ข่าว

วิดีโอ



บ่วงนฤมิต

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า-พีเรียด

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: นลินี สีตะสุวรรณ

กำกับการแสดงโดย: สำรวย รักชาติ

ผลิตโดย: บริษัท ฮูแอนด์ฮู จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: อัชฎา นามปาน,ภีรนีย์ คงไทย

ปภาคินไม่ทันได้บวช คืนหนึ่งนายสุขก็กระหืด- กระหอบมาบอกว่าโจรปล้นบ้าน ตนได้ยินเสียงปืน จึงลอบวิ่งออกมาบอก โจรมากันเป็นสิบบุกเข้าตึกใหญ่

ปภาคินจึงขอหลวงพ่อกลับไปดูบ้านก่อน หลวงพ่อพยักหน้าบอกว่าแล้วกลับมาส่งข่าวด้วยว่าเป็นอย่างไร หลวงพ่อมองปภาคินที่วิ่งตามนายสุขออกไป รู้สึกได้ว่าปภาคินคงไปไม่ถึงผ้าเหลืองเสียแล้ว

ปภาคินไปถึงบ้านพบว่าพ่อนอนบาดเจ็บอยู่ กำลังจะวิ่งไปดูพ่อก็เห็นแม่นอนแน่นิ่งอยู่ เข้าไปดูจึงรู้ว่าแม่เสียชีวิตแล้วแต่มือยังกำสร้อยที่แย่งจากโจรแน่น ปภาคิน

บอกนายสุขให้ไปเอากระเป๋าหมอในห้องตนมา พอนายสุขเอากระเป๋ายามา ปภาคินก็รีบห้ามเลือดให้พ่อพลางสั่ง

“นายสุข ไปเรียกใครมาดูแลแม่หน่อย เอาร่าง ไปวางไว้บนตั่งหาผ้าคลุมไว้ก่อน เอารถออกมาเดี๋ยว

จะพาคุณพ่อไปโรงพยาบาล แล้วแกเลยไปวัดไปบอกหลวงพ่อ เรื่องคุณแม่”

ปพนได้ยินถามเสียงแผ่วว่าแม่เป็นยังไงทำไมไม่พาแม่ไปโรงพยาบาล พอปภาคินบอกว่าคุณแม่สิ้นแล้ว ปพนก็น้ำตาไหล ปภาคินน้ำตาซึมแต่ก็ยังคงทำแผล

ให้พ่อต่อไป

ooooooo

ที่โรงแรมปากน้ำโพ...ขวัญอุมากับธีรัชคุยกันที่สวนของโรงแรม ธีรัชเอ่ยเศร้าว่า

“ผมว่าชีวิตของพวกเขามันเศร้าเกินกว่าที่จะมาเขียนเป็นนิยายให้คนอ่านเล่นนะ” ขวัญอุมามองขวับถามว่าหมายความยังไง “ผมอยากจะรู้ว่าคุณรู้สึกยังไงกับโศกนาฏกรรมชีวิตของพวกเขา”

“ชีวิตของปภาคินใช่ไหม” ธีรัชพยักหน้า ขวัญอุมามองหน้าอย่างสำรวจถาม “ฉันรู้ บางทีเราเห็นเรื่อง

น่าสะเทือนใจมาปรากฏต่อหน้าอีกครั้ง มันก็เหมือนเอามีดกรีดลงบนบาดแผลรอยเดิม แต่คุณจะเดือดร้อนไปทำไม มันไม่ใช่ชีวิตของคุณ มันเป็นชีวิตของปภาคิน”

ธีรัชถามว่ารู้ว่าเห็นแล้วมันเจ็บทำไมถึงอยาก

นำกลับมาทั้งๆที่เจ็บล่ะ ขวัญอุมาโต้ว่า

“ฉัตรชนกไม่เคยทำอะไรผิด ไม่เคยคิดไม่ดี แต่หนังสือเล่มนั้น...รอยอดีต แต่งเรื่องให้เธอเป็นตัวโกง เป็นคนเลว ฉันไม่ชอบความอยุติธรรม มันเป็นหน้าที่ของฉันที่จะต้องแก้ความเข้าใจผิดอย่างนี้”

ธีรัชถอนใจแล้วเดินหนี ขวัญอุมาตามไปดึงตัวไว้ทวงถามว่าเขาสัญญาแล้วใช่ไหมว่าจะช่วยกันค้นหา

ความจริง ทั้งคุณวรา พี่คเชนทร์และคุณนลิน คอยเรื่องราวทั้งหมดจากเราอยู่ ธีรัชโต้ว่ามันก็แค่นิยายเธอจะไปเอาจริงเอาจังอะไรมากมาย เราไม่ได้กำลังเขียนหนังสือประวัติศาสตร์


“เพราะความจริงคือความสมบูรณ์ของเรื่องราว มันเป็นเหตุเป็นผลของตัวละคร มันทำให้เรื่องนี้มันสมจริงไงล่ะ มันทำให้ละครเรื่องนี้มันมีชีวิต ไม่ฝืน ไม่เฟก...”

ธีรัชมองหน้าขวัญอย่างรู้สึกทำใจลำบาก พอดีฉายฉานเดินเข้ามาทักอย่างอารมณ์ดี ธีรัชบอกว่าไม่คิดว่า เขาจะตามมาจริงๆ ขวัญอุมาก็ทักอย่างดีใจ

“ผมก็สนใจเรื่องจริงเหมือนคุณเหมือนกัน ขวัญ คุณเก่งจริงๆนะ ตามหาจนพบต้นตอ”

“ก็ต้นตอทั้งหมดแหละฉาน บันทึกของคุณปภาคินก็เป็นเรื่องของเขา ความเห็นของเขา คุณโกศลเจ้าของร้านหลานคุณยายสมเจ้าของที่เช่าของฉัตรชนก ก็ให้ข้อมูลชีวิตของครูฉัตรและครูธนา และเราก็ได้รู้เรื่องของฉัตรชนกกับชีวิตบั้นปลายของเธอ จากคุณยายป่านลูกสาวคนเดียวของฉัตรชนกกับปภาคิน”

ฉายฉานถามว่าฉัตรชนกมีลูกด้วยหรือ ขวัญชนกบอกว่าเขาจากกันโดยไม่ได้ร่ำลา จากกันด้วยความเข้าใจผิด จากกันมาท่ามกลางการใส่ร้ายป้ายสี ฉายฉานขอให้ขวัญอุมาอัพเดตเรื่องทั้งหมดให้ทีและถ้าเป็นไปได้ตนก็อยากไปพบลูกของครูฉัตรเหมือนกัน

ขวัญอุมายิ้มดีใจที่ได้คนร่วมอุดมการณ์กับตน

ooooooo

ที่บ้านปภาคินกำลังตึงเครียด ปภาคินให้

นายสุขพาพ่อไปที่รถก่อน บอกบ่าวหญิงให้หาชุดมาเปลี่ยนให้คุณแม่ ผ้าปูที่นอนกับผ้าคลุม บ่าว

มองอย่างไม่รู้จะเอาจากที่ไหน ปภาคินจึงบอกให้

ตามตนมา

ปภาคินเดินขึ้นไปชั้นสองก็ได้ยินเสียงวรดาครางฮือๆอย่างคนเสียสติ มองหาจึงเห็นวรดาคุดคู้

ตัวสั่นร้องไห้อยู่ข้างเตียง ปภาคินถลาเขาไปคว้าตัวขึ้นมากอดปลอบขวัญ

“ดา...ดาน้องพี่ ไม่เป็นไรแล้วนะ พี่มาแล้ว ใครทำอะไรดาหรือเปล่า”

ปภาคินบอกวรดาว่าคุณพ่อบาดเจ็บเครื่องมือบ้านเรามีไม่พอ ตนต้องพาคุณพ่อไปโรงพยาบาล ถามว่าดาไปกับพี่ไหวไหม วรดายังตัวสั่นในสภาพช็อก ปภาคินตัดสินใจอุ้มน้องลงไป

คืนเดียวกันที่บ้านสวนของนวลอนงค์ก็ถูกโจรบุกเข้าไปจับตัวนวลอนงค์ที่กำลังจะออกมาตักน้ำ อิ่มได้ยินเสียงเอะอะออกมาสู้กับโจร ฉัตรชนกวิ่งออกมา โจรยกดาบไปทางฉัตรชนกอิ่มพุ่งเข้าคว้าคอด้านหลังมัน โจรเอี้ยวมองอิ่มทำให้ผ้าที่ผูกติดหน้ามันหลุด มันคือคนที่พากนกแขกับช่วงไปทางสามแพร่งนั่นเอง!

อิ่มตกใจเพราะคุ้นหน้า ฉัตรชนกนั่งกับพื้นด้วยความกลัว ธนาร้องถามฉัตรว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ชาวบ้านที่ได้ยินเสียงพากันถืออาวุธเข้ามาช่วย โจรที่ผ้าคลุมหน้าหลุดผลักอิ่มไปทรุดกับพื้นตะโกน “ถอย...”


ธนาวิ่งไปประคองนวลอนงค์ สมเข้าประคองฉัตรชนกขึ้นมาถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า แล้วช่วยกัน ประคองนวลอนงค์ อิ่ม และฉัตรชนกขึ้นบ้าน เมื่อ

ชาวบ้านกลับไปแล้ว ธนาถามว่าโจรได้อะไรไปหรือเปล่า ฉัตรส่ายหน้า อิ่มบอกว่ามันต้องการทำร้ายเรามากกว่าที่จะเอาสมบัติ ฉัตรชนกกับสมถามว่าทำไมล่ะ อิ่ม

บอกว่า...

“ฉันคุ้นหน้ามันค่ะ ไอ้คนนั้นเหมือนญาติห่างๆของนังช่วง คนของหม่อมยุพา...ถ้ามันเป็นโจรมันก็ต้องหวังทรัพย์ถูกไหมคะ ไม่มานั่งทุบตีเรา

อยู่อย่างนี้” ฉัตรถามว่าทำไมญาติของช่วงถึงอยากทำร้ายเรา “ก็เรื่องที่ท่านชายสิ้นชีพิตักษัยนั่นแหละค่ะ หม่อมยุพากับคุณหญิงกลัวว่าคุณฉัตรจะไปขอแบ่งสมบัติเธอ”

ธนาบอกว่าถ้าเป็นจริงอย่างน้าอิ่มว่าตนเกรงว่าพวกฉัตรจะไม่ปลอดภัย อิ่มจึงขอให้นวลอนงค์กับฉัตรชนกไปกับตน ไปจากที่นี่สักพักให้พวกมันหา

ไม่เจอ ธนาบอกว่าฉัตรไปไหนตนจะตามไปส่ง

ฉัตรชนกเห็นด้วยที่จะไปตายเอาดาบหน้า ธนา เสนอให้เอาของฝากน้าสมไว้ก่อน สะดวกเมื่อไหร่ค่อยกลับมาเอา ฟ้าสางเมื่อไหร่เราก็ไปกันเลย

ooooooo

ฝ่ายพวกขวัญอุมานั่งกันอยู่ที่ห้องน้ำชาโรงแรม ขวัญอุมาอธิบายบางอย่างให้ฉายฉานฟัง ในขณะที่ธีรัชทำหน้าไม่ปลื้มนักเพราะรู้สึกว่า

การค้นเรื่องต่างๆ อาจไม่เป็นประโยชน์อะไรกับใครเลย ที่สำคัญอาจชี้ไปที่ปภาคินว่าเป็นคนผิด

“หน้าที่ของเราก็คือปะติดปะต่อเรื่องราวระหว่างบันทึกของปภาคิน เรื่องเล่าจากคุณโกศล และเรื่องเล่าจากคุณยายป่าน  ฉันว่าเรื่องของฉันจะสมบูรณ์กว่าที่คุณภิรมย์ทำตอนที่เขาเขียนนิยาย” ขวัญอุมายืนยัน

“ขวัญมาถึงนี่เพื่อหาชีวิตของโฉมเฉลาหลังจากหนีตามชู้ไปน่ะหรือ” ฉายฉานถาม ขวัญอุมาโพล่งว่า

“ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ เรื่องจริงเป็นคนละเรื่องเลย เรื่องในนิยายที่เอามาเขียนบทมันกล่าวหาตัวละครโฉมเฉลามากเกินไป ไม่มีใครเลวได้ถึงเพียงนั้นหรอกค่ะ คนที่เฉลยเรื่องทั้งหมดคือคุณยายป่านลูกสาวของฉัตรชนกกับคุณปภาคินเจ้าของเรื่อง ซึ่งตามหนังสือก็คือโฉมเฉลากับปรานยังไงล่ะคะ”

ฉายฉานถามว่าตนจะมีโอกาสได้พบคุณยายป่านไหม ขวัญอุมาบอกว่าได้ พวกเรานัดพบกันตอนบ่ายๆหลายวันแล้ววันนี้ก็จะไปพบอีก


พอดีลูกปลาเข้ามาพร้อมกระเช้าสุขภาพ

มาให้คุณยายเพราะวันนี้จะส่งท้ายกับคุณยายแล้ว

ธีรัชนั่งหน้าตึงเมื่อรู้สึกว่าความจริงใกล้เข้ามาทุกทีแล้วถูกขวัญอุมาดักคอว่าอย่ามาถอยเอาวินาทีสุดท้ายก็แล้วกัน ธีรัชจึงเดินรั้งท้ายตามทุกคนไปอย่างไม่เต็มใจนัก

ooooooo

ขวัญอุมาแนะนำฉายฉานแก่แม่ชีป่านว่าเป็นคนที่แสดงเรื่องเดียวกันมาขอฟังเรื่องด้วย แล้วทุกคนก็เตรียมฟังและเก็บข้อมูลกันเต็มที่

“คราวที่แล้วคุณยายเล่าเรื่องที่ครูธนาพาฉัตรชนกมาปากน้ำโพ” ฉายฉานงงชื่อธนา ขวัญอุมาบอกว่าเป็นชื่อจริงของธนกฤตในหนังสือ ฉายฉานถามอีกว่าพามาปากน้ำโพไม่มีในเรื่องนี่

“ก็ไม่มีน่ะสิ แต่ในเรื่องจริงมันมี อย่ากลัวความจริง อีกคนล่ะ” ขวัญอุมาแขวะลอยๆแต่ตามองธีรัช

“ครูธนาเป็นห่วงว่าจะโดนพวกโจรตามมาทำร้ายอีก ก็เลยเดินทางตามมาเป็นเพื่อน ป้าอิ่มเขากลับไปอยู่กับญาติเขา คุณยายไม่อยากรบกวนเกาะเขาอยู่ จึงเช่าบ้าน อยู่กับแม่ด้วยเงินที่ท่านตาให้มา แม่ทยอยขายสมบัติไปเพื่อตั้งตัวให้ได้ แล้วก็มาขายผักขายขนมในตลาด”

ธีรัชถามว่าเท่ากับที่ธนากับฉัตรชนกหายตัวไปพร้อมกันหลังจากพวกโจรปล้นบ้านของปภาคิน แม่ชีบอกว่าแม่ไม่เคยรู้เรื่องโจรปล้นบ้านรมย์ฤดีเลย ตนก็เพิ่งทราบว่าในนิยายเขียนเอาไว้ ยังนึกน้อยใจเลยว่าไม่เคยได้ข่าวคราวจากบ้านโน้นเลยไม่เคยมีใครมาตาม

ฉายฉานถามว่าครูธนาก็ไม่เคยส่งข่าวมาให้ครูฉัตรรู้เรื่องทางโน้นบ้างเลยหรือ แม่ชีบอกว่าไม่มี แม่ตรอมใจมาก

“แล้วเมื่อไหร่ฉัตรชนกถึงทราบว่าตัวเองท้อง” ขวัญอุมาวกกลับมาถาม

“มาอยู่ปากน้ำโพได้สักพักค่ะ แม่เล่าว่าก็ไม่ได้แพ้ท้อง ตอนนั้นท้องได้สักสี่เดือนแล้ว เพิ่งสังเกตว่าท้องโตชัดขึ้น ก็อุ้มท้องไปทำงาน ฉันเกิดกลางตลาดเลยทีเดียวขณะที่แม่ไปขายของ”

“ถ้าคนที่เข้ามาปล้นบ้านปภาคินเป็นพวกของหม่อมยุพา จะเป็นพวกเดียวกับพวกที่ไปปล้นบ้านปภาคินหรือ ในเมื่อนายพลปพนก็เป็นเพื่อนกับท่านชาย” ธีรัช ตั้งประเด็น

“คงสรุปอย่างนั้นไม่ได้หรอกค่ะ ที่ฉันเล่าเพื่อจะบอกว่าเรื่องมันเกิดเวลาใกล้เคียงกันทำให้ต่างฝ่ายไม่รู้เรื่องของกันและกัน” แม่ชีชี้แจง

ฉายฉานวิเคราะห์ว่าอาจเป็นโจรกลุ่มเดียวกันหรือคนละกลุ่มก็ได้ ธีรัชติงว่าถ้าเป็นกลุ่มเดียวกันมันก็ต้องวางแผนมาอย่างดี แล้วใครล่ะที่เป็นคนวางแผน น่าจะหาคนชั่วนั้นให้พบ

 “ทุกข์เกิดจากการไม่ได้สิ่งที่ต้องการ และได้สิ่งที่ไม่ต้องการ ถ้าเรื่องราวมันเฉลย คุณก็คงได้ทราบกันเองแหละค่ะ”

“เล่าเรื่องฉัตรชนกต่อเถอะค่ะ ชีวิตเธอเป็นอย่างไรหลังจากนั้น” ขวัญอุมาเร่งแม่ชีป่าน

พระยาสารประดิษฐ์และกานติมาพากนกแขในสภาพปํ้าเป๋อมางานศพปฐมา

เมื่อพระมา ปภาคินกราบพระแล้วอาราธนาศีล ทันใดนั้นกนกแขก็เหงื่อแตกหวาดกลัวพอพระเริ่มสวดก็ลุกพรวดวิ่งออกไปด้านนอกเหมือนกำลังจะอาเจียน กานติมารีบลุกตามไปดู ปภาคินกับวรดามองตามอย่างเป็นห่วง

กนกแขวิ่งออกไปอาเจียนเป็นเลือดท่าทางทุรนทุรายทุกข์ทรมานมาก กานติมาหันไปทางห้องพิธีเรียกหมอให้มาช่วย ปภาคินเห็นอาการไม่ดีจึงอุ้มพาส่งโรงพยาบาล

กนกแขในอ้อมแขนปภาคินลืมตาขึ้นกลอกตาที่แข็งกร้าวราวปีศาจ ปากเปื้อนเลือดอย่างน่าสยอง!

เวลาเดียวกันที่ห้องนั่งเล่นวังโสภณ ยุพานั่งอยู่กับฐิติพาและช่วง ยุพาสั่งช่วงว่าข้าวของที่ได้มายกให้มันทั้งหมดถือเป็นรางวัล มองหน้าช่วงพูดเชิงถามว่างานของเราคงสำเร็จด้วยดี ฐิติพากังวลถามแม่ว่าจะทำยังไงที่พวกนั้นพลั้งมือจนมีคนตาย ช่วงบอกว่า

“พวกนั้นมันว่านังแม่มันงกเจ้าค่ะ กำสายสร้อยจนตกบันไดตายเลย”

ยุพาพูดอย่างเลือดเย็นว่าตายแล้วก็แล้วไป แต่งานเรายังไม่เสร็จ บอกฐิติพาว่าเดี๋ยวหญิงต้องไปศรีราชาเพราะหญิงรู้จักคนตายต้องไปงานเขาและจัดการงานของเราให้สำเร็จ ฐิติพาถามว่าจะไปทำไมอีก?

“ไปทำให้มันกลับมาไม่ได้อย่างถาวรไงล่ะลูก ปภาคินต้องหย่าขาดจากมัน” ยุพาสั่งเลือดเย็น

คืนนี้...เมื่อพระสวดเสร็จ ปภาคินบอกหลวงพ่อว่าช่วงนี้ตนคงไม่สามารถเข้าไปท่องบทสวดเพื่อบวชได้ต้องเจียดเวลาดูแลพ่อ ท่านคงต้องใช้เวลาอีกสักพักจึงจะกลับมาใช้ชีวิตได้ซึ่งก็คงไม่ปกตินัก

“สนองคุณพ่อกับแม่ก่อนเถิดโยม เรื่องร้ายต่างๆมันเริ่มถอยออกไปแล้ว ฟังอะไรอย่าเชื่อง่ายๆนะ หาเหตุหาผลหาข้อเท็จจริงให้ได้เสียก่อน”

หลวงพ่อเตือนราวกับจะรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า

กลับถึงบ้านวรดาถามว่ามีใครส่งข่าวครูฉัตรหรือยังตอนนี้ครูฉัตรก็ยังเป็นเมียพี่ใหญ่เป็นสะใภ้ของแม่อยู่ ปภาคินนึกละอายใจกับเหตุการณ์ที่ตนปฏิบัติต่อฉัตรชนกที่ผ่านมาแม้จะรู้ว่าตัวเองอยู่ในสภาพไม่เป็นตัวของตัวเองทั้งหมด บอกวรดาว่า

“ดานอนเสีย แล้วพรุ่งนี้เราไปส่งข่าวให้ฉัตรกัน”

“ครูฉัตรคงจะมาช่วยจัดงานให้แม่ได้ดีกว่านี้” วรดายิ้มทั้งน้ำตาอย่างมีความหวัง

 ooooooo

เมื่อพระยาสารประดิษฐ์กับกานติมาพากนกแขที่เหมือนคนปํ้าเป๋อกลับบ้าน ตัวกนกแขมีกลิ่นสาบของมนตร์ดำจนพระยาสารประดิษฐ์ตกใจ กานติมาบอกว่าเดี๋ยวตนจะพาลูกไปอาบน้ำก่อน

“แล้วหมอว่ายังไงบ้าง”

“หมอไม่ว่าอะไรค่ะ ไปถึงโรงพยาบาลก็ไม่พบอะไรผิดปกติ หมอว่าแกอาจจะตกใจและเสียใจมากเกินไป เห็นสนิทสนมกับบ้านโน้นเป็นพิเศษมานาน”

พระยาสารประดิษฐ์พยักหน้าแต่ยังคลางแคลงใจกับกลิ่นสาบรุนแรงจากตัวกนกแขไม่หาย

คืนนี้เมื่อกานติมาพากนกแขเข้านอนแล้วเดินตามหาสามี พอเจอก็ถามว่าคุณพี่ได้กลิ่นนั่นเหมือนกันหรือ พระยาสารประดิษฐ์ที่เหม็นกลิ่นสาบจนต้องชงยาหอมกินถามว่ามันคืออะไร กานติมาบอกว่าตนก็ไม่รู้แต่ยัยแขแปลกไปไม่รู้ว่าไปโดนอะไรมา

พระยาสารประดิษฐ์จึงเสนอว่าเห็นทีจะต้องพึ่งน้ำมนต์เหมือนปภาคินเสียแล้วกระมัง กานติมาหวังว่าพระสงฆ์จะช่วยป้องกันลูกเราจากมนตร์ดำยัยฉัตรได้ นัดพรุ่งนี้เราไปวัดกัน

ปภาคินกับวรดาไปหานวลอนงค์ที่บ้านสวนผัก เจอแต่สมที่ไปรดน้ำผักกลับมา จึงบอกว่าตนจะมาบอกฉัตรว่าแม่เสียชีวิตแล้วตั้งแต่เมื่อวาน ขณะนี้ตั้งสวดอยู่ที่บ้าน มาแจ้งข่าวเผื่อฉัตรจะไปทำบุญให้แม่ด้วยกัน

วรดาถามว่าครูฉัตรไปไหนแล้วครูธนาอยู่บ้านหรือเปล่า สมบอกว่าครูธนาไปต่างจังหวัด ก็พอดีฐิติพาเดินมากับช่วงถามแทรกขึ้นอย่างจับผิดว่าครูธนากับฉัตรไปด้วยกันใช่ไหม

สมพยายามเลี่ยงที่จะตอบ แต่ฐิติพาถามวนไปเวียนมาว่าฉัตรไปพร้อมธนาใช่ไหม ไปเมื่อไหร่ สมบอกว่าไปเมื่อวานนี้ก็ตีขลุมทันทีว่า “ไปวันเดียวกับที่คุณแม่ของคุณใหญ่เสียชีวิตเลย” แล้วฐิติพาเรียกสมไปคุยเรื่องฉัตรชนกต่อ ช่วงตามไปด้วย

ฐิติพาพยายามจะสรุปว่าฉัตรชนกกับครูธนาหนีตามกันไป สมยืนยันว่าครูฉัตรกับครูธนาไม่ทำเรื่องเลวๆ อย่างนั้นแน่นอน ช่วงถามว่ารู้ใช่ไหมว่าเขาไปไหนกัน สมบอกว่าไม่รู้ รู้แต่เขาเดินทางไปพร้อมกันเท่านั้น

“ถ้าไม่รู้ก็ไม่ต้องพูด พูดมากไปจะเดือดร้อนมาถึงตัวเอง จำไว้นะอย่าพูดมากโดยเฉพาะเรื่องนี้ อย่าเที่ยวพูดให้ใครฟังทีเดียว ไม่ใช่จะเดือดร้อนเฉพาะตัวแกครูฉัตรกับครูธนาก็จะต้องเดือดร้อนมากๆแน่”

ช่วงขู่จนสมหน้าเสีย รับปากว่าจะไม่พูดเรื่องนี้เลย ช่วงเอานิ้วจิ้มหัวสมจนหน้าหงายปราม

“จำไว้ให้ดีอย่าหลุดพูดออกมาล่ะ” แล้วจับแขนฐิติพา “เราไปกันค่ะคุณหญิง”

ฐิติพากับช่วงกลับไปแล้ว สมเพิ่งได้สติ รู้สึกกลัวจับขั้วหัวใจ

แล้ววันนี้ฐิติพากับช่วงก็ไปที่บ้านกานติมาบอกว่าไปงานศพคุณแม่ปภาคินเลยแวะมากราบคุณน้าและคิดถึงแขมากไม่ได้เจอกันนาน กานติมาบอกว่าแขไม่สบาย

ที่แท้ฐิติพามาเพื่อเป่าหูกุเรื่องว่าฉัตรชนกกับครูธนาหนีไปด้วยกัน ยุให้กานติมาบอกให้ปภาคินหย่ากับฉัตรชนกแล้วมาแต่งกับกนกแขแทน

ขณะนั้นเองกนกแขลงจากชั้นบนในชุดนอนท่าทางปํ้าเป๋อ พระยาสารประดิษฐ์ตามมาเรียกไว้บอกว่าแม่มีแขก

“แข!” ฐิติพาทัก กนกแขถามว่าไปไหนกันมา “แข...เดี๋ยวไปงานศพคุณป้าปฐมาไหมฉันจะไปด้วยกับเธอ” แต่กนกแขกลับถอยกรูดจนเกือบจะล้ม

“ยัยแขคงไม่ไปไหนหรอกครับวันนี้ บ้านเราคงไม่ไปเพราะยัยแขไม่ค่อยสบาย คงต้องขึ้นไปพักผ่อน”

พ่อออกตัวแทน กานติมาเสียงขุ่นถามว่าแล้วปล่อยให้ลงมาได้ยังไง พ่อบอกว่าตนออกมาจากห้องก็เห็นแขเดินลงบันไดมาแล้ว กานติมาจึงขอตัวไปดูแข ฐิติพาจึงลากลับ

พอออกมาถึงหน้าบ้านช่วงก็กระซิบขนลุกขนพองว่า

“อาการมนตร์ดำเข้าตัว มันจะเริ่มไม่รับรู้แล้วว่าตัวเป็นใคร”

ฐิติพากลืนน้ำลายฝืดคอ กลัวว่าตัวเองจะโดนแบบนี้เหมือนกัน

ขณะที่ฐิติพาเตรียมกลับแล้ว ยุพาก็เดินทางมาคนเดียวบอกว่ายังไงก็ยังกลับไม่ได้เพราะฉัตรชนกยังหายไป เชื่อว่าคงรู้ตัวจากนางอิ่มที่มาบอก ยุพาบอกว่ายังไงก็ต้องหาฉัตรชนกให้เจออย่าให้มันโผล่มาอีก เพราะยังมีที่ทางของท่านชายอีกมากที่ยังไม่ได้จัดการให้ครบถ้วน

ฐิติพาบอกว่ากนกแขคงไม่ได้เรื่องแล้ว ช่วงบอกว่ามนตร์ดำย้อนเข้าตัวดูบ้าบอเนื้อตัวก็มีกลิ่นเหม็นเน่า ยุพาบอกว่าเราไม่ต้องพึ่งกนกแขแล้ว พึ่งตัวเองนั่นแหละดีที่สุด ฐิติพากลัว บอกว่าตนไม่ทำอีกแล้วไม่อยากเป็นอย่างแข

“หญิงไม่ต้องเป็น หญิงไม่ต้องทำ เรื่องนี้แม่จัดการเอง เย็นนี้เราไปงานศพยัยปฐมาด้วยกัน”

ooooooo

ในงานศพ ยุพาขอคุยกับปภาคินอ้างว่าท่านชายคงจะทรงเห็นด้วยทุกข้อทีเดียว

ยุพาใส่ร้ายว่าฉัตรชนกรักกับธนาตั้งแต่สมัยเรียน ทำเสน่ห์ใส่คุณใหญ่จนแต่งงานด้วย แล้วร่วมมือกับธนามาปล้นบ้านคุณใหญ่ได้ของสมใจแล้วก็หนีไปเสวยสุขกับธนาที่ไหนก็ไม่รู้

“จะเป็นไปได้อย่างไรกัน” ปภาคินแย้ง

“ไม่มีใครเชื่อว่าเขาจะทำได้ถึงเพียงนี้ คุณใหญ่คะพวกเราสกุลโสภณอับอายกับการกระทำของนังฉัตรมากเหลือเกิน พระวิญญาณของท่านชายคงจะไม่อาจพักผ่อนได้อย่างสันติหากคุณใหญ่ยังไม่ฟ้องหย่าขาดจากมันตัดมันเสียให้ขาดเถิด อย่าให้มันเอาชาติตระกูลของคุณใหญ่ไปแอบอ้างต่อที่ไหนเลย”

เมื่อเป่าหูจนปภาคินเริ่มเชื่อแล้ว ยุพาก็ส่งสัญญาณให้ฐิติพาเล่นต่อ ฐิติพายุว่า

“หญิงได้ยินทุกคำกล่าวที่มันอาฆาตคุณแม่ของคุณ มันว่าท่านกีดกันไม่ให้มันได้เข้าใกล้คุณง่ายๆ”

พอพูดถึงเรื่องคุณแม่ปภาคินก็ทนไม่ได้ ซบหน้ากับฝ่ามือ ขออยู่คนเดียวสักครู่ เขายืนหันหลังให้สองแม่ลูกอย่างกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ฝ่ายสองแม่ลูกสบตากันอย่างสมใจในชัยชนะแล้วเดินกระหยิ่มออกจากห้องไป

เมื่อกลับถึงที่พัก ฐิติพาบอกแม่ว่าตนเชื่อว่างานนี้เราต้องสำเร็จ พรุ่งนี้เราก็น่าจะกลับกันได้แล้ว แต่ยุพาบอกว่าไม่ได้ เราต้องอยู่จนจบงาน 7 วันก่อน ในยามนี้เราต้องอยู่ปลอบใจปภาคินเพื่อให้เขาเชื่อใจและไว้ใจเรา

ช่วงบอกว่าคุณหญิงเชื่อหม่อมท่านเถิด ท่านทำสำเร็จมาแล้วไม่มีใครรู้เรื่องนี้ดีกว่าหม่อมอีกแล้ว ฐิติพาจึงจำต้องยอม

ธนาพาฉัตรชนกกับนวลอนงค์มาถึงปากน้ำโพ ฉัตรชนกบอกว่าที่นี่มีคนพลุกพล่าน ธนาเห็นว่าที่นี่เหมาะกับการย้ายมาอยู่เพราะไม่มีใครสังเกตใคร เราสามารถค้าขายได้สะดวก ผู้คนซื้อของกันทุกวัน

ฉัตรชนกบอกให้ธนากลับไปเสียตนกับแม่อยู่กันได้ ธนาอยากอยู่เป็นเพื่อนแต่ฉัตรชนกไม่อยากให้เขาต้องเจ็บปวดเพราะตนยังรักและไม่อาจลืมปภาคินได้

ธนาจึงตัดใจแต่จะรอวันนั้น...วันที่ฉัตรลืมเขาได้เด็ดขาด

เมื่อธนากลับไปจึงรู้จากสมว่าระหว่างที่เขากับฉัตรชนกไม่อยู่มีเรื่องลือเลวร้ายเกี่ยวกับเขาและฉัตรชนก ธนาถามว่าทำไมลือกันได้ขนาดนี้และทำไมป้าไม่บอกปภาคิน สมบอกว่าตนกลัวว่าครูฉัตรจะไม่ปลอดภัย ธนาไม่พอใจเสียงเครียดว่า “เรื่องไม่จริงพูดกันไปได้ คงจะต้องอธิบายให้ทุกคนเข้าใจ”

“อิฉันว่าครูลองไปคุยกับคุณปภาคินดูก่อนเถอะค่ะ ถ้าคุณปภาคินแกเชื่อ ครูก็ให้แกไปรับครูฉัตรกลับมาอยู่ด้วยกัน เรื่องร้ายๆมันก็คงจะหายไปเอง”

ธนาพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

ooooooo

แม่ชีป่านฟังขวัญอุมาเล่าเรื่องราวที่บันทึกไว้จากการสืบมาได้แล้วถามว่าทางโน้นไม่มีใครรู้เลยใช่ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นกับครูฉัตร

ขวัญอุมาส่ายหน้า แม่ชีถามอีกว่าครูธนาก็ไม่เคยบอกใครเรื่องครูฉัตรชนก ไม่ได้บอกปภาคินเลยว่าฉัตรชนกอยู่ที่ไหน ขวัญอุมาพลิกดูบันทึกที่จดจากการเล่าของโกศลบอกว่า

“ไม่บอกค่ะ เจ้าของบ้านเช่าเล่าไว้ว่า ครูธนาหายไปพักหนึ่งแล้วก็กลับมาทำงานต่อที่ศรีราชา แต่ปภาคินไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้ว”

“เรื่องมันเลวร้ายจริงๆ คนที่มีทุกอย่างอย่างคุณย่าปฐมา กลับต้องมาเสียชีวิตด้วยน้ำมือโจร โจรพวกนั้นเป็นใคร ตามจับกันได้ไหมคะ”

ธีรัชบอกว่ามีเรื่องเกิดขึ้นเพียงกรณีเดียวแล้วหายไป มันคงหลบออกนอกพื้นที่เลยไม่มีการตามปราบกัน ฉายฉานบอกว่าตนเห็นด้วยกับขวัญ เรื่องบางเรื่องความจริงบางอย่างยังไม่ถูกเปิดเผยมันน่าค้นหาจริงๆ เราน่าจะกลับไปถามคุณโกสุมเรื่องครูธนาต่ออีกหน่อยไหม

“มันอาจจะเป็นกรรมของผู้หญิงที่ชื่อฉัตรชนก ที่จะต้องรับแต่ความเศร้า กลืนกินน้ำตาอยู่จนชั่วชีวิต”

แม่ชีป่านพูดถึงแม่ตัวเองด้วยความเศร้า จนขวัญอุมาต้องยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับน้ำตา...

ooooooo

ก่อนกลับกรุงเทพฯยุพาจะไปบ้านพระยา


สารประดิษฐ์ สั่งช่วงให้ออกไปอยู่กับพวกพ้อง ตนจะต้องให้แน่ใจว่ากนกแขจะคุ้มดีหรือคุ้มร้ายมันจะต้อง

ไม่แพร่งพรายเรื่องพ่อหมอกับเรื่องของพวกเรา ย้ำกับช่วงว่า

“ฉันลงทุนไปแล้ว จะไม่มีวันยอมให้สูญเปล่า” แล้วชวนฐิติพาไปบ้านพระยาสารประดิษฐ์กัน

เมื่อยุพากับฐิติพาไปลากลับกรุงเทพฯ พระยาสารประดิษฐ์ขอบคุณหม่อมที่กรุณามาร่วมทำบุญให้ แล้วยุพาก็เอยขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยว่า ตนรู้ว่าปภาคินจะทำเรื่องหย่าเร็วๆนี้

ฐิติพาเห็นแม่เริ่มเข้าสู่ประเด็นสำคัญจึงขอตัวไปคุยกับกนกแข กานติมาบอกว่ากนกแขอยู่ข้างบน พระยาสารประดิษฐ์จะพาขึ้นไป ฐิติพาบอกว่าตนขึ้นไปเองได้เพราะคุ้นกับแขอยู่แล้ว

กานติมาถามยุพาว่ารู้จากไหนเรื่องปภาคินจะหย่ากับฉัตร พระยาสารประดิษฐ์เอ่ยอย่างโล่งใจว่า

“ถ้าจัดการได้เรียบร้อยอย่างนั้นก็ดี เรื่องต่างๆ

จะได้ชัดเจนขึ้น เราคงต้องไปเยี่ยมพ่อปภาคินเร็วๆนี้”

ยุพายิ้มอย่างพอใจกับความสำเร็จของตนที่จะเห็นความวุ่นวายเกิดขึ้นกับฉัตรชนกและปภาคินอีกครั้ง

เมื่อฐิติพาขึ้นไปหากนกแขที่ห้องก็บอกทันทีว่ารู้ไหมว่าคุณใหญ่จะหย่าขาดจากนังฉัตรแล้ว กนกแข

มองหน้าฐิติพาเหมือนงงๆ บอกว่า “แขรักพี่ใหญ่...”

“ถ้ารักเขาจริงเธอก็ต้องให้พี่ใหญ่มาเป็นของเธอให้ได้ ไม่มีโอกาสดีอย่างนี้อีกแล้ว ทำให้พี่ใหญ่หันมารักเธอให้ได้” กนกแขพึมพำในสภาพเบลอๆว่า...รัก ฐิติพาย้ำว่า “ให้พี่ใหญ่รักเธอ เวทมนตร์ของเธอล่ะอยู่ไหน”

กนกแขลุกขึ้นไปคว้าถุงย่ามจากหลังตู้เสื้อผ้า

มาเทลงบนเตียง มีทั้งสร้อย ยันต์และอื่นๆ ฐิติพามองของ

แล้วจ้องหน้ากนกแข พูดช้าๆเนิบๆเหมือนสะกดจิต

“เธอมีพร้อมทุกอย่างนะกนกแข ทุกอย่างที่จะดึงปภาคิน...คุณใหญ่ ให้มาเป็นของเธอ ของเธอคนเดียว เพราะเขากำลังจะหย่าจากนังฉัตร เธอจะชนะ...ได้ยินไหม เธอจะชนะแล้ว อย่ายอมหยุด”

“ฉันจะชนะแล้ว...” กนกแขพึมพำ ฐิติพาบอกว่าใช่...เธอต้องทำต่อไป กนกแขสีหน้ามั่นใจ พูดขึงขัง “ฉันจะทำต่อไป พี่ใหญ่จะเป็นของฉันคนเดียว”

“ใช่...ฉันจะรอวันนั้น วันที่เธอชนะนังฉัตร ฉันจะคอยช่วยเธอ ช่วยจนเธอชนะแข”

กนกแขหัวเราะออกมาเหมือนไม่รู้สึกตัว ฐิติพามองอย่างสะใจที่ปั่นให้กนกแขที่อยู่ในสภาพสติไม่เต็มทำตามความต้องการของตน


เมื่อเล่าให้ยุพาฟังขณะออกจากบ้านกนกแข ฐิติพาบอกว่ากนกแขทำท่าจะทำเวทมนตร์ต่อ ถ้าเราไม่อยู่ช่วยดูท่าจะไม่สำเร็จ ตนอยากอยู่กับช่วงดูว่าของขลังนักขลังหนาจะเป็นยังไง ยุพาไม่ให้อยู่ ฐิติพาบอกว่าถ้าตนไม่อยู่จัดการคงจะเหลวแน่นอน ช่วงเห็นด้วยเพราะกนกแขนับวันจะยิ่งเลอะเลือน

“กลับไปก่อน ถ้าจะมาใหม่ปลอมตัวมาทีหลังไม่ให้ใครรู้ ระหว่างนี้ช่วงเตรียมที่ไว้เผื่อคุณหญิงมา”

“หญิงต้องมาค่ะ” ฐิติพายืนยัน

ปภาคินจะเก็บร่างแม่ไว้ครบร้อยวันจึงจะเคลื่อนไปวัด เขาจึงจัดห้องนั่งเล่นให้เป็นห้องนอนของพ่อเพื่อจะได้ไม่ต้องขึ้นลงเพราะขายังใส่เฝือกอยู่ ปพนก็ยังรู้สึกผิดที่ตนช่วยปฐมาไม่ทัน

“พ่อขา...พี่ใหญ่กับดาเหลือพ่ออยู่เพียงคนเดียวเป็นเสาหลักของบ้าน พ่อขา...พ่อรักษาตัวให้หายเร็วๆนะคะ เรายังมีงานต่างๆที่จะต้องทำให้แม่อีกหลายอย่าง”  ปพน

กอดวรดาร้องไห้เสียใจ

ooooooo

ที่เรือนของแม่ชีป่านที่ปากน้ำโพ ธีรัชกำลังดูบันทึกจากที่ไปหาข้อมูลจากที่ต่างๆสรุปให้ทุกคนฟังว่า

“เขาบันทึกไว้ว่าพ่อของเขาไม่มีความสุขในบ้านหลังนั้นเลย...ภาพวันที่สูญเสียมันติดตาเขาจนยากจะทำใจ เขาจึงรีบจัดการงานศพ แล้วพาครอบครัวไปอาศัยอยู่ที่เมืองจันท์ เท่ากับได้พาพ่อไปเปลี่ยนอากาศรักษาตัวด้วย”

แม่ชีป่านเปรยว่าตอนนั้นตนยังนึกโกรธว่าถูกทอดทิ้งไม่ส่งข่าว พวกเราไม่รู้เรื่องเลยว่าโจรก็ปล้นบ้านนั้น ลูกปลาถามว่าเหตุการณ์มันเกิดขึ้นวันเดียวกันหรือ

แม่ชีป่านบอกว่าตนไม่ทราบ

“แต่ในนิยายมันกลายเป็นว่าโจรนั่นเป็นพวกฉัตรชนกกับธนาปล้นแล้วเอาสมบัติหนีไปตั้งตัว

ด้วยกัน” ขวัญอุมาแทรกขึ้น ฉายฉานถามว่าใคร

ขวัญอุมาย้ำชัดว่า “กนกแขน่ะสิ”

พอดีโทรศัพท์ของฉายฉานดังขึ้นเขาจึงเปิดดู หน้าจอเป็นชื่อ เอ้...อรนภา จึงขอโทษทุกคนรับสายก่อน

ooooooo

พออรนภารู้ว่าฉายฉานอยู่นครสวรรค์กำลังสืบเรื่องจริงของรอยอดีตก็ถามเสียงกระด้างว่าตกลงฉายก็เอาด้วยหรือ เป็นเอามากนะ

ฉายฉานบอกว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจจริงๆ ถามว่าเอ้จะตามมาไหมล่ะ เธอบอกว่าไม่สนใจ เรื่องมันดีอยู่แล้วไม่รู้จะเปลี่ยนอะไรกันนักหนา ถามว่าแล้วฉายจะกลับเมื่อไหร่

“ผมว่างช่วงนี้ ถ้าขวัญกับรัชเขาอยู่ ผมก็จะยังอยู่นะ ไม่น่าเชื่อเลย พวกเขากำลังคุยกับลูกสาวโฉมเฉลา เดี๋ยวผมถ่ายคลิปส่งไปให้เอ้ดูนะ”

ฉายฉานเดินกลับมาเพื่อถ่ายรูปพวกเพื่อนส่งไปให้เอ้ดูเพราะเอ้สนใจเรื่องที่เรามาค้นหาความจริง


พอเอ้ได้รับก็เปิดดู ทำเสียงเยาะเย้ย “พร้อมหน้ากันจริง เฮอะ แล้วยายแก่นี่ใครกัน” ว่าแล้วกดโทร.หาฉายฉานอีก พูดอย่างยโสว่า

“ฉันจะบอกให้นะคะ ฉันรับเล่นละครเรื่องนี้ตามเรื่องที่ตกลงกันไว้ ถ้าเรื่องมันเปลี่ยนไปฉันก็ไม่แน่ใจนะคะว่าจะยังคงแสดงอยู่หรือเปล่า”

พูดจบก็วางหูเลย ขวัญอุมาถามฉายฉานว่าเธอจะโทร.มาอีกไหมเนี่ย เสนอให้เราคุยกันต่อ

แต่ให้ปิดมือถือเสีย ฉายฉานเปรยว่าอรนภาห่วงเรื่องที่อาจจะเปลี่ยนบท ดูเธอไม่แฮปปี้กับเรื่องนี้

“ก็ต้องลองดูเมื่อถึงเวลาเปลี่ยนแปลงจริงไหมคะ ขวัญเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

ลูกปลาเร่งให้สัมภาษณ์คุณยายให้เสร็จก่อนดีไหม เรื่องทะเลาะของพวกเรากันเองเอาไปทะเลาะกันต่อที่กรุงเทพฯ ขวัญอุมาจึงบอกแม่ชีป่านให้พูดต่อเลย

ฝ่ายอรนภาไม่พอใจการกระทำของพวกขวัญอุมา ไปที่ห้องทำงานของวรา ถามว่าทราบไหมว่าบรรดา

นักแสดงนำเรื่องรอยอดีตไปไหนกันหมด วราคาดว่าคงไปรับจ๊อบหรือไปเที่ยวกัน อรนภาบอกว่าตนได้ข่าวว่าทุกคนไปอยู่ปากน้ำโพ ไปหาใครที่ว่าเป็นลูกโฉมเฉลาในเรื่อง

วราถามว่ามีหลักฐานอะไรมายืนยันหรือ อรนภาเยาะว่าไม่เห็นมีหลักฐานอะไรนอกจากความเชื่อของพวกเขาเอง

“เหรอจ๊ะ แล้วเรื่องมันเป็นยังไงเขาถึงเชื่อ เหมือนหรือไม่เหมือนกับในนิยายล่ะ แต่พี่ก็ปลื้มใจจริงๆที่ผู้ร่วมงานของพี่ทุกคนสนใจงานมาก เอาเป็นธุระ ทุ่มเทกับงาน ไม่นึกนะว่าผู้หญิงอย่างขวัญอุมาจะทุ่มทุนเอาจริงเอาจังขนาดนี้”

อรนภาอึ้งไปอย่างผิดคาด ซ้ำคเชนทร์ยังบอกว่าขวัญอุมาอินมาก และวราก็กล่าวอย่างปลื้มว่า

“ต้องพูดว่าพี่ได้ดรีมทีมมาร่วมงานจริงๆ ปลื้มค่ะ ปลื้ม”

คเชนทร์ถามว่าถ้าเอ้สนใจเรื่องนี้ทำไมไม่ตามเขาไป อรนภาอ้างว่าไกลและกลัวว่าไปฟื้นความจำคนวัย 80 กว่าเกิดเป็นลมขึ้นมาจะลำบาก ย้อนถามว่าแล้วคเชนทร์กับวราจะรู้ได้ยังไงว่าเรื่องที่ขวัญมาเสนอเป็นเรื่องจริงและจะไปขุดคุ้ยกันให้ได้อะไรขึ้นมา

คเชนทร์บอกว่าทำให้เรามีโอกาสทำให้เรื่องมันสมจริงมากขึ้นไม่เป็นละครจนเกินไป อรนภาขัดใจบ่นว่าเห็นดีเห็นงามตามกันไปหมด คเชนทร์ถามว่าแล้วเอ้ไม่เห็นด้วยหรือ

“พอดีมนตร์ดำมันเป่าไม่ถึงเอ้ไงคะ”

“อ๊ะ พูดอย่างนี้เอ้ก็อินกับละครด้วยแล้วน่ะสิ แน่ะ... พี่ว่านะ จริงๆแล้วบอกไม่ได้นะว่าใครอินกับรอยอดีตมากกว่ากันระหว่างขวัญกับเอ้ ยุคนั้นคนยังมีความเชื่อเรื่องมนตร์ดำนะ แต่เดรัจฉานวิชาพวกนี้ก็คงทำลายมากกว่าสร้างสรรค์มันก็เลยหมดไปเอง”

“นั่นน่ะสิ...ยุคนั้นคนเชื่อเรื่องมนตร์ดำจริงๆ” อรนภาพูดราวกับว่าตัวเองเคยเจออะไรแบบนั้นมาในอดีต

คืนนี้เอง ฐิติพา ช่วงกับคนของช่วงสองคนก็กึ่งลากกึ่งจูงกนกแขที่เลื่อนลอยไปที่ใกล้ทางสามแพร่ง เมื่อช่วงกับฐิติพาพูดถึงทางสามแพร่ง กนกแขจึงค่อยๆจำทางสามแพร่งได้

ฐิติพาฟื้นความจำเรื่องปภาคินกับฉัตรชนก ย้ำยุว่าต้องทำให้สองคนนี้เลิกกันและทำให้ปภาคินกลับมาเป็นของเธอให้ได้ พอกนกแขเริ่มจำได้ก็ถามว่า

“มนตร์ที่แรงที่สุดเท่าที่หมอเคยทำให้มาจำไม่ได้เหรอ เรา ฉันกับช่วงจะคอยช่วยเธอ ให้เธอประสบความสำเร็จนะ”

ช่วงกับลูกน้องสองคนก็ช่วยกันจัดแต่งที่เหมือนกนกแขทำพิธีครั้งก่อน แล้วพากนกแขไปนั่งเสื่อที่ปูไว้

“ได้เวลาแล้ว ท่องมนตร์สิ จำได้ดีไม่ใช่เหรอ”

ช่วงพนมมือเป่ามนตร์ไปที่กนกแข ทันใดนั้นเหมือนมนตร์ร้ายในตัวกนกแขถูกปลุกขึ้น เธอจำและประกอบพิธีได้อย่างชำนาญ พริบตาเดียวหมอกสีดำก็คลุมทั่วบริเวณพิธี ลมพัดกรูเกรียวเศษไม้ใบหญ้าปลิวว่อน ต้นไม้โอนเอนน่ากลัว

ขณะนั้นเองธนาขี่จักรยานผ่านมาถูกลมพัดจนต้านไม่ไหวต้องหมอบกับพื้นพยายามเพ่งมองไปข้างหน้า จึงเห็นกนกแขกำลังทำพิธี ลมพัดกรูเกรียวพุ่งไปยังทิศทางที่ไปวัด

ที่วัดหลวงพ่ออยู่ที่กุฏิกำลังใช้ผ้าขาวห่ออังคารของปฐมาเพื่อให้ปภาคินไปลอยที่ทะเลพรุ่งนี้และมอบตะกรุดปลุกเสกไว้ให้เขาป้องกันตัว จะเดินทางไกลก็ให้หมั่นภาวนา หมั่นสวดมนต์ทำจิตให้มั่นไม่ว่อกแว่ก

หลวงพ่อยังทำพิธีช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ปะทะกับพิธีของกนกแขที่ทางสามแพร่งทำให้พิธีของกนกแขไม่สำเร็จและมนตร์ดำย้อนเข้าตัว

ธนาเห็นกนกแขทำพิธีอยู่ถูกสายฟ้าวาบเข้าที่ตัว กนกแขตกใจลุกวิ่งหนีถูกสายฟ้าฟาดจนล้มลงกลางกองพิธี เสียงหวีดร้องโหยหวนระงมไปทั่ว ธนาวิ่งออกมาเจอลูกน้องสองคนของช่วงถือดาบไล่ฟันแต่ถูกประกายไฟในพิธีกระเด็นเข้าใส่ดาบจนทั้งสองต้องทิ้งดาบและธนาก็กลิ้งตกไปในหลุมหมดสติไป

ooooooo

รุ่งขึ้นชาวบ้านที่พบร่างกนกแขที่บริเวณทางสามแพร่งจึงไปบอกกานติมากับพระยาสารประดิษฐ์ ทั้งสองตกใจแทบสิ้นสติ รีบไปที่ทางสามแพร่ง

กานติมาร้องไห้แทบสิ้นสติเมื่อเห็นศพกนกแข ส่วนพระยาสารประดิษฐ์ก็พยายามคิดหาสาเหตุว่าเกิดอะไรขึ้น กนกแขมาถึงที่นี่ได้ยังไง มองไปรอบๆจึงรู้ว่าทางสามแพร่งนี้เป็นทางแยกไปบ้านปภาคิน จึงสงสัยว่า ปภาคินจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย

เวลาเดียวกันปภาคินทำพิธีให้แม่เสร็จก็เตรียมย้ายถิ่นฐานเพื่อพาพ่อไปจากที่ที่สร้างบาดแผลในชีวิตอย่างสาหัส แต่ขณะกำลังขนของกันนั้นเอง พระยาสารประดิษฐ์ก็อุ้มร่างแข็งทื่อของกนกแขเข้ามาตะคอก

“จะหนีไปไหนกัน!”

ปภาคินถามว่าเกิดอะไรขึ้น พระยาสารประดิษฐ์หาว่าปภาคินรู้เห็นการตายของกนกแข และเรียกร้องให้เขารับผิดชอบเพราะกนกแขก็เป็นเมียของเขาคนหนึ่ง ปภาคินไม่อยากให้พ่อต้องมาวุ่นวายกับเรื่องนี้จึงให้วรดาพาพ่อล่วงหน้าไปก่อนตนจะตามไปให้เร็วที่สุด

พวกขวัญอุมายังศึกษาปะติดปะต่อเรื่องราวกันอย่างจริงจัง ธีรัชบอกว่า

“ตามบันทึกของปภาคินไม่ได้บอกสาเหตุการตายของกนกแขไว้ชัดเจน ใช้คำว่าอาจจะโดนฟ้าผ่า แต่ที่น่าแปลกที่เวลานั้นไม่มีฝนฟ้าคะนองและไม่มีใครเห็นฟ้าผ่าในวันนั้น”

“แปลกจริง ผมรู้สึกคล้ายกับเคยเห็นอะไรบางอย่างที่เป็นแบบนี้ แต่จำไม่ได้แล้วว่าเป็นที่ไหน”

ฉายฉานแทรกขึ้นเมื่อคล้ายกับมีอะไรบางอย่างเตือนความทรงจำขึ้นมา

ooooooo

ธนาที่สลบอยู่ในหลุมรู้สึกตัวพยายามขึ้นจากหลุมเห็นสภาพยับเยินในบริเวณทำพิธีก็มองตามพื้นดินจนเห็นรอยที่กนกแขเคยฝังตุ๊กตาทำเสน่ห์คราวก่อน ลองขุดจึงพบเศษตุ๊กตาที่มีชื่อปภาคินกับฉัตรชนกซึ่งแตกหักและเปรอะเปื้อนเพราะถูกฝังมานาน

ธนาจึงเอาเศษตุ๊กตาไปให้ป้าสมดูบอกว่าตนเคยเห็นกนกแขที่ทางสามแพร่งนี่ครั้งหนึ่ง เมื่อคืนนี้ก็เห็นอีกเหมือนเขาทำพิธีอะไรอยู่ ป้าสมตกใจถามว่าของสกปรกแบบนี้ครูธนาเอามาทำไม ธนาบอกว่าตนจะเอามาถามแขว่าสิ่งที่ตนเห็นเมื่อคืนนี้จริงหรือเปล่า จึงรู้ว่ากนกแขถูกฟ้าผ่าตายไปแล้ว

ป้าสมบอกว่าของนี้ไม่ดี อย่าเอาเข้าบ้าน ให้ครูเอาไปทิ้งเสียก่อนที่จะมีใครมาเห็น

ครูธนาจึงไปที่ตลาดหลังโรงเรียนที่ตัวเองสอนอยู่ ขณะไปซื้อตั๋วเรือเห็นฐิติพากับช่วงปลอมตัวซื้อตั๋วเรือเหมือนกันจึงตามไป เห็นทั้งสองไปหาหมอเสน่ห์ที่บ้าน ธนาจึงแอบฟังที่ใต้ถุนเรือน

ช่วงบอกหมอเสน่ห์ว่ากนกแขตายไปขณะทำพิธี ตนอยากรู้ว่ามันเกี่ยวกับเวทมนตร์ที่พ่อหมอทำไปให้หรือเปล่าและมันจะเกี่ยวกับพวกตนไหม หมอเสน่ห์ถามว่าแล้วของที่ให้ไปอยู่ที่ไหน ฐิติพาสบตากับช่วงเพิ่งนึกได้ว่าไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลย หมอเสน่ห์ถามว่าไปพลาดท่าไหน

เมื่อฐิติพากับช่วงเล่าให้ฟัง หมอเสน่ห์บอกว่าทางมันต้องมีคนดีแก้อาคมตนได้ดีกว่าเหนือกว่า มนตร์จึงกลับมาเข้าตัว บอกว่า

“พวกแกต้องกลับไปเอาของที่ลงอาคมไว้กลับมาให้ข้าถอนอาคมก่อนหาไม่แล้วจะเดือดร้อนกันหมด เพราะอาคมของข้ามันกล้าแข็งนักไม่มีใครสามารถทำลายล้างได้ ผู้มีคุณบริสุทธิ์สะอาดอาจปกป้องตนจากความขลังและฤทธานุภาพของอาคมข้า แต่หากเกิดเหตุเช่นนั้นขึ้น อาคมจะย้อนกลับมาทำลายผู้ประกอบและเกี่ยวข้องกับการปรับปรุงอาคมทุกคนไม่มีเว้น”

ฐิติพาถามว่าแล้วทำยังไงเราจึงจะป้องกันได้ หมอเสน่ห์บอกว่าต้องเก็บของขลังทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการลงอาคมกลับมาให้ตนถอนอาคมเสียก่อน ทุกอย่างที่มันจะสืบสาวมาถึงเราได้ต้องเก็บมาให้ครบ

ธนาแอบฟังแล้วคิดได้ว่าตนพอจะมีวิธีทำลายคนชั่วพวกนี้ได้ เขารีบออกจากใต้ถุนเรือนหมอเสน่ห์หลบออกมาทางปากซอย

ooooooo

อรนภากับแต้วแร้วเดินทางไปนครสวรค์ พอเจอฉายฉานก็ถามว่าคนที่รู้ประวัติดีอยู่ที่ไหนตนอยากเจอ ฉายฉานบอกว่าเราถามกันเสร็จตั้งแต่เมื่อวาน วันนี้เราจะกลับกันแล้ว

อรนภาไม่ยอมกลับลากฉายฉานให้พาไปหาแม่ชีป่าน ใครไม่ไปก็ช่างแต่อย่ากีดกันตน ขวัญอุมาบอกลูกปลาให้ปล่อยเขาไปแล้วเราค่อยตามไปทีหลังไปดูว่าพวกนั้นจะทำอะไรคุณยายป่าน ธีรัชเพิ่งลงมาถามว่าพวกคุณไม่กินข้าวกันเหรอ ฉายฉานยังไม่ลงมาหรือ ลูกปลาบอกว่าลงมาแล้วและถูกยัยเอ้ฉกไปแล้ว

ขวัญอุมาบอกไม่ต้องกินข้าวแล้วไปหายายป่านกัน ธีรัชถามว่าไปทำไม ขวัญอุมาบอกว่าไม่ต้องถาม แล้วดึงแขนธีรัชตามอรนภาไป

ไปถึงวัดปากน้ำโพ ฉายฉายแนะนำว่าอรนภาที่ตนพามานี้แสดงละครเรื่องรอยอดีตเหมือนกัน แม่ชีป่าน ถามว่าขวัญอุมาไม่ได้มาด้วยหรือ ก็พอดีขวัญอุมามาถึงแม่ชีทักว่านึกว่ากลับกรุงเทพฯแล้วเสียอีก ขวัญบอกว่าตั้งใจจะกลับกรุงเทพฯแต่บังเอิญมีอุปสรรค

อรนภาถามแม่ชีป่านราวกับทนายซักจำเลยว่ามีข้อพิสูจน์อะไรที่บ่งบอกว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องในหนังสือ แม่ชีพูดอย่างสงบเยือกเย็นว่าถ้าคุณคนนี้ร่วมแสดงในละครเรื่องรอยอดีตเหมือนกันก็คงต้องบอกว่ายินดีที่ได้รู้จัก อรนภาถามเสียงกระด้างว่า

“แล้วคุณยายจะตอบคำถามฉันได้หรือยังคะ”

“กรรมที่ทำในอดีตชาติเรียกว่ากรรมเก่า ส่วนกรรมที่ทำในปัจจุบันชาติเรียกว่ากรรมใหม่ ความมีชีวิตดีหรือชั่วขึ้นอยู่กับกรรมที่ทำแล้วแต่บุคคลด้วย” อรนภาดักคอว่าต้องทำบุญสักเท่าไหร่ “คนเราสร้างบุญให้ตัวเองได้ค่ะ ทำความดีละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์เท่านี้ก็ได้บุญแล้ว”

แต้วแร้วขัดคอว่าเรามาถามเรื่องความจริงไม่ได้มาขอฟังเทศน์

“ที่เรียกว่าสัจธรรมเพราะธรรมะเป็นจริงนะคะ เรื่องราวทั้งหมดที่คุณมาถามฉันก็เกี่ยวพันแต่เรื่องกรรมทั้งนั้น กรรมที่สร้างไว้ต่อกันมันผูกพันเราไว้ด้วยกัน”

อรนภาตัดบทว่าตนอยากรู้ว่ามีหลักฐานเรื่องจริงอะไรที่เกี่ยวกับความจริงของนิยายรอยอดีต

แม่ชีจึงเล่าถึงความเกี่ยวพันและลำดับญาติให้ฟังโดยขวัญอุมาที่ศึกษาค้นคว้าและความรู้สึกจากจิตใต้สำนึกของตนและลูกปลาคอยเสริมในบางตอน แม่ชีเอาอัลบั้มเก่ามาเปิดให้ดูรูป เล่าว่า คุณฉัตรชนกคือแม่ของตน ฉัตรชนกคือหม่อม ราชวงศ์ฉัตรชนก โสภณ ทายาทวังโสภณ คือที่นิยายรอยอดีตตั้งชื่อว่าโฉมเฉลา แล้วป้ายความผิดทั้งหมดใส่เธอ

อรนภาด่าว่าบ้า ตนเจอคนลวงโลกเข้าแล้ว ชี้หน้าขวัญอุมากับลูกปลาที่ช่วยเสริมให้แม่ชีป่านว่าสมคบกับยายนี่ด้วยใช่ไหม แล้วชี้ที่รูปว่านี่ยัยขวัญชัดๆ เย้ยว่าแต่งรูปกันเสียจนน่าหัวเราะจริงๆ แม้ธีรัชกับฉายฉานจะช่วยกันชี้แจงก็เยาะเย้ยว่าตนกำลังดูรายการลวงโลก

แม่ชีป่านย้ำว่าครูฉัตรเป็นแม่ของตน แม่ตายไปแล้วกว่าสี่สิบปี ฉายฉานเสริมว่าถ้าให้ตนสรุป ขวัญอุมาในชาตินี้คือฉัตรชนกในครั้งโน้น อรนภาด่าว่าบ้ากันไปหมดแล้ว แต่ฉายฉานยังใจเย็นเล่าความรู้สึกของตนว่า

“มันน่าทึ่งมากรู้ไหมเอ้ ตลอดเวลาที่เปิดกล้องแล้วถ่ายทำกันมา บางฉากบางตอนเรารู้สึกว่ามันไม่ใช่อย่างนั้น เรื่องราวมันไม่ได้เป็นอย่างนั้น ไม่ใช่แต่ขวัญคนเดียวที่รู้สึก ผมก็รู้สึก ผมถึงได้ช่วยขวัญสืบเรื่องนี้จนได้พบคุณยายป่าน”

“แล้ว?” อรนภาถามอย่างท้าทาย ธีรัชพูดต่ออย่างมั่นใจว่า

“ฉัตรชนกหรือในเรื่องรอยอดีตคือโฉมเฉลาถูกคุกคามและหนีออกมาจากบ้านที่ศรีราชา โดยที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองมีคุณป่านอยู่ในท้อง เธอไม่เคยรู้เรื่องโจรปล้นบ้านสามีเลย”

“อ้อ...มาฟอกกันถึงตรงนี้เอง เรื่องในนิยายยังเอาเป็นเอาตายกันขนาดนี้ กลัวไม่ได้เป็นนางเอก”

“กลัวไม่ได้เป็นนางเอกเหรอ น่าเสียดายบทบาทของกนกแขตัวจริงของพิมพ์แขในรอยอดีตเนี่ย เรายังไม่รู้ว่าจบยังไง คงจะต้องไปถามคุณโกศลที่ศรีราชาอีก” ขวัญอุมาเสริม

ฉายฉานชวนเอ้ไปด้วยกันไหม อรนภาถามว่าใครคือโกศลที่ศรีราชา ฉายฉานบอกว่าก็ร้านอาหารที่เราไปกินกันวันเก็บของไง แต้วแร้วกระซิบถามอรนภาว่าเอายังไง อรนภาไม่ตอบแต่สีหน้าคิดหนัก

ooooooo

เมื่อไปที่ร้านคุณโกศล ขวัญอุมาพูดออกตัวอย่างเกรงใจว่า

“ต้องรบกวนอีกครั้งนะคะคุณโกศล ตามที่มีข่าวลือว่าครูธนาพาฉัตรชนกหนีไปด้วยกันหลังจากบ้านของปภาคินถูกปล้นแล้วเกิดอะไรขึ้นกับกนกแขหรือคะ”

คุณโกศลอึ้งไปทันที ธีรัชถามว่าคุณโกศลบอกว่าเรื่องของครูธนาพาฉัตรชนกหนีไปด้วยกันไม่ใช่เรื่องจริง แต่เราได้พบลูกสาวของครูฉัตรชนก เธอบอกว่าตอนที่ครูฉัตรเดินทางออกไปจากศรีราชาครูธนาเป็นคนพาไป

คุณโกศลตกใจถามว่าครูฉัตรมีลูกกับครูธนาหรือ ฉายฉานบอกว่าไม่ใช่ ลูกครูฉัตรเป็นลูกของคุณปภาคินติดท้องไปโดยที่ไม่มีใครรู้ แต่ครูธนาพาฉัตรชนกไปปากน้ำโพจริงๆ คงจะไปเป็นเพื่อน อรนภายืนยันว่าอย่างนี้เรื่องก็จบด้วยความรักที่ลงตัวของพระเอกกับนางเอกนิยายของปรานก็ถูกต้องแล้ว

“นิยายเขาว่ายังไงหรือคะ” คุณโกศลถาม

แต้วแร้วสาระแนแทรกว่าก็ปรานได้มาแต่งงานกับเนื้อคู่ที่แท้จริงคือพิมพ์แขน่ะสิ

“ปรานคือปภาคิน และพิมพ์แขคือกนกแข” ธีรัชเชื่อมโยง

ลูกปลาถามว่าคุณทวดสมบอกอะไรไว้บ้างหรือเปล่าเรื่องปภาคินกับกนกแข

“เมื่อช่วงสงครามโลกหมอปภาคินยังได้กลับมาอยู่ที่นี่และได้รักษาพ่อของฉัน ยาอะไรก็ขาดแคลนไปหมด พ่อเล่าให้ฟัง แต่หมอปภาคินก็ได้มาดูแลจนหาย” อรนภาถามว่าแล้วพิมพ์แขล่ะ ขวัญอุมาบอกว่าหมายถึงกนกแข คุณโกศลมองทุกคนบอกว่า “กนกแขเสียชีวิตหลังจากฉัตรชนกหนีไปไม่นานไงคะ”

ooooooo

อรนภากรีดร้องจนคุณโกศลตกใจว่า ไม่จริง! นางเอกตายไม่ได้ ตนเป็นนางเอกจะตายได้ยังไง ตะคอกถามว่า “ทำละครนางเอกตาย แล้วใครจะดู”

ฉายฉานถามว่าพิมพ์แขถูกฟ้าผ่าตายหรือ คุณโกศลบอกว่าเรื่องนี้ไม่ค่อยมีใครกล้าพูดกัน มันเป็นเรื่องไม่ดี แต่คุณย่าพูดให้ฟัง คงอยากให้ความจริงยังคงอยู่กระมัง ขวัญอุมาถามว่า “ความจริงอะไรคะ”

“ครูธนาพบหลักฐานบางอย่างที่เกี่ยวกับมนตร์ดำ และกนกแขก็ตายที่ทางสามแพร่ง”

พอฟังคุณโกศล อรนภาก็สวนทันทีว่าไม่จริง โกหก!

ธีรัชไม่สนใจถามคุณโกศลว่าทำไมกนกแขจะต้องไปที่ทางสามแพร่ง คุณโกศลบอกว่าไม่รู้ ที่ตรงนั้นเป็นที่แรง ตอนหลังตัดถนนกันมากมายทางสามแพร่งเลยหายไป ธีรัชถามว่า “ครูธนาพบอะไรครับ”

ครูธนาไปหาปภาคินที่บ้าน พบแต่นายสุขที่เฝ้าบ้าน บอกว่าท่านไม่อยู่พาคุณพ่อไปพักผ่อน จะกลับเมื่อไรตนก็ไม่ทราบ ครูธนาบอกว่าตนอยากพบคุณปภาคิน นายสุขบอกว่าตนไม่สามารถบอกได้ว่าเขาจะได้พบท่านเมื่อไหร่

“แม้ว่าจะเป็นเรื่องของฉัตรชนกอย่างนั้นหรือ”

“ผมว่าตอนนี้คุณปภาคินคงจะยังไม่อยากรับทราบเรื่องอะไรทั้งนั้นครับ คุณพ่อท่านป่วย ท่านต้องดูแล”

ธนาถามว่าแล้วกนกแขล่ะ นายสุขบอกว่าตนไม่รู้เรื่องของท่านหรอก ธนาถามอีกว่าคืนนั้นคุณปภาคินทำอะไรอยู่ นายสุขรู้ใช่ไหมว่ากนกแขตายไปแล้ว นายสุขบอกว่าท่านไปรับกระดูกและอังคารของคุณหญิงจากหลวงพ่อที่วัดเพื่อนำไปลอยน้ำ

พอธนารู้ว่าปภาคินไปหาหลวงพ่อที่วัดเขาจึงไปวัดคืนนั้นเลย ไปถึงเห็นหลวงพ่อนั่งสวดมนต์อยู่ที่หน้าที่บูชาบนกุฏิ ธนาจึงนั่งลงกราบหลวงพ่อที่บันไดและนั่งคอย

ระหว่างที่หลวงพ่อสวดมนต์นั้น เสียงหวีดกรีดร้องดังมาจากที่ไกลๆอย่างเจ็บปวดรุนแรงธนาตกใจหันหาต้นเสียงแต่ไม่พบ

เป็นเวลาที่หมอผีกำลังทำพิธีอยู่ เกิดมีลมพัดฮือเข้ามาจนล้มเหมือนถูกอะไรกระแทกเข้ากลางหลัง หมอผีสะดุ้งเฮือกคล้ายกับหมดอากาศหายใจ พยายามลุกขึ้นแต่ล้มคว่ำลงไปท่ามกลางเสียงร้องตกใจของคนที่มาทำพิธี หมอผีลุกขึ้น ตาแข็งเหมือนผีเข้า หน้าเปลี่ยนไปเหมือนไม่ใช่ตัวเอง กล่าวอาฆาต

“มันจะทำร้ายข้า ทำทีกูเผลอมึงอยากจะลองดีกับกูเหรอ...ข้าจะลองสู้กับมันสักตั้ง แล้วดูสิว่าใครจะแน่ กว่ากัน กล้าดีนะมึง”

หลวงพ่อรู้ถึงความผิดปกติบางอย่าง หยุดสวดมนต์ ลืมตาขึ้นหันมองธนาที่นั่งอยู่บันไดกุฏิถามว่าใคร พอธนาบอกชื่อตัวเอง ท่านก็ถามมาทำไม

“กระผมมีของสิ่งหนึ่งที่จะมากราบเรียนถามหลวงพ่อครับ”

หลวงพ่อเดินออกมา ธนาจึงเอาห่อตุ๊กตาเสน่ห์คลี่ให้ดู ตุ๊กตาเสน่ห์มีควันพุ่งออกมาอย่างน่ากลัวเกิดการต่อสู้กันขึ้นระหว่างหมอผีกับหลวงพ่อ หมอผีบริกรรมคาถาหยิบผงขี้เถ้าซัดออกไปด้านนอกกลายเป็นแมลงยนต์กลุ่มใหญ่บินไปทางกุฏิของหลวงพ่อ

ฝ่ายหลวงพ่อก็ใช้กำหญ้าคาจุ่มน้ำมนต์ซัดออกไปถูกแมลงยนต์ตกตายหลายตัวนอกนั้นบินหนีไป

ฐิติพาที่นั่งพับผ้าเช็ดหน้าเพื่อใส่ขวดโหลอบร่ำอยู่ จู่ๆก็เหมือนถูกไฟช็อตโงนเงน ยุพาตกใจถามว่าเป็นอะไร ร้องบอกช่วงให้ไปตามหมอ ช่วงดูอาการแล้วบอกว่าอาคมย้อน เราช้าไปแล้ว

ทันใดนั้นฐิติพาล้มคว่ำเหมือนตุ๊กตาล้มทั้งยืน ยุพากับช่วงเข้าประคองฐิติพาอย่างหวาดหวั่นกับอานุภาพเหนือธรรมชาติ

หลวงพ่อสู้กับมนตร์ดำของหมอเสน่ห์โดยมีธนา เทิด และสัปเหร่อช่วย พอแมลงยนต์ของหมอเสน่ห์บินกลับไปก็ร่วงกราวตายเกลื่อน หมอจึงปล่อยลูกกรอกออกไปสู้ สั่งเหี้ยม

“พวกเจ้าจงไปล้างแค้นให้ข้า ทำลายมันให้หมดสิ้น”

การต่อสู้ระหว่างหลวงพ่อกับหมอเสน่ห์เกิด

ลมฟ้าปั่นป่วนไปทั่ว ในที่สุดฝ่ายหมอเสน่ห์ก็พ่ายแพ้จนสิ้นลมไป หลวงพ่อจึงให้ธนาเอาซากตุ๊กตาไปฝังดินกลบและเหยียบจนแน่น ปิดฉากเรื่องเลวร้ายได้ในที่สุด

ช่วงยังไม่รู้เรื่องหมอเสน่ห์ตาย ไปหาหวังให้ช่วยฐิติพาที่ถูกของเข้าตัว พอรู้ว่าหมอเสน่ห์ตายจึงรีบหนีกลับไปวังโสภณ บอกว่าหมอเสน่ห์ตายแล้ว ทางโน้นมันขลังกว่ามันต้องทำอะไรเราทั้งพ่อหมอและคุณหญิง เสนอให้กลับไปที่ศรีราชาลองหาคนที่มนต์ขลังกว่าให้เขาช่วยถอนพิษ

ยุพาถามว่าสำเร็จแน่หรือ ช่วงไม่ตอบแต่บอกว่าเราอยู่เฉยไม่ได้แล้ว

ช่วงพายุพากับฐิติพาไปบ้านปภาคิน เจอธนากับสุขอยู่ที่นั่น คาดคั้นจะหาปภาคินให้ได้ นายสุขบอกว่าท่านให้ตนเฝ้าบ้านเท่านั้น ถ้ามีคนป่วยก็รีบไปโรงพยาบาลเถิด ธนาเข้าไปช่วยพยุงฐิติพาจะพาไปโรงพยาบาล พอธนาถูกตัวฐิติพาก็กรีดร้อง

ช่วงเห็นผ้าประเจียดที่ธนาถืออยู่ถามว่าเอาผ้านี่มาจากไหน พอธนาบอกว่าหลวงพ่อท่านให้มา ช่วงก็ให้พาไปหาหลวงพ่อทันที ธนากับสุขจึงตามไปเพื่อรู้ความจริงให้ได้ว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับหมอเสน่ห์แน่

ธนาไปเจอหลวงพ่อที่กำลังจะไปหานายดำ ธนา


บอกว่ามีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับมนตร์ดำเป็นคนจากวังโสภณ นิมนต์หลวงพ่อไปบ้านหมอปภาคินหน่อย หลวงพ่อบอกให้ธนากลับไปก่อน เสร็จจากนายดำแล้วจะไป

ที่บ้านปภาคินนี่เอง พระยาสารประดิษฐ์กับกานติมาเจอกับยุพา ฐิติพาและช่วง สองฝ่ายต่างโทษอีกฝ่ายว่าหลอกลูกของตนไปหาหมอเสน่ห์ทำมนตร์ดำ พระยาสาร–ประดิษฐ์ปรามว่าอย่าใส่ความลูกตน ยุพาโต้ว่า

“มันเป็นความจริง กนกแขทำเสน่ห์ให้ปภาคินมารักตัวเองคนเดียว จะให้ปภาคินทิ้งเมียแต่ดันมีคนมาแก้มนตร์ดำ ยัยกนกแขจึงต้องตายเพราะมนตร์ดำย้อนเข้าตัว และเพราะมาหลอกให้ลูกฉันไปช่วยลูกฉันจึงต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วยถึงต้องพากันมาที่นี่ ฉันอยากเจอจริงๆ คนเก่งคนกล้าที่แก้มนตร์หมอเสน่ห์นั่นได้”

หลวงพ่อกับเทิดมาเงียบๆได้ฟัง ท่านเอ่ยแทรกว่า

“คนเราทำกรรมใดไว้ย่อมได้รับผลกรรมนั้น

เรามุ่งร้ายต่อใคร หากเขาไม่รับ ผลร้ายก็ตกอยู่กับคนทำ”

ช่วงหันมองถามว่าพระองค์นี้น่ะหรือที่แก้มนตร์ดำของหมอเสน่ห์ได้ ขอให้หลวงพ่อช่วยคุณหญิงด้วย

“พระได้แต่สอนให้มนุษย์มีศีล สมาธิ และปัญญา ป่วยไข้ก็ต้องพึ่งหมอยา เทิด เอ็งมียาสมุนไพรอะไรจะให้เขาได้บ้าง ถ้าจะหาหมอฝรั่งคงต้องไปโรงพยาบาล เขาว่ารักษาอาการได้ชะงัดดีนัก”

ธนาถามว่าสรุปแล้วทั้งสามคนรู้เรื่องกนกแขทำเสน่ห์ใช่ไหม กานติมาโต้ว่าลูกสาวตนไม่ใช่คนคิดชั่วอย่างนั้น แม่ของสองสาวจึงโต้เถียงกันเอาเป็นเอาตาย จนพระยาสารประดิษฐ์บอกให้พอแล้ว ตนเสียลูกสาวไปแล้วไม่อยากฟังเรื่องเลวๆพวกนี้อีก สองฝ่ายโต้เถียงกันจนหลวงพ่อเอ่ยขอว่า

“โยม! หลวงพ่อขอบิณฑบาตเถิด ความโกรธ ความแค้น ความอาฆาต ไม่เคยช่วยใคร ให้อภัย ปล่อยความโกรธ ความเสียใจ ความแค้นที่มันกัดกร่อนใจเราจน

ตัวเราเองทุกข์ใจไม่สิ้นสุดเถิด”

เทิดเอายาสมุนไพรให้ฐิติพาไปละลายน้ำทา คงช่วยให้หายแสบร้อนได้บ้าง

เมื่อเข้าไปในห้องรับแขกบ้านปภาคิน กานติมากับยุพายังทะเลาะกันต่ออีกจนพระยาสารประดิษฐ์ฉุดมือกานติมาลากไป

“กลับกันเถอะ แถวนี้นรกทั้งนั้น อย่างที่หลวงพ่อท่านว่า คิดเลว คิดชั่ว เผาตัวเองด้วยไฟนรกทั้งนั้น”

ooooooo

 กลุ่มขวัญอุมาที่กำลังตามรอยอดีตเพื่อหาความจริง ฟังคุณโกศลเล่าแล้ว ขวัญอุมาถามว่ายาสมุนไพรที่เทิดให้ไปนั้นรักษาฐิติพาได้ไหม

“เรื่องนี้ไม่ใช่ความเจ็บป่วยแต่เป็นเรื่องของการสร้างเวรสร้างกรรมจึงต้องสร้างบุญสร้างกุศลให้ไฟโลภ โกรธ หลง บรรเทาการทำลายตัวเอง ครูธนายังได้ไปขอบวชให้เขาพักหนึ่ง เมื่อสึกออกมาไม่นานก็เกิดสงคราม ครูก็เลยกลับไปสอนหนังสือให้เด็กๆที่ลี้ภัยจากกรุงเทพฯ”


“แล้วไม่ไปรับฉัตรชนกกลับมาหรือครับ” ฉายฉานถาม

คุณโกศลบอกว่าไม่ได้ไปรับเพราะไม่รู้ว่า

ฉัตรชนกอยู่ที่ไหน และหากครูธนาไปรับกลับมาจะเข้าเรื่องตามที่หม่อมยุพาดักคอไว้ ครูกลัวเรื่องจะไม่จบ

อรนภาปรามาสว่าเรื่องจบอย่างนี้เชื่อขนมกินได้เลยว่าคุณวราไม่เอาแน่

แต่พอขวัญอุมาไปเสนอ วรากลับว่า “มันน่าสนใจมากนะ” คเชนทร์ว่า “แล้วค่อนข้างซับซ้อน”

อรนภาผสมโรงทันทีว่า “พี่คเชนทร์คิดเหมือนเอ้เลยค่ะ”

อรนภามองหน้าขวัญพูดอย่างท้าทายว่าเรื่องจริงมันแน่นมาก มีเหตุผล น่าสนใจจริงๆ แต่มันน่าเศร้ามากๆเลย จบเละเทะเกินกว่าจะเอามาทำเป็นละครได้ ถามนลิน

อย่างหาพวกว่าจริงไหม นลินบอกว่าตนเขียนได้ทั้งนั้นแล้วแต่คุณวรากับพี่คเชนทร์เพราะต้องรับผิดชอบละครรอยอดีตนี้โดยตรง

เมื่อหาเสียงสนับสนุนจากนลินไม่ได้ เอ้ก็พูดยอวราว่า เคยได้ยินตั้งแต่ก่อนเข้าวงการว่าคุณวราบอกว่าละครคุณวราผู้ชมประทับใจเพราะเปิดอย่างอลังการและจบอย่างน่าประทับใจ

“จ้ะ...แหม ดีใจจังที่เอ้จำได้” วรายิ้ม “จริงจ้ะพี่เคยพูดไว้อย่างนั้น ละครของวราต้องตีตราว่าสุดเริ่ด

อลังการและต้องจบอย่างประทับใจไม่รู้ลืม”

อรนภาถามว่าแล้วที่ตายกันกระจายอย่างนี้มันจะใช่หรือ วราบอกว่าไม่ได้หรอก ขวัญอุมาถามอย่างเจ็บปวดว่าแล้วจะบิดเบือนเรื่องไปจากเรื่องจริงหรือ

อรนภาทำเสียงสูงว่าเก๋ออก เราก็จบคล้ายเรื่องเดิมนั่นแหละ ขวัญอุมาถามว่าแล้วที่นลินแก้มาล่ะ?

วราบอกว่าก็สนุกดีนะ คเชนทร์ว่าต้องอ่านกันอีกครั้ง ตนก็เห็นด้วยกับวราว่าสนุกขึ้นมาก ธีรัชถามว่าแล้วจะทำงานกันยังไงต่อไป คเชนทร์ว่าเริ่มต้นถ่ายต่อในสองอาทิตย์ อรนภาถามว่าแล้วตอนจบสรุปยังไง

“เดี๋ยวพี่รับไปแก้ปัญหากับนลินเองจ้ะ แต่รับรองได้เอ้ พี่ไม่ยอมให้จบเศร้าบ้านแตกสาแหรกขาดอย่างนั้นแน่นอน ขอบใจมากเอ้ที่เข้าใจกันอย่างดี”

อรนภามองไปรอบๆยิ้มอย่างผู้ชนะ แต่ขวัญอุมารับไม่ได้ถ้าละครจะจบเหมือนเดิมตามนิยาย

“เราทำหน้าที่ของเราดีที่สุด เราทำเต็มที่แล้วนะขวัญ ละครนะไม่ใช่ปั้นตุ๊กตา งานของเรามันทำคนเดียวไม่ได้ จะให้เป็นอย่างใจคนเดียวพี่ลูกปลาก็ไม่เคยเห็น ต่อให้ผู้กำกับก็เหอะ ดีที่สุดคือออกมาใกล้ที่สุดแค่นั้น”

ฟังลูกปลาพูดแล้วขวัญอุมาหงายผึ่งลงไปเหมือนหมดแรง

ooooooo

การถ่ายละครต่อเริ่มที่ฉากตลาดในนครสวรรค์ ประโคม นักข่าวผู้คร่ำหวอดในวงการมาพร้อมกล้องคู่ใจ พอเห็นฉากตลาดในนครสวรรค์ก็ถามว่ามีฉากนี้ด้วยหรือ ผมอ่านเรื่องย่อแล้วในนี้ไม่เห็นมีเลย


แต้วแร้วบอกว่าเขาแก้ทีหลัง ประโคมบอกว่าตนจะรอแถวนี้จะได้สัมภาษณ์ด้วย

พออรนภาเห็นประโคมก็ถามว่านักข่าวมาทำไม แต้วแร้วบอกว่าจะมาสัมภาษณ์เรื่องบท ทั้งขวัญอุมาและอรนภาได้ยินก็มองกันอย่างคุมเชิงทันที

พอประโคมถามขวัญอุมาว่าเห็นว่าแก้บทตามขวัญ ขวัญบอกว่าให้ถามคุณวราจะดีกว่า ครั้นถามอรนภา เธอก็โบ้ยให้ไปถามวราเองดีกว่า

พอดีคเชนทร์เรียกสองสาวไปเข้าฉาก เป็นฉากที่ธนกฤตคุยกับโฉมเฉลา เห็นโฉมเฉลาอาเจียนหนัก ธนกฤตถามว่าแพ้ท้องหรือ โฉมเฉลาขอร้องอย่าบอกใคร เขาจะเป็นลูกของตนคนเดียว เพราะไม่มีประโยชน์อะไร ผู้ชายคนนี้ที่ความรักเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ตนไม่อยากอยู่ในวังวนของชีวิตที่ไม่รู้ว่าวันนี้รักพรุ่งนี้จะเกลียดขับไล่ออกจากบ้านอีกกี่ครั้ง บอกธนกฤตที่หว่านล้อมว่า ถ้าเข้าใจกันได้ตนว่าจะไม่มีปัญหา

“โฉมเจ็บมาพอแล้วจ้ะ อย่าให้โฉมเจ็บไปมากกว่านี้เลย”

พอถ่ายฉากนี้เสร็จ คเชนทร์ชมว่า “ดีมากเลย

เอ้จ๋า...เยี่ยมมาก...ฉากต่อไปเลยคร้าบ...”

กลับถึงบริษัท วราชมกับคเชนทร์ว่าเยี่ยมมาก ถามว่านี่เป็นฉากที่นลินเขียนตามข้อมูลของยัยขวัญใช่ไหม บอกว่าทำให้เราเข้าใจและเห็นใจตัวละครมากขึ้น บอกคเชนทร์ว่าเรามาถูกทางแล้ว

คเชนทร์บอกวราว่าคิวนี้เฮียประโคมไปที่กองด้วย ไปถามเรื่องบท เรื่องการปรับแก้บท วราถามอย่างรำคาญว่า “จะถามไปทำไม”

“เขาว่ากันว่ามีดาราไปขอแก้ ผมกลัวว่าพูดกันมากไปจะมีคนตีกันอีกรอบ”

วราบอกให้จัดแถลงข่าวเลยตนไม่ชอบคลุมเครือ ไม่ชอบให้เข้าใจผิดกัน คเชนทร์บอกว่าดี จัดเลย

ooooooo

วรานั่งที่โต๊ะแถลงข่าว กล่าวขอบคุณนักข่าวทุกท่านที่ให้ความสนใจความคืบหน้าของละครรอยอดีต ละครของเราหยุดถ่ายไปช่วงหนึ่ง ประโคมได้ช่องถามทันทีว่าแก้บทใหม่ใช่ไหม ทำไมถึงแก้

“ตามที่เราส่งข่าวในตอนแรกว่ารอยอดีตนี่เป็นนวนิยายที่ผู้เขียนบอกไว้ว่าเขียนจากเรื่องจริง”

“ถ้าเขียนจากเรื่องจริงแล้วเกิดการแก้ไข เจ้าของบทประพันธ์เขาจะไม่ว่าเอาหรือครับ”

ขวัญอุมาเดินควงแขนภารดีกับเนื้อเย็นออกมาจากด้านใน นักข่าวมองเป็นตาเดียวว่าเป็นใคร คเชนทร์ลุกขึ้นขยับเก้าอี้ให้ภารดีกับเนื้อเย็นนั่ง คเชนทร์แนะนำทั้งสองแก่ที่แถลงข่าวว่า คุณภารดีกับคุณเนื้อเย็น บุตรสาวและภรรยาของปรานหรือคุณภิรมย์ผู้ประพันธ์รอยอดีต

วราเสริมว่าเนื่องจากคุณภิรมย์เสียชีวิตแล้วลิขสิทธิ์ของเรื่องรอยอดีตจึงตกอยู่กับลูกสาวและภรรยาแล้ว

วราก็ขอให้ลองฟังความเป็นมาของรอยอดีตที่พวกท่านไม่เคยรู้มาก่อนดีไหม ภารดีเล่าว่า

 “พ่อดิฉันเป็นนักเขียนค่ะ เขียนหนังสือหลายเรื่อง ใช้ชื่อว่าภิรมย์ มีแต่รอยอดีตเท่านั้นที่ใช้นามปากกาว่าปราน พ่อเขียนนวนิยายเล่มนี้จากเรื่องราวบันทึกของคุณลุงของท่าน แต่คุณลุงปภาคินของคุณพ่อ เขียนบันทึกไว้สองเล่มค่ะ คุณพ่อได้อ่านเพียงเล่มแรกเล่มเดียว เรื่องราวหลังจากนั้นท่านก็แต่งเพิ่มเติมขึ้นเอง”

ขวัญอุมากับวราเสริมว่า จนกระทั่งเราได้พบบันทึกเล่มที่สองโดยบังเอิญ ทีมงานเลยตกลงกันว่าเรื่องราวของละครควรจะดำเนินไปอย่างไร พวกเราเห็นว่า การเดินเรื่องตามบันทึกมันน่าสนใจมากกว่านิยาย ภารดีเห็นด้วย คเชนทร์บอกว่าเราได้เซ็นข้อตกลงกันไว้เรียบร้อยแล้ว

ประโคมถามว่า แปลว่าคุณพอใจพล็อตเรื่องใหม่นี้ ภารดีกับเนื้อเย็นบอกว่าพอใจและยินดีมากนักแสดงอื่นก็แสดงความพอใจรวมทั้งอรนภาก็เออออด้วยทั้งที่ไม่ปลื้มนัก

 คเชนทร์สรุปว่านี่ถือเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อนในวงการนวนิยายหรือในวงการละครเลย

วราเสริมว่า “ซึ่งเราก็ยินดีที่จะลองทำดูค่ะ เห็นไหมคะว่ารอยอดีตน่าติดตามแค่ไหน”

ทีมงานปรบมือกราว นักข่าวปรบมือตาม แล้วกรูกันมาถ่ายรูปนักแสดงและสัมภาษณ์

ooooooo

การถ่ายฉากตลาดปากน้ำโพดำเนินต่อไปเป็นฉากแผงขายผัก แต่เวลาผ่านไป 8 ปีแล้ว ขวัญอุมาที่แสดงเป็นโฉมเฉลาก็คลอดลูกสาวให้ชื่อว่า ป่าน อยู่ในวัยกำลังน่ารักมาช่วยแม่เฝ้าแผงผักได้แล้ว

ส่วนปรานก็กลับมาที่บ้านเป็นครั้งแรกและพาหลานคือภิรมย์ลูกของน้องสาวมาเรียนหนังสือที่ศรีราชาด้วย

ปรากฏว่าพิมพ์แขที่แสดงโดยอรนภาได้ข่าวจึงมารอปรานที่บ้านแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของปรานเตรียมสร้างครอบครัวขึ้นใหม่ พรรณนาว่าเราจะสร้างรมย์ฤดีขึ้นใหม่ ล้างอดีตที่เศร้าหมองเราจะจับมือก้าวไปด้วยกัน พรรณนาจนปรานเคลิ้มไปกับเธอ

แต่แล้วธนกฤตที่แสดงโดยฉายฉานได้ข่าวว่าปรานกลับมาแล้วก็วิ่งเข้ามา ปรานถามอย่างไม่พอใจว่านายมาทำไม ธนกฤตเตือนสติปรานว่าจะสร้างชีวิตใหม่กับใครเคยคิดถึงเมียคิดถึงลูกของตัวเองบ้างหรือเปล่า

พิมพ์แขร้องกรี๊ด ถามว่ามันจะเป็นลูกปรานได้ยังไง มันเป็นชู้กับแกถ้านังโฉมมันมีลูกก็มีกับแกนั่นแหละ

ธนกฤตยินดีที่ปรานกลับมา โรงพยาบาลก็คงยินดี แต่เขาต้องรับรู้ความจริงว่าโฉมเฉลามีลูกกับเขา

โฉมเฉลาโถมเข้าใส่ทุบตีธนกฤตเพื่อไม่ให้เขาพูดอะไรมากไปกว่านี้ ธนกฤตปัดป้องพิมพ์แขร้องวี้ดว้ายจนเหมือนถูกธนกฤตทำร้าย ปรานจึงพุ่งเข้าต่อยธนกฤตจนนุงนังเหมือนต่อสู้กันเอาเป็นเอาตาย

พิมพ์แขลุกขึ้นหลบออกมายืนดูอย่างสะใจที่ปรานต่อสู้ปกป้องตน

ธนกฤตถูกปรานชกต่อยจนหมดรูป ปรานไล่ไปให้พ้นแล้วไม่ต้องกลับมาที่นี่อีก ธนกฤตเห็นว่าหมดทางสู้แล้วจึงเล่าให้ปรานฟังเรื่องพิมพ์แขทำเสน่ห์ใส่เขาที่ทางสามแพร่ง คนที่ทำเสน่ห์คือพิมพ์แขไม่ใช่โฉมเฉลา

พิมพ์แขโต้ว่าคนที่ถูกมนตร์เสน่ห์คือเขาต่างหาก หลงรักงมงายจนเห็นโฉมเฉลาคือนางฟ้า

ปรานหาว่าธนกฤตปั่นหัวตน กระนั้นธนกฤตก็ยังบอกว่าโฉมมีลูก ให้ปรานไปรับกลับมาเถิด

ปรานไม่เชื่อ เมื่อไล่ไม่ไปจึงวิ่งเข้าไปในบ้านคว้าปืนยาวออกมายิงไล่จนธนกฤตต้องวิ่งหนีไป

“ไม่มีวันหรอกนังโฉม แกจะต้องกระเด็นออกจากชีวิตของฉันและปรานตลอดไป” พิมพ์แขสะใจมาก

ooooooo

ผ่านไปสิบกว่าปีท่านชายศักดินัยที่มีข่าวว่าเครื่องบินตกเสียชีวิตก็กลับมาเพราะนั่นเป็นเพียงข่าวลือเพื่อลวงฝ่ายตรงข้าม

แต่พอเข้าไปในวังโสภณ ท่านชายรู้สึกถึงความทรุดโทรม ว่างเปล่าอย่างเห็นได้ชัด ช่วงวิ่งออกมาเจอท่านชายก็ตกใจนึกว่าเห็นผี ท่านชายถามว่ายุพากับหญิงอยู่ไหน ช่วงบอกว่าอยู่ข้างบน พอท่านชายจะขึ้นไปก็เจอยุพากับฐิติพาเดินลงมาพอดี ทั้งสองอุทานตื่นตกใจ จนเมื่อท่านชายทักว่า

“ยังอยู่กันดีทุกคน ดีใจจังที่บ้านเราไม่เสียหายจากบอมบ์ แต่ทำไมเงียบเหลือเกิน”

ยุพาคร่ำครวญถึงสภาพบ้านแตกสาแหรกขาดเมื่อท่านชายไม่อยู่ ทุกคนออกไปหมดเหลือแต่ช่วงที่ยังภักดีอยู่กับตน ท่านชายถามถึงนวลอนงค์กับฉัตรว่าอพยพไปอยู่ไหน

“จะไปไหนก็ไม่รู้เพคะ นังลูกสาวนั่นหนีตามชู้ไป ที่เป็นครูอยู่ด้วยกันนั่นอย่างไร”

ท่านชายไม่เชื่อ ยุพาใส่ไฟว่าข้าวยากหมากแพงฉัตรชนกเลยพาชู้ไปปล้นบ้านผัว ฆ่าแม่ผัวตายแล้วหนีไปไหนกับชู้ก็ไม่รู้ ท่านชายถามถึงนวลอนงค์ ยุพาบอกว่าหนีไปด้วยกันคบชู้ไปตามทางของมัน

“ไม่มีใครอยู่แล้วค่ะท่านพ่อ วังโสภณเป็นของหญิงเพราะเขาบอกว่าท่านพ่อสูญหายไปแล้วหลายปี หญิงกำลังจะขายที่วังนี้ให้กับคนที่มาขอซื้อ”

ท่านชายตกใจมากวังก็จะถูกขาย ทรัพย์สินในวังก็ถูกขายกินจนหมด เวลานี้กำลังจะย้ายไปอยู่ที่อื่นบอกท่านชายว่าอย่ามัวเสียเวลาใฝ่หาเมียมากชู้ของท่านเลย

“วังโสภณเป็นของฉัน ใครจะเอาไปทำอะไรไม่ได้ ขอให้รู้ไว้ด้วย”

สิ้นเสียงประกาศของท่านชาย ทั้งยุพา ฐิติพาและช่วง ก็พากันสะบัดขึ้นข้างบนไป

ooooooo

ธนกฤตไปหาโฉมเฉลาให้ไปอยู่กับปภาคินเพื่อลูกจะได้มีชีวิตที่ดีและได้รับการศึกษา โฉมเฉลาบอกว่าการศึกษาสูงไม่ได้หมายความว่าจะมีชีวิตสุขสบาย ยืนยันว่าตนยอมตายที่นี่ดีกว่า ธนกฤตถามว่า

“เธอจะรอ รออยู่ที่นี่จนกว่าเขาจะมาง้อเธอใช่ไหม”

โฉมเฉลาอึ้ง เพราะนั่นคือสิ่งที่ตนรอคอยอยู่

ฝ่ายพิมพ์แขก็มารยาออดอ้อนปราน ยุให้ปรานหย่ากับฉัตรกนกเสียและมาแต่งกับตนที่เฝ้ารออยู่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นแม้ว่าจะเป็นการรออย่างไม่มีหวังก็ตาม

ในที่สุดปรานก็รับปากว่าจะหย่ากับโฉมเฉลาแล้วมาแต่งกับเธอ

ฉากนี้ได้รับคำชมเชยจากคเชนทร์ว่าเยี่ยมมาก แล้วให้เริ่มฉากต่อไป

หลังจากกลับมาวังโสภณและรับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้ว จากนั้นไม่นานท่านชายก็เก็บของใส่กระเป๋าลากลงบันได ยุพาถามว่าท่านจะไปไหน ท่านชายบอกว่าจะไปตามหาฉัตรกับนวลอนงค์

“จะเอามันกลับมาอยู่ที่นี่อีกหรือเพคะ คงจะต้องตายกันไปข้างนึง”

“ผลงานของเธอทั้งนั้น ความบ้านแตกสาแหรกขาดที่เกิดขึ้น ถ้าฉันเจอนวลอนงค์ฉันจะไม่พากลับมาที่นี่ เราคงต้องไปอยู่กันในที่ที่ไม่มีเธอ”

“ดีจริง วังโสภณจะต้องเป็นของลูกหญิงเท่านั้น”

“วันนี้ อดีตวังโสภณจะตกเป็นของเถ้าแก่เล้งแล้ว เขาให้เวลา 7 วันในการเก็บของ ฉันขอบอกเธอเอาบุญ” ยุพาถามว่าหมายความว่ายังไง ท่านชายบอกว่าหมายความอย่างที่พูดนั่นแหละ แล้วลากกระเป๋าออกไปเลย ขณะยุพายังอึ้งอยู่ ช่วงก็มาบอกว่ามีคนงานเข้ามาเป็นสิบคนบอกว่าเถ้าแก่ให้มารื้อด้านหลัง

ยุพาถามว่าไหนลูกหญิงบอกว่าไปทำเรื่องโอนเป็นของลูกหญิงแล้วไง ฐิติพาเดินลงมาพอดี ชี้แจงว่า

“หญิงไปทำเรื่องโอนเป็นของหญิงตอนที่ท่านพ่อหายไปแต่เมื่อท่านกลับมาท่านคงไปแจ้งทุกที่ยกเลิกการเป็นคนสาบสูญที่นี่จึงกลับมาเป็นชื่อของท่านพ่ออีก”

ยุพาถามว่าแล้วเงินที่ซื้อวังไปไหน ฐิติพาบอกว่าเถ้าแก่ซื้อกับท่านพ่อ ช่วงเร่งให้ยุพารีบตามท่านชายไปคุยกันให้รู้เรื่อง ยุพาชี้ไปที่ประตูบอกว่า “ไปแล้ว...จะไปหานังนวลอนงค์”

พอดีเถ้าแก่เข้ามาแสดงตัวเข้ายึดวังและเชิญทั้งหมดให้ออกไปเลย ไม่อย่างนั้นจะถือว่าบุกรุก

ทั้งยุพา ฐิติพาและช่วงจึงรู้ตัวว่า ตนแพ้อย่างหมดรูปแล้ว...

ooooooo

ยุพา ฐิติพากับช่วง หิ้วของพะรุงพะรังเดินตุปัดตุเป๋ออกจากวังโสภณโดยมีลูกน้องเถ้าแก่ 3 คนคุมไป ลูกน้องบอกเถ้าแก่ว่าในกระเป๋าท่าจะมีสมบัติอยู่เยอะ เถ้าแก่บอกว่าจะทำอะไรก็รีบไปทำแต่อย่าให้เดือดร้อนมาถึงตนก็แล้วกัน

ยุพา ฐิติพากับช่วงเดินมาถึงทางเปลี่ยวก็ถูกโจรบุกปล้นเอาข้าวของไปหมด เมื่อหมดเนื้อหมดตัวแล้วช่วงก็ลาออกกลางทางขอกลับไปอยู่บ้าน แต่พอช่วงแยกไปครู่เดียวก็หลบเข้าที่ลับตาล้วงสร้อยทอง 2-3 เส้นจากอกเสื้อมาดูโล่งใจว่ายังพออยู่ได้อีกหลายวัน

แต่ไม่ทันที่ช่วงจะซ่อนสร้อยก็ถูกโจรมาปล้นไปจนสิ้นเนื้อประดาตัวซ้ำถูกทำร้ายจนสลบเลือดกบปาก

เวลาเดียวกันที่บ้านปรานกำลังจัดฉากพิธีแต่งงานของปรานกับพิมพ์แขอย่างเริ่ดหรูอลังการ จนแต้วแร้วที่ยืนดูการตบแต่งอยู่ชมว่าสมเป็นงานแต่งงานนางเอกตัวจริงของเรื่องตามสไตล์คุณวราจริงๆ

วราเรียกคเชนทร์มาดูถามว่าสวยไหม คเชนทร์บอกว่าเป็นฉากจบที่สุดจะงดงามน่าประทับใจ วราถามว่าบทแก้ใหม่ล่าสุดเมื่อวานเห็นหรือยัง สงสัยวันนี้กว่าจะถ่ายเสร็จคงดึก

คเชนทร์ติงว่ามีฉากเพิ่มที่ต้องตามตัวพ่อของโฉมเฉลามา...พ่อเขาตายไปแล้วไม่ใช่หรือ

“ยัง ประวัติมาใหม่ล่าสุด พ่อเขาไปทำงานช่วงสงครามให้กับสัมพันธมิตร หลังสงครามก็กลับมา”

“พิมพ์แขก็ไม่ตาย อยู่จนจบเรื่อง อันนี้คุณวราแต่งให้แล้วเรื่องของโฉมเฉลาก็...” วราพูดต่อให้ว่า...

“...ก็ต้องแฮปปี้เอนดิ้งเหมือนกัน ฉันทนความเศร้า ความผิดหวัง ความเจ็บปวดข้ามภพข้ามชาติไม่ได้ให้ความสุขในชีวิตจริงไม่ได้ ก็ขอให้ความสุขผ่านทางละครก็แล้วกัน”

“งานดี ประทับใจผู้ชม ผมคเชนทร์และนักแสดงทุ่มเต็มที่ครับ”

“นะ...งานเราต้องสนุก ประทับใจ แล้วก็...งดงาม อลังการ ตามสไตล์คุณวรา”

ประโยคหลังสองคนพูดพร้อมกันอย่างคนใจตรงกัน แล้วหัวเราะอย่างร่าเริง มีความสุข

ooooooo

ที่ห้องแต่งตัวนักแสดง เกิดกรณีแย่งชุดเจ้าสาวกัน ระหว่างอรนภากับขวัญอุมา ต่างคนจะเอาชุดยาวหรู จนวราต้องเข้ามาเอาชุดยาวให้ขวัญอุมาและชุดสั้นกว่าให้อรนภา แล้วไล่ให้รีบไปเปลี่ยนชุดกัน ศึกจึงสงบ

วราถามว่าพวกผู้ชายไปไหน ให้ไปตามมาแต่งตัวจะได้เริ่มถ่ายกันเสียที ต้อยติ่งถามมีใครบ้าง คุณธีรัชกับคุณฉายฉาน? วราบอกว่า “ไม่ใช่ รัชกับพ่อนางเอกที่เล่นเป็นท่านชาย”

เอ็ดดี้ถามว่ามีท่านชายอีกเหรอ มาได้ยังไงก็เป็นประธานงานแต่งไม่ใช่เหรอ วราบอกว่า

“ก็เป็นพ่อโฉมเฉลาด้วย ความจริงที่ค้นพบใหม่ เลยเอามาใส่ไว้ในละครยังไงล่ะยะ”

วราพูดแล้วอมยิ้มเดินเชิดออกไปอย่างมีดี

ในพิธีแต่งงานที่เลิศหรูอลังการนั้น ปรานกับพิพม์แขได้รับคำอวยพรจากแขกให้มีความสุข ให้ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร

ขณะนั้นเองธนกฤตเข้ามาบอกปรานให้ดูสิใครมา พอปรานหันมองก็ตะลึงงัน พิมพ์แขมองตามก็ถึงกับช็อกไม่เชื่อว่าจะมีการเพิ่มบทถึงขนาดนี้

“ท่าน...” ปรานอุทานเมื่อเห็นท่านชายศักดินัยเดินพาโฉมเฉลาในชุดแต่งงานที่สวยกว่าพิมพ์แขและนวลอนงค์เข้ามาหาปราน เอ่ย “ลูกสาวผม ผมพามาคืนให้กับคุณ เธอเป็นภรรยาของคุณโดยถูกต้องทั้งตามกฎหมายและประเพณี”

“คุณปรานสัญญาว่าจะรักและจะดูแลโฉมจนกว่าชีวิตจะหาไม่” นวลอนงค์เอ่ย ปรานตอบเหมือนฝันว่า

“ผมได้สัญญาเช่นนั้นจริง ด้วยความรักทั้งหัวใจที่ให้กับเธอ”

“ไม่ได้นะคะ นี่งานแต่งงานของเรา คุณจะไปรักคนอื่นได้ยังไง” พิมพ์แขโวย โฉมเฉลาเอ่ยอย่างสงบว่า

“ทั้งหมดอยู่ที่ใจของคุณคนเดียวปราน ใครคือคนที่คุณคิดว่าเขาคือคู่ชีวิตของคุณ ขอให้คุณมั่นคงในความรักนั้นเพียงรักเดียว”

“ผมรักคุณเพียงคนเดียว โฉมเฉลา” ปรานเดินเข้าหาโฉมเฉลาเหมือนโลกนี้มีกันเพียงสองคน

น้ำตาแห่งความปลื้มปีติของโฉมเฉลาไหลรินอาบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสุข

ooooooo

อรนภาที่แสดงเป็นพิมพ์แขในชุดแต่งงานไปยืนร้องไห้อยู่ที่ระเบียง ฉายฉานที่แสดงเป็นธนกฤตเดินเข้าไปปลอบ ถามว่าเป็นอะไร ไม่ได้โกรธตนใช่ไหม

อรนภารับไม่ได้กับการเปลี่ยนแปลง งานแต่งงานของพิมพ์แขแท้ๆแต่โฉมเฉลาโผล่มาพร้อมพ่อที่ตายไปนานแล้ว ฉายฉานบอกว่านี่เป็นการเปลี่ยนแปลงเรื่องไม่ให้เศร้า ตนว่าไม่น่าแปลกใจ เพราะบทเปลี่ยนแปลงไปจากเรื่องจริงตามสไตล์คุณวรากับพี่คเชนทร์ ตัวพิมพ์แขยังอยู่จนจบเรื่องและเกือบสมหวังในรักเกือบจะได้แต่งงานกับปราน แต่ไม่ว่าฉายฉานจะชี้แจงอย่างไร อรนภาก็ยังรับไม่ได้อยู่ดี

แต่วราพอใจมาก ชมกับคเชนทร์ว่าสวยงามมาก ต่อบทกันได้งดงาม สมเป็นฉากเซอร์ไพรส์ ขวัญอุมาขอบคุณวรากับคเชนทร์ที่สร้างฉากจบนี้ให้กับรอยอดีต ธีรัชจะขอดู วราบอกว่าขออีกฉากที่ให้พ่อแม่ลูกได้คุยกันส่วนตัวสั่งเสียกันก่อน

เมื่อถ่ายฉากนี้เสร็จ วราพูดอย่างปลื้มปีติว่า “เยี่ยมมาก ต้องให้มันมีความสุขกันแบบนี้ถึงจะเป็น แฮปปี้เอนดิ้งกันจริงๆ” คเชนทร์สั่งคัตแล้วเอ่ย

“รอยอดีตจบลงอย่างสมบูรณ์แล้ว จบอย่างแฮปปี้เอนดิ้งแบบละครคุณวราจริงๆ”

ทุกคนปรบมือยินดีกับรอยอดีตที่ฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการจนในที่สุดก็จบลงอย่างมีความสุข

ooooooo

ขวัญอุมาจะเดินทางกลับกรุงเทพฯทันที แต่ลูกปลายังมีงานติดพันจึงจะขับรถกลับเอง เมื่อไปลาวิยาดา วิยาดาจึงให้ธีรัชไปส่งที่รถจะให้ช่วยขับรถไปส่งถึงกรุงเทพฯเลยก็ได้เพราะรู้ว่าขวัญไม่ชอบขับรถ

เมื่อธีรัชเดินไปส่ง ขวัญอุมาขอบคุณสำหรับทุกอย่างโดยเฉพาะที่ช่วยหาเรื่องชีวิตจริงของฉัตรชนก บอกว่าป่านนี้วิญญาณของเธอคงเป็นอิสระจากตราบาปที่เธอไม่ได้ทำ ธีรัชบอกว่าเธอได้กลับมาทุกอย่างรวมทั้งความรักที่ควรจะเป็นของฉัตรชนกแต่เพียงผู้เดียว

“แต่ความรักเดินทางช้าจังนะคะ สงสารฉัตรชนกจังที่เชื่อมั่นในความรักเสียเหลือเกิน ถ้าเธอเกิดมาในยุคนี้เธอคงเข้าใจเรื่องความรักและผู้ชายดีขึ้น...ลาก่อนค่ะ”

ธีรัชถามว่าแล้วเราจะได้พบกันอีกเมื่อไหร่ 

ขวัญอุมาไม่ตอบแต่ขึ้นรถขับออกไปเลย เมื่อธีรัชกลับเข้าบ้าน วิยาดาเอ่ยแซวๆว่า


“แม่นึกว่ารัชจะตามไปส่งขวัญถึงกรุงเทพฯ” ธีรัชติงแม่เขินๆ วิยาดาพูดให้ได้คิดว่า “โอกาสเลือกเดินในชีวิตของเราน้อยนะ อย่าเลือกผิดซ้ำอีกล่ะ”

ooooooo

ฝ่ายฉายฉานไปส่งอรนภาที่หน้าบ้าน เธอชวนเข้าบ้าน ฉายฉานบอกว่าดึกแล้วส่งแค่นี้ดีกว่า

อรนภาอ่อยฉายฉาน เขาขอบคุณที่มีไมตรีแต่ตนเป็นคนไม่ชอบความฉาบฉวย อรนภาขัดใจบอกว่าตนก็ไม่ชอบคนบื้อเหมือนกัน ฉายฉานคว้ามือเธอไว้ถามว่าเธอไม่เคยสนใจคนที่ให้เกียรติเธอเลยหรือ หรือต้องการเพียงความพอใจชั่วครั้งชั่วคราว

อรนภาหัวเราะเยาะว่าอย่ามาหลอกกันเลย

ตนไม่ใช่ผู้หญิงโง่ที่คิดว่าผู้ชายมีความรักผู้ชายรักเป็น ฉายฉานถามว่าเห็นรอยอดีตแล้วก็ยังไม่เชื่อหรือว่า

ความรักความผูกพันข้ามผ่านกาลเวลา บอกอรนภาว่า

“มองให้เห็นความรักสิ รักให้เป็น ถ้าคุณรักเป็นคุณจะเข้าใจทุกสิ่งอย่าง อรนภา ผมมีความรักให้คุณนะ แต่มันไม่มีประโยชน์อะไรสำหรับคุณเลยสักนิด ถ้าคุณ

ไม่รู้จักความรัก ไม่รู้คุณค่าของมัน ผมก็จะได้แต่เจ็บ

อยู่คนเดียว ผมไม่อยากเจ็บอย่างนั้นอีก”

ด้วยความรักที่แท้จริง ฉายฉานบอกอรนภาว่า เลิกมองความรักเป็นเรื่องเล่นเรื่องสนุกชั่วครั้งชั่วคราว วันไหนที่คุณรักเป็น คุณจะรู้ว่าความสุขที่แท้จริงเป็น

ยังไง แล้วฉายฉานก็สอนให้อรนภารู้จักความรักด้วยความรักที่มีต่อเธอ

ooooooo

เมื่อ “รอยอดีต” จบแล้ว วราคิดจะสร้างละครเรื่องใหม่ “ควันไฟกับไอรัก” โดยให้ขวัญอุมากับธีรัชแสดงหมายให้เป็นคู่จิ้นคู่ใหม่ของวงการ

ขวัญอุมาบอกว่าถ้าจะเลือกตัวแสดงเพราะเหตุผลนี้ตนไม่รับดีกว่าเพราะตนทำงานมาหลายปีแล้วไม่ได้

เป็นนักแสดงหน้าใหม่ คิดว่าไม่เหมาะกับการโปรโมตแบบนี้ ฝ่ายธีรัชก็ปฏิเสธที่จะแสดงเพราะไม่คิดว่าตนจะทำอะไรได้อย่างรอยอดีตอีก ตนอยากกลับไปทำงานที่ออฟฟิศของตนมากกว่า

ขวัญอุมาปฏิเสธแล้วขอตัวเพราะต้องไปถ่ายปกนิตยสารต่อ ธีรัชจึงขอไปส่ง วรามองหน้าคเชนท์ถามว่าเราคิดเหมือนกันหรือเปล่า คเชนทร์บอกว่าต้องคิดเหมือนกัน เหมือนกันแน่ๆ แล้วทั้งสองก็พยักหน้าให้กัน

ละครรอยอดีตฉายแล้วธีรัชได้รับคำชื่นชมมากแต่ตัวเขาเองกลับไม่ได้สนใจ เขาบอกวิยาดาว่าเข้าใจแล้วว่าทำไมปภาคินจึงต้องเขียนบันทึก  เพราะเขาอยากจะจารึกความรักอันยิ่งใหญ่ของเขาไว้และในตอนหลังบันทึกเล่มที่สองมันคือความรู้สึกเศร้า เหงา ที่ไม่รู้จะบอกใคร


วิยาดาบอกธีรัชว่าถ้าอยากให้คนเข้าใจอาจจะต้องพูดบ้าง บางทีมัวบันทึกไว้กว่าจะมีคนมาอ่านพบ

ก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว

จากละครรอยอดีตที่วิยาดากับสุดใจติดและ

อินกันมาก และยิ่งฉากในละครใช้บ้านนี้ที่เป็นของจริงในอดีตถ่ายก็ยิ่งอิน สุดใจถามวิยาดาว่าเมื่อไหร่เราจะทำบุญทำทานกันอีก ธีรัชถามแม่ว่าไปวัดที่ต่างจังหวัดบ้าง

หรือเปล่า วิยาดาจึงชวนไปกัน

ธีรัชไปหาแม่ชีป่านพร้อมของฝากบอกว่าคุณแม่ฝากมาให้ ขวัญอุมาก็มาเยี่ยมแม่ชีพร้อมของฝากเช่นกัน แม่ชีถามว่าไม่ได้นัดกันมาหรือ ธีรัชบอกว่าตนอยากจะ

ชวนเหมือนกันแต่ไม่รู้ว่าขวัญจะว่างไหม

“สงสัยกระแสจิตแรง” แม่ชีเอ่ย แล้วให้ทั้งสองนั่งก่อนจะไปเอาน้ำมาให้กิน

เมื่อลาแม่ชีกลับ ธีรัชบอกว่าคุณแม่ถามถึงเธอบ่อยๆ ไม่แวะไปเยี่ยมบ้างหรือ ขวัญอุมาจึงไปเยี่ยมวิยาดาและธีรัชก็เอาตะกร้าที่ยืมใส่ของไปให้แม่ชีป่านมาคืนแม่

จึงเจอกันอีก เมื่อขวัญอุมาจะกลับ วิยาดาจึงให้ธีรัชไปส่งให้ถึงโรงแรมที่พักด้วย

ooooooo

กลับถึงกรุงเทพฯธีรัชไปหาวราที่ห้องทำงาน วราจึงให้บัตรที่นั่งงานประกวดรางวัลให้สองใบให้

ชวนคุณแม่ไปด้วยเพราะรอยอดีตเข้าชิงหลายรางวัลพระเอกนางเอกด้วย

วิยาดาได้รับบัตรเชิญบอกธีรัชว่าแม่ต้องไปเชียร์ขวัญอุมาให้ถึงข้างเวทีเลย ผู้หญิงคนนี้แม่ชอบ

ถึงวันงานธีรัชกับวิยาดาไปร่วมงานอย่างตื่นเต้น

เมื่อพิธีกรขึ้นเวทีทั้งห้องเงียบกริบ

“รางวัลแรกสำหรับการประกาศผลรางวัลละครทางโทรทัศน์วันนี้คือรางวัลก้าวแรกในวงการให้กับนักแสดงหน้าใหม่ ที่มีผลงานน่าประทับใจ  เพื่อส่งเสริมศิลปินคุณภาพ ให้มีเพิ่มขึ้น กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของเราได้คัดเลือกผู้เหมาะสมกับรางวัลก้าวแรกในวงการไว้แล้วนะครับ...”

ทั้งห้องเงียบกริบ พิธีกรทิ้งจังหวะให้ตื่นเต้นแล้วประกาศว่า

“นักแสดงหน้าใหม่ที่ได้รับการกล่าวขวัญกันมากที่สุดเหมาะสมกับรางวัลนี้คือ คุณธีรัช คณาโรจน์ จากเรื่องรอยอดีตครับ”

ธีรัชแปลกใจ วิยาดาต้องดันตัวให้ขึ้นไปรับรางวัลท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้อง

อรนภาได้รับเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลในละครเรื่องอื่นและเป็นผู้ประกาศรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมครั้งนี้

ลูกปลาตื่นเต้นจนต้องวิ่งไปเข้าห้องน้ำ บอกขวัญว่าถ้าได้รางวัลต้องให้รางวัลตนด้วยนะ วราบอกว่าจะปิดร้านเลี้ยงฉลองเลย ฉายฉานกับคเชนทร์ได้ยินบอกว่าขอไปฉลองด้วย วิยาดาสนับสนุนเต็มที่

วิยาดาถอดแหวนจากนิ้วตัวเองใส่มือธีรัช เขาถามว่าแหวนแต่งงานของแม่ไม่ใช่หรือ วิยาดาถามว่า“มีคุณค่าพอสำหรับคนที่เรารักไหมล่ะ” ธีรัชเข้าใจความหมายของแม่ เขากำแหวนยกแนบอกอย่างตื้นตันใจ


ทันทีที่อรนภาขึ้นประกาศนักแสดงนำฝ่ายหญิงคือ ขวัญอุมา จันทรารักษ์ จากรอยอดีต เสียงปรบมือฮือฮาดังกึกก้องด้วยความยินดี ขวัญอุมาขึ้นกล่าวบนเวทีว่า

“ขอบคุณทุกคนในรอยอดีตค่ะ ทั้งทีมงาน และผู้แสดงทุกคนที่ร่วมทำงานกันมาอย่างเหน็ดเหนื่อย ขวัญ

ดีใจที่ได้ทำงานร่วมกับทีมงานที่ต้องการทำงานที่ดีที่สุด จึงได้งานที่น่าประทับใจสำหรับขวัญ และขวัญดีใจ

ที่ผู้ชมทางบ้านชอบรอยอดีตด้วยค่ะ”

หลังจากนั้นพิธีกรเชิญผู้ได้รับรางวัลทั้งหมดมาถ่ายรูปร่วมกันบนเวที

ฉายฉานให้กำลังใจอรนภาว่าเธอทำได้ดีมาก อรนภาไม่วายพูดว่า เขาชนะตนอีกแล้ว ฉายฉานกอดอรนภาไว้แนบอกบอกว่า

“สำหรับผมคนที่ชนะใจผมได้มีคุณเอ้เพียงคนเดียวเท่านั้น”

อรนภาซบอกฉายฉานอย่างอบอุ่น...มีความสุข

พิธีกรประกาศว่า ระหว่างรอทุกท่านขึ้นเวที 

แสดงความยินดีกับคุณขวัญอุมาได้เลย

“เรื่องความสามารถทางการแสดง ความเหมาะสมในบทบาทของคุณขวัญอุมาไม่มีที่ติเลยครับ สำหรับ

รอยอดีต” ธีรัชเอ่ย

“ได้ทราบว่าเรื่องนี้ ทั้งคุณและคุณขวัญได้เสนอให้มีการปรับแก้บทใหม่ไปเยอะใช่ไหมครับ” พิธีกรถาม

“คุณขวัญเป็นคนรักความยุติธรรม ความถูกต้อง เธอเป็นผู้นำให้เรากลับไปค้นหาความจริง เรื่องราวในรอยอดีตที่ปรับให้ถูกต้องที่แท้จริง และที่สำคัญ เธอได้ชี้ให้ผมเห็นความรักที่ไม่มีวันตาย ความรักที่จะอยู่ในหัวใจของมนุษย์เราได้อย่างแท้จริง โดยไม่มีอะไรมาลบเลือนมันไปได้”

คนในที่แจกรางวัลปรบมืออย่างชื่นชม

ooooooo

พอขวัญอุมาเดินขึ้นเวที ธีรัชหยิบแหวนจากกระเป๋าเสื้อเดินไปคุกเข่าตรงหน้าเอ่ย...

“แต่งงานกับผมนะครับ ขวัญอุมา” ขวัญอุมาตกใจ ธีรัชบอกว่า “แหวนแต่งงานของคุณวิ มอบให้ผมมาให้มอบให้คุณคนเดียว ขวัญอุมา...”

ขวัญอุมามองไปทางคนดู เห็นวิยาดาโบกมือให้อย่างยินดี

มองไปรอบงาน และคนในห้องก็ส่งเสียงเชียร์ให้ขวัญอุมารับแหวน

ขวัญอุมายอมแพ้แก่ใจตัวเอง ยื่นมือให้ธีรัช

สวมแหวน พิธีกรประกาศด้วยความยินดีว่า

“เราต้องแสดงความยินดีกับคุณขวัญอุมา และคุณธีรัช ในรางวัลที่ได้รับในค่ำคืนวันนี้และในความรักของทั้งสองคนด้วยครับ”

เสียงฮือฮาแสดงความยินดีจากทุกคน และทีมงานก็กรูกันขึ้นเวที คเชนทร์ปรบมือดีใจกับวิยาดา วราดีใจปรบมือรัว กล่าวอย่างตื้นตันยินดี

“ความรักนี่มันสวยงามจริงๆ”

ธีรัชกับขวัญอุมาถือถ้วยรางวัลยืนเคียงข้างกัน ธีรัชหันไปหอมแก้มขวัญอุมาอย่างแสนรัก...

ooooooo

–อวสาน–


ละครบ่วงนฤมิต ตอนที่ 9(ตอนจบ) อ่านบ่วงนฤมิต ติดตามบ่วงนฤมิต ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย อัชฎา นามปาน,ภีรนีย์ คงไทย 14 ม.ค. 2562 09:57 2019-01-20T01:05:11+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ