ข่าว

วิดีโอ



ชาติเสือพันธุ์มังกร

อ่านเรื่องย่อ

แนว: แอคชั่น-ดราม่า-พีเรียด

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: บทกร

กำกับการแสดงโดย: กิตติศักดิ์ ชีวาสัจจาสกุล

ผลิตโดย: บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: เจมส์ มาร์,เดียร์น่า ฟลีโป

ข่าวทรงวาดหรือบุ่นโฮ่วถูกลอบทำร้ายถึงหูเฮ้งเตี๋ยงในวันเดียวกัน ลูกชายคนโตของหัวหน้าแก๊งหกห้องไม่รอช้าแวะมาหาลูกพี่ลูกน้องหนุ่มถึงบ้านด้วยความเป็นห่วง

“ร้อยวันพันปีอั๊วไม่เคยเห็นเฮียโฮ่วมีเรื่องขัดใจกับใคร แต่เล่นกันถึงตายขนาดนี้คงไม่ใช่แค่ขัดใจธรรมดาแล้วล่ะ”

ป่วยซังกังวลไม่แพ้กัน “อั๊วถามยังไงเฮียโฮ่วก็ไม่ยอมบอกแล้วยังไม่ให้แจ้งความอีก ไม่รู้มีเรื่องอะไรกันแน่”

“เดี๋ยวอั๊วบอกอาป๊าเอง ให้เอาคนของเราเจ็ดแปดคนมาคอยคุ้มกันเฮีย ดูซิว่ายังจะมีใครกล้าทำร้ายเฮียอีกไหม”

พริ้มเพราส่ายหน้าไม่เห็นด้วย “แต่ฉันว่าถามเถ้าแก่ดูก่อนดีไหมคะจะได้ไม่มีปัญหากันทีหลัง เพราะถ้าเถ้าแก่ต้องการคนคุ้มครองก็คงบอกพี่เตี๋ยงตั้งแต่แรกแล้ว”

ป่วยซังพยักหน้าเห็นด้วย ลืมสนิทว่าทรงวาดพี่ชายไม่ชอบใช้เส้นสายหรืออำนาจในทางไม่ชอบ เฮ้งเตี๋ยงไม่ชอบใจนักแต่ไม่อยากผลีผลามให้ทรงวาดตำหนิ ได้แต่ ผลุนผลันไปพร้อมพริ้มเพราเพื่อเลี้ยงอำลาครั้งสุดท้าย

ทรงวาดหนักใจ ห่วงหน้าพะวงหลังทั้งคนในครอบครัว ญาติสนิทและปิ่นมุก ไม่อยากให้อยู่ใกล้เกรงจะเป็นอันตราย ทิเหล็งก็ห่วงเจ้านายหนุ่มอยากช่วย ทรงวาดเลยจะส่งไปเรียนกังฟูเพิ่มด้วยหวังมีคนไว้ใจได้มาช่วยงาน

เฮ้งเตี๋ยงสลัดเรื่องทรงวาดทิ้งพาพริ้มเพราคู่ขาสาวไปกินข้าวอำลาในโรงแรมหรู พริ้มเพราอึ้งไปอึดใจก่อนยิ้มบางๆเมื่อคิดได้ว่าเขาคงพามาลา

“เราคงได้เจอกันเป็นครั้งสุดท้ายแล้วใช่ไหมจ๊ะพี่เตี๋ยง” เฮ้งเตี๋ยงหน้าเสีย ลำบากใจจะยอมรับ พริ้มเพรายิ้มอย่างเข้าใจ “เรารู้จักกันมานาน ทำไมฉันจะไม่รู้นิสัยพี่ พี่ทำอย่างนี้คงอยากจะชดเชยให้ฉันมากที่สุดใช่ไหมล่ะ”

“อั๊วขอโทษ อาป๊าอียื่นคำขาดว่าถ้าอั๊วไม่เลิกยุ่งกับลื้อ อีจะฆ่าลื้อ อั๊วก็เลยต้องยอม”

“เลิกพูดเถอะจ้ะ เข้าไปหาอะไรกินกันดีกว่า วันนี้เราต้องใช้เวลาวันสุดท้ายของเราให้คุ้มค่าที่สุดนะจ๊ะ”

ระหว่างที่เฮ้งเตี๋ยงกับพริ้มเพราใช้เวลาสุดท้ายด้วยกัน รณชิตพาลี่เง็กซึ่งโดนแจ้งจับข้อหาทะเลาะวิวาทมากินข้าวที่โรงแรมหรูเดียวกัน เขาพาฤทธิ์ลูกพี่ลูกน้องหนุ่มมาด้วยหวังให้ช่วยหลอกถามลี่เง็กเรื่องทรงวาด

ลี่เง็กตื่นตาตื่นใจกับภัตตาคารหรูหรา รณชิตเห็นดังนั้นก็แกล้งถาม

“พี่ชายเธอเป็นเสี่ยเจ้าของโรงสีไม่ใช่เหรอ อาหารแค่นี้น่าจะได้กินบ่อยๆมั้ง”

“ไอ้ตัวเอกงิ้วนั่นถ้าไม่ได้หน้ามันไม่เลี้ยงใครหรอก อาป๊าก็ขี้เหนียวกินแต่ข้าวบ้าน ถ้าไม่มีอะไรพิเศษก็อย่าหวัง”

“แต่เขาเป็นลูกบุญธรรมท่านการันต์เชียวนะ ได้ข่าวว่าทั้งโรงสีทั้งบ้านท่านการันต์เป็นคนออกเงินให้ไม่ใช่เหรอ”

“ก็ใช่น่ะสิ...มันน่ะสบายทุกอย่างแต่ไม่เคยมีน้ำใจเผื่อแผ่พี่น้อง มันน่า...”

นินทาอย่างสนุกปากแล้วชะงักเมื่อลี่เง็กเหลือบเห็นเฮ้งเตี๋ยงควงพริ้มเพรามาร้านเดียวกัน รณชิตหันไปมองแล้วลอบยิ้ม “พี่ชายเธอนี่...นั่นผู้หญิงที่พี่เธอจะแต่งด้วยเหรอ”

“ใช่ที่ไหนล่ะ อีเป็นผู้หญิงขายตัว กล้าพามากินถึงนี่เลยเหรอ”

“อย่าใจร้อนสิ ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เธอจะอาละวาดตามใจชอบนะ นั่งลง! ไม่งั้นฉันจะไม่พาเธอมากินแล้วนะ”

ลี่เง็กได้แต่ฮึดฮัด พึมพำกับตัวเอง “รอกลับบ้านก่อนเถอะ!”

ooooooo

เฮ้งเตี๋ยงก็เห็นลี่เง็กน้องสาวแต่ไม่ยี่หระ พริ้มเพราเสียอีกกระวนกระวายด้วยรู้ฤทธิ์เดชน้องสาวคนเดียวของคู่ขาหนุ่มดี แล้วก็เป็นเรื่องจนได้เมื่อจู่ๆมีนักเลงหนุ่มท่าทางกร่างๆมาลวนลามพริ้มเพรา

รณชิตเห็นท่าไม่ดี เฮ้งเตี๋ยงขึ้นชื่อว่าอารมณ์ร้อนกลัวมีเรื่องกลางร้านอาหาร แต่ลี่เง็กกลับเห็นเป็นเรื่องสนุกรั้งตัวตำรวจหนุ่มไม่ให้ไปยุ่ง ปล่อยให้เฮ้งเตี๋ยงพี่ชายคนเดียวของตนมีเรื่องกับนักเลงหนุ่มยกใหญ่

“เฮ้ย! อะไรของเอ็งวะ แค่หยอกเล่นก็ต้อง โมโหด้วย ไม่รู้รึไงวะว่าผู้หญิงสาธารณะถ้ามีเงิน ใครจะทำอะไรก็ได้”

ถ้อยคำดูถูกของนักเลงหนุ่มทำให้เฮ้งเตี๋ยงโกรธจัดคว้าส้อมบนโต๊ะปักมืออีกฝ่าย นักเลงหนุ่มเบิกตาโพลง ลืมคำสั่งจากพันเดชเจ้านายหนุ่มที่สั่งให้หาเรื่องเฮ้งเตี๋ยงเล็กๆน้อยๆ ควักปืนมาจ่อยิงในระยะประชิด!

พริ้มเพราพยายามรั้งคู่ขาหนุ่มสุดความสามารถแต่เฮ้งเตี๋ยงไม่ยอม ฮึดฮัดจะเอาเรื่องกระทั่งเกิดเหตุ ไม่คาดฝัน...พริ้มเพราโดนผลักไปกลางวิถีกระสุนถูกยิงจนทรุด!

เฮ้งเตี๋ยงเห็นพริ้มเพราถูกยิงก็สติหลุดแย่งปืนนักเลงหนุ่มยิงเพื่อนอีกฝ่ายที่มาด้วยกันตายคาที่ รณชิตรีบควบคุมสถานการณ์ ทั้งจับตัวนักเลงหนุ่มที่ก่อเรื่อง เรียกรถพยาบาลมารับพริ้มเพราและพาเฮ้งเตี๋ยงไปให้ฝากขังที่โรงพัก

ทรงวาดหรือบุ่นโฮ่วรู้เรื่องก็รีบมาโรงพัก เฮ้งเตี๋ยงโผหาเกาะลูกกรงคร่ำครวญถึงพริ้มเพรา

“เฮีย...อาพริ้มเพราตายแล้ว อั๊วไม่ควรพาอีออกมาเลย ความผิดของอั๊วเอง”

รณชิตเห็นทรงวาดมาเยี่ยมเฮ้งเตี๋ยงก็อดค่อนแคะไม่ได้

“เสียใจด้วยนะเถ้าแก่ ผมอยู่ในเหตุการณ์เห็น ทุกอย่าง งวดนี้มันคงไม่ง่ายเหมือนคราวน้องสาวเถ้าแก่แล้วล่ะ”

ทรงวาดสำเหนียกดีว่าข้อหาเฮ้งเตี๋ยงนั้นฉกรรจ์นัก ไหนจะพยานบุคคลอย่างรณชิตนายตำรวจเถรตรงที่เขาคร้านจะต่อปากต่อคำ กระนั้นเม่งฮงก็ไม่สน บุกห้องทำงานของโอฬารนายตำรวจยศร้อยโทประจำโรงพัก

โอฬารมียศสูงกว่ารณชิตเพราะทำงานท้องที่เยาวราชนานกว่า เขาปฏิเสธให้ประกันตัวเฮ้งเตี๋ยงเพราะข้อหาอุกฉกรรจ์ เม่งฮงไม่ยอมโวยลั่นห้องทำงานของอีกฝ่าย

“ทำไมจะไม่ได้ อั๊วรู้นะว่าถ้าจะช่วยกันจริงๆ ลื้อมีวิธีเป็นร้อยจะช่วยลูกชายอั๊ว”

“ใช่...สำหรับเรื่องอื่นไม่ใช่ฆ่าคนตายกลางโรงแรมขนาดนี้ ทำใจเถอะวะเม่งฮง ลูกชายเอ็งผิดจริงก็ต้องยอมรับ”

เม่งฮงโมโหด่าโขมงโฉงเฉง “เฉาฉุ่ย! พูดอย่างงี้ได้ยังไงวะ ลื้อลืมแล้วรึไงว่าดาวบ่นบ่าลื้อได้มาเพราะใคร ถ้าอั๊วไม่ช่วยลื้อจับพวกค้ายาเสพติด ลื้อจะมีวันนี้ไหม”

โอฬารไม่สะทกสะท้าน สบตาเม่งฮงนิ่ง “ข้าไม่เคยเอาจากเอ็งฝ่ายเดียว...คนไทยเขาเรียกน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า ถ้าไม่รู้ว่ามันหมายความว่ายังไงก็หันไปถามหลานชายโน่น”

เม่งฮงเดือดจัดจะมีเรื่องเต็มที่ ทรงวาดจับตัวไว้แล้วขอให้ฮุ่ยเซี้ยงพาไปรอข้างนอก ส่วนตัวเองเจรจากับโอฬารซึ่งยืนรออย่างใจเย็น ไม่รู้สึกรู้สา แถมแกล้งพูดยั่ว

“ปกติถึงอาคุณจะใจร้อนยังไงก็ไม่เคยมุทะลุขนาดนี้ สงสัยคราวนี้จะห่วงลูกชายมาก”

“โทษถึงประหารจะไม่ห่วงได้ยังไงล่ะครับ”

ทรงวาดโต้เสียงเรียบ โอฬารรู้ถึงอิทธิพลเบื้องหลังอีกฝ่ายดีเปลี่ยนท่าทีจากยียวนเป็นจริงจัง “อย่าหาว่าผมออกตัวเลย เรื่องคราวนี้ร้ายแรงมาก ยังไงผมก็ช่วยไม่ได้ ฝากขอโทษคุณพ่อบุญธรรมคุณด้วยแล้วกัน”

ooooooo

ขณะที่ทรงวาดหนักใจหาทางช่วยเฮ้งเตี๋ยงไม่ได้ ฮุ่ยเซี้ยงฉวยจังหวะนี้หลอกเอาเงินจากเม่งฮงเพราะหมั่นไส้มานานที่อีกฝ่ายได้หน้าได้ตาจากผู้คนในเยาวราชมากกว่าตนซึ่งร่วมก่อตั้งแก๊งหกห้องมาเหมือนกัน

“เรื่องนี้ปล่อยเป็นหน้าที่อั๊วเอง โอ๊วฮุ่ยเซี้ยงคนนี้ผาดโผนมายี่สิบกว่าปี กินเกลือมากกว่าคนอื่นกินข้าว ลูกชายของน้องร่วมสาบานคนเดียวทำไมอั๊วจะช่วยไม่ได้วะ”

“ตั่วเฮียช่วยอาเตี๋ยงได้แน่นะ”

“อั๊วกล้าประกาศกลางโรงพักนี้เลย ไม่เกินวันมะรืนอั๊วจะเอาอาเตี๋ยงออกจากที่นี่ให้ได้”

“ถ้าตั่วเฮียทำได้อยากได้อะไรบอกมาเลย อั๊วจะหามาให้ทุกอย่าง ขอให้ช่วยอาเตี๋ยงได้เท่านั้นก็พอ”

ฮุ่ยเซี้ยงกระหยิ่มยิ้มย่องมั่นใจจะหาคนหลอกเงินจากเม่งฮงได้ ไม่รู้เลยว่าทรงวาดมองมาอย่างรู้ทันเชื่อว่าคนอย่างฮุ่ยเซี้ยงคงโม้ไปอย่างนั้นเอง...ช่วยอะไรเม่งฮงกับเฮ้งเตี๋ยงไม่ได้แน่

ปิ่นมุกรู้เรื่องพริ้มเพราถูกยิงก็รุดไปโรงพยาบาล เจออรุณรุ่งหรือฮุ่ยหลิงรุ่นพี่สาวคนสนิทเลยพากันไปดูอาการพริ้มเพราซึ่งยังอยู่ในห้องผ่าตัด...อาการหนักเป็นตายเท่ากัน!

เฮ้งเตี๋ยงเข้าใจว่าพริ้มเพราตายแล้วก็คิดผูกคอตายในห้องขัง โดยคิดไม่ถึงเลยว่าโศกนาฏกรรมทั้งหมดจะเป็นแผนร้ายของพันเดชกับไต้เกียวที่ร่วมมือกันล้มงานแต่ง

ไต้เกียวอารมณ์ดีเมื่อรู้ว่าเฮ้งเตี๋ยงถูกจับ พริ้มเพราบาดเจ็บหนักยังไม่รู้สึกตัวอยู่โรงพยาบาล พันเดชมองมาด้วยความหมั่นไส้ ไม่อารมณ์ดีไปด้วยเพราะเสียลูกน้องจากงานนี้ไปหนึ่งคน

“คนตายคนนึงวุ่นวายขนาดไหนรู้ไหม แถมคนที่ส่งไปเก็บไอ้ทรงวาดก็ดันพลาด ทำไมมันหนังเหนียวอย่างงี้วะ”

“จะโกรธฉันก็ไม่ถูกนะคะ เรื่องลูกน้องที่ตายเพราะเขาทำนอกคำสั่งเอง ฉันต้องการแค่ทะเลาะวิวาทเพื่อจะได้เสียฤกษ์แล้วล้มงานแต่งแต่ดันเลยเถิดถึงขั้นฆ่าฟันกันเอง...ช่วยไม่ได้ ส่วนเรื่องเฮียโฮ่ว...มีฉันอยู่ทั้งคนคุณจะกลัวอะไร เอาไว้โอกาสเหมาะๆฉันจะหลอกมาให้คุณฆ่าถึงที่เอง...”

ooooooo

ฮุ่ยเซี้ยงพาคนหลอกเงินจากเม่งฮงมาโรงน้ำชาในวันต่อมาโดยยื่นข้อเสนอขอเงินค่าจ้างก้อนโตก่อนช่วยเฮ้งเตี๋ยง เม่งฮงไม่ให้เพราะกลัวถูกชักดาบ ฮุ่ยเซี้ยงร้อนตัวโวยวายกลบเกลื่อน

“ทำไมทำอย่างนี้วะอาฮง อั๊วอุตส่าห์หาคนมาช่วยลื้อ ลื้อมันก็งกไม่เข้าท่า หรืออยากจะเห็นอาเตี๋ยงตาย”

ทรงวาดเห็นท่าไม่ดีช่วยไกล่เกลี่ย “เงินไม่ใช่น้อยเลยนะครับโอ๊วแปะ ไม่รอบคอบก็คงไม่ได้ แล้วเท่าที่อั๊วฟังอีก็พูดวนไปวนมาบอกจะไปวิ่งเต้นคนโน้นคนนี้แต่ไม่เห็นมีหลักฐานอะไรสักอย่างว่าจะทำได้จริง”

เม่งฮงฟังคำหลานชายแล้วของขึ้น ผิดหวังในตัวฮุ่ยเซี้ยงมาก

“ขนาดอาโฮ่วยังดูออก พวกหลอกกินชัดๆไม่รู้ตั่วเฮียพามาได้ยังไง อั๊วอุตส่าห์หวังกับตั่วเฮียเต็มที่...แล้วนี่อะไร”

“พูดอย่างนี้จะหาว่าอั๊วพาคนมาหลอกเงินเหรอ ถ้าลื้อไม่เชื่อถืออั๊วก็ให้อาโฮ่วช่วยแล้วกัน...ไว้ใจอีนักไม่ใช่เหรอ”

ฮุ่ยเซี้ยงพาลพาโลทรงวาดด้วยความหมั่นไส้เป็นทุน ทรงวาดไม่เต้นตามปลอบให้เม่งฮงทำใจเย็นๆแล้วตนจะหาทางช่วย แล้วก็เจอหนทางจนได้เมื่อการันต์แวะมาหาลูกชายบุญธรรมด้วยตัวเอง

การันต์เสนอทางช่วยเฮ้งเตี๋ยงให้หลุดจากโทษประหารชีวิต โดยมีชาญยุทธกับวิสูตรมาช่วยกล่อมทรงวาดอีกแรงให้รับข้อเสนอ ทรงวาดไม่มีทางเลือกต้องยอมรับฟังเงื่อนไขของการันต์

“เสือรู้จักที่ดินแปลงนี้ไหม”

พูดพลางยื่นแผนที่ให้ดู ทรงวาดพยักหน้ารับ“เป็นสลัมนี่ครับ เนื้อที่เป็นร้อยไร่เลย”

“ใช่...น่าเสียดาย ที่ดินกลางพระนครเป็นได้แค่สลัม ถ้าเอามาทำประโยชน์อย่างอื่นคงได้ผลตอบแทนมหาศาล”

“คุณพ่อเสียสละออกจากตำแหน่งเลยได้สัมปทานที่ดินแปลงนี้เป็นการตอบแทน แต่ปัญหาคือสลัมตรงนี้แหละ”

ชาญยุทธตั้งใจพูดเป็นนัยกับน้องชายบุญธรรม ทรงวาดคิดนิดเดียวก็โพล่งเสียงเครียด

“คุณพ่อคงจะไม่ได้ให้อาเจ็กเผาไล่ที่เพื่อจะเอาที่ดินแปลงนี้มาหรอกนะครับ...”

ooooooo

ข้อเสนอของการันต์จะช่วยเฮ้งเตี๋ยงพ้นโทษประหารแลกกับให้เม่งฮงเผาไล่ที่ดินแปลงที่ต้องการทำให้ทรงวาดเครียดจัด ลำบากใจจะบอกเม่งฮงเพราะสิ่งที่การันต์ต้องการเป็นสิ่งไม่ถูกต้องและผิดศีลธรรม

เม่งฮงไม่ได้สังเกตอาการทรงวาดมัวทุบตีเฮ้งเตี๋ยงอย่างโกรธจัดเมื่อรู้จากรณชิตว่าลูกชายคนเดียวคิดฆ่าตัวตายในห้องขัง โชคดีรณชิตผ่านมาเห็นและยับยั้งทัน


“คนฆ่าตัวตายก็ว่าโง่แล้วแต่ตายเพราะผู้หญิงขายตัวโง่กว่าวัวกว่าควายซะอีก กว่าอั๊วจะมีวันนี้ได้ สู้เสี่ยงตายมาเท่าไหร่ ทั้งหมดก็เพื่อลื้อทั้งนั้น แต่ลื้อกลับเนรคุณอั๊วด้วยการฆ่าตัวตาย...ไอ้ลูกชั่ว!”

ทรงวาดกับฤทธิ์ต้องช่วยกันห้ามและพาเม่งฮงไปสงบสติอารมณ์นอกโรงพัก รณชิตมองมาเหยียดๆแต่ก็ยอมให้ทรงวาดคุยกับเฮ้งเตี๋ยงที่กำลังหมดอาลัยตายอยาก

“อั๊วอยากตายเฮีย ไม่มีอาพริ้มเพราแล้วอั๊วก็ไม่รู้จะอยู่ไปทำไม”

สภาพน่าเวทนาของลูกพี่ลูกน้องหนุ่มทำให้ทรงวาดตัดสินใจบอกเรื่องพริ้มเพรายังไม่ตาย

“เมื่อวานอั๊วไม่ได้บอกเพราะยังไม่รู้อาการอีเพิ่งรู้เมื่อคืนนี้เอง ตั้งใจว่าจะมาบอกลื้ออยู่เหมือนกัน”

“แล้วตอนนี้อีเป็นยังไงบ้าง ปลอดภัยดีแล้วใช่ไหม”

“ยัง...อาการอียังหนักอยู่ เป็นตายเท่ากัน”

“งั้นเวลาของอั๊วก็แค่ยืดออกไปเท่านั้นแหละเฮีย...”

เม่งฮงประสาทเสียกับความเป็นความตายของเฮ้งเตี๋ยงลูกชายคนเดียว ทรงวาดพยายามตามปลอบและดูแลแต่กำลังใจสำคัญอย่างลี่เง็กกลับไม่ยี่หระแถมแต่งตัวสวยเตรียมไปเที่ยวจนทรงวาดอดดุไม่ได้

“ลื้อไม่ควรออกไปเที่ยวไหนตอนนี้นะ ควรจะอยู่เป็นเพื่อนอาเจ็กมากกว่า”

“เฮียไม่ยุ่งสักเรื่องจะกินข้าวไม่ลงรึไง”

“อั๊วหวังดีกับลื้อนะอาเง็ก ตอนนี้ทั้งอาป๊าอาเฮียของลื้อกำลังมีปัญหาหนัก กำลังใจจากลื้อเป็นสิ่งสำคัญ”

“มีเฮียคนเดียวก็พอมั้ง ไม่ต้องมีอั๊วหรอก ยังไงอาป๊าก็เห็นความสำคัญของพวกผู้ชายมากกว่าลูกสาวอย่างอั๊วอยู่แล้ว เอะอะอะไรก็เฮียไม่ก็เฮียเตี๋ยง อย่างอั๊วไม่มีความหมายหรอก”

ลี่เง็กพูดอย่างเก็บกด ทรงวาดเถียงไม่ออกเพราะสำเหนียกความจริงข้อนี้ดี เม่งฮงฝากความหวังกับเฮ้งเตี๋ยงมากกว่าลี่เง็กลูกสาวคนเล็ก แต่ที่เขาคิดไม่ถึงคือลี่เง็กจะคับแค้นใจจนไม่สนความเป็นความตายของพี่ชายคนเดียว

“ถ้าเฮียเตี๋ยงถูกประหารอั๊วอาจจะสำคัญขึ้นมามั่งก็ได้”

“อาเง็ก...อั๊วจะถือว่าอั๊วไม่ได้ยิน อย่าพูดอย่างนี้อีก!”

ooooooo

เม่งฮงนอนน้ำตาไหลคนเดียวในห้องนอนในมือถือภาพถ่ายเฮ้งเตี๋ยงลูกชายคนโต ทรงวาดหรือบุ่นโฮ่วแวะมาเยี่ยมเห็นสภาพอาแท้ๆก็แกล้งกระเซ้าหวังให้อีกฝ่ายคลายเศร้า

“ตั้งแต่อั๊วจำความได้เคยเห็นอาเจ็กร้องไห้ครั้งเดียวคือวันที่อาป๊าอั๊วเสีย”

“ลื้อมันตาแชแม้ คนอย่างอั๊วมีแต่หลั่งเลือดไม่เคยหลั่งน้ำตาจะร้องไห้ได้ยังไง เอ้า...มีอะไรก็ว่ามา”

ทรงวาดตัดสินใจบอกข้อเสนอของการันต์เพราะไม่อาจดูดายเม่งฮงกับเฮ้งเตี๋ยง

“ความจริงอั๊วลังเลมาตลอดว่าจะพูดดีรึเปล่า แต่มาถึงขั้นนี้แล้วถึงอั๊วไม่พูดก็คงมีคนมาพูดกับอาเจ็กเองอยู่ดี แล้วพูดตอนนี้ก็คงดีกว่าปล่อยให้อาเจ็กต้องทุกข์ใจเรื่องอาเตี๋ยงด้วย”

“พูดอะไรของลื้อวะ วกวน น่ารำคาญ!”

“ท่านการันต์...พ่อบุญธรรมอั๊วยื่นข้อเสนอว่าจะช่วยอาเตี๋ยง”

“ฝากไปขอบคุณพ่อบุญธรรมของลื้อด้วย อั๊วรู้ว่าอีมีหน้าที่การงานใหญ่โตแต่เรื่องนี้ต้องมีอิทธิพลคับฟ้าเลยล่ะ แค่เส้นสายอย่างเดียวคงไม่พอช่วยอั๊วได้หรอก”

“นายก็คือท่านการันต์ครับ”

นอกจากบอกข้อเสนอของการันต์ ทรงวาดยังเผยความลับของพ่อบุญธรรมด้วย เม่งฮงอ้าปากค้างเพราะไม่เคยคิดว่าการันต์จะอยู่เบื้องหลังการเก็บค่าคุ้มครองที่เขาและชาวแก๊งต้องจ่ายอยู่หลายปี

ทรงวาดส่ายหน้าลำบากใจ “ที่อั๊วไม่อยากบอกเพราะถึงรู้คุณพ่อก็ทำกับอาเจ็กเหมือนเดิม ไม่มีประโยชน์อะไร แล้วก็อย่างที่อาเจ็กเห็นว่าถ้าขัดใจคุณพ่อจะเป็นยังไง ตรงข้ามถ้าทำตามที่คุณพ่อต้องการอาเจ็กก็จะได้ทุกอย่าง”

“แล้วอีต้องการอะไรเป็นการแลกเปลี่ยน...”

เม่งฮงไม่ลังเลจะตอบตกลงข้อเสนอของการันต์แลกกับชีวิตเฮ้งเตี๋ยง หัวหน้าแก๊งหกห้องรีบบอกฮุ่ยเซี้ยงให้ช่วยเผาไล่ที่ดินครั้งนี้ด้วยโดยไม่ได้บอกว่าเป็นข้อเสนอของการันต์

ฮุ่ยเซี้ยงแสร้งลังเลเพราะไม่อยากเสียผลประโยชน์คือเงินที่จะหลอกจากเม่งฮง ทรงวาดรู้ทันแต่ไม่อยากแฉให้ผิดใจกัน เม่งฮงร้อนใจพยายามหว่านล้อม

“อั๊วรู้ว่ามันเชื่อถือยากแต่อั๊วไว้ใจอาโฮ่ว เอาเป็นว่าตั่วเฮียจะช่วยอั๊วทำงานนี้ไหม”

“เผาไล่ที่มันบาปนะอาฮง คนตั้งเท่าไหร่ต้องไร้ที่ซุกหัวนอนแล้วอาจจะมีคนตายอีก ที่สำคัญสลัมตรงนั้นคนจีนอย่างเราๆก็อยู่ไม่ใช่น้อย ลื้อจะทำคนจีนด้วยกันได้ลงคอเหรอ”

ข้ออ้างของฮุ่ยเซี้ยงทำให้เม่งฮงอดประชดไม่ได้ “อั๊วคงแก่จนหูไม่ดี คนอย่างโอ๊วฮุ่ยเซี้ยงกลัวบาปกรรม กลัวทำร้ายคนจีนด้วยกัน แล้วผู้หญิงในโรงน้ำชาเราไม่มีคนจีนรึไง ทีตอนตั่วเฮียรับเงินแต่ละเดือนไม่เห็นพูดถึงข้อนี้บ้าง”

ฮุ่ยเซี้ยงหน้าเจื่อนแต่ดันทุรังแถ “อั๊วเตือนเพราะเห็นว่าเราเป็นพี่น้องกัน เชื่ออั๊วเถอะอาฮง จ่ายเงินวิ่งเต้นให้คนที่อั๊วหามาดีกว่า รับรองว่าช่วยอาเตี๋ยงได้เหมือนกัน”

“พอได้แล้วตั่วเฮีย! อั๊วเคยหวังว่าตั่วเฮียจะช่วยลูกอั๊ว ตั่วเฮียก็ไปพาไอ้กระจอกที่ไหนมาก็ไม่รู้ เปิดปากก็จะเรียกแต่เงิน พออาโฮ่วหาทางให้อั๊วได้  ตั่วเฮียก็ยังไม่ยอมช่วยอีก ไม่ต้องพูดกันแล้วอั๊วทำงานนี้คนเดียวก็ได้”

พูดจบเม่งฮงก็ผลุนผลันจากไปพร้อมทรงวาด

ทิ้งฮุ่ยเซี้ยงให้มองตามเซ็งๆเพราะอดเงินที่จะหลอกจากอีกฝ่าย ไม่รู้เลยว่าไต้เกียวแอบได้ยินทุกอย่างและรีบนำไปบอกพันเดช...

ooooooo

ไต้เกียวนำเรื่องเม่งฮงจะเผาไล่ที่แลกกับการช่วยชีวิตเฮ้งเตี๋ยงไปบอกพันเดช แถมด้วยเรื่องฮุ่ยเซี้ยงลุงแท้ๆหัวเสียเพราะชวดเงินที่จะได้จากเม่งฮง

“คุณรู้เรื่องนี้แล้วจะทำยังไงต่อคะ ส่งคนไปขัดขวางไหม”

พันเดชส่ายหน้าปฏิเสธ ไต้เกียวนิ่วหน้าอดสงสัยไม่ได้

“ทำไมล่ะคะ ถ้าฝ่ายนั้นได้ที่ดินไปจะเปลี่ยนเป็นเงินมหาศาลเลยนะ คุณยอมได้เหรอ”

“ที่ฉันบอกว่าไม่เพราะฉันจะไม่ส่งคนไปเองต่างหาก มีคนอื่นที่จะทำงานแทนเราและมีประสิทธิภาพดีกว่าด้วย”

แผนของพันเดชคือให้คนไปปล่อยข่าวกับตำรวจ รณชิตติดกับคนแรกเหมือนเคย  รีบนำข่าวไปบอกโอฬารเพื่อเตรียมกำลังคนดักจับพวกเม่งฮงที่จะเผาไล่ที่ในอีกไม่กี่วัน

“ขอกำลังไปคราวนี้ไม่ใช่งานเล็กเลยนะ แน่ใจได้ยังไงว่าการข่าวไม่พลาด”

“ไม่ต้องห่วงครับ ผมตรวจจากหลายทางจนมั่นใจว่าไม่น่าพลาดครับ แล้วเม่งฮงก็กำลังเข้าตาจนเรื่องลูกชายด้วย ถ้าจะยอมรับเงื่อนไขการเผาไล่ที่ก็ไม่น่าจะแปลกอะไรไม่ใช่เหรอครับ”

“ก็ถูก...แต่ในทางกลับกันถ้าข่าวที่จ่าได้มาเป็นจริงคนที่สั่งไอ้เม่งฮงได้ก็คงไม่ธรรมดาเหมือนกัน”

รณชิตพยักหน้า ปักใจว่าเป็นทรงวาด “ผมทราบครับ...แล้วตอนนี้ผมก็สงสัยอยู่คนนึงด้วยเพียงแต่ไม่มีหลักฐาน แต่หลังจากจับนายเม่งฮงได้คืนนี้ ผมมั่นใจว่าทุกอย่างจะกระจ่างขึ้น”

ทรงวาดไม่ยี่หระความสงสัยของรณชิต กลุ้มใจเรื่องเผาไล่ที่จนต้องหันหน้าพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ปิ่นมุกตามเจอเขาที่ศาลเจ้าเก่าแก่ซึ่งตนเคยอาศัยพักพิงกับแปะฮ้อคนดูแลศาลตั้งแต่เด็ก เห็นเขาทุกข์ใจก็เป็นห่วงเพราะรู้นิสัยดีว่าไม่หนักหนาสาหัสผู้อุปการะหนุ่มจะไม่มีวันมาศาลเจ้า

ปิ่นมุกหรือเตียงจูสงสารทรงวาดจึงพาไปคุยกับแปะฮ้อซึ่งก็ดูเขาออกว่ามีเรื่องหนักใจ

“อั๊วมีเรื่องกลุ้มใจจริงๆ มันเป็นตราบาปในใจอั๊วแต่อั๊วคงเล่าเรื่องนั้นให้แปะฟังไม่ได้”

“เรื่องกลุ้มใจในโลกนี้มีอยู่สองอย่างคือเรื่องที่แก้ไขได้กับเรื่องที่แก้ไขไม่ได้ เรื่องของเถ้าแก่เป็นแบบไหน”

“เรื่องที่แก้ไขไม่ได้ครับ อั๊วถึงได้เจ็บปวดเสียใจอยู่อย่างนี้”

“ถ้าแก้ไขไม่ได้ก็ต้องอดทน”

คำปลอบใจทื่อๆของแปะฮ้อทำให้ทรงวาดถอนใจยาว ยังไม่เข้าใจที่อีกฝ่ายต้องการสื่อ

“รู้ไหมว่าคำว่าอดทนในภาษาจีนหมายความว่ายังไง”

“อั๊วเขียนเป็นนะครับแต่มันมีความหมายอย่างอื่นซ่อนอยู่ด้วยเหรอ”

แปะฮ้อยิ้มบางๆ หยิบพู่กันมาเขียนคำว่าอดทนบนกระดาษช้าๆ

“คำว่าอดทนประกอบด้วยคำสองคำคือตอที่แปลว่ามีด และคำว่าซิมที่แปลว่าหัวใจ”

ทรงวาดมองตาม แปะฮ้อชี้ตัวอักษรจีนพลางอธิบาย “มีดอยู่บนหัวใจ...รวมกันคือยิ่มที่แปลว่าอดทนหมายความว่าต่อให้ต้องเจ็บปวดเหมือนเอามีดปักกลางหัวใจเราก็ต้องผ่านมันไปให้ได้...นั่นคืออดทน”

ooooooo

ทรงวาดหรือบุ่นโฮ่วสบายใจขึ้นเล็กน้อยเพราะคำปลอบใจของแปะฮ้อ กระนั้นก็อดกระวนกระวายไม่ได้เมื่อถึงวันที่เม่งฮงต้องยกพวกไปเผาไล่ที่จริงๆ

รณชิตกับฤทธิ์พากำลังตำรวจหลายนายล้อมจับแต่ยังไม่ขยับจนกว่าพวกเม่งฮงจะลงมือ คืนเดียวกันที่บ้านการันต์ ชาญยุทธรีบรายงานพ่อถึงสถานการณ์เผาไล่ที่ว่าเป็นไปตามกำหนด

“ผมให้คนไปจดทะเบียนบริษัทใหม่ ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับคุณพ่อหรือพวกเราทั้งนั้น ได้ที่ดินตรงนั้นมาเมื่อไหร่ก็เอาบริษัทนี้เข้าไปพัฒนาได้เลยครับ รับรองว่าไม่มีทางสาวมาถึงตัวเราแน่ จะถึงเราก็อย่างเดียวครับพ่อ...เงิน”

“ประโยคหลังนี่ถูกใจพ่อที่สุด”

“แต่ผมไม่เข้าใจอยู่เรื่องนึงครับ ทำไมคุณพ่อต้องให้นายเม่งฮงเป็นคนลงมือด้วย เรื่องแค่นี้คนของเราก็ทำได้”

“นี่แหละที่อ้ายยังต้องเรียนรู้จากพ่อ เอ่อ...อ้ายหาตัวคนที่มันลอบกัดเราได้รึยัง”

“ยังครับ ผมเห็นมันหายไปเป็นปีนึกว่าจะรามือไปแล้ว แต่ที่ไหนได้กลับส่งคนมาทำร้ายเสืออีก”

“มันเล่นงานเสือเพราะหวังตัดกำลังอ้าย อ้ายลองคิดดูว่ามันจะยอมให้เราได้กำไรมหาศาลจากที่ดินตรงนั้นไหม”

“คุณพ่อคิดว่ามันจะส่งคนมาขัดขวางเหรอครับ แต่เรื่องเผาไล่ที่นี่เป็นความลับ รู้กันไม่กี่คนเองนะครับพ่อ”


“มันส่งคนจัดการเสือทั้งที่เสือแค่ไปเที่ยว แสดงว่ามันรู้ความเคลื่อนไหวเราทุกคน ฉะนั้นมันไม่มีความลับหรอก”

“คุณพ่อก็เลยใช้นายเม่งฮง เพราะถ้าเผาได้ก็ดีแต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เกี่ยวกับเรา...ผมเข้าใจถูกไหมครับ”

การันต์เป็นนักการเมืองรุ่นใหญ่รอบจัด กลโกงสารพัดที่ผ่านมาทำให้เขาวางแผนเอาที่ดินมาได้อย่างแยบยล นอกจากข้อสันนิษฐานของชาญยุทธจะเป็นจริงทุกอย่าง เขายังส่งวิสูตรไปสังเกตการณ์การเผาไล่ที่ คอยป่วนพวกตำรวจไม่ให้ขัดขวางพวกเม่งฮงได้ ชาญยุทธทึ่งจัดกับความฉลาดแกมโกงของพ่อ

“เม่งฮงคือหมากที่พ่อวางไว้เป็นเหยื่อล่อตำรวจ เมื่อตำรวจเพ่งเป้าไปที่เม่งฮงย่อมไม่ระวังว่าเราจะส่งคนออกไปอีกชุด จากนั้นก็ป่วนให้ตำรวจห่วงหน้าพะวงหลังแล้วก็หนีพร้อมๆกับไฟที่โหมไหม้จนหยุดไม่อยู่”

“ผมอยากจะเก่งได้สักครึ่งนึงของคุณพ่อจริงๆครับ”

“เก่งแค่ครึ่งนึงของพ่อไม่พอหรอกอ้าย...ลูกต้องไปให้ไกลกว่าพ่อ!”

ooooooo

พวกเม่งฮงเผาไล่ที่สำเร็จ การันต์ได้ที่ดินสมใจแต่ต้องแลกกับความสูญเสียมากมายของพวกชาวบ้าน ไม่เว้นแม้แต่ทิเหล็งที่บ้านของญาติห่างๆ ถูกเผาจนวอดวาย

ทรงวาดอนุญาตให้ทิเหล็งมือขวาหนุ่มคนสนิทลาไปช่วยญาติหาที่อยู่ใหม่ ส่วนตัวเองจมปลักกับความรู้สึกผิดที่ทำให้พวกชาวบ้านเดือดร้อน รณชิตกับฤทธิ์หงุดหงิดมากที่ขัดขวางการเผาไล่ที่ไม่ได้ แถมมีชาวบ้านไร้บ้านเป็นจำนวนมาก ส่วนพันเดชไม่ได้สนใจเรื่องชาวบ้านแต่ขัดใจที่พวกตำรวจจับพวกเม่งฮงไม่ได้

“ไฟก็ไหม้จนวอดวายแต่กลับจับไม่ได้สักคน เป็นไปได้ยังไงวะ”

ลูกน้องพันเดชหน้าจ๋อย “มันแก้เกมเราได้หมดแถมยังซ้อนแผนเอาไอ้เม่งฮงมาเป็นเหยื่อล่อตำรวจ แล้วส่งคนของมันมาตลบหลังอีกที จากที่ต้องคอยแก้ไขกลับเป็นฝ่ายเล่นงานเราซะเอง ไม่เคยเป็นอย่างนี้เลยนะครับ”

“ไม่ใช่ฝีมือไอ้ชาญยุทธแน่ มันฉลาดก็จริงแต่ยังไม่ร้ายกาจขนาดนี้”

“หรือว่าคนเดินเกมคราวนี้จะเป็น...”

พันเดชมั่นใจว่าคนวางแผนตลบหลังคือการันต์นักการเมืองรุ่นใหญ่พ่อของชาญยุทธ ซึ่งจริงดังคาด แถมการันต์ยังมาเหนือเมฆส่งลูกชายเดินสายแจกอาหารและน้ำดื่มให้พวกชาวบ้านที่ถูกเผาไล่ที่ ชาญยุทธไม่รังเกียจความเจ้าเล่ห์ของพ่อ ภูมิใจและหมายมั่นปั้นมือมากว่าจะเป็นอย่างพ่อให้ได้

การันต์ทำตามสัญญาคือเดินเรื่องให้เฮ้งเตี๋ยงออกจากคุก เม่งฮงดีใจมาก ต่างจากลี่เง็กไม่ชอบใจเมื่อเห็นพี่ชายคนเดียวพ้นผิดแถมไปเยี่ยมพริ้มเพราทันทีโดยที่พ่อห้ามปรามไม่ได้เพราะทรงวาดขอร้องไว้

ฮุ่ยเซี้ยงรอจังหวะเสี้ยมอยู่แล้ว ยุแยงลี่เง็กให้โกรธเกลียดครอบครัวตัวเอง “ลื้อดูนะอาเง็ก อาป๊าลื้อเคยนับถืออั๊วมาตลอด แต่พออาโฮ่วอีช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆก็ยกหางอาโฮ่วแล้วมาด่าทออั๊ว ทำอย่างนี้มันใช้ได้ที่ไหนวะ”

ลี่เง็กส่ายหน้าถอนใจ รู้ทันฮุ่ยเซี้ยง “จริงๆอั๊วก็ไม่ได้ชอบเฮียโฮ่วเท่าไหร่หรอกนะ...แต่เรื่องนี้อั๊วว่าอาป๊าพูดถูกเพราะถ้าโอ๊วแปะช่วยเฮียเตี๋ยงได้จริงเฮียโฮ่วก็คงไม่ต้องลงมือเองหรอก!”

เฮ้งเตี๋ยงยืนมองพริ้มเพราที่นอนหลับบนเตียงโรงพยาบาลด้วยแววตาอ่อนแสง ทั้งรักทั้งห่วงทั้งรู้สึกผิดจนทำตัวไม่ถูก ปิ่นมุกที่มาเฝ้าอาการพริ้มเพรากับอรุณรุ่งหรือฮุ่ยหลิงอดไม่ได้โพล่งอย่างเหลืออด

“คนที่ลื้อควรจะขอบใจคือตำรวจที่ช่วยลื้อไว้มากกว่าขอบใจแจ้หลิงที่ช่วยเฝ้าพริ้มเพรา ถ้าลื้อตายในคุกคืนนั้นแล้วพริ้มเพรารอดมาได้ถือว่าลื้อตายเปล่าไร้ประโยชน์เลยนะ”

อรุณรุ่งปรามให้รุ่นน้องสาวหยุดซ้ำเติมเฮ้งเตี๋ยงแต่ปิ่นมุกไม่หยุด

“อั๊วพูดความจริง แจ้ไม่รู้หรอกว่ามีคนเดือดร้อนเพราะเรื่องนี้เท่าไหร่ ถ้าไม่พูดอะไรซะบ้างจะรู้ตัวเหรอ”

เฮ้งเตี๋ยงไม่โกรธปิ่นมุกเพราะรู้ดีว่าตนเองผิดที่ใจร้อน หุนหันพลันแล่น

“อีพูดถูกแล้วล่ะ อั๊วมันโง่จริงๆ ถ้าอั๊วตายก็คงไม่ได้รู้ว่าพริ้มเพราปลอดภัย สมควรถูกอีด่าแล้วล่ะ”

ooooooo

ทรงวาดหรือบุ่นโฮ่วก็มาเยี่ยมพริ้มเพราพร้อมเฮ้งเตี๋ยง และถือโอกาสชวนอรุณรุ่งหรือฮุ่ยหลิงไปเลี้ยงข้าวขอบคุณที่เป็นธุระเรื่องพริ้มเพราจนปลอดภัยปิ่นมุกหรือเตียงจูเฝ้ามองท่าทางสนิทสนมของทั้งสองด้วยแววตาแปลกๆ เจ็บแปลบในอกเล็กๆ ไม่สบายใจที่เห็นผู้อุปการะหนุ่มกับรุ่นพี่สาวคนสนิทยิ้มให้กัน

พันเดชคิดเอาคืนการันต์และทรงวาดจึงปรากฏตัวกับฮุ่ยเซี้ยง โดยมีไต้เกียวเป็นคนกลาง หวังยืมมือฮุ่ยเซี้ยงป่วนทรงวาดให้แตกคอกับการันต์และชาญยุทธ...

ระหว่างที่พันเดช ไต้เกียว และฮุ่ยเซี้ยงวางแผนร่วมกัน บ้านทรงวาดกลับสู่สภาพปกติ ปิ่นมุกกับก๊กไช้เตรียมไปเรียนมหาวิทยาลัยวันแรกโดยทรงวาดไปรับส่งเหมือนเคย อรุณรุ่งหรือฮุ่ยหลิงมารอปิ่นมุกเพื่อพาชมมหาวิทยาลัยจึงได้เจอกานต์ นักศึกษาหนุ่มเพื่อนร่วมรุ่นที่แสดงออกชัดเจนว่าสนใจปิ่นมุก

ก๊กไช้ไม่ชอบใจแอบหึงและห่วงปิ่นมุกแทนทรงวาด แต่อรุณรุ่งกลับเข้าใจว่าเขาหวงเพื่อนแบบเด็กๆจึงได้แต่เตือนยิ้มๆให้ทำใจเพราะทั้งเขากับปิ่นมุกถึงวัยจะมีความรักเป็นของตัวเองได้แล้ว

ทรงวาดยังไม่รู้เรื่องปิ่นมุกมีคนจีบตั้งแต่วันแรกที่ไปเรียน มัววุ่นวายซื้อที่ดินเป็นของตัวเอง ป่วยซังไม่เห็นด้วยนักเพราะต้องกู้ธนาคาร แต่ทรงวาดคิดว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า สองพี่น้องคงถกเรื่องที่ดินในร้านก๋วยเตี๋ยวอีกนานถ้าจู่ๆจะไม่มีมือปืนก่อเหตุอุกอาจกลางร้าน!

อภิชาต ตำรวจหนุ่มซึ่งเพิ่งย้ายมาประจำท้องที่เยาวราชนั่นเองเป็นเป้าหมายของมือปืน โชคดีที่ทรงวาดเหลือบเห็นแล้วช่วยทัน ก่อนจะอึ้งเมื่อเห็นชัดๆว่าคนที่เขาช่วยคืออภิชาต เพื่อนนักเรียนตำรวจร่วมรุ่นที่เคยมีคดีเก่ากันมา

ทรงวาดไม่ได้เล่าให้ใครฟังว่าอภิชาตเคยมีปัญหากับตน กระนั้นเมื่อกลับถึงบ้านก็อดหวนคิดถึงอดีตไม่ได้

...อภิชาตเป็นเพื่อนนักเรียนตำรวจรุ่นเดียวกับเขาและเป็นคนขุดอดีตวัยเด็กของเขามาประจานกลางห้องเรียน

อภิชาตเอาเรื่องครอบครัวจีนของเขาซึ่งเปิดกิจการโรงน้ำชาและเป็นแกนนำแก๊งหกห้องมาบอกเพื่อนนักเรียนตำรวจ กระทั่งเขาถูกต่อต้านจากเพื่อนๆและครูจนต้องลาออกในที่สุด

การออกจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจกลางคันทำให้เขาหมดอนาคต  ถูกการันต์ส่งมาอยู่เยาวราชโดยเปิดโรงสีให้บังหน้าแลกกับการที่เขาต้องควบคุมสถานการณ์ระหว่างแก๊งในเยาวราชให้สงบสุขพร้อมเก็บค่าคุ้มครอง

ทรงวาดหรือบุ่นโฮ่วไม่ได้ชอบชีวิตแบบนี้แต่ไม่มีทางเลือก การมาถึงของอภิชาตสำหรับเขาจึงไม่ใช่เรื่องน่ายินดีเหมือนที่ใครๆคิด โดยเฉพาะบรรดาญาติสนิทที่คิดว่าอภิชาตคงพึ่งพาได้

ooooooo

เรื่องอภิชาตไม่ทันได้ความกระจ่าง ทรงวาดหรือบุ่นโฮ่วก็ต้องปวดหัวเมื่อฮุ่ยเซี้ยงกับไต้เกียวบุกเยี่ยมพริ้มเพราที่โรงพยาบาลแถมแฉความจริงเรื่องเม่งฮงยอมเผาไล่ที่แลกกับชีวิตเฮ้งเตี๋ยง

ฮุ่ยเซี้ยงรับบทบาทจากพันเดชมาปั่นหัวเฮ้งเตี๋ยงกับพริ้มเพราให้สติแตก โดยเฉพาะเฮ้งเตี๋ยงให้รู้สึกผิดกับการเผาไล่ที่และโกรธเกลียดพ่อแท้ๆที่ยอมทำผิดเพื่อตัวเอง แล้วก็ได้ผลดีเกินคาด  เฮ้งเตี๋ยงเตลิดไปหาทรงวาดทันทีเพื่อเค้นความจริง ทรงวาดลำบากใจมากพยายามบ่ายเบี่ยงไม่เล่าความจริง

“แล้วลื้อจะรู้ไปให้มันได้อะไรขึ้นมา”

“จะได้รู้ไงว่าต้องมีคนเดือดร้อนเพราะชีวิตสวะของอั๊วเท่าไหร่ อั๊วไม่ใช่คนดีหรอกนะเฮีย  แต่คนอย่างอั๊วกล้าทำกล้ารับไม่ต้องให้ใครมาซวยไปด้วย”

“แต่อาป๊าลื้อทำใจไม่ได้ที่ต้องเห็นลื้อหมดอนาคต แล้วพูดกันตามจริงลื้อมันก็แค่เบี้ยที่ถูกยกเอามาเป็นข้อต่อรองเท่านั้นเอง ถึงลื้อไม่ก่อเรื่องก็ต้องมีการเผาไล่ที่อยู่ดี”

“งั้นเฮียบอกมาว่าไอ้คนที่สั่งให้อาป๊าเผาไล่ที่เป็นใคร”

“อั๊วไม่บอก”

“ถ้างั้นเฮียไปบอกมันว่าอั๊วจะคืนชีวิตให้มันก็แล้วกัน!”

ขาดคำเฮ้งเตี๋ยงก็คว้าแจกันใกล้มือทุ่มลงพื้นแล้วหยิบเศษแจกันจะแทงคอตัวเอง ทรงวาดปราดไปห้ามเลยถูกเศษแจกันบาดมือเลือดไหล ปิ่นมุกถลาไปห้ามเลือดก่อนจะแหวใส่เฮ้งเตี๋ยงอย่างเหลืออด

“ลื้อต้องทำร้ายคนอื่นอีกกี่ครั้งถึงจะพอใจ ลื้อมันเห็นแก่ตัวไม่พอยังโง่ไม่มีหัวคิดอีก”

ทรงวาดปรามสาวน้อยในอุปการะ ส่วนพริ้มเพราร้องไห้ฟูมฟาย

“อย่าด่าพี่เตี๋ยงเลยจู ความผิดฉันเอง ทุกอย่างมันเริ่มต้นมาจากฉันทั้งนั้น”

ปิ่นมุกส่ายหน้าสวนทันควัน “เลิกโทษตัวเองซะทีเถอะ! การที่ลื้อสองคนรักกันมันไม่ใช่ความผิดหรอกแต่การเอาแต่อารมณ์ของอาเตี๋ยงต่างหากที่ผิด ลื้อรู้ไหมว่าคนที่เสียใจกับเรื่องนี้ที่สุดไม่ใช่ลื้อแต่คือเฮียโฮ่ว”

ทรงวาดรีบออกตัว “อาจู...ลื้อไม่รู้อะไรก็อย่าพูดมาก”

“ถึงอั๊วจะไม่รู้ความจริงทั้งหมดแต่อั๊วรู้จักนิสัยเฮียดี เฮียจำเป็นต้องทำเพราะไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้แล้ว”

เฮ้งเตี๋ยงจับต้นชนปลายไม่ถูก ปิ่นมุกไม่สนใจโพล่งเสียงเข้ม “ลื้อมาอาละวาดใส่คนที่ห่วงลื้อ ทำทุกอย่างเพื่อช่วยลื้อให้มันได้อะไรขึ้นมา ไม่ขอบคุณแล้วยังมาด่าเฮียอีก ทำยังงี้กับคนที่มีบุญคุณกับลื้อมันสมควรแล้วเหรอ”

ooooooo

ไม่ใช่แค่เฮ้งเตี๋ยงที่ทรงวาดรักษาน้ำใจ แม้แต่ทิเหล็งเถ้าแก่เสือแห่งเยาวราชก็ออกปากขอโทษอย่างจริงใจที่มีส่วนให้เกิดการเผาไล่ที่จนญาติของอีกฝ่ายเดือดร้อนไม่มีที่อยู่ ทิเหล็งเข้าใจเหตุผลทรงวาดดี

มีแค่ปิ่นมุก...ไม่ชอบใจที่ผู้อุปการะหนุ่มห่วงความรู้สึกคนอื่นจนลืมรักตัวเอง

“เกิดเป็นเฮียนี่มันซวยจริงๆ ญาติแต่ละคน ทั้งญาติแท้ญาติไม่แท้หาแต่เรื่องมาให้”

ทรงวาดไม่ถือสาคำพูดตรงไปตรงมาของสาวน้อยในอุปการะ แกล้งเย้า

“โดยเฉพาะลื้อ...หาเรื่องปวดหัวให้อั๊วมากที่สุด”

ปิ่นมุกหน้างอ ทรงวาดต้องง้อ

“ที่พูดเพราะอั๊วเห็นลื้อเป็นญาติอั๊วคนนึงเหมือนกันนะ”

“ตบหัวแล้วลูบหลัง คอยดูเถอะ อั๊วจบหมอเมื่อไหร่คนแรกที่อั๊วจะจับฉีดยาก็คือเฮีย”

ทรงวาดกับปิ่นมุกหยอกล้อกันเหมือนเคย เช่นเดียวกับป่วยซังกับสุเทพที่คบหากันมานาน ทิเหล็งได้ยินป่วยซังคุยกับสุเทพเรื่องวางแผนแต่งงานก็ซึมหนัก อกหักอย่างเป็นทางการแต่ก็ต้องทำใจ...

เฮ้งเตี๋ยงยังทำใจไม่ได้เรื่องพ่อเผาไล่ที่ชาวบ้านเพื่อช่วยชีวิตเขา ขังตัวเองในห้องไม่พบหน้าใครจนลี่เง็กสบโอกาสได้ดูแลโรงน้ำชาแทน ทุกอย่างทำท่าจะดีถ้าอภิชาตจะไม่มาเปิดตัวที่โรงน้ำชาและแสร้งหาเรื่องลวนลามลี่เง็กจนหวิดเกิดเหตุวิวาท โชคดีที่ทรงวาดมาห้ามไว้  อภิชาตสู้อดีตเพื่อนร่วมรุ่นไม่ได้ ได้แต่ทำหน้าเก๊กวางท่าใหญ่โต

“ฉันแค่มาแนะนำตัวในฐานะคนเพิ่งย้ายมาอยู่เท่านั้นเองแต่ก็บังเอิญจริงๆที่โรงน้ำชานี่เป็นบ้านแก”

“ฉันนึกว่าแกสืบมาละเอียดตั้งแต่สมัยเรียนนายร้อยแล้วซะอีก”

อภิชาตเหยียดยิ้มเย็น “แกนี่เจ้าคิดเจ้าแค้นเหมือนกันนะเสือ งั้นเข้าเรื่องเลยละกัน ฉันอยากให้พื้นที่ที่ฉันรับผิดชอบอยู่ ใสสะอาดไม่มีสิ่งผิดกฎหมาย ถ้าเคยมีก็ต้องหมดสิ้นไป”

ท่าทางกร่างๆของอภิชาตทำให้เม่งฮงกับลี่เง็กไม่พอใจ แต่อภิชาตไม่ยี่หระประกาศกร้าวจะกวาดล้างทุกอย่างหากทำให้ท้องที่เสื่อมเสีย รณชิตซึ่งรับหน้าที่พาอภิชาตสำรวจท้องที่หน้าเจื่อนเล็กน้อย ทรงวาดเลยถือโอกาสเตือนสติเมื่อเห็นว่าอภิชาตออกจากโรงน้ำชาแล้ว

“จ่าก็รู้ว่าพวกเราอยู่กันอย่างนี้มานาน...แม้ว่าเรากับพวกจ่าจะไม่ชอบขี้หน้ากันเท่าไหร่แต่หลายเรื่องก็ต้องพึ่งพาอาศัยกัน เราอาจจะเป็นความชั่วร้ายแต่เราก็คอยป้องกันไม่ให้ความชั่วร้ายกว่านี้เข้ามา”

รณชิตนิ่วหน้าคิดตาม ทรงวาดเห็นดังนั้นจึงทิ้งท้าย

“การหักด้ามพร้าด้วยเข่าไม่เกิดผลดีหรอก ถ้าอยากจะเปลี่ยนก็ต้องค่อยเป็นค่อยไป”

ทรงวาดแยกตัวไปเยี่ยมเฮ้งเตี๋ยง ทิ้งให้รณชิตยืนอึ้ง คำเตือนของทรงวาดทำให้ฉุกใจคิด...สังหรณ์ว่าวิธีการของอภิชาตอาจทำให้เยาวราชลุกเป็นไฟมากกว่าสงบสุขอย่างที่ต้องการ

ooooooo


ละครชาติเสือพันธุ์มังกร ตอนที่ 4 อ่านชาติเสือพันธุ์มังกรติดตามละครชาติเสือพันธุ์มังกร ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย เจมส์ มาร์,เดียร์น่า ฟลีโป 20 พ.ย. 2561 08:56 2018-11-24T01:04:49+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ