ข่าว

วิดีโอ



บ่วงนฤมิต

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า-พีเรียด

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: นลินี สีตะสุวรรณ

กำกับการแสดงโดย: สำรวย รักชาติ

ผลิตโดย: บริษัท ฮูแอนด์ฮู จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: อัชฎา นามปาน,ภีรนีย์ คงไทย

ขวัญอุมากับธีรัชไปอ่านบทกันที่สนามหลังบ้านวิยาดา แต่ธีรัชยังไม่ตั้งใจอ่านบทนัก ยังอ่านไปตามตัวหนังสือ ทั้งที่ในบทเป็นการตอบโต้อย่างเจ็บปวดระหว่างโฉมเฉลากับสามีที่นอกใจ

แต่ธีรัชเหมือนไม่เข้าใจบท จนขวัญอุมาถามว่านี่คนหรือหุ่นยนต์ แล้วให้ซ้อมใหม่ ชี้ที่ตัวเองถาม

“นี่ใครคะ”

“ใคร อะไร ไม่รู้หรือว่าตัวเองเป็นใคร คุณเป็นนางเอกละครยอดนิยม ขวัญอุมา จันทรารักษ์ ไง”

“โอ้ย...” ขวัญอุมาร้องเหมือนอยากตาย “นี่เราซ้อมละครกันอยู่ไม่ใช่หรือ ตอนนี้ฉันเล่นเป็นโฉมเฉลา ฉันเป็นเมียคุณนะคะ แต่งงานกับคุณแล้วแต่พอฉันไปอยู่กับแม่แค่สองอาทิตย์ คุณก็พาผู้หญิงอื่นเข้ามาในบ้าน พอฉันกลับมาเห็นว่าเพื่อนฉันเป็นเมียคุณอีกคน คุณจะตอบว่ายังไงคะ”

“ก็ใครทิ้งไปก่อนล่ะ คุณทิ้งผมไปก่อนไง ทำไมเราจะต้องคอยซื่อสัตย์กับคนที่ทิ้งเราไปก่อนด้วยล่ะ”

“คุณเองก็เชื่ออย่างนั้นหรือ” ขวัญอุมาจิกตาแค้น ธีรัชพยักหน้า ขวัญอุมาทรุดลงร้องไห้อย่างเจ็บใจ

“ขวัญ...เป็นอะไร ตั้งใจมากไปหน่อยหรือเปล่า โธ่คุณ...ไม่ต้องจริงจังขนาดนี้ก็ได้...” ขวัญอุมาร้องไห้ไม่หยุด ธีรัชพยายามปลอบ “ไม่เอาน่า...อย่าร้องไห้ เป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น”

“ฉันสงสารโฉมเฉลาจริงๆ คนรอบข้างเป็นคนทรยศทั้งหมดเลย” ขวัญอุมาร้องไห้อย่างเจ็บใจที่ความจริง

ในอดีตถูกบิดเบือน แต่ธีรัชที่อ่านตามบทอย่างไม่เข้าใจอะไรเลย อยากปลอบขวัญอุมาแต่ก็ไม่รู้จะปลอบอย่างไร

ooooooo

เพราะสืบจนทราบว่าภารดีเป็นหลานสาวของผู้เขียนบันทึกที่คุณพ่อเธอเอามาแต่งนิยายรอยอดีต ขวัญอุมากับลูกปลาจึงให้ธีรัชขับรถไปหาภารดีที่บ้าน

ภารดีเอาบันทึกที่อุตส่าห์ไปค้นจนเจอมาให้ ภารดีวางบันทึกลงบนโต๊ะ

“นี่ค่ะ บันทึกของคุณลุง ที่คุณพ่อใช้เขียน

นิยายเรื่องนี้”

“ลุงของคุณพ่อก็เป็นรุ่นปู่ของคุณภารดีน่ะสิ หือ... ของเก่าจริง” ลูกปลาทึ่ง

ทันทีที่ภารดีวางหนังสือบนโต๊ะ ธีรัชที่นั่งดูอยู่ด้วยก็รู้สึกเหมือนมีพลังลึกลับดึงดูดเข้าไปสู่เรื่องราวที่บันทึกนั้น เขาคล้ายกับถูกบีบอัดจนร่างโงนเงนแทบจะฟุบลง ข้างนอกก็เกิดลมพัดกรูเกรียวประตูหน้าต่างกระแทกปึงปัง

ขวัญอุมาเห็นอาการผิดปกติของธีรัชหันมา

จับตัวเขาไว้ถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ภารดีถามว่าขับรถมาไกลเหนื่อยเกินไปหรือเปล่า ขวัญอุมาหยิบผ้าเช็ดหน้าจากกระเป๋ารินน้ำจากแก้วที่มีน้ำแข็งเช็ดหน้าให้ถามว่าเป็นยังไงบ้าง ธีรัชบอกว่าตนไม่เป็นไร พยายามพยุงตัว มองสมุดบันทึกตรงหน้าเอื้อมมือมาสัมผัส พึมพำ

“บันทึกของปราน...”

“ปรานเป็นชื่อที่คุณพ่อตั้งเพื่อใช้ในนิยายค่ะ ชื่อจริงของคุณปู่คือ ปภาคิน”

“ปภาคิน...” ธีรัชทวนชื่อแล้วหยิบหนังสือขึ้นดู เอ่ยขอบันทึกนี่ได้ไหม ขวัญอุมาบอกว่าตนขอคุณภารดีไว้แล้ว พลางเอื้อมมาดึงบันทึกจากมือธีรัช แต่เขาจับไว้แน่น “โอเค เพื่อไม่ให้บันทึกนี้เสียหาย ผมจะขอเอาไปถ่ายสำเนาได้ไหมครับ แล้วต้นฉบับจะเอามาคืนคุณภารดี”

“ได้ค่ะ” ภารดีบอกขณะเดินมาส่งทั้งสามที่รถว่า “มีข้อมูลอื่นๆคืบหน้าจะบอกไปนะคะ...” เมื่อขวัญอุมาขอบคุณ ภารดีบอกว่า “ฉันอยากให้ละครเรื่องนี้ออกอากาศเร็วๆจัง”

เมื่อมาขึ้นรถ ขวัญอุมาถามธีรัชว่าขับรถไหวไหม ธีรัชยืนยันว่าตนไม่ได้เป็นอะไรและขอบันทึกจากขวัญอุมา เธอบอกว่าขออ่านก่อน ธีรัชไม่ให้อ่านเพราะอ่านในรถเดี๋ยวตาลาย พลางเปิดเก๊ะหน้ารถจะเอาหนังสือเก็บ

“เฮ้ย...นี่นิยายรอยอดีตนี่” ลูกปลาร้องขึ้นเมื่อเห็นหนังสือรอยอดีตในเก๊ะ

“นายมีหนังสืออยู่ตลอดหรือ” ขวัญอุมามองธีรัชขวับถามอย่างเอาเรื่อง ธีรัชทำเฉไฉรีบออกรถไปเลย

ooooooo

อรนภาขับรถกลับถึงบ้านก็ตกใจและแปลกใจเมื่อเห็นแต้วแร้วเอนหลังอยู่ที่โซฟา แม่บ้านบอกว่าคุณแต้วแร้วมารอคุณเอ้ตั้งแต่เมื่อวานเย็นแล้ว

แต้วแร้วชี้แจงว่าตนไม่รู้ว่าเมื่อวานมีถ่าย โทร.หาก็ไม่รับสายตั้งแต่เช้านึกเป็นห่วง แต่พอตอนบ่ายเห็นข่าวปกป้องมีอุบัติเหตุเลยรีบมา ถามว่า “คุณเอ้เป็นยังไงบ้าง แล้วนี่ไปไหนมา”

“ไปศรีราชา...ศรีราชาคือโลเกชันใหม่ของ

รอยอดีตไง” บ่นแต้วแร้วว่าดูคิวนักแสดงยังไงกันถึงไม่รู้ว่าเขาเปลี่ยนสถานที่ไปแล้ว แต้วแร้วแก้ตัวไปตามประสา แม้อรนภาจะบ่นแต่ก็รู้สึกว่า ในเมื่อมีแต้วแร้วแล้ว ก็ควรจะมาเป็นเพื่อนตายของตน ปรามว่า “แล้วคราวหน้าอย่าพลาดนะ แล้วไปกองน่ะ ต้องสำนึกเสมอว่า

มาดูแลฉัน อะไรที่ไม่ถูกต้อง ต้องจัดการให้ด้วย”

“ค่า...มีรบกับใครเป็นพิเศษหรือคะ” อรนภาบอกว่าก็พวกอยากเป็นนางเอกแข่งกับตนไง แต้วแร้วหัวเราะร่า “โอเคค่ะ เรื่องไม่ให้ใครดีกว่าเรานี่ แต้วแร้วถนัด”

ooooooo

เมื่อธีรัชถ่ายสำเนาทั้งนิยายและบันทึกมาให้ขวัญอุมาปรากฏว่าหน้าแรกของบันทึกหายไป ขวัญอุมาหงุดหงิดถามว่าทำไมไม่เช็กก่อนออกจากบ้านคุณภารดีที่ลพบุรี

ธีรัชบอกว่าตนไม่แน่ใจว่าเขาจะรู้หรือไม่ เขาอาจ

จะไม่รู้ ไม่ทันได้สังเกตก็ได้ เลยถูกเสียงเข้มใส่ว่าอย่าเดา เดี๋ยวโทร.ถามว่าเขารู้ไหมว่ามันหายไปไหน

“ผมว่าแผ่นแรกนี่คงมีเรื่องสำคัญอยู่แน่นอน แต่ผมว่าตอนนี้เรามีกันคนละฉบับแล้วต่างคนต่างอ่าน”

ลูกปลาถามว่าแล้วเขาจะพร้อมสำหรับการปิดกล้องในอีกสองวันนี้ไหม ธีรัชบอกว่าต้องถามคุณครู แล้วบุ้ยใบ้ไปทางขวัญอุมา เธอค้อนหมั่นไส้ปรามว่า

“ต้องกลับไปซ้อมให้หนักมากๆ สำหรับคุณ

ยังอีกไกล ฉันบอกตามตรง”

ธีรัชฮึดถือดีขึ้นมา ขวัญอุมามองและยิ้มอย่างท้าทาย

ขวัญอุมาอ่านสำเนาบันทึกอย่างตั้งใจแต่ดูเหมือนไม่สบอารมณ์นัก บอกลูกปลาที่เข้ามาว่าวันนี้จะทำการบ้านทั้งวันเลยหรือ

“กำลังแกะลายมือคุณปภาคินอยู่น่ะสิ ใช่แล้ว ผู้หญิงคนนั้นในชีวิตจริงชื่อฉัตรชนก ส่วนโฉมเฉลาเป็นชื่อในนิยาย” ลูกปลาถามว่าแล้วพิมพ์แขล่ะ ขวัญอุมาบอกว่าคือ “กนกแข”

ลูกปลาถามว่าแล้วอ่านนิยายหรือยัง ขวัญอุมาบอกว่าไม่ต้องอ่านแล้ว มันเหมือนบท อย่างที่เขาพูดกัน

“แต่เจ็บใจที่ตารัชอ่านนิยายหมดแล้ว แล้วมาโกหกว่าไม่ได้อ่าน” ลูกปลาผสมโรงว่าผู้ชายก็อย่างนี้แหละโกหกเป็นไฟ “พูดไม่จริงแล้วยังตีความทุกอย่างเข้าข้างตัวเอง ในบันทึกนี่เห็นชัดเลยนิยายนี่ก็เหมือนกัน ตีความเข้าข้างผู้ชาย ไม่ยุติธรรม”

ลูกปลาถามว่าอ่านจบแล้วหรือ ขวัญอุมาบอกว่ายัง แต่เท่าที่อ่านมาก็เป็นแบบนี้แหละ สรุปว่า “ผู้ชาย...เข้าข้างตัวเองวันยังค่ำ” ลูกปลาถอนใจทำปากมุบมิบว่า ดีใจจัง

ที่ไม่ได้เป็นผู้ชาย

ฝ่ายธีรัชนั่งอ่านบันทึกอยู่เหมือนกัน เขาอ่านออกเสียงเบาๆ...

“ทุกวันจะร้อนใจจนอยู่บ้านไม่ได้ ต้องออกไปรับฉัตรที่โรงเรียนและพาไปส่งบ้าน อานุภาพของความรัก ที่ต้องพบหน้าเธอให้ได้ทุกวัน...”

และความจริงเวลานั้นคือ...ปภาคินเริ่มรักกับ

ฉัตรชนกใหม่ๆ เขาขับรถไปรับฉัตรชนกจากโรงเรียนมาส่งบ้านทุกวัน แต่วันนี้พอเขาจอดรถแล้วลงมาประคองฉัตรชนกพาเข้าบ้าน รถของกนกแขก็ปราดเข้ามาจอด กนกแขลงจากรถพุ่งเข้าไปแทรกกลางระหว่างปภาคินกับฉัตรชนกทันที ฉอเลาะว่า

“แขไม่รู้ว่าพี่ใหญ่จะพาฉัตรมาบ้าน ไม่อย่างนั้นจะขอติดรถมาด้วย”

ปภาคินบอกว่าไม่รู้ว่าแขมีธุระอะไรกับครูฉัตรด้วย

“แขมักจะมาหาครูฉัตรเรื่องเรียนน่ะค่ะ จบแล้วแขอยากเรียนมหาวิทยาลัย”

“เก่งอย่างแข ขยันอย่างนี้ ต้องเรียนได้แน่ๆ”

ฉัตรชนกได้แต่มองอย่างอึดอัดกับท่าทีที่ไม่ปกติของกนกแข

ooooooo

เมื่อเข้าไปในบ้าน นวลอนงค์จัดอาหารอยู่บนโต๊ะทักว่ามากันตั้งหลายคน ฉัตรชนกบอกว่าคุณใหญ่ขอมาส่ง ตนเลยชวนคุณใหญ่กับแขกินข้าวเย็นด้วยกันได้ไหม

“ได้จ้ะ วันนี้ทำสเต๊กไว้ แต่นายห้างได้รับเชิญไปบ้านท่านเจ้าคุณ นายเลยให้แบ่งกลับมาส่วนหนึ่ง แม่เห็นว่าวันนี้ฉัตรอยู่ก็เลยรับมา”

“แขไม่รับนะคะ ไม่ชอบอาหารเหลือ”

นวลอนงค์อึ้ง รู้ว่านิสัยกนกแขเป็นอย่างนี้จึงไม่รู้สึกอะไร แต่ปภาคินบอกว่าตนต้องขอชิม อยากกินข้าวกับฉัตรและคุณน้า นวลอนงค์บอกว่าที่รับมาไม่ใช่อาหารเหลือแต่แบ่งมาส่วนที่ทำเผื่อไว้ไม่ได้เอามาตั้งโต๊ะ

นวลอนงค์เชิญทุกคนเข้านั่ง แม้กนกแขจะ

ไม่กินแต่ก็เชิญเข้ามานั่งด้วยกัน

จู่ๆธนาก็ขี่จักรยานเข้ามา นวลอนงค์ชวนมากินสเต๊กด้วยกัน ธนาบอกว่าตนมาหาฉัตร มีแขกหลายคนตนคงไม่กวน

ฉัตรชนกบอกว่าไม่กวนเลยพอดีวันนี้มีอาหารมากชวนมากินด้วยกันไม่อย่างนั้นตนก็คงต้องเอาไปให้เขาที่บ้าน นวลอนงค์หยิบจานของกนกแขไปให้ธนา ธนาถามว่าแล้วแขล่ะ กนกแขบอกว่าของตนเป็นผลไม้

“อ้าว...แล้วไม่กินสเต๊กหรือครับ”

“ไม่ค่ะแขไม่กินของเหลือ เชิญครูธนาตามสบาย” แล้วมองหน้าปภาคินอ้อนกันท่าธนา “กินเสร็จแล้ว พี่ใหญ่ไปส่งแขเลยนะคะ” ปภาคินถามว่าแขไม่อยู่ถามครู

เรื่องเรียนหรือ “มากันหลายคนแขกลับดีกว่าค่ะ ค่ำมืดมากพ่อกับแม่จะรอ”

ธนาน้อยใจ รู้สึกว่ากนกแขกำลังตีตัวออกห่างตน ส่วนกนกแขทำเป็นนั่งแทะผลไม้เล่นฆ่าเวลา

ooooooo

ฉัตรชนกเก็บจานชามไปล้าง กนกแขถือจานผลไม้ไปยืนใกล้ๆแล้วสาดผลไม้ไปข้างหน้าฉัตรชนก ฉัตรชนกรู้สึกว่ากนกแขสาดผลไม้รดหัว แต่ยังถามเสียงปกติว่า อิ่มแล้วหรือ

กนกแขคุยว่าตนไม่ต้องกินอิ่มหรอก เดี๋ยวกลับไปบ้านพ่อแม่คงคอยกินข้าวอยู่ แม่รู้ใจว่าตนชอบอะไรก็จะให้ทำเอาใจทุกมื้อเยาะว่า “ไม่ใช่กินไปตามที่เหลือจากที่ไหน” เห็นฉัตรชนกสะอึกก็พูดต่อว่า

“แม่บ่นอยู่เรื่อยว่าป้าปฐมา คุณแม่ของพี่ใหญ่ชอบมาเร่งเร้าแม่จะให้หมั้นหมายกันไว้ก่อน ดูคุณป้าปฐมาอยากจะได้แขไปเป็นลูกสะใภ้เหลือเกิน แขเองก็อึดอัดใจ” ฉัตรชนกถามว่าแล้วธนาล่ะ “เหมือนผู้ใหญ่จะเห็นความเหมาะสมสำคัญกว่าความรัก ถ้าความรักของเรามันสวนทางกับความเหมาะสมตามที่ผู้ใหญ่มองไว้ ก็คงจะต้องเตรียมตัวน้ำตาเช็ดหัวเข่าไว้ได้เลย”

กนกแขคุยอวดเชิงปราม พอเห็นฉัตรชนกอึ้ง ก็ทำเป็นพูดว่า

“นี่ถ้าฉัตรไม่ใช่เพื่อนรักของเรา เราไม่พูดนะ เราไม่อยากให้ฉัตรเสียใจไปมากกว่านี้” เห็นฉัตรชนกพูดเหมือนไม่สะเทือนเตรียมรับทุกอย่างที่จะเกิดขึ้น ก็ตอกย้ำว่า “ผู้ชายที่รวย รูปหล่อแสนดีอย่างพี่ใหญ่ใครได้ไปครองแค่ข้ามคืนก็คุ้มค่าแล้ว ถ้าได้ความรักจากเขา อย่างเธอจะให้ทุ่มเทเท่าไรจะแลกกับอะไร ก็ต้องได้ทุกอย่างนะฉัตร ฉันเอาใจช่วยเธอ เพียงแต่อยากจะเตือนไว้เผื่อใจไว้เจ็บบ้าง เพราะเห็นแล้วว่ารักของเธอมีขวากหนามเต็มไปหมด”

“ขอบใจจ้ะแข...” ฉัตรชนกเสียงเริ่มปร่า พอกนกแขเดินกลับไป ก็มองตามน้ำตาคลอ...

ฝ่ายปภาคินคุยกับนวลอนงค์และธนาอยู่ในบ้าน พอรู้ว่านวลอนงค์ยังถีบจักรยานไปทำงานทุกวันก็ชมว่าดี ออกกำลังกายจะได้แข็งแรง ถามธนาว่านอกจากงานสอนแล้วยังทำอะไรอีกบ้าง

ธนาบอกว่าทำทุกอย่าง ปภาคินชมว่าตนนับถือคนที่เป็นครูทุกคน เพราะเราจะพัฒนาเหมือนชาติอื่นเมืองอื่นได้ก็เพราะการศึกษา ศรีราชาโชคดีที่มีโรงเรียน

พอดีกนกแขเข้ามาบอกปภาคินว่า ฉัตรชนกต้องล้างจานอยู่อีกสักพัก และให้ตนมาเรียนพี่ใหญ่ว่าเรากลับกันไปก่อนก็ได้ ปภาคินถามว่าแขไม่ถามเรื่องการเรียนกับครูฉัตรหรือ

“ฉัตรเขากลัวจะมืดน่ะค่ะ แล้วแขก็ไม่ได้ขอแม่ไว้ก่อน กลัวแม่จะเป็นห่วง ป่านนี้ซักตาชัยแย่แล้ว”

ธนาดูและฟังกนกแขเงียบๆ กนกแขรู้สึกตัวเลยหันไปไหว้ธนา บอกว่าครูฉัตรให้ครูธนารอก่อน ตนขอลากลับ ไหว้ลานวลอนงค์แล้วหันไปชวนปภาคิน

กลับเลย บอกปภาคินว่าฉัตรไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับเขาเวลาทำงานว่าเหมือนมาคอยเร่งเขา ปภาคินจึงไหว้ลานวลอนงค์และจับมือลาธนา

กนกแขคว้ากระเป๋าเดินไปกับปภาคินไม่แม้แต่จะมองธนา ธนาได้แต่มองตามกนกแขไปอย่างน้อยใจ

พอขึ้นรถ กนกแขก็เป่าหูปภาคินว่าไม่อยากให้อยู่นานเพราะเหมือนว่าเรากำลังขัดคอเขาอยู่ เห็นปภาคินเงียบก็เป่าหูว่า

“ครูธนาเขารักกันกับครูฉัตรค่ะ ตามกันมาจากกรุงเทพฯ นี่เขาคงอยากจะคุยกัน”

“เรื่องนั้นไม่น่าจะเป็นเรื่องของเราจ้ะแขเรายังเด็กนั่นเขาเป็นครูแล้ว เป็นอันว่าพี่ไปส่งแขที่บ้านก่อนนะ”

“หือ แขกับฉัตรอายุเท่ากันค่ะ อ่อนเดือนกว่าเขาเท่านั้นเอง พี่ใหญ่ไปส่งแขเถอะค่ะ แขขอบพระคุณ

พี่ใหญ่มากๆ” กนกแขไหว้อย่างน่ารัก ทั้งที่ใจขุ่นมัวที่ถูกหาว่าเป็นเด็ก

ฉัตรชนกล้างจานเสร็จก็ยกเข้ามา ถามว่าคุณใหญ่กลับแล้วหรือ นวลอนงค์บอกว่าแขเขากลัวจะมืด เขาว่าฉัตรให้คุณปภาคินพาเขาไปส่งก่อน ฉัตรชนกงงแต่ไม่อยากพูดถึงเพื่อนในแง่ไม่ดี บอกว่าตนลืมไป แต่ธนายังอยู่นะ ธนาบอกว่ากินเสร็จยังไม่ได้ลาฉัตรเลยไม่กล้ากลับ ฉัตรชนกมองหน้าถามว่าธนาได้คุยกับแขบ้างหรือเปล่า บอกว่าแขอาจกลัวคุณใหญ่ทราบเพราะแม่เขาสนิทสนมกัน

ธนาข่มความน้อยใจบอกว่าแขเขาคงเปลี่ยนใจแล้ว คุณปภาคินทั้งหล่อทั้งรวยและยังเป็นหมอเรียนจบมาจากเมืองนอกอีก ฉัตรชนกบอกว่าแม่คุณใหญ่อยากได้แข เป็นลูกสะใภ้ แต่เรื่องจิตใจของคนสำคัญที่สุด ถ้าความรักของเรามั่นคง ก็ไม่ควรจะเกรงกลัวอะไร

“แต่ต้องเตรียมใจกันเอาไว้บ้าง” แม่เตือน

“แม่คะ ยุคนี้แล้ว หมดยุคเรื่องคลุมถุงชนแล้วค่ะ คนทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเลือกแต่งงานกับคนที่เรารัก”

“แต่คนเราจะเอาหัวใจไปรักใครมากกว่ารักตัวเองคงไม่ได้หรอกนะ เพราะมันอาจจะถึงวันหนึ่งที่เราจะตื่นขึ้นมาอย่างโดดเดี่ยว แล้วพบว่าไม่มีใครในโลกนี้ที่รักเราหลงเหลืออยู่เลย”

“จริงที่สุดเลยนะฉัตร คุณแม่พูดถูก มันอาจจะมีวันนั้นจริงๆก็ได้ เพียงแต่วันที่เราหลงอยู่กับความสุขของความรัก เราไม่เคยคิดว่ามันจะมีวันสิ้นรักตามมาด้วย”

ธนาพูดจนฉัตรชนกอึ้ง ถามว่า “ธนา เธอไม่คิดที่จะต่อสู้จนยิบตาเพื่อความรักของเธอหรือ”

ธนานิ่งไปอย่างเจ็บปวด จนนวลอนงค์เตือนฉัตรไม่ให้พูดต่อ ธนาบอกแม่ว่าไม่เป็นไร  ตนกับฉัตรคุยกันได้ทุกเรื่องอยู่แล้ว ชมว่า

“ฉัตรเป็นคนที่มีจิตใจมั่นคง ผู้หญิงไม่ได้มีหัวใจอย่างฉัตรทุกคน นั่นประการหนึ่ง อีกประการหนึ่งในความรัก หากจะต้องต่อสู้อุปสรรคของความรัก คู่รักจะต่อสู้ไปคนเดียวไม่ได้หรอกนะฉัตร”

“ถ้าคนสองคนรักกัน เราก็จะมีแรงที่จะต่อสู้กับทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางทางความรักของเราได้ใช่ไหม”

“ผมขอให้ฉัตรได้ชัยชนะ ผมเชื่อว่าคนใจมั่นคงอย่างฉัตรจะประสบความสำเร็จ”

“สำหรับความรักที่แท้จริง แม่เชื่อว่าไม่มีใครยอมถอยแน่นอน พลังแห่งความรักทำให้คนเราทำทุกอย่างได้ ขอแต่เพียงให้คนรักของเรามีจิตใจเข้มแข็งมั่นคงตลอดไปก็เพียงพอแล้ว”

“ค่ะแม่ ความรักที่แม่มีต่อฉัตรทำให้ฉัตรรู้ค่าแห่งความรักที่ไม่เคยเปลี่ยนแปร ฉัตรรักแม่และฉัตรก็เชื่อในพลังแห่งความรักค่ะ”

ฉัตรชนกพูดอย่างหนักแน่น มุ่งมั่น จนธนารู้สึกว่าตนไม่คู่ควรกับฉัตร ส่วนนวลอนงค์แอบซับน้ำตาเมื่อนึกถึงรักที่อาภัพของตัวเอง

ฝ่ายธนาเมื่อกลับถึงบ้านเจอป้าสมเจ้าของบ้านถือตะเกียงเจ้าพายุมาส่องดูที่บ้านด้วยความเป็นห่วงที่เห็นบ้านมืดไม่รู้ว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ธนาบอกว่าตนไปบ้านฉัตรมา ป้าสมถามว่าได้ข่าวว่าหมอลูกนายพลปพนไปมาหาสู่ครูฉัตรอยู่ไม่ใช่หรือ ถามว่าแล้วครูจะยอมเขาง่ายๆหรือ

ธนาบอกว่าตนกับฉัตรเป็นเพื่อนกัน ถ้าฉัตรรักใครตนก็ยินดีด้วย ป้าสมถามว่าครูไม่ได้รักครูฉัตรหรือ

“รักสิครับ รักมากกว่าใครๆ จนเห็นว่าฉัตรคู่ควรกับคนที่ฉัตรรัก”

ป้าสมบอกว่าเดี๋ยวนี้บ้านครูฉัตรมีรถวิ่งเข้ามาบ่อยแต่ก่อนมีแต่คุณแขนานๆมาครั้ง พึมพำว่า

“ป้าสงสัยอยู่แล้วเชียวว่าทำไมมาบ่อยๆ ครูฉัตรโชคดีเหลือเกิน”

เมื่อป้าสมจะกลับ ธนาจึงเดินไปส่งคืนนี้นวลอนงค์เข้าไปในห้องนอนฉัตรชนก

ฉัตรชนกลุกขึ้นนั่งกอดเข่าถามว่าทำไมแม่ไม่เล่าเรื่องของแม่ให้ฟังเลย นวลอนงค์บอกว่าแม่ไม่มีอะไรจะเล่า

ฉัตรชนกถามถึงพ่อว่าเป็นใครทำไมแม่ไม่เคยเล่าให้ฟัง แม่บอกว่าเขาตายไปแล้วแม่ไม่อยากพูดพร่ำเพ้อถึงสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง ฉัตรชนกไม่เซ้าซี้  โผกอดแม่ด้วยความรัก

ธีรัชกับขวัญอุมายังคงอ่านบทด้วยกัน ลูกปลาเอาคิวถ่ายพรุ่งนี้มาให้ขวัญอุมาดูแล้วบ่นว่าถ่ายทั้งวันเลยไม่ได้พักแน่ ลูกปลาติงว่าก็มัวแต่อ่านบันทึกอยู่ ถามว่าถ้าอ่านยังไม่จบแล้วจะซ้อมไหม

“กำลังอ่านเรื่องประวัติโฉมอยู่ไงล่ะ ในบทไม่ได้บอกว่าโฉมเฉลาเป็นลูกใคร บอกว่าแม่เป็นแม่ค้าขายผักเฉยๆ”

ธีรัชบอกว่าโฉมเฉลาอาจเป็นลูกกำพร้า เหมือนซินเดอเรลล่าแล้วได้แต่งงานกับเจ้าชาย ขวัญอุมาโพล่งว่าถ้าเป็นซินเดอเรลล่าจริงโฉมเฉลาก็ต้องเป็นนางเอก ลูกปลาท้วงติงว่าพูดอย่างนี้เดี๋ยวก็โดนเขาหาว่าทำทุกอย่างเพราะอยากเป็นนางเอกอีกหรอก

ธีรัชถามว่านางเอกคือคนที่แต่งงานกับพระเอกตอนเรื่องจบใช่ไหม ขวัญอุมาบอกว่า

“เขาเชื่อกันเช่นนั้น  แต่นิยายเรื่องนี้แปลกมากไปกล่าวหาคนเป็นเมียหลวงว่าแย่งผู้ชายมาจากเพื่อน หาว่าเธอทำเสน่ห์ ทั้งๆที่เขาเลือกเธอตั้งแต่ต้น ในบันทึกนั้นเห็นชัดเลยว่าปภาคินเลือกฉัตรชนกมาตั้งแต่ต้น สองคนนั่น รักกัน”

“แต่ในนิยายบอกว่าจริงๆแล้วเขารักพิมพ์แข” ขวัญอุมาถามว่าเขาเชื่อเช่นนั้นหรือ “ตอนอ่านนิยาย

ผมก็เชื่ออย่างนั้น แต่พออ่านบันทึก ผมก็มองเห็นเหมือนที่คุณเห็น”

ขวัญอุมาบอกว่าตนอยากอ่านบันทึกให้จบก่อน ลูกปลาถามประชดว่าสองคนจะทำรายงานประวัติศาสตร์หรือจะเล่นละคร อ่านบทให้จบก่อนดีไหม พรุ่งนี้พี่คเชนทร์มา คุณจี๊ดมา เล่นไม่ได้ละก็โดนกันหมด แล้วยึดบันทึกไปให้อ่านบทกันก่อน

แต่ธีรัชยังติดลมถามขวัญอุมาว่า อ่านเจอหรือยังว่าใครเป็นพ่อของฉัตรชนก ขวัญอุมาส่ายหน้า ส่งบันทึกให้ลูกปลาอย่างเสียดาย

ooooooo

ปภาคินส่งกนกแขแล้ว พอกลับถึงบ้านก็เจอปฐมานั่งรออยู่ถามว่าไปไหนมา  แม่รอจนค่ำมืด  พอปภาคินเล่าให้ฟังก็ตำหนิว่าไปเที่ยวกินของเหลือจากพวกตาน้ำข้าว บ่นว่าเรียนจบจากเมืองนอกไม่ต้องเอาตัวไปลู่กับกระเบื้อง

ปภาคินชมว่าฉัตรเป็นคนดีมีน้ำใจมีความรู้ ปฐมาบอกว่าแต่ว่าจน ปรามว่า

“แม่บอกตรงนี้เลยนะพ่อใหญ่ ผู้หญิงอย่างฉัตรชนกไม่คู่ควรกับลูก ถ้าลูกแม่จะรักใครชอบใครก็น่าจะเป็นกนกแขมากกว่า”

ปภาคินชมว่าทั้งฉัตรชนกและแม่เป็นคนดี เก่งทั้งแม่และลูกและฉัตรยังได้รับการอบรมสั่งสอนมาอย่างดี ปฐมาปรามว่า พ่อใหญ่ระวังตัวให้ดี  อย่าให้คนมันใช้เล่ห์ใช้กลใช้เสน่ห์ล่อลวงเอา

“แม่ครับ เรื่องแบบนั้นมันไม่มีแล้วนะครับ ยุคนี้แล้วทุกคนมีการศึกษา ไม่มีใครเชื่อเรื่องแบบนี้อีกแล้ว”

ปฐมาบอกว่าอย่าดื้อนักเลย ถ้าลูกได้แต่งงานกับกนกแข ลูกจะไม่มีวันเสียใจ ไม่มีวันช้ำใจ

“ครับแม่ ผมคงจะไม่รู้สึกอะไรเลย เพราะผมไม่ได้รักกนกแข แกเป็นได้อย่างมากก็แค่น้องสาวผมเท่านั้น”

ปภาคินยิ้มแข็งข้อนิ่มๆ จนปฐมาอ่อนใจเดินคอแข็งออกไป แต่ที่หน้าห้องวรดาแอบฟังอยู่ พอแม่ออกไปก็เข้าไปหาพี่ชาย ขอให้ฟังตนหน่อย เมื่อปภาคินอนุญาต วรดาพูดความในใจกับพี่ชายว่า

“เรื่องครูฉัตรค่ะ ครูฉัตรเป็นคนดีจริงๆ น้ำใจดี น้องจะดีใจและภูมิใจมากหากพี่เลือกครูฉัตร”

วรดายังพูดถึงกนกแขว่าตนไม่ชอบเลย ทำตัวตีเสมอครูฉัตร ทั้งที่ตัวเองเป็นนักเรียน ช่างไม่เจียมตัวเลย

ปภาคินปรามเชิงเตือนน้องว่าไม่ใช่เรื่องของเด็ก ไม่ต้องไปวิจารณ์กนกแข แต่ก็ขอบใจที่บอกพี่

“พี่ใหญ่จะเลือกใครคะ” วรดาทำใจกล้าถาม

“เลือกคนที่พี่รัก พี่เชื่อว่ายุคนี้แล้ว ความรักมีความหมายมากๆ มันผูกพันคนสองคนไว้ด้วยกันได้

จนชั่วชีวิต” วรดายิ้มอย่างเดาใจพี่ชายได้ อวยพรให้พี่ใหญ่สมหวังในความรักแล้วออกไป ปภาคินนั่งลงหยิบสมุดบันทึกออกมาและเริ่มบันทึกความมุ่งมั่นจากหัวใจ “ไม่ว่าจะมีอุปสรรครักมากเพียงใด ความรักของเราจะเป็นประทีปนำทางชีวิตของเราให้มาอยู่รวมกันได้ในที่สุด”

ooooooo

ในการอ่านบทด้วยกันวันนี้ ขวัญอุมาอ่านถึงตอนที่โฉมเฉลากดดันปรานว่าเขาเทียวไปเทียวมาบ้านตนไม่กลัวว่าเสียงนินทาจะกระหึ่มสร้างความอับอายจนตนอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้หรือ อ่านแล้วทำเสียงสยองว่า

“อูย...สมัยก่อนนี้ ผู้หญิงเขากดดันให้ผู้ชายแต่งงานด้วยแบบนี้มีแล้วหรือ” ลูกปลาบอกว่ามีทุกสมัยแหละ ขวัญอุมาถามธีรัชว่า “ถ้าผู้หญิงคนไหนมาพูดกับคุณอย่างนี้ ในฐานะที่คุณเป็นปราน คุณจะแต่งงานกับเขาไหม”

ธีรัชบอกว่าต้องดูว่าการแต่งงานเริ่มไปถึงไหนแล้วถ้าแจกการ์ดแล้วทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก็ต้องแต่ง

ขวัญอุมาถามว่าแปลว่าแต่งงานตามหน้าที่ ธีรัชบอกว่าถ้าตกลงใจแต่งแล้วเลิกกลางคันมันจะเสียหายมากกว่า ส่วนแต่งไปแล้วชีวิตยุ่งยากก็จัดการได้ แล้วอ่านบทว่า

“โฉมอย่ากังวลไปเลย ผมจะแต่งงานกับโฉมเราจะจัดงานแต่งงานที่บ้านผม เชิญข้าราชการ พ่อค้าและแขกที่ครอบครัวผมนับถือมาจากกรุงเทพฯเลยทีเดียวโฉมจะเคียงข้างผมไปจนตลอดชีวิต”

“แล้วอีกไม่นานคุณก็เอาพิมพ์แขมาเป็นเมียอีกคน เพื่อนเราเผาเรือนจริงๆ” ขวัญอุมาหันไปพูดกับลูกปลา “แปลว่าปรานก็รักพิมพ์แขด้วยใช่ไหม รักมากกว่าโฉมเฉลาหรือเปล่า”

“ผมไม่ทราบ ผมไม่ได้เป็นปราน เราน่าจะหาความรู้สึกของปรานได้จากบันทึกของปภาคิน”

“อ๊ะๆ ยังอ่านต่อไม่ได้นะ เหลืออีก 8 ฉาก อ่านให้จบก่อน อย่าลืมว่าพรุ่งนี้จะถ่ายแล้ว” ลูกปลาขัดขึ้น

รุ่งขึ้น รถทีมงานขนอุปกรณ์ต่างๆเข้ามาที่บ้านวิยาดา คเชนทร์นิมนต์หลวงพ่อลงจากรถ ไปที่ห้องรับแขกที่จัดเตรียมทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว วิยาดากล่าวในฐานะเจ้าของบ้านว่า

“ดิฉันเป็นเจ้าของบ้านค่ะ คุณคเชนทร์กับทีมงานมาขอใช้บ้านของดิฉันเป็นสถานที่ถ่ายทำละคร พอดีบ้านนี้เป็นบ้านโบราณ ดิฉันเองก็ไม่ได้เป็นลูกหลานของที่นี่ เพื่อความเป็นสิริมงคล ขวัญและกำลังใจของทีมงาน จึงอยากทำบุญและถวายภัตตาหารค่ะ”

“ผมไปที่วัดพอดีพบหลวงพ่อท่านอยู่ที่วัดเพียงรูปเดียว เลยนิมนต์ท่าน” คเชนทร์เอ่ย

“ค่ะ ทางนี้เลย เตรียมจัดทุกอย่างได้ทันเวลาพอดี”

พระเข้านั่งที่พระและกราบพระพุทธรูป คเชนทร์จึงเข้าไปอาราธนาศีล...

เมื่อทำพิธีในห้องเสร็จแล้ว ขวัญอุมาเดินนำวิยาดา คเชนทร์และพระเข้ามาที่ทีมงานมีคนช่วยถือบาตรน้ำมนต์มาด้วย ขวัญอุมาอยากให้พระพรมน้ำมนต์ที่สระน้ำและที่สวนราตรีด้วย

คเชนทร์รู้สึกแปลก แต่วิยาดาบอกว่า ทำเพื่อความสบายใจ คเชนทร์จึงนิมนต์หลวงพ่อไปตามที่ขวัญอุมาบอก พระบริกรรมคาถาและประพรมน้ำมนต์ไปรอบๆที่ตรงนั้น

ooooooo

ที่บริเวณแต่งตัวนักแสดง อรนภากำลังนั่งให้ช่างแต่งหน้าทำผมย้อนยุคอยู่ ถามแต้วแร้วเพื่อนำไปสู่การหาเรื่องว่าฉากแรกมีอะไรบ้าง พอแต้วแร้วบอกว่ามีเข้าฉากคือ ปราน พิมพ์แข และโฉมเฉลา แล้วทำเป็นอุทานตำหนิคนอื่นว่า “ตายจริง แต่งตัวพร้อมแสดง มีแต่คุณเอ้คนเดียวเอง”

ลูกปลาบอกว่าขวัญกับคุณรัชนำพระไปพรมน้ำมนต์อยู่ อรนภาแขวะว่าแต่งตัวแต่งหน้าเสร็จแล้วยายขวัญยังพาพระพรมน้ำมนต์ไม่เสร็จ เปิดประเด็นให้ลูกปลากับแต้วแร้วกระแนะกระแหนอีกฝ่ายและปกป้องคนของตนไปตามหน้าที่

แต้วแร้วหาว่าที่เราสะดุดกันบ่อยๆเพราะใครหรือ ตอนนี้เรารอพระเอกกับนางร้ายพาพระไปพรมน้ำมนต์ไล่อาถรรพณ์ ฉายฉานแทรกขึ้นว่า เพราะขวัญเขารับกระแสได้กว่าใครๆ ให้เขาพาไปทุกกองน่ะถูกแล้ว อรนภาเหน็บว่า “ฉันว่าปกป้องรับไปได้มากที่สุด ยังไม่ได้ออกจากโรงพยาบาลเลยเนี่ย”

“คุณฉายคะ ขวัญไม่ใช่คนที่รับผลกระทบค่ะแต่ขวัญเขามีสัมผัสรู้สึกได้ว่าตรงไหนแปลก” ลูกปลาแย้ง ถูกอรนภาหาว่าเล่นไสยศาสตร์ ลูกปลาโต้ทันทีว่า “ไม่มีใครตั้งใจเล่นอะไรหรอกค่ะ ยุคนี้แล้ว ขวัญไม่ใช่คนเชื่อเรื่องงมงายแบบนั้น ลูกปลาเองก็ไม่เชื่อค่ะ แต่เข้าใจว่าสิ่งเหนือธรรมชาติหรือมิติที่หกมีอยู่ จึงไม่ควรลบหลู่ค่ะ อะไรที่ทำแล้วดีก็ทำไปเถอะค่ะ จะได้มีมงคลกับตัวเองบ้าง”

อรนภาไม่วายพูดแขวะว่าธีรัชคงจะแสดงได้ดีเพราะติวเข้มกันมาทั้งอาทิตย์ ฉายฉานอวยอรนภาว่าต้องดีแน่เพราะเขาแสดงคู่กับเอ้ เอ้นั่นแหละที่จะต้องดูแลเขามากกว่าใครๆ อรนภายิ้มปลื้มที่ฉายฉานอวยตน

ooooooo

ละครที่จะถ่ายวันนี้เป็นฉากเลี้ยงน้ำชาที่สนาม มีโต๊ะขนมบุฟเฟต์ ที่หัวโต๊ะวางกาน้ำชาและแก้วเปล่าเพื่อให้แขกบริการตนเอง

นักแสดงมีปราน พิมพ์แข และโฉมเฉลา ทุกคนถือบทเตรียมพร้อม คเชนทร์กล่าวขณะกำกับว่า

“ฉากนี้สวยมากเลย ได้ข่าวว่าเรายืมชุดน้ำชาจากคุณวิยาดาใช่ไหม ช่วยกันดูแลให้ดีด้วยนะ เขาว่าเป็นของเก่าจริง เอ้า...ขวัญมานี่”

คเชนทร์ซ้อมคิวที่โฉมเฉลาต้องรินน้ำชาถือกลับไปที่โต๊ะเห็นปรานลุกขึ้นก็กะจะเข้าไปชน และสาดน้ำชาเข้าใส่พิมพ์แขที่จะเข้าไปห้ามโฉมเฉลาที่จะเข้าไปชนปรานเลยถูกสาดน้ำชาเข้าใส่ พิมพ์แขก็จะทำเป็นร้อนดิ้นเร่าๆ พระเอกจะเข้าอุ้มไปเปลี่ยนเสื้อ โฉมเฉลาก็ถลันเข้าไปในอ้อมแขนปรานเลย

พอบอกบทเสร็จ คเชนทร์ก็สั่งซ้อม พอซ้อมผ่าน คเชนทร์บอกให้เอาจริงเลย

แต่พอถ่ายจริง โฉมเฉลาเข้าไปด้านหลังของปรานช้าๆและมองพิมพ์แขอย่างท้าทาย พิมพ์แขมองโฉมเฉลาอย่างไม่เข้าใจแล้วมองไปที่โต๊ะอาหาร ปรานเข้าใจว่าพิมพ์แขอยากได้อาหารแต่ไม่อยากลุกเลยอาสาจะไปเอาให้ พอลุกขึ้นโฉมเฉลาก็ก้าวพรวดเข้าไป

ปรานหันมาเห็นโฉมเฉลาก็ตกใจ เป็นจังหวะที่โฉมเฉลาถลาเข้าไปในอ้อมกอดของปรานอย่างลงตัว เธอเงยหน้าขึ้นมองปรานอย่างเชิญชวน แต่ขณะพิมพ์แขขยับจะลุกขึ้นก็ถูกโฉมเฉลาสาดน้ำชาเข้าใส่หน้าเต็มๆ

พิมพ์แขร้อง “ว้าย...” ปัดน้ำออกจากตัวพัลวัน ส่วนโฉมเฉลายังคงแสดงต่อเนียนๆ

“ถ่ายต่อไปอย่าเพิ่งคัตนะ เก็บไว้” คเชนทร์สั่งอรนภาที่แสดงเป็นพิมพ์แขหลุดจากบทเป็นตัวเองเต้นเร่าๆตวาด

“นี่เธอเอาชามาสาดฉันทำไม”

ขวัญอุมายกมือปิดปากทำหน้าตกใจ ธีรัชตกใจจริงๆผละจากขวัญเอาผ้าเช็ดมือซับหน้ากับผมให้อรนภา คเชนทร์เดินเข้ามาสั่งคัต!

อรนภาโวยวายว่าเล่นกันแบบนี้ตนไม่เล่นแล้ว ตอนซ้อมให้สาดใส่เสื้อแต่เล่นจริงสาดใส่หน้า ขวัญอุมาอ้างว่าตนสาดตามคิว นึกว่าเธอจะลุกขึ้นมาเร็วกว่านี้ตามคิว พี่คเชนทร์ก็บอกให้มองหน้าปรานเอาไว้

คเชนทร์เห็นท่าจะเป็นเรื่องเลยบอกว่าไม่เป็นไร ดีมาก ให้อรนภาไปพัก ล้างหน้าล้างตาก่อน อรนภาสะบัดไปอย่างไม่พอใจมาก ขวัญอุมาทำหน้างงว่าตนทำอะไรผิดหรือ ธีรัชถามว่าตกลงต้องทำยังไงต่อไป คเชนทร์บอกว่าไม่ต้องทำอะไร เมื่อกี๊ได้แล้ว ธีรัชติงว่า แต่มันไม่ตรงกับที่ซ้อมเอาไว้

“ไม่เป็นไรครับ คงต้องผ่านไป ผมว่าเอ้ไม่ยอมกลับมาเล่นฉากนี้ใหม่อีกเป็นแน่ สำหรับคุณธีรัช ผมว่าคุณสวมบทบาทนักเรียนอังกฤษได้อย่างดีเลยครับ ขอแสดงความยินดี”

คเชนทร์จับมือแสดงความยินดีกับธีรัช แต่เจ้าตัวยังงงๆ

ooooooo

อรนภากับแต้วแร้วพูดกระแนะกระแหนขวัญอุมากับแอ๊ดดี้และต้อยติ่งที่มาช่วยทำผมแต่งหน้าให้ใหม่ ขวัญอุมานั่งคุยกับธีรัชอยู่รู้ว่าถูกจิกตามองอยู่แต่ไม่อยากมีเรื่องจึงทำไม่รู้ไม่ชี้

ธีรัชถามขวัญอุมาว่าที่ถ่ายไปเมื่อกี๊ใช้ได้จริงๆหรือ เพราะตนรู้สึกเหมือนไม่ได้แสดงอะไรเลย

“พี่คเชนทร์เป็นผู้กำกับ เขาว่าใช้ได้ก็ต้องใช้ได้สิ ก็บอกแล้วไงว่าไม่ต้องแสดง ไม่ต้องทำอะไรให้มันมากมาย แค่ทำอย่างที่ปรานทำ คิดอย่างที่ปรานคิด เป็นปราน เท่านั้นก็พอแล้ว”

“เล่นผิดคิว ทำคนอื่นเสียหายยังไม่ขอโทษ”

อรนภาจงใจพูดเสียงดังหาเรื่องให้ได้

ได้เรื่องจริงๆ! ขวัญอุมามองขวับถามว่าใครผิดคิว ตนเล่นไปตามคิว กับคุณรัชไม่มีปัญหาอะไรเลย

“อย่ามาถือโอกาสแบบนี้นะยัยขวัญ อินกับบทจนถอดหน้ากากไม่ออกเลยหรือ”

“ฉันเป็นนักแสดงอาชีพจ้ะ เวลาแสดงเราก็อยู่กับบท พอผู้กำกับสั่งคัตเราก็กลับมาเป็นตัวเรา ไม่ได้เอาความคิด ไม่ได้เอาอารมณ์จากฉากละครติดตัวมาด้วย แล้วเราก็ยังมีชีวิตเป็นตัวเรา อย่าเอามาปะปนกัน ไม่อย่างนั้น เราจะเป็นนางร้ายทั้งในละครและชีวิตจริง”

“ยัยขวัญ!” อรนภาเหมือนถูกไฟจี้ลุกพรวดขึ้น ฉายฉานรีบจับตัวไว้บอกให้ใจเย็นๆ แต่แต้วแร้วกับลูกปลาต่างสะอึกมาเผชิญหน้าทำท่าจะใช้กำลังกัน แต่ก็แค่ด่า ปรามาสกันไปมาเท่านั้น

ธีรัชที่มากองถ่ายวันแรกถามขวัญอุมางงๆว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดาด้วยหรือเปล่า ขวัญอุมารู้สึกตัวว่าควรทำตัวเป็นคนดีในสายตาคนอื่น จึงหันไปยิ้มกับอรนภาพูดหวาน

“เอ้จ๋า เราเสียใจจริงๆที่มีการผิดคิวเกิดขึ้น ไม่มีใครอยากจะทำให้เกิดเรื่องเสียหายหรอก ก็ต้องระวังกันให้ดีกว่านี้นะจ๊ะ ใครจะอยากเกิดเรื่องแบบนี้ กองต้องหยุดรอเธออาบน้ำสระผมแต่งตัวอีกสองชั่วโมง”

อรนภาอยากจะกรี๊ด แต่เมื่อขวัญอุมาเล่นบทนางเอกก็กลัวภาพลักษณ์ตัวเองจะเสียจึงเดินไปหาช่างผม

ฉายฉานจึงเดินไปหาธีรัชแสดงความยินดีที่เขาเล่นได้ดีเทกเดียวผ่าน ได้เล่นบทดีๆกับนางเอกยอดนิยมถึงสองคนอย่างนี้ เชื่อว่าเรื่องนี้จะทำให้เขาดังแน่

ธีรัชขอบคุณฉายฉานและทุกคนที่เอาใจช่วยตนโดยเฉพาะอย่างยิ่งขวัญอุมา ฉายฉานถามว่าขวัญผิดคิวหรือ เอ้เลยอารมณ์เสีย

ขวัญอุมาว่าใครๆก็ต้องอารมณ์เสีย เหตุการณ์อย่างนี้ตนเข้าใจ  แต่ถ้าเสียนานไปจะเป็นผลกับงานของเอ้เอง ฉายฉานบอกว่าตนห่วงเรื่องนี้จริงๆ เดี๋ยวคงต้องช่วยกันปลอบใจ ขวัญอุมายิ้มกับบทนางเอกของตน

ooooooo

บ่ายนี้มีเรื่องอีกจนได้ เมื่อขวัญอุมาอ่านบทอยู่กับฉายฉาน ขวัญอุมาในบทโฉมเฉลาตัดพ้อเรื่องแขกับปราน และฉายฉานในบทธนกฤตก็ปลอบและสัญญาว่าตนไม่เคยเปลี่ยนใจจากโฉม จะทำทุกอย่างเพื่อพิสูจน์ความรักที่มีต่อเธอ

“แพศยาจริงๆ” อรนภาที่ยืนอยู่ข้างๆยิ้มเยาะด่าเบาๆ

“เธอว่าอะไรนะ” ขวัญอุมาตาขวางใส่ทันที

ฉายฉานพยายามดึงตัวไว้บอกว่าซ้อมกันต่อดีกว่า ขวัญอุมาสะบัดหลุดเดินเข้าหาอรนภา “เธอพูดแบบนั้นทำไม”

“ฉันไม่ได้ว่าอะไรเธอนะขวัญ ให้รู้บ้างสิ อันไหนละครอันไหนชีวิตจริง...คนที่ฉันว่าแพศยานั่นน่ะโฉมเฉลา ไม่ใช่เธอสักหน่อย” อรนภาตะแบงหน้าตาเฉย แต่ขวัญอุมาตาลุกจะเอาเรื่องจนฉายฉานต้องเข้ามาเตือนสติว่าอย่าหัวเสียเลย เดี๋ยวจะเสียสมาธิการแสดง ขวัญอุมาจึงสะกดสติอารมณ์

ฉายฉานดึงขวัญอุมาไปนั่งในฉากตามเดิม ขณะที่ทุกคนต่างอึ้งรวมทั้งคเชนทร์ด้วย

คืนนี้ขวัญอุมายังครุ่นคิดเรื่องบทละคร ถามหาบันทึกกับลูกปลาบอกว่าตนคงทนเล่นบทอย่างนี้ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว มันไม่ใช่ ลูกปลาบอกว่าถ่ายเสร็จมะรืนนี้จะคืนให้ ตัวเองบอกไม่ใช่หรือว่าจะทำงานต้องมีสมาธิ

ขวัญอุมาบอกว่าแสดงกันไปเรื่องผิดๆมันจะเสียหายมากกว่า ลูกปลาบอกว่าบทเขาก็เขียนตามนิยาย ถามว่าไม่สงสารคุณภารดีหรือ เขาอุตส่าห์ช่วยเหลือซะขนาดนี้แล้วยังจะไปพิสูจน์ว่าพ่อเขาเขียนเรื่องผิด

“มิตรไมตรีก็เรื่องหนึ่ง แต่เรื่องความถูกต้องก็เรื่องหนึ่ง แต่ก่อนอื่นฉันต้องหาความจริงเรื่องนี้ให้ได้ก่อน ในเมื่อมันเป็นเรื่องจริง อะไรเกิดขึ้นจริง เราต้องรู้ให้ได้” ลูกปลาถามว่ามัวแต่สืบสวนกันอยู่แล้วเมื่อไหร่จะถ่ายจบ “อ้อ...กลัวละครถ่ายไม่จบ พี่ลูกปลา ขวัญบอกแล้วนะ เรื่องผลประโยชน์ก็เรื่องหนึ่ง แต่การหาความจริงทั้งหมดให้ได้ มันจะยอดเยี่ยมที่สุดเลยนะ”

ขวัญอุมาเดินไปที่หน้าต่างเกิดแสงเงาขึ้นวาบหนึ่งเหมือนมีใครอีกคนซ้อนทับอยู่ ส่วนลูกปลาฟังขวัญอุมาแล้วก็หนักใจได้แต่หลับตาพนมมือสวดมนต์

ooooooo

รุ่งขึ้นขวัญอุมาไปกองแต่เช้าแต่นั่งเหม่ออยู่ใกล้ห้องแต่งหน้า ฉายฉานถามว่าเครียดกับบทหรือเปล่า ไม่เคยเห็นขวัญตั้งใจแสดงเรื่องไหนเท่ากับเรื่องนี้มาก่อน

ขวัญอุมาบอกว่าที่ตนอินกับเรื่องนี้มากกว่าเรื่องอื่นคงเป็นเพราะว่ามันเป็นเรื่องจริง แต่ไม่เป็นความจริง อย่างที่เขียนในบท อย่างที่เขียนนิยาย ฉายฉานถามว่าขวัญพูดเหมือนรู้ความจริงหรือ ขวัญอุมาบอกว่าตนแค่สงสัย เพราะบางเรื่องพอผ่านคนหลายๆคน

คนผิดอาจกลายเป็นถูก คนถูกอาจกลายเป็นผู้ร้าย

ฉายฉานติงว่าเรื่องนี้มันก็แค่นิยายน้ำเน่าเรื่องหนึ่ง ขวัญอุมามองฉายฉานเต็มตา พูดจริงจังว่า

“ถ้าเราไม่ใช่คนที่จะแก้ไขได้ เราคงไม่ต้องสนใจมัน แต่ถ้ามีแต่เราเท่านั้นที่จะให้ความยุติธรรมกับคนในอดีตที่ไม่มีโอกาสจะแก้ตัวได้ ทำไมเราจะไม่ทำล่ะคะ”

“มีอะไรจะให้ผมช่วย ขวัญบอกผมได้เลย ผมอยากเห็นโลกนี้มีความยุติธรรมสำหรับทุกคน ไม่ว่าเขาจะยังอยู่หรือตายไปแล้ว”

“ขอบคุณฉาย ขอบคุณมาก ฉายดีกับขวัญเสมอ”

ขวัญอุมาดีใจ จับแขนฉายฉานอย่างคนใจเดียวกัน ฉายฉานยิ้มให้เธออย่างมีกำลังใจ

ดังนั้นเมื่อถ่ายฉากที่โฉมเฉลากลับจากกรุงเทพฯรู้ข่าวว่าปรานเปลี่ยนใจไปรักพิมพ์แข ธนกฤตจึงเข้าหา โฉมเฉลาเพื่อถามความจริง ปรานเข้าใจว่าธนกฤตกับโฉมเฉลารักกันและตนถูกสวมเขามาตลอด จึงเป็นฉากที่ผู้ชายสองคนจะต่อยกัน

คเชนทร์ทบทวนบทแล้วให้เข้าฉาก แต่กลับกลายเป็นปรานชกธนกฤตฝ่ายเดียว คเชนทร์บอกให้ฉายฉานสู้ไปตามคิว ฉายฉานถามงงๆว่า

“คือผมยังงงนิดนึงครับพี่คเชนทร์ คือจริงๆแล้วผมรักใครกันแน่ระหว่างโฉมเฉลากับพิมพ์แข ที่มาตรงนี้คือเพราะผมรักโฉมเฉลาใช่ไหม” คเชนทร์ตอบมึนๆว่า...ใช่ “แล้วพิมพ์แขล่ะครับ ตอนที่ 6 ผมยังบอกรักพิมพ์แขเลย หรือว่ารักทั้งสองคนเหมือนปราน”

“คือฉายครับ...อันนี้ให้ธนกฤตต่อยกับปรานไปก่อนครับ ประเดี๋ยวโฉมเฉลาจะได้เดินออกมาประคองคุณแล้วฉากนี้คุณก็จะได้แสดงความรักที่คุณมีต่อโฉมเฉลายังไงล่ะ”

ฉายฉานงงๆเพราะคเชนทร์ตอบไม่ตรงคำถาม แต่ขวัญอุมาเข้ามาบอกฉายฉานว่า “ตามนั้น...”

“โอเค...ขวัญ ผมจะร่วมมือกับคุณ” ฉายฉานตอบอย่างที่บอกขวัญอุมาไว้ว่าจะร่วมมือกันหาความจริง

ooooooo

ฉากย้อนไปที่ศรีราชาในปี 2474 เป็นฉากที่กนกแขตีตัวออกห่างจากธนาเพื่อกันฉัตรชนกกับปภาคินที่รักกันมากจนจะแต่งงานกัน วันนี้กนกแขถือกระเป๋านักเรียนไปยืนรอรถที่จะมารับ ธนาจึงขี่จักรยานไปหาเข้าไปใกล้แล้วจึงเรียก ถามว่ามีเวลาคุยกันหน่อยไหม กนกแขอ้างว่าช่วงนี้ถูกคุณแม่จับตาดูทุกฝีก้าว ถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่ตนจะเอาใบนัดใส่สมุดจดงานไปให้เหมือนเคย หรืออาจจะบอกผ่านฉัตรก็ได้ ธนาบอกว่าตนรอแขเสมอ มีอะไรให้ช่วยไหม

กนกแขใส่ไฟทันทีว่าที่ตนยุ่งทุกวันนี้เพราะฉัตร ถามว่าครูรู้ใช่ไหมว่าช่วงนี้ฉัตรเข้าไปพัวพันกับคุณปภาคินตลอดเวลา ตนเองทำตัวไม่ถูกเพราะผู้ใหญ่สองฝ่ายรักกันสนิทกัน ยังไงเขาก็เลือกตน ไม่เลือกฉัตรเป็นสะใภ้ แต่ตนยังไม่พร้อมไม่อยากแต่งาน...กับพี่ใหญ่ แล้วขอร้องธนาว่า

“ครูคะ ครูช่วยแขหน่อยได้ไหม ช่วยรักของเรา อย่าทำให้แขต้องสับสนไปมากกว่านี้เลย ครูช่วยไปบอกฉัตรทีเถอะค่ะ ออกมาให้ห่างๆคุณใหญ่ ตัดรักเธอไปก่อนก็ได้ บ้านคุณใหญ่ไม่มีใครต้องการฉัตรอยู่แล้วไม่รู้ว่าฉัตรจะดื้อไปทำไม”

ธนาให้บอกไปเลยว่าแขไม่ได้รักปภาคิน กนกแขอ้างว่าพวกผู้ใหญ่สนใจแต่เรื่องความเหมาะสม อีกประการถ้าตนไปบอกเรื่องตนกับครู ครูจะเดือดร้อนอะไรบ้าง ทั้งหมดที่ตนทำเพราะเป็นห่วงครู รอให้ตนเรียนจบเป็นผู้ใหญ่ตนจะพูดกับทุกคนด้วยเหตุผล อ้อนวอนธนาให้ช่วยตนด้วย ตนต้องการความช่วยเหลือจริงๆ

ธนาฟังแล้วอึ้งแต่ในที่สุดก็พยักหน้า กนกแขลิงโลดดีใจที่ความสำเร็จใกล้เข้ามาอีกก้าวแล้ว

ooooooo

กนกแขใช้เล่ห์เหลี่ยมมารยาด้านหนึ่งเป่าหูยุยงปฐมาให้รังเกียจและกีดกันฉัตรชนก แต่อีกด้านก็ทำเป็นนางเอกที่แสนดีเสียสละชายคนรักให้เพื่อนรัก เรียกร้องความสงสารจากปฐมา

วันนี้หลังจากการถ่ายละคร คเชนทร์ชมว่าธีรัชเล่นได้ดีมาก เมื่อถึงเวลาอาหาร อรนภาชวนธีรัชนั่งทานด้วยกัน ขวัญอุมาเห็นดังนั้นจึงเดินเลี่ยงออกไปที่สระบัว

ความงดงามของดอกบัวในสระและลมเย็นๆทำให้ขวัญอุมาหลับตาลง...ในดวงตาที่หลับนั้น...ปรากฏภาพในความรู้สึกคล้ายถูกดูดเข้าไปในอีกมิติหนึ่ง...

ที่สระบัว...ปภาคินพายเรือให้ฉัตรชนกเก็บสายบัวในสระ เขาบอกให้เอาไปแกงสายบัวเพราะแม่ชอบมาก ฉัตรชนกนิ่งไปแต่ก็ไม่ปฏิเสธ

แต่เพียงครู่เดียว ปฐมาและกนกแขก็กางร่ม

มายืนที่สระบัว ฉัตรชนกถามว่าคุณแม่เขามาตามเราหรือเปล่า ปภาคินมองสายบัวในเรือถามว่าพอแกงได้สักหม้อไหม ฉัตรชนกตอบเบาๆ “ค่ะ”

เมื่อพายเรือมาใกล้ฝั่งปภาคินถามว่า “คุณแม่ออกมาถึงนี่ มีอะไรหรือเปล่าครับ”

“น้องแวะมาหา แม่เลยพาออกมาดู อะไรแดดออกเปรี้ยง มาพายเรืออะไรกันตรงนี้”

ปฐมาถามเสียงกระด้างคอแข็ง ฉัตรชนกบอกว่าตนเป็นคนชวนคุณใหญ่มาเอง ปภาคินก็บอกว่าตนมาอยู่เมืองไทยตั้งหลายวันแล้วยังไม่เจ็บไม่ไข้ พูดเอาใจว่า “วันนี้คุณแม่จะได้ชิมแกงสายบัวฝีมือฉัตร”


“ขึ้นมาเถอะ แกงสายบัวน่ะหนูแขเอามาให้แล้ว แม่ให้เขาตั้งโต๊ะสำรับกลางวันแล้วด้วย”

พอมาถึงบ้านขณะกำลังจะก้าวถึงทางขึ้นบ้าน ปฐมาก็เดินเข้าไปขวาง บอกหน้านิ่งว่า

“สายบัวนั่นไม่ต้องเอามาแล้วพ่อใหญ่ แกงสายบัวนี่หนูแขเอามาตั้งโต๊ะแล้ว ไปกินได้เลย ครูฉัตรจ๊ะ วันนี้ยัยดาไม่อยู่ไปบ้านเพื่อน ว่าจะกลับเย็นๆ ครูไม่ต้องรอนะจ๊ะ” ปภาคินบอกว่าฉัตรเป็นแขกของตน ตนไปรับเธอมาเอง ปฐมาแก้เกี้ยวว่า “แม่ก็ไม่ได้คิดอะไร รู้แต่ว่าครูฉัตรเป็นครูยัยดาเท่านั้น”

กนกแขเร่งว่าโต๊ะจัดเรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวอาหารจะเย็นหมด แล้วทำเป็นชวนฉัตรชนกไปด้วยกัน

“ไม่เป็นไรจ้ะแข เราบอกแม่ว่าแวะมาประเดี๋ยวเดียว เดี๋ยวแม่เป็นห่วง”

ปภาคินมองฉัตรชนกอย่างเห็นใจ แล้วเดินไปควงแขนปฐมาอย่างเอาใจชวนแม่ไปกินข้าวกัน

พออยู่กันลำพัง กนกแขก็บอกฉัตรชนกว่าอย่าเข้าใจผิดตน แม่บังคับให้ตนมา เอาแกงสายบัวมาให้ ย้ำกับฉัตรชนกว่า

“ฉันบอกเธอหลายหนแล้วไง ว่าป้าปฐมาอยากได้ฉันเป็นลูกสะใภ้ แต่ทุกครั้งที่ฉันมา ฉันก็คอยบอกท่านเสมอว่าเธอเป็นคนดีและพยายามจะขอโอกาสให้เธอเสมอนะฉัตร”

“ขอบคุณมากแข เรื่องอย่างนี้มันอาจต้องใช้เวลา ฉันเข้าใจทุกคนดี...ขอบคุณ เธอเป็นเพื่อนที่ดีของฉันเสมอ” ฉัตรชนกโผเข้ากอดกนกแขอย่างซาบซึ้งในน้ำใจ

ปฐมากับปภาคินเดินไปแล้ว แต่ปฐมาหันมองมาทางสองสาวอีก ถามปภาคินอย่างไม่พอใจว่า

“สองคนนั้นอะไรกัน”

“เขาก็เพื่อนรักกันครับคุณแม่ ผมไปเรียกคนรถให้ไปส่งฉัตรก่อนนะครับ” แล้วปภาคินก็แยกไป

เมื่อมาถึงโต๊ะอาหาร ปฐมาถามกนกแขว่า “แม่คนนั้นคุยอะไรกับหนู” กนกแขตอบตะกุกตะกักว่า

ไม่มีอะไร “หนูแข...อย่าปดป้า หนูโกหกไม่เก่งหรอก มีอะไรสำคัญนักหนาถึงกับดึงกันเข้าไปกอดอย่างนั้น”

“ไม่มีอะไรจริงๆค่ะ ฉัตรเขาแค่ขอให้ไม่พบกับ

พี่ใหญ่อีก แล้วแขเองก็เห็นด้วย” กนกแขปั้นน้ำเป็นตัวได้หน้าตาเฉย แล้วหลบตา “แข...กลัวว่า ถ้าไม่ทำอย่างนั้น คนที่เจ็บก็จะเป็นแขเอง”

“บ้ากันใหญ่แล้ว” ปฐมาตบโต๊ะปัง “เรื่องแบบนี้ไปตกลงกันเองได้ยังไง”

“ได้โปรดเถอะค่ะคุณป้าขา ฉัตรกับแขเป็นเพื่อนรักกันไม่ควรมีปัญหาเพราะเรื่องผู้ชาย”

“ตักข้าว!” ปฐมาสั่นกระดิ่งเรียกคนใช้อย่าง

ไม่พอใจมาก พอดีปภาคินกลับมาเห็นอาการของทั้งสองแล้วอึดอัดทำท่าจะกินข้าวไม่ลงกันเสียแล้ว...

ooooooo


ละครบ่วงนฤมิต ตอนที่ 5 อ่านบ่วงนฤมิตติดตามละครบ่วงนฤมิต ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย อัชฎา นามปาน,ภีรนีย์ คงไทย 3 ม.ค. 2562 05:55 2019-01-06T01:35:25+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ