ข่าว

วิดีโอ



บ่วงนฤมิต

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า-พีเรียด

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: นลินี สีตะสุวรรณ

กำกับการแสดงโดย: สำรวย รักชาติ

ผลิตโดย: บริษัท ฮูแอนด์ฮู จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: อัชฎา นามปาน,ภีรนีย์ คงไทย

เมื่อปภาคินเปิดฟลอร์กับฉัตรชนก จึงมีเสียงถามกันว่าเธอเป็นใคร โดยเฉพาะปพน ปฐมาตอบเสียงเครียด

ว่าลูกแม่บ้านที่บริษัทและแม่ค้าขายผัก ปพนพูดอย่างไม่พอใจว่า “งั้นเหรอ” ปฐมาย้ำเสียงเครียดว่า

“สำหรับตาใหญ่ ต้องหนูกนกแขเท่านั้นค่ะ”

ไม่เพียงเต้นรำกันอย่างหวานชื่น เมื่อจบเพลงแล้วปภาคินยังก้มจูบหน้าผากฉัตรชนกด้วย

ส่วนที่บ้านของปรานที่กำลังจัดฉากละครรอยอดีตอยู่เป็นฉากโฉมเฉลากำลังเต้นรำอยู่กับปกป้องที่เล่นเป็น

ปราน อรนภาในบทพิมพ์แขเต้นกับฉายฉานอยู่ ดาวรายที่ดูจอมอนิเตอร์อุทานทึ่งว่า

 “โห พี่เชนทร์ ไม่ยักรู้ว่าขวัญอุมาเต้นรำเก่งขนาดนี้ เหมือนเจ้าหญิงเลย” คเชนทร์ชมว่าสวยสง่ามาก “แต่ลูกแม่ค้าขายผักทำไมเต้นรำเก่งล่ะพี่ ไม่ผิดบทหรือ”

คเชนทร์บอกว่าไม่รู้ล่ะ แต่ตนซื้อ จะบอกคุณจี๊ดว่าเรื่องหน้าพีเรียด เต้นรำกระจายต้องเอายัยขวัญมาเล่น พอเพลงจบ คเชนทร์ปรบมือชมว่า “สวยงาม ทั้งภาพ ทั้งแสง ทั้งเสียง นักแสดงยอดเยี่ยม เป็นการเปิดฉากกล้องที่ประสบความสำเร็จจริงๆ รอเช็กสัญญาณภาพและเสียงก่อนแป๊บนะจ๊ะ”

แต่ปรากฏว่าพอเต้นรำจบขวัญอุมาก็โงนเงน

ซบกับปกป้อง ปกป้องตกใจ ฉายฉานคาดว่าคงเป็นลม

บอกให้พามานั่งก่อน

เมื่อขวัญอุมารู้สึกตัวก็งงว่าตนเป็นอะไร ลูกปลากับตวงจะพาไปโรงพยาบาล ขวัญอุมาบอกว่าตนไม่ได้เป็นอะไร งงๆไปนิดเดียว ถามว่า

“ขวัญทำอะไรผิดหรือเปล่าคะ” ลูกปลาบอกว่าไม่ คเชนทร์ปลื้มมากชมว่าขวัญเต้นรำสวยมากจริงๆ “ขวัญน่ะเหรอคะ...เต้นรำได้สวยอย่างนั้นเชียว สวยเหมือนใคร เหมือนโฉมเฉลาหรือฉัตรชนก” ขวัญอุมายังถามงงๆ

ฉายฉานรู้สึกแปลกแต่ไม่พูดอะไร แต่ลูกปลา แต้วแร้ว ต้อยติ่ง และแอ๊ดดี้ต่างวิพากษ์วิจารณ์กันว่าบางทีเห็นขวัญอุมาตาแข็งด้วย เขาลือกันว่าเป็นเรื่องจริงไม่ใช่หรือ แต่แล้วก็พากันทำท่ารูดซิปปากว่าไม่พูดไปจะดีกว่า สมัยนี้อะไรแปลกๆมีเยอะ

แต่ขวัญอุมาไม่รู้สึกว่าตัวเองไม่สบาย บอกฉายฉานว่ารู้ไหมนิยายเรื่องนี้เขียนมาจากเรื่องจริง ฉายฉาน

พยักหน้าหงึกๆ ขวัญอุมาเล่าอย่างรู้สึกจริงจังว่า

“บางทีนะ ขณะที่ขวัญกำลังเล่นละครเรื่องนี้ ขวัญรู้สึกเหมือนขวัญกำลังเป็นใครบางคนที่ไม่ใช่ตัวขวัญ”

ฉายฉานถามว่าเพราะการแสดงหรือ ขวัญอุมา บอกว่าไม่ใช่ ใครบางคนกำลังอยากให้คนทั่วไปได้รู้ความจริง...มันบิดเบือน มันไม่จริง ฉายฉานถามว่าโฉมเฉลาหรือ ขวัญอุมาบอกว่าไม่ใช่ อาจเป็นใครบางคนที่จริงกว่าโฉมเฉลา

ลูกปลาไปเอายาหอมมาให้ ขวัญอุมาบอกว่าตอนนี้ตนไม่ต้องการยาหอมแล้ว ให้ฉายฉานเถอะ เขาอาจต้องการมากกว่าตน ลูกปลายื่นยาหอมให้ ฉายฉานไม่รับ แต่กลับถามว่า

“ลูกปลา ใครบางคนที่จริงกว่าโฉมเฉลาคือใคร”

“หา...มาอีกแล้วเหรอ” ลูกปลาตาโต

ฉายฉานเข้าใจว่าขวัญอุมาหมายถึงลูกปลา พยักหน้าแล้วเดินตามขวัญอุมาไป ลูกปลารู้สึกวิงเวียนขึ้นมา เลยยกยาหอมขึ้นดื่มเองหมดถ้วย

ที่บริเวณฉากเต้นรำบ้านปราน ขวัญอุมาเดินมาถึงฉากพร้อมฉายฉาน

“กะเวลาได้เป๊ะทีเดียวขวัญ เอ้กับปกป้องถ่ายเสร็จพอดี”

“แหม...พี่เชนทร์ดูสิคะ นักแสดงรุ่นนี้วินัยดีเยี่ยมจริงๆ มารอเข้าฉากกันเร็วเหลือเกินค่ะ ไปดูมอนิเตอร์เช็กภาพกัน” อรนภาเดินเข้ามาจับแขนฉายฉาน ฉายฉานยิ้มให้อย่างอารมณ์ดี

อรนภาควงแขนฉายฉานข้างหนึ่ง ไปควงแขนปกป้องอีกข้าง พาเดินไปที่จอมอนิเตอร์ ขวัญอุมามองตาม อย่างหมั่นไส้แล้วเดินตามไปเพราะเดี๋ยวต้องเข้าฉากด้วยกัน

“เยี่ยมมาก เอ้...ปกป้องก็ใช้ได้เลย เรื่องนี้เกิดเต็มตัวแน่พ่อคุณ” คเชนทร์หัวเราะร่า

ปกป้องหัวเราะเสียงดัง ฉายฉานจับมือแสดงความยินดีกับปกป้อง อรนภาหอมแก้มปกป้องอย่าง

ยินดี  พอเห็นฉายฉานมองก็จับแก้มฉายฉานอย่างเอาใจ

ขวัญอุมามองภาพที่อรนภาฉกผู้ชายไปพร้อมกันสองคนอย่างรู้สึกคุ้นมาก

ooooooo

เมื่อคเชนทร์ส่งรูปกลับมาให้วิยาดาแก้ ปรากฏว่าเธอไม่สามารถแก้ได้ดั่งใจทั้งที่อยากทำให้งานออกมาดีกว่านี้ ดูรูปขวัญอุมาแล้วบอกธีรัชว่าแววตานี่ถ้าได้ตัวจริงมานั่งเป็นแบบจะเยี่ยมเลย

ธีรัชบอกว่าดีแล้วที่ไม่มีตัวจริง ถ้าตัวจริงมาคงบ้านแตกมากกว่าจะได้รูปสวย แล้วบ่น

“แผลนี่ทำผมจำแม่นเลยฮะแม่ เจอยัยคนนี้

แต่ละครั้งผมเจ็บตัวตลอด” วิยาดาติงว่าเจ้าคิดเจ้าแค้น “เรียกว่าเข็ดดีกว่าฮะแม่” ว่าแล้วทำโบกมือลาเดินกลับเข้าไป

วิยาดามองธีรัชแล้วหันกลับมาดูรูป ในที่สุดก็วางอุปกรณ์ลงอย่างหมดอารมณ์ที่จะทำงาน

ฝ่ายธีรัชเข้าไปที่ห้อง มองออกไปที่หน้าต่าง

ใจคิดถึงขวัญอุมา ถามตัวเองอย่างสับสนว่า

“ขวัญอุมา  เธอคือฉัตรชนกอย่างนั้นหรือ เรื่องนั้นมันเป็นความฝันหรือความจริงหรือเป็นเพียงนิยาย?”

ธีรัชมองแผลที่มือคิดถึงขวัญอุมาที่เดินมาชนและทำแผลให้ พึมพำกับตัวเอง


“เราไม่น่าพบกันเลย...นังแม่มด นังตัวร้าย ตัวซวย”

ธีรัชเดินออกมาจากด้านใน...อีกมิติหนึ่งปภาคินก็เดินออกมาต้อนรับฉัตรชนก ภาพธีรัชกลายเป็นปภาคินเหมือนกับธีรัชเดินข้ามไปในอดีต ปภาคินมองฉัตรชนกด้วยแววตาชื่นชมดั่งต้องมนตร์ พริบตาเดียวภาพนั้นก็กลับมาเป็นปัจจุบัน!

ทันใดนั้นคล้ายเกิดพายุปั่นป่วนในสมองของธีรัชจนเขาทรุดตัวลง วิยาดาเห็นพอดีร้องเรียกและวิ่งเข้าประคองเขาไว้ถามว่าเป็นอะไร ธีรัชพยายามสลัดภาพแปลกๆนั้นไปจากสมองแต่ก็ยังยืนโคลงเคลง วิยาดาบอกให้เข้าไปนอนพักก่อน ให้แม่ตามหมอไหม

“ผมไม่ได้เป็นอะไรครับแม่” วิยาดาถามว่าไม่ได้เป็นอะไรแล้วล้มลงไปได้ยังไง พรุ่งนี้ต้องไปตรวจร่างกายแล้ว “ผมไม่เป็นไรจริงๆครับแม่ เหมือนผงอะไรมันเข้าตา ตอนนี้หายแล้ว แม่มีอะไรหรือเปล่าครับ”

“ตามหาลูก จะชวนไปกินของว่างไง น้ำชาตอนบ่าย” วิยาดาบอกพลางสังเกตอาการของเขาด้วย

วิยาดาพาธีรัชไปนั่งดื่มน้ำชาข้างรูปที่วาดค้างไว้แต่ถูกเลื่อนไปเหมือนจะหยุดวาดไว้ก่อน จัดเป็นที่นั่งดื่มชากันแทน ธีรัชหยุดมองไม่เดินตามเข้าไป วิยาดาชวนดื่มน้ำชากันตรงนี้ดีไหม

“ผมเห็นจะกินไม่ลงครับแม่” วิยาดาถามว่าเป็นอะไร “ผมเบื่อหน้ายัยคนนี้ ผมว่าเขา...จริงๆแล้วผู้หญิงคนนี้เป็นคนไม่ดี” วิยาดาตกใจถามว่าไปว่าเขาอย่างนั้นได้ยังไง ไปรู้จักมักจี่ตัวจริงเขาที่ไหน “คนดีหรือไม่ดี เรารู้สึกได้ไม่ใช่หรือครับ คนที่หลอกลวงหว่านเสน่ห์ ใครไปตกหลุมเข้าจะซวยไปตลอดชีวิต”

“รัช...เครียดเกินไปหรือเปล่าลูก เพิ่งเคยเห็นเขา จะเที่ยวไปตัดสินเขาอย่างนั้นไม่ได้นะ อีกอย่างเขาเป็นดารา ถ้าเราไม่อยากยุ่งกับเขาก็อย่าไปยุ่ง ถ้าไปพูดถึงเขาในแง่ไม่ดี ใครได้ยินเข้าเราอาจจะเป็นคนเสียหาย

มากกว่าเขา” ธีรัชฮึดฮัดบอกแม่ว่าเลิกวาดรูปเขาเถอะ วิยาดาติงว่า “ถ้าไม่ชอบเขาก็เลิกสนใจเขา วันนี้เราพูดถึงขวัญอุมามากไปแล้วนะ”

ธีรัชรู้สึกตัว หลบสายตาแม่ที่มองอย่างสังเกต รู้สึกสับสนแต่ไม่สามารถอธิบายอะไรได้

ooooooo

ในงานวันเกิดของปภาคิน กนกแขอกแทบแตกเมื่อเห็นปภาคินเต้นรำกับฉัตรชนกอย่างมีความสุข ธนาจึงชวนกนกแขออกไปเต้นรำกัน กนกแขประชดว่าครูธนาคงอยากเต้นรำกับฉัตรชนกมาก ตนยินดีเต้นเป็นเพื่อน


ฝ่ายปภาคินที่เต้นรำกับฉัตรชนกอย่างมีความสุข ถามว่าเธอเคยมาที่นี่ไหม ฉัตรชนกบอกว่าไม่เคยมา

เคยแต่ผ่าน ปภาคินบอกว่านึกว่าวรดาเคยชวนครูมาเที่ยว บ้าง ถ้าวรดาไม่ชวนตนก็ชวนเองเลย ถามว่าชอบปลูกต้นไม้ไหม ฉัตรชนกบอกว่าปลูกผัก เลี้ยงปลา ไม้ดอกสวยๆก็ลงไว้บ้าง

ปภาคินบอกว่าที่นี่มีที่กว้างมากอยู่ด้านหลัง

ให้ช่วยไปดูหน่อยได้ไหมว่าจะปลูกต้นไม้กลิ่นหอม

อะไรดี แล้วพาฉัตรชนกเดินออกด้านหลังเข้าไปในสวน กนกแขชะงักมอง แต่ถูกธนาจับให้เต้นรำต่อ

ปภาคินพาฉัตรชนกไปดูที่ ถามว่าควรปลูกต้นอะไรดี ฉัตรชนกบอกให้ปลูกต้นราตรีมีกลิ่นหอมตอนเย็น เพราะกลางวันเจ้าของบ้านมักไปทำงานไม่ได้อยู่บ้าน ปภาคินบอกว่าตนจะให้คนหามา ได้แล้วจะปรึกษาฉัตรเรื่องปลูกอีกที เพราะเขาว่ากันว่าไม่ใช่ทุกคนจะปลูกต้นไม้ได้งอกงามจริงไหม

“มีความเชื่ออย่างนั้นจริงๆ แต่ฉันกับแม่ปลูกต้นไม้ทุกอย่างก็ได้ดอกได้ผลงอกงามตามที่ต้องการเสมอ”

ปภาคินจับมือฉัตรชนกขึ้นมาดูเอ่ยชื่นชม “ต้องเป็นมือที่ให้ชีวิต เป็นมือที่มีคุณค่าอย่างยิ่งทีเดียว”

กนกแขกับธนาเดินมาจากด้านหลังพอดี กนกแขพูดประชดทันทีว่าแอบมาคุยกันตรงนี้เอง ธนาเขาเป็นห่วง พูดเหน็บกับธนาว่า

“จะห่วงอะไรคะ เห็นไหมคะธนา ฉัตรเขาอยู่กับเจ้าของบ้าน”

ปภาคินชี้แจงว่าตนถามฉัตรเรื่องปลูกต้นไม้เลยพามาดูที่ แล้วชวนกนกแขกลับไปเต้นรำกันต่อไหม

กนกแขบอกว่าเดี๋ยวตนอยากฟังฉัตรพูดเรื่องต้นไม้

สักหน่อย ปภาคินบอกรีบตามไปนะแล้วเดินกลับเข้าไปในงาน ธนายืนละล้าละลังรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกินจึงเดินตามปภาคินไป

เมื่ออยู่กันสองคน กนกแขถามฉัตรชนกว่าแนะนำอะไรคุณใหญ่ไปบ้าง พอฉัตรชนกบอกก็ทำเสียงตกใจว่าช่างกล้า บ้านช่องของเขาไม่ใช่บ้านเรา เป็นตนยังไงก็ไม่กล้า พูดมากไปเขาจะคิดว่าเราอยากมาอยู่ ฉัตรชนกติงว่าคิดอะไรมากมาย แค่เขาถามตนก็ตอบเท่านั้น

กนกแขเสียงเครียดว่า

“แต่เดินเข้ามาตอบกันสองต่อสอง” แล้วถาม

เชิงขู่ว่าแล้วสระน้ำนี่ควรปลูกอะไร พอฉัตรชนกบอกว่าเป็นบัวก็สวยงามดีแล้ว กนกแขหัวเราะพูดเป็นนัยว่าถ้าลงไปซ่อนในน้ำเอาใบปิดหัวก็ไม่มีใครหาเจอสินะ

ฉัตรชนกติงว่ากลางค่ำกลางคืนเขาถือไม่ใช่หรือไม่ให้พูดเรื่องซ่อนแอบซ่อนหาอะไร แล้วชวนกลับไปในงาน

ดีกว่าเพราะหายกันออกมาตามลำพังทั้งๆที่ไม่ใช่

เจ้าของบ้านจะไม่งาม พลางเดินนำไป

“งานวันนี้จัดขึ้นเพื่อให้คุณใหญ่ได้รู้จักคนแถวนี้ทั้งหญิงและชาย บางทีอาจจะมีใครสักคนเป็นที่ต้องตาต้องใจคุณใหญ่ก็ได้...แต่มีอยู่คนเดียวเท่านั้นที่พ่อแม่ของคุณใหญ่จะยอมรับได้” กนกแขยังสำทับตามหลัง

 ฉัตรชนกชะงักถอนใจอย่างอึดอัด กนกแขเหยียดยิ้มร้ายกาจแล้วเดินตามไป

ooooooo

เวลาเดียวกันขวัญอุมานอนสะดุ้งจากฝันร้ายทะลึ่งพรวดขึ้นพูดเครียด “ร้ายกาจนักนังนี่”

ลูกปลาที่อ่านบทอยู่ตกใจถามว่าอะไรยัยขวัญ ขวัญอุมากลับถามว่าตนฝันไปหรือ แต่มันเหมือนจริงมาก ลูกปลาถามฝันว่าอะไร

“ฝันว่าเพื่อนรักทรยศหักหลัง เพื่อนรักหน้าตาเหมือนยัยเอ้ มันเหมือนจริงมากนี่นา แถมยัยเอ้ยังชอบพูดจาขวางๆอีก” ลูกปลาติงว่าเอ้ไม่ใช่เพื่อนเธอเพราะเพิ่งมาเจอกันก็งานนี้เอง “งั้นก็คงเป็นคนหน้าเหมือนเพื่อนขวัญ แต่มันจะต้องเจ็บ เจ็บมากเลยรู้ไหม”

ลูกปลาบอกว่าปล่อยวางบ้างเถอะ อย่าให้สังหรณ์อะไรมันมาเกาะกุมใจมากนัก จะทำให้งานเราออกมาไม่ดี

“มันสลัดไม่ออกน่ะสิพี่ลูกปลา พอเผลอมันก็เข้ามา ทั้งฝัน...ทั้งความรู้สึกว่ามันไม่ใช่ ตอนถ่ายละครบางทีก็รู้สึกเหมือนเคยผ่านเหตุการณ์นั้นมาแล้ว บางทีก็รู้สึกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเราจริงๆมันไม่ใช่อย่างนี้”

“เป็นเอาหนัก พอแล้วล่ะขวัญ พรุ่งนี้เช้าต้องไปถ่าย ไปทำงาน นอนๆๆ” แล้วปิดไฟเลย

“ความจริง...ความจริง ฉันต้องรู้ความจริงให้ได้” ขวัญอุมาย้ำกับตัวเองในความมืด

รุ่งขึ้นพอมาถึงบริเวณที่จะถ่ายละครซึ่งเป็นฉากบ้านสวนของโฉมเฉลา คเชนทร์พาขวัญอุมาไปดูบ้านและสวนที่จัดแต่งไว้แล้วถามว่าสวยไหม เหมือนในบทเป๊ะเลย ขวัญอุมาดูแล้วบอกว่ามันตรงเป๊ะแต่คนสมัยก่อนไม่น่าจะปลูกพืชอย่างเดียวทั้งสวนในเมื่อเขาอยู่บ้านนี้ด้วย

คเชนทร์นึกได้บอกว่ามันน่าจะมีสวนครัวด้วย ขวัญอุมาบอกว่าต้องมีเล้าเป็ด ส่วนไก่ก็มีกรงอยู่อีกมุมหนึ่งใต้ต้นไม้เผื่อจะเก็บไข่กิน คเชนทร์เห็นด้วยบอกดาวรายให้ไปจัดการ ขวัญอุมาได้ดั่งใจก็ขอตัวไปแต่งตัว

คุณจี๊ดมาที่ที่พักแต่งตัวนักแสดง ฉายฉานกับอรนภาที่นั่งหยอกเย้ากันอยู่รีบยกมือไหว้ คุณจี๊ดถามถึงขวัญอุมา อรนภาบอกว่าไปดูฉากบ้านเขาอยู่คงตรวจว่าสมจริงไหม พอดีขวัญอุมาเดินมา พอคุณจี๊ดถามว่าเป็น

ยังไง เธอบอกว่าสวยดี ขวัญชอบ คุณจี๊ดบอกว่าชอบก็ดีแล้ว แล้วถามถึงปกป้อง ตวงบอกว่ายังไม่มา ตนโทร.ตามแล้วแต่ไม่รับสาย คุณจี๊ดบอกว่าถ้ามาแล้วให้ตวงโทร.เรียกตนด้วย จะเดินไปดูฉากแป๊บนึง


แต่คุณจี๊ดไม่ทันไปก็มีเสียงบ๊ิกไบค์กระหึ่มเข้ามา แล้วพุ่งเข้ามาจอดอย่างน่าหวาดเสียว

ปกป้องนั่นเอง! คุณจี๊ดหันมองอย่างไม่พอใจนักที่ปกป้องมาสาย ปกป้องบอกว่าตนบึ่งมาเต็มที่แล้ว แต่แผนที่ไม่ชัดเจนเลยต้องแวะถามทาง คุณจี๊ดบ่นว่าบอกแล้วว่าให้รถตู้มาส่งเพราะรู้ทางดี ปกป้องทำเสียงอ้อนว่ามาต่างจังหวัดทั้งทีก็อยากขี่รถมาบ้าง

“นี่พ่อคุณ ให้มาเล่นเป็นหมอนะไม่ได้ให้มาเล่นเป็นสิงห์นักบิด” คุณจี๊ดบอกให้เลิกขี่มอเตอร์ไซค์เสียเพราะอันตราย เป็นนักแสดงต้องรู้จักทะนุถนอมตัวเอง ปกป้องแก้ตัวไปเรื่อยส่วนเรื่องเวลานัดตนก็เร่งมาจนมาถึงได้ใกล้เวลา แล้วอ้างว่าฉายฉานก็ยังไม่ได้แต่งตัว ยังไงตนก็ไล่ทัน ว่าแล้วจะเลี่ยงไปทางห้องพัก แต่แล้วต้องชะงักเมื่อคุณจี๊ดพูดเสียงเข้ม

“นายปกป้อง ฉันเตือนนายนะ ถ้าจะเล่นละครของฉันต่อไป เลิกขี่ไอ้บ๊ิกไบค์ มาทำงานไม่ได้ไปเที่ยว แล้วจะพูดครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ถ้าอยากเป็นนักแสดงที่มีอนาคตต้องรู้จักถนอมตัวเอง ต้องเตรียมพร้อมสำหรับงาน บทอยู่ไหนเอามาหรือเปล่า”

ปกป้องอึ้งเพราะไม่ได้เอาบทมา ปดว่าตนฝากไว้ที่ตวงแล้วขอไปเอาบทเลย

ooooooo

คุณจี๊ดไปดูฉากบ้านโฉมเฉลาแล้วพยักหน้าพอใจ ขวัญอุมาเดินเข้ามาพูดกับคุณจี๊ดว่าดีขึ้นมาก

ดูเป็นบ้านทีเดียว คุณจี๊ดบอกว่า “ใช่...ดูใช่มากๆ”

เหล่านักแสดงเดินถือบทเข้ามาหาคเชนทร์

คเชนทร์กำกับการแสดงทันที ขวัญอุมามองบรรยากาศในฉากอย่างพอใจและเริ่มฉากที่ตัวเองอยู่กับแม่ที่แปลงผัก ขวัญอุมาบอกให้แม่ไปแต่งตัวก่อนตนล้างผักคนเดียวได้ คงเสร็จพอดีกับแม่แต่งตัวเสร็จ

พอแม่กลับถึงบ้านก็เจอปภาคินมากับวรดา เขาขับรถมาจอดหน้าบ้านพอดี ลงจากรถบอกว่าตนมาหาครูฉัตร แม่บอกว่าฉัตรยังอยู่ที่สวนผัก จึงขอไปดู แม่กลัวเสื้อผ้าจะเปรอะเปื้อน เขาบอกว่าตนมีชุดกีฬามา แม่จึงเอาหมวกให้ใส่ไปด้วย วรดาถามว่าแล้วน้องล่ะ ปภาคินบอกว่ารอในบ้านก็แล้วกัน

“นั่งรอในบ้านเถอะค่ะ แดดแรงคุณจะไม่สบาย เชิญทางนี้ค่ะ”

นวลอนงค์เชิญปภาคินเดินตามตนไป เขาไปหยิบกระเป๋าใบเล็กที่รถแล้วเดินตามไป

ปภาคินเปลี่ยนเป็นชุดกีฬาเดินไปหาฉัตรชนกที่กำลังล้างผักที่ร่องสวนถามว่าให้ตนช่วยอะไรไหม?

“ไม่เป็นไรค่ะ จวนเสร็จแล้ว”


ปภาคินนั่งลงตรงข้ามกับฉัตรชนกดูเธอล้างผัก อดไม่ได้เลยหยิบผักมาแกว่งกับน้ำในร่องสวนบ้างแต่ดินร่องสวนลื่นเขาเลยไถลลงในร่องสวน ฉัตรชนกตกใจที่เสื้อผ้าเขาเปื้อนหมดบอกให้ขึ้นมาเปลี่ยนเสื้อผ้าเสีย ปภาคินรู้สึกผิดที่ทำให้ผักเสียหาย บอกให้ส่งผักมาอีกตนจะช่วยล้าง แล้วนั่งพิงร่องผักสบายๆล้างผักอย่างคล่องแคล่ว

กลายเป็นสองคนช่วยกันล้างผัก และฉัตรชนกก็รับผักที่ล้างแล้วจากปภาคินมาจัดเรียงไว้ในตะกร้ากันอย่างมีความสุข

ความไม่คุ้นเคยกับชีวิตในชนบท พอถึงสะพานเล็กๆที่จะข้ามไปเข้าบ้าน ปภาคินก็ลังเล ฉัตรชนกจึงรับตะกร้าผักมาถือเอง กระนั้นเขาก็ยังตกน้ำจนได้

วรดาได้ยินเสียงตกน้ำวิ่งออกมาดู เห็นพี่ชายยืนอยู่ในน้ำหัวเราะเขินๆ พอตะกายขึ้นมาได้ก็จะมาช่วยถือตะกร้าผักอีก ฉัตรชนกบอกว่าตนถือเองได้

นวลอนงค์ในชุดพร้อมออกไปขายผัก ออกมาเห็นฉัตรชนกกับปภาคินช่วยกันถือตะกร้าผักคนละข้างหัวเราะกันร่าเริงก็นิ่งคิด

เมื่อฉัตรชนกมาช่วยแม่มัดตะกร้าผักกับจักรยาน นวลอนงค์เตือนลูกว่า

“ฉัตร...ระวัง รักษาตัว รักษาใจเราให้ดีนะ”

“โธ่แม่ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ คงมาเที่ยวดูบ้านเมืองเฉยๆ เพิ่งกลับจากเมืองนอก คงไม่เคยเห็นสวนผัก ดูสิคะ ตกน้ำตกท่าเป็นหลายหน”

“ไม่เคยเห็น ไม่เคยมี เพราะเขาต่างจากเรา

พอต่างเขาก็สนใจเพราะมันแปลก ฉัตรต้องสัญญากับแม่นะว่าจะระมัดระวังใจของเราให้ดี ไม่ให้เผลอไปกับเขา” ฉัตรชนกบอกว่าตนเพิ่งรู้จักเขาได้ไม่กี่วันเอง แม่อย่ากังวลไปเลย “แม่ต้องกังวล แม่ห่วงทุกเรื่องนั่นแหละ ฉัตรก็รู้ แม่ไม่มีใครนอกจากฉัตร”

“แม่คะ...ฉัตรก็ไม่มีใครนอกจากแม่เหมือนกัน” ฉัตรชนกจับมือแม่เหมือนสัญญา นวลอนงค์ถอนใจแล้วขี่จักรยานออกไป

ooooooo

การถ่ายละครในฉากที่บ้านของโฉมเฉลาเริ่มขึ้นแล้ว คเชนทร์ถือบทกำกับโดยมีปกป้องและฉายฉานประคองอยู่ข้างๆและขวัญอุมายืนถือตะกร้าไข่คล้องแขนอยู่คนเดียว

“ตอนนี้โฉมเฉลาพยายามจะเรียกร้องความสนใจจากผู้ชายสองคนนี้นะ ถึงได้ชวนไปกินข้าวในบ้านว่า ‘ไปกินข้าวกันไหมคะ ไข่นี่โฉมเพิ่งเก็บมาจากเล้าเป็ด ยังอุ่นอยู่เลย’...”

“ในบทมีด้วยหรือคะ เรื่องเก็บไข่” ขวัญอุมาทักท้วง

“ก็ตอนที่คนเขียนเขาเขียน เขาไม่รู้ว่ามีเล้าเป็ดนี่จ๊ะ ตอนนี้มีเล้าเป็ดแล้วพี่ก็เติมให้ไง โฉมหยิบไข่เป็ดออกมาโชว์ด้วยนะ”

ปกป้องกับฉายฉานคุยกันจุ๊กจิ๊ก คเชนทร์เตือนให้มีสมาธิกันหน่อยแล้วกำกับต่อ


“ขวัญลองดูสิ ให้เขาตามเข้าไปด้านในแค่คนเดียว ที่เหลือก็ต้องตามมาแล้ว...เอ้า เข้าที่” คเชนทร์ถอยไปเห็นทุกอย่างเข้าที่แล้วก็สั่ง “แอ็กชัน!”

อรนภาลุกขึ้นชวน “กลับกันสักทีดีไหมคะ” ปกป้องกับฉายฉานรีบเข้าไปยืนขนาบทันที และขวัญอุมาก็หิ้วตะกร้าไข่เป็ดเข้ามา คเชนทร์สั่ง “โฉมมองเลย ให้เห็นเลยว่าพิมพ์แขเอาผู้ชายไปหมดแล้ว”

ขวัญอุมาเล่นตามคำสั่งเหมือนจะเดินเข้าบ้าน แต่แล้วหันกลับมาทำหน้าซื่อชวน

“ไม่กินข้าวเช้าด้วยกันก่อนหรือคะ ฉันอยากได้คนช่วยทำกับข้าวจริงๆ มีไข่เป็ดที่เพิ่งเก็บมายังอุ่นๆ

อยู่เลยนะคะ ธนกฤต...”

ฉายฉานที่เล่นเป็นธนกฤตรีบเดินมาหาขวัญอุมา อรนภาตามมาด้วย ปกป้องเลยต้องตามมาอีกคน

“คัต ดีมากขวัญ เดินเข้าไปด้านในเลยนะ เอาจริงเลย”

ที่หน้าจอมอนิเตอร์ คุณจี๊ดนั่งอยู่ ครู่หนึ่งคเชนทร์มานั่งที่เก้าอี้หน้าจอมอนิเตอร์ถามทุกคนพร้อมแล้วนะคุณจี๊ดถามว่า

“ไหนใครว่าขวัญเรื่องมาก ไม่เห็นมีอะไรเลย เล่นก็ดี๊ดี”

“พูดกันรู้เรื่องแล้วค่ะคุณจี๊ด ไม่มีอะไร เพียงแต่บางเรื่องที่ขวัญเขาคิดว่ามันไม่ใช่ตัวละคร แต่วันนั้นก็เคลียร์กับคุณเชนทร์แล้วนะคะว่าถ้ามีหลักฐานอะไรก็เอามาคุยกัน จริงไหมคะคุณเชนทร์” ลูกปลาถาม

“อ่า...ครับ ที่แน่ๆฉากนี้ไม่มีปัญหาครับ...” แล้วคเชนทร์ก็สั่งในวิทยุให้นับไปเลย

พอเริ่มนับถอยหลังถึง 1 ขวัญอุมาก็เดินเข้าฉากมาเหมือนที่ซ้อมไว้

คุณจี๊ดพอใจมากกับฉากละครพีเรียดที่ใช้ของเก่าโบราณบอกว่างดงามและใกล้ธรรมชาติจริงๆ ขวัญอุมามองอาหารบนโต๊ะแล้วเปรยว่าที่นี่สวนผัก ไม่มีผัดผักสักจานหรือ คุณจี๊ดเห็นด้วยสั่งให้ไปหาผัดผักร้อนๆ สักจาน พร็อพวิ่งออกไปทันที อรนภามองอึ้ง ทึ่ง ที่คุณจี๊ดทำตามขวัญอุมา

ฉายฉานยักคิ้วให้อรนภาทำนองว่า ใครๆก็ฟังความเห็นขวัญอุมา

ooooooo

เวลาเดียวกัน...ที่บ้านฉัตรชนก เธอชวนปภาคินกับวรดากินข้าวเช้าด้วยกัน ฉัตรชนกเข้าครัวครู่เดียวก็มีทั้งผัดผักและไข่เจียวร้อนๆหอมฉุยมาตั้งโต๊ะโดยมีวรดาช่วยจัดจานช้อนส้อมมาพร้อม

“ผักของเรา ไข่ก็เก็บมาเมื่อเช้านี้เองค่ะ เสียดายว่าไม่มีปลาเลยวันนี้”

ปภาคินพูดอย่างเกรงใจว่าแค่นี้ก็รบกวนครูฉัตรมากแล้ว วรดาบอกว่าครูฉัตรทำคนเดียวเดี๋ยวเดียวก็เสร็จ ฉัตรชนกบอกว่าของง่ายๆแม่เตรียมให้หมดแล้วเหลือให้ทำเองร้อนๆเท่านั้น ปภาคินชมว่าคุณแม่ครูมีเมตตามากไม่ทราบว่าท่านทำอะไรในห้างฝรั่ง


ฉัตรชนกบอกว่าแม่ทำอาหารทั้งไทย ฝรั่ง และทำงานบ้านให้ฝรั่ง ปภาคินชมว่าเก่งจัง แม่เรียนจากที่ไหนหรือ

“ฉันก็ไม่รู้ค่ะ เกิดมาก็เห็นท่านทำอยู่แล้ว ทั้งรับจ้างทำงานบ้านแล้วก็ทำสวนผักอีกด้วย แม่ทำงาน หนักมากแล้วก็เก่งมากๆด้วย”

วรดาชมว่าครูก็เก่งเหมือนกัน ปภาคินพยักหน้าเห็นด้วย ฉัตรชนกตักไข่เจียวให้วรดากับปภาคินชวนกินข้าวกันเถอะ ปภาคินตักข้าวใส่ปาก มองฉัตรชนกชมว่าอร่อยมาก ฉัตรชนกต้องก้มหน้าทำเป็นกินข้าวแก้เขิน

ส่วนที่กองละคร กำลังถ่ายฉากห้องอาหารบ้านโฉมเฉลา มีขวัญอุมาแสดงเป็นโฉมเฉลา อรนภา ปกป้อง และฉายฉาน แสดงเป็นพิมพ์แข ปรานและธนกฤต กำลังกินข้าวอยู่เหมือนกัน

ขวัญอุมารู้สึกเหมือนเห็นภาพที่เกิดขึ้นในอดีตครั้งนั้น เธอมองและยิ้มให้ปกป้องเหมือนยิ้มให้กับปภาคิน เอ่ยอย่างจริงใจ

“ขอบคุณค่ะ...ฉันหวังว่าจะได้ทำอาหารให้คุณปรานบ่อยครั้งกว่านี้”

อรนภามองขวับขยับจะค้านการแสดงของขวัญอุมาแต่คนอื่นต่างมีสมาธิในการกินเลยต้องเงียบไป

ที่หน้าจอมอนิเตอร์ คเชนทร์ดูการแสดงแล้วชมว่าลื่นไหลดีจัง คุณจี๊ดเอ่ยปลื้มว่า

“นี่แหละขวัญอุมา ใช่เลยกับบทนี้ โฉมเฉลามาเองแท้ๆ”

“คราวนี้ยัยขวัญคงเลิกบ่นเรื่องบทสักทีจริงๆนะฮะพี่จี๊ด เวลาทำละครที่มันใช่เนี่ย มันมีความสุขจริงๆ ลืมเหนื่อยเลย”

“แน่นอน...พี่เนี่ยโชคดี ได้พบนักแสดงดี ผู้กำกับดี ละครมันถึงใช่เสียทุกเรื่องไงล่ะจ๊ะ”

ลูกปลานั่งอยู่ใกล้ๆ ทีแรกก็ยิ้มปลื้ม แต่แล้วทำปากขมุบขมิบทำนองว่าไม่ใช่หรอกไม่มีทางเลิกบ่นแน่

แต่ที่ห้องแต่งตัว อรนภากระฟัดกระเฟียดเข้ามาบ่นว่าเราแสดงเกือบตายไม่ยักกะตัดรับเรา ฉายฉานบอกว่าฉากนี้เป็นฉากที่โฉมเฉลาใส่เสน่ห์ปรานสำเร็จไม่ใช่หรือก็ต้องเน้นเขาสองคนสิ พอถูกติงเรื่องนี้ อรนภาก็หันไปบ่นเรื่องอื่นว่า วันนี้เพิ่งเห็นชัดๆว่าพี่เชนทร์ปลื้มยัยขวัญผิดปกติ ฉายฉานก็แก้ให้อีกว่า พี่เชนทร์แกปลื้มทุกคนแหละ ถ้าฉากไหนเอ้เด่นแกก็ปลื้มเอ้ ไม่ต้องกังวลใจ ทำงานของเราไปตามหน้าที่

“เราทำตามหน้าที่ แต่คนอื่นทำให้เราทำหน้าที่ไม่ได้เต็มที่น่ะสิคะ” อรนภาตะแบงไปเรื่อย

“เราก็อย่ายอมสิจ๊ะ ขัดข้องอะไรก็บอกพี่เชนทร์ แกใจกว้างพร้อมรับฟังเสมอ ที่สำคัญแกเป็นคนชอบแก้ปัญหาให้ใครต่อใครได้ทุกคนเลย”

เมื่อหาพวกไม่ได้ อรนภาก็ชมว่าฉายฉานมองโลกในแง่ดีมากๆเสมอ ถามว่าเคยบวชเรียนมาหรือยัง

ฉายฉานเล่าว่าเคยบวชสามเณรฤดูร้อน แต่ตอนนั้นไม่เข้าใจธรรมะอะไรเท่าไหร่ แต่ตนสนใจเรื่องศาสนา อ่านและศึกษาธรรมะจากพระเกจิอาจารย์เสมอ บอกว่าถ้าเอ้ชอบจะแบ่งมาให้อ่าน ทั้งเซ็นและเต๋านี่คุยกับตนได้เลย อรนภาบอกว่าวันหลังสอนตนบ้าง ตนยังไม่รู้เลยว่า ต่างกันยังไง เซ็นกับเต๋าเป็นศาสนาอะไร

“เต๋าเป็นลัทธิความเชื่อเกี่ยวกับพลังธรรมชาติ ส่วนเซ็นเป็นนิกายหนึ่งในศาสนาพุทธ” อรนภาถามว่าแล้วจะช่วยให้เราแสดงได้ดีขึ้นไหม “ต้องลองดูนะ ลองค้นหาดูว่าความเชื่อต่างๆเหล่านี้จะช่วยในการทำงานของเราได้ไหม”

อรนภารบกวนฉายฉานให้ช่วยสอนตนด้วย ฉายฉานบอกว่ายินดี ยิ้มให้อรนภาอย่างถูกชะตากันมาก

ooooooo

คืนนี้หลังถ่ายละครเสร็จ ลูกปลาขับรถพาขวัญอุมากลับบ้าน ขวัญอุมาหลับมาตลอดทาง ถึงบ้านแล้วปลุกให้ลงจากรถยังเดินครึ่งหลับครึ่งตื่นเข้าบ้านไปนั่งหลับๆตื่นๆที่ห้องนั่งเล่น

ลูกปลาขนของเข้ามาถามว่าทำไมยังไม่ไปนอนพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า เล่าว่าวันนี้ทั้งคุณจี๊ดและคุณคเชนทร์ชมขวัญกันใหญ่เลยว่าเล่นดี พูดกันว่าขวัญทำเป็นบ่นแต่ก็สวมบทลื่นปรื๊ดดด พูดขำๆว่า

“ฉันยังขำเลย ฉากเก็บไข่ ทำไร่ แหม ไม่รู้แอบไปทำไร่มาตั้งแต่เมื่อไหร่”

“เปล่าหรอก ฉันไม่ได้ทำ โฉมเฉลาไงเป็นคนทำ” แล้วขวัญอุมาก็หมุนคอทั้งหน้ามาหาลูกปลา ลูกปลาร้องกรี๊ดจะหนีไปทางไหนก็ปิดประตูหมดแล้ว ขวัญอุมาหัวเราะขำ ลูกปลาบอกว่าอย่าเล่นอย่างนี้ “ก็มันจริงนี่พี่ลูกปลาเล่นละครเรื่องนี้แปลกจัง บางทีเหมือนเรากำลังมองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยสายตาของคนอื่น ใครก็ไม่รู้ที่เป็นเจ้าของเรื่องนี้”

“อื๊ย...ไม่เอา อย่าพูด กลัว ไม่เอา โอ้ยต้องไปทำบุญกันแล้ว พรุ่งนี้ตื่นแต่เช้าแวะไปใส่บาตรก่อนไปกองกันเถอะ” พูดแล้ววิ่งขึ้นชั้นบนไปเลย ขวัญอุมาหัวเราะเดินไปปิดไฟแล้วตามขึ้นไป

ooooooo

รุ่งขึ้นแดดส่องจ้าแล้ว ขณะลูกปลาในชุดพร้อมเดินทางกำลังค้นหาบทละครที่จะถ่ายวันนี้ที่ห้องทำงานบ้านขวัญอุมาอยู่ ขวัญอุมาในชุดนอนก็ถือโทรศัพท์เข้ามา บอกว่าพี่ตวงโทร.มา

ลูกปลารับโทรศัพท์ไปบ่นว่าโทร.มาตามแต่เช้า แต่พอพูดโทรศัพท์ก็กลายเป็นว่า ตวงโทร.มาบอกว่าเมื่อคืนไฟไหม้โลเกชันบ้านปรานวอดทั้งหลังต้องหาโลเกชันใหม่ การถ่ายละครจึงต้องเลื่อนไปก่อน

ลูกปลาเลยชวนขวัญอุมาว่าว่างสามวันเราไปเที่ยวต่างจังหวัดกันดีไหม ถามว่าจะไปไหนดี ขวัญอุมาเสนอให้ไปศรีราชา ลูกปลาโอเคทันที

วันเดียวกันนี้ บ้านวิยาดาที่ศรีราชาก็เกิดเรื่องตกอกตกใจเมื่อธีรัชนอนไม่ตื่น วิยาดาไปเคาะประตูก็ไม่มีเสียงตอบรับประตูก็ล็อก จึงบอกให้สุดใจไปตามช่างพงษ์ลูกชายลุงหวายให้เอาบันไดมาปีนหน้าต่างที่เปิดอยู่

ที่แท้ธีรัชกำลังฝันถึงเรื่องราวในอดีต ในฝันธีรัชที่กำลังหลับถูกทับซ้อนโดยร่างของปภาคินที่กำลังกระสับกระส่ายหน้าตาหมองคล้ำผมเผ้าหนวดเครารุงรังอย่างไม่ได้ดูแลตัวเองเพราะต้องมนตร์ดำที่กนกแขทำใส่

ปภาคินรู้สึกมีผ้าขาวชุบน้ำวางบนใบหน้าและลูบไล้อย่างแสนรัก ทะนุถนอม เขาเพ้อ

“ฉัตร...สุดที่รัก...ฉัตร” พลันก็เหมือนมีอะไรบางอย่างทำให้เขาเพ้อเป็น “แข...แขมาหาพี่ก่อน...แข”

แต่พอลืมตากลายเป็นวิยาดากำลังเช็ดหน้าให้อยู่ พอวิยาดาถาม “เป็นยังไงบ้างลูก” ธีรัชก็เหมือนถูกเรียกกลับมา แต่ยังรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นใครอีกคนหนึ่ง เขาลุกขึ้นแต่ยังเวียนหัวจนเอามือกุมหัวไว้

วิยาดาเข้าประคองบอกว่าเดี๋ยวจะให้ลุงหวายเอารถออกพาไปหาหมอ ธีรัชบอกว่าตนไม่เป็นอะไรเพียงแต่นอนเพลินไปหน่อยเท่านั้น วิยาดาติงว่าเพลินอะไรแม่เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ได้ยินจนต้องให้ตาพงษ์เอาบันไดมาปีนหน้าต่างเข้ามาเปิดประตู

“อย่างนั้นหรือครับ...นอกจากตาพงษ์แล้วมีใครเข้ามาในห้องนี้อีกไหมครับ”

ธีรัชงงๆเพราะรู้สึกว่ายังมีใครอีกคนที่อยู่กับตน แต่พอวิยาดาบอกว่าไม่มี ก็บอกแม่ว่าตนไม่เป็นอะไร

วิยาดาบอกว่าลูกตัวร้อนมากซ้ำยังเพ้อเรียกชื่อแข...ถามว่าเป็นใคร

“ชื่อมันแว่บเข้ามาในหัวเอง อะไรบางอย่างทำให้ผมคิดถึงชื่อนี้ขึ้นมา แต่ผมไม่รู้ว่าคนคนนี้เป็นใคร”

วิยาดาถามว่าหรือจะเป็นพิมพ์แขจากรอยอดีต “รอยอดีตหรือฮะแม่...รอยอดีต”

วิยาดาจับตัวธีรัชเพื่อให้ได้สติ แต่แล้วก็แปลกใจเอามืออังหน้าผากอุณหภูมิกลับเป็นปกติอย่างน่าแปลกใจ ธีรัชถามว่า “เป็นอะไรหรือฮะแม่”

“เหมือนไข้จะหายไปหมดแล้วนะ” คำตอบของวิยาดาทำให้ทุกคนมองกันไปมาอึ้ง

เมื่อวิยาดาเอาน้ำต้มผักมาให้กินจะได้ชื่นใจ ธีรัชถามแม่ว่าตนเป็นอะไรหรือเปล่า ตนเองก็ไม่รู้ตัวตอนนี้มันก็เลือนๆไปแล้ว คงฝันไปว่าตัวเองป่วยมาก เป็นอะไรก็ไม่รู้ เหมือนอะไรบางอย่างที่ร้ายกาจมันเข้ามาเกาะกุมทำให้สับสน วิยาดาสังหรณ์ถามว่า

“นึกถึงผู้หญิงจากเรื่องรอยอดีตน่ะหรือลูก” สุดใจพึมพำว่าเหมือนโดนเสน่ห์ “เสน่ห์อะไรกันมันเรื่องนิยายไม่ใช่คนจริงๆสักหน่อย” สุดใจชี้ไปที่รูปขวัญอุมาบอกว่าคุณคนนั้นเป็นคนจริง

วิยาดาดุว่าเพ้อเจ้อ ขวัญอุมาเป็นนักแสดงจะมาทำเสน่ห์ใส่ธีรัชทำไม สุดใจบอกว่าอาจเป็นรูปลงอาคมเหมือนในลิเก วิยาดาเอ็ดว่าบ้าไปใหญ่แล้ว รูปนั้นตนเขียนเองใครจะไปลงอาคมล่ะ สุดใจเลยถามว่าแล้วจะให้ลุงหวายไปนิมนต์พระที่วัดอยู่ใช่ไหม

“ใช่...ไปเดี๋ยวนี้เลย” ธีรัชถามว่าพระอะไร “จะให้รัชไปถวายสังฆทานที่วัดหน่อยไงลูก”

ธีรัชฟังแล้วครุ่นคิดอะไรบางอย่าง เขาเดินไปที่ห้องวาดรูป ดูรูปขวัญอุมาที่ชำรุด บอกแม่ว่า

“รอยอดีต...น่าแปลกนะครับแม่ ในฝันของผมผู้หญิงคนนี้ไม่ยักร้ายกาจเหมือนโฉมเฉลาในนิยาย เธอมีความเยือกเย็น ไม่รุ่มร้อนอย่างนี้สักนิด” วิยาดาติงว่าลูกเคยบอกว่าไม่ชอบเขา “จริงครับแม่ เขาอาจจะหน้าซื่อใจคดก็ได้”

“โฉมเฉลาในนิยายก็เป็นคนอย่างนั้นจริงๆ จริงไหม หลอกผู้ชายรอบข้างให้รักเธอได้ทุกคน ทั้งปราน และธนกฤต ยอมทำทุกอย่างเพื่อเธอได้ทั้งสิ้น”

ธีรัชรู้สึกถึงความเจ็บปวดเหมือนแผลกรีดใจที่เจ็บปวดได้ทุกเวลา...

ลูกปลาขับรถพาขวัญอุมาบ่ายหน้าไปศรีราชา ระหว่างทางขวัญอุมาหลับฝันร้ายจนร้องกรี๊ด พอตื่นก็ถามว่าตอนนี้เราอยู่ที่ไหน ลูกปลาถามว่าเป็นบ้าอะไรอีกแล้วล่ะ ขวัญอุมาบอกว่าไม่รู้ฝันเลอะเทอะอีกแล้ว ฝันซ้ำๆ ลูกปลาถามว่าท่องบทมากไปหรือเปล่า บอกให้ลุกนั่งดีๆและช่วยดูทางให้หน่อย

ooooooo

ขวัญอุมาดูทางสายตาเหลือบเห็นเป็นตึกเย็น บ้านของวิยาดา บอกลูกปลาให้หยุด แล้วเปิดประตูรถพรวดออกไปที่หน้าบ้านกดออดเรียก ลูกปลาบ่นว่าบ้าไปแล้วบ้านใครก็ไม่รู้

วิยาดาออกมาเปิดประตู พอเห็นขวัญอุมาก็ตาโตดีใจเรียก “คุณขวัญอุมา” ลูกปลารีบขอโทษบอกว่านึกว่าเป็นบ้านเพื่อนแล้วเร่งขวัญอุมาให้ไปกันเถอะ

วิยาดาเชิญเข้าบ้านให้ไปดูรูปที่ตนวาดสักหน่อย บอกว่าตนเป็นคนวาดรูปขวัญอุมาที่แสดงในเรื่องรอยอดีต กำลังคิดอยู่ว่าถ้าได้เห็นคุณขวัญตัวจริงจะวาดให้สวยกว่าเดิม

พอขวัญอุมาเข้าไปดูรูป สุดใจที่เป็นแฟนคลับตัวจริงดีใจมากจัดขนมข้าวต้มมาต้อนรับมากมาย ขวัญอุมาถามวิยาดาว่าจะให้ตนเป็นแบบตอนไหนดี วิยาดาว่าสะดวกตอนไหนก็วาดตอนนั้นเลย ถามว่าวันนี้จะพักที่ไหนกันถ้าไม่รังเกียจที่บ้านมีห้องพักแขกว่างอยู่สองห้อง ตนจะได้ให้คนเตรียมอาหารเย็นไว้ให้จะได้แก้งานให้เสร็จเพราะจะต้องขอแสงตอนเช้าด้วย ขวัญอุมาบอกว่าให้ตนนอนห้องเดียวกันก็ได้ แล้วชวนลูกปลาไปดูห้องกัน

ระหว่างเดินไปดูห้อง บังเอิญสวนกับธีรัชพอดี พอเจอหน้ากันก็เกิดปฏิกิริยาทันที ธีรัชถามว่าสองคนมาที่นี่ทำไม สุดใจรีบแนะนำว่าธีรัชเป็นลูกคุณวิยาดา ขวัญอุมาเสียความรู้สึกมากชวนลูกปลากลับ ลูกปลาบอกให้สุดใจพาไปดูห้องก่อน บอกขวัญอุมาว่าใจเย็นๆ เข้าไปคุยกันในห้องก่อน แล้วดึงขวัญอุมาตามสุดใจไปเลย

ขวัญอุมาจะกลับแต่ลูกปลาติดใจเสียแล้ว กล่อมว่าเราเป็นคนของประชาชนและเขาก็ต้อนรับเราอย่างดีขนมก็กินแล้วน้ำชาก็ดื่มแล้ว มาถึงตอนนี้แล้วทำอะไรไม่ได้นอกจากเดินหน้าต่อไป

ขวัญอุมาบ่นว่าทีแรกนึกว่าธีรัชเป็นเมสเซนเจอร์ส่งของ ไม่คิดว่าจะมีสง่าราศีเป็นถึงลูกเจ้าของคฤหาสน์ ถ้ารู้แต่แรกก็ไม่รับคำชวนเป็นแบบให้วาดรูป ไม่ยอมรับคำชวนให้พักค้างคืนที่นี่หรอก

ลูกปลาหว่านล้อมว่าเมื่อเราออกเดินทางมาเส้นนี้แล้วเพราะฉะนั้นเราต้องเดินหน้าต่อไปไม่ถอยหลัง

ฝ่ายธีรัชก็ไปโวยกับแม่ว่าทำไมให้ยัยคนนี้มาพักที่บ้าน วิยาดาบอกว่าตนเคยบอกแล้วว่าอยากได้ขวัญอุมามาเป็นแบบให้ เมื่อเขามาแล้วจะไม่ให้แม่ต้อนรับและขอให้เป็นแบบให้แม่ทำงานอย่างที่ต้องการหรือ และเมื่อขวัญอุมายอมเป็นแบบแม่เลยชวนค้างเพราะแสงตอนเช้าตรงนี้สวยมาก กล่อมธีรัชว่า

“ลูกลองเปิดใจกว้างสักหน่อย ลองฟังเสียง... พรหมลิขิต ขวัญอุมาอาจเป็นสิ่งที่ชะตาชีวิตกำลังจะบอกอะไรเรา” ธีรัชสวนทันทีว่าบอกว่าเราจะซวย “แต่แม่ไม่เชื่ออย่างนั้น เรามาดูกันไหม...”

ooooooo

ธีรัชทำตามคำขอร้องของแม่ ค่ำนี้เขาจึงเข้าครัวทำอาหารมื้อเย็นต้อนรับขวัญอุมากับลูกปลา มีทั้งอาหารไทยและอาหารฝรั่ง วิยาดาบอกขวัญอุมาว่าเลือกตามใจชอบเลย

ลูกปลาถามว่าคุณธีรัชเป็นพ่อครัวด้วยหรือ วิยาดา บอกว่าพ่อครัวสมัครเล่นเพราะตอนอยู่เมืองนอกก็ทำอาหารกินเอง แล้วเชิญไปที่ห้องอาหารกันเลย

เมื่อไปถึงห้องอาหาร ลูกปลาชมว่าบรรยากาศเหมือนย้อนยุคเลย เหมือนในวังเก่า วิยาดาเล่าว่าบ้านหลังนี้คุณตาซื้อมาจากเจ้าของเดิมเพราะรำคาญพวกก่อสร้างตึกแถวโรงแรมที่กรุงเทพฯเลยขายเสียเลย แล้วออกมาอยู่ต่างจังหวัด ส่วนตารัชยังเรียนอยู่ก็ให้อยู่หอพัก พอทำงานก็ไล่ขึ้นคอนโดไปเสีย ขวัญอุมาชมว่า

“บ้านเก่าแต่สภาพบ้านยังดีอยู่เลยนะคะ”

“พอดีคุณตาเป็นช่างเลยเรียกให้เขามาดูมาซ่อมไป ตึกนี่สร้างตั้งแต่สมัยปลายรัชกาลที่ 6 หรือต้นรัชกาลที่ 7 โครงสร้างยังแข็งแรงอยู่มาก” ขวัญอุมามองไปรอบๆ บอกว่าเหมือนยังมีชีวิตอยู่ในอดีต “เป็นเสน่ห์ของตึกเก่า สร้างบ้านเพื่ออยู่จริงๆ...พรุ่งนี้จะเดินชมให้ทั่วเลยทีเดียว”

ธีรัชเข้ามาถามว่าอาหารถูกปากไหม ลูกปลาชิงตอบว่าอร่อยมาก ยอดเยี่ยมมากทั้งอาหารและที่พักจนอยากอยู่ยาว ธีรัชถามขวัญอุมาว่ามีความเห็นยังไงเกี่ยวกับสเต๊กปลาของตนบ้าง

“อร่อยมาก จนฉันรู้สึกเหมือนย้อนยุคไปกินอาหารที่ไหนสักแห่ง ดีที่ไม่มีเรื่องลึกลับอะไร”

“ดีที่คุณนางเอกชอบ” ขวัญอุมาบอกว่าตนชื่อขวัญอุมาจะเรียกว่าขวัญเฉยๆก็ได้ ธีรัชบอกว่าตนชื่อธีรัชบอกว่าให้เธอเรียกตนว่ารัชเฉยๆก็ได้เพราะเป็นคนคุ้นเคยกัน ลูกปลาเลยขอแจมด้วยว่าตนชื่อลูกปลาเป็นชื่อที่คนสนิทเรียกกันในวงการ ชื่อเดียวไม่มีชื่ออื่น ทุกคนเลยหัวเราะกันอย่างมีความสุข

คืนนี้ลูกปลานอนหลับปุ๋ยอย่างมีความสุข แต่ขวัญอุมาพลิกตัวไปมาเพราะได้กลิ่นดอกไม้ในความฝัน

เธอลุกขึ้นเดินตามกลิ่นดอกไม้ไปเหมือนต้องมนตร์

เธอเดินมองหาที่มาของกลิ่นดอกไม้มุมโน้นมุมนี้ หยุดที่หนึ่งซึ่งเคยปลูกซุ้มราตรีในอดีต ขวัญอุมาหลับตาสูดกลิ่นพึมพำ

“ราตรี...ใช่แล้ว...ดอกราตรี...กลิ่นราตรี”

“ใช่...กลิ่นราตรีจริงๆ” เสียงธีรัชดังขึ้นก่อนตัวมาถึง ขวัญอุมาตกใจถามว่าคุณมาจากไหน “กรรม...บ้าไปแล้วเหรอคุณ นี่มันบ้านผม”

ขวัญอุมาถามว่าแล้วเขาลงมาที่นี่ทำไม ธีรัชบอกว่าตนได้กลิ่นดอกราตรี กลิ่นอ่อนๆแต่แรงมากเหมือนตนยืนอยู่กลางซุ้มราตรี แล้วกลิ่นก็ห่างออกไป พูดเหมือนอยู่ในความฝันว่า...

“ผมตามกลิ่นดอกไม้นั่นมาจากห้องนอนผมชั้นบน แล้วผมก็เห็นคุณยืนอยู่กลางสนาม พูดถึงกลิ่นราตรีเหมือนกัน...ผมถามคุณมั่งได้ไหม ออกมาพูดถึงกลิ่นราตรีตรงนี้ทำไม สนามนี้ไม่มีราตรีสักต้น”

“มันเคยมีอยู่ตรงนี้...ตรงนี้...นี่ด้วย” ธีรัชถามว่ารู้ได้ไง “ฉันรู้สิ มันแว่บขึ้นมาเอง ถ้าไม่เคยมี แล้วกลิ่นมันมาจากไหน”

ธีรัชบอกว่ามันเคยมีแต่ตอนนี้มันไม่มี แล้วกลิ่นมันจะมาจากไหน ขวัญอุมาผวาพรวดมายืนข้างเขาทันทีบอกว่าอย่ามาหลอกกัน ธีรัชถามว่าเธอเคยมีชื่ออื่นไหม ขวัญอุมาบอกว่าไม่เคยมี ตนใช้ชื่อจริงในการแสดง

“พรุ่งนี้แม่จะวาดรูปคุณอีก ไปนอนเสียเถอะนะ นอนน้อยพรุ่งนี้ตาจะไม่สวย...มา ผมพาคุณไปส่งห้อง” ธีรัชโอบหลังพาขวัญอุมากลับเข้าบ้าน เมื่อถึงหน้าห้องพักเขาเอ่ย

“หลับให้สบายนะคุณ กู๊ดไนท์” แล้วจูบที่หน้าผากเธอ เหมือนพี่ชายที่แสนดี ภาพแว้บขึ้นมาเหมือนปภาคินจูบหน้าผากฉัตรชนกในการเต้นรำงานวันเกิดปภาคิน ...ธีรัชถอยออกไปปิดประตูห้องให้แล้วแต่ตัวเองยังยืนเอามือแตะที่ประตูนิ่ง...

 ooooooo

ขวัญอุมาเข้าห้องแล้วยืนพิงประตู รู้ตัวว่าไม่ควรปล่อยไปอย่างนั้น ต่อสู้กับความรู้สึกอยากเปิดประตูออกไป ในที่สุดก็กดล็อกประตู ธีรัชได้ยินเสียงล็อกประตูก็ลดมือลง ตัดใจเดินกลับไปที่ห้องตัวเอง

ฝ่ายปภาคินกับฉัตรชนก ชี้ให้คนงานปลูกต้นราตรีตรงจุดที่ขวัญอุมาชี้ให้ธีรัชดูเมื่อคืน ปภาคินบอกว่าวันไหนที่ราตรีออกดอกจะขออนุญาตชวนฉัตรมาดูแต่ถ้าฉัตรไม่ไว้ใจ ตนก็จะไปขออนุญาตคุณแม่ พาฉัตรมา

เมื่อปลูกต้นราตรีแต่งสวนเสร็จ ปภาคินพาฉัตรชนกเดินชมเอ่ยอย่างปีติว่า ฉัตรรู้ใจตนเหมือนนั่งอยู่กลางหัวใจ ต่อไปฉัตรคงต้องมาที่รมย์ฤดีบ่อยๆเพราะราตรีแทนใจ แทนความรัก แทนความผูกพันกันชั่วนิรันดร

ฝ่ายขวัญอุมากลับมานอนแล้วแต่ไม่อาจข่มตาให้หลับได้ รำพึงเหมือนตกอยู่ในภวังค์ “กลิ่นราตรี...ดอกราตรี...” ลูกปลารู้สึกตัวไอขึ้น ขวัญอุมาถามว่า ได้กลิ่นดอกราตรีไหม ลูกปลาไม่ได้กลิ่นอะไรเลย ซ้ำยังถามว่าเป็นกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มหรือเปล่าแล้วชักผ้าห่มคลุมนอนต่อ ขวัญอุมาก็พยายามจะหลับ...

รุ่งเช้าขวัญอุมามาที่ระเบียงเตรียมให้วิยาดาวาดรูป ลูกปลาก็ได้รับโทรศัพท์จากคเชนทร์ถามว่าอยู่ไหน

พอรู้ว่าอยู่บ้านคุณวิยาดา คเชนทร์ตื่นเต้นเพราะไม่เคยมาบ้านวิยาดาเลยถามพิกัดอย่างละเอียด

เพียงตอนบ่ายคเชนทร์ก็มาถึงบ้านวิยาดา เขาอุทานว่าไม่เคยรู้มาก่อนว่าบ้านวิเป็นอย่างนี้ นี่มันโลเกชัน บ้านพระเอกเลยนะ เหมือนอย่างกับเขียนเพื่อใช้ที่นี่เลยทีเดียว

คเชนทร์เจรจาขอวิยาดาใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำละคร พอธีรัชรู้ก็แย้งว่าจะเกิดความเสียหายและเสียความเป็นส่วนตัวไป วิยาดาบอกว่าวันเสาร์อาทิตย์ที่ลูกกลับมาก็จะไม่ให้เขาถ่ายแต่ถ้าทีมงานของเขาน่ารักอย่างหนูขวัญกับลูกปลาแม่ก็ไม่รังเกียจที่จะให้เขาใช้

ธีรัชอึ้ง แล้วภาพปภาคินเต้นรำกับฉัตรชนก ภาพปภาคินโอบเอวฉัตรชนที่กลางซุ้มราตรีก็แว่บเข้ามา ธีรัช รู้สึกมึนหัวจนโงนเงน แต่เขาก็หันไปหยิบกระเป๋าจะกลับกรุงเทพฯ วิยาดาบอกให้พักที่นี่ก่อนถ้าไม่มีอะไรค่อยให้ลุงหวายขับรถไปส่ง วันนี้อยู่กินข้าวเย็นกับแขกแม่นะ คเชนทร์ไปดูโรงแรมที่พักเย็นนี้จะกลับมากินข้าวกัน ธีรัชจึงจะอยู่อีกวันเพื่อให้แม่สบายใจ

วันนี้ขวัญอุมากับวิยาดากำลังช่วยกันกำกับการปลูกต้นราตรีที่สวน ธีรัชเดินผ่านมาจึงหยุดดูห่างๆ ได้ยินเสียงขวัญอุมาบอกให้ปลูก “ตรงนี้กับตรงนี้ด้วยค่ะ” ขวัญอุมา รู้สึกว่ามีคนยืนดูอยู่ พอหันไปมองก็สบตากับธีรัช

ธีรัชรู้สึกเหมือนกำลังถูกดูดเข้าไปในห้วงสัมพันธ์ในอดีต พยายามฝืนแต่ก็สุดจะต้านทานได้

ขวัญอุมาเหมือนได้พบคำตอบของปริศนาที่มองหา ความรักเข้ามาห่อหุ้มทั้งสองไว้ราวกับพบโลกใหม่

ooooooo


ละครบ่วงนฤมิต ตอนที่ 3 อ่านบ่วงนฤมิตติดตามละครบ่วงนฤมิต ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย อัชฎา นามปาน,ภีรนีย์ คงไทย 26 ธ.ค. 2561 09:59 2018-12-29T20:57:37+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ