ข่าว

วิดีโอ



บ่วงนฤมิต

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า-พีเรียด

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: นลินี สีตะสุวรรณ

กำกับการแสดงโดย: สำรวย รักชาติ

ผลิตโดย: บริษัท ฮูแอนด์ฮู จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: อัชฎา นามปาน,ภีรนีย์ คงไทย

ที่บริเวณห้องแต่งตัว อรนภากำลังทำผมอยู่ ต้อยติ่งแต่งหน้าให้ฉายฉานเสร็จแล้วถามว่าขวัญ

หายไปไหน แอดดี้บอกว่ายังไม่เห็นมาเปลี่ยนชุดเลย ต้อยติ่งบ่นว่าฉากต่อไปก็มีด้วย แล้วหายไปไหนเนี่ย

ต้อยติ่งออกไปถามลูกปลา ลูกปลาก็ไม่รู้ว่า

ขวัญอุมาไปไหน สงสัยว่าอาจหลบไปนอนที่ห้อง แล้วเดินไปที่ห้องพักที่อยู่ทางหลังบ้าน ธีรัชผ่านมาได้ยินว่าตามหาขวัญอุมากันอยู่จึงเดินไปดูตามที่ต่างๆจนถึงบริเวณสระในบ้าน จึงเห็นขวัญอุมานั่งเอนหลับอยู่ที่เก้าอี้สนามที่เดิม

ธีรัชก้มไปจะปลุก เขาชะงักเมื่อเห็นน้ำตาไหลจากหางตาลงมาอาบแก้ม ขวัญอุมาฝันว่ากำลังเดินทางกลับบ้านอยู่ในความคิดคำนึงอันแสนเศร้า พลันก็รู้สึกตัวกะพริบตาถี่ๆเหมือนไม่แน่ใจว่าที่เห็นอยู่ข้างหน้าเป็นความฝันหรือความจริง

ธีรัชเห็นขวัญอุมาตื่นแล้วก็ยิ้มให้ ขวัญอุมานึกได้ว่าที่นี่คือบ้านของธีรัช จึงขยับตัวลุกขึ้นนั่งอย่างระแวดระวังกลัวลุกพรวดไปชนธีรัชเข้า

“ผมมาตาม ฉากต่อไปจะมีคุณแล้ว...ผมก็เคยหลับตรงนี้เหมือนกัน ที่นี่น่าสบายนะ ผมหมายถึงบ้าน

หลังนี้ มันสวยมาก ใครๆก็ชม แต่ผมกลับไม่ชอบ ไม่อยากอยู่ที่นี่เลย”

ขวัญอุมาบอกว่าตนรู้แล้ว แม่เขาบอกว่าเขาอยู่กรุงเทพฯและไม่ค่อยมาที่นี่ ธีรัชแซวยิ้มๆว่า

“รู้ดีจังนี่คุณ แล้วไง รอรับมรดกที่ตรงนี้เลยหรือเปล่า ท่าทางคุณจะชอบที่นี่มากๆเลยนะ วนเวียนไม่ห่าง”

ขวัญอุมาชักสีหน้าถามเสียงกระด้างว่าพูดอย่างนี้ต้องการอะไร “ก็แค่อยากรู้ว่าฝันหวานของคุณมันพาคุณไป

ถึงไหน คุณเคยคิดอยากอยู่ที่นี่ตลอดไปไหม”

“ไปเลย ไปให้ไกลๆเลย ฉันจะไม่ยุ่งกับสมบัติของคุณเป็นอันขาด” ขวัญอุมาคิดว่าธีรัชคิดว่าตนจะจับเขา พูดใส่หน้าแล้วลุกไปเลย แต่ธีรัชยืนขวางทางอยู่ เธอผลักเขาเต็มแรงอย่างไม่แคร์ แต่ธีรัชเบี่ยงหลบเหมือนหยอกล้อ ทำให้ขวัญอุมาเสียหลักไปสะดุดรากไม้ถลาพรวดตกน้ำไป

ธีรัชตกใจเห็นขวัญอุมาทะลึ่งพรวดขึ้นมาอย่างคนว่ายน้ำไม่เป็น ถอดรองเท้าพุ่งลงสระทันที

ธีรัชพยายามมองหาขวัญอุมาแต่ไม่มีวี่แววร่างของขวัญอุมาเลย เขาโผล่ขึ้นมาฮุบอากาศแล้วดำลงไปอีก มือควานเจอปลายผมเขารีบคว้าแล้วดำลงไปอุ้มร่างขวัญอุมาที่หมดสติอยู่ใต้น้ำพาขึ้นสู่ผิวน้ำ เป็นจังหวะที่ลูกปลากำลังเดินไปจากสระบัวได้ยินเสียงน้ำ หันมาเห็นธีรัชชูร่างขวัญอุมาขึ้นมาก็พุ่งเข้าไปช่วยรับ

ooooooo

เหตุการณ์ในปี 2474...กนกแขซึ่งก็คืออรนภาปัจจุบัน กับฉัตรชนกคือขวัญอุมา กำลังพายเรือในบึงบัว กนกแขถามฉัตรชนกว่าเธอไม่คิดจะตัดใจจากพี่ใหญ่ ซึ่งก็คือธีรัชในปัจจุบันหรือ ฉัตรชนกถามว่าทำไมหรือ


“ฉันไม่อยากได้ชื่อว่าแย่งคนรักของเพื่อน เธอก็รู้ว่าตอนนี้เรื่องมันบานปลายไปใหญ่โต คุณพ่อจับได้ว่าฉันคบกับธนา ท่านเลยบังคับให้เลิกกัน ยังไงเสียฉันก็ต้องแต่งงานกับพี่ใหญ่”

ฉัตรชนกนิ่งอึ้งใจลุกเป็นไฟกับคำถามนี้ กนกแขเร่งขอคำตอบ ฉัตรชนกบอกว่า

“คุณใหญ่กับฉัน เรารักกัน...คุณใหญ่บอกฉันตลอดเวลาว่าเขารักฉัน แข...ถ้าเขารักฉันและฉันรักเขา เรายินดีที่จะต่อสู้ร่วมกัน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ความรักที่เธอมีต่อธนาทำให้เธอต่อสู้ร่วมกับเขามา ทำไมไม่สู้ต่อไป?”

“แต่ฉันเลือกพ่อกับแม่ของฉันแล้วไง ฉัตรสิ...

เคยรักกับครูธนา ทำไมไม่กลับไปหาเขาแทนล่ะ เริ่มต้นกันใหม่ ที่เดิม...”

“แข! เธอพูดเหมือนเธอไม่ได้รักธนาเลย” กนกแขถามว่าถ้าตนบอกว่ามันเป็นอย่างนั้นล่ะ “แข...มันจะเป็นอย่างนั้นไปได้อย่างไร ในเมื่อ...” ฉัตรชนกจะพูดว่าเธอมีอะไรกันขนาดนั้นแล้วแต่ไม่พูด กลับถามว่า “เธอล้อฉันเล่นใช่ไหม”

“ถ้าฉันบอกว่าฉันไม่ได้รักธนา แต่รักพี่ใหญ่ เธอจะยอมถอยให้ฉันอย่างที่ผ่านมาไหม”

กนกแขหยุดพายเรือมองหน้าฉัตรชนกตรงๆ

ฉัตรชนกรู้สึกคล้ายมีสายฟ้าฟาดมาตรงหน้าจนตัวทรุดไปข้างหนึ่งทำให้เรือเอียง กนกแขโยกตัวไปข้างเดียวกันทำให้เรือเอียงวูบ ฉัตรชนกเสียหลักตกน้ำไปทันที แต่ก่อนที่เรือจะพลิกคว่ำ กนกแขขืนเรือไว้ได้ไม่ล่ม

ฉัตรชนกทะลึ่งขึ้นมาเพราะว่ายน้ำไม่เป็น กนกแข

มองอย่างเลือดเย็นแล้วพายเรือออกไป

ธนาทิ้งจักรยานสลัดรองเท้ากระโดดลงน้ำร้องเรียก “ฉัตร...ฉัตร...” กนกแขตกใจที่ธนามาเห็นเหตุการณ์ เอาพายวางไว้ที่ตักนั่งนิ่ง

ที่ริมบึงบัว พอฉัตรชนกรู้สึกตัว กนกแขเรียกอย่างเป็นห่วง ฉัตรชนกจับธนาพยายามจะลุกขึ้น บอกธนาว่า

“เราไม่เป็นไรแล้วธนา ขอบคุณมาก ถ้าไม่ได้เธอ...เราคง...”

“พอเห็นเป็นฉัตรเราก็ตกใจจะแย่แล้ว ฉัตรว่ายน้ำไม่เป็นเราจำได้...แข ทำไมไม่ช่วยฉัตร”

กนกแขบอกว่าตนกำลังจะโดดลงไปช่วย ธนา

บอกว่าแค่ยื่นพายไปให้ฉัตรจับก็ได้แล้ว กนกแขแก้ตัวว่าตนตกใจทำอะไรไม่ถูก แล้วตำหนิว่า “ฉัตรตกไปได้ยังไง ไม่ระวังตัวเลย”

ฉัตรชนกรู้ว่ากนกแขตั้งใจทำร้ายตนแต่ไม่พูด บอกธนาให้พากลับบ้าน ธนาจึงพาซ้อนท้ายจักรยานไป


เหตุการณ์ปัจจุบัน...ที่บ้านวิยาดา วิยาดาวิ่งมาดูขวัญอุมาเห็นธีรัชกำลังช่วยผายปอดอยู่แบบเม้าท์ทูเม้าท์ พอรู้ว่าขวัญอุมาตกน้ำก็บอกให้พาไปหาหมอ ธีรัช

จะช้อนตัวแต่ขวัญอุมาเดินหนีไปหาลูกปลา วิยาดาจึงบอกให้ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน

“อย่าดื้อสิขวัญ พวกเราจะช่วยคุณนะ” ธีรัช

อุ้มขวัญเดินไปด้านในเลย

ขวัญอุมาหลับตาลงอย่างเจ็บปวดเพราะคิดถึงอดีตที่ตามมาหลอกหลอน อรนภามองธีรัชที่อุ้มขวัญอุมาเข้าบ้าน จิกตามองเบ้ปากพึมพำก่อนเดินเข้าห้องแต่งตัว

“ออเซาะล่ะสิ”

ขวัญอุมาบอกว่าตนไม่เป็นไรแล้ว ธีรัชดุว่าอย่าดื้อ บอกลูกปลาให้ช่วยจัดการด้วยตนจะรอ

ฝ่ายแอ๊ดดี้ก็ภาวนาขออย่าให้มีอาถรรพณ์อะไรอีกเลย ต้อยติ่งด่าว่าปากเสีย ส่วนฉายฉานบอกว่าทำงานก็ต้องมีอุปสรรคบ้าง เราต้องช่วยกันข้ามอุปสรรคไปให้ได้ ต้อยติ่งกับแอ๊ดดี้เห็นด้วย

“ขออย่าให้มีอะไรร้ายๆเกิดขึ้นอีกเลยนะคะ เจ้าประคู้ณ...” แต้วแร้วพนมมือภาวนาแล้วลุกวิ่งออกไป

อรนภายิ้มพอใจอย่างรู้กันว่าแต้วแร้วจะไปทำอะไร

ooooooo

ธีรัชมานั่งรอขวัญอุมาอยู่กับวิยาดาที่ระเบียงวาดรูป รอนานจนธีรัชจะไปตาม ก็พอดีขวัญอุมาเดินจามออกมา ธีรัชทักว่าเป็นหวัดแล้ว ตัวร้อนหรือเปล่า ขวัญอุมาก็ยังบอกว่าตนไม่เป็นอะไร

“อย่าอวดดี ถ้าโชคดีก็ถือว่าดี แต่เช็กให้ชัวร์ดีกว่า ลูกปลาฝากบอกทีมงานด้วย”

ขวัญอุมาจะไม่ยอมไปอ้างว่างานยังค้างอยู่ ธีรัชบอกว่าคุณเชนทร์คงงดฉากเธอไปก่อน ลูกปลาบอกให้ไปเถอะ ถ้าไม่เป็นอะไรจริงๆกลับมาจะได้สบายใจ

พอดีสุดใจเอาน้ำชามาให้ขวัญอุมา ธีรัชบอกให้เอาใส่กระติกไปเลยเดี๋ยวจะได้จิบไปในรถ

แต้วแร้วที่มาแอบสืบอยู่ พอได้ความก็หลบแว้บไป

ooooooo

ระหว่างไปโรงพยาบาล ธีรัชย้ำกับขวัญอุมา

ว่าให้จำไว้ มีอุบัติเหตุอะไรอย่าอวดดี ทำงานอย่างเราสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญมาก ถามว่าเธอว่ายน้ำไม่เป็นหรือ ขวัญอุมาหงุดหงิดถามว่าทำไมคิดว่าตนมารยาหรือ

“แปลกใจเท่านั้น เป็นนักแสดงแต่ว่ายน้ำไม่เป็น... นักแสดงต่างประเทศเขาต้องหัดให้เป็นทุกอย่างก่อนมาเล่นละคร อย่างคุณนี่ อาจจะได้เป็นนางเอกง่ายเกินไปก็เลยมาเป็นภาระของทุกคนแบบนี้”

ขวัญอุมาโมโหที่ถูกปรามาสลืมตัวทุบธีรัชที่กำลังขับรถ ทำให้รถส่ายแม้ธีรัชจะพยายามประคองรถไว้ แต่รถก็พุ่งเข้าชนต้นไม้ข้างทางจนหม้อน้ำรั่วน้ำไหลโจ๊ก ธีรัชลงไปดูบอกว่ารถไปต่อไม่ได้แล้ว หงุดหงิดเลยดุว่าเลิกทำตัวงี่เง่าแบบนี้สักทีได้ไหม ทำอะไรเอาแต่ใจตัวเองคิดถึงคนอื่นบ้าง เห็นไหมว่ารถพังไปไม่ได้แล้ว


ขวัญอุมาบอกให้โทร.ไปเรียกอู่ให้มาลากรถไป แต่พอธีรัชจะโทร.ก็แบตหมดอีกถามว่าโทรศัพท์เธออยู่ไหน ขวัญอุมาบอกว่าไม่ได้เอากระเป๋ามาเอาแต่กระติกน้ำร้อนมา

“โธ่เอ๊ย...” ธีรัชหัวเสีย ขวัญอุมาเสียงอ่อยถามว่าแล้วจะทำยังไง “ก็ต้องรอคนผ่านมาสิ เรียกให้เขาช่วยแต่ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ถ้ารอไม่ได้ก็ต้องเดินกลับไปเพราะเรามาไม่ไกลจากบ้านสัก 5-6 กิโลเอง”

ขวัญอุมามองไปที่ถนนเห็นประกายแดดระยิบ เธอคว้ากระติกน้ำร้อนเดินไปยืนที่ใต้ร่มไม้...

ลูกปลาถือกระเป๋าของขวัญอุมาบ่นกับวิยาดาว่ารีบไปจนลืมโทรศัพท์ ไปเป็นชั่วโมงแล้วหายเงียบไปเลย วิยาดาจึงโทร.เข้าเครื่องธีรัชแต่ปิดเครื่อง

ธีรัชถามขวัญอุมาว่าจะเดินไปหาชาวบ้าน

แถวนี้ไหม คอยเป็นชั่วโมงแล้วยังไม่มีรถผ่านมาเลย ขวัญอุมาเปรยว่าหรือเราย้อนกลับไปในอดีตเมื่อ

ร้อยกว่าปีมาแล้ว เลยถูกธีรัชบ่นว่ามัวแต่วิ่งตามอดีต

ตนว่าบางทีมันก็มากเกินไป มันเข้ามายุ่งกับชีวิตของเรามากเกินไป

“คนเดี๋ยวนี้ก็คิดแค่นี้ เรื่องที่จะไม่ให้ตัวเองต้องวุ่นวาย ลืมไปว่าคนบางคนยังไม่ได้รับความยุติธรรม ลองนึกถึงหัวใจของเขาบ้าง กี่สิบกี่ร้อยปี มีแต่คำประณามหยามเหยียดซ้ำเติม ทั้งๆที่คิดดีทำดีมาตลอด”

“ผมไม่คิดนะว่าในโลกนี้จะมีใครดีงามขนาดนั้นถ้าเป็นคนจริงๆ คุณเล่นละครมามาก คนดีๆอาจมีแต่ในละครก็ได้”

“เขาไม่ได้เป็นคนผิดในเรื่องที่ถูกกล่าวหา คำกล่าวหานั้นไม่จริง การตามหาความยุติธรรมให้ใครสักคนนี่มันเป็นภาระมากนักหรือคะ...ก็เพราะเชื่อตามๆกันไปโดยไม่ยอมหาความจริง ไม่นึกเลยว่าคนอย่างคุณจะมักง่ายขนาดนี้ ไม่สู้จนถึงที่สุด เอาตัวรอด รักแต่ความสบาย”

“เยอะ...อยู่ตรงนี้ไปไหนไม่ได้ ยังจะวนอยู่กับเรื่องของใครก็ไม่รู้เมื่อร้อยปีก่อน ฮึ่ยยย...”

“เพราะคนใจดำอย่างนี้ยังไงล่ะ”

ทั้งสองต่างตำหนิแล้วจ้องหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร แต่เสียงแตรรถทำให้ต่างหลุดออกมามอง

ลูกปลานั่นเอง...ลูกปลาขับรถตามมาพอเจอสองคนยืนอยู่ใต้ต้นไม้ก็บ่นว่ามาจอดรถคุยกันอยู่นี่เองไม่ไปหาหมอหรือ พอรู้ว่ารถเสียและธีรัชแบตหมด ลูกปลาก็เอาสายชาร์จให้ ตัวเองพาขวัญอุมาไปโรงพยาบาล

ไปถึงโรงพยาบาล หมอตรวจขวัญอุมาแล้วบอกว่ามีไข้นิดหน่อยให้ดื่มน้ำมากๆ พักผ่อนมากๆ ถ้าอาการไม่ดีขึ้นมีไข้อีกก็กลับมาหาหมอ


ระหว่างทางกลับลูกปลาถามว่าทำไมรถถึงไปชนอย่างนั้น ขวัญอุมาบอกว่าทะเลาะกันนิดหน่อย ลูกปลาถามว่าทะเลาะกันอีกแล้วหรือ ขวัญอุมาบ่นว่าคนอะไรใจดำ เห็นแก่ตัว ลูกปลาดักคอว่าเขาไม่อินเรื่องนิยายเหมือนขวัญน่ะสิ ขวัญอุมาบอกว่าไม่ใช่นิยาย นิยาย

ไม่พอแล้วให้เอาบันทึกของปภาคินมาให้ตนอ่านต่อเลย ตนอยากรู้ว่าเขาเขียนอะไรไว้อีก

ลูกปลาบ่นว่าอะไรมันจะวุ่นวายขนาดนั้น แต่ก็เอาบันทึกให้ขวัญอุมา วิยาดาถามว่าบันทึกอะไร ลูกปลาบอกว่าบันทึกที่มาเป็นเรื่องรอยอดีต วิยาดามองบันทึกทึ่ง

พอขวัญอุมาได้รับบันทึกก็รีบจะกลับไปอ่านที่ห้อง เลยชนเข้ากับธีรัชที่เพิ่งกลับมาจนตัวเองเกือบล้ม ดีที่ธีรัชกอดไว้ทัน แต่บ่นว่าซุ่มซ่ามอีกแล้ว

ลูกปลาเห็นธีรัชมาก็เอาบันทึกที่ยึดไปพร้อมกับขวัญคืนให้ ธีรัชมองเฉยๆ ขอบคุณที่เอามาคืนแต่ไม่รับเพราะตนอ่านหมดแล้ว ลูกปลางงถามว่าเอาที่ไหนอ่าน

“ก็ต้นฉบับไง แต่มันยังไม่จบนี่ครับ”

ooooooo

ขวัญอุมาเอาบันทึกไปอ่านจนตีสาม ลุกขึ้นมาเขย่าปลุกลูกปลาที่หลับแล้วบอกว่ามันยังไม่จบใครฉีกทิ้งไปหรือเปล่า บันทึกนี่มันจบแค่งานแต่งงาน แล้วเรื่องที่ต่อจากนี้หนังสือนิยายเอามาจากไหน แล้วยัยไก่เอามาจากไหน

ลูกปลาบอกว่ายัยไก่เอามาจากนิยาย แต่คุณภิรมย์เอามาจากไหนไม่รู้

“ถ้าเอามาจากบันทึกของลุงคุณภิรมย์จริง ก็แปลว่าเขาให้บันทึกเราไม่ครบ ต้องมีบันทึกเล่มอื่นอีก”

ขวัญอุมาบอกว่าตนต้องโทร.ถามคุณภารดี วันรุ่งขึ้นจึงโทร.ไปถาม ภารดีบอกว่าตนก็จำไม่ได้ แต่จะหาให้แล้วจะโทรศัพท์บอก เนื้อเย็นแม่ของภารดีถามว่าใคร ดาราคนนั้นหรือ

“อื้อ...เขาบอกว่าบันทึกของปู่ปภาคินยังไม่จบเรื่อง...คุณขวัญอุมานี่แกสนอกสนใจเรื่องรอยอดีตมากๆ เลยนะ พ่อเราควรจะภูมิใจที่ดาราเห็นความสำคัญของหนังสือของพ่อขนาดนี้”

แม่บอกว่าถ้าพ่อเขายังอยู่คงดีใจมาก ภารดีจึงมุ่งมั่นที่จะไปรื้อห้องสมุดพ่ออีกครั้งทั้งที่ฝุ่นเต็มห้อง

หลังจากโทร.บอกภารดีแล้วขวัญอุมายังถามธีรัช ธีรัชบอกว่าใครจะไปรู้ว่าบันทึกมันจะมีเรื่องแค่นิดเดียว ขวัญอุมาถามว่าแล้วเรื่องที่เหลือหายไปไหน ธีรัชถามว่าทำไมไม่ถามคุณภารดี

ขวัญอุมาบอกว่าตนถามแล้วเขาบอกว่าไม่รู้ ตนคงต้องไปลพบุรีอีกครั้งแล้ว

ขณะนั้นเองลูกปลามาตามขวัญอุมาเร่งให้ไปแต่งตัวเพราะยัยเอ้มาแล้วเดี๋ยวเขาก็เม้าท์เธออีกหรอก

“ไปเดี๋ยวนี้แหละ ฉากอะไร”


“ก็ฉากที่เธอแกล้งทำเรือคว่ำแล้วยัยเอ้ตกน้ำไง” ขวัญอุมาหน้าซีดถามว่าตกน้ำอีกแล้วหรือ “ตอนนี้เธอไม่ได้ตก ยัยเอ้ตก ไปเร็วๆ”

ลูกปลาคว้ามือขวัญอุมาเร่งให้รีบไป แต่แล้วก็แปลกใจที่มือขวัญเย็นเฉียบ หยอกว่าอย่ากลัวจนขี้ขึ้นสมองไปหน่อยเลย คุณจี๊ดกับคุณคเชนทร์เขาสั่งทีมเซฟมาเต็มที่แล้ว มองไปเห็นธีรัช ถามว่ายังไม่กลับกรุงเทพฯหรือ ธีรัชตอบเซ็งๆว่าจะไปไหนได้รถพัง แล้วมองลูกปลาลากขวัญอุมาไปรู้สึกสังหรณ์อะไรบางอย่าง...

ooooooo

เมื่อขวัญอุมาไปถึงห้องแต่งตัว ฉายฉานบอกให้มาแต่งก่อนตนเลยเพราะขวัญเข้าฉากก่อน มองหน้าถามว่าไม่เป็นไรแล้วใช่ไหม ขวัญจับมือเชิงขอบคุณบอกว่าไม่เป็นไรแล้ว

แต่อรนภาทำเสียงว่าอยู่บ้านนี้แท้ๆ ตนมาจากโรงแรมยังแต่งหน้าเสร็จแล้วเลยมัวทำอะไรอยู่ ขวัญบอกว่านอน เพราะหมอบอกให้พักผ่อนมากๆก็ต้องพัก

“ตกลงหายแล้วหรือยังป่วยอยู่เนี่ย ทำไมไม่บอกพี่เชนทร์ไปตรงๆเดี๋ยวไข้กลับ สุขภาพไม่ดีกองจะพลอยซวยไปด้วย” ขวัญอุมาบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก

“นั่นสินะไม่ได้เป็นอะไรมาก ทำไมงอแงจัง”

“เป็นเรื่องของขวัญและกำลังใจ ไม่ใช่เรื่อง

ขวัญอุมา” ฉายฉานเล่นมุกคลายเครียด พูดเองหัวเราะเอง “ผมว่า พี่เชนทร์ก็อยากปล่อยให้สบายๆไปก่อน

ยังไม่ต้องเร่งรีบนะขวัญนะ ทำใจให้สบายๆ อย่าทำหน้าไม่แฮปปี้อย่างนั้น”

“แต่ขวัญว่าฉากนี้ไม่เข้าท่า ไม่มีเหตุไม่มีผล”

“อะไรอีกล่ะขวัญ” ลูกปลาถามอย่างอ่อนใจ

“ก็จริงไหมล่ะพี่ลูกปลา ตอนนี้โฉมเฉลาจะแต่งงานกับปรานอยู่แล้ว จะไปอิจฉายัยพิมพ์แขแล้วล่มเรือทำไม ไม่เข้าท่าที่สุด ไม่มีเหตุผลเลย”

ลูกปลาเห็นขวัญอุมาเริ่มเยอะ เร่งเบาๆว่าแต่งตัวต่อไปเถอะ แต้วแร้วแขวะว่าเมื่อวานหมอตรวจอะไรมาบ้าง ได้ตรวจสมองด้วยหรือเปล่า ลูกปลากัดทันทีว่าตนดูแลคุณขวัญ ตัวเองดูแลนักแสดงของตัวให้ดีก็แล้วกัน

“ฉายคะ ดูยัยขวัญสิ น่าจะเพี้ยนไปจริงๆแล้วล่ะ มีไอเดียใหม่ๆมาทุกวัน” อรนภาหาพวก

“ใจเย็นน่ะเอ้ สงสารขวัญเถอะ คงขวัญเสียเรื่องเมื่อวาน นะเอ้นะผมขอล่ะ ผมรู้ว่าเอ้ใจดีจะตาย”

ฉายฉานหยอดลูกยอจนอรนภายิ้มตีแขนเขาหยอกอารมณ์ดี

ooooooo

ที่ห้องนั่งเล่นบ้านปฐมาวันนี้ ขณะที่ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า ปภาคินบอกพ่อกับแม่ว่า

“คุณพ่อคุณแม่ครับ ลูกจะแต่งงาน”

“ดีเลย แม่จะได้ไปสู่ขอกับน้ากานต์ ทาบทามเขาไว้บ้างแล้ว” ปฐมาดีใจมาก


“แม่ครับ ผมรักฉัตรชนกจะไม่แต่งงานกับใครนอกจากฉัตรชนก” ปภาคินไม่อ้อมค้อม ทำเอาปฐมาชักสีหน้าไม่พอใจบอกว่าแม่อุตส่าห์ทาบทามหนูแขไว้ให้แล้วเพราะเหมาะสมกันทั้งชาติตระกูล หน้าตาแกรึก็น่ารัก “การที่เราแต่งงานกับใครหมายความว่าเรารักเขาและต้องการอยู่กับเขาไปชั่วชีวิต สำหรับผม ผู้หญิงคนนั้นคือฉัตรชนกเพียงคนเดียว”

ปฐมาฟ้องปพนให้ดูลูกชายเขา แล้วตัดพ้อต่อว่าปภาคินว่า “แม่พูดเท่านี้ไม่เข้าใจหรือ ลูกจะไปคว้าลูกแม่ค้าขายผักมาเป็นเมียทำไม ในเมื่อหนูแขเป็นลูกพระยา สมกับพ่อใหญ่ยิ่งกว่ากิ่งทองใบหยก”

ปพนกระแอมปรามปภาคินว่าทำไมไม่ฟังแม่เขาบ้าง ปภาคินอยากให้พ่อกับแม่ฟังตนบ้าง ยืนยันว่าตนรักฉัตรชนกไม่ใช่กนกแข แต่ที่สำคัญแขเขามี

คนอื่นที่เขารักอยู่แล้ว

ปฐมาหาว่าปภาคินไปฟังเรื่องโกหกจากที่ไหนมา ผู้หญิงที่รักกับครูต๊อกต๋อยนั่นคือครูฉัตรต่างหาก แขเขาไม่เล่นด้วย จนขนาดนั้น จะเอาอะไรมาเลี้ยงเขา

ปภาคินย้ำกับแม่ว่าเรื่องของแขไม่เกี่ยวกับตน ตนรู้แต่ว่าตนรักฉัตร เรารักกัน ถ้าเราไม่ได้แต่งงานกัน เราก็จะไม่แต่งงานกับใครอื่นอีก

ปฐมาโวยวายว่ากล้าพูดกับพ่อแม่อย่างนี้เชียวหรือ ปพนเตือนว่า

“พ่อใหญ่ ตอนนี้ความรักของลูกมันกำลังแรง แต่พ่ออยากให้ลูกเปิดใจรับคำแนะนำของแม่บ้าง แม่เขาจะเข้าใจดีว่า ใครเหมาะสมคู่ควรกับลูก”

“ผมเปลี่ยนใจรักคนอื่นไม่ได้หรอกครับ ต่อให้จะต้องตาย ก็จะไม่เปลี่ยนใจ” ปฐมาทำท่าจะเป็นลม วรดารีบประคองแม่แต่ปภาคินก็ยังยืนยืนว่า “ถ้าผมไม่ได้แต่งงานกับฉัตรชนก ผมก็คงจะไม่แต่งงานกับใครอื่นอีก”

ปฐมาโกรธมากถามว่านังคนนั้นทำเสน่ห์ใส่หรือไงถึงรักถึงหลงกันได้ขนาดนี้

“ใช่ครับ ผมรัก ผมหลงความดี ความจริงใจของฉัตร”

“แม่คะ แม่เห็นใจพี่ใหญ่เถอะนะคะ ครูฉัตร

เป็นคนดีจริงๆ ดายังรักครูฉัตรมากที่สุดในโรงเรียนเลย แม่อย่าห่วงเรื่องจน เรื่องนั้นตัดไปก่อนนะคะ”

“นะครับ คุณพ่อ...ความรักมันสำคัญมากสำหรับการแต่งงาน หมดสมัยเรื่องการคลุมถุงชนแล้ว คนที่เขาจะต้องแต่งงานกันโดยที่เราไม่ได้รักเขาเลย เขาจะมีความสุขได้ยังไง”

ปภาคินคุกเข่าวิงวอนพ่อ ปพนตบบ่าลูกชายพูดอย่างเข้าใจ ตัดใจว่า

“เอาเถอะ ถ้ารักกันมากนัก พ่อก็จะตบแต่งให้เป็นเรื่องเป็นราว”

“คุณพี่!”


“พอเถอะ ปลูกเรือนตามใจผู้อยู่ ไม่อย่างนั้นบ้านมันจะร้อนเป็นไฟ ให้ลูกได้แต่งงานกับผู้หญิงที่ลูกรักเถอะ”

“กราบขอบพระคุณคุณพ่อจริงๆครับ” ปภาคิน

กราบเท้าพ่อยิ้มอย่างมีความสุข แต่ปฐมาอกแทบระเบิด จนวรดาต้องประคองไว้อย่างห่วงใย

เมื่อปฐมากับปภาคินไปแจกการ์ดแต่งงานให้

กานติมา กนกแขเห็นการ์ดแต่งงานของปภาคินกับ

ฉัตรชนกถึงกับช็อก แม้กานติมาจะปลอบว่าพ่อใหญ่กับลูกคงไม่ใช่เนื้อคู่กัน ก็อาฆาตด่าฉัตรชนกว่า

“นังเพื่อนเจ้าเล่ห์ นี่คงไปสุมหัวอะไรกับนาย

ธนา พี่ใหญ่ถึงได้จะต้องเร่งแต่งงานกับมัน” กานติมาถามว่าเรื่องครูธนาเกี่ยวกับพ่อใหญ่ด้วยหรือ “นังฉัตรมันฉลาดเป็นกรด แขจะรู้ไหมคะว่ามันทำยังไง ถ้ารู้แขคงไม่มานั่งตรงนี้หรอก” กนกแขเสียงกระด้างน้ำตาพรู

“แข...ตัดใจซะเถอะลูก”

“ก็ไหนคุณแม่บอกแขว่าพี่ใหญ่คือผู้ชายที่ลูกควรรัก คุณแม่เป็นคนสนับสนุนให้ลูกรักพี่ใหญ่ แล้วทำไม? ทำไม!” กนกแขร้องไห้และฉีกการ์ดทิ้ง “ป้าปฐมา

มาถึงบ้านเรา ทำไมแม่ไม่ช่วยพูดให้แข แม่ไม่รักแขแล้วใช่ไหม”

แม้กานติมาจะพยายามปลอบและชี้แจงว่าป้าปัทคงไม่กล้าขัดใจลูกจนต้องตัดเป็นตัดตายลูกชายคนเดียวขอให้ลูกแม่ตัดใจเสียเถิด

“แต่แขรักพี่ใหญ่ ได้ยินไหมคะแม่ แขรักพี่ใหญ่ นังฉัตรแกแย่งทุกอย่างไปจากฉัน ฉันเกลียดแก!”

 กนกแขร้องไห้ตะโกนแทบคลั่ง กานติมาได้แต่ลูบหลังปลอบใจลูกน้ำตาตกไปด้วย

ooooooo

ในการถ่ายละครรอยอดีตที่บ้านวิยาดาวันนี้ เป็นฉากที่อรนภากับขวัญอุมาจะต้องลงพายเรือในสระบัวด้วยกัน พอถึงเวลาที่จะต้องลงเรือ ขวัญอุมาก็หน้าซีดมือเย็นเฉียบ จนธีรัชถามว่าเป็นไข้หรือปลอบใจว่า

“คุณคเชนทร์แกสั่งทีมกู้ภัยมาดูแลออกเต็มสระ ไม่ต้องกลัวเลยคุณ มา ผมจะพาไปลงเรือ เดี๋ยวคอยดูแลตรงนี้ รถพยาบาลก็สั่งมาคอยอยู่แล้ว”

ธีรัชให้ขวัญอุมาเกาะแขนพาไปลงเรือ อรนภานั่งรออยู่ในเรือพูดหวานอย่างหมั่นไส้ว่า

“แหม...นึกว่ารออะไร รอพระเอกมาส่งลงเรือนี่เอง”

“ขวัญคงยังเข็ดอยู่ ตกน้ำไปเมื่อคราวก่อน”

คเชนทร์เอ่ย แล้วเรียกขวัญอุมาลงเรือ กำกับทั้งสองในฉาก เรือล่มในสระบัวแล้วขอคิวซ้อม บอกอรนภาว่าเอาแค่เอียงเรือยังไม่ต้องโดดจริง พร้อมแล้วสั่ง “แอ็กชัน!”

ขวัญอุมาจึงพายเรือออกไปกลางน้ำ อรนภาทำเป็นเอื้อมเด็ดสายบัว คเชนทร์ตะโกนให้ขวัญโคลงเรือหน่อย ขวัญเอนตัวเพียงเล็กน้อย คเชนทร์ชมว่าดีมาก สั่งให้กลับมาตั้งต้นใหม่ พูดกับตัวเองขำๆว่า


“ไอ้คนที่ถูกแกล้งหน้าระรื่นเชียว ไอ้คนจะแกล้งเขานี่ หน้าซีดเป็นไก่ต้ม” เมื่อธีรัชบอกว่าขวัญกลัวตกน้ำมาก คเชนทร์ก็ย้ำว่า “ขวัญจ๋า ขวัญไม่ต้องกังวลนะ คนตกน้ำไม่ใช่ขวัญ แต่เป็นพิมพ์แขน่ะ ขวัญไหวไหม”

“นั่นสิ จะเล่นไหวไหม...หรืออยากให้แก้บทก่อน” อรนภาเหน็บทันที ขวัญอุมาฮึดขึ้นมาบอกว่าไหว!

“ถ้างั้น พี่ถ่ายนะคะ ขอเทกเดียวผ่านนะ เก่งมากทั้งสองคนเลย”

เมื่อถ่ายจริง ขวัญอุมาข่มความกลัวพายเรือไปตามบท อรนภายิ้มร้ายลึกแต่แสดงไปตามบท พอถึงจุดที่เรือจะคว่ำตามที่ซ้อมไว้ ทีมงานโดยเฉพาะทีมรักษาความปลอดภัยที่จะต้องช่วยอรนภาขณะตกน้ำก็เตรียมพร้อมไปอยู่ฝั่งอรนภา

อรนภาแอบส่งสัญญาณกับแต้วแร้วอย่างรู้กัน พอถึงจุดที่อรนภาต้องตกน้ำ เธอก็เหนี่ยวกราบเรือให้คว่ำทันที ทีมงานเข้าไปช่วยอรนภาแต่ฝั่งขวัญอุมา

ไม่มีใครเลย!

พอคเชนทร์สั่งคัต แต้วแร้วก็ร้องเสียงดังให้พาอรนภามาทางนี้ตนเตรียมผ้ามารับแล้ว เสียงของแต้วแร้วทำให้ทุกคนหันมาสนใจ เลยไม่มีใครดูขวัญอุมาที่ตกน้ำและว่ายน้ำไม่เป็น

ลูกปลาเห็นขวัญอุมาตกน้ำก็เต้นเร่าๆให้คนช่วย ธีรัชกระโดดลงไปช่วย ทีมงานสองคนก็ผละจากอรนภาที่มีคนช่วยแล้วไปช่วยขวัญอุมากว่าจะควานเจอตัวขวัญอุมาเอาขึ้นมาได้ เธอก็หมดสติไปแล้ว

คเชนทร์หงุดหงิดถามว่าทำไมผิดคิว อรนภาใส่ไฟว่ายายขวัญเป็นบ้าอะไรไม่รู้โดดน้ำลงไปด้วย

แต้วแร้วผสมโรงทันทีว่า หรืออยากเรียกร้องความสนใจแล้วแสยะสบถ “ทุเรศ”

คเชนทร์รู้สึกว่าไม่ใช่อย่างที่สองคนพูด แต่ก็ไม่พูดอะไร อรนภากลัวจะถูกจับพิรุธได้สั่งแต้วแร้ว

“หยุด หยุด แต้วแร้ว”

ooooooo

ขวัญอุมาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ธีรัชตามไปดูแลอย่างใกล้ชิด จากเหตุการณ์นี้ทำให้ธีรัชเห็นใจ สงสารและกลายเป็นความรัก เผลอใจจูบหน้าผากปลอบขวัญอุมาบอกว่า “ขวัญ...ผมจะดูแลคุณเอง”

ลูกปลามาเห็นพอดีเรียกปรามถามว่า

“คุณรัช ทำอะไรน่ะ” ธีรัชผละออก บอกว่าขวัญฟื้นแล้ว “เห็นแล้ว...นี่แฟนคลับมากันเต็มโรงพยาบาลรอฟังข่าวขวัญ...อย่าให้ใครมาเห็นภาพอย่างนี้เชียว เป็นเรื่องแน่”

ลูกปลาบอกขวัญอุมาให้ทำหน้าดีหน่อยตนจะถ่ายรูปลงอินสตาแกรม แฟนคลับจะได้หายห่วง

พอคเชนทร์เห็นรูปขวัญอุมาในอินสตาแกรมก็บอกแต้วแร้วที่อยู่ใกล้ๆว่า ขวัญหน้าตาแจ่มใสลูกปลาขึ้นไอจีให้แล้ว

คุณจี๊ดโล่งใจที่ขวัญอุมาไม่เป็นอะไรมาก บอกให้เล่าซิว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ อรนภาเล่าว่าตอนซ้อมก็ราบรื่นดี แต่พอถ่ายจริง ไม่รู้ยายขวัญสติเสียอะไร ลืมคิวหมด บ่นว่าเขาเป็นเอามากกับละครเรื่องนี้ น่าเป็นห่วงจริงๆ คเชนทร์ชี้แจงว่ามีผิดคิวนิดหน่อยตอนถ่ายจริงคงจะเกิดจากขวัญกลัวตกน้ำนั่นแหละ

“เอ้เองก็ไม่สบายใจเลยที่ขวัญตกน้ำซ้ำซากอย่างนี้ แต่ก็โล่งใจไปเปลาะนึงว่าเขาไม่ได้เป็นอะไร มีคนช่วยทันอยู่เสมอ”

แต้วแร้วเสริมว่าคราวก่อนตกไปเองแต่คราวนี้ตกหน้ากล้องเลย เลยต้องลงไอจีกันใหญ่โตคงเป็นข่าวออกหลายช่อง ละครเลยพลอยดังไปด้วย คุณจี๊ดขัดทันทีว่า

“ดังแบบนี้ไม่ต้องหรอกจ้ะ ตลกเจ็บตัวกับดังทำลายตัวเองนี่ไม่ใช่วิถีของจี๊ด...” ถามคเชนทร์ว่า แล้วระหว่างนี้ถ่ายทำได้ไหม พอคเชนทร์บอกว่าได้ก็พยักหน้าขรึมๆ

ooooooo

นวลอนงค์ตัดชุดแต่งงานให้ฉัตรชนกเอง ฉัตรชนกชมว่าสวยจริงๆ นวลอนงค์ก็ชมว่าผ้านี่สวยมากคุณใหญ่เข้าใจเลือกผ้าและสีเข้ากับผิวของฉัตรทีเดียว

ฉัตรชนกปลื้ม บอกแม่ว่าชุดนี้ตนจะเก็บไว้อย่างดีถ้าตนมีลูกสาวจะให้ใส่วันแต่งงานของเขาด้วย อ้อนแม่ให้เล่าเรื่องพ่อให้ฟังอีก ตนอยากให้พ่อรับรู้บ้าง ถึงพ่อจะไม่อยู่บนโลกนี้แล้วก็ตาม

“ไปถอดชุดออกเถอะ แม่จะมาสอยต่อ” นวลอนงค์ตัดบท “อย่าพูดเรื่องที่ไม่เป็นมงคลเลย ไปเปลี่ยนเสื้อออกเสีย”

ฉัตรชนกหน้าเสีย พอเดินไปด้านหลังนวลอนงค์ก็ทรุดนั่งอย่างสะเทือนใจ

ฉัตรชนกไม่ได้ฟังเรื่องพ่อจากแม่ จึงเดินไปที่หน้าต่างมองออกไปไกลยกมือไหว้ฝากเดือนฝากดาวและสายลมไปบอกพ่อว่า

“พ่อคะ...อีกไม่กี่วันฉัตรก็จะแต่งงานแล้ว ฉัตรไม่รู้ว่าพ่ออยู่ที่ไหน บนสวรรค์หรือส่วนไหนของโลก พ่ออวยพรกับชีวิตแต่งงานของฉัตรด้วยนะคะ”

ฉัตรชนกยืนอย่างอ้างว้าง...น้ำตาไหล

ooooooo

ก่อนวันแต่งงานของปภาคิน ท่านชายศักดินัยกับธิดาคือฐิติพา ไปที่บ้านนายพลปพน ระหว่างทาง สวนกับรถจักรยานของนวลอนงค์ที่จะเอาผักไปขายที่ตลาด จักรยานล้มผักหล่นกระจาย

ฐิติพาบอกว่าตนไม่ได้ชน แต่ท่านชายติงว่าไม่ได้ชนทำไมจักรยานจึงล้ม ผู้หญิงเสียด้วย ลงไปดูหน่อย ฐิติพาว่าเขาถีบรถลงข้างทางไปเองต่างหาก

“ก็ให้สบายใจว่าเขาไม่เจ็บหนัก ไปต่อได้ ถือว่าทำบุญให้ลูกนกลูกกา”

พอลงไปศักดินัยเข้าไปถามนวลอนงค์ว่าเจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่า พอนวลอนงค์เงยหน้ามองก็ตะลึง

“ฝ่าบาท!”

“นังนวล!”

นวลอนงค์เก็บผักแล้วจะไป ถูกศักดินัยขวางไว้ บอกว่า “ไม่รู้เลยว่าหนีมานี่มาปลูกผักขาย”

“เพคะ คนอย่างหม่อมฉันก็ทำได้เท่านี้แหละ”

ศักดินัยถามว่าแล้วผัวแกไปไหนเสียปล่อยให้แกมาถีบจักรยานส่งผักอย่างนี้ นวลอนงค์บอกว่าตายแล้ว

ศักดินัยถามว่าแกคงลำบากมากสินะแล้วควักเงินให้จำนวนหนึ่งแต่นวลอนงค์บอกว่าตนไม่ต้องการแล้วขี่จักรยานไปเลย

“นังนี่นี่...จองหองไม่เลิกเลย” ศักดินัยพึมพำ มองตามจักรยานไป

เมื่อกลับไปที่รถ ฐิติพาถามว่าคุยอะไรกันอยู่ตั้งนาน ศักดินัยบอกว่าเห็นว่ามันเจ็บนิดๆหน่อยๆ เลยให้เงินไปแต่มันไม่รับ ฐิติพาบอกว่าดีแล้วเพราะตนไม่ได้ชน ถามว่าแล้วจะไปทางไหนต่อ ศักดินัยบอกว่าต้องไปทางถนนที่จะไปทะเล ฐิติพาจึงออกรถไป

ooooooo

ครอบครัวปพนออกมาต้อนรับท่านชายศักดินัยที่หน้าบ้าน ปภาคินเชิญท่านชายเข้าประทับด้านใน

ปพนไหว้ท่านชายเอ่ยอย่างนอบน้อม

“ฝ่าบาท หม่อมฉันและทุกคนที่นี่ดีใจมาก ที่ฝ่าบาทกรุณาเสด็จมาเป็นประธานงานแต่งงานของปภาคิน”

“ไม่ได้สิ พอท่านนายพลส่งข่าวไป ฉันต้องยกเลิกงานอื่นๆหมดเลย เตรียมตัวมางานนี้เท่านั้น”

ปฐมาดีใจที่ท่านหญิงมาด้วย ศักดินัยถามปพนว่าจำได้ไหมฐิติพาลูกสาวตน ปพนชมว่าคุณหญิงงดงามมาก มีเค้าท่านชาย

“เสียดาย มีลูกสาวแค่คนเดียว ท่านนายพลยังมีทั้งลูกชายและลูกสาว”

“มาพอดีเพคะ ลูกสาว วรดา” วรดาเดินเข้ามา ปฐมาแนะนำ วรดาไหว้ศักดินัยอย่างอ่อนน้อม น่ารัก

เมื่อบ่าวพาฐิติพาเข้าพักในห้องพักแขกมีบ่าวหญิงคอยรับใช้อยู่ ฐิติพาสั่งให้รื้อเสื้อผ้าออกจากกระเป๋า

ศักดินัยทักว่าถ้าหญิงต้องเดินทางไปเรียนเมืองนอกอาจจะต้องเรียนรู้ที่จะดูแลตัวเองมากกว่านี้ ฐิติพาบอกว่าตนไม่ไป ไม่ชอบนั่งเรือไกลๆ กลัวเมาเรือ แล้วเปลี่ยนเรื่องถามอย่างข้องใจว่า

“ท่านพ่อคะ นายปภาคินนี่ ที่ท่านพ่อว่าเคยดูแลตอนเขาไปอังกฤษใหม่ๆ ทำไมท่านพ่อไม่แนะนำหญิงให้รู้จักก่อนหน้านี้ ท่าทีน่าเอ็นดูมาก หญิงเห็นหน้าแล้วนึกชอบเลย”

“เห็นจะช้าไปแล้วลูกพ่อ มะรืนนี้ก็จะถึงวันแต่งงานของเขาแล้ว”

“การแต่งงานก็คือพิธีอย่างหนึ่ง อาจจะไม่ได้ผูกพันความรักของคนได้สักเท่าไหร่มิใช่หรือคะ”

“จริง การแต่งงานกำหนดเส้นทางชีวิตรักของคนเราไม่ได้หรอก เพราะจิตใจของคนเรามันเตลิดเปิดเปิงได้ง่าย อยากมี อยากเป็นก็ระงับดับได้ยาก แต่ถ้าเรารักตัวเองพอ รักศักดิ์ศรีของเราให้มาก ก็ทำให้เรารู้ว่าอะไรควร อะไรไม่ควรได้ลูก”

ศักดินัยพูดเหมือนเตือนสติ ถูกฐิติพาค้อนอย่างขัดใจ ตัดบทว่าตนไปดูเขารื้อของจากกระเป๋าดีกว่า เดี๋ยวชุดที่เตรียมมาจะสวยไม่พอ แล้วเดินเปรี้ยวเข้าไปในห้อง

ooooooo

วันนี้ฉัตรชนกกลับบ้านค่ำกว่าปกติเพราะทำงานวันสุดท้ายแล้วต้องทำทุกอย่างให้เรียบร้อย บ่นว่าสงสารนักเรียน แต่ตนเลือกแล้ว กระนั้นก็ยังตัดใจยาก

ฉัตรชนกเห็นแม่มีแผล ถามว่าแผลอะไร นวลอนงค์บอกว่ารถล้มถลอกนิดหน่อย ฉัตรชนกขอให้แม่เลิกทำงาน นวลอนงค์ถามว่าคุณปภาคินแต่งงานกับฉัตรจะให้เขาเลี้ยงเราทั้งครอบครัวได้ยังไง เกรงใจเขา

ฉัตรชนกถามว่าจะให้ตนนอนสบายอยู่ได้ยังไง ในเมื่อไม่รู้ว่าวันนี้แม่กลับบ้านหรือยัง เป็นยังไงบ้าง บอกแม่ให้ฝากผักไปขายกับป้าที่ตลาด และแม่ก็ไม่ต้องไปทำอาหารแล้ว เพราะคุณใหญ่จะให้เงินตนทุกเดือนตนจะแบ่งให้แม่ นวลอนงค์บอกว่า แม่อยากพึ่งกำลังของตัวเอง

ฉัตรชนกขอร้องแม่ให้รับปากได้ไหมว่าแม่จะเลิกทำงาน รู้ว่าแม่ตัดใจยาก แต่เมื่อคนที่เรารักมากที่สุดคนหนึ่งขอร้อง ตนก็ต้องเลือก ฉัตรชนกขอร้องจนนวลอนงค์รับปากว่า พรุ่งนี้แม่จะไปลาออกกับทางนายห้าง

ooooooo

กานติมาไปเคาะประตูห้องเรียกกนกแขให้ออกมาลองชุดที่ส่งมาจากพระนคร กนกแขเปิดประตูมาบอกว่าตนไม่อยากไปงานแต่งงานนี่เลย กานติมาบอกว่าถ้าไม่ไปทางโน้นได้ยิ้มเยาะกันสนุกไปเท่านั้น

กนกแขกระทืบเท้ากลับไปกระแทกตัวลงที่เตียง กานติมาตามมาบอกว่ามะรืนนี้พ่อใหญ่ก็จะแต่งงานแล้ว ไม่มีอะไรมาหยุดยั้งเขาได้แล้ว กนกแขถามเสียงสะท้านว่าแม่อยากให้ลูกไปยืนดูนังฉัตรมันชนะลูกใช่ไหม

“อย่าพูดอย่างนี้อีกนะแข ใครจะมาชนะลูกได้ ไม่ใช่เรื่องชนะหรือแพ้ ป้าปัทให้ลูกไปเป็นเพื่อนเจ้าสาว ออกค่าเสื้อให้ทั้งชุดรดน้ำ ชุดกินเลี้ยง แม่สั่งร้านที่ตัดให้เราประจำจากกรุงเทพฯ ลูกไม่น้อยหน้าใครหรอก คนทั้งศรีราชาต้องเห็นว่าลูกเด่นที่สุดในวันงานแน่นอน”

กนกแขฟังแล้วเงยหน้ามองแม่อย่างมีความหวัง

คืนนี้ ขณะที่ฉัตรชนกกับแม่กำลังกินข้าว ธนาก็มาหาพร้อมห่อของ ฉัตรชนกกับนวลอนงค์ชวนกินข้าวด้วยกัน ธนาบอกว่าตนกินแล้วให้ฉัตรกินให้อิ่มก่อนตนรอได้

ธนาเพิ่งรู้ว่าฉัตรชนกลาออกแล้วเพราะคุณใหญ่ขอร้อง ธนาพยักหน้าบอกว่าสำหรับความรักของปภาคินฉัตรทำถูกแล้ว ต่อไปนี้ฉัตรคงสบาย ถามว่า พาแม่ไปอยู่ตึกเย็นด้วยไหม

“แม่ไม่ยอมไปจ้ะ อยู่ที่นี่แม่น่าจะสบายใจกว่า

ธนาแวะมาเยี่ยมแม่บ้างก็ได้ ฉัตรก็ว่าจะแวะมาค้างกับแม่บ่อยๆเหมือนกัน” ธนาพึมพำว่าเราคงได้เจอกันอีก “เราเป็นเพื่อนกันตลอดไปจ้ะธนา”

ธนาส่งห่อของที่ถือมาให้บอกว่าเป็นของขวัญแต่งงานของฉัตรกับหมอปภาคิน ฉัตรชนกถามว่าทำไมไม่เอาให้ที่งานล่ะ ธนาบอกว่าตนติดอยู่เวรที่โรงเรียน แล้วลากลับมอบกล่องไม้ที่ทำด้วยมือสองกล่องให้

ฉัตรชนกเดินมาส่งและอวยพร “ขอให้ธนาโชคดีนะ”

เมื่อกลับมาที่โต๊ะอาหารแม่กินอิ่มแล้วเพราะฉัตรมัวคุยเสียนาน ฉัตรชนกบอกว่าหมู่นี้ไม่ค่อยได้เจอธนาแต่แปลกใจว่าทำไมเขาไม่เอาของขวัญไปให้ที่งาน แม่ถามว่าเขาเชิญธนาหรือเปล่าล่ะ

“เรื่องการ์ดเชิญ คุณแม่ของคุณใหญ่บอกว่าจัดการส่งให้หมดแล้วค่ะ”

แม่ว่าเขาอาจไม่ได้ส่งให้ธนา ฉัตรชนกว่าวันเลี้ยงวันเกิดคุณใหญ่กลับจากเมืองนอกยังเชิญธนาเลย

“แต่นี่เป็นงานแต่งงานระหว่างคุณใหญ่กับลูก ฉัตร...ใครๆก็รู้ว่าธนากับลูกเคยชอบพอกัน”

“แต่มันนานมาแล้วนะคะ ตอนนี้ธนาก็รักอยู่กับกนกแข”

“แม่กับลูกรู้ตรงกัน แต่เราไม่รู้หรอกว่าคนอื่น รับรู้อะไรบ้าง แม่ว่าบางทีลูกอาจจะต้องห่างๆ ธนาเอาไว้บ้าง กันคนเข้าใจผิด...” ฉัตรชนกถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายแล้วตักข้าวกินข้าวต่อ

ooooooo

ขวัญอุมายังอยู่ที่โรงพยาบาล ธีรัชเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด ขณะเขาเอาผ้าชุบน้ำลูบหน้าลูบแขนให้อยู่นั้น ขวัญอุมาก็เพ้อ...

“ใจร้าย...คนใจร้าย...” ธีรัชพยายามเรียกให้รู้สึกตัว ขวัญอุมายังเพ้อ “คุณใหญ่...ฉัตรรักคุณใหญ่...” มือก็ไขว่คว้ามือธีรัชไปแนบแก้ม “อย่าทิ้ง...อย่าทิ้งฉัตร...คุณใหญ่”

ธีรัชเหมือนถูกดึงเข้าสู่อีกมิติหนึ่ง รู้สึกผูกพันลึกซึ้งกับเธอตอบไปในอารมณ์นั้นโดยไม่รู้ตัวว่า

“พี่ใหญ่ก็รักฉัตรค่ะ...”

ทั้งขวัญอุมาและธีรัชเหมือนก้าวข้ามประตูมิติกลับไปสู่อดีตอันเนิ่นนานในครั้งนั้น...

เช้าวันต่อมาธีรัชขับรถพาขวัญอุมากลับบ้าน สุดใจไปบอกวิยาดา วิยาดาสั่งให้ไปเรียกแป้นมาเผื่อช่วยกันขนของ ตัวเองรีบไปรับขวัญอุมาพาขึ้นไปพักข้างบน

วิยาดาชมว่าขวัญอุมาหน้าตาแจ่มใสเหมือนเดิมแล้วเล่าว่า ธีรัชเป็นห่วงมากตกน้ำถึงสองครั้งเลยตามไปเฝ้าไข้ ตนก็อยากไปเยี่ยมแต่เมื่อวานถ่ายทำที่นี่กันทั้งวัน วันนี้ก็ว่าไปถ่ายที่ไหนใกล้ๆนี่แหละ

ขวัญอุมาถามลูกปลาว่าคิวของตนอีกทีเมื่อไหร่ ลูกปลาบอกว่าอาทิตย์หน้าแต่ยังไม่รู้ว่าถ่ายที่ไหน

ขวัญอุมาบอกว่าตนไม่อยากเป็นภาระของใคร ตนแข็งแรงแล้วแต่คงต้องขอว่าไม่ยุ่งอะไรกับสระบัวจะดีกว่า

“ขวัญ...แต่ริมสระบัวอากาศดีมากนะ เช้าๆอย่างนี้มันไม่น่ากลัวอะไรสักนิด เดี๋ยวผมจะพาไปเดินดู”

ขวัญอุมาท่าทีหวาดหวั่น ธีรัชบอกว่าไปออกกำลังสักนิดจะดีไหม ลูกปลาได้ทีฝากธีรัชให้ดูแลขวัญด้วยตนขอนอนพักหน่อยเพราะเฝ้าขวัญที่โรงพยาบาลไฟสว่างนอนไม่เต็มอิ่ม ธีรัชบอกลูกปลาไปพักเลย ตนจะดูแลขวัญเอง และวิยาดาก็จะไปเตรียมน้ำชาไว้ให้

ธีรัชพาขวัญอุมาไปที่ริมสระบัวแดง ชี้ชวนให้ดูบัวแดงที่กำลังบานเต็มสระมีทั้งนกและแมลงบินถลารื่นรมย์ ขวัญอุมารำพึงว่าสวยเหมือนที่เคยฝันถึงเลย ธีรัชถามว่า

“ฝันถึงคุณใหญ่ใช่ไหม คุณอินมากเกินไป จนผมคิดว่าคุณกำลังตกหลุมรักเขา...” แล้วธีรัชก็เอ่ย

“พี่ใหญ่ก็รักฉัตรค่ะ...”

ทั้งสองเหมือนถูกดูดเข้าไปเป็นตัวพี่ใหญ่และฉัตร ต่างตกอยู่ในอารมณ์รักที่แสนหวาน แต่แล้วก็หลุดจากภวังค์เมื่อเสียงยายชุ่มแม่ของสุดใจไอแค่กๆ เดินมาที่สระบัวเหมือนจะเดินลงไปในสระบัว

ธีรัชรีบไปจับตัวไว้บอกให้ยายกลับไปที่ห้องก่อน ยายชุ่มสะบัดแขนอย่างไว้ตัวด้วยกิริยาสาววัยขบเผาะบอกว่าตนเพิ่งอายุ 17 จนธีรัชหัวเราะ บอกว่าสระตรงนี้ลึกเดี๋ยวตกน้ำตกท่าไป

ยายชุ่มในกิริยาของเด็กสาวบ่นว่านัดไว้กับนังป่านลูกน้าฉัตรที่ขายผักขายขนมที่ตลาดจะมาเก็บสายบัวทำไมถึงยังไม่มา ขวัญอุมาถามว่าตลาดไหน

“เอ๊า...ถามได้ตลาดปากน้ำโพนี่ไงล่ะ...ฉันขายปลามานานแล้วที่ตลาดปากน้ำโพ...แต่นังป่านมันเพิ่งจะย้ายมาอยู่ไม่นานหรอก ฉันก็ช่วยเก็บผักให้มันไปขายที่ตลาด มันเจ็บออดๆแอดๆทำงานไม่ได้ ยายมันก็แก่ สงสารมัน...นังป่านนี่สวยนะ สวยมาก พวกหนุ่มๆติดกันเกรียว แต่มันไม่สนใจใครเลย มันว่าผู้ชายเหมือนกันหมด หาดีไม่ได้”

“โถ...คุณป่านนี่อกหักหรือคะ”

“ไม่ใช่มัน แม่มัน มันว่าแม่มันถูกพ่อมันทิ้ง เขาว่าเป็นผู้ลากมากดีมีเงินด้วยนะ” ขวัญอุมาถามว่าคุณป่านก็ต้องเสียใจมากสินะ “ตอนนั้นเหรอ มันเป็นวุ้นอยู่ไม่รู้อะไรหรอก มารู้ทีหลังว่าแม่มันหนีพ่อมันมา ทนความร้ายไม่ได้ ไอ้ผู้ชายหลายใจเอาเมียน้อยขี้โกหกมาอยู่ในบ้านจนบ้านลุกเป็นไฟ พ่อมันคงไม่รู้ว่ามีลูกแล้ว”

ยายชุ่มยังเล่าอย่างติดลมว่า “มันเคยชวนฉันเป็นเพื่อนไปหาพ่อมันเพราะได้ยินแม่กับยายมันคุยกัน รู้ชื่อ...รู้บ้าน” ขวัญอุมาถามว่าชื่ออะไร บ้านอยู่ไหน “ชื่อ...ปะ...”

“แม่! มาอยู่นี่เอง โอย...ตกใจตามหาเกือบแย่” เสียงสุดใจขัดจังหวะขึ้น ยายชุ่มแหวใส่ว่าเรียกใครแม่ สุดใจบอกว่าก็แม่นี่ไง แล้วเอากระจกส่องหน้าให้ดู

ยายชุ่มเห็นหน้าในกระจกเป็นคนแก่ก็ตกใจ กลับมาเป็นปัจจุบัน ด่าสุดใจว่าทะลึ่ง สุดใจจึงประคองแม่พากลับบ้าน

ขวัญอุมากลับถึงห้องพักก็ปิดประตูปัง เอาสมุดบันทึกของตัวเองออกมา ลูกปลาถามว่าจะทำอะไร

“ต้องบันทึกมั่ง มีเรื่องที่น่าสนใจ น่าติดตามต่อไป” ลูกปลาแซวว่าตกลงจะเป็นนักเขียนหรือนักข่าวดี

ขวัญอุมาพูดจริงจังว่า “เป็นนักค้นหาความจริง” ลูกปลาถามว่าได้ข้อมูลอะไรมาอีกหรือ

“ชื่อจริงๆของโฉมเฉลาตามบันทึกของปภาคินที่เขียนไว้เธอชื่อฉัตรชนกต้องเป็นคนเดียวกันแน่ๆ วันนี้ฉันเห็นยายชุ่มแม่ของสุดใจแม่บ้านของที่นี่พูดถึงฉัตร ฉัตรอะไรก็ไม่รู้ เลยจดไว้ก่อน...แกพูดถึงคนชื่อฉัตร ชื่อป่าน และปากน้ำโพ จดไว้ก่อนเผื่อเกี่ยวกัน”

วันแต่งงานของปภาคินกับฉัตรชนกมาถึงแล้ว พิธีจัดอย่างพิถีพิถันและอลังการ

ปภาคินกับฉัตรชนกเดินเข้ามาในห้องพิธีด้วยกันโดยมีกนกแขกับวรดาเป็นเพื่อนเจ้าสาว

ศักดินัยเป็นประธานในพิธี มองนวลอนงค์ที่เดินตามปฐมาเข้ามาคลับคล้ายคลับคลาว่าเป็นคนที่เจอกันเมื่อวาน วรดาเชิญนวลอนงค์ไปนั่งและแนะนำแก่ศักดินัยว่าเป็นคุณแม่ของครูฉัตร และแนะนำนวลอนงค์ว่า

“คุณน้าคะ ท่านชายศักดินัยเป็นเพื่อนคุณพ่อ ท่านชายเคยดูแลพี่ใหญ่ตอนไปถึงอังกฤษใหม่ๆค่ะ

ท่านมาเป็นประธานงานวันนี้”

“ขอบพระทัยเพคะ” นวลอนงค์นอบน้อม แต่ลึกๆ ตื้นตันใจจนน้ำตาแทบไหลแต่ไม่อาจแสดงออกได้

ฐิติพาจำนวลอนงค์ได้ บอกท่านชายว่าเป็นคนที่ขี่รถตกถนนที่เราเจอวันก่อน ทำเสียงสูงอุทาน

“ต๊าย...แม่เจ้าสาว”

เลยถูกศักดินัยทำเสียงปรามในคอแล้วมองไปข้างหน้าอย่างครุ่นคิด

เมื่อถึงเวลารดน้ำ ปฐมาไม่ได้ให้พรหรืออบรมสั่งสอนอะไรเลย แต่นวลอนงค์อวยพรและอบรมว่า

“ฉัตร...นับแต่วันนี้ต่อไป คุณใหญ่คือทุกสิ่งทุกอย่างของฉัตร ความจงรักภักดี ความจริงใจ ความเอาใจใส่จะทำให้ความรักของฉัตรยั่งยืน...”

ooooooo

ธีรัชอ่านบันทึกแล้วคุยกับขวัญอุมาว่า ตอนงานแต่งงาน ธนาหรือธนกฤตไม่ได้ไปงาน แต่กนกแขหรือพิมพ์แขไปเป็นเพื่อนเจ้าสาว ขวัญอุมาเอาสมุดบันทึกมาจด ธีรัชถามว่าจดอะไร เธอบอกว่าประเด็นเรื่องชีวิตของฉัตรชนก

ธีรัชกับขวัญอุมามีความเห็นต่างกันจนโต้แย้งกันรุนแรงเพราะธีรัชเชื่อว่าธนาคือรักจริงของฉัตรชนก แต่ขวัญอุมาแย้งว่าไม่ใช่เพราะเรื่องนี้ถูกบันทึกไว้โดยผู้ชาย เขาเข้าข้างผู้ชายตลอด เพราะถ้าปภาคินเชื่อว่าฉัตรชนกยังรักครูธนาอยู่แล้วแต่งงานกับเธอทำไม

ขวัญอุมายืนยันว่าฉัตรชนกรักเดียวใจเดียว แต่ธีรัชว่าเธอร้ายลึกแย่งผู้ชายเพื่อนแล้วยังคงใช้ให้ชู้ปล้นบ้านสามีตัวเอง ขวัญอุมารับไม่ได้ ตวาดธีรัชให้หยุดปากพล่อยและร้องไห้อย่างอัดอั้น ธีรัชถามว่าร้องทำไมเธอคือขวัญอุมาไม่ใช่โฉมเฉลา ขวัญอุมาบอกว่าตน

ไม่สนใจว่าใครจะคิดยังไง อยากฟังจากปากเขาว่าคิดยังไง

ธีรัชบอกว่ารอยอดีตมีมนต์ขลังแม้แต่ครั้งแรกที่อ่านก็อดคิดไม่ได้ว่าตนคือปราน ขวัญอุมาถามว่าเขาคิดอย่างนั้นเหมือนกันใช่ไหม ขวัญอุมายังยืนยันว่า

ฉัตรชนกรักปภาคินจริง เป็นรักเดียวใจเดียว

แต่ธีรัชยืนยันว่าเรื่องฉัตรชนกหลายใจมีหลักฐานในบันทึกนี้ ถามว่าแล้วเธอมีหลักฐานอะไรว่าฉัตรชนกรักปภาคินคนเดียวจริง ขวัญอุมามองธีรัชนิ่งอย่างน้อยใจราวกับตัวเองคือฉัตรชนกที่ถูกเข้าใจผิด บอกว่า

“เป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องหามันให้พบ...”

ooooooo


ละครบ่วงนฤมิต ตอนที่ 6 อ่านบ่วงนฤมิตติดตามละครบ่วงนฤมิต ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย อัชฎา นามปาน,ภีรนีย์ คงไทย 6 ม.ค. 2562 08:44 2019-01-08T02:54:36+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ