ข่าว

วิดีโอ



ชาติเสือพันธุ์มังกร

อ่านเรื่องย่อ

แนว: แอคชั่น-ดราม่า-พีเรียด

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: บทกร

กำกับการแสดงโดย: กิตติศักดิ์ ชีวาสัจจาสกุล

ผลิตโดย: บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: เจมส์ มาร์,เดียร์น่า ฟลีโป

พันเดชย่ามใจว่าทุกอย่างต้องเป็นตามหวังทั้งเรื่องส่งยาลอตใหญ่และล้างแค้นชาญยุทธ ไม่รู้เลยว่าทรงวาดวางแผนตลบหลังร่วมกับชาญยุทธและรณชิตจะจัดการทั้งฤทธิ์และยาเสพติด

ไต้เกียวเสียอีกสังหรณ์ใจและอดทักท้วงไม่ได้ที่พันเดชไม่ให้ฤทธิ์ไปคุมการส่งยา พันเดชยักไหล่ไม่ยี่หระเพราะเชื่อสายข่าวของตนเองที่เพิ่งกระซิบบอกแผนดักจับของพวกตำรวจทำให้เขาเตรียมแผนรับมือทัน

พันเดชไม่ได้สงสัยเรื่องข่าวดักจับของพวกตำรวจเพราะทุกอย่างเป็นไปตามคาด รณชิตหน้าแตกยับเมื่อมาถึงโกดังของเขาแล้วไม่พบยาเสพติด ต่างจากฝั่งฤทธิ์ที่โดนทรงวาดยิงไม่ทันตั้งตัว

ชาญยุทธซึ่งร่วมมือกับทรงวาดเล่นละครเหยียดยิ้มเมื่อเห็นสภาพฤทธิ์นอนแน่นิ่ง ก่อนตกใจแทบผงะเมื่อฤทธิ์ฟื้นเพราะสวมเสื้อเกราะกันกระสุนและจู่โจมพวกเขา!

ทรงวาดเจ็บใจไล่ตามออกไปข้างนอก ฤทธิ์หลบกระสุนในมุมมืด ร้องท้าทรงวาดเสียงดัง

“เข้ามาสิวะ เข้ามาเลย ฉันจะส่งแกไปอยู่กับอาแกไงล่ะ เจ้าพ่อเยาวราชแต่ตายเหมือนหมาข้างถนน!”

ฤทธิ์รู้ตัวว่าเสียเปรียบพยายามหลอกล่อทรงวาดจนหนีสำเร็จ กว่าพันเดชจะรู้เรื่องฤทธิ์ก็หลายอึดใจต่อมาเมื่อลูกน้องที่รอดมาได้โทร.รายงานเรื่องถูกทรงวาดตลบหลัง พันเดชเดือดจัดโวยกับไต้เกียวอย่างเหลืออด

“ไอ้สารเลว! มันกล้าหักหลังฉันเหรอ”

“มันร้ายจริงๆ นอกจากไม่หลงกลแล้วยังซ้อนแผนเราอีก ดีนะที่ยาของคุณไม่โดนจับไปด้วย”

“คนทรยศฉันไม่ได้ตายดีแน่”

“จะไม่รอไอ้ฤทธิ์กลับมาก่อนเหรอคะ”

“ไม่จำเป็น ถึงไม่มีไอ้ฤทธิ์ฉันก็จัดการมันได้ ฉันจะให้มันทรมานยิ่งกว่าตายทั้งเป็น!”

ระหว่างที่พันเดชคิดแผนเอาคืน ทรงวาดหารือรณชิตกับชาญยุทธถึงแผนตลบหลังพันเดชซึ่งผิดพลาดราวกับมีใครแอบเอาความลับราชการไปบอกพันเดช รณชิตสงสัยว่ามีหนอนบ่อนไส้แต่ชาญยุทธไม่เห็นด้วย

“เป็นไปไม่ได้หรอกหมวด เสือโทร.บอกผมไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นเอง คนรู้ก็มีแค่พวกเราแล้วจะทรยศกันเองทำไม ผมว่าไอ้พันเดชมันระแวงเสือมากกว่าก็เลยเปลี่ยนแผนไม่ยอมขนยาเสพติดเมื่อคืน”

ทรงวาดนิ่วหน้า เห็นด้วยกับพี่ชายบุญธรรมแต่ยังคาใจบางเรื่อง

“แต่ถ้าคุณพันเดชระแวงก็ไม่ควรร่วมมือกับผมตั้งแต่แรก แถมให้ฤทธิ์มาด้วยตัวเองอีก...มันแปลกๆอยู่นะครับ”

รณชิตผิดหวังที่จับตัวพันเดชตัวการใหญ่ไม่ได้ กระนั้นก็โล่งใจที่จับมือดีของอีกฝ่ายได้หลายคน ทรงวาดยกความดีความชอบทั้งหมดให้ปิ่นมุกซึ่งติดใจท่าทางแปลกๆของไต้เกียวที่บอกว่ากินอยู่ไม่ค่อยสบายหลังฮุ่ยเซี้ยงตาย แต่กลับมีรถหรูหรารับส่งถึงร้านข้าวต้มเมื่อไม่กี่วันก่อน

ทรงวาดเล่าข้อสันนิษฐานของปิ่นมุกพลางถอนใจยาว สีหน้าเศร้าเมื่อคิดถึงก๊กไช้

“ผมก็คิดไม่ถึงว่าอาไต้เกียวจะเกี่ยวข้องกับคุณพันเดช ไม่อย่างนั้นอาไช้ก็คงไม่ตาย”

ชาญยุทธตบบ่าปลอบน้องชายบุญธรรม “มันไม่มีใครคิดถึงทั้งนั้นแหละเสือ แค่เสือไม่หูเบาเข้าใจพี่ผิดก็ถือว่าดีมากแล้ว คราวนี้เราเกือบจะจัดการไอ้พันเดชได้แล้ว ถ้าทำสำเร็จเมื่อไหร่เสือกลับมาช่วยงานพี่นะ”

ทรงวาดอึกอัก ชาญยุทธรีบดักคอ “อย่าเพิ่งปฏิเสธ ...พี่รู้ว่าเสือไม่อยากกลับไปทำแบบเดิมแล้ว พี่ก็จะไม่บังคับ แต่งานพี่มีตั้งหลายอย่าง เสือเลือกเอาตามที่ชอบก็แล้วกัน พี่แค่อยากให้เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมเท่านั้นเอง”

“อย่างที่ผมเคยบอก...พี่อ้ายเป็นพี่ชายของผมเสมอ ไม่ว่าผมจะทำงานให้พี่อ้ายหรือไม่ทำมันก็เหมือนเดิมครับ”

ชาญยุทธอ้าปากจะค้านแต่สายตาก็เหลือบเห็นปิ่นมุก ทรงวาดยิ้มบางๆเมื่อเห็นเธอ

“ผมมีคนที่ผมรัก ผมต้องใส่ใจความรู้สึกเขา ขอโทษนะครับพี่อ้าย...ผมมีความสุขกับชีวิตที่เป็นอยู่ตอนนี้แล้ว”

ooooooo

ทรงวาดเดินกลับบ้านกับปิ่นมุกจากโรงพักโดยไม่รู้เลยว่าพันเดชส่งลูกน้องไปพังร้านข้าวต้ม ทิเหล็งพยายามปกป้องกิมเอ็งกับป่วยซังสุดความสามารถจนได้แผลมีดบาดมือเลือดอาบ!

ปิ่นมุกยิ้มกว้างเมื่อเห็นทรงวาดปลอดภัย กระนั้นก็อดกระเง้ากระงอดไม่ได้ที่เขาปิดบังเรื่องแผนตลบหลัง

“ตอนหมวดโทร.มาบอกว่าเฮียจะทำอะไรอั๊วกลัวแทบแย่ ทำไมเฮียถึงไม่บอกให้อั๊วรู้ก่อน”

“บอกแล้วลื้อจะหายกลัวรึไง จะบอกตอนไหนก็ค่าเท่ากันนั่นแหละ”

“แต่อย่างน้อยอั๊วก็ไม่ต้องคิดมากว่าเฮียจะกลับไปเป็นนักเลงอีก”

“อั๊วบอกลื้อแล้วไงให้เชื่ออั๊วไว้ใจอั๊ว คนอย่างอั๊วไม่มีวันผิดคำพูดกับคนที่อั๊วรักหรอก”

บรรยากาศหวานชื่นอบอวลรอบตัวทรงวาดกับปิ่นมุกไม่นาน ทั้งสองก็ต้องเบิกตาโพลงเมื่อเห็นสภาพร้านข้าวต้ม รวมถึงอาการบาดเจ็บของทิเหล็ง ป่วยซังและกิมเอ็งซึ่งถูกทำร้าย ทรงวาดมั่นใจว่าเป็นแผนเอาคืนของพันเดช แต่ที่ทำให้เขากับปิ่นมุกนั่งไม่ติดก็เมื่อรู้ว่าแปะฮ้อออกไปศาลเจ้าตั้งแต่เช้า

ทรงวาดกับปิ่นมุกรีบไปที่ศาลเจ้าแต่ก็สายไปแล้วพันเดชบุกยิงแสกหน้าแปะฮ้อด้วยตัวเอง!

พันเดชวางแผนเอาคืนทรงวาดอย่างแยบยล เขาตั้งใจยิงแปะฮ้อเองเพื่อลวงให้ทรงวาดออกห่างจากปิ่นมุกเปิดโอกาสให้ไต้เกียววางยาสลบและลักพาตัวปิ่นมุกเป็นตัวประกัน!

ไต้เกียวทำสำเร็จตามแผนโดยไม่รู้ว่าปิ่นมุกแอบทิ้งรองเท้าไว้ให้ทรงวาดรู้ว่าเธอถูกลักพาตัว ทรงวาดร้อนรนมากเกือบสติแตกเพราะห่วงปิ่นมุกจนกระทั่งชาญยุทธโทร.บอกข่าวเรื่องแผนเอาคืนของพันเดช

ทรงวาดไม่ได้ติดใจข่าวจากชาญยุทธซึ่งมีแผนร้ายจะดึงทรงวาดกลับมาเป็นพวกโดยใช้ประโยชน์จากพันเดชให้แค้นทรงวาดและฆ่าทุกคนที่น้องชายบุญธรรมรัก

ชาญยุทธไม่ได้เพิ่งเริ่มแผนลวงโลกนี้แต่ซ้อนแผนตั้งแต่ต้นเมื่อทรงวาดมาขอให้ช่วยเล่นละครตบตา เขาไม่เหลือใครให้ช่วยงานจึงคิดแผนดึงทรงวาดกลับมาเริ่มจากให้คนส่งข่าวบอกพันเดชเรื่องแผนดักจับการส่งยาเมื่อวันก่อน

“หน้าที่แกคือปล่อยข่าวให้ไอ้พันเดชมันรู้ว่าตำรวจจะบุกจับยาของมัน มันจะได้เปลี่ยนวันส่งยาได้ทัน”

“ทำไมล่ะครับ ถ้าตำรวจจับได้คาหนังคาเขาคุณพันเดชอาจจะติดคุกตามที่เถ้าแก่เสือวางแผนไว้ก็ได้”

“ฉันต้องการเห็นมันตายเท่านั้น แล้วคนอย่างมันก็ไม่ยอมติดคุกง่ายๆหรอก อาจจะปิดปากพยานเหมือนที่มันชอบทำหรือไม่ก็หนีไปที่อื่น แต่ต่อให้ติดคุกมันก็ยังมีโอกาสออกมาเป็นศัตรูกับฉันอีก”

“แล้วท่านจะช่วยคุณพันเดชไปทำไมล่ะครับ”

“ฉันช่วยมันก็เพื่อให้มันไปล้างแค้นเสือยังไงล่ะ ยิ่งคนที่เสือรักตายทั้งหมดได้ยิ่งดี เสือจะได้เปิดศึกกับมัน ถึงตอนนั้นเสือก็จะไม่เหลือใครนอกจากฉัน!”

ooooooo

ชาญยุทธละอายใจไม่น้อยที่ใช้วิธีสกปรกดึงทรงวาดกลับมาเป็นพวก แต่เพื่อความยิ่งใหญ่ทำให้เขาไม่ลังเล ทรงวาดไม่ติดใจข่าวจากพี่ชายบุญธรรม มุ่งมั่นจะไปช่วยปิ่นมุกโดยมีทิเหล็งกับเฮ้งเตี๋ยงตามไปด้วย

เฮ้งเตี๋ยงเพิ่งมาจากต่างจังหวัดพร้อมพริ้มเพราเพื่อรายงานตัวตามกำหนด เมื่อรู้เรื่องปิ่นมุกถูกพวกพันเดชลักพาตัวก็ไม่รอช้าเสนอตัวช่วยเต็มที่ พริ้มเพราไม่สบายใจนักแต่ไม่อยากขัดใจผัว

“อั๊วขอโทษ แต่อั๊วทนเห็นเฮียโฮ่วไปช่วยอาจูตามลำพังไม่ได้จริงๆ”

“ไม่ใช่เพราะว่าคนพวกนั้นมีส่วนฆ่าพ่อของพี่หรอกเหรอ”

“อั๊วยอมรับเรื่องอาป๊าเป็นสิ่งที่ติดในใจอั๊วมาตลอด อั๊วขอโทษที่ไม่ยอมรับกับลื้อตรงๆ”

พริ้มเพราน้ำตาคลอ ถอนใจยาวก่อนยื่นปืนพกที่เคยเจอในห้องคืนเขา

“ถึงฉันรั้งพี่ได้ก็รั้งไว้แต่ตัว ถ้าพี่ไม่ไปจัดการให้เรียบร้อยก็เหมือนพี่อยู่กับฉันแค่ครึ่งเดียว แต่พี่จำไว้นะว่าพี่คือชีวิตของฉัน ถ้าไม่มีพี่ ฉันก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้ว รับปากกับฉันนะว่าพี่จะกลับมาหาฉัน”

เฮ้งเตี๋ยงกอดเมียรักแน่นที่เข้าใจหัวอกความเป็นลูกกับพี่ชายที่สูญเสียพ่อกับน้องสาว เช่นเดียวกับทิเหล็ง กอดกิมเอ็งแน่นที่ยอมให้เขาไปช่วยทรงวาด

กิมเอ็งร่ำไห้แต่ไม่รั้งหลานชาย “อั๊วมีหลานสองคน เสียอาไช้ไปคนนึงแล้วก็เหลือแต่ลื้อ แต่อั๊วไม่ห้ามลื้อหรอกนะอาเหล็งเพราะลื้อทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ขอให้ฟ้าดินคุ้มครองลื้อ”

“ดูแลตัวเองดีๆนะอาม่า ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับอั๊วอาม่ากลับไปที่โรงเจนะ อย่างน้อยก็ยังมีข้าวกิน”

ป่วยซังแอบฟังสองยายหลานคุยกันแล้วอดไม่ได้โพล่งแทรก “ลื้อดูถูกน้ำใจอั๊วเกินไปแล้วอาเหล็ง อั๊วรักอาม่าเหมือนญาติผู้ใหญ่คนนึง ลื้อไม่ต้องให้อาม่าไปไหนทั้งนั้น อั๊วจะดูแลอาม่าเอง แต่ดีที่สุดคือลื้อต้องไม่เป็นอะไร”

ทิเหล็งซาบซึ้งใจมากจะผละไปแต่ต้องชะงักเมื่อป่วยซังรั้งไว้

“อั๊วรู้มาตลอดว่าลื้อคิดกับอั๊วยังไง แต่คนที่อั๊วรักคือคุณสุเทพ อั๊วก็เลยแกล้งทำเป็นไม่รู้”

“อั๊วเข้าใจ...ลื้อไม่ต้องพูดอะไรแล้ว”

ป่วยซังไม่อยากสูญเสียโอกาสรีบพูดสิ่งที่อยู่ในใจ “อั๊วต้องพูด คุณสุเทพตายไปแล้วแต่ลื้อยังอยู่ อั๊วจะรอลื้อกลับมา ลื้อคงไม่อยากเห็นอั๊วเสียใจซ้ำสองต้องไว้ทุกข์ไปตลอดชีวิตหรอกนะ”

ทิเหล็งดีใจ กำลังใจมาเต็มเปี่ยมจะสู้พวกพันเดช “อั๊วต้องไม่เป็นอะไร อั๊วจะกลับมาหาทุกคน”

ooooooo

ปิ่นมุกถูกจับมัดกับเสาในโกดังร้างแห่งหนึ่งของพันเดช ไต้เกียวรออยู่แล้วเมื่อปิ่นมุกฟื้นก็ยิ้มเย้ยหยัน ปิ่นมุกเห็นไต้เกียวกับพันเดชยืนจ้องตนก็แหวลั่น

“ลื้อ! พวกลื้อฆ่าแปะฮ้อ คนเลวอย่างพวกลื้อมันไม่ตายดีหรอก”

จบคำปิ่นมุกก็ถูกตบหน้าหัน พันเดชเหยียดยิ้มเอ่ยเสียงเย็นกับไต้เกียว

“ฉันเคยบอกเธอแล้วไงว่านังผู้หญิงคนนี้มันไม่ธรรมดา จะตายอยู่แล้วยังปากเก่งอีก”

“ก็แค่คนอวดดีไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ในฐานะอะไรเท่านั้นล่ะค่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะคุณนึกสนุกจะเอามันมาเป็นเหยื่อล่อมันได้ตายไปพร้อมกับไอ้แก่นั่นแล้ว”

“ฉันไม่ได้นึกสนุก แต่ฉันต้องการให้ไอ้เถ้าแก่เสือมันทรมานต่างหาก แค่ตายมันไม่พอ ต้องให้มันเห็นผู้หญิงที่มันรักถูกส่งขายซ่องถึงจะสาสมที่มันหักหลังฉัน!”

ไต้เกียวสะใจ อดไม่ได้แกล้งพูดสั่นประสาทปิ่นมุก “ฉันไม่แน่ใจนะคะว่าเฮียโฮ่วจะอยู่ถึงตอนนั้นรึเปล่าไม่แน่ว่าอาจจะทะเล่อทะล่าบุกไปช่วยนังนี่จนถูกคนที่บ้านคุณยิงตายไปแล้วก็ได้”

ปิ่นมุกหน้าซีดกลัวทรงวาดเป็นอันตราย พันเดชสาแก่ใจมากออกไปสั่งงานลูกน้องข้างนอกเลยเจอฤทธิ์ที่หอบร่างสะบักสะบอมหนีตายจากการปะทะกับทรงวาดเมื่อวันก่อน

“แกเองเหรอฤทธิ์...นึกว่าตายซะแล้ว”

“ผมจะตายได้ไงครับ ถ้ายังไม่ได้ล้างแค้นไอ้เถ้าแก่เสือ”

“งั้นก็รออีกหน่อย ขนยาเสร็จเมื่อไหร่ฉันจะให้แกไปจัดการมันกับผู้หญิงของมันเอง”

ทรงวาดไม่กลัวตาย วางแผนกับทิเหล็งและเฮ้งเตี๋ยงเผาโกดังเพื่อเรียกร้องความสนใจ ล่อพันเดชกับไต้เกียวให้มาหาตนแล้วส่งทิเหล็งกับเฮ้งเตี๋ยงไปช่วยปิ่นมุก

พันเดชกับไต้เกียวติดกับตามคาด ส่งลูกน้องตามประกบทรงวาดแล้วเอ่ยเยาะ

“จุดไฟเผาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจแล้วก็ลอบเข้ามา แผนเก่าไปหน่อยรึเปล่าคะเฮีย”

“ลื้อร่วมมือกับคุณพันเดชจริงๆด้วยอาไต้เกียว เสียดายที่อั๊วรู้ตัวช้าเกินไป”

“ใช่! ไม่อย่างนั้นทั้งอาเจ็กของเฮีย ทั้งอาไช้ก็คงไม่ต้องตาย”

ไต้เกียวพูดอย่างไม่สำนึก ทรงวาดเจ็บใจมากแต่ไม่ทันโต้พันเดชก็โพล่งถาม

“แกมาที่นี่ถูกได้ยังไง มีหนอนบ่อนไส้อยู่ในกลุ่มฉันใช่ไหม”

“ผมไม่รู้ว่าใคร แล้วคุณก็หมดโอกาสหาตัวมันเจอเหมือนกัน!”

ขาดคำทรงวาด ทิเหล็งก็ยิงพันเดชจากมุมลับตาแต่พลาดเป้าหมายหวุดหวิด ทรงวาดฉวยจังหวะนั้นจัดการเหล่าลูกน้องของพันเดชบ้าง ส่วนเฮ้งเตี๋ยงแยกไปจัดการเรื่องเผาโกดังอีกฝั่งเจอกับฤทธิ์ที่มาดักรออย่างใจเย็น

“นึกว่าใคร...ที่แท้ก็ไอ้ลูกแหง่ที่ฉันฆ่าพ่อมันตายนี่เอง”

เฮ้งเตี๋ยงโกรธจัดจะล้างแค้นให้พ่อกับน้องสาวแต่ก็สู้ฤทธิ์ไม่ได้ถูกซ้อมจนน่วม!

ooooooo

ทรงวาดกับทิเหล็งปะทะพวกพันเดชอย่างดุเดือด โดยไม่มีใครคาดฝันรณชิตยกกำลังมาพร้อมชาญยุทธที่จงใจส่งข่าวบอกพวกตำรวจมาล้อมจับพันเดช

ทรงวาดกับทิเหล็งตกใจมากแต่มีสติพอจะสู้พวกพันเดช เช่นเดียวกับไต้เกียวที่หนีกระสุนไปหาปิ่นมุกหวังใช้เป็นตัวประกันเพื่อหลบหนีแต่ปิ่นมุกไม่ยอมง่ายๆ แอบปลดเชือกจากข้อมือด้วยตัวเองจนเลือดซิบ

“คืนนี้แกไม่รอดหรอก!”

ไต้เกียวโมโหตบปิ่นมุกหน้าหัน “ถ้าไม่อยากตายก่อนมีผัวก็หุบปากไปเลย!”

“อั๊วจะพูด ลื้อจะกล้าทำอะไรอั๊ว ลื้อเข้ามานี่ก็คิดจะใช้อั๊วเป็นตัวประกันไม่ใช่เหรอ”

“รอให้อั๊วหนีได้ก่อนเถอะ ลื้อไม่รอดแน่!”

ปิ่นมุกไม่รอให้ถึงเวลานั้นตัดสินใจสลัดเชือกที่ผูกข้อมือไว้หลวมๆ พุ่งใส่ไต้เกียวจนล้มแล้วหนี ทิ้งไต้เกียวให้มองตามด้วยความแค้นใจก่อนจะค่อยๆคลานเอาตัวรอดจากโกดัง

พันเดชไม่ได้คิดถึงไต้เกียวอีก มัววิ่งตามลูกน้องที่ดันเป็นหนอนหรือสายข่าวของชาญยุทธไปมุมลับตาและถูกชาญยุทธยิงกลางหลัง ทรงวาดที่แอบได้ยินลูกน้องพันเดชพูดกับชาญยุทธอย่างนอบน้อมก็อดคิดถึงคำพูดของรณชิตเมื่อวันก่อนไม่ได้ว่าในกลุ่มของพันเดชอาจมีหนอนบ่อนไส้

เฮ้งเตี๋ยงยังสู้กับฤทธิ์แม้ตัวเองจะเสียเปรียบถูกซ้อมปางตาย กระทั่งสบช่องพ่นเลือดใส่ตาอีกฝ่าย ชักมีดพกซึ่งซ่อนในข้อเท้าแล้วแทงจนมิดด้าม!

ฤทธิ์ขาดใจตายเวลาต่อมา เฮ้งเตี๋ยงบาดเจ็บสาหัส แต่ยังประคองตัวเองไปสมทบพวกทิเหล็งได้ ส่วนทรงวาดคาใจเรื่องตำรวจบุกล้อมจับพันเดช พยายามปะติดปะต่อเรื่องราวจนมั่นใจว่าทั้งหมดเป็นแผนของชาญยุทธ

“นี่เป็นแผนพี่อ้ายใช่ไหมครับ”

ชาญยุทธทำไขสือไม่รู้เรื่อง “เรื่องสายของพี่... เสือก็รู้แล้วนี่”

“ผมคิดว่าแค่สายไว้สืบข่าว แต่นี่พี่อ้ายส่งคนมาอยู่ถึงข้างตัว นอกจากจะส่งข่าวแล้วถ้าจะปล่อยข่าวก็ทำได้ไม่ยาก หมวดถึงจับยาเสพติดพลาด ที่แท้หนอนบ่อนไส้ก็คือพี่อ้ายนี่เอง”

“ไปกันใหญ่แล้วเสือ คิดอะไรเลอะเทอะ พี่จะทำอย่างนั้นไปทำไม”

“พี่อ้ายยืมมือนายพันเดชฆ่าครอบครัวของผมเพื่อให้ผมกลับไปรับใช้พี่อ้ายเหมือนเดิมใช่ไหมครับ”

ทรงวาดไม่ทันได้คำตอบ พันเดชที่ยังไม่ตายก็คว้าปืนยิงชาญยุทธเข้าที่เอวด้านข้างอย่างจัง ชาญยุทธโกรธมากควักปืนตัวเองยิงสวนแสกหน้าน้องชายคนละแม่ตายคาที่!

ooooooo

ปิ่นมุกร้องไห้โฮกอดทรงวาด เถ้าแก่หนุ่มกระชับอ้อมแขนก่อนผละไปจัดการไต้เกียวที่หลอกตำรวจหนีไปโกยสมบัติที่บ้านพันเดช ไต้เกียวเจ็บใจที่จนมุม แต่คนอย่างเธอไม่มีวันยอมติดคุกจึงตัดสินใจฆ่าตัวตาย!

ทรงวาดมองศพไต้เกียวด้วยความสมเพชปนเวทนา ก่อนรีบไปโรงพยาบาลเพื่อดูอาการชาญยุทธที่ปิ่นมุกอาสาพามาให้ แต่อาการของชาญยุทธก็หนักหนาสาหัสกว่าที่คิดจนทรงวาดเริ่มใจไม่ดี

กว่าหมอจะออกจากห้องผ่าตัดก็ผ่านไปหลายชั่วโมง ชาญยุทธพ้นขีดอันตรายแต่ผลข้างเคียงของการผ่าตัดก็ทำให้เขาเดินไม่ได้ตลอดชีวิต ทรงวาดสงสารพี่ชายบุญธรรมจับใจ ปิ่นมุกก็รู้สึกไม่ต่างกัน

“อั๊วอาจจะไม่รู้จักนิสัยพี่ชายเฮียดีเท่าเฮียนะแต่เวลาแบบนี้อั๊วไม่แน่ใจว่าระหว่างอยู่คนเดียวกับฟังคำปลอบโยนพี่ชายเฮียจะต้องการอย่างไหนมากกว่ากัน”

ทรงวาดยืนมองร่างชาญยุทธที่นอนนิ่งบนเตียงเพราะฤทธิ์ยาก่อนตัดสินใจ

“คนอย่างพี่อ้ายไม่ต้องการให้ใครมาสงสารเห็นใจทั้งนั้นแหละ...กลับกันก่อนเถอะอาจู”

ชาญยุทธรักษาตัวที่โรงพยาบาลตามลำพังโดยไม่ยอมให้ใครเยี่ยมแม้แต่พี่สาวแท้ๆ ทรงวาดต้องวิ่งรอกจัดการทั้งเรื่องพี่ชายบุญธรรมและงานศพของแปะฮ้อ ปิ่นมุกเข้าใจสถานการณ์ดีเสนอตัวช่วยทุกอย่างเต็มที่

ทรงวาดเห็นเธอจัดการทุกอย่างด้วยความคล่องแคล่วก็อดปลื้มไม่ได้ “ลื้อเข้มแข็งกว่าที่อั๊วคิดไว้เยอะ ทั้งๆ ที่ลื้อเจอเรื่องหนักๆมามากแต่กลับคุมสติได้ดีแล้วก็ทำหน้าที่ทุกอย่างได้ไม่มีขาดตกบกพร่องเลย”

“เพราะอั๊วมีเฮียไง อั๊วอยากแบ่งเบาภาระเฮีย เล็กน้อยก็ยังดี แล้วอั๊วก็อยากทำให้แปะเป็นครั้งสุดท้าย”

“แปะเคยพูดกับอั๊วว่าการต่อสู้แย่งชิงอำนาจวาสนาเป็นเรื่องไร้ค่าไร้ความหมาย มันเป็นอย่างที่แปะพูดไว้จริงๆ”

งานศพแปะฮ้อผ่านไปหลายวัน เฮ้งเตี๋ยงรักษาตัวจนหายจึงจุดธูปไหว้ป้ายสถิตวิญญาณเม่งฮงกับลี่เง็กบอกกล่าวเรื่องล้างแค้นและกราบลาไปอยู่ต่างจังหวัดกับพริ้มเพรา

พริ้มเพราซึ้งใจมากที่ผัวล้มเลิกความตั้งใจจะก่อตั้งแก๊งหกห้องอีกครั้งและกลับไปเริ่มต้นชีวิตครอบครัวกับเธออย่างจริงจัง เช่นเดียวกับทิเหล็งที่ดีใจเนื้อเต้นเมื่อรู้ว่าป่วยซังมีใจ

ป่วยซังทำขนมอี๋บอกความในใจกับทิเหล็งแต่เจ้าตัวไม่รู้เรื่อง ร้อนถึงกิมเอ็งต้องพูดกับหลานชาย

“ขนมแบบนี้เขาทำกินกันเรื่อยๆเหรอ ขนมอี๋เป็นขนมมงคลให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวป้อนให้กันในวันแต่งงานมีความหมายให้ชีวิตรักเหนียวแน่นราบรื่นเหมือนขนมอี๋ อีบอกใบ้ลื้อขนาดนี้แล้วยังไม่เข้าใจอีกเหรออาเหล็ง”

ทิเหล็งสุขใจมาก คว้าถ้วยขนมมากินจนหมด ยินดีมากจะได้เริ่มต้นชีวิตคู่กับป่วยซัง

ooooooo

ชาญยุทธยังทำใจไม่ได้ที่กลายเป็นคนพิการ อนาคตทางการเมืองดับวูบต้องรักษาตัวที่บ้านโดยไม่ยอมพบหน้าผู้คน ทรงวาดหนักใจมากและอดไม่ได้ระบายกับปิ่นมุก

“พี่อ้ายยังไม่ยอมให้ใครเยี่ยมเลยแม้แต่พี่เอื้อย เรื่องคราวนี้คงสะเทือนใจพี่อ้ายมากจริงๆ”

“จู่ๆก็ต้องกลายเป็นคนพิการ เป็นใครก็ต้องสะเทือนใจทั้งนั้นแหละเฮีย”

“ลื้อคงไม่ว่าอะไรนะถ้าอั๊วจะขอติดต่อหรือไปพบกับพี่อ้ายบ้าง”

“อั๊วจะไปว่าอะไรล่ะ พี่ชายเฮียไม่ไปหาสิแปลก”

“ถ้าอย่างนั้นอั๊วก็หมดห่วงไปเรื่อง...ยังเหลืออีกเรื่อง...เมื่อไหร่ลื้อจะเรียนจบ”

แววตากรุ้มกริ่มของทรงวาดทำให้ปิ่นมุกเขินเฉไฉกลบเกลื่อน

“เรียนจบก็ต้องไปใช้ทุนที่ต่างจังหวัดต่ออีกตั้งหลายปี เฮียรอไปก่อนนะ”

“อั๊วรู้นะ...เกรดเฉลี่ยลื้อขอทุนต่อแพทย์เฉพาะทางได้สบายๆ ถ้าลื้อต่อเฉพาะทางก็ต้องเรียนที่นี่ จบแล้วก็ใช้ทุนด้วยการเป็นอาจารย์แพทย์แทน...อั๊วพูดถูกไหมล่ะ”

“ร้ายนักนะเฮีย แอบหาข้อมูลมาซะละเอียดเลย ถ้าอั๊วเป็นปิศาจน้อยนะเฮียก็ต้องเป็นพ่อปิศาจแน่ๆ”

“อั๊วรอลื้อมานานแล้วนะ ลื้อไม่เห็นใจอั๊วบ้างเหรออาจู”

ทรงวาดอ้อนเสียงอ่อน ปิ่นมุกชอบใจแต่ทำค้อนใส่ “รอนานแค่ไหนกันเชียว”

“ก็ตั้งแต่ลื้อยังเด็ก”

“สมภารกินไก่วัด!”

“ลื้อจะให้อั๊วรอจนแก่ไม่มีแรงเคี้ยวไก่เลยรึไงอาจู”

ปิ่นมุกแกล้งถอนใจหน่ายๆ ก่อนยิ้มกว้างเมื่อเขาดึงไปกอดและหอมแก้มฟอดใหญ่...ความรักเก็บไว้มานานจะได้เบ่งบานหอมหวานสมปรารถนาเสียที...

การรอคอยของทรงวาดสิ้นสุดอีกสองปีต่อมาเมื่อปิ่นมุกเรียนจบและได้เป็นหมอเต็มตัว รณชิตก็ได้เลื่อนยศเป็นร้อยตำรวจเอกแต่ยังแวะเวียนมาเยี่ยมทรงวาดกับปิ่นมุกเสมอในฐานะลูกค้าประจำร้านข้าวต้ม

ทรงวาดมีความสุขกับทุกวันที่ผ่านมาตลอดสองปี และแล้ววันที่เขารอคอยก็มาถึง...วันรับปริญญาของปิ่นมุก เถ้าแก่หนุ่มถือวิสาสะเข้าไปปลุกถึงในห้องนอนจนปิ่นมุกอดบ่นไม่ได้

“ทีหลังเฮียอย่าทำงี้อีกนะ หน้าตาตอนตื่นนอนมันดูได้ซะที่ไหนล่ะ”

“ยังไงอั๊วก็ต้องอยู่กับหน้าตื่นนอนของลื้อไปตลอดชีวิตอยู่แล้ว จะอายอั๊วไปทำไมอาจู”

คำพูดเย้าของเขาทำให้ปิ่นมุกหน้าแดงก่ำ ต้องแสร้งทำโมโหกลบอารมณ์เขิน

“เฮียเป็นผู้ชายไม่เข้าใจหรอกน่ะ...ออกไปเดี๋ยวนี้เลยเฮีย!”

ooooooo

งานรับปริญญาของปิ่นมุกผ่านไปด้วยดี ทุกคนในครอบครัวรวมทั้งรณชิตไปร่วมงานพร้อมหน้า พร้อมตา กระทั่งเสร็จสิ้นทรงวาดจึงพาปิ่นมุกไปเยี่ยมหลุมฝังศพก๊กไช้กับแปะฮ้อ

ปิ่นมุกเปิดฉากบอกคนที่รักทั้งสองด้วยรอยยิ้ม “แปะ อาไช้...อั๊วมาเยี่ยม อั๊วรับปริญญาแล้วนะ ใบประกอบโรคศิลป์ก็ผ่านแล้ว เป็นหมอเต็มตัวซะที ถ้าพวกลื้อยังอยู่ก็คงได้ดีใจกับอั๊วด้วย”

ทรงวาดเห็นปิ่นมุกน้ำตาคลอก็โอบปลอบพลางพูดกับหลุมฝังศพทั้งสอง “ปิศาจน้อยของพวกลื้อเป็นหมอรักษาคนแล้วนะ เด็กแสบที่ทะเลาะกับชาวบ้านไม่เว้น แต่ละวัน สร้างแต่เรื่องปวดหัว กลายเป็นแพทย์หญิงปิ่นมุกไปแล้ว”

ปิ่นมุกปาดน้ำตาต่อว่าเสียงเขียว “นี่เฮียนินทาอั๊วต่อหน้าเลยนะ”

“อั๊วไม่ได้นินทาซะหน่อย อั๊วอยากให้วิญญาณพวกอีภูมิใจในตัวลื้อเหมือนที่อั๊วภูมิใจต่างหาก ลื้อคิดดู... จะมีอะไรน่าภูมิใจไปกว่าเห็นเด็กดื้อร้ายกาจอย่างลื้อประสบความสำเร็จอีกล่ะ”

ทรงวาดเย้า ปิ่นมุกค้อนจนเขาต้องปะเหลาะเสียงอ่อน “ถ้าแปะกับอาไช้ยังอยู่ก็ต้องพูดเหมือนอั๊ว

ลื้อคือความภูมิใจของอั๊ว ของแปะฮ้อ ของอาไช้ ของพวกเราทุกคน ลื้อคือสิ่งที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นในชีวิตของอั๊วเลยนะอาจู”

พูดจบก็ดึงเธอมากอดพลางให้คำสัญญากับที่ฝังศพทั้งสอง

“แปะ อาไช้...พวกลื้อไม่ต้องห่วงนะ อั๊วจะรักปิศาจน้อยของพวกลื้อเท่าชีวิตของอั๊วเอง...”

เรื่องราวของทรงวาดกับปิ่นมุกจบลงด้วยดี ต่างจากชาญยุทธที่ยังทำใจไม่ได้กับสภาพที่ต้องกลายเป็นคนพิการ อาละวาดฟาดหัวฟาดหางจนใครก็เข้าหน้าไม่ติด มีเพียงทรงวาดที่แวะมาเยี่ยมอย่างสม่ำเสมอ

“เด็กบอกว่าพี่อ้ายยังไม่ได้กินข้าวเย็นผมก็เลยเข้าครัวต้มข้าวต้มมาให้ ลองชิมสักนิดนะครับ”

“ฉันไม่หิว เอาออกไป!”

“ข้าวต้มผมอร่อยนะครับ ลูกค้าแน่นทุกวันเลย บางคนถ้ารู้ว่าผมไม่อยู่ถึงขนาดไม่กินฝีมือคนอื่นเลยนะครับ”

นอกจากทรงวาด ปิ่นมุกก็ติดสอยห้อยตามเถ้าแก่หนุ่มมาด้วยเพื่อดูอาการให้ชาญยุทธ

“ก็ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่ต้องการพบคนอื่นที่ไม่ใช่คนในครอบครัวของฉัน ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องเหรอ”

ปิ่นมุกไม่ถือสา โต้อย่างใจเย็น “รู้เรื่องค่ะ...แต่วันนี้ฉันมาทำหน้าที่ของหมอนะคะ เฮียบอกว่าคุณเบี้ยวนัดหมอมาหลายครั้งแล้ว  ฉันก็เลยต้องมาตรวจคุณด้วยตัวเอง”

ความจริงใจของปิ่นมุกทำให้ชาญยุทธใจอ่อนยอมให้เธอมาหาพร้อมทรงวาด เถ้าแก่หนุ่มปลื้มใจที่เธออดทนและยอมละทิฐิเพื่อคนที่เขารัก และเขาก็เชื่อว่าอีกไม่นานชาญยุทธจะทำใจได้...

ปิ่นมุกกลายเป็นคุณหมอเต็มตัว ได้ทำตามตั้งใจคือเปิดคลินิกในตึกหกห้องรักษาคนจน ป่วยซังกับทิเหล็งตกลงใจใช้ชีวิตด้วยกันจนทั้งสองกำลังจะมีลูก ทรงวาดเป็นหัวหน้าพ่อครัวร้านข้าวต้มและเป็นเถ้าแก่หนุ่มคนดังของเยาวราชเหมือนเดิม เขากับปิ่นมุกช่วยกันจัดงานฉลองที่ศาลเจ้า...สถานที่ที่เขากับเธอพบกันครั้งแรก

ภาพในอดีตผุดในหัวทั้งสอง ปิ่นมุกคิดถึงเวลาที่ต้องเป็นกำพร้าเร่ร่อนในศาลเจ้ากระทั่งทรงวาดรับไปอุปการะ ส่วนทรงวาดก็คิดถึงคำสอนของแปะฮ้อที่เตือนให้เขาอดทนต่ออุปสรรคต่างๆ

“แปะฮ้อเคยสอนอั๊ว...คำว่าอดทนประกอบด้วยอักษรสองคำ...คือคำว่าตอกับคำว่าซิม ตอคือมีดที่ปักบนซิมหรือหัวใจ...มีดปักกลางใจมันเป็นความทรมานที่เราต้องผ่านมันไป นั่นคือความหมายของคำว่าอดทน”

“แปะฮ้อจากเราไปแล้วแต่คำสอนของแปะยังอยู่กับเราเสมอนะเฮีย”

“แต่ยังมีอยู่ข้อนึงที่แปะฮ้อไม่รู้...อั๊วอดทนผ่านทุกอย่างมาได้ก็เพราะอั๊วมีลื้ออยู่ข้างๆ”

ปิ่นมุกยิ้มหน้าแดง ทรงวาดจับมือเธอแล้วกระซิบข้างหู “รักอั๊ว อยู่กับอั๊วตลอดไปนะอาจู”

“ไม่รู้สิ...ขอคิดดูก่อน”

ทรงวาดเอ็นดูท่าทางกระเง้ากระงอดของเธอ แกล้งเย้า “อั๊วต้องรีบส่งผู้ใหญ่ไปสู่ขอซะแล้วเดี๋ยวลื้อเปลี่ยนใจ นี่อั๊วจะไปสู่ขอลื้อได้จากใครล่ะ ญาติผู้ใหญ่ลื้อก็มีอั๊วคนเดียว ยังไงอั๊วก็ต้องยกให้อยู่แล้ว”

“ร้ายนักนะเฮีย”

“ทางสะดวกขนาดนี้อั๊วว่าที่จริงข้ามขั้นตอนไปส่งตัวเข้าหอเลยก็ได้นะ...ประหยัดดี”

ปิ่นมุกเขินจัดหยิกเขาเต็มแรงแต่ทรงวาดไม่ถือสาดึงตัวมากอด...ในที่สุดวันที่เขารอคอยก็มาถึงจริงๆสักที

ooooooo

–อวสาน–


ละครชาติเสือพันธุ์มังกร ตอนที่ 12(ตอนจบ) อ่านชาติเสือพันธุ์มังกร ติดตามชาติเสือพันธุ์มังกร ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย เจมส์ มาร์,เดียร์น่า ฟลีโป 13 ธ.ค. 2561 07:10 2018-12-15T00:11:09+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ