ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

กระบือบาล

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ขณะที่ช่อผกาซึ่งสวมแว่นดำมีผ้าคลุมผมอำพรางใบหน้าที่อักเสบเป็นผื่นแดงกำลังโวยวายใส่พยาบาลอยู่ที่โต๊ะซักประวัติ เธอเหลือบเห็นใจเด็ดท่าทางรีบร้อนเดินหายเข้าไปด้านในห้องตรวจโรค ทีแรกช่อผกาคิดจะหลบไม่อยากให้ใจเด็ดเห็นหน้าบวมเป่งของตัวเอง แต่คิดไปคิดมาน่าจะพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส

“แต่ถ้าเราบอกพี่ใจเด็ดว่าที่เราเป็นอย่างนี้ เพราะพวกกรุงเทพฯ แกล้งเรา บางทีเราอาจชนะโดยไม่ต้องประกวดก็ได้” ช่อผกาคิดได้ดังนั้น รีบตามใจเด็ดเข้าไปในห้องตรวจโรค ด้วยความช่วยเหลือของหมอ ใจเด็ดหนีรอดเงื้อมมือช่อผกาออกจากสถานีอนามัยพร้อมกับยารักษาสรนุชได้อย่างหวุดหวิด...

ครู่ต่อมา ใจเด็ดมาถึงหน้าห้องสรนุช ต้องชะงักเมื่อมองผ่านประตูห้องที่แง้มไว้ เห็นโชคชัยกำลังประคองสรนุช ซึ่งเพิ่งได้สติลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง สรนุชปรือตามองโชคชัย

“คุณโชคชัยเช็ดตัวให้นุชเหรอคะ”

โชคชัยนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรับคำ สรนุชคลับคล้ายคลับคลาว่าเงาผู้ชายคนนั้นไม่น่าใช่เขาแต่ไม่ได้พูดอะไร ใจเด็ดที่แอบฟังอยู่หน้าห้อง ก้มมองถุงยาที่เพิ่งไปเอามาจากสถานีอนามัยอย่างปวดใจ...

อรอนงค์ สุบิน และเกริกไกรต้องแปลกใจเมื่อกลับถึงเรือนรับรอง พบว่าสรนุชเป็นไข้ไม่สบายกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง โดยมีโชคชัยคอยป้อนข้าวป้อนน้ำอยู่ไม่ห่าง สรนุชเล่าให้ทั้งสามคนฟังว่าเธอหมดสติตั้งแต่เมื่อ

คืน ถ้าโชคชัยไม่มาเจอ เธอคงจะแย่แน่ๆ โชคชัยแนะให้ไปหาหมอ แต่สรนุชไม่ไปเพราะรู้สึกดีขึ้นมากแล้ว นอนพักสักคืนก็คงหาย รับรองเธอไม่พลาดงานทำขวัญควายพรุ่งนี้แน่ๆ โชคชัยเห็นสรนุชมีคนอยู่ดูแลแล้วจึงขอตัวกลับ...

ทันทีที่ช่อผกากลับถึงบ้าน ผู้พันชาญณรงค์ซึ่งรอใจจดใจจ่ออยู่ซักเป็นการใหญ่หมอว่าอย่างไรบ้าง จะหายทันเข้าประกวดหรือเปล่า ช่อผกาแค่แพ้อาหาร หมอฉีดยาแก้แพ้ให้แล้วพรุ่งนี้ก็หาย ผู้พันตัวแสบถึงกับถอนใจโล่งอก ถ้าขืนช่อผกาไม่หายแล้วดันได้ตำแหน่งเทพีควาย ใครๆ ต้องรู้กันหมดว่าเขาติดสินบนกรรมการ

“นี่พ่อ ความสวยของฉันน่ะเริดที่สุดในหนองระบือแล้ว พ่อจะไปเสียเงินติดสินบนไอ้พวกนั้นทำไม ยังไงตำแหน่งเทพีก็ต้องเป็นของฉันอยู่แล้ว...ชิ...ทำอะไรไม่เข้าเรื่อง” ช่อผกาว่าแล้วเดินสะบัดขึ้นบ้าน ผู้พันชาญ–ณรงค์มองตามกลุ้มใจที่ลูกสาวมั่นใจเกินเหตุ...

ค่ำวันเดียวกัน ที่ห้องนอนของสรนุชภายในเรือนรับรอง สรนุชยังติดใจสงสัยไม่หาย คนที่ดูแลตอนเธอไม่สบายไม่น่าจะใช่โชคชัย สุบินกับอรอนงค์มองหน้ากันงง

“แกอย่าบอกนะว่า ผีบ้านผีเรือนเป็นคนดูแลแก” สุบินปากเสียตามเคย

“บ้าหรือไง” สรนุชด่าสวน อรอนงค์นิ่วหน้า ถ้าไม่ใช่โชคชัยแล้วจะเป็นใคร สรนุชอยากบอกว่าเป็นใจเด็ดแต่ก็ไม่แน่ใจ จึงปิดปากเงียบ...

อีกมุมหนึ่งของสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ ใจเด็ดนั่งมองเสื้อลูกไม้ที่จะให้สรนุชอย่างปวดร้าวใจ ไม่เข้าใจทำไมตัวเองถึงได้รู้สึกแบบนี้

ooooooo

งานทำขวัญควายวันแรกเริ่มขึ้น ขบวนแห่นำโดยแตรวงเดินพาเหรดกันมาที่หน้าวัด ชาวบ้านที่ร่วมขบวนแห่หลายร้อยชีวิตเซิ้งตามจังหวะเพลงอย่างสนุกสนาน ชาวบ้านบางคนจูงลูกควายที่จะเข้าพิธีร่วมขบวนมาด้วย

เกริกไกรและใจเด็ดรอรับลูกควายที่ชาวบ้านนำมาลงทะเบียนอยู่หน้าลานวัด หมอหนุ่มไม่ค่อยมีสมาธิ มัวแต่ชะเง้อคอมองหาอรอนงค์ด้วยความเป็นห่วง เกรงจะหลงทาง ใจเด็ดต้องคอยดึงให้กลับมาสนใจงานที่ทำ...

อีกมุมหนึ่งของวัด ช่อผกาเห็นกลุ่มของสรนุชมาถึง ปราดเข้าไปหาเรื่องด่าว่าทันที คนอย่างสรนุชไม่ให้มาด่าข้างเดียว เข้าไปทำจมูกฟุดฟิดใกล้ตัวช่อผกา ไม่รู้ว่ากลิ่นขี้ควายออกมาจากตัวช่อผกาหรือปากของเธอกันแน่ ช่อผกาโกรธเนื้อเต้น รีบดมตามเนื้อตัวตัวเอง ชี้หน้าสรนุช พูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไร

“แหม...ก็ชื่อเสียงของเธอมันโฉ่ไปทั้งตำบล จะขยับตัวทำอะไรก็เป็นข่าวไปหมด” สรนุชแดกดัน

“ในเมื่อรู้ตัวก็ดีแล้ว พวกเธอก็ถอนตัวซะ เพราะพี่ใจเด็ดคงไม่ชอบใจเท่าไหร่ถ้ามีใครมาประกวดแข่งกับฉัน”

“เอ...แต่เท่าที่ผมได้ข่าวมานี่คุณใจเด็ดสนับสนุนให้พวกผมลงประกวดคราวนี้นะครับ” สุบินยิ้มเย้ย

ช่อผกาหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ รีบกลบเกลื่อนว่าคงเป็นเพราะใจเด็ดต้องการให้คนที่มาแข่งสมน้ำสมเนื้อกับเธอ เพราะถ้าเขาอยากให้พวกสรนุชชนะจริงๆ เมื่อวานเขาคงไม่มาช่วยดูชุดประกวดให้เธอทั้งวันแน่ สรนุชไม่ได้อยากรู้เรื่องของช่อผกาสักนิด ไม่ต้องมาเล่าให้เปลืองน้ำลาย แล้วเดินเชิดออกไป...

ทันทีที่สรนุชเจอหน้าใจเด็ด ถามถึงเรื่องที่ไปช่วยดูชุดให้ช่อผกาเมื่อวานทั้งวันจริงหรือเปล่า ใจเด็ดยังเจ็บจี๊ดเรื่องโชคชัยขโมยซีนไม่หายจึงยอมรับว่าจริง อยู่ๆสรนุชหน้ามืด เซจะล้ม ใจเด็ดรีบเข้ามาประคองด้วยความเป็นห่วงรู้สึกได้ว่าเธอยังตัวรุมๆ สรนุชรีบดึงตัวออกห่าง แล้วเดินกระแทกไหล่ใจเด็ดจากไปอย่างหงุดหงิด...

หลังจากสนุกสนานกับขบวนแห่ ชาวบ้านต่างมารวมตัวกันที่ศาลาการเปรียญเพื่อรอหลวงพ่อกล่าวเปิดงาน เกริกไกรอยากนั่งใกล้อรอนงค์ จึงขยับไปนั่งแทรกระหว่างสองสาวเพื่อนซี้ จนสรนุชถูกดันไปนั่งติดใจเด็ดแทน

ระหว่างนั้น ผู้พันชาญณรงค์ ช่อผกา และโชคชัยขึ้นมาบนศาลา ช่อผกาเห็นใจเด็ด พุ่งเข้าใส่ไม่สนใจหัวดำ หัวขาวที่นั่งอยู่ก่อนจนชาวบ้านแตกกระเจิง แล้วทิ้งตัวลงนั่งเบียดสรนุชกระเด็น สรนุชจะเอาเรื่องแต่โชคชัยเข้ามาชวนไปนั่งที่อื่นเสียก่อน ใจเด็ดมองตามตาละห้อย

อีกคู่ที่วุ่นวายไม่แพ้กันคือคู่ของเกริกไกรกับ

ผู้พันชาญณรงค์ที่ยื้อแย่งกันจะนั่งข้างอรอนงค์อุตลุด

อรอนงค์ซื่อบื้อคิดว่าทั้งคู่แย่งเก้าอี้นั่งกัน เลยยกเก้าอี้ของตัวให้ แล้วลุกไปนั่งข้างสุบิน เรื่องวุ่นๆจึงสงบลงได้ สักพัก หลวงพ่อเดินเข้ามานั่งเป็นประธานหันหน้าเข้าหาพวกชาวบ้านแล้วกล่าวว่า

“ขอบใจทุกคนมากนะที่มาร่วมงานเหมือนทุกปี ปีนี้ไม่มีใครขาดใช่มั้ย”

“ปีนี้ไม่มีขาดครับ...มีแต่จะเพิ่ม” ผู้พันชาญณรงค์ทะลุกลางปล้อง หลวงพ่อสงสัยจะมีใครมาเพ่ิม ผู้พันชาญณรงค์ไม่ตอบ ได้แต่ยิ้มเจ้าเล่ห์ เพราะคนที่นัดแนะมาป่วนงานครั้งนี้คือพวกของชิดชัย ใจเด็ดมองผู้พันตัวแสบ รู้สึกสังหรณ์ใจชอบกล

ooooooo

เป็นจริงอย่างที่ใจเด็ดหวั่นใจ ชิดชัยกับลูกน้องเอาเสื้อพิมพ์โลโก้บริษัทขายรถไถมาแจกพวกชาวบ้านบริเวณทางเข้าวัด อ้างว่าหลวงพ่อให้เอามาแจก เพราะต้องการให้ทุกคนใส่เสื้อเหมือนกัน แสดงถึงพลังสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน แต่เบื้องหลังแล้ว ชิดชัยต้องการหักหน้าพวกกระบือบาล

“งานทำขวัญควาย...ฮึ...ฉันอยากเห็นหน้าพวกแกจริงๆ ว่างานควายแต่มีเสื้อรถไถมันจะเป็นยังไง” ชิดชัยว่าแล้วมองเข้าไปในวัดด้วยแววตาชั่วร้าย...

หลวงพ่อกล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการเสร็จ ได้เวลาญาติโยมถวายเพล ช่อผกาถลาเข้ามาจับถาดใส่อาหารร่วมกับใจเด็ด สรนุชเห็นแล้วหมั่นไส้ รีบยกถาดใส่อาหารของตัวเองจะถวายหลวงพ่อ โชคชัยสบช่องรีบเข้ามาช่วย เลยกลายเป็นสองคู่กัด แย่งกันถวายเพล เสียงสองสาวเถียงกันเซ็งแซ่ หลวงพ่อทนไม่ไหวต้องปราม

“โยม...ใจเย็นๆก่อนนะ การทำบุญใครทำคนนั้นก็ได้ ไม่ต้องแย่งกัน ทำบุญนะ ไม่ใช่ต่อคิวซื้อโดนัท”

สองสาวถึงสงบปากสงบคำได้ จังหวะนั้น ชิดชัยก้าวขึ้นมาบนศาลาพร้อมกับลูกน้อง

“สวัสดีครับหลวงพ่อ พอดีผมเห็นว่าวันนี้เป็นวันทำบุญใหญ่ ผมก็เลยอยากทำบุญด้วยคนครับ แล้วอีกอย่าง ผมก็เห็นว่าที่วัดนี่ยังขาดปัจจัยในการจัดงาน ก็เลยตั้งใจว่าจะมาถวายปัจจัยให้หลวงพ่อน่ะครับ” ชิดชัยพูดจบ หยิบสมุดเช็คให้หลวงพ่อเขียนจำนวนเงินเอาเอง อยากเขียนเท่าไหร่ก็ได้ บริษัทของพวกตนชอบทำบุญอยู่แล้ว สุบินหันไปแซวสรนุชว่าจริงหรือ หญิงสาวกระทุ้งข้อศอกใส่สุบินแทนคำตอบ

ใจเด็ดเหม็นขี้หน้าคนขี้โม้ คว้าสมุดเช็คมาเขียนจำนวนเงิน 100 ล้านบาทลงไป ชิดชัยถึงกับตาเหลือก โวยลั่น ใครจะบ้าทำบุญมากมายขนาดนั้น เกริกไกรแขวะทันที ไหนบอกว่าจะเขียนจำนวนเงินเท่าไหร่ก็ได้

“แต่มันก็ต้องดูความเหมาะสมด้วย จริงมั้ยคุณชิดชัย” ผู้พันชาญณรงค์ช่วยแก้ต่างให้พวกรถไถ

ชิดชัยรีบฉีกเช็คทิ้ง ขอเปลี่ยนเป็นทำบุญกับพวกชาวบ้านแทน โดยจะแจกเสื้อที่พวกตนทำมาจากใจให้แล้วคลี่เสื้อให้ดู เห็นเป็นรูปรถไถคันโตอยู่กลางอก หลวงพ่ออ้าปากจะห้าม แต่ชิดชัยชิงพูดขึ้นก่อน

“ไม่ต้องห่วงครับ ผมไม่ลืมหลวงพ่อแน่นอน นี่ครับ...จีวรของหลวงพ่อก็มีเหมือนกัน แต่ยังไม่หมดครับ นี่ก็ตาลปัตรอันใหม่สำหรับหลวงพ่อ” สิ่งที่ชิดชัยว่ามาทั้งหมดมีโลโก้รูปรถไถติดอยู่ ใจเด็ดทนไม่ไหวลุกขึ้นจะเอาเรื่อง ชาวบ้านคนหนึ่งหยิบเสื้อที่ได้รับจากชิดชัยปาคืนใส่หน้าเขา

“โกหก...ไหนบอกว่าเป็นเสื้อที่หลวงพ่อเอามาแจกไง” ชาวบ้านคนนั้นโวยแหลก

ชาวบ้านคนอื่นทยอยปาเสื้อคืนชิดชัย ถ้าพวกเขารู้มาก่อนว่าเป็นเสื้อของพวกรถไถ แถมเงินให้ยังไม่เอาเลย ชาวบ้านลุกฮือขับไล่ชิดชัยกับพวก ชิดชัยเห็นท่าไม่ดี เผ่นกลับแทบไม่ทัน ใจเด็ดกับพวกกระบือบาลต่างยิ้มปลื้มที่ชาวบ้านเข้าข้างควาย  ผู้พันชาญณรงค์เจ็บใจที่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผน

สรนุชบ่นพึมพำไม่อยากเชื่อว่าชาวบ้านหนองระบือจะรักควายมากขนาดนี้ โชคชัยยกความดีความชอบให้ใจเด็ดแต่ผู้เดียว ตั้งแต่เขามาอยู่ที่นี่ พวกชาวบ้านเริ่มกลับมารักควายอย่างเก่า สรนุชคิดแผนการออก ถ้าเธอเปลี่ยนความคิดของใจเด็ดได้ พวกชาวบ้านก็จะเปลี่ยนตาม

ooooooo

ในที่สุดก็ถึงเวลาสำคัญ ซึ่งเป็นหัวใจของงานครั้งนี้ นั่นก็คือพิธีทำขวัญให้ลูกควาย ทันทีที่โชคชัยประกาศให้เริ่มการจับคู่พ่อแม่ให้กับลูกควาย ผู้พันชาญณรงค์ปรี่เข้าหาอรอนงค์ชวนมาเป็นแม่คู่กับเขา เกริกไกรขวางไว้ยิ้มเย้ยพร้อมกับชูนิ้วก้อยของตัวเองที่มีสายสิญจน์พันอยู่กับนิ้วก้อยของอรอนงค์ให้ดู

“โทษทีนะผู้พัน...ไปตรงนั้นกันเถอะจ้ะแม่จ๋า” เกริกไกรรีบดึงมืออรอนงค์ไปที่คอกควาย ปล่อยให้ผู้พันชาญณรงค์โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่ตรงนั้น ช่อผกาเห็นใจเด็ด ยืนเหล่สรนุชปราดเข้าไปควงแขนเขาไว้ ขอจองเป็นคู่พ่อแม่ ใจเด็ดอ้าปากจะค้าน แต่ช่อผกาชิงพูดขึ้นก่อน

“ไม่เอาสิคะ ปีที่แล้วเราก็คู่กัน เกิดปีนี้เราเปลี่ยนคู่ เดี๋ยวลูกควายจะหาว่าชีวิตคู่เรามีปัญหานะคะ”

ใจเด็ดจำต้องยอมทำตาม สรนุชมองทั้งคู่หมั่นไส้ ก่อนจะเดินไปหาโชคชัย กล้องวีดิโอของสุบินที่คอยเก็บช็อตเด็ดๆ แพนไปเห็นเจนจิรามองช่อผกาด้วยสายตาเช่น เดียวกับสรนุช พอเธอหันมาเห็นสุบินจับภาพอยู่โวยวายลั่นจะถ่ายทำไม สุบินไม่เห็นมีใครเหลือให้จับคู่ จึงช่วยเจนจิราเป็นคู่กัน เจนจิราไม่เล่นด้วยเดินหนี

ครู่ต่อมา คู่พ่อแม่สมมติของลูกควายมารวมตัวกันหน้าคอกที่จัดเตรียมไว้ สรนุชกับโชคชัยดันมายืนอยู่ใกล้ คู่ของใจเด็ดกับช่อผกา สองสาวเขม่นกันไปมา ช่อผกา แกล้งเซเหยียบเท้าสรนุช พอสบช่องสรนุชเอาคืน แกล้งเซ เสียหลัก ก่อนจะแอบเอาสายสิญจน์เส้นใหญ่สำหรับผูก ควายสอดไว้ในหูกางเกงของช่อผกา แล้วตบก้นลูกควายให้วิ่ง ช่อผกาถูกลูกควายดึงกระแทกกับคอกร้องลั่น สรนุชยิ้มสะใจ ชวนโชคชัยเดินเลี่ยงไปทางอื่น...

เสร็จจากพิธีทำขวัญควาย ทุกคนพากันมาที่ต้นไม้ ศักดิ์สิทธิ์เพื่ออธิษฐานขอพร อรอนงค์อดสงสัยไม่ได้ ทำไมต้องมาขอพรกับต้นไม้ เกริกไกรเล่าว่าเป็นความเชื่อของ คนที่นี่ ชาวบ้านจะมาขอพรที่ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ต้นนี้ทุกปี แล้วทุกคนก็จะได้รับพรที่ขอกันทุกคน อรอนงค์แปลกใจ แล้วทำไมชาวบ้านไม่ขอให้ตัวเองรํ่ารวย

“เพราะพรที่พวกเขาขอ  เป็นพรที่ขอให้คนอื่นไง ครับ...ก็อย่างเช่น เราขอพรให้พ่อแม่ของเราสุขภาพแข็งแรง หรือขอให้ควายเราไม่เจ็บไม่ป่วย” เกริกไกรอธิบาย

อรอนงค์ถึงบางอ้อ เพราะถ้าทุกคนขอพรให้ตัวเอง ได้ คงจะเหมือนที่อื่นๆ ที่มีแต่ชาวบ้านมาขูดหวยกันทุกเดือน เกริกไกรคุยอวดว่านี่เป็นความโชคดีของบ้านหนองระบืออีกอย่างหนึ่ง จังหวะนั้นสมหญิงกับภิรมย์เอาลูกยางกับกระดาษสำหรับเขียนคำอธิษฐานมาให้ทั้งคู่ จากนั้นทั้งสี่คนพากันอธิษฐานขอพร

ooooooo

ถัดจากจุดที่เกริกไกรกับอรอนงค์ยืนอยู่ไม่ไกลนัก สุบินกำลังอธิษฐานขอพรเสียงดังฟังชัดเจตนาให้ เจนจิราที่ยืนอยู่ห่างพอสมควรได้ยิน เขาขอให้คนที่ โกรธกันอยู่หายโกรธ แล้วโยนลูกยางขึ้นไปบนต้นไม้ หันมาเห็นเจนจิราเข้ามายืนข้างๆ สุบินถึงกับตาโตตื่นเต้นที่คำอธิษฐานของเขาสัมฤทธิผลทันใจ เจนจิรา หายโกรธเขาแล้ว

“เปล่า ฉันกำลังจะบอกนายว่า เวลาอธิษฐานแล้วให้คนอื่นได้ยินน่ะมันจะไม่เป็นจริง” เจนจิราพูดจบ ผละจากไป ทิ้งให้สุบินยืนอึ้งอยู่คนเดียว สรนุชซึ่งยืนอยู่ถัดมา รับลูกยางกับกระดาษจากโชคชัยมาเขียนคำอธิษฐานเหมือนเดิมอีกครั้ง โชคชัยเลียบๆเคียงๆ ถามว่าอธิษฐานอะไร

หญิงสาวต่อว่ามาถามอย่างนี้ได้อย่างไร เขาไม่ได้ยินเจนจิราพูดหรือว่าถ้าคนอื่นได้ยินคำอธิษฐานของเรา คำอธิษฐานนั้นจะเป็นหมัน แล้วเดินหนีไปยังอีกด้านหนึ่งของต้นไม้ โยนลูกยางขึ้นไปสุดแรง ลูกยางของสรนุชบังเอิญชนกับลูกยางที่ใจเด็ดแอบมาอธิษฐานเมื่อช่วงเช้าร่วงลงพื้น สรนุชรีบเก็บลูกยางพร้อมคำอธิษฐานซึ่งตอนนั้นเธอไม่รู้ว่าเป็นของใครใส่กระเป๋ากางเกง แล้วเดินไม่รู้ไม่ชี้ออกไป...

งานทำขวัญควายสนุกสนานมาก กว่าสรนุชกับเพื่อนจะกลับถึงที่พักท้องฟ้ามืดสนิทแล้ว สุบินอดแซวสรนุชไม่ได้ว่ายุทธศาสตร์ดาวเปื้อนดินของเพื่อนได้ผลเกินคาด เพราะโชคชัยมองตามเธอตาเยิ้มตลอดเวลา

“ไอ้นี่...เลิกปากเสียได้แล้ว ฉันไม่ได้คิดอะไรกับเขา แล้วฉันก็ไม่สนใจด้วยว่าเขาจะคิดอะไรกับฉัน ฉันสนแค่ว่าเราจะบุกตลาดที่นี่ได้ยังไง และตอนนี้ฉันรู้วิธีแล้ว...” สรนุชเห็นสองเพื่อนซี้มองมา สีหน้าสงสัยใคร่รู้ “เอาไว้ให้ฉันคิดอะไรดีๆได้ก่อน แล้วฉันจะบอกแกสองคน” สรนุชว่าแล้วเดินเข้าห้องนอน ทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง

นึกขึ้นได้เก็บลูกยางอธิษฐานของใครบางคนไว้ในกระเป๋ากางเกง รีบหยิบขึ้นมาจะเปิดดู แต่เกิดลังเลเกรงจะเสียมารยาท แต่สุดท้ายแล้วความอยากรู้อยากเห็นก็ชนะ สรนุชค่อยๆเปิดคำอธิษฐานดู

“ขอให้คุณนุชหายป่วยไวๆด้วยครับ...ใจเด็ด”

สรนุชถึงกับอึ้ง รีบเก็บกระดาษคำอธิษฐานใส่กระเป๋ากางเกง แล้วออกมาหามุมสงบนอกเรือนรับรอง ครุ่นคิดถึงเรื่องที่ใจเด็ดรู้ได้อย่างไรว่าเธอป่วย ในเมื่อเขาบอกเองว่าเมื่อวานอยู่กับช่อผกาทั้งวัน แต่แล้วปริศนาเรื่องนี้ก็คลี่คลาย เมื่อเธอได้เจอกับสมหญิงที่ออกมาเดินกินลมชมจันทร์

สมหญิงเล่าให้ฟังว่า เมื่อวานนี้ใจเด็ดเห็นสรนุชตัวร้อนจัด อาการน่าเป็นห่วง จึงฝากเธอให้ดูแลสรนุชแทน ส่วนเขารีบไปที่สถานีอนามัยเพื่อเอายามาให้ สรนุชถึงกับพูดอะไรไม่ออก

ooooooo

งานทำขวัญควายวันที่สองเริ่มขึ้น ช่วงเช้ามีการแสดงของควายแสนรู้ที่ชาวบ้านต่างซุ่มฝึกฝนมาตั้งแต่ปีที่แล้ว สุบินและอรอนงค์สนใจมาก พากันเข้าไปดูใกล้ๆเพื่อถ่ายวีดิโอเก็บไว้ สรนุชสบช่องรีบชิ่งไปตามหาใจเด็ด

“ฉันต้องรู้ให้ได้ว่านายทำอย่างที่สมหญิงบอกจริงหรือเปล่า” สรนุชสีหน้ามุ่งมั่น

แต่พอเจอหน้าใจเด็ด เธอกลับอ้ำอึ้งไม่กล้าถามเพราะเขิน ครั้นข่มความอายได้ ช่อผกาดันโผล่มาจากไหนไม่รู้ เข้ามาคล้องแขนใจเด็ดวางท่าเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ สรนุชเลยไม่ได้ถามอะไร...

ที่ลานประกวดควาย หลังจากโชว์ความแสนรู้ของควายให้ผู้ชมในงานดูแล้ว รายการต่อไปจะเป็นการประกวดควายสมบูรณ์ ชาวบ้านจูงควายของตัวเองมาเดินให้กรรมการตัดสินดู จากนั้นกรรมการจะชูป้ายให้คะแนน ใครรักตัวไหนชอบตัวไหนส่งเสียงเชียร์กันสนุกสนาน ควายของใจเด็ดจากสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ได้รับเสียงเชียร์ล้นหลาม และผลการตัดสินก็เป็นไปตามความคาดหมาย ควายของใจเด็ดได้ตำแหน่งชนะเลิศ

ผู้พันชาญณรงค์แค้นใจมาก หมายมั่นปั้นมือ อย่างไรเสียควายของใจเด็ดคงไม่ชนะการประกวดในปีนี้อีก อุตส่าห์แอบตั้งโต๊ะรับพนันควาย กะจะฟันเงินชาวบ้านกินนิ่มๆ กลับต้องเสียพนันไปหลายแสน เพราะชาวบ้านเล่นข้างใจเด็ดเป็นส่วนใหญ่ ระหว่างนั้น มหาเหม็นแบมือหราเข้าทวงเงินพนันควายจากผู้พันชาญณรงค์

“ไม่จ่ายเว้ย...ไอ้ใจเด็ดมันโกง ไม่อย่างนั้นควายมันจะชนะทุกปีอย่างนี้ได้ยังไง” ผู้พันตัวแสบโวย

“อ้าว...ดาบกันอย่างนี้มันไม่ดีนะผู้พัน แล้วฉันจะบอกให้ว่า ที่มันเป็นอย่างนี้ก็เพราะผู้พันไม่เชื่อฉันเรื่องนางฟ้าคนนั้น...ฉันบอกแล้วใช่มั้ยว่า ถ้าผู้พันอยากชนะใจเด็ด ผู้พันต้องได้นางฟ้าคนนั้นมาเป็นเมีย เพื่อที่จะเสริมดวงชะตาข่มกับดวงของใจเด็ด” มหาเหม็นร่ายยาว ขณะที่ผู้พันชาญณรงค์ยิ้มร้ายกาจ...

งานประกวดควายดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง มีทั้งแข่งวิ่งควาย แข่งต้อนควายเข้าคอก และอีกสารพัดการแข่งขัน พอแดดร่มลมตก ก็ถึงเวลาประกวดเทพีควาย ชาวบ้านต่างมารวมตัวกันหน้าเวทีประกวดที่จัดขึ้นที่ลานหน้าวัด คอยเชียร์นางงามที่ตัวเองชื่นชอบ เกริก– ไกรจองที่นั่งติดขอบเวทีพร้อมกับชูป้ายไฟชื่ออรอนงค์

ใจเด็ดสังหรณ์ใจอาจจะเกิดเรื่องไม่ดี เพราะผู้พันชาญณรงค์เสียพนันไปมาก คงต้องหาทางเอาคืน จึงเตือนเกริกไกรให้เลิกสนใจอรอนงค์ แล้วมาช่วยกันเป็นหูเป็นตาตรวจความเรียบร้อยในงานจะดีกว่า เกริกไกรไม่สนคำเตือน มัวแต่คิดหาทางจะทำอย่างไรให้อรอนงค์ชนะการประกวด

ขณะที่ด้านหน้าเวทีมีผู้คนมาจับจองที่นั่งกันหนาตา ด้านหลังเวที สาวงามผู้เข้าประกวดเทพีควายต่างกำลังแต่งองค์ทรงเครื่องกันเต็มที่ สรนุชอยู่ไม่เป็นสุขยืนกระสับกระส่าย อรอนงค์คิดว่าเพื่อนรักปวดห้องน้ำ จึงไล่ให้ไปจัดการธุระให้เสร็จก่อนแล้วค่อยกลับมาช่วยเธอแต่งตัว สรนุชสบช่องรีบออกไปหาใจเด็ดทันที...

ในเวลาเดียวกัน ที่กระท่อมร้างหลังวัด สมคิดจัดสถานที่เตรียมพร้อมให้เจ้านายได้สมหวังกับอรอนงค์โดยไม่ลืมหยิบยาดองเหล้าช้างกระทืบโรงโหลใหญ่ติดมือมาด้วย หวังจะให้เจ้านายดื่มเรียกความคึกคักซู่ซ่าระหว่างที่รอเขาไปลักพาตัวอรอนงค์มา ผู้พันชาญณรงค์ยิ้มชอบใจ สั่งให้สมคิดรีบไป และอย่าให้ใครจับได้เด็ดขาด

“รับรองครับ ระดับไอ้คิดแล้ว ไม่ทำให้เสียชื่อแน่นอน” สมคิดพูดจบ คว้าย่ามแล้ววิ่งฝ่าความมืดออกไป...

ทางด้านสรนุชตามหาใจเด็ดจนเจอ คราวนี้ไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอย ถามเข้าประเด็นทันทีว่า เมื่อตอนที่

เธอป่วย เขาเป็นคนดูแลใช่ไหม ใจเด็ดพยักหน้ารับคำ แทนที่สรนุชจะขอบใจ กลับต่อว่าต่อขานที่เขาบังอาจมาเช็ดตัวให้เธอ ใจเด็ดบ่นอุบ เช็ดตัวแค่นี้ทำไมต้องโกรธด้วย

“แล้ว...แล้วนายเห็นอะไรบ้าง”

“ก็...เช็ดตรงไหนก็เห็นตรงนั้นนั่นแหละ” ใจเด็ดยียวนใส่ สรนุชแทบจะชักดิ้นชักงอ ทั้งอายทั้งเจ็บใจ คาดคั้นให้เขาบอกให้ได้ว่าเห็นตรงไหน ใจเด็ดแกล้งยั่ว ขนาดเขายังไม่ได้บอก สรนุชยังโมโหขนาดนี้ ถ้าเขาพูดไป ไม่ยิ่งแน่กว่านี้หรือ ใจเด็ดแหย่เสร็จเดินหนี สรนุชไม่ละความพยายามรีบเดินตาม

ooooooo

หลังจากเอาป้ายไฟชื่ออรอนงค์ไปให้หลวงพ่อเจิมเพื่อเอาเคล็ดแล้ว เกริกไกรรีบนำป้ายไปอวด

อรอนงค์ที่กำลังแต่งหน้าอยู่หลังเวที ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังชื่นชมป้ายไฟ สมคิดซึ่งปลอมเป็นกะเทยในคราบช่างแต่งหน้าโผล่พรวดเข้ามา ต้องชะงักเมื่อเห็นเกริก-ไกรอยู่ที่นั่น จะชิ่งหนี แต่เกริกไกรกับอรอนงค์หันมาเห็นเสียก่อน กะเทยปลอมหนีไม่ออก รีบแนะนำตัวว่าเป็นช่างมาแต่งหน้าให้อรอนงค์

“ช่างแต่งหน้า...มีด้วยหรือ” เกริกไกรนิ่วหน้าสงสัย

“เอ่อ...ค่ะ...ก็เห็นคนจัดงานบอกว่าอยากยกระดับเวทีการประกวดนี้ขึ้นสู่เวทีโลก ก็เลยต้องทำทุกอย่างให้เป็นมืออาชีพ” สมคิดพูดไปก้มหน้าก้มตาหลบสายตาเกริกไกรที่จ้องมาอย่างรู้สึกคุ้นหน้า แต่ยังไม่ทันจะได้ถามอะไร กะเทยปลอมขอให้เขาออกไปรอข้างนอกก่อน อ้างต้องรีบแต่งหน้าให้อรอนงค์ เดี๋ยวจะเสร็จไม่ทันขึ้นเวที

สมคิดในคราบกะเทยรอจนเกริกไกรลับสายตา หยิบผ้าเช็ดหน้าใส่ยาสลบขึ้นมาโปะหน้าอรอนงค์ ครู่เดียวหญิงสาวหมดสติ สมคิดคว้าผ้าดิบหลังเวทีมาห่อตัวหญิงสาวแล้วอุ้มออกไป เดินเกือบจะพ้นกำแพงวัดอยู่แล้ว อารามรีบร้อนสมคิดชนโทนที่เลี้ยวมุมกำแพงวัดเต็มๆจนล้ม เด็กชายรู้สึกถึงความผิดปกติ ร้องทักว่าแบกอะไรมา แล้วทำท่าจะเข้ามาดู สมคิดตบหัวเขาเปรี้ยง

“ไม่ใช่เรื่องของเอ็ง...อยากตายหรือไงไอ้เด็กเปรต”

โทนตกใจ รีบส่ายหน้า สมคิดกำชับห้ามบอกใครเรื่องนี้เด็ดขาดถ้าอยากอยู่จนโตเป็นหนุ่ม โทนพยักหน้าด้วยความหวาดกลัว ยืนมองสมคิดแบกห่อผ้าออกไปสีหน้าครุ่นคิด...

เกริกไกรนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้อวยพรอรอนงค์ จึงกลับมาหลังเวที ต้องแปลกใจที่เธอหายไป พบแต่ผ้า เช็ดหน้าชุ่มไปด้วยยาสลบตกอยู่ข้างเก้าอี้ที่อรอนงค์ใช้นั่งแต่งหน้า หมอหนุ่มรู้ทันทีว่าต้องมีเรื่องไม่ชอบพากลเกิดขึ้น รีบแจ้นไปแจ้งเรื่องนี้ให้ใจเด็ด สรนุชและพรรคพวกที่นั่งจับกลุ่มดูการประกวดอยู่หน้าเวทีรับรู้ ทุกคนพากันตกใจและเป็นกังวล สรนุชอยู่เฉยต่อไปไม่ไหวลุกพรวดจะไปตามหาเพื่อนรัก ใจเด็ดรีบคว้าแขนไว้

“ใจเย็นๆก่อนสิคุณ...คุณอรอาจจะออกมาเดินแถวๆนี้ก็ได้”

สรนุชใจเย็นไม่ไหว อรอนงค์กำลังจะขึ้นเวทีประกวดอยู่แล้ว จะออกมาเดินทำไม เธอสังหรณ์ใจต้องเกิดเรื่องไม่ดีกับเพื่อนรักของตัวเองแน่ๆ สะบัดมือใจ เด็ดออก แล้วรีบไปตามหา ใจเด็ดครุ่นคิดคล้อยตามรีบสั่งการ

“งั้นพวกเราแยกย้ายกัน หมอกับภิรมย์ไปดูแถวหลังวัด เจนกับคุณสุบินไปดูแถวโบสถ์ ส่วนสมหญิงไปถ่วงเวลาที่เวทีไว้ก่อน แต่อย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้กับใครเดี๋ยวจะตกใจกันไปทั้งวัด ฉันจะตามคุณนุชไปเอง”...

ไม่นานนัก สมคิดแบกร่างไร้สติของอรอนงค์มาวางบนแคร่ในกระท่อมร้างหลังวัด ผู้พันชาญณรงค์หน้าแดงก่ำด้วยฤทธิ์ยาดองเหล้าที่กินเข้าไปเกือบครึ่งโหลมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาหื่น ก่อนจะสั่งให้สมคิดออกไปเฝ้าต้นทางไว้ ผู้พันหื่นเห็นตัวเองยังไม่คึก เร่งดื่มยาดองเหล้าเป็นการใหญ่หวังจะรีบเผด็จศึก...

ด้านใจเด็ดเดินตามสรนุชจนทัน จากนั้น ชวนกันไปตามหาอรอนงค์บริเวณโกดังเก็บโลงศพ ทันใดนั้นสรนุชเห็นเงาใครบางคนถือไปฉายเดินไปหยุดหน้าโกดังเก็บโลงศพ รีบสะกิดให้ใจเด็ดดู แต่พอเขาหันไปมองใครคนนั้นหายเข้าไปข้างในโกดังเก็บโลงศพแล้ว

“คุณรออยู่ที่นี่แหละคุณนุช ผมไปดูเอง ถ้าคุณเห็นผมเข้าไปนานหรือว่าได้ยินเสียงอะไรผิดปกติก็รีบไปตามคนมาช่วยก็แล้วกัน” ใจเด็ดสั่งเสร็จ ขยับจะไป แต่สรนุชรั้งไว้ เตือนด้วยความเป็นห่วงให้เขาระวังตัวด้วย ใจเด็ดเตือนเธอกลับให้ระวังตัวเช่นกัน สายสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มก่อตัวขึ้นโดยที่ไม่มีใครรู้ตัว...

อีกมุมหนึ่งของวัด เกริกไกรแยกจากภิรมณ์มาค้นหาแถวต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ถือโอกาสนี้อธิษฐานขอพรให้อรอนงค์ปลอดภัยกลับมา ทันใดนั้น มีเสียงดังมาจากต้นไม้ บอกทางไปยังที่ที่อรอนงค์ถูกกักขัง ทีแรกเกริกไกรตกใจคิดว่าเป็นเสียงของผีป่า ที่ไหนได้กลายเป็นโทนนั่นเองที่มาช่วยบอกทางให้

ooooooo

ระหว่างที่เกริกไกรเริ่มได้เค้าลางสถานที่กักขังอรอนงค์ ใจเด็ดเข้าไปในโกดังเก็บโลงศพที่เงียบสงัด รอบๆมีแต่โลงศพวางระเกะระกะ บรรยากาศชวนขนหัวลุก มองไปรอบๆไม่เห็นใครสักคน พลันมีเสียงแปลกๆ ดังขึ้นหลังตู้เก่าๆใบหนึ่งข้างผนัง ชายหนุ่มคว้าท่อนไม้ใกล้ๆเตรียมพร้อม พอเปิดประตูตู้ต้องตกใจมีแมวดำโดดพรวดออกมา ใจเด็ดถึงกับผงะ หันหลังจะกลับ แต่ต้องตกใจซ้ำสองเมื่อเห็นสรนุชยืนอยู่ เขาต่อว่าเธอว่าเข้ามาทำไม

“ก็เห็นคุณเข้ามาตั้งนานก็เลยห่วง แล้วไหนล่ะ เจอยัยอรมั้ย”

“ฮึ...ผมรู้ว่าคุณห่วงเพื่อนไม่ต้องมาโกหกว่าห่วงผมหรอก”

สรนุชยิ้มชอบใจที่เขารู้ทัน แต่แล้วต้องหุบยิ้มเมื่อเห็นตุ๊กแกตัวเขื่องโผล่ออกมาจากหลังตู้ใบนั้น หญิงสาว หน้าตื่นโผกอดใจเด็ดแน่น ชายหนุ่มตะลึงยืนตัวแข็งทื่อ พอตั้งสติได้แกล้งพูดยั่วจนสรนุชโกรธ ลืมความกลัวตุ๊กแกหันมาเล่นงานเขายกใหญ่ ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่าตาจุกสัปเหร่อหูตึงประจำวัดซึ่งเป็นคนที่สรนุชเห็นเดินเข้ามาในนี้หนีบเหล้าเมาเป๋ออกจากโกดังเก็บโลงศพ ล็อกประตูใส่กุญแจโกดัง แล้วเดินแอ่นกลับที่พักภายในวัด

ทางฝ่ายสรนุชอาละวาดไล่ตีใจเด็ดจนถอยกรูดไปชนผนังโกดัง ตุ๊กแกที่เกาะอยู่หล่นตุบลงมาที่พื้น จ้องมองเขม็งมายังแขกผู้ไม่ได้รับเชิญ สรนุชเห็นตุ๊กแกมองหน้า กรีดร้องลั่นวิ่งหนี เสียงร้องกรี๊ดๆของสรนุชดังไปถึงหูชาวบ้านสองผัวเมียเมื่อเดินผ่านมาหน้าโกดังเก็บโรงศพพอดี ถึงกับมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

สรนุชวิ่งมาถึงประตูโกดังแต่เปิดไม่ออก ทั้งทุบทั้งเขย่าสุดแรง สองผัวเมียตาเหลือกคิดว่าโดนผีหลอก พากันเผ่นแนบไปแจ้งเรื่องนี้ให้หลวงพ่อทราบ...

ที่กระท่อมร้างหลังวัด ขณะที่สมคิดเฝ้าต้นทางอยู่หน้ากระท่อม เห็นแสงจากไฟฉายส่องเป็นลำอยู่เบื้องหน้า พอเพ่งมองไปยังจุดนั้น ต้องตกใจแทบสิ้นสติที่เห็นเกริกไกร กับโทนกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ ไวเท่าความคิด สมคิดรีบคลาน เข้าไปในกระท่อมเพื่อเตือนเจ้านาย แต่ต้องตกใจอ้าปากค้างเมื่อเห็นเจ้านายตัวเองเมาหมดสติอยู่ข้างๆอรอนงค์ โดยไม่ทันได้แตะต้องนางฟ้าผู้เลอโฉมแม้แต่ปลายเล็บ สมคิดรีบตบแก้มผู้พันหื่นเบาๆ

“นายครับ ตื่นครับตื่น...ไอ้หมอควายมันตามเรามาถูกแล้ว ตื่นสิผู้พัน”

ผู้พันหื่นนอนไม่ไหวติง สมคิดเห็นท่าไม่ดี ลากเจ้านายออกทางหน้าต่างหลังกระท่อมอย่างทุลักทุเล คลาดกับเกริกไกรและโทนที่เปิดประตูกระท่อมเข้ามาอย่างหวุดหวิด เกริกไกรเห็นอรอนงค์นอนสลบไสลไม่ได้สติอยู่บนแคร่รีบเข้ามาเขย่าให้รู้สึกตัว แต่เธอทำได้แค่ปรือมอง ขยับตัวไม่ได้

“เอาไฟฉายไปไอ้โทน ช่วยส่องทางให้ที ฉันจะอุ้มคุณอรไป”  เกริกไกรส่งไฟฉายให้โทนแล้วอุ้มร่าง

อรอนงค์ออกจากกระท่อมอย่างเร่งรีบ...

ขณะที่อรอนงค์รอดพ้นจากเงื้อมมือของผู้พันหื่นมาได้ ใจเด็ดตามมาช่วยสรนุชเขย่าประตูโกดังเก็บศพอีกแรง พร้อมกับร้องเรียกให้คนมาช่วยแต่ทุกอย่างเงียบกริบ สรนุชโวยวายไม่เลิกจนใจเด็ดชักจะรำคาญ แกล้งตะโกนว่าตุ๊กแกอยู่ด้านหลัง สรนุชตกใจโดดกอดใจเด็ดที่ไม่ทันตั้งหลักจนเซล้มไปด้วยกัน โดยเธอนอนอยู่บนตัวชายหนุ่มใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ ทั้งสองจ้องหน้ากันนิ่งงันราวต้องมนต์สะกด

ทันใดนั้น ประตูโกดังเปิดออก หลวงพ่อ กลุ่มชาวบ้าน และตาจุกสัปเหร่อตะลึงกับภาพตรงหน้า สรนุชตั้งสติได้รีบลุกขึ้นยืน ใจเด็ดพยายามแก้ตัวว่าไม่ได้เป็นอย่างที่ทุกคนเห็น แต่ไม่มีใครเชื่อ พลันภิรมย์วิ่งฝ่าฝูงชาวบ้านเข้ามารายงานใจเด็ด

“หัวหน้าครับ...คุณนุช หมอเจอตัวคุณอรแล้วครับ”

สรนุชดีใจลืมตัวหันไปจับมือใจเด็ด กระโดดโลดเต้น ทุกคนพากันมองเขม็งจนเธอต้องรีบปล่อยมือ...

ไม่นานนัก ใจเด็ดและสรนุชมาถึงหลังเวที อรอนงค์ยังมึนงงอยู่เพราะฤทธิ์ยาสลบ ไม่สามารถขึ้นเวทีประกวดได้ ใจเด็ดตัดสินใจจะไปบอกครูสีดาซึ่งเป็นพิธีกรบนเวทีว่าทางฝ่ายตนจะขอถอนตัวจากการประกวดแต่สรนุชไม่ยอม อาสาเข้าประกวดเทพีควายแทนอรอนงค์เอง

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 08:00 น.