ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

กระบือบาล

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ณ สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ จ.สุรินทร์ที่เน้นการวิจัยและเพาะพันธุ์ควายเป็นหลัก ขณะที่ใจเด็ด หัวหน้าสถานีฯหนุ่มผู้มุ่งมั่นและมีใจรักควายอย่างเข้าเส้นกับภิรมย์และเจนจิราผู้ช่วยของเขากำลังช่วยกันทำประวัติควายฝูงใหม่ที่เพ่ิงมาถึง โดยแยกตัวที่กำลังเป็นสัดหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ขึ้นเปรี้ยว” ออกจากฝูงแล้วส่งไปให้เกริกไกร สัตวแพทย์ประจำสถานีฯเตรียมผสมเทียม มีเสียงประกาศทางเครื่องขยายเสียงเรียกให้ใจเด็ดไปรับโทรศัพท์

“พี่ฝากด้วยนะเจน” หัวหน้าสถานีฯหนุ่มสั่งสีหน้าดีใจ แล้วจ้ำพรวดๆไปยังสำนักงานของสถานีฯ

เจนจิรามองตามใจเด็ด ภาวนาขอให้โทรศัพท์สายนี้เป็นข่าวดีที่พวกเขาเฝ้ารอคอยกันมานาน...

เสียงภาวนาของเจนจิราคงไม่เป็นผล สายที่ใจเด็ดไปรับกลายเป็นข่าวร้ายเพราะทางส่วนกลางโทร.มาแจ้งว่างบประมาณที่จะมาลงที่นี่ต้องขอเลื่อนออกไปอีก เพราะต้องเอาเงินไปฟื้นฟูจังหวัดที่โดนน้ำท่วมก่อน

“แล้วเราล่ะพี่...เราก็ต้องใช้เหมือนกัน ควายคอกตาก่ำเมื่อเช้าก็กี่ตัวแล้ว” เจนจิราโอดครวญ

“แต่ตอนนี้จังหวัดอื่นที่โดนน้ำท่วมเขาแย่กว่าเรานะเจน...เราเป็นคนไทยเหมือนกันอะไรช่วยได้ก็ต้องช่วย” ใจเด็ดไม่วายแก้ตัวแทนส่วนกลางทั้งๆที่ในใจก็คิดเหมือน
กับเจนจิรา

“ฉันเข้าใจนะเพื่อน...แต่แกช่วยเขาแล้ว...แล้วใครจะมาช่วยแกวะ” เกริกไกรทักท้วง ใจเด็ดนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ ฝากเกริกไกรช่วยดูแลทางนี้ด้วย เขามีธุระต้องเข้ากรุงเทพฯ แล้วคว้าเสื้อกับหมวกเดินออกไปจะขึ้นรถกระบะคันเก่าที่จอดอยู่ เกริกไกรรีบวิ่งตามมาคว้าประตูรถไว้ก่อนใจเด็ดจะทันปิด

“แกจะไปขอยืมเงินพ่อแกอีกใช่มั้ย” เกริกไกรดักคออย่างรู้ทัน ใจเด็ดไม่ตอบดึงประตูรถจะปิด เกริกไกรยื้อไว้ขอร้องให้ใจเด็ดเลิกแบกทุกอย่างไว้บนบ่าตัวเองคนเดียวได้แล้ว ควรจะบอกให้ทุกคนรู้ว่ากำลังเผชิญสถานการณ์อะไรอยู่ และไม่ใช่มีแต่ใจเด็ดคนเดียวเท่านั้นที่รักควาย พวกเราที่นี่ต่างก็รักมันเหมือนกัน จังหวะนั้น ภิรมย์วิ่งหน้าตื่นเข้ามาหาเกริกไกร ขอร้องให้ไปช่วยสายัณห์ด้วย นักศึกษาปริญญาโทที่มาทำงานวิจัยกำลังจะฆ่ามัน...

ครู่ต่อมา ใจเด็ด เกริกไกร และภิรมย์วิ่งมาถึงทุ่งนา เห็นนักศึกษาคนนั้นกำลังเตะควายชื่อสายัณห์ที่นอนหายใจถี่ๆอยู่กับพื้น ใจเด็ดไม่พอใจตะโกนถามลั่นว่ากำลังทำอะไร นักศึกษาหันมองตามเสียงเห็นใจเด็ดหน้าตาเอาเรื่องรีบเปลี่ยนท่าที อ้างไม่รู้ว่าสายัณห์เป็นอะไรอยู่ๆก็ล้มลงไปนอน เกริกไกรรีบวิ่งเข้าตรวจอาการสายัณห์

“สายัณห์กำลังจะเป็นลม...ภิรมย์หาน้ำมาราดตัวมันให้หน่อย”

ใจเด็ดโกรธจัดต่อว่านักศึกษาที่ใช้สายัณห์ไถนาตั้งแต่เช้ายันเที่ยงโดยที่ไม่ได้ให้มันได้แช่ตัวในปลักโคลนควายทนความร้อนนานๆแบบนั้นไม่ได้ ถึงได้จะเป็นลม นักศึกษาสวนทันที

“ก็ผมกำลังทำวิจัยหัวข้อเรื่องความอดทนของควาย ถ้าผมไม่ใช้มันแล้วจะรู้ได้ยังไง”

หัวหน้าสถานีฯหนุ่มหมดความอดทน สั่งให้นักศึกษาเก็บข้าวของตัวเองที่ตกอยู่ที่พื้นแล้วไปจากที่นี่ ที่เขาให้นักศึกษามาทำวิจัยเรื่องควายเพราะดีใจที่มีคนสนใจ แต่กลับมาทำร้ายควายแบบนี้เขารับไม่ได้ นักศึกษาไม่พอใจที่ใจเด็ดไล่ตนเองเพียงเพราะควายเป็นลม ต่อว่าฉอดๆ แล้วคว้าข้าวของเดินจากไปอย่างหัวเสีย

ใจเด็ดเข้าไปช่วยเกริกไกรปฐมพยาบาลสายัณห์ด้วยความเป็นห่วง เหลือบเห็นมันนอนทับสมุดบันทึกเล่มหนึ่งอยู่ เขาดึงสมุดขึ้นมาเปิดดู เห็นข้อมูลเกี่ยวกับตัวเขาและเจ้าหน้าที่ที่นี่ทุกคน ซ้ำยังมีเบอร์ติดต่อที่บ่งบอกว่านักศึกษาคนนั้นเป็นคนของบริษัท สยามบาคาตี้ ใจเด็ดขบกรามแน่นด้วยความแค้นใจ

ooooooo

ขณะเดียวกัน ที่โรงงานผลิตรถไถของบริษัท สยามบาคาตี้ชานกรุง สรนุช วิศวกรสาวของโรงงานกำลังหน้าดำคร่ำเครียดทดสอบความทนทานของรถไถตอนที่ ณวัต ลูกชายเจ้าของบริษัทและแฟนหนุ่มของเธอ หอบดอกไม้ช่อใหญ่เข้ามาหา พร้อมกับขอให้เธอไปพบสมพล พ่อของเขาที่ห้องทำงานของท่านซึ่งอยู่ที่ตึกใหญ่ด้านหน้าโรงงาน โดยไม่ยอมบอกว่าไปพบเรื่องอะไร บอกแค่มีเรื่องจะเซอร์ไพรส์ แล้วขอตัวไปรอที่นั่นก่อน

สรนุชคิดไปใหญ่โต ยิ่งได้แรงยุจากอรอนงค์ พนักงานบัญชีประจำบริษัทและเป็นเพื่อนรักของเธอว่าเรื่องเซอร์ไพรส์นั่นอาจจะเป็นเรื่องที่ณวัตกำลังจะขอสรนุชแต่งงานก็ได้ วิศวกรสาวยิ่งใจเต้นตึกตักด้วยความตื่นเต้นถึงขนาดยืนซ้อมระหว่างรอลิฟต์จะต้องตอบอย่างไรดีถ้าณวัตขอแต่งงาน โดยไม่ทันเห็นลิฟต์มาหยุดตรงหน้าเมื่อไหร่ไม่รู้ ผู้คนในลิฟต์พากันมองเธอเป็นตาเดียวกัน สรนุชทำไม่รู้ไม่ชี้เดินเข้าลิฟต์ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น...

ความฝันของสรนุชต้องกลายเป็นหมัน  เมื่อเรื่องเซอร์ไพรส์ที่ว่ากลายเป็นการเลื่อนตำแหน่งให้เธอจากวิศวกรโรงงานเป็นผู้บริหารฝ่ายขาย พิภพหนึ่งในผู้บริหารไม่เห็นด้วย เพราะสรนุชไม่มีประสบการณ์ด้านการขายแม้จะรู้จักรถไถดีแค่ไหนก็ตาม ณวัตไม่พอใจมากโต้เถียงกับพิภพอย่างไม่มีใครยอมใคร สรนุชโพล่งขึ้นทันที

“ไม่ต้องทะเลาะกันหรอกค่ะ...นุชต้องขอบคุณท่านมากที่ให้ความไว้วางใจ แต่นุชคิดว่านุชคงไม่เหมาะกับตำแหน่งนี้ ขอบคุณค่ะ” สรนุชยกมือไหว้สมพล แล้วออกจากห้อง ณวัตวิ่งตามมาขอร้องให้ฟังเขาอธิบายก่อน เขารู้ว่าสรนุชคงยังไม่ทันตั้งตัวเลยยังไม่รู้จะทำตัวอย่างไร แต่ขอให้กลับไปคิดดูอีกครั้งหนึ่งก่อนจะปฏิเสธ ความจริงแล้วเรื่องเลื่อนตำแหน่งคราวนี้เขาเป็นคนบอกพ่อเอง สรนุชมองชายหนุ่มแปลกใจ

“ต่อไปถ้าเราได้แต่งงานกัน วัตไม่อยากให้คนอื่นมองว่านุชเป็นแค่วิศวกรโรงงาน วัตไม่อยากให้คนอื่นมองนุชอย่างนั้น” ณวัตว่าแล้วจับมือสรนุชขึ้นมากุมไว้ถามว่าหายโกรธเขาหรือยัง สรนุชไม่ได้โกรธอะไรเขาสักหน่อย ณวัตไม่เชื่อ ถ้าไม่โกรธแล้วทำไมไม่เห็นยิ้มเลย สรนุชถึงได้ยิ้มออก

“ต้องอย่างนี้สิครับ...แล้วเดี๋ยวเย็นนี้วัตไปรับนะครับ” ณวัตยิ้มตอบอย่างอบอุ่นก่อนจะผละจากไป สรนุชมองตาเคลิ้ม แล้วนึกขึ้นมาได้ ลืมถามเขาว่าจะรับเธอไปไหน

ooooooo

ใจเด็ดไม่ยอมปล่อยให้สายลับที่บริษัท สยาม-คาบาตี้ส่งเข้ามาสืบเรื่องของพวกตนลอยนวลไปได้ง่ายๆ หลังจากรวมพลเหล่ากระบือบาลและพวกชาวบ้านได้จำนวนหนึ่งแล้ว พากันมายืนส่งเสียงประท้วงหน้าบริษัท สยามคาบาตี้ สาขาย่อย จ.สุรินทร์ โชคชัย นายก อบต.แวะมาคุยกับ ผจก.ที่นั่นพอดี ได้ยินเสียงเอะอะออกมาถามว่าเกิดอะไรขึ้น ใจเด็ดลงจากท้ายรถกระบะเข้าไปบอกโชคชัยว่า

“พวกเรามาทวงความยุติธรรมให้ควายของเรา บาคาตี้ส่งคนเข้ามาสืบข้อมูลแล้วยังทำร้ายควายของเรา”

ทีแรก ผจก.ปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่เป็นความจริง แต่พอใจเด็ดกับพวกจับตัวพนักงานที่ปลอมเป็นนักศึกษาเข้าไปสืบข้อมูลได้ ผจก.เถียงไม่ออก ใจเด็ดไม่ได้ต้องการอะไรมากมาย ขอแค่ให้พนักงานคนนั้นกับ ผจก.กราบขอโทษสายัณห์ก็พอ ผจก.ไม่ยอม หันไปส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากโชคชัย แต่กลับถูกเขาเกลี้ยกล่อม

“ผมว่าทำตามที่พวกเขาต้องการเถอะ ผจก.”

ผจก.ยอมเข้าไปคุกเข่าตรงหน้าสายัณห์พร้อมกับพนักงานคนนั้น แล้วทั้งคู่ก้มกราบ เหล่ากระบือบาลพากันส่งเสียงโห่ร้องด้วยความสะใจ ยกเว้นใจเด็ดที่มองภาพตรงหน้าสีหน้าเคร่งเครียด รู้ดีว่าเรื่องคงไม่จบง่ายๆ...

จากนั้น เหล่ากระบือบาลต่างกลับมาฉลองชัยชนะกันที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ ด้วยการร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนาน ยกเว้นใจเด็ดที่ไม่ได้ดีใจกับชัยชนะครั้งนี้ ระหว่างนั้น โชคชัยเข้ามาขอคุยธุระส่วนตัวกับใจเด็ด ทันทีที่อยู่กันตามลำพัง ใจเด็ดออกตัวว่าพวกตนไม่ได้เป็นฝ่ายหาเรื่องก่อน โชคชัยไม่ได้มาเพื่อเอาผิดเรื่องนั้น

“ถ้าเช่นนั้นนายกฯก็คงมาบอกให้ผมเลิกเลี้ยงควายแล้วหันไปใช้รถไถเหมือนทุกครั้ง พวกนั้นให้เงินเท่าไหร่”

“ใจเด็ด...นายอย่าดูถูกฉันเกินไป ฉันไม่เคยรับเงินของพวกคาบาตี้”

ใจเด็ดอดสงสัยไม่ได้ถ้าโชคชัยไม่เคยรับเงิน แล้วทำไมถึงพยายามให้เขากับชาวบ้านหันไปใช้รถไถแทนควาย โชคชัยแค่ต้องการให้ชาวนาได้ผลผลิตมากขึ้น ก็เห็นๆกันอยู่ว่าทุกวันนี้โลกเปลี่ยนไปถึงไหนแล้ว

“แล้วทำไมเราต้องเปลี่ยนตามโลก ในเมื่อมันเปลี่ยนไปสู่สิ่งที่เลวร้ายกว่า...นายกฯกลับไปเถอะ ยังไงผมก็ไม่ยอมให้ชาวบ้านหันไปใช้รถไถพวกนั้นเด็ดขาด...เพื่อนควายของผมต้องไม่ตกงาน” น้ำเสียงเด็ดเดี่ยวของใจเด็ดทำให้โชคชัยถึงกับถอนใจเหนื่อยใจ...

หลังจากโชคชัยกลับไปแล้ว ใจเด็ดเตรียมเดินทางเข้ากรุงเทพฯอย่างที่ตั้งใจไว้ ก่อนจะไป เขาเตือนเกริกไกรเพื่อนรักอย่าเพิ่งหลงระเริงกับชัยชนะในวันนี้ ต่อไปพวกสยามคาบาตี้ต้องใช้วิธีสกปรกกว่าเดิมมาเล่นงานพวกเราแน่ๆ ยิ่งใกล้ฤดูไถหว่านเข้ามา พวกเรายิ่งต้องระวังตัวมากขึ้น

“ไม่ว่าพวกมันจะใช้วิธีไหน แต่พวกเราก็พร้อมที่จะสู้กับแก แกไปกรุงเทพฯอย่างสบายใจได้ ฉันจะดูแลที่นี่ยิ่งกว่าชีวิตของฉัน” เกริกไกรว่าแล้วยื่นมือออกมา สองหนุ่มจับมือกันเหมือนเป็นสัญญาของลูกผู้ชาย

ooooooo

กว่ารถกระบะคันเก่าบุโรทั่งของใจเด็ดจะมาถึงบ้านใจจอมพ่อของเขาที่กรุงเทพฯ ท้องฟ้าก็มืดสนิทแล้ว ใจเด็ดต้องแปลกใจที่วันคล้ายวันเกิดครบ 60 ปีของพ่อปีนี้ มีงานเลี้ยงฉลองอย่างเอิกเกริก รปภ.หน้าใหม่ซึ่งเพิ่งมาทำงานที่นี่เห็นสภาพซอมซ่อของทั้งรถทั้งคนจึงไม่ยอมเปิดประตูรั้วให้เข้า ซ้ำยังหาว่าใจเด็ดเป็นพวกโจรที่ชอบแอบเข้ามาขโมยของในงานเลี้ยง แล้วเป่านกหวีดเรียกพรรคพวกให้มาช่วยกันจับตัวส่งตำรวจ
ใจเด็ดเห็นท่าไม่ดี กลับขึ้นรถรีบถอยออกไปแทบไม่ทัน เกือบจะชนรถหรูที่แล่นมาด้านหลัง พอเห็นว่าพ้นสายตา รปภ.แล้ว ชายหนุ่มรีบเบนรถจอดแถวซอยเปลี่ยวใกล้ๆมองไปยังตัวบ้านหรูเบื้องหน้า

“ทุกทีไม่จัด...มาจัดทำไมปีนี้กันครับพ่อ...เฮ้อ...เอาไงดีวะเรา” ใจเด็ดสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะเหลือบไปเห็นเชือกจูงควายท้ายกระบะ แล้วหันมองไปทางบ้านหรูอีกครั้งด้วยแววตามุ่งมั่น...

ขณะที่ใจเด็ดกำลังหาทางหลบเข้าบ้านพ่อตัวเอง สรนุชกำลังลองชุดสวยให้ณวัตช่วยดูอยู่ในห้างฯหรูกลางกรุงด้วยท่าทางเขินๆ หญิงสาวติว่าชุดนี้ดูลิเกไปหน่อย แต่ณวัตกลับเห็นตรงข้ามชมไม่หยุดปากว่าสวย คนถูกชมต้องหลบสายตาด้วยความเขิน จังหวะเดียวกันนั้น ณวัตเหลือบเห็นสาวหมวย สวย เอ็กซ์ เดินผ่านหน้าร้าน ด้วยนิสัยเจ้าชู้เป็นทุนเดิม เขารีบเปลี่ยนคำพูดเป็นเออออเห็นด้วยกับสรนุช แล้วคว้าชุดที่แขวนอยู่ใกล้มือยื่นให้

“นุชลองชุดนี้ดูนะครับ...ลองเปลี่ยนมาให้ผมดูใหม่” ณวัตว่าแล้วรีบดันตัวสรนุชไปทางห้องลองเสื้อ หญิงสาวรับชุดอย่างงงๆ ทันทีที่เธอพ้นสายตา ณวัตรีบพุ่งออกจากร้าน ตามสาวสวยคนนั้นจนทัน เห็นเธอมัวแต่ก้มหน้าก้มตากดมือถือไม่สนใจใคร เขาแกล้งเดินชน แล้วใช้ความเจ้าเล่ห์หลอกล่อจนได้เบอร์มือถือของเธอ...

ด้านสรนุชสวมชุดใหม่เสร็จเดินออกมาจะให้แฟนหนุ่มดู แต่ไม่เห็นแม้เงา สอบถามพนักงานในร้านได้ความว่าเดินออกไปข้างนอก สรนุชจะเดินตามแต่นึกขึ้นได้ว่ายังไม่จ่ายค่าชุด รีบหยิบเครดิตการ์ดมาจ่ายแล้วเดินตามหาณวัต เห็นกำลังยืนยิ้มให้มือถือในมือตัวเอง เธอเข้าไปสะกิดเรียก เขาถึงกับสะดุ้งโหยง มือถือแทบหลุดมือ

พอตั้งสติได้ ณวัตคิดหาทางชิ่งไปหาสาวสวยคนเมื่อครู่ จึงแต่งเรื่องว่าพ่อของเขาโทร.มาบอกว่าไม่สบายมาก เส้นเลือดในสมองแตก สรนุชตกใจ ขอยกเลิกงานเลี้ยงที่จะต้องไปกับณวัตคืนนี้

“ไม่ได้นะครับ...คือ...พ่อผมสั่งไว้ว่างานเลี้ยงคืนนี้สำคัญมาก ยังไงนุชต้องไปให้ได้”

สรนุชชักเอะใจ ทำไมคนเส้นเลือดในสมองแตกถึงพูดได้ ณวัตแก้ตัวเป็นพัลวันว่าพ่อของเขาเป็นคนอึด เธอเองก็รู้ดี แล้วเร่งให้สรนุชรีบไปงานเลี้ยง ส่วนเขาจะไปดูแลพ่อเอง หญิงสาวยังไม่ทันอ้าปากจะค้าน ณวัตตีหน้าเศร้า เล่นสมบทบาทจนสรนุชเชื่อสนิทใจ ยอมไปงานเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิดของใจจอมเพียงลำพัง

ooooooo

ในที่สุด ใจเด็ดหาทางลัดเลาะปีนข้ามกำแพงบ้านเข้าไปถึงห้องทำงานของพ่อจนสำเร็จโดยไม่ล่วงรู้เลยว่าสัญญาณกันขโมยที่ติดตั้งภายในห้องเริ่มทำงาน ใจเด็ดเดินมาถึงโต๊ะทำงานพ่อถึงกับใจแป้วเมื่อเห็นรูปถ่ายของทุกคนวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะยกเว้นรูปของเขา ชายหนุ่มสลัดเรื่องส่วนตัวทิ้ง แล้วหันมาจัดการธุระสำคัญคือค้นหาโฉนดที่ดินของเขา พบอยู่ในลิ้นชักโต๊ะทำงานพร้อมกับรูปถ่ายของเขาที่ถูกยัดไว้ในลิ้นชักส่วนที่ลึกที่สุด

ทันใดนั้น เสียงสัญญาณกันขโมยแผดเสียงลั่น รปภ.ประจำบ้านกรูกันออกจากศูนย์รักษาความปลอดภัย สรนุชกำลังเปิดกระโปรงท้ายรถหยิบกระเช้าของขวัญถูก รปภ.ที่วิ่งกันวุ่นวายชนจนเซ รปภ.รีบขอโทษเป็นการใหญ่ หญิงสาวได้ที สอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“มีผู้บุกรุกห้องคุณใจจอมน่ะครับ” รปภ.พูดจบ วิ่งตาม รปภ.คนอื่นๆไปทางตัวบ้าน สรนุชมองตามอย่างสนใจ ก่อนจะเดินตรงไปยังสระว่ายน้ำซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดงานเลี้ยง โดยลืมเปิดฝากระโปรงท้ายรถทิ้งไว้...

ที่บริเวณสระว่ายน้ำ แขกเหรื่อมองเหล่า รปภ.ที่วิ่งวุ่นอย่างสงสัย ใจเพชรพี่ชายของใจเด็ด ปราดเข้ามารายงานใจจอมกับหทัย พ่อและแม่ของเขาว่า มีคนบุกรุกเข้าไปในห้องทำงานของพ่อ ตอนนี้ รปภ.กำลังตามจับกันอยู่ ใจจอมรีบวางแก้วเครื่องดื่มแล้วเดินนำลูกชายคนโตไปยังตัวบ้าน...

ทางด้านใจเด็ด ยังไม่ทันจะหนีพ้นตัวบ้านต้องวิ่งกลับไปยังห้องทำงานของพ่ออีกครั้งเพราะเจอ รปภ.ขวางทางออก เขาปิดประตู ล็อกกลอนแล้วตรงไปที่หน้าต่าง ก่อนจะปีนหนี แต่ถูก รปภ.อีกกลุ่มหนึ่งดักอยู่ด้านล่าง ใจเด็ดตัดสินใจวิ่งหนีเข้าไปในงานเลี้ยง โดยมีกลุ่ม รปภ.ไล่ตามไปติดๆ ทันทีที่เขาวิ่งฝ่าพุ่มไม้เข้ามาถึงบริเวณจัดงาน เจอใจจอมและใจเพชรพอดี ต่างฝ่ายต่างชะงัก ใจเด็ดตั้งสติได้ หันกลับไปอีกทางหนึ่ง

อารามรีบร้อนไม่ทันดู ชายหนุ่มชนสรนุชโครมทั้งคนทั้งกระเช้าของขวัญตกสระว่ายน้ำ เสียงกรีดร้องของหญิงสาวทำให้คนทั้งงานหันมองเป็นตาเดียวกันรวมทั้งหทัยซึ่งจำลูกชายคนเล็กของตัวเองได้ทันที

ใจเด็ดมองหญิงสาวที่โผล่พรวดขึ้นจากน้ำ อยากจะลงไปช่วยแต่ทำไม่ได้เพราะทั้งพ่อทั้งพี่ชายแถม รปภ.หลายคนกำลังดาหน้ากันเข้ามา เขาได้แต่ตะโกนขอโทษหญิงสาวแล้ววิ่งหนีไปทางหน้าบ้าน จนมาถึงประตูรั้วจะหนีออกไปทางนั้นแต่มันปิดเสียก่อน ยืนหันรีหันขวางไม่รู้จะหลบไปทางไหน เห็นฝากระโปรงท้ายรถคันหนึ่งเปิดอยู่ ใจเด็ดรีบวิ่งเข้าไปซ่อนตัวแล้วดึงฝากระโปรงลงพอให้มีช่องแอบมองพวก รปภ.ที่วิ่งตาม...

อีกมุมหนึ่งของงานเลี้ยง หทัยส่งผ้าเช็ดตัวให้สรนุชพร้อมกับคำขอโทษ สรนุชอดแปลกใจไม่ได้ว่า ทำไมหทัยต้องขอโทษเธอด้วยในเมื่อเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของหทัยสักหน่อย

“ทำไมจะไม่ใช่ล่ะ ก็ผู้ชายคนนั้นเป็น...”

หทัยยังพูดไม่ทันจบประโยคว่าผู้ชายคนนั้นเป็นลูกชายของเธอ ใจจอมชิงห้ามเสียก่อน สรนุชยิ่งสงสัยมากขึ้น หรือว่าครอบครัวของใจจอมรู้จักผู้ชายคนนั้น ใจจอมอึกๆอักๆขึ้นมาทันที

“เอ่อ...ก็เป็นพวกโจรกระจอกน่ะ...ไม่มีอะไรหรอกครับ”

หทัยไม่พอใจที่สามีเรียกลูกตัวเองว่าเป็นโจรกระจอกอ้าปากจะต่อว่า แต่ใจเพชรชิงตัดบท ขอโทษสรนุชสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น แล้วฝากคำขอบคุณไปให้สมพลด้วยที่อุตส่าห์ส่งกระเช้าของขวัญมาให้ สรนุชจึงขอตัวกลับ ใจจอมมองตามแล้วกวาดตามองไปรอบๆงานเลี้ยงที่เละราวกับโดนระเบิดลงกลางงานอย่างแค้นใจ

“ไอ้ลูกเวร...แกต้องการให้ฉันตายในงานวันเกิดตัวเองหรือไง...เพชร...จับมันมาให้พ่อให้ได้ มันกับพ่อ

มีเรื่องต้องคุยกัน” ใจจอมเสียงกร้าว ขณะที่หทัยหน้าเครียดเป็นห่วงใจเด็ดเช่นเดียวกับใจเพชร...

ฝ่ายใจเด็ดรอจนทุกอย่างเงียบสงบ ค่อยๆแง้มฝากระโปรงรถขึ้นดู พอเห็นปลอดคนขยับจะลง แต่ต้องมุดกลับลงไปอย่างเดิมเพราะเห็นสรนุชในสภาพเปียกมะลอกมะแลกเดินตรงเข้ามา และต้องตกใจยิ่งขึ้นเมื่อรถคันที่เขาแอบอยู่เป็นของหญิงสาวที่เขาชนตกน้ำ สรนุชกดรีโมตเปิดประตูรถ เสียงสัญญาณกันขโมยในรถดังขึ้น ถึงได้รู้ว่ากระโปรงท้ายรถไม่ได้ปิด จึงเดินไปยกฝากระโปรงขึ้นเล็กน้อยก่อนจะกระแทกปิด ไม่ทันเห็นใจเด็ดซ่อนอยู่

ชายหนุ่มถอนใจโล่งอก แล้วนึกขึ้นได้ว่าตัวเองติดอยู่ท้ายรถที่ฝากระโปรงปิดสนิทถึงกับร้องลั่น สรนุชสตาร์ตรถ แล้วขับออกไปโดยไม่รู้ว่ามีใจเด็ดติดอยู่ท้ายรถ จนกระทั่งได้ยินเสียงทุบฝากระโปรงท้ายดังปังๆขึ้น เธอรีบเบนรถจอดข้างทาง แล้วกดที่เปิดฝากระโปรงท้าย ใจเด็ดกำลังอาละวาดอยู่ท้ายรถ ถึงกับชะงักที่เห็นฝากระโปรงเปิดรีบขยับจะลงเป็นจังหวะเดียวกับสรนุชมาที่ท้ายรถพอดี ต่างฝ่ายต่างตกตะลึง

“แก...ไอ้...ไอ้โจรบ้า...แกมาทำอะไรในรถฉัน” สรนุชร้องลั่น

ใจเด็ดพยายามจะอธิบาย แต่เธอไม่ฟัง ปิดฝากระโปรงกระแทกอย่างแรงโดนหัวใจเด็ดเต็มๆถึงกับเห็นดาวระยิบระยับก่อนสติจะดับวูบ พอฟื้นขึ้นมาอีกทีใจเด็ดถึงได้รู้ว่าสรนุชขับรถพาเขามายังโรงพัก ตำรวจช่วยกันล้อมจับใส่กุญแจมือ เขาพยายามอธิบายให้ตำรวจฟังว่าเป็นลูกของใจจอมไม่ใช่เป็นคนร้ายแต่ไม่มีใครเชื่อ

ooooooo

ที่บ้านร้างชานกรุงแห่งหนึ่งซึ่งใช้เป็นสถานที่ถ่ายละคร อรอนงค์รอจนเกือบเที่ยงคืน สุบิน ผู้กำกับละครเพื่อนรักของเธอ ถึงถ่ายละครฉากสุดท้ายเสร็จ แถมสรนุชที่นัดไว้ว่าจะโทร.มาหาก็ไม่เห็นโทร.มาสักที อรอนงค์นึกเป็นห่วงขึ้นมา เลยเป็นฝ่ายโทร.หาเอง แต่สรนุชไม่ยอมรับสาย สุบินได้ยินอรอนงค์บ่น แกล้งอำว่าที่สรนุชรับสายไม่ได้เพราะโดนไอ้พวกโรคจิตล้อมอยู่ อรอนงค์เถียงเสียงแข็ง ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงสรนุชยิ่งต้องรีบรับสาย

“เอ้า...ก็พวกนั้นมันแย่งมือถือยัยนุชไปไง”

อรอนงค์ชักเริ่มเชื่อรอสายสีหน้าเครียด ในที่สุดก็มีคนรับสาย แต่กลับเป็นเสียงผู้ชายพูด อรอนงค์บ้าจี้ตามสุบิน โวยใส่ผู้ชายคนนั้นหาว่าเป็นไอ้พวกคนร้าย แต่พอรู้ว่าเป็นสรยุทธพ่อของสรนุชรับสาย เธอถึงกับไปไม่เป็น

“แค่นี้นะ...ฉันกำลังอบรมลูกสาวฉันที่กลับบ้านดึกๆดื่นๆอยู่” สรยุทธตัดบท วางสายแล้วส่งมือถือคืนให้ สรนุชที่ทำท่าจะเดินขึ้นบ้าน จึงเอ็ดเสียงเขียวจะหนีไปไหน เขายังพูดกับเธอไม่เสร็จ

“พ่อคะ...หนูไม่ใช่ผู้ใต้บังคับบัญชาของพ่อนะคะ” สรนุชโต้ไม่ยอมแพ้

“พ่อก็ไม่ได้พูดในฐานะผู้บังคับบัญชา พ่อพูดในฐานะพ่อ”

“นี่แหละที่ทำให้หนูไม่อยากเป็นทหาร” สรนุชหน้างอขึ้นบ้าน สรยุทธได้แต่มองตามห่วงใย

ooooooo

ทันทีที่ตำรวจอนุญาตให้ใช้โทรศัพท์ ใจเด็ดโทร.ตามเกริกไกรให้มาหาที่กรุงเทพฯ แต่พูดยังไม่ทันจะรู้เรื่อง หมอเพื่อนซี้ดันวางสายไปเสียก่อน ใจเด็ดขัดใจ พาลโทษยัยตัวแสบที่เป็นต้นเหตุให้ตนต้องมานอนมุ้งสายบัว...

ใจเด็ดนั่งซึมอยู่ในห้องขังจนเกือบบ่าย จ่าเวรถึงได้เข้ามาแจ้งว่ามีคนมาประกันตัว แล้วไขประตูห้องขังเดินนำเขาออกมา เมื่อมาถึงโต๊ะจ่าเวร ใจเด็ดต้องแปลกใจที่พบว่าคนที่มาประกันตัวเขาไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นพ่อกับแม่ของเขานั่นเอง...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่ห้องอาหารของบริษัทสยามคาบาตี้ ระหว่างที่สรนุชกำลังเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ให้อรอนงค์ฟังอย่างออกรส สมพลเดินเข้ามาถามไถ่สรนุชถึงงานเลี้ยงเมื่อคืนว่าคุณใจจอมว่าอะไรบ้างหรือเปล่าที่เขาไม่ได้ไปร่วมงาน ทั้งสองคนคุยกันไปคุยกันมาจนความแตก สรนุชจับได้ว่าณวัตโกหกเรื่องสมพลเส้นเลือดในสมองแตก หนำซ้ำไม่ได้ไปหาเขาอย่างที่อ้างถึง ถึงกับเดือดจัด ตามไปเอาเรื่องณวัตถึงห้องทำงาน

สมพลตามไปไกล่เกลี่ยแต่ไร้ผล สรนุชไม่เชื่อคำแก้ตัวของณวัตอีกต่อไปแล้ว เดินสะบัดกลับห้องทำงานตัวเอง สมพลเขกหัวลูกชายหนึ่งที ก่อนจะต่อว่าที่ไม่รู้จักระงับความกลัดมันของตัวเองเสียบ้าง และถ้าเขาทำให้สรนุชหายโกรธไม่ได้ ไม่ต้องมาให้เห็นหน้าอีก ณวัตขอร้องให้พ่อใจเย็นๆก่อน

“ใจเย็น?...แกไม่รู้รึไงว่าเรื่องนี้มันใหญ่แค่ไหน ตอนนี้โผทหารประจำปีกำลังจะออก แล้วถ้าเกิด พล.อ.สรยุทธได้ดิบได้ดีขึ้นมา ก็เท่ากับว่าทุกอย่างที่เราทำมาเสียเวลาเปล่า” สมพลโวยลั่น

“ไม่ต้องห่วงน่าพ่อ...นุชแค่งอนผมแหละ พ่อเชื่อผมสิ ยังไงผมก็ไม่ยอมปล่อยให้เธอหลุดมือไปเด็ดขาด” ณวัตเชื่อมั่นในความหล่อและคารมคมคายของตัวเอง...

ในขณะที่สรนุชเริ่มเห็นธาตุแท้ของณวัต ใจเด็ดนั่งฟังพ่อของเขาด่าสาแก่ใจแล้วขยับลุกขึ้นทำท่าจะกลับ ใจจอมตวาดลั่นจะไปไหน ใครอนุญาตให้กลับ สองพ่อลูกปะทะคารมกันเหมือนเช่นเคยโดยมีหทัยกับใจเพชรคอยคุมเชิงไม่ให้ใจจอมลงมือกับใจเด็ด ทำให้ประมุขของบ้านไม่ค่อยพอใจที่ทั้งคู่คอยเข้าข้างใจเด็ด

“เมื่อคืนแกมาทำไม...ใจเด็ด”

“เอ่อ...ผมก็มาอวยพรวันเกิดพ่อไงครับ” สิ้นเสียงใจเด็ด หนังสือจากมือใจจอมพุ่งเข้าใส่ ดีที่เขาหลบทัน

“โกหก...ฉันรู้ว่าแกจะมาเอาโฉนดที่ดินผืนสุดท้ายของแกไปขายเพื่อช่วยควายพวกนั้นใช่มั้ย”

ใจเด็ดถึงกับอึ้งที่พ่อรู้ทัน ใจจอมยินดีจะให้โฉนดที่ดินผืนนั้น ถ้าใจเด็ดจะทิ้งควายพวกนั้นแล้วกลับมา

ทำงานให้เขา ใจเด็ดรู้ดีว่าพูดไปก็ไร้ประโยชน์ขอตัวกลับ เดินหน้าเครียดมาที่รถกระบะคู่ใจ หทัยวิ่งตามมายัดกล่องเครื่องเพชรใส่มือลูกชายคนเล็ก ใจเด็ดรับไว้ไม่ได้ เอากล่องเครื่องเพชรคืนแม่ ทันใดนั้นมีเสียงใจเพชรดังขึ้น

“แต่แกคงจะรับนี่จากฉันได้...คราวที่แล้วฉันให้ค่าที่ดินแกถูกไปหน่อย ส่วนนี้ถือว่าฉันให้เพิ่มก็แล้วกัน” ใจเพชรว่าแล้วยื่นเช็คเงินสดหนึ่งแสนบาทให้น้องชาย ใจเด็ดขอบใจพี่ชายแล้วขยับจะเดินไปที่รถ หทัยร้องเรียกไว้

“ใจเด็ด...อะไรที่ทำให้ลูกมีความสุขก็จงทำมัน เพราะมันก็คือความสุขของแม่ด้วย”

ใจเด็ดเดินกลับมากอดแม่ไว้แน่นด้วยความรักและซาบซึ้งใจ...

กว่าใจเด็ดจะกลับถึงสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ จ.สุรินทร์ พระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้าแล้ว เขารู้ดีว่าเงินหนึ่งแสนบาทที่ใจเพชรให้มาอยู่ได้ไม่กี่วันเมื่อต้องเลี้ยงคนครึ่งร้อยกับควายอีกครึ่งพัน แต่อย่างน้อยก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรกลับมา แม้พวกกระบือบาลคนอื่นๆจะไม่ล่วงรู้เรื่องนี้และพากันส่งเสียงโห่ร้องด้วยความดีใจ แต่เกริกไกรรู้สถานการณ์ต่างๆดี สีหน้าจึงเต็มไปด้วยความกังวล...

ในเวลาเดียวกัน ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ หลังจากสุบินและอรอนงค์ได้ฟังสรนุชเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับณวัตแล้ว สุบินสรุปได้ทันทีว่าที่สรนุชหน้าเครียดไม่ใช่เพราะกลัวณวัตจะมีคนอื่น แต่เป็นเพราะเธอไม่ได้รักเขาต่างหาก สรนุชเถียงว่าไม่ได้เป็นอย่างที่สุบินพูด เธอรักณวัตจริงๆ

“แต่ฉันไม่เห็นแกทำตัวเหมือนคนที่รักกันเลย” สุบินทักท้วง สรนุชชักสงสัยตัวเองจะเป็นอย่างที่เพื่อนว่า

ooooooo

เช้าวันถัดมา สมพลเรียกประชุมผู้บริหารของบริษัทเป็นการด่วน เมื่อได้เห็นคลิปตอนที่ ผจก.สาขาย่อย จ.สุรินทร์ กับสายลับกำลังก้มกราบควาย เขาตัดสินใจจะส่งสรนุชไปที่นั่น เพราะคิดว่าผู้หญิงน่าจะเข้ากับชาวบ้านได้ดีกว่าผู้ชาย และที่สำคัญถ้าพวกกระบือบาลคิดจะข่มขู่พวกเราอีกก็จะได้ชื่อว่าทำร้ายผู้หญิง สรนุชอ้าปากจะค้าน

แต่ณวัตชิงพูดขึ้นก่อน “ถ้าคุณสรนุชสามารถบุกเบิกรถไถคาบาตี้ที่สุรินทร์ได้...นั่นเท่ากับว่าคุณสรนุชเหมาะสมกับตำแหน่งผู้บริหารของที่นี่...มีใครคัดค้านอะไรไหมครับ” ณวัตรีบตัดบท ขณะที่ผู้บริหารคนอื่นๆนั่งนิ่งไม่กล้าพูดอะไรเกรงจะเข้าตัว สรนุชหนีไม่ออกจำต้องยอมรับข้อเสนอ...

อรอนงค์ถึงกับร้องเสียงหลงเมื่อรู้ว่าเพื่อนรักจะถูกส่งไปที่ จ.สุรินทร์ สุบินอดสงสัยไม่ได้ ทำไมณวัตถึงส่งแฟนตัวเองไปให้พวกกระบือบาลถลกหนังแบบนี้ อรอนงค์พยักพเยิดเห็นด้วยกับสุบิน

“เออ...นั่นสิ...แกจะไปจริงๆหรือ...ไอ้พวกกระบือบาลพวกนั้นมันน่ากลัวอยู่นะ”

“แกสองคนก็รู้ว่าฉันไม่กลัวอะไร ฉันเกิดมาในครอบครัวทหาร เรื่องพวกนี้มันเล็กน้อยสำหรับฉันมาก แล้วอีกอย่าง วัตเขาก็ให้ข้อมูลของไอ้ตัวหัวหน้านั่นมาด้วย...ภาษาทหารเขาเรียกว่ารู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง”

ระหว่างที่สรนุชกำลังฉอดๆอยู่นั้น สุบินคว้าซองเอกสารไปจากมือ แล้วดึงรูปถ่ายข้างในออกมาดู สรนุชเห็นรูปแล้วตกใจ เพราะคนในภาพคือไอ้หัวขโมยที่เธอจับส่งตำรวจวันก่อน มีชื่อเขียนไว้ว่า “ใจเด็ด” สุบินขอร้องให้สรนุชล้มเลิกความคิดนี้ ไม่เห็นต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยวิธีเสี่ยงๆแบบนี้เลย สู้มาเล่นละครกับเขายังจะง่ายกว่า สรนุชยังคงยืนยันความตั้งใจเดิม อยู่ๆสุบินโผกอดเธอไว้ สรนุชโวยลั่น ทำบ้าอะไรกัน

“อ้าว...ก็กอดอำลาไง ครั้งนี้คงเป็นการเจอกันครั้งสุดท้ายของเรา เพราะแกคงไม่รอดจากไอ้พวกกระบือบาลนั่นแน่ๆ” สุบินพูดจบวิ่งปรู๊ดไปที่รถของตัวเอง สรนุชเจ็บใจที่ตบปากเน่าๆของเพื่อนไม่ทัน อรอนงค์เห็นด้วยกับสุบิน เล่นละครน่าจะง่ายกว่าขายรถไถ สรนุช นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกอย่างดีใจ

“ฉันหาวิธีที่จะสืบข้อมูลจากพวกกระบือบาลได้แล้ว”

ooooooo

วันรุ่งขึ้น หลังจากส่งจดหมายไปถึงใจเด็ดเรียบร้อย สรนุชโทร.นัดอรอนงค์ให้ไปเจอสุบินที่คอน-โดฯที่พักของเขา แล้วเล่าถึงแผนการที่ตัวเองวางไว้ว่าจะปลอมตัวไปถ่ายสารคดีควายที่นั่น ทีแรกสุบินไม่ยอมช่วย แต่ทนเสียงรบเร้าของสรนุชไม่ไหว สุดท้ายก็ต้องรับปาก สรนุชไม่รอช้ารีบออกเดินทางไป จ.สุรินทร์...

ทันทีที่ใจเด็ดได้รับจดหมายแจ้งว่าจะมีคนมาถ่ายสารคดีควายที่สถานีฯ รีบสั่งการให้ทุกคนช่วยกันเตรียมเรือนรับรองและเตรียมควายแสนรู้ที่ถูกฝึก

อย่างดีไว้รอต้อนรับ ในที่สุด ความพยายามของเหล่ากระบือบาล กำลังจะได้ผล ถ้าสารคดีชุดนี้ได้ออกอากาศ ชาวนาไทย เกษตรกรไทยจะต้องกลับมารักควายเหมือนเดิม

ใจเด็ดสังเกตเห็นสีหน้าของเกริกไกรไม่สู้ดีนัก พอได้อยู่กันตามลำพัง สอบถามถึงสาเหตุที่ทำให้ไม่สบายใจ หรือว่าเกริกไกรเจอรายชื่อคนที่จะมาถ่ายทำสารคดีอยู่ในรายชื่อของพวกสยามคาบาตี้

“เปล่า แต่ฉันรู้สึกแปลกๆยังไงไม่รู้”

“คิดมากน่าหมอ ไม่มีอะไรหรอก ในเมื่อไม่ใช่ พวกคาบาตี้ก็จบ ฉันว่าแกมาทบทวนความทรงจำฉันดีกว่า ว่าพวกเขาชื่ออะไรบ้าง ฉันไม่อยากเรียกชื่อพวกเขาผิดตั้งแต่มาถึง” ใจเด็ดเอ่ยอย่างอารมณ์ดี...

ใกล้ถึงที่หมายแล้ว แต่รถของสรนุชเกิดอุบัติเหตุเสียก่อน สุบินมัวแต่โม้ไม่ทันเห็นควายเดินอยู่ข้างหน้า หักหลบกะทันหัน รถเสียหลักไถลลงปลักโคลนข้างทาง มือถือของทั้งสามคนตกนํ้าใช้การไม่ได้ มองไปทางไหนเห็นแต่ทุ่งนาที่ไร้ผู้คน ทั้งสามเพื่อนซี้ช่วยกันขนสัมภาระมากองไว้ริมถนน แล้วนั่งรออยู่ตรงนั้นเผื่อจะมีใครผ่านมา...

เลยเวลานัดไปมากแล้ว แต่คณะถ่ายทำสารคดียังไม่โผล่มาสักที ใจเด็ดเริ่มใจไม่ดี หยิบจดหมายมาดูเบอร์ติดต่อแล้วลองโทร.หาแต่ไม่มีใครรับสาย ใจเด็ดกับเกริกไกรตัดสินใจเอารถออกตามหา...

ด้านสรนุชทนนั่งรอเฉยๆต่อไปไม่ไหว ชวนเพื่อนซี้ทั้งสองเดินหาบ้านชาวนาแถวนี้เผื่อมีรถอีแต๋นจะได้เอามาลากรถของเธอขึ้นจากปลัก สุบินและอรอนงค์ขี้เกียจเดินขอรออยู่ที่นี่ สรนุชไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ คว้าร่มสีแดงสดขึ้นมากาง แล้วเดินสำรวจไปตามถนนที่ทอดยาวไปสุดลูกหูลูกตา

ผ่านไปพักใหญ่ รถของใจเด็ดแล่นเข้ามาจอดใกล้กองสัมภาระ สุบินกับอรอนงค์ดีใจรีบวิ่งเข้ามาหา แต่พอเห็นชายหนุ่มก้าวลงจากรถ อรอนงค์หยุดกึกจำได้ทันทีว่าเป็นใจเด็ด รีบสะกิดให้สุบินรู้ตัวแต่ไม่ทันกาล ใจเด็ดมาถึงตัวเสียก่อน สุบินทำใจดีสู้เสือ แนะนำตัวเองว่าเป็นคนติดต่อมาถ่ายสารคดีที่สถานีฯ ใจเด็ดถึงกับยิ้มออก

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ...ผมนึกว่าพวกคุณจะไม่มาซะแล้ว”

“พอดีเราเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยนะครับ” สุบินว่าแล้วสะกิดให้อรอนงค์หันมาทักทายกับสองหนุ่ม

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

อุบัติร้ายอุบัติรัก EP.15 ธเรศ เข้าบริหารงานแทน ทิศผาติ ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย

อุบัติร้ายอุบัติรัก EP.15 ธเรศ เข้าบริหารงานแทน ทิศผาติ ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย
7 พ.ค. 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม 2564 เวลา 21:59 น.