ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

กระบือบาล

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อรอนงค์พยายามระงับความกลัว ค่อยๆหันหน้ามา เกริกไกรถึงกับตะลึงในความสวยของหญิงสาว จ้องตาไม่กะพริบ ใจเด็ดต้องกระทุ้งสีข้างเพื่อนรักให้หยุดเสียมารยาท

“สวัสดีครับ ผมใจเด็ด นี่เกริกไกรครับ...คุณคงเป็นคุณสรนุช”

“เอ่อ...ไม่ใช่ค่ะ...ฉันชื่ออรอนงค์ค่ะ” อรอนงค์สีหน้าหวั่นๆ ใจเด็ดนิ่วหน้า แปลกใจ แล้วสรนุชหายไปไหน...

คนที่ใจเด็ดถามถึงกำลังเดินหมดแรงอยู่ริมทุ่งห่างจากจุดที่รถเกิดอุบัติเหตุ พอสมควร อยู่ๆสรนุชเกิดปวดปัสสาวะขึ้นมา กวาดตามองไปรอบๆเห็นแต่ความเวิ้งว้างไร้ผู้คน รีบลงไปที่พุ่มไม้ข้างทาง เอาร่มสีแดงในมือบังไว้แล้วค่อยๆหย่อนตัวหลบหลังร่มที่บังเธอจนมิด...

ด้านใจเด็ดเดินตามหาสรนุชมาตามถนน เห็นร่มสีแดงสดอยู่ข้างทาง นึกแปลกใจใครที่ไหนทำร่มตกไว้ตัดสินใจเดินเข้าไปดู จังหวะที่ชายหนุ่มเดินมาถึงร่ม สรนุชเสร็จกิจส่วนตัวพอดี จัดแจงลุกขึ้นใส่กางเกง ทั้งสองเผชิญหน้ากันจังๆ ต่างฝ่ายต่างจำกันได้ ใจเด็ดโกรธหน้าแดง หันหลังกลับทันที ขณะที่สรนุชได้แต่ยืนอึ้ง...

ครู่ต่อมา ใจเด็ดเดินหน้าหงิกกลับยังที่ที่รถของเขาจอดอยู่ โดยมีสรนุชวิ่งตามมาด้านหลัง อรอนงค์ดีใจที่เห็นเพื่อนรักปลอดภัย หันไปขอบคุณใจเด็ด แต่เขากลับบอกให้เธอกับพวกกลับกรุงเทพฯ ที่นี่ไม่ต้อนรับพวกเธอแล้วก้าวขึ้นรถ เกริกไกรงง ไม่รู้มีเรื่องอะไรกัน ขอโทษอรอนงค์กับพวกแล้ววิ่งตามไปขึ้นรถได้ทัน ก่อนที่ใจเด็ดจะขับตะบึงออกไปอย่างหัวเสีย สรนุชร้องเรียกให้ใจเด็ดกลับมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน แต่เขาไม่สนใจ

“แล้วนี่จะทำยังไง...พวกนั้นไม่ต้อนรับเรา อย่างนี้เราต้องกลับกรุงเทพฯแล้วใช่มั้ย” อรอนงค์หน้าเสีย

“ใครบอก...ฉันอุตส่าห์มาถึงแล้ว คิดหรือว่าเรื่องแค่นี้จะทำให้คนอย่างสรนุชยอมแพ้” สรนุชสีหน้ามุ่งมั่นคว้ากระเป๋าสัมภาระขึ้นสะพายบ่า เดินไปตามทิศทางที่รถของใจเด็ดแล่นไป อรอนงค์กับสุบินรีบทำตาม...

ไม่นานนัก ใจเด็ดกลับถึงสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ สั่งยกเลิกงานต้อนรับคณะถ่ายทำสารคดีทั้งหมด ให้เจ้าหน้าที่ทุกคนแยกย้ายกันไปทำงานตามปกติ แล้วเดินหน้าบึ้งไปทางคอกควาย พอเกริกไกรเดินเข้ามา ทุกคนกรูกันเข้าไปถามว่าเกิดอะไรขึ้น หัวหน้าถึงได้ยกเลิกทุกอย่างแบบนี้ เกริกไกรเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

“น่าเสียดายนะหมอ โอกาสที่จะทำให้คนกลับมารักควายเหมือนเดิมเลยหมดกัน” เจนจิราบ่นอุบ

เกริกไกรพยักหน้าเนือยๆโอกาสที่เขาจะได้อยู่ใกล้ชิดกับอรอนงค์ก็พลอยหมดไปเช่นกัน

ooooooo

ระหว่างนั่งล้อมวงกินมื้อเย็นร่วมกัน ใจเด็ดรู้ดีว่าเหล่ากระบือบาลทุกคนอยากรู้เหตุผลที่เขายกเลิกการถ่ายทำ สารคดี จึงยอมเปิดปากเล่าเรื่องที่สรนุชกล่าวหาว่าเขาเป็นขโมย ทำร้ายเขาไม่พอ ยังจับเขาส่งตำรวจอีก ใจเด็ดพยายามจะอธิบายว่าเขาไม่ใช่ขโมย แต่เธอไม่ฟัง

“แกก็เลยไล่พวกนั้นกลับเป็นการแก้แค้น” เกริกไกรสรุป

ใจเด็ดกำลังจะอธิบายให้ทุกคนฟังว่าทำไมถึงไม่ยอมให้สรนุชกับพวกถ่ายทำสารคดี ควาย มีเสียงร้องเรียกเขาดังขัดจังหวะเสียก่อน ทุกคนหันมองตามเสียงเห็นช่อผกา สาวมั่นลูกสาวของผู้พันชาญณรงค์ถลาเข้ามากอดใจเด็ดอย่างไม่แคร์สายตาใคร ใจเด็ดพยายามดันเธอออก แต่ช่อผกาเกาะแน่นยิ่งกว่าปลิงควาย ตัดพ้อต่อว่าที่ใจเด็ดกลับกรุงเทพฯโดยไม่บอกกล่าว จะขอกอดเขาไว้อย่างนี้ให้หายคิดถึง ใจเด็ดดันตัวช่อผกาออกไปจนได้

“อย่าทำอย่างนี้ผกา เราไม่ได้เป็นอะไรกัน ถ้าพ่อผกามาเห็นมันจะไม่ดีนะ”

ช่อผกาไม่สนใจ ออดอ้อนใจเด็ดต่อ แล้วแกล้งเป็นลมโผเข้าหา เจนจิรารู้ทันเอาตัวเข้ามารับไว้แทน ช่อผกาซบไหล่เจนจิราหลับตาพริ้มคิดว่าเป็นไหล่ใจเด็ด พอลืมตาดูอีกทีถึงกับร้องกรี๊ดๆชี้หน้าเจนจิราอย่างเอาเรื่อง ก่อนเหตุการณ์จะบานปลาย โทน หัวหน้ายุวกระบือบาลวิ่งเข้ามารายงานใจเด็ดว่า มีคนมารออยู่หน้าสถานีฯ

สักพัก ใจเด็ดกับทุกคนมาถึงหน้าสถานีฯ เห็นกลุ่มของสรนุชนั่งหมดเรี่ยวหมดแรงอยู่กับกองสัมภาระ เกริกไกรดีใจที่ได้เห็นหน้าอรอนงค์อีกครั้ง ตะโกนสั่งการให้เปิดประตูต้อนรับ ใจเด็ดจะห้ามแต่ไม่ทัน

โดยที่ไม่มีใครคาดคิด สรนุชเดินอาดๆเข้ามาตบหน้าใจเด็ดอย่างแรงจนหน้าหัน ทุกคนตะลึงอ้าปากค้าง ช่อผกาเข้ามาเห็นพอดี ปราดเข้ามายืนกั้นกลางระหว่างใจเด็ดกับสรนุช โวยวายใส่สรนุชทำไมถึงมาตบพี่ใจเด็ดของเธอ สรนุชไม่สนใจช่อผกา ผลักพ้นทางแล้วเข้าไปประจันหน้ากับใจเด็ด

“ตบแรก สำหรับการที่นายทิ้งพวกฉันเอาไว้โดยไม่สนใจว่าจะเป็นจะตาย เผื่อแรงตบของฉัน มันจะช่วยกระตุ้นความเป็นมนุษย์ของนายขึ้นมาบ้าง...แล้วนี่...” สรนุชว่าพลางเงื้อมือจะตบใจเด็ดอีกครั้ง แต่เขาคว้าไว้ทัน

ช่อผกาได้ที ปราดเข้าไปจะตบสรนุชแก้แค้นแทนใจเด็ด เกริกไกรคว้ามือไว้ได้แล้วลากตัวออกมา ภิรมย์กับสมหญิงรู้งาน เข้ามาช่วยกันจับตัวช่อผกาดึงออกไปอีกด้านหนึ่ง สรนุชโวยใส่ใจเด็ดอีกว่า เป็นคนไม่มีน้ำใจ เธอรู้ตัวว่าเคยทำไม่ดีกับเขาไว้ แต่นั่นเป็นเพราะความไม่รู้เขาควรจะให้อภัยเธอ

“อยากให้ผมให้อภัยหรือ...ได้...ผมให้อภัยคุณ ในเมื่อคุณได้สิ่งที่ต้องการแล้วก็กลับไปเสีย...ปิดประตู” ใจเด็ดสั่งเสร็จ ขยับจะไป สรนุชไม่ยอมแพ้ง่ายๆจับจุดได้ว่าใจเด็ดรักควายเข้าเส้น จึงยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดจี้ใจดำ ถ้าใจเด็ดไม่ยอมให้เธอทำสารคดีควาย ก็เท่ากับเขาไม่ได้รักควายจริงอย่างปากพูด เพราะถ้าสารคดีควายถูกนำออกอากาศ คนดูทีวีนับล้านคนจะต้องหันมาสนใจ พวกควายก็ได้รับประโยชน์ไปเต็มๆ
ใจเด็ดไม่หลงคารม และไม่คิดว่าคนมีทัศนคติแง่ลบอย่างสรนุชจะสื่อสารเรื่องความรักออกมาเป็นภาพได้ ดังนั้น เธอควรจะกลับไปได้แล้วจะได้ไม่เสียเวลาด้วยกันทั้งสองฝ่าย

“นายเองก็ไม่ต่างจากฉัน นายยังไม่ได้เห็นในสิ่งที่ฉันทำแต่นายก็ตัดสินไปแล้วว่าฉันทำไม่ได้ ว่าแต่คนอื่นดูตัวเองซะก่อนเถอะ...นายใจแคบ” สรนุชจ้องหน้าใจเด็ดเขม็ง เกริกไกรกับเจนจิราคิดคล้อยตามคำพูดของสรนุชช่วยกันขอร้องใจเด็ดลองให้เธอทำดูก่อน โอกาสอย่างนี้ไม่ได้มีกันบ่อยๆสรนุชเห็นใจเด็ดเริ่มมีท่าทางอ่อนลง รีบยื่นข้อเสนอ ถ้าภายใน 3 วันเธอทำสารคดีควายที่ดีที่สุดในโลกให้เขาดูไม่ได้ เธอจะกลับทันที

“วันเดียว...แค่วันเดียว...พวกเราก็จะรู้แล้วว่าคุณมันตัวจริงหรือตัวปลอม” ใจเด็ดเสียงเข้ม

จากนั้น ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปพักผ่อน สมหญิงกับเจนจิราพาสรนุชกับพวกไปพักที่เรือนรับรอง ขณะที่ใจเด็ดกับเกริกไกรตรงกลับบ้านพัก เกริกไกร อยากให้ใจเด็ดลองพิจารณาเรื่องนี้อีกครั้ง เพราะนี่เป็นโอกาสที่ชาวนาจะหันกลับมาใช้ควายอย่างที่เราอยากให้เป็น ใจเด็ดนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง

“ก็ได้...ถ้าแกคิดอย่างนั้น แต่ฉันคงต้องทดสอบก่อน ถ้าพรุ่งนี้พวกนั้นผ่าน ฉันก็จะให้พวกเขาถ่ายสารคดี”

ooooooo

ฟ้ายังไม่ทันแจ้ง ใจเด็ดมายืนตีหม้อตีไหเสียงดังโครมครามอยู่หน้าเรือนรับรอง ตะโกนสั่งให้สรนุช อรอนงค์ และสุบิน ไปพร้อมกันหน้าสถานีฯภายในอีกสิบนาที แล้วเดินออกไปโดยไม่รอฟังคำทักท้วงใดๆ

“อ้าว...เดี๋ยวก่อนสิ...ใจเด็ด...นายจอมเผด็จการ” สรนุชตะโกนด่าไล่หลัง ก่อนรีบกลับเข้าห้องทำธุระส่วนตัวอย่างรวดเร็ว ครู่ต่อมา สรนุชกับพวกไปรวมตัวกันหน้าสถานีฯทันเสียงตายของใจเด็ดอย่างเฉียดฉิว
ใจเด็ดได้กลิ่นน้ำหอมจากตัวหญิงสาวทั้งสองคน สั่งให้กลับไปอาบน้ำใหม่ อ้างว่าควายกับคนที่นี่ไม่ชอบน้ำหอม สรนุชไม่ยอม นี่เป็นสิทธิส่วนบุคคล เขาไม่มีสิทธิ์มาห้าม ใจเด็ดไม่โต้ตอบ เดินไปหยิบก้อนโคลนจากปลักควายแถวนั้นขึ้นมาขู่ ถ้าทั้งคู่ไม่ยอมกลับไปอาบน้ำ เขาจะเอาโคลนนี่ทาตัวเธอดับกลิ่นน้ำหอมแทน อรอนงค์ไม่กล้าหือ รีบวิ่งกลับที่พัก แต่สรนุชทำเฉย ใจเด็ดย่างสามขุมเข้าหา หญิงสาวถอยกรูด

มัวแต่มองใจเด็ดไม่ทันดูข้างหลัง สรนุชถอยตกลงไปในปลักเนื้อตัวมอมแมม ใจเด็ดอมยิ้ม โยนก้อนโคลนในมือทิ้งเพราะหมดความจำเป็นแล้ว สรนุชโกรธจัด มองหน้าใจเด็ดอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ...

ขณะใจเด็ดแนะนำสรนุช อรอนงค์ และสุบินให้เจ้าหน้าที่ทุกคนในสถานีฯได้รู้จักอย่างเป็นทางการ โทนวิ่งหน้าตื่นเข้ามาขอให้ใจเด็ดไปช่วยพ่อของเขาด้วย ผู้พันชาญณรงค์จะยิงพ่อกับไอ้โหม ใจเด็ดรีบวิ่งตามโทนออกไปทันที สรนุชเห็นว่าน่าจะเก็บเป็นข้อมูลเอาไว้ จึงชวนอรอนงค์กับสุบินวิ่งตามโดยไม่ฟังเสียงทัดทานของเกริกไกร

ไม่นานนัก ทั้งหมดมาถึงทุ่งนา เห็นตาเท่งพ่อของโทนกำลังคุกเข่าอ้อนวอนผู้พันชาญณรงค์อย่ายิงไอ้โหม ควายของเขาที่ถูกมัดไว้กับต้นไม้ด้านหลัง ใจเด็ดปราดเข้าไปขอร้องผู้พันชาญณรงค์ใจเย็นๆก่อน มีอะไรค่อยพูดค่อยจากันก็ได้ ผู้พันชาญณรงค์ไม่ยอมจะเอาเรื่องไอ้โหมให้ได้โทษฐานขวิดแนนซี่หมาสุดรักสุดสวาทของตนบาดเจ็บสาหัส ใจเด็ดพยายามเกลี้ยกล่อมให้ผู้พันชาญณรงค์เก็บปืน แต่เขาไม่ยอมท่าเดียว

หัวหน้าสถานีฯหนุ่มเลยเอาตัวเองขวางทางปืน ถ้าผู้พันจะยิงควายก็ต้องยิงเขาก่อน สรนุชกับพวกถึงกับอ้าปากค้างไม่อยากเชื่อว่าจะมีใครยอมเอาชีวิตตัวเองไปแลกกับชีวิตควาย สุบินที่หลบอยู่หลังเพื่อนสาวเดินตรงไปหาผู้พันชาญณรงค์พร้อมกับกล้องในมือ ถามว่าไม่กลัวกฎหมายหรือ ถ้าเขายิงใจเด็ด พวกเราจะส่งภาพในกล้องตัวนี้ไปให้ตำรวจ ผู้พันชาญณรงค์ชะงักเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะลั่น

“พวกแกคิดว่าจะมีชีวิตได้เอาภาพในกล้องไปให้ตำรวจหรือไง ดูรอบๆ...ทุ่งทั้งนั้น ฉันฝังพวกแกทุกคนตรงนี้ก็ไม่มีใครรู้” ท่าทางเอาจริงของผู้พันชาญณรงค์ทำให้เกริกไกรกับอรอนงค์กลัว สรนุชแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ทันท่วงที คว้าไมโครโฟนขึ้นมาทำท่าทางเหมือนเป็นพิธีกรภาคสนาม ก่อนจะหันไปพยักพเยิดให้ สุบินยกกล้องขึ้นถ่ายภาพ แล้วหันไปพูดกับผู้พันชาญณรงค์

“แต่ตอนนี้คุณกำลังออกทีวีอยู่ไม่รู้ตัวหรือไง... สวัสดีคะ ขณะนี้เรากำลังถ่ายทอดสดความขัดแย้งระหว่างคนกับควาย...สวัสดีท่านผู้ชมหน่อยสิคะ ผู้พัน...” สรนุชว่าแล้วยื่นไมโครโฟนไปจ่อปากผู้พันชาญณรงค์ เสี่ยใหญ่ ผู้มีรถไถให้เช่าถึงกับหยุดกึก ไม่อยากเสี่ยงให้เป็นเรื่องใหญ่โต

“ฝากไว้ก่อนเถอะ...โดยเฉพาะแก ไอ้ใจเด็ด ถ้าหมาฉันเป็นอะไรล่ะก็...” ผู้พันชาญณรงค์หมายหัวใจเด็ดเสร็จกลับไปอย่างหัวเสีย ทุกคนถึงกับถอนใจโล่งอก สรนุชเหลือบมองใจเด็ดเหมือนจะทวงคำขอบคุณ แต่เขาไม่สนใจ กลับมองตามผู้พันชาญณรงค์สีหน้าหนักใจ

ooooooo

จนแล้วจนรอดใจเด็ดไม่ยอมเอ่ยปากขอบคุณ สรนุช เกริกไกรอยากให้บรรยากาศเป็นไปด้วยดี จึงเสนอให้ใจเด็ดเลี้ยงข้าวสรนุชกับพวก แทนคำขอบคุณที่ช่วยพวกตนไว้ แล้วหันไปขอความเห็นชอบจากเพื่อนซี้ แต่ใจเด็ดกลับทำคอแข็งหน้าเชิด เกริกไกรเลยแกล้งทักว่าเสื้อเปื้อน ใจเด็ดหลงกลก้มหน้ามอง

“นั่นไงครับ...ไอ้เด็ดพยักหน้าแล้ว งั้นคืนนี้เจอกันที่โต๊ะอาหารนะครับ”

“ไอ้หมอ” ใจเด็ดคำรามลั่น เกริกไกรเห็นท่าไม่ดี รีบลากเพื่อนรักออกไป สรนุชมองตามหมั่นไส้ ก่อนจะชวนอรอนงค์และสุบินกลับเรือนรับรอง...เหตุการณ์เมื่อครู่ใจเด็ดได้ใจสุบินไปเต็มๆ ชมไม่หยุดปากว่าใจเด็ดเป็นพระเอกในฝันของตนเองที่ยอมแลกแม้แต่ชีวิตเพื่อปกป้องสิ่งที่ตัวเองรัก สรนุชยิ่งฟังยิ่งหมั่นไส้ที่เพื่อนรักดันไปเข้าข้างศัตรู กล่าวหาว่าที่ใจเด็ดทำไปเมื่อครู่เป็นแค่ละครฉากหนึ่งเท่านั้น

“แต่เท่าที่ฉันเห็น ฉันว่าเขารักควายจริงๆ ไม่ได้เสแสร้งแกล้งทำอย่างที่เธอว่า แล้วที่ฉันพูดอย่างนี้ไม่ใช่ว่าฉันจะเขาข้างเขา แต่ฉันพูดเพื่อช่วยเธอ...ถ้าเขารักควายจริงๆมันคือปัญหาใหญ่สำหรับเธอ เพราะเขาจะไม่ยอมหลีกทางให้รถไถบาคาตี้ของเธออย่างแน่นอน” คำพูดของสุบินทำให้สรนุชถึงกับหน้าเครียด...

ด้านผู้พันชาญณรงค์ยิ้มดีใจเมื่อได้ฟังหมอของแนนซี่รายงานว่ามันปลอดภัยแล้ว อีกสามวันให้มารับกลับบ้านได้ เสี่ยใหญ่ยิ้มได้แค่ครู่เดียว ก็หันไปเล่นงานช่อผกาที่ไม่รักดี มีเสี่ยในอำเภอให้เลือกมากมายแต่ดันไปรักไอ้หัวหน้าควาย ช่อผการับผู้ชายที่พ่อหาให้ไม่ลงสักคน แต่ละคนแก่หงำเหงือก แค่พูดยังหายใจแทบจะไม่ทัน

“ถ้าแกไม่อยากแต่งกับเสี่ยพวกนั้น แกก็ไปบอกไอ้เด็กเลี้ยงควายของแกให้เลิกเลี้ยงควาย ร้านเราจะได้ขายของได้สักที” ผู้พันชาญณรงค์แม้จะเกลียดใจเด็ดแค่ไหน แต่ไม่กล้าหักหาญนํ้าใจลูก

“พ่ออ่ะ...พ่อก็รู้ว่าพี่ใจเด็ดรักควายแค่ไหน”

“ไม่รู้เว้ย...พ่อไม่ใช่ควาย...หรือแกกลัวสู้ควายไม่ได้” สิ้นเสียงพ่อ ช่อผกาโกรธจัดกรีดร้องลั่นที่พ่อยกควายขึ้นมาเป็นคู่แข่งของเธอ เดินสะบัดขึ้นบ้าน

ผู้พันชาญณรงค์ยิ่งแค้นใจเด็ดมากขึ้น...

ฝ่ายสรนุชคิดแผนแยบยลขึ้นมาได้ ถ้าจะให้ใจเด็ดเลิกรักควาย ต้องรู้ให้ได้ก่อนว่าทำไมเขาถึงได้รักควายมากมายขนาดนั้น เธอจึงจัดเตรียมเหล้าสาโทหลายไหมาร่วมเลี้ยงฉลองในตอนเย็น หวังจะมอมเหล้าใจเด็ดให้เปิดเผยความลับ แต่กลับไม่เป็นตามแผน พอกินข้าวเสร็จใจเด็ดขอตัวไปนอน เกริกไกรคะยั้นคะยอให้อยู่ดื่มเหล้ากันก่อนก็ไม่สำเร็จ ซํ้าก่อนจะไปใจเด็ดยังกำชับอีกว่า ถ้าใครอยากดื่มก็อย่าให้เสียงาน เจนจิราขอตัวไปนอน ตามหัวหน้าไปอีกหนึ่งคน ยิ่งทำให้งานกร่อย เกริกไกร เกรงจะหมดโอกาสใกล้ชิดอรอนงค์รีบเสนอตัว

“ไม่เป็นไรครับ ใจเด็ดไปแต่เกริกไกรยังอยู่”

สรนุชยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันที มอมเหล้าใจเด็ดไม่สำเร็จ แต่เกริกไกรก็น่าจะรู้อะไรดีๆเกี่ยวกับใจเด็ด เธอจึงหันไปมอมเหล้าเกริกไกรแทน โดยให้สุบินคอยชนแก้วด้วย ผ่านไปพักใหญ่ เหล้าหมดไปหลายไห สุบินเมาจน ดื่มต่อไม่ไหว ภิรมย์กับสมหญิงคออ่อนคอพับหลับไปเรียบร้อย ส่วนเกริกไกรกำลังเมาได้ที่ สรนุชไม่รอช้าตะล่อมถามถึงประวัติของใจเด็ด เกริกไกรคุยอวดว่ารู้เรื่องเกี่ยวกับใจเด็ดดี เพราะเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก

“ถ้าอย่างนั้นหมอก็รู้สิคะว่าทำไมหัวหน้าใจเด็ดถึงได้รักควาย” อรอนงค์ช่วยซักถามอีกแรงหนึ่ง

“ทำไมจะไม่รู้...พูดไปแล้วเรื่องมันยาว...แต่ถ้าพวกคุณอยากรู้ ผมจะเล่าให้ฟัง” เกริกไกรเสียงอ้อแอ้

ooooooo

สรนุช สุบิน และอรอนงค์รอฟังอย่างใจจดจ่อ เกริกไกรเล่าเป็นฉากๆ น่าเชื่อถือ ที่ใจเด็ดรักควายมาก เนื่องจากเคยเห็นควายถูกฆ่าต่อหน้าต่อตา ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเขาไม่เคยกินเนื้อควายอีกเลย เกริกไกรเล่าจบนั่งก้มหน้าตัวสั่นคล้ายกำลังร้องไห้ อรอนงค์สงสารเข้าไปตบไหล่ปลอบ หมอหนุ่มกลับหัวเราะเสียงลั่น ขำที่อรอนงค์กับเพื่อนๆเชื่อเรื่องโกหกที่เขาแต่งขึ้น สรนุชกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ อรอนงค์ต้องจับมือเพื่อนไว้ให้ใจเย็นๆ

“โอเคๆๆ...เล่าเรื่องจริงก็ได้ ที่ไอ้เด็ดมันรักควายก็เพราะว่า...” เกริกไกรพูดได้แค่นั้น ก็หลับกลางอากาศหงายหลังตึง สรนุชปราดเข้าไปเขย่าตัวให้ตื่นแต่ไร้ผล ได้แต่มองเกริกไกรอย่างเจ็บใจ...

ขณะเดียวกัน ที่บ้านพักของใจเด็ด ระหว่างที่ใจเด็ดกำลังควานหาปากกาในลิ้นชักโต๊ะทำงาน ต้องชะงักเมื่อมือชนเข้ากับกรอบรูป เขาค่อยๆหยิบขึ้นมาดู เห็นรูปถ่ายตัวเองยิ้มแก้มป่อง กำลังขี่ควายชื่อสายใจ ใจเด็ดหน้าสลดลงทันที พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความคิดของใจเด็ด

วันนั้น ใจจอมกับหทัยกำลังช่วยกันจับตัว ด.ช.ใจเด็ดที่พยายามดิ้นรนจะวิ่งไปหาสายใจที่กำลังถูกชายกลุ่มหนึ่งจูงขึ้นรถบรรทุก ด.ช.ใจเด็ดตะโกนเรียกสายใจลั่น มันหันกลับมามองด้วยแววตาเศร้า เด็กน้อยถามคาดคั้นพ่อว่าพวกนั้นจะเอาสายใจไปไหน แต่พ่อกลับนิ่งเงียบ ด.ช.ใจเด็ดหันไปมองสายใจอีกครั้งหนึ่ง ถึงกับอึ้ง เมื่อเห็นมันกำลังร้องไห้ เขามองตามรถบรรทุกคันนั้นแล่นจากไปจนลับสายตา
ใจเด็ดตื่นจากภวังค์ เก็บภาพถ่ายตัวเองกับสายใจกลับที่เดิมเหมือนต้องการลืมความเจ็บปวดในอดีต...

ทางด้านสรนุชนอนไม่หลับ นั่งจดความเป็นไปได้ที่ทำให้ใจเด็ดรักควายลงในสมุดบันทึก แต่หาข้อสรุปไม่ได้ ตั้งใจแน่วแน่จะต้องรู้ให้ได้ว่าเพราะอะไรใจเด็ดถึงรักควายมาก คิดได้อย่างนั้น คว้าไฟฉายค่อยๆย่องออกจากเรือนรับรองตรงไปยังอาคารสำนักงานของสถานีฯ รอบบริเวณมืดสนิท มีเพียงแสงไฟฉายในมือที่ส่องนำทาง สรนุชยังไปไม่ถึงไหน เจอใจเด็ดที่ออกมาดูควายเสียก่อน ชายหนุ่มแปลกใจสรนุชออกมาทำอะไรดึกๆดื่นๆ

“ฉันนอนไม่หลับก็เลยออกมาเดินเล่น...นายรักควายมากถึงขนาดต้องมาดูกลางดึกอย่างนี้เลยหรือ”

“ถ้าใช่แล้วจะทำไม” ใจเด็ดยียวน สรนุชข่มอารมณ์เต็มที่ ก่อนจะถามออกมาอย่างไม่อ้อมค้อม ทำไมใจเด็ดถึงรักควายมากนัก ใจเด็ดชักสงสัย สรนุชอยากรู้ไปทำไม หญิงสาวอึกๆอักๆ

“ก็...ก็ฉันจะได้เอาความรักของนายที่มีให้กับควายไปถ่ายทอดออกมาเป็นภาพไง”

ใจเด็ดคิดแผนเด็ดขึ้นมาได้ ถ้าสรนุชอยากรู้เรื่องนี้ ต้องให้เขาทดสอบอะไรบางอย่างก่อน ถ้าผ่าน เขาจะบอกทุกอย่างที่เธออยากรู้ แต่ถ้าไม่ผ่าน เธอต้องเก็บของกลับกรุงเทพฯ สรนุชรับคำท้าอย่างไม่ลังเล ใจเด็ดแอบยิ้มเจ้าเล่ห์ แผนกลั่นแกล้งหญิงสาวผุดขึ้นมาในหัวของเขาเต็มไปหมด

ooooooo

เมื่อคืนเกริกไกรฝันร้ายว่าอรอนงค์มาบอกเขาว่าจะกลับกรุงเทพฯแล้วจะไม่กลับมาอีก เช้าขึ้นมาเขารีบมาอ้อนวอนใจเด็ด ขอตามไปเป็นลูกมืออรอนงค์ถ้าไม่ให้ไปเขาต้องอกหักตายแน่ๆ ใจเด็ดเห็นครั้งที่แล้วเกริกไกรก็เป็นแบบนี้ หลงรักครูคนหนึ่งที่มาทัศนศึกษาที่นี่ คราวนั้นฟูมฟายจะเป็นจะตาย พอผ่านไปแค่ครึ่งวันก็เห็นกลับมาเป็นไอ้หมอคนเดิม

“แต่กับคุณอรมันไม่ใช่...ฉันชอบคุณอรจริงๆนะเว้ย...แกจะไม่ช่วยฉันเลยหรือวะ”

ใจเด็ดตอบสั้นๆได้ใจความชัดเจนว่าไม่ แล้วเดินจากไป เกริกไกรมองตามเพื่อนรักเคืองๆบ่นพึมพำถ้าใจเด็ดไม่ช่วย เขาจะหาทางด้วยตัวเอง แล้วนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มกริ่ม...

ไม่นานหลังจากนั้น ระหว่างที่ใจเด็ดกำลังจะสั่งงานให้เจ้าหน้าที่ทุกคนทำ เกริกไกรชิงขอเป็นคนสั่งงานเองแล้วบอกทุกคนว่าเพื่อเป็นการกระชับสัมพันธ์ที่ดีระหว่างทีมถ่ายทำสารคดีกับเจ้าหน้าที่ที่นี่ เขาจึงจัดให้มีการจับสลากหาบัดดี้ แล้วอาศัยลูกมั่วจับคู่ตัวเองกับอรอนงค์ จับคู่สุบินกับเจนจิรา และสุดท้ายจับคู่ใจเด็ดกับสรนุช ใจเด็ดเห็นเป็นโอกาสจะได้แกล้งสรนุชได้เต็มที่ จึงไม่ขัดคอเพื่อนรัก

แต่สรนุชกลับคิดว่านี่เป็นแผนของใจเด็ด ชวนเพื่อนซี้ทั้งคู่มาแถวมุมลับตาคน แล้วเล่าเรื่องที่เจอใจเด็ดระหว่างที่จะไปหาข้อมูลที่สำนักงานเมื่อคืนให้ฟัง สุบินงง การจับคู่ไปเกี่ยวกับอะไรด้วย สรนุชยืนยันว่าเกี่ยว เมื่อคืนนี้ใจเด็ดบอกเธอว่า ถ้าเธอผ่านการทดสอบของเขา เขาจะบอกเหตุผลว่าทำไมถึงรักควาย อรอนงค์ไม่เห็นมีอะไรเกี่ยวข้องกับตัวเองสักนิด ทำไมถึงต้องให้เธอจับคู่ด้วย แล้วขอแลกคู่กับสุบิน เนื่องจากไม่ค่อยไว้ใจเกริกไกร

“จะแลกทำไม...เธอน่ะคู่กับหมอควายนั่นน่ะดีแล้ว ดูก็รู้ว่านายหมอควายน่ะแอบชอบเธออยู่ ถ้าฉันไม่ผ่านการทดสอบก็ยังมีเธอ” สรนุชพูดจบ ตบบ่าเหมือนจะฝากความหวังไว้กับอรอนงค์...

ใจเด็ดได้ที กลั่นแกล้งสรนุชสารพัด สั่งให้ตัดหญ้าให้ควายกินโดยมีเพียงกรรไกรตัดหญ้าทั้งๆที่มีเครื่องตัดหญ้า จากนั้นก็ใช้ให้ล้างคอกควาย สรนุชล้างจนเกือบจะเสร็จ  ใจเด็ดแกล้งปล่อยควายเข้าคอก  พอสรนุชโวยวายจะเอาเรื่อง เขาตอบกลับว่า ถ้าทนไม่ได้ก็ให้เธอเก็บกระเป๋ากลับกรุงเทพฯ สรนุชไม่มีทางกลับด้วยเรื่องแค่นี้แน่

“ถ้าอย่างนั้น คุณก็พร้อมจะทำงานต่อไปแล้วใช่มั้ย” ใจเด็ดจ้องหน้าสรนุชซึ่งจ้องตอบมาเช่นกัน

ooooooo

ในระหว่างที่สรนุชถูกใจเด็ดใช้ทำงานจนโงหัวแทบไม่ขึ้น เกริกไกรชวนอรอนงค์ซ้อนมอเตอร์ไซค์เข้าตัวเมืองไปผสมเทียมให้ควายที่บ้านนายสม ขณะที่เกริกไกรกำลังขี่รถผ่านตลาด ช่อผกาเหลือบเห็นพอดี ชี้ชวนให้ผู้พันชาญณรงค์ซึ่งมาทวงหนี้ตาแม้นดู

“พ่อดูนั่น หมอมาทำอะไรแถวนี้กับพวกกรุงเทพฯนั่น”

“กรุงเทพฯ?...ผู้หญิงคนนั้นน่ะหรือ”

“อ้าวนี่พ่อไม่รู้หรือว่ามีรายการสารคดีมาถ่ายทำที่สถานีของพี่ใจเด็ดน่ะ...แล้วพวกนั้นมาทำอะไรแถวนี้”

“จะมีอะไร...มันก็มาแพร่เชื้อความหายนะให้พ่อน่ะสิ แกรออยู่นี่อย่าไปไหนนะ” ผู้พันชาญณรงค์สั่งจบเดินออกไป ช่อผการอจนพ่อลับสายตา รีบหนีไปหาใจเด็ดทันที...

ครู่ต่อมา เกริกไกรกับอรอนงค์มาถึงบ้านนายสม หมอหนุ่มคว้ากระเป๋าเก็บความเย็นกับอุปกรณ์เดินตามนายสมไปที่คอกควายโดยมีอรอนงค์ตามมาอีกทอดหนึ่ง เกริกไกรหยิบหลอดใส่น้ำเชื้อแช่แข็งออกจากกระเป๋าแล้วแช่ลงในน้ำ อรอนงค์อดถามไม่ได้ว่านั่นอะไร

“น้ำเชื้อควายน่ะครับ...เราแช่แข็งเก็บไว้ ถ้าเราจะเอามาใช้ต้องทำให้มันละลายก่อน”

ทันใดนั้น มีเสียงผู้พันชาญณรงค์ดังขึ้น “ยุ่งยาก ...ไหนจะต้องเก็บน้ำเชื้อ ไหนจะต้องเอามาผสม เสียเวลา นี่ไอ้สม...แกทำอย่างนี้มันไม่ทันกินหรอกนะ”

เกริกไกรหันไปแดกดันทันที “ไม่ทันกินหรือไม่ทันดอกเบี้ยครับผู้พัน”

ผู้พันชาญณรงค์เกลียดนักคนรู้ทัน เกริกไกรเองก็เกลียดนักคนที่ทำนาบนหลังคนอื่น ทั้งสองคนโต้เถียงกันไปมา เกริกไกรโพล่งขึ้นอย่างเหลืออดว่า ต่อไปนี้นายสมจะไม่มีวันกลับไปเช่ารถไถจากผู้พันชาญณรงค์อีกแล้ว เขาจะหันกลับมาใช้ควายไถนาเหมือนเดิม

“โธ่เว้ย...ไอ้พวกโง่...เลี้ยงควายมากเลยโง่เหมือนพวกมันใช่มั้ย...ฮึ...พวกแกจำไว้นะ ฉันจะทำให้ควายพวกนี้หมดไปจากแผ่นดินนี้ให้ได้” ผู้พันชาญณรงค์ชี้หน้า

เกริกไกรอย่างแค้นจัด ก่อนจะกลับออกไป เกริกไกรไม่สนใจ คำขู่ หันไปทำงานของตัวเองต่อจนเสร็จ จากนั้น เก็บข้าวของกลับมาที่มอเตอร์ไซค์ อรอนงค์อดสงสัยไม่ได้ ที่ผู้พัน ชาญณรงค์ว่าจะทำให้ควายสูญพันธุ์หมายความว่าอย่างไร

“จะหมายความว่าอย่างไรก็ช่างผู้พันเถอะครับ เวลาที่แกโกรธก็จะบอกแบบนี้ทุกที แล้วอีกอย่างผมก็ไม่กลัวว่ามันจะสูญพันธุ์ด้วย ควายรุ่นใหม่ที่ได้รับน้ำเชื้อเข้าไปจะมีความแข็งแรงขึ้น ทนความร้อนได้นานขึ้นแล้วเมื่อทนความร้อนได้นานขึ้นก็เท่ากับทำงานได้มากขึ้น รับรองว่าต่อไปรถไถไม่ได้กินควายพวกนี้แน่นอน”

“โห...แย่แล้วยัยนุชเอ๊ย” อรอนงค์หลุดปาก

เกริกไกรได้ยินไม่ถนัด ถามว่าเมื่อครู่พูดอะไร อรอนงค์รีบถามกลบเกลื่อนว่าเกริกไกรไปได้น้ำเชื้อพิเศษนี่มาจากไหน เกริกไกรกวาดตามองรอบๆเห็นปลอดคน ถ้าอรอนงค์อยากรู้จริงๆให้เอียงหูมา ด้วยความรีบร้อนอรอนงค์ยื่นแก้มไปชนปากเกริกไกรแทน หมอหนุ่มถึงกับยืนตัวแข็ง

“ผม...ผมได้...หอมแก้มคุณอร” สิ้นเสียง เกริกไกรเป็นลมล้มตึง อรอนงค์ชวดรู้ความลับไปโดยปริยาย

ooooooo

ขณะเดียวกัน เจนจิราพาสุบินคู่บัดดี้ของเธอมาที่คอกอนุบาลควายเพื่อช่วยกันติดหมายเลขทำประวัติลูกควาย สุบินยังมึนหัวจากดื่มหนักเมื่อคืนพยายามลงไปในคอกจะช่วยจับ กลับถูกลูกควายชนหงายหลังลงไปนอนนับดาว ขณะที่เจนจิรากับพวกช่วยกันจับลูกควายตัวนั้นตอกเลขหมายสำเร็จ สุบินนอนมองอย่างทึ่ง หลังจากนั้นเจนจิรารีบเข้ามาช่วยพยุงสุบินลุกขึ้น แล้วดัดหลังให้คลายขัดยอก สุบินอายมากที่ลงไปคลุกฝุ่นแบบนั้น

“ไม่ต้องอายหรอกค่ะ ครั้งแรกก็เป็นอย่างนี้ทุกคนแหละค่ะ แต่จะว่าไปก็คงเป็นเพราะลูกควายแข็งแรงขึ้นด้วย ลูกควายพวกนี้เกิดจากน้ำเชื้อสายพันธุ์พิเศษที่หัวหน้ากับหมอเกริกไกรไปเจอโดยบังเอิญ”

สุบินอดถามไม่ได้ว่าสายพันธุ์พิเศษอย่างไร เจนจิราได้แต่ยิ้มไม่ตอบอะไร...

ระหว่างที่สุบินกับอรอนงค์ได้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับควายพันธุ์พิเศษ สรนุชยังคงถูกใจเด็ดทดสอบความอดทนด้วยการสั่งให้ลงไปล้างปลักควายเทียมที่ทั้งเหม็นทั้งสกปรก สรนุชโวยลั่น ปลักควายใหญ่โตขนาดนี้แต่ใจเด็ดกลับให้เธอตักน้ำเน่าๆเหล่านี้ออกด้วยถังใบเล็กๆ เธอแทบจะร้องกรี๊ดๆให้ทุ่งแตก แต่ทำไม่ได้ ได้แต่ก้มหน้า ก้มตาทำงาน ไม่สนใจมองใจเด็ดที่เดินยิ้มเยาะออกไป

สรนุชตักน้ำเน่าออกจากปลักควายยังไม่ทันครึ่งบ่อ ตอนที่ได้ยินเสียงช่อผกาเรียกหาใจเด็ด หญิงสาวไม่สนใจก้มหน้าก้มตาทำงาน ช่อผกาไม่เห็นใจเด็ดอยู่แถวนั้นจึงตะโกนถามสรนุชว่าเห็นพี่ใจเด็ดของเธอหรือเปล่า สรนุชไม่เห็น ช่อผกาขยับจะเดินไปตามหาใจเด็ดอีกทางหนึ่ง

แต่แล้วสรนุชคิดแผนเจ้าเล่ห์ขึ้นมาได้ พูดจาหลอกล่อจนช่อผกาเชื่อว่า ถ้าเธอเป็นคนลงไปทำความสะอาดปลักควายเทียมด้วยตัวเอง ใจเด็ดจะต้องเป็นปลื้มมากที่เธอรักควาย อยากดูแลเอาใจใส่ควายเหมือนที่เขาทำ ช่อผกาไม่รอช้าโดดลงไปในปลักควายเทียมทันที ส่วนสรนุชปีนขึ้นจากปลักสีหน้ายิ้มกริ่ม

ผ่านไปไม่นาน ใจเด็ดเดินกลับมาดูสรนุชที่ปลักควายเทียม ต้องตกใจที่เห็นช่อผกาอยู่ที่นั่น สภาพเนื้อตัวมอมแมมไปด้วยโคลน ช่อผกาเงยหน้าขึ้นมาเห็นใจเด็ด ยิ่งวิดน้ำเพื่อเรียกคะแนน

“พี่ใจเด็ด...เอ่อ...ผกาเห็นควายอยู่ในน้ำสกปรกแล้วทนไม่ได้นะค่ะ”

“ใครให้ผกาทำ...คุณสรนุชหรือ”

“อุ๊ย...เปล่านะคะ ผกาทำของผกาเอง ไม่ต้องห่วงค่ะ ผกาทำไปเพราะความรักควายจริงๆค่ะ” ช่อผกาว่าแล้ววิดน้ำออกจากปลักด้วยท่าทางแข็งขัน ใจเด็ดนึกไม่ถึง สรนุชจะแสบได้ขนาดนี้...

ฝ่ายสรนุชกลับเรือนรับรองรีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วขอให้อรอนงค์ช่วยทายาแก้ผิวหนังไหม้จากการตากแดดตัดหญ้าให้ควายกิน ส่วนสุบินบ่นอุบ ลูกควายอะไรแรงมากขนาดนั้น พุ่งชนแต่ละทีราวกับโดนสิบล้อชน

“เว่อร์แล้ว ลูกควายอะไรจะแรงเยอะขนาดนั้น นี่ถ้าโดนแม่มันไม่กระเด็นไปถึงอิตาลีหรือไง” อรอนงค์แขวะ

“จริงๆนะอร...เห็นคุณเจนจิราบอกว่าไอ้ลูกควายพวกนี้มันได้รับน้ำเชื้อพิเศษอะไรเนี่ยแหละ”

อรอนงค์ก็ได้ยินเกริกไกรพูดถึงเรื่องนี้เหมือนกัน สรนุชถึงกับหูผึ่ง ซักเป็นการใหญ่ว่าทั้งคู่รู้อะไรมาอีก

“เห็นบอกว่าไอ้น้ำเชื้อนี่มันจะทำให้ควายแข็งแรงขึ้น อดทนขึ้น พวกนี้คงกำลังพัฒนาสายพันธุ์ควายเพื่อสู้กับรถไถของเธอแน่นอนว่ะนุช” คำพูดของสุบินทำเอาสรนุชมึนตึบ เรื่องใจเด็ดทำไมถึงรักควายยังไม่ทันกระจ่างกลับมีปัญหานี้ขึ้นมาให้ต้องขบคิดกันอีก...

ค่ำวันเดียวกัน หลังจากใจเด็ดตรวจดูหลอดน้ำเชื้อที่เก็บไว้ในห้องทดลอง หันมาถามเกริกไกรว่าไม่ได้หลุดปากบอกเรื่องน้ำเชื้อพวกนี้ให้ทีมถ่ายสารคดีรู้ใช่ไหม เกริกไกรบอกอรอนงค์ไปแล้ว ใจเด็ดตกใจร้องเสียงหลง

“ล้อเล่นน่า...ฉันรู้น่าว่าอะไรควรพูดไม่ควรพูด แต่จะว่าไปทำไมแกไม่บอกให้เขารู้ไปเลยวะ ไม่แน่นะวงการควายอาจจะตื่นตัว รับรองว่าชาวนาทั่วประเทศจะต้องแห่มา ขอน้ำเชื้อจากเรา แล้วความฝันที่แกอยากให้ชาวนาใช้ควายแทนรถไถก็จะเป็นจริงเสียทีไง”

ใจเด็ดไม่คิดว่าจะง่ายอย่างนั้น ถ้าเรื่องนี้แพร่ออกไป บริษัทรถไถคงต้องหาทางจำกัดแหล่งน้ำเชื้อพิเศษแน่ๆ เขาถึงไม่อยากเสี่ยง เกริกไกรคิดไปคิดมาแล้วเห็นด้วยกับใจเด็ด ดีไม่ดีพวกนั้นอาจจะบุกมาทำหมันให้ฟรีๆหรือหนักกว่านั้น อาจจะส่งคนมายิงทิ้งเลยก็ได้ ทันใดนั้น ภิรมย์วิ่งหน้าตั้งเข้ามารายงานว่า

ผู้พันชาญณรงค์พาผู้คนมาที่ลานอเนกประสงค์ของเรา ใจเด็ดถามผู้พันชาญณรงค์ว่ามาที่นี่ทำไม เสี่ยใหญ่จะมาเลี้ยงให้ทีมงานถ่ายทำสารคดี เกริกไกรชักเคือง เรื่องนี้ เกี่ยวอะไรกับเขาด้วย

“ทำไมจะไม่เกี่ยว ทีพวกหมอยังให้คุณๆมาถ่ายสารคดีไอ้ควายโง่พวกนี้ได้ แล้วทำไมผมจะให้พวกเขามาถ่ายรถไถของผมบ้างไม่ได้” ผู้พันชาญณรงค์จ้องหน้าใจเด็ดอย่างท้าทาย ใจเด็ดก็จ้องตอบกลับเช่นกัน

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

อุบัติร้ายอุบัติรัก EP.15 ธเรศ เข้าบริหารงานแทน ทิศผาติ ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย

อุบัติร้ายอุบัติรัก EP.15 ธเรศ เข้าบริหารงานแทน ทิศผาติ ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย
7 พ.ค. 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม 2564 เวลา 22:15 น.