ข่าว

วิดีโอ



บ่วงนฤมิต

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า-พีเรียด

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: นลินี สีตะสุวรรณ

กำกับการแสดงโดย: สำรวย รักชาติ

ผลิตโดย: บริษัท ฮูแอนด์ฮู จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: อัชฎา นามปาน,ภีรนีย์ คงไทย

ฟังคุณโกสุมเล่าแล้ว กลับไปถึงบ้านวิยาดา ขวัญอุมาเอาที่จดมาเล่าให้วิยาดา ลูกปลากับธีรัชฟังว่าทุกอย่างตรงกัน ทั้งเรื่องบ้านเช่า ที่ทำสวนผักกับการสร้างบ้านใหม่ให้แม่ ทั้งย่าของคุณโกสุมและธนาต่างยืนยันว่าฉัตรชนกเป็นคนดีและรักปภาคินคนเดียว ไม่ได้รักธนา แต่ธีรัชยังยึดติดกับบทประพันธ์จึงโต้เถียงกัน ลูกปลาขัดขึ้นว่าให้ไปอ่านบันทึกที่ได้มาใหม่ก่อนว่าปภาคินตัวจริงคิดยังไงแล้วค่อยมาคุยกันดีไหม ทั้งสองจึงแยกย้ายกันไปอ่านบันทึกเล่มใหม่ที่เพิ่งถ่ายเอกสารมา...

ปภาคินเสียใจมากที่ได้ยินฉัตรชนกกับธนาคุยกัน เขาไปเดินที่ชายหาดอย่างหมดอาลัยตายอยาก

เมื่อทุกอย่างกระจ่างชัดแล้วว่าฉัตรชนกเป็นลูกและนวลอนงค์ก็ไม่ได้คบชู้ ท่านชายจึงจะพาแม่ลูกไปวังโสภณดูว่าอยู่กันอย่างไร แต่หลังอาหารเช้าจะพาฉัตรไปที่บ้านรมย์ฤดีก่อนเพื่อบอกกล่าวข่าวดี

ปฐมาที่รังเกียจฉัตรชนกว่าเป็นลูกแม่ค้าขายผัก เมื่อรู้จากท่านชายศักดินัยว่าฉัตรชนกเป็นลูกและมีศักดิ์เป็นหม่อมราชวงศ์ ก็อ่อนน้อมอ่อนหวานกับฉัตรชนกจากหน้ามือเป็นหลังมือ อวยพรให้เดินทางโดยปลอดภัย แต่ปภาคินออกไปแต่เช้าเพราะมีผ่าตัด รับปากว่าจะบอกให้

เย็นนี้ช่วงไปบอกยุพาว่าท่านชายกลับมาแล้ว พานวลอนงค์กลับมาด้วยเห็นว่าจะย้ายมาอยู่วังโสภณทั้งแม่ทั้งลูก ยุพาแค้นแทบระเบิดคำรามว่า “มันกล้ามากที่กลับมา ถือว่ายังไม่เข็ด”

ฐิติพาเสนอยุพาทันทีว่าตนจะรีบส่งข่าวให้เพื่อนรู้

ยุพาเอาเงินก้อนหนึ่งให้ช่วงเอาไปให้หมอเสน่ห์ที่ว่างเว้นการติดต่อมานาน ช่วงบอกหมอเสน่ห์ว่า หม่อมฝากเงินนี่มาให้และอีกไม่นานคงจะต้องมีเรื่องรบกวนและรางวัลคงจะงามกว่านี้แน่นอน

ช่วงกลับไปรายงานยุพาว่าหมอบอกว่าพร้อมทุกอย่างและครั้งนี้อาจจะขลังยิ่งกว่าเดิม ยุพากล่าวเหี้ยมเกรียมว่า นังแม่มันคงเจ็บจนด้านชา แต่หากเราจัดการลูกมันให้ตายทั้งเป็น แม่มันคงจะตายซ้ำได้อีกหนเป็นแน่

แล้วสั่งฐิติพาว่า “หญิงคงต้องเขียนจดหมายฉบับใหม่ถึงเพื่อนของลูกแล้วล่ะ”

ooooooo

ฉายฉานพาอรนภาไปส่งที่บ้าน เจอแต้วแร้วนอนรออยู่บอกว่าตนมาแต่เช้าเพราะพี่ประโคมอยากสัมภาษณ์คุณเอ้ ดูเหมือนจะเรื่องเบื้องหลังรอยอดีตแต่แต้วแร้วระแวงว่าประโคมจะมาทำข่าวเรื่องขวัญกลัวน้ำกับเรื่องที่คุณจี๊ดอยากแก้บทละคร เรื่องอาถรรพณ์นี่บางทีก็ขายดีกว่าเรื่องรักๆใคร่ๆ

อรนภาบอกว่าเรื่องของตนตนพูดได้ แต่เรื่องคนอื่นตนไม่อยากยุ่ง ชวนฉายฉานไปร่วมให้สัมภาษณ์ด้วย ฉายฉานบอกว่าเรื่องนี้ต้องถามคุณจี๊ดก่อน อรนภาเห็นด้วย ชวนฉายฉานไปหาอะไรดื่มกัน

ฝ่ายขวัญอุมาอ่านบันทึกเล่มใหม่อย่างคร่ำเคร่ง พบว่าฉัตรชนกเป็นลูกของท่านชายจริงๆ บอกลูกปลาว่าถ้าอย่างนี้ประเด็นเรื่องแต่งงานเพื่อเอาเงิน หลอกเอาเงินปภาคินไปให้ชู้ก็ไม่จริง ฉัตรชนกเพิ่งรู้หลังแต่งงานว่าตัวเองมียศเป็นหม่อมราชวงศ์ เป็นลูกของท่านชายศักดินัย แต่ทั้งหมดนี้ไม่ปรากฏในหนังสือเลย

“เธอคิดว่าคุณจี๊ดจะเอาข้อมูลนี้ใส่ไปในละครหรือ” ลูกปลาถาม ขวัญอุมาพยักหน้าอย่างมั่นใจ

ฝ่ายกนกแข วันนี้ไปที่รมย์ฤดีแต่ท่าทีปฐมาเปลี่ยนไป กนกแขถามถึงพี่ใหญ่ก็บอกว่าไปโรงพยาบาลแต่เช้าและคงกลับมืด ส่วนฉัตรชนกก็ไม่อยู่ไปบ้านท่านชายศักดินัยพ่อเขา กนกแขชะงักแล้วทำเป็นชมว่ามิน่าเล่าฉัตรชนกถึงมีสง่าราศี ตนยินดีด้วย ไม่รู้ว่าครูธนารู้หรือยัง

ปฐมาตัดบทว่าวันนี้แขจะมาเรียนหรือ ให้กลับไปก่อนดีกว่าเพราะพ่อใหญ่กลับมาคงเหนื่อยมาก ถามว่ารถกลับไปหรือยังเดี๋ยวจะให้รถไปส่ง

กนกแขรู้สึกถึงท่าทีที่เปลี่ยนไปของปฐมา รู้สึกตัวเองหมดค่าไปทันทีเมื่อฉัตรชนกได้เป็น ม.ร.ว.

ฝ่ายฐิติพาก็ไม่พอใจเมื่อท่านชายเรียกให้มารู้จักฉัตรชนก บอกว่าเป็นพี่สาวมาจากศรีราชา อีกไม่กี่วันก็จะกลับ ฐิติพาสะบัดหน้าไปจนท่านชายเรียกปรามถามว่า

“หญิง! นี่พ่อพูดกับหญิงได้ยินไหม”

ฐิติพาน้ำตาคลอตัดพ้อว่าท่านพ่อไม่เคยว่าหญิงแต่วันนี้ท่านพ่อทรงเอ็ดหญิง แล้วกระทืบเท้าไป ท่านชายถามยุพาว่าเดี๋ยวนี้ลูกหญิงกลายเป็นคนดื้อด้านไปแล้วหรือ

ยุพาบอกว่าทุกอย่างมันกะทันหันเกินไป ท่านพ่อที่เคยรักลูกหญิงดั่งแก้วตาดวงใจแล้วจู่ๆก็มาดุเพียงเพราะท่านค้นพบลูกอีกคนของท่าน “หม่อมฉันเสียดายจริงๆ ที่วังโสภณที่เคยอยู่อย่างสงบสุขจะมาแตกแยกลงเพราะเรื่องนี้ หม่อมฉันขอไปดูลูกหญิงก่อนเพคะ”

นวลอนงค์บอกท่านชายว่าตนเกรงใจหม่อมยุพากับคุณหญิงจริงๆ

“ฉันเดาได้ไม่ผิดหรอก อิ่มขึ้นไปจัดที่บนตึกให้นวลกับฉัตรอยู่ด้วยกัน ทำตัวสบายๆเหมือนที่เคยอยู่นะ ฉัตรอยู่กับพ่อสักเดือนนึง ช่วยพ่อปราบพยศคนหน่อย”

ฉัตรชนกได้แต่ก้มหน้า เดาไม่ออกว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร

ตกค่ำเมื่อปภาคินกลับบ้าน ปฐมาเล่าเรื่องฉัตรชนกให้ฟัง ชมว่าลูกตาแหลมจริงๆที่เลือกฉัตร ปภาคินถามว่าเรื่องฉัตรชนกเป็นลูกท่านชายป่านนี้ครูที่โรงเรียนคงรู้กันหมดแล้วใช่ไหม พูดประชดว่า

“ดีครับ เป็นลูกท่านชาย เขาจะได้มีทางเลือกได้มากขึ้น ผมนอนนะครับ”

ปภาคินเดินเลี่ยงไปด้วยความน้อยใจ ปฐมาได้แต่มองด้วยความไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

“เพื่อน” ที่ฐิติพาเขียนจดหมายถึงก็คือกนกแขนั่นเอง กนกแขได้รับจดหมายเห็นลายมือก็รู้ว่าเป็นของฐิติพา ฉีกจดหมายอย่างไม่อินังขังขอบ ไล่บ่าวที่เอาจดหมายมาให้ว่าจะไปไหนก็ไป

ฐิติพาอยู่ในภาวะร้อนรุ่มไปหมด ไม่ว่าจะทำอะไรมองไปทางไหนก็เห็นแต่หน้าฉัตรชนกและนวลอนงค์ ทนไม่ไหวลุกขึ้นกระชากประตูออกไปหายุพาบอกว่า “หญิงไม่อยากอยู่ที่นี่แล้วค่ะ”

ยุพาถามว่าพูดอะไรอย่างนั้น ที่นี่เป็นของลูกไม่นานหรอก เราแค่รอเวลาวันไหนที่เด็กนั่นมาเราจะได้รู้กัน ฐิติพาถามว่าแล้วหมอเสน่ห์นั่น แม่มั่นใจหรือว่าจะได้ผล

“เราต้องทำทุกอย่าง ทำให้ดีที่สุด หญิงต้องเชื่อแม่ มั่นใจในสิ่งที่แม่ทำ อย่าวู่วามเดี๋ยวมันก็รู้ตัวหรอก” บอกฐิติพาว่า “ในเรื่องของความรักแม่ไม่เคยเป็นอย่างอื่น นอกจากผู้ชนะ”

ยุพามั่นใจในหมอเสน่ห์เพราะเคยใช้กับนวลอนงค์มาแล้ว เวลานั้นท่านชายหลงตนและลืมนวลอนงค์สนิทไปเลย

ooooooo

ด้วยการหาข้อมูลจากบันทึกในอดีตมายืนยันกับคุณจี๊ด คุณจี๊ดจึงสั่งแก้บทให้ตรงกับความเป็นจริง

อรนภากังวลว่าแก้บทแล้วตนจะไม่ได้เป็นนางเอก ลูกปลาโต้ว่าคุณจี๊ดบอกแต่แรกแล้วว่าเรื่องนี้มีนางเอกสองคน ใครจะขโมยบทนางเอกไปได้

พอเข้าห้องประชุม อรนภาบอกว่าตนแค่สงสัยว่าเราจะทำยังไงต่อไป

“ปรับบทจ้ะ” วราชี้แจง “เรื่องเดิม ตอนแรกๆเรื่องจะดำเนินไปตามเรื่องเดิม”

คเชนทร์เสริมว่าเราค้นพบหลักฐานใหม่เกี่ยวกับรอยอดีตจึงหารือกับเจ้าของลิขสิทธิ์บทประพันธ์  เขายินดีให้ปรับได้ อรนภากังวลว่าจะเปลี่ยนตอนจบด้วยหรือ ถ้าอย่างนั้นมันจะเป็น ‘รอยอดีต’ ได้ยังไง

วราบอกว่าก็เป็นนิวรอยอดีต เราจะโปรโมตเรื่องข้อมูลใหม่ที่ต่างจากนวนิยายเพราะเราได้โปรโมตไปแล้ว ว่ามันมาจากเรื่องจริง รอยอดีตฉบับของเราต้องเป็นเรื่องจริง ที่จริงกว่านิยาย

ขวัญอุมากับธีรัชดีใจมากที่การตามหาเรื่องเก่าในเรื่องรอยอดีตของตนไม่เสียหลาย...

ooooooo

ฐิติพาแต่งกายผิดจากปกติมีผ้าคลุมไหล่ที่พร้อมจะสะบัดมาปิดส่วนใดส่วนหนึ่งของใบหน้าอำพรางตัวเข้าไปในสวนสาธารณะ ระวังตัวจนผิดปกติ แต่ตาเหลือบมองหากนกแขที่นัดกันไว้

ไม่นานนักกนกแขก็มาถึง ต่างบอกกันว่ายินดีที่จะช่วยเหลือกัน กนกแขจะช่วยกำจัดฉัตรชนกออกไปจากกองมรดกเพื่อฐิติพาจะได้เป็นทายาทเพียงคนเดียวของโสภณ ฐิติพาก็จะช่วยกำจัดฉัตรชนกเช่นกัน กนกแขถามว่าจะสามารถกำจัดฉัตรชนกได้ตลอดไปจริงไหม

“สิ่งที่เราเตรียมไว้ให้แขจะทำให้คุณใหญ่เป็นของแขตลอดไป” กนกแขดีใจแต่ถามว่ามันจะสำเร็จอย่างนั้นจริงหรือ ฐิติพาจึงบอกให้กนกแขไปกับตนยืนยันว่า “นังฉัตรไม่มีวันจะมีความสุขเกินเราไปได้”

เวลาเดียวกันปภาคินเดินไปที่สนามข้างบ้านเจอพ่อกับแม่รออยู่ ปฐมาบอกว่าดีใจจังที่วันนี้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา ปภาคินบอกว่าตนรู้ว่าแม่รักและเป็นห่วงตนมากไม่เหมือนคนอื่น

ฟังน้ำเสียงแล้วปพนถามว่า “คิดถึงเมียหรือ”

“แม่บอกผมว่าเขาไปกรุงเทพฯ 3-4 วันเพื่อไปอยู่กับท่านพ่อของเขา แต่นี่จะครบอาทิตย์แล้วยังไม่มีข่าวเลย” ปพนว่าต้องให้เวลาเขาบ้าง “ไม่ใช่ว่าเวลานี้รมย์ฤดีเล็กเกินไปแล้วสำหรับเขาหรือครับ เป็นเชื้อสายโสภณ งดงามกว่ามากมาย”

ปฐมาถามว่ามีเรื่องอะไรกันหรือเปล่า เห็นวันที่ฉัตรมาหน้าหมองๆ เขาย้อนถามว่าทำไมแม่ไม่ถามเขา

“ในรัก เรามีทิฐิไม่ได้ ถ้าคิดถึงเขาทำไมไม่ตามไป พ่อใหญ่เองก็ยังไม่เคยกราบท่านชายในฐานะพ่อตามาก่อน วันที่ท่านเด็จมาพ่อใหญ่ก็ไม่อยู่ ทำไมไม่ไปพระนคร ไปหาฉัตรแล้วไปกราบท่านชาย หากฉัตรเขาจะกลับมาพร้อมกับพ่อใหญ่ ก็พาเขากลับมา พ่อไม่เห็นจะยุ่งยากอะไรเลย”

“ครับ สัปดาห์หน้าผมจะขอลางานสักเจ็ดวัน”

ทันทีที่ปภาคินตัดสินใจก็รู้สึกเหมือนใครมาเรียก หันมองก็ไม่เห็นมีแต่เสียงหลอนๆ อ้อนบอกรักตลอดเวลา ปฐมาถามว่าอะไรหรือ เขาบอกว่าเสียงเหมือนแขเรียกตน ปฐมาบอกว่าแขไม่ได้มาที่นี่ แต่เสียงเรียกและอ้อนรักก็ยังแว่วมาไม่ขาด เขาถือถ้วยชาที่ยังไม่ได้ดื่มลุกไปตามเสียงแว่วนั้น ปฐมาถามว่าจะไปไหน

“ช่างเถอะ ลูกโตแล้ว...ปล่อยเขาไปคิดเองเถอะ แล้วก็เตือนมันให้ไปรับเมีย ถ้าเมียยังไม่กลับมา” ปฐมาบอกว่าตนผิดเองที่เคยชักชวนให้ลูกชอบแขเพราะเห็นว่าตระกูลสมกัน แต่ที่ไหนได้ฉัตรกลับมีเชื้อสายเสียนี่ “คู่แล้วไม่แคล้วกัน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็จะหากันจนเจอนั่นแหละ”

ปพนตบหลังมือปฐมาเบาๆ ด้วยความรัก

ปภาคินเดินตามเสียงอ้อนรักของกนกแขไปเหมือนต้องมนต์ ปฐมากับปพนยังคงนั่งดื่มน้ำชา แต่เสียงนั้นดังเข้ามาจนต้องลุกไปดู เห็นปภาคินกำลังยืนโงนเงนเหมือนจะเป็นลมจึงรีบพาเข้าบ้านไป

ooooooo

ฐิติพากลับถึงบ้านเอากลางคืน ยุพาถามว่าเรียบร้อยไหม มีใครเห็นตอนเข้าบ้านหรือเปล่า

ฐิติพาบอกว่าเรียบร้อยและช่วงคอยดูต้นทางรอจังหวะปลอดคนจึงพาเข้าบ้าน ฐิติพาบอกว่าพ่อหมอทำพิธีนานมาก พ่อหมอบอกว่าคนทางโน้นจิตใจหวั่นไหวมนต์จะเข้าไปได้ง่าย แต่แขต้องไปทำพิธีสำทับอีกครั้งเมื่อไปถึง แขได้ของดีไปหลายอย่าง ยุพาถามว่าแขจะทำได้หรือ ฐิติพาว่าแขตั้งใจมาก จดจำทุกอย่างได้หมด

ช่วงถามว่าแล้วคุณหญิงได้อะไรมาไหม ฐิติพาบอกว่าแขขอทุกอย่างไปหมด ตนก็ให้ไปหมดเพราะเขาจำเป็นกว่า ช่วงบอกว่าของพวกนี้ถ้าอะไรผิดพลาดขึ้นมาของจะเข้าตัวคนทำ ฐิติพาบอกว่าไม่เห็นแขกลัว

“ดีแล้ว ปล่อยให้ทางโน้นเขาจัดการไป เราคอยดูผลเป็นพอ ไปอาบน้ำอาบท่าก่อนเถอะหญิง” แล้วกำชับช่วง “พรุ่งนี้เอารางวัลไปให้พ่อหมอหน่อยนะ”

ooooooo

คืนนี้นวลอนงค์เอาเครื่องเพชรพลอยที่ท่านชายให้ฉัตรชนกเปิดให้ฉัตรดู ฉัตรบอกว่าตนไม่ได้คาดหวังจะได้ของพวกนี้ ถามแม่ว่าตนควรจะรับไหมและตนควรจะกลับไปศรีราชาไหม

นวลอนงค์ถามจนฉัตรชนกบอกว่าตนคิดว่าคุณใหญ่รักแข นวลอนงค์ปลอบใจลูกทั้งที่ตัวเองก็ระแคะ ระคายว่า หากต้องการให้ความรักมั่นคง ให้ส่งข่าวและหมั่นเอาใจใส่ดูแลคุณใหญ่อย่าให้ใครมาแทนที่เราได้

“ฉัตรจะพยายามค่ะแม่” ฉัตรชนกรับปากแม่ทั้งที่ตัวเองคิดหนัก

ฝ่ายกนกแขกลับจากหาหมอเสน่ห์ วันรุ่งขึ้นก็ทำพิธีและเอา ‘ของดี’ ที่ได้มาใส่กระเป๋าใบโตไปที่บ้านรมย์ฤดีทันที เจอปภาคินที่ออกมาเรียกนายสุข ถามว่ามาหาคุณแม่หรือ คุณพ่อกับคุณแม่ไม่อยู่ไปทำบุญที่วัด

กนกแขหลอกว่าตนไปพระนครมาและได้เสื้อใส่ลำลองมาฝาก มือสัมผัสกันขณะส่งของให้กนกแขก็เป่ามนต์ท่องคาถาเป่ามือปภาคิน พอเขาเงยหน้าขึ้นก็เกิดอาการมึนงง กนกแขจึงประคองขึ้นห้องนอน นายสุขมาเห็นพอดีตกใจที่เห็นทั้งสองตระกองกอดกันขึ้นห้อง!

พอปพนกับปฐมากลับถึงบ้านก็เจอนายสุขที่ยืนรออยู่อย่างกระวนกระวาย รายงานว่าคุณหนูแขมา เวลานี้อยู่ข้างบนในห้องคุณใหญ่ ปพนกับปฐมาจึงรีบขึ้นไปดู

แต่ขึ้นไปยังไม่ถึงห้องก็เจอกนกแขวิ่งร้องไห้ผมเผ้าเป็นกระเซิงเสื้อผ้าหลุดลุ่ย บอกปฐมาว่าตนเสียใจจริงๆ ตนรักพี่ใหญ่มากแต่ไม่คิดว่าพี่ใหญ่จะ...แล้วร้องไห้โฮพูดไม่ออก

ปฐมากับปพนตกใจมาก ปพนบอกให้ปฐมาดูแลกนกแข ตัวเองรีบไปหาปภาคินถามว่าทำอะไรลงไป

ปภาคินบอกว่าตนก็ไม่รู้ บ่นปวดหัวและเสียใจ ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น ปพนบอกให้แต่งตัวให้เรียบร้อยแล้วลงไปคุยกับแขข้างล่าง

ปฐมาปลอบกนกแข บอกว่าเดี๋ยวป้ากับลุงจะส่งแขกลับบ้าน กนกแขเห็นปพนพาปภาคินลงมาพอดีทำเป็นขอร้องอย่าตำหนิพี่ใหญ่ ตนรักพี่ใหญ่มากไม่อยากให้พี่ใหญ่เจ็บปวด และใส่ร้ายว่าฉัตรชนกกับธนานัดไปอยู่ด้วยกันที่กรุงเทพฯ หาว่าฉัตรแต่งงานกับปภาคินเพื่อเอาเงินไปอยู่กินกับธนา

ปฐมาถามว่ารู้ได้ยังไง เธออ้างว่าครูธนาเล่าให้ฟังที่ท่ารถวันที่ธนาจะเดินทางไปกรุงเทพฯ บอกปฐมาว่า

“แขเป็นห่วงพี่ใหญ่นะคะ ห่วงจับใจ”

กนกแขเข้าไปเกาะเข่าปภาคินบอกว่า ส่วนเรื่องของแขสุดแล้วแต่พี่ใหญ่ แขยอมทุกอย่าง รำพันความรักที่มีต่อพี่ใหญ่มานานและทำทุกอย่างเพื่อความรักของเรา แต่พี่ใหญ่ยังไม่เคยเมตตาแขเลย...แต่ระหว่างนั้นก็บริกรรมคาถาจับมือปภาคินหงายขึ้นจูบและเป่ามนตร์ลงไปเบาๆ

ทันทีที่ต้องมนตร์ ปภาคินประคองหน้ากนกแขมองกันอย่างหวานซึ้ง กนกแขบอกว่า “แขรักพี่ใหญ่ค่ะรักสุดหัวใจ” ปภาคินตอบทันทีว่า “พี่ก็รักแข รักแขคนเดียว”

กนกแขกอดและจูบแก้ม ปภาคินก็กอดและจูบตอบอย่างแสนรัก

ปพนกับปฐมาตกใจกับภาพที่เห็น มันเหมือนสายฟ้าฟาดลงตรงหน้า ปฐมาแทบจะล้มทั้งยืน จนปพนต้องรีบประคองไว้...

ooooooo

ขวัญอุมากับธีรัชอ่านบันทึกฉบับที่สองอย่างคร่ำเคร่งแล้วทั้งสองก็โต้เถียงกันอีกเมื่อขวัญอุมาอ่านแล้วร้องไห้ด่าปรานอย่างเจ็บแค้นว่าเลว เห็นแก่ตัว มักมากและใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น

ลูกปลาถามว่าเรื่องอะไร ขวัญอุมาบอกว่าฉัตรชนกไปกรุงเทพฯกับท่านชายแค่สองอาทิตย์เขาก็มีอะไรกับกนกแขแล้ว ลูกปลาติงว่าเรื่องนี้ไม่มีในหนังสือนิยาย

ธีรัชถามว่าเรื่องนี้มีใครรู้เรื่องไหม และประเด็นนี้เธอยังไม่ได้ถามจากคุณโกสุม เสนอให้ไปหาคุณโกสุมอีกครั้ง คราวนี้ตนจะถามเองว่ากนกแขเข้าไปอยู่บ้านปภาคินได้ยังไง ทำไมปภาคินจึงเปลี่ยนใจง่ายขนาดนั้น ตนเห็นว่ามันผิดธรรมดา เห็นได้ชัดๆว่าเขาไม่เป็นตัวของตัวเอง ธีรัชชวนขวัญอุมาไปหาคุณโกสุม เราจะได้ฟังพร้อมกันเลย

พอขวัญอุมากับธีรัชไปถึงร้านคุณโกสุมก็เจอฉายฉานเข้ามาพอดี ธีรัชถามว่ามาได้ยังไง

“จากรูปนี้ครับ” ฉายฉานชี้รูปที่ข้างฝา บอกว่าวันนั้นตนมากับเอ้เลยต้องไปส่งเอ้ก่อน แต่พอวันนี้คุณจี๊ดสั่งแก้บท ตนเลยคิดว่าถึงเวลาที่จะต้องมาช่วยกันค้นหาความจริงแล้ว

ธีรัชขอให้คุณโกสุมเล่ารายละเอียดบางข้อที่ครั้งก่อนเรายังไม่ได้ถาม คุณโกสุมเล่าว่าพ่อพูดเสมอว่าย่าบ่นเห็นใจ สงสารครูฉัตร เสียดายที่ช่วยเหลือแกไม่ได้ ขวัญอุมาถามว่าฉัตรชนกกลับศรีราชาใช่ไหม

“ค่ะ กลับมา มาพบว่าเพื่อนรักมาอยู่กับสามีทำหน้าที่เป็นภรรยาแทนแก เลยเกิดเรื่องวุ่นวาย หึงหวงทำเสน่ห์กันน่ะคะ” แต่ฉัตรชนกไปหาหมอเสน่ห์จากที่ไหนตนไม่ทราบ

ขวัญอุมาถามว่าแล้วครูฉัตรกลับมาเช่าบ้านคุณอีกไหม คุณโกสุมบอกว่ามา แม่เธอมาด้วย จนมีเรื่องโจรปล้นตึกเย็นก็ไม่มีใครได้เห็นเธออีกเลย เธอหายไปเฉยๆ ข้าวของก็อยู่เต็มบ้าน ธีรัชถามว่าทำไมต้องไปเฉยๆ หนีอะไร ฉายฉานถามว่าหนีคนหรือหนีคดี

“ไม่มีใครทราบค่ะนอกจากตัวครูฉัตรเอง แต่ครูธนาจะพูดเสมอว่าครูฉัตรไม่ใช่คนทำเรื่องทั้งหมดนั่น ครูฉัตรเป็นคนดี”

เมื่อกลับมาคุยกันเองฉายฉานสรุปว่าตอนนี้ก็ชัดแล้วว่านวนิยายแต่งเองเสียครึ่งเรื่อง ขวัญอุมาพูดอย่างไม่พอใจว่า “แต่งให้คนผิดเป็นถูก คนถูกเป็นผิด”

“นั่นเป็นข้อสงสัย ข้อสันนิษฐานของคุณต่างหาก เรายังขาดหลักฐานยืนยันว่าใครผิดถูกจริงๆ” ธีรัชติง

ขวัญอุมากับธีรัชโต้เถียงกันหน้าดำหน้าแดง

ฉายฉานขอให้ทั้งสองใจเย็นๆ ตนจะช่วยขวัญตามที่สัญญากันไว้ แต่แปลกใจว่าทำไมตนไม่รู้สึกสังหรณ์ว่าอะไรจริงอะไรไม่จริงเลย ทำไมพวกเขาถึงรู้

ขวัญอุมาบอกว่าตนก็ไม่รู้มันเกิดขึ้นเอง ธีรัชบอกว่าเพราะขวัญนำพาสิ่งนี้มาให้พวกเรากระมัง?

“ตอนนี้พวกเราต้องการรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉัตรชนกต่อไป หลังจากที่ปภาคินพากนกแขเข้ามาอยู่ในบ้านแล้ว” ขวัญอุมาเสนอปมสำคัญ

ooooooo

ปพนกับปฐมากลุ้มใจมากที่ปภาคินเปลี่ยนไปมาก ไม่มากินข้าวกับพ่อแม่และขลุกอยู่แต่ในห้อง ปพนจึงเสนอให้ปฐมาลองจดหมายไปหาฉัตรถามว่าจะกลับมาหรือไม่ มีเรื่องอะไรกัน

ไม่กี่วันต่อมาฉัตรชนกก็ได้รับจดหมายจากปฐมาถามว่าเมื่อไหร่จะกลับทุกคนคิดถึง นวลอนงค์

ถามว่าแล้วปภาคินว่าอย่างไร ฉัตรชนกพูดเศร้าว่า

“ไม่ทราบค่ะ อาจจะรวมอยู่ในทุกคนนี่แล้วมังคะ”

เมื่อฉัตรชนกจะกลับ นวลอนงค์ขอกลับด้วยบอกว่าที่นี่แปลกๆไม่เหมือนเคย มันเยือกเย็นยังไงก็ไม่รู้

วันนี้ขณะที่ยุพานั่งอยู่ที่ห้องนั่งเล่น ฐิติพาก็เข้ามาบอกว่าสองคนนั่นเก็บเสื้อผ้ากันใหญ่ เห็นนังอิ่มบอกว่ามันจะกลับต่างจังหวัดแล้ว เห็นว่ามีจดหมายตามมาจากทางโน้นเลยยกครัวกลับกัน

ยุพาถามว่าแล้วเพื่อนรักของลูกส่งข่าวความคืบหน้าอะไรมาบ้างไหม

“ไม่มีค่ะ ป่านนี้คงสบายดีค่ะ คนอย่างนั้นต้องเดือดร้อนต้องการความช่วยเหลือนั่นแหละถึงจะติดต่อมา” ลดเสียงลงบอกว่า “แผนของคุณแม่มันขลังจริง ต้องได้ผลแน่นอน”

“แม่จะรอวันที่มันไป แล้วอยากจะให้แน่ใจด้วยว่ามันจะไม่กลับมาอีก” ยุพาตวัดมองช่วงอย่างเป็นคำสั่ง ช่วงตาวาวอย่างรู้หน้าที่

ก่อนฉัตรชนกกับนวลอนงค์จะกลับ ท่านชายศักดินัยได้คล้องพระให้ฉัตรชนกบอกว่าพระนี้ศักดิ์สิทธิ์มากพ่อให้ลูกไว้ป้องกันตัว

นายสุขเห็นฉัตรชนกกับนวลอนงค์กลับมาก็ดีใจมากรีบเข้าไปช่วยยกของ บอกว่าคุณหญิงกับท่านนายพลไปข้างนอก อยู่แต่คุณใหญ่ นวลอนงค์ขอพาฉัตรไปส่งให้ถึงมือคุณใหญ่ก่อนค่อยกลับ

ปภาคินออกมายืนมองฉัตรชนกกับนวลอนงค์ด้วยสายตาเย็นชาหมางเมิน กนกแขรีบตามมากอดปภาคิน อย่างเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ถามฉัตรชนกเสียงกระด้างว่า กลับมาทำไม พี่ใหญ่เขาไม่ต้องการเธอแล้ว

นวลอนงค์จับมือปภาคินแล้วเอามือฉัตรวางบนมือเขาบอกว่า

“คุณใหญ่คะ อิฉันคืนยัยฉัตรให้คุณใหญ่ค่ะ”

พริบตานั้นพระที่คอฉัตรชนกคล้ายเรืองแสงขึ้น ปภาคินเหมือนมีกระแสแล่นเข้าตัวทำให้ได้สติจำฉัตรชนกได้ กนกแขที่เกาะมือปภาคินอีกข้างรู้สึกร้อนจนทนไม่ได้ต้องปล่อยมือ

ปภาคินกอดฉัตรชนกอุทาน “ฉัตร...นี่ฉัตรจริงๆ หรือ...ฉัตรยอดรัก คุณไปไหนมา”

ฉัตรชนกเล่าให้ฟังว่าไปไหนมา และวันที่ตนจะไปก็จะมาบอกแต่คุณใหญ่ไม่อยู่ ตนจึงเรียนคุณแม่ไว้

กนกแขแทรกตัวเข้ามาทำเป็นนางเอกบอกปภาคินว่าฉัตรกลับมาแล้ว พี่ใหญ่คงไม่ต้องการตนแล้ว แต่ตนรักพี่ใหญ่คนเดียว คิดถึงตนเมื่อไหร่ให้เรียกมา

ฉัตรชนกถามว่านี่มันอะไรกัน กนกแขบอกว่าตนก็เป็นเมียของพี่ใหญ่คนหนึ่ง แต่ตอนนี้ฉัตรกลับมาแล้วตนคงไม่มีความหมายต่อไป แล้วสั่งนายสุขให้เอารถออกตนจะกลับบ้าน ปรามฉัตรชนกว่า

“ดูแลพี่ใหญ่ให้ดีนะ ถ้าเธอดูแลไม่ดี ฉันจะกลับมาดูแลเขาเอง”

ทั้งฉัตรชนกและนวลอนงค์ตกใจมาก มองกนกแขเดินเชิดออกไปอึ้งๆ

ooooooo

กนกแขกลับถึงบ้าน กานติมาตกใจถามว่ามีอะไร ร้องไห้ทำไม เกิดอะไรขึ้น

“แม่จ๋า...แขหมดค่าแล้ว ฉัตรเขากลับมาแล้ว แล้วเขาก็ไล่แขออกจากบ้าน”

กานติมาถามว่าใครไล่ กนกแขบอกว่าเมียพี่ใหญ่และพี่ใหญ่ก็ไม่กล้าห้าม บอกแม่อย่างคับแค้นใจว่า

“ฉัตรไม่ใช่แค่เป็นเมียพี่ใหญ่เท่านั้น ฉัตรยังเป็นลูกของท่านชายศักดินัย ผู้ใหญ่ที่พี่ใหญ่นับถืออีกด้วย แข...แขไม่รู้จะเอาอะไรไปสู้กับฉัตร” กนกแขร้องไห้ฟูมฟาย กานติมาแค้นแทนลูก พึมพำ

“เขาทำเหมือนกับแขเป็นลูกไม่มีพ่อไม่มีแม่ เขาไม่เห็นหัวพ่อกับแม่เลย อยากได้แขก็เก็บตัวไว้ที่บ้าน พอเบื่อก็เฉดหัวทิ้ง”

กนกแขบอกแม่ว่าตนรักพี่ใหญ่จริงๆ อย่างไรก็จะรอเขามารับกลับไป กานติมาถามว่าเขาทำกับแขถึงขนาดนี้ยังรักเขาอีกหรือ

“แขเลือกไม่ได้ค่ะแม่ แขถอนความรักของแขจากพี่ใหญ่ไม่ได้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แขจะรักพี่ใหญ่เพียงคนเดียว”

“แข...แขลูกรัก จิตใจลูกงดงามเกินไปแล้ว”

กานติมาน้ำตาไหลไปด้วย มัวแต่เช็ดน้ำตา เลยไม่เห็นกนกแขมองไปที่หีบไม้ใส่ของเสน่ห์อย่างแค้นเคืองที่ทำไม่ได้อย่างที่คาดหวัง แต่เชื่อว่าต้องมีมนตร์วิเศษกว่านี้มาจัดการกับสิ่งที่เธอต้องการได้

แล้วกนกแขก็ไปที่วังโสภณยืนยันกับช่วงว่าต้องการพบคุณหญิงและต้องพบให้ได้เดี๋ยวนี้ เพราะ...

“คุณหญิงจะต้องพาฉันไปหาพ่อหมออีก นังฉัตรมันกลับไปที่โน่นแล้ว มันมีของดีกว่าเข้าใจไหม พี่ใหญ่กลับไปหามันแล้ว นี่แกจะยอมให้พวกเราแพ้มันอย่างนั้นหรือ”

“งั้นคุณมานี่ เข้ามาเร็วๆ แล้วไม่ต้องพูดอะไรกับใครนะ”

เมื่อกนกแขได้พบฐิติพา ฐิติพาถามว่าเธอต้องการอะไร กนกแขโทษว่า

“เธอปล่อยให้นังคนนั้นกลับไป เวทมนตร์มันแรงกว่าหมอของเธอ คุณใหญ่กลับไปอยู่กับมันแล้ว...คุณหญิง ฉันจะแพ้มันไม่ได้ ฉันจะต้องได้คุณใหญ่กลับคืนมา”

กนกแขบอกฐิติพาว่า “เธอต้องพาตนไปหาพ่อหมออีกครั้ง เขาจะต้องซ้ำเวทให้ตน ตนต้องกลับไปอยู่กับคุณใหญ่เข้าใจไหม...คุณใหญ่ต้องเป็นของฉัน ไม่ใช่ของมัน”

ฐิติพาจะท้วงติง ช่วงรีบขัดขึ้นว่าถ้าคุณแขจะไปจริงๆตนจะพาไปเอง คุณหญิงไม่ต้องห่วง

“ช่วงพาแขไป...” ฐิติพาเอาเงินให้ช่วงก้อนหนึ่ง “รีบพาไปเลย”

พอช่วงลุกพากนกแขออกไป ยุพาก็บอกให้ฐิติพาตามไปดูว่ามีใครเห็นหรือเปล่า

ooooooo

วันนี้ขณะวรา คเชนทร์ และนลิน กำลังนั่งดูบทที่นลินนำมาเสนอใหม่ที่ห้องประชุมบริษัทคุณจี๊ดนั้น อรนภา ฉายฉาน กับแต้วแร้วก็มาเคาะประตู คเชนทร์ทักว่ามากันครบเซตเลย มารับบทใหม่หรือ

อรนภาถามว่าเปลี่ยนบทใหม่เป็นพิมพ์แขทำเสน่ห์ไม่ใช่โฉมเฉลาแล้วหรือ คเชนทร์ว่าเปลี่ยนตามหลักฐานทำให้เรื่องมีเหตุผลมากขึ้นสนุกกว่าเดิมเสียอีก นลินถามว่าตอนจบจะจบยังไง คเชนทร์บอกว่าตนจะถ่ายที่ไก่เขียนมาก่อน แต้วแร้วถามว่าที่ถ่ายไปแล้วทำยังไง คเชนทร์บอกว่าที่ถ่ายไปแล้วก็จะถ่ายใหม่ในบางฉาก คเชนทร์เห็นฉายฉานนั่งเงียบ ถามว่าว่ายังไง

“ผมอยากมีส่วนทำให้ละครดีและเป็นที่ถูกใจของผู้ชมครับ ยังไงก็ได้”

ฉายฉานบอกว่าตนเข้าใจว่าเรื่องปกป้องกับบ้านหลังแรกมันเป็นอุบัติเหตุเป็นเรื่องดวงล้วนๆ แต้วแร้วทำท่าจะทักท้วงถูกอรนภาขัดขึ้นว่า เมื่อทุกคนเห็นว่าควรจะถ่ายใหม่ตนก็ไม่ว่า แต่ถ้าตนจะขอเปลี่ยนบทใหม่บ้างจะได้ไหม

คเชนทร์บอกว่าทำไมจะไม่ได้ เอาหลักฐานที่มีมาให้ตนเลย ฉายฉานถามว่าเอ้มีหลักฐานใหม่อะไรด้วยหรือ อรนภาตอบไม่เต็มเสียงว่า “ก็เผื่อมีไงคะ”

วันรุ่งขึ้นนลินก็โทร.มาขอข้อมูลเพื่อวางโครงเรื่องให้ถึงตอนจบ ขวัญอุมาฟังแล้วถามธีรัชว่าทำไงดี ไม่คืบหน้าไปสักเท่าไหร่ ธีรัชถามว่าเธอกลัวบทตัวเองน้อยหรือ ขวัญอุมาโกรธตบโต๊ะปัง พอรู้ตัวก็ไหว้ขอโทษวิยาดา วิยาดาบ่นว่าตารัชพูดกวนอีกแล้ว

ขวัญอุมาบอกว่าความคิดคนแก้ไขไม่ได้ แต่ขอย้ำอีกครั้งว่าทุกอย่างที่ทำ ตนทำเพื่อความจริง เพื่อความยุติธรรมเท่านั้น ทั้งสองยังเล่นแง่โต้เถียงกันจนลูกปลาขัดขึ้นว่า

“เราแค่หาความจริง ดูสิคะ แค่เอาบันทึกไปให้ ยัยไก่ก็เขียนบทออกมาซะงดงาม คุณคเชนทร์และคุณวราพอใจบทเวอร์ชันนี้มากๆ ยัยนลินว่าคุณวราอ่านแล้วรับรองว่าสนุกมากกก!”

ธีรัชหน้างงๆว่าโลกของละครเป็นอย่างนี้เองรึ

ooooooo

ยุพากับฐิติพารอช่วงอยู่ที่ห้องนั่งเล่น พอช่วงกลับมาก็ถามทันทีว่าทำไมกลับมาเร็วนัก สำเร็จไหม

ช่วงรายงานว่าพอตนพาคุณคนนั้นไปถึงท่านก็ว่าหากจะให้เป็นผลจริงในพิธีต้องใช้สาวพรหมจารี ตอนนี้เลยยังไม่ได้ทำอะไร คุณคนนั้นก็ยังรออยู่ ยุพาบ่นว่าครั้งนี้ทำไมถึงยุ่งยากอย่างนี้

“ท่านว่าครั้งก่อนนั้นศักดิ์เสมอกัน แต่ครั้งนี้ฝ่ายเขาศักดิ์สูงกว่า ผุดผ่องกว่า”

 ฐิติพาโวยวายว่ากนกแขต่ำทรามทำให้ฝ่ายเราแพ้ ยุพาถามเสียงเย็นเยียบว่า ลูกว่าเราจะยอมแพ้ง่ายๆ คราวนี้หรือ ฐิติพาไม่ยอมแพ้ แต่เห็นว่ายัยแขคงไม่ได้การแล้ว คบไปก็เท่านั้นไม่คุ้มเลย ยุพาบอกให้ช่วงเอาไปฝากบ้านญาติไว้ก่อนอย่าให้เอะอะไป บอกให้รอก่อนแล้วจะหาคนช่วยให้ ช่วงรับบัญชาลุกไปทันที

ช่วงกลับไปบอกกนกแขว่าหม่อมยุพาและคุณหญิงจะช่วยเต็มที่ แต่ตอนนี้ให้ไปพักกับหลานของหม่อมก่อน หาคนได้แล้วจะกลับมาพาไปหาพ่อหมอด้วยกัน

แต่พอช่วงไป กนกแขก็ลิ่วไปที่วังโสภณขอเข้าพบยุพากับฐิติพาจนได้ กราบอ้อนวอนขอให้ช่วยตน เพราะถ้าสำเร็จหม่อมกับคุณหญิงก็จะเฉดหัวฉัตรชนกกับนวลอนงค์ออกไปจากวังได้เหมือนกัน

ขณะนั้นช่วงกลับมาพอดี ยุพาถามว่าหายไปไหนมา ช่วงบอกว่าไปผัดงานออกไปก่อน ยุพาบอกเมื่อผัดได้แล้วก็ให้พากนกแขไปพักที่บ้านญาติตนก่อน

“แต่ท่านว่าคืนนี้จันทร์สีเลือดจะขลังมาก” ช่วงติง

กนกแขกราบเท้ายุพาอ้อนวอนว่าไม่มีเวลาอีกแล้วถ้าคราวนี้ชนะเราก็จะชนะด้วยกัน ได้โปรดอย่าปล่อยให้ตนสู้กับคนชั่วคนเดียว ยุพาถามว่าจะสำเร็จแน่นะ ช่วงยืนยันว่าท่านว่าครั้งนี้จะไม่มีอะไรต้านทานได้เลย ฐิติพาถามว่าตนต้องทำยังไง

“ท่านให้นุ่งขาวห่มขาวไปตอนพระจันทร์ลอยกลางหาว...”

กนกแขย้ำทันทีว่าเพียงเท่านี้เอง...ขอเพียงเท่านี้ ยุพาจึงให้ช่วงไปเตรียมตัว ยังมีเวลารอพระจันทร์ขึ้น

เมื่อฐิติพาไปหาหมอเสน่ห์ หมอเสน่ห์ถามว่า

“พร้อมสำหรับพิธีแล้วหรือ...ใจยิ่งมั่นอาคมยิ่งขลัง” บอกให้ฐิติพาตามมา หันบอกกนกแขว่า “มนตร์ขั้นสูง ต้องทำเป็นความลับ ไม่ให้คนที่ไม่ได้เข้าพิธีเห็นได้” แล้วจูงกึ่งลากฐิติพาเข้าไปในห้องปิดประตูลงกลอนทันที

เพียงครู่ใหญ่ก็มีเสียงหวีดร้องอย่างรังเกียจหวาดกลัวของฐิติพาดังจากในห้อง...

ฐิติพาเสียความบริสุทธิ์ให้กับหมอเสน่ห์ออกมาในสภาพขวัญเสียแทบเสียสติยังหวีดร้องดิ้นรนสุดฤทธิ์แต่ถูกกนกแขจับตรึงกับพื้นบอกว่า

“มนตร์ของเราจะชนะมันแล้วนะหญิง เราจะชนะมันแล้ว เราต้องช่วยกันร่วมใจกัน หญิงจ๋าช่วยแขนะ”

เมื่อพาฐิติพากลับวังโสภณ ฐิติพาร้องไห้คร่ำครวญว่าตนไม่ต้องการอย่างนี้ กนกแขบอกยุพาว่าเราได้ทุกอย่างตามที่ต้องการแล้ว คราวนี้นังฉัตรจะต้องกระเด็นออกจากทั้งบ้านนี้และบ้านโน้น อวดว่าพ่อหมอให้ของขลังของทำพิธีมาครบถ้วนทีเดียว

กนกแขกลับไปแล้ว ฐิติพายังร้องไห้ กรีดร้อง “ไม่เอา อี๊ยยย หญิงเกลียดมัน”

“เราเจ็บแค่ไหนมันต้องเจ็บกว่าเราร้อยเท่า เราเห็นมันเจ็บแค่ไหนเราก็จะสุขใจขึ้นไปร้อยเท่า”

ยุพาปลอบฐิติพา หัวเราะเหี้ยม

กนกแขกลับไปถึงทางสามแพร่งเอาตุ๊กตาทำเสน่ห์ที่พ่อหมอให้ไปทำพิธี แต่ขณะทำพิธีธนาที่เพิ่งกลับจากกินดื่มกับเพื่อนพอเคลิ้ม มาเห็นแต่ไม่แน่ใจ เขม้นมอง กนกแขรู้ว่ามีคนมาเห็นตนทำพิธีจึงวิ่งหนีไป

ด้วยความเป็นห่วงกนกแข รุ่งขึ้นธนาไปหาที่บ้านแต่กานติมาออกมาพบแทน ธนาบอกว่าเมื่อคืนคลับคล้าย คลับคลาว่าเห็นกนกแขที่ทางสามแพร่ง กานติมาหัวเราะถามว่าตาฝาดกระมัง ใครจะไปเดินข้างถนนกลางค่ำกลางคืน และแขก็สบายดี ธนาจึงลากลับด้วยความสบายใจ

ooooooo

ธีรัชกับขวัญอุมายังคงค้นหาความจริงในเรื่องรอยอดีตจากบันทึกทั้งสองเล่ม เมื่อนลินเร่งจะเขียนบทไปจนถึงตอนจบ การค้นคว้าก็ยิ่งเครียด

ความจริงในบันทึกปรากฏว่าฉัตรชนกแก้มนตร์เสน่ห์ที่กนกแขทำกับปภาคินได้และเขากลับมาเป็นคนเดิมแล้ว แต่ต่อจากนั้นฉัตรชนกหายไปไหน ขณะทุ่มเถียงกันยายช่วงเดินผ่านมาได้ยินก็เข้ามาบอกว่า

 “นังฉัตรจะไปไหนได้ล่ะ ก็ไปอยู่ปากน้ำโพน่ะสิ” ธีรัชถามว่าฉัตรไปทำอะไรที่นั่น “ยังมีหน้ามาถามอีก ก็ถูกผัวเลวๆไล่ออกจากบ้านน่ะสิ...มันหนีไปขายผักอยู่ปากน้ำโพจนตัวตาย”

 แต่พอถูกซักว่าเป็นอะไรตาย ยายช่วงก็ถามเสียงขุ่นว่าจะไปสนใจเขาทำไม ไม่เคยเห็นใครสนใจไต่ถาม นี่เขาตายไปแล้วจะมาถามทำไม

 วิยาดาถามว่านอกจากฉัตรกับป่านแล้วมีใครอีกไหม

 “แม่มันไงอีกคน ยายนวล ไปด้วยกัน ไปหมดเลย นังป่านลูกนังฉัตร”

 “ป่านลูกฉัตร!!” ขวัญอุมากับลูกปลาอุทานที่ได้ยินว่าป่านเป็นลูกฉัตร

 ทั้งหมดจึงพากันไปที่ปากน้ำโพเพื่อหาป่าน ซึ่งคาดกันว่าเวลานี้น่าจะอยู่ในวัย 80 แล้ว

ถึงปากน้ำโพเที่ยวถามคนในตลาดแต่ก็ไม่มีใครรู้จักป่านเลย จนรู้สึกหมดหวังจึงชวนกันเข้าไปไหว้พระในวัด เจอแม่ชีจึงถามว่ารู้จักป่านแม่ค้าขายผักที่ตลาดไหม จึงรู้ว่าแม่ชีในวัย 83 คือป่านนั่นเอง ทุกคนมองแม่ชีป่าน

อย่างปลื้มปีติ ขวัญพึมพำเหมือนฝัน

“ป่านลูกครูฉัตร”

เมื่อรู้เป้าหมายของพวกขวัญอุมา แม่ชีป่านยินดีเล่าอดีตในความทรงจำให้ฟัง แม่ชีเอารูปขาวดำในอดีตมาให้ดูชี้ที่ฉัตรชนกกับนวลอนงค์เล่าว่า

“แม่ฉัตรกับยายนวลค่ะ คุณสองคนคงทราบดีว่าท่านเป็นใคร”

ธีรัชถามว่ามีรูปปภาคินไหม แม่ชีป่านจึงเปิดให้ดู รูปวันแต่งงานของฉัตรชนกกับปภาคิน ถามว่าอยากรู้เรื่องราวที่ผ่านมาหรือ ขวัญอุมาบอกว่าอยากรู้เพราะเชื่อว่าฉัตรชนกไม่มีวันทำอะไรแบบนั้น

“คุณแม่ฉัตรท่านมีบุญมากและมีกรรมมาก

ในคราวเดียวกัน ในบั้นปลายชีวิตไม่เคยมีความสุขยังอยากรู้เรื่องที่ทำให้เจ็บปวดอีกหรือ”

“มีคนเอามาเขียนนิยาย เอามาทำเป็นละคร ฉัตรชนก ถูกกล่าวหาในเรื่องที่เลวร้ายมาก เป็นเรื่องไม่จริงทั้งสิ้น ฉันต้องล้างมลทินที่ทุกคนเข้าใจฉัตรชนกผิดคุณยอมได้ยังไงคะแม่ของคุณทั้งคน” ขวัญอุมาหว่านล้อม

“หากรู้แล้วจะทำอย่างไร”

ขวัญอุมาเล่าว่าตอนนี้ผู้จัดกับผู้กำกับละครเรื่องนี้ยอมแก้บทแล้ว เราต้องหาข้อเท็จจริงมาให้คนเขียนบท คนดูจะได้รู้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ฉัตรชนกไม่ได้ทำอะไรผิด คนที่เลวคือผู้หญิงคนนั้น ธีรัชสะกิดว่าขวัญพูดมากไป แต่แม่ชีป่านบอกว่าไม่เป็นไร ตนจะเล่าให้ฟัง

ooooooo

เหตุการณ์ขณะนั้นคือกนกแขทำเสน่ห์ใส่ปภาคิน ทำให้ปภาคินที่ได้สติคืนมาจากพระของท่านชายกลับไปหลงกนกแขอีก

ธีรัชอ่านบันทึกแล้วเล่าว่า โชคดีที่ปภาคินบันทึกไว้ว่าตัวเองป่วยมากรักษาอย่างไรก็ไม่หายโดยไม่บอกว่าเป็นอะไร เขาคิดถึงแต่กนกแข ราวกับว่าเขายิ่งอยู่ใกล้ฉัตรชนกก็ยิ่งป่วยหนัก

แม่ชีป่านแทรกว่าเวลานั้นความคิดท่านอาจจะสับสนเพราะบางเวลามีมนตร์ดำครอบคลุมท่านอยู่ ขวัญอุมาถามว่า กนกแขใช่ไหมที่เป็นคนทำเสน่ห์ แม่ชีไม่ตอบแต่บอกว่า

“คนทำกรรมไว้ย่อมได้รับกรรมค่ะ...ทำกรรมดีย่อมได้ดี ทำกรรมชั่วก็ได้รับผลนั้น ไม่ช้าก็เร็ว”

ขวัญอุมาชวนไปบ้านรมย์ฤดีที่ศรีราชากันไหม แม่ชีบอกว่าอย่าไปเลย ที่นั่นไม่ใช่บ้านของตน ตนยินดีตอบคำถามเรื่องราวชีวิตของแม่จะใช้เวลานานเท่าไรก็ได้ แต่ตนก็ต้องทำภารกิจให้วัดตามที่ได้ปวารณาตัวไว้ หลังเพลแล้วคุยกันได้ทุกวัน แต่วันนี้ต้องขอตัวไปทำวัตรเย็นก่อน

ขวัญอุมากับธีรัชจึงนัดแม่ชีพรุ่งนี้พบกันที่นี่ แม่ชียินดีเพราะตนรอมานานแล้ว อีกไม่ช้าพวกเขาก็จะได้เข้าใจเรื่องทั้งหมด ขวัญอุมา ธีรัช กับลูกปลาจึงตัดสินใจค้างที่นี่

ธีรัชปลีกตัวไปจองห้องพัก และโทร.ชวนฉายฉานพรุ่งนี้มาฟังแม่ชีด้วยกัน ฉายฉานไปชวนอรนภา อรนภาหวังอ่อยฉายฉาน แต่ฉายฉานมีสติ มีความมุ่งมั่นในเป้าหมายของตนที่กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ก็ยากเย็นแสนเข็ญ ไม่ทำลายตัวเองแบบนี้ ไม่เออออด้วย และกลับไปอย่างไม่แยแสกับการยั่วยวนของอรนภา


อรนภาผิดหวังและเจ็บใจ ด่าฉายฉานว่าเห็นแก่ตัวเลว คิดแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง

ooooooo

กนกแขกลับบ้านเปิดดูของขลังที่ได้มาจากพ่อหมอหยิบสีผึ้งทาปากป้ายลิ้น หยิบตุ๊กตาลงอาคมเหมือนที่ฝังที่ทางสามแพร่งออกมาใส่กระเป๋าเอาผ้าปิดไว้แล้วออกจากห้องไป

กนกแขไปที่บ้านรมย์ฤดี บอกปฐมาว่าได้ข่าวจากคนที่โรงพยาบาลว่าพี่ใหญ่ไม่สบาย ตนเป็นห่วงเลยให้แม่ทำน้ำซุปบากหน้าเอามาเยี่ยม ระหว่างคุยกันก็แอบท่องมนตร์เป่าใส่ปฐมาที่ทำท่าจะไม่ให้ขึ้นไปหาปภาคินที่ห้อง พอปฐมาต้องมนตร์ก็อนุญาตให้กนกแขเอาน้ำซุปไปให้ปภาคินที่ห้อง

ไปถึงห้องเจอฉัตรชนกดูแลปภาคินอยู่ก็อ้างสิทธิ์เป็นเมียอีกคนจะมาดูแลสามี แล้วออดอ้อนเอาซุปป้อนปภาคิน หลอกให้ฉัตรชนกสนใจไปทางอื่นแอบเอาตุ๊กตายัดใส่ใต้หมอนปภาคิน ปภาคินต้องมนตร์ก็พร่ำเพ้อถึงแต่กนกแข จนฉัตรชนกลงไปนั่งที่สวน

ปพนมาเจอถามว่าทำไมมานั่งที่นี่ เกิดอะไรขึ้นหรือ ปฐมาบอกว่ากนกแขอยู่ข้างบนตั้งแต่บ่าย ปพนเห็นไม่ชอบมาพากลจึงจะพาฉัตรชนกขึ้นไปดูบอกว่าจะเอาเลือดหัวมันออกมาสักหน่อยเผื่อจะสำนึก

“เดี๋ยวค่ะคุณ อย่าเพิ่งขึ้นไป” ปฐมาบอกว่าอาการของปภาคินกลับมาอีกแล้ว เหมือนไม่เป็นตัวของตัวเอง “ฉันเกรงว่าไม่ใช่เรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องธรรมดา ทำร้ายกันไปก็คงเจ็บตัวเปล่าๆ ถ้าหากไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ”

ฉัตรชนกบอกว่าตนอยากกลับบ้าน ปฐมาขออย่าไปไหนเลย อยู่ช่วยเหลือกันก่อน ปพนจึงพาฉัตรชนกขึ้นไปที่ห้องปภาคิน เข้าไปถามว่า

“พ่อใหญ่เป็นยังไงบ้าง หนูแขล่ะจะกลับหรือยังจะได้ให้รถไปส่งบ้าน” กนกแขให้ถามพี่ใหญ่ว่าอยากอยู่กับใคร ปพนย้ำว่า “ตาใหญ่จะต้องดูแลเมียแต่งคือหนูฉัตร”

กนกแขบอกว่าแต่ตอนนี้พี่ใหญ่ต้องการตนคนเดียว แล้วอ้อนให้ปภาคินพูด ปภาคินพูดเหมือนเพ้อว่า

“แข...อยู่กับพี่เถอะอย่าไปไหนเลย”

กนกแขทำเป็นอ้อนปภาคินว่าวันนี้ตนมาเยี่ยมด้วยความเป็นห่วง วันนี้จะกลับก่อน พรุ่งนี้จะมาเฝ้าใหม่ ปภาคินขอร้องอย่าไปนาน กนกแขบอกว่าไม่นาน พรุ่งนี้ก็จะมาพี่ใหญ่รอนะ ก้มหอมแก้มปภาคินแล้วบอก ปพนว่าตนพร้อมจะกลับแล้ว

ฉัตรชนกจะตามออกไปด้วย ปฐมาขอให้อยู่ ฝากดูแลพ่อใหญ่ด้วย ฉัตรชนกไปจับแขนปภาคินเรียก

“คุณใหญ่คะ...”

ปภาคินสะบัดออก พร่ำเพ้อเรียก “แข...แข...” แล้วเดินโซเซกลับไปที่เตียง

ฉัตรชนกชะงักหัวใจสลาย ร้องไห้จนต้องเอามือปิดปากไม่ให้เสียงออกมา

ooooooo

ปพนกับปฐมาไปหาหลวงพ่อ หลวงพ่อให้ขวดน้ำมนต์ ปฐมาบอกว่าน้ำมนต์เพียงแค่บรรเทาเท่านั้น


ปพนบอกว่าถ้าจะให้พ้นมนตร์ดำพวกนั้นจริงๆ

ก็ต้องมาบวช ปฐมาเห็นด้วยบอกหลวงพ่อว่าตนสองคนจะพยายามหว่านล้อมให้พ่อใหญ่มาบวช หลวงพ่อบอกว่าให้มาศึกษาก่อน 7 วันแล้วค่อยบวช

“เจ้าค่ะ” ปฐมาชวนปพนให้กลับก่อน บอกว่าตนไม่เคยห่วงลูกเหมือนครั้งนี้เลย

“เมื่อเราได้ช่วยเท่าที่จะช่วยได้แล้ว จากนั้นก็ต้องปล่อยเป็นเรื่องของกรรม” หลวงพ่อบอก

กลับถึงรมย์ฤดี ปฐมาถามฉัตรชนกว่าพ่อใหญ่เป็นยังไงบ้าง ฉัตรชนกบอกว่าไข้เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลดเป็นมาตลอดทั้งคืน

“มนตร์ดำครั้งนี้มันแรงนัก น้ำมนตร์ที่บริสุทธิ์ด้วยความดีอาจจะช่วยบรรเทาได้ ฉัตร...หากจะพ้นบ่วงกรรม นี้ไป พ่ออาจจะต้องให้พ่อใหญ่บวชนะ อาจจะต้องบวชนานจนกรรมดีจูงให้เขาพ้นมนตร์ร้ายนี้ไปได้”

เมื่อปพนกับฉัตรชนกช่วยกันรดน้ำมนต์ให้ปภาคิน เขาสะดุ้งดิ้นรนตะเกียกตะกายหนี แต่พอได้รับน้ำมนต์เต็มที่ก็สงบลงล้มฟุบไปกับหมอน เมื่อเห็นฉัตรชนกดูแลตนอยู่ก็จับมืออ้อนวอน

“ฉัตร...ฉัตรอย่าทิ้งพี่ไปไหนอีกนะ”

“สาธุ สาธุ ความดีงามแห่งธรรมะ ล้างอธรรมชั่วช้าได้จริง” ปพนพนมมือไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างปลื้มปีติ

กนกแขอยู่ที่ห้องนอน รู้สึกสังหรณ์ใจเหมือนมีฤทธิ์แรงอะไรบางอย่างกลับเข้ามาหาตัว ทันใดดวงตาก็ดุดัน คำรามเสียงเหี้ยม

“นังฉัตร!!”

กนกแขเปลี่ยนเป็นคนดุดัน คว้ากระเป๋ายกเดินออกไปอย่างทนอยู่ไม่ได้แล้ว

กานติมากับพระยาสารประดิษฐ์เห็นกนกแขถือกระเป๋าเสื้อผ้าเดินออกมา กานติมาเข้าไปถามอย่างเป็นห่วงว่า “แขแน่ใจหรือว่าจะกลับไปบ้านนั้น”

“ค่ะ แขต้องไป พี่ใหญ่ต้องการแข แขสัญญากับพี่ใหญ่แล้วว่าแขจะไป แขก็ต้องไป”

กนกแขแววตากร้าว เสียงแข็ง จนพระยาสารประดิษฐ์กับกานติมาสบตากันเชิงปรึกษา...

ooooooo

พระยาสารประดิษฐ์ถามกนกแขว่า เมื่อไหร่ผู้ใหญ่ทางปภาคินจะมาพูดจาให้เป็นเรื่องเป็นราว เทียวไปเทียวมาอย่างนี้มันไม่งาม ใครเขาจะว่าเราได้

พอดีธนาขี่จักรยานผ่านมา จอดจักรยานเข้าไปไหว้กานติมากับพระยาสารประดิษฐ์ ทั้งสองรับไหว้อย่างเสียไม่ได้ กานติมาถามว่ามีธุระอะไรหรือ ธนาบอกว่าตนเห็นแขอยู่บ้านเลยเข้ามาทัก ไม่ได้เจอกันนานทีเดียว ถามว่าแขสบายดีหรือ มองกระเป๋าในมือถามว่าแขจะไปไหน

กนกแขสะบัดเสียงว่าอย่ามายุ่งกับตน พระยา

สารประดิษฐ์ก็ปรามธนาว่าอย่ามายุ่งกับแขดีกว่าเพราะ

แขออกจากโรงเรียนนานแล้ว ธนาบอกว่าตนห่วงที่แขเข้าไปเกี่ยวข้องกับปภาคินและครอบครัวเขา


“ถ้าครูห่วงปภาคินกับเมียเขา ครูก็ควรจะไปบ้านปภาคิน ไม่ต้องมายุ่งกับยัยแขเข้าใจไหม หมดธุระแล้วก็กลับไปเสีย” พระยาสารประดิษฐ์ไล่ไม่อ้อมค้อม

ธนาไปที่จักรยานพอรถของกนกแขออกไปก็ขี่รถตาม

“ครูธนานี่ชอบกลจริง” พระยาสารประดิษฐ์บ่น มองตามธนาไป

“คงจะห่วงยัยฉัตรล่ะค่ะ เขารักของเขาจริงๆอย่างที่ยัยแขว่าไว้ไม่ผิด”

กนกแขไปถึงบ้านรมย์ฤดีก็หิ้วกระเป๋าขึ้นไปที่ห้องปภาคินทันทีจนปฐมาห้ามไม่ทัน พอปพนรู้ก็รีบขึ้นไป เกรงกนกแขจะทำอะไรปภาคินอีก ปฐมารีบตามไปอีกคน

กนกแขพรวดเข้าไปในห้อง ฉัตรชนกลุกยืนทันที แต่ไม่ทันทำอะไร กนกแขก็เข้าไปที่เตียงปภาคินกอดจูบและท่องมนตร์ทันที ฉัตรชนกเข้าไปดึงกนกแขออกมา แต่เหมือนยิ่งยั่วยุให้กนกแขเอาชนะให้ได้ ผลักฉัตรชนกออกไปจึงยื้อยุดกันอยู่หน้าเตียงทำให้ปภาคินตื่น มองทั้งสองงงๆ

ปพนกับปฐมาขึ้นไปถึงพยายามแยกทั้งสองออกจากกัน กนกแขร้องไห้ทำเป็นเซไปที่หมอนของปภาคินยกหมอนขึ้นซับน้ำตาเผยให้เห็นตุ๊กตาคู่ที่ใต้หมอน  กนกแข หยิบตุ๊กตาขึ้นมาบอกว่าฉัตรชนกเอาตุ๊กตาซ่อนไว้ใต้หมอนเพื่อกักตัวพี่ใหญ่เอาไว้ ปฐมาถามว่านี่มันอะไรกัน กนกแขชี้หน้าฉัตรชนกด่า...

“ก็นังฉัตรนี่สิ ทำเสน่ห์ให้พี่ใหญ่หลงรัก แกแย่งพี่ใหญ่ไปจากฉัน!”

ปพนกับปฐมาเห็นหลักฐานที่กนกแขอ้างก็หลงเชื่อ ปพนสั่งฉัตรชนกลงไปข้างล่างกลับไปบ้านสวนเดี๋ยวนี้ ปฐมาก็ลงไปบอกนายสุขให้เอารถออก

ฉัตรชนกน้ำตาไหลพราก หัวใจแตกสลาย ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ปพนกับปฐมารีบพาฉัตรชนกออกไป ปล่อยให้กนกแขกับปภาคินอยู่ในห้องตามลำพังเป็นโอกาสให้กนกแขเสกมนตร์ซ้ำไปที่ปภาคินโดยเขาไม่รู้ตัว จากนั้นปภาคินก็กลับไปพร่ำเพ้อหาแต่กนกแขอีกครั้ง...กนกแขก้มจูบปภาคินยิ้มอย่างผู้ชนะ

ooooooo

ธนาขี่จักรยานมาถึงบ้านปภาคินเจอปพนกำลังกึ่งจูงกึ่งลากฉัตรชนกออกมาพอดี ปพนไม่พอใจถามว่า ครูมาที่นี่ทำไม ธนาถามว่ากนกแขมาที่นี่ใช่ไหม

ปพนบอกว่าใช่ ต้องการอะไร ปฐมาที่ตามมาสั่งนายสุข ให้พาฉัตรชนกไปส่งที่บ้านสวนเดี๋ยวนี้

ธนาถามว่ามีเรื่องอะไรกันหรือ ปพนเอาตุ๊กตาทำเสน่ห์ให้ดูบอกว่ามันอยู่ใต้หมอนในห้องนอนเขียนชื่อฉัตรชนกตัวหนึ่งและปภาคินตัวหนึ่ง ถามธนาว่า “มันต้องชิงความรักของผู้ชายด้วยวิธีนี้หรือ”


ธนามองอย่างไม่เชื่อ ปพนหันหลังกลับเข้าข้างใน ส่วนปฐมาก็บอกให้ธนากลับไปเสียถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องมาที่นี่อีก แล้วเดินกลับเข้าข้างในไปอีกคน

ธนาไม่อยากเชื่อ เขาคิดถึงที่เห็นกนกแขฝังหุ่นที่ทางสามแพร่งเมื่อวันก่อนทันที ธนาต้องการรู้ความจริงจากปากฉัตรชนก จึงไปที่บ้านนวลอนงค์ถามหาฉัตรชนก

นวลอนงค์บอกว่ารถที่บ้านนั้นมาส่ง ฉัตรมาถึงก็เอาแต่ร้องไห้เข้าห้องปิดประตูเลย ถามธนาว่ามีเรื่องอะไรหรือ เห็นตุ๊กตาในมือธนาถามว่าไปเอาของอุบาทว์นี้มาจากไหน เอามันเข้ามาบ้านทำไม

ธนาบอกว่าเอามาจากบ้านโน้น ตุ๊กตาเขียนชื่อฉัตรกับปภาคิน นวลอนงค์บอกว่าเป็นไปไม่ได้ฉัตรไม่ทำเรื่องอย่างนี้ ธนาบอกว่าตนก็ไม่เชื่อแต่ตนเห็นอะไรแปลกๆเมื่อวันก่อน แล้วเล่าว่าเห็นกนกแขที่ทางสามแพร่งแต่แขหนีไปก่อนที่ตนจะไปถึงตัว

ธนาบอกว่าตนไม่รู้ว่าเขาทำอะไรและไม่รู้ว่าตุ๊กตาบ้าๆนี่ไปอยู่ที่ท่านนายพลปพนได้ยังไงเลยอยากมาคุยกับฉัตร

“บ้านโน้นเขาคิดว่าฉัตรเป็นคนทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้หรือ...ครูธนาช่วยหน่อยเถอะ พังประตูให้หน่อย น้ากลัว...กลัวว่าฉัตรจะคิดสั้น เรื่องนี้มันเลวร้ายเกินไป ช่วยหน่อยเถอะ”

ธนาวางตุ๊กตาแล้วไปหยิบชะแลงที่พิงอยู่ข้างฝาในสวน

ooooooo

ปภาคินต้องมนตร์จนมีอาการเหมือนคนป่วยหนัก ปพนกับปฐมาเห็นอาการของปภาคินไม่ดีจึงพาไปกราบหลวงพ่อ รดน้ำมนต์ให้พ้นมนตร์ดำ

หลวงพ่อให้ปภาคินดื่มน้ำมนต์จนอาการดีขึ้นถามว่าจะอยู่เป็นศิษย์วัดไหม ลองเรียนเรื่องธรรมะบ้างเผื่อจะรู้จักตัวเองดีขึ้น ปพนบอกว่าตนยินดีที่สุด ปฐมาก็อนุโมทนาสาธุบอกปภาคินว่าแม่จะได้เห็นผ้าเหลืองสักครั้งให้ชื่นใจ

“ครับ ผมจะบวชให้แม่ให้พ่อครับ”

เมื่อทุกคนยินดี หลวงพ่อจึงให้ปภาคินอยู่ที่วัดวันนี้เลย ปฐมาจึงกลับไปจัดมุ้งหมอนและเสื้อผ้าให้และบอกกนกแขให้กลับบ้านเสีย บอกว่าต่อไปนี้ห้องนี้จะมีแต่ของส่วนตัวของปภาคินเท่านั้น สิ่งไหนที่ไม่ใช่ของปภาคินตนจะเก็บเผาให้หมด กนกแขจึงกลับไปด้วยความแค้นแต่ไม่อาจแสดงออกได้ อาฆาตว่าจะต้องหาทางกำจัดปฐมาให้ได้

เมื่อกนกแขไปแล้ว วรดาบอกแม่กับพ่อว่าตนไม่เชื่อว่าครูฉัตรจะทำอะไรอย่างนั้น แต่สำหรับยัยกนกแขนี่ ตนไม่ไว้ใจ ปพนว่าเรายังไม่รู้ความจริงแต่พ่อกับแม่ก็อยากให้บ้านนี้สงบสุข และพ่อก็ทนไม่ได้ที่ปภาคินเป็นหมอมีอนาคตอีกไกลต้องมาเสียหายเพราะผู้หญิงหน้าด้านพวกนี้


ฉัตรชนกกลับบ้านสวนอย่างคนหัวใจสลาย บอกแม่กับธนาว่าตนไม่เหลือใครแล้ว จนแทบไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป นวลอนงค์กับธนาปลอบและให้กำลังใจว่าฉัตรยังมีแม่และตนอยู่ ฉัตรชนกกอดแม่ร้องไห้โฮจนธนาที่ดูอยู่คอตกเสียใจไปด้วย

ooooooo

แม่ชีเล่าเรื่องในอดีตให้ขวัญอุมากับธีรัชและเพื่อนฟังแล้วบอกว่า แม่ซึ่งก็คือฉัตรชนก ก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น รู้แต่ว่าตัวเองไม่ได้ทำอย่างที่ถูกกล่าวหาและจะรออยู่ที่นั่นจนกว่าความจริงจะเปิดเผย

ฝ่ายปภาคินเข้าไปอยู่วัดแล้วแต่ยังบวชไม่ได้เพราะจิตยังกระเจิดกระเจิงไม่มีศรัทธา

ขวัญอุมาถามว่าแล้วฉัตรชนกไม่กลับไปเป็นครูอีกหรือ แม่ชีบอกว่าแม่กลับไปช่วยทำสวนผัก ส่วนยายก็ไปทำงานนอกบ้านแต่ไม่ได้ตำแหน่งเดิม ค่าจ้างน้อยกว่าจึงลำบากมาก

“อย่างที่เคยพูดไว้ คนเราเวลามีเคราะห์ดวงตกเหมือนความทุกข์จะซ้ำเติมตลอดเวลา”

“เกิดอะไรขึ้นอีกคะ”

ขวัญอุมาถาม ซึ่งทุกคนก็อยากรู้ แม่ชีเล่าคราวเคราะห์ซ้ำกรรมซัดของยายกับแม่เวลานั้นว่า...

หลังจากฉัตรชนกไปอยู่บ้านสวนช่วยแม่ปลูกผักขาย ธนาก็แวะเวียนไปหา แล้ววันหนึ่งธนาก็เอาหนังสือพิมพ์มาให้ดูข่าวที่ท่านชายศักดินัยไปฝรั่งเศสแล้วเครื่องบินตกเสียชีวิต นวลอนงค์กับฉัรตรชนกกอดกันร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด

ส่วนยุพากับฐิติพาติดต่อไปทางกระทรวงเรื่องศพของท่านชาย ทางกระทรวงแจ้งว่าคงต้องจัดการที่โน่นเพราะไม่สามารถส่งอะไรกลับมาได้เลย สองแม่ลูกจึงรีบเรียกทนายมาจัดการสมบัติเพื่อกันไม่ให้นวลอนงค์กับฉัตรชนกมาเรียกร้องอะไร

นอกจากจัดการเรื่องสมบัติยึดทุกอย่างหมดแล้ว ยังไล่อิ่มที่เป็นคนสนิทของนวลอนงค์ออก เป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู ปรามพวกที่เหลืออยู่ว่าให้จำเอาไว้พวกเลี้ยงไม่เชื่องต้องโดนอย่างนี้

ไล่อิ่มออกแล้วให้ช่วงจัดคนมีอาวุธครบมือตามไปเพื่อสาวไปถึงนวลอนงค์กับฉัตรชนกเพราะเชื่อว่าอิ่มไม่มีญาติที่ไหนต้องไปพึ่งพิงสองแม่ลูกเป็นแน่

จัดการฮุบสมบัติและกำจัดเสี้ยนหนามแล้ว ฐิติพาบ่นว่ากนกแขไม่รู้ว่าไปถึงไหนแล้ว เราลงทุนไปมากแต่เรื่องก็เงียบหายไป



นวลอนงค์กับฉัตรชนกเตรียมเดินทางไปวังโสภณเพื่อถามข่าวคราวท่านชาย เตรียมสัมภาระเสร็จเปิดประตูก็เจออิ่มยืนหน้าเศร้าอยู่ อิ่มเล่าว่าตนถูกไล่ออกแล้วและยุพากับฐิติพาก็เร่งโอนสมบัติฮุบทุกอย่างไปหมดแล้ว ส่วนเรื่องท่านชาย...คงไม่มีอะไรส่งกลับมา...

ooooooo

เมื่อจัดการโอนทรัพย์สมบัติทุกอย่างเป็นของตนและกำจัดเสี้ยนหนามแล้ว ฐิติพาคิดถึงกนกแขเพราะลงทุนเรื่องปภาคินไปมากแล้วแต่เงียบหายไป จึงไปหากนกแขที่บ้านบอกว่า

เรื่องทางโน้นไม่ต้องกังวลอะไรตนให้ทนายจัดการเรื่องมรดกเรียบร้อยแล้ว แต่ทางนี้สิ ถามกนกแขว่า

“เธอเห็นใบหย่าของมันกับคุณใหญ่หรือยัง” กนก-แขอ้ำอึ้ง “เสียแรงลงทุน...เธอนี่มันไม่ได้เรื่อง ไม่รู้รึไงพลาดจากทางโน้นมันก็จะเกาะทางนี้ มันจะลอยนวลไม่ตายเสียที”

กนกแขยุว่าอยากให้มันตายก็ฆ่าเสียสิ ฐิติพา

ด่าว่าอย่าพูดสิ้นคิดแบบนั้น คนอย่างฉัตรชนกต้องตายทั้งเป็นจึงจะสาสม ย้ำว่า

“มันเป็นหน้าที่ของเธอที่จะต้องเอาใบหย่ามาให้ได้ ให้มันไม่มีอะไรเหลือเลยสักอย่าง เข้าใจไหมแข” กนกแขอ้ำอึ้งอีก ฐิติพารู้ว่ายังไม่ได้หย่า ย้ำว่า “งานของเธอไงแข เธอทำสำเร็จหรือยัง”

กนกแขบอกว่าแผนเอาตุ๊กตาวางไว้ใต้หมอน

คุณลุงคุณป้ามาเห็นจึงพาคุณใหญ่ไปวัดว่าจะให้บวช มนตร์ ทางเราก็เลยเสื่อม ฐิติพาบอกให้ทำใหม่ หยุดทำไม ขู่ว่า

“ถ้าเธอทำไม่สำเร็จเธอเองก็ต้องตาย เข้าใจไหม”

กนกแขถามว่าเธอจะไปทำพิธีกับตนไหม งานนี้เป็นงานร่วมกันไม่ใช่หรือ หากชนะเราก็จะชนะด้วยกันแต่ถ้าแพ้เราก็แพ้ด้วยกัน แต่แล้วกนกแขก็เครียดเมื่อ

ฐิติพาบอกว่า

“ตกลง ฉันจะไปกับเธอ ฉันจะไปรอดูชัยชนะของฉันกับเธอ กนกแข คืนนี้เธอต้องชนะ”

กนกแขไปที่ทางสามแพร่งทำพิธีอีกครั้ง เกิด

เงาดำพุ่งออกไปในทิศทางวัดที่ปภาคินท่องธรรมะอยู่ เสียงกรีดร้องโหยหวนระงมไปทั่ว กลุ่มเงาดำม้วนเป็นเกลียวเข้าแผ่คลุมกุฏิ หลวงพ่อพนมมือสวดมนต์แล้วเป่าออกไปเกิดเสียงกรีดร้องไกลๆอย่างเจ็บปวด

ปภาคินลุกขึ้นดู หลวงพ่อบอกให้ตั้งสมาธิท่องบทสวดมนต์ต่อไปไม่ต้องสนใจสิ่งรบกวนใดๆทั้งสิ้น

จิตเจ้าจงมุ่งมั่นแต่ธรรมะของพระพุทธองค์

หลวงพ่อกับปภาคินสวดมนต์ประสานกัน หลวงพ่อหยิบถุงข้าวสารเสกซัดออกไปทางหน้าต่างเสียงกรีดร้องโหยหวนลากยาวออกไป ปรากฏแสงสว่างเรืองภายในกุฏิแล้วแผ่คลุมไปทั้งกุฏิ


กนกแขเหมือนหมดแรงในการท่องมนตร์ หายใจหอบแรงเหมือนคนจะจมน้ำ เงาดำร่วงลงบนพื้นรอบกุฏิกนกแขรู้สึกแสบร้อนจนทนไม่ได้ ลุกขึ้นเอามือกุมหัวกรีดร้อง ย่ำอุปกรณ์เครื่องเซ่นวิ่งออกไปสุดชีวิต

ช่วงเห็นกนกแขวิ่งเตลิดมาก็รู้ว่าถูกมนตร์ดำย้อนเข้าตัว บอกบ่าวที่มาด้วยให้พาตัวไปทิ้งไว้หน้าบ้านแล้วเรียกใครให้ไปเก็บของที่ทางสามแพร่ง

ฐิติพาที่เห็นดังนั้นจึงวางแผนอาสาจะเอาตัว

กนกแขไปที่บ้าน บ่าวอีกสองคนจึงประคองกนกแขกลับไป กานติมาเห็นสภาพลูกตกใจถามว่ายัยแขเป็นอะไร ฐิติพาบอกว่าคงเหนื่อยร้องไห้เป็นเพื่อนฉัตรจนเป็นลม กานติมา จึงให้บ่าวพากนกแขขึ้นข้างบนตัวเองอยู่คุยกับฐิติพา

ฐิติพาปั้นน้ำเป็นตัวว่าฉัตรชนกเสียใจมากกับข่าวท่านพ่อร้องไห้น้ำตาเป็นเผาเต่า กนกแขที่เป็น

เพื่อนรักกันตั้งแต่วัยเรียนเลยพลอยร้องไห้ไปอีกคน

เล่าเป็นตุเป็นตะจนกานติมาเชื่อแล้วจึงลากลับ

กนกแขมีสภาพเหมือนคนเสียสติ กานติมาบอกพระยาสารประดิษฐ์ว่าลูกว่างเกินไปถ้าไม่หาอะไรทำ

ก็ควรแต่งงานเสีย พระยาสารประดิษฐ์เห็นด้วย แต่ผู้ชายในศรีราชานี้ไม่มีใครเหมาะสม เราจะพาเข้ากรุงเทพฯก็ได้ กานติมาเสนอว่าเที่ยวไหนคุณพี่เข้าไปติดต่อราชการเราก็ไปด้วย พาลูกเข้าสังคมให้เนื้อหอมไปทั้งกรุงเลย

ฐิติพากลับถึงวังโสณบอกยุพาว่าท่านนายพลกับคุณนายส่งปภาคินไปอยู่วัดคาดว่าจะให้บวช พระรูปนั้นคงมีวิชาดี มนตร์ดำทำอะไรไม่ได้จึงย้อนเข้าตัวคนทำ บอกว่าพ่อแม่ปภาคินเป็นคนทำให้แผนของเราเสียหมด

เล่าว่าฉัตรชนกไปทำสวนผักกับแม่ พ่อแม่ปภาคินเชื่อว่าฉัตรเป็นคนทำเสน่ห์เอาตุ๊กตาไปซ่อนไว้ใต้หมอน และกนกแขก็พลาดอย่างไม่น่าให้อภัยเพราะปภาคิน

ยังไม่ได้หย่ากับฉัตร สงสัยว่าแค่ทำเสน่ห์ยังไม่พอ ยุพา

บอกว่าอย่างนั้นก็ต้องเอาให้แรงสุดๆไปเลย สั่งช่วงให้กลับไปใหม่ อย่าให้ใครจำได้ อย่าให้เรื่องมาถึงตนกับลูก จัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยให้จงได้

“เจ้าค่ะ สั่งมาทุกอย่าง ช่วงจะทำถวายหัวเหมือนเคย”

ooooooo


ละครบ่วงนฤมิต ตอนที่ 8 อ่านบ่วงนฤมิตติดตามละครบ่วงนฤมิต ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย อัชฎา นามปาน,ภีรนีย์ คงไทย 11 ม.ค. 2562 10:50 2019-01-14T02:54:53+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ