นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เจ้านาง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: 'เติ้ล' ประกบ 'ทับทิม' 7 สีงัด 'เจ้านาง' พีเรียดสยองขวัญสู้ 'เลือดมังกร'



    ผ่านกลุ่มชาวบ้านที่เก็บเงินโปรยทานมาได้ ขบวนเสลี่ยงของเจ้านางละอองคำยังไม่พ้นวิบากกรรม นังฝนติดสินบนม้าทรงหญิงหลายคนให้มาขัดขวางทางเข้าหอเสกสมรส โดยทำทีเหมือนถูกผีเข้า นังฝนยิ้มพอใจ รีบไปสมทบกับเจ้านางปิ่นเมืองที่มองอย่างพอใจเช่นกัน สองเจ้าไทที่คุมขบวนเสลี่ยงโวยวายไล่ตะเพิด

    “วันนี้หอเสกสมรสมีการมงคล ไยม้าทรงมาทรงผีเอาเพลานี้ เฮ้ยหยุดๆสิ”

    ม้าทรงไม่สนใจยังคงขวางทางต่อไป เจ้าราบฟ้าพอจะมองออกว่าเกิดอะไรขึ้น ดึงดาบสะหรีกัญไชยออกจากฝัก ขู่พวกผีถ้ายังไม่ออกจากร่างทรงจะฟันด้วยดาบเล่มนี้ ม้าทรงไม่กลัว แถมชี้หน้าเจ้านางละอองคำ

    “เสนียดแผ่นดิน อุบาทว์จะกินเมือง ข้าไม่ยอมรับมัน...ข้าไม่ยอมรับมัน” ว่าแล้วเธอหงายหลังตึง ม้าทรงผู้อื่นทำตาม เจ้านางปิ่นเมืองได้ทีรีบเข้ามาใส่ไฟ

    “ผีหลวงเมืองนายมาเข้าม้าทรง เจ้าพี่ได้ยินหรือไม่เจ้าข้า ว่าผีหลวงบอกว่าอย่างใด เยี่ยงนี้แล้วเจ้าพี่ยังจะให้มันเข้าไปในหอเสกสมรสอีกหรือเจ้าข้า”

    เจ้าราบฟ้ายืนกรานจะให้เจ้านางละอองคำเข้าไปข้างในให้ได้เนื่องจากตนแต่งตั้งให้เธอเป็นมหาเทวีแล้ว เจ้านางปิ่นเมืองเชิญเขาทำตามใจ หากเมืองนายร้อนเป็นไฟเมื่อใดเขาต้องรับผิดชอบ เพื่อตัดปัญหา เจ้านางละอองคำตัดสินใจจะไม่เข้าไปในหอเสกสมรส เจ้านางปิ่นเมืองหลงดีใจว่าเธอปฏิเสธการเป็นมหาเทวี

    “ไม่...ข้าคือมหาเทวีแห่งเมืองนาย มงกุฎนี้คือสิทธิ์อันชอบธรรมของข้า” เจ้านางละอองคำชูมงกุฎขึ้นเหนือหัว เจ้าราบฟ้าประกาศยืนยันคำพูดของเธอ ทุกคนพากันถวายความเคารพ ยกเว้นเจ้านางปิ่นเมืองไม่ยอมไหว้เธอให้เสียมือ หากอยากจะสั่งตัดหัวตนก็เชิญได้เลย แล้วเดินเชิดหน้าออกไป

    “เจ้ากลับคุ้มไปก่อนเถิดละอองคำ สักวันพี่จะแต่งตั้งเจ้าให้สมเกียรติ”

    เจ้านางละอองคำกลับขึ้นเสลี่ยงด้วยความน้อยใจ...

    การกระทำครั้งนี้ของเจ้าราบฟ้า ทำให้เจ้าฟ้าเสียใจหนักจนประชวร พึมพำน้ำตาคลอว่าเขาทำเหมือนไม่เคารพผีอารักษ์เมืองนายที่สืบสายจารีตมาหลายชั่วอายุคน หรือนี่จะเป็นอวสานของเมืองนาย

    ด้านเจ้าราบฟ้าทราบข่าวการประชวรของเจ้าพ่อรีบรุดมาเยี่ยม แต่ถูกทหารองครักษ์ขวางไว้ เนื่องจากเป็นบัญชาของเจ้าฟ้าห้ามผู้ใดเข้าไปในห้องบรรทมเด็ดขาด

    “แม้แต่ข้าผู้เป็นเจ้าหลวงเมืองนายและเป็นลูกของเจ้าฟ้าอย่างนั้นรึ”

    ทหารเอาแต่ก้มหน้าไม่กล้าตอบคำถาม เจ้าไทคนหนึ่งออกมาจากข้างในขอร้องเจ้าราบฟ้าอย่าเพิ่งเข้าเฝ้าตอนนี้ พระองค์ยังไม่หายกริ้วเขา ตนเกรงว่าหากเห็นหน้าเขาแล้วจะเสียใจจนสิ้นพระชนม์

    ooooooo

    ตั้งแต่กลับจากคุ้มหลวง เจ้าราบฟ้าเอาแต่นั่งซึมไม่ยอมแตะต้องสำรับคาวหวานที่เจ้านางละอองคำนำมาให้ เธอไม่อยากเห็นเขาทุกข์ใจ จะเอามงกุฎมหาเทวีไปคืน เขาทรุดตัวลงนั่งข้างๆเชยคางเธอขึ้น

    “น้องพี่...พี่ยอมไม่ได้ พี่ยอมเจ้าพ่อได้ทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องของเจ้า พี่รักเจ้า มงกุฎมหาเทวีต้องอยู่ที่เจ้า คนเดียวละอองคำ อดทนอีกหน่อยเถิด สักวันผีหลวง

    เมืองนายก็คงเปิดทางให้เราสองคนรักกัน” เจ้าราบฟ้าระดมจูบเธอไปทั่วแล้วกอดไว้อย่างรักใคร่...

    อีกมุมหนึ่งในสวนดอกไม้ของคุ้มเจ้านางละอองคำ ขณะเจ้านางรุ้งแก้วกำลังเก็บดอกไม้จะไปไหว้พระ หญิงขายผีโผล่พรวดออกมาจากพุ่มไม้ใกล้ๆ เธอตกใจร้องว้ายลั่น หญิงขายผียังไม่ละความพยายามจะขายผีของตัวเองให้เธอเอาไปเลี้ยง เธอไม่สนใจบอกให้เอาไปเสนอคนอื่น

    “แต่ข้าอยากขายให้เจ้าสองคนเท่านั้น ข้ารู้ดีว่าผีข้ามีนิสัยอย่างใด ไม่ต่างจากพี่สาวเจ้าดอก ผีกับคนเลี้ยง ถ้าสื่อถึงกันได้ ทุกอย่างก็ราบรื่น” หญิงขายผีว่าแล้วขยับเข้าหา เธอกลัวมากขว้างดอกไม้ในมือใส่หน้า แล้ววิ่งหนีขึ้นเรือน แต่ต้องชะงักเมื่อเจอนางข้าไทหลายคนต่างก้มลงกราบ เจ้านางละอองคำอธิบายว่านางข้าไทพวกนี้เจ้าพี่ราบฟ้าส่งมารับใช้เราสองคน ระหว่างนั้นเจ้าราบฟ้าในชุดเต็มยศตามออกมา

    “วันนี้มีทูตมาจากหลายเมืองมาถวายบรรณาการแก่เมืองนาย พี่คงอยู่ที่หอคำทั้งวัน กลางคืนมีงานรื่นเริงต้อนรับทูต พี่จะส่งเสลี่ยงมารับเจ้านะ ละอองคำ”

    ทีแรกเจ้านางละอองคำปฏิเสธที่จะไปด้วย แต่พอได้ฟังเหตุผลของเขาที่ว่าตอนนี้เธอเป็นมหาเทวีของเมืองนายแล้ว จะหายหน้าจากงานพิธีไม่ได้ เธอจึงยอมไปงานกับเขา...

    ขณะที่เหล่าทูตจากหลายเมืองกำลังถวายเครื่องบรรณาการให้เจ้าราบฟ้าเจ้าหลวงองค์ใหม่อยู่ที่หอคำ เจ้านางปิ่นเมืองจะเข้าเฝ้าเจ้าฟ้าซึ่งนอนประชวรอยู่ให้ได้ แต่เจ้าไทที่ถวายอารักขาไม่ยอมให้เข้า

    “ลืมไปแล้วหรือเจ้าไท เจ้าก็แค่ลูกเชลยที่เจ้าพ่อเอามาเลี้ยงไว้เป็นตัวประกัน อย่าสำคัญตนผิดคิดว่าเป็นลูกแท้ๆเยี่ยงข้า หลีกไป”

    “แต่หมอหลวงบอกว่าพระอาการเจ้าฟ้า...”

    “ถ้าเจ้าฟ้าสิ้นพระชนม์ไม่มีลูกคอยดูพระทัยข้างพระวรกาย เจ้าจะมีความผิด ข้าจะให้เจ้าพี่ราบฟ้าประหาร ชีวิตเจ้า...หลีกไป” คำขู่ของเธอได้ผล เจ้าไทยอมหลีกทางให้ แต่ห้ามนังฝนกับนังฟองตามเข้าไป

    เจ้านางปิ่นเมืองเจ้าเล่ห์ เป่าหูเจ้าฟ้าที่นอนประชวรให้เกลียดชังเจ้านางละอองคำมากยิ่งขึ้น ถือโอกาสหยิบตราแผ่นดินที่วางอยู่ใกล้ๆใส่มือพระองค์ แล้วคลี่กระดาษที่เธอนำติดตัวมาด้วย ก่อนจะจับมือพระองค์ประทับตราแผ่นดินลงไป เจ้าไททักท้วงว่าเธอคิดจะทำอะไรกันแน่ เธอไม่ตอบอะไร แต่หันไปทางเจ้าฟ้า

    “เจ้าพ่ออย่าโกรธข้าเลย ข้าทำเพื่อเมืองนาย หาไม่อีละอองคำจักอ้างสิทธิ์ไปกว่านี้”

    “ข้าอยากรู้ว่าในกระดาษแผ่นนั้น...” เจ้าฟ้าซัก

    “ผีหลวงเมืองนายประทับม้าทรงสั่งห้ามละอองคำเข้าไปในหอคำ ห้ามนั่งบัลลังก์ตั่งทอง ห้ามเข้าไปในสุสาน

    หลวงและห้ามย่างกรายเข้ามาในคุ้มหลวง หาไม่เสนียดจัญไรจะทำให้เมืองนายต้องอุบาทว์เจ้าข้า”

    “ขอบใจ...ปิ่นเมือง” เจ้าฟ้ายิ้มอย่างพอใจ ขณะที่เจ้านางปิ่นเมืองแอบยิ้มสะใจ

    ooooooo

    ณ หอคำเมืองนายสถานที่จัดงานเลี้ยงต้อนรับทูตจากหัวเมือง เจ้าราบฟ้ากำลังจะพาเจ้านางละอองคำ กับเจ้านางรุ้งแก้วเข้างาน แต่ต้องหยุดกึกเมื่อเจ้านางปิ่นเมืองมายืนขวางไว้ พร้อมกับชูประกาศห้ามนังเสนียดเข้าหอคำที่เจ้าฟ้าประทับตราแผ่นดินเอาไว้ เจ้าราบฟ้ากระชากใบประกาศไปดู

    “ไม่มีเหตุผลที่เจ้าพ่อจะห้ามไม่ให้ละอองคำเข้าไปในนี้”

    “มีสิเจ้าข้า ผู้หญิงเลือดชั่วแบบแม่มันคบชู้สู่ชายจนต้องคมดาบเพชฌฆาต ตายแล้วยังไม่ให้เถ้ากระดูกเข้ามาในเมือง เป็นเสนียดพอที่จะห้ามได้หรือไม่เจ้าคะ ส่วนตัวเจ้าผิดผีร่านชายพาผู้ชายไปนอนถึงในคุ้ม แค่นี้ก็เป็นเสนียดพอที่ผีหลวงจะจงเกลียดจงชังได้หรือยังเล่าละอองคำเหย” เจ้านางปิ่นเมืองหัวเราะใส่หน้า เจ้านางละอองคำโกรธมากตบเธอหน้าหัน

    “ปิ่นเมืองเหย คราวนี้เสนียดที่เจ้าชังนักคงติดตัวเจ้าไปตลอด จำไว้นะ ต่อให้ข้าตายแล้วเกิดใหม่สิบชาติ ข้าก็ไม่มีวันให้อภัยเจ้า” เจ้านางละอองคำพูดจบหันหลังเดินจากไป โดยมีเจ้านางรุ้งแก้วตามไปติดๆ

    “กลับไปปิ่นเมือง จำไว้นะ ต่อให้ละอองคำเป็นอย่างใด พี่ก็รักของพี่คนเดียว เจ้าอาจจะได้ทุกสิ่งทุกอย่างไปจากพี่และละอองคำ แต่เจ้าไม่มีวันได้หัวใจของพี่ไปดอก กลับไปซะ” เจ้าราบฟ้าไล่ตะเพิดเจ้านางปิ่นเมืองอย่างไม่ไยดี สร้างความไม่พอใจให้เธออย่างมาก คิดหาทางเอาชนะให้ได้...

    หญิงขายผีพยายามตื๊อเจ้านางละอองคำให้ซื้อผีของตนไปเลี้ยงไม่เว้นแม้กระทั่งในความฝัน แปลงร่างเป็นกรวยดอกไม้ลอยไปมาพร้อมกับยื่นใบหน้าน่ากลัวเข้ามาใกล้ เธอกรีดร้องสุดเสียงด้วยความหวาดกลัว ทำให้เจ้าราบฟ้าที่นอนอยู่ข้างๆผวาตื่นเขย่าเรียกให้รู้สึกตัว

    เจ้านางรุ้งแก้วได้ยินเสียงร้อง รีบเข้ามาดูว่าเกิดอะไรขึ้น เจ้านางละอองคำเล่าว่าฝันถึงผีหน้าตาน่ากลัวมาก

    “ผีทำอะไรเราไม่ได้ดอก พี่มีดาบสะหรีกัญไชย ดาบศักดิ์สิทธิ์ของเมืองนาย ไปรบกับพวกฝรั่งดั้งขอ

    ผีปอบ ผีโพง ผีร้ายใดๆพี่ก็ปราบมาหมด พี่จะไปดูเองว่ามันอยู่ที่ใด” เจ้าราบฟ้าคว้าดาบที่อยู่ข้างเตียงแล้วลุกออกไป เจ้านางรุ้งแก้วเข้ามากอดปลอบใจเจ้าพี่มันก็แค่ฝันเท่านั้น ก่อนจะเดินตามเจ้าราบฟ้าออกมาหน้าคุ้ม พวกนางข้าไทพลอยแตกตื่นไปด้วย เขาตรวจดูโดยรอบแต่ไม่พบสิ่งผิดปกติ

    “เห็นไหมไม่มีผีดอกน้องพี่ ไปนอนเถอะ มันก็แค่ฝันร้าย” เจ้าราบฟ้าว่าแล้วโอบเจ้านางละอองคำกลับห้อง เจ้านางรุ้งแก้วบอกให้พวกนางข้าไทไปนอนกันได้แล้ว วันพรุ่งนี้เธอกับเจ้าพี่ละอองคำจะไปวัด ให้เตรียมสำรับคาวหวานไว้ด้วย
    เธอรอจนทุกคนไปหมดแล้ว จึงเดินไปที่หน้าต่าง เห็นหญิงขายผีถือกระจาดยืนมองอยู่ก็ตกใจ รีบปิดหน้าต่างทันที

    ooooooo

    เจ้านางปิ่นเมืองต้องการกำจัดศัตรูหัวใจให้สิ้นซาก จึงเรียกม้าทรงให้มาพบที่คุ้มของตัวเองแต่เช้าเพื่อปรึกษาแผนชั่วร้าย ม้าทรงเสนอจะให้ผีเข้าสิงร่างเจ้าฟ้า หากคุมพระองค์ได้จะได้โทษเจ้านางละอองคำว่าเป็นคนเลี้ยงผีและส่งผีมาทำร้ายพระองค์ เจ้านางปิ่นเมืองเห็นดีด้วย

    “แล้วเจ้าพี่ล่ะ ข้าอยากให้เจ้าพี่มาอยู่ที่คุ้มข้า รักข้าหลงข้าแต่ผู้เดียว”

    ม้าทรงลีลาท่ามากต้องการได้ค่าจ้างเพิ่ม เจ้านางปิ่นเมืองรู้ทันโยนอัฐให้อีกไถ้หนึ่ง แล้วสั่งให้บอกแผนการมา ม้าทรงแค่จะให้เธอลวงเจ้าราบฟ้ามาที่คุ้มแห่งนี้ รับรองเขาจะไม่ออกไปที่ใดอีกเลย จะอยู่กับเธอจนกว่าเธอจะเบื่อ เจ้านางปิ่นเมืองลุกพรวดสีหน้าสะใจ

    “อีละอองคำต้องถูกประหารเพราะเลี้ยงผี เอาผีมากุมเจ้าฟ้าเมืองนาย ส่วนเจ้าพี่ราบฟ้าหลงข้าจนโงหัวไม่ขึ้น...โอ๊ย อะไรจะทำให้ข้ามีความสุขไปมากกว่านี้ อีกเล่า”...

    ตักบาตรเสร็จ เจ้านางรุ้งแก้วพาเจ้าราบฟ้ากับเจ้านางละอองคำเข้าไปในโบสถ์ แล้วส่งเทียนชะตาให้

    “ตนบุญเจ้าอารามรู้ว่าเจ้าหลวงราบฟ้ากับมหาเทวีเสด็จจึงทำเทียนชะตาถวายเจ้าข้า จุดแล้วจะทำให้ชีวิตสว่างไสวดุจแสงประทีปเจ้าข้า”

    เจ้านางละอองคำจุดเทียนแล้วตั้งที่เชิงเทียน แต่มีลมพัดกระโชกเข้ามาทางหน้าต่างทำให้เทียนดับ เธอถึงกับหน้าเสีย เท่านั้นไม่พอเทียนยังถูกลมพัดล้มกลิ้ง เจ้าราบฟ้าต้องปลอบว่าแค่ลมพัด อย่าคิดมาก แม้จะได้รับคำปลอบโยน แต่ก็ไม่ทำให้เธอคลายความกังวล...

    เมื่อกลับถึงคุ้ม เจ้านางละอองคำยังคงมีสีหน้าเคร่งเครียด บ่นกับเจ้าน้องว่าเทียนชะตาล้มแบบนี้ ชีวิตของตนคงไม่รอด เจ้านางรุ้งแก้วจับมือเธอไว้ ปลอบว่าอย่าคิดมาก เธอไม่เคยคิดร้ายกับใคร ผีหลวงเมืองนายต้องเมตตาแน่ๆ เธอกลับไม่คิดแบบนั้น เพราะตั้งแต่เราสองคนเกิดมา ยังไม่เคยได้รับความเมตตาจากผีหลวงเลยสักครั้ง แล้วจะให้เธอเชื่อได้อย่างไร...

    ตกดึกม้าทรงท่องคาถาเรียกผีชายมาตนหนึ่ง สั่งการให้ไปเข้าสิงเจ้าฟ้า หากงานสำเร็จ เธอจะล้มควายให้หนึ่งตัว ผีชายรับคำก่อนจะหายตัวไปโผล่ที่ปลายเท้าของเจ้าฟ้าซึ่งนอนอยู่บนตั่งในคุ้มหลวง พระองค์พยายามขยับหนี แต่ผีจับเท้าทั้งสองข้างไว้ พระองค์ส่งเสียงร้องให้คนช่วยแต่เสียงที่เปล่งออกมาฟังไม่ได้ศัพท์ ราชองครักษ์ที่เฝ้าอยู่เห็นเพียงพระองค์กระสับกระส่าย จึงสั่งให้ทหารไปตามหมอหลวง

    เจ้าฟ้ายังคงดิ้นหนี แต่ไม่สำเร็จ ผีสลายร่างเป็นควันลอยเข้าไปในร่างของพระองค์
    ooooooo

    เจ้าราบฟ้าทราบข่าวการประชวรของเจ้าพ่อ เตรียมแต่งตัวจะไปเข้าเฝ้า เจ้านางละอองคำก้มลงสยายผมเช็ดเท้าให้ เขารีบประคองเธอลุกขึ้น ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ด้วย แค่ไปดูอาการเจ้าพ่อแล้วก็กลับ เธอหวั่นใจเกรงจะเกิดเรื่องไม่ดี เขาดึงเธอมากอด ปลอบว่าไม่ต้องเป็นห่วง

    “ลืมแล้วหรือว่าพี่เป็นเจ้าหลวงของเมืองนาย เว้นจากเจ้าพ่อแล้วพี่ก็หาเกรงผู้ใดไม่”

    “กลับมานะเจ้าข้า อย่าทิ้งข้ากับรุ้งแก้วอยู่กับพวกข้าไทในคุ้มตามลำพัง”

    “โธ่ พี่จะไปไหนเสียเล่าละอองคำ หัวใจพี่อยู่แต่เจ้าเพียงผู้เดียว” เจ้าราบฟ้าหอมแก้มเธอฟอดใหญ่...

    เจ้าฟ้าถูกผีสิงทำให้จำลูกตัวเองไม่ได้ เจ้าราบฟ้ากังวลใจมากหันไปถามหมอหลวงว่าพระองค์เป็นอะไรไป เขาเองก็จนปัญญาปรุงยาให้หลายขนานแล้ว แต่อาการของพระองค์ไม่ดีขึ้น น่าจะไม่ใช่เพราะโรคภัย ยังไม่ทันบอกว่าน่าจะเกิดจากถูกผีสิง เจ้านางปิ่นเมืองพรวดพราดเข้ามาบีบน้ำตาร้องเรียกพระองค์เสียงลั่น ผีที่สิงร่างเจ้าฟ้ารู้งาน รีบออกจากร่างไปนั่งข้างตั่ง ทำให้สติของพระองค์กลับคืนมาแต่ร่างกายอ่อนแรงเต็มที

    “ช่วยพ่อ...ด้วย...ผี...มันจะกุม...พ่อ มันนั่งอยู่นั่น” เจ้าฟ้าชี้ไปยังจุดที่ผีอยู่โดยที่คนอื่นไม่เห็น เจ้าราบฟ้าคว้าดาบสะหรีกัญไชยขึ้นมากวาดตาไปทั่วห้อง สั่งให้ผีร้ายออกไป ผีหาเกรงกลัวไม่ เข้าสิงร่างเจ้าฟ้าอีกครั้ง

    “ฮ่าๆๆไม่มีใครทำอะไรข้าได้ดอก เว้นแต่คนที่ส่งข้ามาเท่านั้น”

    ผีร้ายเตี๊ยมกับม้าทรงมาเรียบร้อย พอเจ้านางปิ่น–เมืองถามว่าใครส่งมา ผีใส่ความว่าเจ้านางละอองคำเป็นคนส่งตนมา เจ้าราบฟ้าไม่เชื่อเงื้อดาบจะฟัน เจ้าไทกับราชองครักษ์รีบเข้ามาจับตัวไว้ ขืนทำแบบนั้นอาจโดนพระองค์ได้ เจ้านางปิ่นเมืองได้ที ยุให้ส่งคนไปจับตัวผู้บงการ จะปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้

    “ไว้เป็นหน้าที่ที่ข้าจะต้องสอบสวนเอง”

    “ถ้าเช่นนั้นก็ให้ผีหลวงมาประทับม้าทรงสิเจ้าข้า จะได้รู้เห็นไปเลย พวกเจ้าเห็นด้วยหรือไม่”

    ทุกคนเห็นด้วยกับเจ้านางปิ่นเมือง เจ้าราบฟ้าชี้ดาบไปที่เจ้าพ่อ สั่งให้ผีร้ายออกจากร่าง มันกลับท้าทายให้ลงมือตามสบาย ดาบจะทำให้เจ้าฟ้าสิ้นพระชนม์ แต่ทำอะไรตนไม่ได้...

    ในเวลาต่อมา ม้าทรงถูกตามตัวมายังห้องบรรทมของเจ้าฟ้า เธออ้างว่าการทำน้ำมนต์เพื่อปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายจะต้องกระทำตามลำพังเพียงเธอกับพระองค์เท่านั้น เจ้าราบฟ้าจะทักท้วง แต่เจ้านางปิ่นเมืองขัดขึ้นเสียก่อน ขืนชักช้าเจ้าพ่ออาจถูกผีกินตับไต้ไส้พุงจนเกลี้ยง ทุกคนจึงต้องออกไปรอนอกห้อง

    ม้าทรงไม่ได้ทำน้ำมนต์ไล่ผี แค่สั่งคำเดียวผีร้ายก็ออกจากร่างเจ้าฟ้าไปอย่างรวดเร็ว แล้วรอให้พระองค์เผลอ รีบหยิบผงยาเสน่ห์โปรยลงในน้ำมนต์ แล้วยกขันน้ำมนต์ออกมาให้เจ้าราบฟ้าดื่ม อ้างว่าจะช่วยปัดเป่าเสนียดที่อยู่ในตัวเขาให้หมดไป เจ้านางปิ่นเมืองเห็นเขาลังเล คะยั้นคะยอให้ดื่ม

    เจ้าราบฟ้าหลงกลดื่มเข้าไปหนึ่งจอกเท่านั้น สายตาก็พร่าเลือน มองเจ้านางปิ่นเมืองเห็นเป็นใบหน้าของหญิงคนรัก ส่งตาหวานเยิ้มให้ เธอรู้ทันทีว่ายาเสน่ห์ออกฤทธิ์รีบจูงมือเขากลับคุ้มตัวเอง โดยมีนังฟองกับนังฝนตามมาติดๆ เขาอดใจไม่ไหวรวบตัวเธอมากอดเพราะคิดว่าเป็นเจ้านางละอองคำ

    “เจ้าพี่ อายอีพวกข้าไทบ้างสิเจ้าขา ประทับให้สบายพระทัย เสวยคาวหวานให้สำราญก่อนดีกว่า”

    “เพลานี้คงไม่มีอะไรที่พี่อยากกินเท่าเจ้าอีกแล้ว” เจ้าราบฟ้าหอมแก้มเจ้านางปิ่นเมืองที่ทำทีผลักไสอย่างอายๆก่อนจะวิ่งหนีเข้าห้องนอน เขารีบวิ่งตามแล้วปิดประตูลงกลอน สองนางข้าไทยิ้มพอใจที่แผนการสำเร็จด้วยดี ด้านเจ้าราบฟ้าระดมจูบเจ้านางปิ่นเมืองไม่ยั้ง แต่กลับพร่ำเพ้อเรียกชื่อเจ้านางละอองคำ เธอหยุดกึกไม่พอใจที่เขาเห็นเธอเป็นนังเสนียดคนนั้น จับใบหน้าเขาให้จ้องตาด้วย

    “ข้าปิ่นเมือง ไม่ใช่ละอองคำ เจ้าพี่รับสั่งเรียกชื่อข้าสิเจ้าข้า ปิ่นเมือง เจ้าพี่รักปิ่นเมืองคนเดียวเท่านั้น”

    เจ้าราบฟ้าเหมือนต้องมนต์สะกดพูดตามอย่างว่าง่ายทำให้เธอพอใจมาก...

    อาหารที่เตรียมไว้ให้เจ้าราบฟ้า นังฟองและนังฝนไม่ลืมใส่น้ำมนต์ปนยาเสน่ห์ลงไปด้วย เพื่อทำให้เขาหลงเสน่ห์เจ้านางปิ่นเมืองจนไม่ต้องออกไปจากคุ้มแห่งนี้...

    ฝ่ายเจ้านางละอองคำรอแล้วรอเล่า ไม่เห็นแม้แต่เงาของเจ้าราบฟ้า สังหรณ์ใจอย่างบอกไม่ถูกว่าเขาคงจะไม่กลับมาหาตนเองอีกแล้ว...

    ขณะที่เจ้าราบฟ้าโดนยาเสน่ห์ของเจ้านางปิ่นเมืองจนโงหัวไม่ขึ้น ที่ชายแดนเมืองนาย พวกฝรั่งดั้งขอบุกเผากระท่อมของชาวบ้าน และใช้ปืนไฟยิงทุกคนซ้ำอย่างโหดเหี้ยม

    ooooooo

    ข่าวฝรั่งดั้งขอบุกเผาทำลายบ้านเรือนตามชายแดนรู้กันไปทั่วทั้งเมืองหลวง เหล่าขุนนางน้อยใหญ่มารวมกันที่หอคำเพื่อรอให้เจ้าราบฟ้าบัญชาการรบ แต่บัลลังก์ตั่งทองกลับว่างเปล่าไม่มีวี่แววของเขา ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ต่างปรึกษาหารือจะทำอย่างไรให้เจ้าราบฟ้ายอมออกจากคุ้มของเจ้านางปิ่นเมือง

    “เราไปดูกันดีไหมหากไม่มาว่าราชการก็คงต้องกลับไปกราบทูลเชิญเจ้าฟ้าเมืองนายมาว่าราชการแทน”

    บางคนไม่เห็นด้วย ในเมื่อเจ้าฟ้ามอบบัลลังก์ให้เจ้าราบฟ้าแล้ว ทำไมจะต้องไปรบกวนพระองค์มาอีก พวกตนไม่เคยเห็นเจ้าหลวงองค์ใดเหมือนเจ้าราบฟ้ามาก่อน...

    เจ้านางละอองคำเสียใจมากเมื่อรู้ว่าเจ้าราบฟ้าไม่ยอมออกว่าราชการมัวแต่ขลุกอยู่กับศัตรูของเธอในคุ้ม หนีเข้าห้องปิดประตูร้องไห้เพียงลำพัง เจ้านางรุ้งแก้วสงสารเธอจับใจแต่ไม่รู้จะช่วยเหลืออย่างไร...

    เมื่องานสำเร็จด้วยดี เจ้านางปิ่นเมืองจึงมอบอัญมณีเป็นรางวัลให้นังฝนและนังฟอง อีกทั้งยังรับปาก หากจับตัวนังละอองคำได้เมื่อไหร่ เธอจะริบสมบัติของมันแล้วเอามาแบ่งให้ทั้งคู่ด้วย นังฟองเห็นดาบวางอยู่บนพานในห้องสมบัติก็ตื่นเต้นตาโต ถามว่านั่นใช่ดาบสะหรีกัญไชยหรือไม่

    “ใช่ ดาบศักดิ์สิทธิ์ เจ้าฟ้าเมืองนายทุกพระองค์เชื่อว่าเมื่อสิ้นแล้ว ดวงวิญญาณจะสิงสถิตที่นี่ เหตุนี้ทำให้ม้าทรงสั่งนักสั่งหนาว่าอย่าให้เข้าใกล้เจ้าพี่” ขาดคำมีเสียงราบฟ้าเรียกหา “ปิ่นเมือง” ดังขึ้น เธอเร่งให้ทั้งคู่รีบออกไปก่อนที่เขาจะเข้ามาในห้องนี้...

    ในเมื่อเจ้าราบฟ้าไม่ออกว่าราชการ เจ้าฟ้าแห่งเมืองนายจึงต้องออกนั่งบัลลังก์ตั่งทองแทนที่ และบัชญาการให้เจ้าไทบางส่วนนำทัพไปสกัดทัพพวกฝรั่งดั้งขอ แล้วพระองค์จะให้เจ้าราบฟ้าคุมทัพหลวงไปสมทบ เราจะยอมให้พวกฝรั่งยึดเมืองนายไปเป็นเมืองขึ้นไม่ได้เด็ดขาด...

    ขณะที่บ้านเมืองถูกศัตรูรุกล้ำอธิปไตย เจ้านางละอองคำทุกข์ใจเรื่องชายคนรัก ชวนเจ้าน้องไปไหว้พระประธานในโบสถ์อธิษฐานขอให้ท่านช่วยเหลือ ตนบุญเจ้าอารามบอกให้เธอหักห้ามใจ ยอมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นให้ได้ เธอเครียดจัดตะโกนเสียงลั่น

    “ตนบุญช่วยข้าไม่ได้ ยังจะสอนให้ข้ายอมรับความชั่วของอีปิ่นเมืองอีกหรือเจ้าข้า”

    เจ้านางรุ้งแก้วพยายามพูดเตือนสติ ยิ่งทำให้เธอโกรธ ตัดพ้อว่าตัวเองอาภัพนักเข้าวัดหวังจะให้พระให้เจ้าช่วยก็ยังไม่มีเมตตาให้ แล้วลุกพรวดออกไปทันที ตนบุญฝากเจ้านางรุ้งแก้วไปเตือนเธอด้วย หากยังประคองสติให้นิ่งไม่ได้ มารจะมีอิทธิพลต่อเธอ ระวังมารจะทำให้ชีวิตของเธอตกต่ำ เจ้านางรุ้งแก้วรับคำแล้ววิ่งตามเจ้าพี่ออกมา แต่ไม่เจอไม่รู้เธอหายไปทางไหน...

    ฝ่ายเจ้าฟ้าร้อนใจมาก เสด็จไปตามเจ้าราบฟ้าที่คุ้มของเจ้านางปิ่นเมืองด้วยตัวเองเพื่อให้นำทัพหลวง ออกสู้รบกับพวกฝรั่งดั้งขอ เจ้านางปิ่นเมืองอิดออดไม่ยอมให้พระองค์เอาตัวเขาไป เกรงจะเอาชีวิตไปทิ้งในสนามรบ ขอร้องให้ส่งพวกเจ้าไทไปทำหน้าที่แทนพระองค์ตัดบทเสียงกร้าว

    “หยุดนะ ให้ราบฟ้าแต่งตัวได้แล้ว พ่อจะรอที่นี่”

    เจ้านางปิ่นเมืองหนีไม่ออก จำต้องพาเจ้าราบฟ้าที่ถูกยาเสน่ห์ไปแต่งตัว เขางอแงเป็นเด็กทารกจะไม่ยอมทิ้งเธอไปไหน เจ้าฟ้าเห็นยืดยาดจะบุกเข้าไปเอาตัว ถูกนังฟองกับนังฝนขวางไว้ ก่อนพระองค์จะกริ้วมากไปกว่านี้ เจ้านางปิ่นเมืองพาเจ้าราบฟ้าออกมาเสียก่อน พระองค์ไม่เห็นดาบสะหรีกัญไชยอยู่ด้วยก็ถามหา ทั้งนายทั้งบ่าวต่างอึ้ง ด้วยกลัวว่าหากเจ้าราบฟ้าถือดาบศักดิ์สิทธิ์แล้วมนต์ที่สะกดไว้จะเสื่อม

    “ไปเอาดาบมา” เจ้าฟ้ารับสั่งเสียงกร้าว นังฝนกับนังฟองลนลานไปหยิบดาบมาให้ทันทีที่เจ้าราบฟ้ารับดาบสะหรีกัญไชยไปถือ มีลมวูบเข้ามาพัดเงาดำออกจากร่าง สีหน้าของเขากลับเป็นปกติ กวาดตามองไปรอบๆอย่างงุนงง ถามว่าเจ้านางละอองคำไปไหนแล้วตนมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร

    “นี่เจ้าพูดอะไรราบฟ้า ไม่ต้องถามถึงอีละอองคำแล้ว เจ้าจะต้องออกไปรบกับพวกดั้งขอ”

    “ข้ายอมทุกอย่างขออย่างเดียวให้ข้าได้ลาน้องละอองคำก่อน”

    เจ้านางปิ่นเมืองกลัวเจ้าพ่อจะจับพิรุธได้ รีบใส่ความเจ้านางละอองคำพร้อมกับบีบน้ำตากลบเกลื่อน “ที่แท้ ข้าก็รู้แล้ว อีละอองคำเลี้ยงผีเหมือนอย่างที่ม้าทรงบอก มันส่งผีกุมเจ้าพ่อแล้วก็ยังส่งผีกุมเจ้าพี่ราบฟ้า แกล้งส่งเจ้าพี่มาทรมานข้า...เจ้าพ่อต้องตัดหัวอีละอองคำเซ่นดวงวิญญาณผีหลวงเมืองนาย”

    เจ้าราบฟ้าไม่เชื่อว่าหญิงคนรักของตนจะเป็นแบบนั้น เจ้าฟ้าไม่สนใจว่านังนั่นจะเป็นแบบไหน ถึงอย่างไรเขาก็ไปหาเธอไม่ได้ ต้องนำทัพหลวงออกศึก แล้วสั่งให้เขากลับไปพักผ่อนให้แข็งแรงที่คุ้มหลวง

    “ระหว่างนี้ให้เจ้าไทและเจ้าเมืองต่างๆรับศึกฝรั่งดั้งขอไปก่อน ดาบเล่มนี้พ่อจะเก็บรักษาไว้เอง ไปคุ้มหลวงกับพ่อ ราบฟ้า” เจ้าฟ้าเดินนำเขาออกไป เจ้านางปิ่นเมืองเจ็บใจครุ่นคิดหาทางเอาเขาคืนมาให้ได้...

    ตั้งแต่กลับจากคุ้มของเจ้านางปิ่นเมือง เจ้าราบฟ้าเอาแต่นอนตาลอยมองเพดาน เจ้าฟ้าเห็นแล้วอดหนักใจไม่ได้ สภาพแบบนี้จะคุมทัพหลวงออกรบไหวหรือ บ่นให้พวกเจ้าไทที่จะต้องร่วมออกศึกว่า

    “เรี่ยวแรงไม่มี อ่อนแอเกินกว่าจะรับศึกได้ ข้าหวั่นใจว่าอีกไม่กี่วันเมืองนายคงพินาศ พวกเจ้าต้องปกป้องราบฟ้าลูกข้านะเจ้าไททั้งหลาย”

    ooooooo

    ณ ชายแดนเมืองนาย การรบระหว่างทหารเมืองนายกับศัตรูเป็นไปอย่างดุเดือด ทัพหลวงโดยการนำของเจ้าราบฟ้าต้านกองทัพฝรั่งดั้งขอที่มีอาวุธเป็นปืนไฟไม่ไหว พวกเจ้าไทเห็นท่าไม่ดีรีบเสนอแนะ

    “ข้าว่าพาเจ้าพี่ราบฟ้ากลับเมืองก่อนเถิด แล้วค่อยหาทางมาสู้กับมันใหม่”

    ทันใดนั้นลูกปืนยิงมาถูกหนึ่งในเจ้าไทล้มลงต่อหน้า เจ้าราบฟ้าจะเข้าไปช่วยแต่เจ้าไทคนอื่นๆรีบกันตัวออกมาแล้วพากันมุ่งหน้ากลับเมืองหลวง...

    ด้านเจ้านางละอองคำเป็นห่วงความปลอดภัยของเจ้าราบฟ้า จึงมาไหว้พระขอให้คุ้มครองเขา โชคไม่ดีที่ศัตรูคู่แค้นของเธอจะมาไหว้พระที่นี่เช่นกัน ทั้งสองคนมีปากเสียงกันรุนแรง เจ้านางปิ่นเมืองเถียงสู้ไม่ได้หันไปกล่อมเจ้านางรุ้งแก้วหวังจะให้มาเป็นพวกเดียวกัน สัญญาจะมอบแก้วแหวนเงินทองของมีค่าให้

    “เถ้ากระดูกแม่เรา มันยังกล้าทำลาย แล้วเจ้าจะเชื่อได้รึว่ามันจะทำอย่างที่พูด แค่อ้าปากกลิ่นของความชั่วก็เหม็นไปทั้งเมืองแล้ว” แดกดันจบ เจ้านางละอองคำชวนเจ้าน้องกลับ เจ้านางปิ่นเมืองมองตามแค้นใจ

    “มันคงคิดว่าเจ้าพี่ราบฟ้ารักมันมันถึงกล้าปากดีกับข้า”

    “จริงๆแท้ๆเจ้าข้าเจ้านาง” นังฟองกับนังฝนขานรับอย่างพร้อมเพรียงกัน...

    ค่ำวันเดียวกัน เจ้าฟ้ารับทราบข่าวทัพหลวงแตกพ่ายด้วยน้ำตาคลอเบ้า เป็นห่วงเจ้าราบฟ้า ป่านนี้จะเป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้ เจ้านางปิ่นเมืองทราบข่าวนี้เช่นกัน วิ่งหน้าตื่นเข้ามาถามข่าวคราวของเขา เจ้าฟ้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน เธอกระเถิบเข้าไปกราบเท้าพระองค์

    “เหตุใดเจ้าพ่อมิลองเชิญผีหลวงเมืองนายมาเข้าทรงเล่าเจ้าข้า บางทีอาจมีผู้ใดทำผีหลวงโกรธหรือไม่ก็ทำเมืองนายให้ต้องอุบาทว์ เมืองนายจึงมีชะตากรรมเยี่ยงนี้”

    ooooooo

    เจ้าฟ้าหลงเชื่อคำยุยงของเจ้านางปิ่นเมือง สั่งให้ม้าทรงมาทำพิธีเชิญผีหลวงเมืองนาย ณ ลานเข้าทรงผีปู่ย่า โดยมีชาวบ้านมาร่วมชมพิธีกรรมนี้ด้วย เจ้านางละอองคำและเจ้าน้องยืนอยู่ด้านหลังของกลุ่มชาวบ้าน ชะเง้อคอยาวมองไปยังลานพิธี เห็นม้าทรงซึ่งเป็นคนของเจ้านางปิ่นเมืองตัวสั่นเหมือนผีหลวงเข้าประทับร่าง

    “ข้าอยากรู้นักว่าเกิดอันใดขึ้น เมืองนายถึงต้องชะตาเยี่ยงนี้” เจ้าฟ้าถามเสียงลั่น

    “ก็เพราะมีคนอุบาทว์ทำผิดผีน่ะสิ”

    “ผีหลวงก็บอกเลยสิว่าผู้ใด เจ้าพ่อของข้าจะได้ประหารชีวิตมันเสีย จะควักหัวใจมันเซ่นสรวงบูชาผีหลวงเสียวันนี้เลย” เจ้านางปิ่นเมืองลอบสบตากับม้าทรงอย่างรู้กัน ม้าทรงประกาศว่าคนที่ทำให้บ้านเมืองเป็นเยี่ยงนี้ก็คือเจ้านางละอองคำ ชาวบ้านพาเหลียวมองเธอเป็นตาเดียวกัน เจ้านางปิ่นเมืองเห็นเธออยู่ในกลุ่มชาวบ้าน สั่งให้ทหารไปจับตัว

    “จับข้าทำไม ข้าไม่ได้ทำอะไรผิด” เจ้านางละอองคำปัดมือทหารออก

    “เจ้าผิดผี เจ้าก็รู้อยู่แก่ใจ จักแก้ตัวไปไยเล่า อย่าอยู่เป็นเสนียดแผ่นดินเลย จับอีละอองคำแห่ประจานรอบเมืองแล้วก็เผามันทั้งเป็น เลือดอุบาทว์ของมันจะได้ไม่ตกต้องแผ่นดินเมืองนาย”

    เจ้านางละอองคำพยายามอธิบายว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตน แต่เจ้าฟ้าไม่ฟัง เจ้านางรุ้งแก้วช่วยอ้อนวอนขอร้องเจ้านางปิ่นเมืองให้เมตตาเจ้าพี่ของเธอด้วย จะให้กราบเท้าก็ยอม เจ้านางละอองคำร้องห้ามไว้

    “หยุดรุ้งแก้ว อย่ากราบแทบเท้าให้เสียศักดิ์ศรี อีปิ่นเมืองอย่าหมายว่าจะทำอะไรก็ได้ วันนี้เป็นวันของเจ้า แต่ถ้าชาติหน้ามีจริง ข้านี่แหละขอจองเวรจองกรรมกับเจ้าไปทุกภพทุกชาติ”

    “เอาชาตินี้ให้รอดก่อนเถอะ ค่อยฝันถึงชาติหน้าอีละอองคำเหย เอาตัวมันไปได้แล้ว เจ้าฟ้ารับสั่งอย่างใดก็ทำตามนั้น” สิ้นเสียงเจ้านางปิ่นเมือง ทหารจะลากเจ้านางละอองคำออกไป เธอถ่มน้ำลายใส่หน้าคู่อริ

    “อีละอองคำ กูนี่แหละจะจุดไฟเผามึงด้วยมือกูเอง” เจ้านางปิ่นเมืองประกาศก้องด้วยความแค้น...

    เจ้าราบฟ้าทราบเรื่องที่เจ้านางละอองคำถูกตัดสินให้เผาทั้งเป็นฐานเป็นเสนียดต่อแผ่นดิน กัดฟันลุกขึ้นจากเตียงจะไปหา เจ้าไทรีบกันไว้ เตือนว่าร่างกายยังอ่อนแอไม่ควรจะไปไหนตอนนี้ เขาไม่ฟังสั่งให้หลีกทาง เจ้าฟ้าเข้ามาเห็นก็ไม่พอใจ ห้ามเขาออกไปไหนเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นไม่ต้องมาเผาผีกัน

    “รักอีหญิงคนชั่วมากกว่าพ่อมากกว่าแผ่นดินหรือราบฟ้า เจ้าเอาความคิดเยี่ยงนี้มาจากไหน...หา” คำสั่ง ของเจ้าพ่อดังคำประกาศิต เจ้าราบฟ้าทรุดตัวลงนั่งน้ำตาคลอเบ้าเป็นห่วงหญิงคนรักแทบขาดใจ...

    ในเวลาต่อมา เจ้านางละอองคำถูกพันธนาการกับขื่อแล้วลากตัวมาที่ลานประหาร ท่ามกลางสายตาชาวบ้านจำนวนมาก พลันมีพายุพัดกระโชกเข้ามา เมฆดำลอยเข้าปกคลุมท้องฟ้า

    “อาเพศ...ผีหลวงเร่งเร้าให้พวกเราเผามัน” หัวหน้าทหารหันไปพยักพเยิดกับลูกน้อง เจ้านางรุ้งแก้วแหวกกลุ่มชาวบ้านเข้ามาทรุดตัวลงร้องไห้สะอึกสะอื้น หัวหน้าทหารเห็นใจ เปิดโอกาสให้ทั้งคู่ได้ล่ำลากัน แล้วชวนลูกน้องไปเตรียมกองไฟสำหรับพิธีเผาทั้งเป็น เจ้านางละอองคำกระซิบกับเจ้าน้อง

    “รุ้งแก้ว ถ้าอยากช่วยพี่ก็จงไปตามหายายขายผี บอกว่าถ้าผีของยายช่วยพี่ได้ พี่จะทิ้งผีปู่ย่าแล้วยอมรับผีของยาย...ไปสิ เร็วเข้า ก่อนที่พี่จะถูกพวกมันเผา”
    ไม่นานนัก เจ้านางรุ้งแก้ววิ่งกระหืดกระหอบมาถึงกู่ของแม่ที่ชายป่า หญิงขายผีก็โผล่พรวดออกมา

    “อยากได้ผีของข้าใช่ไหม อีละอองคำพี่เจ้ามันส่งจิตถึงข้าข้าถึงมาดักรอเจ้า”

    “ผีของยายช่วยเจ้าพี่ละอองคำได้แน่นะ”

    “แน่สิ แต่เจ้าต้องพาผีของข้าเข้าไปในคุ้มของเจ้าก่อน แล้วพูดยอมรับผีของข้า” หญิงขายผีบอกให้เจ้านางรุ้งแก้วหยิบกรวยดอกไม้ในกระจาดของตัวเอง แล้วเร่งให้เธอรีบไป ครู่ต่อมา เจ้านางรุ้งแก้วนำกรวยดอกไม้จะก้าวขึ้นบันไดคุ้ม แต่ถูกผีปู่ย่าแสดงอิทธิฤทธิ์ไม่ยอมให้เข้า เธอยกมือไหว้อ้อนวอน

    “เจ้าพี่ละอองคำต้องการความช่วยเหลือ โปรดยอมรับให้ผีต่างวงศ์เข้ามาในคุ้มนี้ด้วยเถิดเจ้าข้า”

    ผีปู่ย่ายอมตามที่เธอขอร้อง พลันกรวยดอกไม้ลอยขึ้นไปเหนือคุ้ม ร่างของผีหญิงชราวูบผ่านหน้าเจ้านางรุ้งแก้วเข้าไปในเรือน เธอตกใจถึงกับผงะ ผีปลอบว่าไม่ต้องกลัว หากเจ้านางละอองคำรับปากจะเลี้ยงดูตนไม่ให้อดอยาก ตนจะช่วยเหลือเอง เจ้านางรุ้งแก้วรับรองว่าเจ้าพี่ของเธอรักษาสัจจะ

    ผีหัวเราะเสียงลั่นแล้วหายตัวไป ก่อนจะไปโผล่ยังลานประหาร ทำลายเครื่องพันธนาการเจ้านางละอองคำจนเป็นอิสระ ทันใดนั้นกรวยดอกไม้ปรากฏขึ้นตรงหน้า พร้อมกับเสียงของผีหญิงชรา

    “รับปากสิว่าจะเลี้ยงดูข้าข้าจะช่วยเจ้าเอง”

    “ข้าจะเลี้ยงดูผีเจ้า จะทำทุกอย่างตามที่ผีเจ้าต้องการ จัดการพวกมันให้ข้าที”

    กรวยดอกไม้พุ่งเข้าหาเจ้านางละอองคำ พริบตาเธอกลายร่างเป็นผีหญิงชรา จัดการสังหารพวกทหารตายเรียบ เป็นจังหวะเดียวกับพวกฝรั่งดั้งขอบุกถึงคุ้มหลวง ไล่ฆ่าคนเป็นว่าเล่น ชาวบ้านต่างหนีเอาตัวรอด นังฟองกับนังฝนปะปนอยู่กับกลุ่มชาวบ้าน รีบพากันวิ่งไปเตือนเจ้านางปิ่นเมือง

    ooooooo

    อึดใจถัดมา เจ้านางละอองคำก็ได้สติ ผีหญิงชราปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า

    “ข้าหิว ข้าอยากกินมัน...ข้าอยากกินมัน” ผีหญิงชราเข้าสิงร่างเจ้านางละอองคำทันที ดวงตาคู่สวยของเธอเปลี่ยนเป็นน่าสะพรึงกลัว แลบลิ้นยาวแล้วมองไปยังศพทหารที่ตายเกลื่อน...

    เจ้านางปิ่นเมืองรู้จากนังฝนและนังฟองว่าพวกฝรั่งดั้งขอบุกถึงคุ้มหลวงแล้ว รีบสั่งการให้ขนกำปั่นใส่สมบัติหนี ทั้งสามคนพากันมาถึงลานประหาร แต่ต้องชะงักเมื่อเจอเจ้านางละอองคำนั่งกินไส้ของทหารอย่างเอร็ดอร่อย สองนางข้าไทตกใจยืนตัวแข็ง กำปั่นในมือหล่นพื้น ขณะที่เจ้านางปิ่นเมืองผงะถอยกรูด

    “พวกเจ้าต้องสังเวยชีวิตให้ผีเจ้าของข้า” ผีในร่างเจ้านางละอองคำหัวเราะเสียงลั่น ทั้งสามคนนายบ่าวไม่รอดเงื้อมมือผีหญิงชรา...เมืองนายแตกพ่ายไม่อาจต้านทานพวกฝรั่งดั้งขอได้ กลุ่มเจ้าไทประคองเจ้าราบฟ้าหนีตายมาสมทบกับเจ้าฟ้าที่ลานหน้าคุ้ม พระองค์บัญชาให้ล่าถอยไปตั้งหลักเพื่อวันหน้าจะกลับมากอบกู้เมืองนายอีกครั้ง เจ้าราบฟ้าไม่ยอมหนีไปไหนทั้งนั้น จะไปหาเจ้านางละอองคำให้ได้ เจ้าฟ้าไม่ยอมให้ไป สั่งให้ทหารจับตัวไว้ เขาชักดาบสะหรีกัญไชยขึ้นมาขู่ หากใครกล้าขวางจะไม่ไว้ชีวิต ถ้าไม่มีเธอไปด้วย เขาจะไม่ยอมไปไหนทั้งนั้น

    “ละอองคำมันตายแล้ว ราบฟ้าเชื่อพ่อสิ”

    “ไม่ ถ้าแม้นละอองคำตาย ข้าก็จะเอาเถ้ากระดูกนางไปด้วย หลีกไป” พูดจบ เจ้าราบฟ้าวิ่งออกไป เจ้าฟ้านึกถึงอัฐิของปู่ย่าขึ้นมาได้ จะต้องเอาติดไปด้วย รีบกลับเข้าไปในคุ้มหลวง ฝ่ายเจ้าราบฟ้าไปไม่ถึงลานประหารเจอพวกฝรั่งดั้งขอยิงปืนใส่ฟุบจมกองเลือดเสียก่อน...

    หลังจากสังเวยชีวิตคู่อริให้กับผีที่ตนเองเพิ่งซื้อมาเลี้ยง เจ้าละอองคำรีบกลับไปเก็บข้าวของที่คุ้มโดยไม่ลืมเอากรวยดอกไม้ที่ได้จากหญิงขายผีใส่ตะกร้าติดมือไปด้วย สองพี่น้องยังไม่ทันจะก้าวออกจากคุ้มมีนกตกลงมาตายตรงหน้า เจ้าละอองคำนึกถึงชายคนรักขึ้นมาทันที สั่งให้เจ้าน้องไปรอที่ท่าน้ำ

    “เราจะขอนั่งเรือของพวกพ่อค้าล่องแม่น้ำลงใต้ไปตายเอาดาบหน้า” สั่งเสร็จเจ้านางละอองคำคว้าตะกร้าใส่กรวยดอกไม้รีบวิ่งออกไป แต่เธอมาแค่ทันดูใจชายคนรักเท่านั้น ไม่สามารถช่วยอะไรเขาได้ เสียงผีหญิงชราสั่งให้เธอรีบออกไปจากที่นี่ อย่ามัวพิรี้พิไร เจ้านางรุ้งแก้วกำลังจะเอาอัฐิผีปู่ย่าติดไปด้วย

    ครู่ต่อมา เจ้านางละอองคำมาถึงท่าน้ำ เจอเจ้าพ่อซึ่งถือห่อผ้าใส่อัฐิผีปู่ย่าอยู่กับเจ้าไทและทหารบางส่วนโดยมีเจ้านางรุ้งแก้วยืนอยู่ใกล้ๆ ในมือมีห่อผ้าขาวใส่อัฐิผีปู่ย่าเช่นกัน เธอสั่งให้เจ้าน้องเอาห่อผ้าทิ้ง เจ้าน้องไม่ยอมทำตาม เธอแย่งห่อผ้าไปได้ก็เหวี่ยงลงแม่น้ำ เท่านั้นไม่พอ เธอยังแย่งห่อผ้าในมือเจ้าพ่อโยนทิ้งเช่นกัน เจ้าฟ้ากริ้วมาก ด่าเธอว่าเนรคุณ ต่อแต่นี้ไปชีวิตของเธอจะไม่มีความสุข พูดยังไม่ทันขาดคำ พระองค์เกิดแน่นหน้าอก ก่อนจะทรุดลงสิ้นพระชนม์...

    เจ้านางละอองคำกับเจ้านางรุ้งแก้วโดยสารเรือสินค้าล่องใต้สู่เมืองสยาม พ่อค้าเจ้าของเรือคิดจะลวนลามเจ้าน้อง เจ้านางละอองคำจึงขอให้ผีฆ่าทุกคนบนเรือ แล้วยึดทรัพย์สมบัติในเรือไว้เป็นของตัว

    ooooooo










    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    20 ต.ค. 2564

    09:40 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 21:10 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์