ข่าว

วิดีโอ



มนต์จันทรา

อ่านเรื่องย่อ

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์ช่องอื่นๆ

นักแสดงนำ:

แลงว่ายน้ำหนีไปกลางทะเลอย่างไม่คิดชีวิต จนกระทั่งหมดแรงจะจมน้ำ โชคดีที่มีชาวประมงช่วยไว้ เขาหนีต่อมาพักอยู่กับลุงที่ห่างเหินกันไปนาน ลุงกังวลใจว่าหลานจะหาเรื่องเดือดร้อนมาให้ แต่ เพราะเป็นหลานจำต้องให้ที่พักพิง

“แล้วนี่เอ็งจะบอกข้าได้รึยังไปก่อเรื่องอะไรมาถึงมาหาข้าได้ ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นหัว”

แลง อึกอักไม่ทันได้ตอบ เสียงสมบูรณ์ตะโกนเรียกหน้าบ้าน ลุงออกมาต้อนรับ สมบูรณ์มาแจ้งว่าลำแพงตายแล้ว เพราะเห็นว่าลุงเป็นญาติคนเดียวที่เหลืออยู่ พอแลงได้ยินก็เตลิดหนีออกทางหลังบ้าน สมบูรณ์สั่งลูกน้องตาม ลุงแปลกใจว่าหลานไปก่อเรื่องอะไรไว้

จันเลากับพิพัชสรุปความให้ษมาฟังว่า แลงเป็นสายให้ดิตถ์กับโศภีอย่างที่พวกตนสงสัย ษมาไม่อยากเชื่อว่าลำแพงจะเกี่ยวข้องด้วย

มัทนา ดูแลจัดของกินและยาให้สาระวารีที่เพิ่งฟื้น เหลืองลายเดินต้วมเตี้ยมเข้ามาหา สาระวารีแกล้งเอาขนมยั่วเพราะรู้ว่ามันอยากกิน มัทนาต่อว่า

“พี่วารี ใจร้าย ไม่ให้กินแล้วยังจะแกล้งตุ่มลายอีก ตุ่มลายเป็นฮีโร่ช่วยพี่วารีไว้จนเกือบต้องตายเลยนะคะ ไม่งั้นป่านนี้ก็ไม่มีใครรู้หรอกว่า น้ำผึ้งที่ทาหลังพี่วารีมีพิษ”

สาระ วารียักไหล่แหย่แมวด้วยความเอ็นดูมากกว่าเกลียด มัทนาอุ้มเหลืองลายมาโอ๋ เอาขนมให้กิน สาระวารีเอ็ด มันอ้วนจนจะกลิ้งได้ เดี๋ยวก็เป็นตุ่มกันพอดี มัทนาบ่นสงสาร

“พูดเหมือนเจ้าพ่อนายมันไม่มีผิด สงสารๆ

ถ้ามันอ้วน จนมันอ้วนหรือเดินไม่ได้ขึ้นมาดูซิอย่างไหนจะน่าสงสารมากกว่ากัน...ยิ้มอะไร” สาระวารีเห็นมัทนายิ้มอย่างมีเลศนัย

“ก็ขำคนปากกับใจไม่ตรงกันน่ะสิ ปากก็ไม่สนไม่ชอบ แต่จำทุกคำพูดเขาได้ขึ้นใจเลย”

สาระ วารีแกล้งเงื้อมือจะตีกลบเกลื่อนความอาย มัทนารู้ทันโต้ว่า ษมาน่ารักจะตาย แค่มองตาเขาก็รู้ว่ารักและเป็นห่วงแค่ไหน สาระวารียอมรับ แต่เพราะตนเกลียดการพนัน เกลียดบ่อน ไม่มีทางก้าวข้ามเรื่องนี้ไปได้ มัทนาแย้งมันมีทาง อยู่ที่เธอจะก้าวข้ามมันไหม หญิงสาวใจแข็ง ยืนยันว่า ตนหายดีเมื่อไหร่จะกลับกรุงเทพฯและไม่มาที่นี่อีก ทุกอย่างจะได้จบ

ษมาเดินมาได้ยินคำสนทนาของสองสาว ทำให้เขาน้อยใจเสียใจ จำต้องเตรียมใจรับสถานการณ์นี้

ให้ได้ เขาเดินกลับไปเลยไม่ได้ยินมัทนาเตือนสติ หาว่าสาระวารีใจแคบ

“ก็มันจริงนี่คะ คุณษมาเขามีข้อดีตั้งหลายอย่าง แต่พี่วารีก็ทำเป็นมองไม่เห็นแล้วก็เอาข้อเสียข้อเดียว ขอเน้น แค่ข้อเดียวของเขาที่พี่ไม่ชอบมาตัดสินทุกอย่างมัทนาถามจริงๆเถอะค่ะความรักความจริงใจที่คุณษมามีให้พี่วารี มันไม่มีความหมายอะไรเลยเหรอคะ”

สาระวารีอึ้งมองเหลืองลายแทนการสบตาเพื่อน ทำเอามัทนาหนักใจความใจแข็งของเธอ

ooooooo

บรรยากาศ งานศพของลำแพงดูหงอยเหงา ชาวบ้านมากันประปราย ส่วนใหญ่เป็นคนของษมา แลงปลอมตัวปะปนมาเคารพศพพี่สาว ดิตถ์เข้ามาขวางเสียก่อนแล้วพาตัวไป

ดิตถ์ พาแลงมาพบโศภี ทั้งสองช่วยกันกระตุ้นแลงแก้แค้นให้พี่สาว หาว่าษมาจงใจฆ่าลำแพง พวกตนจะช่วย โดยให้แลงพาคนของตนไปที่เกาะยานก เพราะเขารู้ทางหนีทีไล่ดี

“จะให้ผมกลับไปที่นั่นอีกเหรอครับ” แลงหน้าเสีย

“ใช่แกจะได้ไปล้างแค้นให้พี่สาวแกไงล่ะ อยากให้พี่สาวตายฟรีรึไง ถ้ากำจัดษมาได้ เราก็แฮปปี้กันทุกฝ่าย” โศภีเกลี้ยกล่อม

ดิตถ์ เสริมว่า งานนี้ตนทุ่มสุดตัว อาวุธครบมือจัดการทั้งษมาและสาระวารีได้ไม่ยาก โศภีเห็นท่าทีแหยงๆของแลง ก็ดึงดิตถ์มาโวยจะทำงานสำเร็จหรือ ดิตถ์เชื่อว่า คนติดพนันอย่างแลงมีหนี้ท่วมหัวก็ต้องลืมความกลัวยอมช่วยพวกเราแน่ๆ

ค่ำวันนั้น สาระวารีออกมาเดินยืดเส้นยืดสายได้ยินพวกคนรับใช้ซักถามกูซอถึงกาสิโนจะได้ เปิดหรือไม่เพราะลูกหลานพวกเขารอจะได้เข้าทำงานเป็นแถว ทำให้หญิงสาวรู้ว่ากาสิโนมีความหมายต่อคนอีกเป็นร้อยคน เธอครุ่นคิดถึงคำเตือนของมัทนา ทันใดต้องตกใจเสียงษมา

“นั่นใครน่ะ...อ้าว วารี คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงแล้วคุณอรุณฉายล่ะ”

สาระวารีบอกว่าอรุณฉายทานข้าว ตนจึงออกมาเดินเล่น เพราะเห็นว่าปลอดภัยแล้ว และตนไม่อยากนอนหงิกอยู่อย่างนั้น ษมาเตือนว่ายังจับตัวแลงไม่ได้ ถือว่ายังไม่ปลอดภัย สาระวารีขอตามไปส่งมัทนากับเขตต์ตวันพรุ่งนี้เช้าด้วยคน ษมาจะห้ามแต่พอเธออ้างว่าอยากขออโหสิกรรมกับลำแพง ชายหนุ่มจำต้องยอมทั้งที่ยังห่วง

และแล้ววันรุ่งขึ้น หลังจากส่งมัทนากับเขตต์ตวันข้ามฝั่ง สาระวารีก็มาเคารพศพลำแพงพร้อมด้วยจิณห์วรา ลูกน้องษมายืนคุ้มกัน ษมาบอกเรื่องลำแพงเคยวางยาภูผาเจ้าของเกาะคนเก่า

“ก็คงเหตุผลเดียวกัน เขาคงแอบชอบคุณภูผาอยู่ พอคุณภูผาไม่สนใจ เขาก็เลยกำจัดทิ้งซะต่อไปถ้ากำจัดคุณไปแล้ว ผมยังไม่สนใจเขาอีก เขาก็คงใช้น้ำผึ้งพิษฆ่าผมต่อ”

สาระวารีถอนใจมองรูปลำแพงที่ดูเย็นชาจน น่ากลัว... สาระวารีตัดสินใจจะกลับกรุงเทพฯ จิณห์วราเตือนให้พักจนกว่าจะหายดีก่อน อีกอย่างสมบูรณ์ไปรับสาระสะมาอยู่ สาระวารีตกใจเมื่อรู้ว่าพี่สาวกำลังมา คราวนี้คงเจ็บยิ่งกว่าโดนระเบิดเสียอีก หญิงสาวโกรธที่ไม่ปรึกษากันก่อน

กลับ ที่พัก ษมาแปลกใจที่เห็นสาระวารีนอนซม อรุณฉายกระเซ้ายิ้มๆว่าเธอป่วยการเมือง เพราะกลัวพี่สาวถึงขนาดให้ตนจัดยานอนหลับให้ สาระวารีลุกพรวดขึ้นบ่น

“ฉันพูดจริงๆนะคุณอรุณ พี่สะมาดุมาก ฉันต้องโดนซักไซ้ยิ่งกว่าให้ปากคำกับตำรวจแน่ๆ ดีไม่ดีนะ จะโดนสั่งให้ลาออกจากงานด้วย”

“พี่สาวคุณวารีดุมากเลยเหรอคะ” อรุณฉายหันไปถามษมา เขายิ้มขำๆ

“อย่าเรียกดุเลยค่ะ เรียกว่าเฉียบขาดจนเลือดเย็นมากกว่า จริงๆแล้วเขาก็ไม่ค่อยเห็นด้วยที่ฉันมาเป็นนักข่าว ฉันถึงต้องคอยปิดๆไว้ไม่ให้รู้ว่าบางงานมันเสี่ยงขนาดไหน”

ษมาขัดคอ “ไม่ใส่ร้ายพี่สาวเกินไปหน่อยเหรอ คุณสะมาออกจะใจดี มีเหตุผลจะตาย”

“ต่อหน้าคนอื่นน่ะสิคะ คุณไม่รู้จักสะมาดีพอ ไอ้รอยยิ้มหวานๆท่าทางใจเย็น นิ่งๆยังงั้นแหละ รู้มั้ยว่าเวลาเอาจริงมันอสูรกายชัดๆ”

ษมาขู่จะฟ้องสาระสะมา หญิงสาวไม่สนใจหันไปกำชับอรุณฉายอย่าลืมที่เตี๊ยมกันเอาไว้

ooooooo

บ่ายวันนั้น สมบูรณ์พาสาระสะมามาถึงท่าเรือ พอดีเครื่องเรือเกเรนิดหน่อย สาระสะมาจึงเดินเล่นรอแถวนั้น โชคร้ายแลงผ่านมาเห็นเข้ารวบตัวเธอด้วยเข้าใจว่าเป็นสาระวารี กระเป๋าถือของสาระสะมาตกอยู่ไม่ห่างจากท่าเรือ

สมบูรณ์ตกใจออกเดินหาสาระ สะมาไม่เจอรีบโทร.แจ้งข่าวษมา พอสาระวารีรู้ข่าวตกใจมาก ษมายอมรับผิดที่ตนลืมไปเสียสนิทว่าสาระสะมามีหน้าตาเหมือนกับสาระวารีไม่มี ผิด

แลงลากตัวสาระสะมามาที่บ้านร้างแห่งหนึ่ง มัดมือมัดเท้าเธอไว้ ไม่สนใจที่หญิงสาวบอกว่าตนไม่ใช่สาระวารี แลงหาว่าโดนพิษน้ำผึ้งจนสติฟั่นเฟือน แลงกราดเกรี้ยวใส่โทษ เพราะเธอทำให้ษมาฆ่าพี่สาวตน ทันใด ประตูบ้านถูกกระแทกเปิดเข้ามา แลงตกใจหันมองเป็นดิตถ์เข้ามาด้วยสีหน้าไม่พอใจอย่างมาก เกรงแลงจะฆ่าเธอไปเสียก่อน แผนตนคงพังหมด

“แต่คุณดิตถ์เคยอยากให้พี่ลำแพงฆ่ามันไม่ใช่เหรอครับ”

“ก็ตอนนั้นมันไม่มีทางเลือก กะว่าถ้านังนั่นมันตายแล้ว ไอ้ษมาคงท้อแท้หมดกำลังใจ  เราจะได้หาทางเล่นงานมันง่ายขึ้นหน่อย แต่ตอนนี้เราจับตัวมันได้แล้ว ก็ใช้มันไปต่อรองกับไอ้ษมาไม่ดีกว่าเหรอ ได้ประโยชน์กว่าฆ่าทิ้งเป็นไหนๆ”

แลงย้อนถามจะให้พี่สาวตนตายฟรีหรือ ดิตถ์โวยให้รอแก้แค้นทีหลัง และกำชับอย่าสร้างความเดือดร้อนให้ตนอีก  เพราะตอนนี้ตำรวจกำลังตามหาตัวหญิงสาวให้พล่าน บ่อนตนก็ต้องพลอยปิดหนีตำรวจ ถ้ายังก่อเรื่องอีก ตนจะตัดหางปล่อยวัดแน่ แลงสะกดความไม่พอใจเอาไว้

ษมา กับพวกมาหาลุงของแลงเพื่อสอบถามเผื่อลุงจะรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับแลง ลุงรีบบอกว่า ตั้งแต่แม่ของแลงตาย ตนก็ไม่ได้พบหลานทั้งสองเลย พอได้เจอก็หาเรื่องเดือดร้อนมาให้ สมบูรณ์แปลกใจ โกรธเคืองอะไรถึงไม่ไปมาหาสู่กัน

“ไม่ได้โกรธหรอกจ่า แต่มันรำคาญนังลำแพงมัน นังนี่มันเอาแต่เพ้อเจ้อมาตั้งแต่เด็ก ว่ามันเป็นเจ้าของเกาะยานก แถมยังฝังหัวเจ้าแลงอีก ฉันเตือนมัน มันก็ด่าสวนจนขี้เกียจจะพูดแล้ว”

ษมานึกไม่ถึงว่าลำแพงเป็นเจ้าของเกาะมา ก่อน ลุงรีบเล่าว่า ลำแพงคิดไปเอง ตนพยายามบอกหลายหนแล้วว่า ปู่ย่าตายายพวกเรามาตั้งรกรากบนเกาะนี้เท่านั้นแล้วคนอื่นๆก็ตามมา ต่อมามีการออกโฉนดเลยได้แบ่งๆกันคนละนิดคนละหน่อย ไม่มีใครเป็นเจ้าของคนเดียวจน กระทั่งมีคนมากว้านซื้อที่ดินทั้งหมด แต่ลำแพงก็ยังหาว่าคนอื่นๆโกงที่ดินไป ตนเอือมระอาชวนแลงข้ามฝั่งไปอยู่ด้วยกัน แต่แลงห่วงพี่สาว ไม่อยากทิ้งไว้ลำพัง

“ฝังใจกันขนาดนี้นี่เอง สองพี่น้องนั่นถึงได้ทำร้ายทุกคนที่คิดว่าจะมาแย่งเกาะยานกไป”

สมบูรณ์ว่าสองพี่น้องนี่มีอาการทางประสาท เพราะคนปกติไม่คิดอะไรแบบนี้ ลุงคิดชั่วครู่ก่อนตัดสินใจบอกษมา

“มีเรื่องนึงเกี่ยวกับไอ้แลง แต่ไม่รู้ว่าจะมีประโยชน์รึเปล่านะครับ ผมเคยได้ยินคนของเสี่ยดิตถ์บอกว่าไอ้แลงเป็นขาประจำที่บ่อนของเสี่ย แล้วตอนนี้ก็แว่วๆมาว่าเสี่ยดิตถ์ย้ายบ่อนไปเปิดแถวๆท่าเรือ ไม่รู้ว่าไอ้แลงจะอยู่แถวนั้นรึเปล่าครับ”

สมบูรณ์สบตาษมาอย่างมั่นใจว่า แลงต้องอยู่แถวนั้น เพราะสาระสะมาหายตัวไปบริเวณนั้น สีหน้าษมาหนักใจ

จวบจนค่ำ สาระสะมาพยายามเกลี้ยกล่อมแลงว่าษมาดูแลเขากับพี่สาวมาด้วยดีตลอด ทำไมต้องโกรธแค้นเขา แลงกราดเกรี้ยวว่าเกาะนั่นเป็นของตนกับพี่ พวกตนถูกโกง แลงนึกถึงคำที่ลำแพงฝังหัวมาตลอด

“พี่ลำแพงต้องมาตายก่อนที่เราจะได้เกาะยานกคืน ทั้งหมดเป็นเพราะแกคนเดียว ถ้าแกไม่แส่เข้ามา พี่ลำแพงก็ไม่ต้องตาย”

“ถึงวารีไม่เข้ามา คุณษมาเขาก็ไม่เลือกพี่สาวคุณหรอก เพราะถ้าเขารักพี่คุณ เขาก็คงแต่งงานไปด้วยนานแล้ว”

แลง รู้ว่าพี่สาวทึกทักเอาเอง แต่เพราะตนโดนดูถูกมาตลอดชีวิต ไม่ได้เรียน พี่ก็ทิ้งไป ทำอะไรก็มีแต่แพ้ ตนถึงชอบเข้าบ่อน เพราะอย่างน้อยยังมีโอกาสชนะบ้าง สาระสะมานึกถึงพ่อของตัวเอง พ่อก็คงคิดแบบนี้เหมือนกัน จึงเข้าใจความรู้สึกของแลง

ด้านสาระวารีกระวนกระวายใจเป็นห่วงพี่สาวมากจนเผลอต่อว่าษมาอย่างรุนแรง

“ถ้าคุณไม่คิดทำไอ้บ่อนบ้าเนี่ย ก็คงไม่มีคนต้องเดือดร้อนมากมายขนาดนี้ พี่ฉันก็ไม่ต้องมาพลอยรับเคราะห์ไปด้วย”

“ผมรู้ว่าต้นเหตุมันมาจากกาสิโนของผม แต่ผมก็ไม่ได้อยากให้ใครเดือดร้อน”

“แต่คุณก็ทำมัน ความฝันของคุณของพ่อ ธุรกิจที่ช่วยสร้างงานให้คนอื่น คุณสรรหาข้ออ้างมาสร้างภาพให้ดูดี จริงๆมันก็แค่ธุรกิจบาป รอบตัวคุณถึงต้องมีคนเจ็บคนตายไม่จบไม่สิ้น”

ษมารู้สึกผิดเอ่ยปากเสียใจ แต่สาระวารีสวนทันควัน ให้เก็บคำขอโทษไว้ให้พี่สาวตน นี่เป็นเหตุที่ตนเกลียดการพนัน ต่อต้านกาสิโนของเขา และถ้าสาระสะมาเป็นอะไรไป ตนจะไม่ให้อภัยและไม่มีวันได้เจอกันอีกตลอดชีวิต ษมาพูดไม่ออก เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ooooooo

วันรุ่งขึ้น พิพัชยกกาแฟมาให้ษมาที่ล็อบบี้ รีสอร์ต เห็นหน้าเจ้านายเศร้าหมอง จึงปลอบใจ อย่าเอาคำพูดของคนงี่เง่าอย่างสาระวารีมาใส่ใจ ษมาติงพูดแรงเกินไป

“ถ้าคุณว่าแรงไปผมก็ขอโทษ แต่มีอย่างเหรอครับ มาโทษว่าคุณเป็นต้นเหตุเพราะทำกาสิโน เราทำของเราถูกกฎหมาย ไอ้พวกที่คิดแย่งต่างหากที่ผิด แทนที่จะด่ามัน กลับมาด่าเรา”

“แต่วารีเขาก็พูดถูกนะ ฉันเป็นต้นเหตุของความเดือดร้อนของเขาทั้งหมดจริงๆ”

พลันโศภีโทร.เข้ามา ษมากดรับสายแขวะ “ผมนึกว่าคุณจะโทร.มาเร็วกว่านี้เสียอีก”

“แหม ถ้าโศรู้ว่าคุณรอโทรศัพท์โศอยู่ โศคงโทร.มาตั้งนานแล้วล่ะค่ะ” โศภีมีดิตถ์อยู่ข้างๆ

ษมา ให้เธอเข้าเรื่องเลยว่าต้องการอะไร โศภียิ้มกริ่มเสนอสิ่งที่ต้องการ ษมาอึ้ง ขอเวลาตัดสินใจ โศภีกำชับอย่าให้นานนัก เป็นห่วงความปลอดภัยคนของเขา...ษมาวางสายไป ดิตถ์รีบท้วงโศภีว่า ษมาถ่วงเวลา คงคิดวางแผนชิงตัวประกัน โศภีหวั่นใจให้ย้ายที่คุมขัง ดิตถ์เห็นดีด้วย

สาระสะมาถูกมัดมือและปิดตาพาขึ้นรถออกจากบ้านร้างเดิม เธอพยายามจดจำเสียงทุกอย่างรอบตัว จนมาสะดุดกลิ่นปลาเค็ม เข้าใจว่าคงเป็นหมู่บ้านชาวประมง...หญิงสาวโดนเปลี่ยนมาขังที่บ้านที่โศภี เคยมากบดานอยู่ แลงหมั่นไส้ที่ได้อยู่ห้องสบายทั้งที่เป็นตัวประกัน ลูกน้องดิตถ์บอกว่าเป็นธรรมดา ต้องเก็บเอาไว้ต่อรอง ถ้าบุบสลายราคาจะตก พวกลูกน้องดิตถ์ออกไปหาข้าวกิน ให้แลงเฝ้าหญิงสาวไว้คนเดียว

สายของษมา รายงานว่าสาระสะมาถูกย้ายที่คุมขังไปแล้ว ษมาเครียดที่โศภีรู้แกวชิงพาหนีไปเสียก่อน เขาคงต้องยอมคุยเรื่องสัมปทานที่เธอเรียกร้อง พิพัชไม่เห็นด้วย

สาระวารี กังวลใจจนทานอะไรไม่ลง สมบูรณ์เข้ามาส่งข่าว อย่ากังวลไปเลย ถึงแม้สาระสะมาไม่ใช่ตัวประกันตัวจริง แต่พวกมันไม่รู้คงไม่กล้าทำอันตราย หญิงสาวสบถ

“แต่ถึงยังไง ก็คงไม่มีใครยอมเอากาสิโนลงทุนมหาศาลไปแลกกับคนที่ไม่ใช่แม้แต่ญาติห่างๆของตัวเองหรอกค่ะลุง”

“หนูดูถูกน้ำใจคุณษมาเกินไปแล้วล่ะ ร่วมทุกข์ร่วมสุขผ่านอะไรด้วยกันมาตั้งขนาดนี้ ยังไม่รู้อีกเหรอว่าคุณษมาเป็นคนยังไง”

“แต่ กาสิโนมันสำคัญกับเขามากเลยนะคะลุง มันคือความฝันทั้งชีวิตของเขา เขาทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจสร้างมันมาจากศูนย์ อีกไม่กี่ก้าวมันก็จะเสร็จสมบูรณ์ เป็นหนู หนูก็ไม่ยอมแลกหุ้นมูลค่ามหาศาลขนาดนั้นกับชีวิตพี่สาวผู้หญิงที่ไหนก็ ไม่รู้ ที่เพิ่งเข้ามาในชีวิตเขาไม่ถึงเดือนดีหรอกค่ะ เป็นลุงลุงจะทำไหมคะ” สาระวารีย้อนถามน้ำตารื้น

สมบูรณ์พูดไม่ออกเหมือนกัน ได้แต่ถอนใจยาว

ooooooo

ด้วยความมีสติทำให้สาระสะมามองหาสิ่งของที่พอเป็นอาวุธได้ พอแลงเอาข้าวมาวาง เธอก็ทำทีนอนทุรนทุรายเป็นหอบขอเขาหยิบยาพ่นในกระเป๋ากางเกง แลงจะล้วงหยิบ เธอร้องลั่นไม่ให้เขาแตะต้องตัว ให้เขาแก้มัดเพื่อจะหยิบเอง แถมขู่ถ้าตนเป็นอะไรไป เขาเดือดร้อนแน่

แลงกลัวอยู่เหมือนกัน จึงเสียรู้ยอมแก้มัดให้ โดนสาระสะมาเอาที่เขี่ยบุหรี่หินอ่อนฟาดหัวสุดแรง แถมคว้ามือถือหนีออกไป เธอกดมือถือหาสาระวารีทันที แต่ก็ไม่รู้ว่าตนอยู่ที่ไหน

“ตอนมันพามา เราถูกผูกตาไว้ แต่เรากะว่าน่าจะห่างจากท่าเรือไม่เกินครึ่งชั่วโมง”

สาระวารีรีบบอกพี่สาวให้หาที่หลบแถวนั้น ตนจะบอกษมาเอาตำรวจไปช่วย สาระสะมานึกได้รีบบอกว่าระหว่างทางตนได้กลิ่นปลาเค็มเหม็นมาก สาระวารีนึกออกว่าคงเป็นหมู่บ้านชาวประมง รีบกดโทร.หาษมาทันที

พอษมารู้รีบเดินทางไปที่นั่น ระหว่างทางเขากดเข้าเบอร์โทร.ของแลงที่มีในโทรศัพท์ของเขา สาระสะมาดีใจกำลังจะกดรับ แลงตามมาล็อกตัวเธอเสียก่อน มือถือหล่นส่งเสียงเรียกอยู่ตรงนั้น แลงได้ยินเสียงที่ตนตั้งไว้พิเศษ จึงรู้ว่าเป็นษมาก็ตกใจหวาดกลัว หญิงสาวรีบขู่

“คุณษมารู้แล้วล่ะว่านายเป็นคนจับตัวฉันมา”

ท่าทางแลงเหมือนคนสติแตกตื่นกลัว รถษมามาถึงพอดี สมบูรณ์และพิพัชปราดลงจากรถ แลงตกใจ

ผลักสาระสะมาเข้าใส่แล้ววิ่งหนีเตลิดไป ษมาเข้าประคองหญิงสาวกลับ

สาระวารีดีใจโผกอดพี่สาว พร่ำโทษเป็นเพราะกาสิโนของษมาทำให้คนอื่นต้องมาเดือดร้อนไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ษมาหน้าเจื่อน สาระวารีประกาศ นี่จะเป็นครั้งสุดท้าย เราสองคนพี่น้องจะไม่ตกเป็นเหยื่อของธุรกิจอุบาทว์นี่อีกต่อไป ว่าแล้วก็ดึงสาระสะมาเดินไป ษมารู้ว่า แม้จะช่วยสาระสะมามาได้แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ระหว่างตนกับสาระวารีดีขึ้นเลย

พออยู่กันเอง สาระสะมาต่อว่าน้องสาวที่พูดจารุนแรงเกินไป “คุณษมาเขาได้สัมปทานกาสิโนมาอย่างถูกกฎหมายนะวารี คนที่คิดแย่งชิงด้วยวิธีสกปรกตะหากที่ผิดไม่ใช่คุณษมาซะหน่อย...นายรู้ไหมว่าลุงสมบูรณ์บอกเราว่ายังไง ลุงสมบูรณ์บอกว่าคุณษมาจะตามหาเราวันนี้อีกวันนึงถ้าไม่เจอ เขาตั้งใจจะยอมแลกตัวเรากับข้อเสนอของพวกนั้น เขาแทบไม่รู้จักเราเลยด้วยซ้ำ แต่ที่เขายอมทำเพราะอะไร ถ้าไม่ใช่เพราะนาย นายมีความสำคัญกับเขามากนะวารี เขาไม่อยากเห็นคนที่เขารักต้องเสียใจ”

สาระสะมาสบตาน้องสาว ขอให้ลองเปิดใจสักครั้ง สาระวารียังดื้อดึงไม่ยอมรับ

ooooooo

พิพัชเห็นเจ้านายนั่งซึมเศร้า จึงเข้ามาเตือนสติว่า สาระวารีไม่เหมาะสมกับเขา มีแต่อคติฝังใจกับเรื่องในอดีต เหมือนเดินบนทางคู่ขนานกันไม่มีวันบรรจบกันได้ ษมาถอนใจกลัดกลุ้ม

แลงกลับมากราบกรานขอโทษโศภีกับดิตถ์ที่ทำงานพลาด โศภีกราดเกรี้ยวใส่ แต่ดิตถ์ยื่นข้อเสนอให้แลงพาพวกของตนขึ้นเกาะยานก เพื่อกำจัดทั้งษมาและสาระวารีที่นั่น

ค่ำนั้น ษมาเห็นสาระวารียืนคิดอะไรอยู่ใน สวนหย่อม จึงตามมาขอโทษอีกครั้งที่ตัวเองเป็นต้นเหตุ เห็นแก่ตัวไม่ปล่อยให้เธอกลับไป จนเกิดเรื่องราวแบบนี้ หญิงสาวรับคำขอโทษ

“แต่ไม่ได้หมายความว่า ฉันยอมรับเรื่องกาสิโนของคุณได้แล้วนะคะ มันคนละเรื่องกัน แยกให้ออกด้วย”

“ยังไงคุณก็มองข้ามมันไปไม่ได้จริงๆเหรอวารี ทั้งๆที่เรา...เข้ากันได้ทุกอย่าง”

“ฉันทำใจทนอยู่กับสิ่งที่ฉันเกลียดที่สุดในชีวิตไม่ได้หรอกค่ะ ถ้าฉันบังคับให้คุณเลิก คุณก็คงไม่มีความสุข ให้ฉันอยู่กับมัน ฉันก็ไม่มีความสุขเหมือนกัน รักษาทุกอย่างไว้เท่านี้ดีกว่าค่ะ ถึงจะเสียใจแต่ก็เข้าใจ อย่างน้อยก็ยังเหลือความรู้สึกที่ดีๆอยู่ ฉันว่าดีกว่าดันทุรังทั้งๆที่รู้ว่ามีปัญหารออยู่ข้างหน้า ถ้าปล่อยไปถึงตอนนั้น เราอาจจะต้องจากกันด้วยความรู้สึกแย่ๆก็ได้”

ษมาเศร้าถามไม่มีทางออกอื่นเลยหรือ สาระวารียอมรับปัญหาอยู่ที่ใจตน ษมาขอรอแต่หญิงสาวกล่าวน้ำตารื้น ว่าทางออกมันถูกปิดตายมานานแล้ว อย่าเสียเวลาเปล่า ชายหนุ่มดึงมือเธอมากุมแต่หญิงสาวแกะมือเขาออกเดินหนีก่อนที่น้ำตาจะไหลรินออกมา

กลับเข้าห้องพัก สาระสะมาเห็นสภาพน้องสาวก็ตำหนิ พูดออกไปแล้วก็มานั่งเสียใจเอง สาระวารีโต้ว่า มันดีกว่าให้คาราคาซัง พี่สาวจึงเตือน หนีอะไรหนีได้ แต่หนีความรู้สึกตัวเองมันยาก ไม่มีใครดีพร้อมไปทุกอย่าง อะไรไม่ดีก็มองข้ามไปบ้าง แต่สาระวารียังรั้นว่าไม่ชอบหลอกตัวเอง สาระสะมาเหนื่อยใจกับความหัวดื้อของน้องสาว

รุ่งขึ้น สาระวารีพาสาระสะมา มากราบกระดูกพ่อ มีษมากับพวกคอยคุ้มกันแน่นหนา สมบูรณ์ไปดูแลความเรียบร้อยที่รถรอกลับ พลัน มีคนติดยามาด้อมๆมองๆจู่ๆก็เข้าแทงเขาโดยไม่ทันระวังตัว ลูกน้องษมารีบพาส่งโรงพยาบาล คนร้ายถูกจับสอบสวนได้ความว่าไม่เกี่ยวข้องกับคู่อริ แต่เป็นคนติดยาที่ขาดสติ

ษมาเครียดที่สาระวารีหลบหน้าหลบตา ขอร้องสาระสะมาช่วยคุยกับเธอว่า คนที่ทำร้ายสมบูรณ์ไม่ใช่คู่อริ แต่เป็นคนบ้าติดยา หญิงสาวชี้แจงให้เขาเข้าใจว่า ในชีวิตของสาระวารีไม่เคยต้องเลือกอะไรที่มันยากขนาดนี้ ต้องให้เวลาเธอ ไม่ใช่เขาไม่ดีพอ แต่เพราะเขาเป็นเจ้าของกาสิโน จึงเกิดทางตันขึ้น ษมาถอนใจทำไมสาระวารีไม่มองข้ามอะไรง่ายๆเหมือนเธอบ้าง

“ถ้าวารีเหมือนกับฉันซะหมด คุณอาจจะไม่ชอบก็ได้”

ษมายิ้มจางๆ สาระสะมาขอให้เขารีบไปชี้แจงกับสาระวารีว่าคนร้ายเป็นคนบ้าติดยาจริงๆ ไม่ใช่คู่อริ...พิพัชเริ่มเห็นใจษมา จึงมาขอร้องสาระสะมาให้ร่วมมือรั้งสาระวารีให้อยู่ที่เกาะยานกต่ออีกระยะ

ด้านสาระวารีมานั่งคุยกับสมบูรณ์ที่ทำแผลเรียบร้อย ว่าถ้าเขาปลอดภัยดี เธอก็จะกลับกรุงเทพฯเสียที สมบูรณ์ขอให้เธอบอกษมาล่วงหน้าให้เขาได้ตั้งตัวเตรียมใจเสียหน่อย แต่พอจะเก็บของ สาระสะมากลับมาบอกว่าอยากอยู่เที่ยวสักวันสองวัน ไหนๆก็ลางานมาแล้ว และย้อนถาม

“นายคิดว่ากลับกรุงเทพฯไปตอนนี้ ปลอดภัยกว่างั้นเหรอ แล้วคิดว่าคุณษมาจะไม่ส่งคนตามไปคุ้มครองเราที่กรุงเทพฯต่อรึไง ทางที่ดีอยู่ดูสถานการณ์ไปก่อนดีกว่า”...

เมื่อได้กลับมาที่เกาะยานก พิพัชคุยกับสาระสะมาว่าตนไม่คิดให้ษมาหันมาชอบเธอแทนน้องสาวแล้ว แต่อยากช่วยให้ษมาสมหวังมากกว่า จึงขอให้เธอร่วมมือ

“ฉันว่าความรักมันควรเริ่มต้นจากความจริงใจของคนสองคน ทุกอย่างควรตรงไปตรงมามากกว่าใช้เล่ห์เหลี่ยมนะคะ ถ้าเขาสองผ่านจุดที่เป็นปัญหาอยู่ตอนนี้ได้ด้วยตัวของพวกเขาเอง ปัญหานี้ก็จะจบ ไม่เกิดเป็นประเด็นขึ้นมาอีก แต่ถ้าผ่านมันไปได้เพราะแผนการของเราวันใดวันหนึ่ง ปัญหานี้อาจจะปะทุขึ้นมาอีกก็ได้”

พิพัชจ๋อย หนักใจแทนษมา

ooooooo

ระหว่างที่สาระวีกลับมาอยู่เกาะยานก เกิดคาร์บอมบ์ที่บริษัทษมา มีคนเจ็บหลายคน ที่พระฮามก็มีลูกน้องโศภีบุกขึ้นเกาะยิงกันสนั่นหวั่นไหว ที่รีสอร์ตก็มีการวางระเบิดเช่นกัน แขกที่มาพักหนีกันจ้าละหวั่น สาระวารีเห็นข่าวทางทีวีเป็นห่วงอย่างมาก

ษมาหน้าเครียดพร้อมพิพัชและถูกลูกน้องกำลังจะข้าฝั่ง สาระวารีมาห้ามเพราะดูออกว่าเจตนาล่อให้เขาออกไป ชัดๆ ษมาอ้างว่าคนของคนของตนเจ็บระนาว อย่างไรเสียก็ต้องไปดูแลจะมารักตัวกลัวตายไม่ได้ ษมาสั่งให้พิพัชและกูซออยู่ดูแลที่ยานก จันเลาล่วงหน้าไปดูลาดเลาก่อนแล้ว

ด้านดิตถ์กับโศภี ศึกษาลู่ทางเกาะยานกจากแผนที่ที่แลงเขียนให้อย่างยิ้มย่องพอใจ พวกเขาใช้คนหน้าใหม่ที่พวกษมาไม่เคยเห็นมาก่อน บุกไปที่ยานก อีกกลุ่มคอยป่วนที่ท่าเรือ...คนของดิตถ์ทำทีเป็นชาวประมงขอเอาเรือมาจอดหลบพายุที่หาดยานก กูซอเข้าตรวจค้นตามระเบียบไม่พบสิ่งใด แต่ก็ยังสั่งคนงานเฝ้าดู สบโอกาสคนของกูซอก็ถูกมอมเหล้านอนหมดสติ

สาระสะมากับอรุณฉายนั่งดูทีวีติดตามข่าว พิพัชเดินมาปิดไม่อยากให้ไม่สบายใจ สาระวารีงีบหลับอยู่ที่โซฟา สะดุ้งตื่นเพราะษมาโทร.เข้ามา เธอเป็นห่วงเขาบอกให้กลับมาตอนเช้าจะดีกว่า ทันใน เกิดไฟดับขึ้น สาะวารีอุทานตกใจ

“ไฟดับค่ะ...ดับหมดทั้งเกาะเลยค่ะ”

ษมารู้สึกไม่ชอบมาพากล บอกหญิงสาวให้ไปอยู่รวมกับสาระสะมาและอรุณฉายในห้องนอน อย่าเปิดประตูรับใครถ้าไม่ใช่พิพัชหรือกูซอ สาะระวารีใจไม่ดีใช้มือถือส่องไฟเดินไป

กูซอมาพบคนงานนอนหมดสติที่ชายหาดก็รู้ว่ามีเรื่องไม่ดีแน่ แลงซึ่งเป็นคนมาตัดไฟแอบมองด้วยความเครียดแค้น เห็นสาระสะมากำลังจุดเทียนตามทาง เข้าใจว่าเป็นสาระวารี

ส่วนษมาสั่งจันเลาเตรียมเรือกลับยานก จันเลาเตือนว่าจะถูกดักเล่นงานระหว่างทางแน่ ษมารู้ แต่ด้วยความเป็นห่วงสาระวารีเขาต้องกลับไป

สาระวารีมาเจอกับอรุณฉายที่ห้องนอน แต่ไม่มีสาระสะมาก็เป็นห่วง พลันมีเสียงเคาะประตู อรุณฉายคิดว่าเป็นสาระสะมา แต่สาระวารีเอะใจร้องถาม คนร้ายถือปืนคุมเชิง เมื่อข้างในไม่เปิดประตูออกมาจึงออกแรงกระแทก สาระวารีตกใจรีบหาอาวุธมาถือในมือ ไม่ทันไร พิพัชกับลูกน้องมารวบตัวคนร้ายไว้ได้หมด จากนั้น พิพัชก็เคาะประตูบอกสาระวารี สองสาวเปิดประตูออกมาอย่างกล้าๆกลัวๆ พอพิพัชรู้ว่าสาระสะมาไม่ได้อยู่ด้วยก็ตกใจ อรุณฉายบอกว่า เธอไปช่วยสาวใช้จุดเทียน

ด้านสาระสะมาถือเทียนวางตามจุดต่างๆของบ้านอยู่ แลงโผล่มาล็อกตัว

“คิดว่าจะหนีกูพ้นเหรอ” แลงพูดด้วยน้ำเสียงเหี้ยม

“นายเข้ามาที่นี่ได้ยังไง” สาระสะมาตกใจแต่พยายามตั้งสติพูดถ่วงเวลา

แลงเสียงกร้าวว่า ไม่มีใครรู้ทางหนีทีไล่บนเกาะนี้เท่าตน หญิงสาวอ้างว่าษมาวางคนไว้ทั่วเกาะ ไม่ง่ายที่จะจับตนไป แลงโต้

“แล้วใครว่ากูจะลักพาตัวมึงไปจากที่นี่ล่ะ ไอ้ดิตถ์กับนังโศภีตะหากที่อยากได้ตัวมึงเป็นประกัน

แต่สำหรับกู กูอยากฆ่ามึง ฆ่าให้ตายอย่างทรมาณเหมือนพี่สาวกู”

สาระสะมาตกใจกลัว พลันพิพัชกระชับปืนเล็งใส่แสงให้ปล่อยเธอ แลงท่าทางหวาดกลัว หญิงสาวได้ทีกัดเข้าที่แขนแลงเพื่อผละหนี พิพัชตกใจไม่คิดว่าสาระสะมาจะใจเด็ดอย่างนั้น หาทางเข้ารวบตัวแลง ไม่อยากจับตาย พอดีลูกน้องตามมาช่วยทัน

ดิตถ์พาพวกมาซุ่มรอโจมตีษมาที่ท่าเรือตราด จัดการคนของษมาที่มาเคลียร์พื้นที่จนหมด พอพวกษมามาถึงจึงเกิดการยิงใส่กันสนั่น

พิพัชรวบตัวแลงได้ เจ็บใจมากจึงขู่ “เตรียมตัวเข้าไปอยู่ในคุกเถอะ ไอ้แสง ไอ้เนรคุณ”

“ถึงฉันติดคุก เจ้านายแกก็ไม่รอดหรอก ป่านนี้โดนพรวกคุณดิตถ์ถล่มตายคาท่าเรือไปแล้ว” แลงหัวเราะกวนประสาท

พิพัชรีบโทร.หาษมาและจันเลาทันที แต่ไม่มีใครรับสาย สาระวารีหน้าเครียดแอบย่องมาหลังบ้าน จะเอาเรือออกไปช่วยษมา กูซอเห็นเข้าขวาง หญิงสาวรีบขอร้อง

“นายมาก็ดีแล้วกูซอ ฉันจะไปหาคุณษมาที่ตราด กูซอช่วยขับเรือพาฉันไปหน่อย”

“แต่คุณพิพัชห้ามไม่ให้ออกไปไหนนะครับ ให้รออยู่ที่นี่จนกว่าจะติดต่อคุณษมาได้”

“ฉันทนรอฟังข่าวเฉยๆต่อไปไม่ไหวแล้วล่ะ ถ้านายไม่ช่วยขับเรือให้ ฉันจะขับไปเอง บอกไว้ก่อน ฉันขับเรือไม่เป็นนะ ถ้าเรือคว่ำฉันจมน้ำตายขึ้นมา หาทางแก้ตัวกับคุณษมาเอาเองแล้วกัน” สาระวารีทำท่าจะลงเรือ

กูซอกลัวความผิดและเป็นห่วงสาระวารี จึงแอบสั่งคนงานไปบอกพิพัชแล้วรีบตามลงไปขับเรือให้ แต่เขาแกล้งขับช้าๆเพื่อให้พิพัชตามมาทัน

ooooooo

ด้านษมากับพวก ถูกพวกดิตถ์ไล่ยิง ถอยเข้ามาในตรอกซอกซอย พวกดิตถ์ตามเข้ามา หารู้ไม่ว่าเป็นแผนของษมา ให้ตำรวจตลบหลังล้อมอีกที ดิตถ์เสียท่าเจ็บใจ หนีเอาตัวรอด

จันเลาบ่น “ผมบอกแล้วว่าแผนการคุณเสี่ยงเกินไป”

“แล้วมันสำเร็จไหมล่ะ จับได้ยกแก๊งเลย” ษมาย้อนถามยิ้มๆ

ตำรวจเข้ามารายงานไม่พบตัวดิตถ์ ษมากับจันเลาเจ็บใจที่ดิตถ์หนีไปได้

สาระวารีรู้สึกว่ากูซอแกล้งขับเรือช้า กำลังจะโวยก็มีเรือคนของโศภีเข้าประกบ ซัดกูซอตกน้ำแล้วเอาตัวสาระวารีไป พิพัชขับเรือตามมาช่วยกูซอไว้ได้ หงุดหงิดที่สาระวารีหาเรื่องเดือดร้อนอีกจนได้ ทันใดษมาโทร.เข้ามาถามข่าวคราว พิพัชไม่อยากให้ษมาร้อนใจอีก จึงไม่บอกอะไร ตั้งใจจะไปช่วยหญิงสาวเอง

“ผมว่าคืนนี้คุณษมาพักที่รีสอร์ทก่อนเถอะครับ ปลอดภัยกว่าเดินทางกลับมาที่ยานก”

ษมาย้อนถามถึงสาระวารี พิพัชโกหกว่านอนหลับแล้ว ษมาโล่งใจที่เป้าหมายไม่ใช่สาระวารี สาระสะมาได้ยินการสนทนาของพิพัช จึงถามทำไมต้องโกหกษมาด้วย

“ผมจำเป็น”

“จำเป็นเพื่อความปลอดภัยของเจ้านายคุณ ส่วนวารีจะเป็นจะตายยังไงก็ช่างใช่ไหมคะเห็นแก่ตัวที่สุดเลย”

“ใจเย็นๆสิครับ คุณษมารู้ตอนนี้แล้วจะช่วยอะไรได้ ไม่มีใครรู้ว่าพวกมันพาคุณวารีไปซ่อนไว้ที่ไหน ยังไงเราก็ต้องรอข่าวจากเพิ่มอยู่ดี ผมรู้ว่าคุณเป็นห่วงน้องสาวมาก ผมก็เป็นห่วงคุณวารีเหมือนกัน ผมเอาชีวิตเป็นประกันเลยว่าผมจะต้องช่วยน้องสาวคุณกลับออกมาให้ได้ ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตผมก็จะทำ สบายใจขึ้นไหมครับ”

“ฉันไม่มีทางสบายใจหรอกค่ะ จนกว่าจะได้เห็นวารียืนอยู่ตรงหน้าแล้วเท่านั้น”

“จริงๆคุณวารีควรจะยืนอยู่ตรงนี้กับเรา ถ้าเขาไม่หุนหันทำอะไรเอาแต่ใจ โดยไม่ปรึกษาพวกเราก่อนแบบนี้” พิพัชหัวเสียเดินไป สาระสะมาจ๋อยที่น้องสาวเป็นคนหาเรื่องจริงๆ

ooooooo

ดิตถ์หนีหัวซุกหัวซุน โทร.หาโสภีให้มาช่วยโสภีโวยกลับว่าโดนจับทั้งฝูงแบบนั้น ตนก็ต้องหนีเหมือนกัน จะนอนหลับอยู่บ้านได้อย่างไร ดิตถ์โต้เธอมีเงิน จะหนีไปไหนก็ได้ คงไม่คิดถีบหัวส่งกันตอนนี้ โศภีตอบกลับ ลงเรือเดียวกันอย่ามาระแวงกัน

“เอางี้ ไปเจอกันที่กรุงเทพฯแล้วกัน นายคงมีปัญหาหนีเข้าไปไม่ยาก ที่นั่นฉันพอมีคนช่วย”

“ผมมันหมดทางเลือกแล้วนี่ โอเค ถึงกรุงเทพฯเมื่อไหร่ ผมจะโทร.หาคุณอีกที”

“แล้วถ้าแกซวยถูกจับได้ขึ้นมา อย่าพาดพิงถึงฉันเด็ดขาด เพราะถ้าหมดฉันสักคน คงไม่มีใครมีปัญญาช่วยแกได้หรอก แกได้ติดคุกจนตายแน่” ก่อนวางสายโศภียังขู่เอาไว้

โศภีวางสาย หันมาแสยะยิ้มที่คนของตนจับสาระวารีได้ สาระวารีถูกมัดมือมัดปากจ้องกลับเขม็งด้วยความเจ็บใจ...

ตำรวจตั้งด่านตรวจอย่างเข้มแข็ง สกัดจับรถของดิษถ์ แต่แล้วกลายเป็นชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง

แต่ษมารู้ทันตามมาดักจับดิตถ์บนรถทัวร์ก่อนที่จะออกจากท่ารถ ดิตถ์ตกใจกลัว คว้าตัวผู้โดยสารหญิงคนหนึ่งมาเป็นตัวประกันหลบหนี โดยจี้ชิงรถคนงานที่กำลังขนของลงจากรถอยู่เขาผลักตัวประกันล้มลงแล้วขับรถหนีออกไป ษมาไม่รอช้าขับรถกวดตาม ไล่ยิงที่ยางรถของดิตถ์ จนรถเสียหลักจอดนิ่งข้างทาง ดิตถ์ยิงสวนจนกระสุนหมดแม็กซ์ เขาวิ่งหนีเข้าป่าข้างทาง

ษมาตามอย่างไม่ลดละ เกิดการต่อสู้กันอุตลุด แต่ษมาเป็นมวยมากกว่า จึงล้มดิตถ์ลงไปยาก ดิตถ์เจ้าเล่ห์ยกมือยอมแพ้แต่แอบคว้าไม้หวด ษมาชักปืนจ่อ ดิตถ์กลัวลานร้องลั่น

“อย่ายิง ฉันยอมแล้ว”

“มาขอร้องตอนนี้ ไม่สายไปหน่อยเหรอ”

ดิตถ์ยกมือไหว้ “ฉันยอมแพ้แล้วษมา อย่ายิงฉันนะ นึกเสียว่าเห็นแก่เดชมันเถอะ เดชมันเป็นเพื่อนรักเพื่อนซี้ของแกไม่ใช่เหรอ”

“ก็เพราะฉันเห็นกับเดชไงล่ะ แกถึงได้ลอยนวลสร้างความเดือดร้อนให้ฉันได้ถึงวันนี้พอแล้ว จบสิ้นกันซะที” ษมาเหนี่ยวไกยิงเฉียดตัวดิตถ์

ดิตถ์ร้องลั่นหน้าซีดหมดฟอร์ม จันเลากับลูกน้องตามมารวบตัวส่งตำรวจ ดิตถ์อ้อนวอน “แกต้องช่วยฉัน ฉันทำไปทั้งหมดเพราะโศภีบงการ เขามีคนหนุนหลังใหญ่ระดับนั้น ฉันกลัวตายเลยต้องยอมทำตามเขาทุกอย่าง จริงๆฉันไม่เคยอยากได้กาสิโนของแกเลย มันใหญ่เกินตัวฉันถูกข่มขู่ให้ทำ ฉันไม่เคยคิดร้ายกับแกเลยนะษมา ฉันเป็นพี่ชายเพื่อนรักแก ฉันรักแกเหมือนน้องชายนะษมา ฉันไม่อยากติดคุก”

จันเลาส่ายหน้าสมเพช ษมาสีหน้าเหนื่อยใจบอกจันเลา “ต้องฟังหูไว้หู แต่เรื่องโศภีมีผู้มีอิทธิพลหนุนหลัง พอฟังขึ้น เพราะลำพังโศภีคนเดียว ไม่น่ามีกำลังคนกำลังอาวุธขนาดนี้...ไปโรงพักกันเถอะจะได้กลับยานกซะที”

จันเลาหน้าแหย ตัดสินใจต้องพูดแล้ว “ผมว่าสงสัยเราอาจจะต้องไปที่เกาะปีกในก่อน”

ษมา มองหน้างงๆจันเลากลืนน้ำลายเอื๊อกก่อนจะบอกว่า โศภีจับสาระวารีไปตั้งแต่เมื่อคืน ษมาตกใจและโกรธมากที่รวมหัวกันกับพิพัชปิดบัง เขาเดินหัวเสียออกไป

ooooooo

พอ พิพัชได้รับข่าวจากเพิ่มรายงานว่าเห็นเรือพวกของโศภีจอดที่เกาะปีกใน ก็รีบจะลงเรือตามไป สาระสะมาขอตามมาด้วย โดยอ้างว่า ต้องการช่วยน้องสาว พิพัชไม่อาจขัดได้จึงมอบปืนไว้ให้ป้องกันตัว

ด้านโศภีพยายามโทร.ขอ ความช่วยเหลือ “จะบ้าเหรอ เงินตั้งมากมายขนาดนั้นฉันจะไปหาที่ไหน แกไปบอกเจ้านายแกนะ ว่าตอนนี้ฉันกำลังเดือดร้อน เอาไว้ฉันหนีรอดไปได้ก่อนแล้วฉันจะโอนเงินให้...แกพูดอย่างงี้ได้ไง ยังไม่ทันไปบอกเจ้านายแกเลย ฮัลโหลๆ...”

ปลายทางตัดสายไปดื้อๆ โศภีโมโหหงุดหงิด สาระวารีซึ่งถูกมัดมือมัดปากเหล่มองอย่างเก็บข้อมูล โศภีเห็นกราดเกรี้ยวใส่ “มองฉันทำไม คงหวังล่ะสิว่าจะมีคนมาช่วยแกได้ ฝันไปเถอะย่ะ ฉันจะบอกอะไรแกให้ เงินบันดาลได้ทุกอย่างในโลกนี้ ฉันหนีได้เมื่อไหร่แกได้เป็นอาหารฉลามแน่ อย่าหวังเลยว่าจะมีวาสนาได้เป็นเมียษมา”

สาระวารีหน้าเครียดมองโศภี ที่เดินกรีดกรายกดโทรศัพท์ต่อไป หญิงสาวแกล้งทำเป็นหลับแต่เงี่ยหูฟังการสนทนาของโศภี...เวลาผ่านไปสักครู่ เสียงโศภีคุยโทรศัพท์กับลูกน้อง เนื้อหาว่าดิตถ์โดนตำรวจจับ ตอนนี้ซัดทอดถึงเธอแล้ว ทำให้การหนีของเธอยากมาก ไม่ว่าจะออกชายแดนหรือเข้าฝั่ง แต่โศภีไม่หวั่นเพราะเชื่อว่ามีตัวประกันสำคัญไว้ต่อรอง

ไม่ทันไร ลูกน้องคนหนึ่งวิ่งหน้าตื่นมารายงานว่า พิพัชพาคนบุกขึ้นเกาะมาแล้ว โศภีตกใจสั่งให้เอาคนไปต้านไว้ แล้วหันมากระชากตัวสาระวารีพาออกทางหลังบ้าน...พิพัชกับพวกยิงต่อสู้กับคน ของโศภีอย่างดุเดือด ส่วนสาระสะมาหลบอยู่บนเรือที่จอดมุมเกาะกับคนขับเรือที่สแตนด์บายพร้อมยาม คับขันตลอดเวลา พลันเธอเห็นอะไรบางอย่างจึงแอบลงจากเรือเงียบๆ

ลูก น้องพิพัชถูกยิงล้มลง พิพัชจึงประคองมาหลบหลังโขดหิน ลูกน้องโศภีควักระเบิดออกมาจะถอดสลัก แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงปืนกระหน่ำใส่คนของโศภีจนล่าถอย พิพัชชะโงกหน้าออกมามอง เห็นษมา จันเลา และเหล่าลูกน้องเป็นคนมาช่วย พิพัชหน้าซีดหวาดเกรงที่โกหก ษมาเข้ามาถามเป็นอย่างไรบ้าง

“พลาดท่าไปหลายคนครับ”

“รีบไปช่วยวารีกันก่อน ส่วนคดีของเราเดี๋ยวค่อยสะสาง”

พิ พัชหน้าเจื่อนรีบตามษมาไป ษมาบุกเข้ามาไม่พบตัวสาระวารีและโศภี...เพราะโศภีฉุดกระชากสาระวารีมาอีก ด้านของเกาะ สาระสะมาแอบซุ่มจดๆจ้องๆจะยิงก็กลัวโดนน้อง แต่พอเห็นโศภีจะลากสาระวารีไปขึ้นเรือเล็กที่จอดอยู่ ก็เกรงว่าจะตามหายาก ตัดสินใจยิงถ่วงเวลา

โศภีได้ยินเสียงปืนตกใจรีบหลบ สาระวารีฉวยโอกาสดึงตัวออกวิ่งหนี โศภีโกรธตามไปจิกผม เกิดการต่อสู้ล้มกลิ้งไปกับพื้นทราย สาระวารีสู้ทั้งที่มือถูกมัด สาระสะมาหาจังหวะเข้าช่วย พอเห็นน้องเพลี่ยงพล้ำ โดนล็อกคอก็ออกมาเอาปืนขู่ให้ปล่อยน้อง โศภีเพิ่งเห็นว่าสองคนเป็นฝาแฝด ก็เจ็บใจกำทรายปาใส่หน้าสาระสะมา แล้วโถมตัวเข้าแย่งปืน

เสียงปืนดัง ขึ้นฟ้าขัดจังหวะ สามสาวชะงักหันมอง เป็นษมากับพวก โศภีจัดเจนกว่า คว้าสาระสะมาเป็นตัวประกัน สาระวารีร้องลั่นให้ปล่อยพี่สาวแล้วเอาตนไปแทน โศภีหัวเราะร่า

“ถ้าพี่สาวแกตาย แกคงไม่มีวันให้อภัยษมาแน่ๆ ษมาไม่ต้องการแบบนั้นหรอก จริงไหมษมา เพราะฉะนั้น ฉันจับแกหรือนังนี่ก็มีค่าเท่ากัน”

ษมา เห็นสาระวารีปลอดภัยคนหนึ่งก็โล่งใจหันมาต่อรองโศภี อย่าถลำลึกไปมากกว่านี้ ลูกน้องเธอก็ถูกจับหมดแล้ว ดิตถ์ก็สารภาพซัดทอด ป่านนี้ตำรวจกำลังตามล่าตัวเธอ และจันเลาก็แจ้งตำรวจไปแล้วว่าพวกตนมาที่เกาะนี้ ษมาขอให้เธอปล่อยสาระสะมาแล้วเขาจะปล่อยเธอหนีไป โดยไม่ให้ใครตามล่า พิพัชแย้ง ปล่อยไปก็ไม่มีทางรอด

“ฉันไม่อยากเห็นคนอื่นต้องมาเดือดร้อนเพราะฉันเป็นต้นเหตุอีกแล้ว...ว่าไงล่ะโศ”

“ฉันจะเชื่อได้ยังไงว่าคุณจะไม่หักหลังฉัน สู้ฉันจับแม่นี่เป็นตัวประกันไม่เซฟกว่าเหรอ”

“ก็ตาม ใจ ถ้าคุณจับคุณสะมาไปด้วย ผมไม่รับรองความปลอดภัยให้คุณนะ คนของผมขับเรือไล่ล่าไม่ลดละแน่ แล้วยังตำรวจที่กำลังเดินทางมาที่นี่อีกล่ะ คุณคิดว่าตัวคนเดียวจะหนีพ้นก็เอาสิ...อย่าคิดนาน ถ้าตำรวจมาถึง สถานการณ์เปลี่ยนแน่นอน คุณไม่รอดคุกแน่”

โศภีชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ปั้นยิ้มหยันมาทางสาระวารี บอกษมาว่าตนเชื่อใจเขา เพราะตนรู้ว่าเขายังไม่ลืมอดีตของเรา ตนยังเป็นคนสำคัญของเขาเสมอ ษมาถอนใจ ขนาดนี้แล้วยังไม่วายทิ้งระเบิดสร้างปัญหาอีก...โศภีผลักสาระสะมากระเด็นไป ข้างหน้าแล้วถอยไปขึ้นเรือขับหนีออกไป

พิพัชกับจันเลาท้วงไม่ควร ปล่อยโศภีให้ย้อนกลับมาทำร้ายเขาอีก ไม่จำเป็นต้องรักษาคำพูดกับโจร ษมายกมือห้ามไม่พูดอะไร ได้แต่ขบกรามจนขึ้นสัน

ooooooo

เย็น วันนี้ ทุกคนกำลังให้ปากคำตำรวจบนเกาะยานก ษมาคุยโทรศัพท์ที่ห้องนั่งเล่น “ผมปลอดภัยดีครับ คิดว่าจากนี้ไปไม่น่ามีอุปสรรคอะไรแล้วล่ะครับ ผมรับรองว่ากาสิโนจะเปิดทันกำหนดเดิมแน่นอนครับ...ครับ ขอบคุณมากครับที่ให้ความไว้วางใจผม...ครับ สวัสดีครับ”

สีหน้าษมา ยิ้มแย้ม แต่พอสาระวารีเดินเข้ามาเอ่ยลา พรุ่งนี้จะกลับกรุงเทพฯ เขาหน้าเสียโพล่งขึ้นด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ “เราคงมาถึงทางตันจริงๆแล้วสินะ ผมควรเลิกหลอกตัวเองว่าจะเปลี่ยนใจคุณได้แล้วใช่ไหม”

สาระวารีน้ำตา รื้นหันหน้าหนี อวยพรให้เขาโชคดีแล้วรีบจ้ำออกไป ษมามองตามน้ำตาคลอ...หญิงสาวเข้ามาในห้อง เห็นพี่สาวกำลังเก็บเสื้อผ้ายิ่งหดหู่ใจ สาระสะมาหันมาถามอยากเปลี่ยนใจไหม เธอส่ายหน้า สาระสะมาย้ำเตือน

“ผู้ชายคนนี้รักนายมากนะ วารี...เหตุการณ์ตั้งหลายอย่างที่ผ่านมา มันเป็นเครื่องพิสูจน์คุณษมาได้อย่างดี เราไม่ต้องพูดซ้ำอีกแล้วล่ะ นายน่าจะรู้ดีอยู่แก่ใจ”

“เราก็ไม่รู้นะสะมา ใจนึงก็อยากจะรักเขาให้เต็มร้อย เหมือนที่เขาให้ใจกับเรา แต่มันก็มีเรื่องติดๆอยู่ในใจเราก้าวข้ามไม่พ้นซะที”

สาระ สะมารู้ดีว่าเรื่องอะไร พยายามเตือนจงมองข้ามอดีตให้ได้ สาระวารีน้ำตาร่วงเมื่อนึกถึงคนที่ล่มจมอยู่ในบ่อน ลูกเมียต้องเดือดร้อน สาระสะมาชี้แจง

“กาสิโนของคุณษมา ไม่เหมือนกับบ่อนที่พ่อเข้าไปเล่นตอนนั้นนะวารี เขาทำทุกอย่างถูกต้อง ไม่โกงเหมือนบ่อนนั้น แล้วพระฮามก็ตั้งอยู่ตั้งไกล ใหญ่โตหรูหราซะขนาดนั้น มันเป็นการคัดสรรไปในตัวอยู่แล้วว่าต้องเป็นคนมีเงินเท่านั้น ถึงจะเข้าไปเล่นได้”

แต่สาระวารียังปักใจว่ามันก็คือบ่อน สาระสะมาหาว่าน้องเอาแต่ตั้งป้อม จะให้ษมาโยนเงินพันๆล้านทิ้งเพื่อตัวเอง ถ้าย้อนมองก็จะเห็นว่า ทุกวันนี้มีม้าแข่ง สลากกินแบ่ง หวยใต้ดิน และบ่อนเถื่อนที่เป็นอบายมุขทั้งนั้น ถึงษมาไม่ทำก็มีคนอื่นอยากทำอยู่ดี ถึงได้ตามฆ่าเขา สาระวารีเถียงไม่ออก หาว่าพี่สาวได้ค่านายหน้ามาพูดแทน สาระสะมาโต้ว่า ตนอยากเห็นความสุขของน้องเป็นค่าตอบแทนมากกว่า สาระวารีหลบตาในใจยังดื้อดึง

ด้านษมานั่งเศร้าอยู่ในห้องทำงาน พิพัชเริ่มใจอ่อน ปลอบใจ ษมาเหลือบมอง เอ่ยปาก “ถ้าวารีเขาใจอ่อนขี้สงสาร เปลี่ยนใจได้ง่ายแบบนายบ้างก็คงดี”...พิพัชมองเจ้านายอย่างเห็นใจ

วัน รุ่งขึ้น สาระวารียืนมองบ้านพักก่อนจะลงเรือกลับ ด้วยความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ อยากเห็นหน้าษมาอีกสักครั้ง แต่เขาก็ไม่ออกมาส่ง สาระสะมาย้ำยังเปลี่ยนใจทัน แต่สาระวารีใจแข็ง

ษมายืนมองอยู่ในบ้านด้วยหัวใจแทบสลาย

พิพัชเห็นใจบอกให้เขาออกไปส่ง เพราะอาจไม่ได้เจอกันอีก ษมากล่าวว่า ไปก็เท่านั้นเพราะเธอก็ทิ้งตนไปอยู่ดี เขาเดินมานั่งทำงานเศร้าๆ...

เมื่อถึงบ้าน สาระวารีเอาแต่ซึม ตกดึกออกมานั่งมองดวงจันทร์ สาระสะมาเห็นแล้วอ่อนใจตัดสินใจโทร.หาษมา ซึ่งเขาก็นั่งซึมอยู่ในห้องที่สาระวารีเคยพัก หญิงสาวถามยุ่งอยู่ไหม

“คุยได้ครับ มีอะไรให้ผมช่วยรึเปล่าครับ”

“ไม่มีอะไรให้ช่วย แต่อยากช่วยมากกว่าค่ะ ไม่รู้ว่าตอนนี้คุณกำลังซึมๆเศร้าๆเหมือนน้องสาวฉันอยู่หรือเปล่า”

“ก็...ประมาณนั้นแหละครับ วารีทำอะไรอยู่หรือครับ”

“นอนดูพระจันทร์ ทั้งที่เธอไม่เคยชอบเลยนะคะ ฉันชวนทีไรก็บอกว่ากลัวแปลงร่างเป็นมนุษย์หมาป่า...คุณทำให้น้องสาวฉันเปลี่ยนไปมาก คุณต้องรับผิดชอบนะคะคุณษมา”

“ผมก็พร้อมรับผิดชอบอยู่แล้ว แต่วารีเขาไม่ยอมน่ะสิ คุณพอมีทางช่วยผมได้ไหมครับ”

ชายหนุ่มร้องอ้าว เมื่อหญิงสาวตอบว่าไม่มีเหมือนกัน...ที่โทร.มาอยากให้กำลังใจ อย่าเพิ่งยอมแพ้แค่นี้ อีกเพียงอึดใจเดียว ก็จะช่วยพาน้องสาวตนผ่านความฝังใจ ที่เกาะกินมาตลอดชีวิตได้ อย่าทิ้งน้องตนให้จมกลับไปอยู่ที่เดิมอีกเลย ขอให้เขาอดทนอาจมีปาฏิหาริย์จากดวงจันทร์

“คุณนี่ตลกดีนะครับ ผมอายุปูนนี้แล้ว จะให้ไปขอพรจากดวงจันทร์ได้ยังไง อย่างไรเสียก็ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะครับ”

“ไม่เป็นไรค่ะ อย่าเพิ่งถอดใจนะคะ ฉันเอาใจช่วยคุณอยู่นะคะ...สวัสดีค่ะ” สาระสะมาวางสาย หันมองน้องส่ายหน้าพึมพำ “ไม่มีใครเชื่อ ขอเองก็ได้”

ขณะเดียวกัน ษมาอุ้มเหลืองลายออกมานั่งมองจันทร์ ทำทีลูบขนมันไป เงยหน้ามองจันทร์เหมือนแอบอธิษฐานอะไรบางอย่าง

ด้านโศภีหลบหนีมาหมู่บ้านชาวประมง แต่งตัวปอนๆปะปนกับชาวบ้าน โทรศัพท์หาท่านที่คอยหนุนหลังอยู่หลายรอบกว่าจะได้คุยแต่ปลายสายกลับพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา ปฏิเสธไม่รู้จัก แถมว่าผิดก็ต้องว่าไปตามผิด โศภีโกรธที่จะมาถีบหัวส่งเมื่อตนตกที่นั่งลำบาก ยังขู่อย่า

โทร.มารบกวนอีก โศภีแค้นใจไม่เคยตกอับขนาดนี้มาก่อนตัดสินใจโทร.กลับที่เก่าด้วยความจำใจ

“ฉันเอง บอกเจ้านายแกด้วย ว่าอยากได้เท่าไหร่ฉันจะหาให้ ขอให้พาฉันหนีข้ามชายแดนภายในคืนนี้เลย” โศภีฟังปลายสายตอบสีหน้าเครียด

ooooooo

วันต่อมา สาระสะมาต้องไปบิน เห็นน้องสาวยังซึมๆจึงบอกให้น้องกลับไปทำงาน แต่สาระวารีอ้างต้องเขียนต้นฉบับให้เสร็จก่อน และขอร้องอย่าเพิ่งบอกใครว่าตนกลับมาแล้ว

สาระสะมาเข้ามานั่งชวนคุย “เราจำเหตุการณ์เรื่องพ่อได้ดีนะวารี ไม่เคยลืมเหมือนกัน เราก็เคยเกลียดการพนันจับใจเหมือนนาย แต่พอโตขึ้นเราถึงได้รู้ว่า ความดีความชั่วบางทีมันก็แยกออกจากกันไม่ได้เด็ดขาด ทุกอย่างไม่ใช่มีแค่สีดำสีขาวอย่างที่เราเคยแยกตอนเด็กๆ แล้วบ่อนก็ไม่ใช่ต้นกำเนิดของการพนันหรอกนะ แต่เป็นใจของคนเราเองที่เป็นบ่อเกิดของการพนัน ใจคนมีแต่ความละโมบ ความอยากได้ ส่วนบ่อนหรือกาสิโนก็เป็นแค่ตัวสนองความอยากเท่านั้นเอง”

สาระวารีรู้แก่ใจ พี่สาวตำหนิรู้แล้วยังไม่ตัดสินใจ เธอไม่เคยเป็นคนขี้ขลาด ถ้าสมัยก่อนไม่มีบ่อนคิดหรือว่าพ่อจะไม่หันไปแทงหวย ตีไก่ กัดปลา หรืออาจจะพาเพื่อนมาเล่นไพ่ที่บ้าน ลองคนชอบการพนันก็ทำได้หมด ทุกวันนี้ก็มีแต่การพนันรอบตัว ฉะนั้นอย่าเอาความสุขมาผูกติดกับกาสิโน

“เราไม่แน่ใจว่าจะทนได้รึเปล่า” สาระวารีเสียงอ่อย

“แล้วถ้าต้องเลิกคบกับเขา ไม่เจอหน้ากันอีกเลย ไม่ติดต่อกันอีกตลอดชีวิต นายคิดว่าทนได้หรือเปล่าล่ะ” เห็นน้องนั่งนิ่ง จึงคาดคั้น “ตอบมา ทนได้รึเปล่า”

สาระวารีอ้อมแอ้มว่าไม่ได้ สาระสะมาจึงยื่นคำขาดให้เลือก ถ้ารับด้านมืดของษมาไม่ได้ ก็เลิกกับเขาเสีย อย่าปล่อยคาราคาซัง สาระวารีร้องไห้ออกมา ยอมรับว่าลำบากใจที่สุดในชีวิต

“เราเข้าใจ เรื่องนี้อาจจะดูเล็กน้อยมากสำหรับคนอื่น แต่กับนายคือเรื่องใหญ่ เราเข้าใจนายที่สุด” สาระสะมา กอดให้กำลังใจน้อง “นายเลิกบุหรี่ทั้งๆที่นายติดมันมากได้ เพราะความรักและกำลังใจของเพื่อนๆ แล้วทำไมกะอีแค่ลืมอดีตที่มันผ่านไปตั้งนานแล้ว เพื่อคนที่รักนายมาก และนายก็รักเขามาก แค่นี้ทำไมจะทำไม่ได้ จริงไหม”

คืนนั้น พอสาระวารีตั้งสติจะเริ่มทำงาน เปิดโน้ตบุ๊ก ก็มีเสียงแชทผ่านแอพไลน์ดังขัดขึ้น เธอบ่นมารผจญ แล้วหยิบมือถือมาเปิดดู มีรูปเหลืองลายและชื่อโปรไฟล์ว่า ตุ่มลาย ทำให้เธอต้องยิ้มออกมา ก่อนจะหุบยิ้มเพราะเห็นคลิปแปะมาด้วย จึงลังเลที่จะเปิดดู

สุดท้ายตัดสินใจเปิดคลิป เห็นษมาใช้มือถือถ่ายตัวเองพูดผ่านกล้องเคอะๆเขินๆ “สวัสดีครับ ยังไม่ลืมกันนะ รวมความกล้าอยู่หลายวัน ตอนนี้ผมก็ลุ้นอยู่ว่า คุณจะเปิดดูไหม...ผมก็ไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน แต่บางทีคุณอาจจะชอบคนทันสมัย สื่อสารแบบเดียวกับคุณ กุ๊กกิ๊กหน่อยๆ เอ่อ...ช่างมันเถอะ ผมคิดถึงคุณมาก คิดถึงตลอดเวลาเลย...ถ้าเราเจอกันเร็วกว่านี้ ผมจะไม่สร้างกาสิโนเด็ดขาด เพราะผมไม่อยากให้คุณเกลียดผม...วารี...ผม...”

ษมาเกิดอาการพูดไม่ออก แววตาเขาเศร้าจนสาระวารีอดใจหายไม่ได้ น้ำตาเธอไหลอาบแก้มด้วยสัมผัสได้ว่าเขาคงไม่กล้าพูดคำว่ารักออกมา พลันเสียงพิพัชเข้ามาขัดจังหวะ รายงานว่าลูกค้ามาถึงแล้ว ษมาจำต้องยุติการถ่ายคลิปเพียงแค่นี้ หญิงสาวกดคลิปดูซ้ำไปซ้ำมาอย่างว้าวุ่นใจ

ooooooo

ตั้งแต่เช้ายันบ่าย ษมานั่งเซ็นงานโดยมีพิพัชยืนอยู่ใกล้ๆ เขาทำงานโดยไม่คิดจะพัก เมื่อหมดงานบนโต๊ะ เขาก็จะข้ามไปพระฮาม พิพัชหนักใจกระเซ้าเหมือนเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมาแล้วหนหนึ่ง น่าจะมาจากสาเหตุเดียวกัน ษมาเหล่มองด้วยสายตาดุจนพิพัชจ๋อย

พลัน สาระวารีโทร.เข้ามา ษมาดีใจมากรีบเดินออกมาพูดตรงระเบียง หญิงสาวแขวะว่าส่งอะไรมา เขารีบบอกว่านึกว่าเธอไม่ได้ดูเห็นเงียบหายไป...ต่างคนต่างเขิน ษมาเอื้อนเอ่ย

“ผมทำให้คุณรำคาญหรือเปล่า”

“ก็ไม่ถึงกับรำคาญหรอกค่ะ แต่มันเชยไปหน่อย ทีหลังคุณริจะทำคลิป ก็ช่วยให้มันสร้างสรรค์กว่านี้นิดนึง”

“ก็ผมพูดทุกอย่างด้วยความจริงใจนี่ครับ นิสัยอย่างคุณน่าจะชอบคนตรงไปตรงมา”

“ไม่ต้องมาทำเป็นรู้ใจฉันหน่อยเลย”

ษมาทอดสายตาไปข้างหน้ากรอกเสียงถามว่า ดูแล้วรู้สึกอย่างไร หญิงสาวตอกกลับว่าเชย

“แสดงว่าคุณไม่ชอบ เฉยๆกับมัน ไม่ได้รู้สึกอะไรมากกว่านั้นเลยเหรอครับ”

“ฉันไม่ได้บอกว่าเฉยๆ ฉันบอกว่าเชย...แต่ถึงจะเชยฉันก็ชอบมากค่ะ แล้วถ้าไม่รู้สึกอะไรเลย ก็คงไม่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาของ้อผู้ชายถึงบ้านยังงี้หรอกค่ะ”

ษมามองไปเห็นสาระวารีเดินออกมาจากพุ่มไม้ เขาดีใจแทบไม่เชื่อสายตา รีบวิ่งลงจากระเบียงไป โผกอดเธออุ้มหมุนรอบดั่งไม่ยอมให้เธอหลุดลอยไปไหนอีก ในที่สุดความรักของตน ก็เอาชนะความเกลียดชังของเธอได้สำเร็จ หญิงสาวกอดตอบน้ำตาไหลริน

คืนนั้น ทั้งสองนั่งมองดวงจันทร์เคียงกัน ษมาบอกสาระวารีว่า หลายวันที่ผ่านมา ตนกลัวไปต่างๆนานา กลัวจะไม่ได้เจอเธออีก ต้องขอบคุณอะไรที่ดลใจให้เธอตัดสินใจแบบนี้ สาระวารีตอบว่า อะไรของเขาคือสาระสะมา เธอให้ตนตัดสินใจเลือก ว่าจะยอมรับสิ่งที่เขาเป็นอยู่ หรือยอมเสียเขาไปตลอดชีวิต ตนเลือกข้อแรก ษมาดีใจอย่างยิ่ง กุมมือเธอมาจุมพิต

“ผมรู้ว่าคุณยังไม่สบายใจเรื่องกาสิโน ถ้าไม่ติดว่าโครงการนี้ลงมือไปกว่าครึ่ง ผมจะเลิก”

“อย่าเลยค่ะ อย่าทิ้งความฝันเพื่อฉันเลย ฉันจะพยายามยอมรับมัน ในฐานะที่มันเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตคุณ แต่ขอย้ำไว้เลยนะคะ ว่าฉันยังเกลียดการพนันเหมือนเดิม ไม่มีอะไรมาเปลี่ยนใจฉันได้จนวันตาย”

ชายหนุ่มเอ่ยปากขอแต่งงาน สาระวารีหัวเราะ เขาหน้าเสียบอกว่าไม่ได้เล่าเรื่องตลก หญิงสาวแย้งไม่ได้ขำเขา แต่ขำที่โบราณว่าเกลียดอะไรได้อย่างนั้น มันจริงที่สุด แม้กระทั่งเมื่อก่อนตนไม่เคยชอบมานั่งมองจันทร์แบบนี้ เคยล้อพี่สาวว่าไม่อยากกลายเป็นหมาป่า ษมาชมว่าสาระสะมาเป็นคนน่ารัก เชื่อเรื่องขอพรพระจันทร์

สาระวารีอายที่พี่สาวเล่าเรื่องนี้

“ถ้าขอแล้วได้ก็ไม่เห็นน่าอายตรงไหน” ษมาอมยิ้มเพราะตัวเองก็แอบขอ

สาระวารีเล่าเรื่องตอนเด็กว่า แม่มักจะร้องเพลงจันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้ากล่อมตนกับพี่ทุกคืน ตนเคยขอพรแต่ไม่สำเร็จ เพราะแม่ตายวันที่ตนขอ ษมาไม่รู้จักเพลงนี้ขอให้ร้องให้ฟัง สาระวารีฮัมเพลงจนมาถึงขอแหวนทองแดงผูกมือน้องข้า ษมายื่นแหวนเพชรมาตรงหน้า

“วันนี้คุณขอพรสำเร็จ...แต่งงานกับผมนะครับก่อนที่ผมจะเดินไม่ไหวซะก่อน”

สาระวารีอึ้งไปเล็กน้อยก่อนจะเปรยว่า “ฉันขอแหวนทองแดงต่างหาก ไม่ใช่แหวนเพชรซะหน่อย”

หญิงสาวเขินจะเดินหนี ษมาดึงแขนเธอไว้จนเธอร้องโอ๊ย...เขายื้อสวมแหวนใส่นิ้วนางซ้ายของเธอ “สาวนักบู๊อย่างคุณ ขอแต่งงานนุ่มนิ่มไม่ได้หรอก ต้องโหดๆถึงจะสำเร็จ”

“น่าจะทำอย่างนี้ตั้งนานแล้ว เสียเวลาถ่ายคลิปเชยๆ” สาระวารีย่นจมูกใส่ก่อนจะน้ำตารื้น “ขอบคุณที่ยังรักฉันนะคะ” หญิงสาวเป็นฝ่ายเข้าไปหอมแก้มเขา

ษมาตื้นตันใจ สวมกอดเธอไว้แน่น ขอดวงจันทร์เป็นสักขีพยานความรักของตน...

ด้านสำนักพิมพ์ ต่างตื่นตระหนกเมื่อได้รับแฟกซ์ขอลาออกของสาระวารี มัทนากับมีคณาไม่อยากจะเชื่อ บก.ไชยวัฒน์เสียดายนักข่าวฝีมือดี แต่ไม่อาจขวางกั้นอนาคตใครได้ แถมมีลางสังหรณ์ว่า จะต้องรับสมัครนักข่าวใหม่ถึงสามคน

ooooooo

–อวสาน–


ละครมนต์จันทรา ตอนที่ 11(ตอนจบ) อ่านมนต์จันทรา ติดตามมนต์จันทรา ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย 12 มิ.ย. 2556 10:06 2013-06-15T01:44:17+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ