ข่าว

วิดีโอ



มือปราบพ่อลูกอ่อน

อ่านเรื่องย่อ

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์ช่องอื่นๆ

นักแสดงนำ:

สุขสันต์ยังเอาปืนจี้ที่กริสน์นิ้วสอดในโกร่งไกพร้อมเหนี่ยว

“อย่านะ! ถ้าแกฆ่าพวกฉัน คิดเหรอว่าแกจะหนีรอด ถ้าพวกฉันไม่ไปมอบตัว รับรองได้ว่า ยัยเมทินีกับพิมมาดาไม่มีทางให้การกับตำรวจตามที่นายต้องการแน่” ภัทรดนัยจ้องสุขสันต์เขม็ง พอสุขสันต์ถามว่าขู่ตนหรือ ภัทรดนัยยียวนไปทันทีว่า “หรือว่าแกอยากถูกตำรวจซิว?”

สุขสันต์หัวเราะพูดอย่างเป็นต่อว่า คงไม่รู้ใช่ไหมว่าคดีนี้มีผู้กองมาวินเป็นคนรับผิดชอบ มาวินดูทีวีอยู่รีบพูดราวกับอยู่ในเหตุการณ์เดียวกันว่า ใช่ๆเราร่วมมือกัน  แต่แล้วสุขสันต์ก็พูดต่ออีกว่า “แล้วคนอย่างผู้กองมาวินเคยสนใจอะไรนอกจากผลงาน” คราวนี้มาวินเลยร้องอ้าว หน้าเจื่อน

สุขสันต์ยังพูดถึงมาวินว่า  “มาวินมันเชื่อว่าพวกแกผิด ตั้งแต่พวกแกยังไม่ได้อ้าปากด้วยซ้ำ...แล้วฉันจะต้องกลัวอะไร”

กริสน์เตือนสติว่า ตอนนี้จตุพลยังลอยนวล จตุพลกับเขาเคยทำงานร่วมกันมานาน คิดหรือว่าจตุพลจะไม่มีหลักฐานไว้บ้างเลย ย้ำให้สุขสันต์สำเหนียกว่า

“แล้วนิสัยอย่างหนึ่งที่โจรทุกคนในโลกนี้มีก็คือ กูตายมึงตาย กูติดคุกมึงก็ต้องติดคุกด้วย ลองคิดดูว่า ถ้าพิมมาดากับคุณเมทินีให้การพาดพิงแก แล้วนายจตุพลก็เอาหลักฐานมาแฉแกอีก หึๆ คิดหรือว่าแกจะยังลอยนวลอยู่ได้”

สุขสันต์โกรธจนขาดสติชกกริสน์จนเซแล้วจะตามซ้ำ แต่ถูกแพรวพิลาสดึงหมัดไว้ คาดคั้นถามว่าเขาเกี่ยวข้องกับยาเสพติดจริงหรือ สุขสันต์ตวาดว่าอย่ามาเซ้าซี้ตอนนี้ได้ไหม เขาสะบัดจนแพรวพิลาศกระเด็นไป

“ตอบมาว่าคุณไม่ได้หลอกใช้แพรว ตอบมาสิ...” แพรวพิลาศตะโกน

“ถ้าผมเกี่ยวข้องแล้วจะทำไม!” สุขสันต์ตะคอก ทำเอามาวินและตำรวจที่ดูทีวีอยู่ตะลึงงัน

“ท่านผู้ชมครับ ขอย้ำว่า ที่ท่านเห็นอยู่นี้ คือรายการสด” พิธีกรย้ำแก่ท่านผู้ชม

แพรวพิลาศยังคงทุบตีสุขสันต์โวยวายว่าหลอกใช้ตนมาตลอด จนฉัตรชัยกับฮิมต้องกันเธอไว้ สุขสันต์ไม่สนใจแพรวพิลาศแต่กลับบอกกริสน์ว่าจะให้โอกาสไปมอบตัวอีกครั้ง ไม่อย่างนั้นจะฆ่าเด็กพวกนี้เดี๋ยวนี้ พลางเอาปืนหันไปทางเด็กๆและกระชากโจ๊กไป กริสน์จึงตอบตกลง ถามว่าแล้วจะให้พวกตนทำอะไร

สุขสันต์บอกว่าพวกเขารู้ดีอยู่แล้ว ภัทรดนัยอ้างว่าพวกตนรู้ แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าพูดไปแล้วอะไรถูกใจเขาหรือไม่ถูกใจเขา เกิดฟังไม่เข้าหูคลั่งขึ้นมายิงเด็กจะทำยังไง

“พวกแกก็ซัดทอดไอ้จตุพลสิวะ ว่ามันคือคนสั่งให้พวกแกขนยาเสพติดเข้าประเทศ เอามาใส่ในขนม ส่วนฉันไม่เกี่ยว ฉันบริสุทธิ์ เป็นเหยื่อที่พวกแกวางแผนจะใส่ร้าย”

“แต่ความจริงมีแต่แกกับไอ้จตุพลเท่านั้นที่ทำผิด ไม่เกี่ยวกับพวกเราเลย จะให้บอกว่าคนทำผิดถูก แล้วคนทำถูกผิด ฉันทำไม่ได้” กริสน์ยืนกราน

“ก็หัดทำซะ...ทำขาวเป็นดำ ทำดำให้เป็นขาว หรือจะเอาสีแดงเลือดสาด!” สุขสันต์ว้าวุ่นสับสนตกใจจนเสียท่าพูดความจริงทั้งหมดออกมา

กริสน์หัวเราะสะใจ สุขสันต์เอะใจถามว่าหัวเราะอะไร ภัทรดนัยชี้แจงให้ฟังว่า

“แกรู้หรือเปล่าว่าประเทศไทยมีสามจีแล้ว เอ้าๆ ทางนั้นทักทายกล้องหนึ่งหน่อย...” สิ้นเสียงภัทรดนัย เค้กเดินออกมาเอาไอโฟนถ่ายคลิปอยู่ “เอ้า...แล้วทักทายกล้องสองตรงโน้นด้วย” สิ้นเสียงภัทรดนัย โปรดิวเซอร์รายการถือกล้องอีกตัวถ่ายจากมุมด้านอัฒจันทร์ แล้วพูดใส่กล้องว่า “ผม กิตติ พงษ์กันยา รายงานสดจากที่เกิดเหตุ” พูดแล้วรีบเผ่นทันที

ooooooo

ความจริงปรากฏแก่ผู้ชมทั้งประเทศ โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการสอบสวนเลย ทำให้มาวินตะลึง ใบ้กินสนิท ถูกนักข่าวรุมเข้ามายิงคำถามมากมาย แต่กับคำถามของพิธีกร เดช และเมทินีที่พูดอย่างรู้เช่นเห็นชาติเขา มาวินกลับทำหน้าซื่อฟังไม่รู้เรื่อง จนเสี่ยอธิปพูดใส่หน้าว่า

“ความจริงคือ แกตกเป็นเครื่องมือของคนชั่ว จับพวกฉันเป็นแพะ ยังไม่รู้ตัวอีก ปล่อยพวกฉันเดี๋ยวนี้”

นักข่าวรุมเข้ามายิงคำถามอีก มาวินอยู่ในสภาพจนตรอก พิมมาดาพูดขัดขึ้น บอกให้เขารีบปล่อยพวกตนและรีบไปจับผู้ร้ายตัวจริง เพราะตอนนี้ทั้งกริสน์กับเด็กๆ กำลังอยู่ในอันตราย มาวินกลับลำทันที บอกว่าใช่ๆๆ แล้วรีบปล่อยทุกคน

ooooooo

สุขสันต์จะยิงกริสน์ แต่ถูกกริสน์กับภัทรดนัยกระโจนเข้าจับฉัตรชัยกับฮิมเป็นตัวประกัน กระนั้นสุขสันต์ยังยิงถูกไหล่ฉัตรชัยเลือดสาด แพรวพิลาศรับไม่ได้ที่สุขสันต์ยิงลูกน้องตัวเอง แต่เขาเลือดเข้าตาเสียแล้วหันปืนยิงฮิมอีกคน กริสน์จึงผลักฮิมออกแล้วกระโจนหลบ เลยรอดหวุดหวิด

พวกเด็กๆ อาศัยจังหวะชุลมุนนั้นวิ่งเข้าชนสุขสันต์ล้ม แล้วกรูกันเข้าไป สุขสันต์ชักปืนอีกกระบอกออกมา เด็กๆเลยชะงัก แต่กริสน์พุ่งเข้าสู้ ร้องบอกเด็กๆ ให้รีบหนีไป เค้กเรียกเด็กๆ ให้ตามตนไปที่ทางออก

ขณะกริสน์กำลังพลาดท่าให้สุขสันต์นั่นเอง ประตูโรงยิมก็ถูกระเบิดบานประตูปลิวกระเด็น จตุพลกับน้อมพงษ์ วิ่งเข้ามา

“ไอ้สุขสันต์ แกหักหลังฉัน” จตุพลคำราม น้อมพงษ์ตะโกนลั่น ตายๆ ๆ ๆ ๆ แล้วทั้งสองก็ยิงกระหน่ำไม่ยั้ง แต่สุขสันต์ก็กระโจนหลบทัน กริสน์กับภัทรดนัยหาที่ซ่อน ฮิมลากฉัตรชัยที่บาดเจ็บหลบไป ส่วนแพรวพิลาศ กับเค้กพาเด็กๆ วิ่งตรงไปที่ทางออก

สุขสันต์พุ่งเข้ากระชากจีจ้าไปเป็นตัวประกัน โจ๊กกระโจนเข้าช่วยน้อง เด็กๆ รุมกันเข้าช่วยแต่ถูกสุขสันต์ผลักกระเด็น กระเป๋ายาของจีจ้าขาดติดมือโจ๊กมาด้วย แต่ตัวจีจ้าถูกสุขสันต์เอาไป

กริสน์วิ่งมาช่วยพวกเด็กๆ พอรู้ว่ากระเป๋ายาของจีจ้าอยู่ที่โจ๊ก เขาฝากเค้กให้ดูทางนี้แล้วตัวเองกับภัทรดนัยก็เอากระเป๋ายาวิ่งตามสุขสันต์ ไปเพื่อช่วยจีจ้า

ooooooo

จีจ้าร้องบอกตลอดทางว่ากระเป๋ายาหล่น ดิ้นจะกลับไปเอากระเป๋ายา สุขสันต์ไม่สนใจลากหนูน้อยถูลู่ถูกังไป จนแพรวพิลาศออกมาขวางบอกเขาว่าไปไหนไม่ได้ ต้องมอบตัวสารภาพความจริงกับตำรวจว่า เขาหลอกใช้ตนหลอกคุณพ่อตน

สุขสันต์ใช้ไม้เดิมอ้อนว่า ตนทำเพื่อเรา และเราจะแต่งงานกัน แต่แพรวพิลาศไม่เชื่อแล้วพยายามรั้งเขาไว้

ทันใดนั้น จตุพลกับน้อมพงษ์วิ่งตามมายิงปืนเฉี่ยวๆ สุขสันต์ลากจีจ้าวิ่งไปที่รถ แพรวพิลาศตัดสินใจกระโดดขึ้นรถไปด้วย

จตุพลขี่มอเตอร์ไซค์ไล่ตามไป แต่น้อมพงษ์ตามไม่ทันเพราะถูกภัทรดนัยพุ่งเข้าล็อกตัวไว้ ภัทรดนัยบอกให้กริสน์ตามสุขสันต์ไป ทางนี้ตนจัดการเอง กริสน์วิ่งไปขึ้นรถคันเดิมที่นั่งมา พิมมาดานั่งรถตำรวจมาถึงพอดี เธอจึงไปกับกริสน์ด้วย

ที่สนามกีฬาอินดอร์นี่เอง ปาล์มได้พบกับเมทินี และโอปอได้พบกับอธิป อธิปเห็นเดชจะตามไปช่วย

กริสน์ จึงจะตามไปด้วย โอปอบอกอธิปว่า “ป๊ารีบไปช่วยน้ากริสน์เถอะค่ะ อย่าให้คนชั่วลอยนวลนะคะป๊า” เค้กเห็นมาวินยืนเอ๋ออยู่ จึงไล่ให้ไปตามจับพวกสุขสันต์ด้วย

สุขสันต์ถูกทั้งแพรวพิลาศก่อกวนและจีจ้าก็เริ่มหายใจไม่ออก ตัวเองก็สติไม่อยู่กับตัว ขับรถหนีจนถูก

จตุพลขี่มอเตอร์ไซค์ตามทัน ยิงปืนใส่จนรถเก๋งของสุขสันต์ส่ายไปมา สุดท้ายรถเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ข้างทาง

“จีจ้า...” พิมมาดาร้องสุดเสียงกับภาพที่เห็นข้างหน้า

ในรถ แพรวพิลาศหัวแตกแน่นิ่งไป จีจ้าที่หายใจไม่ออกเพราะขาดยา ถูกรถเหวี่ยงตกจากเบาะนอนหมดสติที่พื้นรถ ส่วนสุขสันต์ถูกจตุพลเอาปืนเข้ามาจี้ สุขสันต์ร้องห้ามหน้าซีดเผือด กริสน์กับพิมมาดามาถึง กริสน์ร้องบอกจตุพลว่าอย่ายิงเด็กไม่รู้เรื่องอะไรด้วย แล้วหว่านล้อมจตุพลมาร่วมมือกันเล่นงานสุขสันต์ดีกว่า

จตุพลไม่สนใจยิงทันที กริสน์กระโดดเข้าขัดขวาง ระหว่างนั้นเอง สุขสันต์ฉวยโอกาสหนีไปได้ พิมมาดาเห็นจึงวิ่งตามไปพลางตะโกนบอกสุขสันต์ให้เอาจีจ้าคืนมา เธอวิ่งสุดฝีเท้าไปยื้อยุดเขาไว้ไม่ยอมปล่อย

ooooooo

กริสน์ต่อสู้กับจตุพล ขณะกำลังพลาดท่าก็พอดีตำรวจกรูกันเข้ามาบอกให้ยอมมอบตัวเสียดีๆ แต่จตุพลไม่ยอม

ทันใดนั้นเสี่ยอธิปกับเดชลงจากรถ ตรงมาหาจตุพล ท้าว่า“อย่างแกมันต้องเจอกับฉัน” แล้วท้าดวลกันใครดีใครอยู่

ปรากฏว่าจตุพลไวกว่า ยกปืนยิงใส่หน้าอกเสี่ยจนเสี่ยผงะเซเพราะแรงกระแทก แต่พยายามยันไว้ แล้วยิงสวนไปถูกขาจตุพลจนทรุดฮวบ เสี่ยเดินเข้าไปเอาปืนจ่อ จตุพลมองทึ่งถามว่า ที่เขาลือกันว่าอากู๋ฟันแทงไม่เข้าเป็นเรื่องจริงหรือ

เสี่ยหัวเราะหึๆ พลางเปิดให้ดูเสื้อเกราะที่ใส่อยู่ แล้วด่าจตุพลว่า

“ทุกอย่างมันอยู่ที่สมองและความศรัทธา ถึงเวลาที่แกต้องไปรับกรรมของแกแล้ว คนที่อกตัญญูกับผู้มีพระคุณ ก็ต้องมีจุดจบอย่างนี้”

เดชดีใจที่เสี่ยชนะ วิ่งมาแสดงความยินดี เสี่ยมองไปรอบๆ ถามว่ากริสน์หายไปไหน

ooooooo

พิมมาดายื้อยุดสุขสันต์กันไปจนถึงกลางสะพาน เธอถูกสุขสันต์เหวี่ยงไปกระแทกราวสะพานหัวแตกเลือดอาบ โชคดีที่กริสน์วิ่งมาถึงพอดี เขาเข้าต่อสู้กับสุขสันต์ บอกว่าถ้าจีจ้าเป็นอะไรไปตนเอาตายแน่

สุขสันต์ไม่ยอมปล่อยจีจ้า กริสน์ถามว่าเขาต้องการอะไร

“ฉันต้องการลี้ภัยไปต่างประเทศ ตำรวจต้องไม่ออกหมายจับ ไม่มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดน อะไรก็ได้แต่ไม่เข้าคุก!!”

กริสน์บอกว่าเรื่องนี้ตนตอบไม่ได้เพราะไม่มีอำนาจ สุขสันต์แสดงความป่าเถื่อนหิ้วคอจีจ้าขึ้น ถามว่ากริสน์จะโดดลงไปหรือจะให้ตนโยนจีจ้าลงไป กริสน์บอกว่าตนจะโดดเอง ทันใดนั้นเอง แพรวพิลาศถือปืนมาข้างหลังสุขสันต์ กริสน์ร้องห้ามไม่ให้ยิง แต่แพรวพิลาศเหนี่ยวไกแล้ว กระสุนถูกหัวไหล่สุขสันต์เขาร้องราวกับถูกเชือด ปล่อยจีจ้าลงกระแทกพื้น

กริสน์ที่ปีนขึ้นราวสะพานทำท่าจะกระโดด ตกใจมือหลุดจากราวสะพาน พิมมาดาพุ่งเข้าไปคว้าไว้ทัน พอขึ้นมาได้ เห็นแพรวพิลาศจะยิงสุขสันต์ซ้ำอีก กริสน์ร้องห้าม บอกพิมมาดาให้รีบไปดูจีจ้า ตนจะจัดการทางนี้เอง

แพรวพิลาศแค้นใจจะฆ่าสุขสันต์ให้ได้ กริสน์หว่านล้อมว่า

“ถ้าคุณยิงนายสุขสันต์ตาย คุณจะมีความผิดนะคุณแพรว สู้ปล่อยให้ตำรวจจัดการดีกว่า นายสุขสันต์จะได้ให้การตามความเป็นจริงว่า เขาหลอกใช้คุณกับคุณพ่อ คุณกับพ่อจะพ้นข้อกล่าวหา พรรคก็จะได้พ้นมลทิน เชื่อผมนะคุณแพรว อย่าใช้อารมณ์โกรธชั่ววูบ ทำทุกอย่างพังเลย”

แพรวพิลาศร้องไห้อย่างแค้นใจ กริสน์ค่อยๆเดินไปปลดปืนจากมือเธออย่างโล่งอก

ทันใดนั้น พิมมาดาที่ไปดูจีจ้า ร้องขึ้นอย่างตกใจสุดขีดว่า “จีจ้า...จีจ้าไม่หายใจ!!”

ooooooo

จีจ้าถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเข้าห้องฉุกเฉินด่วน พิมมาดานั่งร้องไห้อย่างหมดแรงอยู่หน้าห้อง กริสน์ปลอบใจว่าอย่าเพิ่งคิดอะไรมาก ทำใจให้สบายๆ จีจ้าต้องปลอดภัย

พิมมาดาคร่ำครวญโทษตัวเองว่า “ถ้าฉันเชื่อที่พวกเด็กๆพยายามจะบอกแต่แรกว่าคุณสุขสันต์เป็นคนไม่ดี ทุกอย่างก็คงไม่เป็นอย่างนี้ แต่เพราะฉันดื้อด้านเอง เพราะฉันอยากมีคนดูแล แล้ว...แล้วเขาก็ดูสมบูรณ์แบบมาก ทั้งหมดมันเป็นเพราะฉัน ฉันมันแย่ที่สุด”

“พอเถอะ ถ้าจะมีใครผิดก็ต้องเป็นผมที่เลือกคุณเป็นนกต่อในการสืบคดี ไม่เกี่ยวกับคุณ” กริสน์โทษตัวเอง

ทันใดนั้น เค้ก เต๋า เต้ย ก็เดินอ้าวเข้ามา มีแจ๊สกับโจ๊กวิ่งตามมา แจ๊สกับโจ๊กวิ่งเข้าไปกอดน้าพิมของพวกเขาร้องไห้ไปด้วยความเป็นห่วงจีจ้า

ในห้องพักคนไข้ จีจ้านอนนิ่งอยู่บนเตียง มีสายระโยงระยางเต็มไปหมด ทุกคนมองด้วยความเป็นห่วงสะเทือนใจที่น้องยังหายใจเองไม่ได้ ได้แต่ช่วยกันภาวนาให้จีจ้ากลับมาหาพวกตนเร็วๆ

เมื่อพยาบาลจะมาเช็ดตัวให้จีจ้า แจ๊สขอเช็ดตัวให้น้องเอง ระหว่างนั้นก็กระซิบบอกน้องว่า

“จีจ้า...สู้ๆนะ พี่รู้ว่าเธอเก่ง เธอต้องทำให้ได้” พิมมาดาได้ยิน ถามว่าพูดอะไร แจ๊สบอกว่า “แจ๊สรู้ว่าตอนนี้พวกวิญญาณร้ายพยายามจะจับตัวจีจ้าเอาไว้ แล้วจีจ้ากำลังต่อสู้เพื่อให้ได้กลับมาอยู่ จีจ้าจะต้องทำให้สำเร็จนะ”

พิมมาดาบอกให้โจ๊กกับแจ๊สพอเถอะ สองพี่น้องบอกน้าพิมว่า ตอนนี้จีจ้ากำลังต้องการกำลังใจ กริสน์กับพิมมาดาจึงให้กำลังใจจีจ้าว่า “สู้ๆนะจีจ้า...สู้ๆนะ” โจ๊กดีใจ บอกจีจ้าว่า

“เห็นไหมจีจ้า พวกเราทุกคนเป็นกำลังใจให้เธอนะ เธอต้องกลับมาให้ได้นะ เข้าใจไหม”

ส่วนแจ๊สก็ขอให้น้าพิมเล่านิทานให้จีจ้าฟัง พิมมาดาเล่าแต่ไม่อาจทำใจให้ร่าเริงได้ กริสน์จึงเล่าแทน เรียกเสียงหัวเราะจากโจ๊กกับแจ๊สได้ แต่จีจ้ายังไม่ไหวติง หลังจากทำใจให้ร่าเริงเล่านิทานให้จีจ้าฟังแล้ว กริสน์เองกลับต้องไปยืนน้ำตาซึมอย่างสะเทือนใจอยู่เงียบๆคนเดียว

แต่วันรุ่งขึ้นกริสน์ก็ได้เห็นสิ่งที่ตัวเองก็ไม่แน่ใจว่าที่เห็นเป็นของจริงหรือตัวเองตาฝาด นั่นคือ เห็นจีจ้าเหมือนยักคิ้วได้แล้วทุกคนก็ดีใจสุดๆเมื่อจีจ้าบีบมือแจ๊สกับโจ๊กที่จับมือตัวเองอยู่ พอแจ๊สกับโจ๊กร้องบอกน้าพิมกับน้ากริสน์ด้วยความดีใจ ทุกคนก็กรูกันเข้ามาห้อมล้อม

ครู่หนึ่งจี้จ้าค่อยๆขยับปากพูดเสียงแผ่วๆ แต่ทุกคนที่ได้ยินต่างปีติราวกับได้ยินเสียงสวรรค์

“จีจ้า...จีจ้า...เล่นจริงเจ็บจริง ไม่สลิง ไม่สตันต์... มาแล้ววว”

พิมมาดาและกริสน์โผเข้ากอดกันด้วยความปีติยินดีที่คนอันเป็นที่รักปลอดภัย

ooooooo

เมฆร้ายเกลื่อนกรายไปแล้ว เช้าที่ท้องฟ้าแจ่มใส วันนี้ที่ร้านดอกไม้พริมโรส ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ ทุกคนกลับมาใช้ชีวิตเป็นปกติ แต่ในภาพคุณใหม่ที่ผ่านการฝึกฝนหล่อหลอมจากสถานการณ์เลวร้ายที่ผ่านมา

เสียงนกหวีดเป่าปลุก กินข้าว ไปโรงเรียนของ กริสน์จึงเป็นเรื่องขำๆของเด็กๆ แต่ทุกคนก็ยังเคารพระเบียบกติกา

ขนมสวีทโอปอล์พลิกโฉมใหม่เป็นสวีทโอปอล์

เอกซ์ตร้า ภายใต้การดำเนินการของเสี่ยอธิปที่ออกมายอมรับข้อผิดพลาดและปวารณาตนกับสังคมว่า

“ผมยอมรับว่าที่ผ่านมาขนมสวีทโอปอล์ ชื่อนี้อาจจะทำให้หลายๆคนสยองขนหัวลุก และไม่คิดข้องเกี่ยวด้วยอีก แต่ผมอยากจะขอโอกาสตรงนี้ว่า เรื่องราวความผิดพลาดในอดีต เราทุกคนมีกันทั้งนั้น สำหรับบางคนเรื่องนั้นอาจจะเลวร้ายจนเราอยากจะลืมเลือน...”

เสี่ยหยุดนิดหนึ่งก่อนพูดต่ออย่างเข้มแข็งว่า “แต่ถ้าเรามีความตั้งใจจริงที่จะแก้ไขข้อผิดพลาด ทำเรื่องที่เคยเป็นฝันร้ายตอนเราหลับ ให้กลายเป็นฝันดีตอนที่เราตื่น มันอาจจะไม่ง่าย แต่มันก็ไม่ยากเกินกว่าที่เราจะทำได้ อย่าดูถูกตัวเอง อย่าคิดว่าคุณทำไม่ได้ เพราะอะไรรู้ไหมครับ...เพราะคุณไม่ได้อยู่คนเดียว”

แล้วเสี่ยอธิปก็โยงมาถึงเรื่องขนมสวีทโอปอล์

เอกซ์ตร้าว่า ไม่ได้อยู่คนเดียวเหมือนกัน เขาเชิญคนพิเศษที่เข้ามาช่วยทำให้ขนมสวีทโอปอล์เอกซ์ตร้าเป็นของเด็กๆ ทุกคนออกมาปรากฏตัว เธอคือเมทินีนั่นเอง

เมทินีออกมาโบกมือให้นักข่าวพูดอย่างร่าเริงว่า “นียินดีมากที่ได้มาเป็นหุ้นส่วน ซึ่งจะว่าไปแล้ว การเป็นหุ้นส่วนมันก็คล้ายๆกับการเป็นครอบครัวเดียวกันใช่ไหมคะ นีฝากขนมสวีทโอปอล์เอกซ์ตร้าเอาไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ”

เมทินียิ้มหวานให้เสี่ยอธิป หัวเราะคิกๆ เขินๆ ปาล์มยักคิ้วให้โอปอพูดเป็นนัยว่า เราเป็นคนในครอบครัวเดียวกันแล้วนะ

เวลาเดียวกัน ทีวีกำลังออกข่าวและแพร่ภาพสุขสันต์กำลังเดินเข้าเรือนจำ เขาปกปิดใบหน้าขู่นักข่าวใครถ่ายไปลงจะถูกฟ้อง แต่พริบตาเดียว เขากลับหันมาพูดใส่กล้องว่า “ผมอยากได้เดย์แดนด์ไนท์ครีม” แล้วหันหลังถูกคุมไปเข้าเรือนจำ

ooooooo

กริสน์เห็นพิมมาดายืนมองรูปคู่ของพี่พลอยกับสามีเหมือนจะบอกข่าวดีกับพี่สาวเรื่องหลานๆ

กริสน์เห็นดังนั้นมายืนข้างหลังถามแทนเธอว่า “พิมเขาเลี้ยงหลานๆได้ดีถูกใจไหมครับพี่พลอย” เลยถูกพิมมาดามองกริสน์แบบคนขี้ตู่ถามว่าเป็นใครมาจากไหนมาเรียกพี่พลอยเสียสนิทสนมเชียว

“นั่นสินะ...อืมมม แล้วคุณว่าคุณจะให้ผมอยู่ในฐานะอะไรดีล่ะ” ถามแล้วยิ้มกรุ้มกริ่ม พวกเด็กๆและเต๋ากับเต้ยแอบลุ้นกันคิกคัก

เมื่อทุกอย่างลงตัวแล้ว เมทินีขอบคุณพิมมาดาสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง พิมมาดาก็ขอบคุณเมทินีที่

ช่วยให้ตนพ้นผิด เมทินีพูดอย่างค้นพบตัวเองและได้บทเรียนว่า

“คุณสองคนทำให้นีตาสว่าง มองเห็นตัวเองว่าที่ผ่านมานีเลี้ยงลูกแบบผิดๆมาตลอด” เมทินีได้ข้อสรุปว่า ตัวเองมีแต่ตามใจและใช้เงินซื้อทุกอย่างให้ลูก โดยไม่ได้สั่งสอนอบรมลูกด้วยตัวเองเลย บอกกับพิมมาดาและกริสน์ว่า “ตั้งแต่นี้ไป นีจะเป็นแม่ที่ดี จะทำงานให้น้อยลง จะเลิกทำศัลยกรรม แล้วเอาเวลามาให้กับลูก เพราะนีรู้แล้วว่าเงินสอนลูกเป็นคนดีไม่ได้ มีแต่ตัวเราเท่านั้นแหละที่สอนลูกให้เป็นคนดีได้”

ส่วนพิมมาดาก็ได้มองเห็นปัญหาของตัวเองว่า

“ที่ผ่านมาฉันเลี้ยงหลานอย่างเข้มงวดมาตลอด เด็กๆมองฉันเป็นฮิตเลอร์ เพราะฉันชอบออกคำสั่งห้ามนั่นห้ามนี่...มีแต่ให้ทำตามอย่างเดียว แต่ก็ไม่มีการอธิบายว่าทำไมต้องห้าม” เธอยังมองเห็นอีกว่า “ถ้าฉันไม่เข้มงวดเกินไป เด็กๆคงจะแสดงศักยภาพได้มากกว่านี้”

กริสน์กับพิมมาดาเห็นตรงกันว่า พิมมาดานั้นตึงเกินไป และกริสน์ก็หย่อนเกินไป แต่มันก็ช่างลงตัวกันพอดีสำหรับการดูแลหลานๆของเรา กริสน์รวบรัดว่า

“เราสองคนเหมือนหยินกับหยางเลย มีมืดมีสว่าง มีถูกมีผิด มีทุกข์มีสุข มีคุณมีผม ผมว่าเราสองคนก็ควรจะอยู่เลี้ยงเด็กด้วยกัน...ตลอดไปนะ” พูดแล้วเห็นพิมมาดางง เขาย้ำ “ผมพูดจริงๆนะ แล้วคุณล่ะคุณคิดยังไงครับ...”

พิมมาดาสีหน้าจริงจัง งอแงว่าเขาพูดจริงๆ หรือ พูดตามหน้าที่ กริสน์ยืนยันว่าไม่ได้ทำตามหน้าที่ เธอเป็นคนที่ทำให้ตนเป็นตัวของตัวเอง ตอนนี้ตนไม่ได้เป็นกรด ไม่ได้เป็นกริสน์ แต่ตนคือนายเกริกพล

ขณะทั้งสองกำลังเปิดใจยอมรับกันและกันนั่นเอง ภัทรดนัยก็พรวดเข้ามาบอกว่า ขอคุยสองต่อสองกับกริสน์หน่อย

ธุระสำคัญที่ภัทรดนัยต้องรีบมาขัดจังหวะคือ มีภารกิจใหม่ต้องไปทำกัน กริสน์ที่เพิ่งแสดงความเป็นตัวเองออกไปไม่ถึงอึดใจถึงกับอึ้ง บอกภัทรดนัยว่า ตนไม่ไป ตนอยากพักผ่อน ภัทรดนัยจึงให้กรินส์ทบทวนคำเตือนใจของสายสืบที่ว่า

“เป็นสายสืบให้รักสนุก แต่อย่าคิดผูกพัน”

พิมมาดามาขอร้องกริสน์อย่าไปเลย ถามว่าไปแล้วไม่ห่วงเด็กๆหรือ กล่อมเขาว่า ชีวิตเป็นของเขา เขาเลือกเองได้

“ผมรู้ แต่ถ้าผมเลือกให้ตัวเองมีความสุข แล้วประเทศล่ะ ประชาชนคนอื่นๆล่ะ” พิมมาดาขอร้องว่าอย่าไปเลยนะ ให้คนอื่นไปแทนเถอะ กริสน์ย้อนถามว่า “คนอื่นต้องมาทรมานแทนเพื่อให้ผมมีความสุข?”

ภัทรดนัยเร่งกริสน์ว่าไปกันได้รึยัง ข้างๆเขามีเค้กในชุดพร้อมลุยยืนเคียงข้าง พอเห็นพรรคพวกมองงงๆ ภัทรดนัยก็บ่นว่า “ฉันบอกแล้วว่าไม่ให้ไป ยายนี่ก็ตื๊อจะไปจนได้”

พวกเด็กๆรู้ข่าวก็วิ่งกันออกมาไม่ยอมให้น้า

กริสน์ไป เมื่อเห็นท่าจะห้ามไม่ได้ ก็บอกให้รอเดี๋ยว แล้วพากันวิ่งกลับไป

พิมมาดาเข้าใจ เธอเปลี่ยนเป็นสนับสนุนให้

กริสน์ไป รับปากจะพูดกับเด็กๆให้เอง ปรากฏว่าพวกเด็กๆ ในชุดพร้อมลุยกรูกันออกมาจะไปกับน้ากริสน์ ทั้งยังจะเอาน้าพิมไปด้วย มีเด็กวัย 6 ขวบคนหนึ่งติดกลุ่มมาด้วย ท่าทางซ่ากว่าเพื่อน ประกาศก้อง...

“จอม...ราชานักบู๊พร้อมลุย!!”

ทุกคนมองกันงงๆ ภัทรดนัยหัวเราะแหะๆบอกว่า “หลานฉันเอง” จีจ้ามองอย่างเขม่นที่มีคนมาทาบตน ส่วนกริสน์กับพิมมาดายกมือทาบหน้าผากทำท่าจะเป็นลม...เฮ้อ...

ooooooo

–อวสาน–


ละครมือปราบพ่อลูกอ่อน ตอนที่ 14(ตอนจบ) อ่านมือปราบพ่อลูกอ่อน ติดตามมือปราบพ่อลูกอ่อน ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย 10 ก.พ. 2555 08:26 2012-02-11T00:53:27+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ