ข่าว

วิดีโอ



ชาติเสือพันธุ์มังกร

อ่านเรื่องย่อ

แนว: แอคชั่น-ดราม่า-พีเรียด

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: บทกร

กำกับการแสดงโดย: กิตติศักดิ์ ชีวาสัจจาสกุล

ผลิตโดย: บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: เจมส์ มาร์,เดียร์น่า ฟลีโป

ทรงวาดไม่มีทางเลือก ต้องไปจัดการแสดงแสนยานุภาพของนายตามที่ชาญยุทธต้องการ เขาสั่งทิเหล็งกับก๊กไช้ให้เฝ้าปิ่นมุก  ส่วนตัวเองไปขอแรงเม่งฮง เฮ้งเตี๋ยงและฮุ่ยเซี้ยง

ฮุ่ยเซี้ยงหน้าซีดตามประสาวัวสันหลังหวะ กลัวทรงวาดแฉเบื้องหลังปลิ้นปล้อนและนกสองหัวของตน เม่งฮงเห็นฮุ่ยเซี้ยงลังเลจึงไม่บังคับ ต่างจากเฮ้งเตี๋ยงที่ยิ่งกว่าเต็มใจจะช่วยทรงวาด

“ลื้อไหวแน่นะอาเตี๋ยง งานแค่นี้อั๊วกับอาเจ็กจัดการได้ ลื้ออยู่ที่นี่ก็ได้ไม่ต้องไปหรอก”

ทรงวาดเป็นห่วงลูกพี่ลูกน้องหนุ่มไม่อยากให้เสี่ยง แต่เฮ้งเตี๋ยงยืนกรานจะช่วย “อั๊วดีขึ้นแล้ว พวกมันบังอาจทำร้ายเฮียถึงสองครั้ง อั๊วยอมให้ใครมาหยามเฮียขนาดนี้ไม่ได้หรอก ไม่งั้นก็อย่าเป็นพี่น้องกันเลย”

เฮ้งเตี๋ยงฮึกเหิมมากจะได้ช่วยทรงวาดล้างแค้นจิวก้วงอดีตคนงานโรงน้ำชาที่ก่อเรื่องไม่หยุดหย่อน  ลี่เง็กอยากไปด้วยหวังพิสูจน์ตัวว่ามีประโยชน์กับแก๊งไม่น้อยกว่าพี่ชาย แต่เม่งฮงไม่ให้ไปทำให้เธอโกรธมาก น้อยใจพ่อกับพี่ชายที่ลำเอียงเห็นความสำคัญผู้ชายมากกว่าผู้หญิง

ฮุ่ยเซี้ยงต้องตามน้ำร่วมขบวนแก๊งไปจัดการจิวก้วงเพราะไม่อยากถูกสงสัย โดยคิดไม่ถึงว่าทรงวาดแอบจับตาตลอดและค่อนข้างมั่นใจว่าฮุ่ยเซี้ยงรู้เห็นเรื่องจิวก้วง

ทรงวาดเอาข้อมูลแหล่งกบดานของจิวก้วงมาจากชาญยุทธโดยไม่รู้ว่าทั้งหมดเป็นแผนตลบหลังของพันเดชที่จงใจปล่อยข่าวที่ซ่อนตัวของจิวก้วงเพื่อลวงแก๊งหกห้องโดยเฉพาะทรงวาดไปติดกับ!

ฮุ่ยเซี้ยงก็ไม่รู้เรื่องแผนตลบหลังของพันเดชจึงคิดฆ่าปิดปากจิวก้วง แต่ทรงวาดรู้ทันรั้งตัวไว้

“ลื้อมาดึงอั๊วทำไมอาโฮ่ว”

“อั๊วควรถามโอ๊วแปะมากกว่าว่าจะทำอะไร”

“อั๊วก็จะไปยิงกบาลไอ้จิวก้วงมันน่ะสิ”

“จำเป็นด้วยเหรอโอ๊วแปะ พวกเราล้อมไว้หมดแล้วยังไงมันก็ไม่รอด โอ๊วแปะเข้าไปเกิดเสียจังหวะจะทำยังไง”

“พูดอย่างนี้ลื้อดูถูกอั๊วนี่หว่า...ไอ้เด็กเมื่อวานซืน!”

จิวก้วงคิดว่าฮุ่ยเซี้ยงมาช่วยจึงแกล้งจับอีกฝ่ายเป็นตัวประกันก่อนเปิดฉากยิงพวกทรงวาด ฮุ่ยเซี้ยงฉวยจังหวะตอนจิวก้วงเผลอฆ่าปิดปากด้วยการกระหน่ำยิงหลายนัด เฮ้งเตี๋ยงถึงกับเซ็งเพราะผิดแผน

“ฆ่ามันทำไมโอ๊วแปะ พวกเราจะจับเป็นมัน”

ฮุ่ยเซี้ยงแก้ตัวข้างๆคูๆ “อั๊วโมโห ไม่ทันคิด ก็มันหยามอั๊วนี่หว่า”

ทรงวาดสีหน้าเคร่งเครียดเพราะจิวก้วงตายก็หมดหนทางสาวถึงตัวบงการ เขาคิดหาทางแก้แต่ไม่ทันได้เรื่องจู่ๆก็มีห่ากระสุนปืนกลกราดยิงเข้ามาในบ้านพักของจิวก้วง!

ooooooo

ระหว่างที่พวกทรงวาดตกในวงล้อมห่ากระสุนพวกพันเดช อาการปิ่นมุกทรุดหนักจนก๊กไช้ต้องโทร.ตามอรุณรุ่งหรือฮุ่ยหลิงมากลางดึก ทิเหล็งก็เครียดมากได้แต่ภาวนาให้ปิ่นมุกหรือปิศาจน้อยของบ้านพ้นขีดอันตราย

เม่งฮงถูกลูกหลงกระสุนที่ขาทำให้เดินลำบาก ทรงวาดต้องพยุงกลายเป็นอุปสรรคให้ชาวแก๊งหนีจากบ้านจิวก้วงยากขึ้น ฮุ่ยเซี้ยงกระวนกระวายด้วยความกลัวตายและพาลโทษทุกอย่างว่าเป็นความผิดทรงวาด

ทรงวาดไม่ถือสาอารมณ์เกรี้ยวกราดของฮุ่ยเซี้ยง เช่นเดียวกับเม่งฮงที่คิดหาทางหนีทีไล่

“มันล้อมเราไว้หมดขึ้นอยู่กับว่าจะบุกเข้ามาเมื่อไหร่เท่านั้นเอง ทางรอดเดียวของเราก็คือต้องฝ่าออกไป”

ฮุ่ยเซี้ยงไม่เห็นด้วย “พูดซี้ซั้วน่ะอาฮง พวกมันมีเป็นฝูงจะฝ่าไปได้ยังไง แล้วถึงฝ่าได้กว่าจะหนีถึงรถพวกเราก็อีกตั้งไกล ไอ้บ้านหลังนี้มันตั้งอยู่กลางสวนห่างถนนตั้งเยอะ ละแวกนี้ก็ไม่มีบ้านคนสักหลัง”

ทรงวาดฉุกใจคิดว่าจิวก้วงต้องมีทางเข้าออกบ้านทางอื่น เขาสำรวจบ้านอีกครั้งจึงพบว่ามีมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งซ่อนอยู่ เฮ้งเตี๋ยงอาสาขี่มอเตอร์ไซค์ล่อฝ่ายที่กราดกระสุนใส่เพื่อเปิดทางหนีให้คนอื่น ทรงวาดยอมเพราะไม่มีทางเลือก ต่างจากฮุ่ยเซี้ยงที่เอะอะเมื่อเห็นว่าเม่งฮงเป็นตัวถ่วง

“โอ๊ย ไอ้พระเอกงิ้ว...ถ้าพวกมันแห่กันมาลื้อคนเดียวสู้ไหวเหรอ”

“ไหวหรือไม่ไหวอั๊วก็ต้องสู้ อาเจ็กอั๊วเป็นน้องบุญธรรมโอ๊วแปะนะ หรือจวนตัวก็เลยเห็นว่าอาเจ็กอั๊วเป็นตัวถ่วง”

ฮุ่ยเซี้ยงหน้าเจื่อน ทั้งกลัวถูกแฉและกลัวตาย ทรงวาดยิ่งมั่นใจว่าอีกฝ่ายเป็นหนอนบ่อนไส้ แต่ไม่ทันพูดอะไร พันเดชที่ไม่หลงกลเฮ้งเตี๋ยงพาพวกมาตามจับ ฮุ่ยเซี้ยงทนแรงกดดันไม่ไหววิ่งหนี ทิ้งให้ทรงวาดกับเม่งฮงซ่อนตัวด้วยการใช้โคลนพรางตัวตามลำพัง

“นอนนิ่งๆนะอาเจ็ก อย่าส่งเสียง ถ้าโชคดีเราอาจจะรอด”

เม่งฮงลุ้นหนักเช่นเดียวกับทรงวาด เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามากระทั่งทั้งสองได้ยินเสียงใครบางคน

“ท่านครับ...เจอรอยเท้าแล้วครับ”

ทรงวาดพยายามเพ่งมองว่าใครคิดร้ายพวกตนแต่ความมืดทำให้มองไม่ชัด ได้แต่เก็บความสงสัยในใจว่าใครคือท่านที่คนพวกนั้นพูดถึง...

ooooooo

พันเดชคลาดจากพวกทรงวาดหวุดหวิด รอยเท้าที่พวกลูกน้องเห็นแท้จริงคือรอยเท้าฮุ่ยเซี้ยงซึ่งแยกหนีมาก่อน พันเดชหัวเสียมาก ได้แต่เข่นเขี้ยวคนเดียวที่จัดการทรงวาดไม่สำเร็จ!

ทรงวาดพาเม่งฮงกลับบ้าน เฮ้งเตี๋ยงรออยู่แล้วพร้อมลี่เง็กที่สาดอารมณ์ใส่ทรงวาดทันทีที่เจอหน้า

“เพราะลื้อคนเดียว พาคนของเราไปตายแล้วยังทำให้อาป๊าเจ็บตัวอีก”

“หุบปากอาเง็ก! ถ้าไม่ได้อาโฮ่วช่วยอั๊วตายไปแล้ว ลื้ออย่าก้าวร้าวอาโฮ่วให้อั๊วได้ยินอีกนะ”

เม่งฮงตวาดลูกสาวที่โมโหจนขาดสติ แต่มีหรือลี่เง็กจะฟัง โวยลั่น

“นี่อาป๊าด่าอั๊วเหรอ อั๊วเป็นห่วงอาป๊าไม่ได้นอนทั้งคืน พอเฮียเตี๋ยงกลับมาบอกว่าอาป๊าถูกยิง อั๊วกลัวแทบบ้าตาย  แต่ไอ้หมาโฮ่วมันเป็นคนพาอาป๊าไปถูกยิงแท้ๆอาป๊ากลับเข้าข้างมันอีก”

ลี่เง็กทั้งโกรธทั้งน้อยใจพ่อแต่เม่งฮงกลับตบสั่งสอนฉาดใหญ่ ทรงวาดเหนื่อยเกินกว่าจะห้าม ยิ่งทำให้ลี่เง็กโมโหและทวีความเกลียดชังที่มีต่อลูกพี่ลูกน้องหนุ่ม กระนั้นก็ทำอะไรไม่ได้ต้องผละหนี เฮ้งเตี๋ยงก็แยกไปเอาอุปกรณ์ทำแผล ทิ้งทรงวาดนั่งคุยกับเม่งฮงตามลำพังถึงข้อสงสัยที่เกิดขึ้น

“อาเจ็กครับ...คนอย่างพวกเราเรียกเจ้านายตัวเองว่าเฮียบ้าง นายบ้าง แต่ไม่มีใครค่อยเรียกท่านใช่ไหมครับ”

“ไม่มีหรอก นักเลงอย่างพวกเราไม่ใช่ผู้ดีจะเรียกท่านได้ยังไง...ลื้อถามทำไม”

ทรงวาดไม่ได้ตอบคำถามเม่งฮงแต่เก็บข้อสันนิษฐานไว้ในใจว่าคนร้ายปริศนาที่กราดห่ากระสุนใส่พวกเขาต้องเป็นพวกที่อยู่นอกแก๊งในเยาวราช...

หลังส่งเม่งฮงกลับโรงน้ำชาทรงวาดก็ไปดูอาการปิ่นมุกที่โรงพยาบาลจึงได้พบอรุณรุ่งซึ่งมาเฝ้ารุ่นน้องสาวทั้งคืนเพราะอาการทรุดหนักแถมละเมอเพ้อหนักจากพิษไข้

ขณะที่พวกทรงวาดเฝ้าอาการปิ่นมุกถึงเช้า พันเดชลงจากห้องอย่างเบิกบานที่ปิดปากจิวก้วงได้ แถมทำให้ความเชื่อมั่นของพวกแก๊งในเยาวราชที่มีต่อนายสั่นคลอน ไต้เกียวเห็นเขายิ้มแย้มอดทักไม่ได้ว่าจะไปไหนแต่เช้า

พันเดชหุบยิ้ม ทำหน้าเซ็งเมื่อคิดถึงภารกิจวันนี้ “ไปบ้านไอ้ชาญยุทธ...มีงานต้องทำร่วมกับมันหน่อย บ่ายๆก็ต้องไปประชุมพรรคด้วยกันอีก...เสียดายที่เมื่อคืนไอ้เถ้าแก่เสือรอดไปได้”

“ไม่ต้องเสียดายหรอกค่ะ อย่างน้อยเรื่องเมื่อคืนก็ทำให้วันนี้ไม่มีใครจ่ายค่าคุ้มครองให้พวกมันสักคน คุณใกล้จะได้ทุกอย่างตามที่ต้องการแล้วนะคะ”

“ก็เพราะเธอนั่นแหละ ไม่ได้เธอช่วยวางแผนฉันก็คงทำไม่ได้”

“ถ้าอย่างนั้นฉันขออะไรอย่างได้ไหมคะ” ไต้เกียวสีหน้าจริงจังเพราะเพิ่งรู้เรื่องฮุ่ยเซี้ยงเกือบตาย “คุณอย่าทำแบบเมื่อคืนอีก ฉันรู้นะคะว่าคุณจงใจปล่อยข่าวให้พวกเฮียโฮ่วรู้ที่อยู่ของจิวก้วงเพื่อล่อให้ไปติดกับ แค่ใช้ลูกน้องตัวเองเป็นเหยื่อก็แย่พอแล้ว คุณยังเกือบฆ่าอาแปะของฉันอีก”

“ฉันยอมรับผิด อยากเอาชนะพวกมันมากไปหน่อยจนลืมคิด ฉันให้สัญญาว่าต่อไปจะไม่ทำอีกแล้ว”

พันเดชแกล้งรับปากแบบขอไปที จนเมื่อไต้เกียวแยกไปถึงเปลี่ยนสีหน้าเป็นถมึงทึง ไม่พอใจที่ไต้เกียวกล้าต่อรองเขา แต่ยังทำอะไรหญิงสาวไม่ได้เพราะต้องใช้ประโยชน์อีกเยอะ...

ooooooo

ในที่สุดอาการของปิ่นมุกก็พ้นขีดอันตราย ทรงวาดโล่งใจมากเช่นเดียวกับก๊กไช้ ทิเหล็งและอรุณรุ่งที่เฝ้ากันทั้งคืน รณชิตแวะมาเยี่ยมปิ่นมุกเช้าวันเดียวกัน เห็นพร้อมหน้าพร้อมตาก็อดแหย่ทรงวาดไม่ได้

“นี่ผมนึกว่าผมมาคนแรกแล้วนะเนี่ย น้องมุกเป็นยังไงบ้าง”

ทรงวาดหน้าตึงด้วยความหึงหวง “พ้นขีดอันตรายแล้วแต่ยังต้องคอยระวังอยู่”

“ค่อยโล่งอกหน่อย เมื่อคืนห่วงน้องมุกจนนอนไม่หลับทั้งคืนเลย”

รณชิตยังไม่หยุดยั่วประสาทแถมแกล้งถามถึงเหตุยิงปะทะเมื่อคืน

“แต่การนอนไม่หลับก็เลยทำให้ผมรู้ว่าคนที่แทงน้องมุกตายแล้ว”

ทรงวาดทำไขสือตีหน้าตาย “อ้าวเหรอครับ...แล้วเกิดอะไรขึ้นล่ะครับ”

“ข้อจำกัดของตำรวจคือต้องรอพยานหลักฐานแต่คุณก็อย่าได้ใจนัก...พลาดเมื่อไหร่สนุกแน่ อ้อ...อีกเรื่อง  สายของผมบอกว่ากลุ่มต่างๆในเขตตัวเมืองเริ่มมีการเคลื่อนไหวแปลกๆ ถ้าไม่ใช่ฝีมือคุณก็ระวังไว้ดูท่าทางจะไม่ใช่เรื่องเล็ก”

ข่าวจากรณชิตทำให้ทรงวาดนั่งไม่ติดเพราะแน่ใจว่าเหตุยิงปะทะเมื่อคืนทำให้ความเชื่อมั่นของแก๊งต่างๆที่มีต่อนายสั่นคลอน เถ้าแก่เจ้าของโรงสีไม่รอช้าบุกบ้านพ่อกับพี่ชายบุญธรรมในเช้าวันเดียวกันชาญยุทธเห็นหน้าน้องชายบุญธรรมก็รีบออกตัว

“พี่รู้เรื่องหมดแล้ว...ขอโทษเสือด้วยนะที่ทำให้ถูกตลบหลังจนเกือบแย่”

“ไม่ต้องขอโทษหรอกครับพี่อ้าย ผมเองก็พลาดเหมือนกัน ส่วนเรื่องที่ไม่มีใครยอมจ่ายค่าคุ้มครองผมอยากจะขอร้องพี่อ้ายให้โอกาสผมอีกสักครั้ง ผมจะแก้ไขเรื่องนี้เองครับ”

“มันสายไปแล้วเสือ พี่ตัดสินใจไปแล้ว”

ทรงวาดหน้าเสียเพราะรู้ดีว่าชาญยุทธคงได้รับอนุมัติจากการันต์พ่อบุญธรรมมาแล้วจึงยืนยันเช่นนี้ วิสูตรเข้าใจความรู้สึกทรงวาดแต่ก็อยากให้เขาคิดถึงความสำคัญของการรักษาอำนาจด้วย

“มันจำเป็นนะครับคุณเสือ ถ้าเราไม่ทำทุกคนก็จะยิ่งดูถูกพวกเรา บารมีที่สั่งสมมาทั้งหมดคงหมดลงคราวนี้ ผมทราบว่ามันคงเป็นสงครามย่อยๆแต่ก็ไม่มีทางเลี่ยงแล้วครับ”

ชาญยุทธมองหน้าน้องชายบุญธรรมนิ่ง ทรงวาดคิดหนักก่อนต่อรองขอเวลา

“เจ็ดวันก็ได้ครับ ถ้าภายในเจ็ดวันผมทำให้ทุกคนจ่ายค่าคุ้มครองเหมือนเดิมไม่ได้พี่อ้ายจะทำอะไรก็เชิญครับ”

ข้อต่อรองของทรงวาดทำให้ชาญยุทธลำบากใจแต่ไม่ทันตอบสาวใช้ก็บอกว่าพันเดชมาถึงแล้ว ชาญยุทธจึงต้องตัดสินใจ “พี่จะให้โอกาสเสือ  ถือว่าชดเชยที่ทำให้เมื่อคืนเสือไปติดกับ...แต่แค่เจ็ดวันเท่านั้นนะ”

ทรงวาดดีใจมาก คิดจะใช้เจ็ดวันนี้แฉฮุ่ยเซี้ยงเพื่อเรียกความเชื่อมั่นคืนจากทุกแก๊ง แต่ก่อนจะถึงเวลานั้นการปรากฏตัวของพันเดชกับเหล่าลูกน้องก็ทำให้เขาสงสัย...หรือพันเดชจะเกี่ยวข้องกับเรื่องเมื่อคืน!

ooooooo

น้ำเสียงและท่าทางของพันเดชคาใจทรงวาดมาก โดยเฉพาะเสียงเรียกท่านของเหล่าลูกน้องทำให้เขาอดคิดถึงเหตุยิงปะทะเมื่อคืนไม่ได้ กระนั้นก็ไม่มีหลักฐาน ได้แต่ส่งวิสูตรตามสืบเรื่องราวอีกฝ่ายแบบลับๆ


ทรงวาดกลับบ้านทันเห็นป่วยซังน้องสาวคนเดียวนั่งมองรูปสุเทพแล้วร้องไห้ โดยมีพริ้มเพราคอยปลอบ

“พี่ซังคะ...หนูรู้ว่าไม่ควรพูด แต่หนูอยากให้พี่ตัดใจให้ได้ค่ะ พี่รู้ตัวไหมคะว่าแค่สามสี่วันเท่านั้นเองแต่พี่ผอมลงไปมาก หนูเป็นห่วงพี่นะคะ”

“ขอบใจนะ...อั๊วรู้ว่าทุกคนเป็นห่วง สักวันอั๊วก็คงทำใจได้เอง แต่...แต่ชาตินี้อั๊วคงไม่มีวันลืมคุณสุเทพไปได้หรอก”

ป่วยซังเอ่ยทั้งน้ำตา ทรงวาดทนไม่ไหวปรากฏตัว “ลืมไม่ได้ก็ไม่ต้องลืม...แค่ลื้อรักตัวเองแล้วอย่าทำให้วิญญาณของคุณสุเทพต้องเป็นห่วงลื้อก็พอ”

พริ้มเพราแยกตัวไปปล่อยให้สองพี่น้องคุยกันตามลำพัง ทรงวาดโอบปลอบป่วยซังด้วยความสงสารจับใจ

“ลื้อเข้มแข็งมาก สมเป็นน้องอั๊ว เป็นลูกอาป๊าอั๊วเห็นลื้อร้องไห้วันแรกเท่านั้น จากนั้นก็ไม่เห็นน้ำตาลื้ออีกเลย”

“อั๊วไม่ร้องไห้แต่ในใจอั๊วมันมีแต่น้ำตา...ในชีวิตนี้อั๊วคงรักใครไม่ได้อีกแล้ว”

ทรงวาดทำอะไรไม่ได้นอกจากกอดน้องสาวตัวเองแน่น ถ่ายทอดพลังงานและกำลังใจให้เธอสู้ต่อ โดยไม่รู้เลยว่าทิเหล็งลอบมองจากมุมไกลๆ สีหน้าเศร้าหมองเพราะมั่นใจว่าตัวเองหมดหวังในตัวป่วยซังแล้ว...ชาตินี้ทั้งชาติเขาคงไม่มีวันแทนที่สุเทพในใจเธอได้...

ไม่ใช่แค่ป่วยซังน้องสาวคนเดียวที่ทรงวาดต้องดูแล ปิ่นมุกก็เป็นอีกคนที่เขาห่วงใย เถ้าแก่เจ้าของโรงสีสั่งก๊กไช้ไปพักเพราะอีกฝ่ายมีเรียนเช้าวันรุ่งขึ้น ส่วนตัวเองเฝ้าอาการปิ่นมุกแทน

“อั๊วอยู่นี่แล้วนะอาจู เมื่อไหร่ไอ้ปิศาจน้อยของอั๊วจะแผลงฤทธิ์ได้ซะที อั๊วรอนานแล้วนะเจ้าปิศาจขี้เซา”

ทรงวาดเอ่ยเบาๆกับปิ่นมุกที่ยังไม่ได้สติ ก่อนจะห่มผ้าให้แล้วทำท่าจะผละไป

“อั๊วนั่งรออยู่ข้างนอกนะ ลื้อไม่ต้องกลัว อั๊วไม่ทิ้งลื้อไปไหนหรอก”

ไม่ทันขยับตัวทรงวาดก็ชะงักเมื่อสัมผัสถึงแรงบีบจากมือปิ่นมุก ตามด้วยเสียงแผ่วเบาของเธอ

“เฮียไม่เป็นอะไรใช่ไหม อั๊วจำได้ว่ามีคนจะแทงเฮีย”

“อั๊วปลอดภัยดีเพราะลื้อช่วยเอาไว้”

ปิ่นมุกยิ้มบางๆก่อนผล็อยหลับอีกครั้ง ทรงวาดได้แต่ทรุดนั่งกุมมือเธอไม่ห่าง น้ำตาซึมด้วยความซาบซึ้งใจเมื่อคิดถึงความรักและความห่วงใยของเธอ...

ooooooo

แม้ตัวจะเฝ้าปิ่นมุกที่โรงพยาบาล ทรงวาดก็ส่งเฮ้งเตี๋ยงกับทิเหล็งไปป่วนฮุ่ยเซี้ยงหวังยุให้ระแวงว่าอาจโดนหักหลังและฆ่าปิดปาก เมื่อปิ่นมุกฟื้นเขาก็เล่าให้ฟังทั้งหมดด้วยความไว้ใจ

“แต่คนแซ่โอ๊วเป็นพี่ร่วมสาบานกับอาเจ็กเฮียไม่ใช่เหรอ จะทรยศน้องร่วมสาบานได้ยังไง”

“ได้สิ...โอ๊วแปะไม่ใช่คนซื่อ ที่ผ่านมาอาเจ็กมีประโยชน์ อีก็เลยดีกับอาเจ็ก แต่ถ้ามีคนให้มากกว่าอีก็พร้อมจะไป”

“งั้นเฮียจะทำยังไง จะต้องมีใครบาดเจ็บล้มตายอีกรึเปล่า”

“อั๊วไม่มีวันให้เกิดขึ้นหรอก อั๊วสัญญา”

“แต่เฮียเหลือเวลาอีกแค่ไม่กี่วันเองนะ”

“เรื่องนี้มันเกิดขึ้นเพราะเหตุสองอย่าง หนึ่งคือมีพวกยุแยงคอยเสี้ยมอย่างโอ๊วแปะ สองคือมีคนอยู่เบื้องหลัง...อั๊วต้องจัดการอย่างแรกก่อนซึ่งก็ไม่แน่มันอาจจะทำให้อั๊วรู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังก็ได้”

แผนของทรงวาดได้ผลเกินคาด ฮุ่ยเซี้ยงระแวงมากและพาทิเหล็งกับเฮ้งเตี๋ยงไปถึงบ้านผู้บงการโดยไม่รู้ตัว...

พันเดชยังไม่รู้ว่าทิเหล็งกับเฮ้งเตี๋ยงสะกดรอยฮุ่ยเซี้ยงถึงหน้าบ้าน มัวหัวเสียที่ฮุ่ยเซี้ยงบุกมาเอาเรื่อง

“มาถามฉันแบบนี้หมายความว่ายังไง แกคิดว่าฉันส่งคนไปทำร้ายแกงั้นเหรอ”

ฮุ่ยเซี้ยงหน้าเครียดแต่ก็ยอมรับว่าอดคิดไม่ได้ “อั๊วก็ไม่อยากจะคิดอย่างนั้นหรอกแต่ลื้อเพิ่งคิดจะฆ่าอั๊วพร้อมกับไอ้โฮ่วเมื่อวันก่อนเอง อั๊วก็ต้องระแวงว่าลื้อจะฆ่าปิดปากอั๊วเป็นธรรมดา”

พันเดชชักสีหน้า ไต้เกียวเห็นท่าไม่ดีออกโรงห้าม “ใจเย็นๆก่อนสิอาแปะ คุณพันเดชไม่ทำอย่างนั้นหรอกน่ะ ฆ่าอาแปะไปแล้วจะได้ประโยชน์อะไร แล้วถ้าคุณพันเดชจะทำจริง คนที่ส่งไปคงไม่พลาดง่ายๆอย่างนั้นหรอก”

ฮุ่ยเซี้ยงนิ่งคิดตาม พันเดชอดโพล่งไม่ได้ด้วยความหมั่นไส้

“คนอย่างแกไม่ได้ทำงานสุจริต กว่าจะถึงวันนี้ต้องขัดแข้งขัดขาคนไปทั่ว คิดดีๆซิว่าไปมีศัตรูอยู่ที่ไหนรึเปล่า”

“ถ้ามีก็คงนานมากแล้ว หลายปีมานี่อั๊วไม่เคยมีปัญหารุนแรงกับใครจนถึงกับต้องแค้นจนมาฆ่าแกงกัน”

จนแล้วจนรอดฮุ่ยเซี้ยงก็คิดไม่ออกว่าใครคือคนที่เขามีปัญหาด้วย กระทั่งกลับบ้านพร้อมไต้เกียวแล้วพบว่าบรรดาหัวหน้าแก๊งในเยาวราชมารวมตัวกันครบ รวมทั้งทรงวาดที่เป็นคนนัดทุกคนมาที่นี่

ooooooo

ทรงวาดประกาศกร้าวขอคุยกับบรรดาแก๊งเรื่องไม่จ่ายค่าคุ้มครองให้นาย เหล่าหัวหน้าแก๊งหน้าเครียด ฮุ่ยเซี้ยงก็อาการไม่ต่างกันแต่ยังแถแก้ตัว

“ลื้อจะพูดอะไรตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์หรอกอาโฮ่ว พวกเราจ่ายค่าคุ้มครองก็เพราะต้องการให้นายแก้ปัญหาให้ แต่พอตำรวจรังควานเข้าหน่อยนายก็หายเงียบไม่ยื่นมือมาช่วยอะไรพวกเราเลย แล้วจะให้จ่ายทำไมวะ”

ไต้เกียวแสร้งทำไม่รู้เรื่อง เสิร์ฟน้ำชาแล้วออกไปแอบฟังเงียบๆ ทรงวาดไม่ได้สนใจไต้เกียวนักเพราะไม่รู้เรื่องเธอเป็นสายให้พันเดช ได้แต่เปิดฉากเจรจากับบรรดาหัวหน้าแก๊ง

“ทุกคนคงรู้แล้วว่าผู้กองอภิชาตถูกย้ายและถูกตั้งคณะกรรมการสอบ อย่างนี้จะเรียกว่าไม่ทำอะไรอีกเหรอครับ”

ฮุ่ยเซี้ยงร้อนตัวรีบโพล่ง “ถูกย้ายเพราะทำตัวเอง นายไม่ได้ทำอะไรซะหน่อย”

“โอ๊วแปะรู้ได้ยังไงครับ เรื่องบางเรื่องก็ไม่จำเป็นต้องป่าวประกาศแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ได้ทำนี่ครับ”

 ทรงวาดดักคออย่างรู้ทันจนหนึ่งในหัวหน้าแก๊งอดแขวะไม่ได้

“ดูลื้อจะออกรับแทนนายทุกเรื่องเลยนะอาโฮ่ว”

“ครับ...เพราะที่อั๊วมานี่ก็เพื่อเป็นตัวแทนนายมาเจรจากับทุกคน”

ขาดคำบรรดาแก๊งก็แตกฮือ หวาดระแวงจะเดือดร้อนเหมือนตอนบ่อนของแก๊งหกห้องโดนเผาเพราะไม่จ่ายค่าคุ้มครอง ทรงวาดสีหน้านิ่งสงบก่อนเริ่มสงครามประสาทถามถึงครอบครัวและคนใกล้ชิดของบรรดาหัวหน้าแก๊ง

ฮุ่ยเซี้ยงหน้าซีด เริ่มรู้เจตนาของทรงวาดแต่ยังแกล้งโวยวายกลบเกลื่อน “ลื้อพูดอย่างนี้ต้องการอะไรวะอาโฮ่ว จงใจจะขู่พวกอั๊วเหรอ คนที่นี่ทุกคนกินเกลือมากกว่าลื้อกินข้าวทั้งนั้น ไม่มีใครกลัวลื้อหรอกโว้ย”

“โอ๊วแปะก็ทราบว่าอั๊วไม่กล้าขู่ทุกคนหรอก อั๊วเพียงแต่อยากให้ทุกคนคิดถึงมิตรภาพดีๆที่เคยมีให้กันก็เท่านั้นเอง ส่วนตัวอั๊วกับอาเจ็กพวกเราขอยืนยันว่าจะอยู่กับนายต่อไป”

จบคำทรงวาดบรรดาหัวหน้าแก๊งก็เงียบกริบ ทรงวาดยืนมองสถานการณ์แล้วตัดสินใจปิดเกม “อั๊วรู้ว่า ระยะหลังหกห้องมีปัญหามาก คนก็เสียไปไม่น้อย ไม่อยู่ในสายตาทุกคนเหมือนที่ผ่านมา แต่การที่เราอยู่ด้วยกันมานานไมตรีจิตที่มีก็ไม่น้อย อั๊วไม่อยากให้สิ่งเหล่านี้ต้องเสียไปเพราะคำยุแหย่แค่ไม่กี่คำ...ซึ่งไอ้คนยุแหย่ก็คงอยู่ได้อีกไม่นานแล้วล่ะ”

ทรงวาดปรายตาไปทางฮุ่ยเซี้ยงที่ถึงกับร้อนๆ หนาวๆกลัวถูกแฉ ไต้เกียวที่แอบฟังทุกอย่างจากด้านนอกทึ่งมากกับความเฉลียวฉลาดของทรงวาดที่แก้เกมพันเดชได้ดี กระนั้นก็อดร้อนตัวไม่ได้ต้องตามไปตะล่อมถามว่าเขารู้เรื่องเธอเป็นสายให้พันเดชหรือไม่...

ooooooo

ไต้เกียวสวมบทหญิงสาวเรียบร้อยอดีตคู่หมั้นของเฮ้งเตี๋ยงหลอกถามจนมั่นใจว่าทรงวาดไม่รู้เรื่องตนเป็นสายให้พันเดช ต่างจากเรื่องฮุ่ยเซี้ยงที่เธอคิดว่าทรงวาดรู้เรื่องทั้งหมด และที่นัดบรรดาหัวหน้าแก๊งในเยาวราชมารวมตัวกันที่บ้านก็เพื่อข่มขวัญฮุ่ยเซี้ยง

ฮุ่ยเซี้ยงเครียดจัดแต่ไม่ยอมรับความจริงเมื่อไต้เกียวหลานสาวบอกให้หลบไปที่อื่นสักพัก

“อั๊วทำจนไม่มีใครยอมจ่ายค่าคุ้มครอง อำนาจกำลังจะเปลี่ยนแล้วจะให้อั๊วทิ้งไปงั้นเหรอ”

“แล้วถ้าพรุ่งนี้พวกมันกลับมาจ่ายค่าคุ้มครองอีกล่ะ อาแปะจะทำยังไง”ไต้เกียวโต้ ฮุ่ยเซี้ยงถึงกับไปไม่เป็นเพราะรู้ผลการไม่จ่ายค่าคุ้มครองดี

“เฮียโฮ่วพูดขู่ทุกคนขนาดนั้นเพื่อแสดงให้เห็นว่านายรู้ทุกอย่างในขณะที่ไม่มีใครรู้เรื่องนายดีพอ แล้วใครมันจะกล้าเป็นศัตรูกับคนแบบนั้น...หมากตานี้มันจบแล้วล่ะอาแปะ รอกระดานหน้าเถอะ”

ไม่ใช่แค่ฮุ่ยเซี้ยงที่ต้องหมอบ พันเดชก็ต้องถอยชั่วคราวเพราะเกรงทรงวาดจะสาวถึงตัวแล้วเสียแผน กระนั้นก็ไม่ยอมแพ้คิดจะหาทางเอาคืนทั้งทรงวาดและชาญยุทธ

ชาญยุทธไม่สนใจหรือระแวงเรื่องพันเดช มัวปลื้มที่ทรงวาดทำให้บรรดาแก๊งจ่ายค่าคุ้มครองได้เหมือนเดิม แต่กระนั้นก็มีเรื่องให้หัวเสียเมื่อทรงวาดปฏิเสธการรับส่วนแบ่งค่าคุ้มครอง

“ผมรับไม่ได้จริงๆครับพี่อ้าย ผมขอนะครับ...อย่าให้ผมรับไว้เลย”

“ทำไมพี่ให้ถึงไม่เอา ช่วงหลังนี่เราแปลกไปนะ มีเรื่องเดือดร้อนก็ไม่บอกพี่ ให้เงินก็ไม่เอาอีก”

ทรงวาดไม่ได้ตอบแต่ชาญยุทธก็เดาได้ว่าน้องชายบุญธรรมคิดเอาตัวออกห่างเลยตัดสินใจกดดันปิ่นมุกแทนด้วยการแวะไปเยี่ยมในวันเดียวกันพร้อมวิสูตร

ชาญยุทธเสนอจะฝากงานในโรงพยาบาลดีๆ เมื่อเธอเรียนจบ ปิ่นมุกจะปฏิเสธเขาจึงรีบดักคอ

“ไม่ต้องเกรงใจ เสือเป็นน้องชายฉัน...ต้องอยู่กับฉันไปทั้งชีวิตนั่นแหละ เมื่อเธอเป็นคนที่เสือดูแลก็เท่ากับเป็นคนในครอบครัวของฉันด้วย ฉันมีหน้าที่ต้องดูแลเธออยู่แล้ว”

ทรงวาดหน้าเครียด ไม่ต่างจากปิ่นมุกที่ถึงกับเกร็งเมื่อชาญยุทธถือวิสาสะบีบบ่า

“เข้าใจใช่ไหมปิ่นมุก...ทั้งเธอและเสือคือคนของฉัน”

บรรยากาศไม่ค่อยดี โชคดีที่อรุณรุ่งกับกานต์แวะมาเยี่ยมปิ่นมุก ชาญยุทธจึงผละไปเพราะอยากไปส่งอรุณรุ่งที่มหาวิทยาลัย เปิดโอกาสให้กานต์คุยกับปิ่นมุกตามลำพัง ก๊กไช้ไม่ชอบใจไปฟ้องทรงวาดให้กันท่ากานต์ด้วยความหึงและหวงปิ่นมุกแทนผู้อุปการะหนุ่ม

ทรงวาดจะไปขัดคอกานต์ พลันก็คิดได้ถึงคำขู่ของชาญยุทธจะยึดปิ่นมุกเป็นคนของนายด้วย ความปลอดภัยของเธอเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเขาเสมอและ

การกันเธอห่างจากเขาน่าจะเป็นทางออกดีที่สุด

“อั๊วห่วงอาจูนะแต่เป็นสิทธิ์ของอาจูที่จะเลือกอั๊วไม่ควรเข้าไปก้าวก่าย”

ก๊กไช้นิ่วหน้าไม่เข้าใจ “เถ้าแก่ไม่...เอ่อ...ไม่หวงอาจูเหรอครับ”

“อั๊วห่วงแต่ไม่หวง อาจูเหมือนน้องสาวอั๊วอีกคน อั๊วไม่ได้ชอบอีอย่างชายหนุ่มชอบหญิงสาว...ลื้อเข้าใจใช่ไหม”

ooooooo


ปิ่นมุกได้ยินทุกอย่างเต็มสองหู น้อยใจและเสียใจมากที่ทรงวาดไม่คิดกับเธอเกินน้องสาว ก๊กไช้เห็นอาการเพื่อนสาวก็อดเคืองแทนไม่ได้ตัดสินใจไปตามทรงวาด

“กลับไปคุยกับอาจูให้รู้เรื่องเถอะครับเถ้าแก่ อย่ากลับไปทั้งเข้าใจผิดยังงี้เลย”

ทรงวาดพยายามตัดใจ บ่ายเบี่ยง “ทำไมต้องคุยต่อให้พูดกี่ครั้งอั๊วก็พูดเหมือนเดิม แล้วอาจูเองก็คงไม่ได้คิดอะไรกับอั๊วหรอก ลื้อมันคิดเป็นตุเป็นตะไปเองต่างหากอาไช้”

ก๊กไช้ทนไม่ไหวโพล่งอย่างเหลืออด “ถ้าเถ้าแก่ยืนยันยังงี้งั้นอั๊วจีบอาจูนะ”

ทรงวาดผงะ หน้าตึงด้วยความไม่ชอบใจแต่ก๊กไช้ไม่ยี่หระดักคออย่างรู้ทัน

“อั๊วพูดจริงแต่ที่อั๊วไม่เคยพูดเรื่องนี้เพราะไม่อยากทำให้ใครลำบากใจ อั๊วชอบอาจูมาตั้งนานแล้ว ก่อนเถ้าแก่ด้วยซ้ำแต่อาจูเห็นอั๊วเป็นแค่เพื่อน อาจูอีมีใจให้เถ้าแก่...ก็เหมือนที่เถ้าแก่มีใจให้อาจูนั่นแหละ”

“ลื้อรู้ได้ยังไง เป็นเด็กอย่าหัดแก่แดดแก่ลมนักเลยอาไช้”

“อั๊วเป็นเด็กแต่อั๊วก็มีตาแล้วก็มีหัวใจ ที่สำคัญอั๊วไม่โกหกตัวเองเหมือนที่เถ้าแก่กำลังทำอยู่หรอก ตอนไปทะเลก็ครั้งนึงแล้ว ตอนอาจูบาดเจ็บก็เหมือนกัน คนไม่มีใจให้กันไม่ทำแบบนั้นหรอกเถ้าแก่”

ก๊กไช้มองมาด้วยความหวังแต่จนแล้วจนรอดทรงวาดก็ไม่ยอมรับว่ารักปิ่นมุก เขาจึงได้แต่ถอนใจยาว “กลับไปปรับความเข้าใจกับอาจูเถอะนะ อั๊วรู้ว่าอาจูได้ยินเถ้าแก่พูดอย่างนั้นต้องเสียใจแน่ๆ อย่าปล่อยไปเฉยๆยังงี้เลยนะ”

“อั๊วยืนยันว่าที่อั๊วพูดทุกคำคือความจริง ส่วนถ้าลื้อจะจีบอาจูก็เป็นสิทธิ์ของลื้อ...ลื้อเรียนนิติศาสตร์ อนาคตอาจจะเป็นทนาย อัยการหรือไม่ก็ผู้พิพากษา คู่ควรกับหมออย่างอาจูแล้วล่ะ...พยายามเข้านะ”

พูดจบทรงวาดก็ขึ้นรถจากไป ทิ้งก๊กไช้ให้ตะโกนไล่หลัง

“เถ้าแก่...อย่าทำอย่างนี้สิเถ้าแก่ อาจูไม่มีทางชอบอั๊วหรอก ในใจอาจูมีแค่เถ้าแก่เพียงคนเดียว!”

ทรงวาดสะเทือนใจมากต้องทำตัวเย็นชาและเหินห่างจากปิ่นมุก แต่ที่เขาไม่รู้คือปิ่นมุกอึดอัดใจไม่แพ้กันจนต้องระบายกับแปะฮ้อที่แวะมาเยี่ยมถึงโรงพยาบาล แปะฮ้อฟังความในใจของปิ่นมุกแล้วอดเย้าไม่ได้

“ปิศาจน้อยเป็นสาวแล้ว อั๊วอยู่จนได้เห็นจริงๆด้วย”

“แปะ...อั๊วอุตส่าห์เล่าให้ฟังแล้วยังมาเยาะเย้ยอั๊วอีก”

“ลื้อจำได้ไหมคำว่ารัก...ภาษาจีนเขียนยังไง...เขียนให้อั๊วดูหน่อย”

ปิ่นมุกไม่เข้าใจนักแต่ก็หยิบกระดาษมาเขียน แปะฮ้อยิ้มบางๆ ชี้ตัวอักษรแล้วอธิบาย

“เสียะ...แปลว่ารัก คำสั้นๆคำเดียวแต่ประกอบด้วยขีดหลายขีด  คำหลายคำ แต่ละคำมารวมกันถึงแปลว่ารัก เพราะความรักมันมีส่วนประกอบมากมาย แล้วลื้ออายุเท่านี้  ลื้อแน่ใจได้ยังไงว่าลื้อเข้าใจมันได้ถ่องแท้”

คำพูดเตือนสติของแปะฮ้อทำให้ปิ่นมุกใจเย็นลง แปะฮ้อเห็นดังนั้นจึงยกมือลูบหัวอย่างอ่อนโยน

“วันหนึ่งลื้อคงเข้าใจคำทุกคำที่ประกอบมาเป็นคำว่ารัก แต่เวลานี้สิ่งสำคัญที่สุดของลื้อคือการเรียนหนังสือต่างหาก เรียนให้จบแล้วสักวันลื้อจะรู้ว่าความรักก็เหมือนผีเสื้อ ยิ่งลื้อไขว่คว้าจับมันเท่าไหร่มันก็ยิ่งโบยบินหนีไป แต่ถ้าลื้ออยู่เฉยๆ ผีเสื้อมันอาจจะบินมาเกาะตัวลื้อเองด้วยซ้ำ”

“ขอบคุณนะแปะ...อั๊วจะจำเอาไว้”

ooooooo

ปิ่นมุกหายดีและออกจากโรงพยาบาลนับเดือนแต่ทรงวาดก็ไม่ได้ปรับความเข้าใจ ก๊กไช้เฝ้ามองสถานการณ์ระหว่างเพื่อนสาวกับผู้อุปการะหนุ่มด้วยความเป็นห่วงแต่ทำอะไรไม่ได้ในเมื่อทั้งสองไม่แม้แต่พยายามจะคุยกัน

ทรงวาดอยากตัดใจจากปิ่นมุกจึงทุ่มเวลาทั้งหมดให้การสืบเรื่องพันเดชโดยมีวิสูตรเป็นผู้ช่วยจนได้รู้ว่านอกจากพันเดชจะเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ยังมีเบื้องหลังลับๆเกี่ยวกับยาเสพติด

วิสูตรเต็มใจช่วยทรงวาดเพราะอีกฝ่ายเป็นคนเฉลียวฉลาดคงไม่สงสัยใครพร่ำเพรื่อ แต่ไม่วายติดใจเพราะทรงวาดอยากให้สืบแบบลับๆ ไม่อยากแพร่งพรายเรื่องนี้ให้ใครรู้แม้แต่ชาญยุทธ

ชาญยุทธไว้ใจทรงวาดมาก ไม่ได้ใส่ใจว่าน้องชายบุญธรรมจะสืบเรื่องใคร มัววุ่นวายหาเสียงเพื่อเลือกตั้งครั้งถัดไป และงานสำคัญที่เขาต้องเข้าร่วมคืองานระดมทุนบูรณะศาลเจ้าและสร้างโรงพยาบาลเพื่อคนยากจนในเยาวราชซึ่งมีฮกไช้เจ้าของร้านทอง พ่อแท้ๆของอรุณรุ่งเป็นประธานโครงการ

ทรงวาดมาร่วมงานในฐานะเถ้าแก่คนดัง ส่วนพันเดชมาเพื่อแนะนำตัวและหาเสียงร่วมกับชาญยุทธ กระนั้นเมื่อเห็นสายตาชาญยุทธวนเวียนที่อรุณรุ่งเลยอดไม่ได้จะฉีกหน้าอีกฝ่ายด้วยการบริจาคเงินมากกว่า

ชาญยุทธโกรธมากที่ถูกพันเดชแย่งความโดดเด่นในงานระดมทุนฯ จึงสั่งวิสูตรให้จ้างเด็กๆแถวนั้นไปเอาคืนด้วยการทำไอศกรีมเลอะเสื้อพันเดช วิสูตรทำตามสั่งแต่อดเตือนสติเจ้านายหนุ่มไม่ได้ที่ทำตัวเหมือนเด็กๆ

 “คุณพันเดชทำไม่ถูกก็จริงแต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรไม่ใช่เหรอครับ ถ้าท่านมารู้เข้าว่าคุณอ้ายโกรธเคืองกับเรื่องแค่นี้ท่านคงไม่พอใจ คนจะทำการใหญ่อย่าคิดเล็กคิดน้อยสิครับ”

คำพูดเตือนทำให้ชาญยุทธฮึดฮัดแต่ก็รับปาก

ไม่ทำอีก วิสูตรได้แต่มองตามหลังเจ้านายหนุ่มขำๆ ทั้งระอาปนอ่อนใจให้กับสภาวะคนหนุ่มริรัก “หึงสาวมากกว่า ล่ะมั้ง...เป็นเอามาก!”

ทรงวาดก็สัมผัสได้ถึงความตึงเครียดระหว่างชาญยุทธกับพันเดช แต่ไม่ทันสะระตะสิ่งใดสายตาก็เหลือบเห็นสายสร้อยรูปดาบสามเล่มไขว้กันของพันเดช เถ้าแก่ใหญ่เจ้าของโรงสีนิ่วหน้าสงสัยว่ามันคือสัญลักษณ์ของอะไร...

ooooooo

ทรงวาดหมกมุ่นเรื่องพันเดชโดยไม่ทันเอะใจว่าอรุณรุ่งแอบชอบ ลูกสาวร้านทองคิดเข้าข้างตัวเองเสมอว่าเขามีใจถึงมีน้ำใจมารับส่งเธอเมื่อมีโอกาส วันนี้ก็เช่นกัน...หลังจบงานระดมทุนฯเขาก็แวะมาส่งเธอถึงมหาวิทยาลัย

ปิ่นมุกเห็นทรงวาดมากับอรุณรุ่งก็น้อยใจ เมื่อได้อยู่ตามลำพังตอนนั่งรถกลับบ้านจึงอดถามตรงๆไม่ได้

“ทำไมเฮียถึงไม่พูดกับอั๊ว”

“อั๊วไม่รู้จะพูดอะไรแล้วอั๊วก็ต้องขับรถด้วย ไม่อยากเสียสมาธิ”

“อั๊วหมายถึงตั้งแต่อั๊วออกจากโรงพยาบาลแล้ว เฮียก็ไม่พูดกับอั๊วเลย”

ทรงวาดหน้าเครียด พยายามเฉไฉแต่ปิ่นมุกกลับสวนตรงประเด็น “เฮียไม่สนใจจริงๆใช่ไหมว่าจะมีใครจีบอั๊ว...เมื่อก่อนเฮียไม่ชอบไม่ใช่เหรอ เฮียบอกอั๊วต้องเรียนหนังสือไม่ควรคิดเรื่องพวกนี้ แล้วทำไมตอนนี้เฮียถึงไม่ว่าอะไร”

“ก็อั๊วเห็นว่าลื้อโตขึ้นแล้ว วันนึงลื้อก็ต้องมีคนที่ลื้อรัก ถ้ามีโอกาสเจอคนดี ดูๆกันไว้ก็ไม่เสียหายอะไรนี่”

ปิ่นมุกค้อนขวับแต่ทรงวาดไม่สะทกสะท้าน ยุให้เลือกสักคน “รุ่นพี่ลื้อก็ไม่เลวนะ อาไช้ก็ดีรู้จักกันตั้งแต่เด็ก ไม่ต้องปรับตัวมาก จ่ารณชิตก็ดูๆเขาชอบลื้ออยู่ ถึงยศจะน้อยไปหน่อยแต่อนาคตไปไกลแน่ ลื้อสนใจ

คนไหนล่ะ”

ทรงวาดฝืนยิ้มสุดความสามารถ ปิ่นมุกเสียความรู้สึกโพล่งอย่างเหลืออด

“อั๊วไม่โง่ถึงขนาดดูไม่ออกหรอกนะว่าเฮียแกล้งพูด เฮียอยากผลักให้อั๊วออกไปจากชีวิตเฮีย อั๊วจะบอกให้เฮียรู้ไว้เลยว่าเฮียทำสำเร็จครึ่งนึง...อั๊วเสียใจแต่อั๊วไม่ไปไหนทั้งนั้นจนกว่าเฮียจะพูดความจริงกับอั๊ว!”

ไม่ใช่แค่ทรงวาดกับปิ่นมุกที่มีปัญหา ป่วยซังก็ไม่หายโศกเรื่องสุเทพคร่ำเคร่งกับงานจนทุกคนในบ้านเป็นห่วง โดยเฉพาะทิเหล็งที่ตัดใจจากเธอไม่ได้ ได้แต่ดูแลห่างๆด้วยความรักและภักดี...

ooooooo

ทรงวาดพักเรื่องปิ่นมุกไว้แล้วแวะหาเม่งฮงเพื่อนำภาพวาดสัญลักษณ์ดาบสามเล่มไขว้กันของพันเดชให้ดู

“อั๊วคุ้นตราอันนี้มากแต่นึกไม่ออก อาเจ็กพอจะรู้ไหมครับว่ามันเป็นตราหรือเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มไหน”

“ถ้าเป็นในแวดวงนักเลงอั๊วมั่นใจว่าไม่มีกลุ่มไหนใช้สัญลักษณ์แบบนี้ แต่ถ้านอกเหนือจากนั้นอั๊วไม่รู้แล้ว”

“ถ้าอาเจ็กว่าอย่างนี้ก็คงไม่ผิดหรอกครับ”

เม่งฮงไม่ติดใจเรื่องสัญลักษณ์ดาบสามเล่ม

แต่สงสัยเรื่องฮุ่ยเซี้ยงมากกว่า “อั๊วติดต่ออีไม่ได้เลย ไม่รู้อีไปอยู่ไหน ถามอาไต้เกียวก็บอกว่าไม่สบาย ไปพักผ่อนแต่ไปที่ไหนก็ไม่รู้ ตั่วเฮียไม่เคยเป็นอย่างนี้ ขนาดวันรับส่วนแบ่งยังไม่มา”

“โอ๊วแปะไม่เป็นอะไรหรอกครับ...เดี๋ยวถึงเวลาก็กลับมาเอง”

ทรงวาดพูดยิ้มๆก่อนเปลี่ยนเรื่องกลบเกลื่อน

“อาเจ็กไม่โกรธโอ๊วแปะเหรอครับ ตอนที่เราเกือบตายโอ๊วแปะเป็นคนแรกที่ทิ้งเราเลยนะครับ”

“เป็นลูกผู้ชายอย่าใจคอคับแคบเป็นผู้หญิงสิวะ คนเราต้องมีกลัวบ้าง ความดีอื่นตั่วเฮียอีก็มีทำไมไม่คิดถึง”

“อาเจ็กนี่รักพี่รักน้องจริงๆนะครับ จะเป็นยังไงก็ไม่เคยถือสาเลย”

เม่งฮงยิ้มบางๆ ก่อนถอนใจเหนื่อยหน่ายเพราะลูกชายกับลูกสาวมีเรื่องขัดกันตลอด โดยเฉพาะเรื่องพริ้มเพราที่เฮ้งเตี๋ยงกลับไปติดพัน ทรงวาดเข้าใจความรู้สึกเม่งฮงกับเฮ้งเตี๋ยง แต่ลี่เง็กไม่เข้าใจตามไปทำร้ายพริ้มเพรา

ลี่เง็กชังน้ำหน้าพริ้มเพราจึงขู่จะกรีดหน้าถ้าพี่ชายไม่เลิกยุ่ง โชคดีที่ทรงวาดกับเม่งฮงตามมาช่วยทันพริ้มเพราเลยรอดตัวไปได้ ลี่เง็กแค้นใจมากและยิ่งเดือดเมื่อเม่งฮงจะจับเธอแต่งงานเพื่อแก้ไขความประพฤติ!

เม่งฮงปล่อยให้ลูกสาวระบายอารมณ์ตามใจชอบก่อนบอกว่าทรงวาดจะเป็นธุระจัดหาผู้ชายมาแต่งงานให้ ลี่เง็กโกรธมากพาลพาโลทรงวาดจนเม่งฮงเหลืออดลุกมาชี้หน้าด่า

“ลื้ออย่าด่าอาโฮ่วให้อั๊วได้ยินอีกนะ ที่อั๊วกับอีต้องจับเข่าคุยกันก็เพราะพฤติกรรมลื้อนั่นแหละ อยากติดคุกนักรึไง มีผัวไปซะเผื่อลื้อจะเป็นผู้เป็นคนขึ้นมั่ง”

“อั๊วไม่แต่ง! อั๊วเกลียดอีพริ้มเพรา อั๊วอยากฆ่ามันพอๆกับไอ้หมาโฮ่วนั่นล่ะ”

ลี่เง็กไม่หยุดอาละวาด เม่งฮงจึงตบสั่งสอน “อั๊วเตือนลื้อแล้วนะอาเง็ก อย่าลามปามอาโฮ่วอีก อีเป็นอาเฮียลื้อ อีหวังดีกับลื้อ มีบุญคุณกับลื้อกับอาเตี๋ยงไม่รู้จักเท่าไหร่...นักเลงอย่างพวกเรายึดถือบุญคุณเป็นอันดับแรก ศักดิ์ฐานะเป็นอันดับสอง คนไม่รู้คุณคนไม่รู้ฐานะตัวเองไม่ใช่ลูกอั๊ว...ออกไปให้พ้น!”

ทรงวาดไม่ได้ตำหนิพริ้มเพราที่กลับไปรักกับเฮ้งเตี๋ยง แต่เตือนด้วยความหวังดีว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้ไม่มีวันจบด้วยการแต่งงานแถมยังสร้างความแตกร้าวให้คนในบ้านเฮ้งเตี๋ยง พริ้มเพราสำนึกผิดและสัญญาจะตัดใจ

ลี่เง็กบุกเอาเรื่องทรงวาดถึงบ้านโทษฐานจะทำตัวเป็นพ่อสื่อ ทิเหล็งจะลากตัวออกไปแต่ลี่เง็กก็ฤทธิ์เยอะฉวยแก้วใกล้มือปาใส่ทรงวาดแต่พลาดโดนปิ่นมุกจนคิ้วแตกแทน

ทรงวาดโมโหเมื่อเห็นปิ่นมุกบาดเจ็บ สั่งทิเหล็งพาตัวลูกพี่ลูกน้องสาวไปทิ้งนอกบ้าน ส่วนตัวเองช่วยทำแผลให้ปิ่นมุก ท่าทางเป็นห่วงเป็นใยของเขาทำให้ปิ่นมุกอดใจไม่ไหวโพล่งถาม

“เฮียห่วงใยอั๊วแล้วทำไมต้องเสือกไสไล่ส่งอั๊วด้วย...ตอบอั๊วเถอะแล้วอั๊วจะไม่ถามให้เฮียต้องรำคาญอีกเลย ถ้าเฮียไม่ห่วงอั๊วก็เข้าใจได้ว่าเฮียอยากให้อั๊วไปพ้นๆ แต่ที่เฮียทำอยู่มันไม่ใช่”

ทรงวาดไม่มีทางเลือกตอบตามตรง “ลื้อจำที่พี่บุญธรรมอั๊วพูดตอนไปเยี่ยมลื้อที่โรงพยาบาลได้ไหม...ที่บอกว่าอั๊วกับลื้อคือคนของเขา มันคือคำขู่...หมายความว่าถ้าอั๊วตีตัวออกห่างลื้อก็จะไม่ปลอดภัยไปด้วย...อย่าอยู่ใกล้อั๊วเป็นดีที่สุด ทั้งที่ลื้อถูกแทงหรือแม้แต่การที่ถูกอาเง็กทำร้ายเอาวันนี้ก็มีต้นเหตุมาจากอั๊วทั้งนั้น ไปให้ไกลจากอั๊วเพื่อตัวลื้อเอง”

ปิ่นมุกเพิ่งเข้าใจว่าทรงวาดทำทุกอย่างเพื่อปกป้องตนก็ถึงกับน้ำตาคลอ

“แต่ถ้าไม่มีเฮีย อั๊วก็ตายไปตั้งนานแล้ว”

“อั๊วทำเพื่อปกป้องลื้อ”

“เฮียทำเพื่อปกป้องอั๊ว แต่เฮียเคยคิดบ้างไหมว่า ที่เฮียผลักไสอั๊วไปก็เป็นการทำร้ายอั๊วเหมือนกัน!”


ละครชาติเสือพันธุ์มังกร ตอนที่ 6 อ่านชาติเสือพันธุ์มังกรติดตามละครชาติเสือพันธุ์มังกร ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย เจมส์ มาร์,เดียร์น่า ฟลีโป 27 พ.ย. 2561 06:50 2018-11-30T00:07:51+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ