ข่าว

วิดีโอ



บ่วงสไบ

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า-พีเรียด

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ลายน้ำ

กำกับการแสดงโดย: ชัชวาล ศาสวัตกลูน

ผลิตโดย: บริษัท พอดีคำ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: วงศกร ปรมัตถากร,อัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล

เด็กหญิงมะลิวัยแปดขวบวิ่งเล่นในสวนดอกไม้โดยมีบวบและดีเฝ้าดู เจิมถือพานดอกพุดจีบเข้ามาเรียก มะลิวิ่งเข้ามาหาอย่างว่าง่าย สูดจมูกถามดอกอะไรห้อมหอม

“ดอกพุดจีบเจ้าค่ะ เจิมเด็ดจากท้ายเรือนมาให้คุณหนูเจ้าค่ะ”

“ดอกพุดจีบหอมชื่นใจ...”

“เจ้าค่ะ ดอกพุดจีบขาวสะอาด นำไปถวายพระนะเจ้าคะ”

มะลิกำลังจะรับพานดอกพุดจีบ มีมือหนึ่งมาแย่งพาน ทั้งสองหันมอง แก้วยกพานโวย

“ข้าสั่งเป็นเด็ดขาด ห้ามเอาดอกพุดจีบเข้าเรือน เอ็งขัดคำข้า!” แก้วปาพานทิ้งแล้วเหยียบย่ำดอกพุดจีบ เทพเดินมาโดยมีมิ่งตามหลังร้องห้าม

“แก้วพอเถอะ ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย”

มะลิมองดอกพุดจีบที่เละประกอบกับอารมณ์เกรี้ยวกราดของแม่ก็ตกใจร้องไห้ มิ่งมองลูกด้วยความสงสารเข้าโอบกอดปลอบ

“คุณหนูไม่ร้องนะขอรับ...นิ่งขอรับ กระผมจะเป็นม้าให้คุณหนูขี่คอขอรับ”

แก้วตกใจกลัวเทพจะสงสัย ก็พอดีมะลิดึงมือมิ่งออกแล้ววิ่งร้องไห้มาหาเทพ “คุณพ่อเจ้าขา ลูกไม่ไปกับนายมิ่งเจ้าค่ะ ลูกไม่ไปกับนายมิ่ง”

“ไม่ต้องร้องนะคนดีของพ่อ พ่อไม่ให้นายมิ่งพาลูกไปไหนทั้งนั้น...มิ่งมีอะไรก็ไปทำเถอะ แล้วไม่ต้องเข้าหาลูกฉันอีก”

มิ่งรับคำด้วยความผิดหวัง แก้วตัดบทเปลี่ยนเรื่อง ชวนเทพกับมะลิกลับเรือนล้างตัว เทพจึงอุ้มลูกเดินไป มิ่งมองตามอย่างไม่พอใจที่อยากอุ้มลูกแต่โดนกีดกัน...เจิม บวบและดีมองอย่างสงสัย เขาหันมาเห็นสายตาก็ตะเพิดกลบเกลื่อนก่อนจะเดินไป

“พวกเอ็งมองอะไร ไปสิ ไปรับใช้คุณหนู...”

เมี้ยนถือกระจาดเดินเข้ามาสมทบพวกเจิม แย็บถาม “พวกเอ็งคิดอย่างใจข้ารึไม่”

“ป้าคิดอะไรรึ?” บวบกับดีถามพร้อมกัน...

ทุกคนกลับมาที่โรงครัว เมี้ยนวางกระจาดแล้วเปิดฉาก “ไอ้มิ่งเล่นชู้กับนังแก้ว!”

เจิมกลัวแก้วได้ยินแล้วเมี้ยนจะเดือดร้อนอีก ดีเตือนว่าหน้าต่างมีหูประตูมีช่อง เมี้ยนชี้ชัด

“พวกเอ็งไม่แคลงใจรึ หน้าคุณหนูมะลิ ละม้ายคล้ายไอ้มิ่ง ไม่มีเค้าคุณเทพสักนิด”

เม้ยเห็นด้วย แต่บวบกับดีคิดว่าพูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง ดีย้ำถ้าแก้วได้ยินมีหวังถูกโบยหรือไม่ ก็ไล่ไปอยู่คอกควาย เม้ยถอนใจที่ตอนนี้แก้วพูดอะไรเทพเชื่อฟังทุกอย่าง ชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้ บวบสรุปความ

“ข้อสำคัญ...ใครที่จุ้นจ้านเรื่องของมัน อาจตายเหมือนเรียม”

เจิมน้ำตาคลอสะเทือนใจที่เรียมตายเพราะสงสัยเรื่องมิ่งเป็นชู้กับแก้ว เมี้ยนมองอย่างสงสัยว่าเจิมคิดอะไร

ค่ำนั้นเจิมมายืนใต้ต้นไม้ใหญ่รำพึงถึงพุดจีบ ไม่เชื่อว่าเธอจะตรอมใจผูกคอตาย ณ ที่แห่งนี้ และก็ไม่ปักใจเชื่อว่าสัปเหร่อเหมฆ่าเรียม เมี้ยนตามมาแอบมองว่าเจิมเป็นอะไร

“อิฉันแคลงใจเมื่อเห็นหยดเลือดข้างกระท่อม ไอ้มิ่ง...ไอ้มิ่งกับแก้วต้องรู้เห็นการตายของเรียม คุณหนูเจ้าขา แม้อิฉันต้องตาย อิฉันก็จะค้นความจริง คุณหนูช่วยอิฉันด้วยนะเจ้าคะ”

ลมพัดโชยมาราวกับวิญญาณพุดจีบรับรู้ เมี้ยนขนลุกชันแต่ก็คิดจะช่วยเจิม

ooooooo

เช้าวันหนึ่งมิ่งดึงแก้วหลบเข้ามาในห้อง แก้วต่อว่าเพราะตั้งใจจะไปตลาดกับเทพและลูก แต่ต้องอดไปเพราะมิ่งสร้างเรื่องทำให้ไม่ได้ไป จึงถามเขามีเรื่องใด มิ่งตัดพ้อ

“เอ็งผิดคำ! เอ็งสัญญาว่าลูกเกิดมาจะกำจัดไอ้เทพให้ข้าครองเรือน”

“เอ็งก็เห็น ลูกติดพี่เทพแจ ข้ายังไม่ลงมือเพราะสงสารลูก”

“เอ็งไม่คิดถึงหัวอกข้ารึ ข้าเป็นพ่อมะลิ ข้าเป็นผัวเอ็งอีแก้ว...รึเอ็งรักมัน”

“เอ็งเลิกคิดเถอะ ข้ารักเอ็งถึงยอมมีลูกกับเอ็ง มิ่ง...ข้ารักเอ็ง ข้ามีเอ็งเป็นผัวเดียว เอ็งอดทนอีกหน่อย เราจะครองเรือนด้วยกันตามประสาพ่อแม่ลูก” แก้วโอบกอดเอาใจมิ่งทั้งที่ในใจขยะแขยงรำคาญอย่างยิ่ง

เจิมเดินผ่านมาได้ยินเสียงจึงเข้าแอบดูและฟัง เห็นมิ่งกอดกับแก้วถามย้ำ

“เอ็งรักข้าก็เร่งกำจัดมัน ฆ่ามันก่อนมนตร์จะคลาย มิฉะนั้นเรื่องของเราเป็นฉิบหาย...”

“เอ็งไม่ต้องกังวล ข้ายังมีผงพรายใช้สะกด...เหนือกว่านั้น พี่เหมย้ำข้าไม่มีคาถาใดคลายมนตร์นอกจากตัวข้า”

“ตัวเอ็ง?” มิ่งแปลกใจ

“ข้าทำคุณไสยใส่...ระดูข้าเท่านั้น จึงทำลายมนตร์”

เจิมได้ยินก็ตกใจขยับเซชนประตู ทั้งแก้วและมิ่งตกใจว่าใครแอบฟัง แก้วออกมาดูแต่ไม่เห็นใคร พยายามมองหา ทันใดเมี้ยนเดินขึ้นเรือนมาเรียก

“คุณแก้วเจ้าคะ...”

“นังเมี้ยน เมื่อกี้เอ็งเห็นใครรึไม่”

“อิฉันเห็นแมวดำ...มันกระโจนลงเรือนไปแล้วเจ้าค่ะ คุณแก้วเจ้าขา จะรับอะไรเช้าคะ เมี้ยนจะสรรหามาให้คุณแก้วกิน” เมี้ยนเหลือบมองเจิมที่ซ่อนตัวอยู่

แก้วโวยไม่ใช่หน้าที่แล้วไล่ลงไปเฝ้าหน้าเตา เมี้ยนรับคำกลับลงไป ยิ้มย่องที่เบี่ยงเบนความสนใจของแก้วได้ มิ่งซึ่งหลบอยู่ในห้อง เห็นเมี้ยนไปแล้วก็โผล่ออกมา แก้วไล่ให้เขาลงเรือนไปโดยเร็ว ไม่ได้ติดใจสงสัยว่าใครแอบฟังอีก

เจิมหลบลงด้านหลังเรือน เมี้ยนมาดักหน้าถามว่าได้ยินสิ่งใดบ้าง ให้เล่ามาจะได้ช่วย เจิมเป็นห่วงเทพอย่างมาก ตัดสินใจเล่าให้เมี้ยนฟังเพื่อหาทางช่วยเทพ ลมพัดโชยราวกับวิญญาณพุดจีบรับรู้เรื่องนี้ด้วย

ระหว่างนั้นแก้วนั่งสางผมหน้ากระจก ยิ้มย่องพูดกับตัวเอง “ไอ้มิ่ง เอ็งฝันไปเถอะ คนที่ข้าจะเฉดหัวคือเอ็ง ข้าจะครองรักครองเรือนกับพี่เทพ...ผัวข้า”

ภาพผีพุดจีบปรากฏขึ้นข้างหลัง แก้วสะดุ้งตกใจหันมอง ไม่พบสิ่งใดก็คิดว่าตาฝาด พูดกับตัวเองต่อว่า “นังผีถูกสะกดวิญญาณ มันไม่ได้ผุดได้เกิดแล้ว อีพุดจีบ ข้าจะกกกอดคนรักของเอ็งให้หนำใจ” พูดแล้วก็หัวเราะชอบใจลุกขึ้นหยิบขวดผงพรายจะทำพิธี แล้วต้องตกใจเมื่อเห็นที่พื้นเปื้อนระดู เลือดไหลลงมาที่ขา ก็รีบวางขวดผงพรายที่โต๊ะเครื่องแป้ง จัดการผลัดผ้า จากนั้นเปิดประตูห้องร้องเรียกบวบกับดี

เม้ยกับเอี้ยงจัดสำรับอยู่ร้องตอบ “น้าบวบน้าดีเล่นหม้อข้าวหม้อแกงกับคุณหนูที่สวนดอกไม้เจ้าค่ะ... คุณแก้วมีอะไรให้เอี้ยงรับใช้เจ้าคะ”

“เอ็งเร่งไปตามนังบวบนังดีมาเช็ดถูห้องข้า” แก้วไม่ไว้ใจให้คนอื่นทำ

เม้ยกับเอี้ยงรับคำรีบลงเรือนไป เจิมเดินสวนขึ้นมาบอกแก้วว่าเทพเรียกหา แก้วหงุดหงิดสั่งกลับไปบอกว่าประเดี๋ยวจะไป ระหว่างนั้นเมี้ยนกำลังย่องจะเข้าห้อง เจิมจึงจับแขนแก้วไว้

“คุณเทพเรียกหาตอนนี้เจ้าค่ะ คุณหนูร้องหาคุณแก้วเจ้าค่ะ...เร่งไปเถอะเจ้าค่ะ”

แก้วลังเลยังไม่ได้เก็บระดูที่เปรอะผ้าในห้อง แต่ก็เป็นห่วงมะลิจึงหันไปมองห้อง พลันเห็นเมี้ยนอยู่หน้าห้องก็ตกใจเรียกเสียงลั่น เมี้ยนตัดสินใจเปิดประตูเข้าไป แก้วสะบัดแขนออกจากเจิมวิ่งไปที่ห้อง เจิมรีบลงเรือนไปตามเทพให้มารับรู้ความจริง

เมี้ยนเข้ามาในห้องเห็นผ้าที่เปื้อนระดูก็ดีใจคว้าเอาไว้ แก้วเปิดประตูมาจะแย่งผ้าคืน

“กูไม่ให้ กูจะช่วยคุณเทพให้หลุดพ้นจากมนตร์อัปรีย์ของมึง!”

“มึงรู้เรื่องมนตร์! เอาผ้ากูมา” แก้วตกใจว่าเมี้ยนรู้ได้อย่างไร

เมี้ยนผลักแก้วล้มลงแล้ววิ่งออกจากห้อง ทันใดเจอมิ่งเข้าขวาง แก้วร้องบอกมิ่ง

“อีเมี้ยนจะเอาผ้าเปื้อนระดูข้าไปแก้มนตร์!”

มิ่งดึงแย่งผ้า เมื่อเมี้ยนไม่ปล่อยก็ตบตี เมี้ยนสู้สุดชีวิต กัดมือมิ่งจนเขาปล่อย แล้วเธอก็เอาผ้าพันขาตัวเองไว้ ร้องบอกเจิมพาเทพมาโดยเร็ว

เจิมวิ่งมาเจอเทพกำลังเดินกลับเรือน ก็เร่งให้เขารีบขึ้นเรือน บวบกับดีแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น เจิมห้ามอย่าเพิ่งซักให้เร่งกลับเรือน...

ในขณะที่เมี้ยนพยายามจะลงจากเรือน แต่ถูกมิ่งกับแก้วทุบตีที่ขาสะบักสะบอมก็ร้องเรียกเทพ แก้วพยายามแกะผ้าออกจากขาเมี้ยน แล้วส่งให้มิ่งเอาไปเผา เมี้ยนฝืนเจ็บกระเสือกกระสนไปแย่งผ้ามาจนได้

เมื่อเทพเดินขึ้นเรือนมา เมี้ยนเห็นเช่นนั้นก็ดีใจ รีบโยนผ้าให้เจิม เทพกำลังตกใจที่เห็นแก้วกับมิ่งทำร้ายเมี้ยน ส่วนเจิมรับผ้าได้รีบเอาคลุมหัวเทพทันทีพร้อมกับกล่าวขอโทษ...

พริบตานั้นเทพมีอาการสะดุ้งคลายจากมนตร์ผงพราย สีหน้าเขาสดใสขึ้นทันที แก้วปราดเข้ากอดออดอ้อน

“พี่เทพเจ้าขา ช่วยแก้วด้วย แก้วเจ็บเจ้าค่ะ!”

เทพไม่สนใจปลดมือแก้วออกแล้วถามเมี้ยนเป็นอย่างไรบ้าง เกิดอะไรขึ้น เมี้ยนหลั่งน้ำตาดีใจที่เทพพ้นจากมนตร์ผงพรายแล้ว เจิมก็ดีใจอุทานว่า

“มนตร์เสื่อมแล้ว...”

เทพไม่รู้ว่ามีอะไรเรียกบ่าวไพร่พาเมี้ยนไปใส่ยา เมี้ยนไม่ไปดึงแขนเทพไว้

“อิฉันทนเจ็บได้เจ้าค่ะ ขออิฉันแฉความจังไรของนังแก้วให้สิ้น!”

แก้วและมิ่งหวาดหวั่น เทพห่วงความรู้สึกมะลิ สั่งบวบกับดีพาหนูน้อยเข้าห้อง แล้วหันมาถามเมี้ยนกับเจิมว่า

“แก้วทำผิดสิ่งใด...ป้าเจิมต้องแจ้งฉัน เหตุใดถึงเอาผ้ามาคลุมหัวคลุมตัวฉัน”

เมี้ยนรีบสาธยาย “อิฉันกับเจิมช่วยกันเอาผ้าระดูของแก้วคลายมนตร์เจ้าค่ะ”

เจิมเห็นเทพไม่เข้าใจก็ขยายความ “แก้วกับมิ่งสมรู้ ใช้มนตร์สะกดคุณเทพ ไม่ว่าแก้วพูดสิ่งใด คุณเทพเชื่อฟังแก้วทุกข้อเจ้าค่ะ”

เม้ยกับเอี้ยงเข้าไปในห้องแก้วแล้วเอาขวดผงพรายออกมาให้เทพ คาดว่าเป็นผงมนตร์สะกด แก้วโกรธพุ่งเข้าตบตีทั้งสอง และออดอ้อนเทพ

“พวกเอ็งใส่ความข้า พี่เทพขา พวกมันให้ร้ายแก้ว ...แก้วรักพี่เทพไม่เคยใช้เล่ห์กลมนตร์ใดเจ้าค่ะ”

เทพย้อนถามอย่างใจเย็น “แก้วกับมิ่งตอบฉันเถอะ ผ้าผืนเดียวเหตุใดต้องทำร้ายกันอย่างนี้”

มิ่งหน้าเจื่อนแก้ตัว “กระผมเห็นนังเมี้ยนซุ่มเข้าห้องคุณแก้ว กระผมคิดว่ามันเข้าไปขโมยเงินทอง จึงช่วยจับแล้วพลาดท่าตีแข้งขามันขอรับ...”

“พอรื้อห่อผ้าไม่มีเงินทอง แก้วเข้าใจผิดเองแก้วไม่ตั้งใจทำร้ายมันเจ้าค่ะ”

เมี้ยนโพล่งออกมา “พวกมันสุมหัวเล่นชู้เจ้าค่ะ!”

เทพตกใจที่พูดเรื่องนี้ขึ้นมาอีก แก้วโวยวาย เคยเห็นหรือว่าตนทำเช่นนั้นกับมิ่ง เจิมท้าให้สาบานถึงตาย แก้วอึกอัก แต่พอเจิมจี้ท้า แก้วตัดสินใจพนมมือกล่าวคำสาบาน

“ข้าขอสาบาน ถ้าข้าทำชั่วทำเลวอย่างคำพวกเอ็ง ...ขอให้ข้าตายด้วยทรมาน ตายไปไม่ต้องผุดต้องเกิดร้อยชาติพันชาติ!”

เจิมกับเมี้ยนหันมองมิ่งกดดันให้สาบานอีกคน เขาจำต้องยกมือสาบาน

“กระผมผิดคำ ขอให้ตายโหงในวันพรุ่ง!”

เทพเห็นว่าทั้งสองกล้าสาบานก็ไม่อาจซักอะไรได้อีก แก้วเข้าอ้อนเทพว่าตนกับมิ่งกล้าสาบานแล้ว ขอให้เขาเชื่อใจเมีย

“เอาเถอะ ในเมื่อแก้วกับมิ่งแสดงความสัตย์ฉันก็ไม่ติดใจ...มิ่ง ฉันเคยบอกกล่าวให้มิ่งกลับอยุธยา แลลบข้อครหาใดๆที่จะเกิดขึ้นอีก มิ่งเก็บผ้าแล้วเร่งไปจากเรือนฉันเถิด”

เจิมกับเมี้ยนผิดหวังที่เทพไม่ลงโทษและไม่เอาผิดแก้วกับมิ่ง ส่วนมิ่งผิดหวังที่โดนไล่ออกจากเรือนอีกหน หมดโอกาสจะได้ครองเรือนอยู่กับลูก และแก้วไม่ช่วยคัดค้านยังไล่ส่ง

“เอ็งรับคำก็ลงเรือนไปจัดเสื้อผ้า แล้วเกียมออกไป!”

เทพให้เจิมช่วยพาเมี้ยนไปใส่ยา จะเรียกซินแสมารักษา...แก้วพยายามอ้อน แต่ด้วยความที่เทพพ้นมนตร์แล้วจึงสั่งไปปัดกวาดห้องให้เรียบร้อย ตัวเขาจะไปดูลูก แก้วผิดหวังเสียใจ เจิมกับเมี้ยนมองอย่างสมน้ำหน้า แก้วโมโหกระทืบเท้าเดินเข้าห้อง

ooooooo

เมื่อซินแสมาตรวจอาการ จ่ายยาให้ แล้วบอกพวกเจิมว่า ขาของเมี้ยนคงไม่เหมือนเดิม เจิมกับทุกคนสงสารไม่อยากบอกให้เมี้ยนรู้ แต่พอโดนซัก

“อีกนานแค่ไหนข้าจะเดินเหินได้” เห็นทุกคนนิ่งก็โวย “พวกเอ็งอมพะนำ บอกข้ามา ประเดี๋ยวยันโครม” เมี้ยนจะยกขาถีบแต่ยกไม่ขึ้นก็ใจเสีย

“ซินแสบอกว่าขาข้างนี้พิกงพิการ เดินไม่ได้” เม้ยโพล่งออกมา เมี้ยนนิ่งอึ้งน้ำตาปริ่ม

ภาพเหตุการณ์ในอดีตผุดขึ้น ครั้งที่เมี้ยนถีบหน้า กระทืบและย่ำเท้าบนอกของแก้วตอนจะฝังให้ตายทั้งเป็น จึงปลงว่าเป็นกรรมจริงๆ เห็นพวกเม้ยร้องไห้สงสารก็ทำเข้มแข็ง

“พวกเอ็งร้องไห้หาพระแสงอะไร ข้ายังไม่ตาย...ขาข้าตาย แต่ข้ายังไม่ตาย ข้ายังมีมือมีตีนอีกข้าง ข้ายังหายใจได้”

 เมี้ยนพูดไปน้ำตาไหลไม่รู้ตัว เจิมสงสารชะตากรรมของเพื่อนบ่าวร่วมเรือน

ooooooo

เมื่อหลุดจากมนตร์ เทพคิดถึงพุดจีบจนต้องมายืนใต้ต้นไม้ใหญ่ หวนคิดถึงเหตุการณ์ต่างๆที่ผ่านมา เขาไล่ตะเพิดวิญญาณพุดจีบ ใช้มีดหมอแทงเธอ เทพรู้สึกผิดอย่างมาก น้ำตาไหลพรู พร่ำขอโทษกับสิ่งที่ทำลงไป เจิมเดินเข้ามาปลอบใจ

“คุณเทพเจ้าคะ...”

“ป้าเจิม ฉันใจร้ายกับน้องพุดจีบ ฉันฆ่าคนที่ฉันรักด้วยน้ำมือฉัน...ฉันผิดเกินให้อภัย”

“คุณเทพอย่าโทษตัวเองเจ้าค่ะ คุณหนูรับรู้ว่าคุณเทพต้องมนตร์ คุณหนูให้อภัยคุณเทพเจ้าค่ะ” เจิมปลอบแล้วอดถามไม่ได้ “คุณเทพเจ้าคะ เหตุใดคุณเทพไม่ลงโทษแก้วกับมิ่งล่ะเจ้าคะ”

“ใช่ฉันไม่เชื่อป้าเจิม...ฉันจะลงโทษใครต้องมีเหตุชี้ชัดในผิด”

“อิฉันเข้าใจคุณเทพเจ้าค่ะ...”

“ฉันเคยใจร้ายใจดำกับป้า ป้ายังมีใจช่วยฉัน”

“คุณเทพเป็นนายอิฉัน”

“ฉันเป็นนายก็ใช่เจ้าชีวิต ป้าถอยห่างไม่ต้องเอาตัวเข้ามาเสี่ยงกับเรื่องราวของฉันก็ได้”

“เพราะความดีของคุณเทพเจ้าค่ะ อิฉันศรัทธาในความดีของคุณเทพ คุณเทพเมตตาบ่าวไพร่ด้วยใจ ไม่เคยวางตัวเหนือชั้นวรรณะ อิฉันจะขอรับใช้จนกว่าจะสิ้นใจเจ้าค่ะ”

เทพเอื้อมมือไปจับมือเจิม “ฉันขอบใจป้าเจิม ฉันจะเป็นนายที่ไร้ค่า ถ้าไม่มีบ่าวจงรักภักดีเช่นป้า...นับแต่นี้ ฉันจะดูแลบ่าวไพร่ให้อยู่เย็นเป็นสุข และฉันจะอยู่เพื่อสร้างบุญให้วิญญาณน้องพุดจีบ”

เทพเงยหน้ามองต้นไม้ใหญ่อย่างมุ่งมั่น

ooooooo

วันต่อมาบวบถือพานใส่ขนมไทยมาให้มะลิที่ท่าน้ำ แต่หนูน้อยไม่อยู่ก็คิดว่าเล่นซ่อนหาจึงเดินหาตามจุดต่างๆ หาเท่าไหร่ก็ไม่พบจนเจอกับดี เริ่มใจเสียว่าคุณหนูไปวิ่งเล่นอยู่ไหน ทั้งสองตัดสินใจมารายงานแก้วว่าไม่รู้คุณหนูวิ่งเล่นที่ไหน แก้วโมโหไล่ตะเพิดไปตามหาให้เจอ

มะลิตามอยู่ให้มาช่วยขุดดินใต้ต้นไม้ใหญ่เพื่อปลูกดอกพุดจีบ อยู่เกรงแก้วจะเอ็ดตะโร มะลิจุ๊ปากบอกถ้าลุงไม่พูด ตนไม่พูด แม่ก็ไม่รู้ เพราะแม่ไม่มาเดินแถวนี้ อยู่ลังเลแต่พอเห็นสายตาเว้าวอนก็แพ้ทาง มะลิยิ้มแย้มดีใจยืนมองอยู่ขุดดินอย่างมีความสุข

แก้วเดินหามะลิทั่วเรือน มิ่งขึ้นมาเรียกมะลิ แก้วไม่พอใจถามว่าทำไมยังไม่ไปจากเรือนนี้ มิ่งสวนทันควันว่า

“ข้าไม่ไป! จนกว่าข้าจะเจอหน้าลูก ลูกข้าอยู่ไหน”

“เอ็งหุบปากแล้วอยู่เฉยๆ อย่าให้พวกบ่าวสงสัย ข้าจะตามหาลูกเอง”

แก้วสะบัดเสียงใส่ มิ่งไม่รอ แยกไปตามหาอีกทางด้วยตัวเองอยู่ขุดดินใต้ต้นไม้ใหญ่ลงไป จอบกระทบของแข็งบางอย่างก็แปลกใจ จะเอามือคุ้ยดูก็พอดีเสียงฉ่ำตะโกนเรียกให้ไปช่วยขนของ เทพกลับจากจวน อยู่จึงบอกมะลิ

“กระผมจะมาขุดแล้วลงต้นดอกพุดจีบให้ คุณหนูกลับเรือนก่อนนะขอรับ”

อยู่วิ่งไป มะลิจะเดินกลับ แต่รู้สึกบางอย่างจึงหันมองแล้วเดินกลับไปที่หลุม นั่งลงเขี่ยดินเห็นกล่องไม้เก่าๆมีผ้ายันต์และสายสิญจน์พันอยู่ ด้วยความเก่าจึงทำให้หนูน้อยดึงออกอย่างง่ายดาย ลมพัดกระโชกมาทันที หนูน้อยมองไปรอบๆอย่างแปลกใจ

เทพขึ้นจากเรือเห็นอยู่กับฉ่ำเพิ่งวิ่งมาเหงื่อท่วมตัวก็ถามว่าทำอะไรกันมา อยู่กำลังจะเล่าว่าช่วยมะลิขุดดินแต่บุญขัดจังหวะเรียกให้ช่วยยกกำปั่นจึงชะงักหันไปช่วย...

เทพเดินจะขึ้นเรือน ได้กลิ่นดอกพุดจีบโชยมาจึงหันมองไปทางต้นไม้ใหญ่

ระหว่างนั้นมะลิกำลังมองว่ามีอะไรอยู่ในกล่อง แก้วเดินตามหาลูก รู้สึกถึงลางสังหรณ์...ใจคอไม่ดี บวบกับดีเดินร้องหามะลิอยู่ บวบเห็นแก้วไม่มีเงาหัวก็ตกใจบอกดีแต่ดีเห็นปกติ บวบจึงคิดว่าตัวเองตาฝาด

มะลิตัดสินใจเปิดกล่องไม้ ลมพัดวูบแรงจนหนูน้อยต้องป้องหน้า พอลมสงบเห็นพุดจีบห่มสไบยืนอยู่ สีหน้าเธอตื้นตันใจจากการหลุดพ้นมนตร์สะกด มะลิมองอย่างสงสัยค่อยๆเรียก

“คุณน้า...คุณน้ามาจากไหนจ๊ะ”

พุดจีบหันมองมะลิรับรู้ว่าเป็นผู้ปล่อยวิญญาณตน “น้าอยู่ที่นี่ อยู่ตรงนี้มานานแล้วจ้ะ”

“อยู่ตรงนี้? แต่มะลิไม่เคยเห็นคุณน้ามาก่อนเลย”

พุดจีบน้ำตาไหล มะลิเข้าไปเช็ดน้ำตาให้ เธอรู้สึกถูกชะตาและเอ็นดูหนูน้อยผู้นี้มาก มะลิถามอีกว่าร้องไห้ทำไม

“น้าตื้นตันใจที่เจอคนใจดีอย่างหนู...”

“หนูก็ดีใจที่เจอคุณน้านะคะ...คุณน้าเสียใจเรื่องใดจ๊ะ”

“มีคนใจร้ายกลั่นแกล้งน้า น้าชิงชังพวกมัน ใจของมันอำมหิตไม่มีสำนึก...”

“น้าอย่าโกรธนะจ๊ะ...คุณพ่อเคยพาหนูไปวัด พระท่านเทศน์สอนว่า ถ้าเราโกรธ เราก็กอดความเกลียดไว้กับตัว เราไม่มีวันพบพานความสุขได้เลย หนูชอบมองคุณน้ายิ้ม อยากเห็นคุณน้ามีความสุข คุณน้าต้องให้อภัยนะจ๊ะ”

พุดจีบประทับใจกับคำพูดของมะลิและสะเทือนใจจนน้ำตาเอ่อ มะลิชวนไปหาพ่อแม่ที่เรือน แล้วจูงมือพาเดินออกไป

ooooooo

เทพกำลังเดินมายังต้นไม้ใหญ่ ในขณะที่มะลิจูงพุดจีบเดินไปเรือน แล้วทั้งพุดจีบและเทพต้องตกใจ ไม่ใช่เห็นกัน แต่เทพเห็นสไบสีดอกตะแบกวางอยู่ในกล่องใต้ต้นไม้ใหญ่ ส่วนพุดจีบตกใจเพราะเห็นแก้วเดินมา ภาพความชั่วความเลวที่แก้วทำไว้กับตนผุดขึ้น

สีหน้าพุดจีบเปลี่ยนเป็นผีร้ายโกรธเกลียด แต่พอมะลิหันมาเรียก พุดจีบไม่อยากให้หนูน้อยกลัวจึงย่อตัวลงในสภาพสีหน้าปกติ ถามว่ามีอะไร

“นั่นแม่แก้ว...แม่ของมะลิจ้ะ”

แก้วยืนตกตะลึงที่เห็นลูกอยู่กับผีพุดจีบ พุดจีบมองมายังแก้วสีหน้าโกรธแค้น แล้วถาม

“แม่แก้ว...พ่อของหนูมะลิชื่อ...เทพรึ? แก้ว! ตอบฉันสิ พี่เทพเป็นพ่อของหนูมะลิรึ?”

แก้วพูดไม่ออกเพราะรู้แก่ใจว่าพุดจีบรู้ความจริง พุดจีบพุ่งเข้าหาแก้ว แก้วกลัวเรียกลูกมาเป็นเกราะป้องกัน มะลิวิ่งมาหาแต่พุดจีบดึงมือไว้แล้วหันมายิ้มพูดจาอ่อนหวานด้วย

“หนูจ๊ะ น้ารู้จักแม่ของหนู เราสองคนรักใคร่เสมือนพี่น้อง น้าขอคุยกับคุณแม่ของหนูเพียงลำพัง”

เสียงแก้วยังเรียกลูกไปหา พุดจีบย้ำกับหนูน้อยว่า

“คนดีของน้า กลับเรือนนะจ๊ะ”

“ลูกมะลิ ลูกมาหาแม่...” แก้วเรียกด้วยความกลัวผีพุดจีบ

“แม่คุยกับคุณน้านะจ๊ะ มะลิไปรอแม่ที่เรือนจ้ะ” มะลิพูดจบวิ่งไป

พุดจีบยืนจ้องแก้วด้วยสายตาโกรธเกลียด แก้วร้องลั่นให้คนช่วย พุดจีบพุ่งมาดักหน้า

“เอ็งกลัวตาย ก็แหกปากร้องเรียกหมอผีพี่เอ็งมา”

“พี่เหมตายแล้ว ฉันไม่ทำร้ายแกอีกแล้ว แกปล่อยฉันไปเถอะ”

“เอ็งกลัวตายแต่ไม่กลัวบาป...บาปกรรมน่ากลัวกว่าความตาย!” พุดจีบตะคอกใส่หน้า


ในขณะที่เทพหยิบสไบสีดอกตะแบกขึ้นมากอดพร่ำบอกว่าจะไม่ยอมให้คนใจร้ายทำลายสไบอีก มิ่งเดินมา ตกใจที่เห็นว่าผีพุดจีบหลุดจากบ่วงสไบแล้ว

เทพถือสไบเดินกลับเรือน ได้ยินเสียงผิดปกติจึงหันมอง เจอมิ่งกำลังจะฟันด้วยดาบ เทพหลบทันแล้วต่อสู้ป้องกันตัว

“มิ่ง...เอ็งเกลียดชังข้าเรื่องใด ถึงต้องฆ่าแกงข้า”

“เอ็งไล่ข้า ข้าไม่ยอมไปไหน ข้าจะเป็นเจ้าเรือน!” มิ่งฟันแขนเทพล้มลงแล้วเหยียบอก

“เอ็งเจ็บแค้นเพียงข้าไล่เอ็งจากเรือน?”

“แค้นข้ามันฝังอกมานานแล้ว เอ็งอ้างเป็นเกลอ แต่เอ็งได้ทุกสิ่งเหนือข้า...คุณย้อยคุณอัฐยกเอ็งเป็นลูก แต่ข้าต้องเป็นขี้ข้ารับใช้เอ็ง”

“ข้าไม่เคยข่มเหงน้ำใจเอ็ง ข้าช่วยเหลือเสมอมา...”

“แต่ข้าก็อยู่ต่ำกว่าเอ็ง ซ้ำหนัก พอสิ้นคุณย้อยคุณอัฐ เอ็งยังได้ฐานะเป็นลูกบุญธรรมคุณหลวง ร่ำเรียนจากเมืองนอกมีศักดิ์เป็นถึงคุณหลวง ไอ้เทพ...ข้ามาเรือนนี้เพื่อกำจัดเอ็ง ข้าชอบนังแก้ว มันก็มีใจให้เอ็ง นังพุดจีบตกกระไดพลอยโจนได้ชื่อเป็นเมียข้า มันก็ถวิลหาเอ็ง เอ็งเกิดมาเป็นมารขวางทางข้าเสียทุกเรื่อง สิ้นเอ็ง...ข้าก็สมหวัง” มิ่งเงื้อดาบจะฟัน

ด้านแก้วขอร้องผีพุดจีบยกโทษ ขอชีวิตเพื่ออยู่ดูแลลูกไม่อยากให้ลูกเป็นกำพร้า พุดจีบสวนให้เลิกเอาเลือดเนื้อเชื้อไขมาอ้าง เพราะตนซึ่งเป็นพี่สาวยังฆ่าได้อย่างโหดเหี้ยม

“พี่พุดจีบ...ฉันรักลูกฉันมาก...”

พุดจีบผละออกห่าง แก้วดีใจคิดว่ายอมปล่อย แต่แล้วพุดจีบกลับกราดเกรี้ยวหนักกว่าเดิม

“เอ็งไม่เคยรักลูก! เอ็งไม่รักใครนอกจากตัวเอง อีคนเห็นแก่ตัว!”

พุดจีบจะเล่นงานแก้วแต่แล้วรับรู้ได้ว่าเทพกำลังโดนมิ่งทำร้าย จึงหายวับไป

มิ่งเงื้อดาบจะฟันต้องตกใจ เมื่อเห็นหน้าผีพุดจีบแทนหน้าเทพ จึงร้องลั่นถอยออก ผีพุดจีบก้าวตาม เทพเห็นพุดจีบอีกครั้งก็ดีใจมาก แต่เธอกำลังจะเล่นงานมิ่งที่ฟาดฟันดาบใส่ เทพร้องเรียก เธอหันมองเห็นเขาบาดเจ็บที่แขนก็เข้ามาดูแลปล่อยมิ่งหนีไป เทพดีใจพร่ำถาม

“น้องพุดจีบ น้องยังไม่ละไป”

“หมอผีใจชั่วสะกดวิญญาณไว้กับสไบแล้วฝังดิน น้องหลุดพ้นมนตร์เพราะหนูมะลิช่วยน้อง”

เทพบอกว่ามะลิลูกตน พุดจีบส่ายหน้าแต่ไม่อาจแจ้ง พลันเห็นเลือดที่แขนเขาไหลก็ร้องเรียกให้คนมาช่วย เสียงเธอกังวานก้องพร้อมลมพัดแรง

ooooooo

อยู่ ฉ่ำและบุญกำลังขนของ รวมทั้งบวบและดีที่เดินหามะลิ ต่างได้ยินเสียงพุดจีบก็ตกใจ เมี้ยน เจิม เม้ย เอี้ยงและพวกทาสที่อยู่โรงครัวแตกตื่น เจิมวางมือจากการทำงานรีบวิ่งออกไปตามเสียงพุดจีบ เมี้ยนเดินไม่ถนัดร้องบอกให้เม้ยกับเอี้ยงพาตนไปด้วย

แก้ววิ่งหนีผีขึ้นเรือนเข้าห้อง พบมิ่งกำลังรื้อค้นสมบัติจัดใส่ห่อผ้า ก็โวยวายว่านั่นเป็นของตน มิ่งรีบบอกว่าเราต้องหนีไปจากที่นี่ ผีพุดจีบจะฆ่าเรา แก้วโทษว่าเป็นเพราะเขาจะฆ่าเทพ มิ่งยอมรับเพราะเทพแย่งทุกอย่างไปจากตน และถ้าเทพรู้เรื่องจากพุดจีบก็ต้องจับพวกเราเข้าคุก

มิ่งห่อสมบัติเสร็จก็จะไปตามหาลูก แก้วไม่ยอมร้องเรียกมะลิให้มาหา ขณะที่มิ่งก็เรียกลูกน้อยด้วยเหมือนกัน

“มะลิ! คุณหนู! คุณหนูอยู่ไหน”

“ข้าไม่ไป! ข้าไม่ยอมให้เอ็งพาลูกข้าไป” แก้วเข้าขวาง มิ่งโมโหตบหน้าฉาด

“นังแก้ว...เอ็งจะอยู่ให้ผีหักคอตายนอนเฝ้าเรือนรึ เราต้องหนีไปจากที่นี่ ไปอยู่ด้วยกัน”

แก้วไม่ยอมให้มิ่งเอาลูกไป คว้าของแข็งเดินตามฟาดหัวมิ่งล้มลง

“ข้าไม่ไปไหนทั้งนั้น ข้าลำบากลำบนทำทุกอย่างเพื่อเหยียบยืนบนเรือนหลังนี้ ข้าเป็นสายเลือดคุณหลวง ข้ามียศศักดิ์เป็นคุณหนู”

“เอ็งเลิกเพ้อเจ้อเสียที เอ็งมันแค่ลูกทาส” มิ่งเตือนสติ

“ข้าเป็นคุณแก้ว ข้าเป็นเมียหลวงเทพสุรเดช ข้าจะครองรักกับพี่เทพและลูกมะลิ”

“ข้าต่างหากเป็นผัวเอ็ง!”

“เอ็งมันขี้ข้าชั้นต่ำ! ข้าฝืนใจเกลือกกลั้วกับเอ็งแก้กำหนัด แล้วข้าก็อยากได้ลูก...ข้าเอาลูกมาผูกใจพี่เทพ เอ็งมันเป็นแค่หมาขี้เรื้อนรับใช้ข้า อย่าลำพองยกตัวเป็นผัว ไอ้ขี้กลาก!”

“มึงหลอกกู!” มิ่งคลานเข้าจับขาแก้วไว้

แก้วถีบมิ่งกระเด็นและด่าว่าไอ้โง่! ก่อนจะวิ่งไปตามหามะลิ...

ในเวลานั้นพวกอยู่เดินมาเจอเทพบาดเจ็บอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่แต่ไม่เห็นผีพุดจีบ...

แก้วเดินหาลูกทั่วเรือน และแล้วมะลิเปิดประตูห้องพุดจีบออกมา แก้วถลันเข้าหาลูกจะพาไปหาเทพ มิ่งเข้ามาคว้าตัวมะลิมาอุ้มไว้

มะลิร้องไห้ไม่ไปกับมิ่ง พวกอยู่ประคองเทพขึ้นมาบนเรือน เทพสั่งบ่าวจับมิ่ง มะลิดิ้นหลุดวิ่งไปหาเทพ เขาต่อว่ามิ่งที่อำมหิตคิดจะพรากลูกไป สั่งจับมิ่งใส่ตรวนส่งไปรับโทษ

“เอาสิวะ งั้นพวกเอ็งก็ล่ามโซ่นังแก้วด้วย! อีแก้ว! ข้าไม่รอดเอ็งก็อย่าหวังเสวยสุข ข้าจะแฉความจริงให้สิ้น”

“ไอ้มิ่ง!...พี่เทพอย่าฟังความมัน ไอ้มิ่งทำร้ายแก้ว มันจะเอาลูกมะลิไป”

“นังตอแหล! ข้ากับอีแก้วเป็น...”

เทพกำลังตั้งใจฟัง ทันใดแก้วดึงมีดจากชายพกบุญมาแทงมิ่งอย่างเร็ว เทพตกใจปิดตามะลิไว้ แก้วดึงมีดออกจะแทงซ้ำแต่พวกอยู่เข้าจับตัวไว้ แก้วร้องลั่นให้ฆ่ามิ่ง เทพปรามให้หยุด แต่แก้วยังโวยวาย

“มันจะฆ่าพี่เทพ มันจะฆ่าแก้ว มันจะเอาลูกมะลิของเราไปฆ่า คนชั่วอย่างมันต้องตาย”

มิ่งยันกายขึ้นบอกเทพ “มะลิ...ไม่ใช่ลูกเอ็ง! ข้าต่างหากที่เป็นพ่อของมะลิ...ข้าได้เสียกับนังแก้วมานาน พอมันท้องมันก็เอาลูกข้าสมอ้างเป็นลูกเอ็ง หลอกใช้ข้าทำงานรับใช้มัน ทำชั่วสารพัดให้มันเป็นเจ้าเรือน นังอสรพิษ...”

เทพและทุกคนตกใจกับความจริงที่เปิดเผย แก้วแทบคลั่งแต่ถูกจับรั้งไว้ มะลิค่อยๆเดินมาใกล้มิ่ง ถามว่าตนเป็นลูกเขาจริงหรือ มิ่งน้ำตารื้นตอบเสียงสั่นเครือ

“ลูก...เป็นลูกของพ่อ...พ่อรักลูก...”

“พ่อรักหนู พ่อต้องพูดความจริงกับหนู” มะลิคุกเข่าลงรอฟัง

แก้วถลันเข้าดึงมะลิ “มะลิอย่าไปฟังมัน มันสร้างเรื่องให้พ่อเทพเกลียดชังแม่...”

แต่มิ่งก็พยายามพูดออกมา “มันสั่งให้พ่อฆ่าคุณหลวงคุณเยื้อน พอคุณเยื้อนพิกงพิการมันก็ทรมานจนคุณเยื้อนตายคาเตียง”

“มันโกหก!” แก้วตะเบ็งเสียง

เจิมย้ำความเดิม “อิฉันแน่ใจว่ามันคบชู้แก้ว อิฉันเห็นหลายครั้งที่มันอยู่ด้วยกัน”

มิ่งท้าให้เจิมจุดธูปเรียกผีเรียมมาถาม เพราะเรียมเห็นทุกอย่างจึงถูกแก้วฆ่าแล้วโยนความผิดให้เหม เจิมตกใจแค้นใจที่แก้วฆ่าเรียมลงคอ แก้วไม่ยอมรับหาว่ามิ่งใส่ร้าย มิ่งยืนยันอีกว่า

“พวกเอ็งจะเชื่อคำข้ารึคำของหญิงชั่ว มันฆ่าได้แม้แต่น้าตัวเอง!”

พวกบวบตกใจ แก้วปฏิเสธพัลวัน มิ่งหยันว่า

“มันไม่ได้ฆ่า แต่ลวงน้าไปบำเรอไอ้เหม น้าอบ ทนไม่ไหวต้องปาดคอตายสิ้นเวร!”

พวกบวบโกรธแค้นด่าว่าและปาข้าวของใส่แก้ว เมี้ยนเดินกะเผลกเข้ามาซักไซ้เอาผิด

“มันทำระยำเหมือนที่ลวงลูกชดไปบำเรอไอ้เหม! เอ็งสารภาพมาให้สิ้น เอ็งวางยาฆ่าลูกชด เอ็งพูดสิว่าเอ็งฆ่าลูกข้า”

แก้วอ้ำอึ้งพูดไม่ออก มิ่งแฉซ้ำอีกว่า

“มันสั่งให้ข้าลวงนังเม้ยออกไป มันก็ใส่ยาสั่งในน้ำหวังให้เอ็งกิน”

เมี้ยนโกรธจัดเดินกะเผลกเข้าถีบแก้วทั้งที่ตัวเองขาเป๋ ทำให้ตัวเองล้มลง แก้วร้องให้เทพช่วยและยังหาว่ามิ่งใส่ร้าย มะลิเข้าไปถามแก้วว่าคุณน้าอยู่ไหน... ทุกคนแปลกใจ

“ลูกเจอคุณน้าห่มสไบ อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ คุณน้าคุยกับแม่แก้ว...คุณน้าไปไหนล่ะจ๊ะ”

แก้วพูดไม่ออก เทพตอบหนูน้อยเสียเองว่า คุณน้าพุดจีบจากเราไปแล้ว มะลิเสียงเครือถามว่าใครทำร้ายคุณน้า แล้วหันมารบเร้าถามแก้ว มิ่งมองแก้วอย่างสาแก่ใจก่อนจะบอกลูกว่า

“หญิงใจชั่วคนนี้ฆ่าคุณน้าของลูก!”

แก้วทนไม่ไหวคว้ามีดขึ้นมาแทงมิ่งอีกครั้ง ทุกคนตกตะลึงกับความโหดเหี้ยมนั้น

“พี่เทพอย่าเชื่อคำมัน ไอ้มิ่งคิดฆ่าพี่เทพ มันเลวเกินคน มันจวนตัวสิ้นทางหนีก็โยนบาปใส่แก้ว มันยุยงให้พี่เทพเกลียดแก้ว หวังให้แก้วตายตกตามมัน พี่เทพ...แก้วไม่เคยทำเลวทำชั่วแม้แต่หนเดียว...”

“แม่พูดความจริงเถอะจ้ะ” มะลิเห็นแม่ร้องไห้ขอความเห็นใจจากเทพ

“ลูกมะลิ...เชื่อคำแม่ แม่ไม่เคยโกหกลูก...” แก้วสวมกอดมะลิ

อยู่เห็นว่ามิ่งตายแล้วก็ถามเทพจะทำอย่างไร มะลิโพล่งขึ้นว่าเอาไปแขวนคอที่ต้นไม้ แก้วตกใจคำพูดของลูก ผละตัวออกเห็นใบหน้าพุดจีบยิ้มหยันซ้อนบนหน้าลูกแล้วร่างพุดจีบก็ปรากฏขึ้น ทิ้งร่างมะลินอนอยู่บนพื้น เมื่อเทพเห็นคนรักก็ดีใจ พุดจีบพูดกับทุกคน

“ไอ้มิ่งสารภาพความจริงทุกเรื่องราว ทุกคนที่ตายมาจากน้ำมือพวกมัน”

“มิ่งฆ่าน้องพุดจีบรึ”

เทพแค้นใจแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะมิ่งตายแล้ว พุดจีบหันมาที่แก้ว

“ส่วนเอ็งยังก่อบาป ไม่รับความจริง...ถึงเวลากรรมสนอง ทำอย่างใดรับผลเช่นนั้น...”

แก้วกลัวลานวิ่งหนีลงเรือน พุดจีบหายวับไป เมี้ยนสาแก่ใจที่แก้วจะต้องโดนผีพุดจีบฆ่า เทพเป็นห่วงไม่อยากให้พุดจีบสร้างบาปอีก

มะลิรู้สึกตัวร้องเรียกพ่อเทพ ทำให้เขาลังเลครู่หนึ่ง แต่ตัดสินใจจะไปปรามพุดจีบ มะลิร้องไห้หาแม่ เจิมเข้ามากอดปลอบหนูน้อยด้วยความสงสาร

ooooooo

แก้ววิ่งหนีแต่ถูกสไบรัดขาล้มลง เธอโวยวายด่าผีทำลายชีวิตตน จะจองเวรไปถึงไหน แล้วเปลี่ยนท่าทีเป็นอ่อนโยนลงอ้อนวอนขอร้อง

“พี่พุดจีบ ฉันเป็นน้องพี่ อย่าทำฉันเลยจ้ะ เราเป็นลูกพ่อเดียวกัน”

“เอ็งอย่าเอาสายเลือดมาลบล้างหนีผิด บุญบาปก็เช่นกันไม่อาจหักล้างกันได้”

“ฉันขอโทษ อโหสิกรรมให้ฉันด้วย ฉันจะไม่ทำบาปทำชั่วอีกแล้ว” แก้วก้มกราบปลกๆ

พุดจีบหันหลังกลับเสมือนปล่อยวาง แก้วคิดว่าตัวเองรอดแน่ก็ก่นด่า พุดจีบหันขวับมาจ้องเพราะรู้ว่าคนอย่างแก้วไม่มีวันสำนึก สไบเคลื่อนเข้ารัดคอแก้วแล้วดึงตัวขึ้นไปบนต้นไม้ แก้วดิ้นจะขาดใจ เทพวิ่งมาขอให้พอแค่นี้ ส่วนมะลิก็วิ่งตามมายกมือไหว้อ้อนวอน

“คุณน้าจ๋า...หนูกราบจ้ะ คุณน้าอย่าทำร้ายแม่หนูนะจ๊ะ แม่หนูตายไปหนูจะอยู่กับใคร คุณน้าไม่สงสารหนูเหรอจ๊ะ”

พุดจีบสะเทือนใจกับคำขอของหนูน้อย เทพช่วยวิงวอนขออย่าให้มะลิต้องกำพร้าไปมากกว่านี้ เจิมคลานเข้ามายกมือไหว้ช่วยขอร้องอีกคน

“คุณหนูเจ้าขา เมตตาคุณหนูมะลิเถอะเจ้าค่ะ คุณหนูมะลิเติบโตมายึดมั่นในธรรมะไม่ต่างจากคุณหนูเมื่อยังเยาว์ อิฉันอดคิดไม่ได้ว่าคุณหนูมะลิเกิดมาไถ่บาปพ่อแม่เช่นเดียวกับคุณหนู”

พุดจีบหวนคิดถึงตัวเอง มองมะลิที่น้ำตาไหลพราก เทพเสริมว่ามะลิได้ชื่อว่าเป็นลูกของคู่อาฆาต แต่มะลิไม่รู้เห็นในผิดบาปใดๆ อย่าทำร้ายจิตใจเธอเลย พุดจีบยอมรับว่ามะลิคือผู้ปลดปล่อยตนออกมา ยิ่งทำให้สงสาร ยอมคลายผ้าออกจากคอแก้ว

แก้วทรุดลงหมดสภาพ มะลิกราบขอบพระคุณผู้ปลดปล่อยแล้ววิ่งเข้าไปกอดแม่ พุดจีบยังมีความแค้นหันมาทางเทพ

“พี่เทพ...น้องอยากฆ่าแก้วให้ตาย ตายไปกับน้อง ใจน้องไม่เป็นสุข ถ้าปล่อยให้คนเลวอย่างแก้วมีชีวิตทำร้ายคนอื่น...”

“พี่จะนำตัวแก้วไปรับโทษ...พี่รู้ความจริงทุกสิ่งอย่างแล้ว พี่โกรธและเกลียดอยากฆ่าแก้วให้ตายด้วยน้ำมือพี่เสียด้วยซ้ำ แต่พี่ต้องยั้งใจ พี่ไม่มีหน้าที่ฆ่าใคร และพี่ไม่อยากก่อบาปเพื่อวนเวียนมาเจอะเจอกันอีก ขอให้หมดกรรมแค่ชาตินี้ พี่จะส่งแก้วไปจวน เจ้าหน้าที่ทางกฎหมายจะลงโทษแก้ว”

ว่าแล้วเทพสั่งพวกอยู่จับแก้วใส่โซ่ตรวน แก้วตกใจร้องลั่น คว้าตัวมะลิมาร้องขู่

“พวกเอ็งเข้ามา ข้าจะบีบคอมะลิให้ตายคามือ!”

มะลิตกใจร้องไห้จ้า แก้วลากมะลิมาเป็นตัวประกัน พุดจีบโกรธมาก พลันเกิดลมพัดแรงจนทุกคนต้องเอามือป้องลม พุดจีบหายตัวไป

จู่ๆ ทุกคนได้ยินเสียงมะลิร้องไห้และพูดอย่างน่าสงสาร “แม่จ๋าหนูเจ็บ พ่อเทพ...ช่วยหนูด้วย”

“พ่อเอ็งตายไปแล้ว ไม่มีใครรักเอ็ง ไป!” แก้วตวาดพลางลากมะลิเพื่อหนี

ทันใดนั้นเองผีพุดจีบปรากฏตัวขึ้น แก้วตกใจปล่อยมือจากมะลิ เทพวิ่งไปดึงหนูน้อยมากอดปกป้องด้วยรักและผูกพันไม่เปลี่ยนแปลง

พุดจีบปล่อยสไบลงมาจากต้นไม้รัดคอแก้วแล้วจะดึงขึ้นไป แก้วกรีดร้องให้เทพช่วย เสียงหลวงปู่ดังกังวานขึ้นมา

“หยุดเถอะโยม ปล่อยเถอะ วางเถอะ”

หลวงปู่เดินเข้ามาโดยมีเม้ยและเอี้ยงถือตะเกียงนำหน้า

“มันทำบาปใหญ่ ไม่สำนึก มันยังคิดชั่วก่อบาปแม้กับลูกตัวเอง คนอย่างมันไม่เคยเชื่อในนรกสวรรค์ อิฉันจะพามันไปให้เห็นแจ้ง นรกสวรรค์มีอยู่จริง”

“โยมก็ต้องตกขุมนรกเช่นกัน...”

“ไม่ว่าเป็นขุมใดอิฉันก็ยอม อิฉันแค้น พวกมันจองจำร่ายมนตร์ใส่ อิฉันเจ็บปวดเร่าร้อน”

“เขาไม่ได้เผาโยม...”

“ไฟแผดเผาอิฉันแทบหมกไหม้เจ้าค่ะ”

“โยมสำคัญผิดเสียแล้ว ไฟนั้นคือไฟแค้นที่โยมเผาตัวเอง”

พุดจีบอึ้งไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อน ไม่รู้ว่าตัวเองหลงคิดผิดมานาน เทพอ้อนวอนพุดจีบอีกแรง

“น้องยังรักพี่รึไม่...ในอดีตชาติเราคงเกิดและร่วมสร้างกรรมด้วยกัน เราอาจเคยทำร้ายแก้ว เราจึงประสบเหตุพรากจากกัน ไม่เคยได้ครองคู่...ถ้าน้องเชื่อในบุญกรรม จงหยุดเถิด”

พุดจีบนึกถึงอดีตชาติที่ผ่านมา นิ่งฟังเทพขอให้ร่วมสร้างกรรมดี อโหสิกรรมให้หมดในชาตินี้ อย่าอาฆาตแค้นให้เป็นวัฏจักรกลับมาในชาติหน้าอีกไม่จบสิ้น ขณะที่หลวงปู่เทศน์ให้เห็นแจ้งว่าเมื่อโกรธก็อาฆาตแค้น เมื่อล้างแค้นก็เป็นกรรมที่ต้องสะสางในภพหน้า

พุดจีบฟังทุกคำและคิดไตร่ตรอง ในที่สุดก็สงบนิ่งอย่างเข้าใจถ่องแท้

“โยมรู้สึกเย็นแล้วรึไม่...ไม่โกรธ ไม่เกลียด ไม่เจ็บ ไม่ร้อน...การแก้บ่วงที่ประเสริฐคือการไม่ผูกบ่วง”

สไบที่รัดคอแก้วคลายออก ทุกคนยินดีที่พุดจีบยอมปล่อยวาง เทพเข้าสวมกอดวิญญาณพุดจีบแล้วร้องไห้ไปด้วยกัน

พุดจีบตัดสินใจกราบลา ขอลาไปรับกรรม สิ้นเวรสิ้นกรรมเราจะได้เกิดร่วมชาติกันอีก เทพรับคำว่าจะทำบุญอุทิศให้สม่ำเสมอ และจะรอคอยกลับมาครองคู่กัน...

พุดจีบถอยออกก่อนร่างจะเลือนหายไปทั้งน้ำตา ท่ามกลางความสะเทือนใจของทุกคน

ooooooo

ในดินแดนที่เต็มไปด้วยหมอกควัน หลวงปู่เดินนำวิญญาณพุดจีบเข้ามา แล้วบอกให้เธอไปทำหน้าที่ เธอก้มกราบหลวงปู่สามครั้ง พอเงยหน้าไม่เห็นท่านเสียแล้ว มีเพียงแสงนำทางให้เธอเลือกเดินว่าจะไปเส้นทางรับกรรมหรือจะไปรับบุญก่อน

เมื่อทุกอย่างสงบลง แก้วยังคงเว้าวอนเทพให้เชื่อตน แต่เขาไม่สนใจ สั่งอยู่เอาแก้วไปขังในห้องแล้วรุ่งเช้าจะส่งทางการให้รับโทษ แก้วร้องลั่นไม่ยอมไป แต่ถูกเมี้ยนหัวเราะเยาะและถากถาง มะลิสงสารแม่เข้าปลอบให้สงบลง

เมื่อเทพจูงมือหนูน้อยกลับขึ้นเรือน แก้วยังเคียดแค้นตะโกนด่าเทพไม่มีวันสมหวังได้ครองคู่กับพุดจีบ แล้วกรีดร้องราวคนเสียสติ

กลางดึกแก้วได้ยินเสียงเจิมร้องเพลงกล่อมมะลิ เป็นเพลงที่อิ่มร้องกล่อมตัวเอง แก้วน้ำตาร่วงริน รำพันหาแม่อิ่ม จากนั้นเกิดภาพหลอนเห็นผีมาหลอก เห็นหนอนยั้วเยี้ยเต็มห้อง

แก้วหลอนหนัก หวาดกลัวลนลานก่อนจะใช้สไบผูกห้อยจากหน้าต่างจะโรยตัวหนี แต่ผ้าสั้นเกินไปจึงจะหาอีกผืนมาผูกต่อ แต่พลันได้ยินเสียงพุดจีบหัวเราะก้อง แก้วผวาเฮือกและตัดสินใจเกาะผ้าเพียงผืนเดียวตกลงไปนอนสลบชั่วครู่

อยู่กับฉ่ำเข้ามาดูว่าแก้วเป็นอย่างไรบ้าง ไม่เห็นแก้วในห้องก็ตกใจ แก้วรู้สึกตัวกระเสือกกระสนหนีต่อไปจนถึงท่าน้ำและคิดจะพายเรือหนี แต่แล้วเห็นมิ่งไต่ขึ้นมาจากกราบเรือก็ตกใจร้องกรี๊ดวิ่งหนีไปทางสวนสะดุดรากไม้ล้มคะมำ เจอผีเหมจับมือก็แทบช็อก สะบัดมือลุกวิ่งไปทางดงกล้วย เจอผีอบหลอกหลอนอีก แต่ความจริงแล้วไม่มีผีตนใดเลย เป็นภาพหลอนที่แก้วเห็นเองทั้งสิ้น

แก้ววิ่งหนีไปที่หลุมศพแม่อิ่ม กรีดร้องให้แม่ช่วย เอามือขุดดินลงไปจนเล็บเยินเปิดเปิง ครั้นเจอกระดูกกับเศษผ้านุ่งก็สติแตกร้องหาแม่ลั่นไปหมด แม่อยู่ไหน มาช่วยลูกด้วย...

เทพนั่งสมาธิอยู่ในห้องพระ เห็นภาพหญิงร่ายรำในอดีตรบกวนสมาธิ พยายามเพ่งมองว่าเป็นใครแล้วเธอก็หันมาจ้อง จึงรู้ว่าแก้วนี่เองที่ติดตามเขาทุกภพชาติ

ทางด้านแก้วที่ร้องไห้ฟูมฟายให้แม่มาช่วย พลันเห็นผีหลายตน ทั้งเหม มิ่ง อบ และเรียมก้าวย่างเข้าหาก็หวาดกลัวลงไปซ่อนตัวในหลุมที่ตัวเองขุดไว้และใช้มือกอบดินกลบจนมิดหน้ามิดตาหวังไม่ให้ผีเห็น แต่ กลับกลายเป็นทำให้ตัวเองหมดอากาศหายใจขาดใจตายในหลุมนั้น

อยู่กับฉ่ำมารายงานเทพว่าแก้วหนีออกทางหน้าต่างแล้วไปพบศพนอนตายในหลุมอิ่ม ทั้งเทพและเจิมใจหาย กล่าวอโหสิกรรมให้...

วันเวลาผ่านไปเทพมอบความรักและเลี้ยงดูมะลิอย่างลูกที่แท้จริง มะลิถอดแบบมาจากพุดจีบ ชอบร้อยมาลัยและเข้าวัดทำบุญฟังเทศน์

“คุณพ่อเจ้าขา...มาลัยของลูกงามไหมเจ้าคะ”

“งามจ้ะ...”

“ลูกจะนำไปถวายพระให้แม่แก้วหอมกลิ่นดอกมะลิเจ้าค่ะ”

เทพยิ้มพอใจที่มะลิมีจิตใจเป็นกุศลคิดทำบุญให้แก้ว เขาจูงมือหนูน้อยไปวัดโดยมีเจิมและพวกบ่าวเดินตาม เมี้ยนพาตัวมายืนรอขอไปร่วมทำบุญด้วย เทพยิ้มยินดี อยู่และฉ่ำช่วยกันประคองเมี้ยนลงเรือ

ทุกคนรักและเอ็นดูมะลิมาก นับวันหนูน้อยที่เรียบร้อยอ่อนหวานซึ่งถอดแบบมาจากพุดจีบทุกอย่างก็ทำให้ทุกคนในเรือนใหญ่หลังนี้กลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง...เลิกสะพรึงกันเสียที!

ooooooo

–อวสาน–


ละครบ่วงสไบ ตอนที่ 15(ตอนจบ) อ่านบ่วงสไบ ติดตามบ่วงสไบ ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย วงศกร ปรมัตถากร,อัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล 4 มี.ค. 2562 07:54 2019-03-08T01:06:12+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ