ข่าว

วิดีโอ



ชาติเสือพันธุ์มังกร

อ่านเรื่องย่อ

แนว: แอคชั่น-ดราม่า-พีเรียด

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: บทกร

กำกับการแสดงโดย: กิตติศักดิ์ ชีวาสัจจาสกุล

ผลิตโดย: บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: เจมส์ มาร์,เดียร์น่า ฟลีโป

ไล่พวกตำรวจออกจากโรงน้ำชาได้  ทรงวาดหรือบุ่นโฮ่วก็ไปเยี่ยมลูกพี่ลูกน้องหนุ่มถึงห้องนอน เฮ้งเตี๋ยงอาการซังกะตายไม่เปิดประตูให้ ทรงวาดจึงต้องยืนพูดเตือนสติหน้าห้อง

“ลื้อไม่อยากเปิดประตูก็ไม่เป็นไรนะอั๊วพูดไม่นานหรอก ลื้อไม่ใช่คนเลวหรอกอาเตี๋ยง คนเลวจะไม่รู้สึกผิดกับเรื่องนี้แต่อั๊วขอย้ำอีกครั้งนะว่าถึงยังไงการเผาไล่ที่ก็ต้องเกิดขึ้นอยู่ดี ลื้อเพียงแต่ถูกดึงเข้าไปเป็นเงื่อนไขเท่านั้นเองเพราะฉะนั้นลื้อไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิด”

เฮ้งเตี๋ยงไม่ตอบแต่ขบกรามแน่น ทั้งแค้นทั้งรู้สึกผิดที่การกระทำของตัวเองทำให้คนอื่นเดือดร้อน ทรงวาดไม่อยากเซ้าซี้ลูกพี่ลูกน้องหนุ่มเดินลงข้างล่างเจอฮุ่ยเซี้ยงโวยวายกับเม่งฮงที่โรงน้ำชาถูกอภิชาตสั่งปิด

เม่งฮงกลุ้มใจแต่ยังมืดแปดด้าน ลูกชายคนเดียวก็จมปลักความทุกข์และรู้สึกผิดจนไม่มีใครเข้าหน้าติด ทรงวาดไม่สนคำค่อนแคะแดกดันของฮุ่ยเซี้ยงพาทิเหล็งสะกดรอยตามอีกฝ่ายเพราะสงสัยพฤติกรรมระยะหลังแต่ก็ไม่สำเร็จเมื่อลูกน้องพันเดชไหวตัวและพาฮุ่ยเซี้ยงแยกไปได้

ทรงวาดสงสัยว่าฮุ่ยเซี้ยงกับไต้เกียวมีแผนบางอย่างถึงบุกแฉเรื่องเผาไล่ที่กับเฮ้งเตี๋ยงและพริ้มเพราจนมีเรื่องกับเม่งฮง และการที่เขากับทิเหล็งถูกสกัดระหว่างสะกดรอยตามยิ่งทำให้เขามั่นใจว่าข้อสันนิษฐานมีมูล

ฮุ่ยเซี้ยงอึ้งเมื่อรู้จากพันเดชเรื่องทรงวาดสะกดรอยตน กระนั้นก็ไม่ประสาทเสียเท่าเรื่องโรงน้ำชาถูกสั่งปิด พันเดชช่วยเรื่องโรงน้ำชาไม่ได้แต่กลับฉวยประโยชน์จากสถานการณ์นี้สวมรอยป่วนโรงสีของทรงวาดด้วยการส่งคนไปปล้น!

อภิชาตลำพองใจกวาดล้างบ่อนการพนันทั่วเยาวราชจนเหล่าแก๊งเริ่มนั่งไม่ติด ไม่เว้นแม้แต่บ่อนของแก๊งหกห้องซึ่งลี่เง็กเป็นคนคุม เมื่อเจอรณชิตโดยบังเอิญที่ร้านอาหารก็อดแขวะไม่ได้

“ไล่จับกันทุกวันอย่างงี้กะจะให้อดตายเลยรึไงวะ”

“ก็ทำผิดกันเอง ฉันไม่ได้จับคนดีๆซะหน่อย เธอก็น่าจะเข้าใจไม่ใช่เหรอ”

“แต่เมื่อก่อนพวกลื้อไม่เคยทำขนาดนี้ เว้นแต่จะเป็นความผิดร้ายแรง นี่อะไร...ขนาดไพ่นกกระจอกยังจับเลย”

“ผู้กองเป็นคนเอาจริงเอาจัง เขาอยากเห็นเขตนี้สะอาด แล้วฉันว่าเขาก็ทำถูกแต่อาจจะรุนแรงไปบ้างเท่านั้น”

“ลื้อก็ต้องเข้าข้างพวกเดียวกันอยู่แล้ว อย่าลืมนะว่าพวกอั๊วอยู่กันอย่างนี้มานานก่อนที่พวกลื้อเข้ามาไม่รู้เท่าไหร่ บีบกันมากๆพวกอั๊วบ้าเอาคืนขึ้นมาอย่ามาบ่นก็แล้วกัน”

“อย่าขู่กันน่าเง็ก เอางี้...ถ้าเป็นคดีขี้หมูราขี้หมาแห้งฉันจะช่วยก็แล้วกัน แต่เธอก็ต้องช่วยปรามๆไม่ให้คนของเธอทำผิดกฎหมายด้วย...ตกลงไหมล่ะ”

รณชิตพยายามเจรจาเพราะยังอยากได้ข่าวพวกแก๊งจากลี่เง็กโดยเฉพาะเรื่องทรงวาด แต่ไม่ทันที่ลี่เง็กจะตอบตกลงอภิชาตก็โผล่มาขัดจังหวะและสั่งพักงานเขาถึงสามวันเต็ม!

ooooooo

ลี่เง็กทำท่าจะพังโรงพักเมื่อรู้จากรณชิตว่าถูกอภิชาตสั่งพักงานสามวันเพียงเพราะนั่งกินข้าวกับเธอ ต่างจากทรงวาดที่มีวิธีการโต้ตอบแยบยลกว่านั้นด้วยการพารณชิตสะกดรอยอภิชาต

การสะกดรอยครั้งนี้ของทรงวาดประสบความสำเร็จเมื่อรณชิตเห็นกับตาว่าอภิชาตเดินเข้าบ่อนแห่งหนึ่ง

“บ่อนเปิดใหม่...หุ้นส่วนใหญ่ก็คือผู้กองอภิชาตคนดีของคุณน่ะแหละ ถ้าไม่เชื่อให้คนปลอมตัวเข้าไปดูก็ได้นะ”

“มันใช้พวกเราไล่จับบ่อนจับซ่องแล้วมาเปิดซะเองก็เท่ากับให้เรากำจัดคู่แข่งแทนมัน...ชั่วชาติจริงๆ”

“อภิชาตเป็นคนแบบนี้แหละ ภาพพจน์ดีดูมีอุดมการณ์ แต่เนื้อแท้แล้วพวกผมที่ว่าเลวยังดีซะกว่า”

แม้จะได้ข้อมูลดีแต่รณชิตก็อดหมั่นไส้ทรงวาดไม่ได้ “รู้จักกันดีสมกับเป็นอดีตเพื่อนร่วมชั้นเรียน ว่ามา...จะแลกกับอะไร ยังไงเถ้าแก่ก็คงไม่ได้เอาข่าวนี้มาบอกผมเปล่าๆอยู่แล้วนี่”

ทรงวาดยิ้มชอบใจที่รณชิตเข้าใจอะไรง่ายๆ พูดสิ่งที่ต้องการทันทีคือขอให้อีกฝ่ายช่วยสืบเรื่องโรงสีถูกปล้น รณชิตข้องใจเพราะคิดว่าชาญยุทธจะช่วยได้ดีกว่าแต่ทรงวาดกลับปฏิเสธ

“ผมมีข้อสงสัยหลายอย่างเลยไม่อยากรบกวนพี่อ้าย และถ้าไม่ถึงที่สุดจริงๆผมก็ไม่อยากรบกวนอะไรอีกแล้ว”

“คุณคิดว่าการปล้นข้าวเป็นแผนเพื่อดึงพี่บุญธรรมคุณให้ออกหน้าเลยคิดจะตัดตอนซะเองล่ะสิ”

“คุณรู้แล้วก็ดี...ว่ายังไงล่ะครับ”

รณชิตยังเล่นตัว “ถ้าผมไม่ตกลงล่ะ...คุณเป็นฝ่ายเอาเรื่องไอ้ตำรวจชั่วนั่นมาบอกผมเองนะ ผมไม่ได้ร้องขอ เพราะฉะนั้นผมก็ไม่จำเป็นต้องตอบแทนคุณ...ถูกไหม”

ทรงวาดไม่ยอมแพ้แต่ย้อนถามเสียงเรียบ

“คุณไม่สงสัยบ้างเหรอว่าทำไมเรื่องเล็กน้อยแค่นี้คุณถึงถูกพักงานตั้งสามวัน”

รณชิตนิ่วหน้า ทรงวาดจึงเฉลยยิ้มๆ “ก็เพราะอภิชาตเห็นแล้วว่าคุณมีอิทธิพลในเขตนี้แค่ไหน และเขาก็ประเมินแล้วว่าคุณซื้อไม่ได้ก็เลยสร้างประวัติคุณให้มีปัญหาซะก่อนจะได้หาเรื่องใส่ความเขี่ยคุณให้พ้นทาง”

ข้อสันนิษฐานของทรงวาดฟังขึ้นรณชิตจึงยอมช่วย ปิ่นมุกหรือเตียงจูที่นั่งฟังสองหนุ่มถกกันตลอดโล่งใจและอดเปรยกับตำรวจหนุ่มไม่ได้ตอนเดินไปส่งเขากลับบ้าน

“ดูจ่ากับเฮียเข้ากันได้ดีจะตายไป น่าจะเป็นเพื่อนกันมากกว่านะ ไม่เห็นต้องเขม่นกันเลย”

“ให้ผมเป็นเพื่อนกับนักเลงเนี่ยนะ เดี๋ยวนี้เขาเรียกอะไร...มาเฟียใช่ไหม แต่จะเรียกยังไงผมก็ไม่เอาด้วยหรอก”

“ถึงญาติๆของเฮียโฮ่วจะเป็นคนไม่ดีแต่ตัวเฮียเองเป็นคนดีนะจ่า จะมาเหมารวมไม่ได้หรอก”

“ยังไงน้องมุกก็ต้องเข้าข้างผู้ปกครองน้องมุกอยู่แล้วนี่”

“พูดเรื่องจริงก็หาว่าเข้าข้าง ไม่พูดแล้วก็ได้”

“เป็นหมอขี้น้อยใจไม่ได้นะครับ”

“อั๊วเพิ่งเป็นนักศึกษาแพทย์ปีหนึ่งยังไม่ใช่หมอซะหน่อย จ่าห้ามเรียกว่าหมอ ใครได้ยินเข้าจะหมั่นไส้เอา”

“ไม่ให้ผมเรียกหมอก็ห้ามเรียกผมว่าจ่าเหมือนกัน...ตกลงไหมล่ะ”

รณชิตแอบชอบปิ่นมุกตั้งแต่แรกเห็นจึงพยายามตีสนิทและสร้างความเป็นกันเอง ปิ่นมุกก็ไม่ได้นึกรังเกียจเพราะเห็นว่าเขาเป็นตำรวจแถมจะช่วยทรงวาดสืบเรื่องปล้นโรงสีเลยยอมคุยด้วยดีๆ...

ooooooo

ทรงวาดลอบมองปิ่นมุกคุยกับรณชิตด้วยสีหน้ายิ้มแย้มก็ไม่ชอบใจ เช่นเดียวกับก๊กไช้ที่หวงเพื่อนสาวแทนผู้อุปการะหนุ่มจนหลุดปากฟ้องทรงวาดว่าปิ่นมุกมีหนุ่มรุ่นพี่ในมหาวิทยาลัยมาติดพันตั้งแต่วันแรกที่ไปเรียน

ข่าวจากก๊กไช้ทำให้ทรงวาดหมายมั่นปั้นมือจะตามไปข่มขวัญหนุ่มรุ่นพี่ที่ริอ่านจีบปิ่นมุกแต่ก่อนจะถึงเวลานั้นเขาก็ได้รู้เรื่องเด็ดกว่าเมื่อรณชิตพ้นโทษพักงานไปกวาดล้างบ่อนใหม่ของอภิชาต

อภิชาตวิ่งหน้าตื่นไปโรงพัก โวยวายเสียงดังจนรณชิตต้องแกล้งทัก

“อ้าวผู้กอง...ผมยังไม่ได้แจ้งไปเลย รู้ได้ไงครับเนี่ย”

“จะรู้ได้ไงก็ช่างเถอะน่ะ แล้วจ่าจะทำอะไรทำไมไม่ปรึกษาผมก่อน”

รณชิตสวนน้ำเสียงยียวน “อ้าว...ก็ผู้กองบอกเองว่าให้กวาดล้างสิ่งผิดกฎหมายออกจากเขตรับผิดชอบของพวกเราให้หมด ผมเลยนึกว่าจัดการได้เลย แล้วผมก็เพิ่งพ้นพักงานเลยไฟแรงไปหน่อย...ผู้กองคงไม่ว่าอะไรนะครับ”

อภิชาตข่มความโกรธเต็มที่ รณชิตเหยียดยิ้มสะใจมากที่ได้เอาคืน...

รณชิตตอบแทนข่าวของทรงวาดในวันต่อมาจนเถ้าแก่เสือแห่งเยาวราชขัดขวางการดักปล้นรถส่งข้าวสำเร็จ ปิ่นมุกพลอยโล่งใจกับผู้อุปการะหนุ่มแต่ไม่วายหงุดหงิดเมื่อได้ยินทรงวาดพูดจากวนประสาทรณชิต

“เฮียโฮ่วบ้าๆบอๆ อารมณ์ขึ้นๆลงๆ คอยดูเถอะอั๊วเป็นหมอเมื่อไหร่จะจับตรวจให้ละเอียดเลย”

แปะฮ้อพอเดาอารมณ์ของทรงวาดได้แต่ไม่ยอมเฉลยกับปิ่นมุก ได้แต่เย้าเป็นนัยๆ

“ไม่ต้องตรวจหรอก อั๊วว่าที่อีเป็นอย่างนี้เพราะลื้อไม่ใช่เด็กๆแล้วมากกว่า”

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับอั๊วด้วยล่ะ อาแปะก็อีกคนพูดจาวกวนฟังแล้วงง”

ปิ่นมุกฮึดฮัด แปะฮ้อมองมาด้วยความเอ็นดูก่อนเล่าเรื่องทรงวาดสมัยเด็กว่าเป็นคนใจใหญ่และใจเด็ดตั้งแต่ตัวเล็กๆ ชายชราผู้ดูแลศาลเจ้ายังจำได้ดีวันแรกที่เจอ

...เด็กชายลิ้มบุ่นโฮ่วก็สู้ตายเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีตนเอง...

ทรงวาดหรือเด็กชายลิ้มบุ่นโฮ่วไม่เคยยอมแพ้ง่ายๆ แม้แต่กลุ่มเด็กโตที่รุมอัดไม่ยั้งเขาก็สู้ยิบตา แปะฮ้อยังจำได้ตอนไปช่วยแยกเขาจากเหล่าเด็กอันธพาล

“อาตี๋เอ๊ย...ลื้อรู้ว่าสู้ไม่ได้แล้วลื้อไปสู้กับพวกอีทำไม ยอมๆไปซะจะได้ไม่เจ็บตัว”

“อั๊วไม่ได้อยากสู้แต่พวกมันจะแย่งเงินอั๊วก็เลยต้องสู้”

“แล้วทำไมไม่รู้จักหนี ลื้อตัวเล็กแค่นี้แถมตัวคนเดียวจะไปเอาชนะพวกอีได้ยังไง”

“ถ้าอั๊วหนีก็ต้องหนีตลอดไปนะอาแปะ แต่ถ้าอั๊วสู้ถึงวันนี้อั๊วแพ้แต่ก็ต้องมีสักวันที่อั๊วเอาชนะพวกอีได้”

“ลื้อรู้ตัวไหมผู้ใหญ่บางคนยังใจสู้ไม่เท่าลื้อเลย”

แปะฮ้อดึงตัวเองจากอดีต เขาเป็นคนสอนกังฟูให้ทรงวาดจนเขาใช้เป็นวิชาป้องกันตัวถึงปัจจุบัน ปิ่นมุกทึ่งมากแกล้งคำนับล้อๆก่อนจะพูดถึงผู้อุปการะหนุ่ม

“แต่ก็จริงอย่างที่แปะว่า เฮียไม่เปลี่ยนไปเลยนะ...หัวดื้อตั้งแต่เด็กยันโต”

“แต่ก็เพราะอีเป็นอย่างนี้ไม่ใช่เหรอถึงกล้าออกจากโรงน้ำชามาเปิดโรงสีของตัวเอง แล้วก็เอาลื้อกับพวกอาเหล็งไปเลี้ยง ไม่งั้นลื้อก็คงไม่ได้ดิบได้ดียังงี้หรอก”

“แต่ถึงเฮียโฮ่วจะกล้าหาญยังไงเฮียก็ยังไม่มีอิสระอย่างแท้จริงหรอกแปะ...และก็อาจจะไม่มีวันนั้นด้วย”

ปิ่นมุกเปรยอย่างเข้าใจความหนักใจของทรงวาดดีที่ต้องทดแทนบุญคุณการันต์กับชาญยุทธด้วยการทำงานสกปรก คุมเหล่าแก๊งและเก็บค่าคุ้มครองในเยาวราชทั้งที่ไม่เต็มใจ...ซึ่งกว่าจะหมดหนี้บุญคุณคงต้องตายกันไปข้าง!

ooooooo

ทรงวาดสบโอกาสข่มขวัญกานต์รุ่นพี่หนุ่มที่มาติดพันปิ่นมุกในวันเดียวกันตอนแวะไปส่งเธอที่มหาวิทยาลัย อรุณรุ่งหรือฮุ่ยหลิงเห็นแล้วอดขำไม่ได้

“เฮียก็...ไปขู่กานต์เขาทำไมกันคะ ท่าทางกลัวแย่แล้ว”

“กลัวสิครับดี เป็นเด็กมีหน้าที่เรียนหนังสืออย่างเดียวก็พอแล้ว เรื่องอื่นยังไม่ควรคิด”

“นี่อาไช้ไปฟ้องอะไรเฮียใช่ไหมคะเนี่ย ไม่น่าล่ะถึงได้ตามมาคุมอาจูถึงที่นี่ นี่ถ้าเจอตัวอาไช้ต้องเล่นงานซะหน่อยแล้ว...ปากมากจริงๆ”

อรุณรุ่งแกล้งบ่นก๊กไช้ขำๆ ทรงวาดรู้ดีและเบี่ยงเธอออกจากประเด็นเรื่องเขาหวงปิ่นมุกด้วยการชวนกินข้าว ลูกสาวเจ้าของร้านทองยินดีมากและแอบคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขามีใจถึงอยากใช้เวลาด้วยกันตามลำพัง


ทรงวาดไม่ได้คิดอะไรกับอรุณรุ่งเป็นพิเศษ มีแต่ความปรารถนาดีและความเอ็นดูให้เท่านั้น ยิ่งเห็นเธอนั่งกินก๋วยเตี๋ยวข้างทางได้อย่างเอร็ดอร่อยและไม่มีทีท่ารังเกียจก็อดเย้าไม่ได้

“นี่ถ้าไม่เห็นกับตาอั๊วไม่เชื่อเลยนะว่าคุณหนูฮุ่ยหลิงจะกินอะไรแบบนี้ได้”

“แหมเฮีย...นึกว่าอั๊วจะต้องกินเหลาทุกมื้อรึไง อาป๊าอั๊วสอนให้ลูกประหยัด กินง่ายอยู่ง่ายแต่ทำงานให้มาก ไม่มีลูกคนไหนของอาป๊าทำตัวเป็นเศรษฐีสักคน”

“คุณหลิงว่านอนสอนง่ายด้วยล่ะครับ ถ้าเป็นอาจูอีคงย้อนอั๊วฉอดๆ อีอาจจะทำตามแต่คงต้องขอเถียงไว้ก่อน”

“อาจูเป็นคนปากร้ายแต่ใจดีนะคะ ที่สำคัญเป็นคนจริงใจ เพื่อนๆทุกคนรักอาจูทั้งนั้นล่ะค่ะ”

“อั๊วรู้ครับ...หลายครั้งที่อาจูทำให้อั๊วรู้ว่าอีจะอยู่ข้างๆไม่ทิ้งอั๊วไปไหนไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

“อั๊วรู้มาว่าที่โรงสีเฮียเกิดเรื่องเหรอคะ”

“ครับ...แต่อั๊วก็พยายามแก้ไขอยู่ ถ้าอั๊วได้ทำงานสงบๆไม่ต้องยุ่งกับใครก็คงจะดี”

หลังมื้อกลางวันง่ายๆทรงวาดก็พาอรุณรุ่งไปส่งร้านทอง เจอชาญยุทธกับพันเดชที่แวะมาหาฮกไช้ พ่อของเธอเพื่อหาเสียงด้วยการช่วยสนับสนุนค่าซ่อมแซมศาลเจ้าในเยาวราช ชาญยุทธตะลึงในความสวยของอรุณรุ่งจนอยากสานสัมพันธ์ด้วยแต่ต้องเก็บอาการตามประสานักการเมืองที่ดี ทำได้แค่ทิ้งนามบัตรให้

อรุณรุ่งรับนามบัตรชาญยุทธมาแบบไม่คิดอะไร ต่างจากทรงวาดกับพันเดชที่ลอบมองอาการของชาญยุทธด้วยความสงสัย...ท่าทางจะสนใจลูกสาวร้านทองใหญ่แห่งเยาวราชเป็นพิเศษ

ooooooo

พันเดชสั่งไต้เกียวสืบเรื่องอรุณรุ่งหรือฮุ่ยหลิง ลูกสาวร้านทองใหญ่ในเยาวราชโดยละเอียดเพราะไม่อยากยอมแพ้ชาญยุทธ หากอีกฝ่ายสนใจในตัวหญิงสาวจริงๆเขาก็ไม่รั้งรอจะแย่งมาครอง

ไต้เกียวไม่พอใจ แม้ตัวเองจะมีสถานะแค่สายสืบกับคู่ขาก็ไม่ชอบใจให้พันเดชแสดงท่าทีสนใจผู้หญิงอื่น แต่เขาไม่ยี่หระยืนกรานให้เธอสืบเรื่องอรุณรุ่งมาให้เร็วที่สุด...

หลังดักจับโจรปล้นรถส่งข้าวได้สถานการณ์โรงสีก็กลับสู่สภาวะปกติ ทรงวาดกับทิเหล็งจึงวางใจจะทิ้งโรงสีไว้กับสุเทพและป่วยซังโดยไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องไม่คาดฝัน!

สุเทพวางแผนจะคุยกับทรงวาดเรื่องแต่งงานกับป่วยซังแต่ไม่มีโอกาสเมื่อจู่ๆมีนักเลงกลุ่มใหญ่บุกปล้นโรงสีอย่างอุกอาจ เสมียนหนุ่มพยายามปกป้องโรงสีและสาวคนรักสุดความสามารถแต่ก็ถูกจิวก้วง หัวหน้ากลุ่มนักเลงยิงตาย

ป่วยซังร้องไห้โฮเมื่อเห็นสุเทพถูกยิงตายต่อหน้าต่อตา จิวก้วงสะใจมาก สั่งลูกสมุนให้ยิงปิดปากคนงานโรงสีทั้งหมดแล้วหันไปส่งสายตาหื่นกระหายให้ป่วยซัง

“ขนาดร้องไห้ขี้มูกโป่งยังสวยเหมือนเดิมเลยนะคุณหนูป่วยซัง”

“ลื้อเป็นใคร อั๊วไม่รู้จักลื้อ”

จิวก้วงหัวเราะลั่น “แหงล่ะ...หลานสาวนักเลงใหญ่อย่างลิ้มเม่งฮงมีเหรอจะรู้จักนักเลงปลายแถวอย่างอั๊ว แต่หลังจากวันนี้ไปอั๊วจะทำให้ลื้อจำอั๊วไปชั่วชีวิต!”

พริ้มเพราผ่านมาเห็นเหตุการณ์ในโรงสีพอดี  รีบวิ่งกลับบ้านไปตามคนมาช่วย โชคดีที่รณชิตแวะมาหาปิ่นมุกเลยตามไปช่วยป่วยซังทันไม่ให้ตกเป็นเครื่องบำเรอความใคร่ของกลุ่มนักเลง

ปิ่นมุกสั่งพริ้มเพรากับกิมเอ็งอยู่บ้านส่วนตัวเองวิ่งตามรณชิต ทันเห็นเหตุการณ์สะเทือนใจที่ไม่ระแคะระคายมาก่อนว่าป่วยซังรักกับสุเทพ รณชิตไล่ตามกลุ่มนักเลงออกไปข้างนอกแต่ก็คลาดกันจึงได้แต่สเกตช์ภาพคนร้ายเท่าที่จำได้ให้ทรงวาดตามสืบอีกแรง

กว่าทรงวาดกับทิเหล็งจะรู้เรื่องวุ่นวายที่โรงสีรณชิตก็พาทุกคนไปให้ปากคำที่โรงพัก ป่วยซังนั่งน้ำตาไหลพรากไม่ยอมพูดจากับใครจนทรงวาดหงุดหงิดพยายามคาดคั้นจนปิ่นมุกทนไม่ไหวลากตัวไปคุยอีกทาง เปิดโอกาสให้ทิเหล็งปลอบใจป่วยซังตามลำพัง

“คุณหนูป่วยซัง...อั๊วรู้ว่าคุณหนูคงเสียใจเรื่องคุณสุเทพมาก อั๊วเองก็คงช่วยอะไรไม่ได้แต่ถ้าคุณหนูอยากจะร้องไห้ก็ร้องออกมาได้เลยนะเพราะถ้าคนที่อั๊วรักต้องตายต่อหน้าอั๊วก็คงอยากร้องไห้เหมือนกัน”

ทิเหล็งรู้เรื่องระหว่างป่วยซังกับสุเทพดี แม้ตัวเองจะอกหักแต่ไม่เคยคิดให้เธอเสียน้ำตาขนาดนี้

“ร้องไห้ออกมาให้เต็มที่ จะร้องกี่วันก็ร้องไป แต่ดีขึ้นแล้วต้องไม่ร้องอีก วิญญาณคุณสุเทพคงไม่อยากเห็นคุณหนูอยู่กับความเศร้าเสียใจไปทั้งชีวิตหรอก คนโง่ๆ

ใช้แต่ แรงอย่างอั๊วคงปลอบใจคุณหนูได้เท่านี้แหละ”

ป่วยซังสะอื้นไห้อย่างน่าเวทนาก่อนจะปล่อยโฮอย่างสุดกลั้นซบหน้ากับบ่าทิเหล็งอย่างคนต้องการที่พึ่ง ทิเหล็งได้แต่นั่งนิ่งไม่กล้าขยับ รู้ตัวว่าคงแทนที่สุเทพไม่ได้แต่ก็อยากปลอบใจใกล้ๆแบบนี้

ooooooo

ทรงวาดอ้าปากค้างเมื่อรู้จากปิ่นมุกว่าป่วยซังรักกับสุเทพ ปิ่นมุกก็หน้าเครียดเพราะไม่คาดคิดมาก่อน

“อั๊วก็เพิ่งรู้ตอนคุณสุเทพตายแล้วนี่แหละ แต่ก็ไม่แปลกคุณสุเทพเป็นเสมียนรักกับน้องสาวเจ้านายตัวเอง เป็นใครก็คงไม่กล้าประกาศให้คนอื่นรู้หรอก”

ภาพป่วยซังนั่งกอดศพสุเทพทั้งน้ำตายังติดตา ปิ่นมุกเลยขอร้องทรงวาดเสียงอ่อน

“อั๊วขอนะเฮีย...จิตใจแจ้ซังตอนนี้คงไม่พร้อมจะพูดคุยอะไรทั้งนั้น เฮียอย่าเพิ่งคาดคั้นอะไรเลยนะ”

“อั๊วรู้แล้ว ตอนนี้อั๊วห่วงอาซังมากกว่า ไม่รู้จะหาทางปลอบยังไงเลย”

ทรงวาดถอนใจยาว ท่าทางเหนื่อยใจมากจนปิ่นมุกสงสารยื่นมือไปจับแขนลูบเบาๆอย่างให้กำลังใจ ทรงวาดไม่ได้ชักแขนหนีแต่ดึงมือเธอมากุมแทนคำขอบคุณที่เธออยู่ข้างๆเสมอมา...

งานศพของสุเทพถูกจัดอย่างเรียบง่ายในบ้านทรงวาด สมาชิกทุกคนช่วยเตรียมงานและรับแขกด้วยความเต็มใจแต่เพราะเสมียนหนุ่มไม่มีญาติพี่น้องเลยแทบไม่มีแขกมาร่วมงาน ป่วยซังยังทำใจไม่ได้ที่สูญเสียคนรักกะทันหันได้แต่ร่ำไห้อย่างน่าเวทนาจนกระทั่งรณชิตแขกคนแรกมาถึง

รณชิตไม่ใช่แค่แวะมาแสดงความเสียใจและเคารพศพของสุเทพแต่นำภาพสเกตช์คนร้ายที่บุกปล้นโรงสีมาให้ด้วย ทรงวาดเพ่งมองรูปคนร้ายอย่างครุ่นคิดแต่ก็นึกไม่ออกว่าเป็นใครมาจากไหน

จิวก้วงหัวหน้ากลุ่มนักเลงที่บุกปล้นโรงสีของทรงวาดแวะมารับเงินค่าจ้างจากพันเดชในคืนต่อมา ฮุ่ยเซี้ยงยิ้มพอใจผลงานเพราะเป็นคนเรียกตัวจิวก้วงมาเอง พันเดชไม่สนใจนักหันไปคุยกับไต้เกียว

“เล่นงานไอ้เฮ้งเตี๋ยงแล้ว ก่อกวนไอ้เถ้าแก่เสือก็แล้ว เธอคงไม่หมดแผนแค่นี้หรอกนะ”

“ถ้ามีแค่นี้ฉันไม่กล้าอาสาคุณหรอกค่ะ ที่คุณต้องการก็คือแย่งอำนาจของนาย เมื่อเราแย่งตรงๆไม่ได้ก็ต้องทำให้มันหมดความน่าเชื่อถือแล้วคนอื่นก็จะหันมาอยู่ใต้อำนาจคุณเอง”

พันเดชพยักหน้าพอใจ ฮุ่ยเซี้ยงจึงถือโอกาสพูดสนับสนุนแผนของหลานสาว

“จะจับขุนพลก็ต้องยิงม้าก่อน ตอนนี้เราทำให้อาเตี๋ยงกับอาฮงแทบจะไม่คุยกันอยู่แล้ว ส่วนอาโฮ่วก็โดนเล่นงานจนปั่นป่วนไปหมด วันๆพวกมันคิดถึงแต่เรื่องตัวเอง ถ้าเกิดอะไรขึ้นมันตั้งรับไม่ทันแน่”

ไต้เกียวเหยียดยิ้มสะใจก่อนบอกพันเดชถึงแผนขั้นต่อไป “เราต้องสร้างความวุ่นวาย เอาให้ใหญ่เข้าไว้ ทุกคนต้องหวังว่าพวกมันจะแก้ไขได้เหมือนที่ผ่านมา แต่พอเห็นพวกมันแก้ปัญหาตัวเองยังไม่ได้ก็จะหมดความน่าเชื่อถือไปเอง จากนั้นคุณก็ค่อยเข้าไป พอคุณจัดการทุกอย่างได้เรียบร้อย นักเลงทุกกลุ่มก็จะหันมาหาคุณเอง”

พันเดชยิ้มชอบใจ “ช้าหน่อยแต่น่าสนใจ มันขึ้นกับว่าไอ้ความวุ่นวายของเธอมันจะใหญ่ได้จริงรึเปล่า”

“อย่าห่วงเลยค่ะ จริงๆถ้าเป็นเมื่อก่อนอาจจะยากหน่อย แต่ตอนนี้ฉันมีคนมาช่วยโดยบังเอิญ...”


คนช่วยของไต้เกียวคืออภิชาตที่กลายเป็นหมากในเกมป่วนของเธอ พันเดชร่วมมือด้วยเต็มที่ส่งจิวก้วงไปถล่มโรงพักจนพวกตำรวจที่เข้าเวรตั้งตัวไม่ติด

ผลการถล่มโรงพักทำให้สถานการณ์ในเยาวราชระส่ำระสาย ทรงวาดร้อนใจมากหารือเม่งฮงให้เจรจาบรรดาแก๊งไม่ให้ลุกฮือเพราะเชื่อว่าเหตุถล่มโรงพักคงเป็นฝีมือแก๊งใดแก๊งหนึ่ง

“ก็ไอ้ตำรวจใหม่นั่นมันจับไม่เลี้ยง คนไม่พอใจเต็มไปหมด ทนไม่ไหวก็ต้องระเบิดสิวะ อั๊วจะไปห้ามได้ยังไง”

“แต่ถึงกับบุกโรงพักไม่ใช่เรื่องเล็กๆนะครับอาเจ็ก แล้วคงไม่ใช่แค่อารมณ์ชั่ววูบ ต้องมีการเตรียมการมาก่อน”

“พักนี้อั๊วไม่ได้เปิดโรงน้ำชาแล้ว ก็มัวแต่กลุ้มๆเรื่องอาเตี๋ยงก็เลยไม่ได้สนใจเรื่องอื่น ฝากขอโทษนายด้วยก็แล้วกัน คราวหน้าอั๊วจะคอยสอดส่องให้ดีกว่านี้”

“ครับ...เอ่ออาเจ็กครับ...อั๊วมีเรื่องอยากจะรบกวนหน่อย นี่เป็นหน้าคนที่ปล้นโรงสีอั๊ว ฆ่าสุเทพตาย อาซังบอกว่ามันพูดเหมือนเคยรู้จักกันมาก่อน อั๊วเลยเอามาให้อาเจ็กดู”

พูดพลางหยิบภาพสเกตช์คนร้ายให้ดู เม่งฮงนิ่วหน้าก่อนบอก “เหมือนเคยเห็นแต่นึกไม่ออก”

ทรงวาดกลุ้มใจอยากรู้ตัวคนร้ายและสืบหาคนบงการแต่ไม่ทันซักเม่งฮงเพิ่ม อภิชาตก็บุกมาจับตัวเขาเสียก่อนเพราะมั่นใจว่าอดีตเพื่อนร่วมรุ่นโรงเรียนนายร้อยตำรวจส่งคนไปถล่มโรงพัก!

อภิชาตเสียหน้าที่โรงพักถูกถล่มเลยพาลพาโลกับทรงวาด ลากตัวไปห้องสอบสวนและลงมือซ้อมไม่ยั้ง

“มึงสารภาพมาไอ้เสือ มึงแค้นที่กูทำให้มึงออกจากโรงเรียนนายร้อยใช่ไหมมึงถึงหนุนหลังไอ้พวกนักเลงนั่น”

ทรงวาดได้ยินข้อกล่าวหาของอดีตเพื่อนร่วมรุ่นแล้วแสยะยิ้ม “คงโดนเรียกไปด่ามาล่ะสิถึงได้โกรธขนาดนี้ ฉันอาจจะไม่พอใจแกที่ฉวยโอกาสแทงฉันข้างหลัง

แต่บอกตรงๆคนอย่างแกมันกระจอกเกินกว่าที่จะทำให้ฉันเก็บเอามาแค้น”

คำพูดตอกของทรงวาดทำให้อภิชาตโกรธจัดตั้งท่าจะซัดอีกรอบ รณชิตต้องรั้งมือไว้

“ผู้กองกำลังโกรธอย่าเพิ่งทำอะไรตอนนี้ดีกว่าครับ อย่าลืมสิครับว่าพ่อบุญธรรมมันเป็นใคร ถึงฝ่ายเราจะมีพยานแต่ก็แค่คำพูดลอยๆไม่มีหลักฐานสักอย่าง เกิดอะไรขึ้นมาจะลำบากนะครับ”

เหตุผลของรณชิตทำให้อภิชาตยอมรามือและปึงปังออกไป ทิ้งรณชิตให้มองทรงวาดเยาะๆ

“เสียดายไม่มีกล้องถ่ายรูป มันน่าบันทึกความประทับใจครั้งนี้ไว้จริงๆ เถ้าแก่ว่าไหมครับ”

“อย่าเสียเวลาเลยน่าจ่า มีอะไรจะพูดกับผมไม่ใช่เหรอไม่งั้นจะกันเขาออกไปทำไม...”

รณชิตเล่าว่าสาเหตุที่ทรงวาดถูกจับเพราะมีนักเลงอ้างตัวว่าถูกจ้างให้ถล่มโรงพัก ทรงวาดหน้าเครียด ยิ่งรณชิตบอกว่าสะกดรอยตามจนเจอนักเลงคนนั้นรับเงินจากหัวหน้านักเลงที่ปล้นโรงสีเมื่อวันก่อนยิ่งประสาทเสีย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากเพราะยังไม่มีหลักฐานมากพอ

ปิ่นมุกเป็นห่วงผู้อุปการะหนุ่ม บุกโรงพักเพื่อเอาเรื่องแต่ทรงวาดไล่ให้กลับ

“อั๊วจะเล่าทุกอย่างให้ฟังทีหลังแต่ลื้อต้องกลับไปก่อน ที่นี่ไม่เหมาะกับลื้อ”

“เฮียให้อั๊วไปอั๊วก็จะไปเพราะอั๊วไม่อยากทำให้เฮียลำบากใจหรือเป็นภาระให้เฮีย”

“นี่เป็นครั้งแรกที่ลื้อว่านอนสอนง่ายขนาดนี้”

“แต่เฮียต้องตอบคำถามอั๊วก่อน อั๊วขอถามข้อเดียว...เฮียจะกลับไปหาอั๊วใช่ไหม”

“อั๊วจะไม่กลับไปได้ยังไงล่ะ”

ลับร่างปิ่นมุกทรงวาดก็หารือรณชิตกับฤทธิ์เพื่อจับคนร้ายตัวจริง ไม่รู้เลยว่าปิ่นมุกจะเจออรุณรุ่งหรือฮุ่ยหลิงหน้าโรงพัก พร้อมด้วยชาญยุทธที่ยิ้มกว้างเมื่อเห็นอรุณรุ่งและถือโอกาสสร้างความคุ้นเคย


“เรียกผมพี่อ้ายเหมือนเสือดีกว่าครับ อย่าเรียกท่านเลย แล้วนี่คุณหลิงมาทำอะไรที่นี่ครับ”

“ฉันมาเยี่ยมเฮียโฮ่วน่ะค่ะ”

“งั้นเราก็มาเรื่องเดียวกัน รอเดี๋ยวนะครับ ผมขอไปเอาตัวเสือออกมาก่อนแล้วเดี๋ยวเราค่อยคุยกัน”

พูดจบก็จะผละไป ปิ่นมุกจำคำทรงวาดได้ว่าไม่อยากติดหนี้บุญคุณพ่อกับพี่ชายบุญธรรมเลยโพล่งห้าม

ชาญยุทธชักสีหน้าไม่พอใจ “เธอรู้ได้ยังไงว่าเสือไม่ต้องการความช่วยเหลือ”

“ถ้าอย่างนั้นฉันขอถามท่านหน่อยนะคะ ท่านมาที่นี่เพราะเฮียบอกท่านหรือท่านรู้เองคะ ถ้าเป็นอย่างหลังก็แสดงว่าเฮียไม่ต้องการความช่วยเหลือจากท่านตั้งแต่ต้น”

คำตอบโต้ของปิ่นมุกทำให้ชาญยุทธเถียงไม่ออก วิสูตรลอบยิ้มแอบชื่นชมความใจกล้าของสาวน้อยในอุปการะของทรงวาด แต่ก็ต้องหุบฉับเมื่อชาญยุทธปึงปังกลับไปขึ้นรถ

“อวดดี! ยัยเด็กนี่กล้าดียังไงถึงได้มาย้อนฉันแบบนี้”

“แต่เขาก็พูดถูกนะครับคุณอ้าย คุณเสือคงไม่ต้องการ ให้เราเข้าไปยุ่งจริงๆ”

“ฉันไม่ชอบแบบนี้เลยวิสูตร ทำไมเสือมีปัญหาอะไรถึงไม่บอกฉัน ตอนโรงสีถูกปล้นก็เหมือนกัน ฉันก็รออยู่ว่าเมื่อไหร่เสือจะมาขอความช่วยเหลือซะทีแต่เขาก็กลับเงียบ แล้วนี่ถึงขั้นถูกตำรวจจับแต่กลับไม่โทรศัพท์หาฉันสักนิด”

วิสูตรลอบถอนใจ แอบเข้าใจความรู้สึกทรงวาด “คุณอ้ายยังมองคุณเสือเป็นน้องน้อยอยู่รึเปล่าครับ คุณเสือเป็นผู้ใหญ่แล้วนะครับก็คงอยากจะแก้ปัญหาด้วยตัวเองบ้างก็เท่านั้นล่ะครับ”

“ถ้าแค่นั้นก็ดี ตั้งแต่เผาไล่ที่ฉันรู้สึกเหมือนเสือคอยหลบหน้าฉันยังไงไม่รู้...ฉันอาจจะคิดมากไปก็ได้”

ชาญยุทธไม่ใช่คนเดียวที่ข้องใจเรื่องทรงวาดไม่รับความช่วยเหลือ พริ้มเพรากับป่วยซังก็สงสัยปิ่นมุกซึ่งเข้าใจผู้อุปการะหนุ่มดีกว่าใคร อธิบายอย่างใจเย็น

“มันมีหลายเรื่อง บางอย่างต้องให้เฮียเล่าเอง

อั๊วพูดไม่ได้ อั๊วพูดได้แค่เฮียไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณไปมากกว่านี้”

พริ้มเพรานิ่วหน้า “ยิ่งพูดฉันก็ยิ่งไม่เข้าใจการเป็นหนี้บุญคุณพี่ชายตัวเองมันแย่อย่างนั้นเลยเหรอจู”

ป่วยซังก็ไม่เข้าใจ “นั่นสิ...ลื้อคิดมากไปรึเปล่า”

ปิ่นมุกสีหน้าเคร่งเครียด คิดถึงชีวิตในอดีตและปัจจุบันของตัวเอง “บางทีบุญคุณมันทำร้ายคนได้มากกว่าความแค้นอีกนะ ความแค้นเรายังปล่อยวางได้แต่บุญคุณมันจะอยู่กับเราไปตลอดชีวิต ยิ่งรับมามากเท่าไหร่ก็ยิ่งชดใช้ให้หมดยากเท่านั้น...คนที่มีทั้งความแค้นในใจและมีบุญคุณค้ำคออยู่อย่างอั๊วเข้าใจดีเลยล่ะ”

ระหว่างที่ทรงวาดโดนขังที่โรงพัก ฮุ่ยเซี้ยงก็ฉวยจังหวะนี้ยุแยงบรรดาแก๊งน้อยใหญ่ในเยาวราชให้กระด้าง–

กระเดื่องกับนายและคิดต่อกรพวกตำรวจที่กวาดล้างหนักในระยะหลัง

“ลื้อจะให้พวกเราทรยศนายเหรอ ไม่ใช่เรื่องเล็กนะโอ๊วเฮีย บ่อนลื้อโดนอะไรเข้าไปลืมแล้วรึไง”

หนึ่งในตัวแทนแก๊งคัดค้านเพราะเห็นผลการต่อต้านมาก่อน ฮุ่ยเซี้ยงพยายามเกลี้ยกล่อม

“อั๊วแค่เสนอทางเลือก ไม่ได้ให้ทำเดี๋ยวนี้ซะหน่อย หรือว่าพวกลื้อจะชนกับตำรวจก็ตามใจ”

บรรดาแก๊งลังเล ก่อนจะมีใครสักคนโพล่งถามถึงเม่งฮงกับทรงวาด ฮุ่ยเซี้ยงเหยียดยิ้ม

“อาฮงน่ะเหรอ...ลูกอีจะเป็นจะตายเพราะผู้หญิงหยำฉ่าคนเดียวพวกลื้อก็รู้ ตอนนี้อีไม่มีจิตใจจะคิดทำอะไรแล้ว ไอ้เถ้าแก่เสือเพิ่งถูกตำรวจจับไปเมื่อเช้านี้เอง ตัวมันยังเอาตัวเองไม่รอดเลยแล้วเราจะหวังพึ่งอะไรมันได้”

ฮุ่ยเซี้ยงสะใจเมื่อเห็นบรรดาแก๊งระส่ำระสาย เห็นได้ชัดว่าอยากแข็งข้อกับนายและเอาคืนพวกตำรวจเต็มแก่ แต่ยังใจไม่กล้า พันเดชพอใจผลงานฮุ่ยเซี้ยงมาก เช่นเดียวกับไต้เกียวที่เป็นเจ้าของแผนร้ายทั้งหมด

“อดใจรออีกหน่อยนะคะ ตอนนี้พวกมันคงกำลังลังเลกันอยู่ แต่หลังจากที่คุณแสดงฝีมือจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ทุกคนก็จะผละจากนายมาหาคุณเอง”

พันเดชแสยะยิ้มร้าย “ตั้งแต่ฉันแย่งผลประโยชน์กับไอ้ชาญยุทธมาไม่เคยมีครั้งไหนใกล้เคียงความจริงเท่าครั้งนี้เลย แล้วทำไมฉันจะรอไม่ได้ล่ะ...แล้วเรื่องไอ้เถ้าแก่เสือล่ะ”

“ไม่ต้องร้อนใจค่ะ ฉันไม่ได้เอามันเข้าคุกเปล่าๆ ทุกอย่างจะจบคืนนี้แน่นอน”

“เธอนี่ฉลาดกว่าที่ฉันคิดเยอะเลยนะ อยากได้รางวัลอะไรไหม”

“แล้วแต่คุณจะให้แล้วกันค่ะ”

ไต้เกียวเอ่ยยิ้มๆก่อนผละไปหยิบเสื้อผ้าของเขามาสวมให้ พลันสายตาก็เหลือบเห็นสร้อยที่เขาใส่ประจำ ตัวจี้เป็นรูปดาบสามเล่มไขว้กันเหมือนตราสัญลักษณ์บางอย่าง เธอเสนอตัวซ่อมให้เมื่อเห็นว่าเชือกคล้องจี้ขาด แต่เขากลับปฏิเสธด้วยน้ำเสียงห้วนจัดก่อนตวาดไม่ให้เธอยุ่งกับสร้อยเส้นนี้...

ooooooo

ทรงวาดนอนครุ่นคิดในห้องขังด้วยสีหน้านิ่งสงบ ในหัวคิดถึงข้อความในกระดาษแผ่นเล็กๆที่รณชิตส่งข่าวมาว่าอาจมีการลอบฆ่าปิดปากในโรงพัก!

เถ้าแก่เสือแห่งเยาวราชระมัดระวังตัวตลอดเวลาจนกระทั่งนักโทษใหม่ที่เพิ่งย้ายมาเมื่อเย็นจะปักมีด

บนซี่โครงเขา โชคดีที่ทรงวาดไหวตัวทันเอารองเท้ายัดกลางลำตัวมีดเลยแทงไม่เข้าแถมซัดจนหมอบ รณชิตรอเวลาอยู่แล้วเดินมาถึงห้องขังของทรงวาดอึดใจต่อมา

รณชิตเล่าว่าโอฬารเป็นคนฝากข้อความมาให้เรื่องอาจมีคนฆ่าปิดปากทรงวาด ก่อนแจ้งข่าวดีว่าหาทางจัดการอภิชาตอดีตเพื่อนนายร้อยตำรวจของทรงวาดได้แล้ว

ทรงวาดถูกขังถึงเช้าวันต่อมาจึงได้รู้ว่ารณชิตหาหลักฐานแฉอภิชาตสำเร็จ อภิชาตโวยลั่นโรงพักเมื่อจู่ๆมีคำสั่งให้ผู้กำกับฯและตำรวจหลายนายคุมตัวเขาไปให้คณะกรรมการสอบสวน

“เป็นคำสั่งด่วน...ระหว่างนี้คุณก็ย้ายออกไปก่อน อีกเดี๋ยวคงมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามมา”

“เพราะไอ้ทรงวาดใช่ไหมครับ เส้นมันใหญ่นี่

ถึงได้ตั้งคณะกรรมการสอบผมด่วนได้ ผมผิดหวังจริงๆ ทั้งที่ผมตั้งใจกวาดล้างพวกนอกกฎหมายแต่กลับต้องมาโดนแบบนี้ซะเอง”

“เลิกสร้างภาพได้แล้วน่ะคุณอภิชาต ที่คุณถูกตั้งกรรมการสอบก็เพราะ...”

ผู้กำกับฯพูดไม่ทันจบรณชิตก็เข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารเผยเรื่องบ่อนผิดกฎหมายที่อภิชาตมีส่วนรู้เห็น

“ได้ยินชัดแล้วใช่ไหม คราวนี้คงรู้แล้วสิว่าทำไมถึงถูกตั้งกรรมการสอบ”

อภิชาตไม่ยอมแพ้แถหน้าด้านๆ “ผมถูกใส่ร้าย! ต้องเป็นฝีมือไอ้ทรงวาดแน่ๆ มันอยู่เบื้องหลังไอ้พวกที่บุกโรงพักแล้วทำไมเรื่องโยนบาปให้ผมแค่นี้มันจะทำไม่ได้”

รณชิตส่ายหน้า ชี้แจงอย่างเหนื่อยหน่าย “พยานที่ให้การว่านายทรงวาดอยู่เบื้องหลังการบุกโรงพักกลับคำให้การแล้วครับ เขาบอกว่าได้รับการว่าจ้างให้ใส่ร้ายนายทรงวาดอีกที”

อภิชาตตกใจหน้าซีด รณชิตสะใจมากและอดไม่ได้เย้ยทิ้งท้าย

“ผมทราบว่าผู้กองเส้นแข็งไม่เบาเหมือนกันยังไงก็รอด...อย่ากลัวไปเลยครับ”

ทรงวาดรอดจากข้อกล่าวหาเพราะคำให้การซัดทอดล่าสุดไม่ใช่เขาบงการถล่มโรงพักแต่คนร้ายถูกจ้างวานอีกที โอฬารโล่งใจและถือโอกาสคุยอย่างเปิดอกกับทรงวาด

“ตำรวจชั่วๆอย่างผู้กองอภิชาตก็สมควรต้องมีจุดจบอย่างนี้ ขอบคุณเถ้าแก่ด้วยที่ให้ความร่วมมือกับราชการ”

“ถือว่าเจ๊ากันกับที่ผู้กองส่งข่าวเตือนผมก็แล้วกันครับ แล้วผู้กองทราบได้ยังไงว่าจะมีคนลอบฆ่าผมในห้องขัง”

โอฬารยิ้มพลางรดน้ำต้นไม้ในห้องทำงาน “ตอนผมเป็นตำรวจคุณยังไม่เกิดเลยเถ้าแก่เสือ เล่ห์เหลี่ยม

ยัดคนเข้าคุกแล้วส่งคนไปเก็บใช้กันมาเป็นร้อยปีได้แล้วมั้ง ทำไมผมจะตามไม่ทัน”

“สมกับที่จ่ารณชิตยกย่องให้เป็นเจ้านาย แล้วก็สมกับเป็นหนึ่งในสี่คิงนายตำรวจที่อยู่ท้องที่แถวนี้มานานที่สุด”

“ขอบคุณที่ชม แต่การเป็นพันธมิตรของเรามันแค่ชั่วคราวนะเถ้าแก่ ยังไงผมก็ไม่ชอบคนทำผิดกฎหมายอยู่ดี แต่ผมยอมรับว่ากำลังของตำรวจไม่มากพอจะดูแลความเรียบร้อยทั้งหมด เราจำเป็นต้องพึ่งคนอย่างพวกคุณเพื่อใช้ความชั่วกำจัดความชั่วยิ่งกว่า”

“ถ้าผู้กองรู้จักผมดีกว่านี้จะรู้ว่าผมก็ไม่ได้ชอบสิ่งที่ทำอยู่สักเท่าไหร่หรอกครับ เพียงแต่ที่ผ่านมา...ตำรวจทำให้ผมผิดหวังมาตลอดผมก็เลยต้องอยู่ตรงนี้”

ทรงวาดทิ้งท้ายเสียงเรียบก่อนผละไป ทิ้งให้โอฬารมองตามเงียบๆ...นับวันก็ยิ่งเห็นเนื้อแท้ของเถ้าแก่เสือแห่งเยาวราชว่าเป็นคนรักสงบและใจเด็ดแค่ไหน...

อภิชาตปักใจเชื่อว่าทรงวาดจัดฉากทุกอย่างเพื่อเอาคืนที่เขาเคยแฉอีกฝ่ายจนต้องออกจากโรงเรียนตำรวจ ทรงวาดไม่ถือสาและไม่สะทกสะท้านเดินลงจากโรงพักอย่างสง่าผ่าเผย ปิ่นมุกกับอรุณรุ่งมารอรับโดยไม่รู้เลยว่าจิวก้วงแอบมองจากมุมหนึ่งพร้อมมีดในมือเตรียมทำร้ายทรงวาด!

ปิ่นมุกยิ้มกว้างเมื่อเห็นทรงวาด แต่พริบตาเดียวก็เบิกตาโพลงเมื่อเห็นคนร้ายถือมีดย่างสามขุมมาทางข้างหลังเขา หญิงสาวตกใจผลักผู้อุปการะหนุ่มไปอีกทางส่วนตัวเองรับคมมีดแทนเพราะหลบไม่ทัน

อรุณรุ่งรีบปฐมพยาบาลปิ่นมุกโดยมีทรงวาดประคองไม่ห่าง รณชิตเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดวิ่งไปจับมือมีดแต่ก็คลาดกัน ทรงวาดร้อนใจร้องขอรถตำรวจให้พาปิ่นมุกส่งโรงพยาบาลทันที

พันเดชเป็นคนส่งจิวก้วงไปดักทำร้ายทรงวาดหน้าโรงพักเอง ก่อนแสร้งโทร.ไปแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์อุกอาจนั้นกับชาญยุทธ ไต้เกียวได้ยินแล้ว อดเหน็บแกมหยอกไม่ได้

“ดูคุณจะสนใจนายชาญยุทธเหลือเกินนะคะ เหมือนไม่ใช่แค่คู่แข่งธรรมดา”

“เอาเวลาจับผิดฉันไปทำงานตัวเองให้ดีก่อนเถอะ เรื่องไอ้ทรงวาดก็พลาดซ้ำซาก เรื่องดึงคนล่ะไปถึงไหนแล้ว”

“ค่อยเป็นค่อยไปสิคะ นายสะสมบารมีมานานจู่ๆจะให้ทุกก๊กแปรพักตร์มาอยู่กับคุณทันทีคงไม่ง่ายนักหรอกค่ะ”

“งั้นก็ต้องมีตัวเร่งซะหน่อยจะได้ตัดสินใจกัน

ง่ายขึ้น...ด้วยชีวิตไอ้ทรงวาดเลยเป็นไง”

ทรงวาดไม่สนใจว่าจะมีใครทำร้าย นั่งเฝ้าปิ่นมุกหน้าห้องฉุกเฉินด้วยใจกระวนกระวาย ชาญยุทธกับวิสูตรแวะมาเยี่ยมแต่มีเจตนาแฝงคืออยากให้ทรงวาดกวาดล้างพวกแก๊งที่คิดกระด้างกระเดื่องให้สิ้นซาก!

“พี่อยากให้เสือกับพวกหกห้องแสดงตัวอยู่ข้างพี่ หกห้องใหญ่สุดในเยาวราชถ้าหกห้องชัดเจนกลุ่มอื่นไม่หือแน่”

“ผมก็ต้องทำอย่างนั้นอยู่แล้วนี่ครับ พี่อ้ายมี

อย่างอื่นอีกรึเปล่าครับ”

ชาญยุทธส่งสายตาไปทางวิสูตรให้พูดแทน “พักนี้เกิดเรื่องกับคุณเสือแล้วก็น้องชายหลายครั้งจนคนอื่นดูว่าหกห้องอ่อนแอลง ดังนั้นตอนนี้ต้องแสดงให้ทุกคนเห็นว่าหกห้องยังแข็งแรงแล้วก็ยังซื่อสัตย์กับนายเหมือนเดิมด้วย”

ทรงวาดถอนใจหนักหน่วง ชาญยุทธต้องการให้เขาจัดการมือมีดที่แทงปิ่นมุกด้วยตัวเองภายในคืนนี้ ทรงวาดไม่อยากรับปากเพราะห่วงปิ่นมุก ชาญยุทธต้องกดดัน “พรุ่งนี้ครบกำหนดจ่ายค่าคุ้มครองแล้วนะเสือ ถ้ากลุ่มไหนไม่จ่ายพี่จำเป็นต้องเชือดไก่ให้ลิงดู เสืออยากให้เป็นอย่างนั้นเหรอ”


ละครชาติเสือพันธุ์มังกร ตอนที่ 5 อ่านชาติเสือพันธุ์มังกรติดตามละครชาติเสือพันธุ์มังกร ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย เจมส์ มาร์,เดียร์น่า ฟลีโป 24 พ.ย. 2561 08:10 2018-11-26T01:02:27+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ