ข่าว

วิดีโอ



ชาติเสือพันธุ์มังกร

อ่านเรื่องย่อ

แนว: แอคชั่น-ดราม่า-พีเรียด

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: บทกร

กำกับการแสดงโดย: กิตติศักดิ์ ชีวาสัจจาสกุล

ผลิตโดย: บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: เจมส์ มาร์,เดียร์น่า ฟลีโป

รณชิตฉวยโอกาสที่ลี่เง็กไม่ได้ประกันตัวหลอกถามเรื่องทรงวาดหรือบุ่นโฮ่ว ลี่เง็กชังน้ำหน้าลูกพี่ลูกน้องหนุ่มอยู่แล้วเลยย้อนอดีตเมื่อหลายปีก่อนให้ฟังว่าเคยโดนพ่อตีเพราะทรงวาดฟ้องเรื่องตนขโมยเงินของเขา

ลี่เง็กไม่ได้สำนึกถึงความผิดตัวเอง เมื่อถูกเม่งฮงจับได้ก็แถหน้าตายจนทรงวาดต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมหลอกล่อจนมีหลักฐานมัดตัวแน่นหนา ลี่เง็กหน้าเสียแต่ไม่ทันอ้าปากโต้ก็ถูกเม่งฮงตบหน้าหัน

เม่งฮงเป็นนักเลงเกือบทั้งชีวิตแต่ไม่เคยสอนให้ลูกหลานเป็นโจร เมื่อรู้เรื่องลี่เง็กขโมยเงินทรงวาดเลยโกรธจัดลงไม้ลงมือกับลูกสาวคนเล็กอย่างรุนแรงจนทรงวาดต้องปรี่ไปห้าม

“พอเถอะครับอาเจ็ก อาเง็กยังเด็กค่อยๆสอนก็ได้ครับ อย่าลงไม้ลงมือกันเลย”

ลี่เง็กกลัวแต่ไม่วายส่งสายตาอาฆาตให้ทรงวาด เม่งฮงยอมละมือแต่อดไม่ได้ด่าทิ้งท้าย “จำไว้นะอาเง็ก...เสือต้องล่าสัตว์ด้วยตัวเอง มีแต่หมาเท่านั้นที่ขโมยของคนอื่น ยิ่งของญาติกันเองแล้วต้องถือว่าเลวยิ่งกว่าหมา!”

นับจากวันนั้นลี่เง็กก็ไม่เคยญาติดีกับทรงวาดอีก แม้อีกฝ่ายจะพยายามดูแลหรือทำดีด้วยแค่ไหนเธอก็ไม่แยแส อย่างเช่นวันนี้ที่เธอมั่นใจว่าลูกพี่ลูกน้องหนุ่มต้องมาช่วยแต่ก็ไม่เคยสำนึกในบุญคุณ

“เงินแค่ร้อยกว่าบาทมันก็ต้องฟ้องให้อาป๊าตบอั๊ว คนอย่างมันอั๊วไม่เคยนับว่าเป็นพี่หรอก”

รณชิตเหยียดยิ้มเมื่อรู้ความขัดแย้งของครอบครัวทรงวาด เขาไม่แย้งให้ลี่เง็กไหวตัวแต่หลอกถามเรื่องปิ่นมุก

“ปิ่นมุก...อ๋อ...อีอาจู เด็กขอทานน่ะเหรอ ไอ้โฮ่วเก็บมาจากกองขยะที่ไหนก็ไม่รู้ กะเลี้ยงไว้ทำเมีย เชอะ...ทำมาเป็นดูถูกโรงน้ำชา มันก็วิตถารเหมือนกันล่ะวะ”

ลี่เง็กโพล่งแบบคนมีอคติแต่รณชิตตกใจเพราะเชื่อแล้วเกือบหมดใจว่าทรงวาดอุปการะปิ่นมุกไว้เป็นเมีย ตำรวจหนุ่มทำท่าจะถามมากกว่านั้นแต่ฤทธิ์ลูกพี่ลูกน้องของเขามาตามไปพบทรงวาดเสียก่อน แถมด้วยคำให้การจากคู่กรณีของลี่เง็กที่ว่าทั้งหมดเป็นแค่อุบัติเหตุ!

รณชิตเจ็บใจมากต้องยอมให้ทรงวาดประกันตัวลี่เง็กเพราะคู่กรณีไม่เอาเรื่อง กระนั้นก็อดแดกดันไม่ได้ว่าทรงวาดใช้อิทธิพลและเส้นสายข่มขู่คู่กรณีจนยอมให้การว่าเป็นอุบัติเหตุ ทรงวาดไม่โกรธหรือเต้นตาม เขาเลยหันไปเตือนปิ่นมุกที่มาโรงพักเป็นเพื่อนผู้อุปการะหนุ่ม

“คุณรู้ใช่ไหมว่าเถ้าแก่เสือเป็นคนยังไง”

ปิ่นมุกนิ่วหน้า เริ่มฉุนที่เขาพูดถึงทรงวาดไม่ดี รณชิตเห็นท่าทางนั้นก็หน้าเจื่อน

“เอ่อ...ในฐานะตำรวจผมก็อดเป็นห่วงประชาชนไม่ได้โดยเฉพาะผู้หญิงตัวคนเดียวอย่างคุณ”

“ฉันทราบค่ะว่าชื่อเสียงเฮียไม่ค่อยดี แต่จริงๆที่แย่ก็พวกญาติๆเฮียนั่นแหละ ตัวเฮียโฮ่วเป็นคนดีนะคะคุณตำรวจไม่งั้นฉันไม่อยู่กับเฮียมาจนป่านนี้หรอก”

รณชิตคันปากอยากบอกเรื่องอิทธิพลของทรงวาดแต่ปิ่นมุกไม่สนใจฟังเดินหนี เขาได้แต่มองตามเซ็งๆพร้อมตั้งปณิธานในใจต้องดึงเธอออกจากวังวนของทรงวาดให้ได้

ooooooo

ลี่เง็กไม่ดีใจเลยที่ได้ประกันตัวกลับบ้าน เพราะทันทีที่ทรงวาดมาส่ง เม่งฮงก็ตบหน้าเธอฉาดใหญ่

“อาป๊า...อั๊วขอโทษ”

“ขอโทษเรื่องอะไร ถ้าเรื่องแทงไอ้ชาติชั่วนั่นไม่ต้องขอโทษ ลื้อทำถูกแล้ว แต่ที่ลื้อแทงมันแล้วเอาตัวไม่รอดจนเฮียโฮ่วของลื้อต้องเสียเงินเสียทองเดือดร้อนไปด้วย อั๊วถือว่าเป็นความผิดของลื้อ อั๊วถึงได้ตบลื้อ”

ทรงวาดอ้าปากจะแก้ตัวแทนลูกพี่ลูกน้องสาวแต่ลี่เง็กไม่อยู่ฟังแถมปึงปังเข้าห้อง ทิ้งเฮ้งเตี๋ยงกับเม่งฮงให้คุยกับทรงวาดที่อุตส่าห์เดินเรื่องจนได้ประกันตัวลี่เง็ก

“ขอบใจลื้อมากนะ ตอนที่อั๊วไม่เห็นลื้อมาโรงพักอั๊วนึกว่าลื้อไม่เอาพี่เอาน้องซะแล้ว”

“ไม่หรอกครับอาเจ็ก อั๊วจำที่อาเจ็กสอนได้ขึ้นใจ พี่น้องเหมือนแขนขายังไงอั๊วก็ไม่ตัดแขนขาทิ้งหรอก”

เม่งฮงพยักหน้ารับยิ้มๆแต่เฮ้งเตี๋ยงยังคาใจวิธีการของทรงวาด “แต่อั๊วไม่เข้าใจ ทำไมเฮียถึงต้องรีบไปหาไอ้คนถูกแทงด้วย แถมออกค่ารักษาจ่ายค่าทำขวัญให้มันอีก เป็นอั๊วนะจะแทงมันซ้ำอีกรอบเลย”

“เราผิดก็ต้องยอมรับผิดนะอาเตี๋ยง แล้วคดีแบบนี้มีคนเห็นกันครึ่งค่อนเยาวราช ถ้าผู้เสียหายไม่ให้การว่าเป็นอุบัติเหตุ ยังไงอาเง็กก็ไม่รอด อั๊วถึงต้องยอมจ่ายเงิน”

ทรงวาดอธิบายอย่างใจเย็น เม่งฮงปลื้มมากชมหลานชายไม่ขาดปาก “ดูไว้ซะอาเตี๋ยง...คนจะเป็นใหญ่ต้องรู้จักใช้สมองเหมือนเฮียลื้อ ที่ลื้อไปอาละวาดที่โรงพักวันนี้อั๊วไม่อยากจะด่าให้เมื่อยปาก แต่ทีหลังอย่าทำอีก”

เฮ้งเตี๋ยงก้มหน้ารับผิด ทรงวาดเห็นเม่งฮงอารมณ์ผ่อนคลายก็ถือโอกาสกล่อมเรื่องสำคัญ

“อาเจ็กครับ...อั๊วเห็นว่าอาเตี๋ยง อาเง็กยังไม่แก่เกินไป ถ้ายังไงให้กลับไปเรียนหนังสือต่อ...”

เม่งฮงสีหน้าเข้มขึ้น ตัดบทเสียงเรียบ “เรื่องนี้ไม่ต้องพูดแล้ว อั๊วบอกแล้วไงว่าคุมบ่อนคุมโรงน้ำชาไม่ต้องใช้ความรู้ในตำราหรอก เรียนทำไมให้เสียเวลา เลิกพูดเรื่องนี้ซะทีเถอะ”

ทรงวาดอ่อนใจมากที่เม่งฮงไม่ยอมให้ลูกชายลูกสาวกลับไปเรียนหนังสือ เขาได้แต่เกลี้ยกล่อมทุกครั้งที่มีจังหวะ แต่อีกฝ่ายไม่เคยฟังเหตุผล ยืนกรานให้ลูกๆ บริหารกิจการโรงน้ำชาตามมีตามเกิด

ปิ่นมุกไม่ได้เข้าไปส่งลี่เง็กด้วยเพราะทำใจเข้าตึกหกห้องที่เป็นบ้านเก่าไม่ได้ ได้แต่ตบยุงรอหน้าบ้าน เมื่อทรงวาดออกมาเห็นก็เย้าด้วยความเอ็นดู

“ลื้อไม่เข้าโรงน้ำชาอั๊วพอเข้าใจเพราะลื้อคงไม่อยากเห็นบ้านเก่า แต่อั๊วไม่เข้าใจว่าจะมานั่งตากยุงรออั๊วทำไม”

“อั๊วก็ไม่เข้าใจว่าเฮียจะบ่นอั๊วทำไม รู้ไหมว่าเฮียชอบกะเกณฑ์ชีวิตคนอื่นไปซะทุกเรื่อง แล้วพอไม่ได้อย่างใจก็หน้าหงิกจนคิ้วจะพันกันได้อยู่แล้ว”

ทรงวาดไม่ถือสาคำยอกย้อนแถมชวนไปกินข้าว ปิ่นมุกรับคำด้วยความยินดี ไม่รู้เลยว่าลี่เง็กแอบมองจากห้องตัวเอง...รอยยิ้มของลูกพี่ลูกน้องหนุ่มทำให้เธอมั่นใจว่าเขาต้องคิดอะไรกับสาวน้อยในอุปการะเป็นพิเศษแน่

ooooooo

ปิ่นมุกกับก๊กไช้ตื่นไปโรงเรียนแต่เช้าแต่ไปไม่ถึงไหนก็ต้องหอบสภาพสะบักสะบอมกลับบ้านเพราะถูกกลุ่มนักเลงดักทำร้าย โชคดีที่รณชิตกับฤทธิ์บังเอิญลาดตระเวนแถวนั้นเลยช่วยไว้ทัน

ทรงวาดมองสองหนุ่มสาวในอุปการะด้วยแววตาเคร่งเครียด รณชิตก็มีอาการไม่ต่างกันและสันนิษฐานว่าพวกนักเลงไม่ได้มีเป้าหมายที่ปิ่นมุกกับก๊กไช้แต่จงใจเอาคืนทรงวาดมากกว่า

ฤทธิ์สนับสนุนรณชิตลูกพี่ลูกน้องหนุ่มเต็มที่เพราะพวกนักเลงเตรียมทางหนีทีไล่อย่างดี ไม่ใช่นักเลงกระจอกที่แค่ผ่านมาเจอแล้วดักทำร้าย ทรงวาดหน้าตึง ปิ่นมุกรีบออกตัวแทนผู้อุปการะหนุ่ม

“ไม่เกี่ยวอะไรกับเฮียโฮ่วมั้งคะหมู่ พวกนักเลงกระจอกมากกว่า เห็นพวกอั๊วเป็นเด็กนักเรียนก็เลยคิดจะรีดไถ”

ทรงวาดส่ายหน้าไม่เห็นด้วย “ถ้าคิดจะรีดไถมันไม่ทำร้ายอาไช้หรอก น่าจะทำเพราะเรื่องส่วนตัวมากกว่า แต่เด็กอย่างลื้อสองคนไม่มีเรื่องกับใคร ต้นเหตุก็น่าจะมาจากอั๊ว หมู่ต้องการบอกอย่างนี้ใช่ไหมครับ”

“แล้วแต่เถ้าแก่จะคิดแล้วกันครับ เถ้าแก่ย่อมรู้ดีมากกว่าใคร...จริงไหมครับ”

รณชิตมองมาอย่างยียวน ทรงวาดยังนิ่ง ฤทธิ์เสียอีกร้อนใจด้วยความเป็นห่วง

“เอ่อ...อย่าหาว่าผมยุ่งไม่เข้าเรื่องเลยนะครับ พูดในฐานะตำรวจ...ผมเห็นบ้านเถ้าแก่มีคนแก่กับผู้หญิงอยู่ด้วย ถ้าเถ้าแก่ไม่ระวังให้ดีก็อาจจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีกก็ได้นะครับ”

คำเตือนของฤทธิ์ทำให้ทรงวาดคิดหนักและตัดสินใจรับส่งปิ่นมุกกับก๊กไช้ที่โรงเรียนด้วยตัวเองทุกเช้า โดยไม่รู้เลยว่าเหตุวุ่นวายทั้งหมดเป็นคำสั่งลี่เง็กซึ่งจ้างวานพวกนักเลงไปดักทำร้ายปิ่นมุกกับก๊กไช้

พวกนักเลงรีบรายงานผลกับลี่เง็ก ลูกสาวคนเล็กของเม่งฮงโกรธมากที่พวกนักเลงทำงานไม่สำเร็จ ด่าเปิงจนไต้เกียวที่แวะเอาปิ่นโตอาหารมาให้เฮ้งเตี๋ยงได้ยินหมดทุกอย่าง!

ไต้เกียวเบิกตาโพลง รีบเก็บของกลับไปบอกฮุ่ยเซี้ยงที่บ้านถึงวีรกรรมของลี่เง็ก

“อั๊วได้ยินกับหู...ไม่ผิดหรอกอาแปะ เมื่อวานเฮียโฮ่วเพิ่งช่วยอีออกจากคุก วันนี้อีก็สนองคุณด้วยการส่งคนไปทำร้ายผู้หญิงของเฮียโฮ่วซะแล้ว...กตัญญูจริงๆ”

“อาโฮ่วคงสั่งสอนหรือดุด่าอีล่ะมั้ง อาเง็กอีกลัวคนเดียวคืออาฮง นอกนั้นใครว่าอะไรได้ที่ไหน น่าสงสารอาฮง...มีลูกชายก็มีดีแค่แรง โง่เหมือนวัวควาย มีลูกสาวก็เหมือนงูพิษ แว้งกัดได้แม้แต่ผู้มีคุณ”

“จะสงสารทำไมอาแปะ เจ็กฮงเป็นอย่างนี้ก็ดีแล้วจะได้สมกับที่ชอบแย่งหน้าแปะยังไงล่ะ”

ฮุ่ยเซี้ยงสะอึกแต่ทำมึนกลบเกลื่อน “แย่งน่ง แย่งหน้าอะไร พี่น้องกันทั้งนั้น อย่าคิดหยุมคิดหยิมน่าอาเกียว”

“คนที่คิดว่าเป็นพี่น้องก็มีแต่แปะคนเดียวเท่านั้นแหละ ทั้งโรงน้ำชาทั้งบ่อนแปะกับเจ็กฮงก็ร่วมกันสร้างมาทั้งนั้น แต่คนอื่นรู้จักเจ็กฮงกลัวเจ็กฮงมากกว่าแปะมันถูกต้องแล้วเหรอ พี่น้องกันต้องให้เกียรติกันไม่ทำกันอย่างนี้หรอก”

ไต้เกียวได้จังหวะเสี้ยมลุงแท้ๆ ฮุ่ยเซี้ยงก็รู้สึกแต่ยังไม่ยอมรับ “อาฮงอีเป็นคนใจถึง บ้าบิ่นไม่กลัวตายก็เลยมีชื่อเสียงมากกว่าอั๊ว แต่ที่มาถึงทุกวันนี้ได้ก็เพราะมันสมองอั๊วทั้งนั้น เรื่องนี้อาฮงอีรู้ดี”

พูดแล้วก็สะท้านในอก ฮุ่ยเซี้ยงอดคล้อยตามคำพูดหลานสาวคนสวยไม่ได้ ไต้เกียวสะใจลึกๆที่ยุแยงสำเร็จ อย่างน้อยเวลานี้ลุงของเธอก็เริ่มสะกิดใจแล้วว่าที่ทำๆอยู่มันยังไม่พอ

ooooooo

ไต้เกียวค่อยๆเป่าหูฮุ่ยเซี้ยงให้แตกคอกับเม่งฮง ความโลภในเงินทองและอำนาจทำให้ลุงแท้ๆของเธอเปลี่ยนความคิดที่มีต่อหุ้นส่วนใหญ่อย่างเม่งฮงได้ไม่ยาก ขณะเดียวกันก็รอเวลาสลัดเฮ้งเตี๋ยงคู่หมั้นหนุ่มที่เธอแสนชัง แต่วันเวลาผ่านไปเป็นปีเธอก็ยังไม่สบโอกาส

ทรงวาดก็ใช้เวลาหนึ่งปีที่ผ่านมาบริหารกิจการโรงสีข้าวจนรุ่งเรือง ปิ่นมุกกับก๊กไช้ก็ใช้ชีวิตปีสุดท้ายในโรงเรียน ม.ปลายอย่างปลอดภัยและสงบสุขเพราะทรงวาดรับส่งด้วยตัวเองตลอด แม้จะกลายเป็นที่ซุบซิบของเพื่อนร่วมรุ่นบ้างโดยเฉพาะปิ่นมุกว่ามีผู้ปกครองหน้าโหดตามคุมเข้มแต่ทุกอย่างก็ราบรื่นดี

ปิ่นมุกกับก๊กไช้ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยปีนี้ กิมเอ็งลุ้นหนักถึงกับเตรียมข้าวของบนบานศาลเจ้า

ให้ทั้งสองสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ โดยปิ่นมุกเลือกสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์ ส่วนก๊กไช้สอบเข้านิติศาสตร์

ทุกคนในบ้านเฝ้ามองท่าทางจริงจังของกิมเอ็งด้วยรอยยิ้ม ไม่เชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะทำให้ปิ่นมุกกับก๊กไช้สอบติดแต่ไม่อยากห้ามปรามเพราะกิมเอ็งทำเพราะหวังดีและศรัทธา ทรงวาดลุ้นไม่ต่างจากกิมเอ็งแต่ไม่แสดงออก ปิ่นมุกเสียอีกที่ตื่นเต้นทวงรางวัลเพราะมั่นใจว่าตัวเองจะสอบติด

“เฮียสัญญาว่าจะพาอั๊วไปทะเลมาปีกว่าแล้วนะ จนป่านนี้ยังไม่ได้ไปเลย ถ้าอั๊วสอบติดอย่าเบี้ยวอีกล่ะ”

“คงติดหรอก สอบแพทย์ไม่ใช่ง่ายๆ อั๊วบอกให้เรียนบัญชีก็ไม่เชื่อ เห่อตามคุณหลิง ไม่ได้เก่งเหมือนเขาซะหน่อย”

ทรงวาดแกล้งสบประมาทแล้วผละไป ทิ้งปิ่นมุกให้เต้นผาง ตะโกนไล่หลัง

“เฮียพูดอย่างงี้ได้ยังไง ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้เลยนะ!”

และแล้ววันประกาศผลสอบก็มาถึง ปิ่นมุกกับก๊กไช้แอบไปส่องไฟดูผลสอบตั้งแต่กลางดึกวันก่อนโดยมีอรุณรุ่งหรือฮุ่ยหลิงช่วยดูอีกแรง ก๊กไช้กระโดดตัวลอยเมื่อพบว่าตัวเองสอบติดนิติศาสตร์ แต่คนดีใจกว่าใครคงหนีไม่พ้นปิ่นมุกที่สอบติดคณะแพทย์ มหาวิทยาลัยเดียวกับอรุณรุ่ง

กิมเอ็งดีใจมากช่วยกันกับทิเหล็งจุดประทัดฉลองให้ปิ่นมุกกับก๊กไช้ที่สอบติด ทรงวาดทำตีมึนไม่รู้เรื่อง ปิ่นมุกหมั่นไส้ต้องตามไปดักหน้าทวงรางวัล

“อั๊วสอบติดแพทย์”

“อั๊วรู้แล้ว...แล้วไง”

“แล้วไง! เฮียพูดได้ไง เฮียดูถูกอั๊วไว้ว่าสอบไม่ติดแต่อั๊วทำได้ เฮียต้องขอโทษอั๊ว หรือไม่เฮียก็ต้องชมอั๊ว”

“สอบติดมันก็เป็นอนาคตของลื้อ ทำไมอั๊วต้องชมด้วย...ไร้สาระ!”

ทรงวาดแสร้งทำหน้าขรึมใส่แต่ความจริงปลื้มมากที่สองหนุ่มสาวในอุปการะสอบติดคณะที่ต้องการ เขาทำเป็นมองไม่เห็นแววตาตัดพ้อของปิ่นมุกและออกไปรับของขวัญที่สั่งไว้กับอรุณรุ่งและฮกไช้ที่ร้านทองเตียเซ่งเฮง

อรุณรุ่งหรือฮุ่ยหลิง ลูกสาวร้านทองใหญ่ประจำเยาวราช รุ่นพี่สาวคนสนิทของปิ่นมุก หยิบปิ่นทองคำประดับมุกและสร้อยพระเลี่ยมทองที่ทรงวาดสั่งให้เจ้าของตรวจสอบความเรียบร้อย ทรงวาดพยักหน้าพอใจ อรุณรุ่งเห็นดังนั้นก็แกล้งเย้าเพราะได้ยินมาว่าเขาทำเฉยชาเมื่อรู้ว่าปิ่นมุกกับก๊กไช้สอบติด

“จริงๆเฮียไม่เห็นจำเป็นต้องปิดอาจูกับอาไช้เลยนี่คะ เรื่องน่ายินดีอย่างนี้เฮียน่าจะบอกพวกอีไปเลยว่าเฮียเตรียมของขวัญไว้ล่วงหน้าก่อนประกาศผลสอบซะอีก”

“ไม่ได้หรอกครับ โอ๋มากเดี๋ยวจะเหลิงไปกันใหญ่โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาจูน้องรักของคุณหลิง”

“แหมเฮีย...บางทีคนเราก็ต้องการคำชมนะคะ เฮียทำอย่างนี้สงสารอาจู อุตส่าห์สอบติดหมอ คำชมสักนิดก็ไม่มี”

“อ้าว...นี่ลื้องอนเถ้าแก่แทนอาจูด้วยอีกคนเหรอ”

ทรงวาดหัวเราะชอบใจ ฮกไช้พลอยขำไปด้วยก่อนเปลี่ยนไปเรื่องถามถึงกิจการโรงสีข้าว

“เออ...แล้วช่วงนี้การค้าเป็นยังไงบ้างครับเถ้าแก่เสือ”

“ดีมากครับ...ลูกค้าเพิ่มขึ้น กำไรก็เพิ่มขึ้นเท่าตัว ปีที่ผ่านมาถือเป็นปีดีที่สุดในชีวิตอั๊วเลยก็ว่าได้ ทุกอย่างสงบเรียบร้อย มีแต่เรื่องดีๆเข้ามาจนอั๊วอยากจะให้เป็นอย่างนี้ตลอดไป...”

ooooooo

ความปรารถนาของทรงวาดคงไปไม่ถึงสวรรค์เพราะไม่นานหลังจากนั้นเถ้าแก่เสือของคนละแวกเยาวราชก็ต้องลำบากใจเมื่อสถานการณ์ทางการเมืองเกิดการเปลี่ยนแปลง สถานะของการันต์กับชาญยุทธเริ่มไม่มั่นคง สองพ่อลูกจึงต้องระดมทุนสร้างฐานอำนาจของตนให้ผงาดอีกครั้ง

ทรงวาดถูกชาญยุทธพี่ชายบุญธรรมนัดพบเพื่อแผนการสำคัญ “เราอยากได้ฝ่ายนั้นมาร่วมรัฐบาลคุณพ่อก็เลยต้องยอมเสียสละยกตำแหน่งให้ แล้วช่วงนี้เราลงทุนกับโรงงานสีไปเยอะมาก พี่กลัวว่าเงินที่หมุนเวียนอยู่มันจะไม่พอ”

“แล้วพี่อ้ายจะให้ผมทำยังไงครับ”

“เราจะเพิ่มค่าคุ้มครองอีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์”

“ยี่สิบเปอร์เซ็นต์เลยเหรอครับ มันเยอะมากนะครับพี่อ้าย ผมกลัวว่าจะเกิดปัญหา”

วิสูตรทหารคนสนิทของชาญยุทธช่วยเจ้านายพูดอีกแรง “แต่เราไม่ได้ขึ้นค่าคุ้มครองมาสิบกว่าปีแล้วนะครับคุณเสือ แล้วหลายปีมานี่รายได้ของทุกกลุ่มก็เพิ่มขึ้นมาก มันก็น่าจะสมเหตุสมผลอยู่นะครับ”

ทรงวาดมีสีหน้าหนักใจ ชาญยุทธเห็นใจแต่ยืนกรานตามความต้องการเดิม

“มันจำเป็นนะเสือ โรงงานที่สร้างใช้เงินมหาศาล ถ้าไม่ทำอย่างนี้แล้วเกิดฉุกเฉินอะไรขึ้นเราจะพังกันทั้งหมด”


พันเดชรอจังหวะนี้อยู่แล้ว เมื่อรู้แน่ชัดว่าการันต์รัฐมนตรีใหญ่สละเก้าอี้ตำแหน่งให้นักการเมืองหน้าใหม่เพื่อรักษาฐานอำนาจให้พรรคตนเองกับลูกชายจึงฉวยโอกาสนี้หาทางแทรกซึม

ทรงวาดหรือเสือลืมเรื่องพันเดชไปเลยเพราะมีเรื่องต้องคิดมากกว่าคือจะเจรจากับบรรดาแก๊งในเยาวราชอย่างไรเพราะประเด็นการปรับขึ้นเปอร์เซ็นต์ค่าคุ้มครองไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ฮุ่ยเซี้ยงเป็นคนแรกที่เดือดเนื้อร้อนใจกับเรื่องนี้

“มันจะขูดเลือดขูดเนื้อกันมากไปแล้วโว้ย”

เม่งฮงก็ไม่ชอบใจการขึ้นเปอร์เซ็นต์ค่าคุ้มครองแต่ไม่คิดขัดขืนให้ตัวเองเดือดร้อน

“อั๊วก็แค้นใจพวกมันแต่จะให้ทำยังไงได้ อิทธิพลของนายไม่ใช่น้อยๆ ใครที่ขัดใจมันไม่เคยมีบั้นปลายที่ดีสักคน”

“แล้วเราต้องเป็นเบี้ยล่างมันไปตลอดเหรอ มันเป็นใครอั๊วยังไม่รู้แต่ต้องจ่ายเงินให้มันมายี่สิบกว่าปีแล้ว”

“ถือว่าให้หมามันกินแล้วกันตั่วเฮีย ยังไงเราก็จ่ายได้ แค่ขาดทุนกำไรเท่านั้นแหละ”

ฮุ่ยเซี้ยงไม่เห็นด้วยเพราะผลประโยชน์ที่ต้องเสียเพิ่มขึ้นไม่ใช่น้อย “อั๊วไม่รู้ว่านายเป็นใคร ลื้อก็ไม่รู้ เพียงแต่เวลาเรามีเรื่องเดือดร้อนมันช่วยจัดการให้ก็เท่านั้นเอง แล้วเราจะแน่ใจได้ยังไงว่าตอนนี้นายยังมีอำนาจเหมือนเดิม”

“เฮียหมายความว่าไง”

“เชื่ออั๊ว...เราจะไม่ยอมให้มันมากไปกว่านี้อีกแล้ว”

เม่งฮงลังเลเพราะไม่เคยหือกับนาย ฮุ่ยเซี้ยงที่เก็บกดมานานรีบยุเพราะกลัวหุ้นส่วนใหญ่เปลี่ยนใจ

“ลองงัดกับมันดูสักตั้ง ลื้อก็ผ่านคมหอกคมดาบมาทั้งชีวิต ทำไมต้องก้มหัวให้ไอ้คนที่ไม่เคยเห็นหน้าด้วยวะ...”

ooooooo

ผลการกระด้างกระเดื่องทำให้บ่อนของแก๊งหกห้องถูกไฟไหม้ เม่งฮงกับฮุ่ยเซี้ยงประสาทเสียมากเพราะความเสียหายมากกว่าที่คิด วิสูตรซึ่งรับคำสั่งชาญยุทธมาสั่งสอนแก๊งหกห้องได้แต่เฝ้ามองบ่อนไฟไหม้ด้วยแววตานิ่งสงบ

“ไปแจ้งดับเพลิงแล้วก็ป่าวประกาศให้คนแถวนี้รู้ตัวว่าไฟไหม้ จะได้หนีกันออกมาทัน”

“ทำไมล่ะครับ เราอุตส่าห์วางเพลิงแล้วไปช่วยพวกมันทำไม” ลูกน้องสงสัย

“คุณชาญยุทธต้องการสั่งสอนเบาๆ มากเกินไปจะกระเทือนถึงบารมีท่าน แค่นี้พวกมันก็จำไปจนวันตายแล้ว”

ทรงวาดหรือเสือรู้โดยไม่ต้องถามใครว่าเหตุไฟไหม้บ่อนของแก๊งหกห้องเป็นฝีมือชาญยุทธจึงบุกไปถามหาเหตุผลเพราะกลัวเรื่องลุกลามทำให้เยาวราชไม่สงบเหมือนเดิม

“ทำไมต้องทำขนาดนั้นด้วย รู้ไหมเมื่อคืนเกือบมีคนตาย”

วิสูตรรับหน้าแทนชาญยุทธ พยายามอธิบายว่าทำตามกฎการคุ้มครอง

“มันจำเป็นครับ ถ้าเรายอมให้คนที่ไม่จ่ายส่วยลอยนวลอยู่ได้ก็ต้องมีรายอื่นแข็งข้ออีก ผมเลยต้องตัดไฟแต่ต้นลม แต่เมื่อคืนผมก็ยั้งมือแล้วนะครับ คุณเสือก็ทราบว่าถ้าผมเอาจริง ตายกันหมดบ่อนแล้ว...ไม่ใช่แค่เกือบ”

“พี่อ้ายอยู่ไหน ฉันต้องการคุยกับพี่อ้าย”

ชาญยุทธแอบได้ยินตั้งแต่ต้นปรากฏตัวทันทีที่ได้ยินเสียงโวยวายของน้องชายบุญธรรม

“วิสูตรพูดแทนพี่ไปหมดแล้ว คงไม่จำเป็นต้องคุยเรื่องนี้กันแล้วล่ะเสือ”

“ผมกำลังหาทางกล่อมให้อาเจ็กจ่ายเงินเพิ่มอยู่ พี่อ้ายไม่น่าใจร้อนเลย”

“วงการนี้กฎต้องเป็นกฎ พี่ทำแค่นี้ถือว่าเห็นแก่เสือมากแล้วนะ จำไว้นะ...เสือเป็นน้องพี่ พวกเขาก็แค่ผูกพันทางสายเลือดและก็เพราะพวกเขาเสือถึงไม่ได้เป็นนายร้อยตำรวจ เพราะฉะนั้นเสือกับพวกเขาไม่ได้มีบุญคุณอะไรต่อกันอีกแล้ว ตรงข้ามพวกเขาเป็นคนที่อยู่ใต้อำนาจของเรา...มองให้ทะลุอย่างพี่สิเสือ”

พูดจบก็ผละไป ทิ้งทรงวาดกำหมัดแน่น วิสูตรมองมาด้วยความเห็นใจ “ผมเข้าใจคุณเสือนะครับแต่คุณเสือเหยียบเรือสองแคมไม่ได้หรอกครับ เลือกอยู่ฝ่ายท่านกับคุณอ้ายดีกว่ายังไงก็ได้ประโยชน์มากกว่าเห็นๆ”

ooooooo

เม่งฮงไม่รู้เรื่องทรงวาดมีส่วนรู้เห็นการปรับขึ้นเปอร์เซ็นต์ค่าคุ้มครอง เรื่องไฟไหม้บ่อน มัวทะเลาะกับฮุ่ยเซี้ยงอย่างรุนแรงลั่นโรงน้ำชาเพราะหัวเสียเรื่องบ่อนไฟไหม้

“อั๊วไม่น่าเชื่อตั่วเฮียเลย จ่ายไปก็จบเหมือนที่แล้วมา นี่เสียทั้งบ่อนทั้งเงินแล้วคนของเรายังถูกตำรวจจับไปอีก”

“ลื้อมันแก่แล้วจริงๆอาฮง พวกเราผาดโผนกันมากี่สิบปี เรื่องอะไรต้องยอมก้มหัวให้พวกมันด้วยวะ”

“ก็นี่ไงล่ะผลการไม่ยอม ยังเสียหายไม่พอเหรอ ตั่วเฮีย อยากให้แข็งข้ออั๊วก็ทำแล้ว ตั่วเฮียรับผิดชอบอะไรบ้าง”

“อาฮง...ไว้หน้าอั๊วบ้างเถอะ ต่อหน้าลูกน้องตั้งเยอะแยะ ไม่เห็นเหรอ”

“อั๊วไม่น่าโง่เชื่อตั่วเฮียเลยจริงๆ”

พูดจบก็ผลุนผลันจากไป ฮุ่ยเซี้ยงมองตามเครียดๆก่อนเรียกไต้เกียวมาสั่งให้แต่งงานกับเฮ้งเตี๋ยงเร็วที่สุด

ไต้เกียวโวยวายไม่ยอม “แล้วทำไมต้องมาลงที่อั๊วด้วยล่ะอาแปะ บ่อนถูกเผาไม่ใช่ฝีมืออั๊วซะหน่อย”

“อั๊วรู้ แต่มันไม่มีทางเลือกแล้วนอกจากให้ลื้อแต่งงานกับอาเตี๋ยง อาฮงเล่นด่าอั๊วต่อหน้าลูกน้องจนอั๊วอายแทบแทรกแผ่นดินหนี ทางเดียวที่จะกอบกู้ฐานะอั๊วได้ก็คืออั๊วต้องเป็นอาแปะของเมียลูกชายมัน”

“แต่อั๊วไม่ชอบไอ้เตี๋ยง มันโง่ขนาดนั้นจะอยู่กันเข้าไปได้ยังไง แค่ยอมหมั้นด้วยก็บุญของมันเท่าไหร่แล้ว”

“ยังไงก็หมั้นกันแล้วน่า ช้าเร็วก็ต้องแต่งอยู่ดีถือซะว่าช่วยอาแปะก็แล้วกันนะอาไต้เกียว”

ฮุ่ยเซี้ยงหว่านล้อมหลานสาวเพื่อผลประโยชน์และสายสัมพันธ์แบบพี่น้องร่วมสาบานกับเม่งฮง ไต้เกียวไม่เต็มใจแต่ขัดลุงไม่ได้ “แล้วอาแปะจะยอมอยู่ใต้เจ็กฮงไปตลอดชีวิตอย่างนี้น่ะเหรอ อั๊วไม่เข้าใจ...มันฉีกหน้าอาแปะขนาดนี้แทนที่อาแปะจะแตกหักกลับยอมก้มหัวให้มันอยู่ได้”

“อั๊วกับอาฮงก็เหมือนตะเกียบคู่หนึ่ง ขาดใครคนใดคนหนึ่งไปอีกคนก็เหมือนตะเกียบที่เหลือข้างเดียวคีบของอะไรไม่ได้ อั๊วถึงต้องยอมอ่อนข้อให้อย่างนี้ไง”

“คีบไม่ได้ก็จิ้มกินไปเลยสิ”

“มันกินได้ทุกอย่างซะเมื่อไหร่ ลื้อก็รู้อยู่แก่ใจ อย่าเอาแต่โมโหสิ”

ไต้เกียวสะบัดหน้าหนี คร้านจะบอกลุงว่าเรื่องแต่งงานระหว่างตนกับเฮ้งเตี๋ยงคงเป็นไปไม่ได้แต่มีหรือฮุ่ยเซี้ยงจะฟัง พยายามหลอกล่อหลานสาวคนเดียวด้วยคำพูดหวานหู

“เชื่ออาแปะนะอาไต้เกียว อาแปะเลี้ยงลื้อมาไม่ทำร้ายลื้อหรอก แต่งงานกับอาเตี๋ยงซะแล้วทุกอย่างจะดีขึ้นเอง”

ooooooo

แม้จะกลุ้มใจเรื่องปรับขึ้นค่าคุ้มครองของการันต์กับชาญยุทธแต่ทรงวาดก็ไม่ลืมเลี้ยงฉลองให้ปิ่นมุกกับก๊กไช้ เมื่อสองหนุ่มสาวในอุปการะกลับถึงบ้านก็ต้องตื่นตะลึงกับอาหารเหลามากมายที่ทรงวาดเตรียมไว้

ทิเหล็งเห็นปิ่นมุกกับก๊กไช้ทำหน้างงก็เฉลยยิ้มๆ

“เถ้าแก่อีปากแข็ง ถึงปากไม่พูดอะไรแต่คนดีใจที่สุดที่พวกลื้อสอบได้ก็คือเถ้าแก่นี่แหละ”

ป่วยซังกับสุเทพมีของขวัญให้ปิ่นมุกกับก๊กไช้

ทิเหล็งได้แต่มองตามเศร้าๆเมื่อได้ยินว่าป่วยซังกับสุเทพช่วยกันเลือกของขวัญ ปิ่นมุกกับก๊กไช้ไม่ทันสังเกตท่าทางทิเหล็ง มัวตื่นเต้นกับของขวัญในมือทรงวาด

“พวกลื้อทำดีอั๊วจะไม่มีรางวัลให้ได้ยังไงล่ะ เป็นนักศึกษาแล้วต้องตั้งใจเรียนแล้วก็มีความรับผิดชอบให้มากกว่าเดิมนะ จบเมื่อไหร่จะได้มีงานดีๆทำ เป็นที่พึ่งให้อาม่ากับอาเหล็งต่อไป”

จบคำทรงวาดก็สวมสร้อยพระเลี่ยมทองคำให้ก๊กไช้ ส่วนปิ่นมุกเขาบอกให้รวบผมแล้วจัดการมวยให้เองกับมือก่อนปักปิ่นทองคำประดับมุกให้ กิริยาอ่อนโยนของทรงวาดทำให้ปิ่นมุกเขินจัด ต่างจากก๊กไช้ที่แอบชอบปิ่นมุกโดยไม่รู้ตัวรู้สึกแปลกๆ...เหมือนกับว่าทรงวาดกับปิ่นมุกมีบางอย่างต่อกัน

ปิ่นมุกจับอารมณ์เครียดลึกๆของทรงวาดได้ภายใต้ใบหน้ายิ้มแย้มยินดีกับการสอบได้ของเธอกับก๊กไช้ ผู้อุปการะหนุ่มกลับมีแววตาเศร้าหมอง หญิงสาวไม่รอช้าหาโอกาสคุยด้วย

ทรงวาดเห็นสภาพปิ่นมุกในชุดนอนก็อดกระเซ้าขำๆไม่ได้

“ไม่ปักปิ่นที่อั๊วให้แล้วเหรอ”

ปิ่นมุกหน้ายู่ที่โดนล้อ “ของแพงอย่างนั้นขืนใส่เดินไปเดินมาก็คนบ้าแล้วเฮีย ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลยอั๊วรู้นะว่าเฮียมีเรื่องไม่สบายใจ...เรื่องไฟไหม้บ่อนอาเจ็กเฮียล่ะสิ”

“ใช่...แต่ที่อั๊วกลุ้มเพราะคนที่วางเพลิงคือพี่อ้าย”

“อ้าว...ทำไมล่ะ โกรธอะไรกันเหรอ”

“พี่อ้ายสั่งขึ้นค่าคุ้มครองแต่อาเจ็กไม่ยอมจ่ายก็เลยเผาบ่อนเป็นการสั่งสอน”

ว่าที่นักศึกษาแพทย์สาวปะติดปะต่อเรื่องได้ทันที “ไม่น่าล่ะ...เฮียเป็นคนกลางเลยกลุ้มใจ เอ๊ะ...แต่อาเจ็กเฮียไม่รู้นี่ว่าพ่อกับพี่บุญธรรมเฮียมีเบื้องหลังอะไร ยังงี้ก็คงไม่มากดดันอะไรเฮียหรอก”

ทรงวาดส่ายหน้า ถอนใจหนักหน่วง “แต่อั๊วก็อดกลุ้มใจไม่ได้อยู่ดี พี่อ้ายกับคุณพ่อไม่ได้คิดว่าอาเจ็กเป็นญาติอั๊วหรอกนะ คิดแค่ว่าเป็นเบี้ยคอยหาเงินให้ใช้เท่านั้นเอง ถ้าวันนึงอาเจ็กกระด้างกระเดื่องอีกหรือหมดประโยชน์แล้วก็คงถูกเขี่ยทิ้ง ถึงวันนั้นอั๊วไม่รู้จะทำยังไงเลย ฝ่ายนึงก็ญาติฝ่ายนึงก็ผู้มีพระคุณ”

ท่าทางหนักใจของทรงวาดทำให้ปิ่นมุกสงสาร เอื้อมไปจับมือเขาไว้เพื่อปลอบใจ

“เฮียมีอั๊ว มีทุกคน...เฮียไม่ต้องกลัวหรอกนะไม่ว่าเฮียจะตัดสินใจยังไงพวกอั๊วก็จะอยู่ข้างเดียวกับเฮียอยู่แล้ว”

ทรงวาดอึ้งเล็กน้อยก่อนตบมือเธอตอบเบาๆซึมซับความห่วงใยที่เธอส่งมาให้ โดยไม่รู้เลยว่าก๊กไช้แอบมองตามทั้งสองคนห่างๆ มั่นใจแล้วนาทีนี้ว่าทรงวาดกับปิ่นมุกมีใจให้กัน...

ooooooo

ไต้เกียวปฏิเสธลุงไม่ได้จำต้องสร้างความสนิทสนมกับว่าที่เจ้าบ่าวอย่างเฮ้งเตี๋ยง และเช้าวันนี้ก็เป็นโอกาสดีเมื่อเขาแวะมาเอาของให้เม่งฮง เธอเลยได้กินมื้อเช้ากับเขาเป็นครั้งแรก

“หมั้นกันมาเป็นปีเพิ่งจะได้กินข้าวเช้าด้วยกันนะจ๊ะเฮีย”

“ก็อั๊วทำงานกว่าจะเลิกก็เกือบเช้า จะตื่นมา กินข้าวเช้ากับลื้อได้ไง นี่ถ้าไม่ต้องมาเอาของให้อาป๊า อั๊วไม่ตื่นหรอก”

คำพูดเย็นชาของเขาทำให้ไต้เกียวแทบกรี๊ด แต่ต้องข่มใจปั้นหน้ายิ้มแย้ม

“แล้วเฮียชอบร้านนี้ไหมจ๊ะ ร้านไม่ใหญ่แต่อาหารอร่อยทุกอย่างเลยนะ”

“ก็เหมือนๆกันทั้งนั้นแหละ อั๊วกินง่าย ไม่เรื่องมากหรอก”

เฮ้งเตี๋ยงตอบแบบขอไปทีแล้วขอตัวดื้อๆ “อั๊วไปล่ะนะ ลื้อกินตามสบายแล้วกัน”

“อ้าว...แล้วไม่กลับด้วยกันเหรอเฮีย”

“งานการอั๊ว มีใครจะว่างไปส่งลื้อ กลับเองแล้วกัน”

จบคำก็ผละไป ทิ้งไต้เกียวให้รับผิดชอบค่าอาหารแต่ดันโชคไม่ดีมีเงินไม่พอดีจึงต้องไปตามกับเฮ้งเตี๋ยง และนั่นถือเป็นการตัดสินใจดีที่สุดเมื่อเห็นกับตาว่าว่าที่เจ้าบ่าวของเธอแอบมีผู้หญิงอื่น!

เฮ้งเตี๋ยงแอบไปหาพริ้มเพราคู่ขาสาวที่เป็นดาวเด่นประจำโรงน้ำชา ไต้เกียวเห็นเป็นโอกาสดีจะล้มงานแต่งเลยจ้างคนไปบอกข่าวเม่งฮง ซึ่งก็ได้ผลทันตา พริ้มเพราถูกเม่งฮงกับลี่เง็กจับไปทำโทษอย่างแสนสาหัส

เม่งฮงโกรธมากคว้าขวดเหล้าตีหัวลูกชายทันทีที่เจอหน้า เฮ้งเตี๋ยงจับต้นชนปลายไม่ถูกจนเมื่อรู้เรื่องพริ้มเพราโดนลี่เง็กจับตัวไปลงโทษก็ร้อนใจรีบไปบอกทรงวาดให้มาช่วยคู่ขาสาว

ลี่เง็กสะใจมากเมื่อรู้เรื่องจากเม่งฮงตามประสาพวกชอบความรุนแรง ตรงไปโรงน้ำชาหาเรื่องพริ้มเพราทันที

“ลื้อมันผู้หญิงหยำฉ่า ถ้าเฮียอั๊วจะหลับนอนกับลื้อก็ไม่มีใครสนใจหรอก แต่ถ้าลื้อคิดจะจับเฮียอั๊วมันก็อีกเรื่อง”

“ฉันไม่ได้คิดจับเฮียเตี๋ยงนะ เรารักกันจริงๆ ฉันรู้ว่าฉันเป็นยังไง ไม่กล้าเรียกร้องอะไรจากเฮียหรอก”

“รักเหรอ...ผู้หญิงอย่างลื้อจะรักใครเป็น ขนาดตัวลื้อ เองแท้ๆลื้อยังไม่รัก ไม่งั้นจะมาขายตัวแลกเงินเหรอ”

แหวจบก็ตบอีกหลายฉาดก่อนจิกหัวดาวเด่นโรงน้ำชาโขกกำแพงจนทรุดกับพื้น พริ้มเพราหน้าแตกยับแต่ลี่เง็กไม่ยอมหยุด ควักมีดพกออกมา “ความจริงลื้อมันระดับดารา ปกติถ้าอั๊วทำให้ลื้อเสียโฉม อาป๊าคงด่าอั๊วไปสามวันสามคืน แต่ตอนนี้ต่อให้อั๊วกรีดหน้าลื้อจนยับ อาป๊าก็คงไม่ว่าอะไรหรอก”

ลี่เง็กหัวเราะสาแก่ใจจะกรีดหน้าพริ้มเพรา โชคดีที่ทรงวาดโผล่มาห้ามทัน ดาวเด่นโรงน้ำชาเลยรอดตัวไปได้ กระนั้นเม่งฮงก็ไม่ยอมจบเรื่องยืนกรานจะลงโทษพริ้มเพราที่คิดจับลูกชาย

“ถึงลื้อจะขออั๊วก็ให้ไม่ได้ ลื้อกลับไปบอกไอ้ลูกเนรคุณนั่นให้มันเลิกหวังลมๆแล้งๆได้แล้ว”

ทรงวาดพยายามเกลี้ยกล่อม “แต่อาเตี๋ยงยืนยันว่ารักกับพริ้มเพรานะครับ แล้วก็ไม่ได้คิดจะล้มเลิกการแต่งงานกับอาไต้เกียวด้วย เพียงแต่ขออย่าให้ทำอะไรพริ้มเพราเท่านั้นเอง”


เม่งฮงไม่ยอม ตอกเสียงห้วน “แล้วจะเก็บมันไว้ให้ประจานอั๊วรึไง อั๊วเป็นใคร ยิ่งใหญ่ขนาดไหนในเยาวราชแต่ลูกชายคนเดียวของอั๊วกลับไปรักกับผู้หญิงขายตัว คนอื่นรู้เข้าใครมันจะนับถืออั๊วอีก”

ทรงวาดฟังแล้วนึกสมเพช อดค่อนแคะอาแท้ๆ ไม่ได้ที่พูดจาดูถูกพริ้มเพราดาวเด่นของโรงน้ำชา

“อาเจ็กรังเกียจผู้หญิงขายตัวเหรอครับ อั๊วนึกว่า ที่เราร่ำรวยขึ้นมาได้ทุกวันนี้ก็เพราะผู้หญิงหยำฉ่าพวกนี้ซะอีก”

“อาโฮ่ว...นี่ลื้อกล้าย้อนอั๊วเหรอ”

“อั๊วขอโทษครับอาเจ็กแต่อั๊วอยากให้อาเจ็กใจเย็นๆ อาเจ็กเพิ่งมีปัญหากับนายไปไม่ใช่เหรอครับ ถ้าทำอะไรพริ้มเพราตอนนี้แล้วเรื่องแดงขึ้นมาก็วุ่นวายเปล่าๆ ใครจะมาคุ้มครองเรา มีแต่จะได้ทีซ้ำเราซะมากกว่า”

“ถ้าอั๊วไม่ทำแล้วจะปกครองคนได้ยังไง มัน ไม่หัวเราะอั๊วแย่เหรอว่าไม่มีปัญญาจัดการผู้หญิงหยำฉ่าคนเดียว”

“ถ้าอาเจ็กกลัวคนดูถูกก็ไล่พริ้มเพราออกไปสิครับ อั๊วจะรับไปอยู่ที่บ้านเอง จะได้คอยจับตาดูไว้ด้วย”

ทรงวาดหว่านล้อมอย่างใจเย็น เม่งฮงคำนวณผลได้เสียก่อนยอมแบบเสียไม่ได้เพราะไม่ได้โกรธพริ้มเพราจนอยากให้ตาย ดาวเด่นโรงน้ำชารอดตัวหวุดหวิด...แต่ต้องเลิกทำงานโรงน้ำชามาช่วยงานบ้านทรงวาดแทน

ooooooo

เฮ้งเตี๋ยงพรวดพราดไปบ้านทรงวาดเมื่อรู้เรื่อง พริ้มเพรา ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยช้ำจากการถูกซ้อมของคู่ขาสาวทำให้เฮ้งเตี๋ยงหัวเสียมากแต่ไม่ได้ทำอะไรเพราะคำพูดเตือนสติของทรงวาด

“ตอนนี้สิ่งที่ลื้อต้องทำก็คือกลับบ้านไปขอโทษอาเจ็กแล้วอย่าก่อเรื่องอีก จำไว้ว่าถึงที่สุดแล้วอาเจ็กก็แค่ทุบตีลื้อแต่คนเดือดร้อนที่สุดและอาจถึงตายก็คือพริ้มเพรา”

“อั๊วรู้แล้วเฮีย อั๊วสัญญาว่าจะไม่ให้มีเรื่องอีก...อั๊วไปก่อนนะ”

พริ้มเพรามองตามเฮ้งเตี๋ยงด้วยความอาวรณ์ ปิ่นมุกสงสารพาไปทำแผลและพักผ่อนที่ห้องนอนเดียวกัน

“ลื้ออยู่ที่นี่คงเหงา อยากทำอะไรไหม อั๊วจะบอกเฮียโฮ่วให้”

“จะดีเหรอจ๊ะ ฉันเป็นผู้หญิงแบบนี้คนอื่นเขาจะรังเกียจเอานะ”

“อั๊วก็ไม่ได้ดีกว่าลื้อเท่าไหร่หรอก อั๊วเคยขอทาน ขโมยของ หลอกเงินคน อั๊วทำมาหมดแล้ว แล้วอั๊วจะดูถูกลื้อได้ยังไง คนอื่นๆ ก็ใช่จะดีเลิศเลอไม่มีข้อตำหนิเสียเมื่อไหร่ สำคัญที่ตอนนี้เราเริ่มต้นใหม่ แล้วอย่ากลับไปเดินทางเก่าก็พอ”

ปิ่นมุกพูดอย่างไม่อายวีรกรรมเก่าๆ พริ้มเพรายิ้มรับคำปลอบ “จ้ะ...ขอบใจมากนะ”

“แล้วเมื่อก่อนลื้อทำอะไรมาบ้างล่ะ”

“บ้านฉันที่บ้านนอกทำสวนจ้ะแต่ก็ถูกเจ้าหนี้ยึดไปแล้ว ฉันอ่านหนังสือพอได้แต่เขียนไม่ได้ ความรู้อะไรก็ไม่มี...ไม่อย่างงั้นก็คงไม่ต้องมาขายตัวหรอก”

“งั้นช่วยอาม่าทำกับข้าวแล้วกัน อาม่าทำกับข้าวอร่อย ใครได้กินก็ติดใจ ลื้อจะได้มีวิชาทำครัวไว้เลี้ยงตัวเอง”

“ก็ดีจ้ะ...ฉันจะตั้งใจให้สมกับที่ทุกคนให้โอกาสฉันนะ”

ขณะที่เฮ้งเตี๋ยงหัวใจสลาย พริ้มเพราต้องย้ายออกไปเป็นคนครัวบ้านทรงวาด ไต้เกียวซื้ออาหารมาฉลองกับลุงเป็นการใหญ่ที่กำจัดคู่หมั้นหนุ่มได้ ฮุ่ยเซี้ยงถอนใจ สีหน้ายังเป็นกังวล

“ลื้อมันร้ายจริงๆ คราวนี้อาเตี๋ยงโดนไม่น้อย ผู้หญิงของอียิ่งหนัก ถ้าอีรู้ว่าเป็นฝีมือลื้อ มีหวังมองหน้ากันไม่ติด”

“อั๊วไม่โง่อย่างนั้นหรอก จ้างคนอื่นไม่กี่บาทไปฟ้องอาเจ็กฮงแทนก็เรียบร้อยแล้ว โชคดีจริงๆที่อั๊วจำหน้าอีดาราโรงน้ำชานั่นได้ ถ้าเป็นผู้หญิงอื่นคงต้องเสียเวลาสืบกันอีกนาน แล้วอาเจ็กฮงก็อาจจะไม่โกรธขนาดนี้ด้วย”

“แต่ถ้าลื้อไม่อยากแต่งกับอาเตี๋ยงก็ไม่ถือว่าโชคดีนักหรอก...นิสัยอาฮงรักลูกรักหลานจะตายไป เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นยิ่งกลัวอาเตี๋ยงอีเตลิดไปกับนังผู้หญิงนั่น มีหวังเร่งให้ลื้อกับอาเตี๋ยงแต่งงานกันเร็วขึ้นอีกน่ะสิ”

“จริงเหรออาแปะ แล้วทำไมอาแปะไม่บอกอั๊ว”

“ก็อั๊วอยากให้ลื้อแต่งงานเหมือนกันน่ะสิ แล้วอั๊วจะบอกทำไม”

ไต้เกียวเต้นผางที่แผนล้มงานแต่งไม่ได้ผล ฮุ่ยเซี้ยงยืนยันแผนเดิมคือให้หลานสาวแต่งงานกับเฮ้งเตี๋ยง เม่งฮงเห็นดีเห็นงามด้วย ลี่เง็กที่ต้องรับผิดชอบจัดงานแทนพ่อกับพี่ชายโวยวายด้วยความไม่ชอบใจ

“เอะอะอะไรอาป๊าก็เชื่อแต่เฮียโฮ่ว ไม่รู้จะปล่อยมันไปทำไม น่าจะจัดการซะให้สิ้นเรื่องสิ้นราว”

“ลื้อเป็นผู้หญิงไม่ต้องออกความเห็น แล้วอาโฮ่วก็มีบุญคุณกับลื้อ เมื่อวานลื้อเอามีดแทงอีอย่างนั้น อั๊วยังไม่ได้ลงโทษลื้อเลยนะ ยังจะมีหน้ามาเถียงอั๊วอีกเหรอ อั๊วบอกแล้วใช่ไหมว่าพี่น้องเหมือนแขนขา...ทำไมไม่จำ”

เม่งฮงอดด่าลูกสาวไม่ได้ที่เกือบพลั้งมือแทงทรงวาดที่มาขัดขวางเธอไม่ให้ทำร้ายพริ้มเพรา ลี่เง็กหน้าหงิกงอแต่จำต้องรับปากพ่อจะหาคนมาเตรียมงานแต่งระหว่างไต้เกียวกับเฮ้งเตี๋ยงโดยเร็วที่สุด

ooooooo

รณชิตเพิ่งกลับจากทำคดีปล้นฆ่าที่เมืองอื่น ได้ความดีความชอบและได้เลื่อนยศเป็นจ่าสิบเอก เขายังคาใจเรื่องทรงวาดเลยพยายามหลอกถามข้อมูลจากลี่เง็กซึ่งหลุดปากเล่าทุกอย่างเพราะแค้นใจลูกพี่ ลูกน้องหนุ่ม

เวลาหนึ่งปีไม่ได้ทำให้รณชิตล้มเลิกความตั้งใจจะลบล้างอิทธิพลบรรดาแก๊งในเยาวราช รวมทั้งอำนาจมืดของทรงวาดที่เขายังไม่รู้ว่าใครเป็นคนบงการเบื้องหลัง แต่ก่อนจะถึงเวลานั้นเขาต้องแยกปิ่นมุกจากทรงวาดให้ได้ก่อน...

ทรงวาดติดค้างคำสัญญากับปิ่นมุกจะพาเธอไปทะเลจึงถือโอกาสที่เธอสอบติดพาทั้งบ้านไปพักผ่อน ปิ่นมุกดีใจมากและหมายมั่นปั้นมือจะใส่บิกินีลงทะเลให้ได้ ทรงวาดได้ยินก็แอบหวงโวยลั่น

“คิดบ้าอะไรของลื้ออาจู ใส่เข้าไปได้ยังไงโป๊ออกอย่างงั้น”

“ก็อั๊วไปทะเล ไม่ให้ใส่ชุดว่ายน้ำแล้วเฮียจะให้อั๊วใส่ชุดงิ้วลงทะเลรึไง”

“ชุดว่ายน้ำแบบอื่นก็มี เสื้อยืดกางเกงขาสั้นก็เล่นน้ำทะเลได้แล้วลื้อจะใส่บิกินีทำไม มีอยู่สองชิ้นปิดบนปิดล่างอย่างกับชุดชั้นใน ไม่อายคนเขาบ้างเหรอ”

“ก็มันสวยจะอายทำไม อั๊วเคยดูหนังเรื่องเจมส์บอนด์ นางเอกก็ใส่สวยจะตาย แล้วชุดอย่างนี้ถ้ารอจนอั๊วอายุเท่าอาม่าก็ใส่ไม่ได้แล้ว อั๊วจะใส่ตอนนี้แหละ”

เหล่าคนงานโรงสีมองหน้ากันเลิ่กลั่ก เช่นเดียวกับสมาชิกในบ้านคนอื่นแต่ปิ่นมุกก็ไม่หยุดเถียงทรงวาด

“อั๊วจะใส่ มันเป็นความใฝ่ฝันของอั๊ว เฮียไม่มีสิทธิ์มาห้าม”

“อั๊วจะห้าม อั๊วไม่ให้ใส่”

“อั๊วจะใส่ จะใส่ๆ”

“ได้...ถ้าลื้อใส่อั๊วก็จะไม่พาไป”

“อั๊วจะไป! จะไป...จะไป...จะไป”

สุดท้ายทรงวาดก็ทำอะไรปิ่นมุกไม่ได้เพราะเธอไม่ได้ใส่บิกินีแต่สวมเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นลงทะเลกับก๊กไช้อย่างสนุกสนาน เสียงหัวเราะของสองหนุ่มสาวทำให้ผู้ร่วมการเดินทางครั้งนี้อย่างทรงวาด ทิเหล็ง ป่วยซังและกิมเอ็งเฝ้ามองด้วยความเอ็นดู ไม่อยากเชื่อเลยว่าปิ่นมุกกับก๊กไช้จะโตจนเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยแล้ว

ทรงวาดเห็นทะเลแล้วหวนคิดถึงวัยเด็กที่ตนมักติดสอยห้อยตามครอบครัวพ่อบุญธรรมไปเที่ยว ภาพความทรงจำแสนสุขลอยเข้าหัวเขาไม่หยุด เช่นเดียวกับความเลวร้ายที่เขาเพิ่งค้นพบเมื่อไม่กี่ปีก่อนตอนการันต์ตัดสินใจส่งเขากลับเยาวราชหลังถูกบีบให้ออกจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจเพื่อเป็นแขนขาด้านมืดให้ชาญยุทธ

ก๊กไช้คิดไม่ตกเรื่องปิ่นมุกกับทรงวาด ฉวยจังหวะตอนเล่นน้ำทะเลด้วยกันหลอกถามความในใจแต่ปิ่นมุกไม่ตอบจนเขาใจเสียและเริ่มคิดว่าเธออาจมีใจให้ทรงวาด

ทรงวาดไม่ได้ยินสิ่งที่ก๊กไช้คุยกับปิ่นมุก ยืนมองจากมุมไกลๆด้วยความเป็นห่วง ป่วยซังซึ่งไม่ทันเอะใจความห่วงใยที่พี่ชายมีให้สาวน้อยในอุปการะคิดว่าก๊กไช้เหมาะกับปิ่นมุกดี

“สองคนนี้เขาเหมาะสมกันดีนะเฮีย...เหมือนกิ่งทองใบหยก อาจูอาไช้โตมาด้วยกัน อายุก็เท่าๆกัน ต่อไปอาจูเป็นหมอ อาไช้อาจเป็นทนายหรือผู้พิพากษา”

“อั๊วว่าไม่เห็นจะสมกันตรงไหน แล้วอาจูก็แก่กว่าอาไช้ด้วย ผู้หญิงแก่กว่าผู้ชายไม่ตีกันตายเหรอ”

“แก่กว่าเดือนเดียวนี่นะเฮีย โอ๊ย...ไม่เป็นไรหรอก”

“ถึงยังไงสองคนนั่นก็ยังเด็ก มีหน้าที่เรียนหนังสือไม่ใช่มาคิดเรื่องพวกนี้ ลื้อก็อย่าพูดให้สองคนนั่นได้ยินล่ะ คนไทยเขาเรียกว่าชี้โพรงให้กระรอก เดี๋ยวก็ไปกันใหญ่หรอก!”

ooooooo

ครอบครัวของทรงวาดเที่ยวทะเลด้วยกันอย่างมีความสุข ไม่รู้เลยว่าพันเดชส่งมือปืนตามประกบหวังปลิดชีพเถ้าแก่เสือแห่งเยาวราช ไต้เกียว สายข่าวของพันเดชซึ่งแฝงตัวในแก๊งหกห้องอย่างแนบเนียนเพราะสถานะหลานสาวคนเดียวของฮุ่ยเซี้ยง ได้ยินว่าพันเดชส่งคนไปลอบฆ่าทรงวาดก็อดกระเซ้าไม่ได้

“ไม่ยักรู้ว่าคุณให้ค่าเฮียโฮ่วถึงขนาดนี้”

“มันเล่นงานคนของฉันมาหลายครั้งแล้วจะไม่ตีราคามันสูงได้ยังไงล่ะ แต่ก็อีกไม่นานหรอก...หมดไอ้ทรงวาดสักคนก็เหมือนแขนขวาไอ้ชาญยุทธขาด”

“ก่อนจะถึงตอนนั้นคุณช่วยฉันก่อนนะคะ ฉันไม่อยากถูกบังคับแต่งงาน คุณก็คงไม่อยากเสียฉันไปใช่ไหมคะ”

“แต่ฉันจำได้ตอนเธอถูกคลุมถุงชนกับไอ้ทรงวาดเธอไม่เห็นมีท่าทีรังเกียจเลยนี่ เป็นที่ตัวว่าที่เจ้าบ่าวมากกว่ามั้ง”

“จะยังไงก็ช่างเถอะค่ะ ถือว่าช่วยฉันสักครั้งก็แล้วกัน ตั้งแต่รู้จักกันมาฉันก็เป็นสายคอยส่งข่าวให้คุณมาตลอด คุณจะใจร้ายให้ฉันไปตกนรกได้ลงคอเชียวเหรอคะ”

ไต้เกียวส่งสายตาออดอ้อนชวนให้พันเดชลุ่มหลงเหมือนครั้งแรกที่เจอหน้ากันเมื่อสองปีก่อน...

พันเดชเจอไต้เกียวครั้งแรกในโรงพักตอนเธอถูกจับข้อหาใช้เอกสารเท็จเพื่อยืนยันสัญชาติไทย เขายื่นมือเข้าช่วยเพราะถูกชะตาความนิ่งของเธอ แถมความสวยสะพรั่งของวัยสาวก็ถูกตาต้องใจเขามากจนต้องยื่นข้อเสนอให้มาทำงานด้วยคือเป็นสายข่าวในเยาวราชแลกกับเงินค่าจ้างและสัญชาติไทยที่เธอต้องการ

ไต้เกียวเป็นคนฉลาดและร้ายลึก พันเดชชอบใจมาก ทั้งมอบหมายงานสืบความลับและงานคู่ขาให้เธอมาหลายปี กระทั่งวันนี้ที่เธอร้องขออย่างจริงๆจังๆให้ช่วยล้มงานแต่งให้ คราแรกเขาลังเลเพราะไม่อยากมีปัญหาจนกลายเป็นที่จับตาแต่ไต้เกียวก็อ้างถึงความดีความชอบของตนจนเขาใจอ่อน

“คุณให้ฉันปิดเรื่องเราเป็นความลับฉันก็ปิดปากสนิทแม้แต่อาแปะของฉันก็ไม่รู้ คุณจะหาคนที่ซื่อสัตย์กับคุณเท่าฉันไม่ใช่ง่ายๆแล้วคุณจะใจร้ายไม่ช่วยฉันได้จริงๆเหรอ...”

ooooooo

 ระหว่างที่ไต้เกียวต่อรองพันเดชให้ล้มงานแต่งของตนกับเฮ้งเตี๋ยง ทรงวาดนั่งถอนใจที่ริมทะเลโดยมีปิ่นมุกคุยเป็นเพื่อน ก๊กไช้ที่อยากสารภาพความในใจกับปิ่นมุกแอบตามมาอีกทีแต่ไม่ทันสบโอกาสจู่ๆก็มีมือปืนปริศนาหลายคนลอบยิงทรงวาด!

 ก๊กไช้ลืมเรื่องบอกรักปิ่นมุกชั่วขณะวิ่งกลับบ้านไปตามทิเหล็งมาช่วยผู้อุปการะหนุ่ม ทรงวาดพาปิ่นมุกหนีแต่เพราะไม่คุ้นเคยสถานที่ทำให้สาวน้อยในอุปการะเริ่มหอบและหมดแรง

“แข็งใจหน่อยอาจู ด้านโน้นมีหมู่บ้านชาวประมงอยู่ ถึงที่นั่นก็คงปลอดภัยแล้ว”

“อั๊วไม่ไหวแล้ว เฮียหนีไปคนเดียวเถอะเฮียไปคนเดียวยังไงก็รอด”

“อั๊วจะทิ้งลื้อได้ยังไง ถ้าตายก็ต้องตายด้วยกัน”

น้ำเสียงดุดันของทรงวาดไม่ทำให้ปิ่นมุกกลัวแต่ทำให้มั่นใจว่าเขาจะไม่มีวันทิ้งเธอ กลุ่มมือปืนปริศนาตามมายิงเฉี่ยวไหล่ทรงวาด เขาแกล้งสลบจนปิ่นมุกใจไม่ดีแต่ไม่นานก็เบิกตากว้างเมื่อพบว่าทั้งหมดเป็นแค่แผนลวงให้พวกมือปืนขยับมาใกล้ให้เขาโจมตี!

ทรงวาดฉวยโอกาสพวกมือปืนละสายตาพาปิ่นมุกไปหลบบนเรือชาวประมง ปิ่นมุกกอดเขาตัวสั่นกลัวจับจิตว่าพวกมือปืนจะตามเจอหรือไม่ ทรงวาดสงสารแต่ต้องกระซิบบอกแผนที่คิดไว้

“เดี๋ยวอั๊วให้สัญญาณ ลื้อรีบวิ่งหนีไปที่หมู่บ้านชาวประมงที่เราแวะซื้อปลาตอนขามาจำได้ไหม”

ปิ่นมุกส่ายหน้าไม่ไป ทรงวาดต้องดุเสียงเข้ม “อย่าดื้อสิปิศาจน้อย ถ้าลื้อดื้อตอนนี้เราจะตายกันหมด”

“งั้นเฮียต้องให้สัญญากับอั๊วก่อน อั๊วถึงหมู่บ้านจะรีบตามคนมาช่วย เฮียห้ามพลาดท่าพวกมันเด็ดขาด เฮียต้องรออั๊วพาชาวบ้านมาช่วย เฮียรับปากกับอั๊วก่อน”

ทรงวาดไม่ทันรับปากพวกมือปืนก็มาถึง โชคดีที่ทิเหล็งมาช่วยทันพวกมือปืนเลยต้องถอย ป่วยซังรับหน้าที่ทำแผลให้ทรงวาดกับทิเหล็ง ทิเหล็งลอบมองหน้าป่วยซังยิ้มๆพลางนึกถึงครั้งแรกที่รู้ว่าเธอเป็นน้องสาวทรงวาด...

ทิเหล็งเวลานั้นยังเป็นแค่เด็กลากรถในเยาวราช ทรงวาดก็เพิ่งย้ายกลับมาเลยต้องอาศัยโรงน้ำชาของเม่งฮงเป็นที่พัก เขาเข้าใจผิดคิดว่าทรงวาดเป็นชาวแก๊งเหมือนเม่งฮง เช่นเดียวกับป่วยซังที่เขาไม่รู้ถึงความสัมพันธ์ จนเมื่อได้พูดคุยกับทรงวาดเรื่องหาที่ทางทำโรงสี จึงรู้ว่าสองพี่น้องไม่ใช่ชาวแก๊งและไม่ได้เป็นเจ้าของโรงน้ำชา

จากวันนั้นถึงวันนี้...ทิเหล็งยังปักใจรักป่วยซัง แต่ไม่กล้าบอกเพราะเธอเป็นน้องสาวเจ้านายอย่างทรงวาดแถมเธอยังคบหากับสุเทพเสมียนคนเก่งของโรงสี ป่วยซังก็ไม่รู้ตัวว่ามีคนแอบรัก เช่นเดียวกับทรงวาดที่ไว้ใจทิเหล็งมาก และวันนี้ก็พิสูจน์ได้อย่างดีว่าทิเหล็งซื่อสัตย์และจริงใจแค่ไหนถึงตามไปช่วยเขากับปิ่นมุกทันเวลา

ทรงวาดตัดสินใจพาทุกคนกลับกรุงเทพฯเพื่อความปลอดภัย ไม่มีใครคัดค้านเพราะเหตุการณ์เฉียดตายแบบสดๆร้อนๆทำให้ผวาตามกันโดยเฉพาะปิ่นมุกที่ภาพมือปืนจ่อยิงยังติดตา

เฮ้งเตี๋ยงยังไม่รู้เรื่องลอบยิงทรงวาด แต่งตัวหล่อออกจากบ้านจะพาพริ้มเพราไปเลี้ยงอำลาเพราะเขาต้องแต่งงานกับไต้เกียวในอีกไม่กี่วัน เม่งฮงไม่ชอบใจแต่ก็ได้ฮุ่ยเซี้ยงช่วยไกล่เกลี่ย เฮ้งเตี๋ยงปลื้มใจโดยไม่รู้เลยว่าฮุ่ยเซี้ยงทำทุกอย่างเพื่อซื้อใจและทำให้เขาเต็มใจแต่งงานกับไต้เกียวเท่านั้น

ทรงวาดกลับถึงบ้านก็โทร.แจ้งข่าวชาญยุทธเรื่องมือปืนปริศนา ปิ่นมุกมองตามเขาด้วยความเป็นห่วงจนเขาอดรู้สึกผิดไม่ได้ที่ทำตามสัญญาไม่ได้อีกครั้ง

“อั๊วขอโทษนะอาจูที่ทำให้ลื้อไปเที่ยวทะเลครั้งแรกหมดสนุก ไม่เหมือนอย่างที่ลื้อฝันเอาไว้”

“ไม่เป็นไรหรอกเฮีย ทะเลมันไม่ได้แห้งวันนี้ซะหน่อย เอาไว้เราไปเที่ยวด้วยกันใหม่ก็ได้”

“คราวหน้าลื้อคงต้องไปกับคนอื่นแล้วล่ะ คนอย่างอั๊วไม่ควรอยู่ใกล้ใครทั้งนั้น มีแต่จะทำให้คนอื่น...”

พูดไม่ทันจบปิ่นมุกก็โถมตัวกอด “เฮียจะด่าอั๊วจะตีอั๊วก็ได้ แต่อย่าไล่อั๊วไปจากเฮียเลย ชีวิตอั๊วเป็นผู้เป็นคนมาได้ก็เพราะเฮีย เฮียไม่ใช่เป็นแค่ผู้มีพระคุณกับอั๊ว แต่เฮียเป็นชีวิตของอั๊ว...ไม่มีเฮียอั๊วก็อยู่ไม่ได้”

ทรงวาดถอนใจยาว อยากกอดตอบเธอแต่ไม่กล้าพอ ต้องปล่อยให้เธอกอดฝ่ายเดียวแบบนั้น ไม่รู้เลยว่าก๊กไช้แอบมองจากมุมไกลๆ...มั่นใจแล้วว่าตนคงไม่มีสิทธิ์อยู่ในหัวใจปิ่นมุก

ooooooo


ละครชาติเสือพันธุ์มังกร ตอนที่ 3 อ่านชาติเสือพันธุ์มังกรติดตามละครชาติเสือพันธุ์มังกร ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย เจมส์ มาร์,เดียร์น่า ฟลีโป 16 พ.ย. 2561 08:25 2018-11-20T01:55:50+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ