์แน่ที่ซื้อหุ้นไป ประกาศว่าถ้าจริงตนจะลาออก บริษัทประกาศหยุดงานสามวันเพื่อจัดการภายใน จัสติน

บอกศรันย์ว่าอีกสามวันก็รู้ว่าใครมาบริหารต่อ

ooooooo

วันที่ผู้บริหารคนใหม่มารับงาน ทุกคนตั้งตา

คอยดูว่าจะเป็นใคร กันต์ก็มาที่บริษัทเพื่อจะดูผู้บริหารคนใหม่ด้วย แล้วทุกคนรวมทั้งณฤทธิ์ด้วยก็ตะลึงเมื่อนายหน้าพาวรรณนาเข้ามาแนะนำว่า

“นี่ครับ คุณวรรณนา ผู้บริหารคนใหม่ของบริษัทนี้”

“เป็นคุณไปได้ยังไง” กันต์ตกตะลึง น้าวรรณนายิ้มอย่างกันเองให้ทุกคน เอ่ยอย่างคุ้นเคยกันว่า

“ใช่ค่ะ น้าเป็นคนซื้อหุ้น แต่ไม่ใช่เงินน้าหรอกนะ เงินพี่บัติน่ะ”

ทุกคนในบริษัทยิ้มอย่างโล่งใจสบายใจเหมือนเป็นวันที่ฟ้าเปิด

ooooooo

กันต์เจ็บใจมากที่เสียรู้สมบัติ จำต้องออกจากบริษัทไปด้วยความแค้น หลังจากนั้นซาร่าก็ถูกเรียกตัวเข้าบริษัทเพื่อบอกเลิกสัญญาเพราะถูกจับได้ว่าเธอเป็นคนส่งมีดเปื้อนเลือดเข้ามาข่มขู่และเป็นคนปล่อยคลิปฉาวทำลายเจนนี่ด้วยความอิจฉา

ทั้งกันต์และซาร่าแค้นใจมาก กันต์บอกว่าตน

จะต้องเอาคืนให้ได้ ซาร่าเสนอให้กันต์ปลอมลายเซ็นในพินัยกรรมเสียก็จบเรื่อง กันต์จนตรอกตัดสินใจหาทางออกด้วยวิธีนี้ เขาจึงไปขโมยปากกาที่ณฤทธิ์ใช้ สำหรับเซ็นชื่อและณฤทธิ์เคยให้เขาเซ็นแทนในเอกสารที่ไม่สำคัญนักเพราะเจ้าตัวลืมเซ็นและไม่อยู่บริษัท

ขณะกันต์แอบเข้าไปขโมยปากกานั้น ได้ยิน

บุญสิตากับพุฒิเมธคุยกันถึงณฤทธิ์ขณะให้อาหารปลาว่า

มาร์คมีเวลาแค่ร้อยวัน วันที่ศพถูกเผามาร์คก็จะหายไปทันที พุฒิเมธถามว่าแล้วเมื่อไหร่มาร์คถึงจะเข้าร่างเธอได้อีก ตนอยากเจอเขาเหมือนกัน

“ปกติคุณมาร์คจะเข้าร่างตอนที่ฉันโดนทำร้ายไม่ก็ต้องการไปช่วยใครค่ะ แต่หลังๆเวลาเริ่มไม่แน่นอนเท่าไหร่”

กันต์อึ้ง พึมพำว่า “แกอยู่ในร่างซินจริงๆเหรอ ก็ดี...ฉันจะได้ไม่ต้องเสียเวลาปลอมลายเซ็นเอง”

พอกันต์รู้ความลับของมาร์คอีกคน บุญสิตาก็เกิดอาการหน้ามืดจะเป็นลม พุฒิเมธตกใจเป็นห่วง แต่เธอก็บอกว่า “หน้ามืดนิดหน่อยค่ะ โอเคแล้ว”

ฝ่ายทรายกับสมศรีรู้สึกถึงความไม่ปกติของ

บุญสิตา ขณะไปพบกันต์ที่สืบเรื่องบุญสิตา ทรายบอกว่าพักหลังซินเปลี่ยนไปมาก เป็นคนสองบุคลิกอย่างกับคนละคน สมศรีบอกว่าเมื่อก่อนไม่สนใจเรื่องการแต่งตัว แต่เดี๋ยวนี้ซื้อของแต่งตัวมากขึ้น บางทีก็เห็นพูดคนเดียวด้วย ทรายถามว่ากันต์ถามถึงซินทำไม

“ผมก็แค่กำลังสงสัยว่าเขาสติไม่สมประกอบครับ” แต่พอทรายถามถึงเรื่องเข้าสังกัดบริษัทเพราะได้ข่าวว่าเขาขายหุ้นไปแล้ว “เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงครับ... ผมรู้จักหลายบริษัท ผมว่าจะแนะนำคุณให้บริษัทที่อินเตอร์กว่านี้ ผมเห็นแววคุณว่าไปได้มากกว่าที่เมืองไทย จะให้รับงานที่นี่ก็เสียดายของ”

กันต์หลอกล่อทรายต่อไปเพื่อใช้ให้สืบเรื่องซินที่เขากำลังเครียด

ooooooo

แนนซี่ที่บอกบุญสิตาว่าเธอกับพุฒิเมธเป็นคู่กัน รู้ว่าบุญสิตาเองก็มีใจให้พุฒิเมธแต่ไม่กล้าแสดงออก หลังจากแนะนำให้เพื่อนรักเอาสแตนดี้ของพุฒิเมธไปไว้ในห้องนอนเพื่อความคุ้นชินกับเขาแล้ว วันนี้ก็แนะนำให้หาของที่เป็นสื่อรักแทนใจให้เขา

บุญสิตาจึงทำลูกโป่งบิดเป็นรูปหัวใจให้แล้วเอาใส่กล่อง เขียนชื่อพุฒิเมธไว้หน้ากล่องเรียบร้อย ก็พอดีกันต์โทร.เข้ามา ทันทีที่ซินรับสาย เขาถามทันทีว่า

“นั่นมาร์คหรือซิน” ซินตกใจทำไขสือถามว่ามาร์คไหน “ฝากบอกมาร์คว่าให้ออกมาเจอที่สวน สาธารณะที่เราชอบไปกัน” ซินยังทำเป็นงงถามว่าเขาพูดอะไร “ไม่ต้องย้อนถามหรอก คุณรู้อยู่แก่ใจ ถ้าไม่อยากให้คนอื่นรู้ความลับคุณก็รีบมาซะ ผมจะรอ”

กันต์ตัดบทแล้ววางสายเลย บุญสิตาเครียดบอกมาร์คว่ากันต์รู้ความจริงแล้ว นัดให้เขาออกไปหาตอนนี้เลย มาร์คคิดอึดใจแล้วบอกเธอว่า

“เอาร่างเธอมา ฉันจะจัดการเอง” มาร์คเข้าร่างซิน แล้วรีบออกไป ทันทีที่เจอกับวิญญาณณฤทธิ์ในร่างบุญสิตา กันต์เปิดหน้าชนทันที

“ฉันรู้ความจริงหมดแล้ว มาแลกเปลี่ยนกันวินๆ เซ็นพินัยกรรมยกหุ้นทั้งหมดให้ฉัน ไม่งั้นฉันจะฆ่าทุกคน” บุญสิตาบอกว่าตนไม่ใช่คุณมาร์ค “สงสัยต้องให้ขู่ เอามันออกมา” ลูกน้องกันต์ลากพุฒิเมธออกมาแล้วเอามีดจ่อคอขู่บุญสิตาว่า

“ถ้าแกไม่เซ็น ฉันจะฆ่าน้องแก และฆ่าร่างที่แกสิงอยู่ จะเซ็นหรือไม่เซ็น” กันต์ส่งเอกสารให้จ้องกดดัน บุญสิตาบอกว่าเซ็นแล้ว เซ็นแล้ว แต่พุฒิเมธพยายามมาร้องห้ามว่าอย่าเซ็นนะเฮีย บุญสิตาจึงแกล้งทำเป็นเซ็นไม่ได้ วินาทีนั้นเสียงนาฬิกาดังขึ้นในหัวของบุญสิตาแล้วเธอก็หมดสติไปเพราะวิญญาณณฤทธิ์ออกจากร่างไปแล้ว เหลือแต่ร่างบุญสิตาที่นอนสลบอยู่

“เกิดอะไรขึ้น” กันต์งงเป็นไก่ตาแตก พุฒิเมธบอกว่า

“เฮียคงออกจากร่างซินไปแล้ว เฮียไม่ได้เข้าร่างซินได้ตลอดหรอกนะ นายไม่มีทางเลือก ยังไงก็ต้องรอ ถ้าทำร้ายซินตอนนี้ ก็จะไม่มีใครเซ็นให้นาย” กันต์ฮึดฮัดๆ

แต่จำต้องรอจนกว่าบุญสิตาจะรู้สึกตัว

ooooooo

บุญสิตาหมดสติไปนานจนพุฒิเมธต้องพาส่งโรงพยาบาล เธอก็ยังหมดสติอยู่อีกหลายชั่วโมง แนนซี่ ซัน ทราย และสมศรีมาเยี่ยม พุฒิเมธบอกทุกคนว่า หมอบอกว่าทุกอย่างปกติดี ซินแค่สลบไปเฉยๆ สมศรีกับทรายกลัวต้องเสียค่าโรงพยาบาลมาก ทรายเสนอให้เอาไปนอนพักที่บ้านดีกว่า

“เรื่องค่าใช้จ่ายไม่ต้องห่วงครับ บริษัทจะออกเอง ส่วนเรื่องซินตอนนี้หมอกำลังพยายามรักษาเต็มที่” ทรายถามว่าแล้วใครจะเฝ้า  ตนก็ไม่ว่าง สมศรีบอกว่าตนก็ไม่ว่าง ซันบอกว่าตนเฝ้าเอง พุฒิเมธติงว่า “นายมีฝึกพรุ่งนี้ไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวพี่ดูซินให้เอง ไม่ต้องห่วง” แนนซี่อาสาจะอยู่เป็นเพื่อนด้วย

“แล้วตอนนี้นางหายไปไหนนะ” ณฤทธิ์ที่เฝ้าดูอยู่ร้อนใจ

เมื่อทรายกับสมศรีเดินออกไป ทรายบอกแม่ว่าซินเป็นแบบนี้เพราะฝีมือกันต์ เล่าว่าตอนตนกลับมาเห็นซินรีบร้อนออกจากบ้านเลยตามไปดู เห็นกันต์ ซิน กับพุฒิเมธกำลังคุยกันเครียด เห็นกันต์ทำร้ายซินกับพุฒิเมธ ตนเลยเข้าไปถ่ายคลิปวีดิโอใกล้ๆ

ทรายบอกว่าตนไม่รู้ว่าพวกเขามีเรื่องอะไรกัน แต่กันต์ดูน่ากลัวมาก ตนไม่อยากยุ่งเลยแกล้งทำเป็นไม่รู้ดีกว่า ถามสมศรีว่าเราจะทำยังไงดี สมศรีนิ่งไปอึดใจ แล้วบอกอย่างลิงโลดว่า

“แม่คิดออกแล้วว่าเราจะหาเงินมาใช้ได้ยังไง”

กันต์ให้ลูกน้องติดตามข่าวบุญสิตาอย่างใกล้ชิดสั่งว่าถ้ามันรู้สึกตัวเมื่อไหร่ให้รายงานทันที ซาร่าถามว่า ที่ซินเป็นแบบนี้เพราะเขาใช่ไหม เขาไม่กลัวโดนจับหรือ และระวังจะโดนฟ้องกลับ กันต์บอกว่าไม่กลัวเพราะพวกนั้นไม่มีหลักฐาน ซาร่าจึงบอกว่าตนท้อง  อยากได้เงิน ไปทำคลอดที่เมืองนอก

“ไปเอาเด็กออกซะ” กันต์โพล่งทันที ซาร่าถามว่า จะบ้าหรือ  นี่ลูกเรานะ “ถ้าอยากจะหมดอนาคต ดับอนาคตก็ตามใจ ผมจะได้ปล่อยคลิปรักบนเตียงของคุณกับผมด้วยเลย”

“ไอ้ชั่ว! ถ้าฉันดับ คุณก็ต้องดับด้วย ฉันจะบอกทุกคนว่าคุณเป็นแมงดา ฆ่าแฟนเก่าของคุณมาไม่รู้กี่ศพแล้ว” กันต์ตกใจถามว่าเธอรู้ได้ไง “ฉันรู้ก็แล้วกัน คอยดูว่าข่าวใครจะกระแสดีกว่ากัน”

ซาร่าพูดจบก็เดินออกไปเลย กันต์ตามไปถึงหัวบันไดพูดเหี้ยมว่า

“จะหนีไปแบบนี้ไม่ได้นะ คุณต้องไปเอาเด็กออก” ซาร่าหันมาตวาดว่าไม่ กันต์จิกตาคำรามเลือดเย็นว่า “ได้...งั้นผมจะเอาออกให้”

กันต์ผลักซาร่าตกบันไดไปทันที เธอตกไปอย่างแรงจนถึงพื้นชั้นล่างนอนเลือดนองจากหว่างขา!

ooooooo

ศรันย์ได้ข่าวจากจัสตินว่ามีคนพบว่าซาร่านอนสลบล้มอยู่เลยพาไปส่งโรงพยาบาล  ตอนนี้ยังไม่รู้สึกตัว แต่ที่น่าตกใจกว่านี้คือซาร่าแท้ง ศรันย์ถามว่าเธอท้องกับใคร  จัสตินก็ไม่รู้แต่ไม่นานข่าวคงหลุดออกมาแน่

ซันกลับบ้านเข้าห้องซินหยิบรูปพี่สาวมาบอกให้หายเร็วๆนะ เหลือบเห็นกล่องของขวัญที่ซินห่ออย่างดีและเขียนชื่อพุฒิเมธไว้ เมื่อจัสตินมารับไปฝึก ซันจึงหยิบกล่องของขวัญไปด้วย

ที่หน้าบ้านมีคนเก็บขยะยืนรอเพื่อเก็บค่าเก็บขยะ ทรายกับสมศรีไม่มีเงินจ่ายบ่นว่าซินก็ไม่ฝากไว้ด้วย

ไหนจะค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่ากับข้าวอีกใครจะจ่าย ซันได้ทีเลยบอกว่าให้หัดทำงานกันบ้าง   ที่ผ่านมาก็เอาแต่พึ่งพี่ซิน ด่าเขา ว่าเขา ทีนี้ไม่มีพี่ซินแล้วจะอยู่กันยังไง

จัสตินเดินเข้ามาพูดกล้าๆกลัวๆว่าเห็นคนเก็บขยะรออยู่ตนเลยจ่ายไปแล้ว   ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายอื่นๆ ถ้าไม่รังเกียจเอาเงินตนก่อนก็ได้ สมศรีรีบบอกว่าตอนนี้ไม่รังเกียจหรอกค่ะ จัสตินจึงหยิบเงินให้ ซันมองอย่างไม่สบายใจ บอกว่าเงินนี้เดี๋ยวตนจะรีบหามาคืนให้

ซันขอให้จัสตินแวะโรงพยาบาลก่อนได้ไหม ตนอยากไปเยี่ยมพี่ซินและเอาของไปให้พี่เมธด้วย เห็นพี่ซินตั้งไว้ในห้อง เมื่อซันเอากล่องไปให้ พอพุฒิเมธเปิดฝาก็เห็นลูกโป่งรูปหัวใจเด้งออกมามีข้อความเขียนว่า “I Love you” พุฒิเมธถึงกับยิ้ม หยิบจดหมายขึ้นอ่านอย่างตื่นเต้น...

“ฉันไม่กล้าที่จะพูดสิ่งที่คุณอยากฟัง ฉันเลยขอทำของขวัญไว้ให้แทนคำพูด ฉันขอมอบหัวใจดวงนี้ให้คุณค่ะ ลูกโป่งหัวใจที่มาจากลมหายใจของฉัน มีใบเดียวเท่านั้น ฉันตั้งใจทำมันเองกับมือและใส่ลมหายใจฉันลงไป มันอาจจะเปราะบางแตกง่าย อยากให้คุณดูแลดีๆ”

อ่านจดหมายจบพุฒิเมธน้ำตาไหลพูดกับร่างบุญสิตาที่ยังนอนไม่ได้สติว่า...

“คุณลุกขึ้นมาพูดกับผมเองสิ ผมไม่อยากได้ลมหายใจสุดท้ายจากคุณแบบนี้ ผมจะรอคำว่ารักสั้นๆจากปากคุณ”

เจนนี่รู้ว่าพุฒิเมธเฝ้าซินอยู่จึงมาดูให้เห็นกับตา พอเห็นสายตาที่เขามองร่างซินด้วยความรักก็ยิ่งบาดใจหันหลังกลับก็เจอดนุดลยืนมองอยู่ ดนุดลเอาน้ำสตรอเบอรี่ที่เธอชอบให้ดื่มถามว่าไม่เข้าไปเยี่ยมหน่อยหรือ  เจนนี่บอกว่าไม่ ทำใจไม่ได้ ถามดนุดลว่าตอนเขาอกหักผ่านมาได้อย่างไร

“ตอนแรกทำใจไม่ได้หรอก ถึงคิดสั้นไง แต่พอผ่านมาได้ ความเจ็บตรงนั้นมันก็แค่เรื่องนิดเดียว ถึงเขาจะไม่รักเรา ก็ยังมีคนอื่น มีแฟนคลับมากมายที่รักเรา ก็เลยตั้งใจทำงานให้ดี พอตั้งใจทำงานมากๆสักพักก็ลืมไปเอง...อย่าได้แคร์ เป็นซุปตาร์ต้องสตรอง” ดนุดลยิ้มให้กำลังใจ เจนนี่พยักหน้าอย่างขอบใจ

ooooooo

วรรณนากับสมบัตินั่งคุยกันอยู่ที่บ้าน วรรณนาถามว่าเมธยังไม่กลับหรือ สมบัติบอกว่าปล่อยให้เขาอยู่ไปเถอะ ตนเข้าใจความรู้สึกของเมธดีว่ามันทรมานแค่ไหน วรรณนาบอกว่าถ้าเมธเจ็บแทนได้คงทำไปแล้ว

“แต่ซินคงไม่ดีใจหรอกถ้ามีใครต้องเป็นอะไรแทน เขาคงเสียใจด้วยซ้ำ ตอนที่แม่ของมาร์คหักพวงมาลัยเพื่อช่วยชีวิตผม ผมก็รู้สึกผิดแล้วโทษตัวเองมาตลอด”

“เพราะแบบนี้ใช่ไหมคะ คุณถึงไม่เคยเถียงมาร์คหรือญาติของฉันเวลาที่เขาว่าคุณว่าทำร้ายพี่สาวฉัน

สักคำ...พี่ฉันป่วยหนัก เขาคงรู้ว่าต่อให้เขารอดก็อยู่ได้ไม่นาน  สู้ให้พี่บัติรอดเพื่อดูแลมาร์คดีกว่า อย่าคิดมากเลยนะคะ พี่เขาตัดสินใจดีแล้ว”

ที่มุมหนึ่งณฤทธิ์ได้รับรู้ความจริงถึงกับอึ้งเพราะตัวเองโทษพ่อมาตลอดว่าพ่อฆ่าแม่ บอกบุญสิตาที่ยังเข้าร่างไม่ได้ขณะนั่งคุยกันที่ดาดฟ้าว่า

“แม่เธอปกป้องเธอ ก็คงคิดแบบแม่ของฉัน

เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเลิกโทษตัวเองว่าทำให้แม่ต้องตายได้แล้วนะ ใช้ชีวิตให้มีค่า สมกับที่แม่เสียสละเพื่อเธอ”

“ตั้งแต่ออกจากร่าง ฉันได้แต่มองดูร่างตัวเองโดยที่ไม่สามารถทำอะไรได้ ฉันรู้เลยว่าการที่เรามีลมหายใจสามารถใช้ชีวิตทำอะไรต่ออะไรได้ มันมีค่าแค่ไหน ถ้ากลับไปได้ฉันคงใช้ชีวิตให้เต็มที่กว่านี้ ฉันคงทำอะไรเพื่อตัวเองมากขึ้น คงไม่ใช้ชีวิตแบบไร้เป้าหมายอีกแล้ว...”

“ถ้ากลับไปได้ ฉันจะจัดการเรื่องทุกอย่างให้เร็วที่สุด ฉันสัญญา”

ระหว่างนั้นเองเสียงนาฬิกาดังไปทั่วบริเวณ เหมือนเห็นด้วยกับที่ทั้งสองได้เรียนรู้และเข้าใจชีวิต ทั้งสองแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น

แล้วร่างบุญสิตาก็รู้สึกตัว พุฒิเมธดีใจแต่กลายเป็นว่าเป็นวิญญาณของณฤทธิ์ เขาเล่าสิ่งที่เวลาบอกให้พุฒิเมธฟัง ถึงสาเหตุที่บุญสิตายังกลับร่างตัวเองไม่ได้ บอกพุฒิเมธอย่างเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ว่า

“มีทางไหนที่ฉันสามารถช่วยซิน ทำให้ซินกลับมาเป็นปกติได้บ้าง ฉันยอมทำทุกอย่าง...ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต” ณฤทธิ์คิดถึงที่ตนเองบอกกับเวลาไว้ว่า “ฉันตกลง จะเอาเวลาฉันไปเท่าไหร่ฉันก็ยอม ฉันยอมแลกชีวิตฉัน ขอให้ช่วยซินได้”

การตัดสินใจแลกชีวิตกับบุญสิตาทำให้ณฤทธิ์มีเวลาอยู่บนโลกได้อีกอาทิตย์เดียว พุฒิเมธบอกว่า

เจ็ดวันที่เหลือจะให้ตนช่วยอะไรก็บอก

“เจ็ดวันนี้เราต้องจัดการเรื่องกันต์ให้เรียบร้อย ฉันจะไม่ให้ซินมาเสี่ยงเพราะฉันอีกแล้ว” พุฒิเมธบอกว่าถ้ากันต์รู้ว่าซินรู้สึกตัวแล้วมันไม่ปล่อยเฮียไว้แน่ “หวังว่าเราจะจัดการมันได้ก่อนมันจะทำอะไรซิน”

จริงดังพุฒิเมธคาด พอกันต์รู้ว่าบุญสิตาฟื้น เขาก็สั่งลูกน้องหาคนให้ ตนมีงานสำคัญให้ทำคืนนี้

จิกตาพึมพำ “วันนี้แกได้ไปเกิดใหม่แน่ไอ้มาร์ค”

ooooooo

พุฒิเมธถามณฤทธิ์ในร่างบุญสิตาที่นอนอยู่บนเตียงว่าจะออกไปข้างนอก เฮียอยู่คนเดียวได้ไหม บุญสิตาบอกว่าได้ พอพุฒิเมธเดินคล้อยหลังไป กันต์กับลูกน้องสองคนก็เดินเข้ามา

บุญสิตาลืมตาเห็นกันต์ก็ตกใจ กันต์ย่างสามขุมเลื่อนโต๊ะอาหารมาที่เตียงเอาเอกสารพินัยกรรมวางสั่งให้เซ็น ขู่ว่านี่เป็นโอกาสสุดท้าย “ไม่งั้นซินได้ตายไป พร้อมแก แล้วแกก็จะไม่มีร่างให้สิง” พลางหยิบเข็มฉีดยาจะฉีดเข้าสายน้ำเกลือ

“แกไม่กล้าทำหรอก” บุญสิตาพูดทั้งที่กลัว กันต์ตะคอกว่าอย่าลืมว่าตนเคยฆ่าเขามาแล้ว “นั่นสิ ลืมไปว่าแกฆ่าฉันเหมือนกับที่ฆ่าแฟนไฮโซเก่าๆของแกทุกคนเพื่อหลอกเอาสมบัติ”

กันต์คำรามแค้นว่าแผนการทุกอย่างของตนเกือบจะสมบูรณ์แล้ว แต่เขานั่นแหละทำให้ชีวิตตนผิดแผน ไหนๆก็จะตายแล้วก็จะบอกให้หายโง่ แล้วกันต์ก็เล่าสาเหตุการฆ่ามาร์คให้เจ้าตัวฟังว่า...

ตนคบกับพอลลี่ดูแลเจ๊จนเจ๊เกือบยกสมบัติให้แล้ว แต่พอมาร์คแทรกเข้ามาเจ๊ก็เริ่มเขวหันไปเอ็นดูเขาและทำท่าจะเขี่ยตนทิ้ง ตนจึงต้องรีบฆ่าเพื่อหวังสมบัติ จนเจ๊ตายตนจึงรู้ว่าเจ๊ไม่ได้ยกอะไรให้เลย เพราะเขาเตือนเจ๊ให้ระวังจะโดนตนหลอก ตอนนั้นตนมีหนี้มากจึงจำต้องหันมาเกาะเขาเพื่อหลอกเอาเงิน

“ฉันค่อยๆให้แกกินยาทีละนิด หลอกว่าเป็นยาบำรุง แต่แกก็หนังเหนียวไม่ตายซะที ฉันเลยต้องจ้างคนมาขับรถชนแก แล้วจัดฉากให้เป็นอุบัติเหตุไงล่ะ”

ณฤทธิ์ยิ่งแค้นมาก ไม่ยอมเซ็นพินัยกรรม กันต์ทำท่าจะกดเข็มฉีดยา ณฤทธิ์จำต้องเซ็นเพื่อป้องกันร่างบุญสิตา ทันทีที่มาร์คเซ็น กันต์ก็โทร.สั่งลูกน้องให้เผาศพทิ้งเสีย เมื่อณฤทธิ์โวยกันต์บอกว่าตนจะปล่อยซิน

แต่เพื่อนๆเขาที่บริษัทตนจะถอนรากถอนโคนให้หมด

พอดีลูกน้องเข้ามาเตือนกันต์ว่ารีบไปเถอะเดี๋ยวใครมาเห็น พอกันต์กับลูกน้องออกไปครู่เดียว แนนซี่

ก็เข้ามาเห็นซินยังสลบอยู่ก็ตกใจร้องเรียกเสียงดัง ซินลืมตาขึ้น เธอถามว่านี่มาร์คหรือซิน ซินไม่ตอบเพราะยังงงๆ

เมื่อสมบัติรู้ว่ากันต์ปลอมพินัยกรรมและยึดบริษัทได้สำเร็จ เขาเสียใจมากที่ไม่สามารถรักษาสิ่งที่มาร์ครักไว้ได้ วรรณนาปลอบว่าอะไรที่เป็นของเรามันก็จะเป็นของเรา คนที่โกงไปของสิ่งนั้นก็จะอยู่กับเขาได้ไม่นาน

กันต์รีบเอาบริษัทไปขายให้วัฒน์ พบทรายที่นั่นก็แปลกใจ ทรายบอกว่าตนต้องการเงิน ตนถ่ายคลิปที่เขาทำร้ายซินไว้  ถ้าไม่ยอมตนจะเอาคลิปให้ตำรวจทันที สิ้นเสียงทรายบุญสิตาก็นำตำรวจเข้ามา ตำรวจแจ้งข้อหากันต์ว่า ปลอมลายเซ็นและปลอมพินัยกรรม พุฒิเมธตามตำรวจเข้ามาพูดอย่างผู้ชนะว่า

“พินัยกรรมของจริงอยู่นี่ต่างหาก เฮียเขียนเอาไว้ก่อนฉบับของปลอมที่แกเขียนขึ้นมา ฉบับนี้ลายเซ็นเฮียของแท้แน่นอน นอกจากข้อหานี้ยังมีข้อหาพยายามทำลายศพเฮีย พยายามฆ่าไฮโซอีกหลายคน รวมถึงเฮียด้วย”

กันต์โต้ว่าไม่มีหลักฐาน บุญสิตาบอกว่าตนมี หลักฐานที่กันต์สารภาพกับตน กันต์ถึงกับช็อกที่ถูก

ซ้อนแผนจนถูกจับซ้ำศพของณฤทธิ์ก็ถูกศรันย์กับจัสตินไปแย่งจากลูกน้องกันต์มาได้

ตำรวจจับกันต์ กันต์สู้อย่างจนตรอกจับทราย

เป็นตัวประกันบังคับให้ทรายขับรถหนี ทรายถูกบังคับให้ขับรถเร็วทั้งที่ขับไม่แข็ง จนสุดท้ายชนกับรถบรรทุกอย่างจัง

ooooooo

ณฤทธิ์พูดกับพุฒิเมธว่าในที่สุดกันต์ก็รับกรรมจบชีวิตแบบเดียวกับตน ซาร่าก็เจอข่าวลือเรื่องท้องเหมือนเจนนี่ พุฒิเมธถามว่าแล้วซินเข้าร่างได้หรือยัง ณฤทธิ์บอกว่าเดี๋ยวก็กลับมา หลังจากนี้ก็ไม่มีเรื่องร้ายๆ เกิดขึ้นอีกแล้ว

เวลาที่เหลืออีกเจ็ดวันของณฤทธิ์ เขาบอกพุฒิเมธว่าฝากดูแลพ่อแม่และทุกคนในบริษัทด้วย ช่วยเร่งงานเผาตนให้เร็วขึ้นได้ไหม ตนอยากสานงานของตัวเองอยากเจอทุกคนในงานแล้วพูดเรื่องสำคัญคืออยากรู้ว่าเขาคิดอย่างไรกับซิน ขอให้ตอบแบบแมนๆ พุฒิเมธยอมรับว่าตนชอบซิน

ซินกลับเข้าร่างได้แต่ยังเบลอเลยทำเนียนแอบฟัง ได้ยินพุฒิเมธสัญญากับมาร์คว่าจะดูแลซินให้ดีที่สุดสารภาพว่า “ผมรักซิน”

“ฉันก็รักคุณค่ะ” ในที่สุดบุญสิตาก็พูดสิ่งที่ไม่ได้พูด พอพุฒิเมธเห็นก็โผเข้ากอดเธอแน่น ทั้งสองกอดกันด้วยความรัก แต่ก็ถูกโทรศัพท์จากซันขัดจังหวะบอกว่าทรายจะฆ่าตัวตาย บุญสิตารีบกลับไปหว่านล้อมทรายจนยอมเปลี่ยนใจกอดซินไว้ด้วยซึ้งใจ สมศรีดีใจเข้ามากอดอีกคน

เมื่อปัญหาทุกอย่างคลี่คลายแล้ว ณฤทธิ์ขอเดตกับซินแบบเพื่อนสาว ชวนไปปิกนิกกัน ตนอยากพักผ่อนบนโลกนี้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะได้พักตลอดไป

บุญสิตาจึงพาไปที่สวนดอกไม้สวยงาม ณฤทธิ์รำพันอย่างมีความสุขกับธรรมชาติและอากาศบริสุทธิ์ว่า

“เราโชคดีจริงๆที่ได้เกิดมาบนโลกใบนี้ ธรรมชาติที่อยู่รอบตัว อากาศที่เราหายใจ อาหารที่เรากิน ภาพต่างๆ

ที่มองเห็น เสียงต่างๆที่เราได้ยิน มันดีงามไปหมด...

ฉันจะใช้ทุกวินาทีที่เหลือให้ดีที่สุด สัมผัสทุกอย่างให้ได้มากที่สุด เพราะชาติหน้าไม่รู้ว่าฉันจะได้เกิดมาใช้ชีวิตแบบนี้อีกไหม ฉันอาจเกิดมาได้แค่ครั้งเดียวก็ได้”

บุญสิตาสะเทือนใจจนน้ำตาไหล หันไปรื้อของในตะกร้า เห็นสมุดโน้ตเล่มหนึ่งจึงหยิบมาดู ที่หน้าปกเขียนว่า “ชั่วโมงต้องมนต์” ณฤทธิ์บอกว่า

“ฉันใส่ไว้เองแหละ เธอให้สมุดฉันมา เวลาเหงาๆ

ฉันเลยเขียนเรื่องราวแต่ละคนที่ฉันได้ไปเจอมาเก็บ

เอาไว้น่ะ ฉันอยากฝากสมุดเล่มนี้ให้เธอไปพิมพ์แจกเป็นของชำร่วยงานศพฉัน”

บุญสิตาเปิดสมุด “ชั่วโมงต้องมนต์” ดู ในนั้น มีทั้งบันทึกและรูปที่เล่าเรื่องราวต่างๆในสังคมที่คนคิดฆ่าตัวตายด้วยสาเหตุต่างๆ ทั้งเรื่องเล็กและเรื่องใหญ่ เรื่องอกหักรักคุด เรื่องสามีมีเมียน้อย กระทั่งเรื่องหนี้สิน

ตอนหนึ่งบันทึกไว้ว่า

“เหตุการณ์ต่างๆที่ฉันเจอ ทำให้ฉันรู้ว่า แค่เรา แข็งแรง มีชีวิต มีลมหายใจกับคนที่รัก คือสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว ฉันอยากให้ทุกคนที่ฉันรักใช้เวลาที่เหลืออยู่กับคนที่รักให้คุ้มค่าเพราะความเป็นความตายมันเกิดขึ้นได้ทุกเวลา” ณฤทธิ์ฝากบุญสิตาให้เอาเรื่องราวที่ตนเขียนไปบอกพวกเขาเหล่านั้นด้วย

งานศพของณฤทธิ์ เจ้าตัวขอให้จัดดอกไม้ให้สวยงาม มีซุ้มภาพความทรงจำกับเพื่อนๆ ความสำเร็จของเด็กๆในบริษัท บรรยากาศในงานอบอุ่นเหมือนงานเลี้ยงส่งเพื่อนมากกว่างานศพ

บุญสิตาได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนกล่าวความรู้สึก เธอกล่าวอย่างซาบซึ้งถึงความมุมานะในการสร้างบริษัทและปั้นเด็กขึ้นมาจนประสบความสำเร็จโดยมีพุฒิเมธ ศรันย์และจัสตินร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันมา ตัวเองนั้น เวลาที่อยู่กับมาร์คเอนเตอร์เทนเมนท์เป็นเวลาที่มี

ความสุขมากและทำให้ความฝันของตนเป็นจริง

ทุกคนมุ่งมั่นที่จะสานฝันของมาร์คให้เป็นจริงและแข็งแกร่งเติบโตยิ่งขึ้น สมบัติก็จะดูแลบริษัทให้ดีขอให้มาร์คหลับให้สบาย ไม่ต้องห่วงอะไรอีกแล้ว

ของขวัญสำคัญที่ณฤทธิ์ทำให้กับบุญสิตาที่สละร่างให้เขาสิงทำในสิ่งต่างๆคือ ทะเบียนสมรสของพุฒิเมธกับบุญสิตา...

วันเวลาผ่านไป บุญสิตากับพุฒิเมธยืนดูทารกในตู้อบ ทั้งสองตะลึงอึ้งเมื่อเห็นทารกนั้นหน้าเหมือน ณฤทธิ์ บุญสิตาถึงกับอุทาน

“คุณมาร์ค!”

ท้องฟ้าวันนี้ สดใสราวกับแผ่นกระจก มีข้อความปรากฏสวยงามอ่อนหวานบนท้องฟ้าว่า

“ชั่วโมงต้องมนต์จบแล้ว แต่เวลาต้องมนต์ดีๆ

ในชีวิตคุณยังไม่จบนะ อย่าลืมใส่ใจใช้เวลาดีๆกับคนที่คุณรักนะจ๊ะ”

ณฤทธิ์เองก็ฝากเสียงมาอย่างรักห่วงใยและคิดถึงทุกคนว่า

“เวลาให้โอกาสทุกคนเสมอ ตราบใดที่เรายังมีลมหายใจ...เรายังกลับไปแก้ไขทุกอย่างได้...จบจริงๆแล้วย่ะ”

ooooooo

–อวสาน–


ละครชั่วโมงต้องมนต์ ตอนที่ 14(ตอนจบ) อ่านชั่วโมงต้องมนต์ ติดตามชั่วโมงต้องมนต์ ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย มาสุ จรรยางค์ดีกุล, รณิดา เตชะสิทธิ์, ธนิน มนูญศิลป์ 28 ก.พ. 2561 07:01 2018-03-03T00:51:18+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ