ข่าว

วิดีโอ



บ่วงนฤมิต

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า-พีเรียด

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: นลินี สีตะสุวรรณ

กำกับการแสดงโดย: สำรวย รักชาติ

ผลิตโดย: บริษัท ฮูแอนด์ฮู จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: อัชฎา นามปาน,ภีรนีย์ คงไทย

หลังจากงานเต้นรำประมาณสองเดือน...วันนี้ขณะที่ฉัตรชนกกำลังปักสะดึงมุมผ้าเช็ดหน้าเป็นช่อดอกราตรีอยู่ที่ห้องโถงบ้านสวนตัวเอง ที่ใต้ช่อปักอักษร “ดวงใจปภาคิน” เสร็จแล้ว ก็ได้ยินเสียงรถเข้ามาจอด

ฉัตรชนกวางสะดึงเดินไปรับเห็นกนกแขเดินปึงๆจากรถจะเข้าบ้าน ฉัตรชนกถามว่าไปไหนมาหรือ กนกแขบอกว่าตั้งใจมาที่นี่เพราะเมื่อกี้ไปบ้านรมย์ฤดีเธอไม่อยู่ที่นั่นเลยแน่ใจว่าเธอต้องอยู่บ้าน วันก่อนมา เมื่อวานค่ำก็มาเธอก็ไม่อยู่เพราะไปที่รมย์ฤดี ถามเสียงกระด้างว่าไปทำไมกันนักหนา

ฉัตรชนกบอกว่าตนไปสอนหนังสือเพิ่มเติมให้คุณเล็ก กนกแขถามว่าแล้วไม่คิดที่จะสอนให้ตนบ้างหรือ

“เธอมาถามเรื่องเรียนคราวไหนฉันก็บอกทุกทีนะแข ไม่เคยไม่สอนให้เลย” กนกแขกระชากเสียงถามว่าแล้วยัยวรดานั่นล่ะ “สอนเลขคณิตกับภาษาไทย ส่วนคุณใหญ่ก็ช่วยสอนภาษาอังกฤษ”

ฉัตรชนกชี้แจงอย่างใจเย็นแล้วเข้าไปตักน้ำลอยดอกมะลิให้ดื่มจะได้ชื่นใจ

กนกแขเห็นสะดึงวางอยู่จึงหยิบดูเห็นช่อดอกราตรีและปักอักษร “ดวงใจปภาคิน” ทั้งยังอบร่ำหอมกรุ่นก็เลือดขึ้นหน้ากำสะดึงอย่างหมายจะขยำให้หัก เลยถูกเข็มปักแทงเข้าอย่างจัง เจ็บจนปล่อยสะดึงตกไปอยู่แทบเท้า พอก้มมองก็เห็นเลือดหยดลงที่ผ้าดวงโต

ฉัตรชนกเอาน้ำลอยดอกมะลิมาให้ เห็นผ้าที่สะดึงมีหยดเลือดมองที่มือกนกแขเห็นเลือดยังออกก็รีบวางสะดึงแล้วไปเอายากับสำลีมาทำแผลให้ พอคัดเลือดออกแล้วก็ทายาแดงให้บอกกนกแขให้กดแผลไว้ให้เลือดหยุดเอง

ทีแรกกนกแขยังขัดขืนเพราะทั้งเจ็บใจและเจ็บแผลแต่เห็นความห่วงใยตั้งใจทำแผลให้ของฉัตรชนกท่าทีก็อ่อนลง แก้ตัวว่าตนตั้งใจจะดูลายปักไม่รู้ว่าไปโดนเข็มเข้าได้ยังไง

“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ผ้าเช็ดหน้าเท่านั้น เดี๋ยวทำใหม่ก็ได้”

กนกแขถามว่าจะให้ใครหรือ แต่ที่ปักปภาคินเป็นชื่อพี่ใหญ่ ฉัตรชนกหลบตาเขิน กนกแขอ่านออก แต่ทำเป็นถามอย่างใสซื่อว่า “ฉันคงพลาดไปหลายเรื่องสินะ”

“ก็...หลังจากงานวันเกิดนั่น คุณใหญ่กับคุณเล็กมาที่นี่ แล้วเราก็ได้พูดคุยกันหลายครั้ง เขาบอกว่า เขาชอบฉัน”

กนกแขเหมือนถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจ พยายามตั้งสติถามว่า

“เขาบอกว่าเขาชอบเธออย่างนั้นหรือ แล้วเธอก็เชื่อ ผู้ชายคนนั้นเดินทางไปตั้งครึ่งค่อนโลก แล้วก็กลับมารักเธอ ยอมสยบอยู่แทบเท้าเธอทันทีที่ได้พบ เธอเชื่อเขาหรือ”

ฉัตรชนกอึดอัดเพราะกนกแขกำลังตอกย้ำเรื่องที่ตัวเองก็ไม่มั่นใจ ตอบไปว่าก็ไม่ถึงกับเชื่อทั้งหมด

กนกแขรุกว่าไม่เชื่อแต่ปักผ้าเช็ดหน้าให้ ฉัตรชนกถามว่าเธอโกรธตนหรือ

“ฉันจะโกรธเธอทำไม แค่เตือนสติ ลืมแล้วหรือว่าฉันเคยเล่าให้เธอฟังเองว่าป้าปฐมาเคยมาทาบทามให้ฉันเป็นลูกสะใภ้ แม่ของเขาไม่เคยมีเธออยู่ในความคิด” ฉัตรชนกถามว่าแล้วเธอตกลงใจกับทางนี้แล้วหรือ “ยัง...เธอก็รู้ดีอยู่กับใจของตัวเอง ฉันรักธนา เรารักกันมาก เธอก็รู้อยู่เต็มอก ฉันไม่มีใครอื่นนอกจากธนา”

พูดให้ค่าตัวเองแล้ว กนกแขทำเป็นหนักใจว่า

“แต่ผู้ใหญ่...ฉันยังไม่รู้เหมือนกัน ถ้าผู้ใหญ่ทุกฝ่ายเห็นตรงกันฉันจะทำยังไงได้ เธอก็รู้ เด็กอย่างเราดื้อรั้นไปก็มีแต่ทำลายตัวเอง”

“ธนาเขาก็พยายามพิสูจน์ตัวเองอยู่ แข...ในความรัก หากเราตั้งมั่น ใครๆก็ต้องเห็นใจ”

“แต่...บางทีก็ต้องเผื่อสำหรับความเจ็บเอาไว้ด้วย ใช่ไหม” กนกแขจ้องหน้าจนฉัตรชนกอึ้งเซไป

ooooooo

วันนี้ อรนภา แต้วแร้ว กับตวง มาที่ห้องกาแฟออฟฟิศคุณจี๊ด แต้วแร้วบอกว่าทั้งออฟฟิศไม่มีใครอยู่เลย อรนภาถามว่าปกติพี่คเชนทร์ต้องเข้าออฟฟิศไม่ใช่หรือ

ตวงบอกว่าพี่คเชนทร์ไปดูโลเกชันบ้านของปราน เพราะขวัญอุมาไปเจอที่ศรีราชา แต้วแร้วเหน็บว่าเดี๋ยวนี้ขวัญอุมาหาโลเกชันด้วยหรือ ตวงชี้แจงว่าพอดีขวัญลงอินสตาแกรมถ่ายหน้าบ้านที่ใช้ถ่ายรอยอดีตได้ พี่เชนทร์เลยไปดู

อรนภาประชดว่าบังเอิ๊ญ...บังเอิญ แล้วใครจะบ่นว่าละครมีแต่เรื่องบังเอิญทำไม ชีวิตจริงมันบังเอิญยิ่งกว่าละครอีก ตวงติงว่าบังเอิญหรือชะตาลิขิตก็ไม่รู้ ชวนไปทำงานก่อนดีกว่า แต้วแร้วโวยวายยังไม่มี ของลงท้องเลยตนหิวจะไปซื้อส้มตำเข้ามาก็ห้ามว่าทำให้รถเหม็น ตนขอลาไปกินส้มตำก่อนหิวไส้จะแขวนแล้ว

อรนภาจึงให้ไปซื้อส้มตำและฝากซื้อข้าวหมูแดงหมูกรอบมาด้วย ให้เงินไป 500 บาท บอกให้รีบไปรีบมาตนก็หิวเหมือนกัน

ระหว่างนั้นฉายฉานเข้ามาถามอรนภาว่าดีใจไหมที่คิวต่อไปไม่งดแล้ว อรนภาว่าแบบนี้ต้องฉลองกันหน่อย ฉายฉานจึงชวนไปกินข้าวเย็นกัน อรนภาชวนไปดูหนังใหม่ด้วย บอกว่าฉายฉานเลี้ยงข้าว ตนเลี้ยงหนังเอง แล้วชวนกันขึ้นรถออกไป

แต้วแร้วกลับมาบ่นว่าให้ซื้อของมาเยอะแยะแล้วคุณนายหายไปไหน ตวงบอกว่าออกไปดูหนังกับฉายฉาน บอกให้เธอเอารถกลับบ้านให้ด้วย แต้วแร้วบ่นอุบว่า อีกแล้วนะคุณเอ้ไม่รู้จะบริหารเสน่ห์ไปถึงไหน

ooooooo

เมื่อได้โลเกชันใหม่แทนฉากเก่าที่ถูกไฟไหม้แล้ว ลูกปลาเก็บของเตรียมกลับบอกขวัญอุมาว่ามีคิวถ่ายที่นี่เมื่อไหร่ค่อยมาใหม่ ขวัญอุมาชมว่าสุดยอด พี่ลูกปลานี่เพื่อนแท้จริงๆ หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว

ลูกปลาคุยอวดสรรพคุณตัวเองจนขวัญชมว่าแบบนี้มีคนเดียวในโลก แต่ตนรู้นะว่าเพื่อนเลวๆ หลอกลวงยอกย้อนมันจะทำให้เราเจ็บจนตายไปเอง ลูกปลาบอกว่าถ้าเป็นตนมีเพื่อนแบบนั้นจะบล็อกไว้เลย

“ฉันรู้ว่าเคยมี แต่ยังนึกไม่ออกว่าที่ไหน เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ รู้แต่ว่ามันเจ็บน่าดู” ลูกปลาถามว่าเกี่ยวกับเรื่องรอยอดีตนี่หรือเปล่า “ไม่รู้สิ ใช่มั้งพี่ลูกปลา ฉันไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนเลย จนกระทั่งมารับเล่นละครเรื่องนี้”

ลูกปลาบอกว่าอย่าเศร้าซึมไปเลย ทำตัวสดใสซาบซ่าเอาไว้ แล้วคว้าผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำไปเลย

ฝ่ายนวลอนงค์พอเห็นผ้าที่ฉัตรชนกปักเปื้อนเลือด ดวงโตก็ถามว่าลูกจะทำยังไงกับผ้าผืนนี้ ฉัตรชนกบอกว่าคงจะทิ้งและทำใหม่ ตนอยากให้ผ้าสะอาดๆกับคุณใหญ่ เพราะตนตั้งใจไว้แล้วและบอกคุณใหญ่ไว้แล้วด้วยว่าตนจะให้ของขวัญเขา แม่ติงว่า “เขาว่าไม่ให้ให้ผ้าเช็ดหน้า”

“โธ่...ฉัตรทำให้คุณใหญ่ ผ้าเธอก็จัดหามา ฉัตรตัดสอยแล้วอบร่ำไว้ ว่าจะทำให้เธอหลายๆผืน”

“ฉัตรรักคุณปภาคินหรือ” แม่จับมือถาม ฉัตรชนกก้มหน้าอาย “ฉัตร...แม่เตือนฉัตรแล้วนะ ไปรักคนที่แตกต่างจากเรามาก เราจะเจ็บเอง เพราะเขาจะไม่เอาชาติตระกูลของเขามาเสี่ยงกับเรา”

“แม่คะ...คุณใหญ่บอกว่าจะแต่งงานกับฉัตร” แม่ถามว่าแล้วพ่อแม่เขาล่ะ “คุณใหญ่บอกว่ากำลังค่อยๆคุยกับพ่อแม่ของเธอ ความรักของเราคงไม่ได้ลงเอยอย่างง่ายๆ ฉัตรรู้ค่ะ แต่ฉัตรก็รู้ด้วยว่าฉัตรรักคุณใหญ่ และคุณใหญ่ก็รักฉัตร เรารักกันค่ะแม่ ฉัตรอยากให้แม่อวยพรให้ความรักของเราสมหวัง”

“อานุภาพของความรัก ไม่มีอะไรทัดทานได้จริงๆ” นวลอนงค์ใจอ่อนกับความรักของลูกจากความรักของตนที่เคยผ่านมา แต่ก็เป็นห่วงอนาคตของลูกมาก

ooooooo

เมื่อได้โลเกชันของจริงที่เหมือนในละครยิ่งกว่าฉากที่สร้างขึ้น คุณจี๊ดถือเป็นเรื่องน่ายินดีมาก จึงจัดฉลองกันและเป็นโอกาสดีที่ขวัญอุมากับลูกปลาเดินทางกลับกรุงเทพฯวันนี้ทันพอดี

อรนภาชมคเชนทร์ว่าสุดยอดฝีมือจริงๆที่หาสถานที่ทดแทนได้ทันทีงานไม่มีสะดุดน่าปลื้มใจ คุณจี๊ดเห็นด้วย แต่คเชนทร์ติงว่าตนต้องขอบคุณขวัญกับลูกปลาที่ไปพบบ้านนั้นก่อน ตนแค่ตามไอจีของขวัญเท่านั้น อรนภาหน้าเจื่อนที่ขวัญอุมากับลูกปลาได้หน้า ถามประชดว่าบุกบั่นไปถึงไหนกันมาหรือ

“ศรีราชาสวยมาก เหมือนในหนังสือเป๊ะ เป็นอันว่าคิวสัปดาห์หน้าเราคงไว้เหมือนแผนเดิม พี่จะเร่งให้ถ่ายได้ตรงตามแผน ไม่ยืดเยื้อ” คเชนทร์วางแผน ทุกคนชื่นมื่นที่งานจะได้ดำเนินต่อไปอย่างราบรื่น

แต่ที่บ้านวิยาดามีปัญหาเล็กน้อย เมื่อธีรัชติติงว่ามีคนมาเยอะแยะบ้านเราคงไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

วิยาดาบอกว่าคงจะเปลี่ยนไปสักพัก ถ้าตรงไหนเปลี่ยนแล้วดีกว่าเดิมแม่ก็จะเก็บไว้ แล้วนัดเจอกันบ่ายวันศุกร์เหมือนเดิมนะ

พอแม่วางสาย ธีรัชก็นึกถึงขวัญอุมาและการเปลี่ยนแปลงที่บ้านตัวเอง แล้วภาพปภาคินโอบเอวฉัตรชนกที่กลางซุ้มราตรีก็แว่บขึ้นมาอีก ธีรัชนิ่งไปอย่างสับสนกับความไม่แน่ใจอะไรบางอย่าง

ฝ่ายอรนภาแม้จะขัดหูขัดตาขวัญอุมาที่ได้รับคำชมเชยที่ค้นพบโลเกชันถ่ายละครได้อย่างไม่คาดฝัน แต่ก็ไม่อาจลบกระแสชื่นชมขวัญอุมาได้ จึงได้แต่คอยหาช่องตอดเล็กตอดน้อยไปเรื่อย

คุณจี๊ดเตือนคเชนทร์ว่าอย่าลืมทำบุญทำพิธีอะไรให้รอบคอบ เพราะไปต่างจังหวัดที่ทางแปลกๆ ปกป้องทักว่าไม่ยักทราบว่าอาจี๊ดก็เชื่อเรื่องอย่างนี้ด้วย

“อะไรที่ทำแล้วสบายใจก็ทำไปเถอะ ทำแล้วดีกับตัวเองก็ทำไปไม่เสียหาย การแสดงความเคารพนบนอบต่อคน ต่อสถานที่เป็นศรีกับตัวเองจ้ะ”

“จริงค่ะ ทำไปเถอะ อย่าลืมนะคะพี่คเชนทร์” ลูกปลาย้ำ

“จ้ะ” คเชนทร์รับคำ แต่ปกป้องทำท่าว่าคุณจี๊ดเชย

ooooooo

ฉายฉานกับอรนภากินข้าวดูหนังเสร็จก็กลับบ้าน ปรากฏว่าแต้วแร้วเอารถมาจอดติดเครื่องรออยู่แล้ว อรนภาโวยที่แต้วแร้วติดเครื่องไว้

แต้วแร้วตกใจบอกว่าตนมารอสองสามชั่วโมงแล้วปวดท้องมากเพราะกินส้มตำเข้าไปเยอะเร่งให้รีบเปิดประตูเร็วๆ อรนภาจึงเรียกแม่บ้านมาเปิดประตูให้ แต้วแร้ววิ่งจู๊ดไปเข้าห้องน้ำ ฉายฉานบอกว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวตนเอารถไปเก็บให้

ฉายฉานเข้าไปนั่งดื่มกาแฟในบ้าน แต้วแร้วถือโอกาสติดรถฉายฉานออกไปขึ้นรถไฟฟ้าด้วย ฉายฉานเร่งว่างั้นต้องรีบก่อนรถหมด อรนภาเหล่แต้วแร้วอย่างไม่พอใจที่เรียกความสนใจจากฉายฉานและทำให้เขาต้องรีบกลับ แต่แต้วแร้วกรีดนิ้วหยิบถ้วยชาจิบทำไม่รู้ไม่ชี้

ooooooo

รุ่งขึ้นเป็นวันนัดถ่ายละคร อรนภาขับรถไปเอง ฉายฉานถามว่าผู้ช่วยไปไหน อรนภาบอกว่าไปลง ทะเบียนเรียนเพิ่มเติมเลยให้ไป ฉายฉานชมว่าคุณเอ้นี่นางฟ้าจริงๆ ช่วยสนับสนุนคนให้ก้าวหน้าถือว่าได้บุญ

อรนภามองไปเห็นคเชนทร์พร้อมทีมงานเดินผ่านไปพร้อมเครื่องเซ่นไหว้ชุดใหญ่ อุทานว่ามิน่าล่ะ

พี่เชนทร์ถึงเป็นผู้กำกับสุดโปรดของคุณจี๊ด ฉายฉานติงว่าของพวกนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ อรนภาบอกว่าก็เห็นเขาทำกันอยู่แต่ไม่อลังการอย่างนี้ คงเป็นเพราะคุณจี๊ดกำชับเมื่อวันก่อนเป็นแน่

“ทำไว้บ้างก็ดี ฉันว่าเรื่องนี้มีอาถรรพณ์” ขวัญอุมาแทรกขึ้นเสียงเย็น ถูกอรนภาเหน็บทันทีว่าขวัญรู้ดีทีเดียว แรงอาถรรพณ์ที่เธอคงเยอะสินะ “แรงเยอะหรือไม่เยอะก็ไม่รู้สิ แต่ที่ห่วงคือแรงอาถรรพณ์ ถ้าหากมีจะเกิดกับคนที่คิดไม่ดี คิดไม่ชอบ ไม่ให้ความเคารพสิ่งที่ควรเคารพมากกว่า”

อรนภาทำหน้าเยาะว่าขวัญอุมาเยอะ แต่ขวัญอุมาไม่สน

ooooooo

เมื่อตบแต่งสถานที่จนได้อย่างในละครแล้ว คเชนทร์บอกให้เริ่มซ้อมกันก่อน ปกป้องบอกว่ามาถึงครึ่งทางแล้ว อรนภาจิกทันทีว่าไหนว่าจะไม่มาสายแล้ว ถามว่าพี่เชนทร์บอกคุณจี๊ดหรือยัง

“เรามาทำงานของเรากันเถิด เป็นอันว่าต่างคนต่างทำงานของเราให้ดีที่สุดนะจ๊ะ มานี่เลย ดาวอ่านเป็นปรานให้ที” พอดาวรายเดินเข้ามาพร้อมบท คเชนทร์ก็กำกับ “กล้องอยู่ที่นางเอกเลยนะ เดินเข้ามา กล้องรับปรานยืนอยู่ตรงนี้ แล้วโฉมเฉลาเดินตัดเข้ามาตรงกลางระหว่างสองคน แล้วชิงเดินเข้าหาปรานก่อนที่พิมพ์แขจะเดินมาถึง โฉมเดินมาถึงตัวปรานแล้วค่อยเริ่มไดอะล็อกนะ”

ตากล้องส่ายกล้องสับสนกันงงๆเพราะไม่เข้าใจว่าใครเป็นนางเอก คเชนทร์ถามว่าเป็นอะไรกัน กล้อง 1 บอกว่าตนงง นึกว่านางเอกคือคุณขวัญ เห็นแต่งตัวเรียบๆกว่า

อรนภาบอกว่าเรื่องนี้ไม่เป็นแบบฉบับอย่างที่เคยๆกันมา พิมพ์แขรวยกว่าเลยแต่งตัวได้มากกว่าแต่โฉมเฉลานี่เป็นเพียงลูกแม่ค้าขายผัก ขวัญอุมาติงว่าตัวละครเรื่องนี้ผลัดกันร้าย ในตอนแรกของเรื่องพิมพ์แขร้ายเหมือนกัน เลยทำให้โฉมเฉลาต้องโต้กลับบ้าง ร้ายอย่างมีเหตุผล

อรนภาโต้ว่ามีเหตุผลที่จะแย่งปรานไปแต่งงานกับตัวเองและคบธนกฤตเป็นชู้ ท้ายที่สุดคิดฆ่าเพื่อนรักของตัวเอง เลวครบสูตร เลวไม่มีที่ติ

“ไม่จริง!” ขวัญอุมาแข็งกร้าวตาวาวเมื่อรู้สึกว่ากำลังถูกป้ายสี

การโต้แย้งเปิดฉากทันทีและรุนแรงอย่างไม่มีใครคาดคิด...

ooooooo

อรนภาสะอึกถามเย้ยว่า อาการเดือดร้อนแทนโฉมเฉลาพลุ่งพล่านอีกแล้วหรือ นึกว่าเป็นตัวเองหรือไง

“นี่สองคนพูดอะไรกัน ไม่มีในบทนะ ช่วยพูดตามบทหน่อย” คเชนทร์ทำไขสือแก้สถานการณ์ แต่ขวัญอุมาไม่เล่นด้วย

“เดี๋ยวก่อนค่ะพี่เชนทร์ขออีกคำ คำเดียวเท่านั้น” ขวัญอุมายกมือห้ามคเชนทร์แล้วหันไปมองจิกอรนภาถาม “ถ้าฉันบอกว่าใช่ เธอจะขอโทษฉันไหม อรนภา”

ทั้งกองเงียบกริบแม้แต่คเชนทร์ก็อ้ำอึ้ง อรนภาได้ทีที่จะแสดงความเป็นผู้ถูกกระทำ ทำหน้าซีดถอยกรูดไปสองก้าว ถามเสียงปร่าเหมือนตกใจกลัวมากว่าทำไมต้องทำท่าจริงจังอย่างนั้นด้วยล่ะ ตนพูดถึงตัวละครไม่ได้หมายถึงเธอสักหน่อย

เห็นท่าทีของอรนภา ขวัญอุมารู้ตัวว่าขืนเดินหน้าต่อตนคงเลวเหมือนที่ถูกว่า จึงเปลี่ยนท่าทีพูดเสียงอ่อน

“โทษนะคะพี่เชนทร์ ขวัญอินมากไปหน่อย เดี๋ยวรอปกป้องมาก่อนแล้วค่อยซ้อมต่อแล้วกันนะคะ” แล้วเดินออกไป

ดาวรายเสนอให้หยุดซ้อมก่อน พักกองรอปกป้องมา คเชนทร์พยักหน้าเห็นด้วย

“เอ้ต้องขอโทษนะคะพี่เชนทร์ ไม่นึกเลยว่ายายขวัญจะอินมากขนาดนี้ แต่ตาที่มองเมื่อกี๊ วาบถึงสันหลังเลยค่ะ น่ากลัวจริงไม่เคยเห็นเป็นอย่างนี้มาก่อนเลย”

“พักครับพัก” คเชนทร์สั่ง แล้วหันถามดาวรายว่า “จะมีอะไรร้ายกว่านี้อีกไหมเนี่ย” แล้วเดินออกไปเลย

อรนภาถามฉายฉานว่าพี่คเชนทร์เขาว่ามีอะไรร้ายหรือ ฉายฉานว่าคงเรื่องไฟไหม้บ้านที่จะถ่ายกับเรื่องยายขวัญแปลกไปนี่แหละ ติงว่า “แต่ผมว่าถ้าเขาแหย่แกมากๆอย่างนี้คงไม่เป็นผลดีกับงานนะ คุณก็เห็นแล้วว่าบทโฉมเฉลายายขวัญอินน่าดู เล่นด้วยกันเรื่องอื่นไม่เคยเป็นอย่างนี้เลยนะ”

“นั่นสิคะ ไม่น่าเชื่อเลย ใครจะคิดว่าเบื้องหลังมันจะสนุกกว่าละคร” อรนภายิ้มอย่างนึกสนุกว่าคงได้จี้จุดยั่วขวัญอุมาได้อีกหลายเดือน

ฝ่ายขวัญอุมาเริ่มได้สติเย็นลง พยายามสงบอารมณ์ปั่นป่วนที่ถูกอรนภายั่ว นึกสงสัยตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงควบคุมตัวเองไม่ได้ เตือนตัวเองว่า “ไม่นะ ไม่มีอะไร อย่าปล่อยใจไปโวยมากนัก จะเสียหาย...จะเสียหาย”

พอดีลูกปลาวิ่งเข้ามาหน้าตาตื่นมาบอกว่าเขาเลิกกองแล้ว ขวัญอุมาตกใจถามว่าทำไมตนทำเสียหายอีกแล้วเหรอ?


ลูกปลาบอกว่าตำรวจโทร.มาแจ้งจากเบอร์โทร.สุดท้ายของปกป้องที่ติดต่อมาว่าปกป้องรถล้มไถลตกถนนขาหัก ตอนนี้พี่เชนทร์ติดต่อคุณจี๊ดแล้ว จะไปดูที่โรงพยาบาลและย้ายกลับกรุงเทพฯ

ขวัญอุมาถามว่าแล้วละครล่ะ คงต้องหยุดหลายเดือนแล้วเมื่อไหร่จะปิดกล้อง ตนว่าถ่ายเรื่องนี้เสร็จจะไปหาแม่สักหน่อย ลูกปลาชวนไปลาเจ้าของบ้านก่อนเถอะ แล้วลากขวัญอุมาไปเลย

เมื่อปกป้องขาหักต้องพักหลายเดือน คุณจี๊ดให้เปลี่ยนตัวเล่นเลย เพราะเตือนแล้วไม่ฟัง สำนึกไม่มีว่าเกิดอะไรขึ้นไม่ได้ลำบากแต่ตัวเองอีกหลายสิบคนต้องเดือดร้อนไปด้วยเขาคงไม่เหมาะที่จะทำงานแบบนี้ ให้คเชนทร์จัดการเลยติดต่อใครได้แล้วบอกตนด้วย ที่ถ่ายไปแล้วก็ถ่ายใหม่แต่เชื่อว่างานจะเร็วขึ้น ย้ำว่า “พี่เชื่อมือเชนทร์”

จึงเป็นปัญหาหนักใจของคเชนทร์กับตวงและดาวรายว่าเปลี่ยนเดี๋ยวนี้เลยจะหาใครที่ไหน?

คเชนทร์ไปบอกวิยาดาว่าวันนี้ต้องเลิกกองเพราะพระเอกรถล้มขาหักต้องหาพระเอกใหม่ จะเริ่มงานได้เมื่อไหร่ค่อยบอกอีกที วิยาดาบอกยังไงก็ต้องกินขนมจีนน้ำยาใต้ก่อนเพราะทำไว้เลี้ยงทั้งกอง คเชนทร์ขอโทษที่ตนต้องรีบไป ส่วนใครที่ยังไม่กลับก็ให้รอกินขนมจีนน้ำยาก่อน

ลูกปลาบอกว่าบ้านนี้ทำอาหารอร่อยยังไงตนต้องขอกินขนมจีนก่อนถึงจะมีแรงขับรถกลับ ฉายฉานเลยขออยู่ลองด้วยและชวนเอ้อยู่กินก่อนเพราะคุณวิยาดาอุตส่าห์ทำเลี้ยงทั้งกอง อรนภาบอกว่าไม่มีอารมณ์ปาร์ตี้จะตามพี่คเชนทร์ไปดูอาการปกป้อง ฉายฉานทำท่าจะตามอรนภาไป แต่ขวัญอุมาพูดแทรกขึ้นว่า

“แต่สำหรับขวัญ วันนี้ให้คิวสำหรับมาถ่ายเรื่องนี้อยู่แล้ว ถ้างดถ่ายเราก็ว่างยังไงก็ฝากเยี่ยมปกป้องด้วยนะเอ้ แต่คงไม่จำเป็นต้องไปเองเพราะเราไม่ใช่หมอ ยังไงก็ไปช่วยอะไรเขาไม่ได้ ไว้ช่วงหน้าพักฟื้นอาจจะไปเยี่ยมเขา”

อรนภาทำคอแข็งอดทนฟัง แต่เห็นว่าหาเรื่องอะไรไม่ได้จึงเดินออกไป ฉายฉานทำท่าจะตาม ขวัญอุมาถามว่าจะไปไหน เมื่อกี๊ว่าจะอยู่กินขนมจีนกันก่อนไง ฉายฉานเลยจำต้องอยู่แต่ก็ยังอดมองตามอรนภาไปอย่างเสียดายไม่ได้

ooooooo

แต่ขณะที่รถตู้ของทีมงานที่คเชนทร์นั่งกำลังจะออกไปก็สวนกับรถของธีรัชที่ขับเข้ามา พอคเชนทร์เห็นธีรัชลงจากรถเดินขึ้นตึก ก็ตกตะลึงอุทานตื่นเต้นสุดๆ

“เฮ้ย...ใช่...ใช่เลย!” อรนภาถามว่าอะไร “ปราน...เอ้ พี่เห็นปรานเดินมา...ใช่เลย เห็นหน้าทีแรกพี่คิดแทบตายว่าลูกชายคุณวิเหมือนใคร เหมือนปรานในเรื่องรอยอดีตของเรานี่เอง”

คเชนทร์บอกคนขับรถตู้ว่าเดี๋ยวก่อนตนมีงานด่วนยังไม่ไป อรนภาถามว่าไม่ไปโรงพยาบาลแล้วหรือ

“เดี๋ยว ทาบทามพระเอกใหม่ก่อน นึกมานานว่าใครเหมาะจะเป็นปราน ตาคนนี้เอง ใช่แล้ว ไม่ต้องตามหาที่ไหนเลย”

คเชนทร์ลงจากรถตู้เดินอ้าวตามธีรัชเข้าบ้านไป อรนภาเลยวิ่งตามคเชนทร์ไปด้วย

ธีรัชเห็นสภาพบ้านเงียบๆ ก็สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น เดินหาแม่ไปเจออยู่กับพวกกองถ่ายที่เหลือที่ห้องอาหารกำลังเตรียมรับประทานบุฟเฟต์ขนมจีนน้ำยาใต้กัน วิยาดาบอกว่าแม่กำลังจะเลี้ยงขนมจีนน้ำยาทีมงานอยู่ธีรัชบอกว่าตนเห็นเขากลับกันหมดแล้ว

“ยังครับ...ยังกลับกันไม่หมดเลย” คเชนทร์ตามมาถึงพอดี ธีรัชหันมอง ทักอย่างจำหน้าได้แต่จำชื่อไม่ได้ เมื่อต่างบอกชื่อตัวเองแล้ว คเชนทร์ขอคุยกับธีรัชและคุณวิเป็นการส่วนตัวทันที

คเชนทร์ถามอย่างไม่อ้อมค้อมว่าธีรัชจะรับแสดงเป็นตัวปรานตัวเอกของเรื่องรอยอดีตได้ไหม ธีรัชปฏิเสธทันทีว่าตนเล่นละครไม่เป็นและไม่คิดว่าจะเอาดีทางนี้เลย คเชนทร์ใช้ความสามารถเฉพาะตัวกล่อมว่า

“การแสดงบางครั้งก็เป็นเรื่องง่ายนะครับ ไม่ยากอย่างที่คิด ผมจะไม่ทาบทามคุณธีรัชเลยถ้าหากคุณไม่มีลักษณะที่ใกล้เคียงกับตัวละครมากๆอย่างนี้ แทบจะพูดได้เลยว่าไม่ต้องแสดงอะไรมาก แค่เป็นตัวของตัวเองก็สบายแล้ว”

ธีรัชบอกว่าตนไม่คิดว่ามันจะง่ายขนาดนั้น เราจบกันแค่ให้ยืมบ้านถ่ายทำก็พอแล้ว คเชนทร์ถามว่าเขารู้เรื่องนี้แล้วหรือยัง เรื่องราวน่าสนใจ บทก็สนุกมาก จะเอาบทให้อ่านก่อนดีไหม

วิยาดามองความพยายามของคเชนทร์อย่างเห็นใจ อยากจะบอกว่าธีรัชรู้เรื่องหมดแล้วล่ะ

อรนภาเล่าเรื่องคเชนทร์ทาบทามธีรัชมาเล่นแทนปกป้องในวงขนมจีนอย่างออกรส ขวัญอุมาตกใจที่ยืมบ้านเขาถ่ายละครแล้วยังจะเอาลูกเขามาเล่นละครอีก แต่อรนภายิ้มอย่างพึงใจในตัวธีรัชบอกว่าดีออกตนว่าเขาเกิดมาเพื่อสิ่งนี้เลยล่ะ แล้วเหน็บขวัญอุมาว่า

“อือ...แน่นอนล่ะสิ เธอไม่ได้เป็นนางเอกนี่ ยังไงเสีย โฉมเฉลาก็จะไม่ลงเอยกับปราน” ขวัญอุมากระแทกเสียงถามว่ารู้ได้ยังไง “ตายล่ะ จะบิดเรื่องให้โฉมเฉลาเป็นนางเอกให้ได้ โธ่...ขวัญ เธอเป็นโฉมเฉลาไปตั้งแต่เมื่อไหร่จ๊ะ หรือว่าผีโฉมเฉลาเข้าสิง” ขวัญอุมามองขวับทันที อรนภาสู้ตา แต่ในสายตาของอรนภาขวัญอุมา

กลายเป็นอีกคนในยุคก่อนที่มองตนอย่างเจ็บแค้นและตัดพ้อ อรนภาลุกพรวดชี้หน้าขวัญอุมาร้องลั่น

ฉายฉานถามว่าเอ้เป็นอะไร ลูกปลาถามว่าเกิดอะไรขึ้น อรนภาทำหน้าไร้เดียงสาร้องเสียงหลงเต้นเร่าๆ

“โอ๊ย...กลัว กลัวแล้ว ผีเข้า ผีเข้ายายขวัญ”

ฉายฉานลุกขึ้นประคองอรนภาออกไป ขวัญอุมานั่งกินขนมจีนต่ออย่างไม่สนใจ พูดลอยๆว่า

“ก็บอกแล้วว่าไม่เชื่ออย่าลบหลู่”

ลูกปลามองขวัญอุมากับอรนภาสลับไปมาอย่างไม่แน่ใจว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงไหม

ooooooo

ฉายฉานประคองอรนภาออกมานอกห้องบอกว่าไม่เห็นมีอะไรเลย นี่ก็ขวัญอุมาเราอาจตาฝาดไปเองก็ได้

อรนภาถามว่าขวัญทำหน้าหลอกตนหรือ เหมือนตาของบางคนทับอยู่ในตาของขวัญไม่ได้เห็นชัดว่าเป็นผีอะไร ฉายฉานขอร้องอย่าเอะอะอะไรช่วยคุณคเชนทร์กับคุณจี๊ดหน่อยเดี๋ยวมีเรื่องลือกันมากมายงานจะยากเอา

อรนภาถามว่าเรื่องนี้มีอาถรรพณ์ใช่ไหม ฉายฉานบอกว่ามีหรือไม่มีอะไรก็อยู่ที่พวกเรากันเองนี่แหละ ขอร้องว่าอย่าให้มันมีก็แล้วกัน เราทำงาน เราอยากให้งานลุล่วงไปได้ด้วยดี อรนภาว่าฉายฉานคงต้องไปพูดกับขวัญแล้วล่ะ เพราะนั่นเป็นตัวทำเรื่องทุกเรื่องเลย บอกว่าตนกลับพร้อมพี่เชนทร์ดีกว่า

พอฉายฉานกลับไปที่ห้องอาหาร ขวัญอุมาชวนกินขนมจีนกันต่อ ลูกปลาถามว่าแล้วเอ้ไปไหน ฉายฉานบอกว่าเห็นว่าจะกลับพร้อมพี่เชนทร์ ลูกปลาบอกว่าคุณคเชนทร์ยังไม่กลับ กำลังทาบทามพระเอกคนใหม่อยู่ ขวัญอุมาพูดแทรกว่า

“สงสัยคุณอรนภาแกจะไปสืบข่าวแหละว่าตกลงคุณรัชจะโอเคหรือเซย์โนกับบทปรานพระเอกของรอยอดีตคนนี้”

“โอเคก็ดีนะครับเราจะได้ทำงานต่อกันได้”

ขวัญอุมาย่นจมูกแล้วกินขนมจีนต่ออย่างไม่สนใจ ฉายฉานเลยต้องกินเป็นเพื่อนไปด้วย

ooooooo

คเชนทร์พยายามเจรจาหว่านล้อมธีรัชให้มาเล่นละคร เมื่อธีรัชยังปฏิเสธคเชนทร์บอกว่าไม่เป็นไรไม่ต้องตัดสินใจตอนนี้ก็ได้ ตนรู้ว่ามันคงตอบไม่ได้ง่ายเขาเองก็คงไม่นึกไม่ฝันถึงการทำงานแบบนี้มาก่อน แต่ตนเชื่อว่าปาฏิหาริย์มีจริง

ธีรัชตอบโต้ด้วยท่าทีกระด้างจนวิยาดาเกรงใจ

คเชนทร์พูดออกตัวแทนว่าธีรัชเพิ่งขับรถมาเหนื่อยอยู่คงจะตอบตกลงอะไรตอนนี้ไม่ได้ แต่ธีรัชก็ยังยืนยันว่ายังไงก็ไม่เล่น รบกวนให้แมวมองไปหาคนอื่นได้เลย ตนขอโทษทุกคนด้วย

พูดแล้วธีรัชเปิดประตูออกไป เห็นอรนภายืนอยู่ตรงประตู ธีรัชชะงักเมื่ออดีตที่ลืมไปแล้วกลับมาหลอกหลอนเขาอีก เขาพยายามสลัดภาพเหล่านั้นออกคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ นั่นอาจเป็นคนหน้าเหมือนผู้หญิงในความฝันของตนก็ได้แล้วเดินผ่านไป อรนภามองตามธีรัชแล้ววิ่งเข้าไปหาคเชนทร์ ขอโทษวิยาดาถามว่ากำลังคุยธุระกันอยู่หรือเปล่า

วิยาดาบอกว่าเสร็จแล้ว อรนภาบอกว่าเห็นคเชนทร์หายไปนานถามว่าจะกลับกี่โมง คเชนทร์บอกว่ากลับเดี๋ยวนี้แหละแล้วรุนหลังอรนภาออกไปก่อนที่เธอจะพูดอะไรมากไปกว่านี้

วิยาดามองอย่างเสียดายปฏิกิริยาที่ธีรัชมีกับคเชนทร์และกองถ่าย

เมื่อมาถึงหน้าบ้านที่ขวัญอุมา ลูกปลาและฉายฉานรออยู่ คเชนทร์เปรยว่าเมื่อธีรัชไม่รับเล่นแล้วจะเอาใครเล่นแทน

อรนภาอาสาจะช่วยคุยให้ คเชนทร์บอกว่าคนทาบทามนักแสดงควรจะเป็นลูกปลาเพราะอาชีพผู้จัดการดาราน่าจะพูดได้ดีกว่า ลูกปลาเสนอว่าจัดแบบเกมโชว์เลยก็ดี ใครทำให้พระเอกใจอ่อนตกลงใจมารับบทปรานในรอยอดีตได้น่าจะให้รางวัลก้อนโต

ฉายฉานอวยว่าคุณเอ้น่าจะทำให้คุณธีรัชรับปากได้ คเชนทร์บอกว่าเราไปดูปกป้องกันก่อนแล้วค่อยกลับมาคุยกันใหม่ เปรยว่าบางทีอาจต้องขอคุณวิทำบุญที่บ้านนี้สักครั้งดีไหม ขวัญอุมาเห็นด้วย ลูกปลาตัดบทให้สลายตัวแล้วชิงบ๊ายบายทุกคนเลย ขวัญอุมาก็บายคเชนทร์ บอกแล้วเจอกันวันทำบุญ

“เอาไงขวัญ จะกลับไปในบ้านหรือจะกลับบ้านเรา” ขวัญอุมาถามว่าพี่ลูกปลาว่าไงล่ะ “ว่าเหมือนเธอนั่นแหละ กลับไปตั้งหลักก่อน” ถามว่า “แล้วถ้าคุณธีรัชเขาไม่ยอมเล่นล่ะ มิต้องรอให้ปกป้องหายกลับมาเล่นเหรอ”

“อะไรมันจะเกิดก็ต้องเกิด โชคชะตาบางทีมันกำหนดมาแล้วก่อนที่เราจะเกิดด้วยซ้ำไป ว่าไหม...” แล้วขวัญอุมาก็เดินไปขึ้นรถเลย ลูกปลาวิ่งตามแทบไม่ทัน

ooooooo

คืนนี้วิยาดาไปหาธีรัชที่ห้อง บอกว่าไม่นึกว่าเขาจะมาเร็วๆนี้ ธีรัชเองบอกว่าตนก็ไม่ควรมาแต่แล้วก็มา ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม วิยาดาเล่าว่าพระเอกละครประสบอุบัติเหตุขาหัก ธีรัชดักคอว่าเลยมาชวนตนเล่นเป็นพระเอก

“รัชว่ายังไงล่ะ” วิยาดาถามโดยไม่ต้องเกริ่นอะไรมาก แต่ก็ถูกธีรัชปฏิเสธ “แต่เรื่องรอยอดีตเป็นเรื่องที่ลูกสนใจอยู่ไม่ใช่หรือ” ธีรัชบอกว่ามีอะไรบางอย่างที่น่าค้นหาอยู่แต่ไม่ใช่การแสดง ตนขอยืนยันว่าไม่ใช่แน่ๆ “แม่กำลังคิดว่า เราจะมีทางอื่นนอกจากคำว่าไม่หรือเปล่า”

“ไม่มีครับ ถ้าเป็นเรื่องที่ผมเลือกเองตัดสินใจเองคำตอบนั้นคือไม่”

วิยาดาฟังแล้วได้แต่ถอนใจกับความไม่ไยดีของธีรัช ได้แต่คิดเห็นใจว่าเรื่องพระเอกรอยอดีตคงถึงทางตันแล้ว

ฝ่ายคุณจี๊ดไปถึงโรงพยาบาลศรีราชาก็จัดการเรื่องย้ายปกป้องกลับไปรักษาที่กรุงเทพฯ คเชนทร์เพิ่งไปถึงเขาบอกว่าที่มาช้าเพราะพอวางโทรศัพท์จากคุณจี๊ด

ก็พอดีลูกชายเจ้าของบ้านมาถึง ตนเห็นว่าไม่มีใครเหมาะที่จะเป็นปราน รื่นภิรมย์ ได้เท่ากับธีรัช คณาโรจน์ คนนี้อีกแล้ว ทุกคนเห็นตรงกันหมดว่าธีรัชเหมาะจะเป็นปราน ตนจึงไปทาบทามแต่เขายังปฏิเสธ

คเชนทร์ชี้แจงว่าเขาอาจมีเหตุผลหลายอย่าง แต่แม่เขาเป็นคนวาดรูปให้ละครเรา เห็นด้วยว่าลูกเขาน่าจะเล่นได้

“งั้นเหรอ...อือ ฉันอยากเห็นลูกชายเจ้าของบ้านคนนั้นแล้วล่ะ” คุณจี๊ดสนใจมาก

คเชนทร์จึงพาคุณจี๊ดไปบ้านวิยาดาและโทร.เรียกขวัญอุมากับลูกปลาที่กำลังกลับกรุงเทพฯให้กลับไป

ที่บ้านนั้นเพราะทั้งสองสนิทกับเจ้าของบ้านและอาจจะสนิทกับธีรัชด้วยจะได้ช่วยกันหว่านล้อม

แต่พอมาคุยกันจริงๆ ธีรัชยังคงยืนยันการปฏิเสธทั้งเพราะไม่ใช่ทางของตนและตนยังมีธุรกิจที่ต้องดูแลรับผิดชอบ

คเชนทร์เชื่อว่าอรนภามีวาทศิลป์และเป็นนางเอกของเรื่องสองคนอาจมีเคมีตรงกันให้ช่วยหว่านล้อม แต่อรนภายกแม่น้ำทั้งห้ามาหว่านล้อมจนคอแห้ง สุดท้ายธีรัชก็ยังปฏิเสธและขอตัวไปทำงาน

ขวัญอุมากับลูกปลามาถึง คุณจี๊ดบอกว่าตนคุยแล้ว คเชนทร์คุยแล้ว เอ้กำลังช่วยพูด ไม่รู้จะสำเร็จหรือเปล่า พอดีอรนภาเดินออกมา ฉายฉานบอกว่าเอ้คงจะบอกข่าวดีกับเราได้ แต่พอคุณจี๊ดถามอรนภาบอกว่าคุณธีรัชขอเวลาคิดก่อน ขวัญอุมาถามว่า แปลว่าไม่ปฏิเสธแล้วใช่ไหม

ฉายฉานบอกว่าบางทีคุณธีรัชอาจต้องการเวลาเพราะชีวิตต้องเปลี่ยนแปลงไปทั้งหมด วิยาดาบอกว่าตนเกรงใจพวกเขา แต่ก็ต้องเคารพการตัดสินใจของลูก บอกว่าค่ำแล้วไปพักผ่อนกันก่อนดีไหม อีกสักวันสองวันค่อยกลับกรุงเทพฯ คเชนทร์บอกว่าตนยังมีห้องพักที่โรงแรม เอ้กับฉายฉานก็เหมือนกัน คุณจี๊ดบอกให้หาห้องให้ตนด้วย วิยาดาบอกขวัญกับลูกปลาให้อยู่ที่นี่เหมือนเดิม คเชนทร์จึงฝากขวัญให้ช่วยชวนธีรัชอีกคน

ขวัญอุมาถามว่าจะดีหรือ คุณจี๊ดบอกว่าก็ต้องลองอย่าปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ กล่อมขวัญว่า

“รู้จักกันมานานกว่าน่าจะทำให้เขาเข้าใจเร็วกว่า และอย่างขวัญจบการแสดงมาโดยตรง น่าจะอธิบายให้ธีรัชเข้าใจได้นะ”

ขวัญอุมาขอบคุณแต่ก็ยากน่าดู คเชนทร์ขอให้ช่วยๆกันหน่อย

ทุกคนลุ้นขวัญให้ช่วยคุยกับธีรัช อรนภาไม่พอใจหน้าบอกบุญไม่รับเพราะตนตกอันดับ ฉายฉานรีบเข้าไปโอ๋พาไปพักผ่อนกัน

ooooooo

เมื่อขนกระเป๋าเข้าห้องพักแล้ว ลูกปลาบอกว่าไม่ยักรู้ว่าทางพี่เชนทร์กับคุณจี๊ดจะคาดหวังอะไรจากเราเยอะ ขวัญอุมาบอกว่านี่แหละชะตาชีวิตลิขิตไว้ ลูกปลาถามว่าแล้วได้เงินหรือเปล่า ถ้าลิขิตแล้วไม่ได้เงินก็ไม่ต้องไปเดินตามมันก็ได้

“ขวัญว่าลิขิตนี้มันจะเปิดเผยความจริงของเรื่องราวที่มีคนเข้าใจผิดมาตลอด ไอ้พวกคนที่ชอบป้ายสีบิดเบือนโกหกจะต้องหน้าหงายเป็นแถบๆ” ลูกปลาถามว่า

ไอ้พวกนั้นของขวัญน่ะยังอยู่อีกหรือ “ความจริงไม่มีวันสายเกินไปพี่ลูกปลา คนที่ไม่ได้ทำอะไรผิดแต่ถูกใส่ร้ายจนไม่มีดีจะได้มีโอกาสแก้ชื่อของเขาได้ไง”

ลูกปลาทำท่าขนลุกขนพองถามว่ายังไม่เลิกเป็นผีโฉมเฉลาเข้าสิงอีกเหรอ ขวัญอุมาเลยแกล้งทำตาขวางใส่จนลูกปลาร้องลั่น ขวัญอุมาบอกว่าล้อเล่นน่ะ ลูกปลาถามว่าล้ออะไรกันนักหนา เดี๋ยวตนนี่แหละจะหนีไปก่อน ไม่ต้องถ่ายมันละ

“โอ๋...ไม่หลอกแล้วจ้ะ แต่ขวัญขอได้ไหม เรื่องรอยอดีตขวัญอยากให้ความจริงปรากฏ พี่ลูกปลาช่วยขวัญนะ” ลูกปลาว่าถ้าเชิญตัวจริงมากันบ่อยๆ ก็ขอบายจริงๆด้วย ขวัญอุมาบอกว่าก็มีแต่ขวัญอุมาคนเดิมนี่แหละ แล้วยกมือพนมภาวนา

“เจ้าประคู้ณ...ให้ลูกได้มีโอกาสได้เปิดเผยความจริงสักทีเถอะว่าโฉมเฉลาแท้จริงเป็นคนยังไง เขาทำร้ายใครหรือใครทำร้ายเขา ขอให้บอกมาชัดๆ สักที...เพี้ยง!”

ooooooo

ที่คฤหาสน์ปภาคินอดีต...หลังจากงานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาของปภาคินผ่านไป 3–4 เดือน ฉัตรชนกปักผ้าเช็ดหน้าผืนใหม่เสร็จแล้ว คืนนี้จึงเอาห่อผ้าเช็ดหน้าปักใหม่มาให้ปภาคินเพราะเขาชวนมากินข้าวด้วยกันค่ำนี้

ฉัตรชนกในชุดหรูมีราคาลงจากรถเดินเข้าไปกับปภาคิน เธอเตือนเขาอย่าลืมผ้าเช็ดหน้า ปภาคิน

บอกว่าไม่ลืม เดี๋ยวจะเอาขึ้นไปเก็บบนห้องเลย บอกให้ฉัตรชนกไปคอยที่ห้องอาหารก่อน

แต่กนกแขที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นกับปฐมาเห็นทั้งสองเดินเข้ามา กนกแขบอกว่าพี่ใหญ่พาฉัตรชนกมาด้วย ทำเสียงสูงตื่นเต้นว่า ชุดที่ฉัตรใส่พี่ใหญ่สั่งมาให้จากกรุงเทพฯเลย แล้วทำเสียงสมเพชว่า

“น่าสงสารฉัตรค่ะ ฉัตรเป็นคนมีความรู้ แต่บ้านจนเหลือเกิน พี่ใหญ่เลยต้องช่วยเรื่องแต่งตัวจะได้พอสมน้ำสมเนื้อกันหน่อย” พอดีปภาคินพาฉัตรชนกเข้ามา เขาทักว่าดีจังแขก็มาด้วยและขอตัวเอาของขึ้นไปเก็บก่อน ฝากฉัตรชนกกับแขด้วย “ได้ค่ะพี่ใหญ่พอดีคุณป้าปัทชวนให้มากินข้าวด้วยกัน หลายคนสนุกดี”


ปภาคินถามแม่ว่าแล้วคุณพ่อล่ะ ปฐมาบอกว่าวันนี้คุณพ่อไปหาท่านเจ้าคุณ ไม่ต้องรอ แล้วชี้เก้าอี้ให้ฉัตรชนกนั่ง พอปภาคินไปพ้นแล้ว ปฐมาจึงเอ่ย...

“ตาใหญ่บอกว่าวันนี้จะชวนหนูฉัตรมากินข้าวด้วย ก็เลยไปตามหนูแขมาให้เป็นเพื่อนเห็นว่าสนิทกัน”

ปฐมายังคุยเรื่องอาหารว่าวันนี้ทำอาหารที่ปภาคินชอบ แต่เชิญแขกมาหลายคนเลยต้องถามว่าชอบอะไร กินอะไรได้บ้าง ฉัตรชนกบอกว่าตนรับประทานได้ทุกอย่างเพราะแม่เป็นคนทำอาหาร ทั้งอาหารไทย ฝรั่ง และจีน ปฐมาทำเป็นชมว่าเก่งแต่คนที่นี่ไม่ทำอาหารเปรอะกันอย่างนั้น แต่หวังว่าเธอจะชอบ เพราะอาหารไทยที่นี่ทำกันอย่างมีสกุล สมเป็นบ้านพระยา

กนกแขแทรกว่าคุณป้ากรุณาฉัตรมากนะ ปฐมาจึงชวนดื่มอะไรกันระหว่างรอพ่อใหญ่ ฉัตรชนกอึกอักเพราะเกรงใจ ปฐมาเห็นแล้วสะใจนึกว่าฉัตรชนกตื่น

หลังอาหาร ปฐมาบอกให้ปภาคินไปส่งฉัตรชนกกับกนกแข เพราะให้รถเขากลับไปก่อน ปภาคิน

บอกว่าได้ เพราะบ้านสองคนอยู่ใกล้ๆนี่เอง กนกแข

จัดแจงให้ฉัตรชนกนั่งเบาะหลังเพราะลงก่อน เพราะคุณป้าให้ไปส่งฉัตรก่อน ตนจะได้นั่งเป็นเพื่อนพี่ใหญ่

ปภาคินเปิดประตูให้ฉัตรชนกนั่ง เธอมองเขาอย่างเกรงใจ ความใกล้ชิดของทั้งสองทำให้กนกแขตาร้อนกัดฟันกรอด แต่ทั้งปภาคินและฉัตรชนกไม่เห็น

คืนนี้ ขวัญอุมาออกจากห้องพักเดินมาที่สวน ราตรีราวกับต้องมนต์ ธีรัชมองเห็นก็เดินตามมาราวกับต้องมนต์เช่นกัน

“ขวัญอุมา” ธีรัชเรียกเบาๆ ขวัญอุมาแว่วเสียงเรียกหันมาเห็นธีรัช ตาเป็นประกายด้วยความดีใจ ธีรัชถามว่า “นี่คุณไม่ได้กลับกรุงเทพฯแล้วหรอกหรือ”

ขวัญอุมาบอกว่ากลับแล้วแต่คุณวิโทร.เรียกให้กลับมาไม่รู้ว่าเรื่องอะไรแต่น่าจะมีประโยชน์บ้าง ธีรัชถามว่าประโยชน์กับใคร ขวัญอุมาสบตาถามว่าถ้าไม่มีประโยชน์ตนจะมาทำไม

“เพราะคุณเป็นนักแสดงในเรื่อง ถ้างานของคุณเดินหน้าไปได้ไม่ติดขัดก็ถือว่าเป็นประโยชน์ของคุณอย่างนั้นใช่ไหม”

“แบบนั้นเรียกว่าประโยชน์ส่วนรวม ไม่ใช่ประโยชน์ส่วนตัว” ธีรัชทวนคำว่าประโยชน์ส่วนตัวอย่างสงสัย ขวัญอุมาเข้าไปพูดเบาๆ ได้ยินกันแค่สองคนว่า

“ค่ะ มีอะไรบางอย่างที่ทำให้ฉันคิดว่า โฉมเฉลา... ตามชื่อในหนังสือซึ่งไม่ใช่ชื่อจริงของเธอคนนั้นไม่ได้รับความยุติธรรมทั้งในชีวิตจริงและในนิยาย”

“คุณต้องการตามหาความยุติธรรมให้กับโฉมเฉลา?”

“ฉัตรชนกค่ะ เธอชื่อนี้ ฉัตรชนก คุณก็รู้นี่คะ ฉัตรชนกกับปภาคิน”

พอขวัญอุมาเอ่ยชื่อปภาคิน ธีรัชรู้สึกเหมือนมีแสงวาบขึ้นมาตรงหน้า เขารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออกจนต้องถอยออกมาสองสามก้าว ขวัญอุมาตามไปดึงแขนเขาไว้ถาม

“ใช่ไหมคะ คุณก็รู้ว่าฉันพูดถูก ฉัตรชนกกับปภาคิน ความจริงเท่านั้นที่จะให้ความยุติธรรมคืนมาได้”

“เรื่องมันนานแล้วนะ นานจนสิ้นอายุขัยของคนพวกนั้นแล้ว”

“แต่ฉันเชื่อค่ะ ฉันเชื่อในความจริง ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ฉันเชื่อในความยุติธรรม ไม่สายเกินไปหากเราจะแก้ไขคำกล่าวหา ฉัตรชนกเป็นคนบริสุทธิ์ไม่ได้มีความผิด ไม่ได้ทำอะไรอย่างที่โฉมเฉลาในนิยายทำ”

“คุณจะทำยังไง”

“ค้นหาความจริง อะไรบางอย่างที่เราอาจจะต้องร่วมมือกัน คุณรู้ไหม บางครั้งเมื่อฉันอยู่หน้ากล้อง ฉันรู้สึกได้ว่า เรื่องนี้มันจริง ฉันควรจะเป็นอย่างนั้นควรจะเป็นอย่างนี้ ฉันไม่ต้องพยายามที่จะเข้าใจตัวละคร แต่ปล่อย... ปล่อยให้โฉมเฉลาพาฉันเข้าไปสู่ชีวิตของเธอ”

ธีรัชถามว่าแปลว่ามันเป็นเรื่องจริงใช่ไหม ขวัญอุมาบอกว่าตนก็คิดอย่างนั้นแต่บางเรื่องมันติดขัด แม้แต่คิดว่าจะอ่านตามบทไปเรื่อยๆ ก็ทำไม่ได้ มีเสียงบอกอยู่ในหัวว่ามันไม่ใช่อย่างนั้น มันไม่ใช่เรื่องจริง เรื่องจริงเป็นอีกอย่างหนึ่ง ธีรัชถามว่าแล้วตนจะช่วยได้ยังไง ขวัญอุมาจับมือธีรัชอย่างต้องการความไว้ใจ พูดหนักแน่นว่า

“ถ้าคุณตกลงใจรับแสดงละครเรื่องนี้ เราอาจจะเป็นสองเสียงที่ทักท้วงความไม่ถูกต้องของเรื่องราว”

“ไม่ล่ะผมไม่ใช่นักแสดง ผมแสดงไม่เป็น” ธีรัชหัวเราะ ส่ายหน้าแล้วดึงมือตัวเองกลับ

“การแสดงไม่ยากหรอกค่ะ แค่ ‘เป็น’ ให้ได้ก็พอแล้ว” ธีรัชบอกว่าจะให้ตนเล่นเป็นคนนั้นคนนี้ เป็นตัวเองยังยากเย็น ขวัญอุมากล่อมว่า “เมื่อพยายามจะเป็น มันจึงยาก แต่ถ้าปล่อยให้ ‘เป็น’ คิดได้อย่างเขา รู้สึกอย่างเขา โต้ตอบอย่างที่เขาทำ เราก็เป็นเขาได้แล้ว”

“ง่ายขนาดนี้เขาก็แสดงได้รางวัลกันไปหมดแล้วล่ะสิคุณ”

“มันไม่ง่ายหรอกค่ะ เพราะมนุษย์เราช่างประดิษฐ์ ประดิษฐ์ไปหมด เลยเป็นจริงๆไม่ได้ แต่เรื่องนี้มันมีอะไรบางอย่างที่พร้อมจะดึงเราเข้าไป...คุณก็รู้”

ขวัญอุมาเดินเข้าไปใกล้ธีรัช มองลึกเข้าไปในดวงตาเขา เหมือนจะค้นวิญญาณที่ฝังลึกอยู่ภายใน ธีรัชเหมือนเห็นภาพในความทรงจำเก่าๆ ความรักที่ถวิลหามาตลอด พึมพำ...

“ฉัตร...”

ขวัญอุมายิ้มให้อย่างแสนหวาน พลันทั้งสองก็หลุดจากภวังค์เมื่อลูกปลาทักเสียงดัง

“ขวัญ...มาอยู่นี่เอง” ธีรัชหันมองถามว่าคุณลูกปลาก็มาด้วย “ก็ไปไหนมาไหนด้วยกับน้องเขาค่ะ เอ่อ...ไม่ทราบว่ากำลังคุยกันอยู่ เชิญตามสบายนะคะ”

“คุยจบแล้วครับ ดึกแล้ว คุณขวัญไปพักก่อนเถอะ”

ลูกปลาเข้าไปดึงแขนขวัญอุมากลับไปทางห้องพัก พอเดินห่างออกมาก็ถามอย่างตื่นเต้น

“ตกลงได้ชวนเขาเล่นละครสำเร็จไหม”

ขวัญอุมาไม่ตอบ ยิ้มอำๆแล้วเดินไปด้วยกัน ธีรัชมองตามไปอย่างครุ่นคิด...

ooooooo

รุ่งขึ้น วิยาดาจัดอาหารหลากหลายเพื่อให้เลือกกันได้ตามที่ชอบ มองสำรวจแล้วถามสุดใจว่าตามคุณรัชหรือยัง คุณขวัญกับคุณลูกปลาล่ะ สุดใจบอกว่าคุณๆมาถึงแล้ว ก็พอดีลูกปลาดึงขวัญอุมาเข้ามา

“ต้องรบกวนคุณวิแต่เช้าวันนี้อีกครั้ง เพราะอยากคุยกับคุณธีรัชด้วยตัวเอง ต้องขอโทษด้วย เพราะถ้ามีอะไรที่ยังค้างคาใจอยู่เนี่ยมันไม่ดี”

ขวัญอุมายิ้มให้คุณจี๊ดบอกว่า “คุณจี๊ดคุยเลยค่ะ” ฉายฉานถามว่าขวัญได้คุยกับคุณรัชแล้วหรือ ขวัญอุมาบอกว่าพูดเรื่องการแสดงนิดหน่อยเอง อรนภาผสมโรงบ้างว่า นั่นสินะวิชาการของเธอมันแน่นหนากว่าใครๆ

คุณจี๊ดชมว่าช่วยกันทำงานดีจัง คเชนทร์ชมว่าหัวหน้าทีมนำดี บอกคุณวิว่า คราวหน้ามา ก่อนทำงานจะขออนุญาตทำบุญก่อน วิยาดาสนับสนุนทันทีว่า “สิ่งที่ดีงาม เราไม่ขัดข้องค่ะ ให้ช่วยอะไรก็บอกมาได้เลย”

พอดีธีรัชเข้ามา ทักว่า มากันพร้อมหน้าเหมือนมีการถ่ายทำเลย

“คุณธีรัชพร้อมจะร่วมแสดงกับเราหรือยังล่ะ วันนี้คเชนทร์เขาเอาบททั้งหมดมาด้วยแล้ว ขาดแต่ตัวหนังสือนิยาย”

วิยาดาบอกว่าดูเหมือนธีรัชเคยอ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว ที่บ้านนี้เคยมีอยู่

“ดีเลย หลังอาหารเราจะได้คุยกันเรื่องนี้ด้วย”

ธีรัชบอกว่าที่ตนห่วงคือเรื่องการแสดงตนไม่ถนัดเอาเลยจริงๆ อรนภาบอกว่าทุกคนในทีมพร้อมที่จะดูแลคุณเรื่องนี้

“ใช่...แล้วขวัญอุมาเองเขาก็จบด้านการแสดงมาโดยตรง เทกคอร์สเมืองนอกมาก็หลายที่ เขาต้องช่วยแนะนำคุณได้แน่นอน” คุณจี๊ดรีบบอก อรนภาฟังแล้วหน้าเจื่อนที่ขวัญอุมาเด่นกว่าอีกแล้ว ซ้ำฉายฉานยังเสริมว่า

“จริงครับ ขวัญนี่ครูการแสดงจริงๆ หาหนังสือมาให้ผมอ่านหลายเล่มเลย มีประโยชน์มาก ถึงเราจะไม่ได้เรียนการแสดงมาจากสถาบันไหน แต่เราก็มีความรู้ที่จะพัฒนาการแสดงของเราไปได้”

“ถูกต้องเลยจ้ะฉาย การแสดงมันเกี่ยวข้องกับความเป็นมนุษย์โดยตรง” ขวัญอุมาเสริม

ทีมงานทุกคนแสดงความเร่าร้อนที่จะได้ธีรัชมาร่วมทีม อรนภากลัวหลุดจากความสนใจบอกว่าทีมจี๊ดของเราเห็นพ้องต้องกันว่าคุณรัชควรมาร่วมทีมเพื่อความสมบูรณ์แบบ

“แล้วเราทุกคนก็กำลังรอคำตอบรับจากคุณนะ อันนี้จริงใจ ไม่กดดัน” คุณจี๊ดเสริม

“ถึงอย่างนี้แล้ว ผมคงจะหาคำมาปฏิเสธงานนี้ไม่ได้แล้วละครับคุณจี๊ด”

พอธีรัชพูดจบ ขวัญอุมาเกือบไชโยออกมา ทุกคนยินดีกันอย่างมาก คุณจี๊ดบอกว่าเสร็จจากงานบุญแล้วเราฉลองกัน วิยาดาบอกว่าตอนนี้ฉลองมื้อเช้าวันนี้กันก่อนเลย บรรยากาศครึกครื้นด้วยเสียงหัวเราะอย่างปลื้มปีติเป็นที่สุด

ooooooo

คเชนทร์เอาบทรอยอดีตทั้งหมดให้ธีรัชบอกว่าอาจต้องใช้เวลาในการอ่านหน่อย อรนภาเสนอทันทีว่าพรุ่งนี้มะรืนนี้เรายังอยู่กันที่นี่เรามาอ่านบทด้วยกันไหม

“แหม เอ้น้ำใจงามจริงๆ” ขวัญอุมาประชดบอกว่ายังไงเสียตนก็ยังพักอยู่ที่นี่ตนช่วยอ่านเองจะได้ไม่ต้องรบกวนเอ้ ย้ำว่า “ที่สำคัญที่สุด คุณจี๊ดกับพี่คเชนทร์ออกปากมอบหมายงานแนะนำการแสดงให้แล้ว ขวัญก็ถือว่าต้องทำเต็มที่ร้อยเปอร์เซ็นต์จ้ะ”

ทั้งคเชนทร์และคุณจี๊ดฝากความหวังอยากให้ธีรัชคุ้นกับการแสดง อยากให้ทุกคนพร้อมก่อน

การถ่ายทำ ธีรัชยืนยันว่าถ้าตนรับปากว่าจะทำงานแล้วคงจะต้องเต็มที่ ขวัญอุมาย้ำเรื่องทฤษฎีในการแสดงอีก อรนภาไม่ยอมน้อยหน้า ชมว่าขวัญทฤษฎีแน่นเปรี๊ยะแต่ก็ย้ำว่าการแสดงเมื่ออยู่หน้ากล้องเราจะต้องให้ทุกอย่างพร้อมเพื่อเรตติ้งและความนิยมของผู้ชม

ธีรัชฟังสองสาวพูดแล้วบอกว่าดูยากจัง ตนไม่แน่ใจว่าจะทำได้อย่างที่ทุกคนต้องการไหม

“ทั้งเอ้ทั้งขวัญฝีมือการแสดงเยี่ยมยอดมากทั้งคู่ แสดงร่วมกับเราก็เป็นเกียรติแล้ว ยิ่งมาช่วยกันสนับสนุนเรา ผมว่าคุณรัชไม่ต้องกังวลอะไรอีกแล้ว” ฉายฉานอวยสองสาวที่ชิงกันในทีและให้กำลังใจธีรัช

เมื่อขวัญอุมาเริ่มซ้อม ธีรัชถามว่าตนต้องพูดเหมือนในบททุกอย่างหรือ ขวัญอุมาบอกว่าคนเขียนเรียบเรียงเรื่องราวไว้แล้วการเติมหรือตกหล่นจะทำให้การสื่อความเรื่องราวไม่เป็นไปตามที่ต้องการ ธีรัชบ่นว่า

ยากที่ต้องจำคำพูดของคนอื่น ขวัญอุมาบอกว่า “ถ้าคุณคิดเหมือนปรานได้มันก็จะไม่ยาก”

ธีรัชอ่านบทที่เขียนว่า “เขาเชยคางโฉมเฉลา จ้องลึกเข้าไปในดวงตา...ผมรักคุณ...” ขวัญอุมามองอย่างประเมินการแสดง ถามว่า

“คุณเคยมีความรักไหมล่ะคะ ความรักอย่างแท้จริง ที่ทำให้คุณอยากค้นหาเข้าไปในหัวใจของใครคนนั้นว่าเขาจะรักคุณตอบไหม เขาจะรักคุณได้เท่าที่คุณรักเขาไหม เขาจะอยู่เคียงข้างคุณตลอดไปหรือเปล่า”

ธีรัชหลบตาขวัญอุมารู้สึกหวั่นไหวเหมือนมีอะไรแว่บๆอย่างที่ขวัญอุมาพูดเหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่ามันอยู่ที่ไหนเมื่อไหร่ เพราะนานมากแล้ว ขวัญอุมามองเหมือนรู้ทันบอกว่า

“ถ้าไม่ใช่ชาตินี้ ในชาติภพที่เคยผ่านมา คุณน่าจะได้รักใครสักคน จริงไหมคะ”

ธีรัชมองขวัญอุมาเต็มตา เธอสบตาอย่างท้าทายบอกว่า

“ผู้หญิงคนนั้นยืนอยู่ตรงนี้ เธอมีความรักให้คุณเหมือนกัน เพียงยังไม่แน่ใจว่าความรักที่คุณมีให้จะเพียงพอที่จะพาเธอข้ามผ่านอุปสรรคทั้งหลายไปได้ตลอดรอดฝั่งไหม”

ขวัญอุมาดึงแขนธีรัชเข้ามา ต่างมองกันเต็มตา แต่แววตาธีรัชเต็มไปด้วยคำถาม ส่วนขวัญอุมามองอย่างท้าทายแล้วหลบตา ธีรัชเหมือนต้องมนต์ เชยคางขวัญอุมามองแววตาอ่อนหวานนั้น

หนึ่งช่วงเวลาแห่งความรักในอดีตหวนกลับมาโอบทั้งสองไว้ในความรัก...

ขวัญอุมาหลุดจากบท จับมือธีรัชพูดอย่างยินดีว่า “คุณทำได้ ฉันรู้ว่าคุณทำได้” แต่ถูกธีรัชดักคอว่าคุณคงไม่เอาละครมาเป็นกับดักของชีวิตจริง อย่างที่เขาว่า “เสน่ห์นางละครใช่ไหม” แล้วเดินออกไปเลย ขวัญอุมารู้สึกเหมือนถูกดูหมิ่นอาชีพการแสดง เดินตามไปอย่างไม่พอใจมาก

แต่พอมาเจอธีรัชอยู่กับวิยาดาที่ระเบียงวาดรูป วิยาดาถามว่าซ้อมละครเสร็จแล้วหรือ ว่าจะเอาผลไม้ไปให้อยู่พอดี ขวัญอุมาก็หยอกแกมหยิกธีรัชว่าสงสัยว่าคุณธีรัชคงจะหิวมังคะเดินหนีมาบทยังไม่ได้เก็บเลย เขาถือนะ บทละครต้องเก็บรักษาไว้ด้วยความเคารพ

ธีรัชบอกว่าเดี๋ยวให้แป้นไปเก็บ วิยาดาถามว่าซ้อมวันแรกเป็นยังไงบ้าง ขวัญอุมาบอกว่าเยี่ยมมาก คุณรัชคงพร้อมแสดงได้ใน 7 วัน ลูกปลาอุทานว่าเหมือนฟ้าส่งมาเลย เร่งให้รีบกินแล้วไปซ้อมต่อตนจะส่งข่าวพี่คเชนทร์เองว่าคุณธีรัชพร้อมแสดงใน 7 วัน

ธีรัชเครียดรู้สึกถูกกดดัน แต่ขวัญอุมายิ้มอย่างผู้ชนะ เมื่อกลับมาซ้อมกันอีกครั้งเขาบอกว่าพวกดารานี่มีวิธีการที่จะให้คนทำอะไรให้ตามต้องการอย่างนี้เองหรือ

“ฉันไม่ทราบสิคะ...รู้แต่ว่าคนเราน่าจะเอาชนะตัวเองให้ได้ก่อนเอาชนะคนอื่น อย่าลืมสิว่าคุณรับปากกับคุณจี๊ดกับคุณคเชนทร์ไว้แล้ว ฉันเป็นเพียงผู้ช่วยคุณเท่านั้น”

ธีรัชดักคอว่าคุณก็คงมีบุญคุณท่วมหัวตนสิ 

ขวัญอุมาตอบจริงจังว่า

“เรื่องนั้นไม่ได้อยู่ในสมองฉัน แต่ความจริง ชีวิตจริงของรอยอดีต คือสิ่งที่ฉันกำลังตามหา” ธีรัชถามว่าเธอจะแก้นิยายหรือ “ละครสามารถทำเรื่องที่ถูกต้องกว่าได้ มันเป็นโอกาสของฉันที่จะแสดงให้คนเห็นความจริงไม่เข้าใจผิด ปลดตราบาปออกจากโฉมเฉลา”

ธีรัชติงว่าอย่าเอาตนเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ขวัญอุมาย้ำว่าเขาต้องซ้อมจนเข้าใจทุกขั้นตอนของความคิด ธีรัชถามว่าไหนเธอบอกว่าตนเป็นปรานได้แล้วไง

“คุณเป็นได้ แต่คุณยังไม่ได้เป็น คุณต้องอ่านบททั้งหมดนี่แล้วลองคิดตามทุกบท ทุกตอน ต้องเข้าใจว่า

เกิดอะไรขึ้นกับคุณแล้วคุณคิดอย่างไรกับสิ่งเหล่านี้...

7 วัน คุณมีเวลาเท่านั้น คุณต้องทำงานหนัก เข้าใจบ้างไหมการแสดงไม่ใช่เรื่องง่ายๆคุณเข้าใจไหม...ช่วยฟัง

ช่วยเข้าใจหน่อยได้ไหม ฉันขอแค่ความร่วมมือเท่านั้น”


ละครบ่วงนฤมิต ตอนที่ 4 อ่านบ่วงนฤมิตติดตามละครบ่วงนฤมิต ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย อัชฎา นามปาน,ภีรนีย์ คงไทย 30 ธ.ค. 2561 03:50 2019-01-02T22:54:23+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ