ข่าว

วิดีโอ



ชาติเสือพันธุ์มังกร

อ่านเรื่องย่อ

แนว: แอคชั่น-ดราม่า-พีเรียด

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: บทกร

กำกับการแสดงโดย: กิตติศักดิ์ ชีวาสัจจาสกุล

ผลิตโดย: บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: เจมส์ มาร์,เดียร์น่า ฟลีโป

ณ มุมหนึ่งของเยาวราช นักเลงสองกลุ่มเตรียมปะทะกำลังเต็มที่ ฝ่ายหนึ่งคืออาเล้ง ชายหนุ่มหัวหน้าแก๊งหัวลำโพงผู้เลือดร้อน กับอีกฝ่ายลิ้มเฮ้งเตี๋ยง ลูกชายวัยมุทะลุของลิ้มเม่งฮงหัวหน้าแก๊งหกห้อง โดยมีรณชิตนายตำรวจหนุ่มรูปงามยศสิบตรีพร้อมลูกน้องหลายนายสังเกตการณ์จากมุมไกลๆ

ขณะเดียวกันบนท้องถนนเยาวราชไม่ไกลกันนั้น ลิ้มบุ่นโฮ่วหรือชื่อไทยทรงวาด ชื่อเล่นว่าเสือ ลูกพี่ลูกน้องของลิ้มเฮ้งเตี๋ยงบึ่งรถเต็มกำลังเมื่อรู้เรื่องจากชาญยุทธหรืออ้าย พี่ชายบุญธรรมว่าแก๊งหกห้องของลิ้มเม่งฮงอาแท้ๆ จะมีเรื่องกับแก๊งหัวลำโพงขาใหญ่ประจำเยาวราช

“เสือรีบไปให้ทันก็แล้วกัน ถ้ามีการปะทะกันจริงๆ ตำรวจคงฉวยโอกาสจับทั้งสองฝ่ายแน่”

ทรงวาดหรือบุ่นโฮ่วรับปากแข็งขัน ชาญยุทธหรืออ้ายเชื่อใจฝีมือน้องชายบุญธรรมแต่ไม่อยากเดือดร้อนจากเหตุแก๊งตีกันเพราะผลประโยชน์ในเยาวราชที่เคยได้รับมหาศาลยิ่งนัก

“เสือ...พี่ลงทุนไปเยอะนะ เลือกได้ก็ไม่อยากทำลายทิ้ง แต่ถ้าถูกจับจริงๆพี่ก็จำเป็น”

ชาญยุทธหมายตัดไฟแต่ต้นลมหากปัญหาแก๊งตีกันยืดเยื้อ ทรงวาดเข้าใจความหมายพี่ชายบุญธรรมดี ไม่อยากให้เกิดเรื่องจึงรุดไปแก้ไขข้อขัดแย้งเสียก่อน

รณชิต นายตำรวจหนุ่มไฟแรงประจำท้องที่เยาวราชและเขตพลับพลาไชยประจำการในรถจับตาสถานการณ์ปะทะระหว่างแก๊งตาไม่กะพริบจนกระทั่งเห็นรถคันหนึ่งพุ่งมาด้วยความเร็วสูงขวางกลางถนน!

ทรงวาดนั่นเองที่จอดรถขวางทางปะทะระหว่างสองแก๊ง อาเล้งหัวหน้าแก๊งหัวลำโพงตั้งท่ามีเรื่องเต็มที่ เฮ้งเตี๋ยงลูกชายแก๊งหกห้องได้แต่หัวเราะเยาะด้วยความสะใจที่คู่อริรนหาที่ตาย

เฮ้งเตี๋ยงคิดว่าทรงวาดมาช่วยเตรียมพุ่งหาอาเล้งแต่กลับถูกลูกพี่ลูกน้องหนุ่มถีบจนจุกพร้อมกันนั้นอาเล้งก็ถูกทรงวาดดึงมีดจากมือ ฝีไม้ลายมือทรงวาดทำให้สองหนุ่มชาวแก๊งขยาด กระนั้นเฮ้งเตี๋ยงก็อดโวยไม่ได้

“ทำอะไรของเฮีย...ถีบอั๊วทำไม”

“อั๊วควรจะถามพวกลื้อมากกว่า เกิดอะไรขึ้นพวกลื้อถึงได้ยกพวกมาตีกันแบบนี้”

อาเล้งได้จังหวะชี้หน้าด่าคู่อริจากแก๊งหกห้อง “พวกมันซ้อมน้องอั๊ว...แค่นี้พอรึยัง”

“คนของอั๊วต่างหากโว้ยที่โดนไอ้พวกหัวลำโพงมันรุม ไอ้หมาหมู่...ตัวต่อตัวก็ไม่กล้า”

“มึงเข้ามาก่อนเลยดีกว่าไอ้เตี๋ยง...ไอ้แมงดา!”

สองหนุ่มชาวแก๊งจะตีกัน ทรงวาดเห็นท่าไม่ดีโบกมือห้าม “พวกลื้อยกพวกตีกันก็มีแต่จะเดือดร้อนชาวบ้านแล้วมันยังเป็นข้ออ้างให้ตำรวจกวาดล้างพวกเราอีก พวกลื้อก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นยังไง”

อาเล้งอึ้งไปอึดใจแต่ไม่ยอมจบง่ายๆ “ลื้อเป็นใครมาจากไหน กล้าดียังไงมาสั่งสอนพวกอั๊ว”

เฮ้งเตี๋ยงหมั่นไส้ท่าอาเล้งอยากมีเรื่องเต็มแก่ พยายามกันทรงวาดออกห่าง

“เฮียโฮ่ว...อั๊วว่าเฮียอย่ายุ่งดีกว่า คนอยู่บ้านผู้ดีนานๆจะถูกแดดทีอย่างเฮียไม่รู้เรื่องอะไรด้วยหรอก”

สองหนุ่มตัวแทนแก๊งฮึดฮัดใส่กัน ทรงวาดต้องใช้ไม้แข็งท้าเสียงเข้ม

“ถ้าพวกลื้อไม่หยุดงั้นมาสู้กับอั๊ว ถ้าพวกลื้อชนะอยากทำอะไรก็ทำ แต่ถ้าแพ้ต้องแยกย้าย...ตกลงไหมล่ะ”

อาเล้งระแวง กลัวตุกติกเพราะได้ยินว่าเฮ้งเตี๋ยงคู่อริเป็นพี่น้องกับคนท้า ทรงวาดพอเดาได้ดักคอ

“การสู้ของพวกเราเป็นการประลองความกล้าไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบแล้วก็ซูเอี๋ยกันไม่ได้ด้วย”

เฮ้งเตี๋ยงนิ่วหน้าแต่ไม่ปฏิเสธ “ประลองความกล้า... เฮียจะเอายังไงก็ว่ามา”

“ง่ายๆ...อั๊วทำอะไรพวกลื้อก็ทำตาม ใครไม่กล้าทำถือว่าแพ้...ตกลงไหมล่ะ”

“คนอย่างเล้งหัวลำโพงมีไม่กล้าเหรอวะ ถามแมงดาอย่างไอ้เตี๋ยงดูดีกว่า”

“ไอ้หมาเล้ง! รอให้จบเรื่องเฮียโฮ่วก่อนเถอะตายคาตีนอั๊วแน่”

ทรงวาดกลัวมีเรื่องก่อนได้ประลองตัดบทเสียงเรียบ “เป็นอันว่าพวกลื้อตกลง งั้นเริ่มกันเลย...”

ooooooo

การประลองเปิดฉากด้วยความตกตะลึงของทุกคนเมื่อคนท้าอย่างทรงวาดหรือบุ่นโฮ่วใช้มีดในมือแทงขาตัวเองทันที ความเจ็บปวดแล่นพล่านทั่วร่าง เฮ้งเตี๋ยงเบิกตาโพลงตกใจสุดขีดที่ลูกพี่ลูกน้องทำร้ายตัวเอง

ทรงวาดขบกรามระงับความเจ็บปวด “ริจะเป็นนักเลง...กฎข้อแรกคือก่อนจะต่อยคนต้องทนโดนคนต่อยให้ได้ก่อน พวกลื้อเป็นหัวหน้าถ้าไม่มีความกล้าทำเรื่องแค่นี้ ดีแต่ใช้ลูกน้องให้ไปเจ็บตัวแทนก็เลิกเป็นนักเลงซะดีกว่า”

“เฮียมันบ้าแท้ๆ ทำเข้าไปได้ยังไงวะ”

“ลื้อไม่ทำลื้อก็แพ้...นักเลงถือเรื่องสัจจะสำคัญสุด อั๊วขอสั่งให้พาคนกลับหรือไม่ก็ทำอย่างที่อั๊วทำ”

ทั้งเฮ้งเตี๋ยงและอาเล้งมองหน้ากันอึ้งๆ สุดท้ายก็แยกย้ายคนละทางเพราะไม่มีใครใจถึงพอจะแทงขาตัวเองแบบทรงวาดทำ รณชิตเฝ้ามองเหตุการณ์ปะทะตั้งแต่ต้นจนจบหน้าเครียด อยากรู้ขึ้นมาทันทีว่าคนกลางที่มาขัดขวางการปะทะระหว่างสองแก๊งใหญ่แห่งเยาวราชเป็นใคร...

หลังวีรกรรมห้ามทัพอันบ้าระห่ำของทรงวาด ชื่อเสียงของเขาก็เป็นที่รู้จักในนามเถ้าแก่เสือ ไม่ใช่แค่ในฐานะหลานชายของลิ้มเม่งฮงแห่งแก๊งหกห้อง แต่ยังเป็นว่าที่เจ้าของโรงสีข้าวแห่งใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวอีกไม่กี่วัน

เฮ้งเตี๋ยงก็เปลี่ยนความคิดที่มีต่อทรงวาด ความห้าวหาญของอีกฝ่ายทำให้เขาเลิกอคติเปลี่ยนเป็นนับถือใจ คงมีแค่ปิ่นมุกหรือลี้เตียงจู สาวน้อยในอุปการะของทรงวาดที่ไม่ปลื้มปีติกับวีรกรรมนั้น ลงไม้ลงมือทำแผลให้อย่างหนักมือ

“โอ๊ย...อั๊วเจ็บนะ เบามือหน่อยไม่ได้รึไงอาจู”

ทรงวาดหรือบุ่นโฮ่วโวยวาย แต่มีหรือปิ่นมุกจะเกรงกลัว โต้ด้วยความหมั่นไส้ล้วนๆ

“ทียังงี้มาทำเป็นเจ็บ ตอนแทงล่ะไม่คิด เฮียคิดอะไรของเฮีย เอามีดแทงตัวเองได้ยังไง”

“ถ้าอั๊วไม่ทำอย่างงี้พวกมันจะหยุดตีกันเหรอ คุยกับนักเลงนะอาจูไม่ได้คุยกับพระจะได้ถกเหตุผลกันได้”

“ถ้าไม่ฟังก็ปล่อยให้ตีกันไปสิ เดี๋ยวตำรวจเขาก็กวาดล้างไปเองแหละ ดีจะตาย...แผ่นดินจะได้สูงขึ้น”

“ลื้อไม่เข้าใจ มันมีผลประโยชน์เกี่ยวพันหลายเรื่อง ถ้าอั๊วยอมให้พวกนี้ถูกจับ เยาวราชลุกเป็นไฟแน่”

“โอ๊ย...อั๊วไม่เข้าใจ เฮียก็ชอบพูดอยู่อย่างงี้ แต่ไม่เห็นเคยอธิบายให้อั๊วเข้าใจซะที...ไปดีกว่า”

ปิ่นมุกพูดจบก็ฮึดฮัดผละไป เจอกับลิ้มเม่งฮงอาแท้ๆ ของทรงวาดที่โถงบ้านก็ตาลุก ก้าวไปขวางไม่ให้เข้าไปเยี่ยมทรงวาด เม่งฮงโมโหเงื้อมือจะตบแต่ทิเหล็ง มือขวาหนุ่มของทรงวาดมาห้ามไว้ ทรงวาดได้ยินเสียงเอะอะจึงออกมาดูเห็นอาแท้ๆจ้องตาเอาเรื่องกับปิ่นมุกเด็กสาวในอุปการะก็รีบกันให้ห่างจากกัน

ooooooo

ทิเหล็ง มือขวาของทรงวาดและก๊กไช้ น้องชายแท้ๆ ที่ทรงวาดรับอุปการะด้วย ช่วยกันแยกปิ่นมุกหรือเตียงจูจากเม่งฮงตามคำสั่งทรงวาด ปิ่นมุกหัวเสียเพราะผูกใจเจ็บวีรกรรมเลวทรามของแก๊งหกห้องที่ฆ่าพ่อแม่เธอตายเมื่อหลายปีก่อนจนเธอต้องกลายเป็นเด็กเร่ร่อน

เม่งฮง หัวหน้าแก๊งหกห้อง อาแท้ๆของทรงวาด มองตามปิ่นมุกด้วยแววตาไม่ชอบใจและอดไม่ได้จะบ่นหลานชายที่อุปการะเลี้ยงดูแถมส่งเสียให้ร่ำเรียนอย่างดี

“ลื้อไม่น่าเอาอีเด็กเหลือขอนั่นมาเลี้ยงไว้เลยดูมันจ้องอั๊วสิ มันเป็นใครกล้าจ้องลิ้มเม่งฮงอย่างงี้วะ คนสุดท้ายที่จ้องอั๊วอย่างงี้อั๊วยิงมันจนหมดลูกโม่ไปแล้ว”

ทรงวาดรู้ปมของปิ่นมุกดีแต่ไม่อยากรื้อฟื้นพยายามไกล่เกลี่ย

“อาจูอียังเด็กอาเจ็กอย่าถืออีเลย...อาเจ็กมาหาอั๊วที่นี่มีธุระอะไรเหรอ”

“อั๊วรู้เรื่องหมดแล้ว แผลลื้อเป็นยังไงบ้าง”

“ก็เย็บไปหลายเข็มอยู่ ตอนนี้ก็ยังปวด แต่อั๊วพอทนได้”

“ขอบใจลื้อมากนะ ถ้าลื้อไม่ห้ามไว้คงบรรลัยวายวอดกันหมดแล้ว พวกมันก็ช่างเลือกเวลามีเรื่องกันได้ดีจริงๆ มีเรื่องตอนไหนไม่มีมามีตอนอั๊วกับตั่วเฮียไม่อยู่”

“อาเตี๋ยงใจร้อนแต่เนื้อแท้ก็เป็นคนซื่อ ถ้าอายุมากกว่านี้ก็คงรอบคอบขึ้น อาเจ็กอย่าห่วงเลยครับ”

คำชื่นชมที่มีต่อเฮ้งเตี๋ยงลูกชายหัวแก้วหัวแหวนทำให้เม่งฮงอารมณ์ดีขึ้น

“ก็ต้องพึ่งลื้อเป็นคนสั่งสอนมันนั่นแหละ”

เม่งฮงยิ้มให้ทรงวาดและตบบ่าด้วยความภาคภูมิใจ “ลื้อรู้ไหมว่าเรื่องวันนี้โด่งดังทั่วเยาวราช ตอนนี้ไม่มีใครไม่รู้จักเถ้าแก่เสือ สมแล้วที่ลื้อเป็นลูกพี่ชายอั๊ว เห็นลื้อเป็นอย่างงี้ อั๊วก็วางใจว่ากิจการของครอบครัวมีคนสืบทอดแล้ว”

“ขอบคุณครับอาเจ็กแต่อั๊วไม่เหมาะหรอก อาเจ็กยกกิจการให้อาเตี๋ยงกับอาเง็กเถอะ”

“ทำไมวะ...ลื้อรังเกียจโรงน้ำชาของเราเหรอ ลื้อรู้ไหมกว่าเราจะมีอย่างวันนี้ได้อั๊วกับเตี่ยลื้อลำบากเลือดตาแทบกระเด็น แต่ลื้อไปเสวยสุขอยู่ในบ้านผู้ดี พอสวรรค์ล่มลื้อก็ซมซานกลับมาแล้วยังมีหน้ามารังเกียจโรงน้ำชาอีกเหรอ”

อารมณ์ดีๆ เปลี่ยนเป็นฉุนเฉียวเมื่อหลานชายยืนยันเจตนาไม่สืบทอดกิจการโรงน้ำชาที่แสนภูมิใจ ทรงวาดหรือบุ่นโฮ่วเห็นท่าไม่ดีตัดบทเสียงเรียบ

“กลางเดือนหน้าโรงสีข้าวอั๊วจะเปิดแล้ว ขอเชิญอาเจ็กมาร่วมยินดีด้วยนะครับ”

เม่งฮงไม่ตอบรับแต่ผลุนผลันจากไปด้วยความฉุนเฉียว ทรงวาดได้แต่มองตามด้วยความหนักใจเพราะไม่อยากรับช่วงกิจการโรงน้ำชาที่ตนรังเกียจแต่ก็ไม่อาจตัดขาดญาติอย่างเม่งฮงได้

ooooooo

ทรงวาดคิดไม่ตกเรื่องปิ่นมุกและเม่งฮง อยากไกล่เกลี่ยให้ต่างคนต่างอยู่แต่ไม่รู้จะทำได้อีกนานแค่ไหน ลิ้มป่วยซัง น้องสาวคนเดียวของเขาเดินถือถาดยาเข้ามาเห็นพี่ชายทำหน้าเครียดก็อดถามไถ่ไม่ได้

“ตอนอั๊วกลับจากโรงสีสวนกับอาเจ็ก หน้าอีบอกบุญไม่รับเลย ทะเลาะกับเฮียอีกแล้วเหรอ”

“อั๊วไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับโรงน้ำชาอีกแล้ว ที่ดิ้นรนจะเปิดโรงสีให้ได้ก็เพราะอั๊วรังเกียจที่ต้องหากินอย่างนั้น แล้วก็ไม่อยากให้น้องสาวคนเดียวของอั๊วได้ชื่อว่าเป็นผู้หญิงโรงน้ำชาด้วย...แม้ว่าลื้อจะเป็นเจ้าของก็เถอะ”

ป่วยซังซาบซึ้งใจในความห่วงใยของพี่ชาย ทรงวาดยิ้มบางๆก่อนขอให้น้องสาวคนเดียวกลับไปเรียนหนังสือให้จบหากอยากตอบแทนบุญคุณความรักความหวังดีจากเขา

“เรียนไปก็ไม่ได้ใช้ โลกของอั๊วมีแต่บ้าน ต่อไปคงเพิ่มโรงสีอีกแห่ง ให้อั๊วทำงานดีกว่าจะได้แบ่งเบาภาระเฮีย”

“ลื้อก็เป็นซะอย่างงี้...ปิศาจน้อยล่ะ”

ทรงวาดหมายถึงปิ่นมุกหรือเตียงจู ความดื้อรั้นและหัวแข็งของสาวน้อยในอุปการะเป็นที่รู้กันในบ้าน โดยเฉพาะผู้อุปการะอย่างทรงวาดที่โดนฤทธิ์เดชอย่างสม่ำเสมอ

ป่วยซังส่ายหน้าขำๆ อ่อนใจกับฉายาที่พี่ชายตั้งให้ปิ่นมุก “เรียกอาจูอย่างงี้อีกแล้ว...อีอ่านหนังสือ

อยู่ข้างบน อีขยันนะ ถ้าจะมีใครสักคนเรียนสูงๆให้ได้อย่างใจเฮียก็สงสัยจะเป็นอาจูนี่แหละ”

ทรงวาดหัวเราะหึๆ รำพึงด้วยความหมั่นไส้ปนเอ็นดู “ขยันกวนประสาทอั๊วมากกว่าน่ะสิ!”

คำบอกเล่าของป่วยซังที่ว่าสาวน้อยในอุปการะเป็นคนขยันและใฝ่เรียนทำให้ทรงวาดอยากพิสูจน์ แอบตามไปดูถึงหน้าห้อง ปิ่นมุกเปิดประตูห้องเพื่อระบายอากาศเห็นผู้อุปการะหนุ่มทำด้อมๆมองๆก็แกล้งทัก

“ยังดีนะที่ไม่ต้องคลานขึ้นบันไดมา”

“ไม่ใช่เรื่องของลื้อ อั๊วไม่เคยขอให้ลื้อพาอั๊วขึ้นบันไดมาก็แล้วกัน”

ทรงวาดหรือบุ่นโฮ่วประคองตัวเองขึ้นบันไดสำเร็จ เห็นท่าทางงอนๆของปิ่นมุกแล้วถอนใจยาวเปลี่ยนเรื่องดื้อๆ

“จบมัธยมแล้วลื้อจะเรียนต่ออะไร อั๊วจะได้วางแผนให้ถูก”

“อะไรก็ได้ที่ไม่ต้องไปทำงานที่โรงน้ำชา”

“อั๊วถามดีๆทำไมต้องแขวะอั๊วด้วย”

“อั๊วแขวะเฮียตรงไหน เฮียก็ไม่อยากทำโรงน้ำชาเหมือนกันแหละ ไม่อย่างงั้นจะมาเปิดโรงสีทำไม”

ปิ่นมุกสวนตามที่คิด ทรงวาดหงุดหงิดไม่อยากเถียงด้วยหมุนตัวกลับห้อง ทิ้งสาวน้อยในอุปการะให้มองตามเซ็งๆ หน่ายใจที่เขาไม่เคยเข้าใจว่าเธอห่วงใยมากแค่ไหน

ooooooo

รณชิต ตำรวจหนุ่มไฟแรงประจำท้องที่เยาวราชตามสืบจนรู้ว่าทรงวาดหรือลิ้มบุ่นโฮ่วเป็นหลานชายลิ้มเม่งฮงแห่งแก๊งหกห้อง เขาตามสังเกตการณ์ถึงบ้านและรีบนำความไปรายงานโอฬาร ร้อยตรีหนุ่มที่รับผิดชอบพื้นที่เดียวกัน

“เป็นหลานแท้ๆของนายเม่งฮงแซ่ลิ้ม แต่ดูเหมือนจะไม่ลงรอยกันเท่าไหร่เลยแยกตัวมาอยู่เอง กำลังจะเปิดโรงสีเร็วๆนี้ ส่วนคนที่อยู่ด้วยก็มีน้องสาวแท้ๆกับพวกคนงาน อุปการะเด็กอีกสองคน แต่ผมยังไม่ทราบว่าทำไปเพราะอะไร”

โอฬารพยักหน้ารับรู้ก่อนเอ่ยข้อสันนิษฐาน “ถึงจะเป็นหลานลิ้มเม่งฮงแต่การจะเปิดโรงสีต้องใช้ทุนมาก แล้วพวกนักเลงเปิดบ่อนเปิดซ่องก็คงไม่ลงทุนขนาดนั้นให้หลานชายที่มีปัญหากับตัวเองหรอก”

“หมวดคิดว่าต้องมีคนอยู่เบื้องหลังนายทรงวาด”

“เรื่องแก๊งหัวลำโพงกับแก๊งหกห้องจะยกพวกตีกันมีคนลึกลับโทร.มาแจ้งผมล่วงหน้าไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น ดังนั้นมันเป็นไปไม่ได้ที่นายทรงวาดจะมาห้ามทัน เว้นแต่จะมีอีกฝั่งนึงบอกเขาเพื่อยับยั้งไม่ให้เรื่องนี้เกิดขึ้น”

“คนที่โทร.แจ้งหมวดคงหวังยืมมือตำรวจกวาดล้างไอ้พวกนี้ ส่วนคนที่ห้ามก็คงเพราะได้ผลประโยชน์จากไอ้สองแก๊งนี้เลยไม่ต้องการให้พวกมันถูกตำรวจจับ”

“ฉลาดมากหมู่ ทีนี้ก็โยงไม่ยากเลยใช่ไหมว่าใครอยู่เบื้องหลังนายทรงวาด”

“ผมชักอยากให้โรงสีข้าวของนายทรงวาดเปิดเร็วๆ ซะแล้ว อยากรู้ว่าจะมีใครมาแสดงความยินดีบ้าง...”

ในที่สุดวันเปิดตัวโรงสีใหม่ของทรงวาดก็มาถึง ป้ายชื่อร้าน โฮ่ว เฮง จั่น ถูกนำไปแขวนพร้อมผูกแพรแดงเพื่อความเป็นสิริมงคล ทรงวาดหรือที่ผู้คนแถวนั้นรู้จักในนามเถ้าแก่เสือจ้างสิงโตมาเชิดในงานเรียกเสียงฮือฮาจากผู้คนในละแวกเยาวราชให้มาร่วมเป็นสักขีพยานงานเปิดตัวโรงสีแห่งใหม่

เตียฮุ่ยหลิงหรืออรุณรุ่ง ลูกสาวเตียฮกไช้เจ้าของร้านทองใหญ่ประจำเยาวราช เป็นตัวแทนพ่อมาร่วมแสดงความยินดี ก๊กไช้หรือธีมา น้องชายทิเหล็ง เห็นรุ่นพี่สาวคนสวยร่วมโรงเรียนจึงรีบไปตามปิ่นมุก

ปิ่นมุกหรือเตียงจูเห็นรุ่นพี่สาวคนสนิทมาร่วมงานก็ดีใจปรี่ไปต้อนรับและพาไปแนะนำกับทรงวาด

“เฮียโฮ่ว...นี่รุ่นพี่อั๊วที่โรงเรียนชื่ออรุณรุ่ง เป็นลูกสาวเถ้าแก่เตียร้านขายทองเตียเซ่งเฮง”

ฮุ่ยหลิงยิ้มบางๆ ยื่นกล่องของขวัญจากพ่อให้ “ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะเถ้าแก่”

“ขอบคุณครับคุณหนู แล้วก็ไม่ต้องเรียกผมว่าเถ้าแก่นะ เรียกชื่อไทยผมหรือเรียกเฮียโฮ่วตามอาจูก็ได้”

ความเป็นกันเองของทรงวาดทำให้ฮุ่ยหลิงลดอาการเกร็งปนประหม่าแต่ยังระแวงเพราะเคยได้ยินจากพ่อว่าเขาเป็นหลานชายลิ้มเม่งฮงแห่งแก๊งหกห้อง

ปิ่นมุกพาฮุ่ยหลิงผละไปแล้ว ทิ้งทรงวาดให้ต้อนรับแขกคนพิเศษอย่างลิ้มเม่งฮง อาแท้ๆและโอ๊วฮุ่ยเซี้ยง หุ้นส่วนและพี่น้องร่วมสาบานของพ่อกับอา ลิ้มเฮ้งเตี๋ยงกับลิ้มลี่เง็ก ลูกชายกับลูกสาวของลิ้มเม่งฮงก็มาร่วมแสดงความยินดี ทรงวาดสัมผัสได้ถึงบรรยากาศอึดอัดรอบตัวแต่ก็ต้องทำเฉยต้อนรับครอบครัวญาติด้วยความยินดี

ooooooo

หลังการมาถึงของแก๊งหกห้องซึ่งนำโดยหัวหน้าแก๊งอย่างลิ้มเม่งฮง พร้อมด้วยลิ้มเฮ้งเตี๋ยงกับลิ้มลี่เง็ก ลูกชายกับลูกสาว และโอ๊วฮุ่ยเซี้ยง หุ้นส่วนคนสำคัญของแก๊ง บรรยากาศภายในงานก็ลดความครึกครื้นกว่าครึ่ง ปิ่นมุกถอนใจเหนื่อยหน่ายแต่จำใจช่วยทรงวาดรับแขกตามประสาฝ่ายเจ้าภาพที่ดี

ฮุ่ยหลิงหรืออรุณรุ่งรู้สึกอึดอัดกับบรรยากาศรอบตัวจึงปฏิเสธของว่างจากปิ่นมุกและขอตัวกลับ

“ไม่อยากอยู่นาน มีแต่คนน่ากลัวทั้งนั้น อาป๊าเห็นว่าอั๊วกับลื้อสนิทกันก็เลยใช้อั๊วมา จะมาเองก็น่าเกลียดเพราะไม่ได้รู้จักสนิทสนมอะไร ไม่มาเลยก็ดูไม่ดีหวยก็เลยมาออกที่อั๊วนี่แหละ”

ปิ่นมุกหรือเตียงจูขำอาการฮึดฮัดของรุ่นพี่สาว หยิบขนมกินอย่างไม่รู้สึกรู้สา ฮุ่ยหลิงเห็นดังนั้นก็อดทักไม่ได้

“ลื้อนี่ก็แปลกนะ เกลียดลิ้มเม่งฮงยังกะอะไรดีแต่ดันมาอยู่กับหลานชายเขาได้”

“มันคนละคนกันนี่แจ้ เฮียโฮ่วเป็นคนดีนะ มีบุญคุณกับอั๊วมากด้วย แต่บุญคุณก็ส่วนบุญคุณ อั๊วไม่มีวันลืมหรอกว่าไอ้สารเลวนั่นมันทำอะไรกับครอบครัวอั๊วบ้าง...”

พูดพลางคิดถึงอดีตเมื่อสิบปีก่อน ปิ่นมุกหรือลี้เตียงจูเวลานั้นเป็นแค่เด็กหญิงตัวเล็กๆ ลูกสาวคนเดียวของสองผัวเมียแซ่ลี้เจ้าของตึกหกห้องซึ่งเป็นสถานที่เปิดโรงน้ำชาของแก๊งหกห้องในปัจจุบัน

ลิ้มเม่งฮง อาแท้ๆของทรงวาดร่วมกับโอ๊วฮุ่ยเซี้ยง หุ้นส่วนและพี่น้องร่วมสาบาน ซื้อตึกหกห้องจากสองผัวเมียแซ่ลี้ แต่เมื่อถึงเวลาจ่ายเงินกลับชักดาบและจัดการฆ่าปิดปากสองผัวเมีย

ปิ่นมุกหรือลี้เตียงจูเป็นผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ฆ่ายกครัวครั้งนั้น โดยทิ้งรอยแผลเป็นบนใบหน้าของโอ๊วฮุ่ยเซี้ยงไว้ก่อนตัวเองจะเตลิดไปเป็นเด็กเร่ร่อนหลายปี กระทั่งทรงวาดมาพบและรับมาอุปการะ

เหตุการณ์ในอดีตทำให้ปิ่นมุกผูกใจเจ็บลิ้มเม่งฮงและโอ๊วฮุ่ยเซี้ยงจนบัดนี้ ฮุ่ยหลิงเห็นสีหน้ารุ่นน้องสาวเคร่งเครียดก็สงสัยแต่ปิ่นมุกก็บ่ายเบี่ยงแบบขอไปที

“ไม่มีอะไรหรอกแจ้ นึกถึงเรื่องตอนเด็กๆแล้วหงุดหงิดนิดหน่อยน่ะ แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว”

“ตกลงลิ้มเม่งฮงทำอะไรไว้กับครอบครัวลื้อ พอพูดถึงเรื่องนี้ทีไรลื้อต้องมีท่าทางอย่างงี้ทุกที”

“เรื่องมันยาวน่ะแจ้ เอาไว้สักวันอั๊วจะเล่าให้ฟังนะ...”

งานเปิดโรงสีของทรงวาดดำเนินต่อ บรรยากาศตึงเครียดเพราะแก๊งหกห้องค่อยๆคลี่คลาย เม่งฮงอารมณ์ดีเป็นพิเศษเพราะใครๆก็มาร่วมงานหลานชายอย่างทรงวาด แสดงถึงอิทธิพลของอีกฝ่ายที่จะช่วยหนุนแก๊งหกห้องในอนาคต

โอ๊วฮุ่ยเซี้ยงชอบทรงวาดจนอยากจับคู่ให้โอ๊วไต้เกียวหลานสาวคนสวย แต่ไม่ทันออกปากทรงวาดก็ไปต้อนรับแขกคนพิเศษอีกราย...ชาญยุทธหรืออ้าย พี่ชายบุญธรรมของทรงวาดที่มาร่วมงานพร้อมวิสูตรนายทหารคนสนิท

“โรงสีเราใหญ่โตไม่ใช่เล่นเหมือนกันนะเสือ อย่างงี้ไม่เหนื่อยแย่เหรอ”

“ผมมีคนช่วยหลายคนครับพี่อ้าย โดยเฉพาะ

คุณสุเทพที่เป็นเสมียน เขาทำงานโรงสีมาตั้งแต่เด็ก แต่พอเถ้าแก่เขาตายลูกๆไม่ทำต่อผมเลยดึงเขามาช่วย น่าจะผ่อนแรงไปได้พอสมควรครับ”

“ก็ดี...เสร็จจากงานของนายแล้วจะได้มาดูแลธุรกิจให้พี่ด้วย”

ทรงวาดหรือบุ่นโฮ่วชะงัก เข้าใจความหมายธุรกิจของพี่ชายบุญธรรมดี ชาญยุทธเห็นอาการนั้นแต่ทำเฉย ตบบ่าเบาๆแล้วเอ่ยเสียงเรียบ “ทุกอย่างกำลังไปได้สวยเลยนะ ถ้ามีนายช่วยอีกคนพี่คงหมดห่วง”

“เอ่อ...พี่อ้ายมาหาผมถึงที่นี่มีอะไรให้รับใช้ครับ”

ชาญยุทธส่งสายตาไปทางวิสูตรให้พูดธุระแท้จริงที่มาร่วมงานวันนี้

“เท่าที่ผมให้คนออกสืบ...การที่แก๊งหกห้องกับแก๊งหัวลำโพงมีเรื่องกันเมื่อคราวก่อนเป็นแผนเสี้ยมของใครบางคนครับ จุดประสงค์ก็เพื่อยืมมือตำรวจจัดการทั้งสองแก๊งเป็นการลิดรอนอำนาจของเราครับ”

“แต่วิสูตรก็ยังไม่รู้ว่าฝีมือใคร แสดงว่าคนอยู่เบื้องหลังไม่ธรรมดาเหมือนกัน”

“ครับ...แต่ผมสงสัยว่าฝ่ายเรามีไส้ศึกเพราะมันเลือกลงมือตอนที่ลิ้มเม่งฮง เอ่อ...คุณอาของคุณเสือกับเถ้าแก่โอ๊วฮุ่ยเซี้ยงไม่อยู่ มันไม่น่าจะบังเอิญขนาดนั้นครับ”

จากข้อสันนิษฐานของวิสูตร ชาญยุทธจึงขอให้ทรงวาดช่วยหาตัวไส้ศึก ทรงวาดแบ่งรับแบ่งสู้เพราะการสืบที่ว่าอาจทำให้ขัดแย้งกับแก๊งหกห้องของเม่งฮงอาแท้ๆ ชาญยุทธเข้าใจดีแต่ยืนยันตามความต้องการเดิม

“ฝากหน่อย...อำนาจและผลประโยชน์เราใช้เวลาเป็นสิบๆปีกว่าจะได้ขนาดนี้ พี่ไม่ต้องการให้ใครมาท้าทาย”

ooooooo

ขณะที่ทรงวาดหรือบุ่นโฮ่วหนักใจคำขอร้องจากพี่ชายบุญธรรม ฮุ่ยเซี้ยงปลาบปลื้มทรงวาดออกนอกหน้าและอยากใช้สายสัมพันธ์ของทรงวาดกับชาญยุทธให้เป็นประโยชน์

“พี่บุญธรรมอาโฮ่วคนนี้ที่เป็นนักการเมืองแล้วก็มีพ่อเป็นรัฐมนตรีด้วยใช่ไหม”

เม่งฮงพยักหน้า รู้ดีว่าชาญยุทธเป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของการันต์รัฐมนตรีใหญ่

“ใช่...แต่อั๊วก็ไม่รู้อะไรมากหรอกนะ อาโฮ่วไปอยู่บ้านนั้นตั้งแต่เล็ก พออีถูกโรงเรียนนายร้อยตำรวจไล่ออก อีก็กลับมาอยู่ที่นี่อย่างที่เฮียรู้น่ะแหละ แต่อีก็ไม่เคยเล่าอะไรให้อั๊วฟังหรอก”

“มีพ่อแม่บุญธรรมเป็นคนใหญ่คนโตอย่างงั้นอาโฮ่วไม่คิดจะพึ่งพาบ้างเลยเหรอ อั๊วว่าน่าเสียดายนา”

“เฮียหมายความว่ายังไง”

“เราต้องจ่ายส่วยให้นายทุกเดือน...อั๊วเสียดาย ถ้าคุยกับพ่อบุญธรรมอาโฮ่วรู้เรื่องให้เขาช่วยซะหน่อยเราจะได้ไม่ต้องจ่ายส่วยอีก กำไรเราก็เหลือเยอะขึ้น”

“อาโฮ่วรังเกียจงานของเราจะตาย อีไม่พูดให้หรอก ถ้าไม่เห็นว่าเป็นหลานอั๊วก็ไม่อยากเจอหน้าอีเหมือนกัน”

“ก็ค่อยๆพูดไปสิ วันนี้ไม่ยอมวันหน้าก็ต้องยอม ยังไงก็สายเลือดเดียวกัน”

“อั๊วไม่รับปากนะ”

เม่งฮงแบ่งรับแบ่งสู้เพราะรู้จักนิสัยหลานชายอย่างทรงวาดดี ฮุ่ยเซี้ยงไม่เซ้าซี้แต่เปลี่ยนมาแย็บถามเรื่องจับคู่ทรงวาดให้ไต้เกียวหลานสาวคนสวย เม่งฮงเห็นดีเห็นงามด้วยเพราะหากหลานชายลงเอยกับหลานสาวของหุ้นส่วนสายสัมพันธ์จะยิ่งแน่นแฟ้นทำให้สถานะภายในแก๊งของเขามั่นคงขึ้น

ฮุ่ยเซี้ยงวางแผนให้ทรงวาดเจอไต้เกียวในงานฉลองเปิดโรงสีช่วงเย็นซึ่งทรงวาดว่าจ้างคณะงิ้วมาเปิดแสดง ส่วนรณชิตตามสืบเรื่องทรงวาดในงานจนรู้ว่าเถ้าแก่เสือคนดังเป็นลูกชายบุญธรรมของการันต์นักการเมืองใหญ่ โอฬารซึ่งรู้ข่าวจากวงในพยักหน้ารับรู้แถมบอกข้อมูลเก่าที่ตนสืบมาได้บ้าง

“ใช่...เขาเคยเรียนนายร้อยตำรวจด้วย แต่ตอนเรียนปีสุดท้ายถูกศัตรูท่านการันต์ขุดคุ้ยเรื่องมีพ่อมีอาเป็นมาเฟียเลยถูกบีบให้ออกจากโรงเรียน ไม่อย่างงั้นป่านนี้นายทรงวาดได้เป็นเจ้านายเราสองคนไปแล้ว”

 “งั้นเป็นไปได้ไหมครับว่าคนที่อยู่เบื้องหลัง

นายทรงวาดคือท่านรัฐมนตรีการันต์”

“ทำไมจะไม่ได้ ใครๆก็รู้ว่าท่านการันต์เป็นยังไง เผลอๆอาจเกี่ยวกับคนที่พวกนักเลงละแวกนี้เรียกว่านายก็ได้”

“ทุกแก๊งในแถบนี้ต้องส่งส่วยให้นายทุกเดือนแลกกับการคุ้มครอง แต่เราก็ไม่เคยรู้ว่านายเป็นใคร ถ้าทรงวาดกับท่านการันต์เกี่ยวข้องกับนายจริงเราอาจจะขุดรากถอนโคนเลยก็ได้นะครับหมวด”

แววตาของรณชิตเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น โอฬารต้องปรามไม่ให้คาดหวังเกินไป “อย่าเพิ่งฝันหวาน งานนี้หินกว่าที่คิด พลาดขึ้นมาทั้งหมู่ทั้งผมได้กระเด็นจากพลับพลาไชยไปอยู่ชายแดนเอาง่ายๆ”

“ยากสิครับดี ยิ่งยากก็ยิ่งท้าทายให้เอาชนะ!”

ooooooo

โอ๊วฮุ่ยเซี้ยงได้ทำตามแผนที่คิดไว้คือพาโอ๊วไต้เกียวหลานสาวคนสวยมาร่วมงานเลี้ยงฉลองเปิดโรงสีตอนเย็น ทรงวาดเห็นเป็นหลานสาวหุ้นส่วนของอาแท้ๆจึงต้อนรับขับสู้อย่างดีพร้อมเอ่ยชมตามมารยาท

“อาไต้เกียวไหว้สวยไม่แพ้คนไทยเลยนะครับโอ๊วแปะ นี่ถ้าไม่บอกก่อนว่าเป็นหลานโอ๊วแปะอั๊วต้องคิดว่าเป็นคุณหนูลูกผู้ดีคนไทยแน่ๆ”

ไต้เกียวยิ้มหวานรับคำชม ฮุ่ยเซี้ยงปลื้มมากอวดหลานสาวเป็นการใหญ่

“ไม่ใช่แค่กิริยามารยาทนา อาไต้เกียวอียังเป็นแม่บ้านแม่เรือนอีกด้วย ไม่ว่าอาหารการกิน ปัดกวาดเช็ดถู ซักเสื้อผ้า อีไม่เคยขาดตกบกพร่องเลย ใครได้อีไปเป็นเมียรับรองสบายไปทั้งชาติ”

ทรงวาดรับฟังยิ้มๆก่อนขอตัวไปรับแขกอีกทาง แต่ความจริงคือตั้งใจไปตามหาปิ่นมุกหรือเตียงจูสาวน้อยในอุปการะที่หายหน้าหายตาจากงานเลี้ยงทั้งที่ชอบดูงิ้วเป็นชีวิตจิตใจ

ก๊กไช้หรือธีมา น้องชายทิเหล็ง หนุ่มน้อยในอุปการะอีกคนของทรงวาดเข้าใจความอึดอัดใจของปิ่นมุกเพื่อนสาวร่วมรุ่นและร่วมโรงเรียนดี เมื่อทรงวาดมาถามหาจึงบอกว่าปิ่นมุกไปนั่งเล่นที่ริมแม่น้ำ

ปิ่นมุกชังน้ำหน้าเม่งฮงกับฮุ่ยเซี้ยงจึงไม่อยากอยู่ในงาน ทรงวาดเข้าใจแต่ก็อยากให้เธอได้ดูงิ้วของชอบ

“อั๊วรู้ว่าลื้อไม่อยากเจออาเจ็กอั๊ว ลื้อนั่งดูอยู่ไกลๆก็ได้จะได้ไม่ต้องเห็นหน้ากัน”

“ไม่! ถ้าไอ้ฆาตกรนั่นดูงิ้ว อั๊วจะไม่ดูกับมัน”

“ดื้อจริงๆ ทำไมลื้อดื้ออย่างงี้นะ”

“ถ้าอั๊วว่านอนสอนง่ายก็คงตายไปนานแล้ว จะอยู่รอดมาเจอเฮียยังงี้เหรอ”

คำพูดกระเง้ากระงอดของสาวน้อยในอุปการะทำให้ทรงวาดคิดถึงครั้งแรกที่เจอเธอเมื่อหลายปีก่อน ครั้งนั้นเธอยังเด็กและจะลอบฆ่าเขาด้วยขวดแตกปากฉลาม โชคดีที่ทิเหล็งคนสนิทของเขามาห้ามทัน

“อีชื่ออาจู อาศัยอยู่ที่โรงเจ อียังเด็ก...เถ้าแก่อย่าถือ อีเลย”

“แต่อีจะเอาขวดแตกแทงอั๊ว”

“อาป๊าอาม้าอีเป็นเจ้าของตึกหกห้อง อาเจ็กของเถ้าแก่หลอกให้ขายตึกเอามาทำโรงน้ำชาแล้วฆ่าทิ้งปิดปากจนอาจูต้องเป็นกำพร้า เถ้าแก่สงสารอีเถอะนะ อย่าทำอะไรอีเลย”

ทรงวาดอึ้งไปอึดใจเมื่อได้ฟังที่มาที่ไปของปิ่นมุก ตั้งท่าจะปลอบแต่กลับถูกเธอตวาดใส่

“ไม่ต้องมาสงสารอั๊ว อั๊วจะฆ่ามัน ฆ่าพวกมันทั้งโคตร ตอนนี้ยังฆ่าไอ้ชาติชั่วเม่งฮงไม่ได้ อั๊วก็จะฆ่าลูกมัน ฆ่าหลานมันให้มันเสียใจเหมือนที่อั๊วต้องเสียใจ!”

ปิ่นมุกอยู่ในอาการขวัญเสียและหวาดระแวงผู้คนรอบตัว ทรงวาดไม่ได้ถือสาแต่พยายามดูแลห่างๆและรับเธอมาอุปการะในที่สุด จากวันนั้นถึงวันนี้เด็กสาวมอมแมมกลายเป็นสาวน้อยหน้าตาสดใส ถึงจะดื้อและหัวแข็งไปบ้างแต่ก็เป็นสีสันของบ้าน ทำให้เขาและผู้คนรอบตัวหัวเราะได้เสมอ

ทรงวาดดึงตัวเองจากอดีต ถอนใจยาวเมื่อคิดถึงชะตากรรมของปิ่นมุกที่ผ่านมา

“ไม่อยากดูก็ไม่ต้องดู แต่อั๊วอยู่เป็นเพื่อนลื้อตรงนี้ไม่ได้หรอกนะ ต้องไปต้อนรับแขก”

“แล้วใครใช้ให้เฮียอยู่ล่ะ อยากไปไหนก็ไปเลย!”

ปิ่นมุกเชิดหน้าหนีงอนๆ ทรงวาดมองมาด้วยความเอ็นดูก่อนชี้นิ้วไปบนฟ้าที่เพิ่งมีการจุดพลุ สาวน้อยในอุปการะเบิกตาโพลงด้วยความตื่นเต้น ทรงวาดยิ้มบางๆแล้วเอ่ยเสียงอ่อน

“ปีก่อนลื้อขออั๊วไปดูพลุแต่อั๊วไม่มีเวลาพาไปก็เลยถือโอกาสจุดพลุให้ลื้อดูชดเชย...แค่นี้ล่ะที่อั๊วอยากบอก”

พูดจบก็ผละไป ทิ้งให้ปิ่นมุกมองตามอึ้งๆ ไม่อยากเชื่อ ก็ต้องเชื่อว่าเขาจะจำได้...

ooooooo

ทรงวาดผละจากปิ่นมุกมาได้ก็ถือโอกาสทักทายแขกเหรื่อคนอื่น โอ๊วฮุ่ยเซี้ยงเคืองมากเพราะทรงวาดไม่สนใจโอ๊วไต้เกียวหลานสาวคนสวยเท่าที่ควร ลิ้มเม่งฮงสั่งให้ลิ้มป่วยซังไปตามพี่ชายแต่ทรงวาดก็ไม่มาสักที

“กว่าจะมาได้ ดูมัน...ยังแวะคุยกับคนอื่นอีก แทนที่จะรีบมาหาอาเจ็กมัน”

ไต้เกียวกลัวทรงวาดไม่ชอบใจที่ถูกเจ้ากี้เจ้าการพยายามห้ามเม่งฮงกับฮุ่ยเซี้ยงไม่ให้เร่งรัด แต่สองหนุ่มแกนนำแก๊งหกห้องก็ไม่ยี่หระ ตั้งหน้าตั้งตาจะจับคู่ไต้เกียวกับทรงวาดให้ได้

ทรงวาดพยายามไม่เฉียดไปใกล้โต๊ะเม่งฮงเพราะไม่อยากลำบากใจ แต่พลันต้องพุ่งไปแทบไม่ทันเมื่อจู่ๆนักแสดงงิ้วที่จ้างมาก็ขว้างหอกในมือใส่เม่งฮง!

เหตุการณ์ลอบสังหารลิ้มเม่งฮงอย่างอุกอาจกลางงานเปิดตัวโรงสีซึ่งแม้จะไม่สำเร็จแต่เจ้าของงานอย่างทรงวาดต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการกวดตามมือสังหารในคราบนักแสดงงิ้วด้วยตัวเองแต่ก็คลาดกันในที่สุด

เม่งฮงหัวเสียมากอาละวาดอย่างกราดเกรี้ยว “เก๋าเจ้ง! นับแต่อั๊วขึ้นมาเป็นใหญ่ในเยาวราชไม่เคยมีใครกล้าทำอย่างงี้กับอั๊วมาก่อน ถ้าอั๊วไม่ฆ่ามันกับมืออั๊วไม่ขอใช้แซ่ลิ้ม”

ฮุ่ยเซี้ยงสีหน้าเคร่งเครียด ประสาทเสียแต่ไม่อยากให้หุ้นส่วนหนุ่มหุนหันพลันแล่น

“เสืออย่างลื้อถูกกระตุกหนวดต้องโกรธเป็นธรรมดาแต่เรายังไม่รู้ว่าพวกมันเป็นใครจะไปฆ่ามันได้ยังไงวะอาฮง”

“ทำไมจะไม่รู้ ก็ไอ้พวกหัวลำโพงน่ะแหละจะมีใคร มันเพิ่งมีเรื่องกับอาเตี๋ยงมันก็เลยแค้นอั๊วน่ะสิ”

ทรงวาดกลัวใจอาหนุ่มพยายามใช้น้ำเย็นเข้าลูบ “อั๊วว่าเรื่องพวกหัวลำโพงมันจบไปแล้ว พวกมันอาจกล้ากับอาเตี๋ยง แต่อั๊วไม่เชื่อว่ามันจะกล้ากับอาเจ็ก อีกอย่าง...ถ้ามันคิดฆ่าหวังผลจริงๆใช้ปืนน่าจะสำเร็จกว่าหอกไม่ใช่เหรอครับ”

ทุกคนนิ่วหน้าคิดตาม ทรงวาดเห็นดังนั้นถือโอกาสบอกข้อสันนิษฐานของตัวเอง

“ตามความคิดของอั๊วพวกมันน่าจะหวังเสี้ยมให้เกิดความวุ่นวายเพื่อฉกฉวยผลประโยชน์มากกว่า”

ข้อสันนิษฐานของทรงวาดฟังขึ้นไม่น้อย ทั้งเม่งฮงและฮุ่ยเซี้ยงจึงยอมสงบท่าที ไต้เกียวปลื้มและประทับใจในความสุขุมและเยือกเย็นของเขา แต่ไม่ทันพูดอะไรมากทิเหล็งก็มารายงานผลการสอบถามหัวหน้าคณะงิ้ว

“หัวหน้าคณะบอกว่าไม่รู้จักไอ้คนลงมือครับเถ้าแก่ เผอิญคนในคณะไม่สบาย อีมาขอเล่นแทน หัวหน้าคณะเห็นว่าเล่นได้และไม่ใช่ตัวสำคัญก็เลยรับไว้ ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องยังงี้ครับ”

“คิดฆ่าอาเจ็กอั๊วไม่ใช่เรื่องเล็ก คณะงิ้วแค่นี้ไม่น่าจะมีส่วนรู้เห็นด้วยหรอก”

ทรงวาดอาสาสืบหาตัวบงการลอบสังหาร เม่งฮงกับฮุ่ยเซี้ยงพอใจเพราะเชื่อมืออีกฝ่ายว่าจะไม่ทำให้ผิดหวัง

ooooooo

เหตุการณ์ลอบสังหารเม่งฮงทำให้ป่วยซังขวัญผวา ปิ่นมุกหรือเตียงจูต้องพาไปพักด้วยกันในห้อง ทรงวาดเป็นห่วงน้องสาวตามไปดูอาการเลยถูกสาวน้อยในอุปการะแขวะ

“ให้แจ้ซังนอนกับอั๊วที่นี่แหละ แจ้ใจอ่อนไม่ใจดำอำมหิตอย่างอาเจ็กของเฮีย เจอเรื่องแบบนี้ขวัญเสียหมดแล้ว”

“อั๊วกำลังจะขอบใจลื้อที่เป็นห่วงอาซังอยู่แล้วเชียวแต่ปากลื้อนี่มัน...”

“ปากอั๊วทำไม...หรือไม่จริง...เฮียจะเถียงว่าอาเจ็กของเฮียเป็นคนใจดีมีเมตตาอย่างนั้นสิ เสียดาย...ไม่ถูกหอกปักอกตาย ไม่อย่างนั้นอั๊วจะลงทุนซื้อพลุมาจุดฉลองสามวันสามคืนซะเลย”

ทรงวาดไม่ถือสาคำพูดจิกกัดของปิ่นมุกหันไปพูดกับน้องสาว ป่วยซังเป็นห่วงพี่ชายกลัวเหตุลอบสังหารจะกระทบโรงสี ทรงวาดส่ายหน้าพลางปลอบไม่ให้กังวลเพราะเรื่องน่าเครียดกว่าคือเขาต้องไปให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งจ้องจับผิดชาวแก๊งและผู้เกี่ยวข้องอย่างเขามาตลอด

การคาดการณ์ของทรงวาดเป็นจริงทุกอย่าง เมื่อรณชิตรู้เรื่องก็เรียกตัวเถ้าแก่คนดังไปสอบปากคำที่สถานีทันที ทรงวาดไม่หวั่นท่าทางก้าวร้าวของตำรวจหนุ่ม ยืนยันว่างานเปิดตัวเรียบร้อยดี

“มันไม่มีอะไรจริงๆครับ หมู่จะให้พูดยังไง ถ้าไม่เชื่อหมู่ไปถามคนที่มางานดูก็ได้”

“นึกว่าผมโง่เหรอ ที่ท้าให้ถามเพราะรู้สิว่าไม่มีใครอยากยุ่งเกี่ยวกับเรื่องตีรันฟันแทงของนักเลงอย่างพวกคุณ”

“ผมไม่ใช่นักเลง ผมเป็นแค่พ่อค้าข้าวเท่านั้น”

รณชิตไม่เชื่อ อคติฝังใจทำให้ตอกไม่ไว้หน้า

“ค้าข้าวหรือค้าเนื้อสดกันแน่ หลานชายของลิ้มเม่งฮงเนี่ยนะจะทำอาชีพสุจริตได้”

“ถ้าหมู่ตั้งธงไว้อย่างงี้แล้วจะเรียกผมมาสอบปากคำทำไม ไม่จับเข้าคุกซะเลยล่ะครับ”

“แน่มากเถ้าแก่เสือ คงคิดว่ามีพ่อบุญธรรมเป็นรัฐมนตรีแล้วตำรวจชั้นผู้น้อยอย่างผมจะไม่กล้างั้นสิ บังเอิญผมชอบฟังเสียงไม้ล้มซะด้วย ต้นไม้ยิ่งใหญ่ ยิ่งล้มดัง!”

ทรงวาดไม่แสดงท่าทีตื่นตระหนกและเดินออกจากโรงพักอย่างสงบ วิสูตรซึ่งเพิ่งได้คำสั่งจากชาญยุทธให้มาดูแลน้องชายบุญธรรมปรี่มาดักหน้า

“คุณเสือเป็นยังไงบ้างครับ”

“พี่อ้ายรู้เรื่องแล้วเหรอ...รวดเร็วจริงๆนะ”

“คุณอ้ายเป็นห่วงคุณเสือน่ะครับเลยใช้ให้ผมมาเผื่อจะช่วยอะไรคุณเสือได้”

“ตำรวจทำตามหน้าที่ ฉันจัดการได้ บอกพี่อ้ายไม่ต้องห่วง แต่ไหนๆมาแล้วช่วยสืบประวัติสิบตรีรณชิตให้หน่อย”

“แค่หมู่เท่านั้นเองเหรอครับ ไม่น่ามีอะไรมั้งครับ”

“ถึงยศจะน้อยแต่ท่าทางไม่ธรรมดา...ฉันไม่อยากประมาท”

“ได้ครับ...ผมจะรีบจัดการให้”

ooooooo

ทรงวาดจัดการทุกอย่างเงียบเชียบจนแม้แต่คนในบ้านอย่างปิ่นมุกก็ไม่ระแคะระคาย ต่างจากคนนอกบ้านอย่างฮุ่ยหลิงหรืออรุณรุ่ง รุ่นพี่สาวคนสนิท ลูกสาวร้านทองที่คิดว่าสถานการณ์ในเยาวราชไม่ค่อยดี

“ไม่เห็นเฮียโฮ่วพูดอะไรเลย คงไม่มีอะไรหรอกแจ้หลิง”

“ไม่มีได้ยังไง เขารู้กันทั้งเยาวราชว่าลิ้มเม่งฮงเป็นระดับเจ้าพ่อ มีคนลอบฆ่าถึงในงานเลี้ยงใช่เรื่องเล็กๆเหรอ”

“ถึงจะมีก็ไม่เกี่ยวกับเฮียโฮ่วนี่ เสียดายอยู่อย่างเดียวที่ไอ้สารเลวนั่นไม่ตาย”

ปิ่นมุกหรือเตียงจูปักใจแต่เรื่องแก้แค้นเม่งฮงเลยไม่สนใจเรื่องอื่น ฮุ่ยหลิงต้องเตือนให้ตั้งสติ

“ลื้อก็คิดง่ายไปอาจู ขนาดอาป๊าอั๊วเป็นพ่อค้าทองยังบอกเลยว่าเรื่องคราวนี้อันตรายทั้งเยาวราช เผลอๆจะเป็นสงครามระหว่างแก๊งด้วยซ้ำ ไม่รู้จะมีคนโดนลูกหลงไปด้วยเท่าไหร่ แล้วเฮียโฮ่วของลื้อเป็นหลานชายแท้ๆของลิ้มเม่งฮง มีเหรอจะไม่เกี่ยว เผลอๆต้องไปยิงไปสู้กับเขาเหมือนคราวที่แล้วรึเปล่าก็ไม่รู้”

คำเตือนของฮุ่ยหลิงทำให้ปิ่นมุกฉุกใจคิดและตัดสินใจเปิดฉากถามทรงวาดในเย็นวันเดียวกัน

“จะมีสงครามระหว่างแก๊งจริงใช่ไหม”

“ดูหนังเรื่องอะไรมา”

ทรงวาดสวนแบบไม่จริงจัง แต่นั่นยิ่งทำให้ปิ่นมุกร้อนใจ

“เฮียอย่ามาทำไขสือ เขาลือกันทั่วแล้วว่าพวกนักเลงแถวนี้จะยกพวกตีกัน รู้ไหมเฮียว่าคนเขาเอือมระอาพวกญาติเฮียแค่ไหน ดีแต่สร้างเรื่องเดือดร้อนให้คนอื่นเขา ไม่เว้นแต่ละวัน”

“หยุดเพ้อเจ้อได้แล้วอาจู ยกพวกตีอะไรกัน เลือกได้ไม่มีใครอยากเลือดตกยางออกทั้งนั้นแหละ ไอ้คนพูดก็สนุกปาก รู้ไม่จริงสักคน ลื้อไปเชื่อได้ยังไง”

“งั้นเฮียสัญญาได้ไหมล่ะว่าถ้าเกิดอะไรขึ้น  เฮียจะไม่ร่วมด้วย”

“ทำไมอั๊วต้องสัญญา ลื้อไม่ใช่อาม้าอั๊ว ไม่มีสิทธิ์มาขอให้อั๊วสันยงสัญญาอะไรทั้งนั้น”

“ถ้าอั๊วห่วงความปลอดภัยของเฮียไม่ได้แล้วเฮียจะเลี้ยงอั๊วไว้ทำไม”

ปิ่นมุกสวนอย่างเหลืออด ทรงวาดต้องปรามเสียงดุ

“หน้าที่ลื้อคือตั้งใจเรียน  อย่างอื่นไม่ใช่เรื่องที่ลื้อต้องเอามาคิดให้เปลืองสมอง กลับไปอ่านหนังสือของลื้อได้แล้ว”

ท่าทางไม่ยี่หระของเขาทำให้ปิ่นมุกน้อยใจหลุดคำพูด หยาบคาย ทรงวาดได้ยินก็เอ็ด

“อาจู...ลื้อเป็นเด็ก พูดจาหยาบคายได้ยังไง อย่าให้อั๊วได้ยินอีกนะ!”

ปิ่นมุกปึงปังผละไป ทรงวาดมองตามเซ็งๆ พึมพำไล่หลัง “ปิศาจน้อยเอ๊ย...”

ooooooo

ทรงวาดหรือบุ่นโฮ่วหมกมุ่นทำบัญชีไม่สนท่าทางตะบึงตะบอนของปิ่นมุกหรือเตียงจู สาวน้อยในอุปการะน้อยใจมากคว้าหมอนในห้องนอนฟาดเตียงระบายอารมณ์

“เฮียบ้า! ลื้อมันไม่ใช่เสือแล้ว แมวขี้เรื้อนชัดๆ ถ้าไม่เห็นแก่ว่าเคยช่วยชีวิตอั๊วไว้นะ...”

พลันภาพอดีตเมื่อหลายปีก่อนก็ปรากฏในหัว ปิ่นมุกยังจำได้ตอนเขามาบอกให้ไปอยู่ด้วยกัน

“อั๊วกำลังจะซื้อบ้านแล้วก็จะหาที่ทำเลดีๆ สร้างโรงสีข้าวด้วย ลื้อไปอยู่กับอั๊วนะ”

“แล้วทำไมอั๊วต้องไปอยู่กับลื้อด้วย อั๊วไม่มีวันไปอยู่ร่วมชายคาเดียวกันกับหลานของศัตรูฆ่าป๊าฆ่าม้าอั๊วหรอก”

“อั๊วรู้ว่าทำยังไงก็คงชดเชยสิ่งที่ลื้อเสียไปไม่ได้แต่ลื้อเองก็ยังเด็กแล้วก็เป็นผู้หญิง อยู่อย่างนี้ตลอดไปไม่ได้หรอก อั๊วจะดูแลลื้อเอง บ้านใหม่ของอั๊วมีน้องสาวอั๊วอยู่ด้วย...ไม่มีอะไรต้องกลัวนะ”

ปิ่นมุกเวลานั้นแผลงฤทธิ์เดชไม่ยอมไปไหน ปักหลักจะเป็นเด็กเร่ร่อนในศาลเจ้ากับแปะฮ้อชายชราผู้มีหน้าที่ดูแลศาลเจ้าจนกระทั่งถูกแก๊งค้าผู้หญิงลักพาตัว ทิเหล็งช่วยไม่ทันต้องพึ่งความช่วยเหลือจากทรงวาด

ทรงวาดสงสารปิ่นมุก ยิ่งได้ฟังเรื่องราวสุดรันทดจากแปะฮ้อยิ่งสะเทือนใจที่เธอต้องตกยากเพราะวีรกรรมชั่วๆของเม่งฮงกับฮุ่ยเซี้ยง แม้จะโชคดีมีซินแสใจดีช่วยให้ได้เรียนหนังสือแต่ก็ไม่พ้นพวกแก๊งค้าผู้หญิง

ทิเหล็งหอบสภาพสะบักสะบอมไปฟ้องเรื่องปิ่นมุกถูกแก๊งค้าผู้หญิงลักพาตัว ทรงวาดร้อนใจด้วยความเป็นห่วงต้องบากหน้าไปหาเฮ้งเตี๋ยงลูกพี่ลูกน้องหนุ่มที่คุมโรงน้ำชาให้เม่งฮงอาแท้ๆ

“อั๊วไม่เคยซื้อผู้หญิงมาทำงาน ผู้หญิงที่นี่ทำงานด้วยความเต็มใจ เฮียไม่เคยดูแลกิจการเรา  อย่ามาปากเสียที่นี่”

“ถ้าอย่างงั้นลื้อพอจะรู้ไหมว่าพวกที่จับตัวไปเป็นพวกไหน ยังไงก็คนวงการเดียวกัน  ลื้อน่าจะระแคะระคายบ้าง”

“อย่าเอาอั๊วไปรวมกับพวกมัน ไอ้พวกที่จับผู้หญิงไปขายก็มีอยู่พวกเดียวเท่านั้นล่ะ มันเลือกแต่ผู้หญิงจนๆหรือไม่ก็ขอทานจะได้ไม่มีใครสนใจตามหา แต่ถึงบอกไปตัวเอกงิ้วอย่างเฮียจะทำอะไรได้”

เฮ้งเตี๋ยงสบประมาทลูกพี่ลูกน้องหนุ่ม ทรงวาดไม่ถือสาและคาดคั้นจนรู้แหล่งกบดานของพวกแก๊งค้าผู้หญิงและตามไปช่วยปิ่นมุกได้ทันเวลา แลกกับบาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าท้องซึ่งยังเป็นรอยแผลเป็นจนบัดนี้

ปิ่นมุกดึงตัวเองจากอดีต อารมณ์งอนๆจางหายกลายเป็นอมยิ้มเมื่อนึกถึงความใจดีและกล้าหาญของทรงวาด

“อั๊วไม่ได้เชื่อฟังเฮียหรอกนะ แค่ไม่มีอะไรทำ เท่านั้นแหละ”

พูดจบก็คว้าหนังสือเรียนมาอ่าน ตั้งใจจะสอบเข้าวิทยาลัยดีๆ เรียนสูงๆให้ผู้อุปการะอย่างทรงวาดพอใจให้ได้...

ooooooo

โรงสีโฮ่ว เฮง จั่น ของทรงวาดหรือเถ้าแก่เสือเปิดได้หนึ่งเดือน เช่นเดียวกับเหตุการณ์ลอบสังหารลิ้มเม่งฮงหัวหน้าแก๊งหกห้องที่ยังไม่มีความคืบหน้า รณชิตหัวเสียพาลไปลงกับทรงวาดที่ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน

“ผ่านมาเดือนนึงแล้วนะเถ้าแก่ทำไมเงียบนักล่ะ หรือว่าไม่มีปัญญาหาตัวคนที่ลอบฆ่าอาตัวเอง”

“ก็ผมบอกแล้วไงครับว่าไม่มีอะไร แล้วจะให้ผมไปหาตัวใครล่ะครับ”

“ผมรู้ว่าพวกนักเลงมีวิธีแก้ปัญหาแบบของตัวเอง แต่คนอย่างผมก็ไม่ยอมให้ใครมาทำตัวเป็นศาลเตี้ยเด็ดขาด”

“ผมทราบครับ...หมู่เป็นคนตรง ไม่อย่างงั้นคงไม่ได้เลื่อนจากพลสำรองพิเศษเป็นสิบตำรวจตรีเร็วอย่างงี้หรอก”

“รู้ประวัติผมซะด้วย เป็นเกียรติจริงๆที่คนอย่างเถ้าแก่ให้ความสนใจผม”

รณชิตมองอย่างท้าทาย ทรงวาดไม่สะทกสะท้านแถมแกล้งขู่ตำรวจหนุ่มว่าน้ำชามียาพิษจนอีกฝ่ายสำลักแทบไม่ทันราวจะบอกว่าเขาทำอะไรได้มากกว่าที่คิดหากอยากทำ รณชิตเข้าใจความหมายแต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากผละไปดื้อๆ ทรงวาดมองตามนิ่งๆก่อนหันไปฟังรายงานจากสุเทพเสมียนหนุ่มประจำโรงสีเรื่องยอดสั่งข้าวที่มากจนถล่มทลาย

ฮุ่ยเซี้ยงไม่ละความพยายามเรื่องจับคู่ไต้เกียวหลานสาวคนสวยให้ทรงวาด หมั่นพามาหาถึงบ้านจนปิ่นมุกทนไม่ไหวต้องหนีไปสงบสติอารมณ์ในโรงสี ทรงวาดกับป่วยซังขัดไม่ได้จึงต้องนั่งกินข้าวฝีมือไต้เกียว

เม่งฮงไม่พลาดมาร่วมมื้ออาหาร ทรงวาดเลยได้รู้ว่าอาหนุ่มมีแผนขยายกิจการโรงน้ำชาและสร้างบ่อนใหม่โดยแบ่งให้เฮ้งเตี๋ยงกับลี่เง็กลูกชายกับลูกสาวดูแล ทรงวาดไม่เห็นด้วยไม่อยากให้ญาติทั้งสองข้องเกี่ยวธุรกิจสีเทาแต่ค้านอะไรไม่ได้เพราะเม่งฮงอาแท้ๆตัดสินใจแล้ว

ขณะที่ทรงวาดต้องเผชิญบรรยากาศจับคู่ชวนอึดอัด ปิ่นมุกก็นั่งกินหมั่นโถวเย็นๆในโรงสี ก๊กไช้หรือธีมาเพื่อนหนุ่มคนสนิทรู้อารมณ์เพื่อนสาวดีต้องปลอบให้ทำใจ

“อาเม่งฮงอีเป็นอาเจ็กแท้ๆของเถ้าแก่ มาเยี่ยมหลานบ้างจะแปลกอะไรล่ะอาจู”

“ทีเมื่อก่อนอั๊วไม่เห็นมันจะห่วงใยอะไรเฮียเลย พอเห็นเฮียเปิดโรงสีใหญ่โตเข้าหน่อยก็เลยนับญาติขึ้นมาล่ะสิ”

“อั๊วว่าอีไม่ได้เห่อเงินของเถ้าแก่หรอก นักเลงใหญ่เยาวราชทำไมจะไม่มีเงิน...น่าจะมาเพราะเรื่องอื่นมากกว่า”

แววตากรุ้มกริ่มของเพื่อนหนุ่มทำให้ปิ่นมุกนิ่วหน้า ก๊กไช้ยิ้มขำก่อนเฉลย

“ลื้อเห็นอาไต้เกียวหลานสาวโอ๊วฮุ่ยเซี้ยงไหมล่ะ”

“ตัวเบ้อเร่อ อั๊วไม่ได้ตาบอด”

“ลื้อสังเกตรึเปล่า...มาหาเถ้าแก่ทีไรต้องพา

อาไต้เกียวมาด้วยทุกที อั๊วว่าน่าจะพยายามจับคู่ให้เถ้าแก่มากกว่า”

ปิ่นมุกหน้าเสีย สีหน้าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งก๊กไช้พรรณนาคุณสมบัติงามทั้งรูปและมารยาทของไต้เกียวยิ่งร้อนรนหมดอารมณ์จะกินหมั่นโถวและอยากจะวิ่งกลับบ้านไปอาละวาดให้รู้แล้วรู้รอด!

ooooooo

ทรงวาดอยู่กินข้าวกับเม่งฮง ฮุ่ยเซี้ยงและไต้เกียว ได้ไม่นานก็ต้องพุ่งพรวดจากบ้านเมื่อวิสูตรทหารคนสนิทของชาญยุทธโทร.แจ้งว่ารถประจำตัวของพี่ชายบุญธรรมเกิดระเบิด!

ฮุ่ยเซี้ยงไม่พอใจที่ทรงวาดไม่ให้เกียรติหลานสาวทิ้งไปดื้อๆ ไต้เกียวปลอบให้ใจเย็นเพราะทรงวาดบอกว่ามีธุระ ทรงวาดมุ่งหน้าไปโกดังซึ่งเป็นคลังแสงของชาญยุทธหลังรู้จากวิสูตรว่าพี่ชายบุญธรรมจะยกพวกถล่มประมุขนักการเมืองท้องถิ่นซึ่งตั้งตัวเป็นคู่แข่งและเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่งวางระเบิดรถเพราะเพิ่งบังเอิญเจอกันก่อนหน้าไม่กี่นาที

“พี่อ้ายปรึกษาคุณพ่อรึยังครับ”

“คุณพ่อไปดูงานที่อเมริกา  เสืออย่าห่วงเลยเรื่องนี้พี่รับผิดชอบเอง”

“เรื่องกำจัดนายประมุขไม่ใช่เรื่องยากหรอกครับแต่ถ้านี่เป็นแผนเสี้ยมอีกล่ะครับ ผมว่ามันผิดปกติเพราะไอ้คนที่อยู่เบื้องหลังมันฉลาดมากจนป่านนี้เราก็ยังไม่รู้ตัวมันเลย แล้วมันจะเผยตัวให้พี่อ้ายรู้ง่ายๆได้ยังไงครับ”

ชาญยุทธคิดตาม เช่นเดียวกับวิสูตรที่เห็นว่าข้อสันนิษฐานของทรงวาดมีเหตุผลไม่น้อย

“ที่คุณเสือพูดก็ถูกนะครับ ถ้าเป็นแผนเสี้ยมจริงๆ อาจจะมีตลบหลังเราเหมือนที่มันเคยยุแยงแก๊งหกห้องกับแก๊งหัวลำโพงแล้วกระซิบตำรวจให้ไปล้อมจับยังไงล่ะครับ เพียงแต่เป้าคราวนี้เปลี่ยนมาที่คุณอ้ายแทน”

“แล้วเสือจะเอายังไง”

“ขอเวลาผมไม่เกินคืนนี้ได้ไหมครับ ผมจะพิสูจน์เรื่องนี้เองว่าเป็นแผนเสี้ยมรึเปล่า...”

ooooooo


ละครชาติเสือพันธุ์มังกร ตอนที่ 1 อ่านชาติเสือพันธุ์มังกรติดตามละครชาติเสือพันธุ์มังกร ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย เจมส์ มาร์,เดียร์น่า ฟลีโป 9 พ.ย. 2561 09:04 2018-11-11T00:59:51+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ