ข่าว

วิดีโอ



เกิดเป็นหงส์

อ่านเรื่องย่อ

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์ช่องอื่นๆ

นักแสดงนำ:

เหมือนมีลางบอกเหตุ หม่อมสรัสวดีที่นอนหมดสติอยู่ดีๆทะลึ่งพรวดลุกขึ้น ร้องหาลูกชายลั่น พวงทองตกใจรีบเข้ามาดูแล เธอเล่าทั้งน้ำตาว่าลูกชายของเธอถูกยิง พวงทองต้องปลอบให้ทำใจดีๆแค่ฝันร้ายเท่านั้น

“ฉันฝันไปหรือ...แต่มันเหมือนจริงมาก มันเหมือนจริงทุกอย่าง...ฉันจะไปช่วยชายคำรณกับลูกหญิง” เธอพูดจบลุกออกไปทันที พวงทองรีบวิ่งตามไปห้าม โดยมี

บุญปลูกเข้ามาช่วยอีกแรง เธอยืนยันจะไปช่วยลูกๆให้ได้พวงทองสงสารเธอมากรู้สึกว่าตัวเองต้องมีส่วนรับผิดชอบกับการกระทำของสามี อาสาจะไปช่วยทุกคนเอง และจะพยายามโน้มน้าวให้เทพมอบตัว อรอนงค์ขอไปด้วย เพราะตัวเองก็มีส่วนต้องรับผิดชอบเช่นกัน

“ถ้าอย่างนั้นฉันฝากให้คุณอรดูแลหม่อมสรัสวดีแทนฉันด้วย นี่คือความรับผิดชอบที่ฉันต้องการจากคุณ” พวงทองว่าแล้วหันไปสั่งให้เข้มไปกับตน...

ขณะเดียวกัน ภายในโรงงานร้าง เทพยังคงไว้ซึ่งความโฉดชั่วตลบตะแลง แม้ชายคำรณยอมสละชีวิตตัวเอง เขากลับไม่ยอมปล่อยตัวหญิงมานศรีตามที่ตกลงกันไว้ เธอแค้นใจมากด่าลั่นว่าไอ้คนหลอกลวง

“นิยายรักพี่ชายแสนดีกับน้องสาวแสนสวยมันจบลงแล้ว...ชีวิตพี่ชายคุณหญิงมันไร้ค่าสำหรับผม คุณหญิงรู้ดีไม่ใช่หรือว่า ผมต้องการอะไร...วิญญาณมันต่างหากที่ผมต้องการ” เขาชี้ไปที่ทิว “แกเป็นตัวมารที่ขวางความสุขฉันมาทั้งชีวิต คิดจะแย่งชิงธุรกิจไปจากฉัน คิดจะพรากผู้หญิงที่ฉันรัก...ทิว...หยุดเถอะ อย่าทำให้ฉันต้องเกลียดแกชั่วชีวิตเลย...ฆ่าตัวตายซะ”

“อย่านะนายทิว...อย่าทำตาม...ไม่งั้นนายก็พ่ายแพ้ต่อเขา” หญิงมานศรีตะโกนลั่น

เทพขู่ถ้าทิวไม่ยิงตัวเอง จะจัดการแทนให้ แล้วเล็งปืนใส่ หญิงมานศรีจับปืนไว้ไม่ให้ยิง “ก็ได้ ผมจะไม่ยิงมัน ถ้าอย่างนั้น คุณหญิงก็ต้องตายแทนมัน” เขาหันปืนมาเล็งเธอแทน หญิงสาวตัดสินใจปัดปืนในมือเขาทันที พลางตะโกนบอกให้ทุกคนรีบหนี แล้วตัวเองเผ่นแน่บไปอีกทาง เทพรีบเก็บปืนแล้วไล่ตามเธอ

ทิวเป็นห่วงหญิงคนรักจะเข้าไปช่วย ล้วนขวางไว้ ทั้งสองคนเปิดฉากต่อสู้กัน พิไลพรปราดเข้าไปจับชีพจรของชายคำรณ ก่อนจะร้องบอกชายธีรพลด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจว่าเขายังไม่ตาย ทั้งคู่ช่วยกันปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ ทิวตะโกนบอกให้ชายธีรพลกับพิไลพรพาคนเจ็บหนีไปก่อนล้วนสบช่องตรงที่เขาพะว้าพะวังต่อยจนหน้าหงายแล้วคว้าเหล็กแหลมใกล้มือพุ่งเข้าหา ทิวหยิบปืน

ที่ชายคำรณทำตกขึ้นมายิงสวนเข้าเต็มท้อง ไม่รอดูผลงานจะรีบตามไปช่วยหญิงมานศรี ล้วนทนทายาดคว้าขาเขาไว้จนล้ม แล้วหยิบเหล็กแหลมจะแทง ทิวกระชากมันจากมือแล้วเหวี่ยงไปปักที่ผนังใกล้ๆ สมุนหนังเหนียวพุ่งเข้าใส่ เขารวบรวมกำลังเท่าที่มีถีบล้วนกระเด็นไปถูกเหล็กแหลมทะลุกลางอกตายคาที่

ooooooo

หญิงมานศรีวิ่งหนีเทพอย่างไม่คิดชีวิต อารามรีบร้อนสะดุดขาตัวเองล้ม เขาสะใจที่เห็นเธอไปไหนไม่รอด ย่างสามขุมเข้าหา เธอเหลือบเห็นไม้ท่อนเขื่องที่ตะปูติดอยู่  คว้ามันฟาดใส่ขาเขาเต็มแรง ตะปูปักคา แล้ววิ่งหนี เทพร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด กระชากไม้ทิ้งก่อนจะลากขาตาม เธอหนีมาเจอทิวจนได้ โดยมีเทพตามมาติดๆ

“ฉันไม่ได้คุณหญิง...แกก็ต้องไม่ได้” เขาชักปืนยิงใส่

ทิวพุ่งคว้าตัวหญิงมานศรีกลิ้งไปกับพื้นหลบกระสุน แล้วพากันหนีไปซ่อนตัว เทพขึ้นไปบนชั้นลอยของโรงงานเพื่อให้มองเห็นได้ทั่วถึง พอเจอที่ซ่อนของทั้งคู่ เขาสาดกระสุนใส่ไม่ยั้ง ทิวพาหญิงมานศรีวิ่งหลบกระสุนไปอีกมุมหนึ่ง โดยมีเขาไล่ตามอย่างสบายอารมณ์ แถมแรงดีไม่มีตกทั้งๆที่มีแผลถูกหญิงมานศรีแทงกลางหลัง

“ทิว...แกเห็นใช่ไหมว่าตอนนี้ฉันเป็นผู้ล่า ฉันชนะแกทุกอย่างทั้งเกมชีวิต เกมธุรกิจ และเกมความรัก แก

ยอมรับความจริงเถอะว่าฉันเป็นคนสำคัญที่สุด แกน่าจะภูมิใจนะที่ได้ตายด้วยน้ำมือของผู้ยิ่งใหญ่อย่างฉัน” เทพเห็นปลายรองเท้าของทิวโผล่ออกมาจากมุมหนึ่งของโรงงาน ยิ้มมั่นใจว่าต้องได้ตัวทั้งคู่ รีบลงจากชั้นลอยตรงไปยังตำแหน่งที่รองเท้าโผล่ เล็งปืนจะยิง กลับไม่เจอใคร มีเพียงรองเท้าถอดทิ้งไว้

กว่าจะรู้ตัวว่าถูกหลอก เจอหมัดตรงของทิวเข้าเต็มหน้าถึงกับผงะ ทำปืนหล่น ทั้งสองต่อสู้กันด้วยมือเปล่า เทพแรงดีกว่าอัดทิวคว่ำ แล้วหยิบปืนขึ้นมาเล็งใส่ยังไม่ทันเหนี่ยวไก ชายธีรพลใช้ไม้หน้าสามฟาดเข้ากลางหลังจอมโฉดหนังเหนียวไม่สะทกสะท้าน หันมาจะยิง

เขาแทน พิไลพรย่องมาจากอีกด้านหนึ่งใช้ไม้ท่อนเขื่องฟาดใส่เขาปืนกระเด็น ชายธีรพลถึงกับยกนิ้วหัวแม่โป้งให้กับความเก่งกล้าสามารถของเธอ

“แล้วชายคำรณล่ะ หมอธี” ทิวถามด้วยความเป็นห่วง

“เขาแค่สลบไป แต่อาการโดยรวมปลอดภัย...เราต้องมาช่วยพวกคุณก่อน”

เทพเห็นพวกศัตรูมัวแต่คุยกัน จะเข้าไปหยิบปืน ทิวไวกว่าแย่งได้ก่อน แล้วรัวกระสุนใส่ จอมโฉดวิ่งหนีแทบไม่ทัน เขาไม่ยอมให้คนชั่วลอยนวล ออกไล่ล่าเพียงลำพัง...

ในเวลาเดียวกัน ที่คฤหาสน์ของเทพ หม่อมสรัสวดีทนอยู่เฉยไม่ไหวจะออกไปตามหาลูกทั้งสองคนให้ได้อรอนงค์เห็นใจและเข้าใจความรู้สึกของเธอ อาสาจะไปเป็นเพื่อน นพดลไม่อยากให้ไปกันแค่ผู้หญิงสองคน จึงตามไปดูแลความปลอดภัยให้ ผ่องทิพย์เห็นทั้งสองคนพากันออกไป คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้...

อาการของชายคำรณไม่หนักอย่างที่คิด กระสุนไม่ได้ถูกจุดสำคัญ แต่ชายธีรพลอยากให้เขาไปส่ง รพ.ให้เร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นจะเสียเลือดมาก หญิงมานศรีคอยจับมือให้กำลังใจพี่ชายตลอด โชคยังเข้าข้าง พวงทองกับเข้มตามมาเจอพอดี เห็นชายคำรณได้รับบาดเจ็บช่วยกันประคองไปขึ้นรถของเข้ม หญิงมานศรีฝากชายธีรพลกับพิไลพรช่วยดูแลพี่ชายของเธอให้ด้วย พวงทองแปลกใจทำไมเธอไม่ไปกับพี่ชาย เธอขอตามไปช่วยทิวอีกแรง

“คุณหญิงอย่าไปเลยค่ะ มันอันตรายมาก”

“นายทิวโกรธแค้นคุณเทพมาก หญิงไม่อยากให้นายทิวต้องกลายเป็นฆาตกร”

พวงทองเห็นความตั้งใจอันเด็ดเดี่ยวของเธอแล้วไม่อยากขัด รีบตามไปช่วยเหลือทิว

ooooooo

ทิวไล่ล่าศัตรูจนสว่างคาตา พอได้ระยะ ยิงขาอีกข้างหนึ่งของเขาถึงกับทรุด เขากระเสือกกระสนหนีเข้าไปในวัด โดยทิวยังคงไล่ตามไม่ลดละ เทพคลานเข้ามาถึงบริเวณหนึ่งของวัดซึ่งมีรูปปั้นยมบาลกำลังลงทัณฑ์คนทำชั่ว หันมองไปรอบตัวพบว่าตนเองตกอยู่ในวงล้อมของรูปปั้นที่เกี่ยวกับการลงโทษคนบาปและขุมนรก

พลันภาพความชั่วช้าในอดีตที่เทพเคยกระทำต่อพ่อและแม่ของทิว รวมทั้งตอนที่ฆ่าลุงมิตรกับวิวัฒน์ตามมาหลอกหลอนเขา เหมือนตัวเองตกอยู่ในขุมนรก เขาร้องลั่นด้วยความหวาดกลัว

“ช่วยด้วย...ใครก็ได้ช่วยฉันที ฉันไม่อยากตาย”

หญิงมานศรีกับพวงทองมาถึงหน้าวัด ได้ยินเสียงร้องของเทพ รีบตามไปยังต้นเสียง...

เสียงร้องชวนสมเพชเวทนาของเทพไม่ได้ทำให้แรงแค้นของทิวลดลงแม้แต่น้อย กลับพูดจาถากถางอย่างเจ็บแสบว่า สภาพเขาตอนนี้ไม่ต่างจากหมาขี้เรื้อนไม่เหลือความทระนงของพญาอินทรีอย่างที่เขาชอบคิดว่าตัวเองเป็น เทพหยุดคร่ำครวญมองทิวที่ยืนค้ำหัวสีหน้าเคียดแค้น

“ไม่อยากตายไม่ใช่หรือ เอาสิ...กราบเท้าฉัน...แล้วฉันจะเมตตาไว้ชีวิตแก”

เทพนิ่งไม่พูดอะไรสักคำ คลานหนีไปอีกทาง ทิวโกรธตรงเข้าไปลากคอเข้าถูลู่ถูกังออกไป เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังลั่นวัด พอถึงที่เก็บอัฐิของทัดกับบุษบา ทิวเหวี่ยงเขาลงไปกองตรงหน้า หวังจะให้เขาสำนึกผิดก่อนตาย แต่เขากลับถ่มน้ำลายใส่ ทิวฉุนขาดเอาด้ามปืนฟาดหน้า แล้วจิกหัวขึ้นมาจะยิงทิ้งให้สมแค้น

หญิงมานศรีกับพวงทองมาทันเวลาพอดีรีบเข้าไปห้าม ขอร้องทิวให้ปล่อยเป็นหน้าที่ตำรวจจัดการตามกฎหมายดีกว่า อย่าให้มือของเขาต้องเปื้อนเลือดเลย อยู่ๆเทพยอมจำนนง่ายๆ คุกเข่าลงตรงหน้าทิวแล้วขอโทษ เขาไม่เชื่อลมปากคนตลบตะแลง เอาปืนจ่อหัวไว้ หญิงมานศรีเข้าไปจับมือทิวข้างที่ถือปืนไว้ ขอร้องอย่าให้ความโกรธเกลียดย้อนกลับมาทำร้ายตัวเขาเอง นั่นจะทำให้เขาไม่ต่างจากเทพ

จังหวะนั้น ตำรวจเข้าล้อมเทพเอาไว้ ทำให้ทิวมีท่าทีอ่อนลง หญิงมานศรีรีบดึงปืนไปจากมือเขา เทพขอให้ทั้งสามคนยกโทษให้ หญิงมานศรียอมอภัยให้ แต่ทิวไม่ยอม ส่วนพวงทองไม่เชื่อว่าเขาจะสำนึกผิดได้จริงตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอพยายามใช้ความรักและความดีเปลี่ยนหัวใจสีดำของเขาให้เจือจางลง แต่ไร้ผล...

ในที่สุดธาตุแท้ก็เปิดเผย เทพไม่ได้สำนึกผิดอย่างที่พูด พอสบโอกาสเขาแย่งปืนไปจากมือหญิงมานศรีแล้วเล็งใส่ทิว พวงทองเข้าไปยื้อแย่งปืนไว้ ทันใดนั้น ปืนลั่น กระสุนเข้าท้องเทพทรุดฮวบจมกองเลือด

พวงทองเข้าไปประคองร่างเขาไว้ น้ำตาไหลพราก หม่อมสรัสวดี อรอนงค์ นพดล ผ่องทิพย์ และขวัญตา มาทันเห็นภาพอันน่าสมเพช อรอนงค์ถึงกับร้องไห้โฮสงสารน้องชาย ใกล้ถึงวาระสุดท้ายของชีวิต เทพขอร้องให้พวงทองรักเขาต่อไปได้ไหม เพื่อที่เขาจะไม่ต้องตายอย่างอ้างว้างโดดเดี่ยว ไม่มีใครรัก

“ฉันขอโทษ...ฉันทำแบบนั้นไม่ได้อีกแล้ว...มันสายเกินไป” พวงทองทำใจแข็ง เทพผลักเธอออก

“แปลว่าฉันต้องตายไปโดยที่ไม่มีใครรักฉันใช่ไหม...ฉันอยู่ได้ด้วยตัวของฉันเอง เพราะฉะนั้น ถ้าฉันจะตายก็จะตายด้วยมือของตัวเอง” พูดจบเขาคว้าปืนยิงตัวตาย นอนตาเบิกโพลง อรอนงค์ค่อยๆเอามือลูบปิดตาให้แล้วขออโหสิกรรมต่อกัน

ooooooo

หลังจากงานเผาศพของเทพผ่านไป พวงทองตัดสินใจจะบวชชีตลอดชีวิต ทิวกับหญิงมานศรีมาร่วมเป็นสักขีพยานด้วย ทิวอดถามพี่สาวไม่ได้ว่าแน่ใจแล้วหรือว่าจะทำแบบนี้ เธอไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับทางโลกที่มีแต่มายา ทุกสิ่งเป็นเพียงสิ่งสมมติ เธออยากค้นพบหนทางสู่ความสุขที่แท้จริง

“หากพี่ต้องการอย่างนั้น ผมก็ไม่ขัด ผมขออนุโมทนาบุญในครั้งนี้ด้วยครับ”

หญิงมานศรีก็ขอเป็นกำลังใจให้เธอเช่นกัน เธอฝากทิวดูแลผ่องทิพย์ด้วย และเตือนเขาอย่าปล่อยให้ทิฐิมาปิดบังความสวยงามของชีวิตที่เขาสมควรจะได้รับ แล้วฝากคุณหญิงดูแลเขาด้วย เธอรับปากอย่างเขินๆ

จากนั้น ทั้งคู่พากันกลับ หญิงมานศรีดีใจกับทิวด้วยที่ทุกอย่างของทัดเทพกลับมาเป็นของเขาอย่างที่ควรจะเป็น และขอบคุณที่ช่วยชีวิตเธอไว้ แล้วต่างฝ่ายต่างเงียบ ทิวทนอึดอัดไม่ไหวเอ่ยถามขึ้นว่า

“ผมได้ข่าวว่าพรุ่งนี้หม่อมสรัสวดีจะพาคุณกลับวัง”

“ใช่ค่ะ...อาการของพี่ชายดีขึ้นแล้ว เราจะกลับวังไปดูแลพี่ชายตอนพักฟื้น”

“แล้วจะกลับมาที่นี่อีกหรือเปล่า” เขารอคำตอบอย่างใจจดจ่อ เธอกลับสงวนท่าที อาจจะกลับหรือไม่กลับมาตลอดชีวิตก็ได้ เขาอยากจะขอให้เธออยู่ต่อไปใจแทบขาดแต่ปากแข็ง แถมไล่ให้รีบกลับไปอยู่วังซึ่งเป็นที่ที่หงส์อย่างเธอควรจะอยู่ เธอทั้งผิดหวังทั้งน้อยใจที่เขาไม่เคยบอกความในใจให้รู้ เดินจากไปทั้งน้ำตา...

คืนวันเดียวกัน ทิวย้ายจากบ้านพักเดิมกลับมาอยู่ที่คฤหาสน์ร่วมกับผ่องทิพย์ สองพี่น้องได้พูดคุยอย่างเปิดอก และปรับความเข้าใจกันได้ในที่สุด

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้นได้เวลาต้องกลับวังกฤตยาแล้ว แต่หญิงมานศรียังลังเลเพราะมีเรื่องคาใจกับทิว พิไลพรรู้ใจเร่งให้รีบไปบอกลาทิว ส่วนเธอจะไปถ่วงเวลาหม่อมสรัสวดีให้ และขอให้คุณหญิงโชคดี เธอเอาใจช่วย

“หญิงก็แค่มีคำถามอยากจะถามนายทิวเท่านั้นเอง ไม่ต้องเอาใจช่วยเหมือนเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนั้นหรอกน่า” เธอพูดจบวิ่งปรู๊ดออกไปทันที พิไลพรมองตาม

“เพื่อให้คุณหญิงได้สมหวังและมีความสุข เป็นเรื่องใหญ่ของทุกคนค่ะ ขอให้ดวงใจสองดวง เชื่อมกันเป็นดวงเดียวได้สักทีนะคะ อย่าให้มีอุปสรรคอะไรอีกเลย เจ้าประคู้ณ” เธอหลับตาพนมมืออธิษฐาน พอลืมตาอีกทีต้องตกใจที่เห็นชายธีรพลยืนยิ้มอยู่ตรงหน้า ซ้ำยังแซวเธอสนุกสนาน เธองอนเดินหนี เขารีบตามไปง้อ...

ขณะทิวยืนซึมที่วันนี้ต้องจากลากับหญิงที่เขารักสุดหัวใจ ขวัญตาเข้ามาบอกลาจะกลับไปอยู่บ้านดูแลพ่อกำนัน เพราะที่ผ่านมาไม่ได้ทำหน้าที่ลูกที่ดี จากนี้ไปเธอจะขอใช้ชีวิตอยู่เพื่อคนที่รักเธอ ทิวขอให้เธอรับรู้ไว้ด้วยว่าเขาเป็นคนหนึ่งที่ยังรักและหวังดีกับเธอไม่เปลี่ยนแปลง อวยพรขอให้เธอโชคดี

ขวัญตาพยายามยุให้เขาบอกความในใจที่มีต่อหญิงมานศรี แต่เหมือนเดิม เขาปากแข็งไม่ยอมรับ แถมขู่ถ้าจะอยากจะคุยกันดีๆอย่าพูดถึงเรื่องนี้อีก แล้วเดินหนี เธอมองตามยิ้มๆไม่รู้ว่าเขาจะทำปากแข็งไปถึงไหน...

หญิงมานศรีตามมาง้อทิวถึงออฟฟิศ แต่เขากลับปล่อยให้เธอนั่งรอจนรอไม่ไหวจะกลับ จึงโผล่มา ขวางไว้ถามกวนประสาทว่ามาหาเขาทำไม เธอกำลังจะกลับกรุงเทพฯเลยมาบอกลา แล้วตัดสินใจถามว่าเขามีอะไรจะบอกเธอหรือเปล่า แทนที่จะบอกว่ารักเธอ เขากลับเฉไฉพูดเรื่องอื่น เธอเองก็มีใจให้เขาเช่นกันแต่จะให้เป็นฝ่ายพูดก่อน คงทำไม่ได้จนแล้วจนรอดไม่มีใครยอมเผยความในใจให้อีกฝ่ายรับรู้...

ครู่ต่อมา หญิงมานศรีกลับมาที่คฤหาสน์ของทิวด้วยน้ำตานองหน้า หม่อมสรัสวดีเห็นลูกร้องไห้เข้ามาเช็ดน้ำตาให้ ดึงเธอเข้ามากอด เธอไม่เข้าใจทำไมทิวถึงไม่บอกความรู้สึกที่มีต่อเธอ

“หัวใจของคนเป็นสิ่งที่เข้าใจยากที่สุด หญิงก็รู้ดีไม่ใช่หรือลูก อย่าเร่งรัดตัวเอง ให้เวลากับสิ่งที่เรายังไม่เข้าใจ เวลาจะเป็นตัวคลี่คลายทุกอย่างเอง เชื่อแม่เถอะนะ” หม่อมสรัสวดีปลอบ ระหว่างนั้น ทิวเดินมาเห็นพอดีรีบหลบมุมแอบฟัง

“หญิงควรจะกลับวัง...หญิงจะไม่มาเหยียบที่นี่อีก” น้ำเสียงเด็ดเดี่ยวของเธอ ทำให้ทิวถึงกับอึ้ง ทนฟังต่อไม่ไหวต้องเดินหนี จึงไม่ได้ยินประโยคถัดมาของเธอ “...จนกว่าหญิงจะได้คำตอบว่าเขาคิดยังไงกับหญิง”...

ด้านทิวมาหลบมุมทำใจกับสิ่งที่เพิ่งได้ยิน แต่ต้องแปลกใจเมื่อเห็นเสกสรรเข้ามาถามอย่างไม่อ้อมค้อมว่าทิวคิดอย่างไรกับหญิงมานศรี ตอนนี้ แม่ของเขาเปิดไฟเขียวให้เขากลับมาคบหากับเธอได้อีกครั้ง หากทิวไม่ได้รักเธอ เขาจะได้เดินหน้าสานสัมพันธ์กับเธอต่อไป แต่ถ้าเป็นในทางกลับกัน เขาก็พร้อมจะจากไปด้วยดี

“ผมไม่ได้รักคุณหญิง เชิญคุณสองคนกลับไปครองรักกันตามสบาย” ทิวพูดจบขอตัวไปทำงานต่อ เขามีความหวังขึ้นมาทันที...

แต่ความหวังของเสกสรรต้องพังทลาย เมื่อหญิงมานศรีไม่เหลือเยื่อใยอะไรให้เขาอีกนอกจากความเป็นเพื่อน เขาคิดว่าเธอยังไม่หายโกรธแม่ของเขา เธอยืนยันเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณหญิงพันทิพา ที่เธอให้โอกาสเขาอีกครั้งไม่ได้เพราะเธอรักทิว ถึงแม้เขาจะไม่เคยบอกรักเธอเลยก็ตาม แต่เธอยินดีรอเขา

“คุณหญิงยอมรอคอยทั้งๆที่มันอาจจะทำให้คุณหญิงผิดหวัง”

ไม่ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรเธอพร้อมยอมรับความจริง เสกสรรจำต้องยอมรับความจริงเช่นกันว่าเธอกับเขาไม่มีวันกลับไปเหมือนเดิม

ooooooo

ณ วังกฤตยา พิไลพรไม่เห็นด้วยที่หญิงมาน-ศรีตัดสินใจจะไปช่วยงานของท่านลุงที่ต่างประเทศ ทำแบบนี้เท่ากับหนีปัญหา ถามคาดคั้นว่าตกลงเธอกับทิวมีเรื่องผิดใจอะไรกัน ทำไมถึงต้องประชดเขาด้วยวิธีนี้

“พรจะให้หญิงทำยังไง ในเมื่อเขาซึ่งเป็นผู้ชายไม่ปริปากพูดสักนิดว่าคิดยังไงกับหญิง จะให้หญิงวิ่งเข้าไปหาเขาก่อนหรือไง...หญิงทำไม่ได้”

“คุณหญิงต้องการให้คุณทิวมาง้อก่อนใช่ไหมคะ...คนสองคนที่มีหัวใจตรงกัน หากจะปรับความเข้าใจกันมันไม่ควรจะเกี่ยวหรอกค่ะว่าต้องใครก่อนใครหลัง ขืนคิดแบบนี้ ไม่มีทางลงเอยกันได้หรอกค่ะ” พิไลพรผละจากไปอย่างหัวเสีย หญิงมานศรีถึงกับหน้าเครียด...

ยิ่งใกล้วันที่หญิงมานศรีจะเดินทางไปต่างประเทศ ทุกคนคิดหาทางช่วยให้เธอกับทิวปรับความเข้าใจกันหม่อมสรัสวดีไปขอร้องให้ท่านชายพหลกับหม่อมรัชนิกรช่วยพูดกับลูกหญิงเรื่องทิว แต่ดูเหมือนจะไร้ผล...

ทางฝ่ายเสกสรรก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ แวะไปหาทิวที่ไร่ ไม่พูดพล่ามทำเพลงชกเขาเลือดกบปากโทษฐานปากแข็งทำให้หญิงมานศรีต้องเสียใจ เสียน้ำตา ทิวโกรธหาว่าเขาพูดไม่รู้เรื่องต่อยกลับ สองหนุ่มชกต่อยกันอุตลุดไม่มีใครยอมใคร จนหมดแรงด้วยกันทั้งคู่ ทิวโวยลั่น เบื่อโลกหรือเป็นบ้าเพราะอกหักจากคุณหญิง ถึงได้มาหาเรื่องกันแบบนี้ เสกสรรยอมรับหน้าชื่นว่าใช่ เขาอกหักเพราะเธอบอกเขาว่ารักทิว ไม่ได้รักเขา ไม่เข้าใจว่าทิวทำบุญด้วยอะไร เธอถึงได้รักเขามากมายขนาดนี้ ทิวอ้าปากจะเถียงว่าไม่จริง แต่เสกสรรชิงพูดตัดหน้า

“คุณบอกผมว่าไม่รักคุณหญิงเพราะคุณมันขี้ขลาด กลัวคำตอบจะทำให้คุณผิดหวัง เห็นผมไหม...ผมไม่เคยกลัวที่จะทำให้ดีที่สุด เมื่อผมแพ้ ผมก็จะเป็นผู้แพ้อย่างสมศักดิ์ศรี แต่คุณมันแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม...เนี่ยเหรอนายทิวผู้เข้มแข็งที่จะปกครองคนทั้งอาณาจักร แค่หัวใจของตัวเองยังดูแลไม่ได้แล้วจะไปดูแลคนอื่นได้ยังไง ไอ้คนขี้แพ้” เขาชกทิวอีกทีก่อนจะกลับ แม้เจ็บทั้งตัวปวดทั้งใจ แต่เสกสรรก็ภูมิใจที่ได้ทำสิ่งนี้เพื่อหญิงที่เขารัก

ooooooo

ถึงวันที่หญิงมานศรีต้องออกเดินทาง ทุกคนยังพยายามช่วยกันอย่างเต็มที่ให้ทิวตามไปง้อเธอ ไม่เว้นแม้แต่ผ่องทิพย์ซึ่งเมื่อก่อนไม่ค่อยชอบเธอสักเท่าไหร่ แต่พอเห็นน้องชายทุกข์ใจไม่มีความสุข เฝ้าแต่คิดถึงคุณหญิงทุกวินาที เธอยุส่งให้เขารีบไปหาเธอ อย่ารอให้สายเกินไป

ทิวตัดสินใจคว้ากุญแจรถ วิ่งออกไปทันที ไม่นานนัก เขามาถึงวังกฤตยา แต่สายเกินไปหญิงมานศรีไปแล้ว ทั้งหม่อมสรัสวดีและชายคำรณไม่ยอมบอกว่าไปไหน อ้างว่าเธอสั่งไว้ไม่ให้บอก...

ในเวลาต่อมา ทิวกลับมาที่คฤหาสน์ตัวเองด้วยหัวใจสลาย ฟุบหน้าลงกับฝ่ามือตัวเอง ผ่องทิพย์เข้ามาถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง เขาไปไม่ทัน คุณหญิงไม่อยู่แล้ว เธอเข้ามาตบไหล่น้องชายเพื่อปลอบใจ

“เมื่อไหร่ผมจะเลิกนิสัยปากอย่างใจอย่างแบบนี้สักที มันทำให้ผมต้องเสียคนที่ผมรักไป...โดยไม่มีโอกาสบอกให้เธอรู้ว่าผมรักเธอมากแค่ไหน” ทิวน้ำตาซึม ไม่ทันเห็นพี่สาวลุกออกไปยังคงคร่ำครวญอีกว่า “ผมอยากให้คุณหญิงรู้เหลือเกินว่าผมรักเธอ”

“อะไรนะ...ฉันไม่ได้ยิน” หญิงมานศรีแอบย่องเข้ามาหา

“ผมรักคุณหญิง ได้ยินไหมพี่ผ่อง ผมรักคุณหญิง” ทิวเอะใจเสียงเมื่อครู่ไม่ใช่เสียงพี่สาวตนเอง แต่เป็นเสียงของหญิงมานศรี เงยหน้าขึ้นมอง ต้องตกใจที่เห็นเธอตัวเป็นๆยืนยิ้มอยู่ เธอขอให้เขาบอกอีกทีได้ไหมว่ารู้สึกอย่างไรกับเธอ แต่คราวนี้เอาแบบนุ่มนวลน่าฟังกว่าเมื่อครู่ ทิวเสียฟอร์ม ทำคอแข็งขึ้นมาทันที ปฏิเสธว่าไม่

“นิสัยเสียไม่เลิก งั้นฉันก็ควรจะไปได้แล้วจริงๆ” เธอขยับจะไป เขารีบดึงเธอมากอด กระซิบข้างหูเบาๆ

“ผมรักคุณ...ผมรักคุณได้ยินไหม...ผมรักคุณ”

“แล้ว...ไม่คิดจะถามบ้างหรือว่าฉันรู้สึกยังไงกับนาย” เธอยิ้มยั่ว ทิวรู้ดีว่าถ้าเธอไม่รักคงไม่กลับมาหาเขา แต่ถ้าจะให้ดี เขาเองก็อยากได้ยินจากปากเธอเองว่ารู้สึกอย่างไรกับเขา

“ฉันรักนาย” เธอเขินหน้าแดง หัวใจของทิวพองคับอก บรรจงจุมพิตเธออย่างแผ่วเบา ทั้งสองสบตากันหวานซึ้ง จังหวะนั้น หม่อมสรัสวดีกับชายคำรณเดินนำพิไลพร ชายธีรพล รวมทั้งผ่องทิพย์และบุญปลูกมากันพร้อมหน้าพร้อมตา ทั้งคู่ตกใจรีบผละออกจากกัน

“นายทิว...ยังจะกล้าปล่อยให้ลูกหญิงของฉันอยู่ห่างตัวเธออีกหรือ” หม่อมสรัสวดีเอ็ดเสียงเขียว ทิวรีบคว้าตัวหญิงมานศรีมากอดไว้อย่างเดิม สัญญากับหม่อมว่าจะดูแลคุณหญิงด้วยชีวิตของเขาเอง...

ทิวมองไร่อ้อยอันกว้างใหญ่โดยมีหญิงมานศรียืนเคียงข้าง นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขามองอาณาจักรของตัวเองด้วยความสุขอย่างเต็มตา ไม่ใช่เพราะเขามีคนงานที่จงรักภักดีหรือขยันขันแข็ง แต่เพราะเขามีเธออยู่ด้วย

“คุณหญิงมานศรีโสภาคย์...ครับ...ขอบคุณนะ ครับที่รักผม”

“คุณทิว บรรณาคะ...ขอบคุณนะคะที่รักฉัน” ทั้งคู่กอดกันด้วยความรักเต็มหัวใจ

ooooooo

–อวสาน–


ละครเกิดเป็นหงส์ ตอนที่ 18(ตอนจบ) อ่านเกิดเป็นหงส์ ติดตามเกิดเป็นหงส์ ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย 10 ก.ค. 2555 08:10 2012-07-12T01:32:35+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ