ข่าว

วิดีโอ



บ่วงนฤมิต

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า-พีเรียด

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: นลินี สีตะสุวรรณ

กำกับการแสดงโดย: สำรวย รักชาติ

ผลิตโดย: บริษัท ฮูแอนด์ฮู จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: อัชฎา นามปาน,ภีรนีย์ คงไทย

เสร็จจากพิธีรดน้ำแล้ว ปพนกับปฐมาเชิญท่านชายเสด็จที่ห้องเสวย ท่านชายถามว่าพ่อเจ้าสาวไม่มาด้วยหรือ ปฐมาบอกว่าพ่อเจ้าสาวเสียไปตั้งแต่ก่อนที่เขาจะย้ายมาอยู่ที่นี่แล้ว

นวลอนงค์ยืนคอยฉัตรชนกอยู่บริเวณนั้นได้ยินถึงกับเหงื่อตก ระแวงกลัวไปสารพัด เมื่อปภาคินพาฉัตรชนกออกมาก็พยายามถ่วงเวลาจะพาไปดูความเรียบร้อยของหน้าตาและผมหน่อย ฉัตรชนกให้ปภาคินเดินไปห้องอาหารก่อน ปภาคินบอกว่าต่อแต่นี้ไป เราไปไหนก็ต้องไปด้วยกัน

นวลอนงค์จึงเดินไปที่สวนแอบซับน้ำตาไม่ให้ใครเห็น ความหลังในอดีตกลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง ทั้งดีใจและอัดอั้นจนทำอะไรไม่ถูก

“สบายใจได้แล้วสิ ได้ดองกับตระกูลรมย์ฤดี” เสียงศักดินัยที่คุ้นหูประชดขึ้น

“เพคะ ดีใจมาก” นวลอนงค์ตั้งสติอย่างพร้อมจะตอบโต้

“แกนี่มันมักใหญ่ใฝ่สูงไม่เคยเปลี่ยนเลยนะนังนวล”

“เพคะ หม่อมฉันเป็นบ่าว ยังได้ผู้ชายสูงศักดิ์อย่างท่านชายมาเป็นผัว พอมีลูก มันก็ได้อย่างใจจับคนรวยๆได้ แหม...มันเลือดไพร่...มันก็คงจะเหมือนพ่อมัน”

ศักดินัยถามว่า เด็กนั่นลูกใคร นวลอนงค์แกล้งถามว่าเด็กคนไหน

“ฉัตรชนก ยี่สิบสองปีเต็มทีเดียวที่ฉันไม่ได้พบกับแก จู่ๆก็ได้พบวันนี้ ลูกของแกอายุ 21 กำลังแต่งงานบอกมาตรงๆ ฉัตรชนกเป็นลูกใคร” นวลอนงค์นิ่ง ศักดินัยจับแขนเขย่า “ตอบมาสิ ฉัตรชนกเป็นลูกใคร”

เป็นเวลาที่ฐิติพากับกนกแขไปเดินเล่นบริเวณนั้น ได้ยินเสียงเหมือนทะเลาะกันจึงหยุดแอบดูแอบฟัง

“ฉัตรชนกเป็นลูกฉันใช่ไหม แกบอกความจริงมาเดี๋ยวนี้”

“ไม่ใช่เพคะ ลูกผัวใหม่ของหม่อมฉัน” ศักดินัยเย้ยว่าที่แท้ก็ลูกชู้ “ลูกชู้เหมือนกับคุณฐิติพายังไงล่ะ ตอนที่หม่อมยุพาท้อง ท่านชายยังเป็นผัวหม่อมฉันอยู่เลย”

“นังนวล!”

นวลอนงค์ยืนคอแข็งถามว่าหม่อมฉันพูดผิด

ตรงไหน ถูกเย้ยว่าอย่าเอาตัวเองไปเทียบกับแม่ยุพา เขาเป็นใครแกเป็นใครสำนึกบ้าง นวลอนงค์สวนทันควันว่า

“ดีหรือเลว มันอยู่ที่การกระทำของคน ไม่ได้ขึ้นกับชาติกำเนิด ถ้าไม่มีอะไรแล้ว หม่อมฉันทูลลา”

นวลอนงค์หมุนตัวไป ถูกศักดินัยรั้งไว้ จ้องหน้าถาม

“ฉัตรชนก หน้าตาท่าทางอย่างนั้น...ฉันยังได้ยินกับหู มีคนทักว่าเหมือนฐิติพา แกแน่ใจจริงๆนะว่าเขา...”


“ฉัตรชนกไม่ใช่ลูกของท่าน พอพระทัยรึยังเพคะ ฉัตรชนกไม่ใช่ลูกของท่าน แกเป็นลูกชู้!”

นวลอนงค์สะบัดมือออก เดินคอแข็งไป ศักดินัยมองตามอย่างไม่เชื่อ ส่วนฐิติพากับกนกแขรีบถอยไป

ooooooo

ออกมาคุยกันอีกมุมหนึ่งของสวน กนกแขถามว่าคุณหญิงได้ยินแล้วใช่ไหม ฐิติพาบอกว่าได้ยินแล้ว

แต่ไม่อยากเชื่อ กนกแขทำกระซิบกระซาบว่าคุณหญิงอย่าพูดไป สิ่งที่เราได้ยินอาจเป็นจริงหรือไม่จริงก็ได้แต่ขอภาวนาให้ไม่จริง

ฐิติพาบอกว่าตนก็ไม่เชื่อว่ามันจะเป็นจริง กนกแข

ย้ำว่าถ้าอย่างนั้น เราต้องช่วยกันไม่ให้เรื่องนี้แพร่งพรายออกไป

“สัญญานะ ว่าเรื่องนี้มันจะต้องเงียบหายตายไปพร้อมกับเรา” ฐิติพามองหน้ากนกแขคาดคั้น สองสาวพยักหน้ายิ้มให้กันเป็นสัญญา

เวลาเดียวกันนั้น ศักดินัย ปฐมา ปพน และนวลอนงค์กำลังส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าหอ

“ความรักที่ผูกพันเราไว้ด้วยกัน จะไม่มีวันจางไป ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขอให้คิดถึงความรักและหนักแน่นในความรักของเรานะ พ่อใหญ่ ฉัตร” ศักดินัยเอ่ย

“กราบขอบพระทัยฝ่าบาทที่กรุณาหม่อมฉันเสมอ” ปภาคินก้มกราบแทบเท้า

“เห็นพ่อใหญ่มาแต่เล็กแต่น้อยก็ต้องดูแลให้ถึงที่สุด เจ้าสาวสวยคู่ควรมาก มีอะไรให้ฉันช่วยได้ก็บอกนะฉัตร”

ฉัตรชนกน้ำตารื้นตื้นตันใจประทับใจ เหมือนมีบางอย่างสื่อสารมาถึงกัน ฉัตรชนกยกมือไหว้อีกครั้ง ศักดินัยลูบผมอย่างเมตตาแล้วลุกขึ้น ปพนจึงผายมือให้นวลอนงค์เข้าไปนั่ง

“คุณปภาคินคะอิฉันขอฝากฉัตร ลูกสาวของฉันเป็นดวงใจของแม่ เป็นสมบัติที่มีค่าที่สุด ขอฝากคุณไว้ ฉันเลี้ยงเขามาอย่างทะนุถนอมมากที่สุด ขอให้คุณปภาคินทะนุถนอมฉัตร เหมือนที่ฉันได้ทะนุถนอมมาตลอด”

“ขอรับ”

“ลูกต้องรัก เคารพคุณใหญ่มากๆ ฉัตร คุณใหญ่เธอเป็นเหมือนพี่ เหมือนพ่อของลูก นับแต่นี้ต่อไป ลูกต้องฝากชีวิตไว้กับเขาทั้งชีวิต”

“จ้ะแม่”

เมื่อผู้ใหญ่พากันออกจากห้องหอและปิดประตูให้แล้ว ปภาคินจูบฉัตรชนกเอ่ยด้วยความรัก

“ในที่สุดความรักของเราก็ชนะทุกสิ่ง”

ทั้งสองกอดกันด้วยความรัก

เมื่อศักดินัยเดินมาถึงหน้าห้องพัก เจอฐิติพาถามว่าทำไมหญิงยังไม่เข้านอน ฐิติพาไม่ตอบแต่ย้อนถามว่า “ทำไมท่านพ่อต้องส่งตัวบ่าวสาวด้วยเพคะ”


“พ่อมาเป็นประธานงานนี้ ก็ต้องทำให้ครบสิ

ตาใหญ่นั่นพ่อก็เคยดูแลเขามาระยะหนึ่งตอนไปอังกฤษใหม่ๆ” ฐิติพาบอกว่าตนห่วงท่านพ่อ “ห่วงอะไรกัน บ้านของนายทหารใหญ่ไม่มีอะไรหรอก หญิงอย่าทำให้พ่อต้องห่วงเพราะออกมาเดินอยู่คนเดียวค่ำๆมืดๆเลย นอนเสียเถิดลูก”

ฐิติพาบ่นเสียดายที่วันนี้ตนไม่ได้เป็นเจ้าสาว ศักดินัยขยี้หัวลูกสาวหัวเราะ

“ลูกของพ่อคงจะมีเนื้อคู่ที่งามสง่าไม่แพ้ปภาคินแน่นอน ได้รักคนที่รักเรา มันเป็นความรู้สึกดีงามมากนะหญิง นอนเถอะลูก”

ศักดินัยโอบพาฐิติพาไปที่ประตูห้อง จูบผม ส่งเข้าห้องนอน แล้วเดินกลับมาที่ห้องตัวเอง สีหน้าเหมือนครุ่นคิดอะไรอยู่ตลอดเวลา

ooooooo

ปภาคินกับฉัตรชนก ต่างถอดมาลัยที่คล้องคอออกเอาไปวางไว้ที่พานหน้าห้องแต่งตัว

ฉัตรชนกบอกว่ามาลัยคู่นี้ตนจะเก็บไว้ให้ลูกหลานเราดู ปภาคินติงว่ามาลัยจะอยู่ได้สักกี่ปี ดอกไม้เดี๋ยวก็โรยรา

“มาลัยโรยรา แต่ความรักของเราจะงอกงามสดชื่นขึ้นในทุกวันที่ผ่านไปใช่ไหมคะคุณใหญ่”

ปภาคินบอกว่าความรักของตนที่มีต่อเธอมีแต่จะเพิ่มทุกวันทุกคืน กอดฉัตรไว้แนบอกด้วยความรัก

พาเดินมาที่โต๊ะเขียนหนังสือ

“ตั้งแต่ที่เห็นฉัตรวันแรก พี่เขียนบันทึกนี้ไว้ มันเป็นเรื่องราวชีวิตของเราที่พี่ตั้งใจจะเก็บไว้ให้ลูกหลานอ่าน” ฉัตรชนกชมว่าสมุดสวยจัง “พี่ซื้อมาจากอังกฤษ ในนี้มีแต่เรื่องของฉัตร เพราะทุกลมหายใจของพี่มีแต่ฉัตรชนกเพียงคนเดียว”

“โลกของฉัตรมีแต่ความรักคุณใหญ่...ความรักคุณใหญ่อยู่ในทุกๆที่ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน น้ำที่ดื่ม แม้กระทั่งอากาศที่หายใจ คุณใหญ่คือชีวิตของฉัตร หากฉัตรต้องจากคุณใหญ่ไป ฉัตรคงจะตายไปเสียก่อน”

“ไม่เอา ฉัตรอย่าพูดเรื่องไม่ดีอย่างนั้น วันนี้

พี่คงยังไม่ต้องบันทึกอะไร เก็บความทรงจำดีๆไว้เขียนวันหลังดีกว่า”

ปภาคินจูบฉัตรชนกอีกครั้งอย่างแสนรัก

ooooooo

วันนี้กนกแขรื้อหีบไม้เก่าๆที่เป็นฝีมือของ

ธนาทำให้ ในนั้นมีจดหมายหลายสิบฉบับที่จ่าหน้าซองชื่อกนกแข และมีรูปของธนาใบเล็กๆอยู่ด้วย

ขณะรื้อหีบอยู่หน้าเตียง บ่าวมาเคาะประตูบอกว่าคุณหญิงให้มาตามบอกว่ามีเพื่อนมาหา กนกแขรีบเก็บหีบ ไปส่องกระจกดูหน้าตาตัวเองและซับน้ำตาตบแป้งปกปิด บอกบ่าวว่าเดี๋ยวจะตามไป


เพื่อนที่ว่าคือฐิติพานั่นเอง กนกแขอุทานตื่นเต้นว่าวันนี้คุณหญิงมาถึงที่นี่ ท่านชายเด็จมาด้วยไหม

“วันนี้คุณพ่อไปเยี่ยมเยียนพวกที่ห้างค่ะ หญิงเลยขอมาหาแขที่นี่ อยากรู้จักกันไว้ให้มากๆ”

กนกแขถามว่าคุณหญิงจะกลับพระนครเมื่อไหร่ ฐิติพาบอกว่าพรุ่งนี้ กนกแขบ่นเสียดายไม่ได้พาคุณหญิงไปเที่ยวทะเล

ฐิติพาทำเป็นมาเพื่อขอที่อยู่ของกนกแข แต่ที่แท้ต้องการมาคุยเรื่องฉัตรชนก ทำเป็นให้กนกแขพาไป

ชมสวน แล้วเล่าให้ฟังอย่างวิตกว่า

“ตั้งแต่เช้าวันนั้น ท่านพ่อซักประวัติแม่คนนั้นเป็นการใหญ่ ถามย้ำเรื่องพ่อของมัน...ท่านพ่อคงหวั่นไหวเพราะในงานคืนนั้น ทั้งไทยทั้งฝรั่งทักว่าฉันหน้าเหมือนมัน อุปาทานไปกันเยอะ เพราะเห็นท่านพ่อไปเป็นประธานในงานก็นึกว่าจะต้องเกี่ยวข้องกัน ทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันสักนิด”

ฐิติพายอมรับว่าตนกลัวจะมีอะไรเกี่ยวข้องกันเพราะท่านพ่อเป็นคนที่อยากรู้อะไรท่านจะไม่ยอมปล่อย บอกกนกแขว่า แขน่าจะเข้าใจว่าตนเป็นลูกคนเดียวของท่านพ่อมา 20 ปีแล้ว ที่วังโสภณไม่มีทายาทอื่นนอกจากตน แขน่าจะเข้าใจเพราะก็เป็นลูกคนเดียวเหมือนกัน

“แขเข้าใจค่ะ เข้าใจดี และที่สำคัญถ้าไอ้คนที่ชอบเข้ามายื้อแย่ง สอดแทรกไปในทุกเรื่องของเราคือนังฉัตร...แขไม่ยอมค่ะ แขยอมไม่ได้”

“เราคงจะต้องร่วมมือกัน” ฐิติพามองหน้ากนกแข

อย่างขอคำมั่น

“ค่ะ...เราจะร่วมมือกัน”

ooooooo

ปภาคินพาฉัตรชนกเดินชมสวนที่บ้าน บอกว่าถ้าฉัตรชอบต้นไม้ก็ช่วยจัดสวนให้ด้วยเพราะตนทำงาน ไม่มีเวลาสั่งเขาจัด เวลาที่เหนื่อยก็อยากมาเดินเล่นกับคนที่ตนรัก

ฉัตรชนกยินดีที่จะทำให้แม้จะมีสวนราตรีอยู่แล้ว ปภาคินบอกว่าบ้านเราเป็นบ้านแห่งความรักที่ลูกหลานของเราจะเติบโตงดงาม พรรณนาว่า

“พี่มองเห็นรมย์ฤดีตัวเล็กๆสี่ห้าคนวิ่งเล่นอยู่บนสนามนี้ ฉัตรคงต้องเหนื่อยหน่อยตามดูแลลูกเอง”

“ฉัตรจะรักลูกของเราให้เหมือนที่แม่รักฉัตร

ฉัตรจะดูแลพวกเขาไม่ให้ห่างสายตา พี่ใหญ่คะ พวกเขากำเนิดด้วยความรักของเรา จะเติบโตอย่างงดงามทั้งกายและใจ”

รุ่งขึ้นศักดินัยกับฐิติพาจะเดินทางกลับแล้ว ทุกคน ในรมย์ฤดีมาส่งที่หน้าบ้าน ศักดินัยบอกว่าแล้วจะมาเยี่ยมอีก ปภาคินยินดีต้อนรับหากเสด็จมาศรีราชา เชิญประทับที่นี่ได้ทุกเวลา


“ดีใจมาก ปภาคินที่เจ้าสาวของเธอชื่อฉัตรชนก ฉันยินดีเป็นที่สุด” ฉัตรชนกพนมมือไหว้ ศักดินัยจับมือที่พนมไว้ เอ่ย “ขอให้เธอโชคดี”

ฐิติพามองอย่างไม่พอใจ เร่งให้รีบไปเพราะยังต้องเดินทางอีกไกล พอศักดินัยขึ้นรถ ฐิติพาก็ขับพรวดออกไปทันที

พอมาถึงบริเวณที่เฉี่ยวจักรยานของนวลอนงค์ล้ม ศักดินัยก็ชะเง้อเหมือนจะมองหานวลอนงค์จนฐิติพาถามว่าท่านพ่อทอดเนตรอะไรหรือ

“เอ้อ...ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากรู้ว่าบ้านของฉัตรชนกเขาอยู่แถวไหน น่าจะอยู่แถวนี้ เพราะวันนั้นเราก็พบแม่ของเขาที่นี่” ฐิติพาเหน็บหวานๆว่า เลยไม่ได้แวะเยี่ยมก่อนเรากลับ “ช่างมัน คงได้กลับมาอีก”

ฐิติพาฟังแล้วสังหรณ์ใจอะไรบางอย่าง

เมื่อกลับถึงวังโสภณ ยุพากระวีกระวาดให้คนรับใช้ ไปยกกระเป๋าและสั่งตั้งโต๊ะเย็น พอเจอฐิติพาก็ถามว่าไปศรีราชาเป็นอย่างไรบ้าง

“มีแต่ป่ากับทะเลค่ะแม่ น่าเบื่อ”

ยุพาถามว่ากินอะไรมาหรือยังแม่ให้ตั้งสำรับไว้แล้วจะลงไปห้องอาหารเลยไหม ฐิติพาบอกว่าเดี๋ยว ถามว่า “แม่คะ นังนวลอนงค์นี่เป็นใครคะ”

“หา! หญิง...หญิงไปเอาชื่ออุบาทว์นี้มาจากไหน” ฐิติพาบอกว่า “เป็นชื่อแม่เจ้าสาวนังฉัตรชนก หญิงได้ยินท่านพ่อรับสั่งกับมัน”

“อะไรนะ! ว่ายังไงนะ หญิงเล่าให้แม่ฟังให้หมดซิลูก” ยุพาตาโพลง แทบเต้น

ooooooo

กลับถึงวังโสภณ ท่านชายศักดินัยเรียกอิ่มอดีตต้นห้องของนวลไปซักถามที่ห้องนั่งเล่นถึงวันที่นวลอนงค์ หนีไปและนายบุญก็หายไปด้วยว่าทั้งสองมีอะไรกันไหม คาดคั้นว่า “นังนวลหนีไปกับไอ้บุญใช่ไหม”

อิ่มบอกว่าตนไม่เคยเห็นสองคนมีอะไรผิดปกติ วันที่หม่อมนวลหายไปตนให้นายบุญมาช่วยตามหาก็หายไปอีกคน ท่านชายถามจี้ว่า

“20 ปีมาแล้วนะอิ่ม แกบอกฉันมาตามตรง ก่อนไปจากที่นี่ นังนวลมันท้องหรือเปล่า”

อิ่มฟังแล้วถึงกับเข่าอ่อนไปทันที

ฝ่ายยุพาบอกฐิติพาว่า 20 ปีมาแล้วไม่เคยคิดว่ามันจะหวนกลับมากวนใจเราอีก ฐิติพาถามว่าถ้าวันหนึ่งเรื่องเป็นอย่างที่ท่านพ่อสงสัยเราจะทำยังไงดี ยุพาแข็งกร้าวว่าแม่จะไม่มีวันยอมแพ้มัน ลูกเองก็จะแพ้มันไม่ได้ เราเป็นใคร มันเป็นใคร ฐิติพาถามอย่างกังวลว่ามันเป็นไปได้อย่างที่ท่านพ่อสงสัยใช่ไหม

“ไม่...เราจะยอมให้เป็นอย่างนั้นไม่ได้...แม่ไม่ยอม ให้มันเป็นไปได้ หญิง...เราต้องช่วยกันนะ วังโสภณและที่ดินมรดกของท่านพ่อจะต้องเป็นของหญิงคนเดียว แบ่งให้ใครไม่ได้”


“ค่ะ หญิงไม่ยอม หญิงจะไม่แบ่งให้ใคร...ต้องข้ามศพกัน!” ฐิติพาจิกตาสู้ตาย

เช้านี้ท่านชายแต่งตัวอย่างจะออกไปทำงาน ยุพาเลียบเคียงถามว่างานแต่งของลูกชายเพื่อนเก่าเป็นอย่างไรบ้าง ท่านชายชมว่าหมอปภาคินงดงามกว่าพ่อเยอะ บ้านช่องก็อยู่สบาย เหมาะเป็นที่ตากอากาศอย่างดีทีเดียว ยุพาได้ทีถามว่าตนจะมีโอกาสได้ไปเที่ยวด้วยไหม

“ได้ไปสิ หญิงเล็กคงจะพาไปได้ ฉันจะจดหมายไปบอกท่านนายพลไว้ก่อน”

ยุพาสมใจ สบตากับฐิติพาที่เพิ่งลงมาอย่างรู้กัน

เมื่อขึ้นไปคุยกันที่ห้องนั่งเล่นชั้นบนโดยมีช่วงคนสนิทของยุพาอยู่ด้วย ยุพาได้ฟังเรื่องท่านชายเรียกอิ่มไปซักถามเป็นนานสองนานไม่รู้จะซักถามอะไรบ้าง ช่วงบอกว่าไม่คิดเลยว่าอิ่มจะอยู่เป็นหอกข้างแคร่มาถึงวันนี้ ถามว่าจะให้ตนกำจัดมันเลยดีไหม

“อย่าเพิ่ง ยังไม่รู้เลยว่าอะไรเป็นอะไร แกคอยสืบคอยถามก็แล้วกัน...” ช่วงยุว่านังนี่มันปากแข็ง

ไม่อย่างนั้นก็คงแพร่งพรายเรื่องนังนวลไปบ้างแล้ว “มันปากแข็งเองไม่ได้หรอก แต่มันกลัวเรา เราต่างหากที่ปิดปากมันไว้ได้สนิท จับตามันไว้ให้ดี อย่าให้คลาดสายตานะช่วง”

“เจ้าค่ะ หม่อมเจ้าคะ จะให้อิฉันไปตามพ่อหมอได้รึยังเจ้าคะ”

ฐิติพาถามว่าหมออะไร ยุพาไม่ตอบแต่สั่งช่วงให้ลองไปดู เอาของกินของใช้ไปให้สักหน่อย ไม่ได้บำรุงกันมานานแล้ว เผื่อจะต้องใช้งานกันอีก ฐิติพาอยากรู้ถามว่า “ใครหรือคะแม่” ยุพาไม่ตอบแต่ย้ำกับฐิติพาว่า

 “หญิงจ๊ะ เราต้องชนะ! ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องด้วยกล ถึงเวลาที่หญิงจะรู้ได้แม่จะบอกลูกเอง” แล้วสั่งช่วง “อย่าลืมจับตานังอิ่มไว้ จะซื้อใครในบ้านนี้อีกแกบอกฉัน”

ooooooo

กนกแขกลับมาเปิดกล่องไม้ดูจดหมายเก่าๆที่ธนาเขียนให้อีก จดหมายฉบับสุดท้ายธนาลงท้ายว่า “รักแขที่สุด” กนกแขจิกตาพึมพำ “ทำไมฉันจะต้องแพ้...ไม่ได้ ฉันแพ้ไม่ได้”

กนกแขไปหาธนาที่บ้านเช่า ธนาตกใจถามว่ามาทำไมต้องการอะไรอีกหรือ กนกแขทำจริตว่าคิดถึง ธนาพูดอย่างไม่หายเจ็บว่าพอเถอะ ตนไม่ใช่ของเล่นของใคร นึกสนุกก็หยิบมาเล่นพอเบื่อก็ขว้างทิ้ง

กนกแขมารยาว่าตนไม่เคยลืมเขา โทษว่าเป็นเพราะพ่อกับแม่ตกลงกับคุณพ่อคุณแม่พี่ใหญ่ไว้ และฉัตรก็ต้องการจับพี่ใหญ่เพื่อเอาชนะตนจึงมาบอกตนทุกวันว่าธนารักตนอย่างนั้นอย่างนี้ ความจริงแล้วธนาไม่เคยรักตนเลย

ธนายืนยันว่าตนรักแข รักมากกว่าผู้หญิงคนไหน ตนเชื่อว่าแขมีใจให้ตนจริง แต่ไม่ใช่ ใจของแขเปลี่ยนง่ายเหลือเกิน กนกแขโทษว่าตนเชื่อฉัตร ถึงได้มอบใจรักให้ธนาจริงๆ ไม่อย่างนั้นตนจะ...

กนกแขทิ้งไว้อย่างรู้กัน แล้วโผเข้าจะกอดธนา ถูกธนายึดแขนดันออกไป ตัดใจบอกให้แขกลับไปเสีย

กนกแขถามว่าเขาจะกลับไปหาฉัตรหรือ ฉัตรแต่งงานแล้วจะกลับมาหาธนาหรือ แล้วหลอกล่อธนาว่า เรื่องรักกับเรื่องแต่งงานมันคนละเรื่องกัน เขาเป็นคนสอนตนเอง ตนจำได้ขึ้นใจ แล้วทำเป็นตัดใจว่า

“ไม่เป็นไรค่ะ แขรู้ว่าวันนี้แขแพ้ฉัตร แพ้ทุกอย่าง ฉัตรได้ความรักจากทุกคนไปหมด ฉัตรเก่งเหลือเกิน เก่งไม่มีใครเท่า”

“แขจะแต่งงานกับผมหรือ ถ้าผมเดินเข้าไปขอแขวันนี้”

“ถ้าคนที่คุณรักคือฉัตร แล้วคุณจะมาแต่งงานกับแขทำไม ที่แขเคารพพี่ใหญ่ได้ทุกวันนี้เพราะเขาไม่หลอกแข เขารักฉัตร ก็แต่งงงานกับฉัตร อย่าให้แขต้องเจ็บปวดทุกวันต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักแขจริง แขอยากรู้จริงๆว่าฉัตรมีดีอะไร บอกหน่อยได้ไหมถึงได้รักถึงได้หลงกันนัก”

“กลับไป กลับไปซะแข”

แต่กนกแขให้รถกลับไปแล้ว ธนาจึงให้ซ้อนท้ายจักรยานตนไปส่ง ป้าสมมาเห็นยืนมองอย่างแปลกใจ กนกแขถามว่ายายนั่นเป็นใคร ธนาบอกว่าเจ้าของบ้านเช่า แล้วปั่นจักรยานออกไป ป้าสมยังยืนมองจนลับตา

รุ่งขึ้นกนกแขเอากล่องไม้ที่ธนาต่อให้ใส่ห่อกระดาษไปหาฉัตรชนกที่บ้านปภาคิน บอกว่าธนาฝากของมาให้ ฉัตรชนกรับไปเปิดดูเห็นกล่องไม้ที่ธนาชอบทำบอกว่า ธนาให้เป็นของขวัญแต่งงานตนกับพี่ใหญ่คนละกล่อง กนกแขทำเป็นสงสัยว่าแล้วจะให้ซ้ำมาทำไมอีก บอกให้ฉัตรชนกเปิดดูว่าข้างในมีอะไร

แต่พอฉัตรชนกจะเปิดก็บอกว่าธนาให้เธอเป็นการส่วนตัวอย่าเปิดต่อหน้าตนเลยเก็บไว้ก่อน แต่เย็นนี้ เลี้ยงข้าวเย็นตนด้วยนะ ฉัตรชนกยินดีแต่ตอนนี้ให้กนกแขไปกราบคุณแม่ก่อนดีกว่าท่านกำลังสั่งเรื่องอาหารเย็นอยู่ในห้องเตรียมอาหาร

พอกนกแขออกไป ฉัตรชนกเปิดกล่องดู เห็นรูปวาดหัวใจสองดวงที่ถูกเสียบไว้ด้วยธนูดอกเดียวกัน ฉัตรชนกมองอย่างแปลกใจมาก

กนกแขไปที่ห้องเตรียมอาหาร ปฐมาถามว่ามานานแล้วหรือ กนกแขบอกมาสักพักแล้ว ธนาฝากของมาให้ฉัตร พอดีฉัตรชนกถือกล่องเดินผ่านไป ปฐมาสะดุดใจนิดหนึ่งแต่ไม่ได้พูดอะไร

ooooooo

วันนี้มีถ่ายละครต่อ ขวัญอุมาไปแต่งหน้าแต่งผมเสร็จแล้วถามลูกปลาว่าวันนี้ฉากอะไร ลูกปลาบอกว่าฉาก 5 ตอน 8 ต้อยติ่งเสริมว่า “ฉากที่ฟ้องว่าหักหลังสามีไงคะ”

“ขวัญอุมาหักหลังสามีหรือว่าถูกสามีหักหลัง” อรนภาสบตาแต้วแร้วอย่างรู้กัน แต้วแร้วฉอดๆทันทีว่า

“อ้าว ก็แม่โฉมเฉลาตัวละครที่คุณขวัญแสดงน่ะ เขารู้กันทั้งกองแล้วนะคะว่าหักหลังเพื่อน หักหลังผัว เรื่องนี้ออกอากาศเมื่อไหร่นางต้องได้ฉายาจอมหักหลังแน่นอน”

“ไม่จริง โฉมเฉลาต่างหากที่ถูกหักหลัง” ขวัญอุมาแย้งเบาๆ

แต่อรนภาหัวเราะคิกนำขึ้น แต้วแร้วหัวเราะตามทันที ขวัญอุมารู้สึกเหมือนตัวเองถูกด่าถูกเยาะเย้ย เสียงหัวเราะเหมือนสะท้อนก้องอยู่รอบตัวจนรู้สึกจะเป็นลม ลูกปลาตกใจเรียก ลุกขึ้นทุบโต๊ะตวาด

“นี่ หยุดเดี๋ยวนี้นะ ขำอะไรนักหนา ทำร้ายจิตใจคนอื่นนี่มันตลกนักหรือ”

แต้วแร้วถามเย้ยว่าทำร้ายอะไร? ใคร? เราพูดเรื่องละครต่างหาก ต้อยติ่งติงว่าเราพูดกันหลายหนแล้วว่าเรื่องนี้มันเรื่องจริง คุณขวัญเขาอินกับบทของเขา

“ขวัญเขาอินจัดจ้ะ บทนี้ใครวิจารณ์ไม่ได้เลย” อรนภาแทรกขึ้น

แต้วแร้วถือโอกาสโวยว่าตนผิดอีกแล้วหรือ ทำยังไงดี ไม่รู้มาก่อนเลยว่าตัวละครก็ว่าไม่ได้ วิจารณ์ไม่ได้เลย ตนทำอะไรไม่ถูกแล้ว

ขวัญอุมายืนโงนเงนเพราะยังไม่หายดี ซ้ำมาสะเทือนใจซ้ำอีก ต้อยติ่งอยู่ใกล้กว่าเพื่อนรีบเข้าประคองบอกให้ไปพักก่อน ฉายฉานที่สังเกตมาแต่ต้นแต่ไม่อยากเข้าไปยุ่งด้วยเห็นขวัญจะเป็นลมก็พรวดเข้าประคองเต็มมือ บอกให้ไปนั่งพักก่อน บอกต้อยติ่งให้รีบไปหายาดมให้

อรนภาเห็นทุกคนโดยเฉพาะฉายฉานตกใจเป็นห่วงขวัญอุมาก็ไม่พอใจพูดประชดลอยๆ

“ได้หนุ่มดูแล เดี๋ยวคงจะหายเร็วหรอก”

เอ็ดดี้กับต้อยติ่งรู้สึกถึงสถานการณ์ที่ไม่ปกติ ไม่อยากเข้าไปยุ่ง มองหน้ากันแล้วทำท่ารูดซิปปากหันไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ

ooooooo

คืนนี้ขวัญอุมาฝันร้ายอีกแล้ว ตื่นเช้ามาเล่าให้ลูกปลาฟังว่า ตนฝันเห็นคนนั้นอีกแล้ว มันจะทำร้ายตน

ลูกปลางัวเงียตื่นมาบอกว่ามันก็แค่ฝัน แต่ขวัญอุมาบอกว่ามันฝันบ่อยจนตนไม่สบายใจ ลูกปลาถามว่าจะใส่บาตรไหม ขวัญอุมาบอกว่าไม่ได้เตรียมของไว้

“ก็ไปขอใส่กับคุณวิสิ คุณวิแกบอกว่าใส่บาตรทุกเช้า แล้ววันหลังก็หาของมาใส่เองบ้าง”

ขวัญอุมารีบอาบน้ำแต่งตัวลงไปเจอวิยาดาถือของใส่บาตรไปหน้าบ้านพอดี วิยาดาจึงชวนไปใส่บาตรด้วยกัน

เมื่อเดินไปถึงหน้าบ้านเจอธีรัชยืนรออยู่ก่อนแล้วและพระมาพอดี พอธีรัชนิมนต์พระ วิยาดากับขวัญอุมาจึงช่วยกันส่งของให้ธีรัช แต่เขาเบี่ยงตัวหลบขวัญอุมาจึงใส่บาตรเอง วางดอกไม้บนฝาบาตรธีรัชจึงเอามือแตะดอกไม้คล้ายใส่บาตรด้วยกัน พระมองดอกไม้แล้วมองหน้าธีรัชอย่างเมตตาเอ่ย...

“เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวรนะโยม”

พูดแล้วพระเดินผ่านไปเลย ขวัญอุมามองหน้าธีรัชเอ่ยอย่างแปลกใจว่า นึกว่าท่านจะให้พร สงสัยว่าทำไมพระท่านไม่พูดกับตนเลยบอกแต่เขาคนเดียว

วิยาดาบอกว่าพระที่นี่ท่านไม่ให้พรหลังรับบาตร ท่านจะไม่ยืนแสดงธรรม

“แต่ท่านพูดกับผมนี่ฮะแม่ ท่านบอกว่าเวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร...มันหมายถึงอะไร”

วิยาดาอึ้ง สังหรณ์ใจว่า...เหมือนมีความลับอะไรกำลังจะเปิดออกแล้ว

ฝ่ายธีรัชเฝ้าครุ่นคิดว่าทำไมพระท่านจึงเลือกที่จะพูดประโยคนั้นกับตนคนเดียว ทั้งที่ตนก็ไม่ใช่คนอย่างนั้นเลย วิยาดาปลอบว่าท่านคงอยากให้เขาไปเจออะไรที่อาจจะคิดแค้นผูกใจเจ็บจะได้หัดตัดใจหัดปล่อยวาง ซึ่งอาจผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหน

ธีรัชสังหรณ์ใจว่าหรือจะเป็นสิ่งที่เขาฝันถึงเสมอ ในฝันที่คิดว่าตัวเองเป็นปภาคิน? สับสนว่ามันคือความฝันหรือความจริงที่ข้ามชาติข้ามภพมาถึงปัจจุบัน?

ooooooo

วันนี้ฉัตรชนกกับปภาคินมาเยี่ยมนวลอนงค์ มีอาหารกระป๋องและผลไม้ติดมือมาฝากด้วย

นวลอนงค์ในชุดทำสวนถือตะกร้าผักกับธนา ป้าสมถือมีดและเสียมเตรียมไปสวนผักกัน เมื่อฉัตรชนกกับปภาคินมาจึงชวนกันเข้าบ้าน ป้าสมเห็นฉัตรชนกกับปภาคินมาจึงขอตัว ปภาคินเรียกไว้ปรึกษาว่าฉัตรชนกบอกว่าอยากมาค้างกับแม่ บางทีตนจะมาค้างด้วย จึงขออนุญาตป้าสมปรับปรุงบ้านให้เป็นสัดส่วนกว่านี้

ป้าสมยินดี ชมว่าปภาคินเอาใจฉัตรชนกมาก ปภาคินบอกว่า “เพราะผมรักเขามากที่สุดนี่ครับ...”

“ฉัตรโชคดีมากที่สามีเอาใจใส่มาถึงครอบครัวด้วยนะ” ธนาชื่นชม แล้วบอกป้าสมกับนวลอนงค์ว่ามีอะไรจะให้ตนช่วยบอกได้เลย แต่วันนี้ขอตัวกลับก่อน ปภาคินบอกว่าอย่าเพิ่งกลับมาถ่ายรูปด้วยกันก่อนเพราะวันนี้ตนเอากล้องถ่ายรูปมาด้วย

ปภาคินถ่ายรูปหมู่ให้แล้ว ธนาบอกให้เขาเข้ามายืนตนจะกดกล้องให้ พอธนานับถึงสาม ปภาคินก็เอามือโอบเอวฉัตรชนกไว้อย่างรักใคร่

หลังจากอัดรูปขนาด 8 คูณ 10 นิ้วมาพร้อมซองสีน้ำตาลหลายใบมาแล้ว ปภาคินบอกให้ฉัตรชนกเอารูปใส่ซองให้น้าสม คุณแม่ฉัตรและครูธนาบ้านละสองใบ

ฉัตรชนกบอกว่าเดี๋ยวจัดให้ มองรูปอย่างยินดีที่เป็นของทันสมัยในยุคนั้น

ไม่นานช่างก็ปรับปรุงบ้านเสร็จ ดูใหม่งดงามใหญ่โตจนนวลอนงค์บอกว่าเกรงใจคุณใหญ่จัง

จู่ๆกนกแขก็โผล่มา ทักตื่นเต้นเสียงดังว่าบ้านหลังใหม่ของฉัตรหรือ ปภาคินชิงตอบว่าบ้านใหม่ของคุณแม่ กนกแขถามว่าพี่ใหญ่สร้างให้ใหม่หรือ

“ปรับปรุงให้อยู่สบายขึ้นเท่านั้น บางทีฉัตรจะมาค้างกับแม่บ้าง”

ฉัตรชนกถามกนกแขว่าเป็นอย่างไรบ้าง เธอบอกว่าเรียนจบชั้น 8 แล้ว มองปภาคินถามว่าตนอยากเรียนหมอ จะขอให้พี่ใหญ่ช่วยติวให้ได้ไหม ปภาคินบอกยินดี นวลอนงค์จึงเชิญทุกคนเข้าบ้าน

กนกแขเห็นปภาคินหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าและตะกร้าเครื่องถักของฉัตรจะเอาเข้าบ้าน กนกแขเห็นปภาคินหิ้วตระกร้ากระเป๋าให้ฉัตรชนกก็ริษยาที่เขาเอาใจฉัตรมาก ยิ่งเห็นว่าในตะกร้าเป็นเสื้อผู้ชายก็ยิ่งทนไม่ได้ เมื่อนวลอนงค์จับแขนชวนเข้าบ้าน กนกแขสะบัดมือออกอย่างรังเกียจ

“ไม่เป็นไรค่ะ แขผ่านมาเห็นรถพี่ใหญ่เลยแวะเข้ามาดู แขจะกลับก่อน วันหลังจะไปหาพี่ใหญ่ที่รมย์ฤดีค่ะ” กนกแขไหว้ลาปภาคินคนเดียวแล้วหมุนตัวเดินไปที่รถที่จอดอยู่ถนนใหญ่ทันที

ooooooo

กนกแขกลับถึงบ้านอารมณ์พลุ่งพล่านด้วยแรงริษยา เล่าให้กานติมาฟังว่า เชื่อว่าปภาคินคงโดน ของอะไร หน้ามืดตามัวสร้างบ้านใหม่ให้นวลอนงค์ใหญ่โตสวยงามจนไม่เห็นร่องรอยของแม่ค้าขายผักเลย

กานติมาถามว่าป้าปัทรู้ไหม กนกแขบอกว่าตนยังไม่ได้คุยกับป้าปัท พูดไม่ออกเหมือนน้ำท่วมปากแต่นี่สังหรณ์เลยตามไปดู บอกแม่ว่า

“แขสงสารพี่ใหญ่...แขเสียใจจริงๆที่วันนั้นยอมให้พี่ใหญ่ตกไปอยู่ในมือฉัตร แขรักเพื่อน ไม่อยากต่อสู้เพื่อแย่งผู้ชายกับเพื่อน” กนกแขรำพึงรำพันความดีของตน แต่กานติมามัวแต่คิดว่าจะทำอย่างไรดีเลยไม่ได้ฟัง

คืนนี้เองกนกแขเขียนจดหมายสั่งเสื้อหนาวผู้ชายจากกรุงเทพฯ เขียนเสร็จใส่ซองแต่ไม่ปิดซองวิ่งออกไปถามกานติมาว่าแม่จะสั่งซื้อเสื้อผ้าจากห้างอีกไหม

กานติมาถามว่าลูกจะซื้ออะไรหรือ

กนกแขบอกว่าตนจะซื้อเสื้อสเวตเตอร์ถักไหมพรมนิ่มๆเป็นของขวัญให้พี่ใหญ่ สงสารพี่ใหญ่เพราะฉัตรเอาไหมพรมหยาบๆราคาถูกมาถักเสื้อให้พี่ใหญ่ฝีมือก็ไม่เข้าท่า พูดเหยียดว่า

“พี่ใหญ่เป็นถึงหมอ จะแต่งตัวไม่เข้าท่าเหมือนคนทำสวนผักอย่างนั้นได้ยังไง”

กนกแขบอกว่าตนเจตนาดีช่วยรักษาหน้าพี่ใหญ่และฉัตรด้วย ตนยินดีปิดทองหลังพระ ตนให้ไปใครๆก็ต้องคิดว่าเมียพี่ใหญ่หาให้ กนกแขพูดจนกานติมาบอกว่าเดี๋ยวแม่จะไปหยิบเงินให้

กนกแขยิ้มในหน้า ที่แผนก้าวแรกของตนสำเร็จแล้ว

เมื่อไปให้ปภาคินติวเพื่อสอบเรียนแพทย์ ปภาคินปวดหัวมากเมื่อเห็นว่ากนกแขไม่ไปเอาเสียเลย กนกแขอ้อนว่าตนท่องแล้วแต่มันไม่เข้าหัว ปภาคินบอกว่าถ้าแขไม่ท่องก็สอบไม่ได้ ตนช่วยไม่ได้เลย จะเสียเวลาเปล่าทั้งสองคน กนกแขถามว่าพี่ใหญ่กลัวฉัตรหรือ

“พี่ให้เกียรติฉัตรจ้ะ ฉัตรคือภรรยาของพี่ แต่เรื่องการเรียนของแขเป็นเรื่องของแข ไม่เกี่ยวกับฉัตรนะจ๊ะ”

กนกแขรำพันว่าตนคิดถึงพี่ใหญ่เสมอทุกวัน แม้จะรู้ว่าเป็นสามีของเพื่อนและไม่เคยคิดจะแย่ง แต่ก็ตัดใจไม่ได้ เพราะตนยังหวังดีกับพี่ใหญ่เสมอ แล้วเอาเสื้อที่สั่งซื้อมาให้ บอกว่าตั้งใจให้เพราะเหมาะกับพี่ใหญ่จริงๆ แต่ถ้าพี่ใหญ่ไม่สบายใจตนก็จะไม่มาให้สอนอีก แล้วรำพึงรำพันว่า

“ทั้งๆที่แขหัวไม่ดี แต่ยังหวังสูงอยากเรียนแพทย์ เพราะพ่อกับแม่ก็อายุมากขึ้นทุกวัน พ่อกับแม่มีแขเป็นลูกคนเดียว ตอนนี้แขจึงอยากเป็นหมอจริงๆ เพราะรู้ว่าไม่มีใครรักเรามากกว่าพ่อกับแม่”

 กนกแขรำพึงรำพันจนปภาคินบอกว่าแขคิดอย่างนี้ดีมากถูกต้องแล้ว กนกแขอ้อนให้เขารับเสื้อนี้ไว้เป็นการยอมรับความตั้งใจดีของตนและอย่าถือโทษโกรธตนเลย

ปภาคินรับปาก กนกแขดีใจมากที่แผนที่สองของตนสำเร็จแล้ว!

ooooooo

ฉัตรชนกถักเสื้อให้ปภาคินจนเสร็จ แม้รูปทรงและไหมจะกระด้าง ไม่หรูและสวยเนียนเท่าของกนกแขที่สั่งมาจากพระนคร แต่ฉัตรชนกก็ภูมิใจที่ได้ทำให้ปภาคินและตั้งใจให้เขาใส่ในวันแรกที่อากาศหนาว

แต่พอเช้านี้อากาศหนาวปภาคินแต่งตัวจะไปทำงานก็บอกฉัตรชนกให้ไปหยิบเสื้อหนาวที่กนกแขซื้อให้วันก่อน ฉัตรชนกกลืนความเจ็บปวดไปหยิบและเอามาสวมให้ ปภาคินยืนมองตัวเองในกระจกเอ่ยปลื้ม

“เสื้อตัวนี้เหมาะทีเดียว แล้วพี่ยังสัญญาไว้

กับแขด้วยนะว่าจะใส่ให้ครบ 7 วัน”

ปภาคินหอมแก้มฉัตรชนกก่อนออกไปทำงานเหมือนทุกวัน แต่วันนี้ฉัตรชนกกลับรู้สึกเย็นชาเมื่อปภาคิน ออกไปก็กอดเสื้อที่ตัวเองถักน้ำตาร่วงอย่างเจ็บปวดที่ปภาคินรู้อยู่เต็มอกว่าตนตั้งใจถักให้เขาใส่วันแรกที่หนาว แต่เขากลับเลือกใส่ตัวที่กนกแขซื้อให้อย่างชื่นชม

ที่บ้านวิยาดา...วันนี้มีการถ่ายละครตามที่นัดกันไว้ เมื่อทุกอย่างพร้อม คเชนทร์ออกคำสั่งโดยมีดาวรายคอยจดคำสั่งต่างๆ เป็นฉากที่โฉมเฉลาชวนธนกฤตไปดูสวน

แต่พอพูดบท ขวัญอุมาที่แสดงเป็นโฉมเฉลาก็พูดถึงความรักความคิดถึงของตนกับธนกฤตที่แสดงโดยฉายฉานอย่างแห้งแล้ง ซังกะตาย ธนกฤตก็ตอบเขินๆ เพราะโฉมเฉลาไม่ค่อยส่งบทให้

ทั้งสองโต้บทรักกันอย่างจืดชืดจนคเชนทร์ยกมือกุมหัว บอกขวัญอุมาว่า

“เดี๋ยวก่อนขวัญ ฉากนี้เป็นฉากที่ผู้ชมทั้งหมดจะได้รู้ความจริงว่าโฉมเฉลายังรักธนกฤตอยู่ ขวัญต้องแสดงความรักธนกฤตจริงๆและแสดงความร้ายกาจของโฉมให้คนดูรู้”

“ตอนนี้โฉมแต่งงานแล้ว เธอจะรักธนกฤตมากกว่าสามีได้ยังไงคะ”

“เอ้า...ก็ธนกฤตเป็นรักแรกของเธอไง”

“โอ๊ย...ไม่รักแล้วไปแต่งงานกับเขาอยู่กับเขาเป็นเดือนๆได้ยังไงคะ รักแรกน่ะใช่ แต่ไม่ใช่สามีคนแรกค่ะ เวลานี้โฉมไม่ได้รักธนกฤตแล้ว โฉมเฉลารักปรานคนเดียว” ขวัญอุมาเถียงอย่างรู้เรื่องดี

ดาวรายติงว่าก็คุณปรานเขาเขียนไว้ในนิยายอย่างนี้ ย้ำว่าในตอนนี้โฉมเฉลายังรักธนกฤตอยู่ สองคนจึงได้สมคบกันหักหลังปราน ขวัญอุมาโต้ทันควันว่า

“ไม่จริงค่ะ สองคนนี้คบชู้กัน แล้วป้ายความผิดมาให้คนอื่น ปรานต่างหากที่เป็นคนโลเลเปลี่ยนใจ”

ดาวรายถามเพื่อเตือนสติว่าคุณขวัญรู้ได้ยังไง ขวัญอุมาไม่อยากตอบเพราะตอบไปดาวรายก็ไม่เข้าใจอยู่ดี ตัดบทว่ารู้ก็แล้วกัน ดาวรายชักสีหน้า คเชนทร์ก็ปรี๊ด แต่พอดีลูกปลาวิ่งเข้ามาโวยว่าสงสัยน้องขวัญจะไข้ขึ้นอีกแล้วขอเบรกกินยาสัก 10 นาทีได้ไหม

“เบรกกอง 15 นาที” คเชนทร์ประชด ตะโกนแถมเวลาให้ 

เมื่อได้เวลาทำงานต่อ ธีรัชกับอรนภาแต่งชุดเตรียมเข้าฉากเรียบร้อยแล้วกำลังนั่งคุยกันอยู่ในห้องแต่งตัว ลูกปลาจูงขวัญอุมาเข้ามา บ่นเชิงปรามว่าเราทำดีมาหลายคิวแล้วเป็นอะไรถึงอาละวาดขึ้นมาอีก

“ก็มันไม่ใช่อย่างนี้นี่พี่ลูกปลา เรื่องบ้าๆอย่างนี้มันไม่จริง” ลูกปลาถามว่าอะไรที่มันไม่จริง “ก็เรื่องที่โฉมเฉลานอกใจปรานน่ะสิไม่จริง โฉมเฉลารักปรานคนเดียวไม่ได้รักธนกฤตแล้ว”

อรนภาเห็นลูกปลากับขวัญอุมาเดินเข้ามาใกล้ก็ส่งสัญญาณให้แต้วแร้ว แต้วแร้วทำเป็นเดินไปทางห้องน้ำแล้ววกมาแอบฟังลูกปลากับขวัญอุมาคุยกัน

ลูกปลาไหว้ขอร้องขวัญอุมาว่าอย่าเถียงคนแต่งเรื่องเลย เล่นให้จบๆไปอย่าทำให้ทุกคนอารมณ์เสียไปหมดอย่างนี้ ขวัญอุมาเถียงว่ามันไม่จริง เชื่อไม่ได้ ตนถึงเล่นไม่ได้

“ทูนหัว...ไอ้เรื่องความจริงในชาติไหนก็ไม่รู้ของใครก็ไม่รู้น่ะ ฉันขอได้ไหม เวลานี้ขวัญเป็นนักแสดง หน้าที่ของเธอคือเล่นละครเรื่องนี้ให้จบ”

ขวัญอุมาถูกขอร้องอ้อนวอนก็รับปากลูกปลา

ที่จะไม่ทำให้งานสะดุด กดความรู้สึกที่จะทวงถามความยุติธรรมให้ใครบางคนไว้ ตั้งใจทำงานให้เสร็จก่อน

แต่แล้วดาวรายก็สั่งผ่านวิทยุ เชิญปรานกับพิมพ์แขตอน 10 ฉาก 2 ที่เซตเลย

อรนภาทำเสียงตกใจถามว่านี่ถ่ายกันเสร็จแล้วหรือ ฉายฉานบอกว่าคงพักก่อน ตอนนี้เอ้กับคุณรัชไปถ่ายก่อนเลย

ฉายฉานเอาน้ำเย็นไปให้ขวัญอุมาบอกว่าติ๋มเขาจะเอามาให้ตนเลยขอถือมาให้ แล้วชวนขวัญซ้อมกันอีกที อรนภาสอดเสียงเข้ามาว่า

“ซ้อมให้คล่องเลยนะ พอถ่ายทำจริงก็จะได้

ลื่นเลย” แล้วหันควงแขนธีรัช “ไปกันเถอะค่ะคุณรัช”

ขวัญอุมาสะกดใจไม่ให้โกรธอรนภา ฉายฉาน

นั่งข้างๆขวัญอุมาทำตัวไม่ถูก ส่วนลูกปลานั่งกระพือพัดอย่างกลุ้มใจกับบรรยากาศที่ระอุคุกรุ่นอยู่ตลอดเวลา

ooooooo

และแล้วก็ถึงจุดระเบิด เมื่อธีรัชต้องปลอบใจอรนภาสาวสวยที่เป็นคนรัก แต่ธีรัชที่เล่นเป็นปรานกลับปลอบใจได้แค่ความรู้สึกแบบน้องสาว

คเชนทร์ให้ลองใหม่อีก ธีรัชก็ยังกอดปลอบอรนภาอย่างพี่ชายกอดน้องสาว ไร้อารมณ์รักปรารถนาเยี่ยงชายหนุ่มกับหญิงสาวที่เป็นคนรัก

“โว้ย...กูอยากจะบ้า” คเชนทร์อารมณ์ระเบิดฟาดบทลงพื้น อรนภาเสนอให้พักกอง  ตนจะซ้อมให้ธีรัชเอง “ไม่ต้องพักแล้ว เลิกกองไปเลย เลิกกอง!!”

บรรดาทีมงานหน้าเสียเพราะไม่เคยเห็นคเชนทร์ระเบิดอารมณ์ขนาดนี้ ต่างเก็บข้าวของกันงงๆเงียบๆ ธีรัชเองก็ได้แต่ถอนใจอย่างไม่เข้าใจตัวเอง อรนภาถามว่า เป็นอะไรไป เห็นเล่นดีมาตั้งหลายสิบคิวทำไมวันนี้ถึงเล่นฝืดอย่างนี้ ธีรัชบอกว่าตนเล่นเต็มที่เหมือนทุกครั้ง ถามว่าที่เลิกกองเพราะการแสดงของตนหรือ

อรนภามองธีรัชอย่างอ่อนใจที่เหมือนกับไม่เข้าใจตัวเองเลย หรือจะติดโรคยัยขวัญ?

ขวัญอุมาเพิ่งรู้ว่าคเชนทร์สั่งเลิกกองถามว่า

เกิดอะไรขึ้น อรนภาได้ทีแขวะว่าคงเป็นนักแสดงเล่นไม่ได้อย่างที่หวัง นักแสดงเรื่องมากแต่เช้ากระมัง ธีรัชบอกว่าตนผิดเอง ตนเล่นไม่ได้อย่างที่คุณคเชนทร์ต้องการ

แต่ขวัญอุมากับอรนภาที่จ้องแขวะกันอยู่แล้ว ต่างไม่ยอมกันจนมีปากเสียงลามปามถึงลูกปลากับแต้วแร้ว ที่ถือข้างฝ่ายตนออกมาทะเลาะกันวุ่นวาย

ธีรัชบอกขวัญอุมาว่าตนพยายามเต็มที่แล้ว แต่พอเริ่มพูดเริ่มแสดงมันเหมือนกับมีอีกเสียงหนึ่งแย้งว่ามันไม่ใช่อย่างนั้น มันไม่ได้เป็นอย่างนั้น ขวัญอุมาถามว่าเขาก็รู้สึกว่ามันมีอะไรที่ไม่ปกติใช่ไหม ธีรัชพยักหน้า

“แล้วเราจะปล่อยให้มันเป็นอย่างนี้เรื่อยไปหรือ จะแสดงไปตามบทที่เขาเขียนมาเราก็ทำไม่ได้ ไม่ใช่ว่าเราไม่อยากทำ แต่มันทำไม่ได้จริงๆ”

“แต่เราจะไปเปลี่ยนบทของเขาให้เป็นไปตามใจเรา ได้ยังไง”

“ฉันจะไม่ยอมแพ้ค่ะ จะต้องหาความจริงมายืนยันกับพี่คเชนทร์ให้ได้”

“ความจริงเมื่อกว่า 80 ปีก่อน”  ธีรัชพึมพำถึง

อดีตอันยาวไกล แต่ขวัญอุมาก็มุ่งมั่นไม่ยอมแพ้

ธีรัชไปขอโทษคเชนทร์ที่ตนทำให้เสียเวลา คเชนทร์บอกว่าไม่เป็นไร ปัญหาเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาแต่ตนไม่ทันตั้งตัวเท่านั้น ขวัญอุมาบอกว่าไม่ใช่ตนคนเดียวที่เล่นไม่ได้ ธีรัชก็เล่นไม่ได้เหมือนกัน

ธีรัชบอกว่าฉากนี้ตนรู้สึกว่าปรานกลายเป็นคนโลเลไป เลยคิดค้านตลอดเวลา ขวัญอุมามองขวับถามว่าเขาคิดว่าปรานไม่ได้โลเลหรือ เลยกลายเป็นประเด็นขัดแย้งกันจนธีรัชบอกให้คเชนทร์พักผ่อนเสียแล้วลากขวัญอุมาไปคุยกัน

ขวัญอุมาโต้เถียงกับธีรัช เธอว่าปรานเป็นคนโลเลหลายใจทอดทิ้งเมียตัวเอง ธีรัชโต้ว่าผู้หญิงคนนั้น

ก็ใจง่าย โลเลกลับไปรักกับแฟนเก่าแล้วยังทำเสน่ห์

เล่ห์กลให้ปรานหลงใหล สุดท้ายยังปล้นสมบัติทุกอย่างแล้วหนีไปด้วยกัน


“ไม่จริง หยุดกล่าวหาโฉมเฉลาเดี๋ยวนี้” ขวัญอุมาตวาดแว้ด ธีรัชอ้างว่าหนังสือเขียนมาอย่างนี้ “ก็คนเขียนคิดเองไง คนเขียนชื่อปราน พระเอกก็ชื่อปราน คิดดูสิเขียนเข้าข้างตัวเองขนาดไหน”

ทั้งสองโต้เถียงกันรุนแรงจนคเชนทร์เดินโผเผ

มาบอก

“หยุดได้แล้ว พี่ควรภูมิใจมากๆที่พระเอกนางเอกของพี่อินกับตัวละครมากอย่างนี้ ละครเรื่องนี้จะต้องประสบความสำเร็จอย่างมากเลยถ้าเธอสองคนจับมือกันแล้วเล่นละครกันจริงๆเสียที...พี่ว่าจะยกคิวอาทิตย์นี้

หมดละ...ปวดหัว”

พอคเชนทร์เดินคอตกกลับไป ขวัญอุมากับธีรัชก็ได้สติ เธอบอกธีรัชว่า

“เราต้องร่วมมือกันจริงๆนะ ใช้เวลาอาทิตย์นี้ให้เป็นประโยชน์”

“ความจริง...เราต้องช่วยกันค้นหาความจริง” ธีรัชเริ่มคิดได้ ทั้งสองจับมือพยักหน้ากันเป็นสัญญา

ooooooo

ขวัญอุมากับธีรัชไปหาภารดีที่ลพบุรีอีก ธีรัชขอบคุณที่ภารดีให้บันทึกของคุณพ่อไป แต่เรื่องในหนังสือมีมากกว่าในบันทึก ถามว่าเป็นไปได้ไหมที่จะมีบันทึกอีกเล่มหนึ่ง เพราะเห็นเขียนไปจนหน้าสุดท้ายของสมุดแล้ว

ภารดีบอกว่าคุณขวัญเคยโทร.มาถาม ตนก็พยายามค้นหาแต่ไม่พบ ยอมรับว่าตนไม่เคยเปิดบันทึกเล่มนั้นอ่านเลย ธีรัชถามว่าคุณใหญ่หรือคุณปภาคินเป็นอะไรกับคุณพ่อหรือ ภารดีจึงลำดับญาติให้ฟังว่า

“เท่าที่พ่อเล่าให้ฟัง ลุงใหญ่หรือปภาคินเป็นพี่ชายของคุณแม่ของคุณพ่อค่ะ คุณย่าของดิฉันชื่อวรดา คุณปู่ชื่อพงษ์ คุณพ่อเองชื่อภิรมย์...”

ขวัญอุมาถามว่าคุณพ่อเล่าเรื่องที่มีโจรมา

ปล้นบ้านหรือเปล่า ภารดีบอกว่าเล่าแต่ไม่ได้เล่าละเอียด

“คุณพ่อเล่าว่า ตั้งแต่โจรมาปล้นบ้าน คุณยายของคุณพ่อเสียเพราะสู้กับโจร หลังจากนั้นก็ไม่มีใครทำใจอยู่บ้านหลังนั้นได้ ทั้งครอบครัวย้ายไปอยู่เมืองจันท์ จนคุณย่าวรดาได้พบกับคุณปู่พงษ์ที่นั่น แต่งงานกัน พอคุณพ่อโตสักหน่อยคุณปู่พงษ์ก็ย้ายไปอีก คุณปู่ใหญ่กับคุณย่าวรดาถึงพาพ่อกลับไปอยู่ตึกเย็นอีกครั้ง คุณปู่ใหญ่ตรอมใจตายไป พอคุณปู่คุณย่าเสียหมดแล้ว พ่อเลยไม่รู้จะอยู่กับใคร เงินดูแลรักษาตึกก็ไม่มี เลยขายบ้านที่ศรีราชา แล้วย้ายมาอยู่ลพบุรีนี่แหละค่ะ”

ขวัญอุมากับธีรัชสะดุดใจเมื่อได้ยินศรีราชากับตึกเย็น ภารดียังเล่าต่อไปว่า แล้วคุณพ่อก็มาเจอคุณแม่ที่นี่ แต่งงานกันแล้วก็ไม่ได้กลับไปศรีราชาอีกเลย


ขวัญอุมาพึมพำว่าตนเคยได้ยินชื่อตึกเย็น

จากไหนนะ ธีรัชบอกว่าถ้าเป็นศรีราชาเราคงหาไม่ยากขอบคุณภารดีแล้วลากลับ

ooooooo

เมื่อมาขึ้นรถ ขวัญอุมาเป็นคนถือบันทึก ส่วนธีรัชถือซองที่ใส่บันทึกมา พอจะขึ้นรถขวัญอุมาส่งบันทึกให้ธีรัช พอเขายื่นมือไปรับเพื่อเอามาใส่ซอง จังหวะที่มือขวัญอุมาแตะมือธีรัชก็เหมือนมีกระแสบางอย่างแล่นผ่านตัวทั้งสอง พอขวัญอุมาสบตาธีรัช ภาพบางอย่างก็แว่บเข้ามา ทั้งการเต้นรำกันครั้งแรก ภาพดอกราตรีและผ้าเช็ดหน้าปักช่อราตรี ภาพฉัตรชนก กอดกับปภาคินในห้องส่งตัววันแต่งงาน...

ทั้งขวัญอุมาและธีรัชเห็นภาพเดียวกัน กระแสแห่งความรักวิ่งวนจนทั้งสองเหมือนจะเป็นลม แต่ขวัญอุมาจับประตูรถอยู่จึงยังยืนมั่นคง ภารดีถามธีรัชว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เขาบอกว่าไม่เป็นอะไรแล้วขึ้นรถขับไป

ooooooo

ฝ่ายลูกปลาว้าวุ่นใจเพราะขวัญอุมาหายไป ถามวิยาดาจึงรู้ว่าไปลพบุรีกับธีรัช  ไม่ได้ชวนลูกปลาไปด้วยเพราะไม่อยากกวน วิยาดาเห็นลูกปลาเป็นห่วงมากจึงบอกให้ลองโทร.ถามดูว่าไปถึงไหนกันแล้ว

ธีรัชขับรถอย่างง่วงนอน ขวัญอุมาจึงให้แวะ

ร้านอาหารพักกันก่อน ระหว่างนั้นลูกปลาโทร.มาพอดี ขวัญอุมาจึงเล่าให้ฟัง ลูกปลาบอกว่ามีอะไรให้โทร.

บอกด้วย

ธีรัชพักกินอาหารแล้วก็ยังไม่ดีขึ้น ถามขวัญว่าเธอขับรถกลับได้ไหม ขวัญอุมาใจไม่ดีเพราะไม่ชอบขับรถจึงขับไปในรีสอร์ตให้ธีรัชพักก่อน

เมื่อธีรัชนอนพัก ขวัญอุมาออกมาอ่านบันทึกที่หยิบติดมือจากรถมาด้วย บอกตัวเองว่าอยากรู้จริงๆว่าชีวิตของฉัตรชนกหลังแต่งงานแล้วเป็นยังไง พอเปิดหนังสือก็เหมือนต้องมนต์ขลัง รู้สึกดิ่งลึกเข้าไปในอีกมิติหนึ่งของชีวิต...

พออ่านบันทึกแล้ว ขวัญอุมาพึมพำ

“ใช่...ชีวิตจริงไม่ได้จบลงที่การแต่งงาน การแต่งงานเป็นจุดเริ่มต้นต่างหาก”

ขวัญอุมาอ่านบันทึกเพลินจนมืด รีบไปปลุกธีรัชให้กลับ พอดีลูกปลาโทร.มา ขวัญอุมาบอกว่าตนเพิ่งปลุกคุณรัช เดี๋ยวจะรีบกลับ ลูกปลาบอกว่าถ้าคุณรัชยัง

ป่วยอยู่ก็ให้พักที่นั่นก่อนเพราะขับรถค่ำๆมืดๆอันตราย แต่ขอให้ส่งข่าวเป็นระยะก็แล้วกัน พรุ่งนี้ตนกับคุณวิ

จะรีบไปรับกลับ

ธีรัชฝืนตัวเองลุกขึ้นจะขับรถกลับ ขวัญอุมา

บอกว่าลูกปลาให้พักที่นี่ก่อนพรุ่งนี้เช้าจะมารับ แต่เขาต้องไปนอนข้างนอก ตนจะนอนเตียงในห้อง

พอจะนอน ขวัญอุมานึกได้ว่าอ่านพบอะไรบางอย่างในบันทึกจึงลุกไปอ่านต่อที่ห้องนั่งเล่นที่ธีรัชนอน


“ฉันรู้แล้ว ใครเป็นพ่อของฉัตร!” ขวัญอุมาอ่านแล้วอุทานดีใจมาก ธีรัชที่นอนอยู่บอกว่าตกใจหมดเลย

“ต้องเป็นคนนี้แน่ ประธานในงาน ท่านชายนี่ไง ที่ปภาคินบันทึกไว้ว่าแขกที่มาในงานพากันพูดว่า

ฉัตรชนกหน้าคล้ายลูกสาวของท่าน  ถ้าไม่มีเชื้อสายก็ไม่น่าจะชื่อว่าฉัตรชนกแบบนี้”

ขวัญอุมาเปิดหน้าสุดท้ายของบันทึกยื่นให้ธีรัชอ่าน เขาอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่แน่ใจเหมือนกัน

ooooooo

วันนี้ขณะฉัตรชนกเอากระเป๋าค้างคืนมาที่บ้านนวลอนงค์ลงจากรถแล้วให้นายสุขกลับไปเลย เอะใจเมื่อเห็นรถของท่านชายจอดอยู่จึงเดินเข้า

ใกล้บ้าน ได้ยินเสียงท่านชายกำลังคุยกับแม่อย่างตึงเครียด

ท่านชายถามว่าเธอท้องก่อนที่จะหนีมาใช่ไหม นวลอนงค์ปฏิเสธว่าไม่ใช่ ท่านชายจึงให้อิ่มที่มาด้วยเล่าเหตุการณ์ขณะนั้น อิ่มบอกว่าคุณนวลมีอาการคล้ายคนแพ้ท้องและบ่นว่าเลือดขาดไปสองเดือนแล้ว อิ่มสารภาพกับนวลอนงค์ว่าท่านให้ตนสาบานว่าจะพูดความจริง ตนจึงทูลไปว่า

“ช่วงนั้นคุณมีเรื่องไม่สบายใจหลายเรื่อง เวลาท่านไม่อยู่ที่วังก็มีแต่เรื่องร้อนใจ ส่วนนายบุญรักคุณนวลอย่างนายไม่เคยมีอะไรเกินเลย แต่อิฉันไม่รู้ว่ามัน

หายไปพร้อมกับคุณได้ยังไง”

“นวลอนงค์ แกบอกให้ฉันรู้หน่อยซิ แกหนีออกจากวังโสภณมาทำไม”

นวลอนงค์ตัดสินใจบอกท่านชายว่าฉัตรชนก

ไม่ใช่ลูกของท่าน เป็นลูกของตนคนเดียว และเมื่อออกมาแล้ว ก็รอมาถึงยี่สิบกว่าปี รอคำถามนี้จากท่านแต่ก็ไม่เคยได้ยินจนเดี๋ยวนี้ไม่อยากได้ยินแล้ว พูดทั้งน้ำตาว่า

“ถ้าเคยเชื่อตลอดมาว่าหม่อมฉันหนีตามไอ้บุญมา ก็คิดซะว่ามันเป็นอย่างนั้นต่อไป ป่านนี้แล้วฉัตรคงไม่ต้องการพ่อที่ไม่เคยดูดำดูดีมันหรอก”

“ฉันไม่เคยรู้ว่าแกท้อง” บอกแล้วท่านชายถามว่าเช่นนี้จะให้ดูดำดูดีได้ยังไง มีอะไรที่ตนไม่รู้อีก ให้พูดมาเลย อิ่มจึงเล่าว่า

นวลอนงค์ถูกกลั่นแกล้งตนจึงไม่กล้าพูดความจริง แต่พอเรื่องเกิดขึ้นตนสงสารคุณนวลกับหนูฉัตรเป็นที่สุด พระคุ้มครองถึงได้รอดมากันได้ เล่าอย่างสะเทือนใจว่า

“วันที่คุณนวลจะหายไป หม่อมฉันเห็นหม่อมยุพาสั่งนังแช่มอะไรสักอย่าง และคืนนั้นนังแช่มก็แอบเข้าไปอยู่ในห้องของคุณนวลก่อนที่คุณนวลจะเข้าไป”

นวลอนงค์เล่าว่า ตนถูกพวกมันจับตัวออกไปจากห้อง พอนังแช่มเข้ามาก็ผลักตนล้มแล้วเอาผ้าปิดปาก จากนั้นมีคนเอากระสอบมาคลุมตัวพาออกจากบ้าน


ไม่รู้ว่าไปไหน จนใกล้รุ่งมันแวะพักแล้วพี่บุญก็มาช่วย สองคนนั้นจึงหนีไป พี่บุญกลัวว่ามันจะพาพวกย้อน

กลับมาจึงพาตนหนีไปตลอดวันขึ้นรถไฟถึงสำโรงแล้วให้ไปอยู่กับคนที่รู้จัก พี่บุญไม่กล้ากลับไปวังอีกเพราะกลัวอันตราย จนฉัตรเกิด ตนจึงบากหน้ากลับไปเผื่อว่า...

“แล้วยังไง” ท่านชายร้อนใจ

ooooooo

นวลอนงค์เล่าว่าเมื่อตนบากหน้ากลับไป ก็ได้รู้ว่าคนที่นั่นว่าตนหนีตามพี่บุญไป ซ้ำยังว่าตนขโมยเครื่องเพชรของหม่อมยุพาไปด้วย นวลอนงค์บอกว่าตนเพียรฝากจดหมายถึงท่านคิดว่าท่านจะได้ทอดเนตรบ้าง เพราะส่งคนเอาเงินมาให้และบอกว่าไม่ต้องกลับไปอีกเพราะท่านเชื่อว่าเด็กคนนี้คือลูกชู้

อิ่มเสริมว่าคุณนวลฝากจดหมายไว้แต่หม่อมยุพามาบังคับเอาไปและส่งคนไปตามถึงที่นั่น นวลอนงค์

เล่าว่าตนกลัวที่เขาขู่จึงหนีเตลิดไปถึงศรีราชา กลัวเขาจะทำร้ายฉัตรอีกคน

ฉัตรชนกได้ฟังทั้งหมด วางกระเป๋าโผเข้ากอดแม่ ท่านชายก็อุทาน “ฉัตรชนก ลูกพ่อ...” นวลอนงค์บอกให้ฉัตรชนกกราบท่านพ่อ ฉัตรชนกก้มกราบกับพื้น ท่านชายประคองขึ้นลูบศีรษะอย่างเอ็นดู...

“ฉัตร...พ่อขอโทษ...นวลอนงค์ ฉันขอโทษ”

ขณะที่ที่บ้านนวลอนงค์กำลังมีความสุขที่ครอบครัวได้เจอและเข้าใจกันนั้น ปภาคินกลับบ้านเพื่อจะพา

ฉัตรชนกไปส่งที่บ้านนวลอนงค์ พอรู้จากแม่ว่าฉัตรชนกไปแล้วจึงตามไป ไปเจอฉัตรชนกจับมือธนาคุยอย่างปลื้มปีติว่า “ฉัตรดีใจที่สุดในโลกเลยธนา ไม่คิดว่าเราจะได้พบกัน... คืนนี้ฉัตรคงนอนไม่หลับทั้งคืน”

ธนาถามว่าคืนนี้ไม่กลับบ้านโน้นหรือ ฉัตรบอกว่าคืนนี้ค้างที่นี่ ธนาถามว่าแล้วคุณสามีไม่ว่าเอาหรือ

“อือ...ตอนนี้ไม่มีอะไรที่จะสำคัญไปมากกว่าเรื่องของเรานะธนา เราเพิ่งได้มีโอกาสรู้จักตัวตนจริงๆของเรา ขอเวลาให้เราตรงนี้ก่อนเถอะ”

ปภาคินแทบล้มทั้งยืน เหมือนฟ้าถล่มลงมาทับตัวเอง เซไปพิงต้นไม้อย่างเจ็บปวดสาหัส...

ooooooo

ขวัญอุมาค้างที่รีสอร์ตเพราะธีรัชไม่สบาย ด้วยรอยอดีตที่เป็นสายสัมพันธ์ลึกซึ้งในอดีต ทำให้ความรู้สึกซ่อนเร้นในหัวใจที่มีต่อกันเปิดเผยต่อกันโดยไม่รู้ตัว

เมื่อเดินทางกลับถึงบ้าน เจอวิยาดากับลูกปลามาถึงก่อนแล้ว ขวัญอุมาบอกลูกปลากับวิยาดาอยู่ที่นี่ก่อนเพราะตนกับธีรัชจะไปวังโสภณเพื่อตามรอยอดีตต่อ


ทั้งสองไปที่ร้านกาแฟในตึกเก่าแห่งหนึ่ง ถามผู้จัดการร้านว่าตรงนี้เคยเป็นวังโสภณใช่ไหม ตนจะขอติดต่อทายาทท่านชายศักดินัยได้ไหม ผู้จัดการร้าน

บอกว่าตนไม่เคยได้ยิน ปัจจุบันตรงนี้เป็นของนักธุรกิจ ที่ไม่ได้เป็นญาติกับสกุลโสภณเลย

ขวัญอุมากับธีรัชพยายามหาข้อมูล จนเมื่อลากลับสรุปได้ว่า

ท่านชายไปฝึกบินที่ต่างประเทศเครื่องบินตกสิ้นพระชนม์ ต่อมาวังเลยถูกขายให้คนอื่น แต่ที่ยังเป็นปัญหาคือ ฉัตรชนกใช่ลูกท่านชายไหมและจากนั้นเธอหายไปไหน ขวัญอุมาย้ำว่าเรื่องนี้ตนต้องหาคำตอบให้ได้

พอรถธีรัชกับขวัญอุมาออกไป รถของฉายฉานกับอรนภาก็เลี้ยวเข้ามาแต่ไม่เห็นกัน อรนภารู้จากผู้จัดการร้านว่าขวัญอุมาเพิ่งออกไป อรนภาคาดว่าขวัญต้องวิ่งตามหาเรื่องนิยายนั่นแน่ๆ อาการหนัก

“ผมว่าความจริงถ้าเราร่วมมือช่วยขวัญไปเลยก็ดีนะ จะได้รู้กันเลยว่าเรื่องจริงมันเป็นยังไง”

“จะเพี้ยนตามกันไปถึงไหน ไร้สาระ” อรนภาสะบัดเสียงใส่ ฉายฉานเลยจ๋อยไป

ไม่เพียงฉายฉานคิดเช่นนั้น คุณจี๊ดเองเมื่ออ่านบทอย่างจริงจังอีกครั้งก็เสนอคเชนทร์ว่าจริงอย่างที่ขวัญ

เขาว่า เพราะเหตุผลมันแปลกๆ คเชนทร์ติงว่าเราเปิดกล้องไปแล้ว คุณจี๊ดว่าแต่ยังไม่ได้ออกอากาศ ถามว่า “เชนทร์จำได้ไหม วันที่เธอรับปากจะกำกับเรื่องนี้ให้พี่ เธอว่ายังไง”

คเชนทร์จำได้ วันนั้นเขาบอกว่า

“ผมจะทำเรื่องนี้ให้ดีที่สุด...มันเป็นเรื่องน้ำเน่า แต่ผมจะทำเรื่องน้ำเน่านี้ให้ได้ทั้งเงินทั้งกล่อง”

“พี่ยอมรับนะ รอยอดีตมันเป็นตม แต่พี่ไม่อยากให้มันเป็นตมแบบจมปลัก มันจะต้องเป็นตมที่มีเพชรซ่อนอยู่ข้างใน...พี่เชื่อว่ามืออย่างเชนทร์จะต้องค้นพบเพชร แล้วเจียระไนมันให้พี่”

คุณจี๊ดขอบคุณขวัญที่มีเซ้นส์ของนักแสดงบอกเรา ตลอดเวลาว่าเรื่องนี้มันยังไม่ถูกต้อง คเชนทร์ถามว่าแล้วเราต้องแก้บทตามขวัญหรือ

คุณจี๊ดเรียกอรนภา ไก่และขวัญอุมาให้มาคุยกัน ฟังแนวทางของทุกฝ่ายน่าจะได้ข้อสรุปที่ดี

เมื่อคุณจี๊ดตัดสินใจที่จะค้นหาความจริงจากรอยอดีตที่ขวัญอุมาทักท้วงตลอดมา ก็เหมือนพรหมลิขิตบันดาลให้ทุกอย่างทุกฝ่ายพบข้อเท็จจริงโดยบังเอิญและสืบหาจนได้หลักฐานทั้งวัตถุและตัวบุคคล...

ฉายฉานกับอรนภาจะไปเก็บของที่ศรีราชาแวะกินอาหาร ฉายฉานเห็นรูปเก่าๆที่ผนังห้อง อรนภามองตามเอะใจที่คนในรูปหน้าเหมือนฉายฉานและขวัญอุมา คิดว่าเขาแต่งรูป แต่ฉายฉานรู้สึกไม่ปกติ

ฝ่ายขวัญอุมากับธีรัชก็มุ่งหน้าไปที่ลพบุรีเพื่อสืบหาตึกเย็นที่ศรีราชาตามคำบอกเล่าของเจ้าของบทประพันธ์ที่บอกว่าบ้านจริงๆของเรื่องนี้คือตึกเย็นที่ศรีราชา วิยาดาบอกว่าเคยได้ยินตอนมาซื้อบ้านใหม่ๆว่ามันคือบ้านของเรา ชื่อเต็มๆน่าจะเป็นรมย์ฤดี

ขวัญอุมากับธีรัชปะติดปะต่อได้ทันที ไม่ว่าชื่อบ้านชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นเรื่องเดียวกันทั้งหมด วิยาดาถามว่ารู้เรื่องเหล่านี้ได้ยังไง ขวัญอุมาบอกว่า จากที่เราฝัน ธีรัชบอกว่าจากบันทึกที่คุณภารดีลูกสาวคนเขียนนิยายให้มา

ธีรัชเสนอว่าถ้าตึกเย็นคือบ้านของตน เราอาจจะหาบันทึกที่เหลือได้จากในบ้านนั้น เพราะหนังสือบางส่วนติดมากับบ้านด้วย ธีรัชบอกแม่ให้กลับบ้านกันคืนนี้เลย ขวัญอุมาขอตามไปด้วย แต่วิยาดาบอกให้กินข้าวให้เสร็จก่อน

เมื่อกลับไปรื้อหนังสือที่บ้าน สุดใจเล่าว่าแม่บอกว่าเคยมาที่ตึกเย็น เล่าเรื่องเพื่อนชื่อป่านชวนไปเก็บสายบัว แม่ผูกพันกับเพื่อนชื่อป่านมาก ขวัญอุมาถามธีรัชว่า ยายชุ่มมาทำงานกับคุณแม่เขาตั้งแต่เมื่อไหร่ ธีรัชบอกว่าพอจำความได้ก็เห็นยายชุ่มแล้ว สุดใจบอกว่าแม่มาเป็นพี่เลี้ยงคุณผู้หญิง

ขณะนั้นเองธีรัชเห็นสมุดบันทึกปกแข็งเล่มหนึ่งที่ด้านในสุดของชั้น ปกคล้ายบันทึกของปภาคิน

“นี่ไง! อยู่นี่เอง! อยู่นี่จริงๆด้วย...”  ธีรัชร้องอย่างตื่นเต้นดีใจมาก

 ขวัญอุมาจะขออ่านก่อนธีรัชจึงเอาไปถ่ายเอกสารมาแบ่งกันอ่าน พอออกมาถึงหน้าร้านอาหารเจอฉายฉานกับอรนภาออกมาพอดี ฉายฉานบอกขวัญอุมาว่าเห็นรูปเก่าหน้าคล้ายตนและเธออยู่ที่โต๊ะติดข้างฝา

ขวัญอุมาจึงให้ธีรัชไปถ่ายเอกสาร  ตัวเองเข้าไปดูรูปตามคำบอกเล่าของฉายฉาน เป็นจริงอย่างที่เขาบอก เธอจึงขอพบเจ้าของร้าน ลูกปลาบอกว่าพวกตนกำลังทำสารคดีประวัติศาสตร์ออกทีวี พนักงานจึงไปเชิญเจ้าของร้านคือคุณโกสุมในวัย 65 ปีมาพบ ขวัญอุมาจึงถามเกี่ยวกับรูปภาพที่ข้างฝา

“คุณย่าของดิฉันเป็นเจ้าของที่แถวนี้ค่ะ สมัยก่อนท่านแบ่งที่ปลูกบ้านให้เช่าทำสวนผัก...สมัยก่อนคนจะมีกล้องต้องรวยและติดต่อกับพวกฝรั่ง คุณย่าของดิฉันคือคุณย่าสม ท่านมีลูกคนเดียวคือพ่อของดิฉัน”

คุณโกสุมเล่าว่า ที่ดินตรงนี้เคยแบ่งให้ครูฉัตรที่แต่งงานไปกับเศรษฐีที่ตึกเย็นเช่า ท่านมาปรับปรุงบ้านแล้วถ่ายรูปร่วมกันเอาไว้ ชี้คนในรูปบอกว่าคุณแม่ของครูฉัตร ย่าสม แล้วก็ครูธนา เล่าว่าแต่ครูฉัตรมีข่าวลือเรื่องร้ายๆเสมอ แต่ย่าสมบอกว่ามันไม่เป็นความจริงย่ากับครูธนาบอกเสมอว่าครูฉัตรเป็นคนดี แต่ตนเด็กเกินกว่าจะเข้าใจ

ขวัญอุมาถามถึงครูธนา คุณโกสุมบอกว่าครูอายุสั้นเกินไป ครูธนาเสียชีวิตในบ้านเช่านั่นเองและไม่มีใครเข้าไปยุ่งบ้านนั้นเลย จนต่อมาพ่อจะปลูกตึกขายไปรื้อบ้านจึงเอารูปนี้ออกมา นึกๆแล้วบอกว่า

“จำได้ว่าของย่าเคยมี แต่ไม่รู้หายไปไหนแล้ว เป็นรูปเหมือนกัน  แต่มีอีกรูปนะคะ เป็นรูปของหมอปภาคินอยู่ด้วย”

พอดีธีรัชกลับมาบอกว่าถ่ายเอกสารเสร็จแล้วรอเขาเย็บเล่มอยู่ ขวัญอุมาจึงขอให้คุณโกสุมเล่าเรื่องครูฉัตรที่เป็นข่าวลือและไม่จริงให้ฟัง

ขวัญอุมาฟังคุณโกสุมอย่างตั้งใจและจดอย่างละเอียด

ooooooo


ละครบ่วงนฤมิต ตอนที่ 7 อ่านบ่วงนฤมิตติดตามละครบ่วงนฤมิต ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย อัชฎา นามปาน,ภีรนีย์ คงไทย 8 ม.ค. 2562 09:56 2019-01-11T03:50:22+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ