ตอนที่ 9
ในเวลาเดียวกันที่เรือนเล็ก สนกับทานตะวันกำลังรอฟังข่าวดีจากช้อยว่าแทนทำงานสำเร็จตามแผน แต่กลับต้องเจอข่าวร้ายเมื่อช้อยวิ่งหน้าตื่นมารายงานว่า แทนถูกงูกัด กำลังจะตาย...
ขณะที่นายเอกคาดคั้นให้แทนที่ใกล้ตายสารภาพว่าใครเป็นคนสั่งให้เอางูมาฆ่าเนียน แทนพยายามจะบอกแต่มีเสียงเล็ดรอดออกมาได้แค่พยัญชนะ ส.เสือ ขุนภักดีแหวกบรรดาบ่าวไพร่ที่ยืนมุงดูแล้วตวาดลั่น
“ไอ้แทน...มึงเอางูเห่าไปฆ่าคนของกูทำไม”
แทนเบิกตามองไปยังช้อยซึ่งยืนดูอยู่ด้านหลังของทุกคน “นะ...นั่น...อี...ช...”
“มองข้าทำไม เวรของอีช้อยอีกแล้วละสิ” ช้อยพึมพำก่อนจะถอยกรูด ทุกคนมองตามสายตาแทน แต่ ช้อยหายไปแล้ว ขุนภักดีสั่งให้ทุกคนไปจับตัวนัง ช.ช้างนั่นมา ตนจะเอามาแล่เนื้อทาเกลือให้หมากิน แล้วหันมาด่าแทนว่าอกตัญญู เลี้ยงไม่เชื่อง คิดฆ่าคนของตนทั้งๆที่ไม่มีเรื่องโกรธแค้น แช่งให้เขาตกนรกหมกไหม้ เป็นผีไม่มีญาติ และจะไม่ยอมให้ใครมาทำพิธีทางศาสนาให้ แทนกระตุกสองครั้งซ้อนก่อนจะสิ้นใจทั้งที่ตาเบิกโพลง...
ทางฝ่ายช้อยวิ่งหนีไปซ่อนตัวอยู่ในคูนํ้า หักก้านต้นไม้แถวนั้นมาทำหลอดหายใจก่อนจะมุดลงใต้นํ้า นายเอกวิ่งนำพวกบ่าวไล่ตามมาไม่เจอใคร สั่งให้แยกย้ายกันออกตามหา แล้วขยับจะตามแต่เหลือบเห็นก้านต้นไม้เคลื่อนไหวได้ มองยิ้มๆแล้วเดินเข้าไปใกล้ๆ
“ไอ้อี ช. ไอ้อี ส.ตัวไหนก็ตามที่ก่อเหตุให้เกิดมีคนตายในบ้านหลังนี้อีกแล้ว สักวันเถิดพวกเอ็งจะถูกวิญญาณผีที่เอ็งเข่นฆ่ามารุมลากพวกเอ็งไปลงนรก อย่านึกว่าไม่รู้นะ แต่ข้าจะปล่อยให้เวรกรรมมาจัดการพวกเอ็ง...ถุย นางคนชั่ว ขอให้พวกเอ็งตายอย่างทารุณ ตาย แล้ววิญญาณก็ไปหาที่ผุดที่เกิดไม่ได้ นอกจากในนรก” นายเอกพูดจบถ่มนํ้าลายใส่ แล้วผละจากไป ช้อยรอจนแน่ใจว่าไม่มีใครจึงโผล่ขึ้นเหนือนํ้า...
ทองจันทร์เกรงเนียนจะไม่ปลอดภัย สั่งให้ขึ้นมานอนห้องเนื้อทอง ขืนให้อยู่ข้างล่างตามลำพังคงไม่แคล้วถูกลอบฆ่าอีก เนียนเกรงใจ ทำท่าจะไม่ยอมย้ายขึ้นมา ทองจันทร์เอ็ดลั่น
“เกรงใจๆ คิดอย่างอื่นเป็นบ้างไหม ยัยติ๋ว เอ็งไปนอนเป็นเพื่อนข้า วันนี้นางแมวมันวุ่นวายกับไอ้ผีนรกแทนอยู่” ทองจันทร์ว่าแล้วเรียกเนื้อทองให้มาประคองเข้าห้อง เนียนไหว้ขอบพระคุณท่านอย่างซาบซึ้งใจ...
ทางด้านช้อยเกรงกลัวจะถูกสนเล่นงานที่ทำพลาดปล่อยให้เนียนรอดไปได้ จึงเบี่ยงเบนความสนใจ เล่าเรื่องที่ขุนภักดีพรวดพราดเข้าไปในห้องเนียน ตอนที่งูเห่ากำลังลังเลจะกัดใครดีระหว่างเนียนกับแทน
“อีเนียนเลยฉวยโอกาสเป็นลม ท่านขุนก็ขนมผสมนํ้ายา อ้าอ้อมแขนอุ้มมันขึ้นเรือนคุณท่านไปเจ้าค่ะ สีหน้าท่าทางห่วงหาอาวรณ์มันเหมือนเมื่อก่อนตอนหลงมันจนลืมคุณสนไม่มีผิดเจ้าค่ะ”
สนถึงกับตบอก ทานตะวันอาสาจะไปจัดการนังบ่าวให้เอง แล้วขยับจะลุก สนคว้ามือไว้ ปรามให้ใจเย็นๆก่อน ในเมื่อเราเล่นงานเนียนไม่ได้ เราก็หันไปเล่นงานลูกของเธอแทนที่ ทานตะวันยิ้มพอใจ...
ที่ห้องนอนขุนภักดี เรียมยังคาใจไม่หาย ใครกันแน่ที่สั่งแทนให้เอางูมากัดเนียน ขุนภักดีจนปัญญาคิดไม่ออกเหมือนกัน คราวนายหวานอาจจะเป็นเสือหนัก เพราะนายนั่นดันปากมากเรื่องเนียน เรียมไม่เข้าใจ ทำไมถึงมีใครอยากให้เนียนตาย ทั้งๆที่เธอก็ตายทั้งเป็นอยู่แล้ว ขุนภักดีหาว่าเธอว่ากระทบเขา
“หามิได้ค่ะ เรียมอยากจะขอบใจพี่เทพแทนเนียนด้วยซ้ำ ที่แท้ในเบื้องลึกของจิตใจ พี่เทพยังห่วงใยเนียน ถ้าไม่รีบอุ้มเข้ามา คงโดนงูกัดไปแล้ว”
ขุนภักดีแก้ตัวน้ำขุ่นๆว่าไม่ได้เป็นห่วง เห็นคนในปกครองจะเป็นอันตรายก็เข้าไปช่วยแค่นั้น อย่าเหมารวมว่าเขาใจอ่อนกับนังแพศยานั่น เรียมยิ้ม จับมือเขามาแนบแก้มตัวเอง
“เรียมรู้ค่ะพี่เทพมีน้ำใจ แต่ใครไม่รู้ก็ว่าพี่เทพใจดำใจแข็งต่างหาก...พี่เทพมีน้ำใจกับเนียนครั้งนี้ เนียนคงมีความสุขจนเหลือจะเอ่ย” เรียมหัวเราะเบาๆขณะที่ขุนภักดีแกล้งหน้าหงิกกลบเกลื่อนที่เมียจับไต๋ได้...
เป็นอย่างที่เรียมคาดไว้ไม่มีผิด เนียนดีใจน้ำตาเอ่อที่ขุนภักดียังห่วงใย นอนหลับฝันดีทั้งคืน
ooooooo
สนปลุกทานตะวันแต่เช้าให้รีบกลับไปทวงสิทธิ์ความเป็นหลานก่อนที่จะถูกเนื้อทองแบ่งสมบัติที่เป็นส่วนของเธอไป ทานตะวันยังอ่อนหัดไม่รู้เท่าทันแผนชั่วของสน กระวีกระวาดกลับเรือนทองจันทร์
“อีเด็กโง่ แต่คิดว่าตัวเองฉลาด สมบัตินั่นมันต้องเป็นของเทิดศักดิ์คนเดียวไม่ใช่แก” สนเข่นเขี้ยว
“อ้าว นี่อย่าบอกนะเจ้าคะว่าเสร็จงานอีเนียนกับเด็กติ๋ว คุณหนูอี๊ดมีสิทธิ์ตามนางสองแม่ลูกนั่น”
คุณนายเรือนเล็กไม่ตอบ แต่เตรียมแผนการสำหรับทานตะวันไว้แล้ว โดยจะสร้างความร้าวฉานระหว่างเธอกับทองจันทร์ เรียมและขุนภักดีให้มากที่สุด จู่ๆช้อยคุกเข่ากอดขาเจ้านายไว้ มีเรื่องจะสารภาพผิด เธอแอบไปมีลูกมาคนหนึ่ง ตอนที่พ่อของเธอป่วยแล้วเธอหายไปประมาณเก้าเดือนเศษ คนที่เป็นผัวเธอคือเหิม สนตบหน้าบ่าวผู้ซื่อสัตย์ฉาดใหญ่ ด่าว่าเลวมาก ช้อยย้อนถามที่ว่าเลวเพราะเธอมีผัวคนเดียวกับเจ้านายใช่ไหม
“โอ๊ย...นี่ฉันกลายเป็นเมียน้อยไอ้เหิมรึ...นังคนชั่ว เอ็งพาไอ้เหิมมาฉุดข้า” สนตบหน้าช้อยอีกครั้ง
“มันมาเอง มันฉุดคร่าข่มขืนไปทั่ว ไม่ใช่แค่ช้อยกับคุณสนดอกเจ้าค่ะ”
สนโกรธมากตบตีช้อยไม่ยั้งจนหอบเหนื่อย แล้วทรุดลงร้องไห้ ช้อยเองก็ร้องไห้ตามไปด้วย...
ขณะเนียนกำลังนอนคิดถึงเรื่องเมื่อคืนตอนที่ขุนภักดีช่วยชีวิตเอาไว้ มีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ปลุกให้เธอตื่นจากภวังค์รีบลุกขึ้นมาเปิดประตูรับ เจอทานตะวันยืนมองอย่างเอาเรื่อง ถามว่าสะเออะมาทำอะไรอยู่ในห้องนี้แล้วนังติ๋วไปไหน พอรู้ว่าเนื้อทองไปนอนกับคุณย่า ทานตะวันแค้นใจมาก สั่งห้ามเนียนขึ้นมานอนห้องนี้อีก แล้วผลักเธอออกจากห้อง สั่งให้ไปให้พ้นหน้า เนียนรีๆรอๆทานตะวันตวาดใส่
“บอกว่าจะไปไหนก็ไป นี่บ้านคุณย่าฉัน แกเป็นคนใช้ ฉันสั่งให้ทำอะไรก็ได้”
คำพูดเหยียดหยามของลูกทำให้เนียนน้ำตาร่วง รีบหันหลังจากไป ทานตะวันเห็นห้องของเนื้อทองตกแต่งไว้สวยงาม ปราดเข้าไปจะทำลาย แต่นึกถึงคำพูดของสนที่บอกไม่ให้ผลีผลาม จึงชะงักมือไว้...
ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่ร้านกาแฟไทยเจริญ ยายอ่อนยังไม่ละความพยายาม มาทวงถามจะซื้อที่นาของเนียนเช่ามาหลายปีแล้ว เมื่อไหร่จะขายให้สักที โพล้งกับแพรอ้างว่าตอนนี้เนียนทำพินัยกรรมยกที่นาให้แดงน้อยไปแล้ว ยายอ่อนหาว่าเหลวไหล สองคนนั่นไม่เกี่ยวข้องกันจะโอนที่ให้กันทำไม โพล้งตัดบท
“เอาเป็นว่าที่นานั่นยังขายไม่ได้เพราะเนียนเขายังไม่ได้เซ็นโอนให้แดงน้อย เข้าใจไหม”
ยายอ่อนเข้าใจเรื่องที่นาแต่ไม่เข้าใจทำไมเนียนถึงต้องยกที่ผืนนี้ให้แดงน้อย แพรกับโพล้งยังไม่ทันจะว่าอะไร แดงน้อยในชุดนิสิตเดินลงมาพอดี ยายอ่อนสบช่องอ้าปากจะถามเจ้าตัว แพรชิงตบหน้าเธอเสียก่อนอ้างว่ามียุงมาเกาะ กำลังจะดูดเลือด
ทั้งแพรและโพล้งไม่เปิดโอกาสให้ยายอ่อนได้พูดหรือซักถามแดงน้อย คอยแย่งพูดตลอดจนกระทั่งเขาขอตัวไปเรียน ยายอ่อนจำต้องหันมาตั้งคำถามเอากับแพรและโพล้งว่าเนียนกับแดงน้อยเกี่ยวดองกันตรงไหนทำไมหน้าตาคล้ายกันราวกับเป็นแม่เป็นลูก ทั้งคู่ตอบอย่างพร้อมเพรียงกันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันเลย
“แต่ดันไปเกี่ยวเรื่องที่นา แล้วเมื่อไหร่ฉันจะได้ซื้อที่นาของเนียน” ยายอ่อนถอนใจเหนื่อยใจ
แพรขอให้รอไปก่อน แต่ถ้ารอไม่ไหวก็ให้ไปหาเนียนเอง ยายอ่อนไม่กล้ากลับไปเหยียบบ้านภักดีภูบาลเพราะรับเงินค่าปิดปากจากคุณนายเรียมมาแล้วตั้งร้อยชั่ง แพรแนะให้ลักลอบเข้าไป
“ลักลอบเข้าไปหาที่ตายน่ะสิ ไอ้แทนคนหนึ่ง ไอ้หมอเสน่ห์ก็สาบสูญ จากมานานนี่ไม่รู้ว่ามีใครตายอีกไหม เอ...ว่าแต่เนียนก็มีลูกสาวทำไมถึงเอามายกให้แดงน้อย” ยายอ่อนยังคาใจไม่หาย
ooooooo
วันรุ่งขึ้น เรียมชวนเนียนมาเคารพศพลูกสาวของเธอซึ่งฝังไว้ท้ายวัด โดยมีนายเอกคอยดูต้นทางให้ เธออธิษฐานจบปักธูปลงหน้าหลุมฝังศพที่ปลูกดอกไม้ไว้อย่างสวยงาม แล้วหันมาแสดงความเสียใจกับเนียนที่เกิดเรื่องเลวร้ายอยู่เนืองๆ เนียนยินดีรับสิ่งเลวร้ายเหล่านั้นไว้เองดีกว่าจะให้เกิดขึ้นกับคุณหนูอี๊ดและหนูติ๋ว
“ฉันจะไม่ยอมให้เกิดอะไรขึ้นกับหนูติ๋วเด็ดขาด ฉันสัญญา ฉันขอสาบานต่อหน้าดวงวิญญาณของลูกสาวฉันว่าจะปกป้องดูแลหนูติ๋ว เชิดชูหนูติ๋วเสมือนหนึ่งเป็นลูกของฉันเอง”
เนียนกราบขอบพระคุณเรียมอย่างสุดซึ้งที่เมตตา เธอกับลูกจะขอรับใช้เรียมและคนในครอบครัวภักดี-ภูบาลตราบชีวิตจะหาไม่ เรียมดึงเนียนเข้ามากอด ทักท้วงว่าเธอคือน้องสาวผู้มีพระคุณไม่ใช่คนรับใช้ ถ้าไม่มีเธอ ป่านนี้ชีวิตของตนคงตกต่ำอ้างว้าง ขอร้องเนียนให้อดทน อีกไม่นานเวรกรรมต้องตามคนชั่วทัน
“เนียนปลงแล้วเจ้าค่ะ ไม่หวังว่าใครที่ทำอะไรเนียนจะต้องรับกรรม ขอเพียงลูกทั้งหมดของเนียนอยู่รอดปลอดภัยก็เพียงพอแล้วสำหรับเนียน”
“แต่ฉันสังหรณ์ใจว่าชีวิตของเนียนและหนูติ๋วกำลังจะดีขึ้นเรื่อยๆตามคำของท่านพระครู...อีกไม่นานดอก พี่เทพจะตาสว่าง เนียนคงตกใจจนไม่ทันสังเกตเห็นสีหน้าแววตาห่วงใยของพี่เทพที่มีต่อเนียนวันก่อน ในใจเขายังคงมีเนียนเสมอ ฉันรู้” เรียมปลอบ ขณะที่เนียนก้มหน้าซ่อนน้ำตาและรอยยิ้มแห่งความสุขเอาไว้
นายเอกยืนมองอยู่ห่างๆพลอยสุขใจไปด้วย ทั้งสามคนไม่ทันสังเกตเห็นสนกับช้อยแอบมองอยู่อีกมุมหนึ่ง พยายามเงี่ยหูฟังแต่ไม่ได้ยินอะไร ช้อยยุส่งว่าทั้งคู่อาจกำลังสุมหัววางแผนกำจัดสนอยู่ คุณนายเรือนเล็กยอมไม่ได้ ต้องรีบชิงลงมือก่อน บ่นเสียดาย เมื่อตอนที่ขุนภักดีหลงใหลตนเอง น่าจะจัดการเรียมตั้งแต่ตอนนั้น
“มาถึงตอนนี้ก็ยังไม่สายเจ้าค่ะ” ช้อยเห็นสนคิดคล้อยตามคำแนะนำของตน สบโอกาสเหมาะเสนอจะเอาลูกชายที่กำลังหนีทหารและไม่มีที่หลบภัยมาช่วยกำจัดเรียม สนนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบตกลง
ooooooo
ในวันครบรอบวันคล้ายวันเกิดครบสิบแปดปีของทานตะวัน เรียมกับขุนภักดีนิมนต์ท่านพระครูมาฉันเพลและประพรมน้ำมนต์เพื่อเป็นสิริมงคล แต่เจ้าของวันเกิดกลับทำท่ารำคาญเมื่อถูกน้ำมนต์พรมใส่
“โยม นั่นน้ำมนต์ไม่ใช่น้ำกรด ตกใส่หัวแล้วจะ โชคดี อย่าไปสะบัดโชคดีออกจากหัวสิ” ท่านพระครูปราม
“ขอประทานอภัยท่านด้วยขอรับ แกไปเรียนหนังสือที่บางกอกเสียนานห่างวัดไม่รู้ประเพณีนะขอรับ” ขุนภักดีแก้ตัวแทนลูกสาว ทองจันทร์สั่งให้ทานตะวันรีบกราบขอโทษท่านพระครูเดี๋ยวนี้ เธอจำใจทำตามคำสั่ง
จากนั้น ท่านพระครูประพรมน้ำมนต์ให้กับขุนภักดี เรียม ทองจันทร์รวมทั้งสน และเทิดศักดิ์เรื่อยมาจนกระทั่งถึงเนียนกับเนื้อทอง ท่านอดทักไม่ได้ว่าเมื่อครู่เพิ่งประพรมน้ำมนต์ให้แล้วปัดออกไม่ใช่หรือ เนียนกราบเรียนว่าเป็นคนละคนกัน ท่านร้องทักว่าท่านขุนกับแม่เรียมมีลูกแฝดหรือ
“ไม่ใช่เจ้าค่ะ นั่นลูกเนียนต้นห้องของอิฉัน หนูอี๊ดเป็นลูกสาวคนเดียวของท่านขุนกับแม่เรียมเจ้าค่ะ แต่ว่าหน้าตาเธอเหมือนกันโดยบังเอิญเจ้าค่ะ” ทองจันทร์ชิงอธิบาย ท่านพระครูพยักหน้ารับรู้ แล้วเรียกเจ้าของวันเกิดมานั่งตรงหน้าจะได้ให้พร เรียมรีบบอกว่าวันนี้เป็นวันเกิดของเนื้อทองเช่นกัน ท่านพระครูจึงเรียกเธอมานั่งข้างๆ ทานตะวันจะได้ให้พรพร้อมกัน แล้วหยิบพระเครื่องจากในย่ามมอบให้คนละหนึ่งองค์
“ตกฟากพร้อมกันเลยนี่นา...แต่ดวงชะตาต่างกันมาก คนหนึ่งคาบช้อนทองติดปากมาแต่อีกคนหนึ่งคาบเวรคาบกรรมมาด้วย แต่สุดท้าย...เป็นสุขด้วยกันนั่นแหละ แต่ใครจะสุขสมกว่าใครนั้น อาตมาระบุไม่ได้ เป็นเด็กดีทั้งสองคนนะ ใครทำดีก็มีสุขมาก ใครทำไม่ดีก็มีทุกข์มาก จำใส่ใจไว้ให้ดี”
เนื้อทองก้มกราบขณะที่ทานตะวันนั่งคอแข็ง ขุนภักดีต้องสั่งให้กราบ เธอทำตามอย่างไม่ค่อยชอบใจ...
ณ สถานที่ลับหูลับตาผู้คน เสือหนักนำเงินจำนวนหนึ่งมาให้หมอเสน่ห์ไว้ทำทุน มีข้อแม้ว่าต้องเป็นอาชีพสุจริต ห้ามใช้วิชาอาคมหลอกลวงหรือทำร้ายใครอีก ต่อจากนี้ไปเราสองคนจะไปตามทางใครทางมัน หมอเสน่ห์ไม่ยอมแยกทางจะขอติดตามเขาไปด้วยทุกที่ เสือหนักไม่ต้องการให้เขาเอาชีวิตมาผูกติดตนเอง เขาไม่เคยปล้นฆ่าใครมาก่อน ยังอยู่ได้อีกนาน ส่วนตนเองคงเหลือเวลาน้อยเต็มที ไม่รู้จะโดนตำรวจจับเมื่อไหร่
“โธ่...ลูกพี่มีพระคุณกับฉัน ยังไม่ทันได้ตอบแทน”
“เอ็งได้ตอบแทนแน่ วันใดที่รู้ว่าชีวิตข้าหาไม่แล้ว จงไปที่บ้านท่านขุนเปิดเผยความจริงเรื่องนางสนว่ามันทำความเลวร้ายอะไรไว้กับน้องสาวข้าบ้าง” เสือหนักว่าแล้วตบบ่าหมอเสน่ห์ก่อนจะผละจากไป...
หลังจากนั้นไม่นาน เสือหนักแวะเอาของขวัญวันเกิดไปให้หลานสาวที่บ้านภักดีภูบาล โดยฝากไว้กับบ่าวที่เฝ้าอยู่ตรงท่าน้ำ เขาแปลกใจทำไมถึงมีของขวัญสองชิ้น
“เกิดสองคนจะให้ถุงเดียวได้อย่างไร มาฝากของไว้แค่นี้แหละ” เสือหนักสั่งเสร็จรีบพายเรือจากไปอย่างรวดเร็ว เทิดศักดิ์ออกมาที่ท่าน้ำเห็นหลังไวๆ ถามบ่าว รับใช้ว่าชายคนนั้นเป็นใครมาทำอะไร เขาเองก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเป็นใคร แค่เอาของขวัญวันเกิดมาฝากไว้สองชิ้น เทิดศักดิ์มองถุงใส่ของขวัญอย่างแปลกใจ
ooooooo
ครู่ต่อมา เทิดศักดิ์กลับมาที่เรือนขุนภักดีเห็นช้อยซุบซิบบางอย่างกับบ่าวชายมาใหม่คนหนึ่ง ก่อนบ่าวคนนั้นจะถอยออกมา เทิดศักดิ์เห็นท่าทางไม่น่าไว้ใจ ปราดเข้าไปถามว่าเพิ่งมาทำงานใหม่หรือ บ่าวคนใหม่ถึงกับสะดุ้ง พวกคุณๆพาหันมองเขาเป็นตาเดียวกัน
“ใครรับแกเข้ามาทำงาน ทำไมไม่มีใครบอกฉันหรือคุณนายเรียม” ทองจันทร์ซัก
“สนเองค่ะ คุณแม่ สนตั้งใจว่าจะหาโอกาสบอกคุณแม่ พี่ขุนกับคุณพี่เรียมแต่ยังไม่สบโอกาสค่ะ”
“มันชื่อแช่ม เป็นญาติฝ่ายบิดาของคุณสนเจ้าค่ะ” ช้อยโกหกหน้าด้านๆ ทั้งที่แช่มเป็นลูกชายของเธอเอง
ทานตะวันถึงกับร้องเอะอะ ทำไมญาติของแม่สนถึงได้หน้าตาท่าทางเหมือนกุ๊ยหน้าโรงหนังไม่มีผิดเพี้ยน ช้อยอยากจะตบปากเสียๆของนังคุณหนูนักที่มาว่าลูกชายของเธอ แต่ไม่กล้า ได้แต่ทำปากขมุบขมิบด่า สนเกรงใครจะจับพิรุธได้ ส่งสายตามองแช่มเป็นทำนองให้ออกไป เทิดศักดิ์รอจนเขาลับสายตา จึงส่งถุงของขวัญที่มีคนฝากไว้กับบ่าวที่ท่าน้ำให้ทานตะวันกับเนื้อทองคนละถุง ทานตะวันปัดทิ้งเพราะคิดว่าเป็นของชาวบ้านไร้ค่า ไร้ราคาที่ฝากมาเพื่อจะเอาใจพ่อของเธอ แต่กลับต้องตะลึงเมื่อเห็นสร้อยข้อมือเพชรหล่นออกจากถุง
ทองจันทร์คว้าสร้อยมาพิจารณาแล้วบอกว่าเป็นของจริง ทานตะวันปรี่เข้าไปคว้าถุงจากมือเนื้อทองมาเปิดดูเห็นสร้อยเหมือนกับของตนเองไม่มีผิดเพี้ยน ชักสีหน้าไม่พอใจ ทุกคนต่างงงไปตามๆกันว่าใครให้มา มีเพียงเนียนเท่านั้นที่มั่นใจว่าสร้อยเพชรสองเส้นนี้ต้องเป็นของขวัญที่พี่หนักมอบให้หลานสาวทั้งสองคน...
เย็นวันเดียวกัน บนเรือนเล็ก สนกับช้อยยังคอยเสี้ยมให้ทานตะวันเกลียดชังเนื้อทองมากขึ้น ยุส่งว่าคนที่ให้ของขวัญก็ช่างกระไรลดค่าคุณหนูบ้านภักดีภูบาลลงไปเท่ากับลูกบ่าวรับใช้
“ถ้าหนูอี๊ดไม่อยากได้ให้แม่สนเก็บไว้ให้ก็ได้นะคะ” สนมองสร้อยเพชรตาวาว เทิดศักดิ์มาทันได้ยินพอดี
“ของคนอื่นที่เขาให้ด้วยใจ ทำไมไม่เก็บเอาไว้เองครับน้องอี๊ด”
“รู้ได้ไงคะว่าให้ด้วยใจ หนูเก็บเอาไว้ก็ได้ แต่ไม่ใส่ดอก กลัวไปใส่ตรงกับยัยติ๋ว เสียศักดิ์ศรีลูกท่านขุนภักดีหมด แม่สนขา หนูอี๊ดกลับก่อนนะคะ...อย่าลืมที่หนูขอไว้นะคะ” ประโยคสุดท้าย ทานตะวันลดเสียงลงให้ได้ยินเพียงสองคน แล้วลงเรือนไป เทิดศักดิ์ขอร้องแม่อย่าไปสอนให้น้องทำอะไรที่ไม่น่ารัก
“ถ้าเด็กมันไม่น่ารัก ลูกเทิดศักดิ์ของแม่ก็ยิ่งดูยิ่งน่ารัก ใครๆก็รักไม่ดีหรือ”
“คุณแม่พูดราวกับว่าผมกับน้องอี๊ดไม่ใช่พี่น้องกัน เรามีพ่อคนเดียวกันนะครับ ผมถามจริงๆ คุณแม่หวังดีกับน้องอี๊ดจริงๆ หรือว่าแสร้งทำ” เทิดศักดิ์จ้องจับผิดแม่เขม็ง สนแหวใส่ทันที
“หยุดนะ แม่ไม่ใช่ผู้ต้องหา อย่ามาฝึกสอบสวนแม่ อีกหน่อยเป็นนายร้อยติดดาว แม่ทำอะไรผิดมิคิดเอาแม่เข้าคุกรึ”
“แน่นอนครับ ผมมีหน้าที่ทำตามกฎหมาย” เทิดศักดิ์พูดจบ เดินเข้าห้องตัวเอง สนกับช้อยถึงกับอึ้ง...
ระหว่างที่ทานตะวันเดินกลับเรือนใหญ่ เห็นแช่มนั่งมองด้วยสายตาหื่นกระหาย ด่ากราดไม่ไว้หน้า
“ไอ้บ้าหน้าโง่ อย่ามามองฉัน จำไว้ เห็นฉันที่ไหนให้แกก้มหน้าเอาไว้ ไอ้ทะลึ่ง ถ้าไม่ติดว่าแกเป็นญาติแม่สน ฉันให้คุณพ่อไล่แกไปจากบ้านแล้ว แกมันดูไม่น่าไว้ใจสักนิด ไปให้พ้น” ทานตะวันไล่ตะเพิด ก่อนจะเดินหน้าเชิดจากไป แช่มถอยหลบ แต่ยังคงจับจ้องมองตามเธอไม่วางตา
“อีคุณหนู อย่านึกว่าตัวเองแน่”
ooooooo
เนื้อทองเกรงใจที่ต้องรบกวนทองจันทร์เรื่องค่าเล่าเรียนมหาวิทยาลัย คิดจะลองไปสอบชิงทุนดู ขออนุญาตทองจันทร์กับเรียมเข้าบางกอก เรียมไม่อยากให้เธอไปตามลำพัง จะให้นายเอกไปส่ง สนนั่งฟังอยู่ด้วย ขัดขึ้นทันที
“แหม ไปมาร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ กะอีแค่ไปบางกอกต้องทำเป็นคุณหนูมีคนพาไปส่ง”
“ผมนี่แหละครับจะพาน้องติ๋วไปส่ง คุณแม่สนไม่ต้องกลัวว่านายเอกจะไปส่งดอกครับ” เทิดศักดิ์ที่เพิ่งกลับมาถึงอาสาด้วยความเต็มใจ เนียนรู้ดีว่าเขามีใจให้เนื้อทองเพราะไม่รู้ว่าทั้งคู่เป็นพี่น้องต่างมารดา หาทางกีดกัน อ้างว่าเนื้อทองไปเองได้ เรียมกลับบอกให้เทิดศักดิ์ไปส่งจะได้ไม่ต้องต่อรถต่อเรือหลายทอด
“ไปสิยะ ยัยติ๋ว ราชรถมาเกยทั้งที อ้อ เดี๋ยวๆๆ จะไปทั้งทีเกิดไปเหยียบอ่างกะปิใครแตกจะโดนกักตัวไว้เรียกค่าไถ่ เอาเงินติดชายพกไปกินขนม” ทองจันทร์ว่าแล้วส่งเงินให้เนื้อทองจำนวนหนึ่ง เรียมใจดีให้เงินเพิ่มไปอีก ทั้งสนและทานตะวันมองอย่างหมั่นไส้ เทิดศักดิ์ขยับจะพาเนื้อทองไป แต่นึกอะไรขึ้นมาได้
“คุณย่า คุณแม่เรียมครับ ฝากดูแลน้าเนียนด้วยนะครับ ผมเพิ่งทราบเรื่องงูเห่าจากนายเอกเมื่อสักครู่ก่อนขึ้นมานี่ ใครกันหนอช่างก่อเวรก่อกรรมกับคนดีๆ อย่างน้าเนียน”
สนน้อยใจต่อว่าลูกว่ากลับมาทั้งทีจะถามสารทุกข์สุกดิบของแม่สักคำยังไม่มี กลับเป็นห่วงทุกข์สุขของแม่คนอื่น เทิดศักดิ์เหน็บแนมว่าแม่มีสุขสนุกทุกเวลาอยู่แล้ว ยิ่งได้จับคู่กับช้อยยิ่งสนุกกันใหญ่ แล้วพยักพเยิดให้เนื้อทองไปกันได้แล้ว ทองจันทร์อดถามทานตะวันไม่ได้ว่าจะไม่ไปสอบเข้าเรียนต่อที่ไหนบ้างหรือ
“หนูไม่สอบเข้าที่ไหนให้เหนื่อยยากดอกค่ะ คุณย่า หนูจะไปเรียนทำผมที่ฝรั่งเศสเหมือนอย่างที่ลูกสาวผู้ดีมีเงินเขาไปกัน” ทานตะวันเชิดหน้าหยิ่งผยอง...
ไม่ได้มีเพียงเนื้อทองเท่านั้นที่เข้าสอบชิงทุน แดงน้อยเองก็ไปสอบชิงทุนเช่นกัน แต่ของเขาเป็นทุนไปเรียนต่อปริญญาโทต่างประเทศ
ooooooo
ในเวลาต่อมา ที่ร้านกาแฟไทยเจริญ ขณะแพรและโพล้งกำลังเล่าให้เสือหนักฟังเรื่องที่แดงน้อยไปสอบชิงทุน อยู่ๆเสือหนักรีบคว้าหมวกกับแว่นดำขึ้นมาสวมแล้วเดินหนีไปด้านข้างร้านอย่างรวดเร็ว เป็นจังหวะเดียวกับแดงน้อยเดินนำเทิดศักดิ์และเนื้อทองเข้ามาในร้าน
“ผมเห็นหลังใครแวบๆ เดินออกไปเมื่อครู่นี้ครับแม่แพร” แดงน้อยว่าพลางชะเง้อคอมองไปข้างร้าน
“อ๋อ...ไอ้คนส่งน้ำแข็งมันมาถามว่าจะเอาน้ำแข็งเพิ่มไหม จะได้ส่งเพิ่มให้” แพรโกหกหน้าตาย แล้วถามแดงน้อยกลบเกลื่อนว่าทำข้อสอบได้หรือเปล่า
“ก็ทำเต็มที่ครับแม่แพร แต่จะได้ทุนหรือเปล่าก็ต้องรอผล แต่สำหรับน้องติ๋วผมมั่นใจแทนน้อง ได้แน่นอน”
เนื้อทองยิ้มเขินที่ถูกแดงน้อยชมซึ่งหน้า แพรกับโพล้งต่างมองด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะถามว่าเนียนสบายดีหรือ เนื้อทองอึกๆอักๆ ไม่รู้จะเล่าอย่างไรดี เทิดศักดิ์มองสบตาเธอก่อนจะตอบคำถามแทนว่าสบายดี เพราะเขาฝากคุณย่ากับคุณแม่เรียมดูแลเอาไว้ก่อนมา แล้วนึกถึงลุงสินขึ้นมาได้ อยากรู้ว่าแพรกับโพล้งไปเยี่ยมท่านบ้างหรือเปล่า แต่เทิดศักดิ์ต้องประหลาดใจเมื่อรู้จาก แดงน้อยว่าท่านสึกแล้ว
“สึกแล้ว!...แกรู้ได้อย่างไรแดงน้อย”
“ลุงมาหากัน หลังจากวันที่เราโดนเสือหนักจับตัวไปนั่นแหละ”
เทิดศักดิ์เสียดาย วันนั้นที่มาส่งแดงน้อย ถ้าเขานอนที่นี่อย่างที่เพื่อนรักชักชวนคงได้พบลุงสิน เสือหนักในคราบลุงสินซึ่งแอบฟังอยู่หลังร้านถึงกับน้ำตาซึม อยากจะออกไปเจอหน้าลูกชายใจแทบขาด แต่เกรงความชั่วความเลวของตัวเองจะไปแปดเปื้อนลูก ได้แต่แอบฟังอยู่ในหลืบหลังร้าน
“เสือหนักเอ๋ย ถึงนายจะเคยใจดีกับฉัน แต่วันใดที่ฉันได้ติดดาวบนบ่า วันนั้นคือวันเริ่มต้นพิชิตเสือหนัก”
“กันก็จะช่วยแกจับเสือหนักให้ได้” แดงน้อยว่าแล้วจับมือเพื่อนรักเหมือนเป็นสัญญาลูกผู้ชาย
เสือหนักทนคิดถึงลูกชายไม่ไหว อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิดขอสัมผัสความเป็นพ่อสักครั้งในชีวิต ตัดสินใจเดินเข้าไปหาเด็กทั้งสามคน แพรกับโพล้งถึงกับอ้าปากค้างไม่คิดว่าเสือหนักจะออกมาเผชิญหน้ากับลูก เทิดศักดิ์ดีใจที่ได้เจอลุงสิน ปราดเข้าไปสวัสดีทักทาย
“ผมดีใจมาก ในที่สุดผมก็ได้พบลุงสิน ผมรอคอยมานานสิบกว่าปีแล้วนะครับ แปลกแท้ๆ ผมรู้สึกเหมือนกับว่าลุงสินคือลุงแท้ๆของผมไม่ใช่แค่ลุงของเพื่อน”
“ลุงก็รู้สึกว่าเทิดศักดิ์ไม่ใช่เพื่อนของหลาน แต่เราสองคนสายเลือดเดียวกัน”
โพล้งกับแพรแอบตบอกตัวเองด้วยความตื่นเต้นที่จะได้เห็นละครฉากสำคัญ แดงน้อยกระเซ้าว่าถ้าเป็นเช่นนั้น เท่ากับเทิดศักดิ์กับเขาก็เป็นสายเลือดเดียวกัน เนื้อทองออกตัวว่ายกเว้นตนเอง
“ใครบอกเล่า ลุงก็รู้สึกว่าหนูกับลุงสายเลือดเดียวกัน ถ้าอย่างนั้นขอกอดทุกคนให้ชื่นใจสักครั้ง...ครั้งเดียวในชีวิตก็เกินพอ” เสือหนักว่าแล้วกางแขนรอ แม้เทิดศักดิ์จะรู้สึกแปลกๆแต่คิดว่าอาจเป็นเพราะลุงสินเหงาจึงโผกอดเขาไว้ แดงน้อยแทรกเข้าในอ้อมแขนเสือหนักเช่นกัน โพล้งกับแพรดันเนื้อทองให้ตามเข้าไปด้วย เสือหนักกอดลูกกอดหลานด้วยความปีติน้ำตาซึม พลอยทำให้โพล้งกับแพรยิ้มมีความสุขไปด้วย
“ลุงขออวยพรให้เทิดศักดิ์กับแดงน้อย จับเสือหนักให้ได้”
ooooooo
ในเวลาเดียวกัน ที่เรือนของทองจันทร์ ขณะที่เนียนอาสาจะนอนเป็นเพื่อนทองจันทร์แทนลูกสาวทานตะวันเข้ามาออดอ้อนคุณย่าจะมาขอนอนที่เรือนนี้ด้วย ทองจันทร์ดีใจ รีบบอกเนียนว่าไม่ต้องมาเฝ้าตนแล้ว คืนนี้หลานสาวของตนจะมานอนด้วย เนียนรับคำ ขยับจะไป
“ให้นังเนียนมันนอนกับคุณย่านะดีแล้วค่ะ”
ทองจันทร์ปรามทานตะวันไม่ให้เรียกเนียนจิกหัวแบบนี้ เธอโต้เถียงว่าเหมาะสมกับคนคบชู้แล้ว เนียน
ถึงกับน้ำตาซึมที่ถูกลูกในไส้ด่าว่า ทองจันทร์ขอร้องอย่า ฟื้นฝอยหาตะเข็บและที่สำคัญเรื่องมันเกิดนานมาแล้ว ก่อนทานตะวันจะเกิดด้วยซ้ำ แล้วทักท้วงว่าเมื่อครู่บอกเองไม่ใช่หรือว่าจะนอนกับย่า
“หนูบอกว่าจะมาขอนอนเรือนคุณย่าต่างหาก หนูจะไปนอนห้องยัยติ๋ว ห้องนอนมันสวยน่านอนมาก ค่ะ...นะคะ คุณย่า” ทานตะวันอ้อน ทองจันทร์ใจอ่อนพยักหน้าอนุญาต...
ทันทีที่เข้าไปในห้องนอนของเนื้อทอง ทานตะวันลากที่นอนหมอนมุ้งโยนลงหน้าต่าง ช้อยซึ่งรอท่าอยู่
ก่อนแล้ว รีบลากข้าวของทั้งหมดหายไปทางหลังบ้าน ก่อนจะจุดไฟเผา...
ทางด้านเนียนนั่งโบกพัดให้ทองจันทร์จนหลับสบายไปแล้ว จึงได้ลุกขึ้นมองออกไปนอกหน้าต่างห้องเห็นกองไฟลุกโชนอยู่ทางสวนท้ายเรือนไกลๆไม่ได้นึกเอะใจอะไรคิดว่ามีคนมาเผาหญ้า...
ทานตะวันเจ้าเล่ห์หลังจากจับข้าวของของเนื้อทองโยนลงหน้าต่างแล้ว ทำไม่รู้ไม่ชี้กลับไปยังเรือนขุนภักดีขอนอนกับพ่อแม่อ้างว่ากลัวผี เรียมมองออกไปนอก หน้าต่างเห็นกองไฟลุกอยู่ไกลๆคิดเช่นเดียวกับเนียนว่ามีคนมาเผาหญ้าหลังบ้าน เรียกขุนภักดีมาดู
“ช่างมันเถิด มันเผาหญ้าไม่ได้เผาเรือนเรา
สักหน่อย แม่เรียมอย่าตื่นเต้น”
“ใช่ค่ะคุณแม่อย่าตื่นเต้นไปเลยค่ะ มานอนกอดหนูอี๊ดดีกว่า หนูอี๊ดอยากทำเหมือนตอนเป็นเด็ก มีคุณพ่อ
คุณแม่นอนกอดซ้ายขวา” ทานตะวันออดอ้อน เรียมลงนอนกอดลูกไว้ไม่สนใจกองไฟนั่นอีก...
ที่สวนท้ายเรือน ช้อยเต้นรอบกองที่นอนหมอนมุ้งของเนื้อทองที่กำลังลุกไหม้อย่างสนุกสนาน พลันมีเสียงหมาหอนดังขึ้น บ่าวตัวดีถึงกับชะงัก มองไปรอบๆสีหน้าหวาดหวั่น มีเสียงครางฮือๆ แว่วเข้ามา
“ข้าเจ็บ...ข้าปวดแผลที่งูกัดข้า...ฮือๆๆๆ”
ช้อยตาเหลือก หวาดกลัวสุดขีดคิดว่าเป็นผี
ไอ้แทนตามมาหลอกหลอน เผ่นแน่บไม่เหลียวหลัง พอเธอพ้นสายตา นายเอก กบ และแมวพากันออกจากที่ซ่อนหัวเราะชอบใจ นายเอกเดินเข้าไปดูที่กองไฟ แปลกใจช้อยเอาที่นอนใครมาเผา กบกับแมวจำได้แม่นว่า
เป็นที่นอนหลังใหม่ที่คุณนายเรียมจัดให้เนื้อทอง
ooooooo
ขณะเนียนกำลังจัดสำรับเช้าให้ทองจันทร์กิน เห็นทานตะวันเดินคลอเคลียพ่อกับแม่ขึ้นมาบนเรือน ทองจันทร์ร้องทัก เมื่อคืนทานตะวันมาขออนุญาตนอนห้องเนื้อทอง แล้วทำไมเช้านี้ถึงมากับพ่อแม่ได้
“หนูเปลี่ยนใจกะทันหันค่ะคุณย่า หนูอยากอ้อนคุณพ่อคุณแม่...เนียนจ๋า ขอข้าวต้มให้ฉันกับคุณพ่อ
คุณแม่กินบ้างสิจ๊ะ” คำพูดอ่อนหวานของทานตะวันทำให้เนียนปลื้มใจถึงกับมือไม้สั่น ขยับจะไปยกอาหารมาเพิ่ม
จังหวะนั้น กบกับแมวเข้ามารายงานทองจันทร์ว่าที่นอนของเนื้อทองถูกเอาไปเผาทิ้งที่สวนหลังบ้านกลางดึกเมื่อคืน เนียนชะงักฝีเท้า หันมองทานตะวัน
ที่หัวเราะคิกๆ เรียมรู้ทันทีว่าลูกสาวต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จ้องมองเขม็ง ทานตะวันร้อนตัว อ้างว่าไม่เกี่ยวกับตน เมื่อคืนตนเปลี่ยนใจกลับไปนอนกับพ่อและแม่
“ไหนหนูอี๊ดอยากจะลองนอนห้องยัยติ๋วไห้ได้ ไล่เนียนมานอนกับย่า แปลกจริงนะ” ทองจันทร์ปรายตามองหลานสาวอย่างจับพิรุธ ทานตะวันกลัวความผิดจะถึงตัวรีบหลบลงเรือน...
ในเวลาไล่เลี่ยกัน บนถนนมุ่งสู่สุพรรณบุรี
เทิดศักดิ์กับเนื้อทองต่างยังคาใจไม่หายกับท่าทีรักใคร่ห่วงใยที่ลุงสินมีให้พวกตนราวกับเป็นสายเลือดเดียวทั้งๆที่มีแดงน้อยเป็นหลานรักอยู่ทั้งคน
“พี่รู้สึกว่าลุงสินผูกพันกับพี่มาก พี่รู้สึกอบอุ่นตอนที่แกโอบกอดพี่ไว้”
เทิดศักดิ์มัวแต่คุยเพลินไม่ได้มองถนนเบื้องหน้า พอหันไปอีกที ต้องกระแทกเบรกหัวทิ่ม เมื่อเห็นควายเดินตัดหน้ารถ เขาขอโทษเนื้อทองที่คุยเพลินไปหน่อย ด้วยความรักที่อัดแน่นในหัวใจ ทำให้เทิดศักดิ์ลืมตัว เอื้อมไปกุมมือเธอไว้ หญิงสาวตกใจชักมือออก ขอร้องให้รีบพากลับบ้าน
“พี่มันบ้า พี่ขอโทษด้วย พี่จะไม่เผลอใจแบบนี้อีก” เทิดศักดิ์ว่าแล้วเร่งเครื่องรถยนต์ออกไป
รถของเทิดศักดิ์แล่นมาได้สักพัก ยางรถแบน เขาต้องเบนรถจอดข้างทางเพื่อเปลี่ยนยางอะไหล่ ทำให้การเดินทางต้องล่าช้าออกไปอีก...
ขณะที่เทิดศักดิ์กำลังเปลี่ยนยางรถ สนวางแผนจะให้แช่มจัดการฉุดเนื้อทองคืนนี้เลย ช้อยติงว่านังเด็กนั่นกลับมาพร้อมกับคุณเทิดศักดิ์ แล้วแช่มจะมีโอกาสตอนไหนไปฉุด สนนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มร่า
“ข้าจะต้องรีบป่วย เอ็งไปดักรอคุณเทิดศักดิ์ที่โรงรถ บอกว่าข้าท้องร่วงใกล้เป็นห่าลง”
ช้อยพยักหน้ารับคำ แต่ในใจเกรงว่าเทิดศักดิ์จะไม่เชื่อเรื่องที่สนแต่งขึ้น...
ที่โรงรถบ้านภักดีภูบาล เนียนเริ่มกระสับกระส่ายเป็นห่วงลูกมืดค่ำป่านนี้แล้ว ทำไมยังไม่กลับ แช่มซึ่งมีท่าทางมึนเมาแอบมาดักรอเนื้อทองไม่ห่างกันนัก จ้องมองเนียนที่ยังมีเค้าความสวยอย่างหื่นกระหาย จังหวะนั้นเรียมเดินเข้ามาหาเนียน รู้ว่ากระวนกระวายใจเรื่องลูก ปลอบว่าเนื้อทองไปกับเทิดศักดิ์ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง
“คุณนายเรียมมาตามหาเนียนมีอะไรให้เนียนทำหรือเจ้าค่ะ”
“อยากจะมาขอโทษเรื่องที่นอนของหนูติ๋ว ฉันมั่นใจว่าลูกอี๊ดเป็นคนทำ...ทำแล้วหายตัวหลบไปไม่ยอมสู้หน้าฉัน กลัวจะซักไซ้ เนียนรอหนูติ๋วไปเถิด ฉันจะไปตามหาลูกอี๊ด ต้องเค้นเอาความจริงให้จงได้ ไม่เช่นนั้นแกจะนิสัยแย่ลงเรื่อยๆ เนียนคงไม่อยากเห็นแกเป็นเด็กน่าเกลียดใช่ไหม” เรียมพูดจบผละจากไป แช่มแอบได้ยินตลอด
“วันนี้คงกินนางเด็กติ๋วลำบาก แม่มันมาเฝ้ารออยู่ตรงนี้ สู้ไปแข่งกับคุณนายเรียมตามหานางคุณหนูตัวร้ายนั่นดีกว่า” แช่มพึมพำ ก่อนจะเดินเซๆด้วยฤทธิ์เหล้าบ่ายหน้าไปทางท่าน้ำ
เนียนคลายกังวลเรื่องเนื้อทอง แต่กลับเป็นห่วงทานตะวันขึ้นมา ตัดสินใจออกตามหา...
ทางฝ่ายทานตะวันมานั่งหลบมุมอยู่แถวท่าน้ำ หงุดหงิดที่แม่กับคุณย่าจะเอาเรื่องที่เธอทำให้ที่นอนของเนื้อทองโดนเผา หมายหัวเนียนกับเนื้อทองไว้จะล้างแค้นให้ได้ ทันใดนั้น แช่มซึ่งมีผ้าขาวม้าคาดหน้าย่องเข้ามารวบตัวทางด้านหลัง เอามือปิดปากเธอไว้ ทานตะวันดิ้นรนสุดฤทธิ์แต่สู้แรงเขาไม่ได้ ถูกลากเข้าไปในพุ่มไม้ทึบไม่ห่างจากท่าน้ำนัก ทานตะวันพยายามส่งเสียงร้องทั้งๆที่โดนปิดปาก
“เงียบนะ นังคนสวย ทำท่าทางดีดดิ้นดีนัก” แช่มว่าแล้วโถมทับทานตะวันที่ตกใจไว้...
ด้านเนียนออกตามหาทานตะวันมาแถวท่าน้ำ ได้ยินเสียงบางอย่างดังฝ่าความมืดเข้ามา พยายามเงี่ยหูฟัง ก่อนจะวิ่งตามไปยังต้นเสียง
ooooooo
ทานตะวันไม่ยอมให้ถูกล่วงเกินง่ายๆ กัดมือแช่มที่ปิดปากจมเขี้ยว เขาโกรธมากตบเธอฉาดเดียวหมดสติ แล้วลงมือปลดกระดุมเสื้อ ก่อนที่ทานตะวันเสียหายไปมากกว่านี้ เนียนโผล่พรวดเข้ามาด้วยท่าทีเกรี้ยวกราด
“มึงจะทำอะไรลูกกู” เธอโดดถีบแช่มเต็มแรงจนหงายหลัง แล้วรีบเข้าไปประคองร่างหมดสติของทานตะวันไว้ แช่มตั้งหลักได้เตะเนียนไม่ยั้ง แต่เธอไม่ยอมหนีไปไหน เอาตัวบังทานตะวันไว้ เขาเข้าไปจิกหัวเธอพยายามดึงตัวออกจากทานตะวัน แต่เนียนกอดลูกไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือสุดเสียง
เรียมกับนายเอกกำลังตามหาทานตะวัน ได้ยินเสียงร้องของเนียนรีบตามไปดู เห็นคนร้ายที่ผ้าคาดหน้ากำลังตบตีเนียนที่กอดปกป้องทานตะวันไว้แน่น นายเอกสาดไฟฉายใส่ทำให้เขาตกใจผละจากเนียนจะวิ่งหนี นายเอกพุ่งเข้าไปชกต่อยคนร้าย ปากก็ด่าว่าไปด้วย
“มึงเป็นใคร บังอาจมาทำร้ายคนถึงบ้านหลังนี้ อย่าหนีนะ กูจะดูหน้ามึงให้ได้ว่าเป็นใคร”
แช่มพยายามปัดป้องไม่ให้นายเอกดึงผ้าคาดหน้า พลางถอยหนีไปที่ริมตลิ่ง เป็นจังหวะเดียวกับเรือของขุนภักดีแล่นเข้ามาเห็นแสงจากไฟฉายที่นายเอกทำหล่นและได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือของเรียม รีบสั่งให้คนขับเรือเร่งความเร็วเข้าเทียบท่า แช่มสู้นายเอกไม่ได้ถูกรวบตัวไว้ ขุนภักดีตะโกนถามมาจากเรือว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้งนายเอกและแช่มต่างร้องขึ้นพร้อมกันว่า “ท่านขุนมา” นายเอกเอะใจทำไมคนร้ายรู้จักขุนภักดี มีเสียงเรียมตะโกนบอกขุนภักดีให้จับตัวคนร้ายที่ทำร้ายหนูอี๊ดให้ได้
“ไอ้ผีนรก มึงเป็นใครกันบังอาจมาทำร้ายลูกกู เอาปืนมาสิ” ขุนภักดีหันไปสั่งคนขับเรือ แช่มฉวยโอกาสตอนที่นายเอกหันไปสนใจเจ้านาย ดิ้นรนจนเป็นอิสระ ก่อนจะกระโดดลงน้ำ พลางตะโกนลั่น
“ข้าเป็นลูกน้องเสือหนักโว้ย”
นายเอกไม่เชื่อ กระโจนลงน้ำตาม สวนขุนภักดีที่โดดขึ้นจากเรือวิ่งมาหาเรียมกับเนียนที่ช่วยกันดูแลทานตะวัน ถามเรียมว่าลูกเป็นอะไร พอรู้ว่าคนร้ายพยายามจะปล้ำลูก ขุนภักดีไม่พูดพล่ามตรงเข้าตบตีเนียนไม่ยั้ง หาว่าเธอวางแผนให้ชู้ส่งคนมาปล้ำทานตะวันล้างแค้นเขา ขู่จะฆ่าเธอให้ตาย เรียมผวาเข้ามากันไว้ ขุนภักดีโกรธเลือดขึ้นหน้าผลักเมียรักพ้นทางแล้วกระชากเนียนเข้ามาหาเงื้อมือจะตบซ้ำ เรียมขวางไว้อีก
“ฆ่าเรียมด้วยอีกคนสิ พี่เทพหูเบาไม่ใช้เหตุผล ไม่เห็นดอกรึว่าลูกสาวเราสลบไปแล้ว ยังไม่รีบช่วยลูกอีก”
ขุนภักดีได้สติปราดเข้าไปช้อนตัวลูกไว้ แต่ไม่วายหันมาขู่เนียน “ลูกกูเป็นอะไร กูจะฆ่ามึงให้ตาย”
เรียมประคองเนียนที่บอบช้ำไปทั้งตัวและหัวใจกลับเรือนใหญ่...
ไม่นานนัก เทิดศักดิ์ขับรถเข้ามาจอดในโรงรถบ้านภักดีภูบาล เห็นบ่าวไพร่วิ่งกันอลหม่าน เขารู้ทันทีว่าต้องเกิดเรื่อง เป็นอย่างที่เทิดศักดิ์คาดไม่มีผิด แมววิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงานเกิดเรื่องใหญ่ ให้เขารีบไปช่วยเนียนด้วย เทิดศักดิ์คว้ามือเนื้อทองวิ่งตามแมวไปอย่างรวดเร็ว
ขณะที่ทุกคนกำลังวิ่งวุ่นออกตามล่าคนร้าย สนกับช้อยกลับนั่งหัวร่อร่าอยู่ท้ายเรือนเล็กเพราะคิดว่าแผนฉุดเนื้อทองสำเร็จ แต่แล้วต้องตกใจหัวใจแทบหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อรู้จากแช่มที่เปียกปอนไปทั้งตัวว่าทำงานพลาด ฉุดผิดตัวคิดว่าทานตะวันเป็นเนื้อทอง สนตั้งสติได้ไล่ตบตีแช่มอุตลุดโดยมีช้อยช่วยซ้ำ
ooooooo
ขุนภักดีหูเบาตั้งแต่หนุ่มยันแก่ไม่ยอมเลิกรา เชื่อคำลวงของคนร้ายที่อ้างตัวเป็นคนของเสือหนักแล้วมากล่าวหาเนียนว่ารู้เห็นเป็นใจให้คนของชู้มาทำร้ายลูกสาวของตน จับเธอกดหัวให้หมอบกับพื้นเรือนจะโบยด้วยแส้ม้า เรียมเอาตัวขวางไว้ ถ้าจะเฆี่ยนตีเนียนก็ขอให้เฆี่ยนตนด้วย เพราะตนเชื่อว่าเธอไม่มีวันทำร้ายทานตะวัน
“นี่เรียมเชื่อนางแพศยามากกว่าผัวตัวเองรึ” ขุนภักดีโกรธเกรี้ยว
เทิดศักดิ์เดินนำเนื้อทองขึ้นมาบนเรือนพอดี ถามพ่อว่าลงโทษน้าเนียนด้วยเรื่องอะไร พอได้รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น เขาตำหนิพ่อไปเชื่อคำพูดของโจรได้อย่างไร พวกนั้นเก่งแต่ป้ายสีให้คนอื่นเป็นแพะรับบาปแทน
“นี่แกบังอาจมาสอนจระเข้ว่ายน้ำรึ แกกำลังหน้ามืดตามัวเพราะอยากทำตัวเป็นลูกเขยนางแพศยา”
“ผมเพียงแต่ขอร้องคุณพ่ออย่าฟังความข้างเดียว หนำซ้ำยังฟังความของคนชั่ว ท่านผู้อำนวยการโรงเรียนนายร้อยท่านเพิ่งสอนผมมาว่าคนที่มีอำนาจยิ่งมากเท่าไหร่ยิ่งต้องมีเมตตามากเท่านั้น หาไม่บ้านเมืองผู้คนในความ ดูแลจะปั่นป่วนจนหาความสงบไม่ได้” เทิดศักดิ์เตือนสติพ่อ ทองจันทร์ยิ้มพอใจที่หลานชายมีจิตใจเปี่ยมไปด้วยความยุติธรรม ขุนภักดีถึงกับอึ้งเพราะลูกชายพูดถูกต้อง ถามว่าจะให้ทำอย่างไรต่อไป
เทิดศักดิ์ขอให้นายเอก น้าแมวและน้ากบไปตาม คนทั้งบ้านมารวมตัวกันหน้าลานเรือนคุณย่า เขาเชื่อว่าต้องมีเกลือเป็นหนอน หรือไม่ก็มีมือลึกลับแถวนี้บงการอยู่เบื้องหลัง
“พวกแกไปตามคนทั้งบ้าน ลูกชายข้าเขาอยากลองวิชา” ขุนภักดีว่าประชด แต่เทิดศักดิ์ไม่ใส่ใจ...
ในเวลาเดียวกันที่เรือนเล็ก สนกับช้อยด่าว่าแช่มไม่เลิกไม่แล้วตั้งแต่ตัวเปียกปอนจนตัวแห้ง สนยังพอเห็นข้อดีของเขาอยู่บ้างตรงที่หัวไวอ้างตัวเป็นคนของเสือหนักที่ส่งมาล้างแค้น แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าแช่มไม่รู้จริงๆหรือจงใจไม่รู้ว่าคนที่ลากตัวไปไม่ใช่เนื้อทอง แช่มอึกๆอักๆก่อนจะแก้ตัวน้ำขุ่นๆว่าตอนนั้นมันมืด
“คุณสนขอรับ ผมแปลกใจว่าทำไมตอนนางเนียนมันโผล่มาเจอเหตุ มันตะโกนว่าอย่ามาแตะต้องลูกมัน”
“มันคงคิดว่าเป็นลูกมันน่ะสิ ก็หน้ามันเหมือนกันจะตายไป”
แช่มสบช่องสวมรอยทันที ขนาดคนเป็นแม่ยังจำผิด แล้วตนจะจำถูกได้อย่าไร ช้อยเหลือบเห็นนายเอกบ่ายหน้ามาทางนี้ รีบบอกให้ลูกชายหลบไปก่อน พอเขาลับสายตา นายเอกมาถึงพอดี แจ้งว่าท่านขุนกับคุณเทิด–ศักดิ์ให้มาตามคนในบ้านภักดีภูบาลไปที่ลานหน้าเรือนคุณท่าน สนทำไขสือถามว่ามีเรื่องอะไรกัน นายเอกไม่ยอมบอก ไปถึงที่นั่นแล้ว ท่านขุนคงแจ้งเองว่ามีเรื่อง อะไร เธอไม่พอใจหาว่าเขาโยกโย้ท่ามาก
“มิได้ขอรับ กระผมพูดตามที่ท่านสั่ง ก็แล้วแต่คุณนายสนจะเห็นเช่นไร อ้อ...แม่ช้อยช่วยไปตามนายแช่มไปตามคำสั่งด้วย” นายเอกจ้องสองนายบ่าวอย่างจับพิรุธ สนอ้างว่าแช่มไม่อยู่ลากลับบ้านพ่อกำนัน แล้วรีบดึงแขนช้อยไปเรือนทองจันทร์ นายเอกมองสำรวจเข้าไปในเรือนเล็กอย่างไม่เชื่อคำพูดของสนนัก
ooooooo
ไม่นานนัก ทุกคนในบ้านภักดีภูบาลมารวม ตัวกันที่จุดนัดพบ เทิดศักดิ์ไม่เห็นแช่มญาติของสนก็ถามหา สนอ้างว่าใช้ให้เขาไปหากำนันแสง นายเอกขัดขึ้นทันที คงเป็นธุระสำคัญถึงต้องไปค่ำมืดๆ เทิดศักดิ์เห็นด้วยกับนายเอก ธุระร้อนอะไรหนักหนาถึงต้องรีบไปขนาดนั้น
“นี่แปลว่ากำลังสงสัยไอ้แช่ม หลักฐานก็ไม่มี อย่าเบนเข็มมาปรักปรำมันสิ ก็ไอ้โจรนั่นมันบอกอยู่โต้งๆ
ไม่ใช่รึว่าไอ้เสือหนักส่งมันมา” สนเผลอต่อว่า ช้อยต้อง รีบสะกิดให้รู้สึกตัว
“เมื่อสักครู่ที่กระผมไปตาม คุณนายสนยังไม่ทราบเลยนะขอรับว่าเกิดเรื่องอะไร” นายเอกทักท้วง สนถึงกับหน้าเสีย เทิดศักดิ์พอได้เค้าลางเรื่องนี้บ้างแล้ว รีบตัดบทสั่งให้ทุกคนแยกย้ายกันกลับไปได้แล้ว สนถอนใจโล่งอก ขณะที่เทิดศักดิ์มองตามแม่ที่เดินร้อนรนกลับเรือนตัวเองอย่างไม่ค่อยสบายใจนัก...
ที่ห้องนอนของเนื้อทองบนเรือนทองจันทร์ เนื้อทองเห็นสภาพบอบช้ำของแม่แล้ว ถึงกับน้ำตาร่วงด้วยความสงสาร เมื่อไหร่เราสองคนจะหมดเวรหมดกรรมเสียที เนียนไม่ห่วงตัวเอง เป็นห่วงแต่ทานตะวัน ถ้าตนไปช้าอีกก้าวเดียว คุณหนูคงป่นปี้ไม่มีชิ้นดี ทุกคนคงหัวใจสลาย เนื้อทองอดแปลกใจไม่ได้ ทำไมแม่ถึงรักถึงห่วงทานตะวัน ขนาดยอมโดนตบตีเพื่อปกป้อง ทั้งๆที่รู้ว่าเธอไม่มีวันเมตตาเราสองแม่ลูก
“ช่างเขาเถิดลูก แม่ทำไปไม่หวังจะให้คุณหนูอี๊ด
มาตอบแทนอะไรแม่”
“ไม่ตอบแทน แถมยังเกลียดชัง หนูจะรอดูวันพรุ่งนี้ว่าเธอจะขอบใจแม่สักคำไหม หนูเชื่อว่าเธอเชื่อคำป้ายสีไอ้โจรชั่วนั่น” เนื้อทองเจ็บใจไม่หาย
เนียนขอให้ลูกรู้ไว้ว่าเสือหนักไม่มีวันส่งใครมาทำร้ายคนที่บ้านนี้เด็ดขาด และย้ำว่าไม่ว่าทานตะวันจะร้ายกาจอย่างไร จงให้อภัย เนื้อทองนิ่งไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ เนียนขอร้องให้รับปาก โกรธเกลียดกันไปก็เท่านั้น มีแต่ทุกข์ใจด้วยกันทั้งสองฝ่าย เธอเชื่อว่าอีกไม่นานทานตะวันจะเลิกราไปเอง เนื้อทองไม่เชื่อ แต่จำต้องรับปากเพราะไม่อยากทำให้แม่ไม่สบายใจ...
เป็นอย่างที่เนื้อทองคาดไว้ไม่มีผิด ทานตะวันยังคงจงเกลียดจงชังเนียน และจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดเพราะเชื่อว่าเธอมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องเลวร้ายครั้งนี้ เรียมต้องปรามให้หยุดพูดจาก้าวร้าวเนียนได้แล้ว ไม่คิดจะกราบขอบคุณ กลับมาด่าว่าปรักปรำเธออีก ทานตะวันโวยวายลั่น เรื่องอะไรจะต้องไปกราบขอบคุณคนรับใช้
“แม่เรียมนี่ก็แปลกแท้ๆหรือว่าโดนมันทำเสน่ห์เอาจนหลงผิดคิดว่าตัวเองเป็นพี่น้องท้องเดียวกับมัน” ขุนภักดีตำหนิ เรียมไม่เชื่อว่าเสน่ห์ยาแฝดจะทำให้คนรักคนหลงได้ตลอดไป ความดีงามความจริงใจของเนียนต่างหากที่จับใจเธอเอาไว้ ทานตะวันไม่เข้าใจ เนียนทำดีอะไรกับแม่หนักหนาถึงทำราวกับเป็นผู้มีพระคุณ
“ที่เห็นๆก็ช่วยลูกวันนี้ หรือว่าลูกคิดว่าที่รอดพ้นมาได้เพราะผีนรกที่ไหนมาช่วย ถ้าเธอไปช้าก้าวเดียวลูกก็แหลกลาญ ถ้าเนียนรู้เห็นเป็นใจว่าให้ใครมาทำร้ายลูก แล้วเธอจะยอมให้มันตบตีเพื่อช่วยลูกทำไม ทั้งพ่อทั้งลูกช่วยไตร่ตรองด้วย แม่ขอตัวก่อนจะไปดูเนียน” เรียมว่าแล้วลุกออกไป...
ทางฝ่ายเทิดศักดิ์ปล่อยเรื่องนี้ให้ลอยตามสายลมไม่ได้ เข้าไปขอคุยกับแม่ตามลำพัง สั่งห้ามช้อยมาแอบฟังเด็ดขาด สนรู้ดีว่าลูกชายจะมาจับผิด อ้างว่าง่วงแล้วเอาไว้พรุ่งนี้ค่อยคุยกัน เขาขอคุยครู่เดียว จะไม่มีการตั้งคำถามใดๆกับแม่ทั้งสิ้น
“ฟังนะครับ ผมกับน้องอี๊ดมีพ่อคนเดียวกัน เป็นพี่น้องกันแม้ว่าจะต่างแม่ก็ตาม ถึงน้องอี๊ดจะเหลวไหลอาละวาดนิสัยเสียอย่างไร ผมก็รักน้องของผมผมไม่ต้องการให้ใครหวังดีต่อผมด้วยการพยายามทำร้ายทำลายน้องผม พรุ่งนี้ผมจะไปหาคุณตาแสง ไปถามเอาความจริงจากนายแช่มให้ได้” เทิดศักดิ์เสียงเข้ม สนถึงกับอึ้ง...
ด้านช้อยแอบเอาเงินให้ลูกชาย แล้วสั่งให้รีบไสหัวไปจากที่นี่ อุตส่าห์หาที่หลบภัยให้ดันมาก่อเรื่อง แช่มท้วงว่าคุณนายสนเกลียดทานตะวันพอๆกับเนื้อทอง เพียงแต่เสแสร้งทำดีด้วย ความจริงน่าจะขอบใจเขามากกว่าไม่ใช่มาโกรธเคืองกัน ช้อยไม่เถียงเรื่องนั้น แต่เขาทำผิดที่ผิดเวลา ถ้าเล่นงานเนื้อทองคงไม่มีใครสนใจเพราะเป็นแค่ลูกบ่าว คิดจะรวบหัวรวบหางทานตะวันน่าจะอดใจไว้ก่อน ทันใดนั้น มีเสียงนายเอกดังขึ้น
“ใครอยู่ตรงนั้นน่ะ”
ช้อยรีบไล่ลูกชาย แล้วทำเป็นเก็บผักหญ้าแถวนั้นกลบเกลื่อน นายเอกมองอย่างรู้ทัน
“เก็บผักตำแยจะเอาไปยำตำแยให้เจ้านายกินหรือนางช้อย”










