ข่าว

วิดีโอ



กี่เพ้า

อ่านเรื่องย่อ

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์ช่องอื่นๆ

นักแสดงนำ:

แม้อาจือแม่ของเหว่ยเหอจะโกรธเกลียดเพกาอย่างไร แต่เพกาก็ไม่ย่อท้อที่จะทำให้เธอเข้าใจตนให้ได้เพราะถือคติตื๊อเท่านั้นที่ ครองโลก เพกาหอบหิ้วอาหารมาที่บ้านอาจือ ระหว่างที่ชะเง้อมองอยู่หน้าบ้าน ได้ยินเสียงล้มตึงดังออกมา ก็ตกใจรีบวิ่งเข้าไปด้วยความเป็นห่วง

เห็น อาจือนอนสะลึมสะลืออยู่บนพื้น หม้อข้าวต้มบนเตาเอียงกะเท่เร่ มีควันร้อนระอุ เพการีบจะยกหม้อลงจากเตา แต่มันร้อนจนต้องชักมือออก จึงหันมาดึงตัวอาจือออกอย่างทุลักทุเล อาจือปรือตามองความช่วยเหลือของหญิงสาวก่อนจะหมดสติไป

พอฟื้นขึ้นมา อาจือพบว่าตัวเองนอนอยู่โรงพยาบาล มีอาหัวยืนข้างเตียง ถัดไปเป็นเพกา จึงเมินหน้าหนียังไม่อยากใจอ่อน บอกอาหัวให้พาตนกลับบ้าน

“นอนพักอยู่ที่ โรงพยาบาลก่อนแหละดีแล้ว ขืนอาจือกลับไปอยู่คนเดียว เป็นลมเป็นแล้งไปไม่มีใครเห็นจะแย่ นี่โชคดีนะที่คุณเพกาไปช่วยอาจือไว้...” เห็นท่าทางอาจือยังแข็งกร้าว “อาจือ...ความโกรธเข้าประตูหน้า สติปัญญาก็โผออกประตูหลัง คุณเพกาเธอไม่เกี่ยวข้องกับตระกูลเจ้า เธอแค่ไปทำงานที่นั่น เธอเป็นเพื่อนอาเหว่ยนะอาจือ”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะอาหัว ฉันเข้าใจ ถ้าเป็นฉัน ฉันก็คงไว้ใจคนที่ข้องเกี่ยวกับคนที่ทำร้ายลูกชายตัวเองไม่ได้ง่ายๆเหมือนกัน”

จู่ๆ อาจือน้ำตาไหลรำพันออกมา “อาเหว่ยพูดเสมอว่าจะไม่ให้ความยากจนทำลายชีวิตเขา สักวันหนึ่งเขาจะพาฉันไปทุกๆที่ที่ฉันอยากไป เราจะได้กินทุกอย่างที่เราอยากกิน ไม่อดมื้อกินมื้อเหมือนที่ผ่านมา เขาตั้งใจเรียนจนสอบชิงทุนไปอเมริกาได้ อาเหว่ยมีอนาคตสดใสรออยู่ แต่คนบ้านตระกูลเจ้าทำลายอนาคตอาเหว่ย”

เพการันทดใจจับมือปลอบ “ฉันนี่แหละค่ะ จะเอาชีวิตที่สดใสของเหว่ยกลับมาคืนให้ เชื่อใจฉันนะคะ แล้วที่ฉันต้องติดต่อเหว่ยให้ได้ เพราะฉันเป็นห่วง...เหว่ยถูกยิง”

“อาเหว่ยถูกยิง! ที่ไหน เมื่อไหร่ ใครยิง”

“เหว่ยหนีตำรวจค่ะ เลยถูกยิง คุณหมิงเทียนคอยเช็กคนป่วยคนตายให้ ไม่มีลักษณะเดียวกับอาเหว่ย เราก็เลยเชื่อว่า อาเหว่ยคงไม่เป็นไรมาก”

“โธ่...อาเหว่ยลูกแม่ ไม่รู้ป่านนี้เป็นตายร้ายดียังไง” อาจือร้องไห้โฮ

อา หัวขอให้บอกที่อยู่ของเหว่ยเหอ จะได้ช่วยเหลือ เพกาขอเบอร์โทร. แต่อาจือบอกว่าลูกจะเปลี่ยนเบอร์ไปเรื่อยเกรงตำรวจจะแกะรอยได้ เพกาถอนใจคงทำได้แค่รอให้ติดต่อกลับมา...

ในวันเดียวกัน เหว่ยเหอกลับมาบ้าน เห็นหม้อข้าววางคาอยู่ แต่ไม่พบแม่ก็แปลกใจ รีบโทร.หา พอรู้ว่าแม่อยู่โรงพยาบาล และเพกาเป็นคนช่วยเหลือ เขาครุ่นคิดอย่างหนัก ควรจะให้เพกาพบดีหรือไม่

ระหว่างนั้น เพกากลับมานั่งย้อมสีเส้นไหมตามที่อาหัวสอน มีคนร้ายย่องมาด้านหลังจะใช้เชือกรัดคอเธอ โชคดีที่อาจือโทร.เข้ามา ทำให้หญิงสาวต้องหันไปหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างหลัง คนร้ายจึงหลบไป...อาจือโทร.มาแจ้งเรื่องเหว่ยเหอ เพกาดีใจมากรีบมาบอกอาหัว

“อาหัวคะ...แถวนี้มีรถไปโรงแรมมงก๊กไหมคะ อาจือบอกว่าเหว่ยอยู่แถวนั้น ฉันจะไปตามหาเหว่ย”

“เหว่ยติดต่อมาแล้วเหรอครับ เขาเป็นยังไงบ้าง”

“อาจือบอกว่าเขาสบายดีแล้ว”

“ค่อยยังชั่ว เดี๋ยวผมให้คุณเพกาติดรถไปกับชาวบ้านแถวนี้ก็ได้ คุณเพกาจะไปเมื่อไหร่”

“พรุ่งนี้ค่ะ” พลันมือถือเพกาดังขึ้น เธอกดรับแล้วยิ้มดีใจ “คุณหมิงเทียน”

หมิงเทียนคิดถึงโทร.มาถามว่าซ่อมกี่เพ้าเสร็จหรือยัง พอเธอตอบว่ายัง เขาก็ร้อนใจ

“ถ้าผมไม่ติดต้องเคลียร์งาน ผมจะไปอยู่เป็นเพื่อนคุณ”

“ไม่ดีมั้งคะ มันไม่งาม”

“งั้นคุณก็มาหาผมสิ ผมจะให้อี่ขับรถไปรับคุณ ผมเสร็จงานแล้วเราไปหาอะไรกินกัน”

“เอ่อ...”

“คุณไม่คิดถึงผมบ้างหรือไง” หมิงเทียนเสียงเข้ม

“ฉันกำลังคิดอยู่ค่ะ ว่าจะไปหาคุณวันไหนดี”

“พรุ่งนี้”

“โอ๊ะๆ พรุ่งนี้ไม่ได้ค่ะ” เพกาปฏิเสธทันควัน

หมิงเทียนแปลกใจถามทำไม เธอหาข้ออ้างว่า ต้องเข้าเมืองไปหาซื้อของมาทำงาน

“งั้นผมจะให้อาอี่ไปรับเข้ามาทานข้าวกันในเมืองนี้ จะซื้อของอะไรเดี๋ยวไปซื้อด้วยกัน ผมจะรอที่ออฟฟิศ จะได้อยู่กับคุณทั้งวัน”

พลันมีเสียงก๊อกแก๊กที่หน้าประตู หมิงเทียนหันขวับไปร้องถามว่าใคร เดินไปดูไม่เห็นใคร เพกาได้ยินถามมีอะไร เขารีบบอก “เปล่า ตกลงตามนี้นะ พรุ่งนี้เช้าอี่จะไปรับ อย่าแต่งตัวสวยมากล่ะ ผมไม่ชอบให้ใครมองคุณ”

เพกาเซ็งทำไมต้องนัดพร้อมกันด้วย สีชมพูไม่ออกเสียแล้ว

ooooooo

วันรุ่งขึ้น เป่าหลินมาบอกอี่ว่า รถที่อี่จะใช้ไปรับเจ้านาย อาหลุนเอาเข้าศูนย์เช็กระยะเมื่อวาน ให้ไปรับรถด้วย ว่าแล้วก็ยื่นใบรับรถให้ อี่แปลกใจ ยังไม่ถึงรอบเช็กระยะเลย เอาเข้าไปทำไม เขาบ่นที่จะต้องไปรับเพกาช้า เป่าหลินได้ยินไม่ถนัด ถามว่ารับใคร อี่โกหกว่า หมิงเทียน

เพกายังลังเลไม่อยากไปตามนัดของหมิงเทียน เพราะต้องการไปตามหาเหว่ยเหอ อี่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาขอโทษขอโพยที่มาช้า เพกายิ้มเจื่อนๆ...

ห่างออกมา คนร้ายที่เกือบเอาเชือกรัดคอเพกา ยืนมอง เห็นรถอี่แล่นออกไป เขาโทรศัพท์รายงาน “เตรียมรับศพพวกมันได้เลยครับ”

ในระหว่างนั้น หมิงเทียนเผลอหลับอยู่ที่เก้าอี้ทำงาน ฝันว่าพบเพกานั่งร้องไห้ที่สวนดอกโบตั๋น เขาแปลกใจเพราะนัดกันไว้ในเมือง แต่พอจับเธอหันหน้ามาเห็นหน้าเละก็ตกใจสะดุ้งตื่น จึงโล่งอกที่เป็นแค่ความฝัน ทันใด มีโทรศัพท์เข้ามาแจ้งข่าวร้ายว่ารถที่อี่ขับไประเบิด

หมิงเทียนตกใจมากรีบมาที่โรงพยาบาล พบลี่ผิง ซิ่วหลานและหลุนร้องไห้อยู่ข้างศพสองศพที่มีผ้าคลุม เขาวิ่งเข้าจะกอดศพ หลุนห้ามไว้ เพราะศพเละจนจำหน้าไม่ได้

หมิงเทียนร่ำไห้รำพัน “คุณพิงก์ ผมขอโทษ ผมปกป้องคุณไม่ได้”

ไม่ทันไร เพกาวิ่งหน้าตื่นเข้ามาร้องเรียกอี่... ทุกคนตกตะลึง หมิงเทียนหันมาโผกอดเธอ

“คุณจริงๆใช่ไหม คุณยังไม่ตาย คุณยังอยู่กับผมใช่ไหม”

“ค่ะ ฉันปลอดภัยดี”

ลี่ผิงนิ่วหน้า “ซิ่วบอกว่าอี่ขับรถไปรับเธอ ถ้าศพผู้หญิงนี้ไม่ใช่เธอ แล้วเป็นใคร”

“เม่งหงค่ะ...” เพกาเล่าถึงตอนที่อี่มารับ ตนอ้างว่า ไม่สบาย ฝากขอโทษหมิงเทียนให้ด้วย พอดีเม่งหงถูกบริษัทเรียกสัมภาษณ์งาน จึงขอติดรถเข้าเมือง เพกาสะอื้น “พออี่ออกไป ฉันนั่งรถเข้าไปในเมือง ฉันถึงรู้ว่ารถอี่ระเบิด พวกเขาตายเพราะฉัน...”

“ไม่เอาคุณพิงก์ อย่าโทษตัวเอง” หมิงเทียนกอดปลอบคนรักที่ร้องไห้หนักขึ้น

ooooooo

หลังเสร็จพิธีฝังศพอี่กับเม่งหง ลี่ผิงเปรยเศร้าๆ กับหมิงเทียนว่าชีวิตตนจะต้องเจองานศพอีกกี่หน เขาปลอบแม่อย่าคิดมาก สองคนขึ้นไปอยู่ด้วยกันบนสวรรค์แล้ว ทันใดตำรวจโทร.เข้ามาแจ้งกับหมิงเทียนว่า พบเศษวัตถุระเบิดในซากรถ แสดงว่ารถถูกวางระเบิด

เพกาตกใจ “นี่หมายความว่ามีคนหมายปองชีวิตฉัน”

“อาเหว่ยวางระเบิดหมายจะฆ่าเธอ แต่อี่กับแฟนต้องมาตายแทน” เหวินเยี่ยกล่าวโทษ

“ถ้าเป็นฝีมืออาเหว่ยจริง เราก็โทษคุณพิงก์ไม่ได้นะครับ” หมิงเทียนแก้ต่าง

“ทำไมจะไม่ได้ เพกาประกาศจะจับฆาตกรเข้าคุก อาเหว่ยมันเลยตามฆ่า อาอี่ตายเพราะเธอ คนของฉันต้องรับเคราะห์แทนเธอ”

เพการู้สึกผิด ร้องไห้เดินเลี่ยงออกไป หมิงเทียนขอร้องพ่อ อย่าทำให้เพกาต้องเสียใจไปมากกว่านี้ แต่เหวินเยี่ยสีหน้าถมึงทึง

หมิงเทียนตามมาปลอบ “เพกาคนเดิม คนที่เข้มแข็ง คนที่สอนให้ผมต่อสู้หายไปไหน”

“ก่อนหน้าฉันมา ทุกอย่างสงบสุขอยู่แล้ว แต่เพราะฉันขุดคุ้ยเรื่องนี้ ฆาตกรถึงลุกขึ้นมาใหม่ ลุกขึ้นมาทำให้อี่ตาย ถ้าฉันเป็นบ้า ถ้านิมิตรพวกนั้นเป็นของปลอมล่ะ ถ้าผีเมย์ลีไม่มีจริง ถ้ามันเป็นเรื่องเพ้อฝันของฉันเอง”

“จะมีผีเมย์ลีหรือไม่มี คุณต้องไม่ถอยหลังกลับ ก่อนหน้านี้ผมเคยหนีอดีตตัวเอง คุณบอกผมให้สู้ มาถึงวันนี้ ผมเปลี่ยนไปแล้วรู้ไหม...เมย์ลีเป็นคนรัก อี่เป็นคนสนิท ทั้งสองคนทำเพื่อผมมาตลอด คนดีๆสองคนตายไปเพราะฆาตกรใจร้าย เราจะหยุดไม่ได้แล้วคุณพิงก์ อย่ายอมแพ้”

เพกาซาบซึ้งโผกอดหมิงเทียนร่ำไห้ เขาปลอบเธอขอให้กลับไปอยู่บ้านตระกูลเจ้า ช่วยกันหาฆาตกร

หญิงสาวขอไปทำหน้าที่ของตัวเองให้เสร็จก่อน...เธอขอซ่อมกี่เพ้าโบตั๋นจนสำเร็จ

ผ่านไปสามสี่วัน เพกาเอากี่เพ้าที่ซ่อมเสร็จให้อาหัวดู เชาชมว่าเก็บรอยได้เนียนมาก

“ผมไม่ค่อยเจอคนรุ่นใหม่ที่ชอบชุดโบราณ ฝากรักษากี่เพ้าด้วยนะครับ”

เพการับปาก พลัน เหว่ยเหอโทร.เข้ามา นัดพบเธอที่โรงแรมฮาเบอร์...เพกาดีใจรีบออกไปหา พอได้พบเหว่ยเหอ เธอเข้ากอดเขาทันที

“เหว่ย ฉันขอโทษ ฉันดีใจแค่ไหนรู้ไหม ที่รู้ว่าคุณไม่ตาย”

“ผมไม่ได้พิศวาสผู้หญิงนะ กอดผมก็ไม่ทำให้ผมใจอ่อนหรอก”

“บ้าจริง ยังมีอารมณ์ขันอีก”

“ขอบคุณมากที่ดูแลแม่ให้”

“คุณดูแลฉัน ฉันจะดูแลแม่คุณ ต่อไปนี้ไม่ต้องเป็นห่วงนะ ฉันจะดูแลแม่คุณให้...วันนั้นหมิงเทียนแอบเอามือถือของฉันไป ฉันไม่รู้เรื่อง”

“นึกอยู่เหมือนกันว่าคุณคงไม่ทรยศผม ไม่งั้นผมโดนจับตั้งนานแล้ว”

“เรามาเริ่มต้นกันใหม่นะ เราเข้าใกล้ฆาตกรเต็มทีแล้ว เราต้องทำได้”

“เราเสี่ยงมากนะคุณพิงก์ ก่อนคุณจับฆาตกรได้ ผมอาจถูกจับก่อนหรือไม่อีกที คุณก็...จบลงเหมือนอี่”

“ฉันไม่กลัวอะไรทั้งนั้น ฉันขึ้นหลังเสือแล้วลงไม่ได้ นี่เบอร์มือถือใหม่ของฉัน ใช้เฉพาะคุณกับฉัน จะไม่เกิดเรื่องแบบคราวที่แล้วอีก ฉันสัญญา” เพกายัดกระดาษใส่มือเขาก่อนจากไป

ooooooo

หมิงเทียนพาเพกากลับมาบ้านตระกูลเจ้า ทุกคนในบ้านดีใจ ยกเว้นเหวินเยี่ย ซิ่วหลานกับหลุนดีใจช่วยกันถือของไปเก็บห้องดอกไม้ให้อย่างเดิม เพกายกมือไหว้ลี่ผิง เธอถามไถ่

“กินข้าวมาแล้วหรือยังล่ะ”

“เรียบร้อยแล้วค่ะ”

“กลับมาทำไมเพกา” เหวินเยี่ยไม่สบอารมณ์

“ผมให้เธอกลับมาเก็บงานชุดกี่เพ้ามาดามซ่งให้เสร็จสมบูรณ์” หมิงเทียนออกรับ

“เพกาทำให้คนสนิทแกตาย แกไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยเหรอ แกนี่มันใจอ่อนไม่เอาไหน เหมือนตอนเด็กๆ ไม่มีผิด”

หมิงเทียนน้อยใจ “อันที่จริงคุณพ่อน่าจะชินนะครับ เพราะในสายตาคุณพ่อ ผมเป็นลูกชายไม่เอาไหน ไม่มีดีซักอย่าง สู้พี่ใหญ่ไม่ได้”

“แกเคยทำให้ฉันกับแม่แกปลาบปลื้มใจเหมือนที่หมิงซานทำหรือเปล่าล่ะ สมัยเรียนก็เกกมะเหรกเกเร โตเป็นหนุ่มก็ก่อเรื่อง แย่งคู่หมั้นพี่ชายตัวเอง”

“ผมไม่ได้แย่ง เมย์ลีกับผมรักกัน”

“แกมันเห็นแก่ความสุขตัวเองมากกว่าครอบครัว แกยุเมย์ลีให้ท้าทายฉัน วันนั้นถ้ามันไม่ใส่ชุดกี่เพ้าดอกโบตั๋นออกมาประกาศจะแต่งงานกับแก หมิงซานก็ไม่เตลิดขับรถออกไปตาย”

“เลือกได้ คุณพ่อคงอยากให้ผมตายแทนพี่ใหญ่สินะครับ”

เหวินเยี่ยโพล่งออกมาว่าใช่ หมิงเทียนน้อยใจ ไม่ว่าอดีต ปัจจุบันหรืออนาคต ตนก็ยังเป็นลูกที่ไม่มีค่าในสายตาพ่อ เขาผลุนผลันออกไป เพกาวิ่งตาม เหวินเยี่ยตะโกนไล่หลัง

“แกรู้ตัวก็ดีแล้ว จะได้ไม่คิดสร้างปัญหาให้ฉันปวดหัวอีก”

“พอกันทีคุณพี่ ฉันทนไม่ไหวแล้ว ฉันทนทุกอย่างมาตลอดชีวิตของฉัน...บทเรียนจากหมิงซานไม่ได้สอนคุณพี่เลยรึไง” ลี่ผิงตวาดด้วยความเหลืออด

เหวินเยี่ยตะลึงกับความกราดเกรี้ยวของภรรยา “นี่...นี่เธอขึ้นเสียงกับฉันหรือ”

“ถ้าหมิงเทียนเป็นอะไรไปอีกคน ฉันจะหนีไปจากคนบ้าอำนาจอย่างคุณพี่ คุณพี่ต้องถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว จะได้สำนึกบ้าง” ลี่ผิงโกรธเดินขึ้นบันไดไป

เพกาตามมาฟังหมิงเทียนระบายความน้อยใจ ที่พ่อไม่เคยรักตนเลย

“คุณพ่อคุณคงไม่ได้ตั้งใจพูดอย่างนั้นค่ะ ท่านกำลังโมโหเลยโพล่งออกมา”

“ตั้งแต่เด็ก ผมเป็นลูกชัง พี่ใหญ่เป็นลูกรัก ผมทำอะไรไม่เคยถูกใจคุณพ่อ โดนด่าโดนตีตลอด”

“ก็ตอนเด็กๆ คุณซนมากนี่คะ พ่อก็ต้องตี”

“ตอนอยู่ประถม แม่ยังคอยโอ๋ผม แต่พอขึ้นมัธยม แม่ก็ตีผมด้วย คนจีนเรามีคติการเลี้ยงลูก พอลูกโตอย่าตามใจ ไม่อย่างนั้นลูกจะเหลิง”

“บ้านฉันไม่เหมือนบ้านคุณ พ่อกับแม่ไม่เคยตีฉัน ยิ่งแม่ฉันโอ๋ฉันมาก ตอนเด็กๆ เวลาฉันสอบได้คะแนนไม่ดี หรือแข่งกีฬาสีแพ้ แม่ชอบทำแบบนี้ค่ะ” เพกาโอบหมิงเทียน มาซบไหล่
หมิงเทียนรู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย รอยยิ้มเริ่มปรากฏบนใบหน้า เพกายิ้มที่วิธีนี้ได้ผลกับเขาเหมือนกัน หมิงเทียนหันมากอดเธอด้วยความรักอย่างสุดซึ้ง

ooooooo

และแล้ว เพกาก็ซ่อมกี่เพ้ามาดามซ่งเสร็จสมบูรณ์ ซิ่วหลานเห็นแล้วอดชมฝีมือเธอไม่ได้เพราะเหมือนไม่เคยขาดมาก่อน

“เหลือแค่เก็บรายละเอียดและทำความสะอาด ทีนี้ก็มีเวลาทุ่มเทจับฆาตกรเต็มที่”

“คุณพิงก์ขา ไม่รักตัวกลัวตายบ้างหรือคะ อาอี่เพิ่งโดนคนร้ายวางระเบิดตายไปนะคะ หยุดเถอะค่ะ”

“ฉันกำลังทำเพื่อคุณเมย์ลี เพื่ออี่ เพื่ออาเหว่ย และอาจือ แต่เอาเถอะ ฉันจะระวังตัวมากขึ้นนะซิ่ว ฉันสัญญา”

“ซิ่วเป็นกำลังใจให้ก็แล้วกันค่ะ คุณพิงก์หิวไหมคะ เดี๋ยวซิ่วไปเตรียมอะไรไว้ให้ทาน”

เพกากล่าวขอบคุณ ซิ่วหลานเดินไป หญิงสาวหันมาเก็บข้าวของ หย่งซานถือกล่องกำไลหยกเข้ามานั่ง จัดเรียง แต่ละอันมีชื่อกำกับไว้ เธอยิ้มทักทาย

“สวัสดีค่ะคุณหย่งซาน กลับมาจากเมืองจีนเมื่อไหร่คะ”

“เมื่อวานนี้เอง พอดีคุณเยี่ยให้ส่งกำไลหยกตระกูลเจ้าไปแสดงที่พิพิธภัณฑ์ในนิวยอร์ก เขาจะจัดนิทรรศการกลุ่มคหบดีในเซี่ยงไฮ้ ผมก็เลยเข้ามารวบรวมจัดใส่กล่อง”

เพกาเห็นมีกำไลหยกหักอยู่อันหนึ่ง ก็แปลกใจสงสัย จึงถามอันนั้นของใคร หย่งซานตอบว่าของเหวินเยี่ย เธอตะลึง

“คุณเยี่ยมีกำไลหยกสองอัน อันแรกคุณเยี่ยทำแตก ก็เลยสั่งทำอันใหม่ขึ้นมา”

“ทำไมถึงแตกคะ”

“ไม่รู้สิครับ คุณเยี่ยไม่ยอมบอก”

“น่าเสียดายนะคะ แล้วแตกนานหรือยังคะ”

“ก็หลายปีแล้วเหมือนกัน น่าจะแถวๆวันที่คุณหมิงซานตาย”

เพกาผงะ สีหน้าหมายมาด คิดในใจ “หมดข้อกังขาแล้ว กำไลหยกคุณเยี่ยแตก เขาเป็นฆาตกรล้านเปอร์เซ็นต์ ต้องบอกคุณหมิงเทียน...แต่เอ...คุณเยี่ยมีอิทธิพล เขาอาจจะหาทางเอาตัวรอดได้ เราต้องหาหลักฐานมัดตัวเขาให้ดิ้นไม่หลุด”

เพกามาซักถามซิ่วหลาน ว่าเมย์ลีตายเวลาไหน เธอตอบว่าราวๆทุ่มถึงสองทุ่ม

“วันนั้นซิ่วไปเอาชุดกี่เพ้าจากบ้านพ่อ กลับถึงบ้านประมาณห้าโมง คุณหนูลองชุดแล้วลงไปทะเลาะกับคุณเยี่ย กลับขึ้นห้องตอนหนึ่งทุ่ม ซิ่วเดินผ่านมายังได้ยินเสียงคุณหนูเมย์ลีร้องไห้ในห้อง ซิ่วมาหาคุณหนูอีกทีตอนสองทุ่ม คุณหนูตายแล้ว”

“งั้นเวลาตายของคุณเมย์ลี อยู่ระหว่างหนึ่งทุ่มถึงสองทุ่ม ช่วงนั้นคนในบ้านทำอะไรอยู่ที่ไหนกันคะ”

ซิ่วหลานตอบว่า ตน อี่ หลุน และเป่าหลินอยู่ในครัว เหม่ยอิงกับเพ่ยเพ่ยไปข้างนอกตั้งแต่เช้า ประมาณหกโมงหมิงซานขับรถออกไปเกิดอุบัติเหตุ คุณนายใหญ่เป็นคนรับโทรศัพท์จากตำรวจ ส่วนเหวินเยี่ย หลังจากทะเลาะกับเมย์ลีก็ออกไปสนามบิน ไปร่วมงานการกุศลที่เซี่ยงไฮ้ เพการีบถามว่ามีใครเห็นเหวินเยี่ยออกไปบ้าง ซิ่วหลานส่ายหน้า

เพกาคิดอะไรออก ไปหาหมิงเทียนที่บริษัท บอกเขาว่า ตนได้ข้อมูลมาว่า เมย์ลีตายประมาณทุ่มถึงสองทุ่ม ช่วงนั้นเหวินเยี่ยบอกคนในบ้านว่าไปสนามบิน ตนอยากเช็กให้แน่ใจว่าท่านไปที่นั่นจริงไหม หมิงเทียนหน้าเสีย

“นี่คุณว่าคุณพ่อผมเป็นฆาตกรงั้นเหรอ”

“ท่านเป็นผู้ต้องสงสัยค่ะ...”

สีหน้าหมิงเทียนไม่พอใจ เพการีบอธิบาย

“คุณลองคิดดูนะคะ คุณเมย์ลีตายหลังจากที่เธอประกาศว่าจะแฉเรื่องคุณหมิงซานเป็นเกย์ คุณเยี่ยที่ห่วงชื่อเสียงวงศ์ตระกูล ไม่มีวันปล่อยให้คุณเมย์ลีทำแบบนั้นแน่ แล้วฉันก็รู้มาว่ากำไลหยกคุณเยี่ยแตก ซึ่งก็เป็นวันเดียวกับที่คุณเมย์ลีถูกฆ่า”

หมิงเทียนอึ้งเมื่อรู้ว่ากำไลหยกพ่อแตก “ผมรู้จักพ่อผมดี ถึงท่านจะเป็นยังไง แต่ท่านก็ไม่ได้มีจิตใจโหดเหี้ยมถึงขนาดจะฆ่าใครได้”

“แต่ถ้าจะเช็กมันก็ไม่เสียหายนี่คะ ถ้าเรามีหลักฐานยืนยันว่าคุณพ่อคุณไปสนามบินก่อนที่คุณเมย์ลีจะถูกฆ่า เราจะได้แน่ใจว่าคุณพ่อคุณบริสุทธิ์”

หมิงเทียนนิ่งคิด ตัดสินใจให้เลขาค้นเอกสารการ

เดินทางของพ่อ สักพักเขากลับมาหาเพกาพร้อมซองเอกสารยื่นให้

“สำเนาตั๋วเครื่องบินและเอกสารยืนยันการเดินทางของวันนั้น ผมขอมาจากเลขาของพ่อผม และเขาก็เดินทางไปกับคุณพ่อผมด้วย”

เพกาเปิดดูหน้าเครียด “คุณเยี่ยมีพยานและหลักฐานยืนยันว่าไม่ได้อยู่บ้านเวลาที่คุณเมย์ลีตาย”

หมิงเทียนพยักหน้า ให้เธอยอมรับเสียทีว่า พ่อตนไม่ใช่ฆาตกร เพกาถึงกับอึ้งยอมจำนน...กลับมาบ้าน เพกานั่งครุ่นคิดอยู่ในห้องดอกไม้

“ถ้าตัดชื่อคุณเยี่ยออกไป ก็เหลือผู้ต้องสงสัยแค่สองคน...คุณนายใหญ่กับคุณหมิงเทียน คุณลี่ผิงกำไลไม่แตก คุณหมิงเทียนกำไลแตก...นี่มันอะไรกัน หรือว่าเราคิดผิดทั้งหมด ตกลงฆาตกรเป็นคนในตระกูลเจ้าหรือเปล่า โฮ้ย...สับสนจริงๆ”

ระหว่างที่เพกางุ่นง่านกับเรื่องใครเป็นฆาตกร มีคนแอบมองที่ช่องประตู เพกาหยิบมือถือที่ใช้สำหรับเหว่ยเหอคนเดียว โทร.หา

“เหว่ย ฉันเหนื่อย สับสนจนบอกไม่ถูก”

“อยากได้กำลังใจหรือ”

“ก็ทำนองนั้น...ฉันแค่อยากถาม มันคุ้มไหมที่ฉันทำไปทั้งหมดนี่”

“โลกหมุนได้ด้วยความรัก...”

เพกาดักคอ “กับหมิงซานอีกล่ะสิ”

“ไม่ใช่...ผมหมายถึงในเพื่อนมนุษย์น่ะ คุณเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยผม คนที่คุณไม่รู้จัก คุณมีความรักในเพื่อนมนุษย์”

“คุณเสี่ยงชีวิตมาเตือนฉันเหมือนกัน สำหรับคุณเวลานั้น ฉันก็เป็นคนที่คุณไม่รู้จัก”

จู่ๆเหว่ยเหอหัวเราะขึ้นมา “จริงสินะ พิงก์...โลกหมุนได้เพราะความรักเล็กๆ ความดีเล็กๆ การต่อสู้เล็กๆ ของคนธรรมดาอย่างเรา”

“โลกหมุนได้เพราะความรักเล็กๆงั้นหรือ”

“สู้ต่อไปนะ เราใกล้ถึงเส้นชัยแล้ว ผมเชื่ออย่างนั้น”

เพการับคำ รู้สึกมีกำลังใจขึ้นเป็นกอง

ooooooo

แล้วคืนนั้น เพกายังครุ่นคิดอยู่ในห้องว่าใครกันที่เป็นฆาตกร ลี่ผิงรักเมย์ลีเหมือนลูก ไม่น่าจะฆ่าเธอ ส่วนหมิงเทียน แม้กำไลจะแตก แต่วันที่เมย์ลีตาย เขาอยู่เมืองนอก มีเหวินเยี่ยที่น่าสงสัยที่สุด แต่เขาก็เดินทางไปต่างประเทศวันนั้น พลัน ลมพัดวูบเข้ามา กระดาษในห้องปลิว

เพกาเห็นสำเนาเอกสารตั๋วเครื่องบินการเดินทางของเหวินเยี่ยหล่นจากซอง ก็คิดอะไรได้

“มีตั๋วเครื่องบินก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องขึ้นเครื่องไปจริง”

วันรุ่งขึ้น เพกาโทรศัพท์หาภุมรี อาสะใภ้ซึ่งเป็นเจ้าของสายการบินเอกชนแห่งหนึ่ง

“มีเรื่องมารบกวนค่ะ คุณอาเป็นเจ้าของสายการบิน คุณอาเช็กได้ไหมคะว่าใครขึ้นเครื่องบินตามที่ซื้อตั๋วไว้หรือเปล่า”

“เช็กได้สิ ของพวกนี้มีบันทึกไว้หมดนั่นแหละ”

“งั้นเช็กคุณเจ้าเหวินเยี่ยให้พิงก์หน่อยสิคะ”

ภุมรีงง แต่ก็จัดการทำให้หลานสาว...

ใกล้จะรู้ตัวฆาตกรเข้ามาทุกที เหว่ยเหอมายืนมองวิวคิดถึงหมิงซานกับความสุขในอดีต

“คุณชายใหญ่ คุณพิงก์บอกว่าเราจะพบฆาตกรแล้ว เขาอยากให้ผมช่วยค้นหา ช่วยเราด้วยนะครับคุณชายใหญ่ ช่วยผมกับคุณพิงก์ด้วย”

จากนั้น เหว่ยเหอมาทานข้าวกับแม่อย่างเอร็ดอร่อย อาจือนั่งมองลูก ถามอย่างมีความหวัง

“ผู้หญิงไทยคนนั้นบอกว่า สักวันหนึ่งลูกจะได้กลับมาอยู่กับแม่ เป็นครอบครัวโดยไม่ต้องหลบซ่อน”

“ผมไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนกล้าหาญ มีน้ำใจเท่าคุณพิงก์”

อาจือยิ้มเห็นด้วย ชวนลูกนอนค้างบ้านสักคืน เหว่ยเหอตกลง จะได้มีเวลาคิดถึงเรื่องในวันนั้น วันที่เมย์ลีตาย เหว่ยเหอเปรยออกมา

“ช่วงนั้นคุณหมิงซานเหมือนคนบ้า เขากินเหล้า งานการไม่ทำ หงุดหงิดกับทุกคน”

“ตอนนั้นลูกอยากขัดขวางการแต่งงานไหม”

“ผมสับสน คุณหมิงซานชวนผมให้หนีไปอเมริกา ให้ทิ้งทุกอย่าง”

“ทิ้งตำแหน่งคุณชายใหญ่ตระกูลเจ้า ตำแหน่งมหาเศรษฐีเนี่ยนะ!”

“ครับแม่ ผมตกใจมาก ผมตัดสินใจแอบเข้าไปในบ้านตระกูลเจ้าเพื่อพูดกับเมย์ลี ผมจำได้ดี ค่ำนั้นฝนตกหนัก ผมใช้ประตูที่สวนหลังบ้านแอบเข้าไปหาเธอในห้องดอกไม้...”

เมย์ลีนอนร้องไห้อยู่ในชุดกี่เพ้าโบตั๋น พอเห็นตนเข้ามาก็ตกใจรีบถามว่ามาทำไม ตนบอกเรื่องหมิงซานโทร.มาชวนหนีการแต่งงานไปอยู่อเมริกา แต่ตนทำไม่ได้ เพราะนั่นเป็นการทำลายชีวิตหมิงซาน ตนบอกเธอ

“เรื่องของผมกับคุณชายใหญ่ มันผิดมาตั้งแต่ต้น คุณควรแต่งงานกับคุณชายใหญ่ซะ”

“ไม่....ฉันตัดสินใจแล้ว ฉันเพิ่งบอกคุณพ่อคุณแม่ไป ว่าฉันจะแต่งงานกับหมิงเทียน ดูนี่สิ ชุดแต่งงานของฉัน ฉันเตรียมทุกอย่างไว้แล้ว”

“ไม่ได้ คนทั่วไปรู้หมดแล้วว่าคุณเป็นคู่หมั้นของคุณชายใหญ่”

“แต่คุณชายใหญ่เขาเกลียดฉัน ฉันอยู่กับเขาไม่ได้ ฉันไม่แต่ง ยังไงก็ไม่แต่ง ออกไปซะ ออกไป” เมย์ลีผลักดันตนออกไปจากห้อง

ฝนตกฟ้าคำราม ตนพยายามขอร้องเมย์ลีให้คุยกันให้รู้เรื่อง เมื่อไม่เป็นผล จึงหลบกลับออกไปเกรงใครมาเห็น โดยไม่รู้ว่าทุกอย่างอยู่ในสายตาใครบางคน

เหว่ยเหอเล่าให้อาจือฟังว่า วันนั้นเป็นครั้งสุดท้ายที่ตนเจอเมย์ลี ตนไม่ได้ฆ่าเธอ อาจือเชื่อลูกชาย เธอยกมือประคองหน้าลูก มือปัดโดนตะเกียบหล่น เหว่ยเหอก้มลงเก็บ จึงเห็นปิ่นปักผมตกอยู่ที่ซอกตู้ เขาเก็บขึ้นมาถามแม่ว่าปิ่นของใคร...อาจือนึกทบทวน

“ของคุณพิงก์ เธอคงทำตกวันที่มาช่วยแม่...มีอะไรหรือลูก”

“ผมคุ้นๆเหมือนเคยเห็นปิ่นนี้มาก่อน”

“เห็นจากคุณพิงก์หรือเปล่า”

“ไม่ใช่ครับ” เหว่ยเหอครุ่นคิดว่าเคยเห็นที่ไหน แล้วก็นึกออก...วันที่ตนออกจากห้องเมย์ลี ตนเดินเตะของบางอย่าง มองไปเป็นปิ่นปักผมแบบนี้ “ใช่แล้ว วันนั้นผมเห็นปิ่นนี้ตกอยู่หน้าห้องเมย์ลี”

“คุณพิงก์อาจจะซื้อปิ่นนี้มาจากที่อื่น แล้วบังเอิญเหมือนกัน”

“ผมต้องถามคุณพิงก์ให้รู้เรื่อง” เหว่ยเหอจะออกไป

“ลูกจะไปไหน”

“ผมจะไปหาคุณพิงก์ ผมมั่นใจว่าเรากำลังจะเข้าใกล้ฆาตกรที่ฆ่าเมย์ลีแล้ว”

“ดึกแล้ว ไปพรุ่งนี้เถอะลูก”

“ไม่ได้ครับแม่ ผมต้องไปเดี๋ยวนี้”

เมื่อไม่อาจห้ามลูกได้ อาจือจึงขอให้โทร.กลับมาตนเป็นห่วง เธอมองตามหลังลูกชายอย่างไม่สบายใจ

ooooooo

คืนนั้น เหว่ยเหอแอบเข้าไปในบ้านตระกูลเจ้า ทางเดียวกับที่เคยเข้าไปหาเมย์ลี เงยหน้ามองห้องดอกไม้เห็นไฟยังเปิดอยู่ จึงโทร.ขึ้นไปหาเพกา ขณะนั้น เพกากำลังคุยโทรศัพท์กับเดซี่ พลันมือถือที่ใช้กับเหว่ย- เหอดังขึ้น เธอรีบวางสายเพื่อน กดรับสายอีกเครื่อง

“ฮัลโหลเหว่ย”

“คุณออกมาหาผมที่สวนโบตั๋นหน่อยสิ ผมมีเรื่องจะคุยด้วย”

เพการับคำรีบออกจากห้อง โดยเอามือถือที่ใช้คุยกับเหว่ยเหอไปด้วย เธอเดินกึ่งวิ่งไปตามทางอย่างร้อนใจ จู่ๆก็ มีเสียงของแตกโครมในห้องลี่ผิง แล้วลี่ผิงก็พรวดพราดวิ่งออกมาชน

“คุณนายใหญ่เป็นอะไรคะ”

“คุณพี่บ้าไปแล้ว เธอช่วยฉันด้วย...พาฉันออกไปจากตรงนี้ที”

หญิงสาวลังเลอยากไปหาเหว่ยเหอ แต่ก็อดช่วยคุณนายใหญ่ไม่ได้ จึงประคองเธอลงไปข้างล่าง...ระหว่างที่เหว่ยเหอยืนรอ เขาโทร.ไปหาอาจือ ป้องปากพูดเบาๆ

“ผมมาถึงบ้านตระกูลเจ้าแล้วครับแม่ แม่ไม่ต้องเป็นห่วงผมนะครับ เสร็จแล้วผมจะรีบกลับ” เหว่ยเหอ

กดวางสาย แล้วได้ยินเสียงคนเหยียบใบไม้แห้ง คิดว่าเป็นเพกา รีบหันไปด้วยความดีใจ แต่แล้ว มีมีดพุ่งเข้ามาเสียบที่ท้อง เขาผงะตาเหลือก มองหน้าคนแทงอย่างไม่รู้จัก

คนแทงชักมีดออก เลือดเหว่ยเหอพุ่งกระฉูด เขาสะดุ้งสุดตัวล้มลง...ด้านเพกา ประคองลี่ผิงซึ่งร้องไห้สะอึกสะอื้นมาห้องนั่งเล่น

“คุณเยี่ยทำอะไรคุณนายใหญ่คะ”

“พอเหม่ยอิงไม่อยู่บ้านนี้ก็ไม่มีความหมาย ฉันไม่เคยมีความหมายอะไรเลย”

ซิ่วหลานผ่านมาเห็น ตกใจเข้ามาถาม “คุณนายใหญ่เป็นอะไรคะ”

เพกาตอบแทนว่าทะเลาะกับเหวินเยี่ย ซิ่วหลานขมวดคิ้ว เพราะเห็นคุณท่านออกไปข้างนอกตั้งนานแล้ว เพกาไม่ทันสังเกตสีหน้าซิ่วหลาน รีบฝากดูแลลี่ผิงแทนแล้วเดินร้อนรนออกไป ลี่ผิงชำเลืองมองตาม

มาถึงสวนโบตั๋น เพกามองหาเหว่ยเหอ ร้องเรียกเบาๆ กดมือถือหาก็มีสัญญาณว่าปิดเครื่อง เธอแปลกใจจะปิดทำไม พลัน...มือถือประจำของเธอดังขึ้น ภุมรีโทร.เข้ามาแจ้งผลที่เพกาให้ตรวจสอบ

“ลูกน้องอาเช็กข้อมูลของวันนั้นแล้ว วันนั้นคุณเจ้าเหวินเยี่ยเขาขึ้นเครื่องบินเที่ยวนั้นจริงๆ”

“แสดงว่า คุณเยี่ยไม่ใช่ฆาตกร”

“แต่มีเรื่องแปลกอยู่อย่าง”

“เรื่องอะไรคะ”

“จากข้อมูลที่ได้มา มีคนตระกูลเจ้าอีกคนที่เดินทางช่วงเวลานั้น เขาออกจากอเมริกาก่อนกำหนด และเดินทางมาถึงฮ่องกงในเช้าวันเดียวกัน”

“ใครคะ...”

“เจ้าหมิงเทียน”

“คุณหมิงเทียน! เป็นไปไม่ได้ คุณหมิงเทียนบอกพิงก์ว่า วันนั้นเขาไม่ได้กลับฮ่องกง”

“เหรอจ๊ะ แต่ตามข้อมูลของสายการบินยืนยันนะ ว่าคุณหมิงเทียนขึ้นเครื่องบินกลับมา เรคคอร์ดของสายการบินก็ไม่น่าผิดพลาดด้วย พิงก์แน่ใจหรือเปล่าว่าเขาไม่ได้โกหกพิงก์”

เพกาอึ้งไป ภุมรีร้องเรียก พอได้สติ เพกาขอบคุณภุมรีก่อนจะวางสายไป หันมาครุ่นคิดว่า หมิงเทียนจะโกหกทำไมว่าไม่ได้กลับมาวันที่เมย์ลีถูกฆ่า เธอประมวลเหตุการณ์ที่เขาเคยยอมรับว่าทำให้เมย์ลีต้องตาย ประจวบกับกำไลของเขาที่หัก คำบอกเล่าของซิ่วหลานที่ว่า

สองพี่น้อง หมิงซานและหมิงเทียนจับมือสัญญา...มีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมต้าน...

หมิงเทียนเคยปิดหน้าร้องไห้ รำพันขอโทษ ตนผิดเอง ตนขอโทษ...ตนนี่แหละที่ฆ่าเมย์ลี...คิดมาถึงตรงนี้ เพกาชักจะมั่นใจว่าหมิงเทียนเป็นฆาตกร แต่ด้วยความรักทำให้เธอสับสน หาเหตุผลมาหักล้าง

“ไม่จริง...เขารักคุณเมย์ลี เขาสองคนกำลังจะแต่งงานด้วยกัน คุณเมย์ลียอมดื้อกับคุณเยี่ยคุณนายใหญ่เพื่อเขา เขาจะฆ่าเธอทำไม หรือว่า...”

แต่เมื่อคิดมาถึงเหตุจูงใจที่ว่า หมิงเทียนรักพี่ชายมาก ให้คำมั่นสัญญาจะไม่บอกใครเรื่องที่พี่ชายเป็นเกย์ แล้วเมย์ลีมาท้าทาย ถ้าบังคับให้เธอแต่งงานกับหมิงซาน จะเปิดเผยให้คนทั้งฮ่องกงรู้ว่าคุณชายใหญ่ตระกูลเจ้าเป็นเกย์ คำพูดของเมย์ลีทำให้หลายคนเดือดร้อน...เพกาชักไม่แน่ใจว่า หมิงเทียนอาจเป็นฆาตกรก็ได้

พลัน หมิงเทียนยิ้มแย้มเดินเข้ามาหา “คุณพิงก์ ผมไปหาที่ห้องดอกไม้ไม่เจอ นึกแล้วว่าต้องมาอยู่ที่นี่”

เพกายังสับสนจะเดินหนี เขาคว้ามือเธอไว้ด้วยความแปลกใจ เธอร้องให้ปล่อย พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล หมิงเทียนรีบถามว่าเธอเป็นอะไร

“ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน ปล่อย...”

“คุณเป็นอะไรก็บอกผมสิ มีอะไรก็พูดกันตรงๆ เหมือนที่ผ่านมาไง”

“ฉันเกลียดคุณ...” เพกาสะบัดมือเดินหนีไปอย่างเร่งรีบ

หมิงเทียนยืนอึ้ง งุนงงว่าตนทำอะไรผิด...

ooooooo

ต่อว่าเขาไปแล้ว ตัวเองก็มานอนร้องไห้ เพกา เสียใจหาว่าหมิงเทียนหลอกให้รัก ทุกอย่างที่ทำกับตนเพื่อให้ตายใจ เพื่อโยนความผิดให้เหว่ยเหอ ความจริงแล้ว เขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับตนเลย ด้านหมิงเทียนยังครุ่นคิดว่ามันเรื่องอะไร เขาเงยหน้ามองห้องดอกไม้อยู่ในสวนโบตั๋น

วันรุ่งขึ้น เพกาเก็บเสื้อผ้า ของใช้ใส่กระเป๋า รูดซิปปิดแล้วเดินไปคุยหน้ากระจกเหมือนคุยกับเมย์ลี

“คุณเมย์ลี ฉันไม่ได้ทิ้งคุณ แต่ตอนนี้ฉันอ่อนแอ เกินไป ฉันขอไปตั้งสติใหม่ แล้วฉันจะกลับมาจับฆาตกรให้คุณ”

หญิงสาวลากกระเป๋าลงมาที่ห้องโถง สวนกับหย่งซานซึ่งถือกล่องกำไลหยกออกมาจากห้องพิพิธภัณฑ์ เขาแปลกใจร้องทัก

“อ้าวคุณพิงก์ จะไปไหนครับ”

“กลับกรุงเทพฯค่ะ งานฉันเสร็จแล้ว”

“แล้วจะกลับมาอีกไหมครับ”

“ไม่แน่ใจค่ะ”

“อ้อ เห็นวันก่อนคุณพิงก์สนใจกำไลหยกของตระกูลเจ้า ตอนนี้ผมได้มาครบแล้ว ผมขออวดคุณพิงก์เป็นคนแรกดีกว่า เผื่อว่าคุณพิงก์จะไม่มีโอกาสบินไปดู ที่อเมริกา”

หย่งซานเปิดกล่องโชว์กำไลหยก หญิงสาวดูเพื่อรักษามารยาท ไม่ได้สนใจมากมาย ทันใด ก็เห็นกำไลหยกที่มีป้ายชื่อหมิงเทียน เป็นกำไลหยกที่สมบูรณ์ดี

“เอ๊ะ! ทำไมกำไลหยกคุณหมิงเทียนไม่แตก”

“กำไลหยกคุณหมิงเทียนไม่เคยแตกนะครับ”

“แต่ฉันเห็นคุณหมิงเทียนสวมกำไลที่แตกอยู่นี่คะ”

“อ๋อ...กำไลที่แตกนั่นไม่ใช่ของคุณหมิงเทียนหรอกครับ แต่เป็นของคุณนายใหญ่”

เพกาตะลึงเมื่อรู้เช่นนั้น หย่งซานเล่าว่า “เมื่อสี่ห้าปีก่อน คุณนายใหญ่ไปทำอะไรมาก็ไม่ทราบ กำไลหยกเกิดแตก คุณเยี่ยสั่งให้ช่างทองซ่อมแซมกำไลจนสามารถนำมาสวมได้เหมือนเดิม แต่คุณนายใหญ่ก็ยังไม่พอใจ คุณหมิงซานก็เพิ่งจะตายไป กำไลเกิดมาแตกเสียอีก คุณหมิงเทียนเห็นคุณแม่กังวลมาก ก็เลยยอมเอากำไลตัวเองแลกกับคุณแม่ แล้วเอากำไลที่แตกมาสวมไว้เสียเอง เพื่อรับเคราะห์ร้ายต่างๆแทนคุณนายใหญ่ ตามความเชื่อของคนจีนโบราณครับ”

เพกาหน้าซีดตกตะลึง ภาพในนิมิตที่เห็นมือมีดสวมกำไลหยก เมย์ลีบีบกำไลกระแทกกระจกจนหักผุดขึ้นมา ไม่อยากเชื่อว่าคนที่น่าสงสัยที่เหลืออยู่คือลี่ผิง

“คุณพิงก์เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” หย่งซานแปลกใจ

เพกาได้สติ ไม่ทันตอบ มือถือดังขึ้น เธอหยิบมาดูเป็นอาจือจึงเลี่ยงไปรับสาย

“ฮัลโหล...คะอาจือ”

“คุณพิงก์เจออาเหว่ยไหมคะ”

“ไม่เจอค่ะ เมื่อคืนนัดฉันให้ออกไปพบ แต่เขาก็ไม่มา”

“ไม่จริง! เหว่ยโทร.มาบอกฉันว่า เขาอยู่ที่บ้านตระกูลเจ้า แล้ว เขากำลังรอคุณอยู่ แล้วทำไมคุณถึงไม่เจอเขา”

“อาจือรู้ไหมคะ ว่าเหว่ยจะคุยกับฉันเรื่องอะไร”

“เรื่องปิ่นปักผมที่คุณพิงก์ทำตกไว้ที่บ้านฉันค่ะ อาเหว่ยบอกว่า เขาเห็นปิ่นปักผมอันนั้นอยู่หน้าห้องคุณเมย์ลีในวันที่คุณเมย์ลีถูกฆ่า”

เพกาครุ่นคิดถึงปิ่นอันที่ลี่ผิงเป็นคนให้ ไม่อยากเชื่อว่าลี่ผิงจะเป็นฆาตกรจริง เธอกดวางสาย เดินมาหาลี่ผิงที่ห้อง เห็นกำลังปักผ้าอยู่ เธอเงยหน้ามองลอดแว่นถาม

“มีอะไรคะคุณพิงก์”

“เหว่ยอยู่ที่ไหนคะ คุณนายใหญ่”

“เหว่ย...ฉันจะไปรู้ได้ยังไง ถ้าฉันรู้ ฉันคงให้ตำรวจไปลากคอมันมาเข้าคุกไปแล้ว”

“เหว่ยไม่ใช่ฆาตกร”

“แล้วใคร! เธอรู้แล้วเหรอ”

“คนที่ฆ่าคุณเมย์ลีคือคนที่จะไม่ยอมให้คุณเมย์ลีแฉว่าคุณหมิงซานรักผู้ชายด้วยกัน คนที่โทษว่าการตายของคุณหมิงซานเป็นเพราะเมย์ลี และที่สำคัญ คนคนนั้นคือคนที่กำไลหยกแตก ซึ่งบ้านนี้มีแค่สองคน คือคุณเยี่ยและคุณ ตอนที่คุณเมย์ลีถูกฆ่า คุณเยี่ยไปต่างประเทศแล้ว แต่คุณยังอยู่ที่นี่”

ลี่ผิงหน้าตึง ก้มหน้าปักผ้าต่อไม่สะทกสะท้าน เพกาขอร้อง ให้บอกว่าตอนนี้เหว่ยเหออยู่ที่ไหน แต่เธอก็ปักผ้าไม่พูดจา

“คุณนายใหญ่ กรุณาบอกฉันมาเถิด หยุดทำร้ายคนอื่นสักทีเถอะนะคะ”

“ฉันไม่เคยทำร้ายใคร ฉันแค่ทำไปเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตระกูลเจ้าและหมิงซานเท่านั้น” ลี่ผิงระเบิดอารมณ์เสียงกร้าว ตาแดงก่ำ ตัวสั่นสะท้าน

เพกาตกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปราวคนละคนของลี่ผิง “แต่...คุณฆ่าเมย์ลี”

“ใช่...ฉันฆ่าเมย์ลี รู้แล้วเธอจะทำไม”

“ฉันจะช่วยให้เหว่ยพ้นจากข้อกล่าวหา”

“ช่วยไม่ได้ ไอ้เหว่ยมันอยากเข้ามารับเคราะห์เอง คนลักเพศอารมณ์รุนแรง พอหมิงซานไม่เล่นด้วย แต่เลือกที่จะแต่งงานกับผู้หญิง มันก็เลยโกรธแค้นจนต้องฆ่าเมย์ลี”

“แต่มันไม่ใช่ความจริง คุณรู้ดีว่าคุณหมิงซานเป็นเกย์ เขากับเหว่ยรักกัน...”

“พอได้แล้ว ฉันไม่อยากได้ยินเรื่องบัดสีพวกนี้”

“แต่มันเป็นความจริง ความจริงที่คุณหนีไปไม่พ้น”

“ได้สิ...คนตายคือคนที่พูดความจริงไม่ได้อีกต่อไป ดูอย่างนังเมย์ลีสิ นังงูเห่าที่เลี้ยงไม่เชื่อง หน็อยแนะ...ฉันกับคุณพี่เลี้ยงดูมันมาอย่างดี แต่มันกลับเนรคุณ จะเอาเรื่องหมิงซานไปเปิดเผยให้ทุกคนรู้ ฝันไปเถอะ”

ลี่ผิงสีหน้าดูเหี้ยมขึ้น นึกย้อนไปวันที่ฆ่าเมย์ลี

ooooooo

วันที่เกิดโศกนาฏกรรม ฝนตกฟ้าแลบแปลบปลาบ เหวินเยี่ยกับลี่ผิงกำลังช่วยกันเลือกชุดแต่งงานให้กับเมย์ลี วันนั้นลี่ผิงปักปิ่นผมอันที่หมิงเทียนซื้อให้ หมิงซานนั่งหมดอาลัยตายอยากไม่ต้องการที่จะแต่งงาน ไม่ทันไร เมย์ลีเดินเข้ามาในชุดกี่เพ้าสีแดง เลือดนกลายดอกโบตั๋นสีชมพู

“นี่เอาชุดอะไรมาใส่” เหวินเยี่ยตวาด

เมย์ลีสบตาอย่างกล้าหาญ “ชุดแต่งงานของหนูค่ะ หนูจะแต่งงานกับคุณชายรอง”

“เพ้อเจ้ออะไรเนี่ยเมย์ลี กลับไปห้องดอกไม้ซะ” ลี่ผิงเอ็ด

“หนูไม่ได้เพ้อเจ้อค่ะ หนูกำลังยืนหยัดเพื่อตัวเองเป็นครั้งแรก คุณพ่อคุณแม่คะ หนูซาบซึ้งในพระคุณที่ชุบเลี้ยงหนู แต่ให้หนูตอบแทนบุญคุณด้วยการแต่งงาน กับผู้ชายที่หนูไม่รัก หนูทำไม่ได้ค่ะ”

เหวินเยี่ยโกรธเด็กที่เลี้ยงมาเหมือนลูกกล้าขัดคำสั่ง ลี่ผิงพยายามคลี่คลายสถานการณ์ บอกเมย์ลีว่า แต่งไปก็รักกันเอง แต่หญิงสาวตั้งมั่นแล้วว่าจะสู้เพื่อความรัก หันมารุกเร้าหมิงซาน

“บอกคุณพ่อไปสิคะคุณชายใหญ่ ทำไมฉันถึงแต่งงานกับคุณไม่ได้ คุณเป็นอะไร” เห็นชายหนุ่มหน้าซีดนั่งนิ่งจึงโวย “ถ้าคุณชายใหญ่ไม่พูด ฉันจะพูดเอง...คุณพ่อคะ ที่หนูไม่ยอมแต่งงานกับคุณชายใหญ่ เพราะว่า... คุณชายใหญ่...รักผู้ชายด้วยกัน”

เหมือนฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมา ทุกคนนิ่งอึ้ง รู้เรื่องนี้กันดีอยู่แก่ใจ แต่ไม่คิดว่าเมย์ลีจะกล้าพูด

“นังเด็กเมื่อวานซืน กล้าดียังไงถึงพูดแบบนี้” เหวินเยี่ยกราดเกรี้ยวชี้หน้าเมย์ลีมือสั่นเทา

“ความจริง...ความจริงที่ทุกคนรู้อยู่แก่ใจ แต่ไม่มีใครกล้าพูด...คุณพ่อคะ ขอร้องเถอะค่ะ อย่าดึงหนูหรือผู้หญิงคนไหนมาตกนรกทั้งเป็นเลยนะคะ”

เหวินเยี่ยตวาดไม่มีวันที่จะได้แต่งงานกับหมิงเทียน เมย์ลีเสียใจ พลั้งปาก ถ้าบังคับ ตนจะประกาศให้คนทั้ง ฮ่องกงรู้ว่า คุณชายใหญ่ตระกูลเจ้าเป็นเกย์ เหวินเยี่ยโกรธตบหน้าเมย์ลีอย่างแรง หมิงซานยืนช็อกที่พ่อแม่รู้เรื่องนี้มาก่อนแล้ว...

หลังจากนั้นไม่นาน หมิงซานก็ผลุนผลันขับรถฝ่าสายฝนออกจากบ้าน จนเกิดอุบัติเหตุ...ขณะนั้นลี่ผิงกำลังเสียใจ ตำรวจโทร.มาแจ้งว่า หมิงซานขับรถชนภูเขาเสียชีวิต เธอช็อกร้องไห้คร่ำครวญ ดึงทึ้งผมเผ้าตัวเองจนหลุดลุ่ย กล่าวโทษเป็นความผิดของเมย์ลี

เพกาฟังลี่ผิงเล่ามาถึงจุดนี้ จึงย้อนถาม “คุณก็เลยฆ่าเธอ”

“ตอนแรกฉันก็ไม่คิดถึงขนาดนั้น ฉันแค่อยากไปตบสั่งสอนมัน แต่พอฉันเห็นเหว่ยแอบเข้าไปในห้องดอกไม้ ฉันก็รู้ทันทีว่าสวรรค์สั่งให้ฉันลงโทษพวกมัน ฉันรักเมย์ลี ฉันถึงยอมมอบความตายให้มัน แต่ไอ้เหว่ยคนที่ทำให้ลูกชายฉันเป็นพวกผิดเพศ กลายเป็นตัวประหลาดของทุกคน ความตายมันง่ายเกินไป มันจะต้องทุกข์ทรมานไปทั้งชีวิต” สายตาลี่ผิงมีประกายโหดเหี้ยม

“คุณฆ่าเมย์ลี แล้วโยนความผิดให้เหว่ย มันไม่ยุติธรรมเลย”

“เธอรู้ไหมพิงก์ สุภาษิตที่ว่า คิดใคร่ครวญช้าๆ แต่ลงมือรวดเร็ว มันไม่จริงเลยสักนิด ตอนนั้นฉันทั้งคิดเร็วลงมือเร็ว แล้วมันก็ได้ผลอย่างน่าเหลือเชื่อ” ลี่ผิงหัวเราะสะใจ

เมื่อลี่ผิงได้ยินเรื่องที่เหว่ยเหอคุยกับเมย์ลี ก็ เตรียมเสื้อฝนดำกับถุงมือพร้อมมีด พอเห็นเหว่ยเหอถูกผลักดันออกมาจากห้อง เธอกำมีดเข้าไปจัดการเมย์ลี... ฟ้าแลบสว่างวาบขึ้น เธอออกจากห้องดอกไม้ เห็นปิ่นปักผมของตัวเองหล่นอยู่ จึงเก็บขึ้นมาก่อนจะวิ่งไป

เพกาไม่อยากเชื่อว่าลี่ผิงจะเลือดเย็นขนาดนี้ “คุณเมย์ลีรักคุณเหมือนแม่คนหนึ่ง คุณยังฆ่าเธอได้ลงคอ คุณใจร้ายมาก”

“มันไม่ได้รักฉัน ถ้ามันรัก มันจะต้องแต่งงานกับหมิงซานตามคำสั่งของฉัน”

“คุณเมย์ลีไม่ได้รักคุณหมิงซาน”

“ความรักไม่มีในโลก มีแต่ความเหมาะสมเท่านั้น และเมย์ลีก็เหมาะสมเป็นของหมิงซานที่สุด ฉันฝึกให้เมย์ลีพร้อมรับใช้หมิงซาน ไม่มีใครขัดขวางได้ แม้กระทั่งความตาย”

“คุณทำอะไรเธอ...”

“ฉันให้เมย์ลีเป็นหมิงฟุนของหมิงซาน”

เพกางง หมิงฟุนคืออะไร ลี่ผิงตอบว่า เจ้าสาวผี... เธอยิ้มอย่างสะใจเล่าเรื่องในอดีต...

วันนั้น บรรยากาศงานศพช่างสลดหดหู่ เพราะทุกคนในบ้านและแขกที่มางาน ต้องแต่งตัวเหมือนมางานแต่งงาน ไม่มีการร้องไห้ ศพหมิงซานกับเมย์ลีวางคู่กัน ในชุดบ่าวสาวสีแดงตามธรรมเนียมจีน พิธีทุกอย่างเหมือนการแต่งงาน มีเถ้าแก่ไหว้ฟ้าดิน ยกน้ำชาไหว้ผู้ใหญ่ ซิ่วหลานต้องง้างมือเมย์ลีให้จับถ้วยน้ำชา แต่นิ้วเธอเกร็งแข็งไม่ยอมจับ เหม่ยอิงกระซิบกับเพ่ยเพ่ย

“นังเมย์ลีมันแน่มาก ตายแล้วก็ไม่ยอมแต่ง ไม่ยอมยกน้ำชามงคลให้คุณนายใหญ่”

จนถึงเวลาบรรจุศพใส่โลงเอาเข้าไปไว้ในสุสาน ลี่ผิงกอดโลงศพลูกชายร่ำไห้ ทุกคนสะเทือนใจ แม้แต่เหวินเยี่ยยังหลั่งน้ำตา หลังจากนั้น อี่กับหลุนก็ช่วยกันคล้องกุญแจประตูสุสาน

เพกาฟังแล้วสลดใจ “โธ่...ขนาดตายไปแล้ว ยังไม่ได้รับอนุญาตให้มีความสุข”

“มีสิ ใครได้อยู่กับหมิงซานต้องมีความสุขทั้งนั้น ไม่เหมือนหมิงเทียนคนเห็นแก่ตัว จะมาแย่งเจ้าสาวของพี่ชายตัวเอง ฉันอยากให้เธอเห็นหน้าหมิงเทียนตอนเห็นคนรักของตัวเอง ต้องไปเป็นเจ้าสาวผีในสุสานเสียจริงๆ”

“คุณหมิงเทียนไม่ได้กลับมาวันที่คุณเมย์ลีถูกฆ่าหรือคะ”

“เปล่า...พอหมิงเทียนรู้ว่าเมย์ลีจะต้องแต่งงานกับหมิงซาน เขาก็เลยเลื่อนกำหนดกลับฮ่องกงเร็วขึ้นหนึ่งวัน เขาควรจะมาถึงที่นี่ในวันที่เกิดเรื่อง เมย์ลีก็จะไม่ทำตัวน่ารังเกียจกับฉัน หมิงซานก็จะไม่ตาย นังเมย์ลีก็ไม่ต้องตายด้วย...แต่ชะตาฟ้าลิขิตมาแล้ว เครื่องบินของหมิงเทียนมีผู้โดยสารหัวใจวาย ต้องลงฉุกเฉินที่เวกัส เครื่องเสียเวลาอยู่แปดชั่วโมงกว่าจะมาถึงฮ่องกง แต่พอมาถึง เขาไม่ได้กลับบ้านทันที รู้ไหมว่าเขาไปไหน”

“ไปรอจดทะเบียนสมรสกับคุณเมย์ลี”

“ใช่ เขารอเมย์ลีอยู่หลายชั่วโมง พอแน่ใจว่าเมย์ลีไม่มา เขาถึงยอมกลับบ้าน แล้วมารู้ว่าเมย์ลีกลายเป็นเจ้าสาวของหมิงซานไปแล้ว”

หมิงเทียนเสียใจแทบเป็นบ้า อาละวาดจะพังประตูสุสานเอาศพเมย์ลีออกมา ทุกคนช่วยกันห้าม หลังจากนั้น หมิงเทียนก็เปลี่ยนเป็นคนละคนกลายเป็นคนเงียบขรึม เพกาฟังแล้วสงสารจับใจ...ลี่ผิงยังเล่าว่า เมื่อเห็นหน้าเพกาครั้งแรก ตนดีใจคิดว่าเมย์ลีกลับมา จึงจัดให้อยู่ห้องดอกไม้ แต่พอเธอประกาศว่าจะตามหาฆาตกร ตนเครียดจนนอนไม่หลับสักคืน ตนพยายามขู่ให้หยุดพล่าม แต่เธอก็ไม่หยุด... เพกาตกใจเมื่อรู้ว่าเรื่องร้ายทั้งหมดเป็นฝีมือของลี่ผิง

ลี่ผิงยอมรับ ถ้าเธอกลับเมืองไทยไปเสีย ทุกอย่างก็จบ แต่เพกายังไม่เข้าใจทำไมต้องฆ่าอี่ ลี่ผิงตอบว่าอี่เป็นคนของตระกูลเจ้า มีหน้าที่รับใช้คนตระกูลเจ้า

“คุณไม่มีสิทธิ์ฆ่าใคร...ฉันจะบอกความจริงกับทุกคน เมย์ลี อี่ เม่งหงจะต้องไม่ตายฟรี”

“อย่าลืมเรียกร้องความยุติธรรมให้เหว่ยกับตัวเธอเองด้วยนะพิงก์”

ลี่ผิงมองเลยไหล่เพกาไปข้างหลัง เธอหันมองตาม ฉับพลัน อาเฉินถือมีดเข้ามาแทงที่ท้อง เธอสะดุ้งสุดตัว ทรุดลงกับพื้น ก่อนหมดสติ ได้ยินลี่ผิงสั่งอาเฉินให้ไปจัดการเหม่ยอิงอีกคน

ooooooo

ระหว่างนั้น หมิงเทียนทำงานอยู่ที่บริษัท ใจกังวลคิดถึงแต่เพกา โทร.ไปหาเธอก็ปิดเครื่อง จึงสั่งเลขายกเลิกนัดหมายทั้งหมด ผลุนผลันกลับบ้าน

เพกาถูกพามาขังในสุสาน เธอพบเหว่ยเหอนอนจมกองเลือดอยู่ข้างโลงศพ ก็กระเสือกกระสนเข้าไปหา เหว่ยเหอตกใจที่หญิงสาวโดนแทงเช่นกัน เขาอ่อนแรงเต็มทน รำพันกับโลงศพหมิงซาน ว่าการมีชีวิตอยู่โดยไม่มีเขา มันช่างทรมานเหลือเกิน

“อดทนไว้นะเหว่ย เราจะต้องออกไปจากที่นี่ เราจะต้องรอดด้วยกันนะเหว่ย” เพกาปลอบก่อนจะคลานไปทุบประตู พยายามตะโกนให้คนช่วย...

หมิงเทียนกลับมาถึงบ้าน ถามหาเพกากับซิ่วหลาน แต่เธอก็เพิ่งกลับจากตลาดเช่นกัน ทั้งสองวิ่งไปดูในห้องดอกไม้ เห็นกระเป๋าเพกาวางอยู่ ลี่ผิงเดินเข้ามาบอกว่า เพกาออกไปซื้อของข้างนอก หมิงเทียนแปลกใจทำไมต้องปิดมือถือ พลันพนักงานบริษัทที่ลี่ผิงจ้างให้โทร.

มาโกหกหมิงเทียนว่า บริษัทสาขาสิงคโปร์เกิดปัญหาให้เดินทางไปด่วน เขาอิดออดไม่อยากจะไป

ขณะนั้นอาการเหว่ยเหอทรุดลง เพการ้อง “ไม่นะเหว่ย คุณต้องมีชีวิตอยู่ คุณหมิงซานต้องอยากเห็นเหว่ยไปใช้ชีวิตที่อเมริกา ดินแดนแห่งเสรีภาพ อยากทำอะไรก็ได้ตามใจต้องการ”

“ทำอะไรดีล่ะ ตลอดชีวิต ผมต้องการสิ่งเดียวคือ หมิงซาน...เราอยู่ร่วมกันในโลกไม่ได้ เราก็จะ...ไปอยู่ด้วยกัน บนดวงจันทร์” เหว่ยเหอยิ้ม มองช่องที่แสงจันทร์ลอดเข้ามา “พิงก์...อวยพรผมกับหมิงซานหน่อยสิ” เหว่ยเหออ่อนแรงลงทุกที

เพการ้องลั่น คลานเข้าไปกอดเขาไม่ยอมอวยพร พร่ำบอกอย่าทิ้งตนไป เหว่ยเหอเผยอยิ้มเรียกชื่อหมิงซานแล้วสิ้นลม ปล่อยหญิงสาวร้องไห้โฮ

“อย่าทำแบบนี้กับฉัน อย่ามาตายเพราะฉัน ทำแบบนี้แล้วฉันจะอยู่ยังไง ไม่...เหว่ยตื่น...เหว่ยตื่น...ฮือๆๆๆ” เสียงร้องไห้ของเพกาดังลอดออกมาจากประตูสุสาน

ลมพัดแรง สวนโบตั๋นสั่นไหวเหมือนอารมณ์โกรธ ร่างเมย์ลีปรากฏขึ้นกลางสวน หมิงเทียนกำลังจัดเตรียมเอกสารเพื่อเดินทาง พลันกลิ่นดอกโบตั๋นโชยเข้ามา

เขาสังหรณ์ใจบางอย่าง ซิ่วหลานถือกระเป๋าเสื้อผ้า

เดินนำมาหน้าบ้านที่รถจอดรออยู่...ทันใด ลมพัดวูบปะทะหน้า กลีบดอกโบตั๋นปลิวมาหล่น หมิงเทียนก้มเก็บแล้วเงยหน้ามองไป เห็นร่างเมย์ลียืนกวักมืออยู่ เขาเริ่มมั่นใจว่ามีเรื่องร้าย บอกหลุนตนไม่ไปแล้ว เขาวิ่งไปหาเมย์ลี ซิ่วหลานกับหลุนยืนงงอยู่ตรงนั้น

ลี่ผิงนั่งปักผ้าอารมณ์ดีอยู่ในห้องนอน บังเอิญลุกเดินมาที่หน้าต่าง เห็นหมิงเทียนวิ่งไปทางสุสานก็ตกใจ... วิญญาณเมย์ลีเดินนำหมิงเทียนไปจนถึงหน้าสุสาน แล้วก็หายเข้าไปในนั้น

หมิงเทียนยืนมองไปรอบๆด้วยความงง...ขณะนั้น เพกาหายใจหอบถี่ ปรือตาขึ้นเห็นร่างเมย์ลียืนตรงหน้า ก็เอื้อมมือขอความช่วยเหลือ แต่หมดแรงมือตกกระแทกประตูเกิดเสียงดัง หมิงเทียนซึ่งยืนอยู่ข้างนอกได้ยิน จะเดินไปเปิดประตู ลี่ผิงตามมาเรียกเขาไว้

“คุณแม่ คุณแม่มาทำอะไรแถวนี้ครับ”

“แม่ก็ตามลูกมาน่ะสิ แล้วลูกล่ะ มาทำอะไร”

หมิงเทียนอึกอักไม่รู้จะตอบอย่างไร ลี่ผิงชวนกลับ เดี๋ยวไปขึ้นเครื่องไม่ทัน พลันเกิดลมพัดวูบใหญ่จนลี่ผิงยังเซ เพกาได้ยินเสียงแว่วๆ รวบรวมแรงร้องเรียกหมิงเทียน ให้ช่วยด้วย
หมิงเทียนหันกลับไปที่ประตูสุสาน ลี่ผิงสั่งเสียงเฉียบให้กลับ เสียงเพการ้องเรียกอีกครั้ง เขารีบเคาะบอกให้ถอยออกห่างประตู ตนจะพังเข้าไป ลี่ผิงร้องห้าม หมิงเทียนหันมาเห็นแม่ถือมีดหน้าตาดุดัน

“คุณแม่! นี่คุณแม่ขังคุณพิงก์เหรอ ขังทำไม”

“เมื่อไหร่แกจะเลิกดื้อสักทีฮะหมิงเทียน เพราะความดื้อดึงของแก เรื่องมันถึงเป็นแบบนี้ ถ้าแกไม่ดื้อจะเอาเมย์ลีไปเป็นของแก หมิงซานก็คงไม่ตาย แม่ก็ไม่ต้องจัดการเมย์ลี”

“คุณแม่ฆ่าเมย์ลี!”

“ใช่ แม่ฆ่ามัน นังเด็กนั่นทำให้พี่ใหญ่ของแกตาย เมย์ลีทรยศครอบครัวเรา มันสมควรตายแล้ว หมิงเทียนรู้ไหม เลือดของคนทรยศอย่างมัน ยังติดมือแม่อยู่เลย” ลี่ผิงหัวเราะร่า

“มอบตัวนะครับคุณแม่ ผมจะหาทนายเก่งๆให้ ผมจะสู้คดีว่าคุณแม่เสียสติ”

“แม่ไม่ได้บ้านะ แม่จะจัดการทุกคนที่สร้างความวุ่นวายให้กับครอบครัว รวมทั้งนังพิงก์”

ลมพัดกระโชกขึ้นอีก กลีบดอกโบตั๋นลอยมา ลี่ผิงเริ่มหวาดกลัว มองไปเห็นวิญญาณเมย์ลียืนอยู่ข้างหลังหมิงเทียนก็สติแตก เงื้อมีดจะจ้วงแทง

“นังเมย์ลี! แกยังไม่ตายอีกเหรอ ฉันจะฆ่าแก แกทำให้หมิงซานตาย แกต้องตายตาม แกต้องเป็นเจ้าสาวผีให้หมิงซาน ไปรับใช้เขาในปรโลก”

หมิงเทียนตกใจหลบวูบ ลี่ผิงเห็นวิญญาณเมย์ลีลอยห่างออกไป ก็เงื้อมีดวิ่งตาม เสียงเพกาไอกระอักเลือด หมิงเทียนละล้าละลังจะช่วยใครก่อนดี สุดท้ายตัดสินใจถีบประตูสุสานเข้าไป เห็นสภาพคนรักและศพเหว่ยเหอ ก็ตกใจปรี่เข้ากอดเพกา แต่เธอกลับบอกให้ไปดูลี่ผิง

“อดทนไว้นะคุณพิงก์ เดี๋ยวผมกลับมา”

ขณะนั้น ลี่ผิงถือมีดวิ่งตามจะแทงเมย์ลี แต่แล้วกลับทะลุร่าง เธอล้มคะมำกลิ้งตกเนินหลายตลบ หมิงเทียน ตามมาเห็นแม่กลิ้งไปนอนคว่ำหน้า จึงรีบวิ่งไปประคองแม่พลิกตัวกลับดูปรากฏว่า มีดปักอยู่ที่อก ตำแหน่งเดียวกับที่เมย์ลีโดนแทง

“คุณแม่! คุณแม่อดทนไว้นะครับ ผมจะพาคุณแม่ไปหาหมอ” หมิงเทียนจะอุ้มลี่ผิง

“แม่ไม่ไป แม่จะไปหาหมิงซาน...” ลี่ผิงคลี่ยิ้มอย่างอ่อนแรง เรียกหาหมิงซานแล้วสิ้นลม

เพกาประคองร่างอาบเลือดเข้ามาทรุดข้างหมิงเทียน สลดใจกับการตายของลี่ผิง หมิงเทียนร้องไห้กอดศพแม่ ได้ยินเสียงเพกาก็ตกใจ รีบโทร.เรียกรถพยาบาล ระหว่างนั้นเพกายังมีสติ พยายามบอกหมิงเทียนให้ไปช่วยเหม่ยอิง เพราะได้ยินลี่ผิงสั่งคนไปฆ่าเธอ เขารีบโทร.ขอความช่วยเหลือจากผู้กองหวัง ทำให้ตำรวจบุกไปช่วยเหม่ยอิงไว้ได้ทันท่วงที

ooooooo

หลายวันผ่านไป เพกาฟื้นขึ้นมาในโรงพยาบาล เห็นแม่ยืนอยู่ข้างเตียง เธอยิ้มด้วยความอบอุ่นใจ มีช่อดอกไม้วางอยู่บนโต๊ะ พร้อม...บอกลูกสาวว่า เป็นของเหม่ยอิงกับเพ่ยเพ่ย

“พวกเขาฝากบอกว่าขอบคุณมาก สำหรับความช่วยเหลือ...คุณหมิงเทียนเขาเฝ้าลูกทุกวันเลยนะ แต่วันนี้เป็นวันฝังแม่เขา ถ้าเขารู้ว่าลูกฟื้นแล้ว เขาจะต้องดีใจมากแน่ๆ”
สีหน้าเพกาเศร้าลง บอกแม่ว่าตนอยากกลับ

เมืองไทย...ในขณะเดียวกัน หลังเสร็จพิธีฝังศพลี่ผิง เพ่ยเพ่ยซึ่งอาการปกติดี วิ่งตามเหม่ยอิงที่กำลังจะกลับเพราะไม่อยากให้เหวินเยี่ยต้องอึดอัดใจที่เห็นหน้า เพ่ยเพ่ยชวนแม่ย้ายมาอยู่ด้วยกันที่คอนโดฯ ตนทำงานแล้วจะเลี้ยงแม่เอง

“เพ่ยเพ่ยทำงานกับพี่รอง ชีวิตเพ่ยเพ่ยต่อไปนี้จะทำเพื่อคุณแม่บ้าง เพ่ยเพ่ยไม่อยากเป็นคุณหนูตระกูลเจ้าแล้ว อยากเป็นแค่ลูกที่มีแม่อยู่ด้วยกันตลอดไป”

เหม่ยอิงถึงกับน้ำตาซึม กอดลูกสาวด้วยความตื้นตัน หมิงเทียนมองสองแม่ลูกอย่างปลาบปลื้ม พลัน พร้อมโทร.มาบอกว่า เพกาจะกลับเมืองไทย เขาตกใจรีบไปหาเธอที่โรงพยาบาล...

มาถึง หมิงเทียนรีบขอโทษเพกาที่ไม่ได้อยู่ตอนเธอฟื้น หญิงสาวบอกว่าเขาทำถูกแล้วที่ไปส่งวิญญาณแม่ หมิงเทียนขอโทษแทนแม่ แต่เพกากลับโทษตัวเองที่เป็นคนผิด

“ถ้าฉันไม่ขุดคุ้ยเรื่องคุณเมย์ลี คุณนายใหญ่ อี่ เม่งหง เหว่ยก็คงไม่ตาย มีคนตั้งมากมายต้องเสียใจเพราะฉัน”

“เพราะเหตุนี้ใช่ไหม คุณถึงจะกลับเมืองไทย”

“ค่ะ...เรื่องที่เกิดขึ้น มันหนักเกินกว่าฉันจะรับไหว”

หมิงเทียนกุมมือเพกามาแนบแก้ม ขอให้เธอแบ่งความทุกข์มาให้ตน เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป เพกาน้ำตาซึม เพราะรู้ว่าตนกับเขาไม่มีวันนั้น เหวินเยี่ยไม่มีวันยอม

“ผมจะพูดกับคุณพ่อเอง”

“แล้วเรื่องที่แม่คุณจะฆ่าฉัน ฉันเป็นต้นเหตุทำให้แม่คุณตาย ฉันทำให้ตระกูลเจ้าเสื่อมเสีย เราจะแน่ใจได้ยังไงว่าเรื่องเหล่านี้จะไม่ตามมาหลอกหลอนเราไปตลอดชีวิต”

“อดีตเป็นครู ไม่ใช่ผี” หมิงเทียนเอาคำของเพกามาแย้ง

“ใช่ค่ะ แต่ถ้าเราต่างยังเจ็บปวดกับอดีต ฉันขอให้เราแยกย้ายกันไปทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนดีกว่า เข้าใจฉันนะคะคุณหมิงเทียน”

หมิงเทียนพยักหน้าน้ำตาคลอ ดวงตาวิงวอนให้เธอเปลี่ยนใจ แต่ดูท่าจะไม่เป็นผล...

ooooooo

หลายวันผ่านไป เพกาพักผ่อนอยู่ที่บ้านในประเทศไทย แฮรี่กับเดซี่มาเยี่ยมเยียน ชวนคุยให้จิตใจเธอสดชื่นขึ้น ถามไถ่ว่าหมิงเทียนโทร.หาบ้างหรือเปล่า เธอพยักหน้า แต่ไม่ค่อยรับสาย ในขณะที่เพ่ยเพ่ยช่วยงานหมิงเทียนได้เป็นอย่างดี เธอรู้ว่าเขาไม่มีความสุขเอาเสียเลยจึงเตือน

“พี่รอง...ที่ผ่านมาเพ่ยเพ่ยเข้าใจพี่รองดีแล้ว ต่อไปนี้ เพ่ยเพ่ยขอให้ฟ้าดินจงช่วยให้พี่รองมีความสุขสมหวังเร็วๆนี้ และตลอดไป”

ด้านอาหัว คอยมาเยี่ยมเยียนอาจือแม่ของเหว่ยเหอ ปลอบใจกับการสูญเสียลูกชาย เรื่องราวเปิดเผยขึ้น ทำให้เพื่อนบ้านได้รู้ว่าเหว่ยเหอไม่ใช่ฆาตกร ทุกคนกลับมาคบหาอาจือและนำอาหารมาให้แทบทุกวัน ซิ่วหลานรู้เรื่องจากอาหัว โทร.รายงานให้เพการู้ เธอดีใจมาก

“ฉันนึกว่าอาจือจะลำบากเพราะฉันเสียอีก ฉันเอาอาเหว่ยคืนให้อาจือตามสัญญาไม่ได้”

“ที่คุณต่อสู้ไม่ได้เสียเปล่าอย่างที่คุณคิดนะคะ อาจือถามหาคุณทุกวัน ที่สำคัญ...มาเยี่ยมคุณชายรองเสียทีสิคะ”...เพกาฟังแล้วเศร้าลงทันที

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ได้ทำให้อะไรๆแย่ลงอย่างที่เพกากังวล กลับทำให้เหวินเยี่ยได้คิด มาหาลูกชายที่บริษัท เพราะหมิงเทียนไม่กลับเข้าบ้านหลายวันแล้ว

“คุณเพกาติดต่อมาบ้างหรือเปล่า”

“ไม่ครับ...”

“ทำไม...ฉันคิดว่าแกกับเขารักกันซะอีก”

“ผมก็หวังว่า ความรักของเราจะช่วยทำลายความรู้สึกเลวร้ายกับเรื่องที่เกิดขึ้น”

“ฉันก็อยากทำลายความรู้สึกเลวร้ายของตัวเองเหมือนกัน...แกช่วยพ่อหน่อยได้ไหม”

“คุณพ่อหมายความว่าไงครับ”

“แม่แกโทษว่าเมย์ลีทำให้หมิงซานตาย แม่แกถึงฆ่าเมย์ลี แต่ความจริงแล้ว คนที่ทำให้หมิงซานตาย คือฉันเอง...หลังจากเมย์ลีเขาประกาศว่า เขาจะแฉหมิงซาน พ่อได้คุยกับหมิงซาน”

เหวินเยี่ยเล่าตอนที่ถกเถียงกับหมิงซาน ตนยอมรับไม่ได้ที่ลูกเป็นเกย์ หมิงซานกลับย้อนถาม “ถ้าผมฆ่าตัวตายเพราะถูกบังคับให้แต่งงาน คุณพ่อคงไม่ร้องไห้ในงานศพผมสินะครับ...คุณพ่อปฏิบัติกับเพศที่สามเหมือนไม่ใช่คน ผมกับเหว่ยเราเป็นคนนะครับ เรามีชีวิตจิตใจ เรามีความรักมีความต้องการ เราสองคนอยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันจนวันตาย”

เหวินเยี่ยโกรธมาก ทุบโต๊ะเปรี้ยง กำไลหยกหักสองเสี่ยง ตวาดลั่นไม่ยอมรับ

“คนเกิดมาอย่างผม ขยันและพยายามเป็นสองเท่า เพื่อให้คนรอบข้างยอมรับ ผมทำทุกอย่างให้พ่อกับแม่มาตลอด มองหน้าผม ผมไม่ใช่อะไรทั้งนั้นนอกจากเด็กคนหนึ่ง ลูกชายของคุณพ่อคุณแม่...ได้โปรดให้อภัยผม” หมิงซานคุกเข่าอ้อนวอน

“แกทำให้ฉันผิดหวัง แกทำให้ตระกูลเจ้าถูกคนหัวเราะเยาะ แกทำลายสิ่งที่บรรพบุรุษและฉันสร้างมาด้วยชีวิต ฉันจะไม่อภัยให้แก ไม่มีวัน”

หมิงซานก้มหน้าร้องไห้เดินออกไป เหวินเยี่ย    กราดเกรี้ยวโทษเมย์ลีเป็นต้นเหตุ...หลังจากนั้น หมิงซานก็ขับรถออกไปประสบอุบัติเหตุ เหวินเยี่ยเล่าถึงตรงนี้ก็ร้องไห้ออกมา หมิงเทียนอึ้ง ไม่เคยเห็นพ่อผู้ยิ่งใหญ่ร้องไห้มาก่อน เขาพร่ำโทษตัวเองเป็นคนทำให้หมิงซานตาย หมิงเทียนปลอบพ่อ ขอให้ลืมทุกอย่างแล้วกลับมาเริ่มต้นกันใหม่ สองพ่อลูกกอดกันเป็นครั้งแรก

ooooooo

เมื่อพ่อลูกเข้าใจกัน เหวินเยี่ยอยากช่วยให้ หมิงเทียนมีความสุข จึงมาหาเพกาถึงบ้านที่เมืองไทย เห็นเธอซึมๆไม่ร่าเริงเหมือนคนเดิม จึงกระเซ้า

“นี่ไม่ใช่เพกาคนเดียวกับที่ฉันเจอที่บ้านตระกูลเจ้า เพกาคนนั้นร่าเริงสดใส ต่อปากต่อคำ กล้าเถียงแม้กระทั่งกับฉัน”

“มีคนตายเพราะฉันตั้งหลายคน เหว่ย อี่ เม่งหง คุณนายใหญ่ ฉันไม่ควรขุดคุ้ยหาฆาตกร”

“เมฆหมอกปกคลุมบ้านตระกูลเจ้ามาเนิ่นนาน เราทุกคนมีรอยยิ้มฉาบบนใบหน้าแต่เบื้องลึกล้วนมีความทุกข์ไปคนละแบบ จนเมื่อเธอก้าวเข้ามา เธอเป็นแสงสว่างส่องทางให้พวกเราออกจากความมืดมน...นอกจากมาเยี่ยม ฉันมีเรื่องสำคัญต้องมาเล่าให้เธอฟังด้วยตัวเอง”

เพกาไม่คิดว่าจะได้รับคำชื่นชมจากเหวินเยี่ย และยังฉงนตั้งใจฟัง

“ฉันให้คนเอาโลงศพเมย์ลีออกมาทำพิธีเผาตามหลักศาสนาพุทธ แล้วก็นำโลงศพอาเหว่ยไปวางแทนที่ เคียงข้างหมิงซาน ส่วนอาจือแม่อาเหว่ย ฉันรับผิดชอบดูแลค่ารักษาพยาบาลให้”

หมิงเทียนได้ถามตนว่า ไม่กลัวคนเห็นรูปหน้าฮวงซุ้ยแล้วเอาไปติฉินนินทาหรือ ตนรู้แล้วว่าเกียรติยศชื่อเสียงไม่สำคัญเท่าความรักของคนในครอบครัว...เพกาตื้นตันใจที่พ่อลูกเข้าใจกันได้

“ลูกชายคนโตฉันสมหวังแล้ว เหลือก็แต่ลูกชายคนเล็ก เธอจะช่วยให้หมิงเทียนสมหวังได้ไหมเพกา”

“เอ้อ ฉันแค่อยากใช้เวลาอยู่กับตัวเอง”

“ฉันเป็นเพียงนกนำสารจากบ้านตระกูลเจ้า

ชายหนุ่มคนหนึ่งรอคอยเธออยู่ทุกลมหายใจ เธอตัดสินใจเองแล้วกันนะ จะให้บ้านตระกูลเจ้ากลายเป็นบ้านหลังใหม่ของเธอ หรือเป็นเพียงที่พักพิงในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น”

เพกาครุ่นคิด...ในขณะเดียวกัน หมิงเทียนเหมือนคนหมดอาลัยตายอยาก วันๆนั่งเหม่อในสวนโบตั๋น หรือไม่ก็อยู่ในห้องดอกไม้ รำพันว่าตัวเป็นคนทำให้เมย์ลีต้องตาย แถมยังรักผู้หญิงคนอื่นอีก เขาผล็อยหลับไป วิญญาณเมย์ลีมาเข้าฝัน เธอยิ้มและจุมพิตบนหน้าผากเขา เขียนคำว่า good bye บนกระจก...หมิงเทียนสะดุ้งตื่น เห็นกลีบดอกโบตั๋นร่วงอยู่บนเตียง และเห็นข้อความที่เมย์ลีเขียนไว้บนกระจก เขาถึงรู้ว่ามันไม่ใช่ความฝัน

เขารู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจ

วันเวลาผ่านไปไม่นาน หมิงเทียนสวมสูทเนี้ยบ ยืนอยู่หน้าตึกสีเหลืองในฮ่องกงปาร์ค ถือช่อดอกไม้เหมือนวันที่รอเมย์ลี และแล้วเพกาในชุดผ้าไหมไทยสีชมพู เดินยิ้มเข้ามาหา หมิงเทียนเอ่ยว่าตนเคยมาที่นี่เพื่อรอคอยใครบางคน

“เจ้าสาวของคุณ เมย์ลีต้องมาในชุดกี่เพ้าสีเลือดนกลายโบตั๋น ที่สวยที่สุดในทศวรรษ”

“เขาไม่มา ไม่เคยมา”

“ฉันไม่ใช่เมย์ลี เห็นไหม ฉันไม่ใส่กี่เพ้า ทุกอย่างไม่จำเป็นต้องจบเหมือนในอดีต”

“ผมจะไม่เจ็บปวดกับการรอคอยอีกแล้ว”

หมิงเทียนหยิบแหวนออกมาจะสวมให้

“อ๊ะ อย่าเพิ่ง...คุณไม่เคยพูด แบบว่า อะไรที่มันควรพูด แบบตรงไปตรงมาน่ะ”

“โธ่ แค่นี้อ่ะนะ ผมทำอะไรตั้งเยอะตั้งแยะ ต้องพูดด้วยหรือ”

“จะพูดหรือไม่พูดล่ะ”

“แค่พูดประโยคง่ายๆ โธ่...ทำไมจะพูดไม่ได้...วันนี้ของคุณ สีชมพูหรือยังคะ...”

“อีตาบ้า ใครให้พูดประโยคนี้...นี่แน่ะ ชอบแกล้งนัก” เพกาหยิกตีชายหนุ่ม

หมิงเทียนหัวเราะร่า ดึงเพกามากอด กระซิบข้างหูว่า รัก...หญิงสาวชะงัก สบตาเขาแล้วโผกอด เขาหอมแก้มเธอฟอด สองคนโอบกอดกันมองทิวทัศน์ของเกาะฮ่องกงอย่างมีความสุข

ooooooo

–อวสาน–


ละครกี่เพ้า ตอนที่ 13(ตอนจบ) อ่านกี่เพ้า ติดตามกี่เพ้า ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย 1 ธ.ค. 2555 09:43 2012-12-08T03:05:01+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ