วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เจ้าสาวจำยอม

อ่านเรื่องย่อ อ่านตอนที่ 1 ทั้งหมด

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: เบญจมาศ ดาลหิรัญรัตน์

กำกับการแสดงโดย: ธนพล ผังดี

ผลิตโดย: บริษัท พอดีคำ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: มิกค์ ทองระย้า,ฝนทิพย์ วัชรตระกูล

เมษาริน สาวสวยเซเลบริตี้อันดับหนึ่งของเมืองไทย ลูกสาวคนเดียวของเมธัส นักธุรกิจเจ้าของห้างสรรพสินค้าเดอะเฮฟเว่นที่มีหลายสาขาทั่วประเทศซึ่งเป็นสมบัติตกทอดมาจากพ่อตา ชลัม ชลัมพุ ที่เสียชีวิตไปแล้ว

เมษารินกับเมธัสเป็นพ่อลูกที่ไม่เหมือนพ่อลูกปกติธรรมดาทั่วไป เนื่องจากกันยากร แม่ของเมษารินต้องเสียอกเสียใจจากปัญหาในครอบครัวเมื่อรู้ว่าเมธัสมีเมียกับลูกอยู่ก่อนที่จะมาแต่งงานด้วยจนตรอมใจตาย หลังจากแม่เสียชีวิตเมษารินโกรธเคืองพ่อ ไม่ยอมให้อภัย กลายเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน เจอหน้ากันไม่เกินสองนาทีต้องมีปากเสียง

เย็นวันนี้เมษารินอยู่ในชุดเจ้าสาวแสนสวยในโรงแรมริมทะเลแห่งหนึ่ง เจ้าบ่าวของเธอคือศรุต ทายาทเจ้าของสายการบิน เขาเป็นผู้ชายเพียงคนเดียวที่เมษารินให้ความใกล้ชิดและไว้ใจเพราะเรียนเมืองนอกมาด้วยกัน โดยที่เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเขาแอบมีปิ่นมณี ผู้หญิงที่รักมาตั้งแต่สมัยมัธยม แต่ศศิกานต์แม่ของศรุตไม่ชอบเพราะปิ่นมณีเป็นลูกสาวคนจนจึงบังคับให้เลิกกัน

จนกระทั่งความมาแตกในวันแต่งงาน เพราะปิ่นมณีเองก็กำลังจะแต่งงานกับเขตแดน นักธุรกิจหนุ่มเจ้าของบริษัทธันศรันย์ภัทร เรียลเอสเตท บริษัทที่คอยกว้านซื้อธุรกิจ ที่ดิน กิจการบริษัทที่ประสบปัญหาเพื่อนำมารีโนเวทสร้างเป็นธุรกิจใหม่ที่สร้างผลกำไร

การแต่งงานของปิ่นมณีเกิดขึ้นเพราะเธอท้องกับศรุต เขตแดนซึ่งหลงรักปิ่นมณีมาตั้งแต่เด็กยื่นมือเข้ามาช่วยเป็นเจ้าบ่าว แต่แล้วปิ่นมณีกลับตัดสินใจหนีการแต่งงานไปกับผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเขตแดนเชื่อว่าเป็นคนรักเก่าของเธอนั่นเอง

ปิ่นมณีเปลี่ยนใจกะทันหัน ติดต่อไปยังศรุตบอกให้เขารู้ว่าเธอท้องสามเดือน ศรุตกำลังจะแต่งงานกับเมษารินในวันเดียวกัน จึงทิ้งเจ้าสาวคนสวยไปทันทีเพราะเขาไม่เคยรักเธอ แต่ยอมแต่งงานเพราะอยากเอาชนะแม่ตัวเองที่รังเกียจปิ่นมณี

วิไลแม่ของปิ่นมณีแทบคลั่งที่ลูกสาวหนีการแต่งงานกับผู้ชายแสนดีอย่างเขตแดนทั้งที่รู้ว่าปิ่นมณีท้องแต่ก็ยอมแต่งงานด้วย วิไลพยายามโทร.ตามลูกสาวแต่เธอไม่รับสาย ขณะเดียวกันเมษารินก็กระวนกระวายที่เจ้าบ่าวของตนหายตัวไป โทร.ตามเป็นบ้าเป็นหลังเขาก็ไม่รับ

วิไลไม่ละความพยายามเพียรโทร.หาลูกสาวจนกระทั่งเธอยอมรับสายตามที่ศรุตแนะนำให้พูดความจริงไป

“ปิ่นเหรอลูก อยู่ที่ไหน รีบกลับมาเร็วๆเข้า คุณเขตกำลังรอเข้าพิธีแต่งงานกับลูกอยู่นะ”

“หนูจะไม่กลับไปแต่งงานกับเขตอีกแล้ว”

“แกจะบ้าเหรอปิ่น ไม่กลับมา แล้วลูกในท้องแกจะทำยังไง”

เอกพงศ์เพื่อนสนิทของเขตแดนซึ่งไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนว่าการที่เขตแดนแต่งงานกับปิ่นมณีก็เพื่อรับเป็นพ่อของเด็กในท้อง ถึงกับตะลึงมองเพื่อนอย่างอึ้งๆ แต่เขตแดนก็ยังคงนิ่งขรึมฟังแม่ลูกคุยกันต่อไป

“ลูกก็ควรจะได้อยู่กับพ่อที่แท้จริงของเขาสิคะแม่”

“ว่าไงนะ นี่หมายความว่าผู้ชายที่พาแกหนีไปก็คือ...”

“นายศรุต” เขตแดนโพล่งขึ้น วิไลยืนตะลึงพูดอะไรไม่ออก ฟังปิ่นมณีพูดประโยคสุดท้ายว่า

“หนูขอโทษค่ะแม่” แล้วเธอก็วางสายไปทันที

ooooooo

ใกล้ค่ำ เมษารินในชุดเจ้าสาวเดินเด็ดดอกไม้จากช่อทิ้งลงทะเลทีละกลีบทีละดอกอย่างเจ็บปวดที่สุด พนักงานโรงแรมออกมาถามว่าพิธีแต่งงานจะเริ่มเมื่อไหร่ เมษารินหันขวับมาตอบเสียงดังเกือบตวาด

“จะเริ่มได้ยังไงกัน เจ้าบ่าวฉันหายไปไหนก็ไม่รู้”

“แล้วทำไมไม่ไปตามล่ะครับ”

“จะให้ฉันไปตามที่ไหนล่ะ”

“ก็ไม่รู้สิครับ หรือว่าจะให้พวกผมไปช่วยตามหาให้ไหมล่ะครับ”

“เอาเลย ถ้าตามหาเจอแล้วพากลับมาแต่งงานกับฉันได้ ฉันจะจ่ายให้ไม่อั้น”

พนักงานรีบเดินกลับไป ทิ้งให้เมษารินยืนน้ำตาไหลเป็นทาง โยนดอกไม้ทิ้งแล้วแผดเสียง

“มันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตฉันนี่ ฉันพยายามเลือกคนที่ไว้ใจที่สุด หนีห่างผู้ชายเลวๆ แต่สุดท้ายฉันก็หนีไม่พ้น ในโลกนี้มีผู้ชายดีๆบ้างไหม”

เมษารินแผดเสียงแล้วกระทืบดอกไม้ก่อนเดินไปจากตรงนั้น เสียงกดชัตเตอร์ดังขึ้นตลอดเวลาโดยที่เธอไม่รู้ตัว

เมธัสพ่อของเมษารินส่งคนตามติดเก็บภาพลูกสาว และพอรู้ว่างานแต่งล่มก็ยิ้มพอใจ เพราะเขาเชื่อว่าศรุตที่เป็นลูกแหง่ไม่คู่ควรกับเมษารินแม้แต่นิดเดียว

ฝ่ายเขตแดนที่ต้องล้มเลิกงานเลี้ยงแต่งงาน เอกพงศ์เพื่อนสนิท กับอาชาลูกน้องคู่ใจของเขตแดนต่างเห็นตรงกันว่าควรปล่อยให้เขตแดนอยู่ตามลำพังในช่วงเวลาอย่างนี้

เขตแดนเดินออกมาที่มุมปาร์ตี้บาร์บีคิวของโรงแรมริมทะเล แล้วเขาก็ได้พบกับ “เจ้าสาว” นั่งคอตกอยู่ริมหาดเพียงลำพัง แรกทีเดียวคิดว่าเป็นปิ่นมณี แต่กลับกลายเป็นเมษารินที่ดื่มจนเมามาย เขตแดนคุ้นหน้าเธอ แต่ก็นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน

เมษารินกำลังเมาและอยู่ในห้วงของความผิดหวังช้ำรัก จึงด่าทอเจ้าบ่าวของเธอเป็นผู้ชายเฮงซวยให้คนแปลกหน้าฟัง ทั้งยังพร่ำพูดความในใจต่างๆนานา ชะตาชีวิตที่ใกล้เคียงกันมากทำเอาเขตแดนอึ้ง ก่อนจะหัวเราะหยันในความน่าสมเพชของเธอและเขา บอกให้เธอร้องไห้ออกมา ปล่อยมันออกมาให้หมด

เหมือนถูกแรงยุ...เมษารินร้องไห้โฮอย่างไม่อายเขา สะอึกสะอื้นตัวโยน เขตแดนลูบหลังเธอเบาๆเป็นการปลอบใจพร้อมหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมายื่นให้เธอซับน้ำตา

ooooooo

หลังจากเมษารินร้องไห้จนพอแล้วและใช้ผ้าเช็ดหน้าของเขตแดนเช็ดน้ำตาจนแห้ง เธอทำตาโตมองเจ้าของผ้าเช็ดหน้าหลังฟังเขาเล่าว่าถูกเจ้าสาวทิ้งไป

“เราเนี่ยนะชะตากรรมเดียวกัน หมายความว่าคุณก็แต่งชุดเจ้าบ่าวเก้อ ถูกเจ้าสาวทิ้งไปเหมือนกันเหรอ”

เขตแดนพยักหน้าอย่างยอมรับสภาพ “ผมถูกเจ้าสาวทิ้ง ส่วนคุณถูกเจ้าบ่าวทิ้ง เราถึงมานั่งผิดฝาผิดคู่อยู่ด้วยกันนี่ไงครับ”

“ผิดฝาผิดคู่...นี่มันคำโบราณ แล้วมันก็เกิดกับฉัน โอ๊ย อยากหัวเราะให้ฟันหัก ฮ่ะๆๆ”

เมษารินหัวเราะลงลูกคอออกมาอย่างไม่มีฟอร์ม เขตแดนหัวเราะตามพลางมองหน้าเธอไปมาก็ยิ่งรู้สึกคุ้นเข้าไปใหญ่ สักครู่เมษารินหันไปคว้าแก้วไวน์ขึ้นมา

“งั้นมา...คุณกับฉัน...ยูแอนด์มี เรามาดื่มฉลองให้กับความ...ความอะไรดีล่ะ”

เมษารินกัดนิ้วนึกๆ เขตแดนมองผู้หญิงคนนี้เมาน่ารักชะมัด

“ความโชคร้าย”

“โน!” เมษารินปฏิเสธเสียงดัง เอานิ้วที่ตัวเองเพิ่งจะกัดมาแตะที่ปากเขา เล่นเอาเขตแดนอึ้งเสียวซ่านไปหมด “โนๆๆ...ฉันจะไม่ยอมให้ตัวเองดูเป็นสินค้ามีตำหนิเกรดต่ำเซลส์กระหน่ำลดราคาเพราะความรักแย่ๆของผู้ชายเฮงซวยเด็ดขาด คุณเข้าใจมั้ย”

เมษารินถามพลางยื่นหน้าเข้ามาใกล้ เขตแดนอมยิ้ม

“ยิ้มแบบนี้หมายความว่ายังไง ฉันถามทำไมไม่ตอบ”

เขตแดนจับนิ้วเรียวยาวของเมษารินออกจากปากเขา “ก็คุณเอานิ้วที่เปื้อนน้ำลายตัวเองมาปิดปากผมอยู่ ผมจะตอบคุณได้ยังไงครับ”

“โอ้ว...เปื้อนน้ำลายด้วยเหรอ แต่คุณไม่ต้องห่วง ฉันฉีดยากันบ้าเรียบร้อยแล้ว”

เมษารินหัวเราะเอิ๊กอ๊ากตบไหล่เขตแดนอีก...

แขกที่ปาร์ตี้กันอยู่ใกล้ๆพากันมองทั้งคู่อย่างยิ้มขำ เข้าใจผิดกันไปหมดว่าบ่าวสาวคู่นี้ช่างน่ารักเสียจริง

“งั้นมาครับ เรามาดื่มฉลองให้กับความโสดดีไหมครับ”

“เย้! โดนเลย มาดื่มฉลองให้กับความโสด บอกลาการแต่งงานโง่ๆ Cheer”

เมษารินชนแก้วกับเขตแดนแล้วคล้องแขนกันดื่ม ...เธอตั้งหน้าตั้งตาดื่มหมดแก้ว แต่เขากลับค่อยๆดื่ม ตามองจับจ้องไปที่ใบหน้าสวยคมของเธอตลอดเวลา โดนเสน่ห์ของเธอสะกดเอาไว้จนละสายตาไม่ได้

ooooooo

บรรยากาศสนุกสนานในปาร์ตี้ริมชายหาด เมษารินชวนชายหนุ่มแปลกหน้าดื่มฉลองความโสดอย่างสนุกสุดเหวี่ยง ทำให้คนที่ร่วมอยู่ในงานต่างพากันคิดว่าทั้งคู่คือบ่าวสาว พากันมาชนแก้วแสดงความยินดี

ด้วยแรงยุของทุกคนทำให้เขตแดนนึกสนุกชวนหญิงสาวแต่งงานจริงๆเสียเลย และเมษารินก็สนุกด้วย ตอบตกลงแต่งงานกับเขา ทั้งสองสวมแหวนกันกลางงานปาร์ตี้ที่มีกองเชียร์เป็นพยานและแสดงความยินดีฉลองกันอย่างครึกครื้น แถมมีกิจกรรมสนุกๆให้เล่น ก่อนที่เขตแดนจะอุ้มเมษารินที่เมาหลับคาอ้อมแขนเขากลับเข้าโรงแรม

ความจริงเมษารินไม่ได้เมามายจนหมดสติ แต่เธอต้องแกล้งทำเพราะหลีกเลี่ยงกองเชียร์ที่ต้องการให้บ่าวสาวจูบกัน

“ออกมาจากปาร์ตี้แล้วใช่มั้ย”

“อ้าวคุณ นึกว่าเมาหลับไปแล้วซะอีก”

“ยัง! ถึงฉันจะเมาแต่ฉันก็ยังพอมีสติอยู่บ้าง คนแต่งงานกันเล่นๆจะให้มาจูบกัน เชอะ! ฝันไปเถอะ ปล่อยฉันลงได้แล้วคุณ ฉันจะกลับห้อง”

ชายหนุ่มปล่อยหญิงสาวลงยืน แต่เธอก็ยืนเป๋ขาอ่อนจนเขาต้องช่วยพยุงไว้

“ระวังคุณ! แค่ยืนยังไม่ไหวแล้วจะเดินกลับห้องไหวเหรอนี่”

“ไหวสิ ทำไมจะไม่ไหว ว่าแต่...ห้องฉันไปทางไหนล่ะ”

“แล้วกัน มาถามผม ผมจะไปรู้ได้ยังไงครับ”

“อ๋อ ฉันรู้แล้ว ไปทางนี้นี่เอง ไม่ใช่ๆ อยู่ทางนี้มากกว่า เอ...ไม่ใช่ทางนี้...ทางโน้นสิ เอ๊ะ หรือว่าทางนู้น”

เมษารินเดินเป๋กลับไปกลับมา เขตแดนยืนเท้าเอวมองอย่างขำๆ

“ตกลงห้องคุณอยู่ทางไหนกันแน่”

“ไม่รู้อ่ะ แต่ที่รู้แน่ๆตอนนี้คือ...ฉี่ฉันจะราดอยู่แล้ว ห้องน้ำอยู่ไหน”

“อย่าเพิ่งราดนะคุณ อั้นไว้ก่อน”

“ก็เร็วๆเข้าสิ ห้องน้ำอยู่ไหน”

“ที่ใกล้ที่สุดก็ห้องผม”

“ก็อยู่ไหนล่ะ รีบพาไปสิ ฉันขยับขาเดินยังไม่ได้เลย มันจะราดแล้ว”

“โอ๊ะ! งั้นขึ้นมา” เขตแดนรีบนั่งย่อตัวหันหลังให้ทันที สองมือของเมษารินโผกอดคอเขาหมับ เขาลุกขึ้นพาเธอขี่หลังรีบวิ่งไปทันที

เป็นอันว่าทันเวลาพอดี เมษารินไม่ฉี่รดชุดแต่งงาน แต่ก็เล่นเอาเขตแดนเหนื่อยจนหอบ ปล่อยเธอไว้ในห้องน้ำ ส่วนเขาไปต้มน้ำร้อนชงชาไว้ให้เธอดื่มแก้เมา แต่เมษารินอยู่ในห้องน้ำนานผิดปกติ จึงเดินไปร้องถาม

“เป็นยังไงบ้างคุณ”

ไม่มีเสียงตอบกลับ เขาเคาะประตูเรียกอีก

“คุณ...เสร็จหรือยัง คุณได้ยินผมมั้ย ตอบมาหน่อย คุณๆ ทำไมเงียบ เป็นอะไรหรือเปล่า”

เมื่อยังเงียบเขาจับลูกบิดประตูปรากฏว่าประตูไม่ล็อกจึงเปิดผลัวะเข้าไป แล้วก็เห็นหญิงสาวนั่งคอตกก้มหน้าแนบตักตัวเองอยู่บนชักโครก

“มาเมาหลับอะไรอยู่ตรงนี้”

เขตแดนดึงไหล่เธอขึ้นถึงรู้ว่าเธอไม่ได้หลับ แต่กำลังร้องไห้และปาดน้ำตาไปอย่างเมาๆ

“อ้าว...ร้องไห้อีกแล้ว”

“ก็มันอดไม่ได้นี่ พออยู่คนเดียว แล้วเห็นสารรูปตัวเองใส่ชุดเจ้าสาวเก้อ มันรู้สึกเจ็บจุกขึ้นมา”

“คุณแต่งชุดเจ้าสาวเก้อที่ไหน ดูนี่สิครับ” เขาจับมือที่สวมแหวนแต่งงานของเธอมาตรงหน้า “คุณเพิ่งแต่งงาน แล้วก็ได้เจ้าบ่าวคนใหม่อย่างผมมาแทน”

เขตแดนยิ้มปลอบใจ เมษารินมองแหวนแล้วมองหน้าเขา...ยิ้มทั้งน้ำตา

“จริงสินะ ฉันไม่ได้แต่งชุดเจ้าสาวเก้อ ฉันมีเจ้าบ่าวอย่างคุณ ถึงมันจะเป็นการแต่งงานหลอกๆ ก็ยังดีกว่าคืนนี้ฉันต้องอยู่คนเดียว” เมษารินพูดพลางหันมาเจอหน้าเขาที่อยู่ใกล้แค่คืบ เขตแดนต้องพยายามข่มใจกับดวงหน้าสวยๆที่ยามเมาดูยั่วยวนเหลือเกิน

“ผมว่าออกไปจากห้องน้ำดีกว่าครับ ผมจะพาคุณไปส่งที่ห้อง”

“โอเค”

เมษารินป้อแป้มาก ยักแย่ยักยันจนเขตแดนต้องขออนุญาตอุ้มเธอออกไป

ooooooo

เมื่อวางเธอลงที่โซฟารับแขก คำแรกที่เธอถามคือมีอะไรให้กินบ้าง  เขตแดนเดินไปหยิบถ้วยชาที่ชงรอไว้ บอกให้ดื่มสักหน่อยจะได้รู้สึกสร่าง แต่หันมาต้องถือถ้วยชาค้างเพราะเธอกำลังหยิบขวดแชมเปญที่แช่ไว้ในถังน้ำแข็งขึ้นมา

“แชมเปญเย็นๆช่วยให้หายคอแห้งได้นะคะ” พูดจบคว้าแก้วมารินแชมเปญไปนั่งดื่ม เขตแดนเลยต้องวางถ้วยชาไว้อย่างเดิมแล้วเดินมานั่งคุยด้วย

“ยังจะกินต่ออีกเหรอคุณ...คุณชื่ออะไรครับ ผมยังไม่รู้จักชื่อคุณเลย”

“ถ้าอยากรู้ชื่อฉัน เรามาเล่นทายชื่อกันไหมคะ... หรือว่าฉันควรจะกลับห้อง”

“เดี๋ยวครับ คุณกลับสภาพนี้ไม่ถึงห้องหรอกครับ ตกลง ผมจะเล่นทายชื่อกับคุณ ว่ากติกามา”

“กติกาง่ายๆค่ะ ถ้าคุณทายถูก คุณจะได้ดื่มแชมเปญหนึ่งแก้ว แต่ถ้าคุณทายผิด ฉันจะได้ดื่ม ส่วนคุณจะต้องถอดทีละชิ้นๆ เคยเล่นไหมล่ะ”

“เคยสิครับ ผมเคยเล่นกับเพื่อนๆ มาครับ ผมพร้อมจะทายชื่อคุณแล้ว”

สองคนสนุกกันใหญ่ ทายไปถอดไป...ในที่สุดเขตแดนก็ทายชื่อเธอถูกต้องแต่ยังนึกไม่ออกว่าเป็นใครมาจากไหน

“แล้วคุณล่ะคะ ชื่ออะไร”

“ผมชื่อเขตแดน” เขาพูดเสร็จก็จูบเธอทันที เมษารินได้แต่อึ้งตัวชา...แล้วก็หลับตาโอนอ่อนตาม

เขตแดนอุ้มเธอขึ้นอย่างช้าๆพาไปที่ห้องนอน วางเธอบนเตียงนุ่มและกอดจูบอย่างหักห้ามใจไม่ไหว


ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น เมษารินลืมตามองไปที่ประตูระเบียง ยังไม่รู้ว่าไม่ได้อยู่ในห้องพักตัวเองเพราะแต่ละห้องก็เหมือนๆกัน เธอจับหน้าผากรู้สึกถึงอาการเมาค้างของตัวเอง ก่อนยันตัวลุกขึ้นนั่งแล้วต้องตกใจเมื่อผ้าห่มหลุดจากตัว

ร่างของเธอเปลือยเปล่าไม่มีเสื้อผ้าสักชิ้น เธอใจหายวาบ จะควานหาเสื้อผ้ามาใส่แต่ยิ่งผวาตกใจ เจอหนุ่มหล่อนั่งมองอยู่ที่เก้าอี้อีกฟากเตียง

เมษารินใช้สองมือปิดหน้าอกตัวเองพร้อมกับถลาถอยหลังทำให้ร่วงตกลงข้างเตียงดังพลั่ก

“ว้าย!”

เขตแดนลุกพรวดเดินอ้อมเตียง แต่เธอร้องลั่นไม่ให้เข้ามา นั่งหน้าเหยเกคุดคู้อยู่ข้างเตียง

“นี่คุณยังเมาค้าง จำผมไม่ได้เหรอครับ”

แม้จะเมาๆจำได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่เมษารินจำเรื่องที่เกิดขึ้นกับเขาได้ แต่ส่ายหน้าอายๆไม่กล้าสบตา

“ฉันจำอะไรไม่ได้ทั้งนั้น”

“โอเค ผมจะให้เวลาคุณนึกก่อนก็แล้วกัน อ่ะนี่ คุณรีบใส่เสื้อคลุมนี่ไว้ก่อน” เขตแดนพูดพลางถอดเสื้อคลุมตัวเองออกเหลือบ็อกเซอร์ตัวเดียว

เมษารินคว้าเสื้อคลุมจากมือเขามาใส่อย่างเร็ว เสร็จปุ๊บก็หันมาโวยวายไล่เขา

“ออกไปนะ คุณออกไปให้พันจากห้องฉันเดี๋ยวนี้”

“ขอโทษนะครับ นี่ห้องผม” หญิงสาวตกใจหันวิ่งไปที่ประตู “เดี๋ยวคุณ จะออกไปทั้งอย่างนี้เหรอ”

เห็นเขาตรงเข้ามาจับแขน เธอตกใจกลัวจะโดนเขาทำอะไรอีกจึงขัดขืนและร้องขอความช่วยเหลือดังลั่น

“อย่าร้องสิคุณ”

“ปล่อยฉันนะ ปล่อย ช่วย...อุ๊บ”

เขตแดนตัดสินใจปิดปากเธอด้วยการจูบแล้วโอบพาทิ้งตัวลงบนเตียง เมษารินพยายามทุบตีเขาครู่หนึ่ง แต่แล้วก็อ่อนแรงหลับตาลงเคลิ้มไป

ooooooo

เมษารินนอนสิ้นฤทธิ์อยู่บนเตียง ค่อยๆลืมตามองชายแปลกหน้า พลันภาพเหตุการณ์เมื่อคืนกลับมาในสมองเธอตามลำดับ...ตั้งแต่เธอเจอเขาในปาร์ตี้ริมหาด ร้องไห้กับเขา ดื่มปรับทุกข์กับเขา เต้นรำกับเขา เล่นตกลงแต่งงานกับเขา และเล่นดื่มทายชื่อถอดเสื้อผ้ากับเขาในห้อง

เมษารินอึ้ง มองเขาค้างเมื่อเริ่มจำทุกอย่างได้

“เมื่อคืนเราแค่แต่งงานกันเล่นๆ แล้วภาพสุดท้ายที่ฉันจำได้คือ...เล่นทายชื่อกับคุณ”

“แล้วต่อจากนั้นล่ะ คุณจำไม่ได้เลยเหรอว่าเกิดอะไรขึ้น”

เมษารินมีอะไรกับเขตแดนอย่างเร่าร้อนวูบเข้ามาในความทรงจำทันที หญิงสาวแทบกรี๊ด

“ไม่! ฉันเมา ฉันไม่ได้เต็มใจ” เธอดิ้นและระดมทุบตีเขาอีกครั้ง แต่ถูกเขาตรึงสองแขนไว้กับที่นอน

“หยุดตีโพยตีพายแล้วฟังผมนะครับ เรื่องเมื่อคืนผมไม่ได้บังคับอะไรคุณ เรื่องระหว่างเราเกิดขึ้นเพราะบรรยากาศทุกอย่างเป็นใจ”

“งั้นก็ลืมมันซะ ฉันจะคิดซะว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” เมษารินจะลุกขึ้นแต่เขตแดนดันตรึงเธอไว้บนเตียงอีกครั้ง

“คุณจะลืมมันได้จริงๆเหรอครับ”

“ทำไมฉันจะลืมไม่ได้ คุณก็รู้ว่าฉันเมา”

“ผมรู้คุณเมา...ผมก็เมา  แต่ผมยังมีสติ ผมถึงได้รู้เรื่องอีกอย่างนึงของคุณด้วย...ผมเป็นผู้ชายคนแรกของคุณ”

เมษารินใจหาย ความรู้สึกปั่นป่วนจนน้ำตาเอ่อ ทำเอาเขตแดนใจอ่อนยวบ

“คุณคงดีใจมากสินะ มันคือชัยชนะของผู้ชาย แต่สำหรับผู้หญิงอย่างฉันมันคือเรื่องอัปยศอดสูที่สุดในชีวิต มันเกินกว่าคำว่าเสียใจที่ต้องเสียของมีค่าที่สุดในชีวิตที่ฉันอุตส่าห์เก็บไว้ให้ผู้ชายที่ฉันรักให้กับคุณไป”

เขตแดนยื่นมือจะไปเช็ดน้ำตาปลอบแต่โดนเธอออกแรงผลักอกด้วยสองมืออย่างเต็มแรงเสียก่อน จนเขาผงะหงายลงกับเตียง เมษารินรีบถลาลงจากเตียง คว้าเสื้อผ้าของตัวเองวิ่งเข้าห้องน้ำปิดประตูโครม เขตแดนมองตามแล้วทิ้งตัวลงนอนแผ่กับเตียง สีหน้าคิดหนัก...เขาจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไรดี

เมษารินยืนร้องไห้พิงประตูห้องน้ำ เธอถูกผู้ชายที่ไว้ใจที่สุดทิ้ง หนีการแต่งงานไป แล้วตื่นขึ้นมาเจอตัวเองนอนกับผู้ชายแปลกหน้าที่ไหนก็ไม่รู้...ทำไมเรื่องบัดซบนี้ถึงเกิดขึ้นกับเธอ มองตัวเองในกระจกและพยายามหักห้ามใจเข้มแข็งอย่างที่เคยทำมาตลอดหลังจากที่สูญเสียแม่ไปตอนอายุหกขวบ

“เราต้องพาตัวเองผ่านพ้นเรื่องผิดศีลธรรมนี้ไปให้ได้...เมษาริน เราทำได้พยายามคิดซะว่ามันก็แค่ฝันร้าย สักวันนึงเราก็ลืม” เธอเช็ดน้ำตาที่อาบแก้ม แล้วชะงักเมื่อเห็นแหวนแต่งงานที่นิ้วนางข้างซ้าย

เธอเจ็บใจตัวเอง ดึงแหวนออกจากนิ้วแต่ไม่ออกก็ยิ่งโมโห

“ออกมา...ออกมาสิ...แกไม่มีสิทธิ์เข้ามาอยู่ในนิ้วฉัน...ทำไมถึงคับอย่างงี้...ออกสิ”

แต่ดึงยังไงก็ไม่ออก เลยหันไปเปิดก๊อกน้ำทำให้นิ้วเปียกแล้วกดโฟมล้างมือมาฟอกที่แหวนเพื่อให้ลื่น แต่กลับดึงไม่ออกติดอยู่ที่ข้อนิ้ว

เสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้น เมษารินหยุดฟัง ชักร้อนใจว่ามีใครเข้ามาในห้องแล้วเห็นว่าตัวเองอยู่กับผู้ชาย

จำต้องหยุดดึงแหวนหันไปคว้าชุดเจ้าสาวมาใส่อย่างเร็ว

ooooooo

ประตูห้องน้ำค่อยๆแง้มออก เมษารินโผล่หน้ามองไปที่เตียงไม่เห็นชายแปลกหน้าอยู่ในห้องนอน เห็นรองเท้าส้นสูงของตัวเองกลิ้งอยู่ที่พื้น เธอรีบออกมาคว้ามันมาใส่พลางเดินย่องออกไปจากประตูห้องนอน

“ดื่มกาแฟเช้าด้วยกันก่อนสิครับ”

เสียงนั้นทำให้หญิงสาวหันขวับมองไปเห็นเขาแต่งตัวเรียบร้อยแล้วนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร มีอาหารเช้าสุดหรูที่พนักงานโรงแรมเพิ่งมาเสิร์ฟให้ เขตแดนรินกาแฟใส่ถ้วยแล้วผายมือเชิญเธอนั่ง

“คิดว่าฉันจะกินอะไรลงอีกเหรอ”

“เรื่องระหว่างเรามันไม่เลวร้ายจนถึงขนาดที่คุณจะกินอะไรไม่ลง มีชีวิตต่อไปไม่ได้หรอกครับ”

“ก็แน่ล่ะสิ คุณเป็นผู้ชายนี่ คุณจะไปเสียหายอะไร”

“ถ้าคุณคิดว่าตัวเองเสียหาย ก็เชิญนั่งลงก่อนสิครับ เรามาตกลงค่าเสียหายกัน”

“นี่คุณเห็นฉันเป็นสิ่งของหรือยังไง ถึงต้องจ่ายค่าเสียหายน่ะ”

“นี่ผมพูดอะไรก็ผิดเหรอครับ ทั้งๆที่คุณเป็นคนบอกเองว่าคุณเป็นฝ่ายที่เสียหาย ผมก็พยายามจะแสดงความรับผิดชอบอย่างลูกผู้ชายอยู่นี่ไงครับ”

เขามองหน้าเธอขึงขัง หยุดเธอให้เงียบได้...เมษารินตัดสินใจขยับเก้าอี้แล้วนั่งลงไขว่ห้างกอดอกมองเขา  อยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะแน่เหมือนท่าทางที่กำลังแสดงให้เห็นสักแค่ไหน

“ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าลูกผู้ชายอย่างคุณจะรับผิดชอบยังไง ไหนคุณลองบอกมาซิ”

เขตแดนมองสายตาท้าทายของเมษาริน รู้สึกเร้าใจและอยากเอาชนะผู้หญิงคนนี้เหลือเกิน

“ผมจะจดทะเบียนสมรสกับคุณ”

“อะไรนะ!”

“เราจะเป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย”

“ฉันไม่ได้อยากเป็นสามีภรรยากับคุณ  ไม่ต้องมารับผิดชอบแบบนี้ เราไม่ได้รู้จักกันด้วยซ้ำ ที่สำคัญฉันไม่ได้รักคุณ”

“อยู่ด้วยกัน อีกหน่อยคุณจะรู้จักผมดี และอีกหน่อยผมมั่นใจว่าคุณจะรักผม”

“เชิญบ้าไปคนเดียวเถอะ” เมษารินลุกพรวดเดินไปที่ประตูห้อง เขตแดนรีบลุกก้าวขายาวๆตามมาคว้าแขนไว้

“คุณจะไปไหนครับ เรายังตกลงกันไม่เสร็จ”

“ฉันไม่ตกลงอะไรกับผู้ชายฉวยโอกาสอย่างคุณทั้งนั้น ปล่อย!” เมษารินสะบัดแขนเต็มแรงแล้วผลักเขาจนผงะเซถอยหลังก่อนจะหันไปเปิดประตูวิ่งพรวดพราดออกไปทันที

เขตแดนวิ่งตาม สองคนยื้อยุดกอดรัดกันตรงทางเดินโดยไม่รู้ว่ามีชายคนหนึ่งแอบถ่ายรูปพวกเขาไว้ ที่สุดเมษารินสะบัดหลุดวิ่งหนีต่อไป สวนกับอาชาที่เดินเข้ามาหาเขตแดน

“ใครครับบอส”

“อย่าเพิ่งถาม ผมอยากรู้ว่าเขาพักอยู่ห้องไหน”

อาชาผงกหัวรับคำสั่งแล้วรีบตามเมษารินไป เขตแดนยืนถอนใจ...ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำให้เขาร้อนรุ่มได้ถึงขนาดนี้

เมษารินวิ่งหนีมาหยุดยืนหอบที่มุมหนึ่ง แอบมองไปว่าชายแปลกหน้าตามมาไหม เมื่อไม่เห็นก็รีบหันเดินกลับห้อง แต่แล้วนึกขึ้นได้ว่าไม่มีกุญแจห้อง โชคดีเจอแม่บ้านจึงขอกุญแจสำรองมาได้

ทันทีที่เข้าห้องได้ เธอคว้ากระเป๋าเก็บเสื้อผ้าข้าวของอย่างเร็ว ใจอยากจะไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ไปให้ไกลจากเจ้าบ่าวนิรนาม แต่แล้วเห็นโทรศัพท์มือถือจึงคว้ามันมาดู  รุ้งรดาโทร.เข้ามาตั้งแต่เมื่อวาน เมษารินกำลังอยากมีเพื่อนสักคนระบายเลยกดโทร.กลับไป

รุ้งรดาเป็นทั้งเพื่อนสนิทและเลขา รับสายอยู่ที่โต๊ะทำงานด้วยความแปลกใจ “อุ๊ย ทำไมตื่นแต่เช้าจัง เมื่อคืนเพิ่งส่งตัวเข้าหอไม่ใช่เหรอเม”

เมษารินฟังแล้วเหมือนถูกสะกิดโดนแผล เค้นเสียงไปว่า “ส่งตัวอะไรกัน”

“ทำไมพูดเสียงผิดหวังอย่างงั้นล่ะเม หรือว่า...ศรุตเมาแอ๋จนหลับเมื่อคืนเลยไม่ได้ส่งตัว”

“ศรุตไม่ได้เมา คนที่เมาคือฉันต่างหาก เพราะศรุตทิ้งฉันไว้ หนีการแต่งงานไป”

“หา! ศรุตเนี่ยนะหนีการแต่งงานไป” รุ้งรดานึกขึ้นได้ว่าเสียงดังไปเดี๋ยวคนอื่นได้ยิน รีบกระซิบกระซาบซักต่อ “เป็นไปได้ไง ก็ศรุตเป็นคนคุกเข่าขอเธอแต่งงานเองนะเม”

“แต่มันเป็นไปแล้ว ศรุตทิ้งฉันไว้ที่ชายหาด ให้ฉันแต่งชุดเจ้าสาวยืนรอเก้อแล้วเขาก็หายตัวไป”

รุ้งรดาอ้าปากค้าง สงสารเมษารินจนแทบพูดอะไรไม่ออก “โธ่เม...แล้วนี่เธอโอเคไหม ให้ฉันไปหามั้ย”

“แกไม่ต้องมาหรอก ฉันกำลังจะไป กลับถึงกรุงเทพฯแล้วฉันจะโทร.หา แค่นี้นะ”

เมษารินวางสายพยายามกล้ำกลืนน้ำตา เปลี่ยนเสื้อผ้าและหิ้วกระเป๋าออกจากห้อง คลาดกับเขตแดนนิดเดียวที่มาถามแม่บ้าน และได้คำตอบว่าแขกที่พักห้องนี้เพิ่งเช็กเอาต์ออกไปเมื่อสักครู่นี้เอง

เขตแดนเดินออกมาเห็นเมษารินกำลังออกจากประตูของโรงแรมอยู่มุมไกลข้างหน้า เขารีบวิ่งไปแต่ไม่ทัน เพราะเธอขึ้นรถขับไปอย่างเร็ว ได้แต่ยืนมองรถที่แล่นห่างออกไปไกล...ในใจคิดว่าคงจบเพียงเท่านี้

ooooooo

ที่กรุงเทพฯ วิไลเปิดร้านเลิฟเบเกอรีขายทั้งขนมและเครื่องดื่ม ขณะเธอกำลังเก็บโต๊ะที่ลูกค้าเพิ่งกินเสร็จ จู่ๆปิ่นมณีจูงมือศรุตเข้ามา วิไลที่รู้สึกเสียใจและผิดหวังกับการกระทำของลูกสาวจะเดินหนี แต่ปิ่นมณีรีบเข้ามาคว้าแขนแม่ไว้

“ยกโทษให้เราเถอะแม่ ปิ่นพารุตมากราบขอขมาแม่แล้ว”

“แม่ยกโทษให้ แล้วคิดว่าแม่ของคุณรุตเขาจะยกโทษให้เหรอปิ่น เขาไม่อยากได้เราเป็นลูกสะใภ้ ปิ่นเจอฤทธิ์เขามากี่ครั้งแล้วยังไม่เข็ดอีกเหรอ ยังจะดันทุรังกลับไปหาลูกชายเขาอีก”

วิไลนั่งเมินหน้าทำใจลำบาก ศรุตกับปิ่นมณีนั่งคุกเข่าลงตรงหน้า ศรุตพนมมือไหว้เล่าความจริง

“ที่ผ่านมาผมจำเป็นต้องห่างปิ่นทั้งๆที่ผมรักปิ่นมาก เพราะผมทนแรงกดดันจากคุณแม่ผมไม่ไหว แม่บีบบังคับผมทุกด้าน แต่วันนี้ผมจะไม่ยอมให้คุณแม่มาพรากผมไปจากปิ่นกับลูกอีกแล้วครับ”

“แต่ป่านนี้แม่คุณอาจจะรู้แล้วก็ได้ว่าคุณกับปิ่นหนีตามกันมาอยู่ที่นี่ เดี๋ยวต้องตามมาเอาเรื่องแน่ๆ”

“คุณแม่ไม่คิดว่าผมหนีมากับปิ่นหรอกครับ คงคิดว่าผมอยู่กับเม”

“เม? ใครกัน ผู้หญิงที่แม่คุณเลือกให้หรือยังไง”

“เปล่าครับ เมกับผมเป็นเพื่อนที่เรียนด้วยกันมา คุณแม่ของเราเป็นเพื่อนรักกัน จนกระทั่งคุณแม่ของเมเสีย ครอบครัวเราก็มีปัญหากันตั้งแต่นั้นมา พอคุณแม่กีดกันไม่ให้ผมรักกับปิ่น ผมก็เลยเอาคืนคุณแม่ด้วยการหันไปคบกับเมแทน”

วิไลนิ่งเงียบ ท่าทีอ่อนลงกว่าตอนแรกเพราะสงสารลูกสาว

ooooooo

เวลาเดียวกันนั้นศศิกานต์แม่ของศรุตกำลังพล่านเพราะตามหาลูกชายไม่พบ แถมยังติดต่อไม่ได้ เพียรโทร.ก็มีแต่ให้บันทึกเสียงฝากข้อความ แล้วจะติดต่อกลับไปภายหลัง

“ไอ้ลูกหัวดื้อ แกคิดจะเอาชนะฉันไปถึงไหนกัน ไม่มีผู้หญิงคนไหนรักแกเท่าแม่แกอีกแล้ว” ศศิกานต์บ่นอย่างหัวเสีย ลองกดโทร.อีกครั้งก็ไม่ติด เป็นเสียงศรุตเหมือนเดิมยิ่งโมโหหนัก “กล้าปิดเครื่องหนีแม่เหรอ แกจะทำสงครามกับแม่ใช่ไหมศรุต”

เมื่อคิดได้ว่าจะตามตัวลูกชายได้ที่ไหน ศศิกานต์คว้ากระเป๋าถือเดินจ้ำอ้าว ไม่ช้าไม่นานเธอก็ถึงห้างเดอะเฮฟเว่น เผชิญหน้ากับเมธัสที่เดินมาเจอกันโดยบังเอิญ

“ห้างเดอะเฮฟเว่นรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่สตรีเหล็กเจ้าของสายการบินชบาให้เกียรติมาเดินช็อปปิ้งที่นี่”

“ฉันไม่ได้มีเวลาว่างมาเดินช็อปปิ้ง ฉันมาตามลูกชายฉัน”

เมธัสรู้ว่าเมษารินเพิ่งจะวิวาห์ล่มกับศรุตมาแต่ทำไขสือ “คุณพูดเหมือนกับว่าลูกสาวผมลักพาตัวลูกชายคุณมางั้นแหละ”

“ถ้าคุณเข้าใจอย่างงั้น ก็ช่วยบอกลูกสาวคุณให้บอกลูกชายฉันกลับบ้านด้วย”

“ดูเหมือนว่าคุณจะอคติกับลูกสาวผมมากเกินไป”


“ฉันไม่ได้รังเกียจลูกสาวคุณ แต่ฉันรังเกียจคุณ ฉันไม่อยากเกี่ยวดองข้องแวะอะไรกับคุณ เพราะฉันไม่เคยลืมว่าเพื่อนรักของฉันต้องตายเพราะใคร” ศศิกานต์กระแทกเสียง แววตาที่จ้องมองเมธัสเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ

เวลานั้นเมษารินกลับถึงบ้านที่กรุงเทพฯแล้ว เธอเข้าห้องในสภาพเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ หยิบรูปถ่ายตัวเองตอนหกขวบที่ถ่ายคู่กับแม่มานั่งมอง รำพึงรำพันน้ำตาเอ่อ

“ผู้ชายก็มาจากนรกขุมเดียวกันหมดค่ะแม่ เห็นผู้หญิงเป็นแค่ของเล่น นึกอยากทำอะไรก็ทำ อยากรักก็รัก อยากทิ้งก็ทิ้ง ไม่เว้นแม้แต่ศรุต ผู้ชายที่เมหลงเข้าใจผิดมาตลอดว่าเป็นมนุษย์เพศชาย สปีชีส์พิเศษที่ยังหลงเหลืออยู่บนโลกแค่ 0.01 เปอร์เซ็นต์ ผู้ชายในฝันของเม สุดท้ายก็มีตัวตนอยู่แค่ในความฝันไม่มีอยู่จริงบนโลกใบนี้...”

“คิดถึงนะคะแม่ เมแค่บ่นให้ฟัง แต่จะไม่ยอมให้ผู้ชายคนไหนมาทำให้ชีวิตของเมต้องพังทลาย แม้ว่าจะเกิดเรื่องผิดพลาด”

พลันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างตัวเองกับเขตแดนแวบเข้ามาในสมอง เธอมองแหวนของเขาที่นิ้วนางซ้าย พยายามจะดึงอีกครั้งแต่ดึงไม่ออก แต่แล้วเสียงมือถือดังขึ้นขัดจังหวะ รุ้งรดานั่นเอง

เมษารินสลัดภาพในสมองทิ้ง สูดลมหายใจเข้าบอกตัวเองว่าต้องกลับไปทำหน้าที่เมษารินคนเดิม...

ทางด้านปิ่นมณีที่เว้าวอนจนแม่ใจอ่อน เธอพาศรุตขึ้นมาบนชั้นสามของร้านที่มีชั้นพักเป็นโถงนั่งเล่นและห้องนอน ออกตัวว่าบ้านคับแคบ เขาคงอยู่ได้

“สำหรับผมบ้านนี้ไม่ได้เล็ก แต่อบอุ่นเพราะมีปิ่นกับลูกอยู่ด้วย”

“ห้องปิ่นอยู่นั่น รุตเข้าไปพักก่อนนะ ปิ่นจะลงไปช่วยแม่หน้าร้าน”

“ผมไปด้วย ผมไม่มาอยู่ฟรีๆเฉยๆหรอกนะ ผมจะมาช่วยปิ่นกับแม่ทำงานที่ร้านเป็นเด็กเสิร์ฟร้านกาแฟ”

“อย่าลำบากขนาดนั้นเลยค่ะรุต”

“ลำบากมากกว่านี้ผมก็จะทำ ผมจะช่วยปิ่นทำงานทุกอย่าง เริ่มสร้างครอบครัวของเรากับปิ่นที่ร้านเบเกอรีเล็กๆนี่” ศรุตพูดจากใจ ปิ่นมณีซาบซึ้งโผกอดเขาแน่น

ooooooo

เมษารินกลับกรุงเทพฯด้วยความผิดหวัง ศรุตผู้ชายแสนดีที่ไว้ใจที่สุดซึ่งเธอเลือกสรรแล้วกลับทิ้งเธอไปในวันแต่งงาน เธอปรับทุกข์กับรุ้งรดาที่เป็นทั้งเพื่อนสนิทและเลขา ยิ่งทำให้รุ้งรดารู้สึกผิดเพราะมีส่วนเห็นดีเห็นงามให้เมษารินรับคำขอแต่งงานของศรุต

“ฉันอดรู้สึกผิดไม่ได้ วันที่ศรุตคุกเข่าขอแกแต่งงาน ถ้าไม่ใช่เพราะฉันยุแก แกอาจจะไม่ตกลงแต่งงานกับมันก็ได้”

“โทษตัวเองเพื่ออะไร มันไม่ใช่ความผิดของแกเลยนะ ถ้าฉันไม่โง่หูหนวกตาบอดเอง ต่อให้แกยุยังไงก็ยุฉันไม่ขึ้นหรอก”

“แล้วนี่จะทำยังไงต่อไปล่ะเม”

“ฉันจะลืมมัน ลืมทุกอย่างว่าเมื่อวานเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตฉัน แล้วโฟกัสแต่เรื่องงาน แกเองก็ต้องช่วยฉันให้ลืมด้วยนะรุ้ง”

“โอเค งั้นเรามาโฟกัสเรื่องงานใหญ่ที่สุดของวันนี้กัน ห้างพาราดิโซ ห้างใหม่คู่แข่งของเราจะเปิดตัวในวันนี้”

ณ ห้างพาราดิโซ...นครินทร์ หนุ่มหล่อมาดดีตัดริบบิ้นเปิดห้างแห่งใหม่ท่ามกลางแขกเหรือและสื่อมวลชน จำนวนไม่น้อย บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น รุ้งรดามีข้อมูลให้เมษารินว่าหุ้นส่วนรายใหญ่เป็นทายาทเศรษฐีจากอเมริกาแต่ยังไม่ยอมเปิดเผยตัว ทำตัวลึกลับมาก

เมษารินไม่หวั่นใดๆทั้งสิ้น พูดกับนักข่าวที่มาสัมภาษณ์ได้เต็มปากเต็มคำว่าไม่สะเทือน เชื่อมั่นในห้างเดอะเฮฟเว่นของตนว่าคุณภาพดีเยี่ยม ย่อมเป็นที่ปรารถนาของทุกคน

เย็นนั้นเมษารินเข้ามาในส่วนของออฟฟิศพร้อมรุ้งรดาแล้วเจอเมธัสที่กำลังจะกลับออกไป

“อ้าวลูกเม...กลับมาแล้วเหรอลูก”

เมษารินชะงัก ไม่อยากให้เมธัสรู้ว่าแอบไปแต่งงานกับศรุตมาแถมงานล่ม เลยทำท่าเฉยเมยจะเดินผ่านไป แต่เมธัสเอ่ยขึ้นเสียก่อน

“จะให้พ่อเดาไหมว่าลูกหายไปไหนมา”

เมษารินรีบโกหกว่าตนไปดูงานที่โรงแรมมา เมธัสยิ้มเพราะรู้ดีว่าไม่ใช่ และรู้สึกว่าเป็นโอกาสดีที่เขาจะได้พูดเรื่องโรงแรมเสียที

“ได้ฤกษ์ขายทิ้งหรือยัง”

“ไม่มีวัน”

“เม...เมื่อไหร่ลูกจะยอมรับความจริงเสียทีว่าโรงแรมของลูกมันไปไม่รอด”

“มันต้องรอด ใครที่สบประมาทเมไว้ เมจะทำให้เห็น”

“ทุกวันนี้พ่อก็เห็นอยู่ว่าลูกเอาผลกำไรจากห้างของเราไปพยุงโรงแรมนั้นไว้ แบบนี้เรียกว่ารอดใช่มั้ย”

“มันเป็นเงินของเม จากรายได้ครึ่งนึงของห้างนี้ที่คุณตาชลัมแบ่งมรดกให้เม อีกครึ่งนึงที่เป็นส่วนของคุณพ่อ คุณพ่อจะเอาไปใช้อะไร เลี้ยงอีหนูกี่คน เมเคยไปห้ามมั้ย”

“เอะอะลูกก็ดึงเข้าเรื่องอีหนู นี่พ่อกำลังเตือนลูกในฐานะนักธุรกิจนะ อะไรที่ลงทุนไปแล้วได้ไม่คุ้มเสีย ลูกควรถอย ขายมันไปซะ อย่างน้อยๆก็ได้เงินลงทุนส่วนหนึ่งกลับมา แต่ถ้ายังขืนเดินหน้าต่อ ลูกจะไม่ได้อะไรกลับมาเลยนอกจากหนี้”

เมษารินฟังแต่ไม่เชื่อ เดินฮึดฮัดเข้ามาที่โต๊ะทำงานด้วยสีหน้าไม่ยอมแพ้โดยมีรุ้งรดาเดินพูดตามหลัง

“นี่อย่าหาว่าซ้ำเติมหรือเข้าข้างพ่อแกเลยนะเม ฉันก็ได้ข่าวมาจากเพื่อนฉันในวงการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เหมือนกันว่าตอนนี้โรงแรมของแกกำลังเนื้อหอมในหมู่พวกนักธุรกิจเสือหิวที่คอยกว้านซื้อโรงแรมที่กำลังขาดทุนเพื่อเอามาทำกำไรใหม่”

นอกจากคำพูดของรุ้งรดาแล้วยังมีเอกสารบนโต๊ะตอกย้ำความสั่นคลอนธุรกิจโรงแรม 5 อันดับที่ลงทุนก่อสร้างมหาศาลแต่กลับเดี้ยงไม่เป็นท่า โดยอันดับ 1 คือโรงแรมเมษาริน...

“พอๆ แกไม่ต้องอ่านแล้ว รีบไปจองตั๋วเครื่องบินเลย ฉันจะไปโรงแรมพรุ่งนี้”

ooooooo

สองสาวถึงโรงแรมในวันถัดมา เช่นเดียวกับ เขตแดนและนครินทร์ที่ใจตรงกัน สองคนมาเพื่อเจรจาซื้อโรงแรมแห่งนี้แต่มีจุดประสงค์แตกต่างกัน

เขตแดนไม่รู้มาก่อนว่าใครคือเจ้าของโรงแรม แต่ติดต่อเข้าพักพร้อมอาชาลูกน้องคนสนิท โดยเลือกห้องที่แพงที่สุด ทำให้นครินทร์ที่มาพร้อมวันชนะพลาดโอกาสพักห้องสุดหรูราคาต่อคืนเกือบสองแสน

เมษารินอยู่ในห้องทำงาน ยืนมองออกไปด้านนอกเห็นวิวทิวทัศน์ของท้องทะเลสวยงามแล้วอดบ่นไม่ได้ว่าโรงแรมสวยขนาดนี้ทำไมไม่มีแขก

“ปัญหามันคงไม่ได้อยู่ที่โรงแรมสวยหรือไม่สวยหรอกมั้งเม”

“ฉันรู้ ฉันแค่อยากบ่นระบายไปงั้น แผนการตลาดของฉันมันคงห่วย เจาะทะลุกลุ่มลูกค้าเอาชนะคู่แข่งไม่ได้”

“แกอาจต้องการเจ้าชายขี่ม้าขาวมาช่วยก็ได้นะเม”

“ฉันเป็นเจ้าหญิงที่ไม่ต้องการเจ้าชาย” เมษารินกล่าวจริงจังหนักแน่น หารู้ไม่ว่าเวลานี้เจ้าชายรูปหล่อถึงสองคนกำลังต้องการพบเธอ

ดนัย ผู้จัดการโรงแรมต้อนรับขับสู้แขกวีไอพีอย่างเขตแดนอย่างดี เมื่อแขกต้องการพบเจ้าของโรงแรมก็รีบแจ้งไปทางเลขารุ้งรดา แต่ได้คำตอบว่าเจ้านายงานยุ่งมากไม่สะดวกให้พบ

แต่แล้วผ่านไปไม่นาน เขตแดนกับเมษารินก็ได้พบกันจะจะจังๆ ต่างฝ่ายต่างตะลึงก่อนที่ฝ่ายหญิงจะรีบเดินหนีโดยที่รุ้งรดาก้าวตามอย่างไม่เข้าใจ

ในเมื่อเธอเดินไม่หยุด เขตแดนตัดสินใจตะโกนออกไป “กลัวผมเหรอ ถึงต้องเดินหนี”

เมษารินหยุดกึก...รุ้งรดาหยุดตามและมองเลิ่กลั่ก เมษารินหันกลับมาทำใจดีสู้เสือ

“ฉันจะกลัวคุณเรื่องอะไร ฉันไม่ได้รู้จักคุณสักหน่อย”

เขตแดนยิ้มๆ จะตอบโต้แต่ดนัยเดินเข้ามาเสียก่อน “อ้าว เจอกันแล้วเหรอครับ”

“เจออะไรคุณดนัย” รุ้งรดาถาม

“ก็นี่ไงครับคุณเขตแดนที่ขอพบคุณเม”

เขตแดนกับเมษารินตกตะลึงมองกันอีกรอบ

“โธ่เอ๊ย ทำไมผมไม่เอะใจกับชื่อของคุณนะ ที่แท้คุณก็คือคุณเมษารินทายาทห้างเดอะเฮฟเว่นกับเจ้าของโรงแรมนี้”

“กรุณาอย่ามายุ่งกับฉัน เราไม่รู้จักกัน” ว่าแล้วเมษารินเดินต่อไปยังห้องจัดเลี้ยง รุ้งรดาก้าวตาม รั้งท้ายด้วยเขตแดนและอาชา

เขตแดนไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือไป ตามเข้ามาในห้องยืนยันว่าเขารู้จักเมษาริน

“คุณตามเข้ามาทำไม ออกไปนะ”

“ผมคิดว่าคนอื่นมากกว่าที่ควรจะออกไป แล้วปล่อยเราสองคนได้คุยกัน ไม่อย่างนั้นเรื่องที่เราคุยค้างกันไว้ มันจะไม่จบนะครับ”

เมษารินจนแต้มต้องบอกให้รุ้งรดาออกไปก่อน อาชามองเขตแดนที่พยักหน้า เท่านี้ก็รู้ว่าตัวเองต้องออกไป เหมือนกัน

ooooooo

เมื่ออยู่กันสองคน เขตแดนจะขยับเข้าหาแต่เธอห้ามเสียงแข็งไม่ให้เข้ามาใกล้ มีอะไรให้ยืนพูดอยู่ตรงนั้น ชายหนุ่มมองแหวนที่นิ้วนางของเธอ เอ่ยอย่างดีใจว่า

“คุณยังคงสวมแหวนแต่งงานของเราอยู่”

“นึกว่าฉันอยากใส่เหรอ มันคับ ถอดไม่ออก”

 “ก็ใส่ไว้เถอะครับ ไม่เห็นต้องถอด ผมยังยืนยันความตั้งใจเดิมคือรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเราด้วยการจดทะเบียนสมรสกับคุณให้ถูกต้อง”

“บ้าบอ! ฉันไม่มีวันจดทะเบียนสมรสผูกมัดตัวเองไว้กับผู้ชายที่ฉันไม่ได้รักเด็ดขาด”

“คุณคิดใหม่อีกทีก่อนตอบผมดีกว่านะครับ ฐานะในสังคมของคุณเป็นที่รู้จัก เกิดใครรู้เรื่องระหว่างเราขึ้นมา มันจะเสียหายไปถึงครอบครัวคุณด้วยนะครับ”

“ถ้าฉันไม่พูด ถ้าคุณไม่ไปเที่ยวคุยโวก็ไม่มีใครรู้หรอก แค่ความผิดพลาดครั้งเดียวมันไม่ได้สลักสำคัญอะไรกับฉันเลย ฉันจะเขี่ยมันทิ้งได้ง่ายๆเหมือนขยะ”

เขตแดนสุดจะทนใจเย็น ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนดูแคลนเขาขนาดนี้มาก่อน “ก็ได้ครับ คุณเห็นผมเป็นขยะ งั้นผมจะเห็นคุณเป็นแค่ตุ๊กตาก็แล้วกัน”

“ว่าไงนะ คุณว่าฉันเป็นตุ๊กตายางงั้นเหรอ หยาบคายที่สุด”

“ก็เอาที่สบายใจ คุณอยากจะเป็นตุ๊กตาอะไรก็ได้สำหรับผม ก็เหมือนกับที่คุณปฏิเสธความรับผิดชอบของผม คุณเป็นคนเลือกเองนะครับ”

เมษารินอึ้งมองหน้าเขาอย่างหนักใจ เวลานั้นนอกห้องดนัยพานครินทร์กับวันชนะมาถึง พอรุ้งรดารู้ว่ามีหนุ่มหล่ออีกคนอยากพบเมษาริน ถึงกับรำพึงว่า

“นี่มันวันเปิดประตูสวรรค์รึไงยะ ถึงมีเทพบุตรมาเข้าคิวพบหญิงเมถึงสองคน”

ภายในห้อง เมษารินตัดบทเชิญเขตแดนกลับออกไปเพราะหมดธุระแล้ว แต่เขาบอกว่าธุระของตนกำลังจะเริ่มต้นต่างหาก เธอฮึดฮัดแหวใส่เขาแต่พลาดตัวเองเกือบล้ม ถ้าไม่ได้เขาเข้ามาประคองกอดไว้ ความใกล้ชิดทำให้เขตแดนสูดดมกลิ่นหอมจากเส้นผมของเธอ...บอกตัวเองว่าเขาหลงเสน่หาผู้หญิงคนนี้ จนมันเข้าใกล้คำว่ารักแล้ว

“นี่...ปล่อยฉันนะ อย่ามาฉวยโอกาส” เมษารินขืนตัวดิ้นออกมาจากอ้อมแขนเขาได้ “ฉันไล่คุณแล้วไล่คุณอีก ทำไมคุณยังไม่ไป คุณต้องการอะไรจากฉันนักหนา”

“โรงแรมของคุณ ผมขอซื้อ”

“ใครบอกคุณว่าฉันจะขายโรงแรมนี้”

“ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ใครๆเขาก็รู้ทั้งนั้นว่าโรงแรมของคุณขาดทุนย่ำแย่ขนาดไหน บริษัทธันศรันย์ภัทร เรียลเอสเตทของผมช่วยคุณได้”

“ไม่ต้องมาบอกว่าช่วยเหลือ พวกคุณมันนักธุรกิจเสือหิว”

“ใจเย็นๆครับคุณ นี่ผมกำลังเจรจาเรื่องธุรกิจกับคุณ ไม่เอาอารมณ์ส่วนตัวมาเกี่ยวข้อง บริษัทผมซื้อธุรกิจที่ประสบปัญหาแบบคุณมาเยอะมาก และทุกที่ก็พอใจกับราคาที่เราเสนอให้ หรือว่าคุณอยากจะเป็นคนกำหนดราคาขายเองก็ลองเสนอผมมาได้ครับ”

“แสนล้าน! คุณจะซื้อมั้ย”

“ผมขอต่อรองราคาได้ไหมครับ”

“ไม่ได้! ถ้าคุณไม่ซื้อแสนล้านวันนี้ พรุ่งนี้มันจะขึ้นไป 4 แสนล้าน มะรืนมันจะขึ้นไป 8 แสนล้าน เพราะโรงแรมนี้มันไม่ได้สร้างขึ้นมาด้วยดิน หิน ปูน แต่มันสร้างขึ้นมาด้วยชีวิตจิตใจของฉัน” เธอพูดจบก็เป็นฝ่ายเดินผ่านเขาไป เขตแดนรับรู้ว่าเมษารินรักโรงแรมนี้มากแค่ไหน

ooooooo

นครินทร์นั่งรออย่างใจจดจ่อ พอได้ยินเสียงประตูเปิดหันไปเห็นสาวสวยเดินออกมาก็รีบลุกไปแนะนำตัว “ผม...นครินทร์ครับ”

เมษารินหยุดมองนครินทร์อย่างแปลกใจ รุ้งรดารีบบอกว่า “คุณนครินทร์มาขอพบเมน่ะ”

“คุณคงไม่ได้มาพบฉันเพราะอยากจะขอซื้อโรงแรมฉันเหมือนคนโน้นใช่ไหมคะ” เมษารินพูดพลางปรายตามองเขตแดนที่ก้าวออกจากประตูห้องมา

“ถ้าผมตอบว่าใช่ล่ะครับ”

เมษารินไม่คาดคิดว่าจะใช่จริงๆ นครินทร์รีบพูดกับเธอด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเป็นมิตร

“แต่ผมจะไม่เร่งรัดคุณหรอกครับ ผมจะรอเวลาที่คุณจะให้โอกาสผมได้พบ และพูดคุยกันแบบสบายๆน่ะครับ อาจจะทานข้าวกันคุยกันไป”

เมษารินปิ๊งไอเดียที่อยากจะแก้เผ็ดเขตแดน “งั้นตกลงค่ะ เย็นนี้ฉันขอเชิญคุณทานมื้อค่ำด้วยกันนะคะ ทิ้งเบอร์โทร.ไว้กับเลขาของฉันนะคะ แล้วเขาจะโทร.ไปคอนเฟิร์มเวลาสถานที่อีกที”

เมษารินพูดเสร็จก็รีบเดินไปทันที รุ้งรดาเข้าไปคุยกับนครินทร์ ขณะที่เขตแดนจับตามองรู้สึกว่าจะเจอก้างขวางคอเข้าให้แล้ว จากนั้นเขาให้อาชาหาข้อมูลของหนุ่มคนนี้ อาชาใช้เวลาไม่นานก็รายงานอย่างรวดเร็วทันใจ

“ชื่อนครินทร์ ทายาทเศรษฐีจากเมืองนอก เพิ่งบินกลับมาเมืองไทย เป็นหุ้นส่วนใหญ่เจ้าของห้างพาราดิโซ ที่เพิ่งเปิดใหม่ครับ”

“ห้างพาริดิโซ ที่ว่ากันว่าจะมาเป็นคู่แข่งของห้างเดอะเฮฟเว่นซึ่งเป็นของคุณเม”

นครินทร์โผล่มาในร้านกาแฟพอดี ต่างฝ่ายต่างแนะนำตัวและพูดถึงอาชีพของกันและกัน แต่พอเขตแดนชวนนั่งโต๊ะเดียวกัน นครินทร์ขอเป็นโอกาสหน้าเพราะเขายังอยู่โรงแรมนี้อีกหลายวัน

“เหรอครับ งั้นไว้เจอกันนะครับ”

นครินทร์ยิ้มแล้วเดินผละไปนั่งที่โต๊ะมุมไกล เขตแดนนั่งลงยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มพลางใช้ความคิด ขณะที่อาชาคาดเดาว่านครินทร์ตั้งใจจะซื้อโรงแรมนี้ไปให้ได้ แต่เขตแดนเชื่อว่าเป้าหมายของเขาไม่ใช่โรงแรมเพียงอย่างเดียว

ooooooo


ละครเจ้าสาวจำยอม ตอนที่ 1 อ่านเจ้าสาวจำยอมติดตามละครเจ้าสาวจำยอม ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย มิกค์ ทองระย้า,ฝนทิพย์ วัชรตระกูล 18 ส.ค. 2561 12:29 2018-08-12T00:57:21+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ