ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

กระบือบาล

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ทันทีที่กลับถึงเรือนรับรอง สุบินกับอรอนงค์รุมต่อว่าสรนุชที่ประกาศต่อหน้าทุกคนแบบนั้นโดยไม่ปรึกษากันก่อน อรอนงค์จะไม่ร่วมประกวดเทพีควาย ส่วนสุบินก็ไม่ยอมลงแข่งไถนาเด็ดขาด สรนุชเกลี้ยกล่อมทั้งคู่สุดฤทธิ์ อ้างว่าถ้าพวกเราลงแข่งขันด้วย เท่ากับได้ผูกสัมพันธ์กับชาวบ้าน สุบินกับอรอนงค์ยังยืนกรานคำเดิม

“ที่แกสองคนไม่อยากแข่งเพราะไม่มั่นใจว่าจะชนะต่างหาก ถ้าพวกแกไม่ได้เป็นอย่างที่ฉันว่า...พวกแกก็ต้องลงแข่ง” สรนุชพูดจบ เดินเข้าห้องไปเลย เจอไม้นี้เข้าไปทั้งคู่หนีไม่ออก อรอนงค์ยิ้มเจื่อนให้สุบินก่อนจะตามสรนุชเข้าห้อง ความจริงแล้วสุบินไม่ได้สนใจเรื่องการแข่งขันเท่าใดนัก เพราะกลุ้มใจเรื่องเจนจิรามากกว่า

เขานั่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนค่อยๆย่องออกไป ครู่ต่อมา สุบินเดินกลับไปกลับมาอยู่หน้าบ้านพักของเจนจิรา คิดไม่ตกจะหาคำแก้ตัวอย่างไร ทันใดนั้น เจน–จิราเปิดประตูบ้านพักออกมา สุบินรีบวิ่งไปหายังไม่ทันจะอ้าปากพูดอะไร เจนจิราปิดประตูใส่หน้าดังปัง สุบินทุบประตูเรียก

“คุณเจน...ฟังผมก่อน...ผม...ขอโทษ”

“คุณไม่ต้องขอโทษหรอก...ฉันมันโง่เอง” เจน– จิราเสียงสั่น ขณะที่สุบินเดินคอตกกลับที่พัก...

ขณะเดียวกัน ที่คอนโดฯหรูกลางกรุง ณวัต

กลับถึงห้องพักตัวเองสีหน้าเคร่งเครียดเพราะเพิ่งโดนพ่อของเขาเล่นงาน เนื่องจากเชอรี่เรียกค่าทำขวัญถึง 5 ล้านบาท และครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่พ่อจะช่วยเขาเรื่องผู้หญิง ระหว่างที่ณวัตกำลังเปิดประตูห้องพัก คุณป้าจุ้นจ้านเอามือถือที่ณวัตทำตกมาคืนให้

“...วันนั้นเห็นว่ามีคนโทร.เข้ามาตอนที่แม่หนูนั่นช็อกพอดี”

ณวัตเช็กข้อมูลการใช้มือถือเห็นมีข้อความฝากไว้ รีบกดฟัง ถึงกับหน้าเสียเมื่อได้ยินเสียงสรนุช

“วัตอยู่กับใคร...วัตนอกใจนุชใช่มั้ย” นุชจะกลับกรุงเทพฯเดี๋ยวนี้ เตรียมคำแก้ตัวของวัตไว้ให้ดีก็แล้วกัน”

ooooooo

เจนจิราหน้าตาหมองคล้ำ เพราะนอนไม่ค่อยหลับ ไม่รู้จะทำอย่างไรกับเรื่องใจเด็ดดี ตัดสินใจไปปรึกษาสมหญิง แต่ด้วยความอายไม่กล้าถามตรงๆ แต่งเรื่องว่าเมื่อคืนเธอดูละคร เห็นนางเอกแอบชอบ พระเอก แต่ไม่รู้จะบอกอย่างไรดีเพราะกลัวเขาจะไม่ชอบ ถ้าเป็นสมหญิงจะมีวิธีอะไรทำให้พระเอกรู้

“จะไปยากอะไรคะ ตอนแรกก็ต้องเรียกร้องความสนใจก่อน แล้วเราก็ดูว่าถ้าพระเอกสนใจนั่นก็แสดงว่าเขาน่ะมีใจให้เรา” สมหญิงสวมบทศิราณีตอบปัญหาหัวใจ เจนจิราครุ่นคิดคล้อยตาม...

ระหว่างที่เจนจิรากำลังหาวิธีเรียกร้องความสนใจจากพระเอกของเธอ ต้องหยุดกึกเมื่อเจอเขายืนรออยู่ใจเด็ดไม่เห็นเจนจิรามากินข้าวเมื่อคืน เป็นอะไรหรือเปล่า เจนจิราย้อนถามเขาว่าเป็นห่วงเธอด้วยหรือ

“ก็ใช่สิ แหม...ถ้าเกิดตัวเต็งเทพีควายปีนี้เป็นอะไรไปก็แย่น่ะสิ”

หญิงสาวคิดแผนเรียกร้องความสนใจออกทันที บอกปัดว่าปีนี้เธอจะไม่ลงประกวด รู้สึกเบื่อๆบอกไม่ถูกแล้วขอตัวไปทำงานก่อน ใจเด็ดงง เกิดอะไรขึ้นกับเจนจิรา  เห็นทุกปีตื่นเต้นที่จะได้แต่งชุดไทย ทางด้านเจน–จิราทำตามคำแนะนำของสมหญิงทุกอย่าง เหลือแค่รอให้ใจเด็ดมาง้อเท่านั้น...

แผนเรียกร้องความสนใจของเจนจิราล้มไม่เป็นท่า นอกจากใจเด็ดจะไม่ตามมาง้อแล้ว ยังจะส่งอรอนงค์ลงประกวดเทพีควายแทนเธออีกด้วย แต่เนื่องจากอร–อนงค์ไม่ใช่คนในพื้นที่ ใจเด็ดกับสรนุชจึงต้องไปขอคำปรึกษาจากหลวงพ่อ ท่านเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะผิดกฎหรือเปล่า

จังหวะนั้นโชคชัยมาถึงพอดี พอรู้ว่าสรนุชมาปรึกษาหลวงพ่อเรื่องคนไม่ได้อยู่ในพื้นที่จะลงประกวดได้หรือเปล่า โชคชัยเอาเกียรตินายก อบต.หนองระบือเป็นประกันว่าลงได้ไม่มีปัญหา...

ข่าวใจเด็ดส่งสาวกรุงเทพฯเข้าประกวดเทพีควายแพร่สะพัดไปทั่วหนองระบือ ช่อผการู้ข่าวนี้ถึงกับร้องกรี๊ดๆบ้านแทบแตก ผู้พันชาญณรงค์ถามสมคิดว่าได้ยินมาถูกหรือเปล่า สมคิดรับรองถ้าผิดไปจากนี้ยอมให้เหยียบสามวันสามคืนเลย แล้วหันไปบอกช่อผกาว่าไม่ต้องกลัวจะแพ้พวกนั้น เพราะเจ้านายติดสินบนกรรมการมาทุกปี อย่างไรเสียช่อผกาต้องได้ตำแหน่งแน่ๆ ช่อผการ้องกรี๊ดๆขึ้นอีกครั้ง

“ปีนี้พ่อไม่ต้องทำอะไรเลยนะ หนูจะใช้ความสวยของหนูพิชิตตำแหน่งเทพีควายมาด้วยตัวหนูเอง” ช่อผกาพูดจบเดินกระแทกส้นเท้าปังๆออกไป สมคิดมองหน้าเจ้านาย จะเอาอย่างไรดี ผู้พันชาญณรงค์สั่งให้ติดสินบนกรรมการเหมือนเดิม กันเหนียวไว้ก่อน แล้วนึกขึ้นได้ว่าสมคิดยังไม่ได้บอกเลยว่าใจเด็ดจะส่งใครเข้าประกวด...

ที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ ใจเด็ดสั่งให้สมหญิงนำชุดไทยที่เป็นชุดใส่ประกวดประจำของที่นี่ออกจากตู้ เตรียมไว้ให้อรอนงค์ใส่ แต่พอใจเด็ดจะเอาชุดไปให้ โชคชัยพาสรนุชกับอรอนงค์ไปดูชุดประกวดตัดหน้าไปก่อนแล้ว เขาจึงเอาชุดกลับมาเก็บเข้าตู้อย่างเก่า เกริก–ไกรรู้สึกแปลกๆทำไมพักนี้โชคชัยมาที่สถานีฯเราบ่อยนัก ต้องติดใจอะไรที่นี่แน่ๆใจเด็ดรู้ดีว่าโชคชัยติดใจ

สรนุช แต่ไม่อยากบอก ปล่อยให้เกริกไกรคิดเองเออเองว่าโชคชัยชอบอรอนงค์

ooooooo

ไม่นานนัก โชคชัยพาสรนุชกับอรอนงค์มาถึงห้องเสื้อที่ดีที่สุดของบ้านหนองระบือ แต่เสื้อในร้านกลับเชยระเบิด ย้อนไปเกือบถึงยุคพระเจ้าเหาโน่น สรนุชขอชุดที่ใหม่ที่สุดของร้านนี้มาดู

“ใหม่ที่สุดเหรอ...แน่ใจนะว่าใส่ได้...ชุดนี้มันเปรี้ยวนา” ป้าเจ้าของร้านว่าแล้วเดินไปหยิบเสื้อเปิดไหล่นิดหน่อยกับกางเกงขายาวออกมาให้ดู อรอนงค์กับสรนุชมองงงๆเปรี้ยวตรงไหน โชคชัยเห็นว่าสองสาวไม่ปลื้มอาสาจะพาไปดูชุดในตัวจังหวัด สรนุชเกรงใจไม่อยากรบกวน ทันใดนั้นมีเสียงร้องเรียกน้องอรดังขึ้นด้านหลัง

อรอนงค์สะดุ้งโหยง หันมองตามเสียงเห็นผู้พันชาญณรงค์เดินยิ้มกรุ้มกริ่มเข้ามาหา พอเห็นหน้าโชคชัยนิ่วหน้าสงสัยว่ามาทำอะไรกันที่นี่ โชคชัยมาเป็นเพื่อนสองสาวเลือกชุดใส่ประกวดวันงานทำขวัญควาย

“จริงสิ...พี่ลืมไปว่าน้องอรลงประกวด ถ้าอย่างนั้น เอ่อ...ไม่ทราบว่าจะว่าอะไรมั้ยครับถ้าพี่จะขอโอกาสนี้เลี้ยงฉลองตำแหน่งเทพีควายให้น้องอรล่วงหน้า” ผู้พันชาญณรงค์ว่าแล้วส่งสายตาหวานเยิ้มให้อรอนงค์...

ขณะที่อรอนงค์โดนผู้พันแก่คราวพ่อตามขายขนมจีบ สุบินกำลังตามง้อขอโทษเจนจิราอยู่ที่สถานีฯ หญิงสาวใจแข็งไม่ยอมให้อภัย จะเดินหนี ยิ่งตามง้อ เจน– จิรากลับยิ่งโกรธ สุบินจนปัญญาไม่รู้จะทำอย่างไร...

อีกมุมหนึ่งของสถานีฯ ใจเด็ดกับภิรมย์กำลังช่วยกันจับลูกควายเพื่อให้เกริกไกรฉีดยา ภิรมย์ล็อกลูกควายตัวหนึ่งไว้ได้ ใจเด็ดรีบเข้ามาช่วยจับ เกริกไกรมัวแต่เหม่อมองไปทางหน้าสถานีฯ ไม่เข้ามาฉีดยาให้ลูกควายใจเด็ดตะโกนเรียกอยู่หลายครั้ง กว่าเขาจะรู้สึกตัว รีบพุ่งเข้ามาหาลูกควายที่อยู่ในวงแขนของใจเด็ดกับภิรมย์พร้อมกับเข็มฉีดยาในมือ ทันใดนั้น ภิรมย์ส่งเสียงร้องลั่น ก่อนจะหงายหลังตึง เห็นเข็มฉีดยาปักคาคอ ใจเด็ดกับเกริกไกรยืนตะลึง กับภาพตรงหน้า...

ด้านผู้พันชาญณรงค์พาอรอนงค์ สรนุช กับโชคชัยมาเลี้ยงฉลองที่ร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่ง ผู้พันชาญณรงค์ร้องเพลงจีบอรอนงค์ตลอด แต่เพลงที่ใช้เป็นรุ่นคุณลุงทั้งนั้น โชคชัยทนฟังอยู่นาน ต้องขอร้องให้เปลี่ยนเป็นเพลงเร็วบ้าง ผู้พันชาญณรงค์ถึงเปลี่ยนมาร้องเพลง “เล่นของสูง”

สรนุชเห็นผู้พันกำลังจีบอรอนงค์ นึกสนุกขึ้นมาแกล้งขอตัวไปเข้าห้องน้ำ แล้วชวนโชคชัยไปด้วยกัน ทิ้งให้ทั้งคู่อยู่กันตามลำพัง สรนุชเดินอมยิ้มมาตลอดทาง จนโชคชัยอดถามไม่ได้ว่าขำอะไร

“ก็ถ้าผู้พันแกชอบยัยอรจริงๆคงขำดีพิลึก”

โชคชัยลองเลียบๆเคียงๆถามว่า ถ้าเกิดมีผู้ชายมาแอบชอบสรนุช แล้วเขาต้อยต่ำเหมือนในเพลง เธอจะคิดอย่างไร สรนุชไม่สนใจว่าจะสูงหรือจะต้อยต่ำ ความรักของเธอขึ้นอยู่กับว่าผู้ชายคนนั้นทำให้เธอรักได้หรือเปล่า...

หลังจากผู้พันชาญณรงค์ร้องเพลงจีบอรอนงค์จนท้องเริ่มประท้วงส่งเสียงจ๊อกๆจึงสั่งอาหารมากินกัน สรนุชเผลอกินกุ้งเข้าไป เกิดแพ้ขึ้นมาลิ้นบวมคับปาก โชคชัยต้องรีบพาไปหาหมอ

ooooooo

ที่สถานีอนามัยหนองระบือ ใจเด็ดตบบ่าปลอบใจเกริกไกรที่นั่งหน้าเครียดรอผลวินิจฉัยอาการของภิรมย์อยู่หน้าห้องตรวจโรค เกริกไกรขอโทษเพื่อนรักที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น จังหวะนั้น พยาบาลเข้ามาตาม ใจเด็ดกับเกริกไกรไปพบหมอเจ้าของไข้ของภิรมย์ เกริกไกรฟังน้ำเสียงเข้มๆของพยาบาลแล้วใจคอไม่ดีทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ พยาบาลเห็นอย่างนั้นรีบบอกว่าภิรมย์ไม่เป็นอะไรมาก

“อ้าว...แล้วพูดให้ตกใจทำไมเนี่ย” เกริกไกรโวยลั่น

“ก็แหม...ก็เพิ่งเห็นหมอควายมือหนึ่งแห่งบ้านหนองระบือพลาดนี่คะ...ไปค่ะหัวหน้า” พยาบาลพูดจบ เดินเข้าไปด้านใน เกริกไกรจะลุกตามใจเด็ดบอกให้นั่งรออยู่ที่นี่ เดี๋ยวเขาไปดูภิรมย์เอง

ไม่นานหลังจากใจเด็ดเข้าไปด้านใน เกริกไกรได้ยินเสียงคนเดินคุยกันเข้ามา ต้องชะงักเมื่อหันไปเห็นอรอนงค์มากับโชคชัย หึงตามัวคิดไปเองว่าทั้งคู่กำลังจีบกัน จัดแจงเข้าไปต่อว่า จังหวะนั้น ผู้พันชาญณรงค์ตามมาสมทบ เกริกไกรมองทั้งสามคนสลับกันไปมางงๆนี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมวันนี้ถึงได้วุ่นวายนัก...

เรื่องวุ่นๆยังไม่จบแค่นั้น ขณะที่สรนุชปลดกางเกงลงกำลังรอให้พยาบาลมาฉีดยาแก้แพ้ให้ที่สะโพกอยู่บนเตียงภายในห้องตรวจโรค ใจเด็ดกำลังยืนลังเลอยู่ ไม่รู้ว่าภิรมย์อยู่ห้องตรวจโรคห้องไหน ห้องทางซ้ายหรือห้องทางขวา โชคไม่ดี เขาดันเข้าห้องที่สรนุชอยู่ เห็นที่เตียงคนไข้รูดม่านปิดไว้รอบด้าน

ใจเด็ดเดินเข้าไปเปิดม่านเพราะคิดว่าภิรมย์อยู่ในนั้น แต่ต้องตะลึงเมื่อเห็นสรนุชนอนอยู่บนเตียง เปิดสะโพกนวลโชว์หรา สรนุชหันมาเห็นใจเด็ดยืนอยู่ กรีดร้องลั่น ชายหนุ่มพยายามจะอธิบาย แต่สรนุชไม่ฟัง ด่าเขาฉอดๆทั้งที่ลิ้นคับปาก เสียงร้องของสรนุชทำให้ เกริกไกร อรอนงค์ ผู้พันชาญณรงค์ และโชคชัยตกใจรีบวิ่งมาดู สรนุชฟ้องเป็นการใหญ่ว่าใจเด็ดลามก แต่ลิ้นคับปากฟังไม่ได้ศัพท์ ใจเด็ดเลยเล่าให้ฟังแทน

“มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด ผมไม่ได้มีเจตนาจะเข้าไปดูก้นคุณเลย”

สรนุชทั้งโกรธทั้งอายเข้าไปทุบตีใจเด็ดอุตลุด อรอนงค์ต้องรีบเข้าไปห้าม โชคชัยเห็นสรนุชอารมณ์บูดขอร้องใจเด็ดกลับไปก่อน เดี๋ยวเขาจะพาสรนุชไปส่งให้เอง เกริกไกรไม่ไว้ใจโชคชัยจะพาอรอนงค์กลับไปพร้อมตนเอง แต่ใจเด็ดคว้าคอเสื้อเขาลากออกไปเสียก่อน...

มืดแล้ว โชคชัยยังไม่พาสรนุชกับอรอนงค์มาส่งสักที เกริกไกรร้อนใจรอต่อไปไม่ไหวจะออกไปตาม แต่สองสาวมาถึงเสียก่อน เกริกไกรเป็นห่วงอรอนงค์มาก ปราดเข้าไปถามไถ่ว่า โชคชัยไม่ได้ทำอะไรเธอใช่ไหม

“เขาจะทำอรทำไมคะ คุณโชคชัยน่ะเป็นคนดีนะคะหมอ”

เกริกไกรหน้าหงิก เดินออกไปทันที ใจเด็ดขอร้องอรอนงค์ตามไปดูเกริกไกรหน่อย ที่เขาเป็นแบบนี้ก็เพราะเป็นห่วงเธอ อรอนงค์พยักหน้าเข้าใจ รีบวิ่งตาม ใจเด็ดหันมองสรนุชก่อนจะเหล่ไปที่สะโพก สรนุชแหวใส่ทันที

“ไม่ต้องมองเลย ห้ามพูดเรื่องก้นฉันให้ใครฟัง ได้ยินไหม ถ้าฉันได้ยินเรื่องก้นของฉันจากปากคนอื่น ฉันจะถือว่ามันมาจากนาย ไม่สิ...นายต้องลบความทรงจำเรื่องก้นฉันออกไปจากหัวสมองนายเลย เข้าใจมั้ย”

ทั้งคู่โต้เถียงกันเช่นเคย คราวนี้ใจเด็ดเป็นฝ่ายอารมณ์บูดเดินหนี เพราะสรนุชดันไปยกยอโชคชัยว่าดีกว่าเขา สรนุชไม่ยอมรามือ ตามมาขวางไว้ ถามคาดคั้นทำไมเขาต้องโกรธเธอขนาดนี้ด้วย ใจเด็ดไม่ตอบ จะเดินหนีสรนุชรุกไล่ประชิดตัวจะเอาคำตอบให้ได้ จนใบหน้าของทั้งคู่เกือบจะชนกัน ใจเด็ดชะงัก ก่อนจะผละจากไป...

ทางด้านอรอนงค์ตามไปปรับความเข้าใจกับเกริกไกร และบอกให้เขารู้ว่าเธอไม่ได้มีใจให้โชคชัย หมอหนุ่มกระโดดตัวลอยด้วยความดีใจ จนอรอนงค์อดแปลกใจไม่ได้ ทำไมต้องดีใจขนาดนั้น

ooooooo

เช้าวันถัดมา ช่อผกาเจ็บใจมากเมื่อรู้จากสมคิดว่าพ่อของเธอกำลังมีรักครั้งใหม่กับอรอนงค์ และในวันงานทำขวัญควาย พ่อจะยกตำแหน่งเทพีควายให้อรอนงค์อีกต่างหาก ช่อผกายอมไม่ได้ จะทำทุกทางให้ได้ตำแหน่งนี้ไม่ว่าพ่อจะช่วยหรือไม่ก็ตาม แล้วมุ่งหน้าไปที่ตลาด กะจะกวาดครีมบำรุงผิวทุกยี่ห้อให้เรียบ

ระหว่างนั้น ช่อผกาเห็นสมหญิงกับภิรมย์เดินตรงมาทางตนเอง รีบหลบมุมแอบฟัง ได้ยินสมหญิงพูดถึงสูตรอะไรบางอย่างของใจเด็ด และสูตรที่ว่านั้นจะทำให้สถานีฯของพวกตนคว้าตำแหน่งชนะเลิศ ช่อผกาถึงกับหูผึ่งคิดว่าเป็นสูตรลับครีมบำรุงผิว ต้องรู้ให้ได้ว่ามันคืออะไร รีบสะกดรอยตาม จนกระทั่งสองคนมาถึงร้านขายเครื่องมือการเกษตร ได้ยินสมหญิงสั่งซื้อรำละเอียด มันเส้นแห้ง ใบมันสำปะหลัง และกำมะถัน

“นี่สูตรของหัวหน้าหรือไง” เจ้าของร้านร้องทัก สมหญิงกลัวความลับแตก รีบกลบเกลื่อน

“สูตรอะไรเฮีย...ไม่ใช่...ไอ้พวกนี้ฉันซื้อเอาไป... เอาไปให้พวกคนกรุงเทพฯ ทั้งกินทั้งทาตัวด้วย”

ท่าทางมีพิรุธของสมหญิงยิ่งทำให้ช่อผกามั่นใจว่านี่ต้องเป็นสูตรลับที่ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง พอสมหญิงกับภิรมย์คล้อยหลัง ช่อผกาเข้าไปสั่งซื้อของที่สมหญิงเพิ่งซื้อไปเมื่อครู่ ทันทีที่กลับถึงบ้าน เธอสั่งให้สมคิด เอาของที่ซื้อจากร้านขายเครื่องมือการเกษตรไปต้ม แล้วนั่งฝันหวานจะมีผิวสวยเหมือนพวกสาวเมืองกรุง โดยไม่รู้ว่าสูตรลับนั่น เอาไว้ใช้กับควาย...

โชคชัยว่างเมื่อไหร่เป็นต้องแวะมาที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ วันนี้ก็เช่นกัน เขามาชวนสรนุชกับอรอนงค์ไปหาซื้อชุดใส่ประกวดในตัวจังหวัด ใจเด็ดรีบเข้ามากันท่า บอกโชคชัยว่าไม่ต้องเสียเวลาไปหาซื้อชุดให้อร–อนงค์อีกแล้ว วันนี้เขาจะพาสรนุชไปหาครูสีดา ขอผ้ามัดย้อมผืนสวยของครูมาสักหนึ่งชิ้นมาตัดชุดน่าจะดีกว่าตระเวนหาซื้อตามร้าน โชคชัยหันไปถามสรนุชว่าต้องการอย่างนี้หรือ สรนุชตอบไม่ค่อยเต็มปากนัก

“เอ่อ...ก็ยัยอรลงประกวดในนามของสถานีนี้

นี่คะ หัวหน้าสถานีฯว่ายังไงก็ต้องว่าตามเขาน่ะค่ะ”

“งั้นเรารีบไปกันเถอะคุณสรนุช ขอบคุณนายกฯมากนะครับ ที่เป็นธุระให้” ใจเด็ดว่าแล้วเดินนำสรนุชไปขึ้นรถ แล้วขับออกไป เจนจิราแอบมองอยู่ จับความรู้สึกที่โชคชัยมีต่อสรนุชได้ รีบออกจากที่ซ่อนตรงเข้าไปหาเขา แกล้งสอบถามเกี่ยวกับการเตรียมงานทำขวัญควายที่จะมีขึ้น ก่อนวกเข้าประเด็นสำคัญ

“เสร็จจากงานทำขวัญควายแล้ว คุณสรนุชอาจจะกลับกรุงเทพฯไปเลย แล้วก็ไม่กลับมาที่นี่อีกก็ได้ ถ้านายกฯชอบคุณสรนุชจริงๆ ก็ไม่ควรจะลังเลอะไรอีก เพราะเวลาที่เธอจะอยู่ที่นี่เหลืออีกไม่มากแล้ว เจนจะเอาใจช่วยนายกฯค่ะ” เจนจิรายิ้มจริงใจ โชคชัยขอบคุณเธอมากสำหรับแรงเชียร์ แล้วขอตัวกลับก่อน เจนจิรามองตามโล่งอกที่แผนลุล่วง แต่ต้องชะงักเมื่อหันมาเจอสุบินยืนมองอยู่ รีบเดินหนี สุบินเดินตาม พร้อมกับตะโกนไล่หลัง

“อย่างนี้เขาเรียกว่ายืมมือฆ่าคนใช่ไหมเนี่ย”

เจนจิราหยุดกึก ก่อนจะหันมาตีหน้าซื่อไม่รู้ว่าสุบินกำลังพูดเรื่องอะไร สุบินรู้ทันที่เจนจิรายุให้โชคชัยจีบสรนุชเพราะต้องการกันเธอออกจากใจเด็ด เจนจิราโกรธที่สุบินคอยสอดแนมตลอด ขู่ถ้าเขาไม่เลิกปากมาก เธอจะตัดลิ้นของเขาโยนให้นกเอี้ยงบนหลังควายกิน แล้วกระทืบเท้าสุบินอย่างแรง ก่อนจะผละจากไป...

ในระหว่างใจเด็ดกำลังขับรถไปบ้านครูสีดา นึกขึ้นได้ ไม่ควรไปมือเปล่า จึงชวนสรนุชแวะเพิงขายผลไม้กับอาหารพื้นเมืองข้างทาง กะจะซื้อแค่นิดๆหน่อยๆ แต่สรนุชกลับกว้านซื้อแทบทุกอย่าง ใจเด็ดถึงกับเหงื่อตกควักกระเป๋าเงินขึ้นมาเปิดดู มีเงินอยู่ในนั้นประมาณ 300 บาท

สรนุชแอบเห็นพอดี รู้ทันทีว่าเขากำลังเงินฝืด จึงขอเป็นคนจ่ายค่าของฝากพวกนี้เอง ใจเด็ดอับอายที่ต้องให้ผู้หญิงมาจ่ายเงินให้ คว้าถุงใส่ผลไม้กับอาหารแล้วเดินลิ่วกลับไปที่รถ สรนุชมองตามใจเด็ดอย่างเห็นใจ

“ฉันรู้ความลับนายอีกข้อหนึ่งแล้ว งานหนัก เงินเดือนน้อย ไม่ค่อยมีกิน...นี่น่ะเหรอชีวิตสัตวบาลผู้รักควาย”

นอกจากนี้ สรนุชยังได้รู้อีกว่าสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์แห่งนี้อยู่ได้ด้วยเงินส่วนตัวของใจเด็ด ไม่ใช่เงินงบประมาณจากส่วนกลาง เธอยิ่งเห็นใจเขามากขึ้น

ooooooo

ในเวลาต่อมา ใจเด็ดกับสรนุชมาถึงบ้านครูสีดาพร้อมของฝากพะรุงพะรัง เห็นพวกชาวบ้านกำลังช่วยกันทำพวงมโหตร สำหรับตกแต่งในงานทำขวัญควาย สรนุชขอร่วมวงด้วยคน แต่ทำไม่เป็น ชาวบ้านอาสาจะสอนให้ ใจเด็ดได้เห็นมุมน่ารักๆของสรนุชแล้วอดยิ้มไม่ได้ ครูสีดากระเซ้าใจเด็ดทำไมมองสรนุชตาไม่กะพริบอย่างนั้น
“เปล่า...เอ่อ...ที่คุณสรนุชมาหาครูวันนี้ เธออยากได้ผ้าสักชิ้นไปตัดชุดให้คุณอรอนงค์” ใจเด็ดยิ้มเขิน

“ไม่มีปัญหา ไว้ครูจะเลือกให้แล้วเอาไปให้ที่สถานีฯนะ จะเลือกผืนที่สวยที่สุดเลย”

ใจเด็ดขอบคุณครูสีดาแล้วเข้าไปร่วมวงทำพวงมโหตรกับสรนุช ใช้เวลาไม่นานนัก พวงมโหตรฝีมือสรนุชก็เสร็จ หญิงสาวปลื้มมาก ฝากใจเด็ดช่วยถือพวงมโหตรไว้ก่อน จะขอถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก แล้วหยิบกล้องจากเป้สัมภาระขึ้นมาถ่ายรูป ติดทั้งพวงมโหตรติดทั้ง คนถือ ไม่ทันเห็นชาวบ้านกับครูสีดาแอบมองมาทางเธอ

หลังจากทำพวงมโหตรเสร็จ ใจเด็ดกับสรนุชช่วยกันตัดกระดาษสีต่อ ทั้งคู่หยอกล้อกันไปตัดกระดาษสีกันไปอย่างสนุกสนาน โดยมีชาวบ้านกับครูสีดาคอยแอบดูอยู่ตลอด...

ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างใจเด็ดกับสรนุชกำลังงอกเงยโดยที่ทั้งคู่ไม่รู้ตัว ความบาดหมางใจระหว่างสุบินกับเจนจิราก็เริ่มคลี่คลายลง เมื่อสุบินเสนอตัวช่วยเจนจิราฝึกควายไถนา สัตวบาลสาวมีข้อแม้ ถ้าเธอยอมให้ช่วย ห้ามเขาบ่นเด็ดขาด สุบินปิดปากแน่นไม่พูดอะไรอีก...

อีกมุมหนึ่งของสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ เกริกไกรกำลังช่วยอรอนงค์เตรียมความพร้อมสำหรับการประกวดเทพีควาย นอกจากความสวยของผู้เข้าประกวดแล้วยังต้องโชว์ความสามารถพิเศษให้กรรมการตัดสินดูด้วย ทีแรกเกริกไกรจะให้อรอนงค์เล่นฮูล่าฮูปโชว์ แต่แล้วเปลี่ยนใจให้เธอสีซอแทน หยิบซอขึ้นมาอาสาจะสอนให้ แต่กลับจุดไต้ตำตอ อรอนงค์สีซอเป็น แถมเก่งมาก เพราะสมัยเรียนหนังสือเคยอยู่ชมรมดนตรีไทยมาก่อน

ooooooo

หลังจากต้มส่วนประกอบสูตรลับให้ช่อผกาเละได้ที่แล้ว สมคิดพาผู้พันชาญณรงค์ไปบ้านมหาเหม็นเพื่อขอให้มหาเหม็นช่วยให้อรอนงค์หันมาสนใจเจ้านายของเขา และยอมตกล่องปล่องชิ้นด้วย มหาเหม็นหยิบขวดน้ำมันพรายจากแท่นบูชายื่นให้ผู้พันชาญณรงค์ พร้อมกับอธิบายวิธีใช้

“เหยาะไปที่นิ้วหยดเดียวเล็งให้เหมาะแค่ดีดหรือป้ายใส่เท่านั้น ผู้หญิงคนนั้นก็จะหลงจะรักผู้พันหัวปักหัวปํา”

ผู้พันชาญณรงค์หัวเราะชอบใจคว้าขวดน้ำมันพรายจากมือมหาเหม็น แล้วชวนสมคิดไปหาอรอนงค์ ครู่ต่อมา ผู้พันชาญณรงค์กับสมคิดมาถึงสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์พร้อมกับถุงหมูย่างถุงใหญ่เป็นของฝากให้อรอนงค์ เกริกไกรรีบคว้าถุงหมูย่างไปใส่จาน แล้วชวนสมหญิงตั้งวงกินข้าวด้วยกัน

ระหว่างที่ทุกคนกำลังกินหมูย่างกันอย่างเอร็ดอร่อย ผู้พันชาญณรงค์แอบเอาน้ำมันพรายเหยาะใส่นิ้ว ขณะจะดีดใส่อรอนงค์ ภิรมย์โผล่มาจากไหนไม่รู้ ถลาเข้าใส่จานหมูย่างบนโต๊ะอาหาร เฉี่ยวไหล่ผู้พันชาญณรงค์พอดี ทำให้น้ำมันพรายกระเด็นเลยอรอนงค์เข้าตาสมหญิงเต็มๆ ถึงกับร้องลั่น แสบตา ต้องลุกออกไปล้างตา ผู้พันชาญณรงค์กลัวความซวยจะมาเยือน ชวนสมคิดกลับ อ้างกับอรอนงค์ว่ามีธุระ แล้วผลุนผลันออกไป

พอมาถึงรถ ผู้พันตัวแสบรีบเข้าไปนั่งที่เบาะหลัง เจอสมหญิงนั่งยิ้มยั่วยวนรออยู่ ถึงกับขนลุกขนพองจะหนีลงจากรถแต่สมหญิงพุ่งเข้ากอดปล้ำอุตลุด เขาดิ้นรนสุดชีวิต พร้อมกับร้องเรียกให้สมคิดช่วย แต่ลูกน้องจอมบื้อชักช้าไม่ทันใจ ผู้พันชาญณรงค์เลยช่วยตัวเองถีบ

สมหญิงโครมเดียวกระเด็นตกรถ แล้วสั่งให้สมคิดรีบออกรถ

“ผู้พันขา...ผู้พันของสมหญิงจะทิ้งกันไปไหน กลับมาก่อน...ไอเลิฟยู” สมหญิงตะโกนไล่หลัง ก่อนจะวิ่งตามสุดฝีเท้าแต่ไม่ทัน ผู้พันชาญณรงค์ถอนใจโล่งอก ที่รอดจากเงื้อมือของสมหญิงมาได้...

สรนุชออกจากบ้านครูสีดาอย่างมีความสุข ทั้งใจเด็ดทั้งสรนุชต่างหน้าตาเปรอะไปด้วยสีจากกระดาษสีสรนุชไม่ค่อยได้ทำอะไรสนุกๆ แบบนี้ แม้แต่ตอนเรียนวิศวะ เธอเรียนหนักจนแทบไม่ค่อยมีเวลาเฮฮากับเพื่อน

“คุณเรียนจบวิศวะหรือ แล้วทำไมมาทำงานด้านสารคดี” ใจเด็ดนิ่วหน้า แปลกใจ

สรนุชตกใจที่หลุดปาก แต่งเรื่องว่าทำงานด้านวิศวะไม่รุ่ง เธอเลยเบนเข็มมาทำงานด้านนี้ ซึ่งเหมาะกับเธอมากกว่า แล้วเปลี่ยนเรื่องหันไปชี้ชวนให้ใจเด็ดดูข้างทาง ตรงนั้นหรือเปล่าที่เราสองคนไปเจอลำธารกลางป่า ใจเด็ดพยักหน้ารับคำแล้วขับรถชะลอๆ สรนุชประทับใจ

สะพานเชือกแห่งนั้นมาก สักวันหนึ่งเธอจะกลับไปที่นั่นอีกครั้ง ใจเด็ดเองก็ประทับใจเช่นกัน เพียงแต่ไม่ได้พูดออกมา...

ไม่นานนัก ใจเด็ดกับสรนุชกลับถึงสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ หลังจากอาบนํ้าเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย สรนุชชวนสองเพื่อนรักมานั่งล้อมวงฟังเธอเล่าความลับของใจเด็ด ที่เพิ่งค้นพบว่าฐานะการเงินของสถานีฯแห่งนี้ง่อนแง่นเต็มที ทางการไม่มีเงินจะมาช่วยเหลือ ทุกวันนี้อยู่ได้ด้วยเงินส่วนตัวของใจเด็ด สุบินฟันธงทันที

“ถ้าสภาพการณ์เป็นยังงี้ แกไม่ต้องเหนื่อยทำอะไรนายใจเด็ดหรอกนุช เดี๋ยวสถานีฯนี้ก็คงอยู่ไม่ได้เอง”

“แต่บริษัทคงไม่มานั่งรอหรอก เขาต้องการให้เปิดตลาดรถไถที่นี่ให้ได้ แล้วฉันก็มีเวลาแค่เดือนเดียวเท่านั้นเอง ฉันเดินทางมาไกลแล้ว อีกนิดเดียวก็จะสำเร็จ พวกแกสองคนต้องเดินหน้าต่อไป ช่วยฉันนะ” สรนุชอ้อนวอน ขณะที่สุบินกับอรอนงค์ได้แต่มองหน้ากัน...

ด้านผู้พันชาญณรงค์ถึงกับกุมขมับเมื่อกลับถึงบ้านแล้วพบว่าช่อผกามีตุ่มแดงขึ้นเต็มหน้า แถมริมฝีปากบวมเป่ง สอบถามได้ความว่าที่เป็นแบบนี้เพราะยาสูตรลับหม้อนั้นทำพิษ

“โอ๊ย...ฉันก็เตือนแกแล้ว แกก็ไม่เชื่อ แล้วทีนี้จะทำไงล่ะ งานทำขวัญควายก็ใกล้เข้ามาแล้ว มันจะหายทันลงประกวดเทพีมั้ยเนี่ย” ผู้พันชาญณรงค์กลุ้มใจที่ลูกสาวหาแต่เรื่องให้ไม่เว้นวัน

ooooooo

เช้าวันนี้ ครูสีดาต้องไปวัดเพื่อตกแต่งต้นไม้อธิษฐาน จึงถือโอกาสนำผ้ามัดย้อมผืนที่สวยที่สุดมามอบให้สรนุชตามที่รับปากใจเด็ดไว้ แล้วชวน

เธอไปวัดช่วยตกแต่งต้นไม้อธิษฐานด้วยกัน ครู่ต่อมา ครูสีดากับสรนุชมาถึงต้นไม้อธิษฐาน เห็นชาวบ้านกำลังช่วยกันแขวนพวงมโหตรไว้ตามกิ่งไม้

ครูสีดาเล่าความเป็นมาเป็นไปของต้นยางอายุนับร้อยปีต้นนี้ให้ฟังว่า เป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเชื่อกันว่า ที่หมู่บ้านนี้อยู่รอดปลอดภัยมาได้เพราะเทวดาที่อยู่ในต้นไม้นี้คอยปกปักรักษา และเชื่ออีกว่าถ้าใครอยากจะได้อะไรให้เขียนคำอธิษฐานใส่เศษกระดาษผูกติดกับลูกยาง แล้วโยนขึ้นไปบนต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ คำอธิษฐานนั้นจะสัมฤทธิผล สรนุชเห็นว่าเป็นเรื่องงมงาย ไม่สนใจอะไรนัก เข้าไปช่วยชาวบ้านทำงาน...

อีกมุมหนึ่งหน้าวัด ใจเด็ดมาตรวจความเรียบร้อยของคอกควาย เตรียมพร้อมสำหรับงานที่จะมีขึ้น ระหว่างนั้นมีรถขายของแล่นมาจอด ใจเด็ดเห็นเสื้อลูกไม้แบบบ้านๆแขวนอยู่ นึกถึงสรนุชขึ้นมา ตัดสินใจซื้อไปฝาก...

หลังจากสรนุชเอาพวงมโหตรพวงสุดท้ายแขวนต้นไม้ ครูสีดาเดินเข้ามาหาพร้อมกับกระดาษแผ่นเล็กๆที่มีเชือกผูกอยู่ แล้วก้มลงหยิบลูกยางที่พื้นขึ้นมามัดกระดาษติดไว้ ก่อนจะยื่นให้สรนุช

“ขอแค่เชื่อ...แล้วคำอธิษฐานของเธอจะเป็นจริง...เดี๋ยวฉันไปหาหลวงพ่อก่อน”

สรนุชจะโยนลูกยางทิ้ง เพราะไม่เชื่อเรื่องพรรค์นี้ คิดไปคิดมาลองดูสักหน่อยคงไม่เสียหาย แล้วหยิบปากกาขึ้นมาเขียนคำอธิษฐาน ทีแรกสรนุชจะขอให้การทำงานของเธอครั้งนี้สำเร็จ แต่แล้วเกิดเปลี่ยนใจ

“เอ่อ...เปลี่ยนใหม่นะเจ้าคะ ขอให้ลูกมีแต่เรื่องดีๆ เข้ามาในชีวิตก็แล้วกันค่ะ” สรนุชเขียนคำอธิษฐานเสร็จยกมือขึ้นพนม ก่อนจะโยนลูกยางขึ้น

ไปบนต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ อึดใจเดียว มีเสียงร้องโอ๊ยดังขึ้น หญิงสาวตกใจรีบวิ่งมาอีกด้านหนึ่งของต้นไม้ แต่ต้องชะงักเพราะคนที่โดนลูกยางอธิษฐานของเธอตกใส่หัวคือใจเด็ดนั่นเอง...

ระหว่างนั่งรถของใจเด็ดกลับสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ สรนุชมองลูกยางและกระดาษเขียนคำอธิษฐานของตัวเองในมือแล้วถึงกับบ่นอุบที่คำอธิษฐานไม่เป็นดั่งใจ จังหวะนั้นรถเกิดเครื่องยนต์ติดขัด กระตุกสองทีแล้วดับไปเฉยๆ ใจเด็ดเบนรถจอดข้างทาง ดึงที่เปิดกระโปรงหน้ารถแล้วลงไปดู เห็นสายพานขาดรถไปต่อไม่ได้ จำต้องเดินเท้ากลับ สรนุชจะขอรออยู่ที่นี่ ถ้าใจเด็ดจะเดินกลับสถานีฯก็เชิญตามสบาย

ทันใดนั้นมีเสียงฟ้าร้องดังสนั่น ใจเด็ดเหล่สรนุชก่อนจะจ้ำพรวดๆตรงไปยังทุ่งนา สรนุชลังเลไม่รู้จะเอา

อย่างไรดี เกิดฟ้าผ่าเปรี้ยงขึ้นอีกครั้ง คราวนี้สรนุชรีบวิ่งตามใจเด็ดทันที ครู่ต่อมาใจเด็ดพาสรนุชมาหลบฝนอยู่ในกระท่อมกลางทุ่งนา ฝนตกไม่ลืมหูลืมตาแถมฟ้าร้องครืนๆน่ากลัว แมงมุมหนีน้ำไต่ขึ้นขาสรนุช

เธอคว้าหมับเพราะคิดว่าเป็นมือของใจเด็ด พอเห็นแมงมุมในมือ ตกใจสุดขีดกรีดร้องลั่นวิ่งหนีออกจากกระท่อมโดยไม่สนใจฝนที่กำลังเทกระหน่ำ ใจเด็ดรีบวิ่งตามมาคว้าตัวกลับ สรนุชขัดขืน เขาเลยต้องอุ้มกลับ ทั้งสองคนเปียกมะลอกมะแลก ใจเด็ดถอดเสื้อออกตาก แล้วหันไปบอกสรนุชให้ถอดเสื้อตัวเองออกเดี๋ยวจะไม่สบาย
“เฮ้ย...นั่นไง...ฉันว่าแล้วนายมัน...” สรนุชพูดยังไม่ทันจบ ใจเด็ดรู้ทันว่าจะด่าอะไรเขา ชิงพูดขึ้นก่อน

“นายมันคนฉวยโอกาส นายมันบ้าลามกโรคจิต...

นี่คุณ...ถ้าผมจะทำอะไรคุณ ผมทำไปนานแล้ว...”

ฝนยังคงตกหนักราวกับฟ้ารั่ว ทันใดนั้นเสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงดังสนั่นหวั่นไหว สรนุชตกใจโดดผลุงเดียวกอดคอใจเด็ด ทั้งสองมองสบตากันลึกซึ้ง อยู่ๆสรนุชจามใส่ใจเด็ดน้ำลายเต็มหน้า อารมณ์โรแมนติกเมื่อครู่ดับวูบ...

กว่าใจเด็ดกับสรนุชจะกลับถึงสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ใกล้พลบค่ำ ทั้งเกริกไกร อรอนงค์ และสุบินต่างคิดไปว่าทั้งคู่ต้องมีอะไรกันแน่ๆ ถึงได้หายไปนานขนาดนี้ สรนุชต้องอธิบายอยู่นานกว่าเพื่อนรักทั้งสองคนของเธอจะเชื่อ เช่นเดียวกับใจเด็ดอธิบายจนปากเปียกปากแฉะเกริกไกรถึงได้เชื่อว่าเขากับสรนุชไม่มีอะไรกัน...

ฝ่ายสรนุชอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ลงมานั่ง

ทอดอารมณ์คิดถึงเหตุการณ์ที่กระท่อมอยู่ที่แคร่ใต้ถุนเรือนรับรอง จังหวะจะลุกขึ้นเกิดหน้ามืดเป็นลมหมดสติอยู่หลังแคร่โดยไม่มีใครรู้เห็น แม้กระทั่งตอนเช้า

อรอนงค์กับสุบินไม่เห็นสรนุชอยู่ในห้องนอนไม่ได้เอะใจอะไร คิดว่าเธอตื่นแต่เช้าไปวัด จึงชวนเกริกไกรกับเจนจิราไปช่วยกันตามหา และจะถือโอกาสไหว้พระไปในตัว พวกนั้นไม่เจอสรนุช เจอแต่โชคชัยที่มาช่วยหลวงพ่อเตรียมงาน โชคชัยเป็นห่วงสรนุชมาก ยิ่งได้รู้ว่าเมื่อวานเธอติดฝนอยู่ในกระท่อมกลางทุ่งนากับใจเด็ดตั้งนานสองนาน พานคิดว่าเธอหายไปอยู่กับใจเด็ดอีก ยิ่งเป็นกังวล...

ด้านใจเด็ดกลับถึงสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ ตอนที่ภิรมย์ใช้ควายสามตัวลากรถของใจเด็ดมาไว้ที่ลานจอดรถด้านหน้าพอดี เขาสั่งให้ภิรมย์เอาควายไปลงปลักก่อนจะเปิดประตูรถกระบะเข้าไปดึงที่เปิดฝากระโปรงหน้ารถ เหลือบเห็นถุงใส่เสื้อลูกไม้ที่ซื้อมาฝากสรนุชวางอยู่บนเบาะหลัง คว้าถุงเดินตรงไปหาสรนุชที่เรือนรับรอง

พบเธอนอนหมดสติอยู่หลังแคร่รีบเข้าไปดู สมหญิงเดินผ่านมาพอดีรีบตามมาสมทบ ใจเด็ดอุ้มสรนุชที่ตัวร้อนจี๋ขึ้นไปไว้บนเตียงในห้องนอนของเธอ แล้วสั่งสมหญิงไปหยิบยาแก้ไข้มาให้ จากนั้นเขาเอาผ้าขนหนูผืนเล็กชุบน้ำเช็ดตัวให้สรนุชด้วยความเป็นห่วง หญิงสาวปรือตาขึ้นมอง เห็นภาพชายคนหนึ่งลางๆกำลังดูแลเธออยู่

สักพักสมหญิงเอายาลดไข้มาให้ สรนุชตัวร้อนมากใจเด็ดเกรงจะช็อกเพราะพิษไข้ จะไปตามหมอที่สถานีอนามัยมาดูอาการ ฝากสมหญิงดูแลทางนี้ด้วย

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 07:48 น.