ข่าว

วิดีโอ



ชื่นชีวา

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ภาวิต

กำกับการแสดงโดย: ณพธันกรณ์ ธัญญาสิริทรัพย์

ผลิตโดย: บริษัท ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ศรัณย์ ศิริลักษณ์, คามิลล่า กิตติวัฒน์

รุ่งเช้าเกศินียังไม่คลายทุกข์ใจเรื่องทรงวุฒิ เธอลงมากินข้าวด้วยอาการเซื่องซึม แต่ต้องก็แปลกใจเมื่อพบว่าไม่มีใครเลยนอกจากเจ้าคุณและสะอาดที่คอยรับใช้อยู่ พอถามไถ่จึงทราบว่าทุกคนไปใส่บาตรกับคุณตาของชื่นที่เพิ่งบวช

สะอาดถามถึงจดหมาย หญิงสาวกำลังหงุดหงิดก็พาลใส่สาวใช้อย่างขาดสติ

“แกใช่ไหมที่สาระแนเอาไปวางไว้ในห้องฉัน!”

เจ้าคุณชะงัก ตกใจในท่าทีของเกศินีที่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน หญิงสาวรู้สึกตัวรีบไหว้และขอโทษเขา ส่วนสะอาดละล่ำละลักอธิบายว่าคุณหญิงวีณาเป็นคนเอาไปวางและสั่งตนตามเรื่องกับเกศินีว่าได้รับหรือยัง เจ้าคุณเพ่งพิศหลานสาวชั่วครู่แล้วถามว่ามีอะไรไม่สบายใจหรือไม่ เกศินีรีบปฏิเสธอ้างว่าไม่ค่อยชอบเพื่อนคนที่ส่งจดหมายเท่านั้น

เกศินีไปหามารดาที่ตึกซ้ายเพื่อจะปรึกษาแต่ก็ต้องเปลี่ยนใจเมื่อนึกถึงข้อความขู่ในจดหมายของทรงวุฒิที่ว่าจะส่งรูปฉาวของเธอให้ทุกคนดู หญิงสาวหน้าตาซีดเซียวจนกานดาเข้าใจว่าลูกสาวยังสะเทือนใจเรื่องของต้นกับชื่น จึงปลอบโยน

“อดใจไว้ลูก...เชื่อแม่แล้วลูกจะเป็นผู้ชนะในที่สุด แม่มีแผนจัดการนังชื่นเรียบร้อยแล้ว”

กานดาแสยะยิ้มร้าย ส่วนเกศินีหลับตาลงด้วยความเจ็บปวด

ooooooo

ขณะนั้นที่กุฏิของหลวงตาชม ชื่นตัดพ้อด้วยความเสียใจที่ไม่รู้เรื่องการบวช ท่านทอดสายตามองเธออย่างเมตตา

“บอกหรือไม่บอกก็เหมือนกันเพราะเจ้าแต่งงานแล้ว คุณต้นเป็นคนดีและจะดูแลเจ้าแทนตาได้ การเจ็บป่วยทำให้อาตมาได้คิดว่าความตายนั้นพรากชีวิตไปจากเราเมื่อไหร่ก็ได้...ที่ผ่านมาอาตมาอยู่กับความอาฆาตแค้นพยาบาท มันเผาผลาญทุกสิ่งจนหาความสุขไม่ได้ ช้อยคือคนที่ตกเป็นเหยื่อทำให้อยากบวชเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้เขาและทุกๆคนที่เกี่ยวข้อง”

นิวัฒน์น้ำตาคลอ ก้มลงกราบบอกว่าเป็นความผิดของเขาที่ควรหนักแน่นไม่หูเบา หลวงตาชมส่ายหน้า

“ไม่มีประโยชน์ที่จะพูดถึงสิ่งที่ผ่านมาแล้วคุณเองก็ไม่มีความสุขเช่นกัน อาตมาซาบซึ้งแก่ใจแล้วว่ากรรมคือการกระทำ ใครทำอะไรก็จะได้อย่างนั้น ไม่ต้อง มีใครไปทำอะไร...คนผู้นั้นก็ทุกข์ทรมานกับการกระทำของตนเองอยู่แล้ว”

พูดจบทุกคนก็เห็นชมมีสีหน้าสงบเหมือนผู้รู้เท่าทันความเป็นไปของชีวิต จึงก้มกราบด้วยความศรัทธา...

เมื่อกลับมาถึงบ้าน นิวัฒน์ตัดสินใจขอคุยกับชื่นเพื่อสะสางปัญหาค้างคาใจตั้งแต่ในอดีต คุณหญิงวีณายิ้มดีใจ

“พ่อลูกควรจะปรับความเข้าใจกันเสีย...ทุกอย่างจะได้ลงเอยด้วยดีเหมือนอย่างที่หลวงตาต้องการ”

ชื่นพยักหน้ารับคำเบาๆทำให้คุณหญิงวีณาโล่งใจ สองพ่อลูกปลีกตัวไปคุยกันที่ศาลาริมน้ำโดยมีจันทร์สะกดรอยตามเพื่อเอาข้อมูลไปรายงานกานดา

“หลวงตาให้อภัยพ่อแล้ว พ่อรอวันนี้มาแสนนานเพราะรู้สึกผิดกับความหูเบาและไม่หนักแน่นของตัวเอง พ่อไม่โทษใครทั้งนั้นและไม่อภัยตัวเองที่ทำให้แม่กับลูกต้องลำบาก”

“เรื่องมันผ่านไปนานแล้ว อย่าพูดถึงมันเลยค่ะ ชื่นให้อภัยพ่อหมดแล้วรวมทั้งหลวงตากับแม่ด้วย...พ่ออย่าโทษตัวเองอีกเลย การให้อภัยกันจะทำให้จิตใจสงบไม่ทุรนทุราย ชื่นเองก็ต้องกราบขอโทษพ่อเหมือนกันที่เคยล่วงเกินก้าวร้าว”

ชื่นทรุดตัวก้มลงกราบนิวัฒน์ที่ซาบซึ้งจนน้ำตาซึม เขามองลูกสาวอย่างอ่อนโยนและบอกว่าตนไม่เคยโกรธเธอแม้แต่ครั้งเดียว นิวัฒน์โอบกอดชื่นด้วยความตื้นตันใจพลางกระซิบว่าจะทำหน้าที่พ่อแทนหลวงตาและแม่ชีวันต่อจากนี้ สองคนร้องไห้ด้วยความโล่งใจที่เข้าใจกันได้ในที่สุด ส่วนจันทร์มองกิริยาของสองคนอย่างหมั่นไส้แล้วรีบแจ้นไปฟ้องเจ้านายสาว

ooooooo

กานดาฟังจันทร์เล่าเรื่องนิวัฒน์ได้ปรับความเข้าใจกับชื่นอย่างเดือดดาล พอเห็นเขาเดินมาด้วยสีหน้าแจ่มใส ก็อดค่อนแคะไม่ได้

“หน้าบานเป็นจานเชิงเข้ามาทีเดียว นังลูกเมียน้อยมันยกโทษให้แล้วเรอะ”

“ผมถือว่าชีวันเป็นเมียหลวง ถ้าคุณไม่ใส่ร้ายเธอ ป่านนี้ผมคงแต่งงานกับเขาไปแล้ว”

“ก็เอาซิ ไปขุดผีมันมาแต่งงานด้วยจะได้ตกนรกหมกไหม้ไปด้วยกัน รักกันมากนักนี่”

นิวัฒน์ส่ายหน้าเอือมระอาเดินหนีไปโดยไม่สนใจเสียงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งของเธอ กนกผ่านมาเห็นก็ตกใจพยายามจะปลอบแต่ถูกกานดาด่าจนต้องผละไปอีกคน

ขณะนั้นที่ตึกใหญ่ เกศินีตัดสินใจไปพบทรงวุฒิตามนัดในจดหมายเพราะอยากใช้เขาเป็นเครื่องมือกำจัดชื่นโดยยอมตกเป็นเบี้ยล่างให้ชายหนุ่มพาไปหลับนอนที่โรงแรมอีกครั้งหนึ่ง ทรงวุฒิหลงใหลในตัวเกศินีมากถึงกับออกปากเรื่องแต่งงาน แต่เกศินีปฏิเสธและยืนยันว่าคนเดียวที่เธอรักมาตลอดคือต้น ทรงวุฒิแค่นยิ้ม

“ผมไม่ได้โง่นะคุณเกศ ถ้าคุณต้นเขารักคุณ ทำไมถึงไปแต่งงานกับชื่น...ไม่ต้องตกใจที่ผมรู้ความเป็นไปในบ้านนั้นทุกอย่างเพราะผมมีลู่ทางหาข้อมูลมาจนได้ แล้วนี่เมื่อไรผมจะได้พบคุณอีก...รู้ไหมว่าผมคิดถึงคุณทุกวัน”

“จัดการนังชื่นสิ แล้วฉันจะได้มาหาแกทุกวัน หรือไปหาฉันที่บ้านก็ได้ ถ้าถึงป่านนั้น นังชื่นคงไม่กล้าแจ้งความแล้ว”

ทรงวุฒิหัวเราะร่วนที่เกศินีรู้ใจพลางก้มลงจูบ หญิงสาวทำหน้ารังเกียจแต่ไม่ขัดขืนด้วยหวังจะใช้เขาทำงาน หลังจากนั้น เกศินีก็เดินก้มหน้าก้มตามาที่รถเพื่อกลับบ้าน ก่อนจะสะดุ้งเฮือกกับเสียงทักทายของยุพา

“ไม่ต้องกลัวคนอื่นเห็นหรอกค่ะ น้องเกศขา...”

เกศินีตาขวางมองยุพาอย่างเคียดแค้นที่ถูกหลอกเสียตัวให้ทรงวุฒิ แล้วปราดเข้าจิกหัวตบพี่สาวอย่างแรง ยุพาไม่ทันตั้งตัวก็เซล้ม พอลุกขึ้นได้ก็ตบตอบ ทั้งสองเปิดศึกตบกันจนผมเผ้ายุ่งเหยิง

ทันใดนั้นมีคนผ่านมาเห็น เกศินีเกิดความอายจึงชะงัก ยุพาได้ทีสั่งให้หลบเข้ารถ

“พี่ยุพาเนรคุณแม่เกศได้ลงคอนะ ทำไมถึงหลอกเกศมาให้ไอ้ทรงวุฒิขืนใจ เกศไปทำอะไรให้พี่ต้องแค้นใจล่ะ”

“หลายอย่าง...แกคงไม่รู้ตัว มันเป็นกรรมไงล่ะ แกอยากทำลายนังชื่นเหมือนกับฉัน ตอนนี้กรรมเลยสนองเราทั้งคู่”

ยุพาแค่นหัวเราะเหมือนจะเยาะทั้งตัวเองและเกศินีที่ต้องตกอยู่ในวังวนนี้ ก่อนขู่จะประจานน้องสาว ถ้าไม่ยอมให้เงินปิดปาก เกศินีจะปฏิเสธแต่แล้วก็เปลี่ยนใจส่งเงินให้ทั้งหมดเพราะโกหกไปก็ไม่มีประโยชน์ แล้วร้องไห้โฮอย่างคับแค้นใจ

ooooooo

ทรงวุฒิรู้เรื่องตบตีก็หัวเราะขำเพราะเข้าใจว่าสองสาวแย่งตัวเอง ยุพาอยากจะอ้วก แต่จำต้องนิ่งเพราะมีเรื่องสำคัญจะตกลงด้วย ชายหนุ่มเลิกคิ้วสงสัย

“ฉันต้องการจดทะเบียนสมรสกับเธอเพื่อเป็นหลักประกันสำหรับลูกที่กำลังจะเกิด ยิ่งตอนนี้เธอมีน้องเกศ มันทำให้ฉันไม่มั่นใจในสถานะของตัวเอง ต่อไปหากเธอได้นังชื่นมาอีกคน ฉันคงลำบากแน่ๆ ส่วนเรื่องคดีความ มันไม่ได้ร้ายแรงมาก นังชื่นคงไม่กล้าแจ้งความหรอก ฉันอยากให้เราเริ่มชีวิตคู่ผัวตัวเมีย...ไปอยู่ต่างจังหวัดก็ได้นะ”

“ฉันสัญญาว่าจะไม่ทิ้งเธอ แต่ก็ไม่รับปากว่าจะทำได้ดีมากน้อยแค่ไหน ฉันไม่มีเวลาแล้ว คืนนี้ค่อยคุยกันนะ”

ยุพาน้ำตาคลอมองตามทรงวุฒิที่จากไปอย่างเร่งรีบ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าจำใจกลับบ้านเช่า ส่วนเกศินี เมื่อถึงบ้านก็ถูกกานดาเรียกพบ หญิงสาวปฏิเสธไม่ได้ยอมไปหาอย่างเสียไม่ได้ มารดาจ้องหน้าลูกสาวคาดคั้นถาม

“ไปไหนมากันแน่ แม่ได้ยินจากคุณอาหญิงว่าลูกไปเที่ยวกับเพื่อน จริงหรือเปล่า”

“คุณแม่คิดว่าเกศไปหาไอ้ทรงวุฒิหรือคะ เกศก็แค่เหงาเลยไปหาเพื่อนๆ”

ถ้อยคำประชดประชันของลูกสาวทำให้กานดาเริ่มรู้สึกตัว แก้ตัวเสียงอ่อยว่ากลัวเธอเจอกับทรงวุฒิ เกศินีถอนใจเหนื่อยหน่ายเข้าใจความหวังดีของแม่ดีเลยไม่อยากต่อความยาว ขอตัวกลับห้องดื้อๆ

คล้อยหลังจากนั้น เกศินีร้องไห้สะอึกสะอื้นระบายความอึดอัดใจ ก่อนจะฮึดสู้อีกครั้ง ปฏิญาณกับตัวเอง

“ฉันไม่มีวันยอมให้แกชนะหรอกนังชื่น หากฉันพินาศแกก็ต้องย่อยยับไปด้วย แกไม่มีวันได้เสวยสุขกับคุณต้นแน่!”

ooooooo

ไม่นานนัก เกศินีก็สบโอกาสหาเรื่องทำลายความสัมพันธ์ของต้นกับชื่นได้ เมื่อรู้ว่านัททีตกบันไดขาแพลงไปทำงานไม่ได้ นันทลีเลยโทร.มาตามชื่นไปดูแลในระหว่างที่เธอยังไม่กลับมาจากที่ทำงาน

เกศินียิ้มเจ้าเล่ห์นั่งคอยต้นกลับมาจากที่ทำงาน พอใกล้ถึงเวลาก็ทำเป็นเดินเตร็ดเตร่แถวสนามหญ้าหน้าตึกใหญ่ จนกระทั่งมีเสียงแตรรถของต้น หญิงสาวกระวีกระวาดไปรอต้นจอดรถแล้วขอคุยเรื่องสำคัญด้วยสีหน้ายุ่งยากใจ ต้นพยักหน้ารับอย่างแปลกใจแล้วชวนไปที่ศาลาริมน้ำ

“เกศตัดสินใจอยู่นานทีเดียวค่ะว่าจะเล่าเรื่องนี้ให้คุณต้นฟังดีหรือเปล่า คือว่าวันนี้ชื่นไปขลุกอยู่กับคุณนัทสองต่อสองที่บ้านโน้น ชื่นคงไม่ได้คิดอะไรแต่เกศกลัวว่ามันจะกระทบชื่อเสียงของคุณต้น คุณนัทตกบันไดขาแพลง คุณนันเลยโทรศัพท์มาตามให้ชื่นไปดูแลพี่ชาย ทั้งหมดนี้แย้มเป็นคนมาบอกเกศเองนะคะ เกศไม่ได้เที่ยวไปหาเรื่องเลย”

ต้นชะงัก นิ่งเงียบอย่างใช้ความคิด เกศินีเห็นแล้วรีบยุแยงต่อ

“สองพี่น้องนี่ก็แปลก รู้อยู่ว่าชื่นเป็นภรรยาคุณต้นยังอุตส่าห์มาชวนไปในลักษณะเสียหายอย่างนั้นอีก!”

คราวนี้ต้นตัดบทขอตัวขึ้นห้องทันที เกศินีลอบยิ้มสะใจโดยไม่รู้เลยว่าชื่นมองเห็นการกระทำของคู่ปรับทุกอย่างจากหน้าต่างชั้นบน แต่เธอกลับยืนสงบนิ่งและรอต้นอย่างใจเย็น

“วันนี้ชื่นไปไหนมา ระหว่างที่ฉันทำงานอยู่”

“ชื่นคิดว่าคุณเกศคงรายงานคุณต้นแล้วไม่ใช่หรือคะ ถ้าอยากฟังจากปากชื่นก็จะบอกว่าไปบ้านพี่นัทพี่นันมาค่ะ”

“แต่คุณนันไม่อยู่บ้านช่วงนั้นนี่นะ”

“เห็นไหมคะว่าชื่นไม่จำเป็นต้องบอกคุณต้นเลย คุณเกศรายงานเสียละเอียดยิบ”

ต้นหน้าตึงเตือนว่าเวลานี้ชื่นแต่งงานแล้ว ไม่สมควรอยู่ตามลำพังกับชายอื่นที่ไม่ใช่สามี ชื่นตาวาวด้วยความโกรธยืนยันว่าไม่ได้ทำอะไรเสียหาย ทันใดนั้น เกศินีก็เข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น ชื่นเหน็บทันที

“ไม่มีอะไรค่ะ คุณต้นแค่ถามเรื่องชื่นไปบ้านพี่นัท ไม่รู้ว่าใครคาบข่าวไปบอก!”

เกศินีแสร้งตกใจทำเป็นไม่รู้เรื่อง ต้นจ้องหน้าภรรยาด้วยความไม่พอใจ แต่ชื่นก็ไม่ยี่หระ

“คนเป็นสามีภรรยากันย่อมถามไถ่ด้วยความห่วงใยเป็นเรื่องธรรมดา ถ้าไม่มีใครแทรกแซงก็คงเข้าใจกันไม่ยาก”

ชื่นเหลือบมองต้นด้วยความน้อยใจแล้วขอตัว เกศินีเจ็บใจที่ถูกด่ากระทบแต่ต้องระงับอารมณ์ทำเป็นตัดพ้อกับต้นว่าชื่นเข้าใจความหวังดีของเธอผิด ต้นถอนใจยาวแล้วผละไป ทิ้งเกศินีให้มองตามอย่างเคียดแค้น

ooooooo

รุ่งเช้า ต้นขุ่นใจไม่หายเรื่องชื่นไปบ้านนัทที พอภรรยามาแจ้งว่านันทลีมาขอพบ ชายหนุ่มก็อดไม่ได้จะดักคอ

“ถ้าจะมาให้เธอไปเฝ้าพี่ชายล่ะก็...ฉันไม่อนุญาต!”

ชื่นฉุนแต่ไม่ตอบโต้ รีบเดินลงมาข้างล่าง พอนันทลีเห็นต้นก็เกรงใจแต่พยายามทำใจดีสู้เสือเพื่อพี่ชายโดยแจ้งความประสงค์ว่าต้องการยืมตัวชื่นไปช่วยเหลืองานสำคัญของนัททีซึ่งมีเธอคนเดียวที่ทำได้ ต้นทำหน้าสงสัย

“ขอถามว่าเรื่องอะไร ถ้าเป็นธุระสำคัญขอให้มาพบกันที่นี่ แต่ถ้าต้องออกไปข้างนอก ผมไม่อนุญาต”

“ชื่นขออนุญาตไม่ตอบเพราะเป็นเรื่องส่วนตัวของพี่นัทที ถ้าคุณต้นต้องการให้มาที่นี่ ชื่นยินดีปฏิบัติตามที่บอกค่ะ”

นันทลีเห็นความคุกรุ่นระหว่างต้นกับชื่นจึงปฏิเสธไม่ขอความช่วยเหลือ แต่ชื่นดึงดันจะทำตามที่นัททีขอโดยไม่สนใจสามีที่มองตาขวาง ชื่นตะโกนเรียกวิงให้พานัททีไปคุยกับตัวเองที่ศาลาริมน้ำทันที นันทลีได้แต่ยิ้มแห้งๆแล้วรีบตามไป

นัททีไม่รู้เรื่องว่าตัวเองเป็นสาเหตุของความขัดแย้งระหว่างชื่นกับต้น เอาแต่คุยถึงสิ่งที่ต้องการ

“พี่สอบถามตัวเองจนแน่ใจมานานแล้วครับ เพียงแต่ไม่กล้าบอกคุณหญิงฉัตรสุดาว่าพี่คิดเช่นไรกับเธอ อยากให้น้องชื่นช่วยเหลือเพราะกลัวคุณหญิงจะปฏิเสธไม่รับรักจากพี่”

“แต่เรื่องอย่างนี้ ชื่นว่าพี่นัทควรพูดเองมากกว่า เอาอย่างนี้ ชื่นจะชวนเธอมาเยี่ยมพี่นัทแล้วจะได้คุยกันให้ชัดเจน”

ชื่นยิ้มแย้มแจ่มใสนัยน์ตาฉายแววมุ่งมั่นกับการเป็นแม่สื่อครั้งนี้ ส่วนนัททีฮึดสู้เพื่อขอสาวแต่งงานและเมื่อนัดแนะกันเรียบร้อย ชื่นก็ไปส่งนัททีกลับบ้านประจวบเหมาะกับต้นที่มาหน้าตึกเข้าพอดี

“สวัสดีครับคุณต้น ขอบคุณที่อนุญาตให้ชื่นไปเป็นที่ปรึกษาให้ผม...”

“ผมไม่ได้อนุญาต เขาไปเอง!”

นัททีสะอึกทำตัวไม่ถูก รีบขอตัวกลับบ้านเพราะต้นทำหน้าเหมือนไล่ ชื่นชักสีหน้าไม่พอใจสามีอย่างแรง ก่อนประชดด้วยการจะไปส่งนัททีถึงบ้าน เพื่อนบ้านหนุ่มมีสีหน้าลำบากใจ

“อย่าให้พี่ซวยไปกว่านี้เลย คุณต้นคงอยากจะฆ่าพี่แล้วตอนนี้ เดี๋ยวพี่ให้เจ้าวิงไปส่งก็ได้ ลาล่ะครับ”

สองสามีภรรยาต่างมึนตึงใส่กัน แล้วแยกย้ายกันในที่สุด

ด้านกานดาร้อนใจอยากกำจัดชื่นโดยเร็ว ก็เรียกเกศินีมาถามถึงทรงวุฒิ

“หมู่นี้ไม่เห็นไอ้ทรงวุฒิติดต่อมาเลย แม่อยากพบมันเพราะจะใช้ไอ้หมอนี่แยกคุณต้นกับนังชื่น เอาไม่ให้มันรู้ตัว”

“บางทีอีกไม่กี่วันมันอาจติดต่อมาก็ได้ค่ะ คุณแม่ไม่ต้องมองเกศอย่างจับผิดหรอกค่ะ เกศก็แค่สันนิษฐานเพราะมันหายไปนานแล้ว...มันไม่ใช่ความผิดของเกศที่ถูกไอ้บ้านั่นข่มขืน”

พูดจบก็ร้องไห้โฮอย่างสุดจะกลั้น กานดาหน้าเสีย โอบกอดลูกสาวด้วยความเวทนาพลางขอโทษที่รื้อฟื้น

ooooooo

หลังมีปากเสียงกับชื่น ต้นรู้สึกกลัดกลุ้มจนต้องบากหน้าไปปรึกษานมอ่อนที่เรือนเล็ก

“ทำไมไม่หาทางปรับความเข้าใจกันล่ะคะ แม้ว่าคุณชื่นจะฤทธิ์มากแต่เธอเป็นคนมีเหตุผล...ที่สำคัญคุณต้นรักเธอ”

“ยังกับเขาอยากจะปรับความเข้าใจกับคุณต้นนัก เขารักแต่คุณต่อ ที่แต่งงานกับคุณต้นก็เพราะคุณต่อขอร้องไว้”

“ไม่จริงค่ะ คุณชื่นรักคุณต้น นมดูออก...ลองพิจารณาดูให้ดีแล้วจะรู้ว่าคุณชื่นรักคุณต้นมากแค่ไหน เธอรักคุณต่อเหมือนพี่ชาย แต่เธอแคลงใจคุณต้นเรื่องคุณเกศ ดังนั้นต้องหาทางอยู่กับเธอตามลำพังเพื่อปรับความเข้าใจ...กลับไปหัวหินอีกครั้งสิคะ แต่คราวนี้อย่ายอมให้พวกคุณเกศตามไปด้วยเด็ดขาด”

ต้นนิ่งเงียบเริ่มใคร่ครวญและเห็นคล้อยตามคำแนะนำของนมอ่อน พอกลับมาถึงห้องหอก็ล้มตัวลงนอนอย่างเหนื่อยใจ ชื่นมาเห็นสภาพนั้นเข้าก็อดเป็นห่วงกลัวสามีไม่สบาย จึงยื่นมือไปแตะหน้าผากแล้วต้องตกใจเมื่อต้นจับข้อมือดึงให้นั่งลง

“จะทำอะไรฉัน หวังว่าไม่ใช่บีบคอฆ่าสามีนะ”

“ใครจะบ้าทำอย่างนั้นกัน ชื่นนึกว่าคุณต้นไม่สบายค่ะ”

“ฉันเข้าใจว่าเธอยังโกรธที่ฉันพูดไม่ดีกับคุณนัทเมื่อเช้า...เป็นห่วงฉันเหมือนกันหรือ ว่าไงทำไมไม่ตอบล่ะ”

ชื่นหรุบตาด้วยความเขินที่สามีจับได้ถึงความรู้สึกแท้จริงของเธอ ต้นหัวเราะถูกใจแล้วดึงภรรยามากอด แต่ไม่ทันไรก็มีเสียงเคาะประตู ต้นถอนใจเฮือกใหญ่ถามเสียงห้วนว่าใคร ชื่นได้ทีรีบเบี่ยงตัวขอไปดูแล้วพบว่าเป็นสะอาดมาแจ้งว่าสองพี่น้องเพื่อนบ้านมารอพบ ต้นหน้าหงิกเอ่ยเสียงเข้ม

“ไปบอกพวกเขาว่าอีกสักพักคุณชื่นจะลงไป” แล้วหันมาทางชื่น “ฉันว่ามันมากเกินไปนะ เมื่อวานก็มาตามไปอยู่เป็นเพื่อน เมื่อเช้าก็มากินข้าว นี่เย็นจะมาพบกันอีกแล้ว ธุระอะไรกันนักหนา”

“มันเป็นธุระสำคัญมากค่ะ ชื่นขอตัวลงไปพบพวกเขานะคะ ไม่อยากให้เขารอนาน”

ต้นมองตามภรรยาที่เดินร่าเริงออกไปอย่างฉุนเฉียว สักพักเดียวก็ทนไม่ได้ต้องรีบตามไป...

ที่ด้านล่าง นัททีเดินวนเวียนไปมาจนน้องสาวหมั่นไส้ พอเห็นชื่นลงบันไดมา นันทลียิ้มดีใจ

“ชื่นทำอะไรอยู่หรือเปล่า พี่เกรงใจจะแย่ แต่พี่นัทน่ะร้อนใจอยากจะเล่าว่าคุณหญิงฉัตรสุดาโทร.มาถามอาการป่วย และพรุ่งนี้จะมาเยี่ยม เรื่องแค่นี้ก็รอไม่ได้”

“นั่นถือว่าเป็นลางดีแล้วนะคะ”

สองพี่น้องเพื่อนบ้านหัวเราะถูกใจแล้วแปรเปลี่ยนเป็นเงียบเมื่อเห็นต้นเดินมาร่วมวงสนทนาด้วย

“ได้ยินว่าลางดี ลางร้ายอะไรกันหรือครับ หรือว่าแช่งผม”

“ใครจะกล้าแช่งคุณต้น เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไป ยายนันคงฆ่าผมตายแน่ หนำซ้ำยังไม่ยอมช่วยผมด้วย”

“อย่าเพิ่งทำหน้างงนะคะคุณต้น พี่นัทมาขอให้น้องชื่นช่วยเหลือเรื่องคุณหญิงฉัตรสุดาค่ะ นันเกรงใจคุณต้นมาก”

ต้นมีสีหน้าประหลาดใจแกมโล่งใจที่เรื่องราว

ไม่เป็นไปอย่างที่เกศินีเคยยุแยงไว้ พออยู่กันตามลำพัง ต้นถามภรรยาว่าทำไมไม่เล่าความจริงให้ฟังตั้งแต่แรก ปล่อยให้เข้าใจผิดไปไกล ชื่นยิ้มขำไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่ที่ตัวเองริอ่านเป็นแม่สื่อ

“ชื่นต้องรอให้สำเร็จก่อนค่ะ ตอนนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถของพี่นัทแล้วว่าจะทำสำเร็จหรือเปล่า”

ทั้งคู่สบตากันเหมือนเอาใจช่วยนัทที สักพักหนึ่ง ต้นก็เปรยว่าวันหยุดนี้จะพาชื่นกลับไปที่สายชลอีกครั้ง คราวนี้จะไปเพียงแค่สองคน ไม่มีใครอื่น หญิงสาวทำหน้าแปลกใจแย้งเสียงเบา

“คุณต้นแน่ใจได้ยังไงคะว่าจะไม่มีใครตามไปอีก...ไม่สงสารเขาคนนั้นหรือคะ”

“เพราะไม่มีใครรู้เรื่องนี้นอกจากเรา แต่ถ้ามีใครคิดตามไป เราก็เปลี่ยนไปพักที่อื่นแทน ฉันไม่สงสารใครอีกแล้ว”

ชื่นยิ้มพอใจแล้วก็ต้องหลบสายตาต้นที่มองมาเหมือนยืนยันในสิ่งที่พูดจริงๆ

ooooooo

ตกค่ำวันเดียวกัน กานดาร้อนใจที่เกศินีหายตัวไปตั้งแต่เช้าโดยไม่บอกว่าไปไหน พออดรนทนไม่ได้จึงไปปรึกษาคุณหญิงวีณาที่ตึกใหญ่เพื่อระงับกลุ้มใจ

“ยายเกศบอกหรือเปล่าคะว่าแกจะไปไหน ทำไมแกไม่ยอมบอกอะไรดิฉันเลย”

“แกบอกว่าเพื่อนชวนไปทำงานด้วยกัน เลยจะไปดูก่อนว่าเป็นยังไง คุณกานดาไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ แกโตแล้วและไม่ใช่ว่าแกไม่เคยออกไปไหนคนเดียว”

กานดาจำต้องนิ่งเงียบแม้ว่าไม่พอใจ ซึ่งในเวลานั้น เกศินีนัดพบกับทรงวุฒิที่โรงแรมอีกครั้งเพื่อแจ้งว่ากานดาต้องการพบเขาเพราะมีแผนจัดการชื่นเรียบร้อย ทรงวุฒิพยักหน้ารับทราบแล้วยิ้มกรุ้มกริ่มลากตัวเธอขึ้นเตียง...

ผองเพื่อนของชื่นมารวมตัวที่บ้านพิชัยศรายุทธเพื่อรอฟังข่าวดีของฉัตรสุดากับนัทที ชื่นจัดศาลาริมน้ำให้ทั้งคู่ได้ใช้เวลาคุยเปิดความในใจ นัททีตื่นเต้นมากแต่ก็พยายามสำรวมกิริยา

“ขอบคุณคุณหญิงที่กรุณามาเยี่ยมผม วันนี้ผมมีเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิตจะต้องบอกคุณหญิง คือว่า...”

“หญิงรู้ว่าพี่นัทจะพูดอะไร ก่อนอื่นหญิงต้องการคำตอบว่าพี่นัทอกหักจากชื่นแล้วหันมาหาหญิงหรือเปล่า”

“ผมเคยชอบชื่น แต่พอรู้ว่าไม่มีวันเปลี่ยนใจเธอจากคุณต้นได้ก็ตัดใจ...คิดกับเธอเป็นน้องสาว สำหรับคุณหญิง ผมรักเพราะคุณหญิงคือคุณหญิงฉัตรสุดา ไม่ใช่ตัวแทนของใคร ทีนี้ผมอยากขอคำตอบว่าคุณหญิงจะว่าอย่างไรครับ”

ฉัตรสุดาทำท่าเอียงอายไม่ยอมตอบ นัททียิ้มและถือว่าเธอตอบรับรักเรียบร้อยแล้วก็ส่งสัญญาณให้เพื่อนๆของเธอออกมาแสดงความยินดีท่ามกลางความเก้อเขินของทั้งคู่

กานดายืนกอดอกดูความรื่นเริงของเพื่อนชื่นด้วยความหงุดหงิดระคนริษยา สักพักจันทร์ก็มารายงานข่าวสำคัญ

“วันเสาร์นี้คุณต้นจะพาเมียไปฮันนีมูนที่หัวหินอีกแล้วเจ้าค่ะ บ่าวได้ยินนังสะอาดมันพูดในครัว”

แววตาของเจ้านายสาวแปรเปลี่ยนเป็นประกายน่ากลัว ซึ่งในเวลาเดียวกันนั้นเกศินีเตรียมตัวออกจากโรงแรมพลางกำชับให้ทรงวุฒิโทร.หากานดา ก่อนจะเดินหลบเลี่ยงออกไปที่รถ แต่แล้วเห็นยุพาที่มาดักรอ ก็ถอนใจเฮือกใหญ่แล้วรับขึ้นรถ

“พี่ยุพาอย่านึกว่าเกศชอบสภาพนี้นะ...มันถ่ายรูปเกศตอนที่อยู่กับมันไว้เพื่อมาขู่ ถ้าวันนั้นพี่ยุพาไม่ร่วมมือกับมัน...”

“มันก็จะซ้อมพี่จนตาย หรือไม่ก็ประจานพี่ ที่เลิกไม่ได้ก็เพราะ...พี่ท้อง!”

ยุพายกมือลูบท้องตัดสินใจถามเกศินีว่าอยากเลิกกับทรงวุฒิหรือไม่เพราะเธอมีหนทาง น้องสาวเบิกตากว้างดีใจ

“พี่จะเอารูปและฟิล์มทั้งหมดให้น้องเกศไปทำลาย ต้องไปเอาที่ห้องเช่าเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ทรงวุฒิจะกลับมาตอนค่ำ”

เกศินีละล่ำละลักขอบคุณยุพาแล้วรีบขับรถไปที่นั่นทันที เมื่อไปถึงเกศินีนึกเวทนากับสภาพซอมซ่อของห้องเช่า พอได้ของที่ต้องการจึงส่งเงินให้ยุพาด้วยความสะท้อนใจ

“โชคดีวันนี้มันไม่ได้ขอเงินเกศ พี่ยุพาอย่าคิดว่าดูถูกเลยนะคะ ถ้าเดือดร้อนก็บอกเพราะเกศถือว่าพี่มีบุญคุณที่ช่วย”

ยุพาพยักหน้ารับพลางกำชับให้รีบกลับ เกศินียิ้มน้ำตาคลอด้วยความดีใจ พอคล้อยหลังยุพาได้แต่เข่นเขี้ยวทรงวุฒิ

“ฉันไม่ยอมให้เธอทิ้งฉันเด็ดขาด คำสัญญาลมๆแล้งๆมันเชื่อไม่ได้หรอก...ไอ้ผัวบ้า!”

ระหว่างที่เกศินีนั่งอ่านหนังสือ กานดากระวีกระวาดเข้ามาหาแล้วเล่าว่าวันนี้ติดต่อกับทรงวุฒิได้แล้ว และเพิ่งว่าจ้างมันทำตามแผนโดยสร้างเรื่องหลอกคุณต้นให้เข้าใจผิดชื่น สองแม่ลูกสบตากันอย่างสาแก่ใจ

ooooooo
ที่บ้านสายชล ต้นนั่งทอดสายตามองทะเลอย่างรื่นรมย์ระหว่างรอชื่นกับนมอ่อนกลับจากตลาด พลันมีเสียงกริ่งที่หน้าประตูดังขึ้น เขาเดินไปดูด้วยความสงสัยแล้วก็เห็นทรงวุฒิยืนลับๆล่อๆอยู่แถวหน้าบ้านจึงสอบถามว่ามาหาใคร

“ผมมาหาชื่นชีวาครับ คุณคือคุณศรันย์ ศรายุทธใช่ไหม”

“คุณเป็นเพื่อนกับภรรยาผมหรือ ทำไมผมไม่เคยเห็นคุณมาก่อน”

“เพราะผมไม่ใช่เพื่อน แต่เป็นสามีของชื่นน่ะสิ!”

ต้นปราดไปต่อยหน้าทรงวุฒิด้วยความโกรธแล้วขู่ว่าจะเรียกตำรวจ ทรงวุฒิแสยะยิ้มโต้กลับอย่างไม่เกรงกลัว

“เรียกเดี๋ยวนี้เลย จะได้รู้กันเสียทีว่าคุณแย่งเมียผม เรารักกันตั้งแต่ชื่นอยู่มหาวิทยาลัย แต่เขาสลัดรักผมไปหมั้นกับคุณต่อเพราะผมมันจน ไม่มีอะไรเทียบพวกคุณสองพี่น้องได้เลย ผมรู้ว่าชื่นมาที่นี่เพราะเราเริ่มติดต่อกันใหม่ เขาเป็นคนบอกผมเองว่าจะมาที่นี่ ไม่งั้นจะรู้ได้ยังไง...ผมมาขอเมียคืน ตอนนี้ผมมีงานทำและฐานะดีเพียงพอไม่ทำให้เขาอับอายแล้ว”

“โกหก ฉันไม่เชื่อแก!”

“คืนนี้ผมจะมาใหม่ ถ้าไม่เชื่อก็คอยดูแล้วกัน”

ทรงวุฒิหันหลังกลับเดินออกไปแล้วลอบยิ้มพอใจในผลงานของตน ต้นมองตามงุนงงเพราะมั่นใจว่าไม่มีใครรู้เรื่องการมาที่นี่ของพวกเขา คล้อยหลังจากนั้นพวกชื่นก็กลับมาจากตลาด นมอ่อนแปลกใจที่บ้านดูเงียบเชียบแต่ชื่นคิดว่าต้นคงจะนอนหลับหรือออกไปเดินเล่นที่ชายหาด นมอ่อนเลยละความสนใจสั่งวิงให้เอาอาหารสดที่ซื้อมาไปจัดการให้เรียบร้อย

พูดยังไม่ทันจบก็เห็นต้นเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เขาไม่ทักทายใครแล้วขึ้นข้างบนทันที นมอ่อนกับชื่นมองตามอย่างประหลาดใจ ชื่นเป็นห่วงรีบตามไปสอบถามแต่ต้นกลับแสดงกิริยาฉุนเฉียวบอกเพียงว่าคืนนี้จะมีคนมาหา

ระหว่างกินข้าวเย็นวันนั้น ต้นแสดงอาการหงุดหงิดตลอดเวลาจนชื่นอดถามไม่ได้

“คุณต้นไม่พอใจอะไรชื่นหรือเปล่าคะ บอกมาเถอะค่ะ ชื่นจะได้รู้และแก้ไข”

“เธอทำอะไรไว้ก็ต้องรู้แก่ใจ...ไม่น่าเชื่อเลยว่าเธอจะหลอกทุกคนได้สนิท ยังจะให้ฉันพูดอีกหรือ”

“ชื่นหลอกอะไรใคร!”

ชื่นตาวาวชักสีหน้าผุดลุกขึ้นแล้วเดินออกไป

นมอ่อนงุนงงกับสิ่งที่ต้นพูด ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธเดินตามชื่นออกไปเช่นกัน ต้นฮึดฮัดปาผ้าเช็ดปากลงบนโต๊ะดับอารมณ์โมโหปนความระแวง พลันได้ยินเสียงภรรยาพูดโต้ตอบกับใครที่หน้าบ้านจึงรีบตามไป

“ชื่นจ๋า...พี่มารับชื่น หลังจากวันที่เรามีอะไรกัน พี่ลืมชื่นไม่ลงจริงๆ ชื่นก็คงลืมพี่ไม่ลงเช่นกัน”

“ไอ้คนนี้ล่ะค่ะคุณต้นที่จับตัวชื่นไป ป้านมก็จำได้...จะบ้าไปกันใหญ่แล้ว ฉันไม่ได้มีอะไรกับแกเลยแม้แต่นิดเดียว!”

“ใครที่ไหนจะเชื่อล่ะชื่น ผู้หญิงถูกผู้ชายลักพาตัวไปแล้วไม่มีอะไรกันน่ะ...พี่ตั้งตัวได้แล้ว ไปอยู่กับพี่เถอะ พี่รักชื่นจริงๆนะ ชื่นบอกให้ตามมาที่นี่ พี่ก็อุตส่าห์ตามมา แต่พี่ไม่อยากลักลอบพบกันอีกต่อไป ถึงได้แสดงตัวกับผัวใหม่ของชื่นแล้ว”

ชื่นโกรธจนตัวสั่นตวาดไล่ทรงวุฒิเสียงลั่น แต่เขายังไม่ยอมจบทำเสียงออดอ้อนว่าจะกลับมาฟังคำตอบใหม่ วิงที่เพิ่งกลับมาจากเดินเล่นมองเหตุการณ์นั่นด้วยความตกใจ ทุกคนมีสีหน้าบึ้งตึงโกรธเกรี้ยว

นมอ่อนได้สติต่อว่าต้นอย่างแรง

“นมไม่นึกเลยว่าคุณต้นจะหูเบาอย่างนี้ เชื่อใครไม่เชื่อ...ดันไปเชื่อไอ้โจรที่มันลักพาตัวเธอไป แล้วจะทำยังไงต่อ”

“เขาก็ยอมรับนี่ว่าลักพาตัวชื่นไปแล้วก็เลยมีอะไรกัน ในเมื่อชื่นยังตัดเขาไม่ขาด ผมก็คงต้องคืนเธอให้เขาไป!”

ต้นโวยวายเหมือนคนขาดสติ ส่วนชื่นผิดหวังในตัวสามีที่ไม่เชื่อเธอจึงผลุนผลันออกไป นมอ่อนรีบตามไปปลอบแต่ไม่สำเร็จเพราะชื่นน้อยใจสามีจนไม่อาจทนอยู่ที่สายชลได้อีกจึงเก็บข้าวของและบอกลา นมอ่อนร้องไห้ทำอะไรไม่ถูก วิงเองก็นั่งกุมขมับไม่มีทางแก้ไข ครั้นรุ่งเช้าต้นกลับมาพบว่าภรรยาหนีกลับกรุงเทพฯแล้ว เขาได้แต่นิ่งงัน

ooooooo

ทรงวุฒิโทร.รายงานกานดาถึงผลสำเร็จของงานและนัดแนะขอรับเงิน กานดาหัวเราะร่วนด้วยความสะใจ

“เห็นไหมลูกเกศ แม่บอกแล้วว่าต้องทำให้นังชื่นกระเด็นไปให้ได้ แม่ทำสำเร็จแล้ว มันแพ้เหมือนแม่ของมันเลย”

พวกกานดาต่างหัวเราะกันอย่างปลาบปลื้ม กนกแอบฟังด้วยความตกใจคาดไม่ถึงว่ามารดาจะทำเรื่องเช่นนี้อีก

ที่ตึกใหญ่ นมอ่อนนำเรื่องมารายงานคุณหญิงวีณาและนิวัฒน์ ทั้งคู่ต่างตกใจไม่เชื่อในสิ่งที่ทรงวุฒิกล่าวหา นมอ่อนมั่นใจว่าเรื่องนี้ต้องมีเบื้องหลัง นิวัฒน์ฉุนจัดสงสัยกานดาเป็นคนแรกจึงผลุนผลันออกไปถามให้รู้เรื่อง ส่วนคุณหญิงวีณากลับวิตกกังวลเพราะไม่รู้จะไปตามหาชื่นได้ที่ไหน

นิวัฒน์เดินออกมาจากตึกใหญ่อย่างโมโหจัด กนกที่รออยู่ก็ออกมาขวางแล้วบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะเล่าให้ฟัง

“ผมมีเรื่องจะบอกคุณพ่อ ถึงแม้จะทำให้ผมเป็นลูกอกตัญญูก็ตาม แต่ผมทนเห็นพี่ชื่นถูกเข้าใจผิดไม่ได้เพราะคุณแม่กับพี่เกศร่วมมือกันใส่ร้ายครับ ผมได้ยินแม่เล่าให้พวกนั้นฟัง”

“ชาติชั่วใจบาปเป็นที่สุด...ไม่ต้องเสียใจนะกนก พ่อภูมิใจที่ลูกทำในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ต้องกลัวอะไร เราจะช่วยกันเปิดโปงคนชั่วไม่ให้มันหนีรอดไปได้อีกคราวนี้ พ่อต้องใช้ตำรวจมาจับไอ้ทรงวุฒิและสะสางปัญหานี้ให้จบลง”

นิวัฒน์พากนกไปหาคุณหญิงวีณาแล้วเล่าความจริงทั้งหมดที่ได้ยินมา ทุกคนฟังแล้วได้แต่เศร้าใจที่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น ส่วนต้นเอาแต่เก็บตัวเงียบเพราะนึกเสียใจที่ใจร้อนทำรุนแรงกับภรรยาโดยไม่ทันสอบถามให้ละเอียด พอคุณหญิงวีณามาเคาะห้องขอคุยด้วย

ชายหนุ่มที่มีแต่ความสับสนก็ชี้แจงกับเธอว่าไม่ตั้งใจให้เรื่องออกมาเป็นแบบนี้ คุณหญิงวีณามองอย่างเห็นใจ

“น้าจะเล่าให้ฟัง แล้วแต่คุณต้นตัดสินใจเอาเองว่าควรจะเชื่อใคร เมียตัวเองหรือว่าคนชั่ว กนกไปได้ยินคุณกานดาเล่าให้แม่เกศกับนังเจือ นังจันทร์ฟังว่าเธอเป็นคนอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นั่นโดยใช้ทรงวุฒิเป็นเครื่องมือทำให้เกิดความเข้าใจผิด”

ต้นตะลึงกับความจริงที่ได้รับ เขาประมาทกานดากับเกศินีน้อยไป...

ooooooo
เช้าวันต่อมา พวกคุณหญิงวีณาแอบรอดูกานดาขับออกจากบ้านไป นิวัฒน์สั่งการพวกตนให้ตามไปเพราะตำรวจรอดำเนินการอยู่แล้ว กนกปฏิเสธไม่ตามไปด้วยเพราะถึงอย่างไรกานดาก็เป็นแม่ เขาไม่อยากเสียความรู้สึกมากไปกว่านี้

ที่ร้านอาหาร กานดาส่งซองเงินให้ทรงวุฒิด้วยความกระหยิ่มใจที่แผนการลุล่วงไปได้ด้วยดี ชายหนุ่มมัวแต่สนใจซองนั่นโดยไม่ทันเห็นว่ามีตำรวจกรูกันเข้ามาจับตัวเขาพร้อมกับใส่กุญแจมือ ส่วนกานดาเล็ดลอดหนีไปได้อย่างหวุดหวิด

ทรงวุฒิพยายามขัดขืน พอเห็นพวกต้นยืนรอที่นอกร้านอาหารก็เข้าใจว่าร่วมมือกับกานดาหลอกจับเขา

“ผมจะบอกความจริงให้ทุกคนรู้เอาไว้ ในเมื่อนังกานดาทรยศผม...นังชื่นไม่ได้เป็นเมียผมหรอกแต่นังเกศสิที่เป็น นังแม่ยายวางแผนทำลายลูกเลี้ยงแต่ลูกตัวกลับเสียท่าผมแทน ผมมีหลักฐานรูปถ่ายตอนที่เราระเริงสุขในบังกะโล แทบไม่เชื่อว่าคุณต้นจะหลงกลง่ายดาย...ถ้าวันนี้ผมผิด นังกานดากับนังเกศก็ต้องผิดด้วย พวกเราล้วนแต่มีส่วนร่วมคิดแผนกันทั้งนั้น”

นิวัฒน์เลือดขึ้นหน้าตะโกนด่าว่ามันเป็นเรื่องโกหก เช่นเดียวกับต้นที่หน้าแดงด้วยความโกรธผสมความอาย เจ้าคุณต้องรีบดึงแขนสองคนให้ไปสงบสติอารมณ์บนรถแล้วปล่อยให้เป็นหน้าที่ตำรวจจัดการ

กานดากระหืดกระหอบเข้ามาสั่งทุกคนหนีเนื่องจากความแตกจนตำรวจจับตัวทรงวุฒิไปเรียบร้อยแล้ว เกศินีตกตะลึงทำอะไรไม่ถูก สองบ่าวหน้าเสียละล้าละลังกานดาจึงตวาดซ้ำให้รีบเก็บของ ทุกคนแตกฮือทำตาม ทันที

ไม่กี่นาทีต่อมา กานดากับเกศินีขึ้นรถออกไป ระหว่างผ่านตึกใหญ่ กานดาเห็นกนกยืนมองด้วยสายตาอันเจ็บช้ำแล้วก้มลงกราบ กานดาสะท้อนใจจนน้ำตาไหล เช่นเดียวกับเกศินีที่มองคุณหญิงวีณาเหมือนจะสำนึกผิด แต่ก็สายไปเสียแล้ว...

ระหว่างทาง เกศินีนึกขึ้นได้ว่าลืมรูปถ่ายกับฟิล์มไว้ที่บ้าน กานดางุนงงถามว่าไปเอามาจากไหน เกศินีจึงเล่าว่ายุพาช่วยเหลือจนได้มันมา กานดาเวทนาลูกสาวที่ต้องมาเผชิญชะตากรรมนี้ โดยที่เธอวางแผนผิดพลาดมาตลอด

“เราต้องไปบอกพี่ยุพาเรื่องไอ้ทรงวุฒิถูกจับด้วย อย่างน้อยเขาก็เคยช่วยเกศ เขาเองก็ตกเป็นเหยื่อในเรื่องนี้เช่นกัน”

กานดาไม่เห็นด้วยแต่ก็ยอมตามใจลูกสาว เมื่อยุพาทราบเรื่องก็ตกใจหน้าซีดเผือด เพียงครู่เดียวก็ขาดสติหัวเราะลั่น

“ยุพากำลังจะมีลูกกับเขา แต่คุณน้าทำให้เขาถูกจับ เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของคุณน้า...มุ่งมั่นทำลายชีวิตคนอื่น แล้วผลออกมาเป็นยังไงล่ะ ทั้งลูกและหลานต้องตกเป็นเหยื่อมัน ไม่แน่นะน้องเกศอาจจะท้องด้วยก็ได้!”

เกศินีตกใจตะโกนลั่นว่าไม่จริง กานดาถลาเข้าตบหลานสาวอย่างแรง ยุพาหน้ามืดคว้าปืนจากลิ้นชักแล้วกระหน่ำยิงใส่สองแม่ลูกจนล้มลงนอนจมกองเลือด ยุพาขาดสติยกปืนขึ้นจ่อยิงตัวเองตามทันที

ระหว่างที่ชื่นนั่งทอดอารมณ์คิดถึงเรื่องผ่านมาในอดีตอยู่บนระเบียงบ้านของชม พลันก็เห็นต้นขับรถมาจอด หญิงสาวชะงัก ยืนคอแข็งจ้องหน้าสามีด้วยความโกรธระคนน้อยใจ

“ฉันมารับกลับบ้าน...ชื่นชีวา ศรายุทธ ภรรยาของฉัน”

“ที่นี่ไม่มีคนชื่อนั้น มีแต่ชื่น ชาวนา คุณคงเข้าใจอะไรผิดแล้ว”

“จะชื่นชีวาหรือชื่นชาวนาก็เมียของฉันทั้งนั้น...ฉันขอโทษที่หุนหันพลันแล่นไม่เชื่อใจเธอ กลับบ้านเถอะนะ แต่ถ้าไม่กลับดีๆก็คงต้องบังคับกันบ้างล่ะ เธอคงไม่อยากให้ชาวบ้านแถวนี้เห็นฉันอุ้มเธอออกไปหรอกนะ แต่ถ้าไม่อายก็ลองดู”

ชื่นอึกอักมองไปรอบบ้านก็เห็นผู้คนเงยหน้าขึ้นมองอย่างสงสัยใคร่รู้ หญิงสาวยอมแพ้แล้วขอปิดบ้านก่อนเดินตาม ต้นลอบยิ้มอย่างถูกใจ

จากนั้นต้นขับรถมาเรื่อยๆ ชื่นมองเหลียวหน้าเหลียวหลังอย่างเอะใจเพราะรู้ดีว่าไม่ใช่ทางกลับบ้านพิชัยศรายุทธ ต้นอมยิ้มบอกว่าจะพาไปฮันนีมูนอย่างแท้จริงที่สายชล ก่อนจะเล่าเรื่องกานดาและเกศินีถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ส่วนยุพาเสียชีวิต ชื่นนึกสงสารพวกนั้นและตั้งใจว่าเมื่อกลับจากสายชลจะหาเวลาไปเยี่ยมสองแม่ลูกเพราะเธอให้อภัยหมดแล้วไม่ถือโทษอีกต่อไป

ที่บ้านสายชล ชื่นกับต้นได้ปรับความเข้าใจกันในที่สุด ต่างพบความสงบสุขในการดำเนินชีวิตหลังจากเหตุการณ์ร้ายๆผ่านพ้นไป

ooooooo

–อวสาน–


ละครชื่นชีวา ตอนที่ 15(ตอนจบ) อ่านชื่นชีวา ติดตามชื่นชีวา ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย ศรัณย์ ศิริลักษณ์, คามิลล่า กิตติวัฒน์ 20 ต.ค. 2559 08:01 2016-10-22T01:54:44+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ