ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ชื่นชีวา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

กานดาแปลกใจเมื่อเห็นเกศินีมาหาถึงบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ เธอเอะใจถามว่าเกิดอะไรขึ้น พอรู้ว่าเป็นเรื่องชื่น

“คุณพระคุณเจ้า! ไอ้ชื่นน่ะเรอะเป็นผู้หญิง”

“ใช่ค่ะ คุณแม่ขาจะทำยังไงดี...เกศไม่อยากกลับไปบ้านโน้นแล้ว ขนาดตอนที่มันเป็นผู้ชายยังโอ๋มันแทบแย่ แล้วนี่มันกลายเป็นผู้หญิงขึ้นมา คนบ้านโน้นมิเห่อมันตายหรือคะ ป้าจันทร์ยังบอกเลยว่าคราวนี้พี่กับน้องต้องฆ่ากันตายเพราะแย่งมัน”

“ใจเย็นๆลูก ไม่มีวันที่ไอ้หรืออีหน้าไหนจะมาดีกว่าหรือสวยกว่าลูกเกศของแม่เด็ดขาด!”

สีหน้าและแววตาของกานดามุ่งมั่นจะทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องลูกสาว ขณะเดียวกันนั้น คุณหญิงวีณารู้สึกภาคภูมิใจกับการแปลงโฉมให้ชื่น เธอยืนมองผลงานตัวเองอย่างพออกพอใจเพราะชื่นมีความงดงามน่ารักสมดั่งใจ ทั้งต้นและต่อจ้องหญิงสาวที่ก้าวลงจากรถตะลึงงัน

ชื่นเองก็มีท่าทีขัดเขินด้วยไม่คุ้นกับชุดแบบสุภาพสตรีและรองเท้าส้นสูง เพียงเดินได้สองสามก้าวก็สะดุดล้มลง หญิงสาวอับอายกับความเปิ่นของตัวเองยิ่งนัก แถมยังได้ยินเสียงต่อหัวเราะอย่างลืมตัว ในขณะที่ต้นมีใบหน้าเปื้อนยิ้ม พอลุกขึ้นได้ก็คอแข็งรีบเดินตัวตรงเข้าบ้านทันที

“คุณต้น ชื่น...ชื่นเป็นผู้หญิงแล้ว...ทำไมคุณต้นดูไม่แปลกใจหรือตื่นเต้นเลยหรือครับ”

“แล้วไงล่ะ จนบัดนี้พี่ยังไม่รู้เลยว่าตกลงเขาเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายหรืออะไรกันแน่”

“เป็นผู้หญิงแน่นอน คุณอาวีณายืนยันกับผมเองเมื่อครู่นี้”

ต้นทำหน้าขึงขังถามว่าจะแน่ใจได้อย่างไรว่าชื่นจะไม่แปลงร่างกลับเป็นชายอีก ตนเชื่อว่ามันจะต้องมีอะไรแอบแฝงอยู่แน่นอน ต่อถอนใจเฮือกใหญ่ที่พี่ชายเป็นคนเข้าใจอะไรยากและมีคำถามมากมายเกิน เช่นเดียวกับเจ้าคุณก็ประหลาดใจเมื่อทราบว่าตาของชื่นต้องการให้เธอเข้มแข็งจึงจับแต่งตัวเป็นผู้ชาย ชื่นพยายามก้มหน้าไม่สบตากับใคร ภายในใจรู้สึกผิดที่ต้องโกหกผู้มีพระคุณทั้งสอง แต่มันเป็นความจำเป็นที่ตาชมสั่งให้ปิดเป็นความลับ

คุณหญิงวีณาพยายามคลายบรรยากาศโดยเสพูดเรื่องชื่อที่แท้จริงของชื่นว่าเพราะมาก เจ้าคุณเลิกคิ้วประหลาดใจอีกคำรบเมื่อได้ยินคำว่าชื่นชีวา เขารำพึงกับตัวเองว่าคนต่างจังหวัดไม่น่าตั้งชื่อได้ขนาดนี้...

เรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำอะไรแน่ๆ พอชื่นขอตัวกลับไปพักผ่อน เจ้าคุณถึงกับเอ่ยปากบอกภรรยาว่าตนเริ่มไม่ไว้ใจตาของชื่น คุณหญิงวีณามองเป็นกังวล

“อยู่ดีๆทำไมเจ้าคุณพี่ก็เกิดไม่ไว้ใจชื่นขึ้นมาล่ะคะ...มันไม่น่าจะมีอะไรลึกลับขนาดนั้น”

“มีสิ เรื่องนี้ต้องมีเบื้องหลังแน่ คุณหญิงน่ะอยากมีลูกสาวจนมองข้ามไป ฉันแค่รู้สึกแปลกๆกับเหตุผลของตาชม...อย่าเพิ่งวางใจจนเกินไปนัก”

เพราะคำเตือนของสามีทำให้คุณหญิงวีณาครุ่นคิดหนักเกิดความกังวลใจอยู่ลึกๆ ด้านชื่นรู้สึกเจ็บใจนึกถึงเหตุการณ์ที่ต้นตกตะลึงเมื่อเห็นเธอในชุดผู้หญิง ก่อนจะมีสีหน้าเปื้อนยิ้มตอนที่เธอสะดุดล้มลงเพราะรองเท้าส้นสูง หญิงสาวปฏิญาณว่าวันหนึ่งตนจะใส่ไอ้รองเท้าเจ้ากรรมนั่นวิ่งให้พวกหนุ่มๆบ้านนี้ดูให้ได้

ฟากต่อรู้สึกเสียใจที่หลุดหัวเราะใส่ชื่น เขาจึงคะยั้นคะยอชวนพี่ชายให้ไปหาชื่นเป็นเพื่อนที่เรือนเล็กเพื่อขอโทษ ตอนแรกต้นอิดออดไม่อยากไป แต่จำยอมเพราะอยากตัดรำคาญ ชื่นรู้แกวว่าต่อมาหาด้วยเรื่องอะไรจึงหลบเลี่ยงขังตัวเองอยู่แต่ในห้อง ต้นเห็นแล้วหมั่นไส้หลุดปากแขวะว่าเบื่อคนเล่นตัว เท่านั้นเอง ชื่นโกรธจัดเปิดประตูออกมาเผชิญหน้าทันที ชายหนุ่มทำเป็นเมินไม่สนใจ นมอ่อนเห็นท่าไม่ดีรีบตัดบทชวนให้เข้าไปคุยในบ้าน

แต่สายไปเสียแล้ว ชื่นพูดลามปามต้นจนเขาโมโหเดินจากไปไม่เหลียวหลัง นมอ่อนกับต่อสบตากันอย่างอ่อนใจ ชื่นทำท่าไม่ยี่หระกับสิ่งที่ตนเองกระทำแต่กลับชวนต่อสนทนาเรื่องอื่นแทน ชายหนุ่มสบโอกาสบอกว่า

“ชื่นรู้ไหม...คุณต่อน่ะคิดมาตั้งนานแล้วว่าชื่นน่ะเหมือนผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย...คุณต่อยังเคยพูดกับคุณต้นเลยว่า...”

นมอ่อนมองต่ออย่างเพ่งพิศทำให้ชายหนุ่มเกิดอาการประหม่าหน้าแดงไม่กล้าพูดต่อว่าเขาอยากแต่งงานกับเธอ ชื่นไม่ทันสังเกตได้แต่คาดคั้นเขาเพราะไพล่คิดถึงว่าสองพี่น้องคงนินทาเธอสนุกปาก ในที่สุดต่อก็ไม่กล้าเอ่ยความในใจออกมาพูดเพียงว่า

“เอาไว้คุณต่อจะบอกชื่นแน่ๆเมื่อถึงเวลา”

ooooooo

ที่ตึกใหญ่ กานดาทำทีมาเยี่ยมคุณหญิงวีณาตามประสาเครือญาติ แต่แท้ที่จริงแล้วเธออยากจะมาสืบเสาะข้อมูลเกี่ยวกับชื่น ทำเป็นมองไปรอบๆแล้วลดเสียงทำเหมือนพูดความลับ

“เอ้อ...ดิฉันได้ข่าวว่าไอ้...เอ๊ย! นายชื่นกลายเป็นนางสาวชื่นแล้วหรือคะ”

“ค่ะ เธอชื่อนางสาวชื่นชีวา เป็นชื่อดั้งเดิมตั้งแต่เกิดแล้วค่ะ”

“แล้วทำไมต้องปลอมตัวเป็นผู้ชาย คุณหญิงไม่แปลกใจบ้างหรือคะ ระวังไว้หน่อยก็ดีนะคะ คนสมัยนี้ไว้ใจยาก”

คุณหญิงวีณาลอบถอนใจเบื่อหน่ายกับความจุ้นจ้านของพี่สะใภ้ แต่ก็พูดอะไรไม่ได้มาก ทำได้แค่ขอบคุณเท่านั้น กานดาวกเข้าเรื่องตัวเองโดยพูดถึงเกศินีกับต้นว่าเป็นคู่ที่เหมาะสม เสียงคุณหญิงวีณาปรามทันทีว่า

“คุณกานดา! คุณต้นกับยายเกศยังเด็กนะคะ เราไม่น่ามาพูดถึงพวกเขาในแง่แบบนี้มันไม่งาม”

กานดาแสร้งยิ้มแย้มภายในใจเดือดปุดเพราะอยากให้ลูกสาวตกล่องปล่องชิ้นกับตระกูลศรายุทธ เพื่อเข้าทำนองเรือล่มในหนองทองจะไปไหน แต่ดูเหมือนน้องสามีจะไม่คล้อยตามกับแผนที่วาดไว้

เวลาเดียวกันนั้นที่เรือนเล็ก นมอ่อนกำลังสอนให้ชื่นกับต่อเจียนหมาก ทั้งสองคนตั้งใจเรียนอย่างเต็มที่ พลันนางจันทร์พาเจือ ญาติผู้น้องมาแอบดูชื่น กระซิบนินทาดังเป็นระยะ

“สวยนี่ ขนาดมองไกลๆยังสวยกว่าคุณเกศอีกนะ พี่จันทร์”

จันทร์หมั่นไส้เผลอตัวยกมือเขกหัวเจืออย่างแรงจนร้องลั่น ทั้งนมอ่อน ต่อและชื่นมองหาต้นเสียงนั่น จันทร์รีบดึงเจือให้ก้มหัวลง เสียงต่อตวาดดังก้อง

“นั่นใคร...ฉันถามว่าใคร!”

“เจือเองค่ะ พี่จันทร์ก็มาด้วย...อยู่ตรงนี้ค่ะ”

จันทร์แทบจะกรี๊ดในความโง่ของญาติ จำใจลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปในบริเวณเรือนเล็กแสร้งบอกว่าตนแค่พาเจือมาเดินเล่นเท่านั้น ชื่นยิ้มขำไม่เชื่อในสิ่งที่ต้นห้องของเกศินีพูดเลย นมอ่อนได้ทีดักคอว่าจะพามาแอบดูชื่นมากกว่า จันทร์ไม่พอใจสวนว่าอย่ามาหาเรื่องกัน ตนยืนยันว่ามาเดินเล่นเท่านั้น ชื่นละเหี่ยใจที่สองคนรับใช้แถไม่เลิกจึงพูดเสียดสีว่า

“ช่างเขาเถอะค่ะ คนโกหกตกนรกใต้ดิน ทีหลังถ้าอยากดูก็มาได้เลย ไม่ต้องแอบๆซ่อนๆรับรองไม่เก็บตังค์”

สองบ่าวรีบจ้ำเท้าออกไปอย่างไม่พอใจ ด้านเกศินีในเวลานี้ตามตื๊อต้นไม่เลิก หญิงสาวตัดพ้อชายหนุ่มว่า

“คุณต้นมีน้องสาวคนใหม่แล้ว อีกหน่อยก็ลืมเกศ”

“คุณเกศพูดอะไรไร้สาระ ฉันพยายามสงบใจฟังมานานแล้ว ถ้าไม่มีอะไรก็ขอตัวไปทำงานต่อนะ”

เกศินีทำเสียงกระเง้ากระงอดบ่นชายหนุ่มว่าไม่เคยมีเวลาให้ตน แต่มีเวลาไปเตรียมการสอนให้ชื่นได้ ต้นถอนใจยาวชี้แจงว่าเรื่องสอนหนังสือชื่นเป็นงานที่เจ้าคุณพ่อมอบหมายให้ทำ จึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ หญิงสาวยิ้มดีใจเมื่อรู้

“คุณต้นจำใจสอนมันเพราะถูกเจ้าคุณลุงบังคับใช่ไหมคะ...ค่อยยังชั่ว เกศนึกว่าคุณต้นหลงเสน่ห์มันอีกคนเสียอีก!”

ต้นชักสีหน้าไม่พอใจพูดเสียงเข้มว่าตนไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายและคิดแทนตัวเอง แล้วเดินปึงปังออกไปอย่างหงุดหงิด เกศินีหน้าเสียน้ำตาไหลพรากด้วยความน้อยใจยิ่งยวดแล้ววิ่งถลาเข้าไปฟ้องมารดาทันที

“นิ่งนะลูก...คุณหญิงเห็นหรือยังคะว่านังเด็กนั่นนำความเดือดร้อนมาให้คนในบ้านนี้ขนาดไหน มันเป็นกาลกิณี ควรไสหัวมันออกจากที่นี่โดยเร็ว”

คุณหญิงวีณาขยับเหมือนอยากจะพูด แต่พอเห็นสภาพหลานสาวก็นิ่งเงียบไม่อยากพูดอะไรให้กระทบ กระเทือนจิตใจ ในขณะที่เกศินีกระหยิ่มใจคิดว่าอีกไม่นาน อาหญิงคงจะขับไล่ชื่นออกจากบ้านแน่นอน จากนั้นกานดาสบโอกาสรุกคืบ

“คุณหญิงจะไล่นังชื่นกลับบ้านนอกเมื่อไหร่คะ”

“ใครบอกคะว่าดิฉันจะไล่ชื่นออกไป ดิฉันอุตส่าห์ขอลูกสาวของเขามาเลี้ยง...รับรองกับเขาเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะเลี้ยงให้เหมือนลูก...แล้วอยู่ดีๆ จะให้ส่งกลับไปโดยที่เด็กไม่ได้ทำอะไรผิด ดิฉันมิเสียคำพูดแย่หรือคะ ไม่ต้องห่วงเรื่องทรัพย์สมบัติของแม่เกศ ยังไงดิฉันจะยึดตามคำเดิมว่าเคยตั้งใจไว้อย่างไรก็ทำตามนั้น”

กานดาหน้าเจื่อนรู้ดีว่าถูกเหน็บเข้าอย่างแรงจึงต้องแสร้งยกมือไหว้ขอบคุณแทนลูกสาวอย่างนอบน้อม แต่ภายในใจเริ่มวางแผนให้ทั้งลูกสาวและหลานสาวจับลูกชายบ้านนี้ให้อยู่หมัด ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล...

ooooooo

ตกค่ำวันเดียวกัน กานดาเรียกยุพา หลานสาวเข้ามาคุยเรื่องวางแผนรวบหัวรวบหางคุณต่อลูกชายคนเล็กของเจ้าคุณพิชัยศรายุทธ หญิงสาวลังเลไม่แน่ใจว่าชายหนุ่มจะสนใจตัวเอง แต่น้าสาวไม่สนใจยุว่า

“มารยาหญิงมีเท่าไรเอาออกมาใช้ให้หมด ผู้ชายแพ้ทางเรื่องพวกนี้ คุณต่อน่ะรูปงาม พ่อก็รวย อนาคตสดใส แกจะหาผู้ชายที่ดีกว่านี้ไม่ได้แล้วล่ะ แล้วน้าจะแนะนำให้รู้จักกัน”

แผนแรกที่กานดาวางไว้คือการไปจัดเลี้ยงอาหารที่บ้านพิชัยศรายุทธโดยใช้ข้ออ้างว่าเป็นการเลี้ยงตอบแทนที่เจ้าคุณและคุณหญิงรับเกศินีไปดูแล หม่อมหลวงนิวัฒน์ ชวาลไม่ทันเกมของภรรยาก็เห็นคล้อยตาม ทั้งกานดาและยุพาสบตากันอย่างมีความนัย

ขณะนั้นที่บ้านพิชัยศรายุทธ ต้นได้ยินเสียงเจ้าสโนว์เห่าเหมือนกำลังเล่นสนุกสนาน ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะชะโงกหน้าออกไปนอกหน้าต่าง จึงเห็นชื่นกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงอยู่กับลูกหมาของเขา...สองสามนาทีต่อมา ต้นก็ลงมาปรากฏตัวที่สนามหญ้าแล้วทำทีเป็นสนทนากับสโนว์ว่า

“นึกว่าจะจำเจ้านายไม่ได้แล้ว นี่คงเป็นเพราะพี่ชายคนสนิทไม่อยู่ เขาจึงมีเวลามาเล่นกับเจ้า”

“คุณต้นว่าใครคะ...ชื่นไม่ได้ร้อนตัวนะ เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด”

ชื่นนึกขวางในกิริยาท่าทางของต้นจึงหันหลังเดินกลับเรือนเล็ก แต่จู่ๆต้นก็ถามว่าต่อไปเที่ยวกับเพื่อนใช่ไหม หญิงสาวไม่สนใจกลับเร่งฝีเท้าเดินต่อ ชายหนุ่มนึกฉุนกระชากเสียงถามว่าไม่ได้ยินที่ตนถามหรือไร ชื่นมองไปที่พุ่มไม้แล้วตอบว่าได้ยิน แต่ไม่ทราบว่าเขาพูดกับใคร ต้นเดินตาม แล้วก็เห็นจันทร์แอบอยู่หลังพุ่มไม้ เขาสั่งให้ออกมาแล้วถามว่า

“มาทำอะไรแถวนี้”

“มา...จับจิ้งหรีดค่ะ เกือบจะได้แล้วพอดีคุณต้นทัก มันเลยหนีไป”

ชื่นหยุดแล้วหันมาบอกว่า “ฉันก็ชอบจิ้งหรีด ฝากแม่จันทร์ช่วยจับเผื่อสักสิบตัว แล้วเอาไปให้ที่ห้องฉันด้วยนะ”

จันทร์อ้าปากค้างกับคำสั่งของชื่น ในขณะที่ต้นรู้ทันรีบเดินตามหญิงสาวเปรยว่าแถวนี้ไม่มีจิ้งหรีด ทำไมจงใจแกล้งจันทร์ ชื่นหยุดชะงักแล้วบอกว่า

“แม่จันทร์เขาบอกว่ามีนี่คะแล้วจะว่าชื่นแกล้งได้ยังไง ชื่นไม่ได้ใจร้ายแต่ตาสอนว่าใครร้ายมาก็ให้ร้ายกลับไป มันเหมาะสมกับการลงโทษแล้ว คุณต้นยังไม่เคยถูกกระทำจนชีวิตต้องล่มจมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ก็ไม่มีวันเข้าใจว่าบาดแผลพวกนั้นสามารถทำร้ายเรากัดกร่อนชีวิตได้เจ็บปวดทรมานแค่ไหน”

ต้นมองชื่นราวกับสัมผัสความเจ็บปวดนั้นได้อย่างประหลาดใจ ชื่นหันหลังกลับแล้วจะวิ่งออกไปเพื่อไม่ให้เขาเห็นน้ำตา แต่ต้นรวบตัวไว้ทันถามว่าตนไม่เข้าใจ มันเกิดอะไรขึ้น หญิงสาวดิ้นรนพลางโวยวายว่าไม่มีวันเล่าให้ฟัง ชายหนุ่มถอนใจเฮือกใหญ่ปล่อยตัวเดินจากไปไม่พูดไม่จา ส่วนชื่นยืนงงแววตามีแต่ความเสียใจ

ooooooo

ห่างออกไปไม่ไกลนักที่บ้านของกานดา นิวัฒน์ออกมายืนนิ่งนึกถึงแต่ภาพหน้าอดีตคนรัก เขารู้สึกโหยหาและอาลัยอาวรณ์อยู่ตลอดเวลา ราวกับว่ากานดาจะอ่านใจสามีได้จึงถามว่า

“กำลังคิดถึงความหลังอยู่ล่ะซิ คุณกำลังคิดถึงนังชีวันใช่ไหม คุณไม่เคยลืมมันเลย จนมันตายไปตั้งนานแล้วก็ไม่ลืม”

“คุณจะรื้อฟื้นให้มันเป็นอะไรขึ้นมา ไปเข้าบ้านกันเถอะ”

นิวัฒน์ส่ายหน้าเบื่อหน่ายกับคำพูดเสียดสีกดดันเขามาหลายปี ทุกครั้งที่เขาออกมายืนมองพระจันทร์ กานดาจะต้องหาเรื่องพูดจาถากถางจนทะเลาะกันทุกครั้ง กนกที่กำลังโทรศัพท์อยู่มองภาพพ่อแม่โต้เถียงกันแปลกใจ เขาวางสายถามว่าเกิดอะไรขึ้น กานดากระชากเสียงตอบว่า

“ก็พ่อของแกน่ะสิ มันทรยศฉัน มันไม่เคยรักฉันเลย!”

“ใจเย็นๆครับ ผมเห็นคุณพ่อรักและตามใจคุณแม่จะตาย”

กนกพยายามจะปลอบมารดาแต่ถูกตวาดให้หยุดพูด กานดาเห็นนิวัฒน์หิ้วกระเป๋าเดินทางลงมาจากข้างบนก็ฉุดกระชากยื้อแย่งไม่ให้ไป เสียงกรีดร้องไห้ของมารดาดังก้องทั่วบ้าน ในขณะที่นิวัฒน์เดินออกไปไม่เหลียวหลัง พอเห็นว่าสามีเอาจริง กานดาทรุดตัวลงคร่ำครวญกลัวว่าเขาจะไม่กลับมาอีก ยุพาถลาเข้ามาปลอบโยน ลูกชายคนเล็กพูดเตือนสติมารดาว่า

“ผมว่าอย่างช้าพรุ่งนี้เช้าคุณพ่อก็กลับ...แต่ตอนนี้ท่านกำลังไม่สบายใจก็ปล่อยท่านอยู่คนเดียวให้สบายใจก่อน เรื่องคุณชีวันนั่น คุณแม่ไม่น่ารื้อฟื้น ผมว่าคุณพ่อลืมไปหมดแล้ว มีแต่คุณแม่คนเดียวที่ยังไม่ลืม”

กานดาชะงักได้สติหยุดร้องไห้โวยวายแล้วเดินกลับห้องนอนไปอย่างเงียบๆ ส่วนนิวัฒน์ไม่ได้ไปไหนไกล เขาไปขออาศัยบ้านคุณหญิงวีณา น้องสาวค้างคืนจนกว่าใจจะสงบ ขณะที่เจ้าคุณรับฟังด้วยความละเหี่ยใจแล้วบอกว่า

“เรื่องของสามีภรรยาก็เหมือนลิ้นกับฟัน เดี๋ยวก็ดีกัน...นี่ตีกันด้วยเรื่องคู่รักเก่าอีกใช่ไหม”

“ใช่ค่ะ คุณพี่นิวัฒน์ไม่เคยลืมผู้หญิงคนนั้นได้เสียที ดิฉันไม่เคยเห็นหน้าเธอ รู้แต่ว่าคุณพ่อคุณแม่ท่านชอบคุณกานดาจึงจัดการตบแต่งให้ ส่วนผู้หญิงคนนั้นก็ติดต่อกันอยู่ลับๆ”

ooooooo

รุ่งเช้าชื่นเดินเล่นแถวสนามหญ้าหน้าบ้านแล้วพบกับลอย สองคนหยอกล้อกันอย่างเกลอเก่า ลอยถามถึงเรื่องที่ถูกเกศินีกล่าวหาว่าชื่นปล้ำเธอ หญิงสาวชะงักนิ่งก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์คิดรื้อฟื้นคดี...

และแล้วคู่ปรับคนสำคัญก็ถูกคุณหญิงวีณาเรียกมาอบรม เกศินีหน้าเสียแต่ยังคงดื้อแพ่งยืนยันว่าชื่นแกล้งเธอทำท่าขู่เหมือนจะปล้ำ อาหญิงอ่อนใจแต่ยังคาดคั้นให้หลานสาวยอมรับความจริงว่าโกหก เกศินีคิดหาทางเอาตัวรอดแล้วอ้างว่าใกล้ถึงเวลาเรียนแล้ว คุณหญิงวีณาจำยอมปล่อยตัว

เกศินีลงมาขึ้นรถด้วยอารมณ์ขุ่นมัวนึกแช่งชักชื่นที่ทำให้เธอถูกดุ ขณะนั้นชื่นเองก็ยืนรอคอยผลงานอยู่ที่สนามหญ้าหน้าบ้าน พอเห็นคู่ปรับก็ทำท่าล้อเลียนต่างๆนานาจนเกือบจะเกิดศึก คราวนี้โชคไม่เข้าข้างชื่นเพราะต้นเผอิญเห็นพฤติกรรมนั้นเข้าจึงส่งสายตาดุเพื่อปรามให้เลิก ชื่นทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้รีบจ้ำอ้าวกลับเรือน

เวลานั้นนิวัฒน์ตื่นแล้วเช่นกัน เขายืนอยู่ตรงหน้าต่างทอดสายตาด้วยอารมณ์ที่แจ่มใส พลันเหลือบไปเห็นชื่นที่กำลังเดินกลับเรือนเล็กเข้า นิวัฒน์ตกตะลึงเพราะใบหน้าของชื่นมีส่วนคล้ายคลึงกับชีวันในวัยสาวราวกับพิมพ์เดียวกัน...

หลังทานอาหารเช้าเรียบร้อย ต้นเดินดุ่มไปที่เรือนเล็กเพื่อจัดการกับชื่น แต่หญิงสาวรู้ทันแสร้งบอกว่าตนจะไปทบทวนบทเรียน ชายหนุ่มรู้สึกเดือดดาลจึงพูดเสียงเข้มว่า

“ไม่ต้องมาทำเป็นขยัน ฉันมีเรื่องจะพูดกับเรานั่นแหละ เมื่อเช้าไปสร้างวีรกรรมอะไรกับเกศินี ฉันเห็นกับตา”

“ชื่นไม่ผิด เพราะคุณเกศทำหน้าตาดูถูกเยาะเย้ยชื่นก่อน ชื่นยอมรับว่ามองแต่ไม่ได้จ้องจับผิดหรือคิดแกล้งเขา ในสายตาคุณต้น ไม่ว่าชื่นทำอะไรก็ผิดไปหมดแหละ พูดก็ผิดไม่พูดก็ผิด กะพริบตายังผิดเลย!”

“เธอพูดเกินไป...ว่าแต่เธออ่านความคิดคนอื่นได้ด้วยเหรอ ไหนลองบอกซิว่าตอนนี้ฉันคิดอะไรอยู่”

ยังไม่ทันที่ชื่นจะตอบ ต่อในเครื่องแบบนักเรียนนายร้อยก็เดินเข้ามาอย่างอารมณ์ดีถามว่าเกิดอะไรขึ้น ชื่นยิ้มหวานเล่าว่าต้นกำลังดุตนที่ไปทำหน้าล้อเลียนคุณเกศ ทั้งๆที่เธอทำหน้าดูถูกชื่นก่อน ต่อหัวเราะร่วนกระเซ้าว่าอย่าไปแตะต้องน้องรักของคุณต้น จู่ๆต้นเกิดอาการหงุดหงิดไม่โต้เถียงอะไรอีก แต่หันหลังกลับเดินออกไป ชื่นมองตามอย่างน้อยใจ

ที่หน้าตึกใหญ่ เจ้าคุณมองนิวัฒน์อย่างประหลาดใจเมื่อเขาจ้องหน้าชื่นไม่วางตา แม้ต่อเอ่ยปากลาไปเรียนก็ไม่ได้ยินเหมือนตกอยู่ในภวังค์ เจ้าคุณสะกิดเตือนเขาพร้อมกับแนะนำให้รู้จักกับชื่น

“นั่นชื่น...ลูกสาวคนใหม่ของคุณหญิงเขา...ชื่น...รู้จักหม่อมหลวงนิวัฒน์ ชวาล พี่ชายคุณหญิงไว้ซิ”

ชื่นกระพุ่มมือไหว้โดยดี นิวัฒน์รับไหว้แต่ยังคงมองหญิงสาวราวกับจะประทับไว้ในความทรงจำ ต่อเห็นแล้วอดสงสัยไม่ได้กระซิบถามชื่นว่าเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่า เสียงตอบเยาะๆจากชื่นว่า

“ไม่เคยเห็นหรอกค่ะ เด็กบ้านนอกอย่างชื่นจะไปเคยเห็นผู้ลากมากดีขนาดนั้นได้ยังไงคะ คุณต่อไปเถอะค่ะ แล้วอาทิตย์หน้าพบกันใหม่”
ต่อขึ้นรถโดยมีชื่นยืนโบกมือให้ก่อนจะเดินย้อนไปที่เรือนเล็ก...ภายในรถของเจ้าคุณ นิวัฒน์นั่งนิ่งแววตาครุ่นคิดอะไรอยู่ เจ้าคุณมองอย่างแปลกใจถามว่าเขารู้จักชื่นมาก่อนหรือไม่ นิวัฒน์ตื่นจากภวังค์ตอบว่า

“เปล่าครับ...แต่...แกหน้าเหมือนใครคนหนึ่งที่ผม ...เคยรู้จัก เอ้อ...คุณวีณาไปพบเด็กคนนั้นที่ไหนหรือครับ”

“ที่ทุ่งรังสิต แกอยู่กับตาแล้วก็แม่....เห็นคุณหญิงบอกว่าแม่พิการเดินไม่ได้ แต่ก็แปลกเหมือนกันนะตาเขาให้แต่งตัวพูดจาเป็นเด็กผู้ชาย...เพิ่งมารู้ความจริงว่าเป็นผู้หญิงเมื่อวานนี้เอง! เข้าใจตั้งชื่อให้หลานเสียด้วย...ชื่อชื่นชีวาเพราะไหมล่ะ”

“ชื่นชีวา...ชีวัน”

นิวัฒน์หน้าถอดสีคิดอยู่ในใจว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ เรื่องมันคงไม่บังเอิญขนาดนั้น...

ooooooo

ระหว่างที่คุณหญิงวีณากำลังยืนคุมงานติดตั้งผ้าม่านในห้องของชื่น สะอาดก็มาแจ้งว่าคุณกานดาขอเรียนสายด้วยเรื่องด่วน คุณหญิงส่ายหน้าอ่อนใจก่อนจะได้ยินเสียงฟูมฟายมาจากปลายสายว่า

“คุณหญิงขา พี่ชายของคุณหญิงทิ้งดิฉันไปแล้วค่ะ... เขาโกรธดิฉันที่ไปรื้อฟื้นความหลังของเขากับนังชีวัน เลยออกจากบ้านไปตั้งแต่เมื่อคืนนี้ค่ะ...ป่านนี้ยังไม่กลับ มาเลย...ดิฉันไม่รู้จะไปตามได้ที่ไหน”

“ใจเย็นๆค่ะ...ดิฉันคิดว่าเดี๋ยวคุณพี่สบายใจแล้วก็คงกลับ ไม่ต้องห่วงนะคะ แล้วเย็นนี้เราเจอกัน แม่เกศจะได้ดีใจ”

กานดานิ่งเงียบเหมือนยอมรับในคำเชิญนั่น ในขณะที่คุณหญิงวีณานึกขำกับพฤติกรรมของพี่สะใภ้ที่ทำเหมือนตบหัวแล้วลูบหลัง ตอนที่หน้ามืดโวยวายทะเลาะกัน ทำไมไม่นึกถึงว่าถ้าสามีไปแล้วจะตามหาได้ที่ไหน...

หลังได้รับคำสั่งจากกานดาให้เฝ้าติดตามดูพฤติกรรมของชื่น จันทร์ทำหน้าที่ได้อย่างไม่มีตกบกพร่อง วันนี้เธอไปแอบดูยงกับแย้มเตรียมของว่างให้ลูกสาวคนใหม่ของบ้านพิชัยศรายุทธด้วยความหมั่นไส้แกมอิจฉา

“จะเอาไปไหนยะ นังแย้ม...จะเอาไปให้นังชื่นชีวาเรอะ”

“ไหน...นังจันทร์แกเรียกคุณชื่นชีวาว่ายังไงนะ วอนซะแล้ว ถ้าคุณหญิงรู้เรื่องนี้ ระวังจะไม่มีที่คุ้มกะลาหัว”

“อย่านะ ฉันรับรองว่าจะไม่เรียกอย่างนั้นต่อหน้าแม่ยงแม่แย้มอีกเด็ดขาด”

จันทร์แสร้งทำท่าขอโทษขอโพยแต่ในใจกลับคิดตรงกันข้าม แล้วแอบเดินตามยงไปที่เรือนเล็กเงียบๆ พอเห็นปลอดคนก็เดินลอยหน้าลอยตาเข้าไปหาเรื่องชื่นทันที

“คางคกขึ้นวอ...ทำเป็นชูคอหยิ่งยโสราวกับไม่มีใครรู้ว่าที่แท้แล้วตัวเป็นอะไร สัญชาติอีการิอยากจะมาเป็นหงส์...อยากจะเป็นผู้ดิบผู้ดีกับเขาบ้าง แต่ความจริงก็ชาติไพร่นี่แหละ เขาถึงได้เรียกว่าพวกควายเข้ากรุง!”

ชื่นได้ยินเสียงเย้ยหยันนั่นก็หยุดชะงักการทานข้าวแล้วจ้องหน้าจันทร์อย่างเอาเรื่อง ด้วยนิสัยไม่ยอมคน ชื่นสวนกลับด้วยคำเสียดสีรุนแรงไม่ต่างกัน

“ผู้ดีชั้นไหนที่มาถุยมาถ่มในขณะคนอื่นกินข้าว! ไอ้เด็กบ้านนอกเช่นฉันไม่ค่อยจะรู้อะไร คงเปรียบได้เหมือนควายเข้ากรุงอย่างที่ว่านั่นแหละ แต่อีกามันจะมาเป็นหงส์ได้ยังไงนะในเมื่อรูปมันแสนจะชั่วตัวมันก็แสนจะดำ...ซ้ำปากของมันยังยาวอีก จนคนที่ชอบพูดจริงบ้างเท็จบ้างหรือปากอยู่ไม่สุขมักถูกเรียกอีกา...ยากที่ใครจะคบค้ายกเว้นคนจำพวกเดียวกัน”

จันทร์ฟังแล้วสะดุ้งรู้ทันทีว่าชื่นด่ากระทบอย่างไม่ยอมลดราวาศอก ครั้นจะเถียงต่อก็พูดไม่ออก ได้แต่ยืนนิ่ง เสียงหัวเราะของชื่นกังวานก้องเหมือนจะเตือนอยู่ในทีว่าอย่าได้หาญมาสู้ ถ้าไม่อยากเจ็บตัวให้ปากมีสี...ตกบ่ายเมื่อเกศินีกลับมาจากเรียน จันทร์วิ่งถลามาหาละล่ำละลักฟ้องว่าตนถูกชื่นด่าจนเสียกระบวน ก่อนจะย้ำให้หญิงสาวเกิดความริษยาว่า

“ถ้าคุณหนูเกศทะเลาะกับมัน บ่าวยังไม่แน่ใจเลยว่าคุณหญิงจะเข้าข้างใครเพราะลูกบุญธรรมกับหลาน น้ำหนักมันผิดกันนะคะ คุณหนูคงต้องจัดการทำอะไรสักอย่างเพื่อเป็นการสกัดไม่ให้มันผยองไปมากกว่านี้นะคะ บ่าวเกรงว่ามรดกของคุณหญิงจะต้องถูกแบ่งให้นังชื่นแทนที่จะเป็นของคุณหนูแต่เพียงผู้เดียว”

เกศินีกำมือแน่นด้วยความแค้นเคือง ในขณะที่จันทร์ลอบยิ้มสะใจที่คนพวกนี้ดูเหมือนจะใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล

ooooooo

ท่านเจ้าคุณพานิวัฒน์มาส่งบ้านพร้อมกับกำชับว่าตนรับรองจะไม่พูดอะไรให้กานดารู้เรื่องการค้างคืนที่บ้านเมื่อคืนวาน พี่เขยยิ้มขอบคุณแล้วเดินเข้าบ้านเพื่อสะสางปัญหาครอบครัว กานดาเบิกตากว้างพลางลุกขึ้น

“คุณนิวัฒน์ คุณกลับมาแล้ว!”

“จะไปบ้านพิชัยศรายุทธหรือเปล่า ฉันจะขึ้นไปอาบน้ำเตรียมตัวก่อน”

กานดาพยักหน้าดีใจพยายามกล้ำกลืนความอยากรู้ว่าเมื่อคืนสามีไปค้างที่ไหนมา แต่เพราะคำเตือนของยุพาที่ว่าถ้าทะเลาะกันอีกคราวนี้ นิวัฒน์อาจจะไม่มาอีกเลย

ตกค่ำวันเดียวกัน นิวัฒน์ไปบ้านเจ้าคุณอีกครั้ง ในขณะที่น้องสาวทำทีเหมือนเพิ่งเจอเขาเพื่อให้กานดาไม่นึกสงสัย พอมีเวลาอยู่กันตามลำพัง นิวัฒน์อดไม่ได้ที่จะซักถามเรื่องราวของชื่นว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใครกัน

“แกไม่มีพ่อค่ะ...เห็นบอกว่าตายไปนานแล้ว ชื่นอยู่กับตาชื่อชม และแม่พิการชื่อช้อย”

นิวัฒน์หน้าเศร้าผิดหวังที่ตนเองเข้าใจผิดคิดไปไกล คุณหญิงจ้องหน้าพี่ชายนิ่งสงสัย ด้านกานดาเองก็กังวลใจอยากรู้ว่าสองพี่น้องคุยเรื่องอะไรกันโดยหวังลึกๆว่ามันคงไม่ใช่เรื่องของชีวัน อดีตคู่รักของสามี ส่วนยุพาเฝ้าเพียรถามเกศินีว่าคุณต้นอยู่ที่ไหน ทำไมถึงไม่ปรากฏตัวเสียที เจ้าคุณสังเกตเห็นความผิดปกติในท่าทีของหลานสาว

“แม่เกศเป็นอะไรหรือเปล่า”

เกศินีหน้าหมองตอบเพียงว่าตนปวดศีรษะ อยากขอตัวกลับขึ้นไปพักผ่อน แต่แท้ที่จริงหญิงสาวเสียใจคิดว่าต้นรังเกียจไม่อยากร่วมโต๊ะอาหารพร้อมกับพ่อแม่ของเธอ จึงไปเคาะห้องเขาเพื่อถามให้รู้เรื่อง ชายหนุ่มงงกับตรรกะการคิดของเกศินีแล้วปฏิเสธแข็งขันว่าไม่ใช่อย่างที่เธอคิด เกศินีสบโอกาสโผเข้ากอดเขาอย่างดีใจ ในขณะที่ต้นตกใจพยายามผลักหญิงสาวออกอย่างสุภาพเตือนไม่ให้ทำเช่นนี้อีก เกศินีพยักหน้ารับทราบแต่ลอบยิ้มอย่างมีเลศนัย

เวลาเดียวกัน กนกรู้สึกเบื่อจึงออกมาเดินเล่นเรื่อยเปื่อยจนมาถึงเรือนเล็ก นมอ่อนดีใจที่เห็นเขาเชื้อชวนให้เข้าบ้านและแนะนำให้ชื่นรู้จัก เด็กหนุ่มส่งยิ้มให้อย่างมีไมตรีจิต แต่พอชื่นรู้ว่าเขาเป็นน้องชายเกศินีก็รู้สึกไม่ไว้ใจ กนกเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของมิตรใหม่ก็รีบชวนคุยเรื่องอื่น ทั้งสองคนคุยกันถูกคอในที่สุด

กานดารู้สึกปลาบปลื้มที่ทุกคนในบ้านพิชัยศรายุทธให้การต้อนรับครอบครัวของเธออย่างดี และยิ่งหน้าบานเมื่อรู้ว่านิวัฒน์ยอมย้ายมาอยู่ที่นี่ตามที่เคยอ้อนวอนขอร้อง แต่พอกลับมาถึงบ้าน อารมณ์ของกานดาก็เปลี่ยนไปเพราะรู้ว่ากนกแอบไปทำความสนิทสนมกับชื่น เธอคาดโทษลูกชายไม่ให้คบค้าโดยบอกว่า

“ฉันขอห้ามไม่ให้ไปสุงสิงกับอีนังนั่นเพราะมันเป็นศัตรูตัวฉกาจของพี่สาวแก คำสั่งของฉันคือเหตุผล”

เวลานั้นที่ชั้นบน นิวัฒน์นั่งมองรูปเก่าของชีวันในวัยสาวแล้วรำพึงในใจว่า

“ชีวัน...ขอให้เป็นอย่างที่ผมคิดทีเถิด...เราจากกันมานานเกินไปแล้ว”

เสียงเปิดประตูทำให้นิวัฒน์ต้องรีบเก็บรูปนั่นทันที ในขณะที่กานดาพยายามทำสีหน้าให้แจ่มใสถามสามีว่ากำลังทำอะไรอยู่ นิวัฒน์เสพูดว่ากำลังนึกว่าตนตัดสินใจถูกหรือเปล่าที่จะย้ายไปอยู่บ้านพิชัยศรายุทธ กานดากอดแขนเขายิ้มประจบ

“ถูกที่สุดเลยค่ะ...เราจะได้อยู่ใกล้ๆกับลูกเกศ และฉันก็มีความสุขที่สุดเลยค่ะ”

นิวัฒน์กลับไม่คิดเช่นนั้น เขาสังหรณ์ใจว่าจะมีปัญหาใหญ่เกิดขึ้นในไม่ช้านี้

ooooooo

เช่นเดียวกับชื่นที่มีความรู้สึกว่าการย้ายมาของครอบครัวหม่อมหลวงนิวัฒน์ชวาลจะนำปัญหามาสู่ตัวเอง เธอนั่งชิงช้าจมอยู่กับความคิดตัวเองโดยไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้าง พฤติกรรมนั้นไม่พ้นสายตาของนมอ่อนที่มองอย่างกังวล

รุ่งเช้า คุณหญิงวีณาให้แย้มมาตามตัวชื่นไปพบที่ตึกใหญ่ หญิงสาวนิ่วหน้าแปลกใจแต่ก็รีบตามไปพบไม่เกี่ยงงอน เมื่อไปถึงชื่นพยายามไม่ใส่ใจต้นทำหน้าเฉยเมย ในขณะที่เกศินีมองอย่างดูถูกตามเคย คุณหญิงวีณาเรียกให้ไปนั่งใกล้ๆแล้วบอกว่า

“ชื่น...ฉันปรึกษากับคุณต้นแล้ว มีความเห็นตรงกันว่าเรียนแค่วันเสาร์เห็นทีจะไม่พอ ก็เลยจะเพิ่มเป็นเรียนทุกวัน”

ทั้งชื่นและเกศินีสะดุ้งพร้อมกัน ก่อนที่หญิงสาวผู้พี่จะเริ่มโวยวายว่าทำเช่นนี้จะรบกวนชายหนุ่มมากเกินไป อีกทั้งต้นเองต้องเตรียมสอบไปเรียนต่อต่างประเทศอีกด้วย ลูกชายคนโตของบ้านถอนหายใจยาวอธิบายว่า

“ด้วยเหตุที่ต้องเตรียมการสอบไปต่างประเทศ ฉันจึงเพิ่มเวลาสอนให้ชื่นเพื่อให้เธอได้เข้าโรงเรียนให้เร็วที่สุด ดีกว่าจะเสียเวลาเล่นกับเจ้าสโนว์ไปวันๆ”

พลันท่านเจ้าคุณก็โพล่งขึ้นมาว่าตนเห็นด้วย เพราะคุณหญิงรับปากกับตาชมว่าจะส่งให้ชื่นได้เล่าเรียนสูงๆ แต่นี่ยังไม่เห็นมีอะไรคืบหน้า ชื่นจำยอมนิ่ง ทั้งๆที่ในใจคัดค้านอย่างเต็มที่ ต้นตัดบทเรียกสั่งการบ้านเพิ่มเพื่อให้ชื่นใช้เวลาให้เป็นประโยชน์มากขึ้น ส่วนเกศินีได้แต่เม้มปากนิ่งไม่กล้าโต้เถียงกับการตัดสินใจของพวกผู้ใหญ่

ต้นกับชื่นเดินคู่กันมาเงียบๆตรงไปยังเรือนเล็ก ในขณะที่เกศินีวิ่งตามแล้วอ้อนวอนให้ชายหนุ่มสอนภาษาอังกฤษเพื่อกีดกันไม่ให้เขาใช้เวลาอยู่กับศัตรูมากเกินไป แต่ชื่นรู้ทันเกมจึงชิงตอบเสียเองว่า

“เห็นจะไม่ได้หรอกค่ะ เพราะคุณต้นต้องสอนฉันทุกเย็น คงไม่มีเวลาเหลือไปสอนใครอีก”

เกศินีโกรธแทบระงับอารมณ์เดือดไม่ไหว ชื่นลอยหน้าลอยตายิ้มเยาะใส่ ต้นตัดบทให้เกศินีไปรอที่รถ ชื่นแอบทำท่าล้อเลียนศัตรูลับหลังต้นด้วยความสนุกสนาน ต้นอ่อนใจกับความแก่นเซี้ยวของเธอแล้วสั่งให้ทำการบ้านเสียงเข้ม

“ทำการบ้านที่ฉันสั่งไม่เสร็จก็ต้องโดนลงโทษให้ทำเพิ่มอีก 3 แบบฝึกหัด ของเก่าอีก 2 รวมเป็นห้า...

แล้วทำแบบฝึกหัดภาษาอังกฤษอีก 5 เรื่อง ทั้งหมดก็เป็น 10 เรื่อง วันนี้จะมาตรวจตอนเย็น...เข้าใจนะ”

ชื่นมองตามหลังต้นอย่างเจ็บใจที่เขาสั่งการบ้านเสียมากมายราวกับว่าเธอมีเวลาว่างเหลือเฟือ ส่วนต้นรู้สึกอยากจับหญิงสาวมาตีให้เข็ดหลาบจะได้ไม่อวดดีและดื้อรั้น ยิ่งเมื่อเกศินีฟ้องว่า

“ชื่นทำหน้าตาและท่าทางล้อเลียนเกศจริงๆนะคะ แต่พอคุณต้นหันไปมอง มันก็ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้”

ต้นนิ่งเงียบและพยักหน้าแกนๆเมื่อเกศินีคาดคั้นให้แบ่งเวลามาสอนเธอบ้าง หญิงสาวยิ้มมาดมั่นที่อย่างน้อยก็มีเวลาใกล้ชิดชายหนุ่มมากขึ้น ไม่ใช่ปล่อยให้ชื่นใช้เวลากับเขาอยู่ฝ่ายเดียว

ชื่นบ่นกระปอดประแปดกับการบ้านที่มีมากมายโดยไม่รู้ว่าจะทำเสร็จทันเวลาหรือเปล่า แต่แล้วเพียงครู่เดียว เธอก็ทำเป็นลืมเดินออกไปเที่ยวเล่นแทน ขณะนั้นลอยกำลังคุยกับสองพี่น้องเพื่อนบ้านเกี่ยวกับกุหลาบที่เพิ่งได้มาจากเชียงใหม่ นันทลีจ้องชื่นด้วยความแปลกใจเพราะจำไม่ได้ ถามลอยว่าคนที่เดินมาเป็นใคร หน้าตาสวยมาก ลอยเงยหน้ามองอย่างขำๆ

“นั่น...ลูกพี่ เอ๊ย คุณชื่นไงครับ”

นัททียืนตะลึงในความสวยของชื่นจนน้องสาวกระทุ้งสีข้างเตือนสติแล้วถามชื่นว่า

“ตกลงเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายกันแน่”

“คือชื่นเกิดมาเป็นผู้หญิง แต่มีเหตุทำให้ต้องกลายเป็นผู้ชาย...จบข่าว!”

ทั้งหมดหัวเราะกับการอธิบายของชื่น จากนั้นหญิงสาวก็ขอตัวกลับเรือนเล็ก นมอ่อนเห็นชื่นเอาแต่เที่ยวเล่นไม่สนใจทำการบ้านที่ต้นสั่งจึงเตือนด้วยความหวังดีให้รีบทำเสีย ชื่นพยักหน้ารับทราบแอบพึมพำกับตัวเองว่า

“ชื่นจะพยายามขยันเรียนเพื่อตาและแม่...ไม่ได้ทำตามคำสั่งของคุณต้นจอมเผด็จการ!”

นมอ่อนเดินมาโผล่หน้าดูยิ้มพอใจ ไม่นานหลังจากนั้น นมอ่อนก็รายงานคุณหญิงวีณาว่าชื่นกำลังขะมักเขม้นทำการบ้าน ไม่ออกฤทธิ์ นายหญิงพยักหน้าเอ่ยว่า

“ก็มีคุณต้นนี่แหละที่พอจะปรามชื่นได้! ฉันดูโรงเรียนไว้ให้ชื่นแล้ว เท่าที่ปรึกษากับคุณต้นว่าจะให้เข้าเรียนชั้นมัธยมเจ็ดหรือแปด ตามความรู้ที่ตากับแม่เคยสอนกันมา ครอบครัวนี้มีอะไรแปลกๆแต่ก็มีส่วนดีเรื่องการศึกษานี่แหละ แถมคุณต้นยังเลิกทำมึนตึงกับฉันอีก พวกเรามีข้อสนทนาในเรื่องชื่นนี่นะ”

นมอ่อนทำหน้าหนักใจเล่าว่าความสวยของชื่นจะเป็นภัยหรือไม่ เพราะเมื่อสายๆนัททีเพื่อนบ้านก็ให้กุหลาบกับเธอ คุณหญิงวีณายิ้มขำตอบว่าไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่ขอให้สอดส่องดูแลให้ใกล้ชิดแทน นมอ่อนส่ายหน้าค้านว่า

“นมกลัวว่ามันจะมีเรื่องยุ่ง...ผิดใจกันไปหมด น่ะซิคะ!”

การคาดการณ์ของนมอ่อนไม่เกินจริงเลย...

ขณะเดียวกันนั้นที่บ้านกานดา ทุกคนกำลังโกลาหลเก็บข้าวของเพื่อย้ายนิวาสสถานไปยังบ้านพิชัยศรายุทธ เสียงร้องเตือนบ่าวทั้งหลายให้ระมัดระวังข้าวของจะแตกเสียหายดังลั่น กนกถอนใจเฮือกใหญ่เดินหนีไปหานิวัฒน์ที่กำลังหมกมุ่นคิดถึงแต่เรื่องในอดีต เขาหมายมั่นว่าจะต้องหาความจริงให้ได้ว่าครอบครัวชื่นแท้จริงแล้วเป็นใครมาจากไหน และมีความเกี่ยวข้องกับอดีตคนรักหรือไม่...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สนุก–อร่อยหน้าจอ

สนุก–อร่อยหน้าจอ
14 พ.ค. 2564

22:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2564 เวลา 23:04 น.