ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

มนต์จันทรา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ทางเกาะยานก พิพัชได้รับแจ้งจากษมาว่าเรื่องข่าวเรียบร้อย จะอยู่เที่ยวกรุงเทพฯสักพัก ลำแพงไม่พอใจบอกพิพัชให้เร่งษมากลับจะได้ไม่เสียงาน จันเลาให้ปล่อยเจ้านายมีความสุขไปเถิด พิพัชกลับไม่ห่วงเรื่องงาน แต่ห่วงความปลอดภัยจะตามไปกรุงเทพฯ จันเลาขอไปด้วย

“ถ้าคุณษมาได้รับอันตราย ฉันถือว่าเป็นความผิดของแม่นั่นคนเดียว” ลำแพงเข่นเขี้ยว

ในขณะที่สาระวารีกำลังไล่ษมากลับ เพราะเขาอ้างว่ารับปากสาระสะมาจะรับเธอกลับบ้านวันนี้ มัทนาสะพายเป้เดินมา สาระวารีหันไปทักทำข่าวข้างนอกหรือ มัทนายิ้มๆตอบว่า

“บก.ให้บอกว่าอย่างนั้น”

สาระวารีรู้ทันทีว่า บก.ให้มัทนาเบี้ยวงาน ษมาลุกขึ้นท้วง “อ้าวคุณ จะไม่แนะนำเพื่อนคุณให้ผมรู้จักมั่งเหรอ”

มัทนาปรี่เข้ามายกมือไหว้ สาระวารีจำต้องแนะนำ พอเห็นสองคนคุยกันถูกคอก็รีบขัด

“ถ้าไม่อยากให้ทั้งกอง บก.รู้ว่าเธอได้อภิสิทธิ์โดดงาน ก็รีบไปให้พ้นๆเลย”

มัทนาจ๋อยบอกษมาคงมีโอกาสพบกันใหม่ สาระวารีรีบขัดว่า ไม่มีเพราะเขากำลังจะกลับเกาะ ว่าแล้วก็รีบไล่เพื่อนไป เกรงษมาซักถามเรื่องของตน ษมายิ้มขำๆ พลันษมาเห็นมีรถมอเตอร์ไซค์ขี่วนเวียนมาหน้าตึก ท่าทางไม่น่าไว้ใจ จึงรีบบอกสาระวารีให้หลบ แล้ววิ่งไปรวบตัวมัทนา แต่คนซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ชักปืนยิงใส่ เฉียดหัวเธอล้มลง สาระวารีได้สติวิ่งตามโวยวายจนหมดแรง รปภ.วิ่งตามมา เธอหันมาต่อว่า

“ยืนมองอยู่ทำไม ทำไมไม่จับมัน เขาจ้างคุณมารักษาความปลอดภัยไม่ใช่เหรอ”

“มันมีปืนนะคุณ ผมมีแค่กระบองท่อนเดียว ขืนเข้าไปขวาง มันก็ยิงผมตายสิครับ”

“ก็เอากระบองนี่แหละ ปาหัวกบาลมัน ไม่ใช่มายืนบื้ออยู่ยังงี้”

ษมาร้องเรียกสาระวารีให้มาช่วยพามัทนาส่งโรงพยาบาลด่วน ไชยวัฒน์กับคนในสำนักพิมพ์วิ่งกรูมาด้วยความตกใจ ษมาให้เขาแจ้งความว่ามัทนาถูกยิง...

ษมาอุ้มมัทนาเข้ามาในรถที่สาระวารีนั่งรอรับอยู่เบาะหลัง ษมาส่งผ้าเช็ดหน้าให้เธอใช้กดแผลห้ามเลือดให้มัทนา

“โอ๊ย เบาๆสิครับ ไม่ต้องแรงมากแค่ห้ามเลือด”

“ขอโทษนะมัท...” สาระวารียังตกใจ เป็นห่วงมัทนา

ระหว่างทาง มัทนาฟื้นขึ้นมา แปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น สาระวารีบอกว่าเธอถูกยิงกระสุนแค่แฉลบแต่เลือดออกมาก เธอยังรู้สึกชาๆอ่อนแรงหลับไปอีก...ถึงโรงพยาบาล ษมาดูแลมัทนาเข้าห้องฉุกเฉิน สาระวารียืนกดโทรศัพท์หามีคณาแต่ไม่มีคนรับสาย จึงหงุดหงิด จนษมาเดินมา เธอรีบถามอาการมัทนา

“โอเคแล้ว คุณหมอเย็บแผลให้ น่าจะซักสิบเข็ม”

สาระวารีโล่งอก ขอบคุณษมาที่ช่วยแบบทุ่มสุดตัวขนาดนี้ เขาตอบยิ้มๆ “น้องรักคุณนี่ครับ แต่ถึงจะเป็นคนอื่น ถ้าผมอยู่ในเหตุการณ์ ผมก็ช่วยอยู่แล้ว แต่อาจจะไม่ทุ่มสุดตัวขนาดนี้”

สาระวารีรู้สึกว่าเขากะลิ้มกะเหลี่ย รีบตัดบทถามว่ามัทนาพักห้องไหน ษมาส่ายหน้า

“มัทไม่ยอมนอน จะกลับบ้านให้ได้ ตอนนี้ไม่เจ็บเพราะได้ยาแก้ปวดเข้าไป เดี๋ยวยาหมดฤทธิ์จะรู้สึก...เพื่อนกันดื้อเหมือนกันไม่มีผิด”

“ผู้หญิงดื้อนี่แหละมีเสน่ห์” สาระวารีค้อนขวับเดินไปหามัทนาที่ห้องฉุกเฉิน

ooooooo

เมื่อษมาขับรถมาถึงหน้าบ้านมัทนา เห็นตำรวจหลายนายเต็มหน้าบ้าน มัทนาตกใจรีบวิ่งเข้าไปดูว่าเกิดอะไรกับครอบครัวตน พ่อกับพี่บอกว่าบ้านถูกขโมยขึ้น รื้อค้นกระจุยกระจาย

มัทนาไปตรวจดูข้าวของ ษมาซักถามสาระวารีอยู่ที่ระเบียง “มัทเขาคิดว่าใครเป็นคนทำ”

“เขตต์ตวัน คนที่ฉันเคยเล่าให้คุณฟังว่ามัทไปสัมภาษณ์ที่ภูเก็ตไงคะ”

“พระเอกหนังน่ะเหรอ...เขาจะทำไปเพื่ออะไร”

“เขาคิดว่ามัทจะเอาชีวิตส่วนตัวเขามาแบล็กเมล์ งี่เง่าจริงๆเลย อยู่ใกล้ชิดกับมัทตั้งนาน ดูไม่ออกรึไงว่ามัทเป็นคนยังไง ใสซื่อขนาดนั้นจะไปทำร้ายใครได้ยิ่งเป็นไอดอลในใจอย่างตัวด้วยแล้ว...ประสาท ทุเรศที่สุดเลย ส่งคนมาลอบยิงแล้วยังส่งคนมาทำลายบ้านเขาอีก เลวจริงๆ”

ษมาฟังอย่างครุ่นคิด “อย่าเพิ่งด่วนตัดสินเขาโดยไม่มีหลักฐานสิวารี”

“ไม่ใช่เขาแล้วจะใคร”

“ผมก็เคยโดนใส่ร้ายแบบนี้เหมือนกัน ทั้งที่ผมไม่ได้ทำ”

สาระวารีถอนใจ ชวนษมาเข้าไปไหว้พ่อแม่มัทนา...

สองคนนั่งดูตำรวจสอบปากคำคนในบ้าน จู่ๆ มัทนาเดินลงมาจากบนห้อง บอกพ่อว่าไม่มีอะไรหายแล้วขอตัวออกไปข้างนอกดูท่าทางรีบร้อน สาระวารีกับษมารีบตามออกไป มัทนาเดินลิ่วๆออกไปตามถนน ษมาขับรถตามมาจอดเทียบ สาระวารีลงจากรถมาดึงเพื่อนรุ่นน้องขึ้นรถ

“วารี คุณมานั่งข้างหน้ากับผมนี่เลย ผมไม่ใช่คนขับรถของคุณนะ ถ้าจะไปก็ต้องมานั่งข้างหน้ากับผม”

มัทนาเข้าใจบอกสาระวารีให้ไปนั่งหน้ากับษมา สาระวารีทำหน้าหงิกโกรธๆ “เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานยังงี้ ยังจะมาเรื่องมากอีก”

ษมาอมยิ้มชอบใจ ขับรถมุ่งหน้าไปคอนโดของเขตต์ตวัน...มาถึง มัทนาวิ่งรี่จะขึ้นลิฟต์ไปห้องเขตต์ตวัน พนักงานมาขวาง บอกว่าเขตต์ตวันสั่งไม่รับแขกใดๆ สาระวารีจึงขอให้โทร.ขึ้นไปถาม พอเอกชัยรู้ว่ามัทนามาก็รีบให้ขึ้นมา

ทันทีที่มัทนาเข้ามาในห้อง ก็ปรี่เข้าทุบตีเขตต์ตวันยกใหญ่ ทั้งเอกชัยและเยาะยืนงง เอกชัยให้เยาะออกไป

จากห้องก่อน แล้วเชื้อเชิญษมากับสาระวารีมานั่งคุยกัน

สาระวารีจะเอาเรื่องท่าเดียว เพราะเชื่อมัทนาว่าเขตต์ตวันส่งคนไปทำร้าย แต่พอได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจากเขตต์ตวันมัทนาหลับไปด้วยฤทธิ์ยา ษมาเชื่อว่าเขตต์ตวันเป็นคนดี จึงดึงสาระวารีออกมาจากห้อง

“ลากฉันออกมาทำไม จะปล่อยให้มัทนากลับไปกับคนที่ไม่น่าไว้ใจได้ยังไงคะ”

เขตต์ตวันตามออกมาส่ง เขารับรองว่าจะดูแลมัทนาถึงบ้านอย่างปลอดภัย ษมาจับมือกับเขตต์ตวันอย่างเชื่อความจริงใจของเขา สาระวารีโวยวายมาตลอดทาง ษมาต้องอธิบาย

“คุณมองท่าทางคุณตวันที่มีกับเพื่อนคุณไม่ออกหรอก ผู้ชายคนนี้ไม่เป็นอันตรายกับคุณมัทแน่ๆ...เขาดูตกใจแล้วก็เป็นห่วงคุณมัทมากตอนรู้ว่าถูกยิง เอาน่ะ ผู้ชายด้วยกันดูกันออก”

“ผีเห็นผีว่างั้นเถอะ” สาระวารีแขวะก่อนจะเดินนำกลับไป ษมายิ้มๆเดินตาม

ooooooo

โศภีมาต่อว่าดิตถ์ เข้าใจว่าเขาส่งคนไปยิงษมาที่หน้าสยามสารแต่พลาดโดนนักข่าว ดิตถ์ปฏิเสธยกใหญ่ ตนให้คนเช็กดูแล้ว คู่กรณีของนักข่าวมันสั่งเก็บ ษมาสาระแนไปช่วยเองไม่อย่างนั้นไม่ปิดข่าวเงียบแบบนี้แน่

“แน่ใจนะ ไม่ใช่ว่านายมีแผนการจะหักหลังฉัน”

“โถๆคุณโศภีที่รัก ผมจะหักหลังคุณให้มันได้อะไรขึ้นมา ยังไงผมก็ต้องพึ่งพาเงินคุณยึดกาสิโนของไอ้ษมามัน ไม่มีคุณผมก็ทำอะไรต่อไม่ได้...อย่าระแวงกันเองสิคุณ ถ้าคุณไม่เชื่อแกล้งโทร.เข้ามือถือมันดูก็ได้ ถ้าเป็นการลอบยิงมันจริง ป่านนี้มันกลับเกาะไปแล้ว”

“อย่าให้ฉันรู้ก็แล้วกัน ว่านายคิดเล่นไม่ซื่อกับฉัน”

ดิตถ์ซุกไซ้หน้ากับซอกคอโศภีประจบ ใครจะกล้าทำร้ายคนที่รักได้ลงคอ หญิงสาวเกือบเคลิ้ม พอรู้สึกตัว ผละออกสะบัดหน้ากลับไปทันที

เช้าวันใหม่ สาระวารีแต่งตัวลงมาเห็นพี่สาวกำลังเปลี่ยนหลอดโคมไฟอยู่ เธอมองไปรอบบ้านจนสาระสะมาต้องถามว่ามองหาใคร เธอร้อนตัวปฏิเสธ เปลี่ยนมาถามว่าเช้านี้ทำอะไรกิน ทันใด เสียงษมาดังมาว่า “ผมก็หิวเหมือนกัน”

สาระวารีสะดุ้งหันมอง สาระสะมารีบบอกว่ารอเดี๋ยวแล้วเดินเข้าครัวไป สาระวารีค่อนขอด “มาทันเวลากินทุกทีเลยนะ”

“ผมมาตั้งนานแล้วครับ คุยโทรศัพท์สั่งงานอยู่...

คุณสะมาชวนทานข้าวเช้าอีก เกรงใจแต่ก็ไม่กล้าปฏิเสธ” ษมาทำหน้ากวน

สาระวารีหมั่นไส้แกล้งถามว่าที่โรงแรมไม่มีอาหารเช้าหรือ ษมาตอบว่ามี แต่ไม่อร่อยเท่าพี่สาวเธอทำ สาระวารีหมั่นไส้ บอกพรุ่งนี้ไม่ต้องมาแล้วเพราะแม่ครัวไปบิน สาระสะมาจึงบอกให้มาลองชิมฝีมือน้องสาวก็ได้ สาระวารีร้องลั่นไม่ต้อง เพราะตนกินนมแก้วเดียว แล้วไปหากินที่ทำงาน ษมารีบเสนอจะมารับไปทานข้าวทุกเช้า

“ขอบคุณค่ะ แต่อย่าเลย เดี๋ยวจะสบายจนเคยตัว ข่าวคุณก็ตรวจแล้ว เมื่อไหร่คุณจะกลับเกาะคุณไปซะทีเนี่ย”

“ผมกะจะรอหนังสือคุณตีพิมพ์ก่อน”

“แต่มันอีกหลายวันนะ!”

“ไม่เป็นไร ผมเคลียร์งานที่จำเป็นเสร็จแล้ว ตั้งใจจะมาตรวจข่าว แล้วก็รับคุณกลับตราดด้วยกันเลย”

สาระวารีตกใจทำไมต้องกลับ “ก็ไปทำสกู๊ปเรื่องขุดพลอยไงครับ คุณเคยบอกว่าสนใจไม่ใช่เหรอ รึว่า บก.คุณยังไม่อนุญาต ผมจะได้ไปคุยให้”

“ไม่ต้องเลย ฉันพูดเองได้...เออคุณมาก็ดีแล้ว เรื่องข่าวคาสิโนคุณ ฉันว่าถ้ามันไม่มีรูปคุณลงเลย ยังไงก็ไม่สมบูรณ์นะ”

ษมาปฏิเสธเสียงแข็ง ห้ามมีรูปตนในหนังสือเล่มไหนทั้งนั้น สาระวารีรีบบอกว่าตนไม่ผิดสัญญา แต่เขาไม่ให้ลงรูปถ่ายเท่านั้น สีหน้าเธอมีเลศนัย ษมาแอบระแวง

สายวันนั้น สาระวารีพาษมามานั่งที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเจ๊นิด และเอาช่างศิลป์ของสำนักพิมพ์มาวาดภาพเหมือนษมา เขาหน้าเหยเกที่ต้องทำกันขนาดนี้

“อ้าว ก็คุณไม่ยอมให้ถ่ายรูป ฉันก็ไม่ถ่ายแล้วไง จะเอายังไงอีก”

“ไม่ถ่ายรูปแล้ววาดภาพเหมือนเนี่ยนะ”

สาระวารีย้ำว่ารูปไม่เหมือนมาก เจ๊นิดได้ยินติง ทำไมไม่วาดให้เหมือน เขาอุตส่าห์ใจดีล้างหนี้ให้จนหมด ษมายิ้มๆตอบแทนว่าตนศัตรูเยอะ สาระวารีฝากเจ๊นิดดูแลษมา ตนจะกลับไปทำงาน เจ๊นิดรับปากออกอาการดีใจพร้อมอวยษมาว่าจีบสาระวารีติดแน่ๆ

ooooooo

พอวาดเสร็จ สาระวารีเอารูปมาให้ บก.ดู ว่าษมายอมให้ลงภาพเขาแค่นี้ บก.ย้อนถามษมายังเฝ้ารอเธออยู่หรือ หญิงสาวส่ายหน้าตอบว่าเขาไปทำธุระก่อนจะหยั่งเชิงถาม

“แล้วเรื่องทำสกู๊ปการขุดพลอยล่ะคะ บก.ยังเห็นว่ายังไง”

“มันก็น่าสนล่ะนะ อาจจะไม่ถึงกับเป็นข่าวลีด แต่ก็เป็นสารคดีชิ้นเด่นได้ แต่ผมมีเรื่องสงสัยอยู่เรื่องหนึ่ง... คุณคิดยังไงกับคุณษมา”

“เอ่อ...ก็แค่แหล่งข่าวคนนึง ไม่มีอะไรนี่คะ” สาระวารีตอบอึกๆอักๆ

“พูดตรงๆนะวารี เท่าที่ผมได้พูดคุยกับคุณษมา ผู้ชายคนนี้ก็ไม่เลวหรอกนะ ถ้าเขาต้องการอะไร เขาคงมุ่งมั่นเอามาให้ได้ ทีนี้มันก็ขึ้นอยู่กับคุณ ถ้ายังไม่คิดจะจริงจังกับเจ้าพ่อคนนี้ก็อย่าใช้เขาเพื่องาน แล้วก็อย่าให้เขาเอางานมาล่อคุณได้อีกล่ะ วารี”

สาระวารีนิ่งคิด ตกเย็น เธอสะพายเป้เดินไปรอรถเมล์ พลัน ษมาขับรถมาบีบแตรเรียก

“ผมเสร็จธุระเลยแวะมาดู เผื่อคุณยังไม่กลับบ้าน จะได้พาไปส่ง”

สาระวารีบอกว่าตนยังไม่กลับบ้าน จะไปซื้อของ ชายหนุ่มรีบอาสาพาไป อ้างรับปากสาระสะมาจะดูแลเธออย่างดี สาระวารีตัดสินใจไปกับเขาเพราะอยากจะคุยบางอย่าง...ระหว่างเดินเลือกของ สาระวารีบอกษมาว่าตนยังไม่ไปทำข่าวขุดพลอย เพราะมีงานอื่นเข้ามา น่าสนใจกว่า สีหน้าษมาผิดหวัง หญิงสาวเล่าข่าวให้ฟัง

“เคยได้ยินเรื่องแชร์ลูกโซ่ที่ให้ซื้ออุปกรณ์มาใส่กับนมสด แล้วมันจะตกตะกอนเป็นก้อนๆไหมคะ”

“แล้วไง เป็นแชร์ลูกโซ่ตรงไหน”

“ก็ตรงที่บริษัทจะรับซื้อตะกอนนมกลับไปน่ะสิคะ บริษัทอ้างว่าเอาไปทำเครื่องสำอาง คนก็แห่ไปซื้ออุปกรณ์กันใหญ่”

ษมาย้อนถามว่าเสร็จข่าวนี้แล้วจะไปทำข่าวขุดพลอยเลยใช่ไหม หญิงสาวอึ้งๆอ้างแล้วแต่ บก.ษมา

หน้าเสียเพราะตนต้องกลับเกาะ สาระวารีสะท้อนใจ เหตุผลแท้จริงคือกลัวใจตัวเอง ษมาเป็นห่วงที่คืนนี้

สาระวารีต้องอยู่บ้านลำพัง เพราะพี่สาวไปบิน จึงเสนอตัวอยู่เป็นเพื่อน หญิงสาวตอกกลับว่าอยู่คนเดียวปลอดภัยกว่า

“ผมไม่ได้คิดอะไรไม่ดีนะคุณ ที่พูดเพราะเป็นห่วงจริงๆ”

“ฉันก็พูดจริงเหมือนกัน อยู่กับคุณถ้าไม่โดนอาวุธสงคราม ก็คงไม่แคล้วโดนสาวๆในคอลเลกชั่นของคุณตามมาอาละวาดเอา เหมือนที่สะมาโดน”

ษมาแปลกใจ สาระวารีเล่าเรื่องที่สาระสะมาโดนโศภีวีนใส่กลางห้าง เจอตนหน่อยไม่ได้เลือดสาดแน่ ษมาชักระแวง โศภีมากรุงเทพฯทำไมหรือบังเอิญ หญิงสาวแขวะว่าเธอตามเขามา

ขณะเดียวกัน ที่แคมป์คนงานเกาะพระฮาม ถูกลูกน้องดิตถ์ก่อกวน เผาทำลายที่พักเพื่อบีบให้ษมา

กลับเกาะ...ษมาขับรถพาสาระวารีกลับบ้าน เธอนั่งจดบัญชีที่ซื้อของ ษมาชื่นชมที่สองพี่น้องรู้จักใช้เงิน สาระวารีนึกได้เตือนเขาเลิกให้ขนมหวานเจ้าเหลืองลาย ก่อนที่มันจะอ้วนตายเสียก่อน ทันใดมีมอเตอร์ไซค์ปาดหน้า ษมาเบรกรถอย่างแรงกระเป๋าสาระวารีตกกระจาย เธอสบถดีที่ไม่ชน เพราะถ้าชนรถใหญ่ก็ผิดวันยังค่ำ ษมาเห็นด้วยเพราะที่ตราดก็เหมือนกัน

ถึงบ้าน ษมาช่วยยกของที่ซื้อเข้าบ้าน พลัน พิพัชโทร.มารายงานเรื่องเกาะพระฮาม ษมาตกใจสั่งการให้ดูแลช่วยเหลือคนงานก่อน สาระวารีรีบถามเกิดอะไรขึ้น

“มีคนบุกไปเผาบ้านพักคนงานที่พระฮาม คนของผมถูกทำร้ายบาดเจ็บ แต่โชคดีไม่เป็นอะไรมาก จะว่าไปก็ดีแล้วล่ะ ที่คุณไม่ไปทำข่าวที่ตราด ไม่งั้นผมคงห่วงคุณแย่”

สาระวารีสบตาเขาอย่างซึ้งใจ ษมาลากลับ เธอห่วงขอให้กลับตอนเช้า แต่เขายืนกรานจะกลับคืนนี้เพราะเป็นห่วงคนงาน เขาจับมือเธออย่างห่วงใย

“อยู่บ้านคนเดียวระวังด้วยแล้วกัน”

“ฉันอยู่จนชินแล้วล่ะค่ะ เดินทางปลอดภัยนะคะ”

“รับปากผมก่อน ว่าเราจะได้เจอกันอีก” ษมาสบตาซึ่งๆ

“ถ้าเขาไม่เลิกขุดพลอยไปซะก่อน ฉันก็คงต้องไปทำสกู๊ปข่าวล่ะค่ะ...จับนานไปแล้วค่ะ”

ษมานึกได้ปล่อยมือเธอยิ้มเขินๆ สาระวารีเดินไปส่งเขาที่รถ อดใจหายไม่ได้ ษมาอิดออดไม่อยากจากไปเท่าไหร่ จังหวะนั้น เขาใช้ทีเผลอขโมยหอมแก้มเธอฟอดใหญ่ก่อนจะขึ้นรถ แล้วล็อกประตู สาระวารีตั้งสติได้ โวยวายทุบรถไล่หลัง ก่อนจะเดินอมยิ้มอายๆเข้าบ้าน

ษมานั่งยิ้มขับรถมาตามทาง ลูกน้องโศภีซึ่งเฝ้าดูอยู่ โทร.รายงานเจ้านายทันที โศภีสั่งให้ตามเก็บษมา ระวังอย่าให้กล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้ได้ ดิตถ์ซึ่งนั่งอยู่กับโศภี ยิ้มแย้มที่แผนล่อษมากลับเกาะเป็นผลสำเร็จ อดชมหญิงสาวไม่ได้

“คุณนี่ร้ายจริงๆเห็นตามไอ้ษมามาตั้งหลายปี ผมก็นึกว่าถ่านไฟเก่ามันจะแรงซะอีก ที่ไหนได้ พอผลประโยชน์ขัดกัน ก็เชือดคนรักเก่าได้อย่างเลือดเย็น”

“ฉันให้โอกาสแล้ว ช่วยไม่ได้ แทนที่จะมีทั้งกาสิโนทั้งเมียที่ดีพร้อมอย่างฉัน ดันไปโง่หลงนังนักข่าวเก้งก้างนั่นได้ งั้นฉันก็ขอแค่กาสิโนของมันก็แล้วกัน” สีหน้าโศภีร้ายกาจเยือกเย็น

ษมาขับรถมาตามทางด้วยความเร็วสูง จนมาติดสัญญาณไฟแดง จังหวะที่เบรกแรงทำให้ลิปสติกของสาระวารีไหลออกมาจากใต้เบาะ เขาจึงก้มเก็บ ทันใดเสียงปืนดังเปรี้ยงขึ้น กระสุนเจาะกระจกเข้าใส่ษมาเลือดสาด

ooooooo

กลางดึก สาระวารีผล็อยหลับหน้าทีวี สะดุ้งตื่นเมื่อษมาโทร.เข้ามา เธอรีบถามว่าถึงเกาะแล้วหรือ เขาตอบว่าใช่ ถึงดึกไปหน่อยเพราะแวะทำธุระ หญิงสาวไม่ว่าอะไรกลับยินดีที่เขาเดินทางปลอดภัย ษมากล่าวราตรีสวัสดิ์ิ์ ไม่อยากให้เธอรู้ว่าตัวเองบาดเจ็บจากการถูกยิง

พิพัชออกอาการไม่พอใจ โทษสาระวารีเป็นต้นเหตุให้เจ้านายบาดเจ็บ ทำให้ตนไม่ได้ตามมาคุ้มกัน ษมาย้อนถาม ไม่คิดบ้างหรือว่า ถ้ามาด้วยอาจเป็นศพแทน พิพัชหาว่าษมาเข้าข้างสาระวารีตลอด จันเลาขำเพื่อนจะซีเรียสทำไม แล้วชมษมาดวงแข็งจริงๆเป็นคนอื่นคงไม่รอด ษมาหยิบลิปสติกของสาระวารีมาวาง

“ก็คงต้องขอบคุณลิปสติกแท่งนี้ ถ้าฉันไม่ก้ม

ลงไปเก็บ คงโดนกระสุนเจาะสมองไปแล้วล่ะ” ษมานึกถึงเหตุการณ์ที่ตนก้มเก็บของทำให้กระสุนโดนหัวไหล่ จึงรีบลงจากรถยิงสู้คนร้ายที่ขี่มอเตอร์ไซค์มาสองคน จนมันหนีไป เขาบ่นเสียดายมือตกไปหน่อย สอยไม่ร่วงซักคน

“ถูกยิงไหล่ทะลุแบบนี้ ยังคว้าปืนมายิงตอบโต้ได้ก็สุดยอดแล้วล่ะครับ” จันเลาชื่นชม

พิพัชข้องใจว่าลิปสติกมาตกในรถได้อย่างไร จันเลาตอบแทนยิ้มๆไม่น่าถาม พิพัชเคืองอยากรู้ว่าฝีมือใคร ษมาครุ่นคิด มีหลายคนที่อยากให้ตนตายเพื่อยึดสัมปทาน แล้วคิดได้

“พิพัช นายโทร.ไปหาคุณโศภีให้หน่อย บอกเขาว่าฉันถูกยิง ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว”

“โทร.บอกเขาทำไมครับ” พิพัชไม่เข้าใจแผนการ

“เอาน่า ฉันสั่งให้โทร.ก็โทร.เถอะ แต่ต้องโทร.ไปที่บ้านนะ ถ้าคุณโศไม่อยู่ก็ฝากคนที่บ้านไว้ให้บอกตามนี้”

ทั้งพิพัชและจันเลาสงสัยอ้าปากจะถาม ลำแพงเคาะประตูเปิดเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเสียก่อน เธอเป็นห่วงษมามาก พอรู้ข่าวก็ข้ามฝั่งมาทันทีเพื่อจะดูแล เขา...พิพัชรีบจัดการตามที่ษมาสั่ง เขาโทร.ไปที่บ้านโศภี จึงได้รู้ว่าเธอไปกรุงเทพฯหลายวันแล้ว พิพัชพูดตามที่ษมาสั่งทุกอย่าง ก่อนจะวางสายหันมาเปรยกับจันเลา

“ไม่น่าใช่หรอก คุณโศภีตามจับคุณษมามากี่ปีแล้ว ถ้าคิดฆ่าผู้หญิงอื่นยังพอว่า คนที่น่าระแวงแล้วเรามองข้ามที่สุดน่าจะเป็นนักข่าววารีนั่นมากกว่า จริงๆเธอรู้การเคลื่อนไหวของคุณษมาดีที่สุด จะว่าไป ดีกว่าเราสองคนซะอีก”...แต่จันเลาไม่คิดอย่างที่พิพัชสงสัย

ด้านโศภี พอรู้ว่าษมาให้คนโทร.มาบอกที่บ้านว่ายังไม่ตายก็แทบสติแตก โทร.โวยวายใส่ดิตถ์วางแผนไม่เข้าท่า ทำให้ษมาสงสัยตนแน่ๆ

“ไม่คิดมากหรอก มันจงใจโทร.ไปบอกที่บ้านฉันว่ามันยังไม่ตาย เหมือนจะบอกฉันเป็นนัยๆว่ามันรู้แล้วนะว่าเป็นฝีมือฉัน”

“อย่าเพิ่งสติแตกสิคุณ ไอ้ษมามันจะรู้ได้ยังไง ไม่มีพยานหลักฐานอะไรซักอย่าง มันแค่หยั่งเชิงดูปฏิกิริยาคุณมากกว่า”

“ก็นี่แหละ แสดงว่ามันสงสัยฉันแล้ว มันเจตนาจะเล่นสงครามประสาทกับฉัน”

“เลอะเทอะกันไปใหญ่แล้วคุณ อย่างมากไอ้ษมามันก็แค่ระแวง เพราะคุณดันไปวีนแม่นักข่าวนั่น เชื่อผมสิ มันไม่มีหลักฐานอะไรเล่นงานคุณได้หรอกน่า”

“เพราะแผนการห่วยๆของคุณนั่นแหละ”

“ใจเย็นๆก่อนน่า คุณรีบกลับไปที่ตราด แล้วเล่นละครตีบทให้แตก อย่าหลุดพิรุธอะไรให้ไอ้ษมามันจับผิดได้ แค่นี้ก็พอแล้ว”

โศภีย้อนถามแล้วเขาไม่กลับหรือ ดิตถ์ตอบยิ้มๆว่าตนยังมีธุรกิจต้องเคลียร์นิดหน่อย

ooooooo

สำนักงานแห่งหนึ่งที่สาระวารีแฝงตัวเข้ามาสืบเรื่องแชร์ลูกโซ่อุปกรณ์ทำตะกอนนม โดยมีพนักงานขายชุดอุปกรณ์ละ 1,500 บาท มีการสาธิตวิธีทำ
เอานมสดใส่ลงในถ้วย เทผงสีน้ำตาลในซองลงไป เขย่าให้เข้ากันทิ้งไว้สองคืน จะเกิดตะกอน จากนั้นก็ช้อนตะกอนขึ้นมาปั้นเป็นก้อนกลมๆได้หกก้อน นำมาขายคืนบริษัทห้าก้อน รับเงินคืนไป 850 บาท ส่วนอีกก้อนเอาไว้เป็นหัวเชื้อในการทำครั้งต่อไป หนึ่งชุดทำได้หกครั้ง ขายคืนได้เงิน 5,100 บาทถ้วน...สาระวารีทำทีตื่นเต้น ขอซื้ออุปกรณ์หนึ่งชุด มีป้าคนหนึ่งยุ ซื้อชุดเดียวจะได้กี่สตางค์ให้ซื้อทีหลายๆชุด ดูอย่างตนจะมาเอาที  20 ชุด สาระวารีแกล้งทำเสียงอ่อยว่ามีเงินแค่นี้ ป้าแกยังยุให้หาเพื่อนมาร่วมหุ้น

ทันใด สาระวารีเหลือบเห็นดิตถ์เดินเข้ามา โดยมีผู้จัดการยืนนอบน้อมเอาบัญชีมาให้ดู สีหน้ายิ้มแย้มพอใจ เธอรีบหลบมุมตึก แปลกใจสงสัยงานนี้ไม่ชอบมาพากลแน่ๆ

สาระวารีเอาชุดอุปกรณ์ที่ซื้อมาให้ บก.ดูพร้อมรายงาน “วารีเอาไอ้ผงนี่ไปให้เพื่อนที่กระทรวงตรวจดู ปรากฏว่ามันเป็นยีสต์ธรรมดาๆนี่เองค่ะ บก.พอเอาใส่นม ถึงจับตัวเป็นก้อนได้”

“มันเปลี่ยนรูปแบบการต้มตุ๋นไปเรื่อยๆ จับไม่ได้ไล่ไม่ทันซะที งั้นคุณรีบตามข่าวเรื่องนี้ต่อเลยนะ เราจะได้รีบลงข่าวเตือนประชาชนไม่ให้หลงเชื่อมิจฉาชีพกลุ่มนี้”

“เราอาจจะโชคดี รู้ตัวคนบงการเร็วกว่าที่คิดก็ได้ค่ะ บก. ถ้าที่วารีสงสัยไม่ผิดนะคะ”

สาระวารีบอกเรื่องที่พบดิตถ์ บก.คิดทบทวนนึกได้ “เท่าที่รู้มา ไอ้แชร์เครื่องสำอางนี่มันเริ่มระบาดมาจากที่ตราดซะด้วย”

หญิงสาวตะลึง ขอลุยเลยทีเดียว

ooooooo

กลับมาที่เกาะยานก ลำแพงเฝ้าดูแลษมาอย่างใกล้ชิด จนเขาต้องบอกว่า เจ็บแขนแค่ข้างเดียวยังทำงานและช่วยตัวเองได้ เหลืองลายเข้ามานัวเนีย ษมาเผลอจะส่งขนมหวานให้กิน แต่แล้วชะงักนึกถึงคำเตือนของสาระ-วารี จึงใจแข็งไม่ให้ขนมหวานแก่มันและกำชับลำแพง

“ของหวานที่เหลืออย่าให้เหลืองลายกินนะ คุณวารีเขาเป็นห่วงมันกลัวอ้วนตายเสียก่อน”

ลำแพงรับคำหน้านิ่ง แต่พอลับหลัง เธอราดน้ำผึ้งใส่ขนมหวานให้เหลืองลายกินด้วยสีหน้าเกลียดชัง ระหว่างนั้น โศภีหน้าตื่นเข้ามา ทำทีห่วงใยษมาสุดๆ เขาย้อนถามไปเที่ยวกรุงเทพฯมาสนุกไหม หญิงสาวชะงักตั้งสติไม่ให้เกิดพิรุธ ปั้นยิ้มตอบตนไปดูช่องทางทำธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้เที่ยว ษมายิ้มๆต่างฝ่ายต่างใส่หน้ากากเข้าหากัน โศภีหาว่าษมาคิดถึงแต่สาระวารีจนพาล

“ใครบอกล่ะโศ ตอนนี้ผมอารมณ์ดีมากเลยนะ ดีจนมีเวลามานั่งย้อนคิดถึงอะไรตั้งหลายอย่าง” โศภีร้อนตัวถามอะไรบ้าง “ก็เช่น เรื่องที่ผมถูกถล่มที่พระฮามเรื่องนายสิขร แล้วก็เรื่องที่ผมถูกยิงเมื่อคืนก่อน แต่ละเรื่องมีความบังเอิญหลายๆอย่าง ที่ไม่น่าเกิดขึ้นได้”

“โศภีก็ไม่เห็นจะมีอะไรนี่คะ คนที่อยากฮุบกาสิโนของคุณมีอยู่เต็มไปหมด”

“ใช่ แต่ไม่น่าจะมีใครรู้ความเคลื่อนไหวของผมละเอียดยิบ ขนาดส่งคนไปดักทำร้ายผมล่วงหน้าได้ตลอดขนาดนี้ คุณว่ามันน่าสงสัยไหมล่ะ”

โศภีหน้าเสีย ทำทีออกความเห็น “คุณกำลังสงสัยว่ามีหนอนบ่อนไส้เหรอคะ”

“เมื่อไหร่ก็ตามที่มีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องบางทีคนที่เราไว้ใจมากที่สุด อาจจะอันตรายที่สุดก็ได้” ษมาแกล้งจ้องหน้า “บางทีคนที่เรานึกไม่ถึง คิดว่าเขารักเรา อาจจะเป็นคนที่อยากเห็นเราตายมากที่สุดก็ได้”

โศภีใจแป้วหัวเราะกลบเกลื่อนว่าเขาคิดมาก ษมาไม่ขำด้วยเดินออกไปหน้าบ้าน โศภีชักวิตกกังวล ชายหนุ่มหันมาถามไม่ไปเดินเล่นด้วยกันหรือ เธอรีบเดินตามแสร้งยิ้ม...

คืนนั้นโศภีโวยใส่ดิตถ์ราวคนสติแตก “ฉันบอกคุณแล้วว่ามันต้องรู้แน่ๆว่าเป็นฝีมือฉัน”

ดิตถ์พยายามปลอบให้เธออยู่เฉยๆอย่าหลงกลษมา “ไอ้ษมามันเป็นนักพนันเก่า มันก็แค่ลักไก่เท่านั้นเอง ถ้าคุณไม่หลุดพิรุธ มันก็จับไม่ได้ไล่ไม่ทันคุณหรอก”

“นายก็พูดได้สิ นายไม่ต้องเผชิญหน้ากับมันนี่ รู้ ไหมว่าตอนที่ฉันคุยกับมัน ฉันเหมือนกับเข้าไปอยู่ในกรงเดียวกับเสือไม่มีผิด มันจะขย้ำเอาตอนไหนก็ไม่รู้”

“ถ้าคุณกลัวมันนักล่ะก็ ยกเลิกแผนการทั้งหมด ถ้าคุณยอมถอยตอนนี้ ไอ้ษมามันคงไม่ทำอะไรคุณหรอก เพียงแต่คุณต้องทนดูมันร่ำรวยล้นฟ้า มีนังนักข่าวนั่นเป็นมาดามครองคู่อยู่ที่กาสิโนจนชั่วฟ้าดินสลาย”

“ไม่มีทางซะหรอก” โศภีเข่นเขี้ยว

“งั้นคุณก็ต้องใจเย็น อย่างน้อยกว่าไอ้ษมาจะเปิดกาสิโนของมันได้ ก็ต้องกินเวลาอีก 5-6 เดือน เรายังมีเวลาวางแผนกันอีกเยอะ”

“ตอนนี้ไอ้ษมามันรู้แล้วว่ามีคนทรยศอยู่ข้างตัวมัน ต่อไปสายของคุณคงทำงานไม่ง่ายเหมือนเดิมอีกแล้ว ระวังจะโดนเก็บ”

“ไม่มีทาง จนตายมันก็คิดไม่ถึงหรอกว่าสายของผมเป็นใคร” ดิตถ์หัวเราะอย่างมั่นใจ

โศภีชำเลืองมองด้วยสีหน้าอยากรู้ว่ามันเป็นใคร

ooooooo

สาระวารีเดินทางมาตราดโดยไม่บอกษมาเพื่อมาทำข่าวแชร์ลูกโซ่ แถมขอร้อง บก.ไม่ต้องส่งใครตามมาช่วย อยากทำงานคล่องตัวคนเดียว แต่แล้วก็เจอจันเลาเข้าจนได้ เขาดีใจคิดว่าเธอมาเยี่ยมเจ้านาย จึงชวนข้ามไปเกาะยานกพร้อมกัน หญิงสาวเอ็ดยังกล้าใช้มุกเดิมอีก

“คราวนี้ไม่ได้มุกครับ คุณษมาเจ็บจริง โดนยิงจริงๆนะครับ”

สาระวารีตกใจ จันเลาบอกว่าษมาโดนยิงคืนที่กลับจากกรุงเทพฯ หญิงสาวรีบถามอาการ

“ก็พอสมควรล่ะครับ ตกลงจะไปพร้อมกันไหมครับ คราวนี้เรื่องจริงไม่ใช่มุกอ้อนๆของคุณษมาแน่นอน” จันเลาชูสามนิ้วสาบาน

สาระวารีโทร.ต่อว่าษมา เขาแก้ตัวว่าไม่อยากให้เธอตกใจ หญิงสาวประชด

“พอเจ็บจริงไม่บอก กลัวตกใจ ต้องรอตอนไม่เจ็บแล้วค่อยแกล้งโทร.ไปอำให้คนเขาตกใจเล่นแทนใช่ไหมคะ”

“โธ่ ทำผิดครั้งเดียวเล่นงานผมไม่เลิกเลยนะ ผมดีใจที่คุณเปลี่ยนใจมาทำสกู๊ปขุดพลอยที่นี่ ถ้างั้นผมพาไปหาแหล่งข่าวนะ”

“เปลี่ยนเรื่องเชียวนะ ฉันไม่ได้มาทำข่าวที่คุณแนะนำซะหน่อย ฉันมาทำข่าวแชร์เครื่องสำอางค่ะ”

ษมาเสนอตัวช่วย แต่สาระวารีขอทำด้วยฝีมือตัวเอง แล้วตัดบทถึงเวลาทำงานแล้ว วางสายไปดื้อๆ ทำเอาษมาเป็นห่วงอย่างมาก

สาระวารีชวนจิณห์วราไปดูลาดเลาที่สำนักงานลวงโลกของดิตถ์ ทำทีเข้าไปซื้ออุปกรณ์ สาระวารีแกล้งพูดเสียงดังกับพนักงานว่า นั่นจิณห์วราลูกสาวเสี่ย รวยล้นฟ้ายังสนใจ ทำให้พนักงานหันมาพูดคุยกับจิณห์วรา สาระวารีฉวยโอกาสหลบเข้าไปด้านใน แอบเอากล้องถ่ายห้องทำงาน และเอกสารต่างๆ ที่วางบนโต๊ะ จากนั้นโทร.บอกเพื่อนให้ออกไปสตาร์ตรถรอได้เลย

พลัน ได้ยินเสียงดิตถ์ดังแว่วมา ว่ามีใครเข้าไปในห้องหรือเปล่า ลูกน้องตอบว่าไม่มี ดิตถ์โวยวายว่าของในสต๊อกหาย ให้ทำการเช็กใหม่ สาระวารีรีบหลบหลังม่าน ดิตถ์เข้ามาไม่ทันจะลงนั่ง มือถือดังขึ้น เขากดรับเสียงหวาน

“ว่าไงครับคนสวย...ตอนนี้เลยเหรอ มีแผนการอะไรเด็ดๆ เล่นงานมันอีกเหรอ...งั้นเดี๋ยวผมแวะไปหาที่บ้านก็แล้วกัน... ไม่ให้ไปที่บ้านแล้วจะให้ไปที่ไหนล่ะคุณกลัวไอ้ษมาจนขึ้นสมองแล้ว...ร้านไหนล่ะ รู้จักสิครับ ได้ๆ”ดิตถ์วางสายเข่นเขี้ยว “หาแหล่งเงินทุนได้จะไม่ง้อนังโรคประสาทนี่เลยจริงๆ”

ดิตถ์หอบเอกสารเดินออกจากห้อง สาระวารีค่อยๆ ออกจากที่ซ่อน สังหรณ์ใจว่ามีเรื่องเกี่ยวข้องกับษมาแน่

ooooooo

เย็นวันนั้น กูซอขับเรือไปรับหมอมาล้างแผลให้ษมา แต่เกิดท้องเสียจึงไปรับหมอช้าไปหน่อยมีหมอหนุ่มๆ มาบอกว่าหมออนันต์ติดผ่าตัดให้ตนไปแทน...มาถึงเกาะ พิพัชต่อว่ากูซอที่ผิดเวลา ก่อนจะพาหมอหนุ่มไปที่ห้องษมา

หมอตรวจบาดแผลแล้วจะฉีดยาฆ่าเชื้อให้ ษมาจับมือหมอไว้ถามว่า ต้องฉีดยาด้วยหรือ

“คุณหมออนันต์สั่งมาน่ะครับ” ษมายังจับมือยั้งไว้แน่น “มีอะไรหรือครับคุณษมา”

“เปล่าครับ ผมแค่สงสัยว่าหมอจะเอายา อะไรมาฉีดให้ผม”

“ก็ยาฆ่าเชื้อธรรมดา ไม่มีอะไรนี่ครับ หรือว่าคุณษมาไม่ไว้ใจผมครับ”

“มีคนอยากให้ผมตายเยอะ ผมต้องระวังตัวมากเป็นธรรมดาครับ นี่ผมเพิ่งโทร.คุยกับคุณหมออนันต์ คุณหมอ บอกว่ามีคนโทร.ไปหา บอกว่าคนของผมขอเลื่อนนัดคุณหมอเป็นวันพรุ่งนี้”

หมอหนุ่มตกใจ ตัดสินใจโถมแรงปักเข็มฉีดใส่ษมา เกิดการต่อสู้กัน พิพัชกับจันเลาเข้ามาช่วยจับหมอปลอมไปซ้อมให้เปิดปากว่าใครส่งมา แต่เขาไม่ยอมปริปาก กูซอแค้นจัดชกหน้าหลายหมัดฐานคิดทำร้ายเจ้านาย ษมาเข้ามาห้ามให้กูซอออกไปทำงานต่อ พิพัชรายงานว่าแจ้งตำรวจเรียบร้อย อีกสักพักคงมาถึง

“ฉันให้โอกาสแกอีกครั้ง ถ้าแกยอมบอกว่าใครใช้แกมา ฉันจะบอกตำรวจให้กันแกไว้เป็นพยาน โทษของแกจะได้เบาลง”

คนร้ายยังปิดปากแน่น จันเลาโมโหแทน “พูดกับมันดีๆไม่รู้เรื่องหรอกครับ ผมว่าคุณษมาขึ้นไปพักบนบ้านดีกว่า ตรงนี้ปล่อยเป็นหน้าที่ผมเอง ดูสิว่าจะปิดปากได้อีกนานแค่ไหน”

“อย่ามาตั้งศาลเตี้ยบนเกาะของฉันนะจันเลา ฉันไม่ชอบ หน้าที่ของแกคือเฝ้ามันเอาไว้จนกว่าตำรวจจะมา”

“งั้นให้ผมเฝ้ามันไว้เองก็ได้ครับคุณษมา เดี๋ยวคุณจันเลาจะห้ามใจไม่อยู่ ฆ่ามันตายซะก่อนถึงมือตำรวจ” แลงเสนอตัว

“ก็ดี ขืนให้สองคนนี้เฝ้า เดี๋ยวมันจะเละซะก่อนถึงมือตำรวจ” ษมาเหล่มองพิพัชกับจันเลา

พิพัชเคืองเปรยว่าจะอยู่แถวนี้ จันเลาเข่นเขี้ยวเดินตามพิพัชออกไป แลงนั่งเฝ้ามุมห้อง

ooooooo

ษมาเข้าบ้านมาโทรศัพท์หาสาระวารี ซึ่งเธอพักอยู่บ้านจิณห์วรา

“ต้องขอบคุณคุณมากนะวารี ไม่ได้คุณผมแย่แน่”

“ไม่ต้องขอบคุณอะไรฉันหรอกค่ะ ฉันแค่ได้ยินครึ่งๆกลางๆก็เลยรีบโทร.เตือนคุณ ที่คุณรอดได้ก็เพราะคุณรอบคอบเองมากกว่า”

“แต่ถ้าคุณไม่โทร.เตือน ผมก็คงไม่ระวังตัวมากเท่านี้ ใครจะไปคิดถึงว่ามันจะปลอมตัวเป็นหมอมาฉีดยาฆ่าผมได้ มันหาทางเล่นงานผมทุกรูปแบบจริงๆ”

“ผลประโยชน์มหาศาลขนาดนี้ ใครก็อยากได้ทั้งนั้นล่ะค่ะ คุณก็ไม่น่ายอมเซ็นสัญญาสัมปทานแบบนั้นเลย”

“ทำไงได้ล่ะครับ คนมันอยากได้มาก”

“คุณน่าจะพอเดาได้นะคะ ว่าผู้หญิงที่ร่วมมือกับนายดิตถ์เป็นใคร”

“ผมรู้นะว่าคุณกำลังสงสัยใคร แต่เดี๋ยวรอตำรวจสอบปากคำก่อน ผมไม่อยากปรักปรำใครโดยไม่มีหลักฐาน... แล้วคุณจะอยู่ตราดอีกนานไหม ผมอยากเจอคุณนะวารี”

“ฉันงานยุ่ง ไม่มีเวลาหรอกคุณ” แม้จะใจเต้นรัวแต่สาระวารีทำเสียงแข็ง

“เรื่องแชร์เครื่องสำอางของคุณ ผมพอมีข้อมูลลึกๆ นะ อยากรู้ไหมล่ะ”

“นี่คุณเอาข่าวมาหลอกล่อฉันอีกแล้วนะ ฉันไม่ใช่ไอ้แมวหมูของคุณนะ ที่จะได้เอาของหวานมาหลอกล่อให้ทำอะไรตามใจชอบของคุณ”

“ไม่ได้หลอกล่อ แต่ผมอยากช่วยงานคุณจริงๆคุณไม่อยากได้ข่าวเหรอ รับรองงานนี้สยามสารได้ดังอีกรอบแน่ๆ”

“พอเลย ฉันบอกแล้วไง ว่าฉันต้องการใช้ฝีมือของตัวเอง คุณไม่ต้องมาช่วยอะไรฉันทั้งนั้นแหละ” สาระวารีตัดสายไปดื้อๆ

ษมาถอนใจกับความดื้อรั้นของหญิงสาว ลำแพงเข้ามาได้ยิน กำมือแน่นข่มอารมณ์หึงปั้นหน้านิ่ง รายงานษมาว่าพิพัชให้มาบอกว่า บริษัทโซล่าร์เซลติดต่อกลับมาแล้ว ษมายิ้มรับเดินไป ลำแพงเข่นเขี้ยว จะกำจัดสาระวารีอย่างไรดี

เวลาผ่านไป พิพัชกับจันเลามาพบแลงถูกตีหัวนอนสลบ ส่วนหมอปลอมโดนรัดคอตายคาห้อง ทั้งสองยิ่งมั่นใจว่ามีหนอนบ่อนไส้แน่ ทั้งสองมุ่งเป้าไปที่กูซอ พอตำรวจมาถึงจึงกลายเป็นคดีฆาตกรรม ต้องสอบปากคำคนทั้งบ้าน พิพัชให้ตำรวจสอบปากคำกูซอเป็นคนแรก

แลงฟื้นขึ้นมา ษมาให้ลำแพงดูแล มีอะไรไม่ดีรีบพาข้ามฝั่งไปหาหมอทันที ลำแพงไหว้ขอบคุณที่เป็นห่วงน้องชายตน

“มันเป็นหน้าที่ของฉันอยู่แล้ว ใครที่ทำงานกับฉัน ฉันก็ต้องดูแลอย่างดีทุกคนนั่นแหละ แกจำหน้าคนที่ตีแกได้ไหม”

“ไม่ได้เลยครับคุณษมา ผมจำได้ว่านั่งเฝ้าอยู่ดีๆก็วูบไป หลังจากนั้นก็ไม่รู้เรื่องอะไรอีกเลยครับ”

“ลำแพง...นับจากวันนี้ไป เธอมีหน้าที่ต้องจับตาดูพฤติกรรมของทุกคนในเกาะให้ละเอียดมากขึ้น ถ้าเห็นใครทำอะไรผิดสังเกต เธอรีบรายงานฉันทันที”

“ค่ะ คุณษมา นี่คุณกำลังสงสัยว่าเกลือจะเป็นหนอนจริงๆเหรอคะ”

“ฉันก็ภาวนาขอให้ฉันคิดผิด ทุกคนที่นี่อยู่กับฉันมานาน ฉันคงผิดหวังมาก ถ้าถูกพวกเรากันเองหักหลัง” สีหน้าษมาผิดหวังเอามากๆ

คืนนั้น โศภีนัดเจอดิตถ์ที่ร้านอาหาร เธอโวยวายใส่เขายกใหญ่ที่ทำงานพลาดอีกจนได้ หาว่าเขาแล้งน้ำยา งี่เง่าสุดๆดิตถ์โกรธตอบโต้

“แล้วทีคนของคุณล่ะ จ่อยิงเผาขนแท้ๆก็ยังพลาด บุญเท่าไหร่แล้วที่ไม่โดนมันสอยร่วงกลับมา ต้องอย่างนี้ สินะถึงเรียกว่าฉลาด”

“เออๆคนที่โง่ที่สุดคือฉันเอง โง่ที่คิดว่าคนอย่างนายจะทำงานใหญ่ได้ ลืมนึกไปว่านายริจะจับงานใหญ่ทั้งที่มือไม่ถึง”

“แล้วอยากรู้ไหมว่าอะไรที่ทำให้คุณมาร่วมมือกับมือสมัครเล่นอย่างผม ก็เพราะความโลภ อยากได้สมบัติของไอ้ษมาจนตัวสั่น ยอมลงทุนเอาตัวเข้าแลก แต่มันกินไม่ลงเลยจนตรอก ต้องซมซานมาหาคนอย่างไอ้ดิตถ์”

โศภีโกรธที่ด่าแทงใจดำ ตวัดมือตบหน้าดิตถ์เขา หลบและจับมือเธอไว้ทัน ต่างคนต่างจ้องหน้าอาฆาตกัน ดิตถ์เอ่ยปากอย่ามาตีกันเองให้เสียหายมากกว่านี้ ตนต้องฆ่าตัดตอนลูกน้องไปหนึ่งคน จะมาแตกคอกันเองทำไม จะเข้าทางษมาเสียเปล่า

ด้านสาระวารี กำลังเซ็งกับหลักฐานที่ถ่ายรูปมา แต่ไม่มีน้ำหนักพอจะเอาผิดดิตถ์ได้ เพราะเป็นบัญชีธรรมดา จิณห์วราเตือนไม่ให้เอาตัวไปเสี่ยงแบบนั้นอีก ตนไม่เอาด้วยแล้ว

“เฮ้ย แกจะทิ้งกันง่ายๆอย่างนี้น่ะเหรอ เป็นเพื่อนประสาอะไรวะ”

“ทิ้งแกดีกว่าถูกสามีฉันทิ้ง นานๆสามีฉันจะได้กลับบ้านซะที ขืนไม่อยู่ปรนนิบัติ เที่ยวตะลอนๆตามแกหาข่าว ได้ทะเลาะกับคุณสถิตแน่ คุ้มกันไหมล่ะ”

“เออ เออ เห็นสามีดีกว่าเพื่อน”

“แน่นอนย่ะ เพื่อนหาง่าย สามีหายาก”

“ไม่มีมั่งให้มันรู้ไป สองตาฉันจะไม่แลแกเลย”

จิณห์วราเหลือบเห็นษมาเดินเข้ามา “ฉันไม่ใจร้ายพอทิ้งให้แกทำงานเปล่าเปลี่ยวเดียวดายตามลำพังหรอกย่ะ ฉันหาผู้ช่วยมาให้แล้ว

“ใครไม่ทราบยะ” สาระวารีเสียงขุ่นหันไปมอง เห็นษมายืนยิ้มแฉ่งอยู่หน้าร้านที่ตนนั่งอยู่ ถึงกับอึ้ง ดีใจระคนเขินอาย หันมาหยิกขาเพื่อนที่หักหลังกันซึ่งๆหน้า

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ปูเป้” รุกหนัก ดึง “แบงค์” มาจุ๊บ เสิร์ฟฟินแฟนละคร “คทาสิงห์”

“ปูเป้” รุกหนัก ดึง “แบงค์” มาจุ๊บ เสิร์ฟฟินแฟนละคร “คทาสิงห์”
20 มิ.ย 2564

03:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 20 มิถุนายน 2564 เวลา 15:56 น.