ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

มนต์จันทรา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ลำแพงหน้าบึ้งตึงเดินไปเอาชุดปฐมพยาบาล ชนกับสาระวารีตรงทางเลี้ยว จึงบอกให้เธอไปช่วยษมาดูแลโศภีซึ่งเป็นลมแต่ตนสงสัยจะมารยามากกว่า สาระวารีเดินไปทางห้องโศภี

ระหว่างนั้น ษมาอุ้มโศภีวางบนเตียง เธอลืมตาขึ้นโอบกอดคอเขาไว้ ดีใจที่เขายังเป็นห่วงตน สาระวารีเปิดประตูเข้ามาพอดี ตกใจรีบขอโทษถอยออก ษมาหน้าเสียแกะมือโศภีออกร้องเรียกสาระวารีพร้อมกับวิ่งตามออกไป ทำให้โศภีแค้นใจมาก

“วารีรอผมก่อน คุณกำลังเข้าใจผมกับโศผิด” ท่าทางษมาร้อนใจ

“นั่นมันเรื่องของคุณ ฉันไม่สนใจหรอก ฉันแค่รู้สึกเสียมารยาทมากๆ เลยต้องรีบเดินออกมา...ทีหน้าทีหลังก็ล็อกประตูห้องด้วยนะคะ อย่าลืมว่ามีนักข่าวอยู่ในบ้านด้วย”

สาระวารีเดินเลี่ยงหนี ษมาโพล่งขึ้นทันทีว่า ตนจะให้สัมภาษณ์เดี๋ยวนี้พร้อมไหม หญิงสาวหันกลับมาดีใจฉับพลัน...ทั้งสองมานั่งมุมร่มรื่นหลังบ้าน สาระวารีเตรียมอุปกรณ์เครื่องอัดเสียง สมุดโน้ต ปากกาพร้อมกล้องถ่ายรูป จู่ๆษมาก็บอกว่า ไม่ต้องการให้มีการอัดเสียง

“อ้าว! ทำไมล่ะคะ”

“ผมทำงานแบบนี้อะไรที่เป็นความลับได้มันก็ดีแม้แต่เสียงหรือรูปถ่ายผมก็ไม่อยากให้มี”

“ค่า เข้าใจแล้วค่ะว่าคนเป็นเจ้าพ่อ ต้องระวังตัวทุกฝีก้าว...พอใจไหมคะ”

ษมารู้ว่าสาระวารีประชด เขาเก็บเครื่องอัดเสียงของเธอไว้ จะคืนให้วันที่กลับ หญิงสาวหน้างอจับปากกาเตรียมจด คำถามแรกที่เธอถามคือ เขาเอาเงินที่ไหนมาสร้างกาสิโน

“ผมบอกแล้วไง ว่าถ้าคุณยังมีความคิดติดลบกับการพนันอยู่ ผมจะยังไม่ให้สัมภาษณ์เรื่องคาสิโน”

“เอ๊ะคุณนี่ ไหนบอกว่าพร้อมจะให้สัมภาษณ์แล้วไงคะ”

“ครับ แต่ไม่ใช่เรื่องคาสิโน ผมอยากให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับประวัติชีวิตผมก่อน ยังไงคุณก็ต้องมีประกอบบทความอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”

“งั้นก็ว่ามาเลย อยากเล่าตรงไหนสร้างภาพยังไงก็พูดมา ฉันจะได้ไม่เสียเวลาตั้งคำถามให้คุณไม่ตอบ” ษมาขำท่าทางโกรธของเธอ สาระวารีจดไปพูดไป “ขำ ด้วยน้ำเสียงน่าเกลียดๆ”

ษมานิ่งไปสักครู่ เอ่ยว่า ประวัติคร่าวๆของตน เธอก็รู้บ้างแล้ว หญิงสาวกระแทกเสียง ตกลงจะให้ตนเขียนเองใช่ไหม เขารีบปลอบให้ใจเย็นๆ กำลังจะทบทวนให้ฟัง สีหน้าเขาขรึมลง

“คุณแม่ผมท่านเสียไปตั้งแต่ผมยังเล็ก ส่วนพ่อผมเป็นชาวสวน ท่านเสียไปตอนผมเรียนมหาวิทยาลัยปีสุดท้าย ผมเลยตัดสินใจลาออกมาทำสวนต่อ”

“ทำไมไม่เรียนให้จบก่อนล่ะคะ อีกแค่ปีเดียวเอง สวนคุณมันก็น่าจะอยู่ตัวแล้ว”

ษมาแอบยิ้มที่มีโอกาสจะอธิบายเรื่องโศภี เขาเล่าว่า...หลังจากพ่อตาย โศภีซึ่งเป็นคนรักเริ่มจะห่างเหิน เขาจึงเอาเงินเก็บมาสั่งทำกำไลเงินสลักลายที่มีความหมายพิเศษสำหรับเขากับเธอมอบให้และขอร้องให้เธอรอ เขาสัญญาจะสร้างเนื้อสร้างตัว ไม่ให้เธอน้อยหน้าใคร... เวลาผ่านไปสองสามเดือน พายุเข้าทำลายสวนเขาจนหมด เพื่อนบ้านแนะนำถ้าทำไม่ไหวให้ขายสวน

“ขายแล้วฉันจะไปทำมาหากินอะไรล่ะลุง เรียนก็ไม่จบ ฉันก็หวังว่าจะทำสวนจนกว่าจะตั้งตัวได้ จะได้มีเงินไปขอโศภีเขาด้วย”

“โศภี ใช่ลูกสาวพี่สัน เจ้าของแพปลาหรือเปล่า” ษมาพยักหน้า “โอ๊ย...อีกไม่กี่วันก็เป็นเมียเจ้าสัวกิมแล้ว เขาไม่มาเอาเอ็งหรอก”

ษมาตกใจสุดๆ ไม่เคยระแคะระคายมาก่อน...เขาบุกไปหาโศภีที่บ้าน แต่กลับถูกพ่อเธอกีดกันไม่ให้กลับมาอีก แถมเหยียดหยามว่าเงินขายสวนยังไม่พอค่าสินสอด เก็บไว้ซื้อข้าวกินเองจะดีกว่า เขาโต้ว่าเจ้าสัวอายุมากกว่าโศภีหลายสิบปี ไม่สงสารลูกสาวหรือ กลับโดนพ่อเธอสั่งคนรุมอัด โศภีออกมาห้ามและตอกย้ำเขาว่า

“คุณขายทุกอย่างที่คุณมีเพื่อเอามาเป็นสินสอดให้พ่อโศน่ะเหรอคะ แล้วคุณคิดบ้างไหม ว่าถ้าโศแต่งงานกับคุณไปแล้วเราจะอยู่กันได้ยังไง ในเมื่อคุณไม่มีสมบัติอะไรติดตัวซักอย่าง”

“เรื่องนั้นไว้ค่อยคิดกันก็ได้ สำคัญแค่มีคุณ ผมก็ไม่กลัวอะไรแล้ว ผมพร้อมสู้ทุกอย่าง”

“แต่โศกลัวค่ะ กลัวอดตาย...โศไม่ยอมเอาชีวิตไปเสี่ยงตายเอาดาบหน้าพร้อมกับคุณหรอกนะคะ ขอโทษนะคะที่โศเคยรับปากว่าจะรอคุณ แต่คุณทำให้โศผิดหวังเอง เรียนก็ไม่จบ ทำงานก็เจ๊ง แล้วจะให้โศฝากอนาคตไว้กับคุณได้อย่างไร”

โศภีตอกย้ำให้เขารู้ว่า เธอเลือกเจ้าสัวเพราะมีธุรกิจมั่นคง รับประกันชีวิตที่สุขสบายไปจนตาย เธอรักเขา แต่ไม่มากพอที่จะยอมกัดก้อนเกลือกิน...ษมาซาบซึ้งน้ำตาคลอเบ้า ยิ้มเยาะให้กับตัวเอง ที่หลงนึกว่าผู้หญิงคนนี้คือคนที่รักตนและยอมร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วย

“ผมเลยเอาเงินที่ขายที่ได้ไปเล่นพนันในบ่อน กะประชดชีวิตให้มันหมดตัว แต่มันดันยิ่งเล่นยิ่งได้ อย่างที่คุณรู้นั่นแหละ ผมคงไม่ต้องเล่าซ้ำแล้วมั้ง”

“แล้วคุณโศภีล่ะคะ”

“โศเขาแต่งงานไปกับเจ้าสัวซักเจ็ดแปดปี เจ้าสัวก็ตาย มรดกทั้งหมดก็แบ่งกับลูกชายเจ้าสัวคนละครึ่ง จนกลายเป็นแม่ม่ายทรงเครื่องอย่างที่คุณเห็น”

สาระวารีแย้งว่าโศภีทั้งสวยและรวย เขาน่าจะคืนดีกับเธอ แต่ษมาโต้ว่า ตนเจ็บแล้วจำ...เขาถามเธอจดทันไหม หญิงสาวตอบว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวเกินไป ไม่ควรเอามาเขียน

เห็นษมาอมยิ้มสีหน้าเจ้าเล่ห์ สาระวารีนึกได้ “คุณหลอกให้ฉันฟังคุณแก้ตัวใช่ไหม”

“ก็ผมพยายามจะอธิบายกับคุณดีๆ แต่คุณไม่ยอมฟังเองนี่”

“แล้วทำไมฉันต้องฟังด้วยล่ะ ฉันบอกแล้วไง ว่าคุณจะมีใครมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน”

“ผมก็บอกคุณแล้วเหมือนกัน ว่าผมไม่อยากให้คุณเข้าใจผิด แล้วการได้ฟังจากปากผมเอง มันก็ดีกว่าคุณเที่ยวไปถามเอาจากคนอื่น...คุณไม่ใช่แค่คนที่เคยช่วยชีวิตผมเอาไว้เท่านั้นนะวารี แต่คุณคือแรงผลักดัน ที่ทำให้ผมกลับขึ้นมายืนใหม่ได้อีกครั้ง”

สาระวารีมองหน้าเขางงๆ ษมาเล่าว่า จากวันนั้นที่เห็นเด็กผู้หญิงยอมเจ็บตัวขอเงินไม่กี่บาทจากพ่อไปซื้อยาให้แม่ ส่วนตนเอาเงินแสนจากน้ำพักน้ำแรงของพ่อมาถลุงเล่นเพื่อประชดชีวิตกับผู้หญิงที่ไม่เห็นค่าในตัวเรา มันทำให้ตนได้คิด กลับมาตั้งหลักชีวิตได้ใหม่

“ผมถือว่าคุณเป็นคนสำคัญในชีวิตของผมนะวารี ผมถึงไม่อยากให้คุณเข้าใจอะไรผิด ถึงจะเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยก็เถอะ ผมก็ไม่ยอมปล่อยผ่านทั้งนั้น” ษมามองสาระวารีด้วยสายตาลึกซึ้ง ทำเอาหญิงสาววางหน้าไม่ถูก หายใจไม่ทั่วท้อง สะเทิ้นอายไปกับสายตาของเขา

สาระวารีตัดบทถามคำถามต่อไป แต่มือไม้สั่นอย่างเห็นได้ชัด ษมายิ้มอย่างเอ็นดู

ooooooo

คืนนั้น สาระวารีโทร.คุยกับมีคณา ทั้งบ่นทั้งแซวเรื่องแหล่งข่าวของกันและกัน ต่างเขินอายไม่ยอมรับความรู้สึกของตัวเอง

ในขณะเดียวกัน สองพี่น้อง ลำแพงกับแลงคุยกันเรื่องที่ พรุ่งนี้ษมาจะพาสาระวารีไปเกาะพระฮาม ลำ–แพงดีใจจะได้จบเรื่องเร็วๆ แลงเสียดายหมดสนุกจะเห็นโศภีหึงหนักขึ้นทุกวัน ลำแพงยิ้มเยาะ มันหมดสนุกตั้งแต่วันที่โศภีวางแผนลักพาตัวสาระวารี จนเข้าหน้าษมาไม่ติดแล้ว แลงสงสัยว่าษมาจะชอบสาระวารีจริง ลำแพงแว้ดใส่ เป็นไปไม่ได้ อย่าพูดให้ใครได้ยิน ษมาจะเสื่อมเสีย แลงจ๋อยลง ใจจริงลำแพงก็หวั่นใจอยู่ไม่น้อย

พิพัชเองก็ไม่เห็นด้วยที่ษมาจะพาสาระวารีไปเกาะพระฮาม จันเลาแก้ต่างให้ว่าบนเกาะไม่มีความลับอะไรทำไมจะไปไม่ได้ และทำไมถึงได้ตั้งแง่รังเกียจเธอนัก ระวังจะลำบากทีหลัง

“ลำบากยังไง ทำข่าวเสร็จก็กลับไปแล้ว”

“ทำไมแกมันซื่อบื้อนักวะ ไม่เห็นเหรอว่าคุณษมาทั้งเอาอกเอาใจ ทั้งเป็นห่วงคุณวารีขนาดไหน แกเคยเห็นคุณษมาเป็นแบบนี้กับผู้หญิงคนไหนมาก่อนรึเปล่าล่ะ”

“แกคิดว่าคุณษมาจะชอบนักข่าวคนนั้นจริงๆหรือ”

“นาทีนี้คิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้หรอก ดูปฏิกิริยาคุณโศภีเอาก็ได้” พิพัชเกรงษมาจะถูกหลอก แต่จันเลาไม่คิดอย่างนั้น เพราะษมาบอกว่ารู้จักกันมาก่อนและคนอย่างเขาหลอกยาก หรืออยากให้ษมาเลือกโศภีมาเป็นนายหญิง พิพัชส่ายหน้า ถ้าเป็นอย่างนั้นตนจะขึ้นฝั่งไปทำงานกับสมบูรณ์ จันเลาถามถ้าเจ้านายเลืิอกสาระวารี พิพัชตอบเหมือนเดิม เพราะเขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่...ไม่คาดคิด โศภีแอบฟังการสนทนาของสองหนุ่ม

จากนั้น โศภียกกาแฟมาให้ษมาในห้องทำงาน พยายามออดอ้อนว่าที่ผ่านมาตนเจ็บปวดมาตลอด ษมา แขวะ “เห็นว่าได้มาเป็นร้อยล้าน เจ็บเพราะเงินทับเท้าเอาเหรอครับ”

“คุณจะพูดกระทบกระเทียบแดกดันโศยังไงก็ได้ แต่ขอให้คุณรู้เอาไว้ว่าโศไม่ได้อยากทำอย่างนั้นเลย แต่ไม่มีทางเลือก” โศภีบีบน้ำตาเล่าเรื่องที่พ่อขอร้องตน ว่ากิจการแพปลาไม่รุ่งเรืองเหมือนก่อน พ่อจึงเอาเงินไปลงทุนร้านอาหารกับเพื่อนแต่ถูกโกง

พ่อยืมเงินจากเจ้าสัว ดอกเพิ่มพูนจนหมดปัญญาจะใช้คืน เผอิญเจ้าสัวชอบตนจึงสู่ขอ พ่อให้ตนเลือกว่า ถ้าไม่ตกลง พ่อก็จะยอมให้เขายึดบ้านและทรัพย์สิน ตนสงสารพ่อ...โศภีสะอื้น

“ตลอดเวลาที่ผ่านมา โศก็มีแต่กำไลอันนั้นเป็นเครื่องปลอบใจให้หายคิดถึงคุณ โศมีเรื่องจะพูดแค่นี้ล่ะค่ะ คุณจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็สุดแล้วแต่คุณ”

ษมานั่งฟังนิ่งๆ แล้วเปิดลิ้นชักค้นหาของบางอย่าง สักพักก็เจอ หยิบกำไลเงินขึ้นมาวางบนโต๊ะ “กำไลอันนี้ใช่ไหมที่คุณบอกว่าเก็บมันไว้เป็นที่ระลึก” สีหน้าโศภีซีดเผือดตกใจมาก ษมายิ้มเยาะ... “แล้วคุณรู้ไหมว่าผมได้มันกลับมายังไง”

ษมาเล่าว่า เขาเห็นกำไลนี้อยู่ที่ข้อมือญาติคนหนึ่งของเธอ จึงขอซื้อต่อด้วยเงินห้าพันบาท น้าคนนั้นบอกว่า “พันนึงฉันก็ขายแล้ว ฉันไม่ได้ซื้อมันมาหรอก โศมันทิ้งรวมกับเสื้อผ้าเก่าๆของมัน ตั้งแต่ได้เป็นเมียเจ้าสัว แม่โศเขาหัวสูง มือเติบ เสื้อผ้าข้าวของใช้ไม่กี่ครั้งก็ทิ้ง กำไลนี่ถ้าฉันไม่แอบเก็บมา เด็กรับใช้ในบ้านก็คงได้ไปใส่เล่นแล้วล่ะ”

ษมาชูกำไลต่อหน้าโศภี ตอกย้ำ “กำไลนี้ผมสั่งทำเอง มีอันเดียวในโลกไม่ซ้ำใครแน่”

โศภีจะแก้ตัว แต่ษมาชิงตัดบท เธอไม่ผิดหรอก เป็นเมียเจ้าสัวมีเงินใช้เหลือเฟือ จะเก็บกำไลราคาถูกแบบนี้ไว้ทำไม โศภีจนแต้มโผกอดษมาร้องไห้ขอโทษ ชายหนุ่มสงสัยอีกเรื่อง

“ถ้าคุณคิดถึงผมจริง ตอนที่เจ้าสัวเสียใหม่ๆทำไมคุณถึงไม่กลับมาหาผม...เพราะตอนนั้นผมยังไม่ได้มีเงินเท่าคุณ ไม่เหมือนตอนนี้ ที่ผมมีมากกว่า และกำลังจะเป็นเจ้าของกาสิโนใช่ไหมครับ จริงๆผมก็ไม่ได้ติดใจอะไรเรื่องนี้แล้วล่ะ ไม่งั้นผมคงไม่ยอมให้คุณกลับมายืนอยู่ตรงหน้าผมยังงี้หรอก ผมคิดว่าอย่างน้อยเราอาจทำธุรกิจร่วมกันได้ หรือดีหน่อยก็เป็นเพื่อนกันได้...แต่ถ้า
คุณยังไม่หยุดวุ่นวายกับชีวิตส่วนตัวของผมอีก เราคงต้องจบกันแค่นี้จริงๆ”

โศภีเจ็บแค้น โทษว่าเป็นเพราะสาระวารี เขาถึงเปลี่ยนไป ษมาได้แต่ส่ายหน้าเหนื่อยใจ

ooooooo

วันรุ่งขึ้น กูซอขับเรือพาษมา สาระวารี พิพัช และจันเลาไปเกาะพระฮาม สาระวารีตื่นเต้นถ่ายรูปไปตลอดทาง พิพัชกับจันเลานั่งมองนิ่งๆ ษมา คอยอธิบายสิ่งต่างๆให้เธอฟัง

“ผมมีเรือเร็วจากตราดตรงไปที่พระฮามรับส่งลูกค้าอยู่แล้ว แต่อีกไม่นานคงมีเครื่องบินเล็กไว้บริการ ลองลูกค้ามีเงินเข้ากาสิโนผมได้ ก็เดินทางไม่ลำบาก”

“กะจับแต่พวกกระเป๋าหนักๆล่ะสิ” สาระวารีเบ้ปากหมั่นไส้

ษมาว่าจะได้สกรีนคนเล่นชั้นหนึ่งก่อน หญิงสาวบ่นว่าบ่อนก็คือบ่อน จะคนรวยคนจนถ้าผีพนันเข้าสิง มันก็ไม่ต่างกัน จันเลาแอบขำที่เจ้านายโดนสาวตอกกลับ แต่พิพัชไม่พอใจ

เมื่อเรือเทียบฝั่ง ษมาจะช่วยสาระวารีขึ้นจากเรือ เพราะตรงนี้น้ำลึก ไม่มีหาดทราย แต่หญิงสาวไม่รับความช่วยเหลือ กระโดดจากเรือด้วยตัวเอง คนงานมาช่วยกัน ยกสัมภาระและเสบียง รวมทั้งของสาระวารีลงจากเรือ พิพัชควบคุมคนงานขนของ สาระวารียืนมองไปรอบเกาะ

“ท่าทางเกาะนี้จะใหญ่กว่าเกาะยานกของคุณเยอะเลยนะคะ”

“ก็ใหญ่กว่าประมาณสองเท่าได้ ที่สำคัญทำเลดีกว่า ฮวงจุ้ยก็ดีเหมาะจะเปิดกาสิโน”

“แล้วพวกไฟฟ้ากับน้ำจืดล่ะคะ คุณจะทำยังไง”

“ที่นี่มีน้ำตกขนาดใหญ่อยู่อีกฟากของเกาะ มีน้ำใช้ได้ทั้งปี แต่ผมสร้างแท็งก์เก็บน้ำฝนสำรองไว้แล้ว โครงการใหญ่ขนาดนี้ประมาทไม่ได้ พลาดล่ะเสียชื่อหมดกันเลย”

จันเลามาดึงพิพัชให้ออกห่างไม่ต้องตามเจ้านาย...

ษมาคุยให้สาระวารีฟังว่า สิ่งที่เป็นปัญหาตอนนี้คือสัญญาณมือถือยังใช้ไม่ได้ หญิงสาวถามถึงไฟฟ้า เขาจะพาเธอไปดูเครื่องปั่นไฟจากแรงคลื่น ที่เขาคิดขึ้นมากำลังไฟพอใช้ไปตลอดปี และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย

“กรีนกาสิโน อนุรักษ์ธรรมชาติซะด้วย” สาระวารีประชด

ทั้งสองกำลังจะเดินไป ษมาได้ยินเสียงเรือเร็วแล่นตรงมา บนเรือมีคนสี่ถึงห้าคน ด้วยความไว ษมาเห็นคนบนเรือยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 เขาร้องบอกทุกคนให้ระวัง แล้วโถมตัวเข้ากอดสาระวารีกระโจนลงทะเล ท่าเรือตรงที่ษมายืนเมื่อสักครู่ระเบิดไฟลุกท่วม พิพัช จันเลาและคนงานตั้งสติได้ชักปืนออกยิงตอบโต้ กูซอยิงสกัดให้พิพัชกับจันเลา คนร้ายยังกราดยิงใส่ษมากับสาระวารีในทะเล จันเลาจึงบอกพิพัชช่วยกันยิงไปที่ถังน้ำมันเรือ

ษมาคาดการณ์ได้ ฉุดสาระวารีดำดิ่งลงไปว่ายให้ ไกลจากจุดนั้น เสียงเรือระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว พิพัชสั่งการให้ช่วยเจ้านายขึ้นจากทะเล จันเลาเห็นว่าพิพัชถูกสะเก็ดระเบิดที่แขน จึงให้เขาไปทำแผล ตนไปช่วยเอง...

แต่ษมาหิ้วปีกสาระวารีขึ้นบนหาดอีกด้านของเกาะ เขาสำรวจว่าเธอบาดเจ็บตรงไหนบ้าง หญิงสาวส่ายหน้า คิดว่าเป็นวิญญาณไปแล้ว ชายหนุ่มจึงจับแก้มเธอ

สาระวารีปัดมือษมาออกอย่างโกรธๆ “อย่ามาฉวยโอกาส เดี๋ยวโดน”

“คราวนี้เชื่อผมรึยัง ว่าทำไมผมถึงต้องระวังตัวตลอดเวลา”

“แล้วคุณล่ะ เป็นอะไรหรือเปล่า” สาระวารีจ๋อยลง อดเป็นห่วงเขาไม่ได้

ษมายักไหล่ว่าเรื่องเล็ก ชวนเธอเดินกลับไปที่แคมป์ สาระวารีลุกขึ้นเข่าอ่อนจะทรุด เขาเข้าประคอง เธอดีดตัวออกห่าง อวดเก่งว่าตนอายุน้อยกว่าเขาเยอะต้องไหว ษมายิ้มระวังหลังให้ พอมาถึงแคมป์ พิพัชโล่งใจรีบรายงานความเสียหายว่า คนงานบาดเจ็บหลายคน เครื่องมือสื่อสารพัง สาระวารีเหลือบเห็นที่แขนพิพัชเลือดเกรอะกรัง “อ้าว! นี่คุณก็บาดเจ็บนี่คะ”

“โดนแค่ถากๆ ไม่เป็นอะไรมากหรอก”

“ไม่มากก็ต้องทำแผลค่ะ เดี๋ยวติดเชื้อขึ้นมาจะยุ่ง ไป เดี๋ยวฉันทำแผลให้”

สาระวารีหมั่นไส้รู้ว่าพิพัชไม่ชอบตนเท่าไหร่ แกล้งดึงเขา พิพัชร้องลั่น แผลจะฉีกก็เพราะเธอ หญิงสาวลากเขามาทำแผลจนได้...ษมาปรึกษาจันเลาหน้าเครียดว่าต้องมีหนอนบ่อนไส้แน่ เพราะที่เกาะนี้มีเวรยามแน่นหนา ไม่มีใครบุกมาได้ง่ายๆ จันเลาพยักหน้าเห็นด้วย

ooooooo

ด้านเกาะยานก โศภีลากกระเป๋าออกมาเจอลำแพงทำความสะอาดบ้านอยู่ จึงสั่งให้เอาเรือไปส่งตนที่ฝั่ง ลำแพงตอบหน้านิ่งว่าษมาเอาเรือไปเกาะพระฮาม เรืออีกลำเข้าฝั่งไปขนของตั้งแต่เช้ายังไม่กลับ โศภีโวยให้โทร.ตามคนของตนเอาเรือมารับ ลำแพงโต้กลับทำไมไม่โทร.เอง

โศภีโกรธตัวสั่น พลัน แลงเข้ามาบอกพี่สาวว่าติดต่อษมาไม่ได้ไม่รู้มีปัญหาอะไร ลำแพงหน้าเสียลองไปใช้วิทยุสื่อสารที่ห้องทำงานษมาก็ติดต่อคนบนเกาะไม่ได้เช่นกัน โศภียืนครุ่นคิด

ตกเย็น ทุกอย่างบนเกาะพระฮามดูสงบเหมือนไม่มีเรื่องร้ายเกิดขึ้นมาก่อน สาระวารีอยู่ในชุดชาวเลยืนมองวิว ษมาเข้ามาต่อว่าด้วยความเป็นห่วงที่แยกมาลำพัง เธอมองหน้าเขานิ่งๆ ษมาแปลกใจมีอะไร หญิงสาวเอ่ยถามว่าศัตรูเขาเป็นใครกันแน่ทำไมถึงใช้อาวุธสงครามมายิงเป็นว่าเล่นได้ ชายหนุ่มขำเลือดนักข่าวเธอคงฉีดพล่าน

“ถ้าคุณไม่ตอบ ฉันจะไม่คุยกับคุณอีกเลย” สาระวารีโกรธจะเดินหนี

“ศัตรูผมมีอยู่เต็มไปหมด ใครๆก็อยากให้ผมตายทั้งนั้นแหละ เรื่องวันนี้ผมยังตอบไม่ได้หรอกว่าฝีมือใคร แต่ผมยืนยันได้ว่าผมไม่เคยทำอะไรผิดกฎหมาย ที่ถูกไล่ฆ่าก็เพราะสัมปทานกาสิโนประเด็นเดียวเลย”

“ทำไมล่ะคะ ก็คุณได้สัมปทานไปแล้วนี่ ฆ่าคุณตายแล้วจะมีประโยชน์อะไร”

“มีสิครับ ในสัญญาระบุว่าถ้าผมเปิดกาสิโนได้ไม่ทันตามกำหนด ไม่ว่าจะสาเหตุอะไรสัมปทานของผมก็ต้องเปลี่ยนมือไป ถึงได้มีคนคอยขัดแข้งขัดขา ถึงขั้นอยากฆ่าผมให้ตายไง”

“สัญญาบ้าบออย่างนี้ คุณทำไปได้ยังไง นี่ก็ไม่ต่างจากคุณทำสัญญาเชิญคนมาฆ่าชัดๆ”

“สร้างกาสิโนที่นี่ มันเป็นความฝันของผม แล้วนี่ก็เป็นโอกาสเดียวที่ผมจะทำให้ฝันตัวเองเป็นจริงได้ ถึงจะเสี่ยงตาย มันก็คุ้มที่จะเสี่ยง”

หญิงสาวบ่นฝันอยากเป็นเจ้าของบ่อน ดีตาย... ษมารู้ว่าเธอเกลียดการพนันฝังใจ ไม่ยอมเปิดใจรับง่ายๆ จึงถามถึงความฝันของเธอบ้าง สาระวารีหน้าเศร้าลงเพราะฝันสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

“ฉันถึงขั้นเคยอธิษฐานขอกับพระจันทร์เลยนะคะ ฉันอยากให้แม่หายป่วย อยากให้พ่อเลิกเล่นการพนัน คุณว่ามันจะเป็นจริงได้ไหมล่ะ” สาระวารีหัวเราะเยาะตัวเองน้ำตารื้น

ษมาสบตาเธออย่างเห็นใจ หญิงสาวหลบตาไม่อยากให้เขาอ่านความรู้สึกตัวเองมากกว่านี้...เมื่อสาระวารีกลับมาที่เกิดเหตุ เห็นสภาพความเสียหายถึงกับเข่าอ่อน ษมาเดินตามมาเข้าประคอง เธอผละออกยอมรับว่า รู้สึกเหมือนตัวเองขี้ขลาด ษมาปลอบว่าเธอกล้าหาญมากต่างหาก คนโง่เท่านั้นที่ไม่รู้จักกลัวอะไร จะมีสักกี่คนที่ยืนอยู่ได้หลังจากถูกไล่ยิงด้วยอาวุธสงครามอย่างเธอ

“ก็คุณไงคะ”

“ผมชินแล้ว นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมเจอไล่ล่าแบบนี้”

สาระวารีสงสัยทำไมไม่มีข่าว ษมาตอบว่ามีอีกมากที่เกิดขึ้นที่นี่แล้วไม่เป็นข่าว เพราะทุกคนเป็นคนของเขา

เลือดนักข่าวสาระวารีฉีดพล่าน “ลองนึกดูสิคะ ข่าวเจ้าพ่อเกาะยานกถูกระเบิดเอ็ม 79 ถล่มหน้ากาสิโน มันจะตื่นเต้นเร้าใจคนอ่านสยามสารขนาดไหน”

ษมาจ้องหน้าเธอนิ่ง “อย่าแม้แต่จะคิด อย่าลืมว่าคุณก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย การตกเป็นข่าวซะเอง ไม่สนุกเหมือนกับการทำข่าวคนอื่นหรอกนะ”

“แต่คุณก็ไม่ควรปิดบังข่าวสารต่อสาธารณชน”

“ใช่ ถ้าเป็นข่าวที่มีประโยชน์ หรือว่ามีผลกระทบกับคนหมู่มาก แต่เรื่องนี้ผมเห็นว่าเกี่ยวพันกับคนแค่ไม่กี่คน ผมไม่เห็นมีความจำเป็นต้องเปิดเผย”

“แล้วคุณคิดบ้างไหม บางทีอาจจะไม่ใช่ฝีมือพวกอยากได้สัมปทานก็ได้ แต่เป็นคนที่มีเรื่องโกรธแค้นส่วนตัวกับคุณแล้วฉวยโอกาส อย่างเช่นนายดิตถ์เป็นต้น”

ษมาตาดุกร้าว เตือนอย่าเอ่ยชื่อใครถ้าไม่รู้แน่ ย้ำห้ามเขียนข่าวนี้เด็ดขาด หญิงสาวเบ้ปาก

ooooooo

โศภีเห็นเรือกลับมา จึงถามลำแพงไม่คิดจะตามไปดูษมาที่เกาะพระฮามหรือ ลำแพงตอบหน้านิ่งว่า ฝนตกพายุจะมา แลงเข้ามารายงานว่า ชาวประมงลือกันว่า เกาะพระฮามถูกยิงถล่ม ลำแพงตกใจในขณะที่โศภีหน้านิ่งครุ่นคิด

ลูกน้องมารายงานดิตถ์ว่าครั้งนี้ษมาไม่น่ารอด ดิตถ์ดีใจแต่ให้ลูกน้องคอยเช็กข่าว พรุ่งนี้ตนจะไปทาบทามหุ้นส่วนร่วมทำสัมปทานแทนษมา ก่อนที่คนอื่นจะตัดหน้าไปก่อน

คืนนั้น ษมานั่งตรวจเอกสารมากมาย กูซอคุมคนงานซ่อมเครื่องมือสื่อสาร ษมาเปรยกับจันเลาว่า ติดเกาะแบบนี้ก็ดี ทำให้ตนมีเวลาตรวจเอกสาร จันเลาบุ้ยใบ้ให้ษมาดูสาระวารี เธอคงจะหิว กัดกินบะหมี่สำเร็จรูปแห้งๆ ไปสองก้อนแล้ว ษมาเอาน้ำมาให้ดื่ม เธอส่ายหน้า ขืนกิน น้ำมีหวังบะหมี่อืดในท้องแน่ เธอรื้อของในเป้ด้วยความดีใจที่มันไม่เสียหาย พลัน ไฟดับพรึบ ตกใจร้องลั่นได้ยินเสียงษมาหัวเราะจึงโวยขำอะไร

ษมาจุดเทียนถือมาปักตรงโต๊ะ ถามสาระวารีกลัวความมืดหรือ เธอตอบว่าเปล่า เขาจึงให้เธอมานั่งคุยกับเขา เพื่อยืนยันว่าไม่กลัวเขาด้วย

“ทำไมฉันต้องกลัวคุณด้วย ก็แค่นั่งคุย...ไงคะ ฉันมาแล้ว อยากคุยอะไร หรือเปลี่ยนใจจะให้สัมภาษณ์ขึ้นมาตอนนี้”

“ไม่เอา เบื่อคุยเรื่องผมแล้ว คุยเรื่องคุณบ้างดีกว่า ทำไมถึงชอบเป็นนักข่าว”

สาระวารีตอบว่า ตอนแรกไม่ได้ชอบ ที่เลือกเรียนเพราะเห็นว่าเป็นงานที่ไม่ต้องจำเจอยู่ในออฟฟิศ แต่พอได้เข้ามาทำก็เริ่มรัก เพราะมันทำให้ได้ท่องเที่ยว ได้เจออะไรใหม่ๆตลอดเวลา โลกนี้มีหลายอย่างที่เรายังไม่รู้ ที่สำคัญที่สุด มันสร้างความภูมิใจให้ผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างตน ที่ทำประโยชน์ให้สังคมได้ ษมาเย้าพูดสร้างภาพหรือเปล่า หญิงสาวค้อนขวับ

“ฉันจะพูดสร้างภาพกับเจ้าพ่อไปทำไมคะ ฉันน่ะเหมือนกระจกเงาบานใหญ่ๆที่ช่วยเตือนให้คนรู้ว่า กำลังเกิดอะไรขึ้น จะได้หาทางป้องกันตัวเอง”

“เหมือนที่คุณกำลังนำเสนอเรื่องกาสิโนของผม เพื่อให้ประชาชนหาทางป้องกันใช่ไหม”

สาระวารียักไหล่ ตนมีหน้าที่เสนอข่าว คนอ่านเป็นคนตัดสินใจ ษมายิ้มที่เธอฉลาดตอบ

“ได้ยินแบบนี้ผมก็สบายใจ เอาล่ะ คุณเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว พักผ่อนเถอะ ผมยกแคร่ตัวนี้ให้ กู๊ดไนท์ครับ แขกคนแรกของกาสิโนเกาะพระฮาม”

ษมาลุกไปนั่งทำงานที่เดิม ปล่อยให้สาระวารีนอนพัก เธอหลับตาลงอย่างรู้สึกปลอดภัย

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ดิตถ์มาหาจิตติเพื่อชักชวนเขาเป็นหุ้นส่วนทำกาสิโนแทนษมา จิตติไม่อยากเชื่อว่าษมาจะเป็นอะไร เขาไม่เล่นด้วย จิณห์วราใจหายวาบเพราะรู้ว่าเพื่อนรักอยู่กับษมาที่เกาะนั่น

ดิตถ์หงุดหงิดกลับไป...จิตติเปรยกับลูกสาวว่า ถึงตนจะอยากได้สัมปทาน แต่ก็ไม่ขอร่วมมือกับคนอย่างดิตถ์ และปลอบลูกว่าษมาดวงแข็งต้องปลอดภัยรวมทั้งสาระวารีด้วย

สาระวารีล้างหน้าแปรงฟันเดินออกมาจากแคมป์ เห็นคนงานเก็บกวาดทุกอย่างเรียบร้อย เธอได้กลิ่นกาแฟทำจมูกฟุตฟิต ษมาเทกาแฟเรียกเธอมานั่ง เธอยิ้มชมว่ามื้อเช้าค่อยยังชั่วหน่อย กูซอเข้ามาถามอยากทานอะไร ข้าวต้มหรือแซนด์วิช เธอทำหน้าฉงนขอทั้งสองอย่าง ษมายิ้มอย่างเอ็นดู บอกเธอตามสบาย ตนจะไปเดินสำรวจความเสียหาย พิพัชเข้ามาแขวะสาระวารีทันที

“ถ้าอยากกินอยู่สบายๆก็ไม่น่าดันทุรังมาทำข่าวที่พระฮาม ทำเอาคนอื่นเขาเดือดร้อนเกือบตายกันไปหมด”

“พูดอย่างนี้ก็ไม่ถูกนะคุณ ใครกันแน่ที่เดือดร้อนจนเกือบตาย ต่อให้ฉันไม่มา พวกคุณก็ต้องโดนถล่มอยู่แล้ว เอ...หรือว่าพวกมือปืนมันเห็นว่า ฉันสวยเข้าตาก็เลยนึกพิศวาสขึ้นมา คว้าเอ็ม 79 มาไล่ยิง จนทุกคนต้องพลอยเดือดร้อนกันไปหมด”

พิพัชขบกรามแน่นไม่สบอารมณ์เดินไป จันเลายิ้มขำๆสาระวารีสบถองครักษ์พิทักษ์นายหญิงคนหนึ่งยกข้าวต้มมาวาง สาระวารีจึงถามว่า แถวนี้มีอะไรน่าเที่ยวบ้าง หญิงสาวรับอาสาจะพาไป...หลังทานอาหารเสร็จ หญิงสาวชาวเกาะก็พาสาระวารีมาที่น้ำตก สาธยายว่า

“คุณษมาท่านบอกว่า คนที่มาเที่ยวไม่จำเป็นต้องมาเล่นพนันอย่างเดียว เราต้องมีโรงแรม ร้านค้า ร้านอาหารและธรรมชาติสวยๆไว้ให้ครอบครัวลูกค้ามาพักผ่อนด้วยกัน”

“สงสัยทุกคนที่นี่จะถูกเจ้านายล้างสมองกันหมดแล้ว ถึงได้ชื่นชมกันซะเหลือเกิน”

“เปล่านะคะคุณ”

“เธอรู้ไหมว่าการพนันเป็นสิ่งไม่ดี ไฟไหม้ยังเหลือที่ดิน แต่เสียพนันเราจะไม่เหลืออะไร แม้แต่ที่ซุกหัวนอน ตอนนี้เจ้านายเธอกำลังทำสิ่งที่ทำร้ายสังคมอยู่”

“แต่คุณษมาก็ไม่ได้บังคับให้ใครมาเล่นนี่คะ แล้วคนที่จะมาเล่นที่นี่ ก็ต้องรวยเท่านั้นถึงจะมาเล่นได้ อย่างพวกหนูไม่มีปัญญาเข้าไปเล่นหรอกค่ะ”

สาระวารีอึ้ง พลันมีเด็กๆมาวิ่งเล่น เธอแปลกใจ หญิงชาวเกาะบอกว่าเป็นลูกคนงาน ษมาให้คนงานพาลูกเมียมาอยู่ด้วย และจัดหาครูมาสอนหนังสือเด็กๆ เมื่อสร้างกาสิโนเสร็จ ก็ให้คนงานเลือกที่จะอยู่ทำงานต่อเป็นพนักงานประจำ ใครถนัดด้านไหนก็ทำด้านนั้น และให้ เงินเดือนสูงด้วย หญิงสาวชื่นชมษมาอย่างมาก สาระวารีทึ่งที่ษมาทำให้คนมีงานทำจริงๆ

ooooooo

ด้านษมากำลังสำรวจสถานที่อยู่ เห็นเรือสองลำแล่นตรงมา ทีแรกเกรงว่าจะเป็นเรือคนร้าย แต่พอใกล้เข้ามาก็รู้ว่าเป็นเรือที่บ้าน ษมารีบหลบฉากไปทันที...โศภีปรี่เข้ามาซักไซ้พิพัชกับจันเลา ว่าษมาอยู่ไหน ทั้งสองทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น กูซอกระซิบบอกลำแพงว่าษมาหลบโศภี

ษมาเดินมาถึงน้ำตก กำลังจะนั่งพักต้องตะลึงเมื่อเห็นสาระวารีนุ่งกระโจมอกเล่นน้ำตกอยู่ พอเธอหันมาเห็นเขาต่างตกใจ เธอรีบย่อตัวโผล่แค่หัว ษมาขำถามนึกสนุกอะไรขึ้นมา

“ไม่ได้นึกสนุก เห็นน้ำมันใสสะอาดดีก็เลยยืมผ้าถุงน้องเขามาอาบน้ำ”สาระวารีเขิน

ษมาหาที่นั่งเหมาะเจาะ สาระวารีโวยไล่ให้ไปที่อื่น เขาจึงแกล้งจะลงไปเล่นน้ำด้วย พลันโศภีโผล่มาสีหน้าไม่พอใจ ตามด้วยลำแพงสีหน้าช็อก สาระวารีเซ็งดำน้ำไปหาที่ขึ้นแต่งตัวแล้วเดินเลี่ยงไปที่อื่น โศภีตามมากระชากแขนท่าทางเอาเรื่อง สาระวารีบอกว่าษมาเล่าความจริงให้ฟังแล้ว โศภีไม่เชื่อ ษมาตามมาเสียงกร้าว

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ โศ อย่ามาแสดงกิริยาไม่สุภาพกับแขกของผม”

“แขกหรือคู่ขากันแน่คะ โศอุตส่าห์ห่วงคุณ พอออกเรือได้ก็รีบตามหาคุณทันที แต่คุณกลับมาเล่นน้ำสำเริงสำราญอยู่กับนังนี่” โศภีชี้หน้าสาระวารี

สาระวารีปัดมือโศภีอย่างแรง โต้ตอบสะใจ “ต่อให้ฉันแก้ผ้าเล่นน้ำกับคุณษมา แล้วคุณเดือดร้อนอะไรด้วย... แขกก็ไม่ใช่ คู่ขาก็ยิ่งไม่ใช่ใหญ่ ฉันเป็นแขกที่คุณษมาออก ปากเชิญ ส่วนคุณไม่ใช่ แล้วฉันก็ไม่เห็นว่าใครที่เกาะยานกจะยินดีต้อนรับคุณสักคน คุณทนเพื่ออะไรคะ ฉันล่ะ อยากขอสัมภาษณ์คุณจริงๆเลย”

โศภีเสียหน้าโกรธจนตัวสั่น เงื้อมือจะตบ ษมายื้อแขนไว้บอกโศภีให้กลับขึ้นฝั่งไปเลยแล้วหันมาโอบเอวสาระวารีพาขึ้นเรือ แต่เธอสะบัดตัวออก โศภีน้ำตารื้นทั้งน้อยใจระคนแค้น ลำแพงยิ้มมุมปากปรายตาเย้ยโศภี เธอยิ่งโกรธแค้น ซ่อนความโหดเหี้ยมเอาไว้

เมื่อถึงเกาะยานก ษมาตามง้อสาระวารี เธอสบถถ้าไม่ติดงานสัมภาษณ์จะกลับเสียเดี๋ยวนี้ ชายหนุ่มรีบขอโทษกับเรื่องน่ารำคาญเหล่านั้น พอดีแลงเข้ามารายงานว่า จิตติรอพบอยู่ในบ้าน ไม่ทันไรจิณห์วราวิ่งออกมาหาสาระวารี สองสาวกอดกันด้วยความดีใจ วัฒนาตากล้องตามมาด้วย สาระวารีจึงถือโอกาสให้เขาถ่ายภาพทั่วเกาะ

ษมาขอบคุณจิตติที่เป็นห่วง จิตติเสนอให้ษมาเปิดกาสิโนบางโซนก่อน แต่ษมาเห็นว่าทำแบบนั้นลูกค้าอาจเป็นเป้าแทน จิตติชื่นชมความรอบคอบของษมา สมแล้วที่ทำงานใหญ่ระดับนี้ ทั้งสองหันมาคุยธุรกิจอาหารแช่แข็งที่ทำร่วมกันแทน แต่ท่าทางษมาจะห่วงสาระวารี เกรงจะถูกเพื่อนชวนกลับจึงไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไหร่

สาระวารีเล่าเรื่องโศภีให้เพื่อนฟัง จิณห์วราปักใจว่าเธอหึงษมา สาระวารีโต้เขาแก่เกินไป

“จริงเร้อ มากประสบการณ์ยังงี้แหละถึงจะกำราบเธออยู่” จิณห์วรากระเซ้า

สาระวารีโวยเรื่องอะไรจะต้องหาแฟนมากำราบตัวเอง ไม่ได้หาพ่ออีกคน วัฒนาโล่งอก

“ฉันมีจรรยาบรรณพอย่ะ จะไปมีความรู้สึกพิเศษกับแหล่งข่าวได้ไง แล้วฉันก็ไม่ได้ใจง่ายขนาดนั้น มาอยู่บ้านเขาไม่กี่วันจะให้มาหลงรักเขาเนี่ยนะ ไม่มีทางหรอกย่ะ”

“เออๆ ไม่ชอบก็ไม่ชอบ ไม่เห็นต้องอารมณ์เสียเลย จะกลับตราดพร้อมกันเลยไหม”

วัฒนาช่วยคะยั้นคะยอให้กลับ สาระวารีลังเล ตัดสินใจขออยู่ทำงานสัมภาษณ์ให้เสร็จ จิณห์วราหันมากระซิบกับวัฒนาว่า ลูกพี่เขาท่าทางน่าสงสัย

คืนนั้น มีคณาโทร.คุยกับสาระวารี ว่าวัฒนาถูก บก. เค้นให้เล่าอย่างละเอียด เขาอยากให้เธอกลับ สาระวารีบ่นอุตส่าห์เสี่ยงตายมา ต้องได้ข่าวกลับไป ไม่อย่างนั้นเสียชื่อแย่ บอกมีคณาไม่ต้องห่วง ตนมั่นใจว่าษมาดูแลตนเป็นอย่างดี มีคณาแปลกใจที่เพื่อนใช้คำว่ามั่นใจกับผู้ชาย

เช้าตรู่ บรรยากาศสบายๆ สาระวารีรู้สึกตัวว่านอนกอดบางอย่างนุ่มๆจึงลืมตามอง เป็นเจ้าเหลืองลายก็ตกใจร้องลั่น มันมองหน้าเธอนิ่งๆ เธอโวยบุกรุกห้องคนอื่นยังมาจ้องหน้าอีก

เวลาผ่านไป ษมาอุ้มเหลืองลายฟังสาระวารีฟ้องขำๆ “คุณก็เข้าข้างแมวคุณตลอด เจ้าอ้วนนี่ร้ายจะตายไป แอบมานอนบนเตียงตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ พอฉันตกใจตื่น มันยังทำท่ารำคาญเหมือนกับฉันเป็นพวกงี่เง่า ขี้โวยวาย ทำให้มันต้องตื่นนอน”

ษมาขำที่เธอหาเรื่องได้กระทั่งแมว แก้ตัวแทนว่ามันคงเข้าไปซ่อนตัวในห้อง พอดึกๆหนาวจึงออกมานอนด้วย ก็บ้านนี้เป็นของมัน สาระวารีค้อนขวับ...ษมาชวนเธอขึ้นฝั่งไปดูอะไรบางอย่าง สมบูรณ์รอรับอยู่ มีพิพัชและจันเลาคอยคุ้มกัน ษมาพาสาระวารีมากราบที่เก็บกระดูกพ่อเธอ ที่เขาให้สมบูรณ์ตามหาว่าเผาวัดไหน สมบูรณ์เล่าว่าสารเคยบ่นให้ฟัง

“แม่หนูเป็นลูกเศรษฐีผู้ดีเก่า ตากับยายรังเกียจพ่อหนูที่เป็นแค่เสมียนอำเภอจนๆ พ่อเขาเลยพยายามสร้างเนื้อสร้างตัว เพื่อให้ทางบ้านแม่หนูยอมรับ”

สาระวารีไม่อยากเชื่อ ษมาเสริมว่า พ่อเธอคิดผิดไปหน่อย แต่ที่ทำไปเพราะรักครอบครัว สมบูรณ์เอาจดหมายที่สัปเหร่อเจอในตัวสาร ส่งให้สาระวารีอ่าน...พ่อรู้ว่าพ่อเขียนจดหมายฉบับนี้มาช้าเกินไป แต่พ่ออยากจะบอกลูกทั้งสองคนว่า ที่พ่อต้องยอมให้ลูกไปอยู่กับคุณยายก็เพราะพ่อไม่มีเงินจริงๆ พักหลังมานี่ พ่อเล่นได้ เริ่มมีเงินเหลือบ้าง พ่อตั้งใจจะไปรับลูกทั้งสองกลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม รอพ่อด้วยนะ รัก จากพ่อ...

สาระวารีน้ำตาปริ่มเมื่อรู้ว่าพ่อยังรักตน เธอเงยหน้าขึ้นสบตาษมาเชิงขอบคุณ

“ถือเป็นของขวัญเลี้ยงส่งคุณกลับกรุงเทพฯก็แล้วกัน ผมไม่อยากให้เหตุการณ์ที่พระฮามเกิดขึ้นกับคุณซ้ำอีก ผมจะให้สัมภาษณ์ทุกอย่างที่คุณอยากรู้วันนี้เลย คุณจะได้กลับกรุงเทพฯเลย”

สาระวารีตะลึง พิพัชกับจันเลาสบตากันไม่รู้มาก่อน หญิงสาวใจหายวูบที่จะต้องจากกัน ทุกคนมานั่งร้านกาแฟ พิพัชโทร.บอกลำแพงให้เก็บของสาระวารีทั้งหมด แล้วให้คนนำมาที่ฝั่ง ลำแพงดีใจเมื่อรู้ว่าสาระวารีจะกลับไปเสียที แต่จันเลาไม่คิดเช่นนั้น

ษมาเล่าว่า ตนตระเวนไปทั่ว ทั้งลาสเวกัส มาเก๊า เกนติ้ง สิงคโปร์ เพื่อเก็บข้อมูล จึงได้รู้ว่าปีๆหนึ่งเราสูญเสียรายได้ขนาดไหน เลยคิดว่าประเทศเราน่าจะเปิดเสียเอง ตนจ้างเจ้ามือต่างชาติมาฝึกสอน และอีกอย่างที่ตนไม่เคยบอกเธอก็คือ มันไม่ใช่ความฝันของตนคนเดียว พ่อของตนเป็นคนเริ่มฝันนี้ ตนสานต่อให้ความฝันเป็นจริง...จบการสัมภาษณ์ ษมาถามสาระวารีกลับกรุงเทพฯเลยหรือเปล่า เธอตอบว่าจะค้างกับจิณห์วราคืนหนึ่ง ถ้าเขาอยากให้สัมภาษณ์เพิ่มโทร.หาได้ตลอด ษมายิ้มๆทั้งสองเดินออกมาที่รถ พลันมีมอเตอร์ไซค์พุ่งมา คนขับชักปืนยิงใส่ พิพัชเอาตัวขวางษมา ถูกยิงล้มลง ษมาดันสาระวารีเข้ารถแล้วมาดูอาการพิพัช สั่งคนเรียกรถพยาบาล

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"คิมเบอร์ลี่" เก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ออกแรงปะทะ "น้ำหนึ่ง" ใน "สองเสน่หา"

"คิมเบอร์ลี่" เก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ออกแรงปะทะ "น้ำหนึ่ง" ใน "สองเสน่หา"
6 พ.ค. 2564

06:31 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 6 พฤษภาคม 2564 เวลา 19:15 น.