ข่าว

วิดีโอ



บ่วงนฤมิต

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า-พีเรียด

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: นลินี สีตะสุวรรณ

กำกับการแสดงโดย: สำรวย รักชาติ

ผลิตโดย: บริษัท ฮูแอนด์ฮู จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: อัชฎา นามปาน,ภีรนีย์ คงไทย

อรนภาได้ทีที่เป็นต่อแจ้นไปหาคุณจี๊ดทำเป็นเห็นใจขวัญอุมาว่าเขาไม่แฮปปี้กับเรื่องนี้เลย

คุณจี๊ดบอกว่าถ้าไม่แฮปปี้เขาก็ต้องมาบอกเพราะเล่นละครกันมาสามเรื่องแล้วและลูกปลาก็โทร.มาคุยทุกอาทิตย์มีอะไรต้องบอกแล้ว อรนภาติงว่าขวัญอาจเกรงใจเพราะคุณอาเคยพูดว่าเรื่องนี้เหมาะกับเขามาก

“บอกกับทุกคนเลย อ่านหนังสือปั๊บ หน้ายายขวัญลอยขึ้นมาปุ๊บ เรื่องนี้ไม่มีใครเหมาะเป็นโฉมเฉลาเท่าขวัญอุมาอีกแล้ว”

อรนภาสะอึก แต่ยังไม่ละความพยายาม ถามว่าคุณจี๊ดไม่คิดเปลี่ยนคนแสดงเป็นโฉมเฉลาหรือ

“ถ้าเขาเหมาะเราก็ต้องให้เขาเล่น” ปกป้องถามว่าไม่กลัวเขาป่วนเรื่องบทหรือ เพราะเขาบอกตลอดมาว่าไม่ใช่...ไม่ใช่ท่าเดียว คุณจี๊ดตอบอย่างมั่นใจว่า “ไม่ยากนะ เราก็ต้องทำให้เขาใช่! ให้ได้สิ”

อรนภาหมดหวัง สบตากับปกป้องเชิงบอกว่า

ยกนี้ให้ถอยก่อน

ฝ่ายขวัญอุมานับวันยิ่งเชื่อในความคิดของตัวเอง เธอวาดตัวละครและโยงความสัมพันธ์ของตัวละคร วิเคราะห์ให้ลูกปลาที่จำใจต้องนั่งฟังว่า

“พี่ลูกปลาดูนะ ตามบทที่ขวัญอ่านมา โฉมเฉลานี่เป็นเพื่อนกับพิมพ์แขตั้งแต่เด็ก เรียนหนังสือมาด้วยกัน

ที่บ้านนอก คนสองคนนี้อายุเท่าๆกัน จะอ่อนแก่กว่ากันก็ไม่เกิน 3 ปี”

ขวัญอุมาวิเคราะห์ว่าตอนที่โฉมเฉลาเรียนที่กรุงเทพฯก็มีชายหนุ่มคือธนกฤตที่เรียนจบ ม.8 ด้วยกันและต้องมีอายุพอๆกันตามมาอยู่ที่นี่เพื่อสอนหนังสือโรงเรียนเดียวกับโฉม ถ้าธนกฤตไม่รักโฉมจะตามมาทำไม ถ้าไม่อยากแต่งงานกับโฉม แต่ทำไมต้องมาสมคบกับโฉมไปหลอกปรานแต่งงานเพื่อเอาเงิน?

ลูกปลาพยายามแก้ต่างให้โฉมเฉลาเพื่อจะได้จบ ขวัญอุมาบ่นว่าตนอธิบายคอแทบแตกก็ไม่มีใครฟังว่า เรื่องจริงมันไม่ใช่อย่างนี้ มันเป็นอย่างนี้ไม่ได้ ลูกปลาแย้งว่าคนเขียนบทเขาเขียนตามนิยาย

“เวลานี้ฉันไม่สนใจนิยายแล้ว ฉันอยากรู้ความจริง”

ฟังความมุ่งมั่นของขวัญอุมาแล้ว ลูกปลาแทบหงายหลัง เพราะงานเข้าไม่หยุดแน่

ooooooo

ที่บ้านรมย์ฤดี...วันนี้ปภาคินจะไปโรงพยาบาลเพราะนัดหมอใหญ่ไว้ จึงขอยืมรถพ่อ ปพนบอกให้ตาสุขขับไปให้ แล้วสั่งบ่าวให้ไปบอกตาสุขเอารถออก


ปฐมามองปภาคินอย่างชื่นชม ปรารภกับปพนว่า “ทำยังไงดี ลูกเราออกหล่อเหลา อายุก็ควรจะมีครอบครัวแล้ว เราจะหาสะใภ้กันยังไงดี” ปพนบอกให้จัดงานเต้นรำเชิญสาวๆทั้งเมืองมาให้ดูตัวกันโดยไม่สนใจปภาคินที่เขินอายเลย

ไวเท่าความคิด ปฐมาไปหากานติมาเพื่อนรักแม่ของกนกแขที่บ้านปรารภเรื่องจะหาคู่ให้ลูกชาย

กานติมาติงว่าถามตาใหญ่แล้วหรือว่าไม่ได้เอาเมียแหม่มมาด้วย ปฐมาบอกว่าตาใหญ่น่ารักก่อนไปตนก็บอกแล้วว่าอย่าเอาเมียแหม่มมาก็ไม่มีใครจริงๆ จึงอยากชวนหนูแขไปกินข้าวที่บ้านสักหน่อย

กานติมาบอกว่ายัยแขยังเด็กและยังเรียนไม่จบชั้น 8 เลย ปฐมาจึงเชิญกานติมากับท่านเจ้าคุณไปกินข้าวที่บ้านวันอาทิตย์ ย้ำว่าพากนกแขไปด้วย จะได้รู้จักกันไว้

แม้ไม่ได้พูดตรงๆ แต่กานติมาก็ยิ้มยินดีเข้าใจคำเชิญว่าปฐมาต้องการกนกแขไปเป็นสะใภ้

พอตกเย็น กนกแขกลับจากโรงเรียน กานติมาบอกว่าผลัดผ้าแล้วลงไปกินของว่างกันเลย กนกแขบอกว่าตนอยากไปหาฉัตร จะไปคุยเรื่องเรียน ตนอยากเรียนมหาวิทยาลัย มันต้องสอบซึ่งต้องอ่านหนังสือมากๆ

ตนอยากให้ฉัตรแนะนำเรื่องเรียน

กานติมาติงว่ามันค่ำแล้ว แต่ก็ไม่ขัด กำชับให้กนกแขดูแลเสื้อผ้าหน่อยเพราะอาทิตย์หน้าเราจะไป

กินข้าวที่บ้านป้าปฐมากัน กนกแขถามว่ามีงานอะไรหรือ

“ลูกชายป้าปัทเขากลับมาจากอังกฤษแล้วไง

หมอปภาคิน ก็เลยอยากจะให้เจอกับครอบครัวเราหน่อย” กนกแขถามว่าทำไมต้องเป็นครอบครัวเรา กานติมาพูดเป็นนัยว่า “เพราะว่าแขลูกแม่งดงามน่ารัก ป้าปัทเขาชอบใจเราน่ะสิ”

“อ้อ...จะจับใส่ถุงให้ลูกชายเขาหรือคะ แปลกจริง แขไม่ชอบเลย พ่อแม่ที่คิดอย่างนี้มันล้าสมัยแล้ว ไม่เอาหรอกค่ะ ผู้ชายที่ต้องแต่งงานตามคำสั่งของพ่อแม่น่ะ ถ้าแขจะเลือกใครก็เพราะว่าแขรักผู้ชายคนนั้น”

“แขรักใครอยู่หรือจ๊ะ” กานติมาถามอย่างหวั่นใจ

“แขจะรักใครล่ะคะ ยังเด็กอยู่ ยังเรียนไม่จบ แขยังไม่คิดค่ะ ตั้งใจเรียนอย่างเดียว แม่คะ ฝากเอาของว่างห่อให้หน่อยได้ไหมคะ แขจะเอาไปฝากฉัตรเขา แขสงสารฉัตร บ้านฉัตรไม่มีอะไรดีๆกินเลย กับข้าวก็มีแต่น้ำพริกผักจิ้มกับปลา ขนมนมเนยอะไรไม่เคยมีเลยค่ะ”

กานติมาบอกว่าแม่ถึงไม่ค่อยอยากให้ลูกคบกับเขา กนกแขบอกว่าเขาเป็นครูโรงเรียนตนจะไม่คบได้ยังไง แล้วอ้อนแม่ขอขนมหิ้วไปฝากฉัตรด้วย พอแม่พยักหน้า กนกแขก็ยกแขนแม่มาแนบแก้มพูดประจบว่ารักแม่มากที่สุดเลย

กนกแขให้รถมาส่งแล้วให้กลับไปเลย เธอยืนตะโกนเรียกฉัตรชนกให้ออกมารับหน่อยมีของมาฝากด้วย


ฉัตรชนกออกไปรับกนกแขที่ร่องผักที่มีสะพานเล็กๆ แต่กนกแขไม่กล้าข้าม ฉัตรชนกถามว่าทำไม

มาเสียเย็น ชวนกินข้าวด้วยกันไหมตนกำลังจะกินพอดี กนกแขบอกว่าเดี๋ยวค่ำๆค่อยกลับไปกินที่บ้าน ส่วนของกินในตะกร้าที่หิ้วมา บอกว่าเอาไปกินด้วยกัน

ที่บ้านครูธนา ฉัตรชนกถามว่าเย็นป่านนี้แล้วจะไปทำไม

“ฉัตร...ยังหวงครูธนาอยู่หรือ ไหนเธอบอกว่าไม่คิดอะไรแล้ว เราเห็นใจนะ เมื่อตอนครูธนาตามมาจากพระนคร เธอคงคิดว่าครูธนาจะแต่งงานกับเธอใช่ไหม”

“ตายจริง เธอเอาอะไรมาพูด ที่ธนาเขามาเป็นครูที่นี่เพราะฉัตรเล่าให้เขาฟังว่าที่นี่อยู่สบาย โรงเรียนต้องการครูเพิ่มอีก เขาก็เลยมาสมัครสอนด้วย...ก็เท่านั้น”

กนกแขยังพูดเชิงกระแนะกระแหนฉัตรชนกว่าอุตส่าห์มาเช่าบ้านข้างๆกัน ฉัตรชนกบอกว่าเจ้าของที่เดียวกัน เขาถามเรื่องที่อยู่ตนจึงให้มาเช่าใกล้ๆกัน

เป็นเพื่อนกัน เราต่างคนต่างอยู่ บอกว่าถ้าจะไปบ้านครูธนาก็ต้องเดินข้ามท้องร่องไปอีก

ฉัตรชนกเข้าไปบอกแม่ว่าจะพากนกแขเอาของไปแบ่งให้ธนาให้แม่กินข้าวก่อน ตนจัดโต๊ะเสร็จแล้ว

นวลอนงค์เงยหน้ามอง กนกแขจึงไหว้ตามมารยาท นวลอนงค์รับไหว้บอกเชิญตามสบายเลย ฉัตรชนกจึงเดินค้อมตัวผ่านแม่ไป แต่กนกแขที่เดินตามหลัง เดินหลังแข็งผ่านไปเฉยๆ

พอฉัตรชนกพากนกแขไปบ้านธนา เธอรีบชวนกินของว่างกันก่อน บอกฉัตรชนกให้จัดโต๊ะได้เลย ฉัตรชนกถูกสั่งยืนงงพักหนึ่งจึงเดินไปหยิบจานมาจัดขนม ส่วนกนกแขดึงมือธนาออกไปนอกบ้านทันที

เดินไปถึงใต้ต้นไม้ใหญ่ ธนาถามว่าทำไมมาถึงที่นี่ เธอบอกทันทีว่า

“แขคิดถึงครูธนาค่ะ” ธนาติงว่าอันตรายและพ่อแม่รู้เข้าจะว่ายังไง “แขรักของแข แขไม่แคร์ใคร”

ธนาบอกว่าตนไม่อยากให้เธอเสียหาย เรียนจบเมื่อไหร่ตนจะไปสู่ขอทันที กนกแขบอกว่าถึงเวลานั้นอาจช้าไปแล้วเพราะวันนี้ป้าปฐมามาหาแม่ที่บ้าน ท่านพูดถึงลูกชายที่เพิ่งกลับจากอังกฤษ ซ้ำเชิญพ่อกับแม่ไปกินข้าวที่บ้านด้วย

“หมายความว่าคุณนายปฐมาจะมาขอแขให้ลูกชายหรือ...เขาคงเห็นว่าแขเหมาะกับลูกชายเขา จบจากนอกเสียด้วย”

“แต่แขไม่คิดว่าแขจะรักใครได้อีก” กนกแข

ช้อนตาขึ้นมองธนาอย่างแสนรัก


“แข...กนกแขสุดที่รักของผม ผมสัญญาว่าจะดูแลคุณไม่ให้อะไรมาแผ้วพานคุณได้ ให้คุณเป็นยอดหญิงสุดที่รักของผมตลอดไป”

กนกแขมองธนาด้วยความชื่นชมหัวใจอิ่มเอิบกับความรักที่เขามีให้ตน ยกมือธนาขึ้นจูบและแนบแก้ม อย่างเทิดทูนสุดหัวใจ

ฝ่ายฉัตรชนกถูกกนกแขใช้ให้จัดขนมใส่จาน

ก็ทำอย่างใจลอย ตาคอยชำเลืองไปทางที่ทั้งสองเดินไป

ไม่นานธนาก็ชวนกนกแขกลับบ้าน กนกแขถามว่าฉัตรเรียกแล้วหรือ ธนาบอกว่าไม่อยากให้เธอเสียหาย

“ฉัตรเขาเป็นเพื่อนรักของแข เขาไม่ไปเที่ยวพูดหรอกคะ นอกเสียจากว่าเขาจะคิดว่าแขกำลังพรากคนที่เขารักมา”

“แต่ฉัตรเป็นเพื่อนของธนาเท่านั้น ธนาไม่รักใครเท่าแข”

กนกแขยิ้มอย่างมีความสุขที่ตนเหนือกว่า

ฉัตรชนก ชวนธนากลับไปกินขนมแสนหวานของตนกันเถอะ

พอทั้งสองกลับมาถึงห้องโถง ฉัตรชนกเมินไปจากภาพบาดตานั้นทำเป็นจัดขนมต่อ กนกแขทักว่ายังจัดขนมไม่เสร็จหรือ

“เสร็จแล้วจ้ะ มากินกันได้เลย” บอกธนาว่าอร่อยทุกอย่างเลย กนกแขชวนฉัตรชนกให้มากินด้วยกัน

ตนเอามาเผื่อเธอด้วย แต่ตัวเองหยิบขนมป้อนธนาอย่างอ่อนหวาน ธนายิ้มเขินแต่พอเห็นฉัตรชนกเมินไปทางอื่นก็อ้าปากรับขนมชมว่า “อร่อยมากจริงๆแข”

ooooooo

ค่ำแล้วกนกแขกับฉัตรชนกกลับมาที่บ้านโดยธนาถือตะเกียงเดินมาส่ง เขาถามว่าแล้วแขจะกลับบ้านยังไง

“เดี๋ยวรถคงมารับค่ะ ไม่ต้องห่วง...” แล้วเดินมาเอามือลูบแก้มธนาอย่างแสนรัก “แล้วเราเจอกันอีกนะคะ ธนาไม่ต้องห่วง แขจะตามหาหัวใจของแขจนเจอให้ได้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น”

เมื่อธนากลับไปแล้ว ฉัตรชนกชวนกนกแขเข้าบ้าน กนกแขยังยืนมองธนาเดินกลับไปอย่างหลงใหล

“ฉัตร...ครูธนาเขาเป็นคนโรแมนติกมากๆเลยนะ เข้าใจแล้วว่าทำไมผู้หญิงคนไหนๆถึงรักเขา” ฉัตรชนกไม่ตอบแต่แววตาเจ็บแปลบแวบหนึ่ง “ฉัตร...ไหนเธอว่าเธอยอมยกธนาให้ฉันแล้วไง เธอว่าเธอไม่ได้รักเขาแล้วใช่ไหม แต่เธอก็เคยรักเขา...ไม่ใช่สิ เธอสองคนรักกัน รักจนเขาต้องตามเธอมาจากพระนคร แต่นั่นอาจเป็นพรหมลิขิตก็ได้ ฉัตร...เธอนำธนามาให้ฉัน”

“แข ความรักเป็นสิ่งดีงาม เมื่อมันถูกกาลเทศะถูกต้องตามครรลอง ก่อนจะนึกถึงความรัก แขเรียนให้จบชั้น 8 ก่อนเถอะ”


“ไม่ต้องห่วงหรอกฉัตร ฉันไม่ยอมแพ้เธอแน่

เธอจบชั้น 8 ได้คนเดียวหรือ ไม่มีทาง ฉันจะจบชั้น 8 ให้ได้เหมือนเธอ” ฉัตรชนกดีใจที่ได้ยินอย่างนั้นชวนเข้าบ้านกันเถอะ แต่กนกแขยังพูดต่ออย่างอารมณ์ติดพันว่า “แล้วฉันก็จะไม่ยอมให้แม่จับคลุมถุงชน...อีตาปภาคินอะไรนั่นไม่มีวันเลยที่ฉันจะยอม น่าจะแลกกันเนอะฉัตร ฉันจะเอาธนามาเป็นคู่รัก ฉันยกปภาคินให้เธอ เอาไหม”

ฉัตรชนกกัดริมฝีปากเงียบๆ

ooooooo

ที่บ้านวิยาดา ภาพของขวัญอุมาที่วิยาดาวาดใกล้เสร็จ หน้าในภาพเป็นพิมพ์เดียวกับฉัตรชนกแต่อยู่ในชุดพีเรียดเหมาะสมกับตัวละคร วิยาดากำลังแต่งแต้มเก็บภาพครั้งสุดท้าย ไฟระเบียงเปิดสว่างแล้ว

สุดใจเดินเข้ามาถามว่าจะทานข้าวกันหรือยัง

ตนจะได้ตั้งโต๊ะ ชะเง้อมองรูปถามว่าขวัญอุมาใช่ไหม สวยจัง บอกว่าตนเป็นแฟนคลับของเธอและอยากเห็นตัวจริงมาก อยากขอลายเซ็น เห็นว่าไปปรากฏตัว

แถวบ้านตนบ่อยแต่ตนไม่อยู่เลยไม่ได้เห็นตัวจริง

สุดใจยังพร่ำพรรณนาถึงความคลั่งไคล้ดาราในดวงใจว่าแสดงดีสวยด้วย ถามว่าไม่เซ็นชื่อตัวเองใต้รูปหรือ วิยาดาบอกว่าไม่เซ็นเพราะเขาจะเอาไปประกอบละครรอยอดีต สุดใจถามว่าหนังสือที่คุณรัชติดงอมแงมหรือ วิยาดาบอกว่าน่าจะอ่านจบแล้ว เห็นอ่านทั้งวันทั้งคืน

“เห็นเขาว่าเรื่องจริงหรือคะ น่ากลัวจัง นี่มิไหว้กันมากมายหรือคะ ทั้งคณะ แหม...พอรู้ว่าเป็นเรื่องจริงก็ชักจะหนาวๆแล้วค่ะคุณ ดูตาสิ เหมือนมองตาม” สุดใจทำท่าขนลุกขนพอง

วิยาดาหัวเราะบอกว่าถ้าตนเขียนได้อย่างนั้นก็ดีสิ เร่งให้สุดไปปิดบ้านเสีย

“แม่ครับ...เห็นหนังสือรอยอดีตไหมครับ” ธีรัชเข้ามาถาม วิยาดาถามว่าก็ลูกอ่านอยู่ไม่ใช่หรือ “ยังอ่านไม่จบเลยแม่เหลืออีกนิดเดียว หาไม่เจอแล้ว สุดใจล่ะเห็นไหม”

สุดใจบอกยังไม่เห็น วิยาดาชวนมากินข้าวกันก่อนดีกว่า สั่งสุดใจปิดบ้านแล้วตามไปห้องกินข้าวเลยแล้วควงแขนธีรัชออกไป สุดใจยืนใจคอไม่ดีอยู่ตรงนั้นหันไปพูดกับรูปขวัญอุมาว่า

“เรื่องจริงมันดีหรือร้ายนะคุณ แต่ยังไงฉันก็เชียร์คุณเป็นฝ่ายชนะนะคุณขวัญ ในฐานะที่เป็นเอฟซีตัวจริงของคุณ”

แล้วจู่ๆสุดใจก็ขนลุกซู่โดยไม่ทราบสาเหตุ จึงรีบถอยออกไปใจคอไม่ดี

ooooooo

แล้วเหตุการณ์ก็เป็นอย่างที่ลูกปลากังวล เมื่อวันนี้ขวัญอุมากับฉายฉานซ้อมบทด้วยกันเป็นฉากรักพอดี

ในบท ฉายฉานในบทธนกฤตตัดพ้อขวัญอุมาในบทโฉมเฉลาว่าหมดรักตนแล้วหรือถึงได้ตอบตกลงแต่งงานกับนายปราน  หรือเพราะเขารวยกว่า โฉมเฉลาตอบอย่างมั่นคงว่า

“ธนกฤต คุณคงทราบว่าความรักของเราจะยืนยงตราบชั่วฟ้าดินสลาย เคยรักคุณยังไงถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่เปลี่ยนแปร โฉมหวังแต่ว่าคุณจะเข้าใจ ทุกอย่างที่โฉมทำก็เพื่อความสุขของเราในวันข้างหน้า”

ฉายฉานเงยมองขวัญอุมาถามอย่างเข้าใจไม่ได้ว่า

“ตกลงโฉมนี่ไม่ได้รักปรานหรอกหรือ แต่มารักธนกฤตก็น่าจะลงตัวนะไม่เห็นจะต้องมาตีกันเลย”

“เห็นไหม ฉายเห็นเหมือนขวัญเลย เรื่องมันเป็นไปไม่ได้ มันลงตัวตั้งแต่แรกแล้วถ้าโฉมรักกับธนกฤตจริงเพราะปรานก็ถูกหมายมั่นให้คู่กับพิมพ์แขแล้วตั้งแต่ต้น” ขวัญอุมาถามอย่างสมใจที่ฉายฉานพูดเข้าทางตน

คเชนทร์พยายามชี้แจงว่าก็เพราะขวัญเป็นคนดีแต่โฉมไม่ใช่  เขามีแผนมาตั้งแต่แรกแล้ว หญิงจนชายรวย ขวัญอุมาแย้งว่าถ้าชอบความรวยก็อยู่กับปรานเสีย

จะกลับมาอยู่อย่างจนทำไม

“แต่อย่างจนมีชายที่รักไงจ๊ะ รักมาก”

“รัก? จะรักได้ยังไงไม่เข้าใจ ก็คนนั้นเป็นผัว” ขวัญอุมาชี้ไปข้างนอกที่ปรานอยู่ คเชนทร์บอกว่าก็คนนี้เป็นชู้ไง “ชู้เหรอ! หน้าอย่างนี้น่ะหรือเป็นชู้”

ฉายฉานมองทั้งสองที่โต้เถียงกันแล้วชี้มาที่ตน ก็ยักไหล่งงๆ

ooooooo

วันนี้ธนากลับจากงานพอเข้าบ้านก็ตกใจเมื่อเห็นกนกแขมาแอบอยู่ในบ้านแล้ว เขาถามว่าแขเป็นอะไรวันนี้ไม่ไปโรงเรียนหรือ

กนกแขส่ายหน้าน้ำตารินบอกธนาว่าตนไม่อยากอยู่ที่นี่แล้วพาตนไปอยู่ที่อื่นได้ไหม รำพันทั้งน้ำตาว่าตนรักใครไม่ได้อีกแล้วนอกจากเขา ถามอย่างระแวงว่า

“ธนาล่ะคะ รักแขได้ครึ่งหนึ่งของที่แขรักธนาหรือเปล่า บ้านใกล้กันเสียขนาดนี้ ถามจริงๆเถอะ”

“โธ่...แข ผมไม่เคยคิดหลอกใครจริงๆ ผมอาจจะเคยรักฉัตร แต่เดี๋ยวนี้ผมรู้ว่าผมรักใครอื่นไม่ได้แล้วนอกจากแข”

กนกแขจ้องตา โน้มตัวธนาให้จูบตน กระซิบ...

“ธนา...รักแขใช่ไหมคะ บอกแขหน่อยนะคะ ว่ารักแขมากแค่ไหน” 

แทนคำตอบ...ธนากอดกนกแขแน่น ช้อนร่างเธออุ้มไปที่เตียง...

ooooooo

ตกเย็นกนกแขกลับถึงบ้านก็เจอแม่นั่งรออยู่ในห้องนอนแล้ว กานติมาถามทันทีว่าไปไหนมา กนกแข ตอบหน้าตายว่าบอกแม่แล้วว่าไปเรียนพิเศษกับฉัตร วันนี้ปวดหัวเลยไม่ได้ไปโรงเรียน


กานติมาซักละเอียดว่าแล้วใครมาส่ง ทำไมมาถึงแล้วหลบเข้าห้อง กนกแขบอกว่าธนามาส่งเพราะเขาบ้านใกล้กับฉัตรและรีบขึ้นมาอาบน้ำเพราะซ้อนจักรยานมาเนื้อตัวมอมแมม

กานติมาบอกให้เร็วหน่อยคืนนี้จะได้มาเตรียมชุดเพราะพรุ่งนี้ต้องไปกินข้าวกับบ้านโน้น กนกแขบอกว่าตนไม่ไป แม่อยากไปก็ไปเอง กานติมาทำตาโตถามว่า “ตายจริง ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะลูก”

“แขไม่ชอบคลุมถุงชนค่ะแม่ แขอยากแต่งงานกับคนที่แขรักและเขาก็รักแข”

“ก็ยังไม่ได้เจอกัน แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าจะรักหรือไม่รัก”

“นักเรียนนอก กลับมาแล้วต้องมาให้พ่อแม่เที่ยวหาคนรักให้จะยังไงล่ะคะแม่ แม่เองก็ไม่เคยเห็นลูกชายของป้าปฐมาคนนี้เลย แล้วแม่รู้ได้ยังไงว่าเขาจะเหมาะสมกับลูก แขไม่ได้จะแต่งงานกับป้าปฐมานะคะ แขจะต้องแต่งงานกับลูกชายเขา หน้าตาเป็นยังไง นิสัยเป็นยังไงก็ไม่รู้ เขาไปเมืองนอก อยู่เป็นสิบปี ป้าปัฐไม่ได้เลี้ยงเขาตลอดนะคะแม่”

กนกแขพูดจนกานติมาอึ้ง พูดไม่ออก กนกแขผละไปเข้าห้องน้ำแล้วยิ้มดีใจที่เอาชนะแม่ได้

ฝ่ายธนาส่งกนกแขแล้วกลับไปที่บ้านฉัตรชนก นวลอนงค์กับฉัตรชนกกำลังกินข้าว นวลอนงค์ชวนกินข้าวด้วยกัน ธนาบอกว่าตนกินแล้ว บอกว่าตนรอได้จะไปนั่งรอที่หน้าบ้าน แล้วเดินออกไป

แม่ถามฉัตรชนกว่ามีอะไรหรือ ฉัตรบอกว่า

ตนก็ไม่ทราบเหมือนกัน

เมื่อฉัตรชนกออกมาพบ ธนาถามว่าวันนี้กนกแขไม่ได้มาเรียนเพิ่มเติมกับฉัตรหรือ เธอทำหน้าแปลกใจบอกว่าแขไม่เคยมาเรียน เขามาเที่ยวเท่านั้น บอกธนาว่าอยากพบก็ไปหาเขาที่บ้านสิ ติงแกมแซวว่าเวลานี้เขาหายใจเข้าออกเป็นกนกแขเลยนะ

“ฉัตร...ผมรักแขจริงๆนะ รักด้วยหัวใจทั้งหมดของผม...อยากจะรับผิดชอบแขด้วยชีวิตของผมจริงๆ”

ฉัตรชนกบอกว่าก็เดินเข้าไปสู่ขอแขสิ ธนาหน้าเศร้าบอกว่า

“ใครๆก็รู้ แขอยากเรียนจนจบชั้น 8 ใครๆก็มีความหวังกับความก้าวหน้าของแข แต่ที่สำคัญฐานะเราแตกต่างกันมากเหลือเกิน ผมไม่รู้จะเอาอะไรไปขอ แขเป็นลูกพระยา...”

ฉัตรชนกติงว่าทั้งๆที่รู้ว่ามีอุปสรรคมากมายเขาก็ยังรัก ธนาบอกว่าความรักมันสั่งไม่ได้ รู้แต่ว่ารัก ขอร้องฉัตรชนกให้ชวนกนกแขมาบ้านหน่อยได้ไหม

ตนอยากพบแขจริงๆ พอฉัตรชนกส่ายหน้า ก็อ้อนวอน...

“ได้โปรดเถอะฉัตร อกผมจะแตกอยู่แล้ว คืนนี้แม่ของแขจะพาแขไปให้ลูกคุณปฐมากับท่านนายพล

ดูตัว ยังไงเสียผมก็สู้ลูกชายท่านนายพลไม่ได้หรอก เขาทั้งโก้ ทั้งเก่ง ทั้งรวย” ฉัตรชนกถามว่าแล้วคิดว่าแขเขาจะเลือกทางไหนล่ะ “สำหรับผม ผมรู้ว่าหัวใจของแขอยู่ที่ผม แต่...แขก็เป็นลูก มีพ่อมีแม่ บางทีแขอาจต้อง...แต่ถ้าเขาเลือกตามใจพ่อแม่ ผมก็ไม่รู้จะอยู่ได้ยังไงแล้ว”


ธนาเดินหนีมานั่งที่แคร่หน้าบ้านอย่างอัดอั้น พอฉัตรชนกตามมานั่งข้างๆได้ยินเสียงกนกแขแหวขึ้น

“ธนา นี่ยังไงกัน ตกลงยังตัดใจจากฉัตรไม่ได้ใช่ไหม” ธนาตกใจรีบบอกว่าอย่าเข้าใจผิด แต่กนกแขเลือดขึ้นหน้าแล้ว ต่อว่าธนาว่าตนอุตส่าห์มาหาแต่เขากลับมาพลอดรักอยู่กับฉัตร

ฉัตรชนกบอกกนกแขว่าหากเธอกับธนารักกัน

ก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับตนแล้ว ธนามาที่นี่เพื่อถามว่าวันนี้ แขมาที่นี่หรือเปล่า นี่แขก็มาแล้ว หมดธุระของตนแล้วเชิญตามสบาย แล้วเดินเข้าบ้านไป

กนกแขโผเข้ากอดธนา แต่ถูกธนาจับแขนไว้ ลดเสียงลงพูดอย่างมีความหมาย...

“เราไปคุยกันที่บ้านของผมนะแข” กนกแขสบตาธนาอย่างเข้าใจความหมาย แล้วก็จูงมือกันไป

นวลอนงค์ถามฉัตรชนกด้วยความเป็นห่วงว่าเขาจะไปไหนกัน ฉัตรชนกบอกว่าช่างเขาเถอะคงห้ามอะไรไม่ได้ แต่ตนไม่สบายใจที่แขอ้างกับพ่อแม่ว่ามาดูหนังสือกับตน แม่ตกใจบอกให้ไปบอกพ่อแม่แขดีไหม

“เหมือนน้ำท่วมปาก ไม่รู้จะบอกยังไง ทุกคนทำตามใจตัวเองทั้งนั้น พูดไปใครจะเชื่อความหวังดีของฉัตร แขคนหนึ่งล่ะเขาจะหาว่าฉัตรทำไปเพราะหึงธนา พ่อแม่แขก็จะคิดว่าฉัตรอิจฉาลูกเขาไหม?”

พูดแล้วฉัตรชนกก้มหน้า น้ำตาแห่งความอึดอัด น้อยใจไหลอย่างไม่อาจกลั้นได้

ฝ่ายพ่อแม่กนกแขไปที่บ้านปฐมาแล้วจำต้องปดว่ากนกแขปวดท้องไม่ค่อยสบายเลยไม่ได้มาด้วย ปฐมาพูดให้สบายใจพลางนำแขกทั้งสองไปว่า

“ไม่เป็นไร ถือว่าเราได้รู้จักกันไว้ ท่านเจ้าคุณจะได้พบลูกปภาคินของอิฉันด้วย เชิญทางนี้เลยเจ้าค่ะ”

เมื่อมาเห็นปภาคิน ทั้งกานติมาและเจ้าคุณ

สารประดิษฐ์ต่างชื่นชมว่ารูปหล่อผึ่งผายสง่างามมาก ถามว่าไม่เป็นทหารเหมือนคุณพ่อหรือ

ปภาคินบอกว่าตนชอบเรื่องการรักษาพยาบาลมากกว่า เจ้าคุณบอกว่างานโรงพยาบาลงานหนักและเหนื่อยไม่แพ้ทหารเหมือนกัน

“งานที่ทำให้คนอื่นได้สุขสบาย ล้วนแต่เป็นงานหนักและเหนื่อยขอรับ ในเมื่อเรามีโอกาสมากกว่าคนอื่นได้ไปร่ำเรียนวิชาการชั้นยอดมา เราก็ต้องตอบแทนให้กับบ้านเมือง ด้วยการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ร่วมชาติอย่างเต็มที่”

ฟังแล้วทั้งกานติมาและเจ้าคุณสารประดิษฐ์

ยิ่งชื่นชมและเสียดายมากที่วันนี้กนกแขไม่ได้มาด้วย แต่เจ้าคุณก็พูดเปิดทางไว้ว่ายังไงเสียก็ต้องเร่งให้ยัยแขได้มาพบกับพ่อปภาคิน กานติมาพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

ooooooo

ขณะเดียวกันที่ห้องซ้อมบริษัทของคุณจี๊ด มีการนัดซ้อมอ่านบทกัน คเชนทร์นัดว่าวันนี้อ่านฉากตามคิวถ่าย 3 วันแรกก่อน อาทิตย์หน้าเราจะบวงสรวงและปลายเดือนนี้ก็จะเริ่มถ่ายกันเลย


ตวงเห็นขวัญอุมาทำหน้าไม่สู้ดี ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า ขวัญอุมาถามว่าเราจะอ่านฉากไหนก่อนหรือ

“ตอน 1 ฉาก 1 เลยจ้ะ”

คเชนทร์ตอบแล้วอธิบายว่า เรื่องราวของความรักจะเริ่มที่นี่ สำคัญมากเพราะเป็นฉากที่พิมพ์แขมาเจอปรานวันแรกหลังจากที่ปรานกลับจากอังกฤษ สองครอบครัวมางานเลี้ยงดินเนอร์ใต้แสงเทียนในบรรยากาศโรแมนติกสุดๆ พร้อมเพลงจากเครื่องเล่นแผ่นเสียง

ที่เป็นของใหม่มากในสมัยนั้น ย้ำว่า...

“ปรานได้รู้จักกับผู้หญิงที่เขาจะฝากหัวใจไว้จนชั่วชีวิต ณ ที่นั้น...”

“แล้วตัวโฉมเฉลากับธนกฤตล่ะคะ ไม่ได้มาในงานด้วยหรือ” ขวัญอุมาถาม

คเชนทร์อธิบายว่าเป็นเรื่องราวของสองครอบครัวนี้เท่านั้น เป็นการหมายตากันไว้ ตัวโฉมเฉลาเข้ามาทีหลัง หลังจากที่พิมพ์แขเป็นแฟนกับปรานแล้ว ขวัญอุมาถามอย่างรู้เรื่องดีว่า พิมพ์แข โฉมเฉลากับธนกฤตเจอปรานวันเดียวกันไม่ใช่หรือ ครั้งแรกที่ครอบครัวเขาเจอกันพิมพ์แขอยู่กับธนกฤต

“เอ่อ...เราไม่ยักรู้นะว่าขวัญรู้เรื่องดีอย่างกับเป็นคนแต่งเรื่องนี้เอง” อรนภาประชด

คเชนทร์พลิกบทดูงงๆบอกว่าไม่นะ วันแรกที่เขาเจอกันสองคนนี่อยู่กับครอบครัว เป็นงานเลี้ยงต้อนรับปรานที่เพิ่งกลับจากอังกฤษ ขวัญอุมายืนยันว่าวันแรก

ที่มีงานเลี้ยงพิมพ์แขอยู่กับธนกฤต ดาวรายแย้งว่า

“คุณขวัญคะ ธนกฤตไม่ใช่แฟนพิมพ์แขค่ะ

ธนกฤตเป็นแฟนโฉมเฉลารักกันอย่างสุดซึ้งแต่ไม่เปิดเผยให้ใครรู้”

ฟังดาวรายแย้งแล้ว ตวงแอบยิ้ม ปกป้องหัวเราะ อรนภาทำหน้าเบื่อ ในขณะที่คเชนทร์ทำหน้าเวียนหัว อรนภาถามคเชนทร์ว่าจะเอายังไง เรื่องนี้จะจบยังไงดี คเชนทร์พยายามหว่านล้อมขวัญอุมาว่าที่ดาวรายพูดถูกแล้ว ตามเรื่องย่อที่ตนส่งให้ลูกปลาไปแล้วไม่ใช่หรือ

“แต่ขวัญว่ามันไม่ใช่อย่างนี้นะคะ บทไม่ถูกค่ะ”

ปกป้องบอกว่าขวัญเขาไม่ค่อยแฮปปี้กับบท ฉายฉาน ที่ออกตัวว่าตนไม่รู้เพราะยังอ่านไม่ครบแต่ก็ติงว่า ที่จริงขวัญก็เล่นละครที่ไก่เขียนบทมาหลายเรื่องแล้วนี่ ตวงเสริมว่าไก่เขาก็เขียนตามนิยายนั่นแหละ

“อย่างงั้นนิยายก็เขียนไม่ถูกค่ะ” ขวัญอุมาแย้งจริงจัง มองทุกคนอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมไม่ยอมเข้าใจตนเลย

คเชนทร์พยายามคุยกับขวัญอุมาอย่างใจเย็นเพื่อให้ได้ข้อยุติจะได้ทำงานต่อไปอย่างไร้อุปสรรค คเชนทร์รับฟังเหตุผลของขวัญอุมาอย่างใจเย็น รับปากอย่างใจกว้างว่า

“ถ้าเราคุยกันด้วยเหตุผลว่าไอ้ที่มันอยู่ในบทไม่มีเหตุผลยังไง และที่ขวัญเห็นมันมีเหตุผลดีกว่ายังไง อันนี้แหละพี่ช่วยพูดกับคุณจี๊ดเอง เอาเป็นว่าถึงวันนั้นเขียนบทใหม่ไปเลยก็ได้”

ขวัญอุมาขอบคุณที่คเชนทร์ให้โอกาสตน แต่คเชนทร์ก็ขอความร่วมมือจากเธอว่าตอนนี้เรายังไม่มีหลักฐานอะไรใหม่ว่าแท้จริงแล้วเรื่องราวมันเป็นยังไง ตัวละครแต่ละตัวมันเป็นยังไง ฉะนั้น...

“พี่ขอให้ขวัญร่วมมือกับพี่ทำตามบทของยัยไก่เขาไปก่อน ไม่อย่างนั้นงานเราไม่ก้าวหน้า ทุกคนให้คิวมาแล้ว พี่ไม่อยากให้ขวัญต้องมารับผิดชอบกับเรื่องงานสะดุดหยุดไป นะขวัญนะ พี่ขอความร่วมมือ”

ขวัญอุมาขอโทษที่ทำให้มีปัญหา แต่ก็ขอบคุณพี่คเชนทร์ที่ให้โอกาสตน ขอไปดื่มกาแฟสักแก้วก่อนแล้วเดี๋ยวจะตามไปที่ห้องซ้อม

ที่ห้องซ้อม ฉายฉาน อรนภาและปกป้องกำลังวิพากษ์วิจารณ์ขวัญอุมากัน ฉายฉานว่าไม่รู้เป็นอะไร เล่นละครมาสามเรื่องแล้วไม่เห็นเป็นอะไร ส่วนอรนภาก็ผสมโรงแซะในทีว่าไม่รู้เหมือนกันเพราะไม่เคยทำงานด้วยกันเลย อาจจะเพิ่งรู้สึก ‘แปลก’ ที่เรื่องนี้ก็ได้

แต่ปกป้องเห็นว่าเป็นมาหลายครั้งแล้ว เรียกว่าตั้งแต่เริ่มอ่านบทก็ได้เห็นว่าปกติไม่ได้อ่านบทอย่างนี้ ฉายฉานว่าอาจเพราะคุณจี๊ดอยากให้อ่านบทกันก่อนเพราะเราสี่คนไม่เคยแสดงละครเรื่องเดียวกันมาก่อน

“ตอนแรกเอ้ก็คิดว่าขวัญโชคดีนะคะที่มีฉายเข้าใจ คอยแก้ต่างให้ขวัญ แต่ถึงตอนนี้เอ้คิดว่าเราโชคดีกันหมดเลยที่ละครเรื่องนี้มันเข้าใจทุกเรื่องทุกอย่างเป็นหลักในการทำงานอย่างฉายอยู่ด้วย”

อรนภาได้จังหวะชมจนฉายฉานเขิน ก็พอดี

คเชนทร์เปิดประตูเข้ามาบอกว่าขวัญดื่มกาแฟอยู่ให้เขาพักก่อน อรนภายิ้มหวานถามว่า ตกลงจะต่อหรือจะเลิก พอคเชนทร์บอกว่าต่อ ก็แซะอีกว่าแล้วจะต้องเบรกกันทุกหน้าอีกหรือเปล่า


“ไม่หรอกจ้ะ เราก็ไปเรื่อยๆกัน ให้เวลาขวัญเขาสักนิด พี่คิดว่าไม่มีปัญหาอะไรแล้ว ขวัญเป็นคนตั้งใจทำงาน เอาจริงเอาจังกับงานเสมอ”

“เหมือนขวัญเขาไม่ค่อยมั่นใจ เขาไม่มั่นใจอะไรหรือคะ พี่คเชนทร์ทราบไหม” อรนภาหาเรื่องแซะอีก

“อันนั้นพี่ไม่ได้สนใจนะจ๊ะ พี่ให้ขวัญเขามั่นใจในบทบาทของเขากับการทำงานของเรามากกว่า ให้ลูกปลาไปจัดการก่อนแล้วกัน มาทำงานต่อดีกว่า”

อรนภาผิดหวังที่คเชนทร์ไม่เออออกับตน และทุกคนก็เริ่มเปิดบทเตรียมอ่านต่อกัน

ooooooo

หนังสือรอยอดีตที่ธีรัชอ่านเกือบจบแล้วหายไปอย่างไร้ร่องรอย ถามใครก็ไม่มีใครเห็น

แต่แล้วจู่ๆวันนี้ช่วง แม่ของสุดใจก็เดินมาที่ระเบียงวาดรูปของวิยาดาท่าทางกลัวๆกล้าๆ พอมาหยุดที่หน้ารูปวาดของขวัญอุมาก็มองตะลึงเหมือนเจอคนรู้จักกันมานาน พึมพำ

“มาถึงนี่เทียวรึ”

วิยาดาเดินนำสุดใจเข้ามาพร้อมกับกระดาษ

ที่เตรียมมาห่อรูป สุดใจถามแม่ว่ามาถึงนี่ทำไม แม่ย้อนถามว่า

“เขามาถึงนี่กันตั้งแต่เมื่อไหร่?”

สุดใจบอกแม่ว่าไม่มีใครมาหรอก นี่คือรูปวาดคุณผู้หญิงจะเอาไปให้คณะละคร ช่วงถามว่ามีละครมาหรือ วิยาดาเหลือบเห็นหนังสือรอยอดีตในมือช่วง ทักว่าหนังสืออยู่ที่ช่วงนี่เอง ตารัชตามหาอยู่หลายวันแล้ว สุดใจจึงเอาหนังสือจากมือแม่บอกว่าเอาไปคืนคุณผู้หญิงก่อนแล้วแม่กลับไปห้องพร้อมตน ทีหลังอยากทำอะไรก็ไปช่วยในครัว ช่วงบอกว่า “ไม่มีสายบัว”

“ผักอะไรก็เด็ดได้ ล้างได้แม่...คุณคะ ขอพาแม่ไปก่อนนะคะ”

“จ้ะสุดใจ พาป้าช่วงไปห้องก่อน ตรงนี้เดี๋ยวฉันค่อยๆทำเอง”

สุดใจพาแม่ออกไป แต่ช่วงยังหันมองรูปวาดขวัญอุมาเหมือนสะกิดความทรงจำอะไรบางอย่าง...ฝ่ายวิยาดาก็เอาหนังสือรอยอดีตไปให้ธีรัชที่ห้อง

ธีรัชดีใจถามว่ามันหายไปไหนมา วิยาดาก็ไม่รู้ว่าป้าช่วงไปเอามาจากไหน เปรยว่าช่วงสองสามปีมานี่แกหลงๆลืมๆมากจนสุดใจต้องคอยดูกลัวจะเดินหาย

ไปไหน ธีรัชถามว่าแกไม่มีญาติที่ไหนหรือ

“ไม่มีหรอก สุดใจเป็นลูกสาวคนเดียว แต่แกอยู่กับเรามาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ แกก็เป็นเหมือนญาติเรานะยังไงก็คงต้องดูแลกันจนถึงที่สุด”

ธีรัชชมว่าแม่ใจดีเสมอ แล้วรับหนังสือไปอ่านต่อ บอกว่าอีกนิดเดียวก็จบแล้ว ตนอยากรู้ตอนจบ

ooooooo

เช้านี้ขณะกนกแขนั่งกินข้าวเช้าอยู่ กานติมา

ก็ลงมาถามว่าวันนี้ไปโรงเรียนได้แล้วหรือ กนกแข


ตอบอย่างเด็กรักเรียนว่าไม่อยากขาดเรียน ถามว่าเมื่อคืนพ่อกับแม่กลับดึกมากไหม ตนหลับเลยไม่ได้ยินเสียงรถ

ทั้งพ่อและแม่เล่าถึงงานเมื่อคืนอย่างตื่นเต้น 

แม่บอกว่าได้ฟังแผ่นเสียงที่ปภาคินซื้อจากเมืองนอกกระหึ่มดีเหลือเกิน

“เห่อลูกเขยเสียจริง” พ่อหยอก

“คะ?!” กนกแขตกใจ

กานติมาหน้าชื่นขึ้นมาทันทีชมปภาคินว่าหน้าตาดี รูปร่างดี สง่าผ่าเผย สมกับลูกแม่เป็นที่สุด เมื่อคืนทุกคนบ่นเสียดายที่แขไม่ได้ไป แต่ป้าปฐมาบอกว่าจะต้องจัดใหม่อีกครั้ง คราวนี้เป็นงานใหญ่เลยเชิญทุกคนไปถือเป็นการแนะนำปภาคินให้สังคมศรีราชาได้รู้จัก พ่อพูดต่อทันทีว่า

“แต่จริงๆแล้วเป็นงานที่จัดให้เจ้าหญิงของพ่อได้พบกับคนที่คู่ควร คราวนี้ลูกขาดไม่ได้เลยนะ”

กนกแขฟังแล้วกังวลมาก กลัวถูกพ่อกับแม่จับคลุมถุงชน จึงรีบไปหาฉัตรชนกขอให้ช่วยตนด้วย ถามว่าฉัตรชนกยังรักธนาอยู่หรือเปล่า และฉัตรเห็น

เรื่องความรักเป็นอย่างไร

“ถ้าเรารักใครจริงๆสักคน เราคงจะถอนใจจากเขายากมาก มันคงจะเป็นความเจ็บปวดที่ทิ่มแทงหัวใจเราจนตราบชีวิตหาไม่”

ฟังฉัตรชนกแล้ว กนกแขบอกว่าตนรักธนา รักมากอย่างที่จะรักใครไม่ได้แล้ว ฉัตรชนกข่มความเจ็บปวดของตัวเอง เตือนสติกนกแขว่า

ทั้งแขและธนามีอนาคตของตัวเอง อย่าเพิ่งเอาความรักมาเป็นเครื่องผูกอนาคต ถ้าจำเป็นที่จะต้องไปพบกับคุณปภาคินจริงๆ เธอก็ควรไปพบกับเขาก่อน ถ้าทนเขาไม่ได้ค่อยอธิบายให้คุณแม่ฟัง

กนกแขถามฉัตรชนกว่าตนจะยกปภาคินให้

เอาไหม ฉัตรชนกตกใจบอกว่าเธอจะเที่ยวยกใครต่อใครให้ใครไม่ได้หรอก แขเองก็รู้ไม่ใช่หรือว่าความรักบังคับไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นบังคับให้รักหรือบังคับให้เลิกรัก

นวลอนงค์ไปเก็บผักกลับมาพอดีถามว่าแข

ไม่ไปโรงเรียนหรือ กนกแขบอกว่ากำลังจะไป ชวน

ฉัตรชนกไปด้วยกัน แต่ฉัตรชนกจะช่วยแม่จัดผักก่อน พอกนกแขไป นวลอนงค์กอดฉัตรชนกเตือนว่า เรื่องรักน่ะอย่าไปวุ่นวายกับมันมากนัก รักษาใจของเราไว้ให้ดี 

ถ้ามีความสุขก็แล้วไป แต่ถ้าเจ็บเราจะรู้ว่านรกบนโลกนี้มีอยู่จริง

“จ้ะแม่ ฉัตรกลัวนรกมากเลย ฉัตรจะไม่ยอมให้ตัวเองเจ็บปวดเพราะความรักเป็นอันขาด”

นวลอนงค์ตบแก้มฉัตรชนกเบาๆด้วยความรักยิ่ง

ooooooo

ฝ่ายขวัญอุมายอมโอนอ่อนอ่านบทตามที่

คเชนทร์ชี้แจงและขอร้อง แต่พอวันต่อมาเธอก็เก็บกระเป๋าเตรียมเดินทาง ลูกปลาถามว่าจะไปไหน

ขวัญอุมาบอกว่าไปบ้านคนเขียนนิยายเพราะ


พี่คเชนทร์บอกว่าถ้าตนหาหลักฐานใหม่ได้เขาจะยอมเปลี่ยนบท ตนจึงต้องไปหาต้นตอที่ลพบุรี ที่เตรียมกระเป๋าไปเพราะ “ต้องไปให้ได้เรื่อง” ถ้าลูกปลาไม่ไปด้วยตนไปคนเดียวก็ได้ ทีแรกลูกปลาบ่น แต่พอขวัญอุมา

บอกว่าถ้าลูกปลาไปด้วยงานนี้เพิ่มเป็น 35 เปอร์เซ็นต์ลูกปลาก็ไปด้วยทันที

ทั้งสองไปถึงบ้านผู้เขียนหนังสือตามที่อยู่ที่ให้ไว้แต่บ้านเงียบจนน่ากลัว ครู่หนึ่งภารนีในชุดขาวโผล่มาถามว่ามาหาใครหรือ ลูกปลาบอกว่ามาหาผู้เขียนเรื่องรอยอดีต คุณปรานอยู่ไหม ภารนีจำขวัญอุมาได้จึงเชิญเข้าไปคุยกันในบ้าน

ภารนีเชิญทั้งสองไปนั่งคุยกันที่ระเบียง บอกว่าดีใจที่ขวัญอุมาผู้แสดงเรื่องรอยอดีตของคุณพ่อมาเยี่ยมทั้งสองจึงรู้ว่าปรานเป็นนามปากกาของคุณพ่อคุณภารนี ชื่อจริงท่านคือภิรมย์ ท่านเป็นนักเขียนเรื่องสั้นหลายเรื่อง

แต่เรื่องยาวมีเรื่องรอยอดีตเรื่องเดียว

ขวัญอุมาถามว่ามีหนังสือรอยอดีตอยู่ไหม รบกวนขอยืมอ่านหน่อยเพราะหนังสือหมดกำลังพิมพ์อยู่ ภารนีบอกว่าต้องหาเพราะเดี๋ยวนี้ก็ไม่ค่อยได้อ่านหนังสือกันแล้วอ่านสื่ออื่นมากกว่า ห้องหนังสือมีแต่ฝุ่นตนแพ้ฝุ่นด้วย

พอดีเนื้อเย็นแม่ของภารนีกลับมา บอกว่าเรื่องละครอะไรนี่ตนไม่รู้และขอตัวไปหาอะไรมาเลี้ยง

ลูกปลาถามภารนีว่าที่ว่าเรื่องนี้เขียนจากเรื่องจริงใช่ไหม ภารนีบอกว่าน่าจะจริง พ่อเคยบอกว่าเขียนจากบันทึกของคุณลุง เป็นชีวิตของคุณลุงซึ่งตนก็ไม่เคยพบท่านและคุณพ่อก็เสียไปหลายปีแล้ว

“อ้าว...แล้วใครจะรู้ความจริงเรื่องนี้ล่ะ” ขวัญอุมาถาม พอภารนีบอกว่าตนคิดว่ามันเป็นเพียงนิยาย ขวัญอุมาถามว่า “เอ่อ...ไม่ทราบว่าบันทึกของคุณลุงยังอยู่ไหมคะ”

ทั้งขวัญอุมาและลูกปลาช่วยกันพูดว่าเรื่องนี้

สนุกมาก เลยอยากเก็บข้อมูลของละครให้มากที่สุด

เพื่อเข้าถึงตัวละครได้มากขึ้น ภารนีจึงขอให้ขวัญอุมา

ทิ้งเบอร์โทรศัพท์ไว้ ตนหาพบเมื่อไหร่จะโทร.ไปบอก ลูกปลารีบลุกขึ้นยื่นนามบัตรของตัวเองให้บอกว่า

คุณภารนีโทร.ได้ตลอดเวลาเลย

เมื่อออกมานั่งดื่มกาแฟกันที่ร้านอาหารหน้ารีสอร์ตกลางทาง ลูกปลาบ่นว่าเหนื่อยใจในที่สุดก็ไม่ได้เรื่อง


“ไม่รู้สิ ยังไม่ได้เรื่องตอนนี้ แต่ฉันไม่ยอมแพ้นะ ต้องหาหลักฐานมายืนยันกับพี่คเชนทร์ให้ได้ว่านิยายไม่ถูกต้อง” ลูกปลาตกใจถามว่าจะเปลี่ยนเรื่องให้ได้จริงๆหรือ

ขวัญอุมายืนยันว่าตนไม่ได้ต้องการเปลี่ยนเรื่องแต่ตนต้องการความจริง และพี่คเชนทร์ก็รับปากว่า

ถ้าตนหาความจริงมาได้เขายินดีเปลี่ยนบท บอกลูกปลาอย่างมุ่งมั่นว่า

“ยังไงเราก็ต้องตามเรื่องนี้ต่อ ฉันอยากเห็นบันทึกนั่นจริงๆ”

ooooooo

ธีรัชจะกลับกรุงเทพฯแล้ว วิยาดาจึงฝากรูปขวัญอุมากับอรนภาที่วาดให้เอาไปใส่กรอบและให้ช่างเอารูปไปส่งด้วยเพราะละครกำลังจะเปิดกล้องแล้ว

ฝ่ายกนกแข พอกลับจากโรงเรียนถึงบ้านก็ถูกแม่บอกให้ไปวัดตัวเพื่อจะได้สั่งเสื้อจากพระนครไปงานวันเกิดปภาคินพร้อมงานเลี้ยงฉลองการกลับมาเมืองไทยด้วย กานติมาบอกว่างานนี้เป็นงานใหญ่ ป้าปฐมาบอกว่าจะเชิญหลายคน พวกหมอ พวกทำไม้และ

พวกครูโรงเรียนด้วย

กนกแขถามทันทีว่าจะเชิญฉัตรชนกด้วยหรือ เพราะวรดาเป็นศิษย์โปรดของฉัตร กานติมาบอกว่า

ไม่เฉพาะครูฉัตรเท่านั้นหรอก เห็นว่าแขกมาหลาย

สิบคน เพราะอย่างนั้นลูกแม่ต้องสวยที่สุดในงาน

“ค่ะ...แม่ ลูกจะต้องสวยที่สุดในงาน แต่ว่าลูกไม่รับรองว่าลูกจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับลูกชายป้าปฐมานะคะ” กนกแขเชิดหน้าอย่างยโส กานติมาได้แต่มองอย่างอ่อนใจ

บ่ายนี้วรดาเห็นพี่ชายนั่งดื่มชาก่อนกินอาหารค่ำก็ทักว่ายังดื่มชาอยู่อีกหรือ ตนเห็นพวกฝรั่งที่ห้างทำไม้ก็ดื่มกันอย่างนี้ ที่เห็นเพราะแม่ของครูฉัตรทำอาหารให้พวกนายห้างฝรั่งอยู่ ปภาคินได้ยินชื่อฉัตรก็รู้สึกคุ้นหู 

วรดาบอกว่าครูฉัตรเป็นครูประจำชั้นของตน จบชั้น 8 จากกรุงเทพฯเป็นคนดีที่สุด สวยด้วย บอกว่างานวันเกิดพี่ใหญ่ตนเชิญครูฉัตรมาด้วย อวดว่าครูฉัตรสอนตนและยัยแขลูกพระยาสารประดิษฐ์เต้นรำด้วย

“งั้นดีเลย พี่จะจัดงานเต้นรำด้วย”

วรดายังบอกว่าแม่หมายตากนกแขไว้ให้พี่ใหญ่ด้วย ปภาคินปรามขำๆว่าพูดเลอะเทอะ เที่ยวจับคู่ให้เขาได้ไง ผู้หญิงสมัยนี้มีการศึกษา เขาคงอยากจะเลือกผู้ชายที่เขารักมากกว่าผู้ชายที่พ่อแม่จัดให้ วรดาบอกว่าตนอยากรู้เหมือนกันว่าเรื่องนี้จะลงเอยยังไง เพราะเขาตอบรับกันแล้วว่าจะมากันทั้งครอบครัว

วรดานัดฉัตรชนกไปรู้จักกับปภาคิน ทันทีที่เห็นฉัตรชนก ปภาคินก็รู้สึกถูกชะตามาก


ฝ่ายนวลอนงค์เมื่อรู้ว่าลูกจะไปงานธรรมเนียมฝรั่งก็ถามเรื่องเสื้อผ้า ฉัตรชนกบอกว่าตนมีแล้ว คือชุดที่ใส่กลับจากพระนครตอนเรียนจบ แม่บอกว่าเดี๋ยวจะแปลงให้ ฉัตรชนกว่าแม่ทำงานเหนื่อยแล้วตนไม่รบกวนดีกว่า จะใส่เท่าที่มีไป แม่บอกว่าไม่ได้ ไปงานทั้งที ถึงเราจะไม่แข่งกับใครแต่ก็อย่าให้ใครมาเหยียดหยามเราได้

ooooooo

คืนวันงาน กานติมา พระยาสารประดิษฐ์ และกนกแขมางาน ปภาคินไปต้อนรับแต่เขาไม่ทันเห็นกนกแขเพราะเธอแอบๆอยู่หลังพ่อแม่ แต่พอกนกแขเห็นปภาคินก็ตะลึงเหมือนต้องมนตร์

เมื่อปภาคินพาเข้าไปในห้องรับแขกแล้วก็ขอตัวไปรับแขกอื่น กานติมากับพระยาสารประดิษฐ์มองหน้ากนกแขเหมือนจะบอกให้ตามไป แต่กนกแขวิ่งตามปภาคินไปแล้ว ทั้งสองยิ้มให้กันมั่นใจว่างานนี้สำเร็จแน่

เมื่อฉัตรชนก ธนากับพวกครูมาถึง วรดาออกไปต้อนรับ ปภาคินเดินมาเอ่ยต้อนรับครูทุกคน พอสบตาฉัตรชนก แววตาปภาคินก็เป็นประกายหวานทันที

“แฮปปี้เบิร์ธเดย์ค่ะคุณใหญ่” ฉัตรชนกเอ่ย ปภาคินนิ่งงันเหมือนเสียงนั้นก้องกังวานไปทั้งหัวใจ

ooooooo

ที่สถานีโทรทัศน์กำลังจัดเตรียมงานพิธีบวงสรวงกันอยู่ ธีรัชเอารูปที่ใส่กรอบแล้วไปให้ด้วยตัวเอง

ขวัญอุมากับเพื่อนๆก็ยังซ้อมบทกันอยู่ ขวัญอุมาแกล้งทำท่าจะบีบคอหลอกเพื่อนๆจนวิ่งหนีกันกระจาย ขวัญอุมาวิ่งตามมาเลยชนเข้ากับธีรัชอย่างจังจนรูปตกกรอบแตกรูปเสียหายและธีรัชได้รับบาดเจ็บที่มือ ขวัญอุมาหายามาทำแผลให้ ก็พอดีตวงเข้ามาตามบอกว่า

พี่เชนทร์เรียกไปทำพิธีแล้ว ลูกปลาจึงดูแลธีรัชแทน

ขวัญอุมาและธีรัชต่างจำกันได้ว่าเคยเจอและ

มีเรื่องกันที่ร้านหนังสือ ขวัญอุมามองอย่างขอโทษก่อนที่จะออกไปทำพิธีบวงสรวงบอกว่าหวังว่าเราคงได้พบกันอีก

เมื่อรูปได้รับความเสียหาย คเชนทร์จึงส่งไปให้วิยาดาซ่อมเป็นการด่วน...

ที่บ้านปภาคิน งานคลาคล่ำไปด้วยแขกจาก

ส่วนต่างๆ ปภาคินต้อนรับแขกกลุ่มแล้วกลุ่มเล่าโดยมี

กนกแขตามติดแจ ปภาคินบอกวรดาให้พาเพื่อนไปนั่งกนกแขก็ไม่ยอมไปบอกว่าจะอยู่เป็นเพื่อนพี่ใหญ่

ธนาเห็นกนกแขตามปภาคินแจก็สงสัยเดินเข้าไปข้างหลังถามว่า “แขสนิทสนมกับคุณปภาคินเร็วจังนะ” กนกแขบอกว่าก็พ่อแม่เราเป็นเพื่อนกัน ธนาถามว่าแขจะทำตามที่พ่อแม่วางอนาคตไว้ให้ใช่ไหม

“ครูคะ...ครูไปนั่งกับวรดาเถอะค่ะ แขต้องขึ้นไปหาคุณพ่อคุณแม่ก่อน” กนกแขตัดบทอย่างไม่ไยดี

แขกที่มาในงานต่างพูดกันว่าใครได้ครองหัวใจปภาคินคงเป็นผู้หญิงที่โชคดีแน่ๆ จับตาดูว่าใครจะเต้นรำเปิดฟลอร์กันตามธรรมเนียมฝรั่ง แต่พอเปิดฟลอร์ ปภาคินก็ไปขอฉัตรชนกเต้นรำด้วย ธนาจึงไปชวนกนกแข

ถูกปฏิเสธทันทีว่าเหนื่อย อยากพัก วรดาจึงไปเต้นกับธนาแทน

ooooooo


ละครบ่วงนฤมิต ตอนที่ 2 อ่านบ่วงนฤมิตติดตามละครบ่วงนฤมิต ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย อัชฎา นามปาน,ภีรนีย์ คงไทย 24 ธ.ค. 2561 08:52 2018-12-26T02:59:33+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ